Issuu on Google+


การโฆษณา (Advertising)  การประชาสัมพันธ์ (Public Relation)  การส่ งเสริ มการขาย (Sale Promotion)  การตลาดทางตรง (Direct Marketing)  การขายผ่านพนักงาน

(Personal Selling)


การสื่ อสารผ่า นสื่ อชนิ ดต่า งๆ เช่น โทรทัศ น์ วิ ท ยุ นิ ตยสาร หนังสื อพิมพ์ ป้ายโฆษณา และอื่นๆ ในการให้ขอ้ มูลข่าวสารของสินค้า / บริ การ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า/บริ การ 

ใช้ในการสร้างภาพพจน์ของสินค้า/บริ การ รวมทัง้ องค์กร


 เป็ นกิจกรรมที่ดาเนิ นการเพื่ อเผยแพร่

และกระตุ น้ ให้เกิดการรับรู ถ้ ึ ง ข้อมู ลข่าวสารของสิ นค้า /บริ การต่อสาธารณะ ซึ่ งหมายรวมถึงผู ถ้ ือ หุ น้ พนักงาน Supplier สื่อมวลชน สังคมท้องถิ่น และผูบ้ ริ โภค

 เป็ นเครื่ องมือสาคัญในการสร้างความรู จ้ กั กับ

ก่อให้เกิดทัศนะคติในทางบวกต่อ Brand

Brand รวมทัง้ ช่วย


 

เป็ นเครื่ องมื อที่ใช้ในการกระตุ น้ การขาย ช่วยสร้างโอกาสให้สินค้า /บริ การถู ก ตัดสินใจเลือกจากผูบ้ ริ โภคได้เร็วขึ้น วิธกี ารที่นิยมนามาใช้ในการส่งเสริ มการขาย ได้แก่ ลด คูปองส่วนลด การลดราคาสินค้าจากราคาปกติ แลก การให้แลกของรางวัลตามคะแนนที่สะสมได้ แจก การแจกสินค้าตัวอย่าง/ทดลองใช้ การจับสลากชิงโชคเพื่อแจกของรางวัล แถม การพ่วงของแถมกับสินค้าปกติ


เป็ น การสื่ อสารทางตรงไปยัง ผู บ ้ ริ โ ภคในรู ปแบบต่า งๆ

เช่น จดหมาย แคตตาล็อ ก โทรทัศ น์ วิ ท ยุ ใบปลิ ว แผ่น พับ และ หนังสือพิมพ์ เป็ น การด าเนิ น การเพื่ อให้เ กิ ด ผลตอบรั บ ในรู ปของการสั่ง ซื้ อ สินค้า/บริ การ หรื อ ทาให้ลูกค้าเข้ามายังร้านค้า


 เป็ นกิจกรรมที่ดาเนิ นการโดยการให้พนักงานมีปฏิสม ั พันธ์กบั ลู กค้าโดยตรง

ใน รู ปแบบต่างๆ ไม่วา่ จะเป็ น การพบปะพู ดคุยแบบเจอตัว การติดต่อสื่ อสารกันโดย ใช้เครื่ องมือสื่ อสารชนิ ดต่างๆ เช่น โทรศัพท์ หรื อ โทรสาร  การปฏิสม ั พันธ์ระหว่างพนักงาน และลู กค้าเกิดขึ้นเพื่อให้บริ การทางด้านข้อมู ล ของสินค้า/บริ การ เช่น การตอบคาถาม การนาเสนอ การแนะนา รวมทัง้ การ ขจัดข้อโต้แย้งของลูกค้า การปิ ดการขาย และการให้บริ การหลังการขาย


การส่ งเสริ มการตลาด

การส่ งเสริ มการขาย on-line

ทำไมจะต้ องส่ งเสริมกำรขำยแบบ on-line ?


 ผู บ้ ริ โ ภคมี พ ฤติ ก รรมการรั บ สื่ อหรื อ ข้อ มู ล ข่า วสารที่ห ลากหลายขึ้ น

เช่น ผู บ้ ริ โภคกลุ ม่ วัยรุ ่น และวัยทางาน จะใช้เวลาส่วนหนึ่ งอยู ใ่ นโลกของ Internet แทนที่จะดูโทรทัศน์หรื อฟังวิทยุ  เพื่อตอบสนองกับพฤติกรรมการรับสื่ อที่หลากหลายขึ้นของผู บ้ ริ โภค สินค้าและ บริ ก ารหลายๆ ตัว จึ ง มุ ่ง ที่จ ะใช้ส่ ื อประเภท on-line เพื่ อเจาะกลุ ่ม ตลาด เป้าหมาย เช่น โฆษณาเกี่ย วกับ สถาบัน การศึ ก ษา โทรศัพ ท์มื อถื อ บริ ก าร ทางการเงิน ธุ รกิจบันเทิงต่างๆ เป็นต้น  คุ ณประโยชน์ และข้อดีของสื่ อประเภท on-line ในด้านของการเข้าถึง (Global Reach) ไร้ขอ้ จากัดในเรื่ องเวลา-สถานที่ (Any Where Any Time) เป็นต้น


 การส่ งเสริ มการตลาด on-line

 การโฆษณา on-line (Online Advertising)  การประชาสัมพันธ์ on-line (Online Public Relation)  การส่ งเสริ มการขาย on-line (Online Sale Promotion)

 การตลาดทางตรง on-line (Online Direct Marketing)  การขายผ่านพนักงาน on-line (Online Personal Selling)


ประโยชน์ หรื อ ข้อดีของการโฆษณาแบบ on-line  ต้นทุนต่ า  มีรูปแบบที่หลากหลาย  เข้าถึงผู ร้ บ ั สื่ อได้ทว่ั โลก  การวัดผลสามารถทาได้ทน ั ที


on-line มีคา่ ใช้จา่ ยต่ ากว่าการใช้ส่ ื ออื่นๆ อยูม่ าก ไม่วา่ จะ เป็ น หนังสื อพิมพ์, โทรทัศน์, วิทยุ ที่มคี า่ ใช้จา่ ยหลักหมื่นหรื อแสนบาท แต่ การโฆษณา on-line นั้นใช้คา่ ใช้จา่ ยระดับพันบาทก็สามารถดาเนิ นการได้ แล้ว  การปรับปรุ ง เปลี่ยนแปลงหรื อแก้ไข สามารถทาได้งา่ ย และมีคา่ ใช้จา่ ยน้อย  การโฆษณา


on-line สามารถสร้างขึ้นมาในลักษณะของ ข้อความ (ตัวหนังสื อ), ภาพนิ่ ง, ภาพเคลื่อนไหว รวมทัง้ สื่ อผสม (Multimedia) อื่นๆ เช่น เสียง, Video เป็นต้น

 การโฆษณา


Internet หรื อใช้ส่ ื อประเภท จึ งสะดวกต่อการสื่ อสารกับผู บ้ ริ โภคทัว่ โลกที่อยู บ่ นเครื อข่าย

 เนื่ องจากเป็ นการโฆษณาที่อยู บ ่ นเครื อข่าย

on-line Internet  ผู บ้ ริ โภคสามารถรับสื่ อจากการโฆษณา on-line ได้มากเท่าที่ตอ้ งการ เพราะการโฆษณา on-line สามารถทาได้ตลอด 24 ชม. ซึ่งต่างจากการ โฆษณาผ่านโทรทัศน์หรื อวิทยุท่ มี รี ะยะเวลาของการโฆษณาในแต่ละครั้งที่จากัด


 แบนเนอร์ (Banner

Ads)  การเป็ นผู ส้ นับสนุ นเว็บไซต์ (Site Sponsorships)  ประกาศโฆษณา (Classified Ads)  การตลาดผ่านเครื่ องมือค้นหา (Search Engine Marketing : SEM)  การตลาดแบบเชื่อมโยง (Affiliate Marketing)


เป็นป้ายโฆษณา on-line ที่อยูบ่ น Web site อาจมีลกั ษณะเป็นภาพนิ่ ง, ภาพเคลื่อนไหว หรื อ Clip video โดยเนื้ อหาจะเป็ นข้อความเชิญชวน และ รู ปภาพที่น่าสนใจ เพื่อกระตุน้ ให้ผูพ้ บเห็น Click ที่ตวั Banner เพื่อ Link ไป ยัง Web site ของเจ้าของ Banner ที่ลงโฆษณา เช่น  การแลกเปลี่ยนแบนเนอร์ (ไม่มคี า่ ใช้จา่ ย เป็ นการตกลงกันระหว่าง 2 ฝ่ าย)  การลงแบรนเนอร์ในเว็บไซต์ท่ ตี รงกับกลุ ม่ เป้าหมายของเรา โดยการจ่ายค่าโฆษณา


เป็ นลักษณะที่ทาง Web site เปิ ดโอกาสให้ธุรกิจเข้ามาเป็ นผู ส้ นับสนุ น Web site ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ทัง้ นี้การเป็ นผู ส้ นับสนุ นนั้นมุ ง่ หวังเพื่อสร้าง ภาพพจน์ (Brand image) และชื่อเสียงมากกว่าที่จะเน้นในเรื่ องของยอดขาย เช่น www.sanook.com มีกจิ กรรมให้ผูเ้ ข้าร่วมได้ตอบคาถามเพื่อชิงรางวัล โดยมีผูส้ นับสนุ นมอบสินค้าและบริ การต่างๆ เป็นของรางวัล เป็นต้น


มีลกั ษณะเหมื อนการประกาศโฆษณาในหนังสื อพิมพ์ โดยเปลี่ยนรู ปแบบเป็ นการ ประกาศโฆษณาผ่าน Web site คือมีเนื้ อที่ให้เขียนโฆษณา ซึ่งเนื้ อหาที่โฆษณานั้น เป็ นได้ทงั้ ข้อความ, รู ปภาพ รวมทัง้ สื่ อผสม (Multimedia) อื่นๆ เช่น เสียง, Video เป็นต้น โดยทัว่ ไปการประกาศโฆษณานี้จะถู กแบ่งตามหมวดหมู ส่ ินค้า และบริ การต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์, งาน, รถยนต์ เป็นต้น ซึ่งการประกาศนั้นสามารถทาได้ทงั้ ประกาศซื้อ และ ประกาศขาย


มีลกั ษณะคล้าย Classified Ads คือ เป็นการประกาศข้อความโฆษณาพร้อมกับ มี Link ไปยังผูล้ งโฆษณาด้วย ซึ่ งประกาศโฆษณาดังกล่าวนั้น จะแฝงอยู ใ่ นผลลัพธ์ท่ ไี ด้จากการใช้เครื่ องมื อ ค้นหา (Search Engine) และปรากฏขึ้นพร้อมๆ กับผลลัพธ์ดงั กล่าว โดยเนื้ อหาของ ประกาศโฆษณาที่ปรากฏขึ้นนั้นจะเกี่ยวข้องหรื อสัมพันธ์กบั คาค้นหา (Key word) ที่ ผูใ้ ช้เลือก


 

นาย A สนใจหาข้อ มู ล เกี่ย วกับ ผลิ ต ภัณ ฑ์อ าหารเสริ ม จึ ง เปิ ด www.google.com เพื่อทาการค้นหา โดยอาจพิมพ์คาค้นหา “อาหารเสริ ม” ใน ช่องค้นหา ผลลัพธ์ท่ ไี ด้จะแบ่งออกเป็ น 2 ส่วน คือ Sponsored Links และ ผลลัพธ์ ตามปกติท่ ไี ด้จากการค้นหา ปั จจัยที่ทาให้ SEM ทรงประสิทธิภาพ คือ ผลลัพธ์ทงั้ 2 ส่วนเป็ นการโฆษณา Web site ที่เกี่ยวข้องกับคาค้นหา ซึ่งทาให้โอกาสที่นาย A จะ Click เข้าไปใน Web site ที่ปรากฏนั้นมีสูงมาก และนาย A จะไม่รูส้ ึ กขึ้นราคาญกับข้อความ โฆษณา Web site ที่ปรากฏขึ้น เพราะเป็นเรื่ องที่ตนเองสนใจอยูแ่ ล้ว


 Ad

Impression การวัดจานวนครัง้ ที่การโฆษณาถูกแสดง  Visit (Page View) การนับจากจานวนหน้าเว็บไซต์ท่ ผี ูเ้ ข้าชมได้ทาการเข้าชม จากการเข้าเว็บไซต์ 1 ครั้ง  Click-Through การวัดจานวนครัง้ ที่โฆษณาถูก Click  Page Impression (Hit Counts) การวัดจานวนครัง้ ที่ Page แต่ละ Page ถูกแสดง  Unique Visitors แสดงจานวนผูเ้ ข้าชม Web site โดยพิจารณาจาก IP Address


 Cost Per Impression (CPI) คิดราคาต่อการแสดงผลโฆษณา

โดยทัว่ ไป นิ ยมแสดงราคาต่อ 1,000 ครั้ง (CPM) เช่น ราคา 290 CPM หมายถึงค่า โฆษณาเป็ น 290 บาท ต่อการแสดงผลโฆษณา 1,000 ครั้งเป็ นต้น  Cost Per Click (CPC) คิดราคาต่อจานวนครั���งที่มคี นคลิกโฆษณา  Fixed Fee (คิ ดเหมาเป็ นรายเดื อน) ในกรณีท่ คี ิดเหมา ชิ้นโฆษณาควรยึด ติดคงที่ หรื อถ้าเป็ นโฆษณาเวียน หลายชิ้นงานลงในตาแหน่งเดียวกัน สุ ม่ แสดงผล (Rotated Banner) ต้องระบุวา่ เวียนกี่ช้ นิ งาน แต่ไม่เกิน 10 ชิ้นงาน  Cost Per Lead หรือ Commission คิดราคาเมื่อผู ช้ มเว็บไซต์ ซื้อสินค้า หรื ออย่างน้อยแสดงความต้องการจะซื้อสินค้า


การส่งเสริมการขายผ่านอินเตอร์เน็ต