Page 1

ล ห ง า ท

ย อ ร าง-

9 0 -09

ท ย า ร

ง า ายท

9 0 บ ั บ ฉ

BonBaiBua Book

บนใบบัว Issue 9

e-magazine

ปีที่ 1 ฉบับที่ 9 เดือน กันยายน 2552

1


Contents สารบัญ

บนใบบัว

บนใบบัว บุ๊ค BonBaiBua Book ที่ปรึกษา : ฤทัย สุภัทรพันธุ์ ดุลย์ จุลกะเศียน บรรณาธิการบริหาร : รติ จุลกะเศียน บรรณาธิการ : เจ้าชายกบ กองบรรณาธิการ : ข้าวใหม่, กบบันจี้, i_lllive, แม่จิบ, ม.จิตฏาร์, วาดวลี ฝ่ายการตลาด โฆษณาและประชาสัมพันธ์ : กบบันจี้ ฝ่ายบัญชีและการเงิน : จินตา จุลกะ ออกแบบ ปก, รูปเล่ม, เวบไซต์ : Sister Print & Media Group เจ้าของ ผู้เผยแพร่ ผู้โฆษณา : บ้านบนใบบัว 204/381 ซ.2/13 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 โทรศัพท์/แฟกซ์ : 02 571 4099 อีเมล์ : bonbaibua@hotmail.com ติดต่อโฆษณา : คุณกบ 084 123 0534 อีเมล์ : ruteec@hotmail.com ข้อความในหนังสือเล่มนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ เวบไซต์ www.bonbaibua.com แต่เพียงผู้เดียว ห้ามนำ�เผยแพร่หรือตีพิมพ์ โดยไม่ได้2รับอนุญาต

จากใจบนใบบัว Jumper In เที่ยวใน(ประเทศ) ย้ำ�ๆ ซ้ำ�ๆ ที่ “หัวหิน” Goodtaste กิน(ดูด)ดื่ม (ชวนกิน) รายทาง ประจวบฯ-เพชรบุรี Pic & Post การ์ดเขียนคำ� ภาพเล่าเรื่อง สองทาง หัวใจบนเรือใบไม้ Lover เรื่องรัก(ร้าง) “ถ้าลูกเหงา...” Jumper Out เที่ยวนอก(ประเทศ) Korea Story III : ไม่ลาลับ Notebooks เรื่องเล่าและบันทึก เรื่องกิน เรื่องหญ่ายยยย Tree of life ต้นไม้ใบหญ้า(อ่อน) “รางจืด” ไม้อัศจรรย์(ใจ) World of Pooh โลกของ Pooh. “ลูกเสือ” น้องภู HomeWork ซ่อมได้ (ซ่อม) หลังคารั่ว My Kitchen ตีท้ายครัว ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม 1 Day Trip ไป-กลับขับรถเที่ยว ลีลา “ผีเสื้อ” ปางสีดา Entertain ย้อนดูตัว G.I. Joe : สงครามพิฆาตคอบร้า Books นั่งอ่านหนังสือ กาลครั้งหนึ่ง.... Poem เขียนกลอนเล่นบนใบบัว ก็แค่คิด...

3 4

20 28 29 30 34 42 46 50 56 60 64 72 80 82


09-09-09 บนใบบัว บุ๊ค (BonBaiBua Book) เล่ ม 9 ฉบั บ รายทางรอยทาง-หลายทาง ปรับเวลาการออนไลน์ เป็นรายเดือน พร้อมๆ กับการปรับปรุง หน้าตาเว็บไซต์(อีกครัง้ ) ฉบับนี้ คอลัมน์ เดิ ม ๆ ยั ง อั ด แน่ น และมี อ ยู่ ค รบ แต่ ปรับปรุงและเพิ่มเติมบางคอลัมน์ เพื่อให้ มีสีสันและเป็นสาระสำ�หรับผู้อ่านมากขึ้น My Kitchen ตี ท้ า ยครั ว AmmY ผู้ ม ากฝี มื อ และความคิ ด สร้ า งสรรค์ ใ นการปรุ ง แต่ ง เมนู อ าหาร ประเดิมด้วยเมนูก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม เพราะเรือ่ งบ้าน ไม่ใช่อะไรทีไ่ กลตัว ณ ณิชา ช่วยแนะนำ�การแก้ปัญหา ดูแล และซ่อมแซมบ้าน ใน Home Work i_lllive ปิดฉากการเดินทางไป ตามฝันกับ Korea Story III : ไม่ลาลับ ใน Jumper out นอกจาก กบบันจี้ จะพาไป ย้ำ�ๆ ซ้ำ�ๆ หัวหิน ชายทะเลที่ไม่เคยสิ้นมนต์ ใน Jumper in ยังชวนไปกลับขับรถ เที่ยว แบบ 1 Day Trip ที่ อุทยาน แห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว

จากใจบนใบบัว เรือ่ งสัน้ เรือ่ งราวประทับใจระหว่าง แม่กบั ลูก ใน Lover โดย นกเล็ก(ของ แม่) Tree of Life ของ ข้าวใหม่ พาเลาะรัว้ บ้านทีป่ ตั ตานี ไปรูจ้ กั “รางจืด” ไม้เลื้อยแบบเรทโทร ที่มีสรรพคุณชวน อัศจรรย์ใจ รูจ้ กั “ลูกเสือ” ขนาดตัวไม่ธรรมดา ของ แม่จิบ ใน โลกของ Pooh. ............... ใกล้วนั ออกพรรษา...ใกล้สนิ้ สุดฤดู ฝน ตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น บางคนชอบสีสันทะเลฤดูร้อน บางคนชอบป่าท่ามกลางฤดูฝน บางคนชอบภูเขาในสายลมหนาว ไม่วา่ จะเป็นรายทางไหน ขอให้เดิน ทางด้วยความสุขและโดยสวัสดิภาพ ด้วยมิตรภาพที่ดี บอกอ กอบอและทีมงาน BBB 3


Jumper In

เที่ยวใน(ประเทศ) เรื่อง/ภาพ by : กบบันจี้

44


ย้ำ�ๆ ซ้ำ�ๆ ที่ “หัวหิน” เพือ่ น-พี-่ น้อง ร่วมก๊วนทริปเชียงคาน (ล่าสุด) ประกอบไปด้วย แม่จิบ, น้องภู, คุณแอ๊ว, บก.ตุ๊, น้องเจี๊ยบ และคุณอ๊บ นัดเดินทางกัน อีกครัง้ ข้ามเดือน หลังต้นเดือนทีแ่ ล้วคุณอ๊บทำ� ทุกคนอกหัก...มั้ง ต้นเหตุคือ ติดโรคเลื่อน... เลือ่ นไปก็เลือ่ นมา นัด(ล้างตา)ครัง้ นีจ้ งึ เกิดขึน้ พร้อมแผนการเดินทางทีแ่ ทบจะย่�ำ และซ้�ำ รอย เดิมบนถนนเพชรเกษม แต่เข้มด้วยเวลาทีเ่ พิม่ มากกว่าทัวร์แตะ (วันเดียว) ครั้งก่อน 5


โมง”

ก่อนวันเดินทางแค่วันเดียว ฉันได้รับโทรศัพท์จากคุณแอ๊ว “อ๊บเหรอ เราปรึกษาหน่อยนะ อย่าเพิ่งอารมณ์เสียล่ะ” ฉันนึกขำ�และแอบเดาเหตุผลของการโทรศัพท์ครั้งนี้อยู่ในใจ...ซื้อหวยไม่ยักกะถูก ฮา “เธอกะจะออกเดินทางตีห้าเหรอ สายกว่านั้นหน่อยได้ไหม นี่เราปรึกษานะ” “อ๋อ...ได้สิ กี่โมงล่ะ ว่ามาเลย เพราะเจี๊ยบก็คงตื่นไม่ไหวเหมือนกัน” “เธอว่ามาสิ กี่โมงดี เก้าโมงสายไปไหม หรือแปดโมงก็ได้” “อืมม แปดโมงรับพี่จิบแล้วกัน ถัดไปก็ตุ๊ประมาณแปดครึ่ง ถึงบ้านแอ๊วก็คงราวๆ เก้า

ด้วยเหตุผลเช่นนั้น

ล้อรถอินโนว่าคันเก่งจึงเริ่มเคลื่อนจากบ้านบางบัวทองก่อน แปดโมงเช้าเล็กน้อย หลังเสียเวลารวมถึงอารมณ์ที่ไม่น่าต้องเสียไปกับการเก็บ (ขยะภายใน) รถก่อนออกเดินทาง รับผู้ร่วมทริปครบบ้าน ครบคณะ 6 คน เราระดมเงินลงขันงวดแรก คนละ 1,000 บาท ใช้เส้นทางจาก ถ.วิภาวดีฯ ขึ้นทางด่วน-ดาวคะนองลง ถ.พระราม 2 ออก สมุทรสาคร ข้าวเหนียว-หมูปิ้ง อาหารจากสมาคมแม่บ้านทหารบกที่เราเคยติดใจตั้งแต่ทริป เชียงคาน ถูกแม่จิบนำ�ออกมาย้ำ�เพื่อแจกจ่าย พร้อมๆ กับเสียงสำ�ทับ “พี่จันทร์ฝากมา เป็นค่าปิดปากเวลาน้องภูกินเบิ้ลนะเฟ้ย” ฮา.. เพราะแผนการเดินทางเลื่อนออกไปร่วม 3 ชั่วโมง จากสมุทรสงคราม-เพชรบุรี ตีออก ซ้ายที่แยกสิงห์เพื่อเข้าชะอำ�-หัวหิน ประมาณ 11 โมงกว่าเล็กน้อย เราจึงเพิ่งถึงเป้าหมาย แรกที่มาซ้ำ� ร้านขนมปังฝรั่งเศส ใกล้วังไกลกังวล หัวหิน กินเบเกอรี่กับเครื่องดื่มร้อน-เย็น คนละชุด มีไอศกรีมสูตรอิตาลีร้านใกล้ๆ เป็นของหวานล้างปาก ก่อนจะมุ่งหน้าออกซอย ลัดไปถนนแนบเคหาสน์ หาเป้าหมายต่อไป คือการเยี่ยมร้านหรือบ้านคุณภาณุ.... “ภาณุไหน” แม่จิบกับคุณแอ๊วเอ๋อเร๋อ “ภาณุ มณีวัฒนกุล ไง” ฉันกับ บก.ตุ๊ตอบเกือบจะพร้อมๆ กัน ภาณุ มณีวัฒนกุล เป็น 1 ในประดานักเขียนไม่กี่คนที่ฉันมีผลงานหนังสือมากกว่า 3 เล่มขึ้นไปอยู่บนชั้น เขาเขียนและแปลหนังสือหลายแนว แนวหนึ่งที่ฉันโปรดปรานหนีไม่พ้น แนวท่องเที่ยว และบันทึกเดินทางที่มีรูปภาพประกอบอันมีแง่มุม วันนั้น...เขาปักหลักอยู่หัวหิน เพื่อทำ�ความฝันหนึ่งให้เป็นจริง...คือการเปิดร้านของตัวเอง 6


“ตกลงร้านพี่ชื่ออะไร” ได้ยิน บก.ตุ๊ถาม “ร้านของรักไม่หวง” เขาตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ด้วยท่าทางของคนอารมณ์ดี เขาปล่อยให้พวกเรารื้อ ค้น สำ�รวจทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ซึ่งกำ�ลังปรับแต่งเพื่อเปิดเป็นร้านอย่าง ตามสบาย มันทำ�ให้พวกเราบางคนประเดิมซื้อของรักไม่หวงของเขาบางชิ้นกลับมาด้วย อาทิเช่น หนังสือ เทปและซีดีเพลง บ่ายสองโมงกว่าๆ แล้ว ตอนที่แม่จิบโทรศัพท์เข้าที่พัก “อึ๊บ...เรากะจะเข้าที่พักกันกี่โมงอ่ะ” “ประมาณสี่ถึงห้าโมงเย็นมั้งเจ๊” ฉันตอบแบบเผื่อๆ เพราะคิดว่า เราจ่ายค่าที่พักไป เรียบร้อยแล้ว แต่กว่าพวกเราจะเดินทางกันอีกครั้ง หลังชักชวนพี่ภาณุไปกินข้าวเย็นด้วยกันที่ เขาหัวกะโหลก ปราณบุรี ดูท่าว่าเวลาไป-กลับจะค่อนข้างค่ำ�แล้ว “เราเข้าที่พัก เก็บของ เอากุญแจกันก่อนดีกว่า” เพราะเราอาจจะเข้า-ออกที่พักได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ประจำ�แผนกต้อนรับ จะปฏิบัติงานถึงประมาณ 2 ทุ่ม ดังนั้น เราจึงย้อนรถกลับ เพื่อเช็คอินเข้าบ้านพักสวัสดิการ ทอ.บ่อฝ้าย กันก่อน ฉันเคยมาพักที่นี่ครั้งหนึ่ง 10 กว่าปีมาแล้ว แต่เวลานั้น (ถ้าจำ�ไม่ผิด) ยัง ไม่มีตึกอำ�นวยการและไม่เปิดบริการให้พลเรือนทั่วไป จนมาได้ข่าวอีกครั้งว่า ทอ.บ่ อ ฝ้ า ย เปิดให้ข้าราชการและพลเรือนทั่วไปพักได้แล้วเมื่อปีที่ผ่านมานี่เอง และแม่จิบกับน้องภูก็เคยมา ใช้บริการที่นี่แล้ว 2 ครั้ง แถมยังจองไว้ซ้ำ�อีกในเดือนตุลาคม ห้องพักมีให้เลือก 3 รูปแบบ คือ ส่วนที่เป็นอาคาร, แบบทาวน์เฮ้าส์ และบ้านพักตาก อากาศ พวกเราปิ๊งบ้านพักตากอากาศตั้งแต่มาเซอร์เวย์คราวที่แล้ว แต่เสียดายวันที่เราเลือกไป พักบ้านพักตากอากาศเต็มหมดทุกหลัง เราจึงต้องเลือกแบบทาวน์เฮ้าส์ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ� 7


8


มีห้องรับแขก ห้องครัวสำ�หรับเตรียมอาหารง่ายๆ ได้ ขนของ เก็บกระเป๋า เลือกห้อง กันเรียบร้อย พร้อมเดินทางต่อไปปราณบุรี

เป้าหมาย เขาหัวกะโหลก อยู่บริเวณ วนอุทยานท้าวโกษา อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อเลี้ยวซ้ายจากแยกปราณบุรี แม้ถนนจะตัดย่อยขึ้นอีกมากมายแต่ไม่ต้องกลัวหลง ถ้าหมั่น คอยดูป้ายข้างทาง ที่นี่ เราเคยถูกใจกับรสชาติอาหารของร้านครัวสวัสดิการ รวมถึงบรรยากาศ ชายทะเลบริเวณนั้น จึงหมายมั่นปั้นมือกันว่า จะหาโอกาสกลับมากิน (ซ้ำ�) ด้วยกันอีกครั้ง หลัง สั่งอาหารคนละเมนู.. 2 เมนูแล้ว เราก็แยกย้ายกันไปถ่ายรูปเรือประมงที่จอดเกยตื้นอยู่เกือบเต็ม ชายหาด “หัวหินเป็นถิ่นมีหอย” ฉันเปรยขึ้นมา “แหง่ะ..ทะลึ่งแระ” น้องเจี๊ยบว่า “ไม่ได้ทะลึ่งนะ จริงๆ นึกถึงสมัยก่อน (เกือบ 30 ปีมาแล้ว) ชายหาดหัวหินเต็มไปด้วย หอย...หอยตัวเล็กๆ อ่ะ จำ�ชื่อไม่ได้แล้ว เขาเรียกหอยอะไร ที่เขาเก็บไปร้อยเป็นสายสร้อย เดี๋ยว นี้ไม่รู้ยังมีเยอะเต็มชายหาดอยู่ไหม” ฝนตั้งเค้ามา ลงเม็ดพอให้รู้สึก แต่ยังไม่ได้สาดโครมลงมา ใครบางคนตะโกนเรียกคนที่ เดินเล่น ถ่ายรูปอยู่เมื่ออาหารพร้อม แม้ทุกคนจะหิวกันมาตั้งแต่กลางวัน ซึ่งเป็นแค่เบเกอรี่กับ เครื่องดื่ม แต่ก็ลงความเห็นร่วมกันว่า อาหารเย็นที่ครัวสวัสดิการวันนั้นเปลี่ยนไป... “สงสัยเขาเปลี่ยนแม่ครัว” บก.ตุ๊ว่า “เคยพาเพื่อนมากิน หลังจากที่เรามากินกันอ่ะ แม่ครัวแก่กว่านี้ แล้วช่วยแนะนำ�อาหารได้ดี ด้วย”

9


เพราะน้องภูมีระบบการทำ�งานของกระเพาะและลำ�ไส้ที่ไวมาก ทำ�ให้หลังกินอาหาร (มื้อไม่ปลื้ม) เสร็จ เราจึงใช้ถนนเลียบชายหาด (ที่สามารถลัดเลาะไปถึงอุทยานเขาสาม ร้อยยอดได้) เพื่อแวะใช้บริการห้องน้ำ�รีสอร์ทที่เราเคยมาพักกัน “เพื่อซื้อกะปิ” เจ๊ว่า...แต่ความจริงคือ น้องภูปวดอึ๊ : ) แต่พอไปถึง น้องภูกลับไม่ต้องการเข้าห้องน้ำ�แล้ว น้าๆ จึงถือโอกาสใช้บริการแทน ในขณะที่แม่จิบกับคุณแอ๊วลงไปเจรจาเรื่องกะปิ (นัยว่าเพื่อเพิ่มความเค็ม) ที่พวกเธอเหมา หมด 8 กระปุก เป็นการยืนยันความอร่อยจนต้องกลับมาย้ำ�และซ้ำ� ขณะทุกคนพร้อมก่อน จะเดินทางต่อ “น้องภูปวดอึ (แล้ว)” ฮา .......................

10 10


11


ฉันเลือกเส้นทางขากลับด้วยการเลาะไปตามถนนเลียบชายฝั่งริมทะเล โพล้เพล้แล้ว ทะเลปราณบุรีเสาร์นั้นไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ รีสอร์ทเก่า รีสอร์ทใหม่ แข่งกันขึ้นพึ่บพั่บ เรา ผ่านบริเวณต้นตาลที่เคยแวะถ่ายรูปกันครั้งก่อน เพื่อนร่วมทริปจำ�ได้ ขณะที่พี่ภาณุมองเห็น เพิงร้านค้าข้างทางใต้ต้นตาล “ร้านรถลากนี่ พี่รู้จักเจ้าของเขาด้วย ไม่รู้อยู่หรือเปล่า อยากแวะกันไหม” ด้วยความที่พวงมาลัยอยู่ในกำ�มือฉัน ประกอบกับมองเห็นวัสดุตกแต่งร้านทำ�เป็นรูป มะพร้าว เดาเองเออเองว่า เขาน่าจะมีน้ำ�มะพร้าวขาย “แวะไม่แวะไม่รู้ล่ะ จอดแล้ว” ว่าพลางฉันก็เสือกหัวเข้าจอดใต้ต้นตาลถัดร้านมา ไม่เท่าไหร่ คล้ายๆ จะซ้ำ�รอยเดิม เพียงแต่หัวรถหันไปคนละทิศ แต่ละคนต่างแยกย้าย ทำ�กิจกรรม แม่จิบง่วนกับการถ่ายรูปน้องภู, ส่วนน้องภูวุ่นวายกับพัดลมที่ติดมา, น้องเจี๊ยบ เก็บภาพบรรยากาศ, คุณแอ๊วไม่พลาดการช้อปปิ้ง ส่วนฉันกับ บก.ตุ๊ ดูนั่นดูนี่ไปเรี่อยๆ พอๆ กับที่พี่ภาณุซึ่งโอภาปราศัยกับคนนั้นคนนี้ เวลาผ่านไปพอสมควร เราชวนกันเดินทางต่อผ่านปากน้ำ�ปราณบุรี ที่ยังพอมี นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเดินเล่น ขณะที่บ้านและร้านค้าชาวบ้านแถวนั้นส่วนใหญ่จะปิดกันแล้ว 12


เราช่ ว ยกั น เดาทางจนใช้ ท างเล็ ก ทางน้ อ ยที่ ลั ด เลาะไปทาง วนอุทยานปราณบุรีไปโผล่บริเวณหาดทรายน้อย มุ่งหน้าเข้า หัวหิน พี่ภาณุขอตัวลงตลาดโต้รุ่งเพื่อแวะหาเพื่อน ส่วนเรา มุ่งหน้ากลับเข้าที่พัก .............................. เลยวังไกลกังวลไปไม่เท่าไหร่ ฉันมองเห็น เพลินวาน แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ (ที่กำ�ลังบูมเพราะความสด ซิง และ คราวที่แล้วเราตกใจกลัวคน เลยฝากไว้ก่อน) มองดูคนแล้ว ไม่มากเท่าไหร่ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ฉันจึงถือโอกาสชวน คณะแวะเดิน (เที่ยว) เสียคืนนั้นเลย แม้จะมืดแต่ก็มีแสงไฟ แพรวพราวและแดดไม่ร้อน คนไม่แยะ แถมไม่ต้องแย่งชิงที่ จอดรถ เพลินวาน ในสายตาของฉัน คือสิ่งปลูกสร้างใหม่ ที่รื้ออดีตที่กำ�ลังเนื้อหอมสำ�หรับคนรุ่นใหม่มาเป็นจุดขาย สนามหญ้าเทียมสีเขียวขจี แม้ในยาม ค่ำ�คืน แต่เมื่อลองถอดรองเท้าสัมผัสแล้ว มันคนละความรู้สึกกับเราเหยียบหญ้าจริงๆ ธรรมชาติ กับฝีมือมนุษย์จึงแตกต่างกันด้วยอารมณ์และเหตุผล อาจจะเป็นเพราะกระแสย้อนยุคกำ�ลังมา (แรง) ทำ�ให้ผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ที่นี่ก็สนองตอบอารมณ์ของนักท่องเที่ยว โดยกำ�ลังขยาย พื้นที่ เพลินวาน โครงการ 2 แถมเวลาเปิด-ปิดก็ต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ฉันสังเกตว่า คนส่วนใหญ่จะมาเพื่อถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ที่ถูกสร้างสรรค์มา (เหมือน) เพื่อการถ่ายรูปโดยเฉพาะ สิ่งที่ฉันรู้สึกห่วงไปเองก็คือ ด้วยปริมาณของผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ บนโครงสร้างร้านที่มองด้วยตาเปล่ามันคือ ไม้ ชั้นล่างยังไม่เท่าไหร่ แต่ชั้นบน โดยเฉพาะส่วนที่ เป็นชานเดินต่อกันของชั้น 2 ไม่แน่ใจว่า โครงสร้างทำ�ไว้แข็งแรง พอรับน้ำ�หนักคนได้มากที่สุด ประมาณเท่าไหร่ “น้องภูกินน้ำ�แข็งไสเสร็จหรือยังอ่ะ” ฉันถาม บก.ตุ๊ เมื่อเวลาล่วงเลยไปพอสมควร และเรา เดินดูกันจนแทบหมดบริเวณแล้ว “น่าจะเสร็จแล้วนะ” ฉันเดินย้อนกลับไปดู ปรากฏว่า ยังเห็นน้องภูง่วนกับถ้วยน้ำ�แข็งไสราดน้ำ�แดง จึงเดินกลับ มารายงาน 13


“ยังกินไม่เสร็จเลย” “กินนานแล้วนะ ยังไม่เสร็จอีกเหรอ” หลังรวมตัวกันครบ พูดคุยกันแล้วจึงได้ความว่า น้องภูขอเบิ้ล!!! น่าจะเป็นเวลาสามทุ่มกว่าๆ แล้วที่พวกเรากลับเข้าที่พัก ฉันรู้สึกไม่บ้าพลังพอที่จะออกไป ฟังดนตรีที่ชายหาดชะอำ� (อย่างที่ตั้งใจไว้)...ยังมีกิจกรรมให้ทำ�อีกเยอะสำ�หรับคืนนี้และในวัน พรุ่งนี้ เปิดทีวีหาช่องอคาเดมีแฟนตาซีให้คุณแอ๊ว (แฟนคลับตัวจริง) ปรากฏว่า บ้านเรารับช่อง นั้นไม่ได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง เรา 3 คนจึงชวนกันออกไปที่ห้องรับรองของอาคารสวัสดิการ “ขอโทษนะคะ ช่อง 9 รับไม่ได้เหรอคะ” คุณแอ๊วถามเจ้าหน้าที่ “รับไม่ได้ครับ สัญญาณเสีย....วันนี้เอง” ฮา ฉันช้อปปิ้งกาแฟและอาหารสำ�เร็จรูปฝากคุณแอ๊ว (แฟนคลับผู้ผิดหวัง) กลับไป เผื่อ ไว้สำ�หรับรองท้องง่ายๆ ตอนเช้า แล้วชวนน้องเจี๊ยบออกไปนั่งเล่นชายทะเล ที่มีเตียงนอน ชายหาดจัดวางไว้ให้ พระจันทร์เกือบเต็มดวงส่องแสงกระจ่างอยู่กลางฟ้า เงาทอดสะท้อนลง บนน้ำ�ทะเล เสียงคลื่นซัดสาดไม่ขาดสาย บรรยากาศดีเป็นยิ่งนัก ถ้าไม่มีการจัดกิจกรรมรื่นเริง เสียงดังภายในบริเวณที่พักคืนนั้น รวมถึงยุงที่มารุมกันฉันคนเดียว เพราะดันใส่กางเกงสีดำ�

เช้าวันรุ่งขึ้น

ใครใคร่ตื่น-ตื่น ใครใคร่นอน-นอน เราแทบไม่ได้คุยและตกลง กำ�หนดเวลาตายตัวสำ�หรับแผน (ใหม่) วันนี้ด้วยซ้ำ� ดังนั้นแล้วฉันจึงเจอคุณแอ๊วที่ไม่ค่อยชอบ ตื่นเช้า อาบน้ำ�แต่งตัวพร้อมเดินทางนอนสลบไสลบนเสื่อกลางห้องรับแขก ขณะที่ บก.ตุ๊ ซึ่ง หอบงานมาทำ�ด้วย นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา “กินกาแฟแล้วเหรอ” ฉันถาม บก.ตุ๊ อย่างพอจะเดาคำ�ตอบได้ หลังมองเห็นหม้อใบเขื่อง ที่มีน้ำ�อยู่พอประมาณตั้งอยู่บนเตาแก๊ส พร้อมตะบวยตักน้ำ�พาดไว้ อาบน้ำ�เสร็จ ปลุกน้องเจี๊ยบ แล้ว ฉันจึงจัดการหากาแฟและชงโอวัลตินไว้เผื่อน้องเจี๊ยบ ยกมานั่งกินกับขนมปังฝรั่งเศส ที่ซื้อมาตั้งแต่เมื่อวาน นุ่มๆ เหนียวๆ แต่ก็ยังอร่อยกินได้ คุณแอ๊วตื่นมาร่วมแจมหลังพบว่า หมูปิ้ง (ตั้งแต่เมื่อวาน) ยังไม่หมด บก.ตุ๊ ผละจากงานลุกมาแจมด้วยอีกคน พร้อมกับคุยกัน ถึงแผนการเดินทางต่อไป 14


“ถ้าจะเข้าไปซื้อขนมหวาน ควรจะถึงตัวเมืองเพชรฯ ไม่เกินบ่ายสอง.... “งั้นเราก็ไม่แวะไหว้หลวงพ่อทวดกับดูไร่องุ่นแล้วเนอะ.... “ถ้ามีเวลา เราแวะเข้าไปแก่งกระจานแล้วกัน อยากไปดูที่พักเพื่อนตุ๊อ่ะ” คุยกันได้แผนคร่าวๆ แม่-ลูกเดินจูงมือกันกลับเข้ามา “เจ๊ กินอะไรหรือยัง” “เจ๊เรียบร้อยไปแล้ว น้องภูกินต้มยำ�เบิ้ล 2 มาเต็มคราบเลย นี่เจ๊เก็บท้องไว้รอไปกิน กาแฟ” “อ่าว...ก็นี่ไงกาแฟ เอามะเดี๋ยวชงให้” ฉันว่าหน้าตาเฉย “ไม่เอ๊า...เจ๊จะกินกาแฟที่ร้านขนมปัง” “เย้ย...กินนี่แหละ เราไม่ย้อนกลับเข้าไปซ้ำ�แล้ว โลกร้อน..เดี๋ยวตีกลับเพชรฯ เลย” เจ๊(แอบ)จ๋อยไปเล็กน้อย เมื่อโดนน้องๆ สมคบกันอำ� (หน้าตาย) หลังสุมหัวกันแกล้งเจ๊ได้พอ ประมาณ เราก็วางแผนการเดินทางกันใหม่ ไหนๆ เจ๊กับน้องภูอิ่มหมีพีมันที่ร้านอาหารบ่อฝ้าย แล้ว เรา 4 คนก็ควรจะออกไปกินอาหารที่ร้านเสียทีเดียว เพราะน้องเจี๊ยบก็ยังไม่ได้กินอะไร คุณแอ๊วรีบวางข้าวสวยหมูปิ้งในมือโดยพลัน ส่วนฉันกับ บก.ตุ๊ ตามไปเป็นตัวช่วย พร้อมถือ

15


โอกาสดูและถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ตอนเช้าริมทะเลด้วย หลังชวนกันตื่นนอนมาดูพระอาทิตย์ขึ้น กันไม่ไหว...โอกาสหน้าแล้วกันนะ เก็บกระเป๋าและสัมภาระยัดขึ้นรถย้อนกลับไปให้คนอื่นๆ ซ้ำ�ที่ร้านขนมปังฝรั่งเศส ส่วนฉันสมัครใจเลือกซ้ำ�กับไอศกรีมร้านข้างๆ แต่ไม่ใช่ฉันที่ซ้ำ�ร้านไอศกรีมคนเดียว แม่จิบ กับน้องภูยังตามไปย้ำ�และซ้ำ�ด้วย แถมเป็นการซ้ำ�แล้วซ้ำ�เล่าในช่วงเวลาฉันรับโทรศัพท์แผล่บ เดียว มองจากในรถเห็นแม่จิบเดินย้อนกลับไปร้านไอศกรีม (อีกครั้ง) “เจ๊ เขาไปไหนอีกอ่ะ” ฉันงงถามผู้ร่วมคณะ เหมือนจะเพิ่งเห็นเธอซื้อไอศกรีมมา แหม่บๆ “กลับไปซื้อไอศกรีมให้น้องภูอีกก้อน” ฮา... เสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว ฉันตีรถมุ่งหน้ากลับตามเส้นทางขามา แวะซื้อมะนาวก่อน เข้าตัวเมืองเพชรบุรี เพื่อซื้อขนมหวานและข้าวแช่ เสียดายที่คราวนี้ไม่มีชมพู่และทุเรียน ท่ายาง ซึ่ง บก.ตุ๊ เปรยว่า อร่อยใช้ได้ เราได้ที่จอดหลังจากวนรอบตลาดไป 1 รอบ ปรากฏ ว่า คุณแอ๊วที่เคยเปรยตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่าอยากแวะซื้อขนมหวานกลับไม่อยากซื้อแล้ว คน ไม่ได้ตั้งเป้าซื้อ (ขนม) ที่เหลือจึงลงไปเดินเป็นพระยาน้อยชมตลาดแทน ปล่อยให้เธอเฝ้ารถ และน้องภูไป 2 ต่อ 2

16


บ่ายโมงกว่าๆ แล้วตอนที่เรามุ่งหน้าออกจากเมืองเพชร ขากลับแปลกตรงที่ยังไม่มีใครบ่น หิว แม้ฉันพยายามเอ่ยถามหลายครั้งหลายหน จนคนอื่นๆ คิดว่า ฉันคงจะหิวเป็นแน่ แวะ ส่งของฝากบ้าน บก.ตุ๊ ก่อนจะใช้เส้นทางด้านหลังบ้านเลาะไปออกถนนเลียบคลองชลประทาน มุ่งหน้าสู่เขื่อน(ดิน)แก่งกระจาน ได้เวลาที่สมควรจะหิวและหาอาหารกินได้แล้ว เมนูอาหารจึง เกิดขึ้นระหว่างทางร่วม 40 กิโลเมตรนั่นเอง โดยมีร้านเป้าหมายคือ บ้านน้าโก๊ะ เป้าหมายที่ไม่รู้จักปลายทาง มักจะรู้สึกว่าใช้ระยะทางและระยะเวลาเนิ่นนาน เสมอ บ้านน้าโก๊ะ ของเพื่อน บก.ตุ๊ ก็เช่นกัน หนทางดูไกลและแปลกไปจากเดิมที่ฉันเคยเดิน ทางมาแก่งกระจานกับน้องๆ แก๊งขมิ้นเมรีมากนัก ระหว่างทางฉันพบว่า มีถนนตัดแยกซ้าย แยกขวาออกไปไหนต่อไหนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน แล้วทำ�ไมถนนจะเปลี่ยน ไปไม่ได้ จนไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า ในที่สุด เราก็เข้าสู่อาณาเขตของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มองเห็นป้อมทางเข้าเขื่อน แก่งกระจานอยู่ข้างหน้า และเมื่อเลี้ยวซ้ายผ่านสะพานปูนแห่งนั้น มองเห็นแม่น้ำ�ที่เกิดจากการ ปล่อยน้ำ�จากเขื่อนแล้ว ฉันก็สะดุดภาพคุ้นตา คือ เชือกสลิงพาดผ่านกลางแม่น้ำ�สายเชี่ยว ผ่าน รีสอร์ทบ้านดินที่ครั้งหนึ่งเคยมาพัก ซอยข้างๆ กันเป็นซอยเข้าสู่ บ้านน้าโก๊ะ อ่า...นี่ฉันซ้ำ�และย้ำ�เส้นทางเดิมโดยไม่ตั้งใจเข้าให้แล้ว จากถนนที่ทิ่มหัวลงสู่ที่ราบด้านล่าง มองเห็นราวไม้ไผ่พาดชูชีพสีสันสดใส เห็นเพิงไม้ไผ่ เรียงรายริมน้ำ� เวลานั้นฉันเหมาเอาเองว่า ครั้งหนึ่งฉันเคยมาฝากท้องไว้ที่นี่ แต่เมื่อกลับไปค้น รูปจากแผ่นทริป(เกาะ)เต่า-(นาง)ยวน-(แก่งกระ)จาน ตั้งแต่กรกฎาคม 2549 เพิงไม้ไผ่ที่ฉัน เคยกินอาหารเช้ากับขมิ้นเมรีนั้น เป็นเพิงของ แก่งศิลป์รีสอร์ท...รีสอร์ทบ้านดินใกล้ๆ กันนั่นเอง ไม่น่าเชื่อว่า แค่ไม่กี่เมตร บ้านเพื่อนของ บก.ตุ๊ ที่ฉันเคยรบเร้า (ในฐานะคนเมืองเพชร) ให้เธอพาเข้ามารู้จักนั้น อยู่บนถนนเดียวกับที่ฉันเคยเดินทางมาแล้ว เพิงริมน้ำ�ที่เพื่อน บก.ตุ๊ จับจองไว้ให้เรานั้น อยู่เป็นเพิงสุดท้าย ขณะที่แต่ละคนตื่นตาตื่น ใจกับบรรยากาศรอบๆ ตัว ที่มีผู้คนนั่งกินอาหาร, เล่นน้ำ�, กระโดดน้ำ�, ไต่สลิง, ลอยตัวไปตาม กระแสน้ำ� อาหารที่เราโทรศัพท์มาสั่งไว้ล่วงหน้าก็ทยอยมา อาหารประมาณ 7 อย่าง แม่จิบยัง อุตส่าห์ซ้ำ�...ไก่ทอดน้ำ�ปลา ฮา เจ้าบ้านคงจะยุ่งวุ่นวายกับแขกที่มีปริมาณมากพอสมควร แต่ก็ ยังผละมาทักทายกับพวกเราได้ 17


“จะกินปลาทำ�ไมไม่โทร.มาสั่งล่วงหน้า” เธอต่อว่าหน้าตายิ้มแย้ม “อ้าว...ก็เพิ่งรู้ว่า จะมากินกันที่นี่” บก.ตุ๊ ตอบ เราพลาดการกินเมนูปลาแก่งกระจานก็เพราะคิดและตัดสินใจกันช้านี่เอง วันเสาร์อาทิตย์จึงไม่ควรประมาทนักท่องเที่ยวด้วยกันเป็นอันขาด ......................... หลังขับรถแวะชมเขื่อนแก่งกระจานจากภายในรถ เพราะฝนกำ�ลังลงเม็ดไม่หนา ไม่หนัก แต่ก็ทำ�ให้เปียก พอรำ�คาญได้ นอกจากอาสาสมัครผู้ไม่หวั่นต่อฝนนามว่า น้องเจี๊ยบ ที่โดด ลงไปเก็บรูปบรรยากาศเขื่อนในละอองฝน เราย้อนกลับไปใช้ทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้ง มุ่งหน้าเป้าหมายสุดท้ายของทริปคือ ร้านสกายคลิกอินเทอร์เน็ต ในตัวอำ�เภอเมืองราชบุรี “ฮัลโหล ข้าวใหม่เหรอ สินค้ากำ�ลังจะไปถึง เคลียร์ร้านด้วย” ฉันต่อสายแจ้งความเคลื่อนไหวของเราให้เจ้าบ้านพร้อมรับสถานการณ์ แม่จิบหัวเราะ กิ๊กกั๊กอยู่ข้างหลัง ขณะที่น้องภูเหมือนจะไม่รู้ความ(นัย) ถึงร้านแล้วโอภาปราศรัยกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนที่ใครจะได้เครื่องดื่มเย็นๆ น้องภู ก็จัดการหยิบมาม่าต้มยำ�ประเดิมเป็นคนแรก สมควรแก่เวลาสำ�หรับการกลับบ้านใครบ้านมัน แต่เหมือนน้องภูจะมีเครื่องบันทึกความทรงจำ�ในสมองตั้งแต่ครั้งก่อน ขณะที่ใครๆ เตรียมตัว ลุกเพื่อจะกลับกันแล้ว “แล้วแกงส้ม....” ฮา...น้องภูร้องจะกินข้าวเย็นตามเมนูที่เคยมาแวะครั้งก่อน “ไม่มีแกงส้มเหรอ”...ย้ำ�และซ้ำ�จนหยดสุดท้ายเลย

18


ค่าเสียหายระหว่างทริป 2 วัน 1 คืน (6 คน) บ้านพักสวัสดิการ ทอ.บ่อฝ้าย 1 คืน 2,000 บาท น้ำ�มันดีเซล เครื่องยนต์ 3000 ซีซี (ไป-กลับ 900 กิโลเมตร) ประมาณ 1,600 บาท อาหาร, ของหวาน, ของว่างและเครื่อง ดื่ม 4 มื้อใหญ่ เบ็ดเสร็จเฉลี่ย 1,250 บาทต่อคน

ที่พักอาคารสวัสดิการ ทอ. (บ่อฝ้าย) สำ�นักงานกรุงเทพ ฯ: กรมสวัสดิการทหารอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพฯ โทร. 0-2155-2910 (ภายใน ทอ. 3-2910) โทรสาร 0-2155-2859 (ภายใน ทอ. 3-2859) สำ�นักงานหัวหิน : ที่พักอาคารสวัสดิการ ทอ. (บ่อฝ้าย) อำ�เภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร. 0-3252-0362, 084-122-1442, 081-944-2857 โทรสาร 0-3252-2975 มีห้องพักให้เลือกหลายรูปแบบ หลายราคา เปิดให้ บริการทั้งข้าราชการและบุคคลทั่วไป

19


Goodtaste

กิน(ดูด)ดื่ม

เรื่อง/ภาพ by :กบบันจี้

(ชวนกิน) รายทาง ป บนทางหลวงหมายเลข 4

ที่มุ่งหน้า สู่จังหวัดภาคใต้ มีร้านอาหารมากมายให้เลือก หลายแห่งรสชาติอร่อย หลายแห่งบรรยากาศ ชายทะเลประทั บใจ สำ � หรั บ รายทางทริ ป ประจวบฯ-เพชรบุรี ของฉันครัง้ นี้ นับได้วา่ เป็น ทัวร์กินอย่างแท้จริง เพราะจุดหมายหลักคือ การกินนั่น กินนี่ มากกว่าเน้นแหล่งท่องเที่ยว

20

ดังนัน้ แล้ว ฉันจึงขอชวนไปกินร้านอาหาร ที่กินแล้วรู้สึกประทับใจจากทริปนี้ ประเดิ ม ร้ า นแรกที่ ร้ า นขนมปั ง ฝรั่งเศส ซอยหัวหิน 39 ไปจาก กทม. อยู่ ติดถนนเลยพระราชวังไกลกังวลไปเล็กน้อย บริการ ขนมปัง แซนด์วิช เค้ก เบเกอรี่ เครื่อง ดื่มเย็น-ร้อน หยุดทุกวันอังคาร พนั ก งานอั ธ ยาศั ย น่ า รั ก เดาว่ า เป็ น เจ้าของ เพราะรูปพรรณสัณฐานตรงกันกับที่ คุณภาณุ มณีวัฒนกุล เล่าว่า เคยคุยด้วย มี ประวัติความเป็นมาของร้านที่น่าสนใจ จนคิด


ประจวบฯ-เพชรบุรี

21

21


2222

ว่า เธอเป็นผู้หญิงนักต่อสู้ที่น่านับถือคนหนึ่ง ใครอยากรู้ ต้ อ งหาโอกาสไปแวะและลอง สอบถามเอง คณะเราไปแวะย้ำ�และซ้ำ� 2 ครั้ง ต่าง วันและเวลา แต่ก็ยังประทับใจกับความอร่อย ของขนมปังฝรั่งเศส (และเครื่องดื่ม) ไม่หาย ถัดร้านขนมปังฝรั่งเศสขึ้นไปเล็กน้อย มีร้านไอศกรีมสูตรอิตาลี ที่ไม่ค่อยเลี่ยน เท่าไหร่นัก มีกาแฟบริการด้วย ร้านตกแต่ง ง่ายๆ และใช้สโี ทนขาว ทำ�ให้ดอู บอุน่ และเป็น กันเอง มีเก้าอีใ้ ห้เลือกนัง่ หลายแบบ หลายมุม รวมถึงไอศกรีมมีหลายรสชาติให้เลือก


เสี ย ดายว่ า ซื้ อใส่ โ คนไม่ ไ ด้ นั่ ง กิ น ที่ ร้ า น ไม่ เ ช่ น นั้ น คงถื อโอกาสพู ด คุ ย กั บ พนั ก งานที่ อ ยู่ ป ระจำ � ร้ า น เพราะฉั น ค่ อ น ข้ า งงงว่ า ตกลงร้ า นนี้ ชื่ อ อะไร ระหว่ า ง Gelateria ที่แปะหราอยู่ประตูทางเข้า กับ Caff? Da Vinci อันทีจ่ ริง ครัวสวัสดิการ เขาหัวกะโหลก อำ�เภอปราณบุรี เป็น 1 ในร้านทีฉ่ นั คิดว่าควร จะแนะนำ� เพราะจากความประทับใจในครั้ง ก่อนที่พวกเราเคยพลัดหลงไปกินกัน แต่มื้อ ที่พวกเราไปกินล่าสุด ลงความเห็นกันว่า ไม่ อร่อย เดาว่า ทางร้านอาจจะเปลี่ยนแม่ครัว หรือวันนัน้ แม่ครัวประจำ�ไม่สบาย จนไม่อยาก จะแนะนำ�...แล้วมาบอกทำ�ไมเนี่ย

ร้านอาหารบ่อฝ้ายชายทะเล ตั้ง

อยู่ภายในบริเวณที่พักอาคารสวัสดิการ ทอ. (บ่อฝ้าย) อำ�เภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรขี นั ธ์ อาหารทะเลสดๆ อร่อยคุ้มราคา บรรยากาศ ติดทะเล พวกเราฝากท้องไว้ที่นี่ 2 ครั้ง แล้ว (นอกจากแม่จิบกับน้องภูที่ย้ำ�และซ้ำ� หลายหน)

23 23


ครั้งแรกนั้น มีเมนูอาหารอะไรบ้าง ฉัน บังเอิญไม่ได้จดจำ� รู้แต่ที่กินแล้วอร่อยจน ทำ�ให้ตดิ ใจ คือ ปูมา้ นึง่ ...ถูกต้องแล้ว ปูมา้ นึง่ ธรรมดาๆ นี่แหละ เมนูที่ร้านอาหารชายทะเล เกือบทุกแห่งต้องมี เพียงแต่ว่า ปูม้าที่นี่ แม้ เวลาที่เราจะไปกินครั้งแรกนั้นบ่ายคล้อยไป มากอยู่ แต่ยังรู้สึกได้ถึงความสดของปู รวม ถึงน้ำ�จิ้มซีฟู้ดที่เด็ดสะระตี่ รสชาติอร่อยและ ไม่เผ็ดจนเกินไป ครั้งนี้เป็นมื้อเช้าที่เรารองท้องกันมาพอ สมควรแล้ว กิน 4 คน แต่เต็มทีจ่ ริงๆ รวมกัน 24

แล้วน่าจะนับเป็นแค่ 2 ท้อง จึงสั่งอาหารแค่ 3 เมนูที่เกือบจะพื้นๆ อีกนั่นแหละ ประกอบ ไปด้วย ไข่เจียวปู, ต้มยำ�ทะเล และส้มตำ�ไทย พริกเม็ดเดียว...ของเด็ก ฮา ข้าวเปล่าอีก 2 จาน ก็ยงั กินกันไม่หมด แต่รสชาติของอาหาร ยังคงเส้นคงวา จนอยากชวนมาชิม อยากรู้ หน้าตาอาหารเมนูอื่นๆ หรือที่ตั้ง คลิกเข้าไป ชมได้ที่ http://www.boefaisaithale. com/index2.php ร้านสุดท้ายของทริป ย้ำ�ๆ ซ้ำ�ๆ ถ้าไม่มีเวลาหรือไม่ตั้งใจหาโอกาสเข้าไปจริงๆ


แล้ว คงยากทีจ่ ะได้ไปชิมกัน แต่ถา้ ใครทีต่ งั้ ใจ ไปเที่ยว “แก่งกระจาน” อยากแนะนำ�ว่า ไม่ ควรพลาด “บ้านน้าโก๊ะริมน้ำ�” ไม่ใช่ชวนให้ไปเพราะเป็นบ้านเพือ่ นของ เพื่อน แต่เพราะเมื่อดั้นด้นเข้าไปแล้ว รู้สึก ถูกใจกับบรรยากาศของร้านอาหารที่ทำ�เป็น เพิงไม้ไผ่และบ้านพักริมต้นแม่น�้ำ เพชร ซึง่ อยู่ ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัด เพชรบุรี อาหารซึ่งพวกเราโทรศัพท์สั่งก่อน เดินทางไปถึงนั้น มีไม่ต่ำ�กว่า 7 อย่าง ซึ่ง เน้นเมนูส้มตำ�เป็นหลัก แฮ่ม...จะพลาดไปได้ อย่างไร มาทะเล มาภูเขา มาเขื่อน เช่นนี้ อาหารถูกลำ�เลียงมาตามลำ�ดับ เมือ่ พวก เราเข้าประจำ�ที่ คอหมูยา่ ง, ไก่ทอดน้�ำ ปลา, ไก่ ย่าง, ต้มแซ่บกระดูกหมู, ตับหวาน, ส้มตำ�ไทย

(ของเด็ก), ส้มตำ�ปูปลาร้า และมีลาบอะไรสัก อย่างอีก 1 จาน ไม่รวมข้าวเหนียวอีกกี่ถุง... ไม่ได้นบั นอกจากนัน้ แม่จบิ ยังไม่วายซ้�ำ ด้วย ไก่ทอดน้ำ�ปลาอีกจาน หลังจากอิ่มหนำ�สำ�ราญ เราเดินสำ�รวจ บ้านพัก 1 หลัง มี 2 ห้อง นอนได้ห้อง ละ 4 คน (รวม 8 คน / 1 หลัง) มี แอร์-น้ำ�อุ่น-ทีวี ราคาหลังละ 2,000 บาท (ห้องละ 1,000 บาท) ขอกุญแจมาเปิดห้อง ดู แม้เจ้าของจะออกตัวว่า ยังไม่ได้ทำ�ความ สะอาด แต่ก็ไม่เห็นจะสกปรกเลย นอกจาก ที่พักยังมีกิจกรรมให้เลือกใช้บริการ - ล่องแก่ง+เล่นน้ำ� - นัง่ เรือยนต์ชมรอบเขือ่ น แวะไหว้พระ ที่เกาะโสม - เดิ น ป่ า ศึ ก ษาธรรมชาติ บ้ า นกร่ า ง +ชมนก+ชมทะเลหมอกพะเนินทุ่ง

25


หมายเหตุ* โปรแกรมนำ�เที่ยวขึ้นอยู่ กับระยะเวลาของนักท่องเที่ยว มีโปรแกรม 2 วัน 1 คืน และ 2 คืน 3 วัน แนะนำ�โปรแกรมสำ�หรับคนรักธรรมชาติ (2 วัน 1 คืน) นอนที่หน่วยโป่งลึก เดินชม ป่า ศึกษาวิถชี วี ติ ชาวกระหร่าง แวะชมโรงเรียน กลางป่าและหมู่บ้านกระหร่าง ล่องแพไม้ไผ่ ระยะสั้น 3 ก.ม. (นอนเตนท์ + ไม่มีไฟฟ้า + มีห้องน้ำ�) การเดินทางไปบ้านน้าโก๊ะ ที่ได้ข้อมูล มาจาก บก.ตุ๊ เจ้าของพื้นที่ ไม่ได้ไปลำ�บาก 26

ยากเย็น ถ้าไปจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนน เพชรเกษมตรงไปเพชรบุรี ก่อนถึงตัวเมือง (เลยแม็คโครประมาณ 500 เมตร) เลี้ยวซ้าย กลับรถขึน้ สะพานวิง่ ขนานกับคลองชลประทาน ผ่าน ร.พ.บ้านลาด ตรงไปเส้นทางจะบังคับ เลีย้ วขวาตามป้ายอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เลยสถานีตำ�รวจและอำ�เภอแก่งกระจานไป ราว 1 ก.ม. ให้เลีย้ วซ้ายข้ามสะพานข้ามแม่น�้ำ แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอย 30 เมตร จะเจอป้าย “บ้านน้าโก๊ะริมน้ำ�” มาจากทางใต้ ก่อนถึงสะพานแยกเข้า ตัวเมืองเพชร ให้เข้าทางอำ�เภอท่ายางเลี้ยว


ซ้ายตรงสามแยกวิง่ ตรงไปกับคลองชลประทาน ผ่านโรงเรียนท่ายางวิทยา เขื่อนเพชรเลี้ยวขวา ตามถนนสายหลักตรงไปอุทยานแห่งชาติแก่ง กระจาน แ ต่ ถ้ า ไ ม่ แ น่ ใ จ ก ลั ว ห ล ง ท า ง อยากสั่ ง อาหารล่ ว งหน้ า ติ ด ต่ อ ได้ ที่ บ้านน้าโก๊ะ โทร. 032-459-156 หรือ คุณแม้ว โทร. 081-857-8157

27


Pic & Post by : เม็ดทราย.

การ์ดเขียนคำ� ภาพเล่าเรื่อง

สองทาง

มีทางสองสายให้เธอเลือก เหมือนที่ฉันเคยต้องเลือก วันนั้นฉันได้เลือกแล้ว วันนี้เธอก็ได้เลือกแล้ว เราต่างคนต่างเลือกได้แล้ว (เพียง)แต่ไม่ใช่ทางสายเดียวกัน

28 28


Pic & Post

การ์ดเขียนคำ� ภาพเล่าเรื่อง by : ม.จิตฏาร์

หั ว ใ จ บ น เ รื อ ใ บ ไ ม้ “อะไรทีค่ นื กลับมาไม่ได้เมือ่ เราอยากได้คนื มา...เป็นเรื่องน่าเศร้าเสมอ” สายน้ำ�ไหลหลาก... เธอคิดวางหัวใจบนเรือใบไม้ให้ลอยละล่อง สุดแต่วิถีทางแห่งสายน้ำ�จะชักพาไป หากวันหนึ่งรู้สึกอยากได้ใจดวงนั้นคืนมา ดวงใจของเธอจึงซับซับเรือ่ งราวไว้มากมาย เธอจะตามหามันได้จากที่ไหน? เกินกว่าจะลืมเลือน... สายน้ำ�สายใด? สายน้ำ�ไหลไปแล้วไม่เคยหวนกลับ วันเวลาก็เช่นกัน... หรือแม้เธออาจโชคดีบังเอิญได้พบเจอใจ ดวงนั้น และแม้ต้องใช้ความพยายามเพียงไหนจึง ได้คืนมา แต่เธอรู้ไหม....

หากวันนี้...เธอมีโอกาสที่จะได้ใจดวงนั้น คืนกลับมาอีกครั้ง และอีกครัง้ ...ทีอ่ ยากวางมันบนเรือใบไม้อกี ใบให้ลอยละล่อง

ไถ่ถามตัวเองก่อนดีไหม ? หากครั้งนี้เธอไม่โชคดีเหมือนครั้งก่อนจะ ทนได้ไหม ? เพราะอะไรทีค่ นื กลับมาไม่ได้เมือ่ เราอยาก ดวงใจพิสุทธิ์นั้นจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ระยะทางเนิ่นนานบนเรือใบไม้และสายน้ำ� ได้คืนมา เป็นเรื่องน่าเศร้าเสมอ... ที่ไหลหลาก 29 29


Lover

เรื่องรัก(ร้าง) by นกเล็ก(ของแม่)

“ถ้าลูกเหงา...” สัมผัสอ่อนโยนจากปลายนิ้ว.. สู่ปลายผม ส่งผ่านความรักจากหัวใจดวงหนึ่ง ถึงหัวใจอีกหนึ่งดวง ซึ่งเคยเต้นอยู่ในร่างกายเดียวกัน ยังคงเป็นเรื่องมหัศจรรย์สำ�หรับฉัน.. ยามที่ได้รู้ว่าในตัวเรามีอีกหนึ่งชีวิตถือกำ�เนิดขึ้นมา และทุกครั้งเมื่อนึกถึงความรู้สึกนี้.. ฉันรู้สึกได้เสมอ ถึงรักที่มากมายของแม่ . . . . . ในคืนที่เสียงพลุดังสนั่น ทำ�ให้ท้องฟ้าไม่เงียบเหงา และดวงดาวอาจมีคู่ แข่งคืนนั้น ฉันได้จับมือกับคนที่ฉันรักที่สุด เพื่อข้ามปีไปพร้อมๆ กัน

30


ฉัน และ แม่.. เรานั่งร้องคาราโอเกะกันในบ้านแสนรัก โยกตัวไปมาตาม จังหวะเพลง “สุขใดหรือที่เคยสุข.. ในโลกนี้.. มิมีเทียบเทียม” แล้วเราก็ร้องเพลงนั้นด้วยกันอีกครั้ง.. เพลง ‘แม่’ ของวงโลโซ มันเป็น เพลงที่มีเรื่องราวสำ�หรับฉันและแม่อยู่มากทีเดียว เพราะฉันเคยร้องเพลงนี้อัด ใส่ตลับเทปเพือ่ ส่งให้แม่ฟงั เมือ่ หลายปีมาแล้ว และปีนนั้ ก็เป็นปีทแี่ ม่ตอ้ งร้องไห้ ในวันแม่.. หลังจากที่ได้ฟังเทปนั้น 31


มาวันนี้.. เป็นแม่เองที่อยากร้องเพลงนี้ให้ฉันฟังบ้าง และก็เป็นฉันเองที่ ต้องน้ำ�ตาคลอกับเสียงนั้น.. เสียงเดียวกันกับเสียงที่เคยกล่อมฉันให้นอนหลับ สบาย แม่คงเห็นท่าทางของฉันจึงเข้ามากอด แล้วโยกตัวฉันไปมาเหมือนตอนฉันเป็นเด็กอีกครัง้ มือลูบผมเบาๆ แล้วบอกว่า.. “เหงาหรือลูก.. ถ้าลูกเหงา ให้คิดถึงแม่นะ แม่จะเป็นเพื่อนลูกเสมอ”

แล้วฝนที่ตั้งเค้าเมื่อครู่.. ก็เริ่มตกลง . . . . . .

ในวัยเด็ก.. ใครที่เคยถูกแม่จับหวีผม และทำ�ผมทรงโน้นทรงนี้ให้ หาก จำ�ได้.. คงจะรู้ว่ามันเป็นความสุขใจอย่างมากมายทีเดียว เพียงแต่ฉันในยาม นั้นเป็นเด็กผู้หญิงผมน้อย มีผมสั้นๆ ชี้ๆ เหมือนขนบนหัวลูกช้าง จึงทำ�ให้ ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับสัมผัสแบบนั้น จวบจนโตมา.. โลกทีเ่ หวีย่ งเราแม่ลกู ให้หา่ งไกลกัน จนทำ�ให้ฉนั ลืม.. ว่า ตัวเองเคยโหยหาสัมผัสแบบนั้นแค่ไหน แต่ในคืนพิเศษนั้น.. แม่หวีผมให้ฉัน

32


สัมผัสรักจากแม่.. ผ่านเส้นผม.. วิ่งตรงสู่หัวใจฉัน แม่บอกว่าผมฉันยาวมากแล้ว และก็แข็งมากด้วย แต่ถึงกระนั้นแม่ ก็ยังถักผมแข็งๆ นี้เป็นเปียอย่างเบามือ แม้มองไม่เห็นข้างหลัง.. แต่ฉนั ก็รไู้ ด้ทนั ทีวา่ มันเป็นผมเปียทีส่ วยทีส่ ดุ ในชีวิตฉันเลยทีเดียว สักวันหนึ่ง.. หากมีหัวใจอีกดวงเต้นอยู่ในร่างของฉัน ฉันคงรักเขามาก เพราะเขาเป็นเหมือนโลกทั้งใบ ไม่ว่าฝัน หรือจริง และถ้าหากเขาโตขึ้น และเป็นเด็กผู้หญิง ฉันจะหวีผม และผูกผมให้เขา ให้เขาได้รับสัมผัสที่แสนดีนี้.. เหมือนอย่างที่ฉันได้รับ เพื่อให้เขารู้ว่าในโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้.. “ไม่ว่าลูกจะไม่มีค่าในสายตาใคร แต่ลูกคือดวงใจของแม่เสมอ” ................

รักแม่ที่สุดในโลกเลย

33


Korea Story III :

34


ไม่ลาลับ

Jumper Out

เที่ยวนอก(ประเทศ) เรื่อง/ภาพ by :i_lllive

22 มิ.ย. 52 : เจาะเวลา หาอดีต (ชาติ)

จนวันสุดท้ายในแดนกิมจิ ก็ยังไม่ได้ เห็นแดด มีเวลาว่างอีกวันเต็มๆ ก่อนกลับบ้าน check-out แล้วแยกย้ายทางใครทางมัน เจ่ เจ๊และน้องๆ ขอไปช้อปล้างแค้นก่อนขึน้ เครือ่ ง ส่วนฉันใช้ subway ไปสถานี Ichon exit 2 เดินไปอีกเพียง 300 เมตร เพราะมีนดั พบ กับอาคารหินอ่อนทรงสี่เหลี่ยมหลังใหญ่ ที่ มองลอดใต้ถนุ ไปจะเห็น N Seoul Tower โดดเด่น ที่น่ีคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ของเกาหลีนน่ั เอง (National Museum of Korea)

35 35


สามารถขอรับบัตรเข้าชมได้ฟรี ยกเว้นนิทรรศการพิเศษ ซึง่ ช่วงวันที่ 28 เมษายน ถึง 30 สิงหาคม เป็นช่วงของ Egypt The Great Civilization เสียค่าเข้าชมต่างหากอีก 10,000 วอน ดูจากโบรชัวร์ทใ่ี ห้มา มีโบราณวัตถุทส่ี �ำ คัญๆ และน่าสนใจจำ�นวน มากกว่า 200 ชิน้ ทีไ่ ด้รบั ความร่วมมือจากรัฐบาลอียปิ ต์น�ำ มาจัด แสดง รวมทัง้ มัมมีข่ องเจ้าหญิง Neskhonsu แห่ง Thebes ผูโ้ ด่งดัง ฉันเดินตามกลุ่มเด็กๆ แก้มแดง เข้าไปใน Hall มืดๆ เสียงเจี๊ยวจ๊าวสงบลงพร้อมกับบรรยากาศที่เย็นเยือกลอยปะทะ ผิวหน้า ทุกคนคงรูส้ กึ เหมือนกำ�ลังเดินผ่านอุโมงค์กาลเวลา ย้อน กลับไปสูค่ วามรุง่ โรจน์ของราชวงศ์ไอยคุปต์ ราวๆ 3,000 ปีกอ่ น คริสตกาล ทีน่ ใ่ี ช้ระบบ 3D พร้อมกับแจกชุดหูฟงั บรรยายภาษา เกาหลี ซึ่งฉันก็เนียนเข้าไปรับแจกตามเคย พื้นที่นิทรรศการ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นโบราณวัตถุทเ่ี กีย่ วข้องกับความ เชือ่ เรือ่ งชีวติ หลังความตาย และยมโลกของชาวอียปิ ต์ จัดแสดง รูปเทพเจ้า และรูปเคารพต่างๆ เช่น เทพ Ibis, Sekhmet, Osiris ส่วนที่ 2 จัดแสดงเรือ่ งราวของฟาโรห์ รูปสลัก Horemheb และ สฟิง๊ ซ์ ส่วนที่ 3 จัดแสดงวิถชี วี ติ และข้าวของเครือ่ งใช้ประจำ�วันที่ ขุดค้นพบในสุสานโบราณ ส่วนสุดท้าย ว่าด้วยไฮไลท์ของนิทรรศการนี้ คือ วิถสี คู่ วาม เป็นอมตะ ชีวิตหลังความตาย และขั้นตอนการทำ�มัมมี่ และ จัดแสดงมัมมีจ่ ริงๆ ให้ชมอย่างใกล้ชดิ ทีเดียว เห็นเด็กๆ ตืน่ ตาตืน่ ใจกันมาก (ถ้าเป็นเด็กบ้านเรา คงร้องไห้กนั กระจองอแง) นอกจากนี้ ในส่วนของโรงละครก็มกี ารจัดแสดง Cleopatra The Musical 36


การแสดงดนตรี Jazz, รวมทัง้ ฉายหนังอียปิ ต์ ซึง่ ฉันก็กนิ แห้วตามระเบียบ เพราะไปไม่ตรงกับ วันทีแ่ สดงเลย เพือ่ ให้คมุ้ ค่าบัตร ฉันก็เลยขอ เดินวนไปอีก 3 รอบ

37 37


ตัวพิพธิ ภัณฑ์ แบ่งเป็น 3 ชัน้ ควร เข้าชมตามลำ�ดับตัง้ แต่ชน้ั ที่ 1 โดยแบ่งออก เป็นห้องต่างๆ ตามยุคสมัยของราชวงศ์ เกาหลี เฉพาะชัน้ นีก้ ็ 20 section เข้าไป แล้ว ส่วนชัน้ ที่ 2 มี 14 section รวบรวม ผลงานภาพเขียนและโบราณวัตถุท่สี ำ�คัญ ซึ่งยังมีสภาพสมบูรณ์มาก นอกจากนี้ยัง มีส่วนของ Donation Gallery ที่ผ้มู ี จิตศรัทธาบริจาคผลงานให้แก่พิพิธภัณฑ์ นำ�มาจัดแสดง ซึง่ ใน 1 เดือน จะมีการจัด ใหม่หมุนเวียนไป เดือนละไม่ต�ำ่ กว่า 3 ครัง้ เมือ่ ขึน้ ไปชัน้ ที่ 3 ซึง่ เป็นส่วนของ Asian Arts Gallery บอกเล่าเรือ่ งราวการเดิน ทางของวัฒนธรรมแห่งเอเชียไปสูต่ ะวันตก ผ่านเส้นทางสายไหม ซึง่ รวบรวมผลงานที่ แสดงการผสมผสานทางวัฒนธรรมมากกว่า 970 ชิน้ หมดไปเกือบครึง่ วัน ยังรูส้ กึ เหมือน ดู ไ ม่ ท่ัว อยู่ดี และฉั น ก็ ยัง ติ ด ค้ า งคาใจ เพราะทริปนีไ้ ม่ได้ขน้ึ ไปชมวิวบน NSeoul Tower กับกำ�แพงกุญแจ พิพิธภัณฑ์ Teddy Bear ด้วย แต่ชวี ติ วันนีไ้ ม่อาจ มี Plan B ได้อกี แล้ว ตามโปรแกรมของ เจ่ เ จ๊ ยั ง มี ภ ารกิ จ เรี ย นทำ � กิ ม จิ กั บ พระราชวังเคียงบ็อกรอท่าอยู่ 38

เป็นความใฝ่ฝนั ของเจ่เจ๊ ทีจ่ ะมีรปู ตัว เองในชุดฮันบก (ทัง้ ทีห่ ลายคนทักท้วงแล้ว ว่าชุดมันไม่เหมาะกับคนอวบๆ !!) อนิจจา โรงแรมที่เราพักไม่มีชุดฮันบกไว้บริการ กงเซียร์จแนะนำ�ให้ไปโรงเรียนสอนทำ�กิมจิ เพราะทัวร์คนไทยไปลงกันเยอะและทีน่ น่ั มี ชุดฮันบกพร้อมฉาก และพร็อพถ่ายรูปไว้ บริการครบครัน ราวกับเวดดิง้ สตูดโิ อก็ ไม่ปาน


ครูสอนทำ�กิมจิ ร่างอวบอั๋นน่ารัก เหมือน น้องนิค เดอะ สตาร์ ทีพ่ ดู ภาษา อังกฤษคล่องแคล่ว นักเรียนจะได้รบั แจก ผักกาดขาวคนละหัว (เป็นผักทีผ่ า่ นการล้าง น้�ำ เกลือจนเป็นชิน้ ส่วนเหีย่ วๆ เหมือนผัก กาดดองบ้านเรา) จากนัน้ เอาพริกแกงอัน เป็นเครื่องปรุงที่เกิดจากการฆาตกรรมหมู่ พริกแดง ขิง และเกลือ ทำ�การ spread ไปทีละชัน้ ๆ ของใบผักกาดจนทัว่ ทุกกาบ ก็ เป็นอันเสร็จพิธี ห่อกลับเมืองไทยได้เลย จากนั้น เจ้าหน้าที่จะต้อนเราเข้าไป ในห้องแต่งตัวกว้างๆ มีพนักงานสาวสวย เป็นผู้ช่วยเลือกและใส่ชุดฮันบกไซส์ต่างๆ ให้กบั เรา การใส่ฮนั บกง่ายยิง่ กว่าสวมเสือ้ คลุมอาบน้�ำ เสียอีก แล้วก็แยกย้ายไปถ่ายรูป จนเป็นทีพ่ อใจ ซึง่ เราทุกคนก็พอใจกันมาก (ทุกคน เปลีย่ นชุดไปคนละ 7-8 รอบ)

พระราชวั ง เคี ย งบ็ อ ก หรื อ เคี ย ง บ็อกกุง (กุง แปลว่า พระราชวัง) เป็น พระราชวังทีเ่ ก่าแก่และสำ�คัญทีส่ ดุ แห่งหนึง่ ของราชวงศ์โชซอน (ค่าเข้าชม 3,000 วอน) สร้างขึน้ ในปี ค.ศ.1394 ในบริเวณเดียวกัน มีพิพิธภัณฑ์พ้นื บ้าน (National Folk Museum) ซึ่งเราจะได้เข้าชมไปพร้อมๆ กันเพือ่ ซึมซับประวัตศิ าสตร์ วิถชี วี ติ และ วัฒนธรรมเกาหลีอย่างเต็มที่ (การเข้าชมไม่ จำ�เป็นต้องมีไกด์น�ำ เหมือนชางด็อกกุง หรือ จะเดินตามกรุป๊ คนไทยก็ได้) น่าสังเกตว่าที่ นี่ ไม่คอ่ ยมีตน้ ไม้เท่าไหร่ แต่พระตำ�หนักที่ ประทับตลอดจนสถาปัตยกรรมต่างๆ ล้วน ยิ่งใหญ่ อลังการกว่าชางด็อกกุงมากนัก และมีฮวงจุย้ ทีเ่ พอร์เฟ็คท์สดุ ๆ ด้านหลังของ พระราชวังคือหุบเขามังกรซึง่ อยูใ่ นพืน้ ทีข่ อง อุทยานแห่งชาติพกู นั ซาน แถมทีน่ ก่ี ไ็ ม่ยอม น้อยหน้าบั๊คกิ้งแฮม แอบมีพาเหรดผลัด 39


เปลีย่ นราชองครักษ์กบั เขาด้วย (แทบทุกคน ด้วยน้�ำ เสียงโกรธขึง้ คุน้ ๆ ว่าเคยอ่านเจอ ต้องติดหนวดปลอม เพือ่ ความบิลลีเ่ ข้ม) ข่าวประตูนมั แดมุนอันเป็นสมบัตปิ ระจำ�ชาติ อันดับต้นๆ ของเกาหลีแห่งนี้ ถูกลอบวาง เพลิงจนเสียหายอย่างหนักเมือ่ ปีทแ่ี ล้ว และ ชาวเกาหลีเสียอกเสียใจอย่างยิง่ หลายคน ร่�ำ ไห้ให้กบั ประตูไม้โบราณ ซึง่ ตอนนีเ้ หลือ เพียงซากอันไหม้เกรียม ว่ากันว่ามือวาง เพลิงซึง่ ยังจับตัวไม่ได้ เป็นพลเมืองผูเ้ สียผล ประโยชน์จากการเวนคืนทีด่ นิ ก็เลยแก้เผ็ด ออกจากพระราชวัง เราโบก รัฐบาลด้วยการเผาประตูเมืองเสียเลย ฟัง แท็กซี่ให้พาไปหาร้านซัมเกทัง หรือไก่ต๋นุ แล้วก็หดหูน่ กึ ถึง คนทุบพระพรหมเอราวัณ โสม อาหารขึน้ ชือ่ ของเกาหลี ซึง่ จะเสิรฟ์ มา จนพังทัง้ องค์ยงั ไงก็ไม่ร ู้ ในหม้อร้อนทีล่ ะ 1 ตัวถ้วนๆ (ในตัวไก่จะ ยัดไส้ขา้ วเมล็ดป้อมๆ, พุทราจีน, โสมเกาหลี และเครือ่ งเทศ) กินกับ เส้นอุดง้ และกิม จิ แต่ใครใคร่เหยาะเหล้าโสมลงไปเพือ่ เพิม่ ดีกรีก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด สาวไทยใจ เกินร้อยอย่างเจ่เจ๊ ปกติไม่กนิ เหล้า ยังต้อง ขอ 2 นัยว่าคิดถึงจิม้ จุม่ อย่างแรง (มือ้ นีไ้ ม่มี ใครถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานเพราะหิวกันหน้า มืด กว่าจะรูต้ วั ในหม้อก็เหลือแต่โครงไก่) ออกจากร้านซัมเกทัง เราไปช้อปปิ้ง ส่งท้ายละลายเงินวอนทีต่ ลาดนัมแดมุนเพือ่ ซือ้ ของฝากกลับบ้าน พีแ่ ท็กซีช่ ช้ี วนให้เราดู ซากประตูนมั แดมุน ซึง่ อยูร่ ะหว่างการบูรณะ 40


18.04 น. : สนามบิน Inchoen ท้องฟ้าสีครามด้านนอก ช่วยยืนยัน ความเชือ่ ทีว่ า่ อากาศในวันทีเ่ ราจะกลับมัก ดีกว่าวันทีเ่ รายังอยูเ่ สมอๆ เจ่เจ๊ถงึ กับบ่นอุบ ด้วยความเซ็งพร้อมทำ�ท่าจะบิว๊ ท์นอ้ งๆ ให้ อยูเ่ ทีย่ วต่อเพราะตัวเองยังช้อปไม่หมดแม็ก ถ่ายรูปดวงตะวันกลมโตทีส่ ง่ ยิม้ บ๊ายบายอยู่ ไกลๆ จากข้างหน้าต่าง เผลอยิม้ ตอบไป เหมือนกัน แต่ไม่กล้าโบกมือลาเดีย๋ วถูกจับ โยนออกจากเครือ่ ง ฉันหมุนเม็ดมะยม ปรับเวลาให้ชา้ ลง 2 ชัว่ โมง ยังอีกไกลกว่าจะถึงสุวรรณภูมิ

และยังอีกนานกว่าแอร์จะเสิฟข้าวเย็น ก่อน จะสิน้ สุดบันทึกการเดินทางครัง้ นี้ พร้อมๆ กับความฝันที่ใกล้ความจริงเข้าไปอีกนิด ก่อนที่เราจะได้ย้อนกลับมาคิดถึงความ สนุกสนานของทริปนี้เพียงการมองผ่าน ภาพถ่าย ก่อนจะพบว่าชีวิตได้สะสมไมล์ เพิม่ มาอีกหน่อย และฉันได้มเี รือ่ งราวของ ตัวเองเพิม่ ขึน้ อีกเรือ่ งหนึง่ แล้ว

ลาก่อน Korea

41


Notebooks

เรื่องเล่าและบันทึก by : รติ จุลกะเศียน

เรื่องกิน เรื่องหญ่ายยยย เมนูกิน :

42

เรื่ อ ง มั น เริ่ ม จาก “โอวั ล ติ น ภูเขาไฟ” แท้ๆ เมื่อวันหนึ่ง น.ส.กบ(นามสมมุติ) ไปจอดรถรอพี่สาวคนโตทำ�ธุรกรรมที่ หน้าแบงก์กับพ่อพร้อมน้องชาย รอไป รอมา...ใกล้เที่ยงเข้าไปทุกที พี่สาวก็ยัง ไร้วี่แววจะมา น้องชายไม่พูดพล่ามทำ� เพลง ผลุบออกไปจากรถ กลับมาพร้อม ด้วยขนมโตเกียว “กินรองท้อง” แบ่งขนมโตเกียวกินรองท้องกัน พ่อกับลูก พี่กับน้อง ขนมหมด...หิวน้ำ� สิคับ “ไม่มีน้ำ�กินเหรอ” น.ส.กบ หันไป ถามน้องชาย ทั้งๆ ที่เห็นอยู่แล้วว่าเขา ไม่ได้ซื้อน้ำ�กลับมาด้วย

“ก็ว่าจะเดินไปซื้อ แต่มันไกลกัน กลัวกลับมาไม่ทัน” พูดจบเขาก็ผลุบ หายไปจากรถอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หายไป นานมาก จนพีส่ าวกลับมาทีร่ ถแล้ว เรา จึงโทรศัพท์ไปตาม “โทร.มาทำ�ไม๊...ไม่มีมือรับเนี่ย” เขาถื อ กาแฟเย็ น มา 1 แก้ ว โอเลี้ยงของ น.ส.กบอีก 1 แก้ว “รู้จักโอวัลตินภูเขาไฟไหม” เราทำ�หน้างง “อื ม ม มี ค นสั่ ง เราก็ ยื น รอดู เขาก็ชงแบบโอวัลตินนี่ล่ะ แล้วก็ใช้ ผงโอวัลตินโรยหน้า” “แค่นั้นอ่ะ” “อืมม...แค่นั้นแหละ” แล้วมันภูเขาไฟยังไง(ฟ่ะ)


เรื่องมันเริ่มมาจากโอวัลตินภูเขาไฟ...... ระหว่างทางที่เราขับรถพาพ่อไปกิน ข้าวและกลับบ้านวันนัน้ เพราะโอวัลตินภู เขาไฟแค่นนั้ แหละ เราจึงได้รำ�ลึกอดีตกัน ระหว่างพี่ๆ น้องๆ “นึกถึงสมัยก่อนเนาะ ที่เอาโอวัล ตินมาผสมนมกินกันอ่ะ” น.ส.กบ เปิด ประเด็น “อืมม ใช่ แม่บน่ ใหญ่เลยว่าเปลือง” พี่สาวว่า “ แ ต่ ก็ ยั ง ป ร ะ ห ยั ด ก ว่ า ซื้ อ ชอคโกแลตมากินล่ะ” น้องชายว่าบ้าง เราได้หวั เราะกันเฮฮา เมือ่ นึกถึงวัย เด็ก “แล้วเคยกินขนมปังปิง้ ไหม” พีส่ าว เปิดประเด็นบ้าง “ขนมปังปิ้งอะไรอ่ะเจ๊” “พีช่ ายเราไง ปิง้ ขนมปังด้วยเตารีด” ฮา..... “แล้วก็มีเมนูไข่ทรงเครื่อง” พี่สาว เล่าไปขำ�ไป

“ทำ�ไง ไข่ทรงเครื่อง” “พีช่ ายเราทำ� ใช้เครือ่ งปรุงทุกอย่าง ที่แม่วางไว้ข้างเตาในครัวนั่นแหละปรุง แล้วเขาก็เรียกว่า ไข่ทรงเครื่อง” “อันนี้ พี่แกะก็เคยทำ�นะ ตอนนั้น เหลือไข่อยู่ใบเดียวมั้ง พี่แกะเลยทำ�ไข่ ทรงเครื่องแบ่งกันกิน แต่ไม่เห็นเหมือน ของพี่ชายเลย”

ไก่ครึ่งตัว : มือ้ กลางวันมือ้ หนึง่ ทีล่ กู ๆ หอบหิว้ พ่อไปกินส้มตำ�-ไก่ย่าง ที่ ร้านพระราม 9 ไก่ย่าง ด้วยความหิวไม่เข้าใครออก ใคร พ่อ 1 ลูก 3 สั่งอาหารมาเกือบเต็ม โต๊ะ(ขนาดใหญ่) น.ส.กบ (นามสมมุต)ิ มองจานไก่ที่ วางอยูใ่ กล้ๆ ตัว แล้วมองพ่อ ซึง่ เอือ้ มมือ มาหยิบขาไก่ไป 1 น่องใหญ่ ด้วยความ ทีไ่ ม่รวู้ า่ ขนาดของไก่บา้ นย่างร้านนัน้ แตก ต่างกับไก่ยา่ งร้านทัว่ ๆ ไปอย่างไร จึงรูส้ กึ งงกับขนาดของไก่ในจาน 43 43


“เจ๊ สั่งไก่เต็มตัวเหรอ” “อืมม ครึ่งตัว” เจ๊กินไปตอบไป ขณะนั้นน้องชายที่นั่งฟังตรงข้าม แหง่ะ หน้าขึ้นมาฟังไปด้วย น.ส.กบ มองจาน ไก่อีกครั้ง “อ่า ครึ่งตัว แล้วทำ�ไมมี 2 ขาอ่ะ” น.ส.กบ สงสัย “อ้าว ไก่ตัวหนึ่งมี 2 ขาก็ถูกแล้ว ไง” เจ๊ตอบกลับมาทันที “ก็ไหนเจ๊ว่าสั่งไก่แค่ครึ่งตัวไง” “เต็มตัว” น.ส.กบ กับ น้องชาย มองหน้า กัน ฮา.... “เมือ่ กี๊ เจ๊วา่ ครึง่ ตัวไง ก็เลยสงสัย ทำ�ไมมันมีตั้ง 2 ขา แถมมี 2 ตูดอีก” “เฮ้ย ไก่ 1 ตัวมีตูดเดียว” น้อง ชายท้วงเสียงลั่นร้าน “อ้าว...เหรอ เออๆๆ ก็มันผ่าซีก มาอย่างละครึ่ง ก็นึกว่ามี 2 ตูดเดะ”

44 44

กุ้งครึ่งตัว : วันหนึง่ พีช่ าย น.ส.กบ(นามสมมุต)ิ ส่งสัญญาณมาว่า จะพาพ่อไปกินกุ้งเผาที่ อยุธยา วันรุง่ ขึน้ ระหว่างมือ้ อาหาร น.ส.กบ จึงถามพ่อขึ้น “พ่อ เป็นไง กินกุ้งอร่อยไหม” “ได้กินไปครึ่งตัวเอง” พ่อบอก “อ่าว ทำ�ไมอ่ะ” “กินไม่ทันเขา” ฟังดูแล้วน่าสงสาร มักมาก น.ส.กบ จึงจัดแจงต่อสายหาพี่ชาย “พ่อบอกว่า พี่พาไปกินกุ้งอ่ะ พ่อได้ กินแค่ครึ่งตัวเอง” “ฮา กินครึง่ ตัว แต่พอ่ กินมันกุง้ เพียบ เลยนะ” พี่ชายตอบกลับแบบขำ�ๆ “เหรอ กินมันกุ้งเยอะเลยเหรอ ฮา แต่เขาบอกว่า เขาได้กินแค่ครึ่งตัว กิน ไม่ทัน” “อ่าว เหรอ กินไม่ทัน แล้วไง ต้อง พาไปกินซ้ำ�หรือเปล่า” ด้วยเหตุเพราะกุ้งครึ่งตัวที่ว่านั้น ถูก ส่งข้อความกระจายต่อถึงพี่สาวคนโต วัน


หนึ่ง พ่อ-ลูก จึงชักชวนกันไปกินกุ้ง เผาอี ก ครั้ ง แต่ ค ราวนี้ เ ป็ น ร้ า นที่ พ่ อ เลือก เพราะเคยติดใจในรสชาติกันมา ก่อน และอยูไ่ ม่ไกลจากบ้าน แค่หา้ แยก ปากเกร็ด จ.นนทบุรี “รั บ กุ้ ง ขนาดไหนคะ 3 ตั วโล 1,000, 4 ตัวโล 900, 5 ตัวโล 800” พนักงานให้ข้อมูล “3 ตัวโลไปเลย กินให้หายอยาก ไปเลย” พี่สาวว่า กุ้งแม่น้ำ�ขนาด 3 ตัว 1 กิโลกรัม เผาแล้วถูกผ่าครึ่งได้ 6 ซีก ใส่จานแปล ขนาดเขื่อง ถูกนำ�มาวางบนโต๊ะ เนื้อกุ้ง แน่นเปรีย๊ ะ มันกุง้ เยิม้ เป็นสีสม้ ดูนา่ กิน “เอ้า..พ่อ เอาไปเลย คนละตัว กิน ให้หายอยาก” พี่สาวพูดพร้อมตักกุ้งให้ พ่อ นอกจากนั้น ยังมีรีเควสจากพ่อ คือ เชิงปลากราย ที่พ่อย้ำ�ว่า กินได้ทั้ง ชิ้น แต่พ่อคงลืมไปว่า เชิงปลากรายที่ พ่อบอกว่ากรอบจนกินได้ทงั้ ชิน้ นัน้ ตอน นัน้ พ่อยังหนุม่ กว่าวันนี.้ ..มากกกกกกกก

กินกันเกือบจะสมใจ(นึก...ฮา) พีส่ าวหันไป สั่งกุ้งเผากลับบ้านอีก 3 ตัว “ขอน้ำ�ปลา มะนาว เขากลับไปด้วย นะ มะนาวแยะๆ” ทีแรกลูกๆ งง ว่า พ่อขอน้ำ�ปลากับ มะนาวกลับไปบ้านทำ�ไมอีก แต่สักพักก็ เก็ต พ่อนึกว่าสั่งกุ้งกลับไปกินที่บ้านด้วย ฮา...พี่สาวทำ�ตาปริบๆ แล้วแอบเมาท์กับ น.ส.กบ ซึ่งหน้าพ่อนี่ล่ะ “แหง่ะ..นึกว่าจะเอาไปให้สามีกับลูก คนละตัว แล้วแบ่งให้น้องชายกับแม่บ้าน กินคนละครึ่ง โดนพ่อขโมยซีน งั้นน้อง อดกินไปแล้วกันนะ ให้พ่อตัวหนึ่ง พี่เอา ไปให้สามีกับลูกก่อน” ฮา...

4545


Tree of life

ต้นไม้ใบหญ้า(อ่อน) เรื่อง / ภาพ by : ข้าวใหม่

“รางจืด” ไม้อัศจรรย์(ใจ) 46 46 46


ฉบับนีข้ า้ พเจ้าจะพาลัดรัว้ หลังบ้านเก่าตอนยังเด็ก ไปดู ไม้เถาสีมว่ งธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาทีห่ ลังบ้านค่ะ เนือ่ งจาก

บ้านแถวบ้านนอกไม่มรี วั้ รอบขอบชิดเหมือนอย่างในเมือง มักมีตน้ ไม้นานา ชนิดที่ปลูกเอาดอกเอาผล และติ๊งต่างว่าเป็นรั้วบ้านไปในตัวนั้น มีไม้เถา อยู่ต้นหนึ่งที่เลื้อยพันต้นลางสาดและต้นเงาะที่สูงใหญ่ ห้อยระโยงระยาง ออกดอกสีม่วงมาทักทาย จริงๆ แล้วความสวยของดอกนั้นไม่ได้เตะตา ใดๆ หรอกค่ะ เพียงแต่ลูก(ผล)แก่ของมันนี่สิ เตะตาเตะใจ เพราะมี ลักษณะเป็นสีดำ�คล้ายกระบวยตักน้ำ�ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย

แต่เดิมข้าพเจ้าไม่รู้หรอกว่าต้นอะไร หยิบลูกเล็กๆ ที่ว่าได้ก็เดินไปถามผู้เฒ่า ผู้แก่ ได้ความว่า “ลูกหัวผี” อันนี้ชื่อจริง ชือ่ หลอก หรือชือ่ เล่นไม่ทราบได้ แต่กแ็ อบ เก็บไอ้ลูกหัวผีไปฝากเพื่อนที่โรงเรียนอยู่ บ่อยๆ กระทั่ ง วั น หนึ่ ง มี โ อกาสได้ ค้ น คว้ า และต้ อ งทำ � รายงานเกี่ ย วกั บ สมุ น ไพร เกิดเตะตาไอ้ดอกเถาสีม่วงๆ นี้ จึงเสาะ แสวงหาและได้พบว่า “ลูกหัวผี” นั้นไม่มี อยู่จริง แต่ก็ไม่คิดจะกลับไปคิดค้นเอาคำ� ตอบจากใครที่ไหน เพราะมาบัดนี้ ทราบ แล้ ว ว่ าไม้ เ ถาที่ ว่ า มี ชื่ อ เสี ย งเรี ย งนามว่ า “รางจืด” ต่างหาก 47 47


อัน “รางจืด” ที่ว่านี้ ข้าพเจ้าหลับตา แล้วนึกภาพบ้านหลังเล็กๆ ที่ตีระแนง เป็นซุ้มแล้วพันเจ้ารางจืดนี่เข้าดูจะเข้าท่า แม้ว่ารางจืดจะกลิ่นจืดสมชื่อ แต่รูปทรง องค์เอวนั้นมีสัดส่วนความเป็นไม้เลื้อย แบบเรทโทร (Retro) ได้อย่างงดงามเลย ทีเดียว นึ ก ย้ อ นกลั บ ไปเมื่ อ ปี ส องปี ก่ อ น ตอนที่เกิดอาการแพ้เคมีจากยาฉีดแมลง ด้วยอาการเสียงหาย เจ็บคอ พี่สาวคน ดีจัดสมุนไพรที่ชื่อว่า “รางจืด” มาให้ ถอนพิษ ซึ้งใจได้แบบไม่ต้องแอบ แม้ไม่ หายขาดแบบกระทันหันอย่างยาเทวดา แต่ก็ยอมรับว่าอาการนั้นดีขึ้นเรื่อยๆ เลย ทำ�ให้รสู้ กึ “อัศจรรย์ใจ” เกิดขึน้ จริงๆ ค่ะ (คล้ายดูหนังจีนกำ�ลังภายใน ที่นางเอก ใกล้ตาย แล้วพระเอกไปเดินหาสมุนไพร ในป่ามาถอนพิษที่กำ�ลังทำ�ลายระบบของ ร่างกาย - - ว่าไปนั่น) เมื่อลองค้นคว้าดูจึงพบว่า รางจืด นัน้ มี 2 ชนิดทีแ่ บ่งตามสีดอก คือ รางจืด ดอกม่วง และรางจืดดอกขาว ในเว็บไซต์ http://thaiherbclinic.com กล่าวถึง

48 48

รางจืดไว้ว่า “รางจืดเป็นตัวยารสเย็น ใช้ได้ทั้ง ใบ ราก เถา ตำ�คั้นน้ำ� หรือ ฝนกับน้ำ�ฝน น้ำ�ซาวข้าว กินเพียงสอง ครั้งก็เห็นผลในการใช้ดื่มถอนพิษ ทั้งที่ เป็นพิษจากยาฆ่าแมลง อาหารเป็นพิษ พิษจากเมาสุรา หรือกินยานอนหลับเกิน อัตราส่วนที่แพทย์กำ�หนด ทั้งนี้เพราะสรรพคุณของรางจืดจะ เปลีย่ นกรดหรือด่างในร่างกายทีเ่ ป็นพิษ ให้เป็นกลาง และเมื่อสารยาของรางจืด ซึมเข้าไประบบประสาท ในเส้นเลือด ไปปะทะกับพิษยา หรือสารพิษต่างๆ ในร่างกาย มันจะทำ�ลายพิษเหล่านั้นให้ เป็นกลางในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เกิน 45 นาที แต่ไม่ควรทานรางจืดเป็นประจำ� ทุกวัน เพราะจะทำ�ให้ร่างกายไม่ได้รับ สารอาหารที่พอเพียง ใบรางจืดยังใช้ตำ� พอกแก้ปวดบวมได้”


รางจืดนั้นปลูกง่าย เพียงชำ�เถา ที่ไม่อ่อนจนเกินไป ก็ได้ต้นรางจืดมา ปลูกไว้ในบ้านแล้ว ถ้าหากไม่ต้องอาศัย สรรพคุณล้างพิษจากต้นไม้ชนิดนี้ คิด เพียงปลูกแต่งบ้านประดับสวนลักษณะ อ่ อ นช้ อ ยอ่ อ นโยนที่ ดู นิ่ ม นวลของต้ น และดอกก็ดจู ะเพียงพอสำ�หรับคนทีห่ ลง รักต้นไม้ ถ้าหากถามข้าพเจ้าว่า... เห็นรางจืด แล้วนึกถึงอะไร คงตอบได้ไม่ยากเลย ค่ะว่า ข้าพเจ้านึกถึงแพทย์หญิงสักคน หนึ่งที่ดูนิ่มนวลอ่อนหวาน กิริยาแม้ไม่ ฉูดฉาด กราดเกรี้ยวอย่างนางอิจฉาใน ละคร สวยนิ่มนวล แบบเรียบง่ายเยือก

เย็น และพร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นอย่าง โอบอ้อมอารี สวยและเพียบพร้อม - - อย่างนี้แล้ว รางจืดก็คงเป็น นางในฝันของใครหลายๆ คนเป็นแน่

ชื่อวิทยาศาสตร์: Thunbergia laurifolia Linn. ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ: กำ�ลังช้างเผือก, ยาเขียว, เครือเถา เขียว, ขอบชะนาง, ดุเหว่า, คาย, ปังกะล่ะ, เครือเขาเขียว, หนามแน่, ย้ำ�แย้, ดุเหว่า, รางเย็น, แอดแอ Credit ภาพ : http://www.konrakmeed.com/webboard/upload/lofiversion/index. php?t5084.html http://www.pharmacy.msu.ac.th/exhibition_new/Pharma-Herb/eachhtml-herb/008/rang-jaed_clip_image001.jpg http://www.kmitl.ac.th/agritech/nutthakorn/04090035_2202/commedia2547/ mediawork/l/menu.htm

4949


World of Pooh by : แม่จิบ

โลกของ Pooh.

“ลูกเสือ” น้องภู 50


วันนี้เป็นวันลูกเสือโลก (1 กรกฎาคม 52) มิสอัญชลี คุณครูฝ่ายกิจกรรมของ โรงเรียนเกษมพิทยา ให้ความสำ�คัญกับ กิจกรรมลูกเสือมาแต่ไหนแต่ไร และ ต้องการให้เด็กพิเศษในโครงการเรียน ร่ ว มของเกษมพิ ท ยามี ส่ ว นร่ ว มในพิ ธี สวนสนามด้วย ส่วนเด็กพิเศษคนใด จะอยู่ในกองลูกเสือ ทน แดดได้นานขนาดไหน ก็ดูเป็นรายๆ ไป ถ้าไม่ไหว ก็ ให้คุณครูพาออกไปได้

น้องภู เป็นลูกเสือสำ�รองไซส์เกินมาตรฐาน (ลูก เสือสำ�รองคือนักเรียนลูกเสือ ป.1-4) แต่พๆี่ ของน้อง ภู (พี่แพร์-พี่พลอย-พี่แพรวหรือพี่ปี๋ปี้) พี่สาว 3 ใบ เถาฝั่งคุณยาย บอกว่าน้องภูแต่งชุดลูกเสือสำ�รองน่า รักจัง ผ้าพันคอและหมวกลูกเสือที่มีขาย เขาทำ �ไว้ สำ�หรับเด็ก ป.1-4 ที่รูปร่างไม่เกินเด็ก 10 ขวบปรกติ ดังนัน้ ถึงแม้จะเป็นหมวกขนาดใหญ่สดุ น้องภูใส่แล้ว ก็ยงั ฟิต แม่ตอ้ งเอาไปให้รา้ นตัดเสือ้ เจาะด้านหลัง แล้ว เสริมยางยืดให้น้องภู ส่วนผ้าพันคอมีขนาดเดียว เด็ก คนอื่นใส่แล้ว ชายผ้าด้านหน้ายาวถึงหัวเข็มขัด แต่ สำ�หรับน้องภู มันชี้อยู่แถวๆ ลิ้นปี่ 51


แต่พอน้องภูแต่งชุดนี้แล้ว แม่ก็ว่ามันช่างน่า เอ็นดูอย่างที่พี่พลอยว่าจริงๆ พ่อชอบแซวน้องภูทกุ ครัง้ ทีแ่ ต่งชุดลูกเสือ (พ่อ เป็นคนช่วยดูแล แต่งตัวให้น้องภูตอนเช้า) ว่า “นี่มันลูกหมูนี่หว่า” น้องภูก็จะโวยวายและพูดเหมือนกันทุกครั้งว่า “ไม่ใช่ลูกหมู.. นี่มันลูกเสือน้องภู” มิสอัญชลี จัดให้มีการซ้อมเดินมา 2 สัปดาห์ แล้ว ซ้อมครั้งแรก น้องภูมาโรงเรียนสาย ซ้อมได้ นิดนึง ซ้อมครั้งที่ 2 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม่พาน้อง ภูมาทันเข้าแถวเคารพธงชาติพอดี จึงได้ร่วมซ้อม ตั้งแต่เดินแถวจากสนามบาสเข้าไปอยู่ตามหมู่ใน สนามฟุตบอล วันนั้นแดดร้อนจนแม่กลัวว่าน้องภู จะละลาย แม่บอกครูษา (ครูดูแลเด็กพิเศษ ป.4/2) ว่า เอาเท่าที่ได้นะ ถ้าเห็นท่าไปไม่รอดให้ครูษาพาน้อง ภูกลับขึ้นห้องเรียนไปเลย ครูษาบอกคุณแม่ไม่ต้อง ห่วง ครูษาก็คิดอย่างนั้นอยู่แล้ว ปรากฏว่าวันนั้น น้องภูดีผิดคาด อยู่ซ้อม ท่ามกลางแดดร้อนระอุได้จนจบ 52


วันนี้..วันจริง จะต้องเดินสวนสนามต่อ หน้าประธานจริงๆ แม่ปลุก “ลูกเสือน้องภู” ไปโรงเรียนเช้า กว่าทุกวัน กลัวไปไม่ทันเข้าแถวแล้วครูษาจะ ลำ�บาก ต้องเดินเด่นเป็นสง่าท่ามกลางเหล่าลูก เสือ ลัดสนามมารับน้องภูกลับเข้าหมู่สีเหลือง วันนี้รถติดเหมือนเมื่อวาน แต่แม่พาน้อง ภูมาทันเข้าแถวร้องเพลงชาติเสียด้วย ดูครูษา จะดีใจไม่น้อย ที่แม่จูงน้องภูมาส่งเข้าแถวทัน เวลา

53


ที่ไหนได้ พอดูนาฬิกา วันนี้เรามาทันเพราะ เขาร้องเพลงชาติช้ากว่าเดิม 10 นาทีต่างหาก (คงกลัวเด็กมาสายทำ�ให้เสียขบวนลูกเสือนัน่ แหละ) แม่เดินกลับไปเอากล้องที่รถ เตรียมถ่ายรูป ลูกเสือน้องภูเดินสวนสนาม วันนี้อากาศเป็นใจ ฝนไม่ตก แถมไม่มีแดด แม่เห็นน้องภูยืนเด่นเป็นสง่าในหมู่ลูกเสือสำ�รอง มี พัตเตอร์ กับ เก่ง ซึ่งสูงกว่าเด็กคนอื่นในกลุ่ม ยืน อยู่ใกล้ๆ น้องภู ทำ�ให้เห็นชัดขึ้น รู้ว่าน้องภูอยู่ตรง จุดไหน แม่ มั ว แต่ คุ ย กั บ แม่ พั ต เตอร์ จนได้ เ วลา ประธานกล่าวเปิดงานเรียบร้อย ลูกเสือพร้อมสวนสนาม แม่คว้ากล้อง เตรียม เล็ง นั่นไง หมู่น้องภูมาแล้ว แต่ทำ�ไมแม่เห็นเฉพาะ เก่ง กับ พัตเตอร์ ลูกป้าดา แล้วน้องภูหายไปไหน น้องภูไม่น่าถูกใครบัง มิดได้ รอจนลูกสือทุกหมู่ ทั้งลูกเสือสำ�รอง ลูกเสือ สามัญ และเนตรนารี สวนสนามกันเป็นทีเ่ รียบร้อย กลับเข้าที่ แม่จึงโทรศัพท์หาครูษา

54


ครูษาหัวเราะ บอกว่า เสียดายที่สุดเลยคุณแม่ น้องภูเรียบร้อยดีมาก เข้าแถวประจำ�หมู่เตรียมเดิน อยู่แล้ว พอประธานมาเท่านั้นแหละ น้องภูจับมือ ครูษาแน่น บอกว่า “น้องภูปวดอึอื๊อครับ” “น้องภูแขนเย็นเลย คงจะปวดมาก ครูษาจึง ต้องพาออกด้านหลัง ขึ้นไปเข้าห้องน้ำ�ค่ะ” ครูษารายงาน จบข่าว!!

55


HomeWork by : ณ ณิชา

56 56

ซ่อมได้

(ซ่อม) หลังคารั่ว


ช่วงนีช้ แี้ นะ เอ้ย..ไม่ใช่..ช่วงนีฝ้ นตกหนักในหลายพืน้ ที่ ทำ�ให้ บ้านบางหลังที่ไม่ได้ใช้หลังคาอย่างหนาเกิดอาการรั่วซึม เมื่อหลังคารั่วซึมก็หนีไม่พ้นที่น้ำ�ฝนจะร่วงหล่นลงฝ้าเพดาน ซึ่งถ้าฝ้าเพดาน เป็นแผ่นยิปซัมก็ต้องกล่าวคำ�ว่า ใสเจีย...เสียใจด้วย เนื่องจากแผ่นยิปซัมไม่ถูกกับน้ำ� เมื่อน้ำ�ฝนที่รั่วลงมาขังอยู่บนแผ่นนานเข้า นานเข้า เนื้อยิปซัมก็จะเสียคุณสมบัติ เสียรูปทรงและเกิดรอยน้ำ�ด้านล่างแผ่น หรือถ้ามีน้ำ�ขังอยู่นาน อาจเกิดอาการแผ่นยิปซัมทะลุได้เลย การซ่อมแซมความจริงก็ไม่ยากอะไร แค่ตัดแผ่นยิปซัมบริเวณนั้นออกแล้ว ทำ�การเสริมโครงคร่าวแล้วยึดยิปซัมแผ่นใหม่เข้าไปแทนที่ แต่ไม่คอ่ ยอยากแนะนำ� เพราะถ้าหลังคารัว่ อีก ฝ้ายิปซัมก็จะมีอาการเช่นเดิม แถมปลวกยังชอบกินเสียด้วย

57

57


ดังนั้น เพื่อเป็นการประเดิม ฉบับนี้ จึงอยากเชิญชวน ชักชวนให้เปลีย่ นฝ้าเพดานใหม่ โดยเปลีย่ นมาใช้แผ่นฝ้าไฟเบอร์ ซีเมนต์แทนดีกว่า เพราะแข็งแรง ทนน้ำ� ทนชื้น ที่สำ�คัญปลวก ไม่กินแน่นอน..โปรดฟังอีกครั้ง!! ปลวกไม่กินแน่นอน!! ซึ่งขั้น ตอนการเปลี่ยนแผ่นก็แสนง่ายดาย มีขั้นตอนดังนี้

1 2 3 58 58

รื้อแผ่นยิปซัมเดิมออกทั้งหมด โดยทิ้งโครง คร่าวเดิมไว้ สำ�รวจตรวจสอบดูวา่ โครงคร่าวเดิม มีปัญหาเรื่องระดับหรือไม่ ถ้ามีก็ทำ�การปรับแก้ ให้เรียบร้อย และถ้าโครงคร่าวเดิมเป็นไม้ก็ควร เปลี่ยนเสียด้วยเลย เพราะถึงปลวกจะไม่กิน แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ แต่กินโครงคร่าวนะครับ จากนัน้ จึงนำ�แผ่นไฟเบอร์ซเี มนต์ ชนิดขอบลาด หนา 6 มม.ซึ่งมีขอบลาดทั้ง 4 ด้านมาติดตั้ง ด้วยวิธีการเดียวกับการติดตั้งแผ่นยิปซัม ยึดแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ กับโครงคร่าวด้วยตะปู เกลียวปลายแหลม ยาว 23 มม.ทุกระยะ 20 ซม.โป๊วหัวตะปูดว้ ยพลาสเตอร์ ทิง้ ให้แห้งแล้วขัด แต่งให้เรียบ


4

ทำ�การฉาบรอยต่อแผ่นด้วยพลาสเตอร์ ครัง้ ที่ 1 ติดด้วยผ้าเทป ฉาบพลาสเตอร์ ทับอีก 2 ชั้น ทิ้งให้แห้งแล้วขัดแต่งให้ เรียบ ทาตกแต่งด้วยสีอะคริลิก 100 %

ง่ายๆ เพียงเท่านี้ เราก็ได้ฝ้าเพดานใหม่ที่ทนน้ำ�ทนชื้น แล้วยัง สามารถติดโคมไฟหรือดาวน์ไลท์ได้ตามปกติ ที่สำ�คัญ ปลวกไม่กิน แน่นอนครับ แหม..ของดีๆ มีประโยชน์แบบนี้ ไม่ใช้กใ็ ห้มนั รูไ้ ป เผลอๆ บางท่านอาจอยากเอามากรุผนังต่อนะซิ... อ๊ะ..แต่ก่อนที่จะไอเดียบรรเจิด เอาแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ไปทำ�ส่วน อื่นๆ ของบ้านทั้งหลัง....ก็อย่าลืมซ่อมหลังคาที่รั่วก่อนนะครับ

5959


My Kitchen by : AmmY

ตีท้ายครัว

ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม My Kitchen ประเดิมตีท้ายครัว ขอเริ่ม จากเมนูนี้ ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม เอ...หรือ เขาจะเรียกก๋วยเตี๋ยวญวน นะ สรุปว่าเมนู เดียวกันค่ะ

เริ่มจากส่วนประกอบค่ะ

1 เส้นญวน ค่ะ 1 ห่อ ประมาณ 200 กรัมได้ 2 หมูยอ หั่นชิ้นสี่เหลี่ยม ตามชอบค่ะ 3 กระดูกหมู ใช้ธรรมดา หรือแบบกระดูกอ่อนก็ได้ ค่ะ แล้วแต่ชอบ ปริมาณตามชอบอีกเช่นกัน 4 กุนเชียงหั่นชิ้นเล็กๆ 5 หอมเจียว (มีขายแบบสำ�เร็จในซุปเปอร์มาร์เก็ตค่ะ ถ้าไม่สะดวกเจียวเอง) 6 ต้นหอมผักชี ซอย 7 ผักชีใบยาว เพื่อเพิ่มความหอม 8 หัวหอมใหญ่ครึ่งหัวใหญ่ สำ�หรับทำ�น้ำ�ซุป ช่วยให้ กลมกล่อม 9 รากผักชี 2-3 ชิ้น 10 กระเทียม พริกไทย 60


1

วิธีทำ�

ตั้งน้ำ�ซักครึ่งหม้อ กะพอดีปริมาณเส้นค่ะ น้ำ�เดือด ใส่รากผักชี กระเทียมบุบ พริกไทย ตามด้วยหอม หัวใหญ่ลงไป ใส่กระดูกหมูที่หั่นแล้วลงในน้ำ�เดือด หรี่ไฟลง เคี่ยวต่อ เติมเกลือ หมั่นช้อนฟองทิ้ง เคี่ยวไปเรื่อยๆ ใช้ไฟอ่อนๆ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส หันไปเตรียมอย่างอื่นต่อ 61


2 3

62

เส้นญวณ แช่น้ำ�ธรรมดา ประมาณ 10 นาที พอได้ เวลาเทน้ำ�ทิ้ง วางรอบนตะแกรงค่ะ ตั้ ง น้ำ � อี ก หม้ อให้ เ ดื อ ด นำ � เส้ น ญวณ ลงต้ ม ในหม้อ ประมาณ 5 นาที หมัน่ คนเพราะจะติดก้นหม้อ ตักขึน้ มาทดสอบดูวา่ เส้นสุกดีหรือยังโดยการชิมค่ะ ถ้า สุกแล้วเส้นจะไม่กรุบ น้ำ�ในหม้อต้มเส้น จะเหนียวข้น เหมือนข้าวต้ม เส้นสุก ปิดไฟ พักไว้


วิธีรับประทาน

เร่งไฟในหม้อซุปกระดูกหมู แรงขึน้ นำ�หมูยอ กุนเชียง ใส่ลงในหม้อซุป เติมด้วยเส้นที่ต้มแล้ว พอเดือดอีกครั้ง เป็นอันเสร็จตักใส่ชามได้เลย ตกแต่งด้วย ผักชีใบยาวที่หั่นแล้ว ต้นหอมผักชี โรยด้วยหอมเจียว แล้วยกเสริฟ ร้อนๆ ค่ะ

63


1 Day Trip

ไป-กลับขับรถเที่ยว กบบันจี้ เรื่อง ม.จิตฏาร์ ภาพ

ลีลา “ผีเสื้อ” ปางสีดา อ รุ ณ ส วั ส ดิ์ ต อ น ตี 5 ทีฉ่ นั ตัง้ โทรศัพท์ ปลุกตัวเองไว้ เพื่อ โ ท ร ศั พ ท์ ไ ป ป ลุ ก i_lllive อีกที ครั้ง นี้แปลกหน่อยตรงที่ ปลายสาย “ตื่ น แล้ ว ”.....ไม่ อยากจะเชื่อเลย ; )

6 โมงกว่ า ๆ เล็ ก น้ อ ย พี่ ป๋ อ ง- -ดี ( ที่ ) แมคคันเก่งของ i_lllive มาเทียบฟุตบาธหน้าบ้าน บางบัวทอง เราจึงได้ออก เดินทางเร็วกว่ากำ�หนดที่ 64

เคยคิดไว้ร่วมชั่วโมง และ เพราะความทีค่ ดิ และเข้าใจ ไปว่าน้องเคยไปแล้ว...น่า จะขับไปถูก (นะ) ฉันจึง ไม่ ไ ด้ ทำ � การบ้ า น (ตาม ฟอร์ม) เกี่ยวกับเส้นทาง ไว้ เ ลย หนำ � ซ้ำ � ยั ง ไม่ ไ ด้ คิดแม้แต่จะติดแผนที่ (ที่ อุ ต ส่ า ห์ ซื้ อ ของปี ล่ า สุ ด มา แล้วเชียว)...ไปด้วย แต่ i_lllive ยังคง เป็น i_lllive i_lllive ผู้ยึดคติที่ ว่า การขับรถหลง(ทาง) ถือ เป็นโอกาสได้พบเส้นทาง ใหม่ๆ...ฮา

จากบ้านบางบัวทอง จ.นนทบุ รี เลาะชาย ขอบ จ.ปทุมธานี ออก สู่ จ.กรุงเทพฯ เข้าถนน หมายเลข 305 รังสิตองครั ก ษ์ จากจุ ด นั้ น ถ้ า เราไม่ เ ลี้ ย วขวาออก อ.องครักษ์ และขับตรง ไปตามป้าย จ.นครนายก ไปตั ด ออก อ.ปากพลี , อ.ประจันตคาม ตามลำ�ดับ เราจะเข้าสู่ถนนหมายเลข 33 หรือ AH 1 ซึ่งมุ่งหน้า ตรงไปสู่ จ.สระแก้วได้


(ซ้าย)ผีเสื้อหางติ่งสะพายขาว (กลาง)ผีเสื้อหนอนจำ�ปีจุดแยก (ขวา)ผีเสื้อสะพายฟ้า

แต่เพราะความไม่รู้ สับสน และไม่แน่ใจ เราจึง เลี้ยวขวาออก อ.องครักษ์ เฉียด จ.ฉะเชิงเทรา โผล่ เข้ า ไปตั ว จ.ปราจี น บุ รี อ้อมไปมากกว่า 70 กว่า กิโลเมตร...มั้ง เพราะดู จากแผนที่แล้ว หลายๆ อำ�เภอในนั้นดูคุ้นตาเป็น

อย่างยิ่ง สุดท้ายมาบรรจบ ถนนหมายเลข 33 หรือ AH 1 ที่ แ ยกห้ ว ยชื่ อ (ถ้ า อ่ า นจากป้ า ยในรู ป ที่ ถ่ายเองแล้วดูเบลอๆ ไม่ ผิ ด ) ซึ่ ง มุ่ ง หน้ า ตรงไปสู่ จ.สระแก้วได้- - พิมพ์ซ้ำ� ไปทำ�ไมเนี่ย : )

สำ�หรับฉันแล้ว การหลง ทางไม่ใช่เรือ่ งยิง่ ใหญ่ เสีย หน้า เสียฟอร์ม หนักหนา สาหัสแต่ประการใด โดย เฉพาะการหลงในเส้นทาง ใหม่ๆ เส้นทางทีไ่ ม่ใช่เส้น ทางประจำ� เส้นทางที่ไม่ คุ้นชิน แต่เรื่องที่ฉันรู้สึก เป็นกังวลมากกว่านั้นคือ 65


ความรูส้ กึ ทีป่ ล่อยให้คนอืน่ ต้องรอ โชคดี ที่ ฉั น มี ผู้ ร่ ว ม ทางที่ ดี แ ละใจเย็ น อย่ า ง i_lllive และเธอ รวม ถึ ง มิ ต รสหายจากห้ อ ง กาแฟ ผู้นัดพบกันปลาย ทางที่ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ ปางสี ด า ไม่ มี ใ ครออก อาการหงุดหงิดให้รู้สึกยิ่ง เป็นทุกข์และกังวล มีแต่ ตัวฉันเอง ที่ตอกย้ำ�และ ทำ�ร้ายด้วยความรู้สึกส่วน ตัว (คิดไปทำ�ไม) ................................

จากตัวเมืองสระแก้ว (ครัง้

แรกของฉันและเธอ) เรา 66

เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทาง ไปอุ ท ยานแห่ ง ชาติ ป างสี ดา โชคดีที่มีป้ายตามไว้ เกือบตลอดทาง เพราะบาง ช่ ว งไม่ น่ า จะใช่ ถ นนที่ น่ า จะมีคนสัญจรไปกันอย่าง คึ ก คั กในเกื อ บทุ ก ฤดู ไ ด้ เลย แต่ในที่สุดเราก็ถึงจน ได้- - ปางสีดา “แย่แล้ว!!!....” จู่ๆ i_lllive ก็ร้องขึ้น

“เป็นอะไร” ฉันถาม “ลืมเอาพาสปอร์ตมา” “ฮา...พี่เอามาว่ะ” “ปั๊มเผื่อเค้าด้วยนะ” น้องสำ�ทับ “ไม่ เ ป็ น ไร พี่ ติ ด โปสการ์ดมาเผือ่ แระ เดีย๋ ว ประทับไปในนั้นก็ได้” หลังเสียเงินค่าบำ�รุง ผ่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ ปางสีดาแล้ว น้องจอดให้ ฉันแวะประทับตราในพาส ปอร์ตทีศ่ นู ย์บริการนักท่อง เทีย่ ว มองเห็นเอกสารทีเ่ ขา วางแจกอยูด่ า้ นหน้าทางเข้า แต่ มี ก ล่ อ งรั บ บริ จ าคอยู่ ด้วย รู้สึกเสียดายที่ตัวเอง


ไม่ได้หยิบกระเป๋าสตางค์ ติดลงไปด้วย เพราะแม้ จะเป็นเอกสารแจกฟรีแต่ ก็ไม่กล้าที่จะหยิบเอกสาร เล่มทีด่ จู ดั ทำ�อย่างดีนนั้ มา โดยไม่มีสิ่งตอบแทน...แม้ จะเล็กๆ น้อยๆ

น้ำ�ตกปางสีดา

เรามุ่งหน้าต่อไปยัง จุดนัดพบ บริเวณน้ำ�ตก ปางสีดา ซึ่งเจ้าหน้าที่จัด ระเบี ย บการจราจรทำ�ให้ เรางุนงงเล็กน้อย ด้วยการ ปิ ด ทางซึ่ ง ควรจะเข้ า ทาง ออกทาง ให้เหลือทางเข้าออกแค่ ท างเดี ย ว (เพื่ อ อะไร) และให้รถซึ่งเข้ามา ใหม่ ขับเข้าไปกลับรถก่อน จะหาที่จอดบริเวณน้ำ�ตก ฉั น จึ ง ได้ แ ต่ แ ปลเองว่ า

อุทยานฯ อาจจะต้องการ ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชม จุดท่องเที่ยวด้านในก่อน แล้ ว จึ ง ย้ อ นกลั บ ออกมา ปลายทางสุดท้ายคือ น้�ำ ตก ปางสีดา แต่สำ�หรับคนที่ มีเป้าหมายแรกคือ น้�ำ ตก ปางสีดา อย่างเราล่ะ...มัน

จึ ง เป็ น การย้ำ � และซ้ำ � ไป โดยไม่ได้ตั้งใจ เราสมทบกั บ คณะ ที่มาถึงก่อนบริเวณน้ำ�ตก ปางสีดา ซึ่งมีผู้คนกลุ่ม อื่นๆ ปักหลักตั้งวงส้มตำ� กั น อยู่ แ ล้ ว ไม่ แ น่ ใ จว่ า คณะทีฉ่ นั ชวนให้มาสมทบ

ผีเสื้อฟ้าขอบขนธรรมดา Common Ciliate Blue

ผีเสื้อเณรธรรมดา

67


ผีเสื้อตาลหางแหลมธรรมดา Common Cruiser

ผีเสื้อหนอนใบกุ่มเส้นดำ� Striped Albatross

ผีเสื้อติ่งหางเฮเลน Red Helen

68

ด้วยกันจะผิดหวังมากน้อย แค่ไหน เมื่อพบว่า กลาง เดือนสิงหาคมที่เราไปกัน นั้น...มีแต่ผีเสื้อหลงฤดู แต่ สำ � หรั บ ฉั น แล้ ว ไม่ รู้ สึ ก ผิ ด หวั ง เท่ า ไหร่ เพราะการเดินทางคือชีวิต (อยู่แล้ว) ช่วงที่เหมาะกับการดู ผีเสือ้ ทีอ่ ทุ ยานแห่งชาติปาง สีดา ควรจะเป็นช่วงปลาย ฤดูร้อนถึงต้นฤดูฝน แต่ ไหนๆ ก็ดั้นด้นมาถึงที่นี่ แล้ว เราชวนกันด้วยความ

หวังมุ่งหน้าสู่จุดต่อไป คือ โป่ง ด้านใน และรู้สึกไม่ เสียแรงทีอ่ ตุ ส่าห์เลยเข้าไป หน่อย เมื่อพบว่า จุดนี้ มี ผีเสือ้ บินมาหาแหล่งอาหาร คือ โป่ง มากกว่าจุดทีน่ �้ำ ตก ปางสีดา หลังจากปูเสื่อลงกับ พื้น ประดาน้องๆ หลานๆ ร่ ว มคณะก็ น อนราบกั บ พื้น เพื่อเก็บภาพเจ้าผีเสื้อ ตัวน้อยๆ หลายสายพันธุ์ ขณะที่ฉันยึดถ่ายภาพจาก มุมสูง (เพราะนั่งไม่ลง)


เราปั ก หลั ก กั น นาน มากกกกกกกก จนฉั น ได้ ยิ น เสี ย งท้ อ งของบาง คนเริ่มประท้วงผสานกับ ความหิวในกระเพาะของ ฉัน แม้จะได้อาหารว่าง จากเพื่อนร่วมคณะ แต่ เวลานั้นเลยเที่ยงไปมาก พอสมควรแล้ ว เราจึ ง ชวนกั น เคลื่ อ นย้ า ยจาก อุ ท ยานฯ (แม้ จ ะรู้ สึ ก เสียดายทีท่ ริปนีไ้ ด้แค่แตะ ปางสีดา แต่นี่คือครั้งแรก โอกาสหน้ายังมี- -ไม่ใช่ หรื อ ) เพื่ อไปหาอาหาร เอาดาบหน้า เราปล่อยหน้าทีเ่ ลือก ร้านอาหารให้ผอู้ าวุโสทีส่ ดุ ในคณะขับนำ�ไป ร้านทีเ่ ขา เลือกไม่ทำ�ให้ผิดหวัง เมื่อ อาหารมากกว่า 8 อย่างถูก คูณด้วย 2 แทบจะหมด เกลี้ยงทุกจาน แถมราคา อาหารก็ ย่ อ มเยาจนรู้ สึ ก ทึง่ ว่า ทางร้านคิดค่าอาหาร ผิดไปหรือเปล่า

ถัดจากร้านอาหาร ไปไม่มากเท่าไหร่ เราถึง เป้าหมายสุดท้ายของวันที่ ตลาดการค้าชายแดน หรือ ชื่ อ ที่ รู้ จั ก กั น แทบจะเป็ น ชื่อทางการในนาม “ตลาด โรงเกลือ” อันเป็นตลาดที่ ฉันเคยได้ยนิ แต่กติ ติศพั ท์ และชื่ อ เสี ย งมานาน ไม่ เว้นแม้แต่แม่- -คนที่อยู่ บนฟ้าของฉัน ก็ยังเคยมา เทีย่ วจับจ่ายซือ้ ของทีต่ ลาด โรงเกลือแห่งนี้มาแล้ว i_lllive เอ่ ย ปาก ตั้งแต่วันก่อนเราเดินทาง แล้ ว ว่ า ถ้ า มาตลาดโรง เกลือ เธอไม่เดิน

“เค้าจะนั่งรถกอล์ฟ” ครั้งแรกที่นึกสภาพ ตลาดโรงเกลือไม่ออก มัน ทำ�ให้ฉนั ค่อนข้างจะงงเล็ก น้อย ตลาดอะไร (ฟ่ะ) ขับ รถกอล์ฟช้อปปิ้งได้ด้วย แต่ พ อได้ ม าสั ม ผั ส กั บ ขนาดของตลาดแล้ ว ให้รู้สึกว่า กิจการเช่ารถ กอล์ฟ, จักรยาน, มอร์ เตอร์ไซค์ น่าจะเป็นธุรกิจ ที่ ดี แ ละทำ � กำ � ไรได้ ม าก สำ � หรั บ รถกอล์ ฟ ราคา 150 บาทต่อชั่วโมง ไม่ว่า จะเป็นแบบน้ำ�มันหรือใช้ 69


แบตเตอรี่ ส่วนจักรยาน ราคาย่ อ มเยาอย่ า งมาก ขณะที่มอเตอร์ไซค์ ราคา เช่าปานกลาง “มีรถหายบ้างไหม” “ไม่มหี รอกพี่ เขายึด บัตรประชาชนเราไว้” “ไม่ใช่อ่ะ หมายถึง รถที่ เ ราเช่ า เขามาแล้ ว อ่ ะ มันจะหาย (กันได้) ไหม” ฮา.... สำ�หรับฉันแล้ว ตลาด โรงเกลือ ไม่ได้แตกต่าง จากตลาดนัดทั่วๆ ไปเท่า ไหร่ สินค้าเกือบจะคล้ายๆ หรือมาจากแหล่งเดียวกัน แตกต่ า งกั น ที่ สี สั น ของที่ นี่อาจจะมีมากกว่า ตลาด อื่ น ๆ ที่ ฉั น เคยสั ม ผั ส อาทิ เ ช่ น จู่ ๆ จะมี ค น แ ป ล ก ห น้ า ขี่ จั ก ร ย า น ประกบเรา แล้วยิงคำ�ถาม “เอากางเกงมือสอง ไปขายไหมพี่” 70

ตลาดโรงเกลือ ชายแดนไทย-กัมพูชา

ค น ข า ย จ ะ พู ด สำ � เนี ย งไทยแบบแปร่ ง ๆ จนเดาไม่ถูกว่า นี่คือคน ไทย จังหวัดสระแก้ว หรือ คนต่างชาติ ประเทศเพือ่ น บ้านของเรา, บรรยากาศ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ที่ฉันไม่ คิดว่า จะพบเจอท่ามกลาง แดดที่ ร้ อ นเปรี้ ย งและ อากาศอบอ้าว เราจบวันที่ตลาด โรงเกลือประมาณห้าโมง เกือบครึ่งแล้ว แยกย้าย กับเพื่อนร่วมคณะบางคัน ที่มีภารกิจต้องไปทำ�ต่อที่ อรัญประเทศในวันรุ่งขึ้น

แวะซื้อแคนตาลูปข้างทาง หลัง i_lllive ได้ลองกอง มาหลายกิโลกรัมเพือ่ ใส่ใน ตะกร้าใบเดียวทีเ่ ราได้จาก การเดินตลาดโรงเกลือครัง้ นี้ หลั ง ค้ น พบว่ า เรา มีสิทธิที่จะหลง...อ้อมไป อ้อมมาได้ โชคดีทไี่ ด้เพือ่ น ร่วมทางคอยนำ� คอยลุ้น อย่ า งชนิ ดไม่ ย อมทิ้ ง กั น (ให้หลง) ไปบนทางหลวง AH 1 ตัดบรรจบกับ AH 19 ตัดออกถนนหมายเลข 314 จนในทีส่ ดุ โผล่บรรจบ กับมอเตอร์เวย์


ไม่ว่าการเดินทางคือ ชีวิต หรือชีวิตคือการเดิน ทาง แต่ สำ � หรั บ ฉั น แล้ ว การได้ออกเดินทางไปจาก บ้าน ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ไปเช้า-เย็นกลับ หรือค้าง อ้างแรมเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี (อันนีย้ งั ไม่มโี อกาส ได้ ทำ � ) จะสมบุ ก สมบั น หรือแสนสบายเป็นคุณหนู ฉันไม่เคยนึกเกีย่ งงอน ไป

ได้ก็ไป คิดว่าไปไม่ไหว ก็ไม่ไป เราออกแบบและ เลือกการเดินทางที่เหมาะ สมกับตัวเองได้ (นี่) แต่ลงว่าได้ออกเดิน ทางแล้ว เรื่องราวไม่ว่าจะ เป็ น ดอกไม้ ห รื อ ก้ อ นหิ น ระหว่างทางต่างหาก ที่ฉัน

มักจะเก็บหยอดใส่กระปุก ความทรงจำ� ...มันเป็นเสน่ห์ของ การเดิ น ทางสำ � หรั บ ฉั น จริงๆ

71


Entertain

by : i_lllive

ย้อนดูตัว

G.I. Joe : สงครามพิฆาตคอบร้าทมิฬ When All Else Fails , They Don’t

72 72


ถือว่าเป็นหนังแอ็คชัน่ ฮีโร่ ล้�ำ ยุคอีกเรือ่ งหนึง่ ทีถ่ กู จับตามอง จากคอหนังทัว่ โลก ตัง้ แต่ปล่อยทีเซอร์กนั เลยทีเดียว มีหลายคน สงสัย ว่า G.I.Joe เป็นอะไรกับ G.I.Jane พีน่ อ้ งกันรึเปล่า??? เด็กไทยในยุคที่เครื่องแฟมิคอมยังฮิตๆ อยู่ น่าจะได้รู้จัก G.I.Joe ครั้งแรกเมื่อเกือบๆ 20 ปีก่อน อาจไม่ใช่เกมที่ฮิต มากมายเหมือน แพ็คแมน หรือ มาริโอ้ แต่สำ�หรับเด็กอเมริกัน แล้ว G.I.Joe เปรียบเสมือนลูกพี่ลูกน้องที่โตมาด้วยกันเลยที เดียว G.I. Joe เป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะของตัว “ตุ๊กตุ่น” ที่ ผลิตโดยบริษัทแฮสโบร (เป็นเจ้าเดียวกันกับผู้ผลิตหุ่นยนต์ของเล่น Transformers แต่ถ้านับอายุแล้ว G.I.Joe แก่กว่า) ในปี 1964 โดย มีชื่อเดิมว่า “Fighting Man” G.I. Joe แรกเริ่มเป็นเพียงของเล่นซึ่งใช้เป็นกุศโลบายผลักดัน แนวความคิดแบบชาตินิยม และความเสียสละเอาตัวไปรบ เพื่อรับใช้ ชาติโดยการเป็นทหารให้แก่เด็กๆ อเมริกัน ก่อนที่จะใช้ชื่อ G.I. Joe ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง The Story of G.I. Joe ที่ ออกฉายในปี 1945 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Adventure Team ในช่วงปี 1970 และเปลี่ยนแปลงเนื้อหามาสู่แนว ผจญภัยโดยไม่เกี่ยวข้องกับสงคราม เพื่อลดกระแสความตึงเครียดใน ช่วงนั้น (ยุคที่สังคมอเมริกันพากันต่อต้านสงครามเวียดนาม) ในปี 1982 ถือเป็นการยกเครื่องใหม่ครั้งสำ�คัญ G.I. Joe ถูก ดัดแปลงเนือ้ เรือ่ งให้มคี วามแฟนตาซีมากขึน้ ภายใต้สโลแกน G.I. Joe

73 73


: A Real American Hero การต่อสู้ระหว่างกลุ่มทหารอเมริกันผู้รัก ชาติ กับกลุ่มผู้ก่อการร้าย Cobra จากอดีตถึงปัจจุบันหนังสือการ์ตูน ชุด G.I.Joe รวมแล้วตีพิมพ์ออกมาทั้งสิ้น 155 ล้านเล่ม และยังเคย ถูกสร้างเป็นหนังการ์ตูนออกฉายทั้งทางทีวีและในโรงภาพยนตร์มาแล้ว อีกด้วย ไม่น่าแปลกใจที่กระแสการวิพากษ์วิจารณ์ของอเมริกันชนผู้เฝ้ารอ ชมหนังเรื่องนี้ จะออกมาในทางลบตั้งแต่การเลือกผู้ก�ำ กับฯ การเลือก นักแสดง กระทั่งคอสตูม ถึงแม้จะได้ สตีเฟ่น ซอมเมอร์ส ผู้กำ�กับ ที่ น่าจะภาษีดีเป็นพิเศษจากผลงาน The Mummy ทุกภาคมาแล้วก็ตาม

ไม่แตกต่างจาก คอมิกส์ในดวงใจของชาวโลกอีกหลาย เล่ม แต่หลังจากปล่อย trailer และฉายรอบ premier กระแสตอบรับเริม่ ดีขนึ้ แม้จะมีการดัดแปลงเนือ้ หาบาง ส่วนไปก็ตาม หลายโพลยืนยันตรงกันว่า G.I.Joe ดู เป็นการ์ตนู ยิง่ กว่า Transformers ทีเ่ ป็นหนังหุน่ ยนต์ เสียอีก ทั้งที่ใช้คนจริงๆ มาแสดง 74 74


หนังเริม่ ต้นทีภ่ ารกิจของพระเอก จ่าสิบเอกดุค๊ แห่งกองทัพสหรัฐฯ (รับบท โดย แชนนิ่ง ทาทัม จาก Step up) ให้อารักขาอาวุธนาโน ซึ่งภายในบรรจุ เชื้อโรคที่สามารถกัดกินทุกอย่างได้เป็นเมืองๆ ในพริบตา แต่อาวุธร้ายก็ถูกแย่ง ชิงโดยตัวโกงพร้อมอาวุธไฮเทค ที่หวังจะใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับอำ�นาจที่ จะเปลี่ยนแปลงโลก เพื่อแย่งชิงมันกลับคืน และปกป้องโลกจากเงื้อมมือผู้ร้าย ภารกิจครั้งนี้จึงต้องอาศัยหน่วยทหารชั้นสูงผู้ไม่เคยแพ้ใครอย่าง G.I.Joe ตามข้อมูลใน wiki G.I.Joe ย่อมาจาก Global Integrated Joint Operating Entity แทนที่จะเป็น Ground Infranty หน่วยนี้นอกจากเก่ง ฉลาด ยังไม่พอ ถ้าไม่ได้รบั เชิญก็อย่าฝันจะได้เข้า (ยกเว้นเป็นพระเอก) มารวม กับทีมใหม่ที่รู้ใจ กลายเป็นหน่วยรบพิเศษสุดไฮเทค ไม่ว่าจะเป็น ริปคอร์ด, สเนคอายส์, สการ์เล็ตต์, เบรกเกอร์ และ เฮฟวี่ ดิวตี้ แถมด้วยแก๊งค์ผู้ร้ายที่ ขโมยซีนเสียจนเกือบเท่กว่าพระเอกด้วยซ้ำ�

แม้จะมีการปรับเปลีย่ นบทไปบ้าง แต่หนังก็ผกู เรือ่ งราวความสัมพันธ์ และอดีตของฮีโร่แต่ละคนไว้อย่างน่าสนใจ พอให้สร้างเป็นเรื่องใหม่หาเงิน

ได้อีก (แบบที่เคยเกิดกับ X-men ที่แตกภาคใหม่เป็น wolfverine) รวมกับ ฉากไล่ล่า อาวุธไฮเทคล้ำ�ยุค ตระการตา ให้ลุ้นกันแบบไม่มีเบรก แถมด้วยฉาก 75 75


76 46 76


ทำ�ร้ายจิตใจคนดูอย่างถล่มหอไอเฟลลงต่อหน้าต่อตา ก็พอจะชดเชยความไม่ “เนียน” ของ CG ที่หลายๆ คนบ่นได้ไม่ยากเย็น แต่โปรดักชั่นใหญ่ขนาด นี้มันระดับ Star war การทำ�ให้เนียนก็คงลำ�บาก แถมหลายคนแอบจับผิด โฆษณาแฝงซึ่งโผล่มาตั้งแต่เริ่มเรื่อง ไม่ว่า จะเป็นสินค้า IT อย่างค่าย Norton Anti-virus (ที่ทำ�ไมมัน scan เร็ว ขนาดนั้น แตกต่างกับตอนใช้จริงเอามากมาย) Cisco ไปจนถึงกระทั่งแว่น กันแดด แต่หนังเท่ๆ แบบนี้ไม่แฝงเลยคงจะแปลกไปกันใหญ่ ขนาดนาฬิกา รุ่น เจมส์ บอนด์ ใส่ทุกวันนี้ก็ยังคงขายดีเป็นเทน้ำ�เทท่า และนี่จะเป็นหนังอีกเรื่องของปี 2009 ที่จะอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ list การดูเอา “มันส์” เลยทีเดียว เครดิตภาพ : http://www.nangdee.com/title/html/m1785.html http://movie.kapook.com/view138.html http://www.thebadandugly.com/wp-content/uploads/2009/04/gi-joe.jpg

7777


PUSH (โคตรคนเหนือมนุษย์)

นอนดูหนังแผ่น

เรื่ อ งราวของกลุ่ ม คนที่ มี พ ลั ง เหนื อ ธรรมชาติ เช่น เคลื่อนย้ายวัตถุได้ มองเห็น อนาคต จมูกไวฯลฯ ส่วนหนึ่งถูกเพิ่มศักยภาพ เพื่อให้เป็นนักรบ โดยองค์กรที่เรียกตัวเองว่า “ดิวิชั่น” ยอมรับว่า ดูแล้วค่อนข้างงงๆ กับเหตุผล และการกระทำ�ของตัวละคร แต่อาศัยว่า ดูเอา มัน เพราะการดำ�เนินเรือ่ งไม่ได้นา่ เบือ่ เกินไปนัก

POSEIDON

เรื่องราวชั่วข้ามวันในคืนข้ามปีบนเรือสำ�ราญขนาด ใหญ่ ชื่อ POSEIDON บรรทุกผู้คนนับพันที่ประสบ มหัตภัยทางธรรมชาติกลางทะเล ยากที่ใครจะหยั่งรู้ และ หลีกเลีย่ ง..หลบหนีพน้ จนทำ�ให้นกึ ถึงวลีทวี่ า่ --เทีย่ วสนุก ทุกข์ถนัด ระหว่างดูก็นึกถึงหนังเกี่ยวกับเรือสำ�ราญอีกลำ� อย่าง TITANIC ไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะใช้เรื่องราวที่เกิด ขึ้นจริง มาผูกเป็นเรื่องราว มองผ่านตารายชื่อนักแสดงที่คุ้นตาแต่ไม่คุ้นชื่อ รวม ถึงนักแสดงที่คุ้นชื่อแต่ไม่คุ้นตา สะดุดที่ชื่อหนึ่ง...จอร์จ ลูคัส มีฉากทีท่ �ำ ให้คนกลัวทีแ่ คบนัง่ แทบไม่ตดิ เก้าอี้ ฉากมุดท่อสีเ่ หลีย่ มทีค่ ล้าย ท่อระบายอากาศ...เกินคำ�บรรยาย แถมตัวละครคนหนึ่งยังกลัวที่แคบ มันยิ่ง ทำ�ให้รู้สึกอึดอัดหนักขึ้นไปอีก หรือฉากกลั้นหายใจว่ายน้ำ� ทำ�ให้นึกเตือนตัว เองว่า .....ว่ายน้ำ�ไม่เป็นอย่าริท่องเที่ยวโดยเรือสำ�ราญ

78 78


DEFIANCE

ถูกหยิบยื่นจากน้องชายเป็นเดือนแล้ว “ไม่รู้ พี่จะชอบป่ะนะ” เดาว่าเขาคงรู้ว่า แม้จะไม่รังเกลียดแต่ ข้าพเจ้าค่อนข้างแหวะๆ กับหนังสงคราม รีรอที่จะเปิดแผ่นดู เพราะเครื่องเล่นข้าง บน ระยะหลังงอแงออกอาการรับได้แต่ของแท้ ฮา เลยต้องหาจังหวะและโอกาสเพื่อที่จะดูข้าง ล่าง ซึ่งในที่สุดก็ได้เปิดแผ่นดู...เสียที DEFIANCE สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ในปี 1941 สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวยิวใน ยุโรปถูกนาซีกวาดล้างเผ่าพันธุน์ บั ล้านคน พีน่ อ้ ง ตระกูล เบลสกี รอดพ้นจากการถูกกวาดต้อน และสังหาร หลบหนีเข้าไปซุกซ่อนในป่าที่พวก เขาเติบโตมา จนก่อตั้งกองกำ�ลังชาวยิวขึ้นอย่าง ลับๆ ในป่า ทำ�ให้ชาวยิวจำ�นวนหนึง่ รอดชีวติ มา ได้ สงครามไม่เคยปรานีใคร ถ้าไม่ฆ่าเขา..เขา ก็ฆา่ เรา การอยากมีชวี ติ ..ไม่ใช่เรือ่ งผิดปกติ แต่ จะมีและใช้ชวี ติ อย่างไร ให้สมกับคำ�ว่า “มนุษย์” ที่เขาว่าประเสริฐกว่า “สัตว์” 79

79


Books

นั่งอ่านหนังสือ by : เจ้าชายกบ

กาลครั้งหนึ่ง.... นิทานแสตมป์ โดย วินนี่ เดอะ ปุ๊ เป็ น เรื่ อ งเล่ า (นิ ท าน)จากแสตมป์ ที่ อ ยากเรี ย กว่ า เป็ น วรรณกรรมเยาวชน เพราะอ่านแล้ว ทำ�ให้ต่อมความทรงจำ�เยาว์ วัยทำ�งาน นึกถึงตอนอ่านนิทานพื้นบ้านแบบไทยๆ ดูการ์ตูน บั๊ค บันนี่, โร้ดรันเนอร์ อ่านหนังสือเจ้าชายน้อย รวมถึงนิทาน หลายๆ เรื่อง หลายๆ เล่ม ที่ไม่เคยรู้จักหรือลืมไปแล้ว สิ่งที่ชื่นชอบอย่างหนึ่ง คือ ภาพประกอบแต่ละตอน ที่ ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายโปสการ์ด ด้านหนึ่งเป็นรูปประกอบ เรื่ อ ง อี ก ด้ า นหนึ่ ง เป็ น พื้ น ที่ สำ � หรั บ เขี ย นข้ อ ความ-ที่ อ ยู่ แ ละ ปิดแสตมป์ แต่คนรักหนังสือคนไหนล่ะจะกล้าตัด!!!

นิทานแสตมป์

วินนี่ เดอะ ปุ๊ : เขียน พิมพ์ครั้งแรก กุมภาพันธ์ 2546, แพรวสำ�นักพิมพ์ จำ�นวน 162 หน้า ราคาปก 160 บาท 80 80


นิทานของบีเดิล ยอดกวี THE TALES OF BEEDLE THE BARD j.k.Rowling : เขียน/ภาพประกอบ สุมาลี : แปล พิมพ์ครั้งที่ 1 ธันวาคม 2551, นานมีบุ๊คพับลิเคชั่นส์ จำ�นวน 128 หน้า ราคาปก 195 บาท

ขึ้นชื่อว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวข้องก็กลายเป็น “สินค้า” ขายได้ เจ.เค.โรลลิง่ ได้ตอ่ ยอดนิทานเล่มนี้ หลังการผจญภัยของ แฮร์รี่ พอต เตอร์ จบลงในเล่มที่ 7 ความเป็นจริงและจินตนาการ บางครั้งดูไม่ห่างไกลกันเลย คนที่ช่างฝัน ผู้ป่วยทางจิต บางครั้งอาจแยกระหว่างโลกจริงและจำ�ลองไม่ได้ เจ.เค.ทำ�ให้คนอ่าน นิทานของบีเดิล ซึ่งปล่อยวางโลกของความเป็นจริง หลุดตามเข้าไปสู่โลกแห่งจินตนาการ โดยถูกทำ�ให้เชื่อว่า หนังสือเล่มนี้แปล จากต้นฉบับภาษารูน โดย เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ และให้ ศาสตราจารย์ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ มาเขียนบทวิเคราะห์เพิ่มเติมท้ายนิทานแต่ละเรื่อง แถม อ่านแล้วทำ�ให้คดิ ไปด้วยว่า อาจจะมีหนังสือ สัตว์มหัศจรรย์และถิน่ ทีอ่ ยู่ ออก มาเร็วๆ นี้ก็เป็นไปได้ (หรืออาจจะตีพิมพ์มาแล้ว) คนทีช่ อบอ่านเรือ่ งสัน้ หักมุมกับอ่านนิทาน บ่อยครัง้ จึงได้อรรถรสไม่ตา่ ง กัน เพียงแต่นิทานอาจไม่มีมุมหักที่โหด (ร้าย) เกินไป นิทานของบีเดิล 5 เรื่องไม่มากไม่น้อยไปสำ�หรับความรื่นรมย์ 81


Poem

เขียนกลอนเล่นบนใบบัว เรื่อง และ ภาพ by : วาดวลี

8282


ก็แค่คิด...

วาดวลี

บางครั้ง ก็คิดว่าเธอจะเหมือนเดิม โลกใบเก่าที่เราเคยคุ้นเคย ภายใต้กาลเวลาที่เคลื่อนตัว ฉันรู้ เราไม่อาจยืนอยู่ที่เก่า แม้จะนับใบไม้ที่ร่วงหล่นหรือฤดูฝนที่เราห่างกัน บางครั้ง ฉันก็ยังคิดเสมอว่า เธอจะยังเหมือนเดิม ..............

8383


BonBaiBua.com พบกันทุกเดือน

บนใบบัว

สนใจลงโฆษณา ราคากันเอ๊ง กันเอง ติดต่อ คุณกบ 084 123 0534 อีเมล์ : ruteec@hotmail.com 84

ฺBonBaiBua issue 9  

บนใบัวบุ๊ค ฉบับที่ 9

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you