Page 1

1


จัดพิมพ์โดย สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สนับสนุนโดย บริษัท ปตท. จำ�กัด (มหาชน)


เรื่อง: อัศจรรย์เมืองขนอม หมู่เกาะทะเลใต้ พื้นที่แห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ISBN: พิมพ์ครั้งที่ 1 จำ�นวน เล่ม เผยแพร่/ห้ามจำ�หน่าย สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2557 ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ไม่อนุญาตให้คัดลอก ทำ�ซ้ำ� และดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ นอกจากได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของสิทธิ์เท่านั้น

อัศจรรย์เมืองขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้. ปทุมธานี : สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, ๒๕๕๗. ๔๘ หน้า. ภาพประกอบ ISBN : ๑. ความหลากหลายทางชีวภาพ--ทะเล ๒. ขนอม l. 3. สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ lll. ชื่อเรื่อง

หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานวิจัย จากโครงการหาดขนอมระยะที่ 2 สนับสนุนโดย โครงการ BRT, สวทช., และบริษัท ปตท. จำ�กัด (มหาชน) จัดทำ�โดย สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำ�บลคลองหนึ่ง อำ�เภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 1405 – 1409 โทรสาร 0 2564 7004 สนับสนุนกิจกรรมการผลิตโดย บริษัท ปตท. จำ�กัด (มหาชน)


สารบัญ บ้านเรา”เมืองขนอม” ระบบนิเวศทางทะเล ในทะเลมี โลมา(สีชมพู) กุ้งเคย กะปิเคย หัดทำ�กะปิกันดีกว่า ประมงชายฝั่ง อาหารจากทะเล หญ้าทะเล บ้านของสัตว์น้ำ� จิ๋วแต่แจ๋ว สาหร่ายใบมะกรูด ปะการังและกัลปังหา ทั้งสวยงามและมากประโยชน์ ระบบนิเวศป่าชายหาด ระบบนิเวศหาดหิน ระบบนิเวศหาดทราย ระบบนิเวศหาดโคลน ระบบนิเวศป่าชายเลน หอยกัน หิ่งห้อย ต้นลานที่บ้านเรา สัตว์ที่ควรอนุรักษ์ อัศจรรย์ภูเขาหินปูนและหินพับผ้า ตำ�นานเกาะนุ้ย

6 8 10 12 14 16 18 20 21 22 24 26 28 30 32 36 37 38 40 42 44


คำ�นิยม บริษัท ปตท. จำ�กัด (มหาชน) มีภารกิจหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ควบคู่ไป กับการดูแลรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความมีส่วนร่วมต่อชุมชน โดยรอบสถานประกอบการ ปตท. ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม อำ�เภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกหนึ่งในสถานประกอบการ ที่ ปตท. ให้ความสำ�คัญและตระหนักเรือ่ งสิง่ แวดล้อม โดยได้ท�ำ การวิจยั ความหลากหลายทางชีวภาพ ชุดโครงการ หาดขนอม-เขานัน ระยะที่ 1 (ปี พ.ศ. 2549-2551) และชุดโครงการขนอมระยะที่ 2 (ปี พ.ศ. 2552-2554) ที่ ปตท. ร่วมกับโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (BRT) และ สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพือ่ ศึกษาวิจยั ซึง่ พบความหลากหลายทางชีวภาพ และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรต่างๆมากมาย อาทิ โลมาสีชมพู กุง้ เคย สาหร่ายใบมะกรูด หญ้าทะเล ระบบ นิเวศหาดหิน หาดเลน หาดทราย ป่าชายเลน สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก สิ่งมีชีวิตหายากใกล้สูญพันธุ์ การวิจัยเกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชนศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่ผูกพันกับ ท้องทะเลและมีการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษารวบรวมประวัติศาสตร์ของชุมชน โดยให้ชุมชนเป็น ศูนย์กลางในการขับเคลือ่ นไปสูก่ ารบริหารจัดการเศรษฐกิจ สังคมและทรัพยากรชีวภาพ จนสามารถนำ�องค์ความ รูแ้ ละภูมปิ ญ ั ญาท้องถิน่ มาปรับใช้ประโยชน์เป็นรูปธรรม เพือ่ ให้ผลงานวิจยั ต่างๆเหล่านัน้ สามารถเข้าถึงกลุม่ เป้า หมายหลัก อาทิ ชุมชน เยาวชน นักเรียน นักศึกษาได้โดยง่าย จึงได้รวบรวมองค์ความรู้จากงานวิจัยมาประมวล เป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย เป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ คณะผู้จัดทำ� จึงได้จัดทำ�หนังสือ “อัศจรรย์เมืองขนอม หมู่เกาะทะเลใต้ พื้นที่แห่ง ความหลากหลายทางชีวภาพ” เล่มขนาดกะทัดรัด สีสันสวยงาม สอดแทรกสาระความรู้ต่างๆ ที่สนุกสนาน น่าสนใจ เสมือนกับว่าได้เดินทางล่องใต้ท่องเที่ยวชมทรัพยากรท้องถิ่นขนอมด้วยตนเอง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือ “อัศจรรย์เมืองขนอม หมู่เกาะทะเลใต้ พื้นที่แห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” ที่ ท่านถืออยู่ในขณะนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ชุมชน เยาวชนชาวขนอม ทุกเพศทุกวัย แม้กระทั่งประชาชนที่สนใจทั่วไป สามารถเรียนรู้ เข้าใจ และตระหนักถึงความอุดมสมบูรณ์ในแหล่งทรัพยากรชีวภาพอันมีค่าในท้องถิ่นเกิดความ รู้สึกหวงแหน และมีจิตสำ�นึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ให้แก่ชนรุ่นหลังอย่างยั่งยืนสืบไป

ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำ�กัด (มหาชน)


คำ�นำ� พื้นที่อำ�เภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และหมู่เกาะทะเลใต้ (เกาะแตน, เกาะราบ, เกาะวังนอก, เกาะวังใน และเกาะมัดสุ่ม) เป็นพื้นที่ทางธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม ประกอบด้วย ระบบนิเวศป่าไม้ ป่าชายหาด ถ้ำ� และระบบนิเวศทาง ทะเล เป็นแหล่งดำ�น้ำ�ที่มีชื่อเสียง พื้นที่ดังกล่าวยังประกอบด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น จากความสำ�คัญของทรัพยากรชีวภาพในพื้นที่ชายฝั่งทะเลขนอม สำ�นักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบาย การจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (BRT) ร่วมกับ กลุ่มบริษัท ปตท. จำ�กัด (มหาชน) สนับสนุนชุดโครงการวิจัยเชิงพื้นที่ (area-based research) ชุดโครงการ หาดขนอม – เขานัน ระยะ ที่ 1 (ปี พ.ศ. 2549-2551) และชุดโครงการขนอมระยะที่ 2 (ปี พ.ศ. 2552-2554) พื้นที่อำ�เภอ ขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และหมู่เกาะทะเลใต้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนการ วิจัยและฝึกอบรมความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล พัฒนาบุคลากรนักวิจัยรุ่นใหม่ และสร้างความร่วมมือในการทำ�วิจัยร่วมกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่และนำ� ไปใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์ คุ้มครอง ป้องกัน และฟื้นฟูทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน จากการวิจัยดังกล่าวได้ เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่ทั้งบนบกและในทะเล นำ�ไปเผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและ ต่างประเทศ รวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ได้แก่ หนังสือ สารคดี ตลอดจนเชื่อมโยงความรู้ไปสู่ท้องถิ่น เช่น การจัด กิจกรรมการอบรม ค่ายเยาวชน เป็นต้น สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตระหนักถึงความสำ�คัญในการถ่ายทอด ความรูจ้ ากงานวิจยั ลงสูท่ อ้ งถิน่ จึงสนับสนุนให้มกี ารนำ�องค์ความรูท้ ไี่ ด้จากงานวิจยั จากพืน้ ทีข่ นอมมาจัดทำ�หนังสือ “อัศจรรย์เมืองขนอม หมู่เกาะทะเลใต้ พื้นที่แห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน และบุคคลทั่วไป เพื่อให้สามารถเข้าถึงความรู้จากงานวิจัย มีเนื้อหาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย เกิดความตระหนัก เห็นคุณค่าและความสำ�คัญของทรัพยากรในท้องถิ่นขนอม หมู่เกาะทะเลใต้ รวมทั้งยังได้ถ่ายทอด ประสบการณ์ของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ คณาจารย์จากสถาบันการศึกษา ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจในการ ศึกษาวิจัยความหลากหลายในพื้นที่ขนอม หนังสือเล่มนี้จึงเป็นสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูลทรัพยากร ชีวภาพไปสู่ชุมชนและเยาวชนในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพ ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำ�นวยการ สำ�นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ


บ้านเรา ‘เมืองขนอม’

“ขนอม” เป็นอำ�เภอหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ทางภาคใต้ของ ประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ด้ว ยพันธุ์พืชและสัตว์ น้อยใหญ่ โดยเฉพาะ “โลมาสี ช มพู ” ตั วใหญ่ สี ส วยที่ ใครเห็นก็หลงรัก “หาดขนอม-หมู่ เ กาะ ทะเลใต้” เป็นอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลที่ ค รอบคลุ ม พื้ น ที่ ป่ า บก ป่ า ชายเลน และเกาะ ต่างๆ 8 เกาะ ในพื้นที่อำ�เภอ สิชลและอำ�เภอขนอม จังหวัด นครศรีธรรมราช อำ�เภอดอนสัก และอำ � เภอเกาะสมุ ย จั ง หวั ด สุราษฎร์ธานี

สัตว์หลายอย่างเป็นเพื่อนธรรมชาติใกล้ชิดชาว ขนอม อยู่อาศัยใต้ท้องฟ้า แดด ลม ฝน และน้ำ�ทะเล ด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติทำ�ให้เมือง ขนอมและหมู่เกาะทะเลใต้กลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงผู้คนและสิ่งมีชีวิตทุกชนิดใน ท้องถิ่นนี้ สัตว์หลายชนิดเป็นเพื่อนใกล้ชิดของชาวขนอมมา ช้านาน บางชนิดพบเจอได้บ่อยครั้ง บางชนิดนานๆ จะ ได้เห็นสักครั้ง และบางชนิดอยู่ในภาวะถูกคุกคาม ขณะที่ บางชนิดเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก ทั้งสัตว์ พืช หิน ป่า ทะเล ต่างล้วนเป็นส่วนประกอบสำ�คัญที่ทำ�ให้เกิด ความภาคภูมิใจในบ้านเรา “เมืองขนอม” 8


มองไปบนฟ้านานๆ ครั้ง ถ้าโชคดีอาจได้เห็น ‘เหยี่ยวแดง’ และ ‘นกออก’ บ้าง

บริเวณลานพรุแถวตำ�บล ท้องเนียน หากสังเกตจะเห็น ‘ต้นลาน’ สูงใหญ่ อดีตเคยมีมากมาย แต่วันนี้ ลดลงไปมากแล้ว

และบางคนบอกว่าเห็น ค่างแว่นถิ่นใต้อยู่ไม่ไกลที่เขาชัยสน ภาพค่างแว่นถิ่นใต้ โดย ปรัชญา ชุติภัทรสกุล

ส่วน ‘ปลาบู่มหิดล’ นั้น แทบไม่ต้องถามหา หลายคนไม่รู้จักเสียแล้ว

เรามาช่วยกันดีไหม ช่วยกัน...เริ่มต้นที่รู้จัก แล้วอนุรักษ์ให้อยู่กับบ้านเราไปนานๆ 9


ระบบนิเวศทางทะเล

ระบบนิเวศทางทะเลถือเป็นแหล่งธรรมชาติหลักที่สร้างรายได้ ให้ชาวขนอม เป็นแหล่งอาหารสำ�หรับบริโภคในครัวเรือนและการ จำ�หน่าย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำ�คัญ อ่าวที่สำ�คัญในขนอม ได้แก่ อ่าวแขวงนายเภา อ่าวเตล็ด อ่าวท้องเนียน อ่าวท้องโตนด ขนอมยังมีระบบนิเวศแหล่งหญ้าทะเล ระบบนิเวศชายหาด ล้วนแล้วแต่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทางทะเลที่หลากหลาย

10


11


ในทะเลมีโลมา (สีชมพู)

โลมาสีชมพูเป็นดั่งเจ้าบ้านที่แท้จริงของ ท้องทะเลหมูเ่ กาะทะเลใต้ โดยเฉพาะริมฝัง่ ทะเล ของอำ�เภอขนอมที่สำ�รวจพบโลมาสีชมพูมาก ถึง 50 ตัว

พ่อเฒ่าแม่เฒ่าชาวขนอมเล่าว่า

รู้จักโลมาสีชมพูกันหน่อย

“...ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก ก็เห็น โลมาสีชมพูพวกนี้แล้ว เห็นกันมา แต่เล็กแต่น้อย รู้สึกคุ้นเคยเหมือน เป็นเพื่อนบ้านกัน...ยังไงยังงั้น”

โลมาสี ช มพู ห รื อ มี อี ก ชื่ อ ว่ า โลมาหลั ง โหนก (Indo-Pacific Humpback dolphin) ชื่อ วิทยาศาสตร์วา ่ Sousa chinensis เป็นสัตว์เลีย้ ง ลูกด้วยนมลำ�ตัวกลมยาว ใต้ท้องมีสีอ่อน โหนก เรียวยาว มีครีบหลังเอียงลาดไปทางด้านหลัง มีปากเรียวยาวคล้ายโลมาปากขวด เมื่อดำ�น้ำ� ปลายหางจะชูขึ้น

ปกติโลมาสีชมพูเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำ�ไม่เร็วนัก ชอบแสดงพฤติกรรมเหนือผิวน้ำ�หลายๆ อย่าง เช่น กระโจนขึ้นจนพ้นน้ำ�แล้วสะบัดหาง หรือตะแคงตัว ว่ายน้ำ�แล้วโบกครีบข้างลำ�ตัว 12

จริงๆ แล้ว โลมา ชนิดนี้แรกเกิดเป็นสีเทา ดำ� แต่เมื่ออายุมากขึ้น สี จะจางลง จนกลายเป็ น สีชมพู


สีชมพูมาจากไหน โลมาสีชมพูยงิ่ มีอายุมากจะมีสสี ว่างขึน้ จนถึง เป็นสีชมพู สีชมพูนี้ไม่ได้มาจากเซลล์เม็ดสี แต่มา จากสีของหลอดเลือดที่ทำ�หน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิด ภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินไป ชาวบ้านคุ้นเคยกับโลมาสีชมพูมาก บางครั้งเรียก ‘น้องพู’ ตามสีที่พบ ยิ่งทำ�ให้ชาวประมงแห่งเมืองขนอม รู้สึกใกล้ชิด เพราะหากพบโลมาสีชมพูตรงไหน แสดงว่า บริเวณนั้นมีปลาชุกชุม บ่อยครั้งชาวประมงเรือเล็กจึงมัก หาปลาใกล้กับโลมาสีชมพู บางครั้งโลมาสีชมพูก็ช่วยชาวประมงด้วยการต้อนปลาให้ไปติด อวน เมือ่ ถึงเวลาเก็บอวนและระหว่างสาวอวนขึน้ เรือ ชาวประมง ก็จะแบ่งปลาเล็กๆ ให้กับโลมาสีชมพูด้วย

ข้อควรปฏิบัติ ในการชมโลมาสีชมพู คือ

สัญลักษณ์เมืองขนอมต้องช่วยกันดูแล ใครได้ เ ห็ น โลมาสี ช มพู อดไม่ ได้ที่จะยิ้มรับกับเจ้าโลมาที่กำ�ลังยิ้มให้ นอกจากความสุขที่ได้เห็นความน่ารัก ของโลมาสีชมพูแล้ว การได้เห็นโลมาที่ ชายฝั่งทะเลขนอมยังบ่งบอกถึงความ อุ ด มสมบู ร ณ์ ท างธรรมชาติ ข องทะเล บริเวณนี้ด้วย

ห้ า มให้ อ าหารโลมา เพราะจะมี ผ ลต่ อ พฤติกรรมการหาอาหารของโลมา ทำ�ให้ โลมา ไม่หาอาหารกินเอง ไม่นำ�เรือเข้าใกล้โลมามากเกินไป เพราะจะ รบกวนฝูงโลมาที่กำ�ลังหาอาหาร

13


กุ้งเคย กะปิเคย ชาวขนอมคุ้นเคยกับ ‘เคย’ หรือกุ้งเคย เป็นที่สุด เพียงแค่ดูทิศทางที่ลมพัด ดูน้ำ�ทะเล ดูสขี องฝัง่ ชายหาด ก็รแู้ ล้วว่า วันนีเ้ คยมากหรือ น้อย ได้เวลาออกช้อนเคยหรือยัง บางคนช้อน จับเคยมาตัง้ แต่สมัยเด็กๆ จนทุกวันนี้ กะปิเคย เป็นของฝากจากเมืองขนอมที่มีชื่อเสียง

เคย

เคย หรือกุ้งโอปอสซั่ม (Opossum Shrimp) เป็นสัตว์น�้ำ ไม่มกี ระดูก สันหลัง ลักษณะเหมือนกุ้งขนาดเล็ก อยู่ใน สกุล Acetes

ลั ก ษณะเด่ น ของเคย ที่แตกต่างจากกุ้งทั่วไปคือ มี กรี สั้ น จนเกื อ บมองไม่ เ ห็ น ขาเดิ น และขาว่ า ยน้ำ � ยาว ปล้องท้องอันสุดท้ายจะแบน กว่ากุ้งทั่วไป บริเวณโคนหาง จะมีจุดสีชมพูปนแดง พบชุก ตามชายหาดที่เป็นหาดทราย

14

บริ เ วณอ่ า วเตล็ ด ใหญ่ อำ � เภอขนอม พบกุ้ ง เคยสกุ ล Acetes 3 ชนิด ได้แก่ Acetes japonicus, Acetes vulgaris และ Acetes erythraeus กุ้งเคยสกุล Acetes japonicus พบมากที่สุด และชุกชุม ตามชายทะเลทีเ่ ป็นหาดทราย กุง้ เคยสกุลนี้นิยมนำ�มาทำ�กะปิและ กุ้งแห้ง

เคยสกุ ล นี้ ดำ � รงชี วิ ต ใกล้ พื้ น ทะเล แต่ ไ ม่ จ มลงไปคลาน บนพื้นอย่างกุ้งทั่วไป และเมื่อถึง ฤดูกาล เช่น เดือนมกราคม หรือ กุมภาพันธ์ มักอาศัยรวมกันเป็น ฝูง บริเวณชายฝั่งและลำ�คลอง ของป่ า ชายเลน ทำ � ให้ ม องเห็ น ว่าพื้นทะเลบริเวณนั้นเป็นสีแดง หรือสีชมพู


เคยต่างฤดู เคยน้ำ�แรก (กะปิน้ำ�แรก)

อยู่ในช่วงเดือนมกราคมหรือช่วงแรก จะมี ความบริสุทธิ์สูง สะอาด และมักเป็นตัวเคยล้วนๆ เพราะใช้สวิงตักทีผ่ วิ น้�ำ แทนการรุนทีม่ กั จะมีทรายปน มากับตัวเคย กะปิน้ำ�แรกจะมีราคาสูง คุณภาพดี ใช้ ตำ�น้ำ�พริกอร่อย

เคยน้ำ�สอง (เคยรุนหัว)

อยู่ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม ใช้วธิ รี นุ ทำ�ให้มลี กู ปลาชนิดต่างๆ ปะปน อยู่ค่อนข้างมาก กะปิที่ได้ในรุ่นนี้ จะมีราคาปาน กลาง ใช้ทำ�ได้ทั้งน้ำ�พริกและแกงเผ็ด

เคยน้ำ�สาม (เคยสารส้มโอ)

อยู่ในช่วงปลายมีนาคม การเก็บตัวเคย น้�ำ สามนี้ ใช้วธิ รี นุ เคยเช่นเดียวกับน้�ำ สอง แต่ตวั เคยที่เก็บได้จะมีขนาดใหญ่กว่าเคยน้ำ�แรกและ น้ำ�สอง นอกจากนี้ยังมีลูกหอยปนมาอยู่เสมอ กะปิเคยแบบนี้ราคาต่ำ�สุด เหมาะในการทำ�แกง เผ็ด ไม่เหมาะในการทำ�น้ำ�พริก

15


หัดทำ�กะปิกันดีกว่า การทำ�กะปิของคนขนอมที่ขึ้นชื่อลือชา คือความหอม อร่อย มีสีเนียนสวยจากเคยสีแดง และใช้วิธีการตำ�อย่างละเอียดด้วยครก เป็นวิธีการพื้นบ้านที่สืบทอดต่อกันมา แต่ละหมู่บ้านอาจจะมีสูตรการทำ�กะปิ แตกต่างกันในรายละเอียด เช่น สัดส่วน เกลือกับเคย แต่โดยรวมๆ แล้ว คือ หาเคย ในเวลากลางคืน กลับมาเวลาเช้า ตากเคย แล้วก็ตำ�เคย เก็บ แล้วตำ�อีกครั้ง ดังนี้

ตากเคยที่ได้จาก การจับ หากแดดดีตาก เพียง 1-2 ชั่วโมง พอ ให้เคยหมาด ไม่แห้งจน เกินไป ใส่ ค รกไม้ ข นาด ใหญ่ ตำ� ตำ� ตำ�ผสมกับ เกลือ สัดส่วนคือ กุ้ง 3 กิโลกรัม ต่อ เกลือเม็ด 1 กิโลกรัม บางคนใช้สูตร 5 กิโลกรัม ต่อ เกลือ 1 กิโลกรัม 16

ใช้เกลือเม็ด เพราะเกลือผงละเอียด เกินไป ใส่แล้วความ เค็มอาจผิดเพี้ยนจาก สูตรเดิม


ตำ�ให้แหลก เก็บใส่ ภาชนะที่มีฝาปิดอย่างดี ไม่ให้โดนแดด เรียกว่า “บ่ม” ไว้

อัดกะปิเคยใส่ ภาชนะเพือ่ เก็บไว้บริโภค หรือจำ�หน่าย

บ่มนาน 1-2 สัปดาห์ นำ�ออกมาตากแดดให้หมาด อีกครั้ง

ตำ�อีกครั้ง เพื่อให้ เกลือกับเคยเข้ากันอย่าง ละเอียดดี

ข้าวยำ�สูตรขนอม ใช้กะปิแทนบูดู

ข้าวยำ�ของคนขนอมนั้น ข้าวผสมผักสมุนไพรนานา ชนิด ใส่น้ำ�ยำ�ที่ทำ�ด้วยกะปิเคย ผสมกับหอม ตะไคร้ ขมิ้น แทนน้ำ�บูดู ได้รสชาติและความหอมที่แตกต่าง แต่อร่อยไม่ แพ้ข้าวยำ�ที่อื่นเลย

ที่นี่ยังมีกะปิแป้น

กะปิแป้น คือกะปิที่ทำ�จากปลาแป้น

ปลาตัวเล็กๆ ที่จับได้ในเขตฝั่งทะเลขนอม วิธีการทำ�เหมือนกะปิเคย แต่ต้องตำ�ปลาแป้น หลายรอบ ตากหลายครั้ง จนเนื้อกะปิละเอียดดี จึงใช้เวลาในการผลิตนานกว่ากะปิเคย บางครั้งเรียกกะปิแป้นว่า เคยลูกปลา 17


ประมงชายฝั่ง

เพราะท้องทะเลขนอม อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความ หลากหลาย เมื่อไปตลาดขนอมก็จะ เห็นความหลากหลายอยู่บนแผงปลา และอาหารนานาชนิดของแม่ค้าเช่นกัน ความหลากหลายที่ว่ายังขึ้นอยู่กับฤดูกาล และช่วงเวลาน้ำ�ขึ้นน้ำ�ลงอีกด้วย การเดินเล่นตลาด จึงเป็นความสนุก และเป็นการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน ชวนให้ใกล้ชิดทรัพยากรธรรมชาติ ทางทะเลแบบคนท้องถิ่น หรือ เรียกได้ว่าเป็นคนรักของกิน พื้นบ้านนั่นเอง

18


อวนเฮ่

เครื่องมือของประมงชายฝั่ง

หรืออวนทับตลิ่ง เป็นเครื่องมือ ประมงที่ใช้คนอย่างน้อย 2 คน ล้อมปลา ที่มีความลึกไม่มาก เครือ่ งมือนีไ้ ด้ผลดี ในช่วงเวลา น้ำ�ลดที่มีสันดอนโผล่ สัตว์น้ำ�ที่จับได้ ได้แก่ ปลากระบอก ปลาเห็ ด โคน ปลาแป้ น ปลาดอกหมาก ปลาตะกรับ เป็นต้น อวนลอยปู ลักษณะเป็นอวนไนล่อน หรือ เป็นเส้นเอ็นใสๆ มีลูกตะกั่วถ่วงไว้ ด้านล่าง

ด้ า นบนใส่ ลู ก กระสงหรื อ ฟองน้ำ � เพื่อให้อวนด้านบนลอย ให้ตาอวน ขวางอยู่ในทะเล ส่วนตาของอวนมี หลายขนาดขึ้ น อยู่ กั บ ขนาดปู ที่ เ รา ต้องการจับ

ลอบปู อวนจมกุ้ง หรืออวนกุ้ง อวนลอยกุ้ง ลักษณะ ของตาอวนชนิดนี้ต่างไปจากอวน ชนิดอื่นๆ เพราะเป็นเนื้ออวนสามชั้น เนื้ออวนชั้นในมีขนาดเล็กจำ�นวน 1 ผืน ส่ ว นเนื้ อ อวนชั้ น นอก มี ข นาดใหญ่ ก ว่ า จำ�นวน 2 ผืนประกบอยู่ด้านนอก

เป็นเครื่องมือลอบขนาดเล็ก ต้องใช้เหยื่อล่อ ลอบปูมีรูปร่างหลายแบบ การวางลอบมีทั้งแบบวงเดียว หรือแบบวางเป็นราว วิธีการคือ นำ�เหยื่อใส่ในลอบ แล้วขังใน ป่าชายเลนตามร่องน้�ำ ลึกประมาณ 1 เมตร ส่วน ใหญ่เป็นเวลากลางวันช่วงน้ำ�ลง ปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จึงทำ�การกู้ลอบ

19


อาหารจากทะเล ปลากระบอก

ชาวบ้านนิยมรับประทาน เพราะเนื้อนุ่ม หวานอร่อย

ปลากระบอกมักอยู่รวมกันเป็นฝูง ชอบอาศัย บริเวณน้ำ�นิ่ง คลื่นลมสงบ วางไข่เดือนกุมภาพันธ์พฤษภาคม อาหารของปลากระบอกคือ กุ้งเคย และสัตว์น้ำ�เล็กๆ พบเห็นได้ทั้งใน บริเวณน้ำ�ตื้น จนถึงบริเวณน้ำ�ลึก

ปลากะพงในกระชัง

20

เพราะปลากะพงเป็นปลาเศรษฐกิจที่ทำ� รายได้ให้ชาวประมงอย่างดี การสนับสนุนให้มี การเลี้ยงปลากะพงในกระชัง ทำ�ให้สามารถให้ อาหาร และกำ�หนดขนาดของปลาที่ต้องการ จำ�หน่ายได้ผลดี


ปลากะพงเป็นปลาทะเล ที่สามารถเติบโตได้ทั้ง ในน้ำ�กร่อย และน้ำ�จืด ปลาที่เลี้ยงในกระชังใน ทะเลจะมีขนาดใหญ่กว่า เลี้ยงในน้ำ�กร่อย การส่งเสริม ให้เลี้ยงในกระชังที่บริเวณ อ่าวขนอม จึงทำ�ให้ได้ปลากะพง ที่มีคุณภาพ และปลามีขนาดใหญ่

กุ้งขาว หรือกุ้งแชบ๊วย มีมากจนสามารถงมได้ ด้วยมือเปล่า กุ้งขาว จะฝังตัวตามหาดโคลน พบมากช่วงเดือน 6 และเดือน 12 กุ้งขาวจากขนอม ขายได้ราคา เพราะขนาดตัวใหญ่ และรสชาติดี

อิ่มท้องตลอดปีที่ทะเลบ้านเรา ม.ค.

ก.พ.

มี.ค.

ช่วงเวลาจับเคย (ช่วงเดือนสาม คลื่นลม สงบ จะมีกุ้งเคยเข้ามา มากช่วงนี้)

เม.ย.

พ.ค.

เป็นช่วง น้ำ�ทะเล อุ่น และ พบสัตว์ ทะเลได้ น้อย

อากาศ จะเย็น สบาย มาก ขึ้น ชาว ประมง จะเริ่ม ออกเรือ

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

เป็นฤดูกาลจับปลาทู และปลาชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่อย่างชุกชุม

ก.ย.

ต.ค.

พ.ย.

ธ.ค.

มีพายุ คลื่นลมแรง ชาวบ้านจะนิยมหา กั้งใหญ่ที่ชอบอาศัย อยู่ ในรู ตามซอก หินเมื่อเจอคลื่น กั้งจะชอบออกมา จากรู ทำ�ให้ ชาวบ้านจับได้ง่าย 21


หญ้าทะเล : บ้านของสัตว์น้ำ� ทีอ่ า่ วขนอม แนวหญ้าทะเลนัน้ สำ�คัญมากต่อการเติบโตของปลา นานาชนิด ตัง้ แต่วยั อ่อนไปจนถึงวัยโตเต็มวัย รวมไปถึงโลมาสีชมพูซงึ่ เป็นสัตว์ไม่ยา้ ยถิน่ หากหญ้าทะเลอุดมสมบูรณ์ ไม่ถกู ทำ�ลาย ก็จะทำ�ให้มี ปลาต่างๆ มากมาย อันเป็นห่วงโซ่อาหารทีส่ �ำ คัญของโลมาสีชมพูนนั่ เอง

หญ้าทะเล 5 ชนิดที่ขนอม

ทางด้านทิศใต้ของเกาะท่าไร่ อ่าวเตล็ด เป็นพื้นที่ที่มีแนว หญ้าทะเลที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ�และเป็น แหล่งอาหารที่สำ�คัญของโลมาสีชมพู

หญ้ากุยช่ายทะเล

(Halodule uninervis)

22

หญ้าคาทะเล

(Enhalus acoroides) เป็นหญ้าทะเล ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

หญ้าชะเงาเต่า (Thalassia hemprichii)

หญ้าใบมะกรูด (Halophila ovalis) พบบริเวณพื้นทรายปนโคลน และบริเวณซากปะการังปน ทราย ในแนวหาดที่เกาะท่าไร่

หญ้ากุยช่ายเข็ม

(Halodule pinifolia)


จิ๋วแต่แจ๋ว สาหร่ายใบมะกรูด

สาหร่ายใต้ท้องทะเลมีมากมาย ล้วนแต่มีความสำ�คัญกับระบบนิเวศ ทางทะเล คือ เป็นทัง้ แหล่งอาหาร และแหล่งพักพิงให้กบั สัตว์น�้ำ นานา ชนิด รวมถึงตัวมันเองก็เป็นอาหารและสกัดทำ�เป็นยา หรือเครื่อง สำ�อางได้ด้วย และสำ�หรับ ‘สาหร่ายใบมะกรูด’ ซึ่งพบตามแนวชายฝั่ง บริเวณน้ำ�ขึ้นน้ำ�ลงที่มีพื้นเป็นหาดทรายหรือซากปะการัง ยังมีความ โดดเด่นพิเศษมากขึน้ ไปอีก เพราะสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ในน้ำ�ทะเลได้ด้วย

สาหร่ายลดโลกร้อน

รูไ้ หม.... สาหร่ายใบมะกรูดสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ดีกว่าต้นไม้ถึง 5 เท่า เนื่องมาจากกระบวนการทำ�งานของระบบ ผลิตหินปูนของสาหร่ายใบมะกรูดจึงต้องดึงคาร์บอนไดออกไซด์ มาใช้ในปริมาณมากนั่นเอง สาหร่ายชนิดนี้เลยมีส่วนสำ�คัญ ในการลดอุณหภูมิของโลกอีกทางหนึ่ง

จากสาหร่ายกลายเป็นทราย ด้วยความที่เป็นสาหร่ายสีเขียวที่มีการสะสม แคลเซียมคาร์บอเนตในปริมาณมาก อันเป็นกระบวนการหนึง่ ของธรรมชาติทชี่ ว่ ยหมุนเวียน ดึงคาร์บอนจากอากาศมาใช้ โดยปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตที่สาหร่ายใบมะกรูดสะสม ไว้ประมาณ 109.5 ตันต่อเฮคแตร์ต่อปี จะสลายกลายเป็นทรายจำ�นวนมากเมื่อสาหร่าย ใบมะกรูดตายลง ประเทศไทยมีพื้นที่สาหร่ายใบมะกรูดประมาณ 93,750 ไร่ ทำ�ให้ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 36 ล้านตันต่อปี ผลจากการวิจัยพื้นที่สาหร่ายใบมะกรูดใน ทะเลขนอม จ.นครศรีธรรมราช พื้นที่ 137.5 ไร่ ช่วยดูด ซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 52,800 ตันต่อปี 23

Ka Nhom  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you