Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 7 ฉบับที่ 84 เดือน ธันวำคม 2558

BLPD Corner : สังคมก้มหน้ำ Science update : “สำรพิษโบทูลินัม” กับควำมสวย แนะนำหลักสูตร กำรเตรียมตัวอย่ำงด้วยเทคนิค Solid Phase Extraction (SPE)

เปิดประตูสู่อำเซียน : ท่องเที่ยวอำเซียน 3 ประเทศด้วย BLPD Article : พลุดอกไม้ไฟ Q&A : ห้องปฏิบัติกำรที่ได้รับกำรรับรองตำมมำตรฐำน ISO/IEC 17025

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีค่ะ ชาว พศ. สาร ทุกท่าน เข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันแล้ว อากาศหนาวๆ และมีวันหยุดยาวแบบนี้ หลายๆ ท่าน คงกลับบ้านไปหาครอบครัว หรือไปเที่ยวตามต่างจังหวัดพร้อมเงินโบนัสสิ้นปีกัน สานักฯ ขอให้ทุก ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขออวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง คิดดี ทาดี พบเจอแต่ สิ่งดีๆ ตลอดปี และตลอดไป Happy New Year 2016!!! สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2559 กันทุกคนนะคะ สาหรับปีใหม่ พ.ศ. 2559 สานักฯ มุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการฝึกอบรมทั้งระยะสั้น และการฝึกอบรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ดียิ่งขึ้น และเตรียมพบกับหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นใหม่อีกหลาย หลักสูตร เพื่อประโยชน์สูงสุดสาหรับทุกท่านที่สนใจพัฒนาตนเอง โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://blpd.dss.go.th

หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น Q002 C004 C012 Q007 I003

การประกันคุณภาพผลวิเคราะห์ทดสอบทางเคมี การสอบเทียบพีเอชมิเตอร์ การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของวิธีทางสอบเทียบ การจัดทาเอกสารในระบบคุณภาพตามมาตรฐาน การใช้ GC ในงานวิเคราะห์ทดสอบ

12-13 มกราคม 2559 14-15 มกราคม 2559 14 มกราคม 2559 19-20 มกราคม 2559 26-29 มกราคม 2559

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460, 094 336 3455 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 4 เ ดื อ น ธั น ว ำ ค ม 2 5 5 8


BLPD Corner : สังคมก้มหน้ำ เรียบเรียงโดย ดลยา สุขปิติ

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ มีความเจริญก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ เทคโนโลยีบนโลกใบนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในระดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสังคมระดับครอบครัว แวด วงเพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งสังคมในที่ทางาน ซึ่งจะเห็นได้จากการเสพติดโทรศัพท์ ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้แค่เพียง ปลายนิ้ว ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหนมักจะเห็นแต่ละคนต่างนั่งก้มหน้าอยู่กับหน้าจออุปกรณ์สื่อสารของตัวเองกันแทบ ทั้งสิ้น จึงทาให้เกิดศัพท์บัญญัติใหม่ในโลกออนไลน์ชื่อ “สังคมก้มหน้ำ” สมาร์ทโฟนทั้งหลายได้กลายเป็นสิ่งจาเป็นใน ชีวิตประจาวันของคนส่วนใหญ่หรือคนทั่วโลกไปแล้ว จะเห็นได้ จากกลุ่มคนทุกวัยตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทางาน ไปจนถึงผู้สูงวัย ทั้งหลาย เพราะปัจจุบันนี้ ยุคที่คนเรามีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต กันอย่างน้อยคนละ 1 เครื่อง หรืออาจมากกว่า 1 เครื่อง ทาให้ คนเราไม่ค่อยใส่ใจคนรอบข้าง จนบางครั้งเกิดอาการใจลอย เพราะว่าถูกสิ่งเร้าจากเนื้อหาในจอสมาร์ทโฟนหรือว่าแท็บเล็ต จน ลืมสิ่งรอบข้าง ผลกระทบที่ตามมาจากการที่ทุกคนให้ความสาคัญ กับสมาร์ทโฟนเหล่านี้ก็คือ ทาให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในสังคมระดับต่างๆ ลดลง เพราะ สมาร์ทโฟน ได้ดึงความ สนใจจากสิ่งต่างๆ รอบตัวไปจนหมด ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาเสียเวลาไปกับสิ่งนี้ จนทาให้ขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนรอบ ข้าง ไม่มีใครสนใจใคร จนกลายเป็นภาพที่ชินตา นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน ร่างกาย ได้แก่ การเกิดปัญหานิ้วล็อค อาการปวดหลังหรือต้นคอ เนื่องจากการ ก้มเป็นเวลานาน ปัญหาทางสายตาที่เกิดจากการเพ่งมองมากเกินไป หรือ ทางด้านจิตใจ คือ ก่อให้เกิดความหมกมุ่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป จน ก่อให้เกิดปัญหาในการสื่อสาร ที่น่ำกลัวคือ แม้แต่เวลาข้ามถนนหรืออยู่กลาง ถนน ก็ยังจ้องมองไปที่จอภาพ มากกว่าที่จะระมัดระวังตัวจากอันตรายรอบข้าง บางทีได้รับสัญญาณก็ไม่รับรู้ สิ่งที่สาคัญที่สุดคือ ปฏิสัมพันธ์ที่อยู่บนโลกไซเบอร์ ไม่ใช่ปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริง การเล่นโซเชียล มีเดียมากเกินไป จนขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างในโลกความจริง อาจทาให้กลายเป็นคนเก็บตัว บางคนสูญเสียความ มั่นใจในตัวเอง ขาดทักษะในการสื่อสารกับผู้อื่น หรือในบางกรณี หากเจอเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจในโลกโซเชียล ก็จะมี อาการเครียดและเป็นทุกข์ใจมากกว่าเวลาที่อยู่ในโลกความจริง อ่ำนต่อหน้ำที่ 4 BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 4 เ ดื อ น ธั น ว ำ ค ม 2 5 5 8

| 3


สังคมก้มหน้า (ต่อจำกหน้ำที่ 2) การวิเคราะห์ของบริษัท Quantified Impressions ระบุว่าคนเรามักสบตากัน 30 - 60 % ของเวลาที่ใช้ในการ สนทนา แต่การมีอุปกรณ์มือถือและการทางานหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน ในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในคนกลุ่มหนุ่มสาวใน สังคมก้มหน้า เป็นปัญหาในการสบตาคู่สนทนา เพราะใช้สายตาจับที่หน้าจอแทนที่จะสบตากับคู่สนทนา ดังนั้นจึงควรเพิ่ม การสบตาให้มากขึ้นเป็น 60 - 70 % เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อด้านอารมณ์หรืออารมณ์ร่วมให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามนักจิตวิทยาเตือนว่าการก้มหน้าลงตรวจอุปกรณ์มือถืออยู่เป็นประจาอาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า บุคคล นั้นไม่พอใจกับชีวิตหรือความสัมพันธ์ที่ตนมีอยู่กับผู้อื่น ทาให้ต้องคอยตรวจสอบความเคลื่อนไหวในเครือข่ายของตนอยู่เป็น ประจาเพื่อดูว่าตนได้พลาดโอกาสทางสังคมเรื่องใดไปบ้าง จากปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะสามารถคลี่คลายได้หากผู้ใช้รู้จักใช้อย่างมีสติแลรู้เท่าทันเทคโนโลยี จะทาให้พบว่า ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ตรงหน้าจอ แต่มันอยู่ตรงหน้าคุณนั่นแหละ ดังนั้น เลือกใช้อย่างพอดี จะทาให้ชีวิตมีความสุชมาก ขึ้น และ ปัญหา “สังคมก้มหน้า” ก็จะหมดไป

อ้างอิง http://www.pr.chula.ac.th/index.php/15-article/78-2014-05-19-01-32-52 http://swis.act.ac.th/html_edu/cgi-bin/act/main_php/print_informed.php?id_count_inform=3758 http://www.clipmass.com/news_detail.php?news_id=97447

4 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 4 เ ดื อ น ธั น ว ำ ค ม 2 5 5 8


Science update : “สารพิษโบทูลินัม” กับความสวย เรียบเรียงโดย วิจิตรำ เยี่ยมพล

ขึ้นชื่อว่า “พิษ” และ “แบคทีเรีย” คงไม่มีใครอยากให้เข้ามาข้องเกี่ยวกับชีวิตเรา เพราะคิดว่ายังไงก็ส่งผลเสีย และเป็นอันตรายกับชีวติ แต่จริงๆ แล้วพิษบางอย่างมีประโยชน์ตอ่ เราอย่างคาดไม่ถึง แม้กระทั่งเรื่องความสวยงาม วันนี้จะมาพูดถึงสารพิษชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรงจนสามารถทาให้คนเสียชีวิตได้ แต่ในขณะเดียวกันในทาง การแพทย์สามารถนามาใช้ในการรักษา และใช้ในด้านความสวยงามได้ด้วย สารพิษที่พูดถึงคือ สารพิษ โบทูลินัม หรือ คุ้นหูกันที่เรียกว่า “โบท็อกซ์” นั่นเอง โบท็อกซ์ ใช้เรียกสารพิษที่สกัดจากแบคทีเรีย ชนิดที่ชื่อว่า คอสตริเดียม โบทูลินัม ซึ่งเป็นสารพิษที่มีฤทธิ์ร้ายแรงมากๆ ทาให้อาหารกระป๋องเน่าเสียและเป็นพิษต่อผู้บริโภค หากได้รับใน ปริมาณมากๆ ทาให้เสียชีวติ ได้เลยทีเดียว ในทางการแพทย์นามาใช้ในการรักษา เช่น หูรูดปลายล่างของหลอดอาหาร นอกจากนั้นแพทย์พบว่าเมื่อใช้สารเหล่านี้แล้ว บริเวณริ้วรอยบนใบหน้า บริเวณหน้าผาก และรอบดวงตา เต่งตึงขึ้น ซึ่งเกิดจากการเข้าไปทาให้กล้ามเนือ้ บริเวณนั้นหดเกร็งนั่นเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่นามาใช้เพื่อความสวยงาม โดยแพทย์ จะฉีดโบท็อกซ์ปริมาณเพียงเล็กน้อยในบริเวณที่ต้องการด้วยเข็มขนาดเล็กมาก โบทูลินัมจะออกฤทธิ์โดยการไปจับ ส่วนปลายของเซลล์ประสาท ท าให้ไ ม่ส ามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงเกร็งตัวหรือเกิดอัมพาตของ กล้ามเนือ้ เล็กๆ นั้น โดยไม่กระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อข้างเคียง พูดง่ายๆ ว่าฉีดตรงไหนก็จะได้ผลบริเวณนั้น ประมาณ 2 - 3 วันก็จะเห็นผล แต่ ไม่ได้ให้ผลถาวร เพราะประมาณ 3-6 เดือนประสิทธิภาพก็ลดลง ปัจจุบันยังมีการวิจัย ถึงการนาสารพิษโบทูลินัมมาใช้รักษาโรค อื่นๆ เช่น ฉีดรักษาอาการปัสสาวะกะปริดกะปรอย ฉีดกระ เพราะอาหารเพื่อให้อ่มิ นานที่จะส่งผลทาให้ลดความอ้วนได้ และ การ ลดเกิดแผลในหลอดอาหาร จึงเห็นได้ว่าถ้าใช้สารชนิดนี้อย่างถูกวิธีจะมีประโยชน์ ในด้านการแพทย์อย่างมาก แต่ทั้งนี้ต้องให้ผลการวิจัยออกมาเป็น ที่ยอมรับอย่างชัดเจนแน่นอนถึงการนาไปใช้ได้อย่างปลอดภัยก่อน หลายคนอาจคิดว่าพอรู้ความจริงที่มาของโบท็อกซ์แล้วอีกหน่อยคงไม่กล้าทาเพราะกลัวจะเกิดอันตราย แต่ โบท็อกซ์ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิดหากอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ข้อควรระวังสาหรับยาตัวนี้คือ ห้ามฉีดใน ผู้ที่กาลังตั้งครรภ์และให้นมบุตร และในผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนือ้ อ่อนแรง ข้อแทรกซ้อนที่พบคือรอยจ้าเลือดและปวดบวม บริเวณที่ฉีด หนังตาบนตก ซึ่งจะหายเองใน 2 สัปดาห์ http://www.doctor.or.th/ http://www.dek-d.com/education/33827/ http://www.aimeclinic.com/ http://www.dek-d.com/education/33827/

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 4 เ ดื อ น ธั น ว ำ ค ม 2 5 5 8 | 5


แนะนำหลักสูตร: กำรเตรียมตัวอย่ำงด้วยเทคนิค Solid Phase Extraction (SPE) (e-learning) เรียบเรียงโดย อารีย์ คชฤทธิ์

การเตรียมตัวอย่างเป็นขั้นตอนที่สาคัญมากขั้นตอนหนึ่ง ที่ต้องดาเนินการก่อนที่จะนาตัวอย่างไปวิเคราะห์ด้วย เครื่องมือวิเคราะห์ต่อไป การเตรียมตัวอย่างที่ดีจะทาให้การวิเคราะห์ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ลดการปนเปื้อนของสารรบกวน ทั้งยัง เป็นการช่วยรักษาเครื่องมือวิเคราะห์ ป้องกันการอุดตัน และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆของเครื่องมือ การเตรียมตัวอย่างนั้น สามารถทาได้หลายวิธี ในแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันไป ซึ่งจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของตัวอย่างคุณสมบัติ ของสารที่สนใจวิเคราะห์และเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ การเตรียมตัวอย่างด้วยเทคนิค Solid Phase Extraction (SPE) นั้น เป็น ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการเตรียมตัวอย่างสาหรับวิเคราะห์ทางโครมาโทกราฟี เนื่องจากใช้อุปกรณ์ที่หาได้ง่าย ใช้สารเคมีและ ตัวทาละลายน้อย ไม่มีปัญหาการเกิดอีมัลชั่น สามารถต่อระบบอัตโนมัติกับเครื่องมือวิเคราะห์ รวมถึงให้ผลการวิเคราะห์กลับคืนสูง เพื่อส่งเสริมให้ผู้สนใจสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้นในปี 2559 สานักฯ ได้เปิดให้บริการฝึกอบรม หลักสูตร การเตรียมตัวอย่างด้วยเทคนิค Solid Phase Extraction (SPE) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้สนใจสามารถลงทะเบียน เรียนได้ที่ http://www.e-learning.dss.go.th/ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรายละเอียดของหัวข้อหลักสูตรที่เปิดฝึกอบรมมีดังนี้ ค่ะ      

ความสาคัญของการเตรียมตัวอย่างก่อนการวิเคราะห์ หลักการสกัดด้วยเทคนิค SPE การเลือกใช้เฟสอยู่กับที่ ขั้นตอนการสกัดด้วยเทคนิค SPE เครื่องมือ และอุปกรณ์ การประยุกต์ใช้งาน

6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 4 เ ดื อ น ธั น ว ำ ค ม 2 5 5 8


เปิดประตูสู่อำเซียน : ท่องเที่ยวอำเซียน 3 ประเทศด้วยรถไฟ เรียบเรียงโดย นวพร เลิศธำรำธัต

นับถอยหลังไม่นาน จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซี ย น (ASEAN Economic Community : AEC) เต็ ม รูปแบบในปลายปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยได้เตรียมความ พร้อมในหลายด้าน โดยดาเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ ฯลฯ เพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่ง การท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ส าหรั บ รถไฟ เป็ น โครงสร้ างพื้น ฐานที่มี มานานแต่ ดั้งเดิมของคนไทย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยได้ทาการเชื่อมโยง การเดินทางในประเทศอาเซียน โดย การรถไฟแห่งประเทศ ไทย (SRT) ร่ ว มกั บ การรถไฟมาเลเซี ย (KTMB) เปิ ด สถานี รถไฟปาดังเบซาร์ ฝั่งไทย ที่สร้างใหม่ ด้วยขบวนรถไฟเที่ยว พิ เ ศษหาดใหญ่ -ปาดั ง เบซาร์ ไปยั ง สถานี ป าดั ง เบซาร์ ฝั่ ง มาเลเซีย โดยจัดการเรื่องด่านศุลกากรแล้วสามารถเชื่อมต่อ ขบวนรถไฟฟ้าด่วน ETS เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองบัตเตอร์ เวอร์ธ รัฐปีนัง, เมืองอิโปห์ รัฐเปรัก และกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยในช่ ว งแรกการรถไฟแห่ ง ประเทศไทย จะ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย รวมทั้งไปยังรัฐยะโฮร์บารู ซึ่ง ให้บริการรถไฟวันละ 4 ขบวน คิดอัตราค่าโดยสาร 80 บาท เป็นจุดที่สามารถต่อรถไฟไปประเทศสิงคโปร์ได้ นักท่องเที่ยว ตลอดสาย ประกอบด้วย หรือผู้เดินทางติดต่อทางการค้าสามารถ ไป-กลับ ประเทศไทย – มาเลเซีย – สิงคโปร์ ได้สะดวกและประหยัดเวลามากขึ้น ขบวน 947 หาดใหญ่ -ปาดังเบซาร์ ออกเวลา 07.30 น. ถึงเวลา 08.25 น. ขบวน 948 ปาดังเบซาร์ -หาดใหญ่ ออกเวลา 08.55 น. ถึงเวลา 09.50 น. ขบวน 949 หาดใหญ่ -ปาดังเบซาร์ ออกเวลา 13.05 น. ถึงเวลา 14.02 น. ขบวน 950 ปาดังเบซาร์ -หาดใหญ่ ออกเวลา 14.40 น. ถึงเวลา 15.35 น. สาหรับจุดขายตั๋วและจุดจอดของรถไฟจะมี 3 สถานี ได้แก่ ชุมทางหาดใหญ่ สถานีรถไฟคลองแงะ และสถานีรถไฟ ปาดังเบซาร์ ฝั่งไทย นักท่องเที่ยวแนวผจญภัย ต้องไม่พลาดไปพิสูจน์การ เดินทาง 3 ประเทศในอาเซียน

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 4 เ ดื อ น ธั น ว ำ ค ม 2 5 5 8

| 7


BLPD Article : พลุดอกไม้ไฟ เรียบเรียงโดย จุฑำมำศ ภูมิภำค

พลุหรื อดอกไม้ ไฟ (Fireworks) มีจดุ เริ่มต้ นมาจากดินปื น (black powder) จึงถูกจัดเป็ นวัตถุระเบิดชนิดหนึง่ มี การผลิตขึ ้นโดยชาวจีนเมื่อประมาณ 2000 ปี ก่อน ปั จจุบนั พลุหรื อดอกไม้ ไฟนิยมใช้ ในเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ ทัว่ โลก พลุหรื อดอกไม้ ไฟมีสว่ นประกอบหลักๆ 5 ส่วน คือ 1. เชื ้อเพลิง เป็ นตัวที่ทาให้ เกิดการเผาไหม้ 2. สารออกซิไดเซอร์ เป็ นสารที่เมื่อถูกความร้ อนจะสลายตัวแล้ ว ให้ ออกซิเจนออกมา 3. สารเคมีที่ทาให้ เกิดสีสนั ต่างๆ 4. Chlorine donor หรื อ สารประกอบที่มีคลอรี นเป็ นส่วนประกอบ เป็ นตัวที่ทาให้ เกิดสีสนั ที่เด่นชัดขึ ้น 5. ส่วนภาชนะที่ใช้ บรรจุสว่ นประกอบต่างๆ นอกจากความสวยงามที่ได้ ชื่นชมในงานเฉลิมฉลองต่างๆ แล้ ว นัน้ อีกด้ าน หนึง่ นักวิทยาศาสตร์ ได้ เตือนว่า“เขม่าของพลุดอกไม้ ไฟมีผลทาให้ การมองเห็น ลดลง” ซึง่ เป็ นผลจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ บรรยากาศ (atmospheric scientists) จากมหาวิทยาลัยเบอร์ มิงแฮม (University of Birmingham) ในประเทศอังกฤษ โดยทาการศึกษาในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึง่ เป็ นเดือนที่มีเทศกาลชื่อ Guy Fawkes Night ตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายนของทุกปี ซึง่ เป็ นการเฉลิมฉลองที่มีการจุดดอกไม้ ไฟที่ใหญ่ที่สดุ ของประเทศอังกฤษ พบว่าเขม่าของพลุดอกไม้ ไฟมีผลทาให้ การมองเห็นลดลงประมาณร้ อยละ 25 และ ปริมาณคาร์ บอนในอากาศเพิ่มขึ ้นถึง 3 เท่า นักวิทยาศาสตร์ พบอีกว่าปริมาณของคาร์ บอนที่เพิ่มขึ ้นนี ้นอกจากจะส่งผลต่อ การมองเห็นที่ลดลงแล้ วยังทาให้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบตั เิ หตุทางรถยนต์เพิ่มขึ ้นอีกด้ วย ดังนันในเทศกาลแห่ ้ ง ความสุขต่างๆ ก็ขอให้ ทกุ ท่านเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุขแต่มีความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยกันด้ วย อ้ างอิง

http://www.ch.ic.ac.uk/local/projects/gondhia/composition.html http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=1&ID=98 http://www.fireworks.com/fireworks-university/chemistry-fireworks/ https://www.haikudeck.com/fireworks-education-presentation-20fLRG9Fa1 http://www.livescience.com/5520-strange-ingredients-fireworks.html

8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 4 เ ดื อ น ธั น ว ำ ค ม 2 5 5 8


Q&A : ห้องปฏิบัติกำรที่ได้รับกำรรับรองตำมมำตรฐำน ISO/IEC 17025 เรียบเรียงโดย นพเก้ำ เอกอุ่น

ถำม ทาไมห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ต้องมีการประกันคุณภาพผลการทดสอบ/สอบ เทียบ และจงอธิบายหลักการประกันคุณภาพโดยสังเขป ตอบ ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ต้องปฏิบัติตามข้อกาหนดที่ระบุไว้ ซึ่งการประกัน คุณภาพผลการทดสอบ/สอบเทียบ นั้นได้กาหนดไว้ตามข้อ 5.9 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 5.9.1 “ห้องปฏิบัติการต้องมีขั้นตอนการดาเนินงานในการควบคุมคุณภาพ เพื่อเฝ้าระวังการใช้ได้ของการทดสอบและสอบ เทียบที่ดาเนินการ ข้อมูลที่ได้ต้องได้รับการบันทึกไว้ในลักษณะที่สามารถตรวจสอบแนวโน้มต่างๆ ได้ และถ้าทาได้ต้องใช้ วิธีการทางสถิติในการทบทวนผลต่างๆ ด้วย การเฝ้าระวังนี้ต้องมีการวางแผนและทบทวน” 5.9.2 “ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลผลการควบคุมคุณภาพและเมื่อพบว่าอยู่นอกเกณฑ์ควบคุมที่กาหนดไว้ จะต้องดาเนินการ ตามแผนที่วางไว้ เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้มีการรายงานที่ไม่ถูกต้อง” การประกันคุณภาพ (Quality Assurance, QA) คือ แผนและการดาเนินการอย่างเป็นระบบที่ จาเป็นในการให้ได้มาซึ่งความเชื่อมั่นที่เพียงพอว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นไปตามความพึงพอใจของ ข้อกาหนดด้านคุณภาพ ซึ่งกล่าวได้ว่า การประกันคุณภาพของการวิเคราะห์ทาให้ระบบเป็นที่ยอมรับได้ ทั้งความแม่นและความเที่ยงของผลการวิเคราะห์ที่ทาตามวิธีวิเคราะห์ตั้งแต่การเก็บตัวอย่างจนถึงการ ประมวลผลและการรายงานผล นอกจากนี้ยังรวมถึง การสอบเทียบเครื่องมือ (Calibration) การ ฝึกอบรมผู้วิเคราะห์ (Training) การบารุงรักษาเครื่องมือ (Instrument maintenance) การตรวจติดตาม (Audit) และการ ทบทวนระบบคุณภาพ (Review) ด้วย การประกันคุณภาพประกอบด้วย 2 ส่วน คือ การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) เป็นระบบของการวิเคราะห์ที่ทาให้เกิดความเชื่อมั่นในผลการวิเคราะห์ว่ามี ความแม่น ความเที่ยง และเป็นไปตามวิธีที่กาหนด การประเมินคุณภาพ (Quality Assessment) เป็นกิจกรรมการประเมินทั้งระบบเพื่อยืนยันคุณภาพของข้อมูล (data quality) จากกิจกรรมควบคุมคุณภาพว่ามีประสิทธิภาพเป็นไปตามข้อกาหนด และต้องดาเนินการอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามระบบคุณภาพ ที่มำ: เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตร “การใช้ UV-VIS Spectrophotometer ในงานวิเคราะห์ ทดสอบ” วันที่ 21-24 กรกฎาคม 2558 สานักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 4 เ ดื อ น ธั น ว ำ ค ม 2 5 5 8

| 9


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 84, December 2015  

Blpd Newsletter Volume 84, December 2015 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service