Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 9 ฉบับที่ 99 เดือน กันยำยน 2560

BLPD Article : ผักผลไม้ที่แฝงด้วยยำพิษ Science Update : ภำรกิจของยำนสำรวจ Cassini-Huygens BLPD Corner : วิบริโอ พำรำฮิโมไลติคัส เชื้อจุลนิ ทรีย์ก่อโรคในอำหำรทะเล Thailand 4.0 in ASEAN : กำรปฏิวัติดิจิทัลในอำเซียน Q&A : หลักสูตรระยะสัน้ แนะนำหลักสูตร : หลักสูตรด้ำนควำมปลอดภัยของห้องปฏิบัติกำรและสำรเคมี

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีคะ สมำชิก พศ. สำร ทุกท่ำน ต้องขอขอบคุณทุกท่ำน ที่เป็นเพื่อนเคียงคู่ พศ.สำร มำตลอด เรำ ได้ดำเนินกำรจัดทำ พศ. สำร มำอย่ำงต่อเนื่องเป็นเวลำ 9 ปี แล้ว เพื่อนำเสนอสำระ และกิจกรรมต่ำงๆ ของ สำนักฯ หำกมีข้อเสนอแนะ เพื่อให้กำรดำเนินงำนของสำนักฯ ได้พัฒนำ ปรับปรุง ทำงสำนักฯ ยินดีเป็นอย่ำงยิ่ง นะคะ ในปีงบประมำณ 2560 ทำงสำนักฯ ได้มีกำรพัฒนำหลักสูตรอบรมระยะสั้น เพิ่มขึ้นจำนวน 3 หลักสูตร คือหลักสูตร “กำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงจำกสำรเคมี” หลักสูตร “เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยประจำห้องปฏิบัติกำร” และ หลักสูตร “เทคนิคกำรใช้ กำรตรวจสอบ และกำรบำรุงรักษำตู้ดูดไอระเหยสำรเคมี ” ผู้สนใจสำมำรถสมัคร ฝึกอบรมได้ที่เว็บไซต์ http://blpd.dss.go.th/registeronline สำหรับหลักสูตรฝึกอบรมผ่ำนเครือข่ำยอินเทอร์เน็ตได้พัฒนำใหม่ จำนวน 2 หลักสูตร “กำรตรวจ ติดตำมคุณภำพภำยในตำมมำตรฐำน ISO/IEC 17025” และ หลักสูตร “กำรตรวจสอบควำมใช้ได้ของวิธีทดสอบด้วยเทคนิคแก๊สโครมำโทกรำฟี / แมสสเปกโทรเมตรี”ผู้สนใจสำมำรถเข้ำรับกำรฝึกอบรมได้ที่ http://www.elearning.dss.go.th

หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น Q001

สถิติสำหรับงำนวิเครำะห์ทดสอบ

17-18 ต.ค. .60

Q010

ควำมสอบกลับได้ของกำรวัด

C005

กำรสอบเทียบเครื่องชั่ง

19-20 ต.ค. .60

S001

ควำมปลอดภัยของห้องปฏิบัติกำรที่เกี่ยวข้องกับสำรเคมี

19-20 ต.ค. .60

18 ต.ค. .60

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460 E-mail : ppd-blpd@dss.go.th 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 9

เ ดื อ น กั น ย ำ ย น 2 5 6 0


Thailand 4.0 in ASEAN : กำรปฏิวัติดิจิทัลในอำเซียน ชนก ท่วมจร

จากบทความวิเคราะห์ และกระตุ้น การปฏิวัติดิจิทัล ของกลุ่มประเทศอาเซียน เขียนโดย Soon Ghee Chua และ Nikolai Dobberstein เผยแพร่ โ ดยองค์ ก ร A.T.Kearney สถาบั น แม่ โ ขงได้ ส รุ ป และเผยแพร่ ป ระเด็ น หลั ก โอกาส อุปสรรค และแนวทางแก้ปัญหา เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ข้าพเจ้าเห็นว่ามีประโยชน์จึงขอนามาแบ่งปันดังรายละเอียด “Policy imperatives will help ASEAN “leapfrog” into the vanguard of the digital economy—making the region globally competitive and enriching the lives of citizens. Realizing this opportunity must be a top priority.” “นโยบายที่ จ าเป็ น จะช่ ว ยให้ ก ลุ่ ม ประเทศอาเซี ย น กระโดดข้า มเข้ า ไปสู่ ก ารเป็ น ผู้ น าเศรษฐกิ จ ดิ จิ ทัล – ท าให้ ภูมิภาคมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก สร้างความ มั่ ง คั่ ง ให้ แ ก่ ป ระชากร - นี่ คื อ โอกาสที่ ต้ อ งให้ ค วามส าคั ญ ระดับสูง” โอกำส ผลิ ตภัณฑ์และการให้ บ ริ การในรู ป แบบดิจิ ทัล กาลั ง เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม สร้ างความมั่งคั่งให้แก่ประชากร กระบวนการนี้กาลังดาเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องทั่วโลก รวมทั้ง ภูมิภาคกลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มประเทศอาเซียนมีศักยภาพ เพียงพอที่จะก้าวกระโดดไปเป็นผู้นาเศรษฐกิจดิจิทัลเนื่องจาก ปัจจัยพื้นฐานหลายประการมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว เช่น •ระบบเศรษฐกิจ ที่เข้มแข็ง สามารถสร้ าง GDP 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐโดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 6% ต่อปี •มี ป ระชากรจ านวน 600 ล้ า นคน โดย 40% ของ ประชากรมีอายุต่ากว่า 30 ปี •ประชากร 35% ใช้สมาร์ทโฟน และมีการใช้เพิ่มมาก ขึ้นอย่างรวดเร็ว •มี ร ะบบ ICT ที่ พั ฒ นาเพื่ อ ให้ ส ามารถติ ด ตามงาน นวัตกรรมและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ •มีการพิจารณาความเหมาะสมและความเร่งด่วนใน การสร้ า งเขตเศรษฐกิ จ อาเซี ย น สนั บ สนุ น ให้ มี ก ารเคลื่ อ น BLPD NEWSLETTER

ตัวอย่างเสรีของสินค้า การบริการ การลงทุน และแรงงานที่มี ฝีมือ หากมองในภาพรวมระดั บ โลก ปั จ จุ บั น เศรษฐกิ จ ดิจิทัลในกลุ่มประเทศอาเซียนอาจจะยังล้าหลังแต่เป็นการล้า หลังแบบที่ยังไม่ได้ใช้ศักยภาพที่มีให้เต็มประสิ ทธิภาพ ทั้งนี้ อาเซียนมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวเข้าไปสู่กลุ่มผู้นา 5 อันดับ แรกของโลกได้ภายในปี 2025 ภายในปี 2025 การปฏิ วั ติ ดิ จิ ทั ล ในกลุ่ ม ประเทศ อาเซียนจะทาให้การใช้ธนบัตรกลายเป็นเรื่องในอดีต มีความ เป็นชุมชนเมืองแบบสมาร์ท มีความปลอดภัยสาหรับการอยู่ อาศัย ด้ว ยเหตุที่ประชากรส่ ว นใหญ่อยู่ ในช่ ว งวัย รุ่นและใช้ สมาร์ ทโฟน กลุ่ ม ประเทศอาเซี ยนมีโ อกาสที่จ ะบุ กเบิก การ พั ฒ นาการบริ ก ารด้ า นดิ จิ ทั ล แบบใหม่ โดยเฉพาะการท า ธุรกรรมและการพาณิ ช ย์แบบดิจิทัล ซึ่งจะเป็นกลไกหลั ก ที่ สามารถขยายเข้าไปมีอิทธิพลในระบบเศรษฐกิจที่กว้างขึ้นได้ ภายใน 10 ปีข้างหน้า ภาคการผลิตของกลุ่มประเทศ อาเซียนมีแนวโน้มก้าวเข้าไปสู่ ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเป็น เทคโนโลยีที่ใช้เครื่องจักรในระบบไลน์การผลิตเชื่อมโยงข้อมูล กั บ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ ตั ว มั น ผลิ ต ขึ้ น มา ท าให้ ส ามารถเพิ่ ม ประสิทธิภาพในการผลิต เพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต รวมไป ถึงสามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ นอกเหนื อ จากนี้ ป ระชากรในภู มิ ภ าคอาเซี ย นจะ สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้ผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งเป็น การเปลี่ ย นแปลงรู ป แบบการปฏิ สั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งรั ฐ และ หน่ ว ยงานของรั ฐ กั บ ประชาชนไปจากเดิ ม ภายในปี 2025 ประชากรในกลุ่มประเทศอาเซียนส่วนใหญ่จะดาเนินชีวิตโดย รู ป แบบที่ ผู ก อยู่ กั บ เทคโนโลยี ดิ จิ ทั ล สามารถใช้ เ ครื่ อ งมื อ เครื่องใช้ไฮเทคเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของตนเองได้

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่

อ่ำนต่อหน้ำที่ 4

99

เ ดื อ น กั น ย ำ ย น 2 5 6 0 | 3


กำรปฏิวัติดิจิทัลในอำเซียน (ต่อจำกหน้ำที่ 3) อุปสรรค บทความข้างต้นคือภาพในอนาคตที่ถือเป็นโอกาสที่ ประเทศในกลุ่มอาเซียนสามารถทาให้เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากมองย้ อ นกลั บ มาในความเป็ น จริ ง จะพบอุ ป สรรคและ กาแพงที่ขวางกั้นก่อนที่จะไปถึงภาพที่วางไว้ได้ เช่น • ขาดโครงการทางธุ ร กิ จ ที่ มุ่ ง เป้ า สร้ า งเทคโนโลยี บรอดแบนด์สาหรับภูมิภาค • กฏ ระเบี ย บ ข้ อ บั ง คั บ ขั ด ขวางการพาณิ ช ย์ บ น อินเทอร์เน็ตและนวัตกรรมบริการการเงินบนอุปกรณ์พกพา • ผู้บริโภคไม่ตื่นตัวและมีอคติไม่เชื่อมั่นต่อการบริการ ผ่านระบบดิจิทัล • ไม่มีตลาดดิจิทัลเดี่ยวของภูมิภาค • มี ข้ อ จ ากั ด ของความหลากหลายของอั ต ลั ก ษณ์ สาเหตุหลักคือผู้เข้ามาร่วมสร้างระบบนิเวศน์ในรูปแบบดิจิทัล มีน้อย กล่าวโดยย่อ กลุ่มประเทศอาเซียนต้องปรับปรุง กฏ ระเบี ย บ ข้ อกาหนด ทั้ งในระดับ ภายในประเทศและระดั บ ภูมิภาค โดยคานึงถึงทั้งด้านความต้องการให้บริการและความ ต้องการใช้บริการ ในแง่ของความต้องการให้บริการต้องเพิ่ม การลงทุน อย่างเข้มข้นลงไปในโครงสร้ างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปรับเปลี่ยน กฎ ระเบียบ ข้อกาหนด เพื่อผลักดันส่วนที่เป็น กุญแจความสาเร็จเช่น ระบบธุรกรรมทางการเงินแบบดิจิทัล และผลักดัน ให้เกิดระบบนิเวศน์ ในรูป แบบดิจิทัล ส่วนในแง่ ของความต้องการใช้บริการ กลุ่มประเทศอาเซียนควรสร้าง ตลาดดิ จิ ต อลเดี่ ย วของภู มิ ภ าคและเร่ ง ขยายการเข้ า ถึ ง เทคโนโลยีบรอดแบนด์ให้ทั่วถึงครอบคลุมทั้งภูมิภาค กล่าวโดยย่อ กลุ่มประเทศอาเซียนต้องปรับปรุง กฏ ระเบี ย บ ข้ อกาหนด ทั้ งในระดับ ภายในประเทศและระดั บ ภูมิภาค โดยคานึงถึงทั้งด้านความต้องการให้บริการและความ ต้องการใช้บริการ ในแง่ของความต้องการให้บริการต้องเพิ่ม การลงทุน อย่างเข้มข้นลงไปในโครงสร้ างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปรับเปลี่ยน กฎ ระเบียบ ข้อกาหนด เพื่อผลักดันส่วนที่เป็น กุญแจความสาเร็จเช่น ระบบธุรกรรมทางการเงินแบบดิจิทัล และผลักดัน ให้เกิดระบบนิเวศน์ ในรูป แบบดิจิทัล ส่วนในแง่ ของความต้องการใช้บริการ กลุ่มประเทศอาเซียนควรสร้าง 4 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่

ตลาดดิ จิ ทั ล เดี่ ย วของภู มิ ภ าคและเร่ ง ขยายการเข้ า ถึ ง เทคโนโลยีบรอดแบนด์ให้ทั่วถึงครอบคลุมทั้งภูมิภาค แนวทางแก้ปัญหา 1.ปฏิรูปเทคโนโลยีบรอดแบนด์ให้ทั่วถึงทั้งภูมิภาค a.เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้แก่ ประชากรทั้งภูมิภาค b.ส่งเสริมการตระหนักและผลประโยชน์จากการเป็น สังคมดิจิทัล 2.ส่งเสริมนวัตกรรมบริการทางการเงิน การพาณิชย์บน อินเทอร์เน็ต สร้างเมืองที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบสมบูรณ์ a.อนุญาตให้มีธนาคารที่มีรูปแบบเป็นธนาคารดิจิทัล เพียงอย่างเดียวเท่านั้นได้ b.สร้างระบบการทาธุรกรรมผ่านดิจิทัลระบบเดียวที่ สามารถใช้ได้ในประเทศ และขยายเข้าสู่กลุ่มประเทศอาเซียน ได้ c.ท ากฏ ระเบี ย บ ข้ อ ก าหนด ที่ ค รอบคลุ ม การท า ธุรกรรมผ่านดิจิทัลให้ชัดเจน เข้าใจง่าย ทาได้จริง และทาให้ สอดคล้องเพื่อเชื่อมต่อใช้ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ d.สร้างเมืองสมาร์ทให้ได้ 35 เมืองภายในปี 2025 ใช้ มาตรการแรงจูงใจทางภาษีสาหรับเทคโนโลยี M2M และ IoT 3.เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของระบบ เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค a.สร้างรหัสประชาชนอิเล็กทรอนิกส์โดยเชื่อมต่อเข้า กับหมายเลขโทรศัพท์ในแต่ละประเทศเพื่อให้รัฐสวัสดิการที่ เหมาะสม และเพื่อใช้ยืนยันตัวตนร่วมกันในอาเซียน b.สร้างความปลอดภัย การป้องกันข้อมูล การยืนยัน ตัวตนผ่านอิเล็กทรอนิกส์ และกฏหมายความเป็นส่วนตัว ให้ เข้ากันได้ภายในภูมิภาคอาเซียน c.ก่อตั้งองค์กรต่อต้านการโจรกรรมผ่านไซเบอร์ของ ภูมิภาคอาเซียน อ่ำนต่อหน้ำ 5

99

เ ดื อ น กั น ย ำ ย น 2 5 6 0


Q&A : หลักสูตรระยะสั้น ปัญญา คาพญา

คำถำม หลักสูตร “สถิติสาหรับงานวิเคราะห์ทดสอบ” และ “หลักสูตรการคานวณค่าสถิติสาหรับงานวิเคราะห์ทดสอบ” แตกต่างกันอย่างไร คำตอบ หลักสูตร “สถิติสาหรับงานวิเคราะห์ทดสอบ” เป็นหลักสูตรด้านสถิติที่เกี่ยวข้องกับงานวิเคราะห์ ทดสอบ และวิจัย โดยให้ความรู้ตั้งแต่พื้นฐานทางสถิติ รวมไปถึงสถิติที่นาไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการวิทยาศาสตร์ โดยผู้เข้าอบรมฝึก คานวณทาความเข้าใจโดยใช้เครื่องคิดเลขเป็นหลัก ส่วน หลักสูตร”การคานวณค่าสถิติสาหรับงานวิเคราะห์ทดสอบ” เป็นหลักสูตรที่ผู้เข้าอบรมต้องมีพื้นฐานทางสถิติ มาแล้ว หรือผ่านการอบรม หลักสูตรสถิติสาหรับงานวิเคราะห์ทดสอบ มาก่อน เพื่อนามาต่อยอดการใช้งานจริงโดย ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นหลัก คำถำม หลักสูตร “ข้อกาหนด ISO/IEC 17025” ฝึกอบรมโดยใช้เวอร์ชันใด คำตอบ สาหรับ หลักสูตรข้อกาหนด ISO/IEC 17025 เนื่องจากจะมีการปรับปรุงเป็นเวอร์ชั่น 2017 และคาดว่าจะมีการ ประกาศใช้ในเร็วๆนี้ ซึ่งหลักสูตร “ข้อกาหนด ISO/IEC 17025” ที่สานักฯ จะจัดในปี 2561 จะเป็นเวอร์ขั่น 2017

กำรปฏิวัติดิจิทัลในอำเซียน (ต่อจำกหน้ำที่ 4) 4.สร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจดิจิทัลประจาถิ่น a.สร้างบรรทัดฐานด้านการใช้งานดิจิทัล ผู้ใช้ต้อง อยู่ภายใต้กฏเดียวกัน b.ผลักดันเศรษฐกิจดิจิตอลประจาถิ่นให้ตอบรับผู้ใช้ จากนานาชาติ ผ่านกลไกภาษีที่เป็นธรรม 5.สนับสนุนนวัตกรรมดิจิทัลภายในภูมิภาค a.ปรับปรุงระบบการศึกษาให้เข้าสู่รูปแบบการ พัฒนาทักษะและความสามารถตามความต้องการในศตวรรษ ที่ 21 และทาระบบเศรษฐกิจเดิมให้เข้าสู่รูปแบบดิจิทัล b.ทาให้มั่นใจว่าระบบนิเวศน์แบบดิจิทัลจะเข้าถึง ประชากรทุกคนไม่ว่าจะเป็นชุมชนเมืองหรือพื้นที่ห่างไกล c.ทาให้นวัตกรรมดิจิทัลประจาถิ่นได้รับการปกป้อง การละเมิด ทั้ ง หมดนี้ คื อ บทย่ อ แนวคิ ด ในการปฏิ วั ติ ดิ จิ ทั ล ใน ภูมิภาคอาเซียน เขียนโดย Soon Ghee Chua และ Nikolai Dobberstein ใช้ข้อมูลล่าสุดถึงปี 2015 มีรายละเอียดพร้อม BLPD NEWSLETTER

ตัวอย่างการวิเคราะห์ เป็นเหตุเป็นผล เพื่อสร้างความเข้าใจ และผลักดันแนวคิดให้เกิดการปฏิรูปดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน ปั จ จุ บั น ปี 2017 จะเห็ น ว่ า ประเทศไทยได้ มี ก ารพั ฒ นา สอดคล้องกับแนวคิดการปฏิรูปข้างต้น บทความนี้เรียบเรียงจากบทความของสถาบันแม่โขง ใน บทความที่ มา 1 ซึ่งเป็น บทสรุป แบบย่อ หากท่า นสนใจ ตัวอย่างการวิเคราะห์เชิงรายละเอียดสามารถทาความเข้าใจ เพิ่มเติมได้จาก บทความที่มา 2 ซึ่งเป็นบทความต้นฉบับมี จานวน 44 หน้า บทควำมที่มำ 1 ) http://www.mekonginstitute.org/resources/gms-articles/ detail/2017/01/30/the-asean-digital-re/ 2) http://www.atkearney.cz/documents/10192/7567195/ ASEAN+Digital+Revolution.pdf/86c51659-c7fb-4bc5-b6e122be3d801ad2

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่

99

เ ดื อ น กั น ย ำ ย น 2 5 6 0 | 5


BLPD Article : ผักผลไม้ที่แฝงด้วยยำพิษ สุชารัตน์ เกาะแก้ง

สวัสดีค่ะ พี่น้องชาว พศ. สารทุกท่าน เดือนนี้เราจะ มาพูดถึงเรื่อง อาหารสุขภาพกันค่ะ ในโลกปัจจุบันนี้ อาหาร สุขภาพเข้ามามีบทบาทกับกลุ่มคนที่รักสุขภาพมากขึ้น กิน อาหารคลีน กินผักผลไม้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่อาหารสุขภาพ บางชนิดที่เรานิยมกินกลับมีสารพิษเจือปนอยู่อันตรายแค่ไหน จะกินอย่างไรให้ปลอดภัย และได้ประโยชน์ มีข้อมูลมาฝาก ค่ะ 1. มะเขือเทศ มะเขือเทศอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มีสารอาหาร หลายชนิ ด เช่ น ผลให้ วิ ต ามิ น เอ โพแทสเซี ย ม ฟอสฟอรั ส แมกนีเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด และสารอาหารที่ เป็นพระเอกในมะเขือเทศคือไลโคปี น ช่ว ยลดอัตราการเกิด โรคหั ว ใจ โรคมะเร็ ง โรคเบาหวาน โรคกระดูก พรุ น และ ภาวการณ์เป็นหมันในชาย การกินมะเขือเทศที่ปรุงสุกโดยใช้ ความร้อนจะได้คุณค่าสารอาหารมากกว่าการกินมะเขือเทศ สดๆ ถึง 4 เท่า เนื่องจากมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนแล้วจะมี ปริ ม าณสารไลโคปี น (Lycopene) ซึ่ง เป็ น สารแอนติอ อกซิ แดนต์มากขึ้น พิษที่พบในมะเขือเทศอยู่ในส่วนของก้านและผลของ มะเขือ เทศดิ บ โดยจะพบสารพิษ ในกลุ่ ม Steroidal Alkaloids ซึ่งเป็นสารพิษอันตรายที่พบได้ในบุหรี่และกัญชา เมื่อ ร่างกายได้รับสารพิษนี้จะทาให้มีอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง และ เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารได้ ควรหลีกเลี่ยงการกินมะเขือเทศดิบ และควรดึงก้าน มะเขือเทศออกก่อนกินทุกครั้ง 2. เชอร์รี่ เชอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีไขมันและแคลอรีต่า อุดมไปด้วย โซเดีย ม โพแทสเซี ย ม ไฟเบอร์ วิ ตามิ น ซี และวิ ต ามิ น บี ปริ ม าณสู ง จึ ง ช่ ว ยป้ อ งกั น โรคเลื อ ดออกตามไรฟั น เพิ่ ม ปริมาณสารแอนติออกซิแดนต์ในร่างกาย และทาให้ความดัน โลหิตเป็นปกติ พิษที่พบในเชอร์รี่คือสาร สารไฮโดรเจนไซยาไนด์อยู่ ในเมล็ ด เวลาที่เราบดเคี้ย วผลเล็ กๆ ของเชอร์รี่ พร้อมกับ 6 |BLPD NEWSLETTER

เมล็ดจะทาให้ร่างกายได้รับสารไฮโดรเจนไซยาไนด์เข้าไปด้วย ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย ทาให้มีอาการปวดศีรษะและอาเจียนได้ ควรหลีกเลี่ยงการกินเมล็ดเชอร์รี่ 3.แอ๊ปเปิ้ล แอ๊ปเปิ้ลเป็นผลไม้ยอดนิยมที่มีรสอร่อยและได้ชื่อว่ามี ประโยชน์ต่อสุขภาพมาก เพราะมีสารเพกทินที่เป็นประโยชน์ ต่อลาไส้ ช่วยในการขับถ่าย ลดคลอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยง ในการเกิดมะเร็ง และช่วยชะลอวัยได้ซึ่งสาวๆๆ จะชอบมาก พิ ษ ที่ พ บ ใ น แ อ๊ ป เ ปิ้ ล คื อ ก ร ด ไ ซ ย า โ น จี นิ ก (Cyanogenic acids) อยู่ใ นเม็ด ของแอ๊ ปเปิ้ล ซึ่งจะสลายตั ว เกิดเป็นสารพิษไซยาไนด์ ฉะนั้น เมื่อเราเคี้ยวเมล็ดแอ๊ปเปิ้ล เข้าไป ร่างกายจึงได้รับพิษจากไซยาไนด์อ่อนๆ ซึ่งทาให้รู้สึก ปวดหรือเวียนศีรษะได้ ....โห้ใครจะไปรู้ว่ำว่าผักผลไม้ที่มีประโยชน์จะแฝงไป ด้วยพิษที่ร้ายแรงอาจถึงชีวิตได้แต่ในความโชคร้ายยังมีความ โชคดี ค่ ะ ถ้ า เรารั บประทานถู ก วิ ธี ตามความเหมาะสมกั บ ความต้องการของร่างกายก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ เหมือนกัน ......หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับชาว พศ. สารทุกท่านไม่มากก็น้อย แล้วเราจะกลับมาแบ่งปันความรู้กัน ใหม่นะคะขอบคุณค่ะ

ที่มำ : https://www.youtube.com/watch?v=urAa0U-Tq_8 ที่มำ : https://pixabay.com/en/cherry-red-fruit-sweetmature-764153 ที่มำ : https:// fidesomnium.wordpress.com/2017/02/10/3o-encontrocatequese/ ที่มำ : http://www.chivitchiva.com/281

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 9

เ ดื อ น กั น ย ำ ย น 2 5 6 0


BLPD Corner : วิบริโอ พำรำฮิโมไลติคัส เชื้อจุลนิ ทรีย์ก่อโรคในอำหำรทะเล นราวดี จินากุล

จุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) หมายถึง จุลินทรีย์ที่ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคในมนุษย์และสัตว์ จุลินทรีย์ก่อโรค ที่สาคัญในอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ (food poisoning) ที่เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ได้แก่ แบคทีเรีย รา ไวรัส และ ปรสิต แต่จุลินทรีย์ก่อโรคที่เป็น สาเหตุสาคัญของโรคที่มีอาหารเป็นสื่อ คือ แบคทีเรีย สาหรับ ในอาหารทะเล เชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคคือ วิบริโอ พำรำฮิโมไล ติคัส วิบริโอ พำรำฮิโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) Vibrio parahaemolyticus เป็นแบคทีเรียที่มี ลักษณะรูปท่อนตรงหรือโค้ง ขนาด0.5 x 1.5-3 ไมโครเมตร ไม่สร้างสปอร์ ไม่สร้างแคปซูล แต่สร้างเอนไซม์ออกซิเดส อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเติบโตอยู่ระหว่าง 35-37 องศา เซลเซียส ช่วงอุณหภูมิใน การเติบโตอยู่ที่ 10-44 องศาเซลเซียส ช่วงpH ในการเติบโตอยู่ระหว่าง 6-9 Vibrio parahaemolyticus เป็นแบคทีเรียที่ต้องการเกลือในการเติบโต ประมาณ 1-3% และสามารถเติบโตได้ในสภาวะที่มีเกลือ ประมาณ 7%

กำรเข้ำสู่ร่ำงกำย Vibrio parahaemolyticus สามารถทาให้เกิด อาการของโรคกระเพาะอาหารและลาไส้อักเสบ การติดเชื้อ ชนิดนี้มักมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารดิบ อาหารที่ ผ่านการให้ความร้อนไม่เพียงพอ หรืออาหารปรุงสุกที่มีการ ปนเปื้อนเชื้อชนิดนี้เข้าไปอีก เช่น ในปลาหรือพวกกุ้ง ปู หอย โดยในเดือนที่มีอากาศอบอุ่นจะส่งผลให้มีอัตราการติดเชื้อชนิด นี้ได้สูงขึ้น และการนาอาหารทะเลที่ปนเปื้อนเชื้อชนิดนี้ไปแช่ ในตู้เย็นที่มีการควบคุมอุณหภูมิไม่ดีเพียงพอนั้นจะเปิดโอกาส ให้เชื้อดังกล่าวเพิ่มจานวนได้อย่างรวดเร็ว อันตรำยของเชื้อ Vibrio parahaemolyticus Vibrio parahaemolyticus เป็นแบคทีเรียที่ทาให้ เกิดอาหารเป็นพิษ และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะ อาหารและลาไส้อักเสบ เชื้อชนิดนี้มีระยะฟักตัวอยู่ที่ประมาณ 4-96 ชั่วโมง หลักจากได้รับเชื้อเข้าทางปากแต่โดยส่วนใหญ่ แล้วอาการจะเกิดประมาณ 15 ชั่วโมงหลักจากที่ได้รับเชื้อเข้า สู่ร่างกายไปแล้ว ผู้ป่วยจะแสดงอาการเมื่อเชื้อรอดชีวิตและ เมื่อเข้าไปอยู่ที่ลาไส้เล็กแล้วปล่อยสารพิษโดยยังไม่สามารถ ระบุชนิดของสารพิษได้ ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อจะเกิดอาการท้องเสีย เป็นตะคริวในช่องท้อง มีอาการคลื่นเหียน วิงเวียน อาเจียน ปวดหัว มีไข้และหนาวสั่น อาการป่วยค่อนข้างบางเบาหรืออยู่ เพียงระดับกลางๆ แต่ก็มีบางรายที่ต้องเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาล ปริมำณที่ทำให้เกิดโรค ปริมาณของเชื้อที่สามารถให้เกิดโรคได้ คือ ปริมาณ มากกว่า 1 ล้านเซลล์ และอาจมีการติดเชื้อได้จากเชื้อที่มี ปริมาณน้อยกว่านี้เนื่องจากการรับประทานยาลดกรด หรือ อาหารที่มีสมบัติเป็นบัฟเฟอร์ วิธีกำรป้องกัน เชื้อ Vibrio parahaemolyticus สามารถทาลายได้ ง่ายด้วยความร้อน และไม่เติบโตที่ pH ต่ากว่า 5 หรือสูงกว่า 11 ดังนั้น จึงควรปรุงอาหารให้สุกและผ่านกรรมวิธีที่สะอาดได้ มาตรฐานและถูกสุขลักษณะก่อนการรับประทานเสมอ

แหล่งที่มำของเชื้อ Vibrio parahaemolyticus Vibrio parahaemolyticus เป็นแบคทีเรียที่ สามารถพบได้ตามธรรมชาติ โดยเชื้อจะอาศัยอยู่ใน สิ่งแวดล้อมต่างๆ ตามชายฝั่งทะเลในฤดูที่มีอากาศหนาวเย็น จะพบเชื้อชนิดนี้ได้ตามตะกอนโคลนตมในทะเล แต่ในช่วงฤดู ที่มีอากาศอบอุ่น จะพบเชื้อนี้ อยู่ทั่วไปในน้าทะเล ในปลา กุ้ง หอย และปู นอกจากนั้นยังพบ ได้ตามแหล่งน้าจืดทั่วไปและ บริเวณปากอ่าวแม่น้า ซึ่งมีทั้ง ชนิดที่เป็นเชื้อก่อโรคและไม่ ที่มา : http://fic.nfi.or.th/foodsafety/damageCate.php? cid=7&id=1 // http://www.ppdictionary.com/bacteria/ เป็นเชื้อก่อโรค gnbac/parahemolyticus.htm

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 9

เ ดื อ น กั น ย ำ ย น 2 5 6 0 | 7


แนะนำหลักสูตร : หลักสูตรด้ำนควำมปลอดภัยของห้องปฏิบัติกำรและสำรเคมี ปวีณา เครือนิล

๒๖๗๗ เล่ม ๑ – ๒๕๕๘ : ข้อกาหนด ซึ่งกาหนดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยประจาห้องปฏิบัติการ (Laboratory safety officer) โดยหมายถึงบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และได้ รั บ มอบหมายจากองค์ ก รให้ ด าเนิ น การติ ด ตามและ ประเมินผลการดาเนินการด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการ ที่เกี่ยวกับสารเคมี โดยมีความรับผิดชอบและอานาจหน้าที่ในการ จัดทาแผนระบบการจัดการด้านความปลอดภัยและดาเนินงาน ด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ การกาหนดนโยบายและ ระบบการเข้าออกของบุคคลที่ไม่ใช่พนักงานของห้องปฏิบัติการ ตลอดจนสั่งหยุดกิจกรรมใด ๆ ที่ไม่ปลอดภัย ดังนั้น การพัฒนา ศั ก ยภาพบุ ค ลากรให้ ส ามารถท าหน้ า ที่ เ ป็ น เจ้ า หน้ า ที่ ค วาม ปลอดภัยประจาห้องปฏิบัติการ จึงเป็นสิ่งสาคัญในการขับเคลื่อน ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการให้เกิด หลักสูตร “เทคนิคกำรใช้ กำรตรวจสอบ และกำร บำรุงรักษำตูด้ ูดไอระเหยสำรเคมี” อบรมวันที่ ๗-๘ พฤศจิกำยน ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ๒๕๖๐ หลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความ หลักสูตร “กำรวิ เครำะห์ ควำมเสี่ยงจำกสำรเคมี ” อบรม เข้าใจในเทคนิคการใช้ การตรวจสอบ และบารุงรักษาตู้ดูดไอ ระเหยสารเคมี ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อนึ่ง การใช้ตู้ วั น ที่ ๖-๗ มี น ำคม ๒๕๖๑ หลั ก สู ต รนี้ มี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ เสริม สร้า งความรู้ ความเข้า ใจในการวิเคราะห์ความเสี่ ย งจาก ดูดไอระเหยสารเคมี (laboratory fume cupboards) อย่าง ถูกต้องและปลอดภัย ผู้ใช้งานต้องมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการ สารเคมีต่อสุขภาพผู้ทางานในห้องปฏิบัติการเคมี ตลอดจนการ และประเภทของการระบายอากาศในห้องปฏิบัติการ และปัจจัยที่ จัดการความเสี่ยง การกาหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยง และ มีผลกระทบต่อการระบายอากาศ เพื่อการเลือกใช้ตู้ดูดไอระเหย การสื่อสารความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การวิเคราะห์ความเสี่ยงจากสารเคมี ประกอบด้วยการรวบรวม สารเคมีประเภทต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับห้องปฏิบัติการที่ใช้งาน นอกจากนี้ การเข้าใจระบบการทางานและส่วนประกอบของตู้ดดู ข้อมูลในการทางาน การประเมินความเป็นอันตรายและความ เสี่ยงของสารเคมี รวมถึงลักษณะและโอกาสที่จะได้รับสาร และ ไอระเหยสารเคมี การไหลของอากาศ (air flow) การระบายไอ การจั ด ท ารายงานการประเมิ น ความปลอดภั ย สารเคมี เสีย (fume exhaust and dispersal) ตาแหน่งการติดตั้ง (siting) การตรวจสอบตู้ก่อนการตรวจรับ (commissioning test) (Chemical Safety Report, CSR) ตลอดจนการจั ด การความ เสี่ ย งตามระดั บ ความเสี่ ย ง การก าหนดมาตรการควบคุ ม และ และวิธีการใช้งาน การตรวจสอบ และบารุงรักษาตูด้ ูดไอระเหย สารเคมี ตลอดจนมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยป้องกันผลกระทบ ป้ อ งกั น อั น ตราย การสื่ อ สารความเสี่ ย งให้ กั บ ผู้ ที่ ท างานกั บ สารเคมี เพื่อให้ผู้ท างานมีความรู้ ความเข้าใจถึงอันตรายและ ต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัตงิ านในห้องปฏิบัติการ รวมไปจนถึงลด ความเสี่ยงจากการทางานกับสารเคมี สามารถป้องกันตนเองและ ผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อมด้วย ทางานกับสารเคมีได้อย่างปลอดภัย ห ลั ก สู ต ร “เ จ้ ำ ห น้ ำ ที่ ค ว ำ ม ป ล อ ด ภั ย ป ร ะ จ ำ ทั้ง ๓ หลักสูตรนับว่าเป็นหลักสูตรที่จะช่วยส่งเสริมการ ห้ อ งปฏิ บั ติ ก ำร” อบรมวั น ที่ ๑๔-๑๕ ธั น วำคม ๒๕๖๐ หลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจใน จัดทาระบบความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการที่มีการใช้สารเคมี อานาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และแนวทางในการดาเนินงาน ให้ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและประสิ ท ธิ ผ ล ขอเชิ ญ ชวนผู้ ที่ ส นใจ ด้ า นความปลอดภั ย ของเจ้ า หน้ า ที่ ค วามปลอดภั ย ประจ า ล ง ท ะ เบี ย น เข้ า ร่ ว ม ก า ร ฝึ ก อบ ร ม ไ ด้ ที่ เว็ บ ไ ซ ต์ http:// ห้องปฏิบัติการ โดยอ้างอิงตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม blpd.dss.go.th/registeronline/Index.aspx Always Safety กาหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบการจัดการด้าน First! ความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวกับสารเคมีเลขที่ มอก. เปิ ด ลงทะเบี ย นกัน ไปแล้ ว ส าหรั บ หลั กสู ต รของส านั ก พั ฒ นาศั ก ยภาพนั ก วิ ท ยาศาสตร์ ห้ อ งปฏิ บั ติ ก าร ประจ าปี งบประมาณ ๒๕๖๑ ตั้ งแต่ เมื่ อวั น ที่ ๑ กัน ยายน ๒๕๖๐ ปี นี้ มี หลักสูตรที่น่าสนใจมากกว่า ๕๐ หลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร ด้านการสอบเทียบเครื่องมือวัด ด้านการควบคุมคุณภาพ ด้านการ พัฒนาเทคนิคโดยใช้เครื่องมือสมัยใหม่ ด้านเทคนิคการวิเคราะห์ ทดสอบ ด้านจุลชีววิทยา รวมทั้งหลักสูตรด้านความปลอดภัยของ ห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารและสารเคมี ซึ่ ง ปี นี้ เ พื่ อ เป็ น การส่ ง เสริ ม และ ขับเคลื่อนการจัดการความปลอดภัยอย่างยั่งยืน สานักฯ ได้เปิด หลักสูตรใหม่ด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการและสารเคมี เพิ่มเติมขึ้นอีก ๓ หลักสูตร ดังนี้

8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 9

เ ดื อ น กั น ย ำ ย น 2 5 6 0


Science Update สมบัติ ภำรกิจของยำนสำรวจ Cassini-Huygens สมบัติ คงวิทยา

ยานสารวจ Cassini-Huygens เป็นโครงการความ ร่วมมือระหว่าง NASA , องค์การอวกาศยุโรป(European Space Agency : ESA) องค์การอวกาศอิทาเลีย่ น (Italian Space Agency : ASI) และได้รบั ความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย CALTEC (California Institute of Technology) ในการวิจยั พัฒนาอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ทตี่ ดิ ตัง้ บนยาน อีกทัง้ มีทมี นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ เข้าร่วมในโครงการนีก้ ว่า 5,000 คน งบประมาณโครงการมากถึง 3,900 ล้าน USD หรือ 166,000 ล้านบาท โครงการ Cassini นี้ มีนักวิทยาศาสตร์ 260 คน จาก 17 ประเทศ ได้อาศัยข้อมูลที่ Cassini ส่งกลับมาศึกษา วิจยั จน สามารถเข้าใจถึงดาวเสาร์ วงแหวนดาวเสาร์ ดวงจันทร์ดาวเสาร์ และชั้นบรรยากาศต่าง ๆ ยาน Cassini ปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อ วันที่ 15 ตุลาคม 1997 ยานเดินทางไปถึงดาวเสาร์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2004 และได้ทาภารกิจอย่างราบรื่นมาจนทุกวันนี้ ครับ ตลอดภารกิจของยานจะมี event สาคัญมากอย่างหนึง่ คือ การแยกตัวของยาน Lander ชื่อว่า Huygens ลงสู่ผิวดวงจันทร์ Titan

รูปที่ 4 ภาพดาวเสาร์ถ่ายใน ระยะห่างประมาณ 3 ล้าน กิโลเมตร ถ่ายเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2016 รูปที่ 5 ภาพที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ ภาพโลก (ศรชี้) เป็นจุดสีฟ้า เล็ก ๆระยะห่างจากโลก 1,500 ล้าน กิโลเมตร ถ่ายเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2013

ตามปกติแล้ว ยาน Cassini จะโคจรรอบดาวเสาร์เป็น รูปวงรีคอ่ นข้างมาก โดยช่วงทีไ่ กลทีส่ ดุ จะห่างดาวเสาร์ประมาณ 1.4 ล้าน กิโลเมตร และช่วงใกล้ทสี่ ดุ ห่างด้วยระยะทาง 140,000 กิโลเมตร แต่เมือ่ 10 เมษายน 2560 ทีผ่ า่ นมา ทาง NASA ได้ ปรับวงโคจรของยานสารวจ Cassini ใหม่ เพือ่ เข้าสูช่ ว่ ง Grand Finale โดยให้โคจรเข้าไปอยูใ่ นช่วง GAP แคบ ๆ ให้สนั้ ลงเหลือ ระยะห่างเพียง 1,500 กิโลเมตร ระหว่างดาวเสาร์ และ วงแหวน รูปที่ 6 วงโคจรของยาน สารวจ Cassini รอบดาว เสาร์

รูปที่ 1การโคจรรอบสุดท้าย ของยานสารวจ Cassini ใน 22 รอบจะจบลงวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560

ความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ 260 คน จาก 17 ประเทศ ที่ใช้เวลาร่วมสิบกว่าปีที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ต่อ ชาวโลกกับการค้นหาความจริงทางด้านดาราศาสตร์ ท าให้ วิทยาการทางด้านดาราศาสตร์เปิดกว้างออกไปอย่างเป็นรูปธรรม รูปที่ 2 สรุปภารกิจอันยาวนาน ประชาชนชาวโลกได้ความรู้จากโครงการนี้อย่างท่วมท้น แม้ว่า ของยานสารวจ Cassini โครงการนี้จะใช้เงินมหาศาลและใช้เวลาทีย่ าวนานร่วมสิบปีกว่า ด้วยข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลที่ได้จากภารกิจครั้งนี้จึงเป็นข้อมูล พื้นฐานของการพัฒนาการทางดาราศาสตร์ได้ไปอีกไกล และที่ รูปที่ 3 ภาพดวงจันทร์ Enceladus ส าคัญการทางานโครงการนี้เกิดจากการ่วมแรงร่วมรักสามัคคี ในระยะประมาณ 26,000 นัน่ เอง กิโลเมตร ถ่ายเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2005

9 |BLPD NEWSLETTER

อ้างอิงจาก https://pantip.com/topic/36865055

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 9

เ ดื อ น กั น ย ำ ย น 2 5 6 0


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 99, September 2017  

Blpd Newsletter Volume 99, September 2017 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Blpd Newsletter Volume 99, September 2017  

Blpd Newsletter Volume 99, September 2017 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Advertisement