Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 7 ฉบับที่ 81 เดือน กันยำยน 2558

BLPD Corner : Burn-Out Syndrome BLPD Article : กล้วยหอมในตลำดโลกในเวลำนี้ Science Update: นักวิทยำศำสตร์ชำว ออสเตรเลียผู้ผลิต "เครื่องทำไข่ต้มให้กลับคืนเป็นไข่ ดิบ" Q & A : พศ. มีกำรเตรียมควำมพร้อมอย่ำงไร สำหรับกำรเข้ำสู่ประชำคมอำเซียน แนะนำหลักสูตร : แผนฝึกอบรมประจำปี 2559

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีคะ่

สมาชิกชาวพศ.สารทุกทาน ่

เดือนกันยายน อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีฝนเพิ่มขึ้น อาจจะทาให้เป็นไข้หวัดได้ ขอให้ทุกท่าน ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ พศ. ได้จัดทาแผนการฝึกอบรม ประจาปีงบประมาณ 2559 ตามที่แนบมา ด้านล่างนี้ค่ะ สาหรับเดือนตุลาคม 58 นี้ พศ. เปิดอบรม 1 หลักสูตร คือ ข้อกาหนด ISO/IEC 17025 รีบลงทะเบียนกันนะค่ะก่อนที่จะเต็มและปิดรับสมัครไปซะก่อน และสาหรับเดือนพฤศจิกายน 58 เปิด อบรมหลากหลายหลักสูตร เช่น การสอบเทียบเครื่องชั่ง การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของวิธีทาง สอบเทียบ การจัดทาเอกสารในระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และหลักสูตรอื่นๆ ที่ น่าสนใจอีกมากมาย ท่านสามารถดาวน์โหลดแผนการฝึกอบรม ประจาปีงบประมาณ 2559 ได้ทาง website http://blpd.dss.go.th หลักสูตรดีๆ รีบๆ ลงทะเบียนกันนะค่ะก่อนที่จะเต็มค่ะ ทางทีมงาน พศ. ยินดีต้อนรับผู้สนใจทุกท่านค่ะ แล้วเจอกันค่ะ

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460, 094 336 3455 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 1 เ ดื อ น กั น ย า ย น 2 5 5 8


BLPD Article : กล้วยหอมในตลำดโลกในเวลำนี้ เรียบเรียงโดย สมบัติ คงวิทยา

ร่วม 2 เดือนแล้วที่ผู้เขียนพยายามหากล้วยมาทาน โดยเฉพาะกล้วยหอม เพื่อน ๆ ที่ทางานบอกว่า ในเนื้อกล้วย หอมมีสารธรรมชาติช่วยบรรเทาอาการตะคริว(ทริปโตแฟน (Tryptophan) [1] ซึ่ ง ผ่ า นการพิ สู จ น์ จ ากนั ก กี ฬ าระดั บ โลก เยอะแยะที่ระหว่างพักช่วงแข่งขันมักจะมีกล้วยหอมให้ทาน ระหว่างแข่งขัน เหล่านีเ้ ป็นต้น รูปแสดงกล้วยหอม Musa (AAA group) "Kluai Hom khiew"

ตลาดกล้วยหอมในบ้านเราเวลานี้ราคาแพงเหลือเกิน อย่างกล้วยหอมทองหวีใหญ่สุดที่วางขาย ไม่ต่ากว่า 100 บาท จะไปหากล้วยน้าว้าอีก หวีใหญ่สุด หวีละ 60 บาท ราคาที่สูง ขนาดนีด้ ว้ ยกลไกทางเศรษฐกิจว่า ความต้องการของตลาดสูงแต่ ผลผลิตมีไม่เพียงพอความต้องการของตลาด แม้แหล่งปลูกกล้วย หอมในประเทศไทยจะมีทวั่ ประเทศ[2] ไม่วา่ ทางภาคเหนือ ภาค ตะวันออก หรือภาคใต้[3] ในแหล่งข่าวบอกว่าปีหนึง่ ๆ ความต้องการกล้วยหอม (ปลอดสารพิษ) ของตลาดประเทศญี่ปุ่นถึง 8 พันตัน ขณะที่ ผลผลิตในประเทศไทยมีเพียง 2 พันตันเท่านัน้ เอง ความต้องการ ทีส่ งู มากขนาดนีก้ บั ผลิตกล้วยหอมนีถ้ อื ว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิง่ แหล่งปลูกกล้วยที่มีอีกที่หนึ่งที่เยอะและมีปริมาณสูง มากอยู่แถบอเมริกาใต้[4] แต่ด้วยเนื้อ รสชาติและเปลือกของ กล้วย หรือคุณภาพโดยรวมแล้ว กล้วยหอมไทยชนะขาด แถบ อาเซียน 10 ประเทศเลย ได้อานิสงฆ์ของความต้องการตลาดทัว่ โลกทีเ่ ป็นกล้วยหอมในย่านอาเซียนนี้ BLPD NEWSLETTER

การปลูกแข่งขันกันของประเทศในแถบนีถ้ อื ว่าเป็นสิง่ ที่ ดีและไม่ดี ทีด่ กี เ็ พราะทาให้คณ ุ ภาพของกล้วยหอมคงทีห่ รือดีขนึ้ เรื่อย ๆ ตามความต้องการของตลาด ข้อเสียคือมีการตัดราคา การขายให้กบั ผูบ้ ริโภค ใครขายทีร่ าคาถูกกว่าก็ขายได้ปริมาณที่ มากกว่า เวลานีค้ ณ ุ ภาพสินค้าน่าจะมาก่อน หากว่าผูผ้ ลิต หรือ ชาวสวนตอบโจทย์กล้วยหอมปลอดสารพิษของผูซ้ อื้ อย่างเช่นใน เวลานีก้ ย็ งั ถือว่า ผูผ้ ลิตได้กาไรมีรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกาเลย ทีเดียว ส่งผลในคนไทย ต้องหาซื้อกล้วยหอมราคาแพงไปเรือ่ ย ๆ เพราะชาวสวนนิยมการส่งออกมากกว่าการขายในประเทศ รอให้ราคาตกต่าจนกว่าความต้องการตลาดต่างประเทศลดลง ในเวลานั้นราคาในประเทศถึงจะลดลง ราคากล้วยหอมใน ประเทศไทยเวลานี้เหมือนกับราคาน้ามันที่ไปอิงตลาดน้ามันที่ สิงคโปร์เข้าไปทุกทีแล้ว คุณลักษณะของกล้วยหอมทีพ่ งึ ทรำบ[5] กล้วยหอม เป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยหอมจันท์ กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว โดยกล้วย หอมเขียวหรือกล้วยหอมคาเวนดิชเป็นกล้วยหอมที่นิยมปลูก ทั่วไป[6] จัดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารครบถ้วน ตามหลักทางโภชนาการ เช่น มีวิตามินใยอาหารที่ช่วยในการ ขั บ ถ่ า ย มี ส ารแทนนิ น ซึ่ ง ช่ ว ยยั บ ยั้ ง การเจริ ญ ของ จุลนิ ทรีย์ Escherichia coli เป็นต้น กล้วยหอมถูกจัดเป็นผลไม้ เมืองร้อน สามารถปลูกได้เกือบทุกประเทศทีม่ ภี มู อิ ากาศร้อนชืน้ หลายแห่ง สาหรับประเทศไทย สามารถปลูกกล้วยหอมได้ทวั่ ทุก ภาค อ่ำนต่อหน้ำที่ 4

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 1 เ ดื อ น กั น ย า ย น 2 5 5 8

| 3


กล้วยหอมในตลำดโลกในเวลำนี้ (ต่อจำกหน้ำที่ 2) กล้วยหอมสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ส่วนทีใ่ ช้เป็นยำ : ผล ราก ยางกล้วยจากใบ เปลือกกล้วยหอม - ผล ขับปัสสาวะ - ยางกล้วยจากใบ ใช้หา้ มเลือด - ผลดิบ ช่วยแก้โรคท้องเสีย สมานแผลในกระเพาะอาหาร - ผลสุก ใช้เป็นอาหาร กระตุน้ ให้รา่ งกายรูส้ กึ ผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุข เป็นยาระบายสาหรับผูท้ มี่ อี จุ จาระ แข็ง ช่วยทุเลาอาการปวดท้อง ก่อนหรือขณะมีประจาเดือนได้ สามารถกระตุ้นความตื่นตัวให้กับสมองได้ หรือ แม้กระทัง่ ช่วยทุเลาจากอาการเมาค้างเนือ่ งจากการดืม่ สุรา ของมึนเมา นอกจากนีก้ ารกินกล้วยหอม 1-2 คา ระหว่าง มือ้ เช้า เทีย่ งหรือเย็น ยังทุเลาอาการแพ้ทอ้ งได้ - ราก ใช้ตม้ นาแล้วดืม่ เพือ่ บรรเทาอาการปวดฟัน - เปลือกกล้วยหอม สามารถลดอาการคันหรือบวม จากบริเวณที่ถูกยุงกัดได้ โดยใช้เปลือกด้านใน หรือการนาเปลือก กล้วยหอมมาต้มน้าดืม่ พบว่าสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ พบว่า หากเราใช้ดา้ นในของเปลือกกล้วย หอมสุก ถูเบาๆ บริเวณทีม่ รี อยหยาบกร้าน ทิง้ ไว้ประมาณ 15 นาที จากนัน้ ล้างออกด้วยน้าสะอาดตามปกติ จะทาให้ ผิวนุม่ ชุม่ ชืน่ ขึน้ รอยหยาบกร้านจางหายไป ส่วนทีใ่ ช้ในงำนฝีมอื ห่ออำหำร เลีย้ งสัตว์ : ลาต้น ใบ - ลาต้น ใช้เป็นฐานกระทง หรือใช้หนั่ เลียงสัตว์ - ใบ ใช้หอ่ อาหารจะทาให้อาหารคลาดา ไม่นา่ รับประทาน ส่วนทีใ่ ช้ดำ้ นกำรเกษตร : เปลือกกล้วยหอม - นาเปลือกกล้วยหอมวางไว้รอบๆ โคนต้นกุหลาบ แล้วโกยดินทับประมาณ 1 นิว จะช่วยให้กหุ ลาบแตกกิง่ เร็วขึน้ อ้างอิง 1.เข้าถึง ออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน 2558 : http://www.dokmy.com/2015/05/Golden-Cavendish-Banana.html 2.เข้าถึง ออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน 2558 : http://www.thairath.co.th/content/516276 3.เข้าถึง ออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน 2558 : http://www.thairath.co.th/content/516276 4.เข้าถึง ออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน 2558 : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1440392106 5. เข้าถึง ออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน 2558 : https://th.wikipedia.org/wiki/กล้วยหอม 6. พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ และคณะ. ทรัพยากรพืชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2 : ไม้ผลและไม้ผลเคีย้ วมัน. กทม. สถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. 2544 หน้า 319

4 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 1 เ ดื อ น กั น ย า ย น 2 5 5 8


BLPD Corner: Burn-Out Syndrome เรียบเรียงโดย ปัทมำ นพรัตน์

Burnout Syndrome เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่ เ กิ ด จากการท างานหนั ก มากจนเกิ น ไปและพั ก ผ่ อ นไม่ เพียงพอ ทาให้ความสนใจในงานที่ทารวมทั้งประสิทธิภาพใน การท างานลดลง นอกจากนี้ ภ าวะความเครี ย ดเรื้ อ รั ง ก็ สามารถทาให้เป็นโรคดังกล่าวได้อีกด้วย ซึ่ง Dr. David Ballard นักจิตวิทยาแห่งสมาคมจิตเวชศาสตร์สหรัฐอเมริกา ได้ เปิดเผยว่าสาเหตุของโรคนี้มาจากการที่ความสามารถในการ รับมือกับความเครียด­ของคุณไม่ดีพอจนทาให้คุณไม่สามารถ รับมือกับความเครียดมากมายที่ถาโถมเข้ามาได้นั่นเอง โรคนี้ ส ามารถรั ก ษาได้ ห ากตรวจพบตั้ ง แต่ เ นิ่ น ๆ หากปล่อยปละละเลยจะส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งในด้าน สุขภาพ ความสุ ข ความสัมพัน ธ์ และประสิ ทธิภ าพในการ ทางาน และอาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าที่มีความอันตราย มากขึ้น สัญญาณแรกเริ่มของโรค Burn-Out จะรู้สึกเบื่องาน นอนไม่ห ลั บ เครี ย ด ไม่มี ความสุ ข ไม่ ส นุ ก กับ งาน ซึ่ งโรค Burn-Out จะเกี่ยวกับการทางานมากเกินไป ใช้เวลาทางาน เยอะเกินไป จนส่งผลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อาการของ โรค 1. อ่อนเพลีย 2. ขาดแรงจูงใจ 3. อารมณ์ร้าย มองโลกในแง่ลบ 4. ไม่มีสมาธิ 5. ประสิทธิภาพในการทางานลดลง 6. มีปัญหากับที่บ้านหรือที่ทางาน 7. ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง 8. หมกมุ่นอยู่กับการทางานแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ที่ ทางานก็ตาม 9. มีความสุขน้อยลง 10.สุขภาพย่าแย่ Burnout Syndrome สามารถรักษาให้อาการบรรเทา BLPD NEWSLETTER

ลงได้ด้วยตนเอง ซึ่งมีวิธีดังต่อไปนี้ 1. ผ่อนคลายความเครียด 2. หากิจกรรมอย่างอื่นทา 3. เลิกใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 4. นอนหลับให้เพียงพอ 5. จัดระเบียบให้ชีวิต เมื่อคนเราทางานมากกว่าสัดส่วนของการพักผ่อนก็ เกิดอาการ Burn-Out ได้ ดังนั้นเราควรทางานแล้วพัก เช่น ทางานหนึ่งชั่วโมง เราก็ควรใช้สมอง 45 นาที แล้วก็พัก 1015 นาที สมองก็จะได้ พัก ได้ขจัดเมตาบอลิซึ่ มของเสียต่างๆ ออกไป หมุนเวียนเอาวัตถุดิบ ใหม่เข้ามา ควร หมุนเวียนเช่นนี้ทุกๆ ชั่วโมง ถ้าเราปล่อยให้ Burn-Out ไปเรื่อยๆ จะก่อให้เกิดโรค ได้มากมาย ผู้ห ญิงไทยมีความเสี่ ยงกับการเป็นโรค Burn-Out Syndrome เพราะต้องทางานทั้งในบ้านและนอกบ้าน วัน เสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด โดยเฉพาะคนไทยในสังคมเมืองมี โอกาสเป็นโรคนี้สูงมาก และมักเป็นกับคนวัยทางาน ดังนั้น มาใส่ใจกับสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจกันนะค่ะ "Burn-Out Syndrome" ภัยเงียบของคนทางาน http://www.komchadluek.net/ detail/20120227/124048/BurnOutSyndrome.html เอกสารอ้างอิง 10 สัญญาณเงียบโรค Burnout Syndrome เบื่อ งาน หมดไฟ ใช่เลย ! http://health.kapook.com/view115801.html

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 1 เ ดื อ น กั น ย า ย น 2 5 5 8 | 5


Science Update : นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียผู้ผลิต "เครื่องทาไข่ต้มให้กลับคืนเป็นไข่ดิบ" ได้รับรางวัลอิกโนเบล สาขาเคมี เรียบเรียงโดย ปัญญา คาพยา

รำงวัลอิกโนเบล (Ig Nobel) ย่อมาจาก Ignoble Nobel เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผลงานทางวิทยาศาสตร์หรืองานวิจัยที่ไม่ น่าจะเป็นไปได้ ก่อตั้งโดยมาร์ก อับราฮัมส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 มีการมอบรางวัลทุกปีโดยมอบปีละ 10 รางวัลในแต่ละสาขาที่ต่างกันไป อับราฮัมส์ตั้งรางวัลนี้ขึ้น มาเพื่อฉายแสงให้กับโครงการวิทยาศาสตร์แปลกๆ ที่ไม่ได้รับความสนใจจากกองบรรณาธิการนิตยสาร วิทยาศาสตร์ ซึ่งงานวิจัยแปลกๆ เหล่านี้อาจสูญหายไปในอนาคต วันที่ 18 กันยายน 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยผลงานทางวิทยาศาสตร์ชวนทึ่ง ที่เห็นแล้วถึงกับต้องร้องออกมาว่า คิดได้ ยังไงกัน เมื่อศาสตราจารย์โคลิน ราสตัน (Colin Raston) นักวิทยาศาสตร์ด้านเคมี จากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส ในนครแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย ประดิษฐ์เครื่องคืนสภาพไข่ด้วยกระแสไหลวน โดยกระบวนการทางานคือ คลายสภาพของโปรตีนในไข่ขาวที่สุก แล้ว ให้กลับไปสู่สภาพเดิมตามธรรมชาติ เมื่อใส่ไข่ต้มเข้าไปก็จะได้ไข่ดิบออกมานั่นเอง สิ่ ง ประดิ ษ ฐ์ ชิ้ น นี้ เ จ๋ ง จนได้ รั บ รางวั ล อิ ก โนเบล (Ig Nobel) โดยจั ด ขึ้ น ที่ ม หาวิ ท ยาลั ย ฮาร์ ว าร์ ด และผ่ า นการตั ด สิ น จาก คณะกรรมการชุดรางวัลโนเบล ท่ามกลางผู้เข้าชมกว่า 1,100 คน ทั้งนี้ยังมีการนาเจ้าสิ่งประดิษฐ์นี้ไปต่อยอดเพื่อลดต้นทุนในอุตสาหกรรมยา เนื่องจากนักวิจัยค้นพบว่าโปรตีนในไข่ขาวถูกใช้ อย่างแพร่หลายในการพัฒนาการรักษาโรคมะเร็ง แต่หลังจากไข่ขาวถูกต้มจากการทดลองแล้วก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ เพราะเมื่อมันสุก โปรตีนได้แปรสภาพไปแล้ว แต่เมื่อใช้เครื่องนี้ก็จะสามารถคืนสภาพไข่ให้กลับเป็นเหมือนเดิม และนามาใช้ทดลองได้ใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คนไทยก็เคยได้รับรางวัลนี้เช่นกัน โดยในปี 2556 คณะแพทย์ชาวไทยได้รับรางวัลในสาขาสาธารณสุขจาก ผลงานเรื่องการต่ออวัยวะเพศที่ถูกตัดขาด “เจ๋งไหมหล่ะคนไทย” ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/126627 https://th.wikipedia.org/wiki

6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 1 เ ดื อ น กั น ย า ย น 2 5 5 8


Q & A : พศ. มีการเตรียมความพร้อมอย่างไรสาหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในเดือน ธันวำคม 2558 นี้ เรียบเรียงโดย ณัฏฐกานต์ เกตุคุ้ม

Q1 : มีหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี พ.ศ. 2558 นี้หรือไม่ A1 : พศ. ตระหนักถึงความสาคัญของการเข้าสู่ประชาคม อาเซียนในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2558 นี้เป็นอย่างยิ่ง และ มองเห็นความสาคัญของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะ การทางานที่เกี่ยวข้องทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังนั้น ใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 นี้ พศ. ได้ริเริ่มโครงการ พัฒนากาลังคนด้านสารเคมีและความปลอดภัยสารเคมีในกลุ่มประเทศ อาเซียน โดยจัดฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและการบริหารจัดการสารเคมี เป็นภาคภาษาอังกฤษ จานวน ทั้งสิ้น 7 หลักสูตร ประกอบด้วย 1. Laboratory Safety 2. Control and Management of Hazardous Chemicals 3. Disposal of Hazardous Waste Management 4. Designing and Remodeling for Safer Chemical Laboratories 5. GHS (Globally Harmonized System for Classification and labeling of Chemicals) 6. Internal Audits for Safety of Chemical Laboratory 7. Standard for Personal Protective Equipment and the Effective Uses รวมทั้งมีการจัดสัมมนาเพื่อสร้างความตระหนักในการใช้และการจัดการสารเคมี ในหัวข้อเรื่อง “Raising ASEAN awareness on Management of Chemicals in Laboratory Seminar” ซึ่งคาดว่าจะจัดในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 นี้ จึงขอเรียนเชิญผู้สนใจ ติดตามรายละเอียดความคืบหน้าได้ที่ http://blpd.dss.go.th ค่ะ

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 ฉ บั บ ที่ 8 1 เ ดื อ น กั น ย า ย น 2 5 5 8

| 7


แนะนำหลักสูตร : แผนฝึกอบรมประจำปี 2559 เรียบเรียงโดย ปัทมา นพรัตน์

ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ส่งแบบสารวจความต้องการฝึกอบรม ในปีที่ผ่านมานะค่ะ จากผลสารวจดังกล่าว พศ. ได้นามาประมวลและวิเคราะห์เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดทาแผนฝึกอบรมสาหรับปีงบประมาณ 2559 และใช้เป็นข้อมูลในการ พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการ ทุกท่านสามารถดูแผนฝึกอบรมประจาปี 2559 ได้ที่เว็บไซต์ http://blpd.dss.go.th ค่ะ โดยเริ่มเปิดรับสมัครออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป แผนฝึกอบรมประจาปีงบประมาณ 2559 มีหลักสูตรใหม่ เพิ่มขึ้น 4 หลักสูตร คือ 1. หลักสูตร “การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของวิธีทางสอบเทียบ” วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทราบถึงความสาคัญของการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของวิธีทางสอบ เทียบ และวิธีดาเนินการ โดยจัดฝึกอบรม 2 รอบ วันที่ 19 พฤศจิกำยน 2558 และวันที่ 4กรกฎำคม 2559 2. หลักสูตร “การจัดการเครื่องมือในระบบ ISOIEC 17025” วัตถุประสงค์เพื่อให้ ผู้เข้ารั บการฝึ กอบรมมีความรู้ ความเข้าใจการจัดการเครื่องมือในระบบ ISO/IEC 17025 ให้ ถูกต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน โดยจัดฝึกอบรม 2 รอบ วันที่ 20 พฤศจิกำยน 2558 และวันที่ 5 กรกฎำคม 2559 3. หลักสูตร “ความปลอดภัยทางชีวภาพในห้องปฏิบัติการ” วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพในห้องปฏิบัติการ และสร้างเสริมศักยภาพในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยทางชีวภาพทั้งต่อตนเอง เพื่อนร่วมงานและสิ่งแวดล้อม โดยจัด ฝึกอบรมวันที่ 8 กรกฎำคม 2559 4. หลักสูตร “เทคนิคการเตรียมตัวอย่าง เก็บตัวอย่าง และการวิเคราะห์ตัวอย่างฝุ่นในอากาศ” วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการเตรียมตัวอย่าง เก็บตัวอย่างและ ทดสอบตัวอย่างฝุ่นในอากาศ ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นไปตามกฎหมายกาหนดให้แก่ผู้ปฏิบัติงานทดสอบตัวอย่างด้าน สิ่งแวดล้อม โดยจัดฝึกอบรมระหว่ำงวันที่ 9 – 10 สิงหำคม 2559 ติดติดต่อสอบถามรายละเอียด สานักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ โทรศัพท์ 0-2201-7460, 0-2201-7453 อีเมล blpd@dss.go.th

8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 7 7 ฉ บั บ ที่ 8 1 เ ดื อ น กั น ย า ย น 2 5 5 8


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 81,September 2015  

Blpd Newsletter Volume 81,September 2015 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you