__MAIN_TEXT__
feature-image

Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 11 ฉบับที่ 120 เดือน สิงหำคม 2562 BLPD Corner : BLPD กับกำรส่งเสริมควำมรู้ด้ำนควำมปลอดภัยในห้องปฏิบัติกำร Science Update : เครื่องเป่ำแห้งมือ ตัวกำรแพร่กระจำยเชื้อโรคในอำกำศ BLPD Article : สำรเซซำมินในงำดำกับสุขภำพ Thailand 4.0 in ASEAN : สิงหำคม และ วันกำเนิดอำเซียน แนะนำหลักสูตร : หลักสูตร พัฒนำใหม่เดือน สิงหำคม 2562

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีค่ะ ชำว พศ. สำร ทุกท่ำน ช่วงนี้ก็เข้ำสู่ฤดูฝนกันมำได้สักระยะหนึ่งแล้วนะคะ มีฝนตกบ้ำง แดดแรงบ้ำง อำกำศเย็นตัวลงบ้ำงเล็กน้อย อำกำศแปรปรวนแบบนี้ก็ขอให้ทุกท่ำนรักษำสุขภำพ เดินทำงไปไหนมำไหน พกร่ม/เสื้อกันฝน ติดตัวกันไปด้วยนะ คะ สำหรับเดือนสิงหำคมนี้ทำงสำนักฯ ได้จัดฝึกอบรมเพื่อทดสอบควำมใช้ได้ของหลักสูตรใหม่หลำยหลักสูตร เช่น หลักสูตร “สถิติสำหรับโปรแกรมกำรทดสอบควำมชำนำญ” หลักสูตร “แนวทำงกำรจัดกำรควำมเสี่ยงสำหรับ ระบบคุณภำพตำมมำตรฐำน ISO/IEC 17025 : 2017” และทำงสำนักฯ ได้ออกแผนฝึกอบรมประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2563 สำหรับช่วงไตรมำสแรกเดือน ต.ค. ถึง ธ.ค. 2562 ผู้ที่สนใจเข้ำรับกำรฝึกอบรมสำมำรถสมัครออนไลน์ ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/registeronline/ โดยเปิดรับสมัครในวันที่ 1 กันยำยน 2562 หรือหำกมีข้อสงสัย สำมำรถสอบถำมรำยละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 201 7460, 02 201 7453 หรือส่งข้อควำมผ่ำน Facebook Page : DSS Professional Training center ที่ https://www.facebook.com/DSSBLPD สำหรับท่ำนที่ต้องกำร ฝึกอบรมผ่ำนเครือข่ำยอินเทอร์เน็ต สำมำรถเข้ำถึงได้ที่ http://www.e-learning.dss.go.th ซึ่งให้บริกำรตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

http://www.e-learning.dss.go.th จะมีหลักสูตรใหม่ เร็วๆนี้

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 1 1 ฉ บั บ ที่ 1 2 0 เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 6 2


BLPD Article : สำรเซซำมินในงำดำกับสุขภำพ นพเก้า เอกอุ่น

งาดา (Black Sesame Seeds) มีชื่อทาง วิทยาศาสตร์ว่า Sesamum indicum Linn. อยู่ในวงศ์ Pedaliaceae ชื่อสามัญคือ sesame เป็นเมล็ดธัญพืชเล็กๆ ที่ อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร และสรรพคุณในการบารุง สุขภาพ มีแหล่งกาเนิดในแถบประเทศเอธิโอเปีย ถูกนาเข้ามา ในอินเดีย จีน แอฟริกาเหนือ และเอเชียใต้เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน งาดาเป็นงาชนิดเดียวกับงาขาว แต่แตกต่างกัน ที่สีของเมล็ดเท่านั้น งาดาเป็นพรรณไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน มีขนาดเล็ก ลาต้น ตั้งตรงถึงยอด ลาต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีเขียวเข้มปนม่วง มีร่อง ตามยาวและมีขนปกคลุม อวบน้า สูงประมาณ 0.5-2 เมตร ใบ มีลักษณะคล้ายกับใบหญ้างวงช้าง มีขนตลอดทั้งใบ เป็นใบ เดียวรูปไข่ หรือรูปหอก ขอบใบเป็นจัก ใบมีสีเขียวอ่อนไป จนถึงเขียวเข้ม บางพันธุ์ใบอาจเป็นสีเหลือง ก้านใบยาว 5 เซนติเมตร ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลุ่มละ 1-3 ดอก ก้าน ดอกสั้น กลีบรองดอกมี 5 แฉก กลีบดอกมีสีขาว ขาวอมชมพู หรือม่วงอ่อน ผลหรือฝักขนาดค่อนข้างกลม รูปทรงกระบอก หรือแบน มีขนสั้นๆ ปกคลุมรอบฝัก ปลายฝักมีจะงอยแหลม เมล็ดมีรูปไข่ งาดาจะมีเมล็ดเป็นสีดาขนาดใหญ่กว่าเม็ดแมงลัก เล็กน้อย ส่วนงาขาวจะมีสีนวล เมล็ ดงามีน้ามันที่เรี ยกว่า น้ามัน งา ประมาณ 45 – 55 % มีกรดไขมันที่จาเป็นต่อร่างกายของคนเรามากคือ กรด ไขมันโอเมก้า 6 และ โอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ร่างกาย สร้างเองไม่ได้ ต้องรับประทานเข้าไป กรดไขมันดังกล่าวนี้ปกติ จะมี ม ากในปลาโดยเฉพาะปลาทะเลน้ าลึ ก ท าให้ ง าด ามี ประโยชน์และมีคุณค่าต่อสุขภาพคนอย่างมาก ทั้งนี้ น้ามันงา ยังเป็นไขมันชนิดดี กล่าวคือมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวจาพวก กรดลิโนเลอิก และกรดโอเลอิกมากถึง 85 % ในน้ามันงายังมี วิตามิน อี ซึ่งในทางการแพทย์กล่าวว่า วิตามิน อี เป็น สาร แอนติออกซิแดนต์ ที่มีความสาคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้ BLPD NEWSLETTER

ไขมันในเซลล์และในผิวหนัง ทาปฏิกิริยากับ สารอนุมูลอิสระ ซึ่งนาไปสู่การเกิดมะเร็งได้ หรือเรียกได้ว่าเป็นสารต้านมะเร็ง และยังทาให้ผิวหนังชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ เซซามิ น (sesamin) เป็ น สารจ าพวกลิ ก แนนส์ (lignans) จากการวิจัยพบว่า สารเซซามินมีฤทธิ์ในการเพิ่ม อัตราการกาจัดสารพิษ ต้านแบคทีเรีย ยาฆ่าแมลง เป็นสาร ต้านอนุมูล อิสระ ซึ่งช่วยยับยั้งการดูดซึมของคอเรสเตอรอล และยับยั้งการสร้างคอเรสเตอรอลในตับ และไม่ก่อให้เกิดการ สะสมในร่างกาย สูตรโครงสร้างของสารเซซามีน

นั ก วิ จั ย ของภาควิ ช าชี ว เคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้วิจัยและค้นพบว่าใน “งาดา” มีสาร เซซามิ น ที่ช่ ว ยยั บ ยั้ งเซลล์ ม ะเร็ ง ซึ่ ง จะเข้ า ไปปกป้ อ งเซลล์ พร้อมกับตัดวงจรหรือลดเส้ นเลื อดใหม่ที่เป็นน้าเลี้ ยงให้ กับ เซลล์ มะเร็ง พร้อมทั้งค่อยๆ ฟื้นฟูส ภาพเซลล์ให้ กลับคืนมา และช่วยฟื้นฟูเซลล์สมองที่เสื่อมจากการเจ็บป่วย หรือได้รับ การกระทบกระเทื อ นจากอุบั ติ เหตุไ ด้เ ป็ นครั้ง แรกของโลก เซซามีนจะช่ว ยในการยับยั้งการพัฒ นาเซลล์ ต้นกาเนิดของ เซลล์สลายกระดูกที่ให้เกิดโรคข้อเสื่อม โรคกระดูกพรุนได้ โดย จะเข้ า ไปท าให้ แ คลเซี ย มประสานกั บ กระดู ก เพิ่ ม มากขึ้ น นอกจากนี้ยังช่วยรักษาฟื้นฟูโรคเกี่ยวกับสมอง ไม่ว่าจะเป็น เส้ นเลื อดอุดตันในสมอง เส้ น เลื อดแตก ที่ทาให้ เ ป็นโรคอั ม พฤกษ์ อัมพาต โดยสารเซซามิน จะเข้าไปช่วยปกป้องเซลล์ ประสาทที่ยังดีอยู่ และช่วยฟื้นฟูเซลล์ประสาทที่เสื่อมสภาพ

เซซามีนปกป้องเซลล์ โดยตัดวงจรหรือลดเส้นเลือดใหม่ที่เป็นน้าเลี้ยง ให้กับเซลล์มะเร็ง

อ่านต่อหน้า 4

ปี ที่ 1 1 ฉ บั บ ที่ 1 2 0 เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 6 2 | 3


สำรเซซำมินในงำดำกับสุขภำพ (ต่อจำกหน้ำ 3) คุณประโยชน์ของ “สำรเซซำมิน” และแร่ธำตุสำคัญ อื่นๆ ในน้ำมันงำดำ

โอเมก้า 9 ฯลฯ มีส่วนช่วยลดการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Effect on Fatty Acid Oxidation) ลดความอ้ ว นแบบธรรมชาติ ปลอดภั ย เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ โดยในน้ามันงาดามีสารเซซา มิน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ที่ช่วยในการเผาผลาญสลาย ไขมัน (Fat Burn) ช่ว ยป้ องกั น การเสื่ อ มของเซลล์ ในระบบประสาท (Neuroprotective Effect) ท าให้ ส มองท างานดี ลดความ เสี่ ย งต่ อ การเกิ ด โรคอั ล ไซเมอร์ ความจ าเสื่ อ ม เพราะมี สารสาคัญอย่างเซซามิน ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฯลฯ ที่ช่วย ป้องกันการเสื่อมของระบบประสาท ท า ใ ห้ ร ะ ดั บ ไ ข มั น อ ยู่ ใ น สั ด ส่ ว น ที่ พ อ ดี (Hypolipidemic Effect) ช่ ว ย ดู แ ล เ กี่ ย ว กั บ เ รื่ อ ง ข อ ง อัตราส่วนของไขมันในร่างกาย ลดปริมาณของคอเลสเตอรอล มีไ ขมั นดี มากขึ้ น ป้อ งกั นโรคหั ว ใจ ลดความดั นโลหิ ตสู งได้ อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากสารสาคัญในน้ามันงาดา เช่น สารเซซา มิน กรดไขมัน โอเมก้า 3 กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมันโอ เมก้า 9 ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ระดับไขมันอยู่ ในสัดส่วนที่พอดี อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังในการรับประทานงาดา ซึ่งตาราอายุรเวทระบุว่า สตรีมีครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรกไม่ ควรรับประทานงาดา เพราะงาดามีฤทธิ์เป็นยาขับประจาเดือน อาจทาให้แท้งได้ และการรับประทานงาดาแบบป่นดีต่อระบบ ย่อยอาหารที่สุด แต่งาแบบป่นมักจะเป็นเชื้อราได้ง่ายกว่างา ชนิดอื่นๆ จึงต้องเก็บรักษาอย่างระมัดระวัง ต้องเก็บไว้ให้พ้น ความชื้น อากาศ ความร้อนและแสงแดด เพราะเชื้อราทาให้ เกิดอาการติดเชื้ออื่นๆ ได้ ควรหลีกเลี่ยงการซื้องาดาแบบที่บด สาเร็จแล้ว เพราะอาจมีเชื้อราหรือสิ่งสกปรกปนเปื้อน

ช่วยต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อ กระดูกอักเสบ โรคข้อเสื่อม และอีกหลายโรคร้ายสาคัญ (Anti -inflammatory Effect) ซึ่ ง สารเซซามิ น ในน้ ามั น งาด าช่ ว ย ยับ ยั้ง ไอแอลวั น เบต้า (Interleukin-1 Beta, IL-1 Beta) ซึ่ ง เป็นตัวการสาคัญในการทาให้กระดูกอ่อนสลาย ลดความเสี่ยง ในการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคเบาหวาน ฯลฯ ช่วยในการกาจัดสารพิษของตับ ทาให้ตับทางานอย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในน้ามันงาดายังมีวิตามินอี กรด ไขมัน โอเมก้า 3 ธาตุสั งกะสี ทองแดง ฯลฯ ที่ช่ว ยต้านการ อักเสบได้ดี 1. ช่ว ยต้า นอนุ มูล อิส ระ (Antioxidant Effect) อั น เป็นสาเหตุสาคัญของโรคร้ายและการเสื่อมของร่างกาย ด้วย ในน้ ามั น งาดาประกอบไปด้ ว ยสารเซซามิ น วิ ตามิ น อี ธาตุ สังกะสี วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 9 ทองแดง ไอโอดีน ใยอาหาร ฯลฯ ซึ่งสาคัญต่อการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่ ว ย เ ส ริ ม ใ น ก า ร ท า ง า น ข อ ง วิ ต า มิ น อี (Enhancement of Vitamin E) ทาให้ชะลอความชรา ไม่แก่ เร็ว ไม่ป่วยเป็นโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากมี สารเซซามิน ธาตุ สั งกะสี ฯลฯ ที่ ช่ ว ยเสริ ม การท างานของ วิตามินอีให้ดียิ่งขึ้น ลดปฏิกิริยาความเครียดระดับเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆ (Effect on Hypoxic and Oxidative Stresses) ทาให้คลาย เครียด นอนหลับสบาย ส่งผลให้ระบบการทางานในร่างกายดี ขึ้นโดยรวม โดยสารเซซามิน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุ สังกะสี แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฯลฯ ซึ่งเป็นสารที่มี อยู่ในน้ามันงาดาจะไปช่วยคลายความเครียดและกระตุ้นการ ทางานในเนื้อเยื่อต่างๆ ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล (Reduce of Cholesterol) ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้อย่าง ดีเยี่ยม ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทาให้ ระบบหัวใจแข็งแรง ช่วยกระตุ้นประสาทเรื่องการหดตัวของ ที่มา 1. เซซามีนกับสุขภาพ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http:// กล้ามเนื้ อและการทางานของกล้ามเนื้อหัวใจ ควบคุมอัตรา www.med.cmu.ac.th/dept/nutrition [19 พ.ค. 62] การเต้นของหัวใจให้เป็นไปอย่างปกติ เนื่องจากสารสาคัญใน 2. มหัศจรรย์งาดา! ผลวิจัยพบ สารเซซามินรักษามะเร็ง น้ามันงาดา เช่น สารเซซามิน กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://tkpm.go.th/tkpm_know เชิงซ้อน กรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมัน [19 ส.ค. 62] 4 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 1 1 ฉ บั บ ที่ 1 2 0 เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 6 2


แนะนำหลักสูตร : หลักสูตรพัฒนำใหม่เดือน สิงหำคม 2562 เกรียงไกร นาคะเกศ

หลักสูตร

วัตถุประสงค์

วันที่จัดฝึกอบรม

1

สถิติสาหรับโปรแกรมการทดสอบความชานาญ

8 – 9 สิงหาคม 2562

2

แนวทางการจัดการความเสี่ยงสาหรับระบบ คุณภาพตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017

เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจสถิติที่ใช้ สาหรับโปรแกรมการทดสอบความชานาญ และสามารถนา ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจแนว ทางการจัดการความเสี่ยงสาหรับระบบคุณภาพตาม มาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017 และสามารถนาความรู้ ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง

13 – 14 สิงหาคม 2562

หลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ 2 หลักสูตรนี้ หากผ่านการประเมินจะได้รับการบรรจุในแผนฝึกอบรมประจาปีของสานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมต่อไป สาหรับแผนกำรฝึกอบรมประจำปี 2563 ออกแล้วนะครับ ท่านสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://blpd.dss.go.th และเปิดรับสมัคร เป็นต้นไป หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์หมายเลข 0 2201 7460 และ 0 2201 7453 โทรสารหมายเลข 0 2201 7461 หรือ E-mail : ppd_blpd@dss.go.th

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 1 1 ฉ บั บ ที่ 1 2 0 เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 6 2 | 5


Science Update : เครื่องเป่ำแห้งมือ ตัวกำรแพร่กระจำย เชื้อโรคในอำกำศ ลัดดำวัลย์ เยียดยัด

ห้องน้าสาธารณะในปัจจุบันจะมีเครื่องเป่าลมร้อนสาหรับทาให้มือแห้ง ซึ่งสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ และน่าจะถูกสุขลักษณะ แต่แท้จริงแล้วเป็นตัวการแพร่กระจายเชื้อโรคในอากาศ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอนเน็กติคัต และมหาวิทยาลัยควินนิพแิ อดได้ ร่วมทดลอง โดยนาเอาจานเพาะเชื้อไปวางไว้ในห้องน้า จานส่วนหนึ่งวางไว้ในห้องน้าที่ปิดเครื่องเป่าแห้งมือ 2 นาที และจานอีกส่วน หนึ่งวางไว้ในห้องน้า ห่างจากเครื่องเป่ามือ 1 ฟุต 30 วินาที แล้วนามาอ่านค่าในห้องแล็บ พบว่าจานเพาะเชื้อจากห้องน้าที่ปิดเครื่องเป่าแห้งมือ เฉลี่ยแล้วพบมีแบคทีเรีย 0 ถึง 1 ตัว เมื่อปล่อยทิ้งไว้ 18 ชั่วโมง แบคทีเรียขยายตัวเป็นกลุ่มเฉลีย่ 6 กลุ่มต่อจาน สาหรับจานเพาะเชื้อจากห้องน้าที่เปิดเครื่องเป่าแห้งมือ เฉลี่ยแล้วพบมีแบคทีเรีย 18 ถึง 60 ตัวบนจานเพาะเชื้อ เมื่อปล่อยจานเพาะเชื้อทิง้ ไว้ 18 ชั่วโมง แบคทีเรียขยายตัวเป็นกลุ่มได้สูงถึง 254 กลุ่มต่อจาน จากผลการ ทดลองนี้ นาไปสู่ข้อสันนิษฐานว่าลมที่เป่าจากเครื่องเป่าแห้งมือนั้น เป็นตัวการสาคัญในการแพร่กระจายเชื้อโรค ซึ่งสามารถสันนิษฐานได้อีกอย่างว่าห้องน้าสาธารณะเต็มไปด้วยเชื้อโรคที่แพร่กระจายในอากาศ ดังนั้นผู้ใช้บริการควรป้องกัน ตัวเองเมื่อต้องใช้บริการจากห้องน้าสาธารณะ อาทิ การปิดฝาชักโครกก่อนกดน้าทาความสะอาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ โรค การเช็ดฝารองนัง่ หรือการใช้กระดาษชาระแทนการใช้เครื่องเป่าแห้งมือ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https:// www.beartai.com/news/sci-news/350609

Q&A : กำรกำจัดขยะโดยใช้หลัก 3 R คืออะไร เบญจพร บริสุทธิ์

Q&A : การกาจัดขยะโดยใช้หลัก 3 R คืออะไร Answers : หลัก 3 R คือ Reduce ลดการใช้ มิได้หมายความว่า “ห้ามใช้” แต่ให้คิดก่อนใช้ ให้ใช้ตามความจาเป็นหลีกเลี่ยง การใช้อย่างฟุ่มเฟือย ทาให้ปริมาณขยะมูลฝอยลดลง Reuse การใช้ซ้า เป็นแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยการนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานแล้ว กลับมาใช้อีกให้คุ้มค่า เช่น การใช้กระดาษสองหน้า การประดิษฐ์สิ่งของจากเศษวัสดุ Recycle การแปรรูปใหม่ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว สามารถรวบรวมให้ร้าน รับซื้อของเก่า ไปให้โรงงานแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้

6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 1 1 ฉ บั บ ที่ 1 2 0 เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 6 2


Thailand 4.0 in ASEAN : สิงหำคม และ วันกำเนิดอำเซียน ณัฏฐกำนต์ เกตุคุ้ม

พวกเรารู้หรือไม่ว่า เดือนสิงหาคม มีความสาคัญอย่างไร กับ ASEAN ? ติดตามอ่านต่อกันได้ที่คอลัมน์นี้เลยค่ะ กาเนิดอาเซียน สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อาเซียน” ถือกาเนิดขึ้นในเช้าวันอังคารที่ 8 สิงหาคม 2510 เวลา 10.50 น. ภายในห้องโถงใหญ่ของพระราชวังสราญรมย์ ที่ทาการของกระทรวงการต่างประเทศ ถูกบันทึกไว้ผ่านภาพการลง นามของผู้นา 5 ประเทศ ผู้ก่อตั้งอาเซียน ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย หลังจาก นั้นมาเกือบครึ่ งศตวรรษ อาเซีย นได้กลายเป็ น สมาคมระหว่า งประเทศที่ ผ่ านประสบการณ์ ในรูป แบบต่ าง ๆ ท่ามกลาง สถานการณ์ที่ผันผวนในเวทีระหว่างประเทศ อาเซียนได้พลิกผันตัวเองอย่างต่อเนื่อง มีการเติบโต การเรียนรู้ และได้แสดง บทบาทในด้านต่าง ๆ ในทุกยุค ทุกสมัย จนเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่ประสบความสาเร็จ และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ใน ระดับสากล ทุกวันนี้อาเซียนเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในเวทีโลก แต่น้อยคนที่ทราบว่ากว่าจะมีวันนี้ได้นั้น ผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการ ผลักดันให้เกิดอาเซียนจนเป็นผลสาเร็จนั้น คือ ประเทศไทย โดยเฉพาะนักการทูตไทย สองท่าน ซึ่งเป็นผู้ได้รับการยอมรับนับ ถือจากนักการทูตและผู้นาประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก คือ ฯพณฯ รัฐมนตรีฯ ถนัด คอมันตร์ และ ดร.สมปอง สุจริตกุล ช่วงระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อาเซียน (ต่อมาเปลี่ยนเป็นประชาคมอาเซียน) สามารถ ที่จะเติบโต และมีความแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นา ด้วยขีดความสามารถของผู้บริหาร ตลอดจนบุคลากร ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ในทุก ๆ ด้าน ไปพร้อมๆ กันกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในโลกปัจจุบันที่มีการพัฒนาอยู่ ตลอดเวลา เทคโนโลยี 4.0 มีส่วนในการช่วยผลักดันและขับเคลื่อนโดยบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ใน ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวสูง พร้อมที่จะปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมของ โลก และของภูมิภาค ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันได้มีการปรับตัวและพัฒนาจนเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ที่พร้อมจะสร้างความร่วมมือกับ ประเทศสมาชิกอีก 9 ประเทศเป็ นกาลั งส าคัญในการผลั กดันเศรษฐกิจของอาเซียนให้ เป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ทาให้ ไทยได้ ประโยชน์จากการค้าภายในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ คือ 50 ปีที่ผ่านมาของอาเซียน และการมองไปสู่อนาคต เพื่อที่อาเซียน จะสามารถมีวิสัยทัศน์ ที่เป็นหนึ่ง มีอัตลักษณ์ที่เป็นหนึ่ง และเป็นประชาคมที่เป็นหนึ่ง (one vision, one identity and one community) ได้อย่างแท้จริง

เอกสำรอ้ำงอิง สานักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ “กาเนิดอาเซียน” และ “สมาคมอาเซียนและ ประเทศไทยในอีก 50 ปี ข้างหน้า” https://www.asean2019.go.th/th/ สานักเลขาธิการอาเซียน [เข้าถึงเมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2562] 7 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 1 1 ฉ บั บ ที่ 1 2 0 เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 6 2


BLPD Corner : BLPD กับกำรส่งเสริมควำมรู้ ด้ำนควำมปลอดภัยในห้องปฏิบัติกำร อำรีย์ คชฤทธิ์

ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้ให้ความสาคัญในการสร้างความตระหนักและส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยในการทางานใน ห้องปฏิบัติการที่ใช้สารเคมีแก่ผู้ปฏิบัติงานได้มีความรู้เพื่อความปลอดภัยในการทางาน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ที่อาจทา ให้เกิดอันตรายต่อคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงานเอง และสิ่งแวดล้อม โดยสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้ออกมาตรฐาน เลขที่ มอก. 2677-2558 เรื่อง ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวกับสารเคมี นอกจากนี้ สานักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย ได้จัดทาโครงการยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัย ในประเทศไทย (Enhancement of Safety Practice of Research Laboratory in Thailand, ESPReL) มีการจัดทาแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ และคู่มือการประเมินความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ เพื่อให้สถาบัน องค์กรและผู้ปฏิบัติการที่สนใจ ใช้เป็นแนวทางการพัฒนาห้องปฏิบัติการของตนให้มีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน สาหรับกรมวิทยาศาสตร์บริการ โดยสานักพัฒนาศักภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ ก็มีความพร้อมในการส่งเสริมให้ บุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถนาความรู้ไปประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาหลักสูตร และให้บริการฝึกอบรมหลักสูตร ต่างๆที่ส่งเสริมความรู้ด้านควาปลอดภัย และการจัดการสารเคมีทั้งที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ และสารเคมีที่เป็นของเสียจากห้องปฏิบัติการ และล่าสุดได้มีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม “มอก. 2677-2558 เรื่อง ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการที่ เกี่ยวกับสารเคมี” โดยเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับมอก. 2677-2558 และ แนวทางการสารวจความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการตาม มอก.2677 โดยใช้ ESPRel Checklist นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2563 ทางสานักฯ ได้มีแผนในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้าน ความปลอดภัยห้องปฏิบัติการและการจัดการสารเคมี ในรูปแบบสื่อดิจิทัลพร้อมทั้งให้บริการฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้การ เข้าถึงองค์ความรู้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวางมากขึ้น บุคลากรที่ทางานด้านวิทยาศาสตร์ต้องมีการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง สานักฯซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในพัฒนาศักยภาพ บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ จึงมีการพัฒนาหลักสูตร และเทคนิคการฝึกอบรมที่สอดคล้อง และตรงกับความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 1 1 ฉ บั บ ที่ 1 2 0 เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 6 2


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425 Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์ นำยเกรียงไกร นำคะเกศ http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Profile for Bureau of Laboratory Personnel Development

Blpd Newsletter Volume 120, August 2019  

Blpd Newsletter Volume 120, August 2019 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Blpd Newsletter Volume 120, August 2019  

Blpd Newsletter Volume 120, August 2019 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Profile for blpd
Advertisement

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded