Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 8 ฉบับที่ 92 เดือน สิงหำคม 2559

รมชาติ ร ธ ง ่ ห แ ี ส ง ส แ BLPD Article กันโรคซิกา ง อ ้ ป น ั ท า ่ ท เ ้ ู ร ate Science Upd MS Excel น ใ l o o T le b a T BLPD Corner ประจาปี ม ร บ อ ก ึ ฝ น ผ แ แนะนำหลักสูตร 60 งบประมาณ 25 คอาหาร ภ โ ิ ร บ ร า ก ์ ด น ร ียน เท เปิดประตูสุ่อำเซ อาเซียน

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีคะ่ ตอนนี้ใกลสิ้ ้ นปี งบประมาณของหน่วยงานตางๆ โดยเฉพาะ ่ หน่วยงานทางราชการกันแลวนะคะ รวมทัง้ ใกลวั ้ ้ นเกษียณอายุดวยเช ้ ่ นกัน แต่ อยางไรก็ ตามทุกอยางก็ ตองด าเนินตอไป โดยขอให้อยูบนพื น ้ ฐานของความดีคะ่ ่ ่ ้ ่ ่ ในช่วงนี้ งานดานการฝึ กอบรมของ พศ. ก็เตรียมความพรอมและออกแผนการ ้ ้ ฝึ กอบรมสาหรับปี งบประมาณ 2560ไวให แก ผู สนใจเรี ย บร อยแล วนะคะ ส่วนงาน ้ ้ ่ ้ ้ ้ ดานรั บรองความสามารถบุคลากร ก็ดาเนินการให้การรับรองความสามารถบุคลากร ้ ตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 สาขาการควบคุมและจัดการสารเคมีใน ห้องปฏิบต ั ก ิ าร รอบที่ 1-2559 และตัดสิ นให้การรับรองแกผู ่ ้เข้ารับการประเมิน ความสามารถทีผ ่ านเกณฑ จ์ านวน 10 คน เมือ ่ วันที่ ่ 10 สิ งหาคม 2559 เรียบรอยแล ว ้ ้ ซึง่ เป็ นการสราง ้ ความเชือ ่ มัน ่ ยกระดับความสามารถบุคลากรในสาขาที่ ไดรั งความก าวหน ้ บการรับรอง และสรางโอกาสแห ้ ่ ้ ้ าใน อาชีพ หากทานสนใจสามารถติ ดตามขาวสารและศึ กษา ่ ่ ขอมู ่ เติมไดที ้ ลเพิม ้ ่ http://pc_st.dss.go.th/ คะ่

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 9 2

เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 5 9


Science Update: รู้เท่ำทันป้องกันโรคซิกำ วรรณาทิพย์ เติมมหาวงษ์

ปัจจุบันมีโรคต่างๆ เกิดขึ้นใหม่มากมาย หนึ่งในโรคชนิด ใหม่ที่เกิดขึ้นและมีการระบาด ในหลายประเทศ คือ โรคไข้ ซิกา (Zika virus disease) ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ตามกฎหมาย ลาดับที่ 23 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 เราจะมาทาความรู้จักกันกับ โรคไข้ซิกาที่กาลังระบาด อยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในขณะนี้ เพื่อที่เราจะได้ หาทางป้องกัน โรคนี้ได้อย่างถูกวิธี โรคไข้ซิกำ คืออะไร โรคไข้ซิกา เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus) เป็นไวรัสที่มีรหัสพันธุกรรม เป็นอาร์เอ็นเอ (RNA) สาย เดี่ยว จัดอยู่ในตระกูล Flavivirus เช่นเดียวกับไวรัสเดงกี่ ที่ทา ให้ เกิด โรคไข้เลื อดออก ไวรั ส ชนิ ดนี้ พบครั้ งแรกในปี พ.ศ. 2490 ที่ป่าซิกาในประเทศยูกันดา โดยแยกเชื้อ ได้จากลิง ปี พ.ศ. 2495 พบว่ามีการติดต่อในคนในประเทศยูกันดา และ สาธารณรัฐทานซาเนีย ต่อมา มีรายงานพบการระบาดของโรค ไข้ซิกาในพื้นที่ของทวีปแอฟริกา เอเชีย หมู่เกาะแปซิฟิก และ อเมริกา มีแนวโน้มการระบาดแพร่กระจาย ไปยังประเทศ ใหม่ๆ ทั่วโลก เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วในยุค ปัจจุบัน นอกจากนี้ยุงลายซึ่งเป็นพาหะนาโรคยังมีกระจายอยู่ ในหลายทวีปอีกด้วย

สาหรับประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน มีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันเป็นโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ปีละ ประมาณ 1-5 รายต่อปี โดยพบผู้ป่วยประปรายในทุกภาคของ ประเทศแต่ไม่พบผู้ป่วยอาการรุนแรง ข้อมูลล่าสุดรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2559 พบผู้ป่วยใหม่ จานวน 2 ราย ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ป่วยทั้งสองรายได้รับ การดูแลรักษา จนหายเป็นปกติแล้ว อำกำรของโรค เชื้อไวรัสซิกามีระยะฟักตัวเฉลี่ย 4-7 วัน อาการที่พบ บ่อย ได้แก่ มีไข้ต่าๆ เกิดผื่นบนผิวหนัง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และอาจปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วยได้ อาการเหล่านี้ จะปรากฏอยู่ประมาณ 2-7 วัน หลังจาก ถูกยุง ที่ติดเชื้อกัด ผู้ ป่ว ยส่ว นใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง ยกเว้ น ในหญิ ง ตั้ ง ครรภ์ ห ากติ ด เชื้ อ ไว รั ส ซิ ก า อาจมี ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์หรือส่งผลกระทบต่อทารกใน ครรภ์ทาให้มีภาวะศีรษะเล็กแต่กาเนิด (Microcephaly) ทาให้ เกิดความพิการทางสมองรุนแรง กำรตรวจวินิจฉัย

วินิจฉัยจากประวัติและอาการของ ผู้ป่วย ส่วนการ ตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ทาโดยเก็บตัวอย่าง เลือด ปัสสาวะ และสารคัดหลั่ง เช่น น้าลาย เพื่อส่งตรวจโดย วิธี Reverse Transcriptase Polymerase Chain Reaction (RT-PCR) กรณีทารกที่มีความผิดปกติศีรษะเล็ก ให้เก็บ seเพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกัน แสดงประเทศและดินแดนที่พบการแพร่กระจายของโรคติด rum ทั้งของมารดาและทารก เชื้อไวรัสซิกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550-2559 (แหล่งที่มา:http:// หรือแอนติบอดีที่มีความจาเพาะต่อไวรัสซิกา โดยวิธี enzyme beid.ddc.moph.go.th/ beid_2014/sites/default/files/ linked immunosorbent assay (ELISA) situation_zika_ 280659.pdf ข้อมูล ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2559)

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 9 2

อ่ำนต่อหน้ำที่ 4 เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 5 9 | 3


ทันป้องกันโรคซิกำ (ต่อจำกหน้ำที่ 2) cy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/301/

แต่ทั้งนี้ การตรวจแอนติบอดีที่มีความจาเพาะต่อไวรัสซิกานั้น ควำมรู้ทั่วไป โรคติดเชื้อไวรัสซิกำ (Zika virus disease) ค่อนข้างยาก เนื่องจากไวรัสนี้ มีลักษณะคล้ ายกับไวรัสที่ก่อ เข้ำถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 สิงหำคม 2559: http:// www.prd.go.th/download/ article/ โรคอื่นๆ เช่น โรคไข้เลือดออก และ ไข้เหลือง เป็นต้น article_20160218170534.pdf

กำรรักษำโรค ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเฉพาะสาหรับโรคซิกา การรักษาจะรักษาตามอาการ เพื่อบรรเทาอาการปวด ลดไข้ เช่น การรับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามรับประทานยา แอสไพริน หรือยากลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพราะยา บางชนิ ด เป็ น อั น ตรายส าหรั บ ผู้ ป่ ว ยโรคนี้ อาจท าให้ เลื อ ดออกในอวั ย วะภายในได้ นอกจากนี้ ก ารพั ก ผ่ อ นให้ เพียงพอและดื่มน้ามากๆ จะช่วย ทาให้อาการดีขึ้น กำรป้องกัน ประชาชนทั่วไปต้องระวังไม่ให้ยุงกัด ด้วยการนอน ในมุ้ งและทายากัน ยุ ง กาจั ดแหล่ ง เพาะพัน ธุ์ยุ งลาย ก าจั ด ลูกน้าและยุงลายตัวแก่ หากป่วยด้วยอาการไข้ ออกผื่น เยื่อบุ ตาอักเสบ ตาแดง ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดหลัง ปวดศีรษะ รุนแรง อาจมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ได้ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ให้ รีบ ไปพบแพทย์ เพื่อรั บการรั กษาโดยเร็ ว ส าหรับผู้ ที่ต้อง เดินทางไปยังประเทศ ที่มีการระบาดของโรคไข้ซิกาควร ระมัดระวังป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยสวมเสื้อแขนยาว กางเกง ขายาวให้มิดชิดและใช้ยาทาป้องกันยุงกัด เป็นต้น

คำถำมที่พบบ่อย โรคติดเชื้อไวรัสซิกำ (Zika virus infection) เข้ำถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 สิงหำคม 2559: http:// beid.ddc.moph.go.th/beid_ 2014/sites/default/files/ qazika040259.pdf แนวทำงกำรวินิจฉัย ดูแลรักษำโรคไข้ซิกำ (Zika virus disease) สำหรับแพทย์ และบุคลำกรทำงกำรแพทย์และ สำธำรณสุข ฉบับที่ 1 วันที่ 23 กุมภำพันธ์ 2559 เข้ำถึง ออนไลน์ เมื่อวันที่ 23 สิงหำคม 2559: http:// www.dms.moph. go.th/ dmsweb/zika/ Guideline_zika_23022016.pdf สถำนกำรณ์และกำรดำเนินงำนป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส ซิกำของประเทศไทย ประจำวันที่ 28 มิถุนำยน 2559 เข้ำถึง ออนไลน์ เมื่อวันที่ 23 สิงหำคม 2559: http://beid.ddc. moph.go.th/ beid_2014/sites/default/files/ situation_zika_ 280659.pdf องค์ควำมรู้เรื่อง โรคไข้ซิกำ (Zika virus disease) เข้ำถึง ออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 สิงหำคม2559: http:// beid.ddc.moph.go.th/beid_2014/sites/default/files/ factsheet_zika020259.pdf

เอกสำรอ้ำงอิง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคไข้ซิกำ เข้ำถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 สิงหำคม 2559: http://beid.ddc. moph.go.th/beid_2014/ sites/default/files/files/news/zika.pdf ไข้ซิกำ…ภัยใหม่จำกยุงลำยตัวเก่ำ เข้ำถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 22 สิงหำคม 2559: http://www. pharma4 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 9 2

เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 5 9


เปิดประตูสู่อำเซียน: เทรนด์กำรบริโภคอำหำรอำเซียน ดลยา สุขปิติ อาหารอาเซียน เป็นอีกหนึ่งด้านของภาคอุตสาหกรรมที่มี แนวโน้มการเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวของ ประชากรรุ่นใหม่ที่มีกาลังซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับ ศักยภาพด้านวัตถุดิบที่หลากหลายตามแบบฉบับของประเทศ เขตร้อน ตลอดจนวัฒนธรรมการกินที่มีรากเง้าร่วมกันในแต่ ละประเทศของอาเซียน ส่งผลให้เทรนด์การบริโภค แทบไม่แตกต่างกันมากนัก ถือเป็นโอกาสทอง ของ ผู้ประกอบการไทยเพื่อขยาย กิจการเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันอัตราการเติบโตของตลาดอาหารอาเซียน เฉลี่ยอยู่ที่ 15.94% โดยในปี 2558 มีมูลค่าส่งออกอาหาร ไทยไปยังตลาดอาเซียนนี้ อยู่ที่ 2.31 แสนล้านบาท คิดเป็น สัดส่วน 25.65% ของการส่งออกอาหารรวมทั้งหมด ชุติมา ไวศรายุทธ์ คณบดี คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า กระแส หรือเทรนด์ อาหารอาเซียนในปี 2559-2560 จะมีลักษณะดังนี้ 1 .เทเบิล ฟอร์ วัน (Table for one) อาหารพร้อมกินสาหรับ 1 ท่าน จากพฤติกรรมที่เร่งรีบของวัยทางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ 2. อีท วิท ยัวร์ อาย (Eat with your eyes) เลือกซื้อจากความสวยงามบรรจุภัณฑ์และ สีสันของอาหาร 3. อีโค อีส เดอะ นิว เรียลลิตี้ (Eco is the new reality) เลือกซื้อสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและใช้ภาชนะ จากธรรมชาติ 4. อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกและ ผลิตภัณฑ์ทดแทน เพื่อคนรักสุขภาพ ซึ่งกาลังมาแรงมา และ สุดท้าย 5. อาหารไม่มีไขมันและน้าตาลน้อย ซึ่งพบว่าสื่อ สังคมออนไลน์มีบทบาทอย่างมากกับการตัดสินใจเลือกซื้อ อาหารของคนเอเชีย จากผลสารวจผู้บริโภคชาวจีนพบว่ากว่า 50% ถ่ายรูปอาหารลงในสื่อออนไลน์เพื่อบอกต่อ ประสบการณ์ไปยังในโลกออนไลน์ เกือบ 75% ตัดสินใจเลือก ซื้อหรือใช้บริการร้านอาหารที่มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ ขณะที่ผู้บริโภคปัจจุบันในทุกช่วงอายุเริ่มหันมาให้ ความสาคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพ หวังลดค่าใช้จ่ายด้าน BLPD NEWSLETTER

สาธารณสุขในอนาคต โดย ยูโรมอร์ นิเตอร์ สารวจพบว่า มูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของโลกมี แนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 7% และมูลค่าจะสูงถึง 1 ล้านล้าน เหรียญสหรัฐอเมริกา โดยมูลค่าตลาดอาหารสุขภาพของไทย อยู่ที่อันดับ 19 ของโลก มีตลาดอาหารเพื่อคุณประโยชน์หรือ ฟังก์ชันนัลฟู้ดส์ (functional food) ครองส่วนแบ่งตลาด อาหารสุขภาพมากที่สุดราว 60% ตามด้วยอาหารผลิตภัณฑ์ จากธรรมชาติ 30% จากข้อมูลของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า เป็นโอกาสของผู้ประกอบการ ธุรกิจไทย เนื่องจากประเทศในกลุ่มอาเซียนและอาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) มีจานวนผู้บริโภคหันมาบริโภค อาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น ทาให้อุตสาหกรรมอาหาร และ อาหารแปรรูปสามารถสร้างมูลค่าให้แก่เศรษฐกิจไทยได้ 3.4 แสนล้านบาท ขยายตัวเฉลี่ย 5.5% ต่อปี จากกลุ่มอาหารชีว จิต อาหารอินทรีย์ (ออร์แกนิก) อาหารลดไขมัน เป็นต้น ดังนั้น ผู้ประกอบการรายย่อยของไทยต้องเน้นสร้าง มูลค่าเพิ่ม ให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เน้นการนา ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่เป็น อาหาร ตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ต้นน้า กลางน้า ปลายน้า ส่วนด้านเครื่องดื่มสุขภาพสามารถสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชีย ได้มากถึง 3.5 ล้านล้านบาท คาดว่าในปี 2563 จะขยายมูลค่า ราว 5.25 ล้านล้านบาท แม้พฤติกรรมผู้บริโภคใน 4 ประเทศ หรือกลุ่ม ประเทศซีแอลเอ็มวี ส่วนใหญ่ยังนิยมปรุงอาหารรับประทาน เองที่บ้าน แต่ผู้บริโภคกลุม่ นี้ก็ยังมีอานาจการซื้อเพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง โดย ผู้บริโภคกัมพูชามีกาลังซื้อเฉลี่ยต่อคนต่าที่สุด ส่วนผู้บริโภค สปป.ลาว และเมียนมาร์ มีกาลังซื้อเฉลี่ยต่อคน ใกล้เคียงกัน และเวียดนามมีอานาจซื้อเฉลี่ยต่อคนสูงที่สุดใน 4 ประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีปัจจัยหนุนด้านภาพลักษณ์ของ อาหารไทยที่แข็งแรงด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้า จึงเป็น ข้อได้เปรียบที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ในกลุ่ม ประเทศนี้ได้เป็นอย่างดี เอกสารอ้างอิง http://www.thaihealth.or.th/Content/32183 ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 9 2

เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม | 5


BLPD Corner : กำรใช้งำนเครื่องมือตำรำง หรือ Table Tool ใน MS Excel ลัดดาวัลย์ เยียดยัด

Table Tool เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสาหรับการทางานกับข้อมูลในลักษณะฐานข้อมูล (Database) มี การรวบรวมเครื่องมือและฟังก์ชั่น (function) ที่หลากหลาย เพื่ออานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน เช่น การขยายขอบเขตของ ข้อมูลอัตโนมัติ, การใส่สูตรการคานวณอัตโนมัติ, การกรองและแยกหมวดหมู่, การกาหนดรูปแบบของตาราง, การสรุปข้อมูล แบบอัตโนมัติ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็มีข้อจากัดในเรื่องของการกาหนดรูปแบบที่ไม่ยืดหยุ่นมากนัก เพราะต้องอยู่ในรูปแบบตาราง ที่มีหัวตารางที่ชัดเจนเท่านั้น กำรสร้ำงตำรำงและกำรใช้งำนด้วย Table Tool สามารถดาเนินการได้ดังนี้ 1. เลือกช่วงของข้อมูลที่ต้องการให้อยู่ในรูปแบบตาราง 2. เลือกแท็บ Insert –> Tables –> Table (Ctrl+T) หรือ เลือกแท็บ Home –> Styles –> Format as Table

กำรตั้งชื่อตำรำง สามารถตั้งชื่อตาราง สาหรับการนาไปใช้อ้างอิงได้ โดยการ คลิกเลือกเซลในตารางที่ต้องการ ไปที่ แท็บ Design –> Properties –> Table Name: ใส่ชื่อตารางที่ต้องการ

ข้อดีของกำรใช้งำน Table Tool - รูปแบบสวยงาม - มีเครื่องมือ Filter และ Sort บนหัวตารางโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องดาเนินการเอง

อ่านต่อหน้า 7 6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 9 2

เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 5 9


กำรใช้งำนเครื่องมือตำรำง หรือ Table Tool ใน MS Excel (ต่อจำกหน้ำที่ 6) - เพิ่มข้อมูลได้ง่าย เมื่อต้องการเพิ่มข้อมูล เพียงเลือกเซลที่อยู่ภายใต้ตารางที่ต้องการ หรือทางขวาของตาราง แล้วพิมพ์ ข้อมูลลงไป หรือใช้วิธีกดปุ่ม Tab เมื่ออยู่ในเซลสุดท้ายของตาราง จะปรากฎแถวหรือคอลัมน์ใหม่ขึ้นมา - ขยายช่วงการอ้างอิงให้อัตโนมัติ (Dynamic Range) โดยในกรณีที่ผู้ใช้ได้ทาการอ้างอิงตารางไว้ในฟังก์ชั่น หรือการ ดาเนินการอื่นๆ เมื่อมีการเพิ่มข้อมูลใหม่ในตาราง ผู้ใช้ไม่จาเป็นต้องกลับไปแก้ไขในส่วนที่มีการอ้างอิงไว้ เนื่องจาก จะมีการขยายช่วงการอ้างอิงให้โดยอัตโนมัติ - สรุปข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ เมื่อต้องการคานวณค่าต่างๆ เช่น SUM, AVERAGE หรือฟังก์ชั่นอื่นๆ แม้จะมีการเพิ่ม ข้อมูลใหม่ขึ้นมาก็ตาม โดยส่วนของข้อมูลสรุปจะอยู่ท้ายตารางโดยอัตโนมัติ โดยมีวิธีการดังนี้ ไปที่แท็บ Design -> Table Style Options เลือก Total Row จากนั้นเลือกฟังก์ชั่นที่ ต้องการในแต่ละคอลัมน์

ใส่สูตรการคานวณให้โดยอัตโนมัติ เมื่อมีการใช้สูตรการคานวณในตาราง สามารถใส่สูตรเพียงแค่เซลเดียว ข้อมูลทั้งหมด ในคอลัมน์เดียวกัน จะถูกคัดลอกสูตรลงมาให้โดยอัตโนมัติด้วยสูตรเดียวกัน

ที่มำ : http://www.inwexcel.com/table/

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 9 2

เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม | 7


BLPD Article : แสงสีแห่งธรรมชำติ จุฑามาศ ภูมิภาค

เมื่อพูดถึงแสงสีที่สวยงานของธรรมชาติ หนึ่งในสิ่งที่หลาย ท่านนึกถึงก็คงจะเป็น “แสงออโรรา” (Aurora) ซึ่งเป็นแสงสีที่ สวยงามเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีลักษณะของแสงเป็นสีสันสวยงาม และมีรูปร่างแปรเปลี่ยนแตกต่างกันไปอย่างรวดเร็ว ลักษณะการ เคลื่อนไหวของแสงพลิ้วไหวไปมาเหมือนผ้าไหมเรืองแสงบนท้องฟ้า ในเวลากลางคืน การเดินทางไปชมความสวยงามของออโรราเป็น หนึ่งในจุดมุ่งหมายของนักเดินทางหลายๆ คน ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องได้เห็นด้วยตาของตัวเองว่ามีความสวยงานขนาดไหน “แสงออโรรา” (Aurora) เป็นที่รู้จักกัน 2 อย่าง คือ แสงเหนือ (เกิดขึ้นที่ซีกโลกเหนือ เรียก Aurora Boreal) แสงใต้ (เกิดขึ้นที่ซีกโลกใต้ เรียก Aurora Australis) ชื่อของ Aurora มาจากชื่อของเทพเจ้าของกรีก ส่วน Boreal เป็นชื่อของเทพ เจ้าของโรมัน Aurora เป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ เกิดจากอนุภาคประจุไฟฟ้าทาปฏิกิริยากับโมเลกุลของแก๊สในชั้นบรรยากาศทา ให้เกิดแสงสีต่างๆ ขึ้นที่ความสูงประมาน 60-250 ไมล์ (100-400 กิโลเมตร) โดยเมื่ออนุภาคประจุไฟฟ้าชนกับโมเลกุลของ ออกซิเจน (Oxygen) จะปลดปล่อยแสงสีแดงและแสงสีเขียวออกมา ซึ่งแสงสีแดงจะพบที่ความสูงมากกว่าแสงสีเขียว และเมื่อ อนุภาคประจุไฟฟ้าชนกับโมเลกุลของไนโตรเจน (Nitrogen) จะปลดปล่อยแสง สีน้าเงินหรือม่วงออกมา เป็นต้น แสงสีที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดคือแสงสีเขียว และ มองเห็นด้วยตาเปล่าได้บนทองฟ้าในช่วงเวลากลางคืน สถานที่ที่สามารถเกิด ออโรราได้ ได้แก่ ประเทศไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และ สวีเดน เป็นต้น และ นอกจากออโรราจะพบที่ชั้นบรรยากาศของโลกเราแล้ว ยังเกิดขึ้นที่ดาวพฤหัส และดาวเสาร์ ซึ่งมีแสงสีที่ชัดกว่าบนโลกของเราเนื่องจากที่ดาวพฤหัสและดาว เสาร์มีสนามแม่เหล็กที่แรงกว่าโลกของเรา อ้ำงอิง http://difusionlibre.com/lugaresasombrosos http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/588-miracle-aurora http://www.northernlightscentre.ca/northernlights.html http://www.space.mict.go.th/knowledge.php?id=aurora#top http://www.space.com/32601-where-to-see-northern-lights.html 8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 9 2

เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม 2 5 5 9


แนะนำหลักสูตร : แผนฝึกอบรมประจำปีงบประมำณ 2560 นวพร เลิศธาราทัต

ในปีงบประมาณ 2560 ที่จะมาถึงในเดือน ตุลาคม 2559 นี้ สานักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ (พศ.) ได้จัดทาแผนฝึกอบรม เพื่อรองรับความต้องการฝึกอบรมของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ โดยเริ่มดาเนินการ ประชาสัมพันธ์แผนฝึกอบรมแล้ว ซึ่งหลักสูตรแรกที่จะเริ่มฝึกอบรมจะเป็นหลักสูตร ความสอบกลับได้ของการวัด วันที่ 19 ตุลาคม 2559 พศ. จะเริ่มเปิดรับสมัครออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://blpd.dss.go.th ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 พศ. มี หลักสูตรใหม่ที่นาเสนอ จานวน 6 หลักสูตร ดังนี้  แผนภูมิควบคุม (Control Chart) วันที่ 11 มกราคม 2560  ข้อกาหนดสาหรับการทดสอบความชานาญห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17043 วันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2560  การจาแนกประเภทและการติดฉลากสารเคมีที่เป็นระบบสากล วันที่ 21 – 22 กุมภาพันธ์ 2560  การสอบเทียบไมโครมิเตอร์และเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ด้วยเกจบล็อก วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2560  การตรวจประเมินภายในเพือ่ ความปลอดภัยของห้องปฏิบตั กิ ารทีใ่ ช้สารเคมี วันที่ 21-22 มีนาคม 2560  มาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) และการบริหารจัดการ PPE อย่างมีประสิทธิภาพ วันที่ 28 มีนาคม 2560 ผู้สนใจสามารถเลือกสมัครเข้าฝึกอบรมได้ตามความต้องการ แต่รีบหน่อยนะคะ หลักสูตรเต็มเร็วคะ

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 9 2

เ ดื อ น สิ ง ห ำ ค ม | 9


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 92, August 2016  

Blpd Newsletter Volume 92, August 2016 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you