Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 9 ฉบับที่ 97 เดือน กรกฎำคม 2560

BLPD Article : การใช้นกเป็นตัวชีว ้ ด ั ทางนิเวศวิทยา Science Update : การจัดการของเสียอย่างยัง่ ยืนของสหภาพยุโรป BLPD Corner : ความแตกต่างระหว่าง MOU และ MOA Thailand 4.0 in ASEAN : ฝึกอบรม 4.0 Q&A : หากหน่วยงานเอกชนต้องการให้กรมวิทยาศาสตร์บริการ จัดอบรมที่ หน่วยงานแบบ in-house training สามารถทาได้หรือไม่ อย่างไร

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีค่ะ สมำชิก พศ.สำร ทุกท่ำน เข้ำสู่หน้ำฝนอย่ำงเป็นทำงกำรแล้วนะคะ สถำนที่ท่องเที่ยวสุด ฮิตในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นภูเขำไปนอนกลำงเต้นชมหมอกแค่คิดก็ฟินแล้วใช่มั๊ยค่ะ ยังไงถ้ำไปเที่ยวก็อย่ำลืมดูแล สุขภำพกันด้วย เที่ยวเสร็จแล้วก็ต้องพัฒนำตัวเองกันนะค่ะ ตอนนี้ทำงสำนักฯ จัดทำแผนฝึกอบรม ประจำปี งบประมำณ 2561 เสร็จเรียบร้อยแล้วคะ เริ่มเปิดรับสมัครวันที่ 1 กันยำยน 2560 ขอฝำกหลักสูตรทำงด้ำนจุล ชีววิทยำค่ะ ซึ่งทำงสำนักฯ จัดฝึกอบรมทั้งหมด 9 หลักสูตร มำดูกันค่ะว่ำมีหลักสูตรอะไรบ้ำง 1. เทคนิคพื้นฐำนทำงจุลชีววิทยำทำงอำหำร 2. กำรใช้และกำรควบคุมคุณภำพอำหำรเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ 3. แนวทำงปฏิบัติสำหรับนักทดสอบทำงจุลชีววิทยำอำหำร 4. เทคนิคกำรวิเครำะห์แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคในอำหำร 5. ควำมไม่แน่นอนของกำรวัดทำงจุลชีววิทยำ 6. กำรทดสอบจุลินทรีย์ในน้ำ 7. กำรตรวจสอบควำมสมเหตุสมผลของวิธีทำงจุลชีววิทยำ 8. กำรเก็บรักษำเชื้อจุลินทรีย์อ้ำงอิง 9. ควำมปลอดภัยทำงชีวภำพในห้องปฏิบัติกำร สำหรับวันฝึกอบรมสำมำรถดูได้ที่เว็บไซต์สำนัก http://blpd.dss.go.th คลิกเลือกไอคอน สมัครฝึกอบรม ออนไลน์ ค่ะ รีบๆ สมัครกันนะค่ะก่อนที่จะเต็มค่ะ

หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น Laboratories Safety Officer

24-25 สิงหาคม 2560

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 7

เ ดื อ น ก ร ก ฏ ำ ค ม 2 5 6 0


BLPD Article : กำรใช้นกเป็นตัวชี้วัดทำงนิเวศวิทยำ สมบัติ คงวิทยำ

สั ต ว์ เป็ น สิ่ ง มี ชี วิ ต ที่ ส ามารถเคลื่ อ นที่ ไ ด้ แต่ ส ร้ า ง สารอาหารเองไม่ ได้ อย่ างพวกพืช จ าเป็ น ต้อ งพึ่ งพาการกิ น สิ่ ง มี ชี วิ ต ด้ ว ยกั น เป็ น อาหารและอาศั ย สิ่ ง แวดล้ อ มเพื่ อ การ ดารงชีวิตเป็นสาคัญ ความหมาย“สัตว์ป่า” ในทางนิเวศวิทยา จึ ง หมายถึ ง สั ต ว์ ที่ มี ก ารด ารงชี วิ ต เป็ น อิ ส ระในถิ่ น อาศั ย ที่ มี ปัจจัยแวดล้อมจาเป็น ในการดารงชีวิต ได้แก่ น า อาหาร ที่ หลบซ่ อ นอาศั ย และที่ ว่ า งจ าเป็ น เหมาะสมกั บ สภาพการ ด ารงชี วิ ต และการสื บ พั น ธุ์ ข องสั ต ว์ ป่ า นั น ๆ สั ต ว์ ป่ า จึ ง มี ความสามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปและ มีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมถิ่นอาศัยได้ รวดเร็ ว ดังนั น สถานภาพของสั ตว์ป่ า จึ งขึนอยู่ กับ คุณภาพ ปัจจัยแวดล้อมของถิ่นอาศัย และเป็นดัชนีบ่งชีสภาพแวดล้อม และระบบนิเวศของสัตว์ป่า โดยเฉพาะชนิดพันธุ์เด่นในสังคม ของถิ่นอาศัย ซึ่งจัดเป็นชนิดพันธุ์ที่ประสบความสาเร็จในการ ดารงชีวิตในสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นนัน ๆ ดีที่สุด

กาเนิดตามฤดูกาล แล้วย้อนกลับถิ่นเดิมเป็นประจาทุกปี ปัจจุบัน นกจัดเป็นพวกสัตว์บกมีกระดูกสันหลังที่ประสบ ความสาเร็จในการดารงชีวิต มีถิ่นกระจายพันธุ์พบได้ทุก ภูมิภาคของโลก และมีความหลากหลายชนิดพันธุ์มากที่สุด 9,672 ชนิด นอกจากนี นกยังมีวิวัฒนาการเป็นพวกสัตว์ 2เท้า ที่มีวิวัฒนาการเพื่อการดารงชีวิตบนต้นไม้อย่างแท้จริง (arboreal) โดยมีพัฒนาการเท้า และนิวเท้าเป็นกรงนิวเพื่อ การเกาะจับต้นไม้ ทาให้นกอยู่อาศัยได้ในทุกระดับชันเรือน ยอดไม้ในทุกสภาพสังคมป่า การดารงชีวิตจึงสัมพันธ์กับต้นไม้ และสภาพสังคมพืช เป็นทังที่อยู่อาศัยหากินและจับคู่ผสมพันธุ์ ทารังวางไข่ ซึ่งส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการหากินตอนกลางวัน มี การแสดงตัวเปิดเผย มีเสียงร้องดังในการติดต่อสื่อสารระหว่าง กัน ทาให้สามารถพบเห็นตัวหรือได้ยินเสียงร้องได้โดยตรง ประกอบกับการที่นกมีความผูกพันใกล้ชิดกับต้นไม้ดังกล่าว ซึ่ง เป็นดัชนีบ่งชีสภาพแวดล้อมระบบนิเวศนัน ๆ ทาให้นกมีความ อ่อนไหว และความสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อมได้เด่นชัดรวดเร็ว นกจึงเป็นตัวชีวัด สภาพแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ เหมาะสมดีกว่าสัตว์จาพวกอื่น ๆ โดยเฉพาะชนิดพันธุ์เด่นใน ท้องถิ่น

Image credit: modified from Ecological pyramid by CK-12 Foundation, CC BY-NC 3.0

นก เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีวิวัฒนาการเป็นสัตว์มี Image credit: สมบัติ คงวิทยา, Common kingfisher (Alcedo atปีกบินได้แท้โดยมีพัฒนาการโครงสร้างร่างกายเหมาะสมกับ this) และ นกเค้าจุด spotted owlet (Athene brama) ณ สวน รถไฟ ถ่ายเมื่อกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕, มิถุนายน ๒๕๖๐ ตามลาดับ การบิน สภาพภูมิประเทศและระยะทางจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อ การบินของนก เป็นผลให้นกมีชนิดพันธุ์หลากหลายมีขนาด ประชากร สภาพถิ่นอาศัย บทบาทหน้าที่ทางนิเวศ และ พฤติกรรมการดารงชีวิตต่าง ๆ กัน เป็นทัง พวกนกประจาถิ่น อ่ำนต่อหน้ำที่ 4 ที่อยู่อาศัยทารังวางไข่ในสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นได้ตลอดปี และพวกนกอพยพที่มีการอพยพย้ายถิ่นอาศัยหากินไปจากถิ่น BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่

97

เ ดื อ น ก ร ก ฏ ำ ค ม 2 5 6 0 | 3


กำรใช้นกเป็นตัวชี้วัดทำงนิเวศวิทยำ(ต่อจำกหน้ำที่ 3) กำรจ ำแนกกลุ่ ม นกกั บ สภำพแวดล้ อ มและภู มิ นิ เ วศใน มีการปรากฏตัวพบเห็นได้ชุกชุมมีถิ่นอาศัยกระจายพันธุ์กว้าง ประเทศไทย และประสบความส าเร็ จ ในการแข่ ง ขั น เพื่ อ การด ารงชี วิ ต ร่วมกับนกต่างชนิดพันธุ์ในสภาพแวดล้ อมถิ่นอาศัยเดียวกัน 1.กลุ่มนกนา ประกอบด้วย นกบึงนาจืด และ นกทะเล จั ด เป็ น พวกนกเด่ น (common birds) โดยเฉพาะนกเด่ น 2.กลุ่มนกชายเลน-นกชายนา ประกอบด้วย นกชายเลนนาจืด ร ะ ดั บ ชุ ก ชุ ม ม า ก ( Common dominant birds) ซึ่ ง มี และ นกชายเลนทะเล สถานภาพจากการศึกษาใกล้เคียงกับ 3 สถานภาพที่เป็นจริง 3. กลุ่มนกป่า ประกอบด้วย นกถิ่นป่าดิบเขา นกถิ่นป่าดิบชืน ในท้ อ งถิ่ น นั นมากที่ สุ ด จึ ง น ามาใช้ เ ป็ น ชนิ ด พั น ธุ์ ชี วั ด สมบูรณ์ และ นกถิ่นป่าผลัดใบ สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศสัตว์ป่าของท้องถิ่นนัน ๆ ได้ 4. กลุ่มนกเมือง ประกอบด้วย นกเมืองแท้ และ นกถิ่นป่าทุ่ง เหมาะสมที่สุดส่วนชนิดพันธุ์นกที่มีค่า IVI ต่ากว่าค่าเฉลี่ยของ กลุ่ ม ประชากรนกทั งหมด แสดงว่ า เป็ น พวกนกที่ มี ข นาด ในเมือง ประชากรน้อย มีการปรากฏตัวพบเห็นได้น้อย มีถิ่นกระจาย หลักกำรแนวทำงกำรใช้นกเป็นตัวชี้วัดทำงนิเวศวิทยำ พันธุ์ แคบจากัด และการปรับตัวแข่งขันกับนกต่างชนิดพันธุ์ไม่ 1.ความหลากหลายชนิดพันธุ์นก เป็นผลของวิวัฒนาการและ ดี ห รื อ ไ ม่ ป ร ะ ส บ ค ว า ม ส า เ ร็ จ ใ น ก า ร ด า ร ง ชี วิ ต ใ น การปรับตัวตาม สภาพแวดล้อมท้องถิ่นนัน เมื่อเปรียบเทียบกับพวกนกเด่นใน 2.สภาพแวดล้อมถิ่นอาศัย เป็นตัวกาหนดสถานภาพของชนิด ท้องถิ่นเดียวกันจัดเป็นพวกนกรอง (uncommon birds)ทังนี พันธุ์นกในท้องถิ่นอาศัย จานวนชนิดพันธุ์ ขนาดประชากร และการปรากฏตัวของพวก 3.ชนิดพันธุ์นกเด่นในท้องถิ่นเป็นดัชนีบ่งชีสภาพแวดล้อมของ นกรอง มั ก มี ค วามคลาดเคลื่ อ นไปจากความเป็ น จริ ง อั น ถิ่นอาศัย เนื่ อ งมาจากระยะเวลาการส ารวจเก็ บ ข้ อ มู ล และความ การใช้ น กเป็ น ตั ว ชี วั ด สภาพแวดล้ อ มและระบบนิ เ วศ ต่อเนื่องการศึกษาไม่เพียงพอครอบคลุมจานวนชนิดพันธุ์และ พิจ ารณาจากบทบาททางนิ เ วศของชนิ ดพั น ธุ์ น กในท้ องถิ่ น จ านวนตั ว นกที่ น่ า จะมี อ ยู่ ใ นท้ อ งถิ่ น นั น ๆรวมถึ ง ความ ตามความสามารถในการแข่งขัน และความเด่นของชนิดพันธุ์ ผิดพลาดจากการไม่สามารถจาแนกชนิดพันธุ์ หรือจาแนกชนิด นกในสังคมถิ่นอาศัยร่วมกัน วิเคราะห์ได้จากดัชนีความสาคัญ พันธุ์นกที่พบไม่ถูกต้อง จึงไม่สมควรนาเอาชนิดพันธุ์นกรอง ทางนิเวศของชนิดพันธุ์นก (Importance Value Index - IVI) มาใช้ เป็ นตั ว ชี วัด สภาพแวดล้ อ มและระบบนิ เวศสั ตว์ ป่า ใน ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของปัจจัยร่วมทางนิเวศ ได้แก่ ความชุกชุมตาม ท้องถิ่นโดยตรง สถานภาพการปรากฏตัว (relative abundance - RA) และ ความเด่ น ของชนิ ด พั น ธุ์ ตามดั ช นี ส ถานภาพความเด่ น (relative dominant - RD)เปรียบเทียบกับค่า IVI ของสังคม นกในถิ่ น อาศั ย ซึ่ ง เป็ น ค่ า เฉลี่ ย IVI ของกลุ่ ม ประชากรนก ทั งหมดชนิ ด พั น ธุ์ น ก ที่ มี ค่ า IVI สู ง กว่ า ค่ า เฉลี่ ย ของกลุ่ ม ประชากรนกทังหมดแสดงว่า เป็นนกที่มีขนาดประชากรมาก 4 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่

บทสรุป นก เป็นสัตว์ที่ให้คุณค่าต่อมนุษยชาติ รวมถึงการดารงชีพของ นกช่ ว ยเกื อกู ล แก่ ส ายพั น ธุ์ สิ่ ง มี ชี วิ ต อื่ น เช่ น กั น ในลั ก ษณะ win : win ด้วยกันทังสองฝ่าย อ่ำนต่อหน้ำ 5

97

เ ดื อ น ก ร ก ฏ ำ ค ม 2 5 6 0


Q & A หำกหน่วยงำนเอกชนต้องกำรให้กรมวิทยำศำสตร์บริกำร จัดอบรมที่หน่วยงำน แบบ in-house training สำมำรถทำได้หรือไม่ อย่ำงไร ปัทมา นพรัตน์

ถำม : หากหน่วยงานเอกชนต้องการให้กรมวิทยาศาสตร์บริการ จัดอบรมที่หน่วยงานแบบ in-house training สามารถทาได้หรือไม่ อย่างไร ตอบ : หากเป็นการจัด อบรมให้กับหน่ ว ยงานเอกชนเฉพาะรายหนึ่งรายใด กรมวิทยาศาสตร์บริการไม่สามารถ ดาเนินการให้ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของความเป็นกลาง ความมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่หากหน่วยงานเอกชนรวมกันเป็นกลุ่มหลายบริษัท กรมวิทยาศาสตร์บริการจะสามารถดาเนินการจัดฝึกอบรมให้ได้ โดย คิดค่าธรรมเนียมตามที่กรมวิทยาศาสตร์บริการกาหนด พร้อมมอบใบ ประกาศนียบัตร

กำรใช้นกเป็นตัวชี้วัดทำงนิเวศวิทยำ(ต่อจำกหน้ำที่ 4) ด้วยการใช้ระบบนิเวศเป็นตัวบ่งชี นกเมืองไทยที่มีอยู่กระจายทั่วประเทศร่วมพันกว่าชนิด(ทังนกประจาถิ่นและนก อพยพ)จึงเป็นคุณค่าที่น่าสนใจติดตามศึกษาใคร่รู้ ที่สามารถหาดูได้ตามสภาพแวดล้อมและภูมินิเวศในประเทศไทยทั่วทุกภาค ของประเทศโดยเฉพาะฤดูอพยพ ช่วง ตุลาคม- มีนาคม) การมีชนิดนกที่เยอะชนิดนีจึงเป็นแหล่งดูนกอันดับต้น ๆ ของโลกที่ ชาวต่างชาติให้ความสนใจใคร่ดูอยากเห็นและบันทึกภาพ เป็นการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอีกทางหนึ่ง มีการพัฒนา การศึกษา สารวจและวิจัยพฤติกรรมของนกที่หลากหลายมากขึน ด้วยความหลากหลายทางพันธุ์กรรมของสายพันธุ์นกนี ประชาชนชาวไทยสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจพฤติกรรมและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับนกนี เพื่อว่าเป็นเรียนรู้การอยู่ ด้วยกันและกันของสัตว์ต่างสายพันธุ์ ให้การดารงชีวิตของกันและกันนีมีอย่างเหมาะสมและมีความสุขสืบไป บรรณำนุกรม 1.สวัสดิ์ วงศ์ถิรวัฒน์. ๒๕๕๒. การใช้นกเป็นตัวชีวัดทางนิเวศวิทยา, กลุ่มนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม ส่วนวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมป่าไม้ สานักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้ 2.เข้าถึง http://www.bbc.co.uk/news/science-environment-34985273 เมื่อ 21 ก.ค. 2560 3.เข้าถึง https://www.facebook.com/BBCThai/posts/1717609578460075 เมื่อ 21 ก.ค. 2560 4.เข้าถึง http://chm-thai.onep.go.th/chm/city/document/การใช้นกเป็นตัวชีวัดทางนิเวศวิทยา.pdf เมื่อ 21 ก.ค. 2560

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่

97

เ ดื อ น ก ร ก ฏ ำ ค ม 2 5 6 0 | 5


Science Update : กำรจัดกำรของเสียอย่ำงยั่งยืนของสหภำพยุโรป (Waste Management Hierarchy) ณัฏฐกานต์ เกตุคุ้ม

สหภาพยุโรป ประสบความสาเร็จในการจัดการสิ่งแวดล้อม และการลดผลกระทบที่เกิดจากการพัฒนาเศรษฐกิจของ ตน โดยนโยบายการจัดการของเสียของสหภาพยุโรปจะยึดหลักการจัดการของเสียอย่างยั่งยืนตามลาดับชัน ( Waste Management Hierarchy) โดยเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดในการแก้ปัญหาขยะ จากเดิมที่เน้นแก้ปัญหาที่ปลายทาง คือ การกาจัด (เผาหรือฝังกลบ) มาให้ความสาคัญอันดับแรก กับการลดปริมาณและความเป็นอันตรายของขยะ จากนันจึงใช้วิธีการเลี่ยงการ นาขยะที่เกิดขึนไปกาจัดด้วยการใช้ซา การนากลับมาใช้ใหม่ และการแปรรูปให้เป็นพลังงาน ก่อนจะนาขยะที่เหลือไปกาจัด อย่างปลอดภัย ควบคู่ไปกับการคานึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) สามารถจาแนกแนวทางการจัดการของเสียของสหภาพยุโรปได้เป็น 5 ลาดับ ดังนี

ที่มา : http://recyctec.se/en/EU-waste-directive

อ่านต่อหน้า 7 6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 7

เ ดื อ น ก ร ก ฏ ำ ค ม 2 5 6 0


กำรจัดกำรของเสียอย่ำงยั่งยืนของสหภำพยุโรป (ต่อจำกหน้ำ 6) 1. การป้องกันการเกิดของเสีย (Waste Prevention) ซึ่งเป็นขันตอนที่ สหภาพยุโรปให้ความสาคัญเป็นอย่างยิ่ง ใน กระบวนการจัดการของเสียทังหมด ซึ่งแนวทางการป้องกันการเกิดของเสียนันสามารถทาได้โดยการปรับปรุงภาคการ ผลิต 2. การใช้ซา (Reuse) หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดของเสียได้ ขันตอนนี สามารถช่วยได้ในเรื่องของการนา วัสดุที่ถูกใช้แล้วหรือที่เหลือใช้ กลับมาใช้ซา 3. การรีไซเคิล (Recycle) หากเราไม่สามารถนาวัสดุที่ถูกใช้แล้วหรือที่เหลือใช้กลับมาใช้ซาได้โดยตรง ก็จะต้องนาไป แปรสภาพ เพื่อนาไปใช้ในรูปแบบอื่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งการรีไซเคิลเป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานและทรัพยากรในการจัดการ มากกว่าการใช้ซา หลายๆ ประเทศในสหภาพยุโรป ได้นากระบวนการนีมาใช้ กับวัสดุบรรจุภัณฑ์กลับมาแปรสภาพเพื่อนา กลับมาใช้ได้ มากกกว่าร้อยละ 50 แล้ว 4. การนาทรัพยากรกลับคืนจากของเสีย หรือ ใช้ประโยชน์จากของเสีย (Resource recovery or Reclamation) ขันตอนนีเป็นการแยกและการรวบรวมวัสดุที่สามารถนามาใช้ได้จากวัสดุของเสีย เช่น แร่ธาตุ พลังงาน หรือ นา โดยผ่าน กระบวนการ ซึ่งสิ่งที่ได้กลับคืน อาจจะไม่ได้ถูกนาไปใช้ตามวัตถุประสงค์เดิม ตัวอย่างเช่น การแปรรูปของเสียให้เป็นพลังงาน โดยการนาขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้แล้ว มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานความร้อน พลังงานไฟฟ้า หรือเชือเพลิง โดยการผ่าน กระบวนการต่างๆ 5. การกาจัดของเสีย (Waste disposal) เป็นมาตรการสุดท้ายในการจัดการของเสียตามลาดับชันของสหภาพยุโรป โดยของเสียที่ไม่สามารถนามาใช้ซา หรือรีไซเคิล จะถูกส่งไปเผาทาลายและฝังกลบ แต่ของเสียอาจจะถูกนาไปผ่านการบาบัด ก่อน ในหลายๆ รูปแบบด้วยกัน อาทิเช่น การบาบัดทาง กายภาพ การบาบัดทางเคมี การบาบัดทางชีวภาพ การตกตะกอน สุดท้ายด้วยการเผาทาลาย และการฝังกลบ ซึ่งกระบวนการกาจัดของเสียสองอย่างหลังนี จะอยู่ภายใต้การควบคุมอย่าง เข้มงวด เพราะการกาจัดขยะทังสองวิธีนี สามารถสร้างผลกระทบที่รุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม สหภาพยุโรปจึงได้ตังข้อบังคับและ แนวทางปฏิบัติในการเผาทาลาย เช่น ระดับสารเคมีที่เกิดขึนจากการเผา เพื่อควบคุมสาร dioxin และ acid gases ประเภท ต่างๆ เช่น nitrogen oxide (NOx) จะเห็นว่า มาตรการการจัดการของเสียของสหภาพยุโรป มีความเป็นวัฏจักร และครอบคลุมการจัดการของเสียในทุก รูปแบบ ซึ่งส่งผลให้การบริหารจัดการของเสียเป็นไปอย่างสมบูรณ์และเกิดความยั่งยืนของการจัดการของเสียได้อย่างชัดเจน เอกสำรอ้ำงอิง สานักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจาสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์, วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับที่ 3 ประจาเดือนมีนาคม 2560 http://recyctec.se/en/EU-waste-directive [เข้าถึงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560]

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 7

เ ดื อ น ก ร ก ฏ ำ ค ม 2 5 6 0 | 7


Thailand 4.0 in ASEAN : ฝึกอบรม 4.0 ปัญญา คาพยา

หลายท่านคงได้ยิน Thailand 4.0 หรืออะไรๆ ก็ 4.0 เรามาทาความรู้จัก ยุค 4.0 กันหน่อยนะครับ ว่าคืออะไร จะทา ให้ประเทศเราพัฒนาได้ยังไง เราจะเข้าร่วมผลักดัน 4.0 กันอย่างไร Thailand 4.0 เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย ที่เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งกว่า จะมาเป็น Thailand 4.0 ก็ต้องผ่าน 1.0 2.0 และ 3.0 กันมาก่อน Thailand 1.0 ก็คือยุคของเกษตรกรรม คนไทยปลูกข้าว พืชสวน พืชไร่ เลียงหมู เป็ด ไก่ นาผลผลิตไปขาย สร้าง รายได้และยังชีพ Thailand 2.0 ซึ่งก็คือยุคอุตสาหกรรมเบา ในยุคนีเรามีเครื่องมือเข้ามาช่วย เราผลิตเสือผ้า กระเป๋า เครื่องดื่ม เครื่องเขียน เครื่องประดับ เป็นต้น ประเทศเริ่มมีศักยภาพมากขึน Thailand 3.0 (ซึ่ งเป็ น ยุ ค ปั จ จุ บั น ) เป็ น ยุ คอุ ตสาหกรรมหนั ก เราผลิ ตและขายส่ งออกเหล็ กกล้ า รถยนต์ ก๊ า ซ ธรรมชาติ ปูนซีเมน เป็นต้น โดยใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อเน้นการส่งออก ยุค 4.0 ก็คือยุคของการมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบต่างๆ ด้วยนวัตกรรม จึงมีการผลักดันให้เกิดการฝึกอบรมยุค 4.0 โดยการบูรณาการ การฝึกอบรมให้ผู้เรียน สามารถนาองค์ความรู้ที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งบนโลกนี มาบูรณาการเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ตอบสนองความต้องการของสังคม เน้นแสวงหาการเรียนรู้ได้เอง อย่างท้าทาย สร้างสรรค์ความรู้ ใหม่ ต่อยอดความรู้เดิม คิดและประยุกต์ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ได้ เหมาะกับตนเอง สังคม ตามสถานการณ์ การฝึ ก อบรมของ พศ. ผลั ก ดั น ให้ เ กิ ด การฝึ ก อบรม สภาอุ ต สาหกรรมมากขึ น โดยน า แนวทางของ STEM มา ประยุ กต์ใช้ โดยเน้ นให้ ผู้ เข้าอบรมมีส่ ว นร่ว มมากขึน โดยเฉพาะหลั กสู ตรที่มีภ าคปฏิบัติ สามารถนาความรู้ที่ได้รับไปใช้ ประโยชน์ได้อย่างสร้างสรรค์ สามารถพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อการใช้ประโยชน์ในอาชีพของตนเองได้

เอกสารอ้างอิง 1. ความรู้ที่น่าสนใจ [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.impressionconsult.com/web/index.php/articles/1460-thailand-4-0 2. การฝึกอบรม : ทิศทางเทคโนโลยีการศึกษากับ Education 4.0 [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.ku.ac.th/web2012/index.php?c

8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 7

เ ดื อ น ก ร ก ฏ ำ ค ม 2 5 6 0


BLPD Corner : ควำมแตกต่ำงระหว่ำง MOU และ MOA ปัทมา นพรัตน์ เรามักจะได้ยินเวลาที่สองหน่วยงานมาทางานร่วมกันว่า มีการทา MOU ระหว่างหน่วยงานกัน ซึ่งการจัดทา MOU หรือบั นทึกความเข้าใจ (Memorandum Of Understanding) หลายคนมีความเข้าใจว่าการจัดทา MOU ก็คือการจัดทา บันทึกข้อตกลง (Memorandum Of Agreement) หรือ MOA โดยที่ไม่ทราบว่าการจัดทาบันทึกความเข้าใจและการจัดทา บันทึกข้อตกลงนัน มีคาศัพท์ที่ใช้แตกต่างกันรวมทังมีผลผูกพันในทางกฎหมายที่แตกต่างกันด้วย บันทึกความเข้าใจ (Memorandum Of Understanding) หรือ MOU หมายถึง การจัดทาหนังสือโดยฝ่ายหนึ่งแสดง ความสมัครใจจะปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด และตามเงื่อนไขที่ปรากฏในหนังสือนันกับอีกฝ่ายหนึ่ง โดยที่หนังสือนีไม่ถือว่า เป็นสัญญาผูกมัด แต่แสดงความต้องการอันแน่วแน่ของผู้ลงนามว่าจะปฏิบัติดังที่ได้ระบุไว้และอีกฝ่ายหนึ่งก็มีความเข้าใจอย่าง เดียวกัน หากฝ่ายใดมิได้ปฏิบัติตามบั นทึกความเข้าใจดังกล่ าว อีกฝ่ ายหนึ่งไม่ส ามารถฟ้องร้องในทางคดีได้ แต่ทังนีต้อง พิจารณาเนือหาเป็นกรณีไปว่า MOU ที่ทาไว้นัน เข้าลักษณะเป็นข้อตกลงหรือสัญญาหรือไม่ บั น ทึก ข้อ ตกลง (Memorandum Of Agreement) หรื อ MOA เป็น หนั งสื อหรือ สั ญ ญา ซึ่ง มีข้ อความที่ ระบุเ ป็ น หลักเกณฑ์หรือวิธีการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติหรือดาเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามที่ตกลง หรือตามเงื่อนไขที่กาหนด ไว้ ซึ่งกฎหมายให้ความคุ้มครองเพราะข้อตกลงก็คือสัญญานั่นเอง ดังนันหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดประพฤติผิดสัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง สามารถฟ้องร้องดาเนินคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ ดังนัน การที่หน่วยงานจะร่วมมือในการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดประโยชน์ต่อทังสองฝ่ายและประเทศชาติ จึง ควรเลือกการจัดทาบันทึกความร่วมมือให้เหมาะสม และเรียกให้ถูกต้องตรงกัน เอกสารอ้างอิง : MOU และ MOA สองคาที่ใช้สับสน [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก ttp://www.sc.mahidol.ac.th/IC/info/MOU-MOA.pdf

9 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 97, July 2017  

Blpd Newsletter Volume 97, July 2017 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you