Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 9 ฉบับที่ 96 เดือน มิถุนำยน 2560

แนะนำหลักสูตร : แนะนำหลักสูตรฝึกอบรมผ่ำนเครือข่ำยอินเทอร์เน็ต BLPD Corner : 'โลกโซเชียล' กับ 'โรคซึมเศร้ำ' Thailand 4.0 in ASEAN : อุตสำหกรรมอำหำรไทย 4.0 ในอำเซียน

BLPD Article : กรดเกลือ คืออะไร ? Science Update : ค้นพบ มอริเชีย : ทวีปที่หำยสำบสูญ Q&A : เงื่อนไขกำรได้รบ ั e-certificate ของ e-learning

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีครับ สมำชิกชำว พศ. สำร ทุกท่ำน พศ. สำรฉบับเดือนมิถุนำยนนี้นำสำระใกล้ตัวส่งถึงผู้อ่ำน ดังเช่นบทควำมเรื่อง 'โลกโซเชียล' กับ 'โรค ซึมเศร้ำ' ซึ่งปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ำผู้คนมำกมำยใช้เวลำส่วนใหญ่กับกำรท่องโลกโซลเชียลมำก หรือเรื่อง กรด เกลือ จะใช่เกลือที่ใช้ทำอำหำรในชีวติประจำวันหรือไม่ หำคำตอบได้คะ และผู้อ่ำนจะร่วมค้นหำกับทวีปที่หำยไป กับบทควำมเรื่อง ค้นพบ มอริเชีย : ทวีปที่หำยสำบสูญ รวมทั้งแนะนำหลักสูตรฝึกอบรมที่น่ำสนใจพร้อมสำระอื่น ๆ ใน พศ. สำรฉบับนี้ หำกทุกท่ำนต้องกำรอ่ำน พศ. สำร ฉบับย้อนหลังสำมำรถอ่ำนได้ที่ เว็บไซต์ http://blpd.dss.go.th ค่ะ

หลักสูตรฝึกอบรมระยะสัน้ Q003

การคานวณค่าสถิติสาหรับงานวิเคราะห์ทดสอบ Emergency Responses for Chemicals Personal Protective Equipment Standard and Effective Management Disposal of Hazardous Waste Management

30 ก.ค.60 6 ก.ค.60 13 ก.ค.60 24-25 ก.ค.60

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560


BLPD Article กรดเกลือ คืออะไร ? นพเก้ำ เอกอุน่

กรดไฮโดรคลอริก หรือประชาชนทั่วไปเรียก กรด เกลือ มีสูตรโมเลกุลคือ HCl เป็นสารประกอบเคมีประเภท กรดละลายในนา โดยเป็นสารละลายของไฮโดรเจนคลอไรด์ ถู ก ค้ น พ บ โ ด ย นั ก เ ล่ น แ ร่ แ ป ร ธ า ตุ ชื่ อ จาเบียร์ เฮย์ยัน (Jabir ibn Hayyan) ราวปี 800 ช่วงปฏิวัติ อุตสาหกรรม ถึงแม้ว่ากรดเกลือจะถูกเรียกคล้ายกับเกลือแกง หรือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) และเป็น สารประกอบคลอไรด์ เหมือนกัน แต่สารทัง 2 ชนิดนีถูกนามาใช้ประโยชน์ที่แตกต่าง กัน เกลือแกงที่เรานิยมเรียกว่าเกลือจะถูกนามาใช้ประโยชน์ใน การประกอบอาหารหรือถนอมอาหาร แต่กรดเกลือซึ่งจัดเป็น กรดแก่ที่มีพลังการกัดกร่อนสู ง จะใช้กันมากในอุตสาหกรรม การผลิตคลอไรด์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมสี ฟอก หนัง ชุบโลหะ ถลุงแร่ เพื่อผลิตดีบุก และแทนทาลัม การปรับ ความเป็ น กรด-ด่ า ง กระบวนการฆ่ า เชื อในระบบปรั บ ปรุ ง คุณภาพนาหรือระบบบ าบัดนาเสีย การกัดผิ ว และทาความ สะอาดผิ ว โลหะ จึ ง มั ก พบในผลิ ต ภั ณ ฑ์ ป ระเภทน ายาล้ า ง ห้องนา เป็นต้น คุณสมบัติของกรดไฮโดรคลอริก ดังนี 1. มีมวลโมเลกุล 36.46 กรัม/โมล 2. ความหนาแน่น 1.18 กรัม/ลบ.ซม. 3. จุดหลอมเหลว -27.32 องศาเซลเซียส 4. จุดเดือด 110 องศาเซลเซียส 5. เป็นกรดแก่ 6. ของเหลวไม่มีสีหรือมีสีใสออกเหลือง มีไอระเหย มีกลิ่นฉุน ไม่เป็นสารไวไฟ 7. ระเหยเป็นไอได้รวดเร็ว ไอเป็นกรดมีพิษต่อระบบทางเดิน หายใจ กรดไฮโดรคลอริก ผลิ ตจากกระบวนการแยกเกลื อ ด้วยไฟฟ้าเซลล์อิเล็กโทรไลต์จนเกิดก๊าซคลอรีน ก๊าซไฮโดรเจน และโซเดียมไฮดรอกไซด์ ที่แยกตัวออกจากนา ซึ่งก๊าซคลอรีน และก๊าซไฮโดรเจนจะทาปฏิกิริยาเกิดเป็นก๊าซไฮโดรเจรคลอ ไรด์บริสุทธิ์ ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์บริสุทธิ์ถูกดูดซับลงนา และ เข้าสู่ขบวนการเปลี่ยนเป็นกรดไฮโดรคลอริกบริสุทธิ์ ดังสมการ Cl2+H2 = 2HCl

BLPD NEWSLETTER

นอกจากนั นยังสามารถผลิ ตได้ ด้ว ยการละลายก๊า ซ ไฮโดรเจนคลอไรด์ ใ นน า ส่ ว นผลิ ต ภั ณ ฑ์ อื่ น ที่ เ กิ ด ใน กระบวนการนี ได้แก่ โซเดียมไฮดรอกไซด์ ข้อมูลควำมอันตรำยของกรดไฮโดรคลอริก 1. เมื่อการสลายตัวหรือทาปฏิกิริยากับโลหะหรือสารอื่นจะ ทาให้เกิดควันที่เป็นพิษของก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์และ เกิดปฏิกิริยาที่มีความไวกับไฟหรือเกิดระเบิดได้ง่าย จึงควร หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับด่าง, เอมีน, โลหะกลุ่มอัลคาไล, ทองแดง, อัลล์ลอยด์ของทองแดง, อลูมิเนียม, เหล็ก 2. เกิดปฏิกิริยารุนแรงหากกรดมีความเข้มข้นสูงมีการ สัมผัสกับนา 3. มีความเป็นพิษสูง และมีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมาก ควัน และ ไอจะระคายเคืองต่อดวงตา, เยื่อบุอ่อน, และทางเดินหายใจ ส่วนบน ควำมเป็นพิษของกรดไฮโดรคลอริกต่อระบบต่างๆ ใน ร่างกาย สรุปได้ดังนี ระบบทำงเดินหำยใจ เกิดการระคายเคืองเยื่อบุจมูก ลาคอ และเยื่อบุทางเดินหายใจ อาการจะเริ่มเกิดขึนเมื่อสูดดมเข้าไป ในปริมาณ 35 ppm หากได้รับเข้าไป 50 - 100 ppm อาการ จะรุนแรงจนทนไม่ได้ เมื่อได้รับ กรดไฮโดรคลอริกในปริมาณ มาก อาจทาให้เยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบนบวมอย่างมาก จน เกิ ด การอุ ด ตั น ทางเดิ น หายใจ ผู้ ที่ ไ ด้ รั บ พิ ษ ขั นรุ น แรงจะมี อาการหายใจหอบ หายใจไม่ ทั น เนื่ อ งจากภาวะอุ ด กั น หลอดลมขนาดเล็ก บางรายอาจเกิดภาวะปอดบวมนาซึ่งเป็น อันตรายอย่างมาก สาหรับในเด็ก อาจเกิดอาการกล้ายหอบหืด ซึ่งจะเป็นอยู่นานหลายเดือน และไม่ค่อยตอบสนองต่อการ รักษาด้วยยาขยายหลอดลม ผิวหนัง แผลที่ผิวหนังลักษณะแผลลึก คล้ายแผลไฟไหม้ นา ร้อนลวก อาจเกิดแผลที่เยื่อบุซึ่งเป็นเนือเยื่ออ่อนได้เช่นกัน การได้ รั บ พิ ษ โดยการสั ม ผั ส กรดไฮโดร คลอริ ก เข้ ม ข้ น จะท าให้ เ กิ ด แผลเป็ น ขนาดใหญ่และลึก หากสัมผัสสารละลาย ที่เจือจาง ก็จะเกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ และระคายเคือง ในเด็กจะพบปัญหาที่ ผิวหนังมากกว่าผู้ใหญ่ อ่ำนต่อหน้ำที่ 4

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560| 3


กรดเกลือ คืออะไร ? (ต่อจำกหน้ำที่ 2) ดวงตำ ไอระเหยจะทาให้เซลล์กระจกตาเกิดการตาย เลนส์ ตาเกิ ด เป็ น ต้ อ กระจก และความดั น ภายในลู ก เพิ่ ม ขึ นจน กลายเป็นต้อหินได้ กรณีที่สัมผัสกับสารละลายที่เจือจาง จะ เกิดแผลที่กระจกตาด้านนอก ระบบทำงเดินอำหำร เกิดอาการปวดท้องรุนแรง กลืนลาบาก คลื่นไส้ อาเจียน การได้รับพิษโดยการกิน กรดไฮโดรคลอริก เข้มข้น จะทาให้เกิดการหลุดลอกของเยื่อบุหลอดอาหารและ กระเพาะอาหาร เกิดเป็นแผลภายใน มีเลือดออก แผลอาจ ทะลุได้ ระบบหัวใจและหลอดเลือด เกิดขึนเมื่อได้รับพิษจากการกิน เข้าไป หรือสัมผัสในปริมาณสูง ทังกรดไฮโดรคลอริกและแก๊ซ ไฮโดรเจนคลอไรด์ ทาให้ความดันโลหิตลดต่าลง เกิดภาวะ เลือดออกในทางเดินอาหาร และระบบสมดุลนาและของเหลว ในร่างกายเสียไป ระบบสมดุลกรด-ด่ำงของร่ำงกำย การเสีย สมดุลกรด-ด่าง ของร่ า งกาย อาจเกิ ด ขึ นได้ จ ากการได้ รั บ พิ ษ ทางระบบ ทางเดินอาหาร เนื่องจากคลอไรด์อิออนเพิ่มสูงขึน ในเด็กที่มี อัตราการเผลาผลาญในร่างกายสูงจะได้รับผลกระทบมากกว่า ปกติ ถึงขันเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ พิ ษ ของกรดไฮโดรคลอริ ก ที่ มี ต่ อ ร่ ำ งกำย แบ่ ง เป็ น 2 ประเภท คือ ชนิดเฉียบพลันและเรือรัง ชนิดเฉียบพลัน หากหายใจเอาไอกรดเข้าไปจะก่อให้เกิดการ ระคายเคืองและทาลายเนื อเยื่ อระบบทางเดิน หายใจอย่าง รุ น แรง ทางการสั ม ผั ส จะก่ อ ให้ เ กิ ด การระคายเคื อ งอย่ า ง รุนแรงต่อดวงตา หากถูกผิวหนังจะทาให้ผิวหนังไหม้ ทางปาก หากกินเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อปาก และระบบทางเดินอาหาร ชนิ ด เรื้ อ รั ง เนื่ อ งจากกรดไฮโดรคลอริ ก มั ก จะเป็ น พิ ษ ต่ อ ระบบทางเดินหายใจและผิวหนังเป็นส่วนใหญ่ หากได้รับไอ ของกรดไฮโดรคลอริก เป็นเวลานานๆ อาจทาให้ ตาบอดได้ รวมถึงโรคผิวหนังเรือรังด้วย จำกข้อมูลข้ำงต้น ถึงแม้ว่ำเรำจะใช้ประโยชน์จำก กรดไฮโดรคลอริ กในภำคอุต สำหกรรมอย่ำ งมำกมำย แต่ กรดไฮโดรคลอริกก็มีพิษต่อร่ำงกำยอย่ำงมำกเช่นเดียวกัน หำกไม่มีกำรควบคุมดูแล และจัดเก็บอย่ำงถูกวิธีตลอดจน กำรปฏิบัติและกำรป้องกันตัวเองเมื่อต้องทำงำนที่เกี่ยวข้อง กับกรดไฮโดรคลอริก 4 |BLPD NEWSLETTER

กำรดูแลและกำรควบคุม ควรให้ควำมรู้และสร้ำง ควำมตระหนั ก แก่ ผู้ ป ฏิ บั ติ ง ำน เกี่ ย วกั บ อั น ตรำยและ วิธีกำรใช้อย่ำงถูกต้อง หำกต้องกำรกำจัดสำรละลำยกรด ไฮโดรคลอริก ควรทำให้เจือจำงหรือปรับให้เป็นกลำงด้วย โซเดีย มไฮดรอกไซด์ หรื อ แคลเซียมออกไซด์ ควรเก็ บใน ภำชนะที่มีกำรปิดผนึกอย่ำงดี ติดฉลำกกำกับอย่ำงชัดเจน เก็บให้ห่ำงจำกแหล่งกำเนิดควำมร้อน บริเวณที่จัดเก็บต้อง มีอำกำศถ่ำยเทสะดวก เย็นและแห้ง ทั้งนี้มีข้อแนะนำและ แนวทำงปฏิบัติกับกรดไฮโดรคลอริก ดังต่อไปนี้ ข้อแนะนำ และแนวทำงปฏิบัติกับกรดไฮโดรคลอริก 1. สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ได้แก่ เครื่องกรอง อากาศ ถุงมือกันสารเคมี แว่นครอบตา และเสือผ้าคลุมตาม มาตรฐานของ OSHA/MSHA ทุกครัง 2. จัดให้มีท่อฝักบัว และอ่างล้างตาในสถานที่ปฏิบัติงาน 3. ระวังการสัมผัสถูกซาๆ หรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน 4. ควรเก็บภาชนะให้ปิดแน่นเสมอ เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น ระวังอาจเกิดแรงดันในภาชนะได้ 5. หากถูกสัมผัส ให้เปิดนาล้างบริเวณที่สัมผัสนัน เช่น ตา ผิวหนัง ด้วยนาปริมาณมากๆ อย่างน้อย 15 นาที พร้อมๆ ไป กับถอดเสือผ้า และรองเท้าที่เปื้อนออก โดยเฉพาะบริเวณ ดวงตา เพื่อความแน่ใจว่าล้างสารพิษออกหมด ให้ใช้นิวมือดึง หนังตา เปิดล้างด้วยนาสะอาดด้วย 6. หากหายใจเข้าไป ให้นาผู้ป่วยออกมาที่ที่มีอากาศ บริสุทธิ์ หากผู้ป่วยไม่หายใจให้รีบทาการช่วยหายใจ 7. หากมีการรับประทาน ให้ดื่มนามากๆ ห้ามทาให้อาเจียน เด็ดขาด 8. สุดท้าย เมื่อปฐมพยาบาลเบืองต้นเรียบร้อยแล้ว ต้องรีบ นาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ที่มา http://www.siamchemi.com เข้าถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2560 http://www.bangkokhealth.com/health/article เข้าถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2560 http://www.neutron.rmutphysics.com/teaching-glossary เข้าถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2560

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560


BLPD Corner 'โลกโซเชียล' กับ 'โรคซึมเศร้ำ' เรียยงเรียง ดลยา สุขปิติ

ในปัจจุบันที่ความสัมพันธ์ทางสังคมเปราะบางและ ซับซ้อนมากขึน ชีวิตผู้คนถูกทาให้ห่างเหินจากกัน จนไม่ สามารถที่จะสื่อสารและมีสายใยสัมพันธ์กันอย่างแท้จริง การ ดารงในชีวิตจริงจึงถูกทดแทน ด้วยการสื่อสารในโลกโซเชียล แต่ในอีกด้านหนึ่งการสื่อสารใน โลกโซเชียลถูกทาให้เป็นการ แสดงความเป็น "ตัวตน" ที่อยากจะให้ คนอื่นรับรู้ และ "ชื่น ชม" จึงทาให้การ นาเสนอสาระเป็นเพียงการตัดบางส่วนของ ชีวิตมาขยายให้กลายเป็นภาพที่อยากให้คนอื่นเห็น ผู้เรียบ เรียง ได้อ่านเจอ บทความที่น่าสนใจนี จึงนามาเสนอให้แก่ ผู้อ่าน บทความ โดย ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชา ประวัติศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยแพร่ในเวบไซต์ของ ศูนย์สื่อสารสังคม กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

"มีค่า" กับ "ไร้ค่า" วิ่งขึนลง อย่างรวดเร็วจนเราไม่สามารถที่ จะควบคุมอารมณ์ให้มีเสถียรภาพได้เลย และเมื่อควบคุม อารมณ์ความรู้สึกได้ น้อยลง ความหมายของความเป็นเรา/ ตัวตน เราก็ยิ่งถูกทาลายไปเรื่อยๆ

โรคซึมเศร้าจึงเป็น สภาวะของการบ่อนทาลาย ความหมายของ "ชีวิตและ ตัวตน" คนจานวนหนึ่งที่หัน ไปสู่ศาสนาและลัทธิพิธีก็ เพราะต้องการหนีจากการถูก ทาลายลักษณะนี เพื่อที่จะไปมี "ชีวิตและตัวตน" ใหม่ในวิถี แห่งความเชื่อ การเข้าสู่โลกโซเชียลส่งผลต่อความรู้สึกของเรา อย่างรุนแรง ลองนึกถึงความรู้สึกเปรียบเทียบภาพแสดงของ การนาเสนอลักษณะนี ก็คือการทาให้ตนเองหมกมุ่น เพื่อน ที่ได้เสพสุขที่เมืองนอกทุกครังที่มีวันหยุด กับเราที่ต้อง อยู่กับความรู้สึกของความต้องการแสดงตน หากไม่ได้รับการ นั่งทางานเสมียนด้วยเงินเดือนน้อยนิด หรือการเปรียบเทียบ ตอบสนองว่าได้รับรู้และ "ชื่นชม" ก็จะรู้สึกกระทบลงลึกถึง อื่นๆ ที่เกิดขึน ในสมองและความรู้สึกของเรา แม้ว่าภาพแสดง ความเป็นตัวตน (โปรแกรม line ใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า อ่าน นันไม่ได้แสดงการเปรียบเทียบแต่อย่างใด แล้วจึงก่อปัญหาทางอารมณ์ของผู้ส่งความ ว่าอ่านแล้วทาไม การเลือกที่จะอยู่ในโลกโซเชียล อย่างไม่ระมัดระวัง จึงไม่ยอมตอบ) แม้ว่าคนกลุ่มใหญ่จะเลือกใช้โลก โซเชียลใน การติดตามคนอื่นโดยที่ไม่แสดงตัวตน แต่การติดตามก็คือการ ความรู้สึกตัวเอง และ ไม่ตระหนักถึงพลังการเหวี่ยงของ อารมณ์ ยิ่งก่อให้เกิดสภาวะซึมเศร้าได้ง่ายขึนและลึกซึงมาก มองไปที่คนอื่นด้วยสายตาของเราที่วางอยู่บนฐานอารมณ์ ความรู้สึกของเรา ซึ่งเมื่อรับรู้ส่วนที่ถูกตัดมาเสนอ/แสดงซึ่งก็ ขึน เพราะเมื่อเราถูกทาให้หมกมุ่นอยู่กับตนเองและไม่ จะเป็นส่วนที่ "งดงาม" "ร่ารวย" "ยอดเยี่ยม" เราก็รับรู้และ สามารถควบคุมอารมณ์ที่ให้ความหมายแก่ตัวเรา ตัวตนของ เรา ก็ไม่มีทางที่จะเสถียรพอที่จะดาเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมี นามาเปรียบเทียบกับชีวิตทังหมดจริงๆ ของเราทันที ความหมาย โรคซึมเศร้ามีฐานการอธิบายว่า เกิดขึนจาก ความพยายามที่จะมี "ตัวตน" ในโลกโซเชียลอย่างไม่ ความรู้สึกที่มีต่อตนเองว่า ตนไม่มีค่าไม่มีความหมายใดๆ ต่อ ระวังและไม่ตระหนัก จึงผลักดันให้คนจานวนไม่น้อย ใคร รวมไปถึงความรู้สึกที่พบว่าตนเองไม่ได้เป็นอย่างที่ฝัน หรือหวังเอาไว้ ความรู้สึกหดหู่จะครอบครองทังหมดของวิถี กลายเป็น กลุ่มคนที่เสนอตัวแสดงความคิดเห็นบนการใส่ ความรู้สึก และส่งผลต่อเนื่องไปสู่การ สูญเสียความหมายของ ความรู้สึกไปทั่วทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไร การมีชีวิตอยู่ ในเงื่อนไขทางสังคมทุกวันนี คงไม่สามารถที่จะหยุด ในสังคมเศรษฐกิจทุนนิยม ความรู้สึก ถึงความไร้ค่า การอยู่ใน "โลกโซเชียล" ได้ แต่ก็ต้องเตือนกันว่า จาเป็นต้อง ตระหนักและระมัดระวัง "อารมณ์" ของเราให้ดีครับ 'การ ของตัวตนเป็นเรื่องที่ต้อง เกิดขึนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ เลือกที่จะ อยู่ในโลกโซเชียล อย่างไม่ระมัดระวัง ความรู้สึก ความรู้สึก ไร้ค่านีกลับจะแรงมากขึน เมื่อคนได้พยายาม ตัวเอง และไม่ตระหนักถึง พลังการเหวี่ยง ของอารมณ์ ยิ่ง หาทางทาให้ตนรู้สึกมีค่าด้วยการ แสดงตนในโลกโซเชียล เพราะโลกเสมือนจริงนีกลับเป็นตัวการที่ทาให้ ความรู้สึกว่า ก่อให้เกิดสภาวะ ซึมเศร้าได้ง่ายขึน และลึกซึงมากขึน BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560| 5


Thailand 4.0 in ASEAN : อุตสำหกรรมอำหำรไทย 4.0 ในอำเซียน นฤพร ร่งเรือง

ปจจุบันนีถึงแม้อุตสาหกรรมการผลิตสวนใหญ จะสามารถผลิตสินคาจานวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังมี ข้อจากัดด้านเทคโนโลยีการผลิตอยู่หลายประการ เชน ปญหาความผิดพลาดจากกระบวนการผลิต หรือการปอนขอมูล ความตองการจากปลายทางที่ไม่ทันต่อเวลา (real-time) ทาใหไมสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไดทัน สงผลใหภาค ธุรกิจในอาเซียนและอีกหลายประเทศ ใหความสนใจกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ในโลกยุคดิจิทัล จุดเปลี่ยนสาคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครังนีคือ การนาเอาเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมาปรับใชเพื่อชวยใหการสง ผานขอมูลระหวางผู้ที่อยู่ในหวงโซ อุปทานทาไดรวดเร็ว และสะดวกมากขึน อยางไรก็ดีการปรับใชไมไดหยุดอยูเฉพาะใน อุตสาหกรรมการผลิตเทานัน แตยังครอบคลุมถึงขันตอนการจัดหาวัตถุดิบเรื่อยไปจนถึงการสงสินคา ใหถึงมือผูบริโภค ขัน สุดทาย ซึ่งขอมูลดังกลาวสงผลใหเกิดประโยชนอยางมากมาย ยกตัวอยางเชน อุปกรณการผลิตที่สามารถสื่อสารและแยก บรรจุภัณฑอาหารที่แตกตางกันได ซึ่งจะชวยใหการผลิตอาหารมีความผิดพลาดนอยลงอยางมาก หรือการเชื่อมตอความตอง การบริโภคอาหารที่หลากหลายสูกระบวนการผลิตอาหารที่จาเพาะเจาะจง (mass customization) เพื่อตอบสนองความตอง การของผูบริโภคไดอยางมีประสิทธิภาพมากขึน อุตสาหกรรมอาหารปลายนาเปนจุดที่มีความไดเปรียบสูงที่สุด เนื่องจากมี ความใกลชิด และไดรับ ขอมูลจากผูบริโภคโดยตรงซึ่งสามารถนามาวิเคราะหตอยอดรวมกับการพัฒนาเทคโนโลยีตางๆ เพื่อให ไดสินคา และบริการที่ตอบโจทยตอความตองการของตลาดไดดียิ่งขึน รานคาปลีกสมัยใหมคือหนึ่งในธุรกิจปลายนาของ อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งปจจุบันบริษัทรายใหญ่ในตลาดโลกอยาง Tesco หรือแมแตในประเทศไทยอยาง Big-C, Central Online และ Tops ตางใหความสาคัญกับการให้บริการหนารานออนไลนมากขึน เนื่องจากการลงทุนนันต่างกวาการขยาย สาขาคอนขางมาก อีกทังยังสามารถเก็บขอมูล ของผูบริโภค เชน อายุ รายได และ ประเภทสินคาอาหารที่สั่งบอย เปนตน ทังนี จึงเปนที่มาของการเริ่มพัฒนาการให บริการที่มีความแตกตางหรือมีคุณภาพที่ดีขึน เชน Tesco ที่เกาหลีใต้ ไดสรางรานค าปลีกเสมือนจริง (virtual shop) ที่สถานีรถไฟฟาใตดิน ซึ่งมีบริการสั่งซือสินคาและ สงถึงบานไดโดยไมตองเดินทางไปซือที่รานคาปลีกจริงๆ เพื่อกระตุนยอดขายสินค าในกลุมลูกคาที่ทางานออฟฟศ เนื่องจากพบวาลูกคากลุมนีไมคอยเขาใชบริการที่ร านคาปลีกและรานคาออนไลน ประกอบกับลูกคากลุมนีใชบริการรถไฟฟาใตดินในชีวิตประจาวันเปนหลัก อยางไรก็ดี การเขาสูอุตสาหกรรม 4.0 ของอุตสาหกรรมอาหารนันจาเปนตองคานึงถึงความสมดุลระหวางการใช ประโยชนจากเทคโนโลยีและการผสมผสานระหวางศิลปวัฒนธรรมกับอัตลักษณรสชาติอาหารสู่สินคาและบริการ โดยเฉพาะ อาหารไทย เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารนันมีความสลับซับซอนกวาอุตสาหกรรมอื่นในหลายๆ ดาน ทังรูปแบบสินคา การนาเสนอ หรือแมแตการใหบริการที่แตกตางกัน ดังนัน ความคิดสรางสรรค หรือนวัตกรรมยอมไมไดหมายถึงแคตัวสินค าเพียงอยางเดียว แต่ยังหมายถึงรูปแบบการนนาเสนอที่ทาให้เกิดประสบการณใหมๆ ในการบริโภค เชน การนาเครื่องพิมพ์ อาหาร 3 มิติ เขามาทดแทนแรงงานฝมือที่ทาหนาที่แกะสลักอาหาร ซึ่งตองใชเวลาและความประณีตบรรจงอยางมาก เพื่อให ใชเวลาในการผลิต ตอชินงานที่สันลง มีความสม่าเสมอของคุณภาพมากขึน กอนสงตอใหเชฟปรุงรสชาติอาหารและ ตกแตงเพิ่มเติม กอนเสิรฟใหกับผูบริโภค อ่านต่อหน้า 7 6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560


แนะนำหลักสูตร : กำรตรวจติดตำมคุณภำพภำยใน ตำมมำตรฐำน ISO/IEC 17025

สุชารัตน์ เกาะแก้ง ลัดดำวัลย์ เยียดยัด

แนะนำหลักสูตรฝึกอบรมผ่ำนเครือข่ำยอินเทอร์เน็ต สาหรับห้องปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานตาม ISO/IEC 17025 นัน ขันตอนสาคัญที่จะต้องดาเนินการ คือการตรวจสอบ คุณภาพของห้องปฏิบัติการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการได้มีการนาไปปฏิบัติใช้ อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ หรือเรียกว่าการตรวจติดตามคุณภาพภายใน สานักฯ เปิดให้บริการฝึกอบรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในหลักสูตรการตรวจติดตามคุณภาพภายในตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดทาหลักสูตร เพื่อส่งเสริมความรู้เรื่องการตรวจติดตามคุณภาพภายในตาม มาตรฐาน ISO/IEC 17025 และอานวยความสะดวกให้ ผู้สนใจเรียนรู้โดยไม่มีข้อจากัดทางด้านเวลา และสถานที่ มี เนือหาครอบคลุมหลักการและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการตรวจ ติดตามคุณภาพภายใน การจัดทาโปรแกรม การเตรียมการ การรายงานสิ่งที่ตรวจพบ การปฏิบัติการแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไป ตามข้อกาหนด และการปฏิบัติการป้องกัน รวมถึงการนาผล การตรวจติดตามไปใช้ในการปรับปรุงการบริหารงานคุณภาพ

อุตสำหกรรมอำหำรไทย 4.0 ในอำเซียน ( ต่อจำกหน้ำ 6) หรือแมแตบรรจุภัณฑแบบนาโนเทคโนโลยีที่สามารถบงบอกถึงคุณภาพของอาหารตามสีของบรรจุภัณฑที่เปลี่ยนไปได ซึ่งนอกจากจะชวยปองกันไมใหผูบริโภคทานอาหารที่เนาเสียแลว ยังชวยใหผูบริโภคสามารถบริหารจัดการกับวัตถุดิบหรือ อาหารที่ใกลหมดอายุไดอยางมีประสิทธิภาพมากขึน ซึ่งการลงทุนเพื่อสรางธุรกิจอัจฉริยะเปนเรื่องจาเปน และไมอาจมองขาม ไดในยุค 4.0 เพื่อสรางความไดเปรียบทางการแขงขันในระยะยาว สาหรับอุตสาหกรรมอาหาร 4.0 ในอนาคตอาจเห็นการตอยอดของเทคโนโลยีใหมๆ เพื่อพัฒนาการใหบริการ ที่ดีขึน เชน เทคโนโลยี hologram ที่ผานทางหนาจออุปกรณไมวาจะเปนโทรศัพทมือถือที่สามารถแสดงใหเห็นขอมูล ของสินคาแบบ 3 มิติ เริ่มตังแตการเพาะปลูก หรือการจัดหาวัตถุดิบ สูกระบวนการผลิต กอนจะจัดสงถึงมือผูบริโภค หรือแม แตการสร้างระบบ ขอมูลอัจฉริยะสามารถแนะนาเมนูอาหาร และโภชนาการผานความตองการของผูบริโภคที่เฉพาะเจาะจงได เอกสารอ้างอิง นริศรธร ตุลาผล นักวิเคราะห์ Economic Intelligence Center (EIC) EIC Online: www.scbeic.com BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560| 7


Science Update: ค้นพบ มอริเชีย : ทวีปที่หำยสำบสูญ วรรณาทิพย์ เติมมหาวงษ์

นิตยสารด้านวิทยาศาสตร์ “New Scientist” รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบทวีปเก่าแก่ ที่หายสาญสูญ ไป ซึ่งครังหนึ่งเคยตังอยู่ระหว่างประเทศอินเดียและมาดากัสการ์ และได้จมอยู่เกลื่อนกลาด ที่ก้นมหาสมุทรอินเดีย หลักฐานแรกที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของทวีปโบราณนี ได้มาจากการค้นพบสนามโน้มถ่วงอันรุนแรง ในพืนที่บางส่วน ของมหาสมุทรอินเดีย นั่นชีให้เห็นว่า เปลือกโลกบริเวณพืนมหาสมุทรที่พบสนามโน้มถ่วงดังกล่าวนันหนากว่าบริเวณอื่น โดยที่ มีทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า ผืนแผ่นดินที่จมลงสู่ก้นมหาสมุทรอินเดียนัน ได้เชื่อมตัวติดแน่นกับแผ่นเปลือกโลกข้างใต้ โดย มอริเชียส เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีแรงโน้มถ่วงรุนแรง ในปี ค.ศ. 2013 Lewis Ashwal แห่ง University of the Witwatersrand ประเทศแอฟริกาใต้ และเพื่อนร่วมงานของเขา เสนอว่า ทวีปโบราณที่จมลงใต้ทะเลนันมีเกาะที่มีภูเขาไฟตังอยู่ด้วย ถึงแม้ว่ามอริเชียสจะมีอายุเพียงแปดล้านปี แต่เขาและ ทีมงานพบว่า ผลึกแร่เซอร์คอนบางผลึกบนชายหาดนัน มีอายุเกือบสองพันล้านปี ซึ่งพวกเขาได้ให้เหตุผลว่า เมื่อภูเขาไฟ ระเบิดได้ประทุเอาแร่เซอร์คอนจากชันหินเก่าแก่ที่พืนล่างออกมาด้วย ในขณะนี Ashwal และทีมงาน ได้ค้นพบผลึกเซอร์คอน อายุถึงสามพันล้านปีที่มอริเชียส และจากการวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ พวกเขาได้เรียบเรียงประวัติศาสตร์ทาง ธรณีวิทยาของทวีปที่หายสาบสูญนีใหม่ และให้ชื่อทวีปดังกล่าวว่า “มอริเชีย”

ภาพที่ 1 แสดงบริเวณที่ตังของมอริเชียสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทวีป เก่าแก่ (ที่มา : www.newscientist.com)

กำรแยกตัวของทวีป ย้อนกลับไปประมาณ 85 ล้านปีที่แล้ว มอริเชียเป็นเพียงทวีปเล็กๆ มีขนาดประมาณหนึ่งในสี่ ของประเทศ มาดากัสการ์ ตังอยู่ระหว่างประเทศอินเดียและมาดากัสการ์ ซึ่งสองประเทศนีอยู่ใกล้กันมากกว่า ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จากนั นสองประเทศนี ได้เ ริ่ ม เคลื่ อนตั ว ออกจากกัน มอริ เ ชีย ที่ อยู่ ต รงกลางเหยีย ดตัว ออกและขาดออกจากอิน เดีย และ มาดากัสการ์

อ่านต่อหน้า 9 8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560


Q&A เงื่อนไขกำรได้รับ e-certificate ของหลักสูตรกำรตรวจติดตำมคุณภำพภำยใน ตำมมำตรฐำน ISO/IEC 17025 มีอะไรบ้ำง อำรีย์ คชฤทธิ์

ถำม เงื่อนไขการได้รับ e-certificate ของหลักสูตรการตรวจติดตามคุณภาพภายในตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 มี อะไรบ้าง ตอบ เงื่อนไขการได้รับ e-certificate ของหลักสูตรนีกาหนดไว้ดังนีค่ะ 1. ผู้เรียนจะต้องเรียนให้จบหลักสูตรโดยใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ชม และไม่เกิน 90 วันนับจากวันที่ลงทะเบียนเรียน 2. ศึกษา เรียนรู้ และทาความเข้าในเนือหาของบทเรียนครบทังหมด 3. ผู้เรียนทาการบ้านส่งจานวน 2 ข้อ โดยส่งทางเมล elearninghomework@dss.go.th ** ผู้เรียนจะต้องผ่ำนตำมเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อจึงจะ ได้รับ e-certificate ค่ะ

ค้นพบ มอริเชีย : ทวีปทีห่ ำยสำบสูญ (ต่อจำกหน้ำ 8)

มีหลักฐานที่บ่งบอกว่า มีเกาะอื่นๆ ที่มีภูเขาไฟหนาแน่นในมหาสมุทรอินเดีย รวมทังเกาะ Carados Carajos Laccadive และ Chagos ซึง่ ตังอยูบ่ นบริเวณเล็กๆ ซึง่ เป็นส่วนหนึง่ ของมอริเชียอีกด้วย นอกจากนัน Alan Collins แห่ง University of Adelaide ประเทศออสเตรเลีย ได้อธิบายว่า “ตอนนีเราได้ทาการ สารวจใต้มหาสมุทรที่ลึกๆ และเรากาลังพบพืนทวีปเล็กๆ ทังหมดที่อยู่รอบบริเวณนี โดยเมื่อเร็วๆ นีได้ค้นพบผืนทวีปเล็กๆ หลายผืนบริเวณแถบตะวันตกของออสเตรเลีย และใต้ประเทศไอซ์แลนด์ ” และเพิ่มเติมไว้ว่า “ยังมีเศษเล็กเศษน้อยของทวีป เก่าแก่อื่นๆ อีกมากมายที่ยังไม่ได้ถูกค้นพบ” เอกสำรอ้ำงอิง Alice Klein. Long-lost continent found submerged deep under Indian Ocean. [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 25 พฤษภาคม 2560]. เข้ า ถึ ง ได้ จ าก https://www.newscientist.com/article/ 2119963-long-lostcontinent-found-submerged-deep- under-indian-ocean/ 9 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 6

เ ดื อ น มิ ถุ น ำ ย น

2560


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 96, June 2017 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of  

Blpd Newsletter Volume 96, June 2017 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you