Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 9 ฉบับที่ 95 เดือน พฤษภำคม 2560

Q&A : เชื้อดื้อยำ BLPD Article : กลยุทธ์ กำรสร้ำงควำมสุขใกล้ๆ ตัว Science Update : Lab Safety Tips from Lab Manager แนะนำหลักสูตร : กำรเลือกใช้ตุ้มน้ำหนักมำตรฐำนเพื่อกำรทดสอบและสอบเทียบเครื่องชั่ง Thailand 4.0 in ASEAN : แผนงำนประชำคมเศรษฐกิจอำเซียน 2025 BLPD Corner : ควำมเป็นไปได้ในกำรจัดทำโครงสร้ำงพื้นฐำนกำรศึกษำนอกห้องเรียนด้ำนระบบ อิเล็กทรอนิกส์ฝังตัวผ่ำนระบบเครือข่ำยอิเล็กทรอนิกส์

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีครับ สมำชิกชำว พศ. สำร ทุกท่ำน ฤดูฝนเวียนบรรจบครบรอบฤดูกำลมำอีกทีแล้วนะครับ สำยฝนโปรยปรำยไปทุกท้องที่ของประเทศไทย ชำวนำก็ดีใจที่ได้เริ่มเตรียมกำรปลูกข้ำวรอบใหม่ของปี คนในเมืองหลวงคงไม่ชอบสำยฝนซักเท่ำไหร่นัก ด้วย ทำให้กำรเดินทำงที่จอแจ รถติดน่ำรำคำญ คนอยู่บ้ำนไม่ได้ออกไปทำงำนก็ไม่ชอบใจเท่ำไหร่นักกับปัญหำกำรไม่ มีแดดตำกผ้ำ ส่วนครอบครัวไหนที่มีบุตรหลำนที่ต้องไปโรงเรียนในเวลำนี้ต้องเตรียมตัวกันอย่ำงเอิกเกริกกัน ทีเดียว ไหนอุปกรณ์กันฝน อุปกรณ์กำรเรียน ไหนเวลำที่ต้องออกจำกบ้ำนเร็วกว่ำปกติ เมื่อมองเรื่องของวัน เวลำ ทำให้เห็นกำรเปลี่ยนของฤดูกำลก็เป็นเช่นนี้เอง จะอย่ำงไรก็ขอให้เ พื่อนสมำชิกชำว พศ สำร รั กษำ สุขภำพกันเยอะๆ นะครับ ไม่เช่นนั้นแล้วเดี๋ยวไข้หวัดถำมหำหรือเจอโรคฉี่หนูรังแกเอำได้นะครับ สำหรับงำน บริกำรฝึกอบรมของสำนักพัฒนำศักยภำพนักวิทยำศำสตร์ห้องปฏิบัติกำร ในเดือนมิถุนำยนจะมีอบรมเพียง หลักสูตรเดียวคือหลักสูตร “กำรสอบเทียบไมโครมิเตอร์และเวอร์เนียร์คำลิปเปอร์ด้วยเกจบล๊อก” ซึ่งมีกำร ฝึกอบรมระหว่ำงวันที่ ๘ – ๙ มิถุนำยน ๒๕๖๐ นี้ ส่วนหลักสูตรอื่นๆ เพื่อนสมำชิกชำว พศ.สำร ที่สนใจคงต้อง รอปีงบประมำณ ๒๕๖๑ ในลำดับต่อไปนะครับ ในระยะเวลำอันใกล้นี้ เพื่อนสมำชิกชำว พศ. สำร จะได้รับแบบสำรวจควำมต้องกำรฝึกอบรม รบกวน ช่วยตอบกัน ด้วยนะครั บ เพรำะผลสำรวจดั งกล่ำ วจะมีผลต่อกำรจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปีงบประมำณ ๒๕๖๑ และกำรพัฒนำหลักสูตรใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับควำมต้องกำรของทุกท่ำนครับ หวังอย่ำงยิ่งว่ำปีนี้ทำง สำนักจะได้รับแบบสำรวจฯ ตอบกลับมำจำกท่ำนเยอะกว่ำทุกๆ ปีที่ผ่ำนมำนะครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ

หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น C003 C013

ความไม่แน่ยนบไมโครมิ การสอบเที อนของการวั เตอร์ดทางเคมี และเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ด้วยเกจบล็อก

8-9 มิ.ย.60 4-5 เม.ย..60

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

2560


BLPD Article 10 กลยุทธ์กำรสร้ำงควำมสุขใกล้ๆ ตัว ณัฏฐกำนต์ เกตคุ้ม

เข้าสู่กลางปี พ.ศ. 2560 คุณได้เคยลองตั้งคาถามกับ ตั ว เองบ้ า งหรื อ ไม่ ว่ า คุ ณ พอใจกั บ ชี วิ ต ของตั ว เองที่ เ ป็ น อยู่ ขณะนี้หรือยัง? หรือคุณอยากเจอกับตัวเองคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม และมีความสุขมากกว่าเดิม? หรือคุณยังคงทางานกับสิ่งเดิมๆ กับชีวิตที่เริ่มต้นวันใหม่ที่เหมือนเช้าของเมื่อวาน ......หมดสมัย แล้วกับคาว่า working women ที่วันๆ คลุกอยู่กับงานที่ทามา ตลอด 10 หรือ 20 ปี ที่เคยโหมงาน หัวฟู ร่างกายทรุดโทรม และนาเงินที่สะสมมาจากการทางานตลอด 10-20 ปีในการ ซ่อมบารุงร่างกายในภายภาคหลัง เพื่อให้ชีวิตมีการบาลานซ์ ความสุข และความทุกข์ เรามาลองดูกันไหมคะ ว่าเราจะทา อะไรได้บ้าง

เจ็บปวด ทาให้หายใจดีขึ้น รวมถึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของ ร่างกาย ฉะนั้น ขอให้มีเวลาสนุกสนานและมีชีวิตที่เต็มไปด้วย เสียงหัวเราะ เพราะสิ่งนี้นอกจากจะช่วยให้คุณมีความสุขแล้ว ยังช่วยให้อายุยืนด้วย ที่สาคัญเสียงหัวเราะถือเป็นเสียงสวรรค์ ที่เชื่อมโยงคนทั่วโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์ 4. ใส่ใจสุขภาพ คงจะไม่ดีแน่ถ้าทางานจนเจ็บป่วย สมัยนี้ค่าหมอแพง มากคิดยังไงก็ไม่คุ้มกับเงินที่ได้มา แถมบางโรคมีเงินก็รักษา ไม่ได้อีก ความจริงเรื่องนี้ทุกคนในโลกก็รู้อยู่ แต่ยังทาไม่ได้

5. จัดเวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้น บุคลิกภาพที่ดีเป็นสิ่ งหนึ่งที่ทาให้ เรารู้สึ กมีความสุ ข 1. ปฏิบัติตามแนวพระราชดาริ “เศรษฐกิจพอเพียง” และมั่นใจ ความมั่นใจนี่แหละที่ทาให้เราดูมีความเป็นมืออาชีพ มีคนจานวนมากที่ไม่รู้จักพอใจกับสิ่งที่มีในชีวิต เพราะ ขึ้นในการทางาน ดังนั้นใน 1 สัปดาห์ควรจัดเวลาในการทา มัวเมาอยู่กับความโลภ ต้องการมีมากขึ้น ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเกิน ตัวเองให้ดูดีขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการนวดหน้า ขัด ความจาเป็น และเกินฐานะของตัว เอง เราจึ งมักได้ยินคาพูด ผิว ทาผม หรือหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ ลองดูแล้วจะติดใจ เหล่านี้เสมอๆว่า “ถ้าฉันมีเงินมากกว่านี้ ฉันจะ...” แนวพระราชดาริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ 6. ฝึกให้นิสัยให้ตัวเองเป็นคนกระตือรือร้น พระเจ้ า อยู่ หั ว เป็ น แนวทางการใช้ ชี วิ ต ที่ เ น้ น เรื่ อ งความ เมื่อถึงเวลาเลิกงานหรือวันหยุดต้องวางเรื่องงานแล้ว พอประมาณ คือ ความพอดีที่ไม่น้อยและไม่มากเกินไป โดยไม่ มาใช้ชีวิตส่วนตัวให้เต็มที่ เพราะการพักผ่อนที่มีคุณภาพจะทา เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ความมีเหตุผล คือ การตัดสินใจ ให้คุณมีพลังกายและพลังสมองเต็มเปี่ยมในวันทางาน ถ้ายังตัด เกี่ยวกับระดับความพอเพียง ต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลและมี ความเครียดจากงานไม่ได้ แทนที่จะนั่งกลุ้มใจอยู่บ้าน ลองหา ภูมิคุ้มกัน คือ เตรียมพร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ น่าสนใจแล้ ว ออกไปลุ ย เลย เช่ น เรียนทาอาหาร ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เรียนจัดดอกไม้ โยคะ วิ่ง ฯลฯ สิ่งเหล่ านี้จะสร้างสมาธิและ ดังนั้น ควรน้อมนาแนวพระราชดาริเศรษฐกิจพอเพียง มา ช่วยดึงความสนใจของคุณออกจากเรื่องเครียดๆ เองได้ ใช้ในการดาเนินชีวิตเพื่อความสุขที่ยั่งยืนสืบไป 2. อย่าซีเรียสกับตัวเองจนเกินไป หากคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยความเคร่งเครียด ซีเรียส กับตัวเองมากเกิน ไป ชนิ ดที่ว่าต้องทาตัวตามตารางที่วางไว้ เสมอ เพราะเมื่ อ คุ ณ ท าไม่ ไ ด้ ต ามที่ ก าหนดไว้ ก็ จ ะยิ่ ง เกิ ด ความเครี ยดทวีคูณ อาจทาให้ โรคภัยไข้เจ็บมาเยื อนได้ง่ายๆ ควรรู้จักผ่ อนสั้ น ผ่ อนยาว ไม่ให้ ชีวิตตึงหรื อหย่อนจนเกินไป เรียกว่า ใช้ชีวิตตามทางสายกลางที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ 3. มีอารมณ์ขัน มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า อารมณ์ขันและ การหัวเราะคือโอสถชั้นดีที่ช่วยลดความดันโลหิต คลายความ BLPD NEWSLETTER

อ่ำนต่อหน้ำที่ 4 ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

| 3


10 กลยุทธ์กำรสร้ำงควำมสุขใกล้ๆ ตัว (ต่อจำกหน้ำที่ 2) 7. เข้าใจคาว่า “สมดุล” ถ้าคิดจะสร้างสมดุลชีวิตต้องอย่ากดดันตัวเองมากเกินไปไม่อย่างนั้นอาจไม่มีความสุขและทาไม่ได้จริง ลองปรับวิธีคิด ใหม่ มองการใช้ชีวิตให้เป็นเรื่องง่ายๆ ค่อยเป็นค่อยไป อย่างเช่น ถ้าอยากทานขนมก็ทานได้แต่อาจจะค่อยๆ ลดปริมาณลง และค่อยๆ เติมของที่มีประโยชน์เข้าไป จากปริมาณน้อย ค่อยๆ เพิ่มปริมาณมากขึ้น เช่น ครั้งแรกอาจโรยถั่วและกราโนล่าใน ไอศกรีมแทนท็อปปิ้งอื่นๆ ครั้งต่อไปอาจเพิ่มปริมาณกราโนล่าขึ้นแล้วลดปริมาณไอศกรีมลง เป็นต้น 8. ใช้เวลาเป็นยารักษาความเจ็บปวด เมื่ อ พบกั บ ความผิ ดหวั งจงใช้ เ วลาเป็ น เครื่ องช่ ว ยเยีย วยา เมื่ อ พลาดหวั งแล้ ว จงอดทน และมี ความหวั งต่ อ ไป ความหวังเป็นพลังหรือแรงจูงใจเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต เมื่อประสบความผิดหวัง ไม่ควรใช้วิธีถอยหนีหรือเลี่ยงปัญหา ไม่ควร แก้ปัญหาโดยใช้สิ่งเสพติด เช่น สุ รา หรือยาบางชนิด เพราะสิ่งเหล่านี้จะทาให้ลืมความทุกข์ได้เพียงชั่วขณะไม่ทาให้เรา พิจารณาใช้ความคิดในการแก้ปัญหา เป็นการหลีกหนีปัญหาที่เพิ่มปัญหาใหญ่กว่าขึ้นมาในภายหลัง 9. ควรมีงานอดิเรกและการพักผ่อนหย่อนใจ ควรหาอะไรที่ชอบและพอใจทา ทาในเวลาว่างที่เหลือจากกิจวัตรประจาวันการทาอะไรในสิ่งที่พึงพอใจย่อมเกิด ความสุขเพลิดเพลิน ทาให้ไม่มีเวลาว่างที่จะคิดกังวลเรื่องต่างๆ เป็นการฝึกการใช้เวลาว่างนั้นๆให้มีสมาธิในการทาสิ่งที่พอใจ ซึ่งจิตมีสมาธิจะเป็นจิตที่เข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวง่าย พบว่างานอดิเรกที่เกี่ยวกับกีฬาจะช่วยให้มีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง แจ่มใส นอกจากนั้นการได้ท่องเที่ยวไปกับธรรมชาติที่กว้างใหญ่ เช่น ท้องฟ้า ทะเล ป่าเขาลาเนาไพร จะก่อให้เกิดความปลอด โปร่ง สดชื่น มีความสุข และถ้าต้องการทาจิตให้เป็นสมาธิในทางศาสนาจะก่อให้เกิดความสงบสุขทางใจเป็นอย่างมาก 10. หาสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ แต่ละชีวิตย่อมมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป เราจึงควรหาเพื่อนหรือใครสักคนที่สามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขได้ ค้นหาคน ที่คุณรักและเขารักคุณ ช่วยเหลือเกื้อกูล ปลอบขวัญ บารุงจิตใจซึ่งกันและกันสามารถที่จะระบายทุกข์ ปรึกษาขอความ คิดเห็น การแก้ไขปัญหาต่างๆ หรือในที่สุดอาจจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแนะแนวและการบาบัด ทางจิตโดยเฉพาะ ทั้งนี้ขึ้นกับปัญหาความซับซ้อน ซึ่งนับเป็นวิธีการแก้ปัญหาการปรับตัวตั้งแต่ต้นที่ชาญฉลาด ดังคาสอนของท่านพุทธทาสภิกขุว่า “จงใช้ชีวิต อยู่เพื่อวันนี้เท่านั้น” “สิ่งล่วงแล้ว แล้วไป อย่าใฝ่หา ที่ไม่มา ก็อย่าพึงคนึงหวัง อันวันวาน ผ่านพ้น ไม่วนวัง วันข้างหน้า หรือก็ยัง ไม่มาเลย” จะเห็นว่า ความสุขเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดล้วนๆ และกระบวนการเสริมสร้างความสุขนั้นไม่จาเป็นต้องมี ปัจจัยอะไรมาเกี่ยวข้องให้วุ่นวาย เพียงแค่เราคิดดี ทาดี มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้ดี และมีความหวัง มีกาลังใจอยู่เสมอ เท่านี้ ชีวิตของเราก็จะไม่ห่างไกลจากคาว่าความสุขแล้วคะ เอกสำรอ้ำงอิง “ชวนคิดชวนทา : 12 เทคนิคใช้ชีวิต อย่างเป็นสุขและสาเร็จ” http://www.manager.co.th/dhamma/viewnews.aspx? NewsID=9550000082287 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560] “เทคนิคสู่การออกกาลังกายอย่างถูกวิธี” https://www.pstip.com [เข้าถึงเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560] “ทาอย่างไรจึงอยู่อย่างมีความสุข” http://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/05222014-0813 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560] “5 เคล็ดลับ วิธสี ร้างความสุขให้กบั ตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในทุกๆวัน” http://www.เกร็ดความรู้.com [เข้าถึงเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560] 4 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

2560


Science Update : Lab Safety Tips from Lab Manager ปวีณา เครือนิล

นิตยสารออนไลน์ Lab Manager® รายเดือน เป็นเครื่องมือให้ผู้ทางานเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการ อัพเดทข้อมูลหรือ แนวโน้มใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการข้อมูล การใช้สารสนเทศ แอพพลิเคชั่นใหม่ กฎระเบียบ ข้อบังคับ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ หรือเทคนิคปฏิบัติการ และในทุกๆ ฉบับนั้น จะมีคอลัมน์ Health & Safety ที่ให้ข้อมูลความปลอดภัย ในการทางานในห้องปฏิบัติการ ความปลอดภัยเป็นเรื่อง A-must สาหรับทุกงาน สาหรับ Lab Manager® ฉบับ May 2017 มีข้อแนะนาด้าน Ergonomics หรือ การยศาสตร์ เพื่อนาไปใช้ดูแลท่าทางการทางานให้เหมาะสมกับสภาพงาน โดยเน้นการ ทางานในห้องปฏิบัติการสมัยใหม่ ซึ่งบางครั้งต้องทางานในสานักงาน นั่งทางานกับคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ข้อมูล หรือจัดทา เอกสาร เป็นการทางานในท่าทางที่ซ้าๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หรือเจ็บปวดตามร่างกาย เช่น ปวดตามคอ บ่า ไหล่ เป็นต้น หลั กการหนึ่ งด้านการยศาสตร์ คือ การวางท่าทางในการทางานที่เหมาะสม ให้ ตาแหน่งต่างๆ อยู่ในจุดสมดุ ล “Balanced” และเป็นธรรมชาติ “Neutral” ซึง่ Vince McLeod ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้ “…“Neutral” is typically thought of as the midpoint of range of motion for most joints. … “Balanced” in the ergonomic sense is when a posture or position is one that minimizes the fight against gravity to maintain that posture or position….” ตัวอย่างท่านั่งที่เหมาะสม คือ การนั่งหลังตรง คอตรง ไม่เอียงหรือบิดคอ ดังนั้น การจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์ควรจะ ทาให้เกิดการทางานด้วยท่าทางที่สมดุลและเป็นธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น  การจัดวางจอมอนิเตอร์ให้ขอบบนของจออยู่ในระดับสายตาพอดีหรือต่ากว่าเล็กน้อย  การวางเอกสารที่ต้องดูประกอบการทางานบนชั้นวางรองรับเอกสารแนวตั้ง และจัดวางชั้นไว้ระหว่าง แป้นพิมพ์กับจอมอนิเตอร์ หรือวางไว้ติดด้านข้างจอมอนิเตอร์  การวางแป้นพิมพ์และเมาส์ไว้ให้ใกล้มือ ในตาแหน่งที่เหมาะสม ที่จะป้องกันไม่ให้ต้องเอื้อมมือไปใช้งานที่ไกล เกินไป  ข้อมือควรวางอยู่ในแนวตรงราบขนานในแนวเดียวกับพื้น  ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้ตามเว็บลิงค์ http://www.labmanager.com/media/pdfs/ Digital_May17-Issue.pdf ขอให้ทุกท่านทางานโดยใช้การยศาสตร์ที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดี

อ้างอิง Mcleod, V. Laboratory Ergonomics: Controlling the “Office” Conditions that cause pain. Laboratory Manager®. 12(4), 34-37. [online] May 2017 [viewed 18 May 2017]. Available from: http://www.labmanager.com/media/pdfs/ Digital_May17-Issue.pdf

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

2560 | 5


Thailand 4.0 in ASEAN : แผนงำนประชำคมเศรษฐกิจอำเซียน 2025 (AEC Blueprint 2025) : แผนยุทธศำสตร์ด้ำนมำตรฐำนและกำรรับรอง (ASEAN Standards and Conformance Strategic Plan 2016-2025) ปัทมำ นพรัตน์

ในการประชุมผู้นาอาเซียน ครั้งที่ 27 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ผู้นาอาเซียนได้ให้การรับรอง แผนงานประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint 2025) ซึ่งเอกสารดังกล่าวกาหนดทิศทางการรวมตัว ทางเศรษฐกิจของอาเซียนในระยะ 10 ปีข้างหน้า (2016-2025) โดยประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมกัน จัดทาแผนปฏิบัติการรายสาขาภายใต้ AEC Blueprint 2025 ซึ่งครอบคลุมแผนงานที่เกี่ยวข้องกับด้าน เศรษฐกิจ รวมทั้งสิ้น 20 สาขา หนึ่งในแผนฯ ดังกล่าว คือ “แผนยุทธศาสตร์ ด้านมาตรฐานและการรับรอง” แผนยุทธศาสตร์ด้านมาตรฐานและการรับรอง พ.ศ. 2559 - 2568 มีเป้าหมายเพื่อ ผลักดัน วิสัยทัศน์ด้านมาตรฐานและการรับรองของอาเซียนในอีก 10 ปีข้างหน้า ที่จะทาให้อาเซียนมีระบบด้านมาตรฐาน กฎระเบียบ ทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรองที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมทั้งเพื่อตอบสนองการดาเนินการตาม AEC Blueprint 2025 โดยกาหนดประเด็นแรงขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Thrust) จานวน 6 ด้าน ได้แก่ (1) การกาหนดนโยบายและข้อริเริ่มต่างๆ เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานและการรับรองให้สามารถ ตอบสนองความต้องการของอาเซียนทั้งในปัจจุบันและอนาคต (2) การด าเนิ น การลดอุ ป สรรคทางเทคนิ ค ต่ อ การค้ า ที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ มาตรฐาน กฎระเบี ย บทาง เทคนิ ค และ กระบวนการตรวจสอบและรับรองให้ครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นประชาคมเศรษฐกิจที่มีการ รวมตัวและเชื่อมโยงในระดับสูง (3) การเสริมสร้างแนวทางการดาเนินงานร่วมกันของอาเซียนในการร่วมทางานด้านมาตรฐาน และการรับรอง รวมถึง การเข้าร่วมในการยอมรับร่วมภายใต้องค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับสากลและเอเชีย- แปซิฟิก (4) การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และปรับปรุงการให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ (5) การเพิ่มประสิทธิภาพการดาเนินงานของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียนและ คณะทางานต่างๆ รวมถึงการประสานความร่วมมือกับคณะทางานด้านอื่นๆ ของอาเซียน (6) การเสริมสร้างขีดความสามารถและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้สามารถดาเนินงานตามนโยบายด้านมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรองของอาเซียน สาหรับ สานักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้ องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มีส่ วนช่วยสนับสนุนแผน ยุทธศาสตร์ ด้านมาตรฐานและการรั บรอง ในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ มีศักยภาพสามารถ ดาเนินงานให้สอดคล้องตามมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรองของอาเซียนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ. เอกสำรอ้ำงอิง “AEC Blueprint 2025” https://www.dtn.go.th/index.php/เวทีการเจรจาการค้า/ category/aec-blueprint2025.html [เข้าถึงเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560]

6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

2560


Q&A : เชื้อดื้อยำ สุชารัตน์ เกาะแก้ง

ถำม : เชื้อดื้อยำ…คืออะไร ตอบ: เชื้อดื้อยาในที่นี้คือ เชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ซึ่งเชื้อดื้อยานี้จะทนต่อยาที่เคยยับยั้งหรือฆ่าตัวเชื้อได้ ส่งผลให้ยาที่เคยใช้ได้ ผลกลั บ ใช้ไม่ได้ผ ล ทาให้ ไม่ห ายจากการติดเชื้อ และมีโอกาสแพร่เชื้อดื้อยาไปสู่ คนอื่นๆ ได้อีก โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ แบคทีเรียที่พบบ่อยและมักพบว่ามีสาเหตุจากเชื้อดื้อยาอยู่บ่อยครั้ง เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ปอดอักเสบ และการ ติดเชื้อในกระแสเลือด ถำม : เชื้อดื้อยำ…เกิดขึ้นได้อย่ำงไร ตอบ: การเกิดแบคทีเรียที่เป็นสายพันธุ์ดื้อยา เป็นกลไกตามธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นจากการแบ่งตัวของแบคทีเรีย การเกิดการ กลายพันธุ์ (mutation) หรือการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกันระหว่างแบคทีเรีย เช่น กระบวนการคอนจูเกชั่น (conjugation) ที่มีการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมระหว่างแบคทีเรีย ซึ่งเป็นผลดีต่อการอยู่รอดของแบคทีเรีย ซึ่งสารพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การดื้อยาก็มีการแลกเปลี่ยนกันด้วย ถาม : ตัวอย่างแรกเชื้อที่ดื้อยามีเชื้ออะไรบ้าง ตอบ: ตัวอย่างแรกคือ หนองใน (gonorrhea) ที่เกิดจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae โดยในหลายประเทศมีรายงานความ ล้มเหลวของการรักษาด้วยยากลุ่มเซฟาโลสปอริน (cephalosporins) รุ่นที่ 3 ซึ่งใช้เป็นยามาตรฐานในการรักษาหนองใน เมื่อ มีความล้มเหลวของการักษา ปัญหาที่ตามมาต่อผู้ป่วยเมื่อไม่สามารถรักษาหนองในให้หายได้คือ อาการแทรกซ้อนต่างๆ เช่น เป็นหมัน (infertility) ผลต่อทารกในครรภ์และทารกที่คลอดออกมาอาจตาบอดได้ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infection) เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่ เกิดจากเชื้อ Escherichia coli (E. coli) ได้พบปัญหาการดื้อยา กลุ่มฟลูโรควิโนโลน (fluroquinolones) ที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อ ในทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ยังพบเชื้อดื้อยาที่ก่อโรคอื่นๆ เช่น staphylococcus aureus ที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อที่รุนแรงใน สถานพยาบาล ถำม : มีวิธีกำรใดบ้ำงที่จะชะลอควำมเร็วในกำรเกิดเชื้อดื้อยำได้บ้ำง ตอบ: การแก้ปัญหาเชื้อดื้อยา เริ่มต้นได้จากตัวของเราทุกๆ คน ได้แก่ การใช้ยาปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม ไม่ซื้อยาปฎิชีวนะใช้เองโดยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง ไม่แบ่งยากันใช้ แม้ว่าจะมีอาการคล้ายๆ กัน และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อนๆ

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

2560| 7


แนะนำหลักสูตร : กำรเลือกใช้ตุ้มน้ำหนักมำตรฐำนเพื่อกำรทดสอบ และสอบเทียบเครือ่ งชั่ง ปัญญำ คำพยำ

ในปั จจุบั นเครื่องชั่งเป็น เครื่ องมือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในห้องปฏิบัติการของนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและ ผู้ ที่ เกี่ยวข้อง ซึ่งในการทาให้เกิดความมั่นใจในผลการชั่งนั้น เครื่องชั่งที่ใช้งานอยู่ควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งก็คือการ สอบเทียบนั่นเอง สาหรับการสอบเทียบเครื่องชั่งนั้น จะใช้ตุ้มน้าหนักมาตรฐานเป็น เครื่องมือมาตรฐานในการตรวจสอบความ ถูกต้อง ถ้าตุ้มน้าหนักมาตรฐานที่นามาใช้งานมีค่าไม่ถูกต้อง ก็จะส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการสอบเทียบเครื่องชั่งได้ เช่นกัน พศ. ได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม หลักสูตร “การเลือกใช้ตุ้มน้าหนักมาตรฐานเพื่อการทดสอบและสอบเทียบเครื่อง ชั่ง” ซึ่งเป็นหลักสูตรที่น่าสนใจ มีทั้งการบรรยายและฝึกปฏิบัติจริง สอนโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ หัวข้อฝึกอบรมประกอบด้วย  ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตุ้มน้าหนักมาตรฐาน  ข้อกาหนดของตุ้มน้าหนักมาตรฐาน  การดูแลรักษาตุ้มน้าหนักมาตรฐาน  ปฏิบัติการทวนสอบผลการสอบเทียบตุ้มน้าหนักมาตรฐาน  ปฏิบัติการเลือกใช้ตุ้มน้าหนักมาตรฐานสาหรับการทดสอบและสอบเทียบเครื่องชั่ง โดยหลักสูตรที่พัฒนาใหม่นี้จะบรรจุอยู่ในแผนฝึกอบรมประจาปีงบประมาณ 2561 อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ

8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

2560


BLPD Corner : ควำมเป็นไปได้ในกำรจัดทำโครงสร้ำงพื้นฐำนกำรศึกษำนอก ห้องเรียนด้ำนระบบอิเล็กทรอนิกส์ฝังตัวผ่ำนระบบเครือข่ำยอิเล็กทรอนิกส์ ชนก ท่วมจร

ปัจจุบันตลาดแรงงานมีความต้องการกาลังคนที่มีความสามารถเฉพาะด้านและความชานาญเฉพาะทางเป็นอย่างมาก กระบวนการจัดการการเรียนรู้จึงแตกต่างจากในอดีต โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากการเน้นระบบการจัดการให้ความรู้ใน ห้องเรียนแบบทิศทางเดียวโดยมีผู้สอนเป็นจุดศูนย์กลางของการเรียนรู้ ระบบจัดการการเรียนรู้ได้เปลี่ยนไปเป็นการอาศัยกลไก การแลกเปลี่ยนความรู้และประสพการณ์จากกลุ่มผู้เรียนเองโดยตรง โดยมีผู้สอนทาหน้าที่ชี้แนะองค์ความรู้ที่พึงมีและชี้นา แนวทางพร้อมทิศทางการพัฒนาให้แก่ผู้เรียนในฐานะที่เป็นผู้มีประสบการณ์และความเชียวชาญมากกว่า กุญแจแห่งความสาเร็จของการเรียนรู้แบบสร้างความสามารถเฉพาะด้านและความชานาญเฉพาะทางจึงขึ้นอยู่กับสาม เหตุสามปัจจัยเป็นหลัก หนึ่งคือความสามารถในการชี้นาของผู้สอน สองคือการมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ของผู้ร่วมชั้นเรียน แต่ปัจจัยเฉพาะที่เป็นปัจจัยที่สาคัญอย่างยิ่งคือปัจจัยที่สามคือความสามารถในการพัฒนาตนเองของผู้เรียน ความสามาถใน การพัฒนาตนเองของผู้เรียนขึ้นอยู่กับความสามารถในการค้นหาความรู้ด้วยตนเอง การเข้าถึงแหล่งข้อมูล เครื่องมือ อุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการสร้างทักษะและความสามารถโดยเฉพาะสาหรับตัวบุคคล จะเห็นได้ว่าระบบอินเทอร์เนทเข้ามามีอิทธพลอย่างมากในการหาความรู้ด้วยตนเองเพื่อพัฒนาความสามารถและ ความชานาญในแต่ละด้าน แต่ในข้อดีย่อมมีข้อเสีย กล่าวคือข้อมูลที่อยู่ในระบบอินเทอร์เนทมีมากมาย ทว่าข้อมูลหรือองค์ ความรู้ส่วนมากไม่ได้เป็นข้อมูลที่มีการคัดกรองและทาซ้าได้ทั้งหมด การใช้ประโยชน์ด้านการสืบค้นความรู้จากอินเทอร์เนทจึง จาเป็นต้องหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งต้องใช้ตรรกะพิจารณาข้อมูลหรือองค์ความรู้ก่อนนาไปใช้หรือเผยแพร่ ทาให้ เสียเวลาในการคัดกรอง ดังนั้นแหล่งความรู้ประเภทสระองค์ความรู้ (Knowledge pool) เช่น เว็บไซท์ Researchgate.com หรือ Academia.eu ซึ่งเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ที่มีผู้ชานาญงานในแต่ละด้านนาข้อมูลมาแบ่งปันและวิพากย์กันอย่าง อิสระ มักได้รับความนิยมมากกว่าในแวดวงผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ของตนเองอย่างเข้มข้น กลับมาที่กิจกรรมของสานักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ(พศ.) พศ. ได้เล็งเห็นประโยชน์ของการใช้ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เนทเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาความสามารถและทักษะเฉพาะด้านของบุคคลากรด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเพิ่มเติมจากการจัดฝึกอบรมในห้องเรียน ให้แก่ผู้สนใจของประเทศอย่างทั่วถึงมาแล้วมากกว่า 10 ปี การเผยแพร่ ผ่านระบบอินเทอร์เนททาให้ประชาชนผู้สนใจทุกระดับและทั่วทุกภูมิภาคสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้โดยไม่มีขีดจากัด ขอ เพียงมีอินเทอร์เนทซึ่งในปัจจุบันถือเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายสาหรับประชาชนทุกคนทุกหมู่เหล่า อ่ำนต่อหน้ำที่ 10 9 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

2560


ควำมเป็นไปได้ในกำรจัดทำโครงสร้ำงพื้นฐำนกำรศึกษำนอกห้องเรียนด้ำนระบบ อิเล็กทรอนิกส์ฝังตัวผ่ำนระบบเครือข่ำยอิเล็กทรอนิกส์ (ต่อจำกหน้ำที่ 9) พศ. ได้จัดทาสื่อแบบต่างๆ เช่นสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบหลักสูตรการฝึกอบรมผ่านอินเทอร์เนท หรือรวมไปถึง พศ.สาร ที่อยู่ในมือท่านฉบับนี้ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่เชื่อถือได้ให้แก่สังคม แม้รูปการเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านอินเทอร์เน ทของ พศ. ยังไม่เป็นรูปแบบของสระความรู้อย่างเต็มรูปแบบ แต่เราหวังมุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถเผยแพร่องค์ ความรู้ได้ทันต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในด้านต่างๆ โดยเฉพาะสาหรับนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น งานวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ หรือเทคโนโลยีสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กลับมาที่ประเด็นหลักเพื่อแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ พศ. กาลังศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทาโครงสร้างพื้นฐาน สาหรับการศึกษานอกห้องเรียนด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ฝังตัว ซึ่งเป็นพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมที่ เกี่ ย วข้ อ งไม่ ว่ า จะเป็ น อุ ต สาหกรรมด้ า น Electrical & Electronics, Automotive, Automation & Robotics หรื อ แม้กระทั่งรวมไปถึง Agro Processing, Medical Devices และ Aerospace ซึ่งล้วนอยู่ในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรม ที่รัฐเลือก เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจใหม่หรือประเทศไทย 4.0 โดยมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ฝังตัวเป็นกุญแจ เทคโนโลยีที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายเหล่านั้น ในช่วง 2-3 ปีให้หลังมีการพูดถึง Internet of Things (IoT) เป็นอย่างมากในสังคมวงกว้าง หลักการเบื้องต้นคือนา ทุกสิ่งเข้าสู่ระบบอินเทอร์เนท ยกตัวอย่างเช่นการใช้เครื่องไฟฟ้าภายในบ้านเรือนเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ทเพื่อให้สามารถ ควบคุมอุปกรณ์จากภายนอกได้ พศ. ได้ใช้หลักการพิจารณาเช่นเดียวกัน กล่าวคือมีความเป็นไปได้เพียงใดที่จะเชื่อมต่อระบบ อิเล็กทรอนิกส์ฝังตัวเข้าสู่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เนท เพื่อให้อยู่ในรูปแบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้ จากภายนอก หากเป็นไปได้ พศ. สามารถจัดทาสื่อรูปแบบใหม่ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านอิเลกทรอนิกส์ฝังตัวให้แก่ภาค ประชาชนตัวไปผู้สนใจได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น พร้อมยกระดับการสร้างสือเรียนรู้จากเดิมที่สือการเรียนรู้ผ่านเครือข่ายอิน เทอร์เนทของ พศ. จากัดอยู่ที่การเข้าถึงมากสุดด้วย Interactive virtual interaction เป็น True experienced interaction ซึ่งอนุญาตให้ผู้เรียนได้ทดลองปฏิบัติกับเครื่องมือจริง ผลการวิเคราะห์ เบื้ องต้น พบว่าแนวโน้ มการจัดทาโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นมีความเป็นไปได้สู ง ซึ่งจะเป็นการ ยกระดับการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาตักตวงความรู้ได้ด้วยการฝึกปฏิบัติบนเครื่องมือจริงผ่าน ระบบเครือข่าย ลักษณะ Knowledge pool ของ พศ. จะมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนผู้สนใจมาก ขึ้น และเน้นการพัฒนาด้านทักษะความชานาญของผู้สนใจพัฒนาศักยภาพของตนได้มากขึ้นทุกที

10 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 5

เ ดื อ น พ ฤ ษ ภ ำ ค ม

2560


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 95, May 2017 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of  

Blpd Newsletter Volume 95, May 2017 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service