Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 9 ฉบับที่ 94 เดือน เมษำยน 2560

BLPD Article : รำข้ำว Science Update : ช่องโหว่ของระบบ ตรวจสอบลำยนิว ้ มือบนอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ แนะนำหลักสูตร : กำรสอบเทียบไมโครมิเตอร์ และเวอร์เนียร์คำลิปเปอร์ดว ้ ยเกจบล็อก Thailand 4.0 in ASEAN : อำเซียนกับควำมพร้อมด้ำนสิ่งแวดล้อม Q&A : ตัวคัดวำงรูปแบบ (Format Painter) BLPD Corner : น้ำแร่

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดีค่ะ ชำว พศ. สำร ทุกท่ำน พศ. สำร ฉบับเดือนเมษำยนนี้ ถือเป็นเดือนพิเศษสำหรับหลำยๆ ท่ำน เนื่องจำกมีวันหยุดติดต่อกัน หลำยวันในช่วงเทศกำลสงกรำนต์ หลำยคนคงกำลังวำงแผนทำกิจกรรมต่ำงๆ เช่น กำรเดินทำงกลับภูมิลำเนำ เพื่อไปรดน้ำดำหัวญำติผู้ใหญ่ ทำบุญตักบำตรร่วมกับครอบครัว บำงท่ำนเดินทำงท่องเที่ยว หรือไปเล่นน้ำ สงกรำนต์ตำมสถำนที่ต่ำงๆ ยังไงก็ขอให้ทุกท่ำนมีควำมสุข เดินทำงอย่ำงปลอดภัยในเทศกำลสงกรำนต์นี้กัน นะ คะ ในเดือนเมษำยนนี้ ทำงสำนักฯ เรำมีให้บริกำรหลักสูตรกำรฝึกอบรมระยะสั้น และกำรฝึกอบรม ผ่ำน เครือข่ำยอินเทอร์เน็ต ท่ำนที่สนใจเข้ำร่วมฝึกอบรมติดตำมรำยละเอียดได้ที่เว็บไซด์ http://www.elearning.dss.go.th และ http://blpd.dss.go.th. ค่ะ รวมทั้งสำนักเตรียมเปิดให้กำรรับรองควำมสำมำรถ บุคลำกร สำขำ “กำรควบคุมและจัดกำรสำรเคมีในห้องปฏิบัติกำร” ครั้งที่ ๑-๒๕๖๐ประจำปีงบประมำณ ๒๕๖๐ ในช่วงเดือนพฤษภำคม ๒๕๖๐ นี้ เชิญทุกท่ำนเข้ำไปดูรำยละเอียดได้ที่ http://pc_st.dss.go.th

หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น C003 Q002

ความไม่แน่นอนของการวัดทางเคมี สถิติสาหรันบคุงานวิ การประกั ณภาพผลวิ เคราะห์เคราะห์ ทดสอบทดสอบทางเคมี

16-17 4-5 เม.ย..60 พ.ค.60 24-25 30-31เม.ย..60 พ.ค.60

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น 2 5 6 0


Thailand 4.0 in ASEAN : อำเซียนกับควำมพร้อมด้ำนสิ่งแวดล้อม ดลยำ สุขปิติ

การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2558 สร้างความตื่นตัวให้กับภาครัฐและภาคเอกชนใน การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและความมั่นคง นักวิชาการหลาย ท่านได้คาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในประเทศสมาชิกอาเซียน 2 ลักษณะ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง พื้นฐานด้านกายภาพ เช่น การพัฒนาระบบขนส่ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านกฎระเบียบและกฎหมาย ซึ่งต้องมีการแก้ไข ให้เป็นไปตามพันธกรณีของประเทศสมาชิกที่มีอยู่ภายใต้กรอบอาเซียนและต้องกาหนดข้อยอมรับร่วมกันระหว่างประเทศ สมาชิก เพื่อให้เป้าหมายของการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียนประสบความสาเร็จมากที่สุด การเปลี่ยนแปลงทั้ง 2 ด้าน ส่งผลดีต่อการขยายตัวของการค้า การบริการ และการลงทุนของอาเซียน แต่อาจนาไปสู่ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการผลิตและการบริโภคมากขึ้นซึ่งจะ ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติต่ออาเซียนใน ระยะยาว แม้ว่าประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community : ASCC) หนึ่งในเสาหลักของประชาคมอาเซียนได้กาหนดให้ความ ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) เป็นหนึ่งในคุณลักษณะ สาคัญของการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน และรายงานการ ประเมินผลครึ่งแผนของแผนการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (Mid -Term Review of the ASEAN Socio-Cultural Community) ชี้ให้เห็นว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนมีระดับความก้าวหน้าตามแผนของอาเซียนในการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นที่น่าพอใจ โดย Environmental Performance Index(EPI) ของประเทศสมาชิกอาเซียนมีการขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ เมื่อสารวจสถานภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศสมาชิกอาเซียนพบว่า พื้นที่ป่าไม้ของ อาเซียนลดลงจากร้อยละ 55 ในปี 2543 เหลือเพียงร้อยละ 42.7 ในปี 2550 ด้านทรัพยากรดินเกิดปัญหาความเสื่อมโทรมของ ดินจากการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสมและการปนเปื้อนของสารพิษจากสารเคมีกาจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมี และมีการบุก รุกพื้นที่ป่าซึ่งนามาสู่ปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดินและภัยพิบัติทางธรรมชาติในที่สุด ทั้งนี้ อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มี ความหลากหลายทางชีวภาพสูงถึงร้อยละ 20 ของโลก แต่พันธุ์พืชและสิ่งมีชีวิตในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กลับถูกคุกคามเป็นจานวนมากที่สุด ตลอดจนปัญหาหมอกควันซึ่งเป็นปัญหาข้ามชาติของประเทศ สมาชิกอาเซียน แม้ว่าอาเซียนจะสามารถบรรลุ "ความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควัน" (ASEAN Agreement on Trans boundary Haze Pollution : AATHP) ตั้งแต่ปี 2545 แต่อินโดนีเซียซึ่งเป็นแหล่งกาเนิดหมอกควันข้ามพรมแดนที่สาคัญกลับ ให้สัตยาบัน ความตกลงดังกล่าวเมื่อปี 2557 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความลังเลของอินโดนีเซียในการจัดการปัญหาหมอกควันอย่าง จริงจัง เมื่อพิจารณากฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายภายในประเทศสมาชิกที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนมีระดับความครอบคลุมและความเข้มงวดของกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่แตกต่างกัน

อ่ำนต่อหน้ำที่ 4 BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น | 3


อำเซียนกับควำมพร้อมด้ำนสิ่งแวดล้อม (ต่อจำกหน้ำที่ 2) โดยบรูไนไม่ได้กาหนดกรอบกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมไว้โดยตรง แต่ข้อกาหนดด้านสิ่งแวดล้อมจะปรากฏในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ กัมพูชากาหนดกรอบแนวคิดการจัดการสิ่งแวดล้อมไว้ใน รัฐธรรมนูญและกาหนดหน้าที่ของรัฐบาลในการปกป้องและรักษา สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีการประกาศใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ อาทิ กฎหมายที่ดินและกฎหมายคุ้มครองพื้นที่ธรรมชาติ สปป.ลาว ประกาศใช้กฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม และกาหนดการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนการดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภท เมียนมามีกฎหมายควบคุมโรงงาน กฎหมายด้านสุขอนามัยของสาธารณชน กฎหมายป่าไม้ การอนุรักษ์สัตว์ป่า กฎหมายเหมืองแร่ และกรอบนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สิงคโปร์ มีรัฐบัญญัติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมสูงถึง 30 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมการควบคุมมลภาวะทางน้า อากาศ การ เคลื่อนย้ายขยะมีพิษ การจราจร การวางแผนและการจัดการการใช้พื้นที่ การควบคุมการก่อสร้าง การอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและครอบคลุมถึงการสาธารณสุข ในส่วนประเทศไทยมีการกาหนดนโยบายในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติหลายฉบับ รวมทั้งมีการกาหนดมาตรฐานคุณภาพแหล่งน้าเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้าทิ้งจากอาคาร และโรงงานอุตสาหกรรม มาตรฐานคุณภาพอากาศ ระดับเสียง และสารพิษพร้อมทั้งกาหนดการควบคุมมลภาวะด้านต่าง ๆ กลไกของกฎหมายภายในประเทศสมาชิกอาเซียนที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นว่าประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละ ประเทศให้ความสาคัญกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเมื่อประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนเปิดดาเนินการอย่างเป็นทางการ ย่อมส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายทุนที่เสรีมากขึ้น นักลงทุนจานวนมากจะมุ่ง ขยายการลงทุนไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ แต่มีการกากับดูแลสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด น้อยกว่า เช่น สปป.ลาว และเมียนมา ย่อมส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและปริมาณมลพิษโดยรวม ของภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น อาเซียนจึงควรเร่งพัฒนาความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จริงจังและมีผลเป็น รูปธรรมในเชิงปฏิบัติมากกว่ายุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมเดิมที่เน้นการสร้างความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีผลผูกพันและ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ปลายเหตุ เอกสารอ้างอิง ปภาวดี ธโนดมเดช นักวิจัย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) กรุงเทพธุรกิจ http://www.aseanthai.net/ 4 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น 2 5 6 0


Science Update : ช่องโหว่ของระบบตรวจสอบลำยนิว้ มือบนอุปกรณ์ นวพร เลิศธาราทัต

คุณคิดว่ำ ระบบรักษำควำมปลอดภัยด้วยลำยนิ้วมือบนสมำร์ทโฟนของคุณปลอดภัยหรือไม่ ?? ปัจจุบันนี้ โทรศัพท์ที่เป็นสมาร์ทโฟน จานวนมาก มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยลายนิ้วมือที่ใช้ในการปลดล็อก สมาร์ทโฟน รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่ผู้ใช้สามารถลงทะเบียนใช้ลายนิ้วมือต่างๆ ในระบบการตรวจสอบสิทธิ์ ข้อมูลประจาตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งจะได้รับการยืนยันเมื่อลายนิ้วมือของผู้ใช้ตรงกับส่วนใดส่วนหนึ่งของลายนิ้วมือบางส่วนที่ บันทึกไว้ อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยของนักวิจัยจาก New York University Tandon School of Engineering และ Michigan State University of Engineering ได้พบว่าระบบดังกล่าวบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เหล่านี้ มีความเสี่ยงด้านความ ปลอดภัยมากกว่าที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ นักวิจัยตั้งสมมุติฐานว่าลายนิ้วมือแม่แบบ (MasterPrint) ของผู้ใช้งานที่จัดเก็บไว้อาจมี ความคล้ายคลึงกันกับลายนิ้วมือบางส่วนของบุคคลอื่นที่พิมพ์ไว้ เพราะจุดอ่อนของระบบคือการตรวจสอบลายนิ้วมือมี เซ็นเซอร์ขนาดเล็กที่ไม่สามารถจับภาพลายนิ้วมือของผู้ใช้ได้ทั้งหมด แต่จะสแกนและจัดเก็บลายนิ้วมือบางส่วน ทาให้เกิดช่อง โหว่ของการรักษาความปลอดภัยด้วยลายนิ้วมือ งานวิจัยนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการวิจัยลดช่องโหว่ของระบบการรักษาความ ปลอดภัยด้วยลายนิ้วมือบนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ต่อไป

ภาพ (b) แสดงชุดลายนิ้วมือบางส่วนที่สกัดจากลายนิ้วมือในภาพ (a) Credit: Image courtesy of NYU Tandon School of Engineering ภาพด้านบนแสดงให้เห็นว่า ในการลงทะเบียนลายนิ้วมือของสมาร์ทโฟนจะมีข้อจากัดในการจับภาพลายนิ้วมือเต็ม รูปแบบ เพราะมีเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก ลายนิ้วมือเดียวกันจะถูกจับภาพแค่บางส่วน ภาพ (b) แสดงชุดลายนิ้วมือบางส่วนที่สกัด จากลายนิ้วมือในภาพ (a) ที่มำ ScienceDaily : Science News 11 เมษายน 2560 เข้าถึงได้ : https://www.sciencedaily.com/releases/2017/04/170411104603.htm วันที่ 18 เมษายน 2560

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น 2 5 6 0 | 5


BLPD Corner : น้ำแร่ นฤภร รุ่งเรือง

น้าแร่ก็คือน้าบาดาลที่มาจากแหล่งธรรมชาติ อย่าง น้าพุธรรมชาติ น้าพุร้อน ซึ่งที่มีแร่ธาตุละลายอยู่ในน้าแล้ว ไม่ใช่การนาแร่ธาตุมาเติมในน้าเอง โดยหลัก ๆ จะมีแร่ธาตุอยู่ 5 ชนิด คือ แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และ กามะถัน แต่จะมีแร่ชนิดไหนมากกว่าก็ขึ้นอยู่กับแหล่งของน้า ที่นามา และรสชาติที่แตกต่างกันก็ขึ้นอยู่กับว่าน้านั้นมีแร่ธาตุ อะไรมากกว่าเช่นกัน ถ้ามีรสเค็มก็เป็นเพราะมีโซเดียม มากกว่าแร่ธาตุอื่น ๆ ชนิดของน้ำแร่ น้าแร่ไบคาร์บอเนต มีปริมาณไบคาร์บอเนตมากกว่า 600 มิลลิกรัมต่อ ลิตร ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนของอาหารจากกระเพาะอาหารไป ยังลาไส้เล็กให้เร็วขึ้น, กระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนใน กระเพาะอาหาร, ช่วยเพิ่มปริมาณน้าและเกลือแร่ให้แก่ ร่างกาย ดังนั้นใครที่กาลังจะไปออกกาลังกาย หรือไปทางานที่ ต้องเสียเหงื่อ สามารถดื่มน้าแร่นี้ได้ 500-700 มิลลิลิตร จะ ช่วยลดภาวะเลือดเป็นกรด

สืบพันธุ์เพศหญิง และบรรเทาอาการทางผิวหนังบางชนิด - น้ำแร่ซัลเฟอร์และไบคำร์บอเนต ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โดยจะลดระดับน้าตาล อาการกระหายน้า ปัสสาวะบ่อย และช่วยลดความต้องการ อินซูลิน นอกจากนี้น้าแร่ไบคาร์บอเนต ยังช่วยลดภาวะเลือด เป็นกรดในผู้ป่วยเบาหวานได้ - น้ำแร่คลอรีน (น้ำเกลือ) มีปริมาณคลอไรด์มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วย กระตุ้นการทางานของลาไส้และการหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับน้า และอิเล็กโตรไลท์, กระตุ้นการหลั่งน้าดี, บรรเทาอาการ ท้องผูก - น้ำแร่แคลเซียม มีปริมาณแคลเซียมมากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อลิตร เหมาะ กับผู้ที่ต้องการแคลเซียมในปริมาณมากกว่าคนปกติ เช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ สตรีวัยหมดประจาเดือน ผู้สูงอายุ - น้ำแร่แมกนีเซียม

มีปริมาณแมกนีเซียมมากกว่า 50 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้าดี นอกจากนี้ยังมี น้าแร่ฟลูออเรด, มีปริมาณ ซัลเฟตมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วย น้าแร่เหล็ก, น้าแร่โซเดียม, น้าแร่เกลือต่า และน้าแร่คาร์บอร์ กระตุ้นการทางานของลาไส้ โดยเฉพาะในคนที่ท้องผูกเรื้อรัง นิก - น้ำแร่ซัลเฟต-ไบคำร์บอเนต - น้ำแร่ซัลเฟต

ใช้รักษาภาวะที่การทางานของถุงน้าดีผิดปกติ, นิ่วใน ถุงน้าดี, อาการหลังผ่าตัดถุงน้าดี - น้ำแร่ซัลเฟอร์, เกลือ-ไอโอดีน, เกลือ-โบรมีน-ไอโอดีน ไม่นิยมดื่ม มักใช้กับอวัยวะภายนอกร่างกาย ใช้อาบ หรือสูด พ่นทางเดินหายใจ มีฤทธิ์บรรเทาอาการอักเสบของระบบ อ่ำนต่อหน้ำที่ 7 6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น 2 5 6 0


อำเซียนกับควำมพร้อมด้ำนสิ่งแวดล้อม (ต่อจำกหน้ำที่ 6) เรำจำเป็นต้องดื่มน้ำแร่กันไหม น้าเปล่ากับน้าแร่แตกต่างกันไม่มาก เพราะน้าเปล่าก็มีแร่ธาตุ แต่มีในปริมาณน้อยกว่าน้าแร่แค่นั้นเอง ด้วยความที่ น้าแร่มีปริมาณแร่ธาตุมากกว่าน้าเปล่าธรรมดา ๆ ทาให้หลายคนเข้าใจว่า ถ้าอย่างนั้นดื่มน้าแร่ก็น่าจะดีกับสุขภาพมากกว่า แต่ความจริงแล้ว เราไม่จาเป็นต้องดื่มน้าแร่ก็ได้ หากเราไม่ได้เจ็บป่วยหรือร่างกายขาดแร่ธาตุตัวใด เพราะร่างกาย ของเราได้รับแร่ธาตุวิตามินมาจากอาหารที่เราทานทุกวันอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าทุกคนจะดื่มน้าแร่ได้ เพราะยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่ต้องระวังให้มาก ทางที่ดีหลีกเลี่ยงไปเลยดีกว่า เพื่อไม่ให้ ได้รับแร่ธาตุบางอย่างมากเกินไป จนอาจเป็นอันตรายกับร่างกายได้ คือ - คนที่มีควำมดันโลหิตสูง เพรำะในน้ำแร่มีธำตุโซเดียมมำก จะท้ำให้ควำมดันโลหิตยิ่งสูงขึน - หญิงตั้งครรภ์ เพราะทาให้แร่ธาตุโลหะหนักไปสะสมในตัวทารกได้ - ผู้ที่มีปัญหาเรื่องไต หรือทางเดินปัสสาวะไม่ดี เพราะน้าแร่อาจไปตกตะกอน ทาให้เกิดตะกรันนิ่วอุดท่อปัสสาวะ - ผู้ป่วยโรคหัวใจ เพราะในน้าแร่มีโพแทสเซียมสูง อาจทาให้หัวใจเต้นผิดปกติ - เด็กเล็ก หากดื่มน้าแร่มากเกินไป จะทาให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุบางชนิดเกินปริมาณที่เหมาะสม และอาจมีปัญหาสุขภาพ ตามมา - ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารปริมาณมาก - ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่มีภาวะหลอดลมหดเกร็ง บทสรุป ในการดื่มน้าไม่ว่าจะเป็นน้าแร่หรือน้าเปล่าเราก็ได้รับแร่ธาตุเหมือนกัน สาหรับผู้ที่เลือกดื่มน้าแร่แนะนาอย่าดื่มมากเกินไป เพราะแร่ธาตุอาจไปสะสมในร่างกายจนเสียสมดุลได้ แบบนี้แทนที่จะไปบารุงสุขภาพกลับไปกระตุ้นให้เกิดโรคแทน

แหล่งอ้างอิง https://health.kapook.com/view115501.html รูปอ้างอิง http://whiteboxbusiness.com/why-kangen-water/ http://www.vichy-th.com/thebrand/mineral-water

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น | 7


BLPD Article : ประโยชน์ของรำข้ำว อำรีย์ คชฤทธ์

ราข้าว เป็นส่วนประกอบของเมล็ดข้าวกล้องที่ถูกขัดสีออกประกอบด้วยชั้นแอลิวโรน เปลือกเมล็ดชั้นใน เยื่อโปร่งและ ผนังผล ถ้ามีการขัดเมล็ดข้าวกล้องมากขึ้นราข้าวก็จะประกอบด้วยคัพภะ และแป้งส่วนนอกของชั้นที่เป็นเอนโดสเปิร์ม ปริมาณสารสาคัญในราข้าวที่ได้จะขึ้นกันพันธุ์ข้าวและสะภาพแวดล้อมที่ปลูก ตลอดถึงกรรมวิธีในการขัดผิวเมล็ดข้าว กล้อง ดังนั้นราข้าวต่างชนิดกันจะมีองค์ประกอบของสารสาคัญแตกต่างกัน ขึ้นกับชนิดของข้าวเปลือกและกระบวนการสีข้าว ราข้าวมีสารสาคัญมากมาย และสารเหล่านั้นก็มีประโยชน์และหน้าที่จาเพาะซึ่งอาจจะแตกต่างกันดังแสดงในตาราง

ภาพโครงสร้างข้าว

ที่มา : http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1657/rice

ปริมาณสารสาคัญในราข้าวที่ได้จะขึ้นกันพันธุ์ข้าวและสะภาพแวดล้อมที่ปลูก ตลอดถึงกรรมวิธีในการขัดผิวเมล็ดข้าว กล้อง ดังนั้นราข้าวต่างชนิดกันจะมีองค์ประกอบของสารสาคัญแตกต่างกัน ขึ้นกับชนิดของข้าวเปลือกและกระบวนการสีข้าว ราข้าวมีสารสาคัญมากมาย และสารเหล่านั้นก็มีประโยชน์และหน้าที่จาเพาะซึ่งอาจจะแตกต่างกันดังแสดงในตาราง สารชนิดต่างๆ องค์ประกอบของราที่ได้จากการ องค์ประกอบของราที่ได้จากการ ขัดขาว ขัดมัน โปรตีน (เปอร์เซ็นต์) 12.0-15.6 11.8-13.0 ไขมัน (เปอร์เซ็นต์) 15.0-19.7 10.1-13.0 เส้นใย (เปอร์เซ็นต์) 7.0-11.4 2.3-3.2 คาร์โบไฮเดรต (เปอร์เซ็นต์) 34.1-52.3 51.1-55.0 เถ้า (เปอร์เซ็นต์) 6.6-9.9 5.2-7.3 แคลเซียม (มิลลิกรัม/กรัม) 0.3-1.2 0.5-0.7 แมกนีเซียม (มิลลิกรัม/กรัม) 5.0-13.0 6.0-7.0 ฟอสฟอรัส (เปอร์เซ็นต์) 11.0-25.0 10.0-22.0 ไฟตินฟอสฟอรัส (เปอร์เซ็นต์) 9.0-22.0 12.0-17.0 ซิลิกา (เปอร์เซ็นต์) 6.0-11.0 2.0-3.0 สังกะสี (เปอร์เซ็นต์) 43.0-258.0 16.0-70.0 ไทอามีน (เปอร์เซ็นต์) 12.0-24.0 3.0-19.0 ไรโบฟลาวิน (เปอร์เซ็นต์) 1.8-4.3 1.7-2.4 ไนอะซีน (เปอร์เซ็นต์) 267.0-499.0 224.0-289

อ่ำนต่อหน้ำที่ 9 8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น 2 5 6 0


ประโยชน์ของรำข้ำว (ต่อจำกหน้ำที่ 8) นอกจากจะใช้ราข้าวเป็นอาหารสาหรับเลี้ยงสัตว์แล้ว ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆที่นาราข้าว และน้ามันรา ข้าวมาเป็นส่วนประกอบหลากหลายชนิดด้วยกันทั้งประเภทอาหาร และเครื่องสาอาง เช่น 

ผลิตเป็นไขข้าว น้ามันราข้าวมีไขข้าว 3.5% ไขข้าวสามารถใช้เป็นสารเคลือบ เช่น เคลือบช็อกโกแลต และ ผลไม้ช่วยให้เก็บรักษาผลไม้ได้นานขึ้น ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์กันแดด ในน้ามันราข้าวมีสารสาคัญหลายตัวที่มีประโยชน์ต่อการบารุงผิว และมีออริซา นอลที่มีคุณสมบัติในการดูดซับแสงอัลตร้าไวโอเลต ในต่างประเทศมีการนาสารชนิดนี้มาผสมในผลิตภัณฑ์สิ่ง ทอช่วยให้เสื้อผ้าป้องกันแสงแดดได้ด้วย ผลิตอิมัลซิไฟออร์ ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติที่ด้านหนึ่งชอบน้า และอีกด้านหนึ่งชอบน้ามัน เพื่อให้สิ่งสกปรกที่ เข้ากันได้ดีทั้งกับน้า และ น้ามันหลุดออกไปได้ ปัจจุบันมีการนาน้ามันราข้าวไรซ์เบอรี (rice beery) พัฒนา เป็นโลชั่นทาความสะอาดเครื่องสาอาง ผลิตครีมเทียมผง การผลิตครีมเทียมผงจากน้ามันราข้าวบีบเย็น จะมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ากว่าครีมเทียมที่ผลิต จากน้ามันปาล์ม มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า เนื่องจากน้ามันราข้าวบีบเย็นไม่ผ่านกระบวนการใช้ความ ร้อน สารอาหารที่สาคัญจึงไม่ถูกทาลายจากกระบวนการผลิต ผลิตเครื่องสาอางและครีมบารุงผิว สารจากของเหลือในการผลิตน้ามันราข้าว ได้แก่ กรดฟอร์รูลิก แกมมาออริ ซานอล และกรดไฟติก สามารถนามาใช้เป็นสารสาคัญในการผลิตเจลและครีมบารุงผิว ที่มีประสิทธิภาพในการ เพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอย และมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ทาให้เกิดจุดด่างดาบนใบหน้า

จากตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วจะเห็นว่าราข้าวและน้ามันราข้าวสามารถนามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ได หลากหลาย ประเทศไทยมีราข้าวมากมายหากมีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ และเครื่องสาอางให้มากยิ่งขึ้นก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าของราข้าวได้ และทาให้ราข้าวเกิดประโยชน์สูงสุด

เอกสารอ้างอิง 1.ผลิตภัณฑ์จากข้าวไทยและผลพลอยได้ที่น่าสนใจ, รศ. ดร.สุนันท์ วิทิตสิริ สานักพิมพ์โอเดียนสโตร์ กรุงเทพมหานคร หน้า 70-90 2. http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1657/rice

9 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น 2 5 6 0


Q&A : ตัวคัดวำงรูปแบบ (Format Painter) ลัดดำวัลย์ เยียดยัด

ตัวคัดวางรูปแบบ (Format Painter) เป็นเครื่องมือในโปรแกรม MS Office (Word, Excel, PowerPoint) ใช้สาหรับคัดลอกรูปแบบของข้อความหรือรูปภาพที่ได้จัดรูปแบบแล้ว เช่น ขีดเส้นใต้ ตัวหนา สีตัวอักษร เป็นต้น และนารูปแบบที่กาหนดไว้ไปใช้กับข้อความหรือรูปภาพอื่นๆ ได้ โดย ปกติแล้วเครื่องมือดังกล่าวสามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวต่อการคลิกเครื่องมือหนึ่งครั้ง ทาให้ไม่สะดวกในการใช้งานในกรณีที่ ต้องการใช้งานรูปแบบที่คัดลอกในหลายจุด หากต้องการล็อคเครื่องมือดังกล่าวให้สามารถใช้งานหลายครั้งมีวิธีการอย่างไร? ตอบ มีวิธีการดังนี้ 1. ให้คลุมข้อความ (Word, PowerPoint) หรือเซลล์ต้นทาง (MS Excel) ที่ต้องการคัดลอกรูปแบบ 2. ดับเบิ้ลคลิ๊ก ที่ปุ่ม Format Painter (ปุ่มดังกล่าวจะถูกเลือกค้างไว้) 3. คลุมข้อความ (MS Word) หรือเซลล์ปลายทาง (MS Excel) ที่ต้องการวางรูปแบบ ซึ่งสามารถดาเนินการได้หลายครั้ง ตามความต้องการ 4. หากต้องการยกเลิกให้กดปุ่ม Format Painter อีกครั้ง หรือกดปุ่ม Esc บนแป้นพิมพ์

แนะนำหลักสูตร : กำรสอบเทียบไมโครมิเตอร์และเวอร์เนียร์คำลิปเปอร์ด้วยเกจบล็อก นพเก้ำ เอกอุ่น

ใยุคปัจจุบัน ปี 2560 หลายท่านคงเคยได้ยินคาว่า Thailand 4.0 หรือ ประเทศไทย 4.0 กันมาบ้างแล้ว ซึ่งรัฐบาล ปัจจุบันมีวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย ที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยเป็น กลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง ในอดีตประเทศไทยยังติดอยู่กับเศรษฐกิจแบบ “ทามาก ได้น้อย” หากต้องการปรับเปลี่ยน เป็น “ทาน้อย ได้มาก” จะต้องเปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” มากขึ้น ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ จึงจาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทาการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้ทันต่อยุค Thailand 4.0 อย่างไรก็ตาม การควบคุมคุณภาพสินค้าทางอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานนั้น ยังคงเป็นสิ่งสาคัญที่ ผู้ประกอบการต้องคานึงถึง ซึ่งคุณภาพนั้นมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับประเภทและมาตรฐานของแต่ละสินค้า โดยในเรื่อง ของความถูกต้องแม่นยาของการวัดความยาวและมิติ ก็เป็นหนึ่งในการควบคุมคุณภาพสินค้า และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ไมโครมิเตอร์ เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ ไฮเกจคาลิปเปอร์ ซึ่งมีความสาคัญอย่างยิ่งสาหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขนาดที่มีความ ถูกต้องแม่นยาสูง เครื่องมือวัดดังกล่าวต้องได้รับการสอบเทียบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับความน่าเชื่อถือ และผู้ปฏิบัติต้องมี ความรู้ ความเข้าใจในการอ่านผลการสอบเทียบ และ/หรือ วิธีการสอบเทียบ เพื่อใช้ควบคุมคุณภาพในการปฏิบัติงาน กรมวิทยาศาสตร์บริการ โดยสานักฯ เปิดให้บริการฝึกอบรมหลักสูตร “การสอบเทียบไมโครมิเตอร์และเวอร์เนียร์คา ลิปเปอร์ด้วยเกจบล็อก” ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2560 โดยเนื้อหามุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้พื้นฐานด้าน มาตรวิทยา หลักการใช้และการรักษาเครื่องมือวัดอุตสาหกรรม การเลือกใช้ และการดูแลรักษา เกจบล็อก เวอร์เนียร์คาลิป เปอร์ และไมโครมิเตอร์ ตามมาตรฐาน ISO 3650, ISO 3599 และ ISO 3611 ตามลาดับ รวมถึงปฏิบัติการสอบเทียบ การ คานวณค่าแก้และการประเมินค่าความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้อง ท่านที่สนใจสามารถสมัครฝึกอบรมออนไลน์ได้ที่ http:// blpd.dss.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 0 2201 7460, 0 2201 7453 10 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 9 ฉ บั บ ที่ 9 4

เ ดื อ น เ ม ษ ำ ย น 2 5 6 0


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 94, April 2017  

Blpd Newsletter Volume 94, April 2017 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service