Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 8 ฉบับที่ 87 เดือน มีนำคม 2559

: ทุเรียน e l ic t r A D คทีเรีย” P บ แ BL อ ้ ื ช เ “ บ พ ักวิจัย ค้น น : e t a d p Science U ำสติก ล พ ย ำ ล ส ย อ ่ ่! ย สำยพันธุ์ใหม ิสำหรับงำน ต ิ ถ ส ำ ่ ค ณ ว กำรคำน : ร ต ู ส ก ั ล แนะนำห สอบ ม่ทำงำน” ไ วิเครำะห์ทด “ ่ ี ท น ค บ ั ก ีกำรอยู่ร่วม ธ ิ ว : r e n r o มำยถึงอะไร ห BLPD C is s y l a n A oot Cause R อ ื ร ห A C Q&A:R กับอำเซียน น ุ ท ง ล ร ำ ก เซียน : ำ อ ่ ู ส ู ต ะ ร ป ด ิ เป

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


สวัสดี สมาชิก พศ. สารทุกท่าน ว่าด้วยเรื่องภัยแล้งเป็นสถานการณ์ที่ยอดฮิตที่สุดในตอนนี้ เดือนหน้าก็จะเข้าสู่ เทศกาล สงกรานต์แล้ว ขอความร่วมมือทุกท่านใช้น้าอย่างประหยัดด้วยนะคะอาจจะ เริ่มต้นจากที่บ้านของเราเองนอกจากจะท้าให้เรามีน้าเล่นสงกรานต์แล้วยังช่วยให้เรา ประหยัดค่าน้้าด้วยเห็นมัยค่ะได้ประโยชน์ยกก้าลังสองเลย กับมาที่ภารกิจของ ส้านักฯ ในเดือนเมษายนนี้ ทาง ส้านักฯ เรามีการ ฝึกอบรมระยะสั้นจ้านวน 6 หลักสูตร ส้าหรับหลักสูตรการทดสอบจุลินทรีย์ในน้้า เลื่อน การอบรมจากวันที่ 27-19 เมษายน 2559 เป็นวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2559 เป็นอีก หลักสูตรหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งหลักสูตรนี้จะเน้นเทคนิคการวิเคราะห์ทดสอบจุลินทรีย์ที่ ครอบคลุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง คือ ฉบับที่ 61 เรื่องน้้าบริโภคใน ภาชนะบรรจุปิดสนิท และตามประกาศก้าหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้้าบริโภค มอก.257 - 2559 รวมถึง ครอบคลุมตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่องมาตรฐานอาหารด้านจุลินทรีย์ที่ท้าให้ เกิดโรคซึ่งส้านักงาน อาหารและยา (อย.) ประกาศเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ 2552 และมาตรฐานของน้้าดื่มของ EU Directive 98 / 83 / EC on the quality of water intended for human consumption และ WHO Guideline for drinking water 2006 ท่านใดที่สนใจสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th ทางส้านักฯ รอต้อนรับทุกท่านอยู่นะคะ แล้วพบกัน ค่ะ

หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น M005 B003 Q0000 C011 C003 B004

ความไม่แน่นอนของการวัดทางจุลชีววิทยา เทคนิคการเตรียมสารละลาย แผนภูมิควบคุม (Control Chart) การสอบเทียบไมโครปิเปต ความไม่แน่นอนของการวัดทางเคมี การควบคุมและการจัดการสารเคมีอันตราย

7-8 เม.ย. 59 7-8 เม.ย. 59 20 เม.ย. 59 21-22 เม.ย. 59 21-22 เม.ย. 59 26-27 เม.ย. 59

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 , 0 2201 7460 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9


Science Update : นักวิจัย ค้นพบ“เชื้อแบคทีเรีย” สำยพันธุ์ใหม่! ย่อยสลำย เรียบเรียงโดย นภษร สุขเกษม

ปัจจุบันพลาสติกได้เข้ามามีบทบาทต่อ ชีวิตประจ้าวันของมนุษย์เป็นอย่างมาก ซึ่งแต่ละชนิด มี คุณสมบัติที่แตกต่างกันไป เราจะพบเห็นการใช้พลาสติก ใน รูปของผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างหลากหลาย เช่น อุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ ขวดแชมพู กระปุก เครื่องส้าอาง นอกจากนี้ ยังได้รับความนิยมในการใช้ พลาสติก ผลิตเป็นขวดพลาสติก ส้าหรับบรรจุอาหารและ เครื่องดื่มเป็นจ้านวนมาก เนื่องจากหาง่าย สะดวกในการใช้ งาน พกพาง่าย ราคาถูก และปลอดภัย ซึ่งส่งผล ให้มีอัตราการใช้และการ ผลิตเพิ่มขึ้นมากทุกวัน ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะ ส่งผลให้เกิดขยะมูลฝอยพลาสติก เป็นสาเหตุท้าให้เกิดปัญหา สิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย การก้าจัดขยะ โดยการน้าไป เผา เป็นสาเหตุหนึ่งท้าให้เกิดแก๊ส มลพิษ ภาวะเรือนกระจก หรือภาวะโลกร้อน และการก้าจัดอีกวิธีหนึ่ง คือ การน้าขยะ ไปฝัง แต่ต้องเป็นขยะที่สามารถย่อยสลายได้และใช้ระยะ เวลานานถึง700กว่าปี นับเป็นปัญหาที่ต้องตระหนักและ ด้าเนินแก้ไข เพื่อไม่ให้เป็นพิษภัยต่อสิ่งแวดล้อม พลำสติกคืออะไร? พลาสติก เป็นวัสดุที่มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้น เพื่อช่วย อ้านวยความสะดวกสบาย ในอดีตเราไม่เคยรู้จักพลาสติก จนกระทั่งกลางศตวรรษที่ 19 วัสดุดั้งเดิมที่มนุษย์ใช้อยู่ทั่วไป ในชีวิตประจ้าวันในยุคก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นวัสดุที่ผลิตจาก ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น โลหะ ยาง แก้ว ไม้ หรือขนสัตว์ ทั้งนี้ มนุษย์ยังคงพยายามค้นหาวัสดุใหม่ๆมาใช้งานอยู่สม่้าเสมอ โดยพลาสติก เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้น ใช้ แทนวัสดุธรรมชาติ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เทอร์โม BLPD NEWSLETTER

พลาสติกและเทอร์โมเซตติงพลาสติก 1.เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) มีโครงสร้างโมเลกุล ของสายโพลิเมอร์เป็นแบบเส้นตรงหรือแบบกิ่งสั้นๆ เมื่อ ได้รับความร้อนจะอ่อนตัวและเมื่อเย็นลงจะแข็งตัว สามารถ น้ามารีไซเคิลโดยการหลอมและขึ้นรูปใหม่ได้ 2.เทอร์โมเซตติ้ง(Thermosetting) มีโครงสร้างเป็นแบบ ร่างแห เป็นพลาสติกที่ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และทนปฏิกิริยาเคมีได้ดี ทนความร้อนและความดัน ไม่ อ่อนตัวและเปลี่ยนรูปร่างไม่ได้ แต่ถ้าได้รับอุณหภูมิสูงจะ แตกและไหม้เป็นขี้เถ้าด้า ไม่สามารถน้ามารีไซเคิลได้ พลำสติกที่ใช้ในปัจจุบัน ? พลาสติกถูกน้ามาใช้ในปริมาณมากในปัจจุบัน โดย สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกแห่งสหรัฐอเมริกา (The Society of the Plastics Industry Inc.) จึงก้าหนดสัญลักษณ์ มาตรฐานของพลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจ้าวัน เพื่อน้ามารี ไซเคิล จึงมีการใส่สัญลักษณ์ตัวเลข เพื่อง่ายต่อการแบ่ง ประเภทของพลาสติก ตัวเลขทั้ง 7 ตัวนี้ จะอยู่ในสัญลักษณ์ รูปสามเหลี่ยมที่มีลูกศรสาม ตัววิ่งกันและมักพบใน บริเวณของก้นภาชนะ พลาสติกต่างๆ ดังนี้ "เบอร์ 1" คือ โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต (Polyethy lene Terephthalate , PET หรือ PETE) คือ พลาสติกที่ทน แรงกระแทก ไม่เปราะแตกง่าย นิยมใช้บรรจุน้าดื่ม น้้าอัดลม เครื่องส้าอาง สามารถรีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นเส้นใยท้าเสื้อกัน หนาว พรม

อ่ำนต่อหน้ำที่ 4

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9 | 3


นักวิจัย ค้นพบ“เชื้อแบคทีเรีย” สำยพันธุ์ใหม่! ย่อยสลำย (ต่อจำกหน้ำที่ 2) “เบอร์2”คือ โพลิเอธิลีนความหนาแน่นสูง (High density polyethylene, HDPE) คือ พลาสติกที่ค่อนข้างแข็ง แต่ยืดได้มาก นิยมน้ามาใช้ท้าบรรจุภัณฑ์ส้าหรับน้้ายาท้า ความสะอาด แชมพูสระผมเด็ก ถุงหูหิ้ว สามารถน้ามารีไซเคิล เพื่อผลิตขวดต่างๆเช่น ขวดใส่น้ายาซักผ้า ลังพลาสติก ท้ารั้ว “เบอร์3” คือ โพลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinylchloride, PVC ) คือ พลาสติกที่แข็งใช้ท้าท่อ น้ามาใช้ท้าผลิตภัณฑ์ต่างๆเช่น หน้าต่าง วงกบ ประตู สามารถน้ามารีไซเคิล เพื่อผลิตท่อประปาส้าหรับการเกษตร เฟอร์นิเจอร์ กรวยจราจร “เบอร์ 4” คือ โพลิเอทธิลีนความหนาแน่นต่้า ( Low density polyethylene, LDPE) คือ พลาสติกที่นิ่ม สามารถยืดตัวได้ นิยมน้ามาท้าฟิล์มส้าหรับห่ออาหาร ถุงใส่ ขนมปังและถุงเย็น สามารถน้ามารีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นถุงด้า ส้าหรับใส่ขยะ ถุงหูหิ้ว “เบอร์ 5” คือโพลิโพรพิลีน (Polypropylene, PP ) คือ พลาสติกที่แข็ง ทนต่อสารเคมี ความร้อนและแรง กระแทก นิยมน้ามาท้าภาชนะบรรจุอาหาร เช่น กล่อง ชาม จาน สามารถน้ามารีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ กล่องแบตเตอรี่รถยนต์ “เบอร์6” คือ โพลิสไตรีน (Polystyrene, PS) คือ พลาสติกแข็ง ใส เปราะ แตกง่ายและราคาถูก นิยมน้ามาท้า เป็นภาชนะบรรจุของใช้ เช่น ส้าลี เทปเพลง สามารถน้ามารี ไซเคิล เพื่อผลิตเป็นไม้แขวนเสื้อ ไม้บรรทัด กล่องวิดีโอ "เบอร์ 7" หรือ Other ที่ไม่มีการระบุชื่อจ้าเพาะ ไม่ใช่พลาสติกชนิดใดที่จัดอยู่ใน 6 กลุ่มข้างต้น สามารถน้ามา หลอมใหม่ได้ เช่น โพลิคาร์บอเนต (Polycarbonate, PC) ในที่นี้ ขออนุญาตกล่าวถึง พลาสติกชนิด โพลีเอทิลีน เทเรฟทาเลต (Polyethyene Terephthalate , PET หรือ PETE) เนื่องจากเป็นพลาสติกที่น้ามาผลิตขวดส้าหรับบรรจุ 4 |BLPD NEWSLETTER

น้้าดื่ม น้้าอัดลม โดยขวด PET เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการ น้้าอัดลมของประเทศไทย จะเห็นว่า มีปริมาณการใช้เพิ่ม สูงขึ้น ท้าให้ขวด PET ได้รับความนิยม เพราะเป็นขวดที่มี น้้าหนักเบา มีความสามารถในการซึมผ่านของก๊าซต่้าและมี ความต้านทางแรงกระแทกดี โดยมีการผลิตขวด PET ออกมา ใช้กันปีละหลายล้านตันทั่วโลก ซึ่งมีส่วนน้อยประมาณ 4 % เท่านั้น จะถูกน้ามารีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว สุดท้ายกลายเป็นขยะซึ่งย่อยสลายได้ยาก จึงก่อให้เกิดมลพิษ ต่อสิ่งแวดล้อม โดยนักวิจัยชาวญี่ปุ่น น้าโดยด็อกเตอร์ โคเฮอิ โอดะ จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียวและด็อกเตอร์ เคนจิ มินาโมโตะ จากมหาวิทยาลัยเคโอ ใช้เวลาในการสังเกตศึกษา ครั้งนี้ยาวนานถึง 5 ปี และด้าเนินการเก็บตัวอย่างพลาสติก ปนเปื้อนจากแหล่งธรรมชาติ ทั้งจากตะกอนที่ต่างๆ,นดิน โดย รวบรวมกลุ่มตัวอย่าง พลาสติกชนิด PET หรือพลาสติกที่ใช้ ในการผลิตขวดน้้าดื่ม มากกว่า 250 แบบ เพื่อท้าการศึกษา หาเชื้อแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลาย พลาสติกได้ โดยเชื้อแบคทีเรียมีชื่อว่า “Ideonella Sakaiensis” มีคุณสมบัติในการย่อยสลายพลาสติก ด้วยการใช้ เอนไซม์ 2 ชนิด (ISF6_4831และISF6_0224) เข้าไปท้า ปฏิกิริยาHydrolysis กับพลาสติกชนิด PET พบว่า เชื้อ แบคทีเรียดังกล่าวสามารถ ท้าลายพันธะทางเคมีของพลาสติก ย่อยสลายได้เป็น terephthalic acid และ ethylene glycol ซึ่งเป็นสารตั้งต้น 2 ชนิดที่ใช้ในกระบวนการผลิตพลาสติก PET อยู่แล้วและไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ท้าให้เกิดแนวคิด ในการรีไซเคิลสารน้ามาใช้ในการผลิตพลาสติกใหม่ได้ แม้ว่า สาร 2 ตัวนี้จะถูกย่อยสลายต่อไปได้โดยแบคทีเรีย โดย กระบวนการย่อยนี้ ใช้ระยะเวลานาน 6 สัปดาห์ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เพื่อที่จะย่อยพลาสติก PET ดังนั้น จึงต้อง มีการพัฒนาปรับปรุงเชื้อ เช่น ใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรม

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9

อ่ำนต่อหน้ำที่ 5


นักวิจัย ค้นพบ“เชื้อแบคทีเรีย” สำยพันธุ์ใหม่! ย่อยสลำย (ต่อจำกหน้ำที่ 4 ) เพื่อท้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การโคลนและ ถ่ายยีนที่สร้างเอนไซม์ในการย่อย PET 2 ชนิด เข้าสู่เซลล์ของ แบคทีเรีย E.coli ซึ่งเจริญได้เร็วขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว พลาสติกจะใช้เวลานานในการย่อยสลาย โดยครั้งนี้ นับว่าเป็น การค้นพบครั้งใหม่ ที่ สามารถเปลี่ยนโลกให้ สะอาดและน่าอยู่มาก ยิ่งขึ้นอีกด้วย

- Bacteria found to eat PET plastics could help do the recycling เข้าถึง ออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 : https://www.newscientist.com/ article/2080279-bacteria-found-to-eat-pet-plastics-could-help-do-therecycling/ -พลาสติกคืออะไร เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 : http:// www2.mtec.or.th/th/special/biodegradable_plastic/index.html -ประเภทและการใช้งานของพลาสติก เข้าถึงออนไลน์เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559: http://www2.mtec.or.th/th/special/biodegradable_plastic/ type_and_usage_plas.html -พลาสติกชนิดต่างๆ เข้าถึงออนไลน์ เมือ่ วันที่ 17 มีนาคม 2559: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2% E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81 -ขวด PET เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559: http://www.mwa.co.th/ewt_dl_link.php?nid=480

เอกสำรอ้ำงอิง - A bacterium that degrades and assimilates poly(ethylene terephthalate) เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 : http:// -ขวดพลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจ้าวันและรีไซเคิลได้มี 7 ประเภท เข้าถึงออนไลน์ science.sciencemag.org/content/351/6278/1196 - Ideonella sakaiensis: Newly-Discovered Bacterium Can Break Down, เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559:http://www.greenshopcafe.com/ greennews1434.html Metabolize Plastic เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 : http:// www.sci-news.com/biology/ideonella-sakaiensis-bacterium-can-breakdown-metabolize-plastic-03693.html

แนะนำหลักสูตร : การคานวณค่ าสถิตสิ าหรับงานวิเคราะห์ ทดสอบ เรียบเรียงโดย เบญจพร บริสุทธิ์

ในยุคของการแข่งขันทางการค้า สถิติเป็นเครื่องมือที่มีคุณภาพมากที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพ และเป็นส่วนส้าคัญ ในกระบวนการการท้างานที่สามารถใช้ในการน้าเสนอ และเป็นข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ และการปฏิบัติการที่ถูกต้อง สามารถ เข้าใจข้อมูลที่ดี และการแปลผลที่ถูกต้อง ตลอดจนใช้ในการตรวจหา การแยกแยะ การลดความผิดพลาดของกระบวนการ ท้างาน เพื่อลดปัจจัยที่ท้าให้เกิดความแปรผัน ซึ่งผลที่ได้ท้าให้ผลวิเคราะห์ทดสอบเชื่อถือได้มีความถูกต้อง และมีความเที่ยง จึงท้าให้ผู้บริหารห้องปฏิบัติการสามารถใช้เป็นข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจในการบริหารคน การเลือกเครื่องมือ เลือกวิธีวิเคราะห์ และการแปลผลของข้อมูล เพื่อสามารถให้องค์กรด้าเนิน กิ จ กรรมไปได้ อ ย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ผ ลมากขึ้ น ด้ ว ย ส้ า นั ก พั ฒ นาศั ก ยภาพนั ก วิ ท ยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดฝึกอบรม หลักสูตร กำรคำนวณค่ำสถิติสำหรับ งำนวิเครำะห์ทดสอบ ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคม 2559 ณ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://blpd.dss.go.th

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9 | 5


BLPD Article : ทุเรียน เรียบเรียงโดย สมบัติ คงวิทยา ทุเรียน

ทุ เ รี ย นกิ น ได้ ห ลากหลายไม่ ว่ า จะห่ า ม หรื อ สุ ก งอม ในเอเชี ย ตะวันออกเฉียงใต้มีการน้าทุเรียนมาท้าอาหารได้หลายอย่าง ทั้ง ทุเรียน ชื่อสามัญ Durian (มาจากค้าว่า duri ในภาษามาเลย์ซึ่ง เป็นอาหารคาวและอาหารหวาน แม้แต่เมล็ดก็ยังรับประทานได้ แปลว่า “หนาม”) เมื่อท้าให้สุก ทุเรียน ชื่อวิทยาศาสตร์ Durio zibethinus L. (ชื่อพ้อง ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด มีอย่างน้อย 9 ชนิดที่รับประทานได้ แต่ วิทยาศาสตร์ Durio acuminatissimus Merr., Durio stercoraมีเพียง Durio zibethinus เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ที่ได้รับความ ceus Noronha) จัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE) นิยมทั่วโลก จนมีตลาดเป็นสากล ในขณะทุเรียนชนิดที่เหลือมีขาย แค่ในท้องถิ่นเท่านั้น ทุเรียนมีสายพันธุ์ประมาณ 100 สายพันธุ์ให้ ผู้บริโภคเลือกรับประทาน นอกจากนี้ยังมีราคาสูงอีกด้วย ส่วนใน ประเทศไทยพบทุเรียนอยู่ 5 ชนิด

ทุ เ รี ย น เป็ น ไม้ ผ ลในวงศ์ ฝ้ า ย (Malvaceae) ในสกุ ล ทุเรียน (Durio) (ถึงแม้ว่านักอนุกรมวิธานบางคนจัดให้อยู่ในวงศ์ ทุเรียน (Bombacaceae) ก็ตาม) เป็นผลไม้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชา ของผลไม้ ผลทุ เ รี ย นมี ข นาดใหญ่ แ ละมี ห นามแข็ ง ปกคลุ ม ทั่ ว เปลือก อาจมีขนาดยาวถึง 30 ซม. และอาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว ถึง 15 ซม. โดยทั่ว ไปมีน้ าหนั ก 1-3 กิ โ ลกรั ม ผลมีรูป รีถึงกลม เปลือกมีสีเขียวถึงน้้าตาล เนื้อในมีสีเหลืองซีดถึงแดง แตกต่างกัน ไปตามสปีชีส์ ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นส่วนผสมของ สารระเหยที่ป ระกอบไปด้ว ยเอสเทอร์ คีโตน และสารประกอบ ก้ามะถัน บางคนบอกว่าทุเรียนมีกลิ่นหอม ในขณะที่บางคนบอก ว่ามีกลิ่นเหม็นรุนแรงจนถึงขั้นสะอิดสะเอียน ท้าให้มีการห้ามน้า ทุ เ รี ย นเข้ า มาในโรงแรมและการขนส่ ง สาธารณะในเอเชี ย ตะวันออกเฉียงใต้ ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้าตาลสูง ทั้งยังอุดมไปด้วย ก้ามะถันและไขมัน จึงไม่เหมาะส้าหรับผู้ป่วยเป็นเบาหวาน ทุ เ รี ย นเป็ น พื ช พื้ น เมื อ งของบรู ไ น อิ น โดนี เ ซี ย และ มาเลเซี ย และเป็ น ที่ รู้ จั ก ในโลกตะวั น ตกมาประมาณ 600 ปี มาแล้ ว ในคริ ส ต์ศตวรรษที่ 19 นั กธรรมชาติวิ ทยาชาวอังกฤษ อัล เฟรด รั ส เซล วอลเลซ ได้พ รรณนาถึง ทุเรี ย นว่า "เนื้อ ในมั น เหมือ นคั ส ตาร์ ด อย่ า งมาก รสชาติค ล้ ายอัล มอนด์" เนื้ อในของ 6 |BLPD NEWSLETTER

ประวัติทุเรียนในประเทศไทย ในหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยสมัยอยุธยา ที่เขียนขึ้นโดย ซี ม ง เดอ ลา ลู แ บร์ (Simon de la Loubère) หั ว หน้ า คณะ ราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสในสมัยนั้น ตีพิ มพ์เมื่อ พ.ศ. 2336 ตอนหนึ่งได้ระบุเรื่องเกี่ยวกับทุเรียนไว้ว่า "ดูเรียน (Durion) หรือที่ ชาวสยามเรียกว่า “ทูลเรียน” (Tourrion) เป็นผลไม้ที่นิยมกันมาก ในแถบนี้" จากหลักฐานดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า มีการปลูกทุเรียน ในภาคกลางของประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนจะเข้ามาจาก ที่ไหน และโดยวิธีใด ไม่ปรากฏหลักฐาน แต่น่าเชื่อถือได้ว่า เป็น การน้ามาจากภาคใต้ของประเทศไทยนั่นเอง ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทร เวช) ได้ ก ล่ า วถึ ง การแพร่ ก ระจายพั น ธุ์ ข องทุ เ รี ย นจากจั ง หวั ด นครศรี ธ รรมราชมายั ง กรุ งเทพมหานคร ตั้ งแต่ ป ระมาณ พ.ศ. 2318 ในระยะต้นเป็นการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและพัฒนามาเป็น การปลูกด้วยกิ่งตอน จากพันธุ์ดี 3 พันธุ์ คือ อีบาตร ทองสุก และ การะเกด ส้าหรับผู้ที่หากิ่งตอนจากพันธุ์ดีทั้ง 3 พันธุ์ไม่ได้ จึงใช้ เมล็ดจากทั้ง 3 พันธุ์นั้นปลูก ท้าให้เกิดทุเรียนลูกผสมขึ้นมากมาย ซึ่งรายชื่อพันธุ์ทุเรียนเท่าที่รวบรวมได้จากเอกสารได้ มีถึง 227 พันธุ์

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9

อ่ำนต่อหน้ำที่ 7


ทุกเรียน (ต่ อจากหน้ า 6) ประโยชน์ของทุเรียน ทุเรี ย นพัน ธุ์ห มอนทองสามารถช่ว ยลดระดับไขมั น หรือคอเลสเตอรอลได้ เพราะทุเรีย นสายพันธุ์นี้ มีส ารโพลี ฟี นอล (Polyphenols) และมีเส้ น ใยที่ ช่ว ยลดไขมั น ได้ แต่ว่ า ต้องรับประทานแค่ 1 พูต่อวัน เนื่องจากทุเรียนมีสารต่อต้าน อนุมูลอิสระ (โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทอง) การบริโภคทุเรียนใน ปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันการเกิดโรคในมนุษย์ได้ เช่น โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง แม้ทุเรียนจะมีไขมันมากก็ตาม แต่ก็ เป็นไขมันชนิดดีที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย เส้นใยของทุเรียนมี ส่วนช่วยในการขับถ่ายให้สะดวกยิ่งขึ้น สรรพคุณทำงกำรรักษำโรค สรรพคุณทางยา ช่วยท้าให้ฝแี ห้ง ช่วยแก้โรคผิวหนัง ช่วยขับพยาธิ สารสกัดใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการ ใช้น้าจากใยวางบนศีรษะของผู้ป่วย จะช่วยลดไข้ได้ ช่วยแก้อาการท้องร่วง ยาช่วยแก้ดีซ่าน ช่วยท้าให้หนองแห้ง ช่วยรักษาโรคคางทูม ช่วยแก้น้าเหลืองเสีย สรรพคุณทางยา ช่วยแก้ตานซาง ช่วยแก้ฝี ช่วยรักษาแผลพุพอง ใช้สมานแผล ใช้ไล่ยุงและแมลง

เนื้อ x x x

ราก

ใบ

เปลือก

โทษของทุเรียน เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้าตาลสูงรวมถึงเต็มไปด้วย ไขมันและก้ามะถัน ผลไม้ชนิดนี้จึงไม่เหมาะส้าหรับผู้ป่วย โรคเบาหวาน เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจจะท้าให้ ระดับน้้าตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ท้าให้ไม่สบายเนื้อ สบายตัว ท้าให้เกิดร้อนในอีกด้วย และส้าหรับบุคคลทั่วไปควร จะบริโภคแต่น้อย และยังมีความเชื่อโบราณที่ห้ามให้หญิง ตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีความดันโลหิตสูงรับประทานทุเรียน และไม่ ควรรับประทานทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ เพราะเป็นของร้อนทั้งคู่ ด้วยมีผลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึม ท้าให้ร่างกายรับความร้อนที่เกิดขึ้นไม่ได้ ท้าให้ขาดสติและ เสียชีวิตได้กับบางคน

x x x

x x x x x

เนื้อ

ราก

ใบ

เปลือก x x x x x

เอกสำรอ้ำงอิง

กำรแปรรูปของเนื้อทุเรียน: ผลสามารถน้ามาแปรรูปหรือท้า เป็นขนมหวานได้หลายชนิด เช่น ลูกกวาดโบราณ ขนมไหว้ พระจันทร์ ขนมปังสอดไส้ ไอศกรีม มิลก์เช็ก เค๊ก คาปูชิโน ข้าวเหนียวทุเรียน ทุเรียนดอง ทุเรียนแช่อิ่ม ทุเรียนกวน ทุเรียนกรอบ แยมทุเรียน กำรแปรรูปของเมล็ดทุเรียน: ประโยชน์เมล็ดของทุเรียน สามารถรับประทานได้มาน้ามาท้าให้สุกด้วยวิธีการคั่ว การ ทอดในน้้ามันมะพร้าว หรือการนึ่ง โดยเนื้อในจะมีลักษณะ BLPD NEWSLETTER

คล้ายกับเผือกหรือมันเทศแต่เหนียวกว่า กำรแปรรูปของใบทุเรียน: ใบอ่อนหรือหน่อของทุเรียน สามารถน้ามาใช้ท้าอาหารบางอย่างคล้ายกับผักใบเขียวได้ เช่นกัน กำรแปรรูปของเปลือกทุเรียน: สามารถน้ามาใช้เป็นเชื้อเพลิง ในรมควันปลา น้ามาผลิตท้าเป็นกระดาษได้ ซึ่งจะมีเส้นใย เหนียวนุ่มและเหนียวกว่าเนื้อกระดาษสา กำรแปรรูปของดอกทุเรียน: ในประเทศอินโดนีเซียมีการน้า ดอกทุเรียนรับประทาน กำรปลูกต้นทุเรียนกับควำมเชื่อ ส้าหรับความเชื่อในบ้านเรานั้น การปลูกต้นทุเรียนไว้ใน บริเวณบ้าน (ปลูกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) เชื่อว่าผู้อยู่ อาศัยจะเป็นผู้มีความรู้ แก่วิชาการเรียน หรือเป็นผู้รู้มาก เพราะค้าว่าทุเรียนมีเสียงพ้องกับเกี่ยวกับการเรียนนั่นเอง

- จุลสารข้อมูลสมุนไพรปีที่ 22 ฉบับที่ 3 - PROSEA: ทรัพยากรพืชในภูมภิ าคเอเชียตะวันเฉียงใต้ 2 ไม้ผลและไม้ผล เคี้ยวมัน -เอกสารประกอบการประชุม “Thai fruits-functional fruits” THAIFEX World of Food Asia 2010 -ข่าวประชาสัมพันธ์ส่วนกลาง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (Access: 30 มิ.ย. 2557)

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9 | 7


Q & A : RCA หรือ Root Cause Analysis หมายถึงอะไร เรียบเรียงโดย ปัทมา นพรัตน์

ถำม : RCA หรือ Root Cause Analysis หมายถึงอะไร ตอบ : RCA หรือ Root Cause Analysis เป็นเครื่องมือที่จะชวยใหการแกปญหาหรือการพัฒนาคุณภาพมีความยั่งยืนไมเกิด เหตุการณ์ที่ไมพึงประสงคซ้้าขึ้นอีก ดวยการวิเคราะหเพื่อให้เขาไปจัดการกับสาเหตุที่เปนต้นตอของปญหาจริงๆ มิใช่แก้ปญหา แตปลายเหตุ

ถำม : การวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้หลัก RCA มีกี่วิธี ตอบ : RCA มี 4 วิธี 1. Conventional WHY – วิธีการดั้งเดิม ใช้ค้าถาม “ท้าไม” ต่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น (tree diagram) โดย ถามหลายๆ ครั้ง (บางสูตรให้ถาม 5 ครั้ง) จนเห็นค้าตอบที่พอใจและน้าไปแก้ปัญหาได้ 2. Comprehensive Scan – ใช้หัวข้อที่ครอบคลุมกว้างขวางรอบด้านมาตรวจสอบว่าเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับปัจจัย ดังกล่าวหรือไม่ เป็นวิธีการที่ซับซ้อน ใช้เวลานาน เป็นตาข่ายที่มีช่องความถี่มากที่สุด 3. Cognitive walkthrough—เป็นการย้อนรอยอดีต โดยผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ เป็นการพยายามเรียนรู้ปัจจัยที่เป็นข้อจ้ากัดของคนเพื่อน้าสู่การออกแบบระบบหรือเครื่องอ้านวยความสะดวกในการ ปฏิบัติงานใหม่ที่จะท้าให้ข้อจ้ากัดเหล่านั้นไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน 4. Turning point วิเคราะห์จุดเปลี่ยน เป็นวิธีที่เหมาะสมในการทบทวนเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ที่เกิดขึ้นระหว่างการ ปฏิบัติงาน ใช้ประโยชน์จากการมองย้อนหลัง และลดอคติที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยการวิเคราะห์จุดเปลี่ยน (Turning point) แล้วท้าความเข้าใจให้ลึกขึ้นด้วยการย้อนรอยอดีต (Cognitive walkthrough)

8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9


เปิดประตูสู่อำเซียน : กำรลงทุนกับอำเซียน เรียบเรียงโดย ปั ญญา คาพยา

อาเซียน เปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ท้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ สังคม หรือด้านอื่นๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจไม่ว่า จะเป็นการเคลื่อนย้ายแรงงาน การเปิดเสรีภาคบริการ ยกเลิก และลดมาตรการที่มิใช่ภาษี ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการ ลงทุ น ปรั บ ประสานมาตรฐานสิ น ค้ า และกฎระเบี ย บที่ เกี่ยวข้อง เสริมสร้างระบบการอ้านวยความสะดวกทางการค้า การสร้ า งความเข้ ม แข็ ง แก่ ธุ ร กิ จ เอสเอ็ ม อี รวมถึ ง ส่ ง เสริ ม นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิตอล ทั้งหมดคณะกรรมการราย สาขาด้ า นเศรษฐกิ จ ต้ อ งเร่ ง จั ด ท้ า แผนปฏิ บั ติ ก ารเชิ ง ยุทธศาสตร์ในสาขาต่างๆ ให้เสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2559 ดังนั้น นับจากนี้ จะเห็นความพยายามลดภาษีสินค้าที่ เหลื อ และค้ า บริ ก าร เพิ่ ม ขี ด ความสามารถในการแข่ ง ขั น ส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้ สินค้าและบริการใหม่ๆ การบังคับใช้กฎหมายและนโยบายการ แข่งขัน พัฒ นานโยบายทรั พย์ สิ น ทางปั ญญา ส่ งเสริมความ เชื่ อ มโยงด้ า นเศรษฐกิ จ เชื่ อ มโยงการขนส่ ง ในภู มิ ภ าค โ ท ร ค ม น า ค ม แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ พ า ณิ ช ย์ อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน การเงิน อาหาร เกษตร ป่าไม้ การ ท่ อ งเที่ ย ว สุ ข ภาพ เหมื อ งแร่ รวมถึ ง วิ ท ยาศาสตร์ แ ละ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นสาขาใหม่ ที่เพิ่มเข้ามา นั่นท้าให้“อาเซียน” เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพทาง เศรษฐกิจที่ต้องจับตา เพราะเมื่อรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจของ ประเทศต่างๆ เข้าด้วยกันแล้ว จะมีขนาดเศรษฐกิจ (GDP) กว่า 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จัดเป็นอันดับ 7 ของโลก คาดหมายว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างปี 20162017 เฉลี่ยกว่า 5% ต่อปี ส้าหรับประเทศหลัก 5 ประเทศ (ASEAN-5 ประกอบด้วยไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์) ท้าให้ไม่อาจมองข้ามการลงทุนในตลาดอาเซียน ปัจจัยหลักที่เกื้อหนุนให้เศรษฐกิจอาเซียนเติบโต ได้แก่ 1. ประชำกรวัยหนุ่มสำวจำนวนมำก (Young DeBLPD NEWSLETTER

mographic) คนกลุ่มนี้จะเติบโตเป็นคนวัยท้างานในภาค แรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่ส้าคัญ ท้าให้เศรษฐกิจ ของประเทศอาเซียนไร้ความกังวลเรื่องปัจจัยการผลิตด้าน แรงงาน เพื่อรองรับการผลิตสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น 2. ควำมเปลี่ยนแปลงสู่สังคมเมือง (Urbanization) เมืองขยายตัวขึ้นมาก คาดว่าในปี 2030 จะมีประชากรกว่า 90 ล้านคน หรือ 43% อาศัยอยู่ในเมือง ที่ใดมีชุมชนเมือง ที่นั่น ย่อมมีการบริโภค เกิดความต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ ว่าจะเป็น ปูนซิเมนต์ เหล็ก หรือสิ่งทอ เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยัง ช่ว ยกระตุ้นให้ เกิดการจ้างงาน การบริการ และการส่งออก การเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองยังช่วยสร้างธุรกิจใหม่ๆ 3. คนชั้นกลำงเพิ่มขึ้น (Rising middle class) คาด ว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1 ใน 4 ของประชากรในปี 2010 เป็น 2 ใน 3 ของประชากรในปี 2030 คนกลุ่มนี้จะขยายตัวและเติบโต เป็ น กลุ่ ม คนที่ มี ร ายได้ สู ง ย่ อ มปรารถนาคุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ สุ ข สมบูรณ์ น้าไปสู่การจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการ ซึ่งเป็น ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี 4. เงิ น ลงทุ น จำกต่ ำ งประเทศ (FDI) อาเซี ย นเป็ น เป้าหมายของเงินลงทุนจากนานาชาติ ในปี 2013 สมาชิกหลัก ทั้ง 5 (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศ ไทย) สามารถดึงเม็ดเงินลงทุนได้เกือบ 1.3 แสนล้านเหรียญ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเชื่อมั่นในภูมิภาคแห่งนี้ การลงทุนทางด้านการท่อ งเที่ยวในประเทศไทย ก็ เป็ น สิ่ ง ที่ น่ า สนใจส้ า หรั บ คนไทย เนื่ อ งจากนั ก ท่ อ งเที่ ย ว ต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย มีเกือบ 30 ล้านคน ทีเดียว ขณะที่ในไตรมาสแรกของปีนี้ คาดการณ์กันว่าน่าจะมี ไม่น้อยกว่า 8.9 ล้านคน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เป็นตลาดหลักที่เดิน ทางเข้ามาไทยคือ“ตลาดจีน” ที่เดินทางมาเที่ยวไทยในปี 58 มากถึง 7.93 ล้านคน และคาดว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ จะมี จ้านวน 2.51 ล้านคนทีเดียว เอกสารอ้างอิง

http://www.thairath.co.th/content/591801 http://www.matichon.co.th/news_detail.php? newsid=1451696526

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9 | 9


BLPD Corner : วิธีการอยู่ร่วมกับคนที่ “ไม่ ทางาน” ในออฟฟิ ต เรียบเรียงโดย ปวีณา เครือนิล

การท้างานร่วมกับบางคนที่คุณรู้สึกว่า เป็นบุคลากรที่ “ไม่ท้างาน” ในออฟฟิต อาจจะเป็นเรื่องยากส้าหรับคุณที่จะท้า ใจหรือแก้ปัญหานี้ คนเหล่านี้อาจจะใช้เวลาในการเล่มเกม เล่นอินเตอร์เน็ต นั่งถักไหมพรม เช็ค Facebook ตลอดเวลา หรือ ใช้ช่วงเวลาในการท้างานเป็นเวลานานๆ ในการพูดคุยหรือ chit-chat แต่เรื่องที่ตนสนใจ ขณะที่คุณหรือเพื่อนร่วมงานคน อื่นๆ ที่ “ท้างาน” ก้าลังรีบท้างาน หรือปั่นงาน เพื่อก้าจัดปริมาณงานที่มากในแต่ละวัน แน่นอนล่ะว่า กลุ่มคน “ท้างาน” ย่อม อยากจะก้าจัดกลุ่มคนที่ “ไม่ท้างาน” ออกจากออฟฟิต และเพิ่มจ้านวนคนที่ “ท้างาน” เพื่อมาช่วยกันลดปริมาณงานที่มาก ขึ้นๆ ในแต่ละวัน เพราะคนที่ “ไม่ท้างาน” ย่อมลดผลผลิต หรือ productivity ของงานในภาพรวม จะกล่าวได้ว่า กลุ่มคน เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นพวกเห็นแก่ตนเอง เห็นแต่ตนเองเป็นศูนย์กลาง หรือ self-center และมักมองไม่เห็นเป้าหมายขององค์กร ในกรณีที่ไม่สามารถก้าจัดบุคคลเหล่านี้ได้ด้วยสาเหตุทางการเมืองหลายๆ อย่างในองค์กร นอกจากสิ่งเดียวที่คน “ท้างาน” ควรท้า คือ “ท้าใจ” แล้ว Stever Robbins ที่ปรึกษาผู้บริหารที่ติดอันดับ 1 ใน 10 นักสื่อสารด้านการบริหารธุรกิจ ได้ให้ข้อแนะน้าไว้หลายประการ เช่น อย่ำให้คน “ไม่ทำงำน” กวนใจคุณ โดยอย่าพยายามไปเพ่งเล็งในสิ่งที่เค้าก้าลังท้า เช่น โม้เรื่องธรรมะไปเรื่อยๆ แต่ ให้กลับมาสนใจงานของตนเอง โดยให้คิดว่า “Human beings are funny that way” หรือ การเป็นมนุษย์เป็น เรื่องข้าๆ และสนใจงานของตนเองดีกว่า อย่ำพยำยำมไปคิดถึงประเด็นของควำมเป็นธรรม ชีวิตไม่เคยมีความเป็นธรรม “People often say it’s unfair that he gets away with doing nothing, but at the end of the day, it really doesn’t change anything.” ซึ่งมันคือสัจธรรมที่เปลี่ยนไม่ได้จริงๆ ที่ คน “ไม่ท้างาน” ก็มักจะอยู่รอดไปวันๆ ท้างานน้อยกว่าชาวบ้าน ไม่ก่อเกิดประโยชน์ให้กับองค์กร แต่แล้วมันก็เป็นเหมือนเดิมทุกวัน สิ่งเดียวที่ท้าได้ คือ ท้าให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะ ท้าได้ หากจะหาวิ ธี ก าร “ท้ า ใจ” เพิ่ ม เติ ม ที่ เ ป็ น วิ ธี ที่ Classic และ Classy คุณสามารถเข้าไปอ่านได้ Forbes ออนไลน์ตามเอกสารอ้างอิงที่ 1 ซึ่งคุณอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่ก็คงจะต้องอ่านทบทวนบ้าง เพื่อช่วยให้การ “ท้าใจ” มันง่ายขึ้น

อ่ำนต่อหน้ำ 10

10 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9


วิธีการอยู่ร่วมกับคนที่ “ไม่ ทางาน” ในออฟฟิ ต(ต่ อจากหน้ า 10)

แต่แน่นอนละว่า คน “ท้างาน” ก็ยังคงรู้สึกหงุดหงิดใจ ยิ่งในกรณีที่คุณอยู่ในต้าแหน่งระดับเดียวกับพวกคน “ไม่ ท้างาน” และคุณไม่ใช่หัวหน้าของคนเหล่านั้น และดูเหมือนไม่มีใครจะท้าอะไรในการแก้ไขปัญหานี้ได้เลยในองค์กร จนท้าให้ คุณรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบเพราะคุณท้างานหนักกว่าคนเหล่านั้นตลอดเวลา RonEdmondson ได้ให้ข้อแนะน้าดีๆ ที่ถูกใจ ผู้เขียนบทความอย่างยิ่ง คือ “Pray for them to step up or leave” หรือสวดมนต์ภาวนาให้คนเหล่านี้ลุกขึ้นยืนแล้ว ออกจากงานไปอย่างน่าภาคภูมิใจ ความคิดเห็นนี้อาจจะดูรุนแรงเกินไป แต่เมื่อพิจารณาผลกระทบที่คนเหล่านี้ที่ท้าให้ คน “ท้างาน” เสียขวัญและก้าลังใจในการท้างาน ซึ่งเกิดขึ้นไม่ว่าจะกับตัวคุณเองหรือคนอื่นๆ ในองค์กร คน “ไม่ท้างาน” เหล่านี้ ก้าลังท้าลายความน่าเชื่อถือ และการขับเคลื่อนของทีมงานและองค์กร คน “ไม่ท้างาน” หรือ “ขี้เกียจ” หรือ “รอเงินเกษียณ” หรือ “เอาเปรียบ” คนอื่นๆ ในทีมงาน ถือว่าเป็น “อกุศล” และการสร้างบาปติดตัวไป RonEdmondson กล่าวไว้ว่า “They need a heart change more than anything.” หรือคนเหล่านี้ต้องการการ เปลี่ยนหัวใจมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลก ซึ่งถ้าพระเจ้าจะเปิดตาให้พวกเขามองเห็นได้ คงจะดี เพราะการเปลี่ยนหัวใจอย่างที่ RonEdmondson พูดนั้นมันยากมาก เพราะมันคือเปลี่ยนคนทั้งคนที่เป็นมาทั้งชีวิต ขอกล่าวโดยสรุปเลยว่า คน “ท้างาน” ที่อ่านบทความนี้ ก็คงต้องหาวิธี “ท้าใจ” กันต่อไปทุกๆ วัน เพราะความเป็น จริงเรารู้กันอยู่แล้วว่า โลก “ไม่สวย” ส่วนคน “ไม่ท้างาน” ที่อ่านบทความนี้ ก็หวังว่า ท่านจะช่วยทุ่มเทใจให้กับงานในองค์กร ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ลดความเอาเปรียบและความเห็นแก่ตัวของท่าน และหันมาให้ความเมตตากรุณา ให้ทานกับ เพื่อนร่วมงานบ้าง เพื่อเป็นกุศลที่ท่านจะได้ท้าในชาตินี้ที่จะส่งผลให้ท่านได้เจริญทั้งหน้าที่การงาน และเจริญด้วยศีล สมาธิ และปัญญา ขออนุโมทนาบุญไว้ด้วย ณ ที่นี้ เอกสำรอ้ำงอิง -10 Tips For Dealing with A Lazy Co-Worker. Forbes/Leadership. August 3, 2011. [Online] เข้ า ถึ ง ได้ ที่ http://www.forbes.com/sites/jacquelynsmith/2011/08/03/10-tips-for-dealing-with-a-lazy-co-worker/ #260f65f46add 7 Ways to Respond to a Lazy Co-worker. RERonEdmondson thoughts on leadership, church and culture. [Online] เข้าถึงได้ที่ http://www.ronedmondson.com/2015/10/7-ways-to-respond-to-a-lazy-coworker.html

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 7 เ ดื อ น มี น ำ ค ม 2 5 5 9 | 1 1


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 87  

Blpd Newsletter Volume 87, March 2016 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you