Page 1

BLPD Newsletter ปีที่ 8 ฉบับที่ 85 เดือน มกรำคม 2559

- Q&A น้ำแข็งกับเชื้อจุลินทรีย์ - BLPD Article ทำงำน นอนดึก พักผ่อนน้ อย!! ทำนอะไรให้สดชื่นสำหรับบำรุงคนอดนอน - Science update โปรตีน FGF9 ในสมองกับโรคซึมเศร้ำ --แนะนำหลักสูตร กำรออกแบบห้องปฏิ บตั ิ กำรเคมี เพื่อควำมปลอดภัย -BLPD Corner จุดอ่อน SME ไทย -เปิ ดประตูส่อู ำเซียน Talent Mobility โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/


เนือ่ งในโอกาสขึน้ ปีใหม่ พ.ศ.2559 ทีเ่ พิง่ ผ่านไป และวันแห่งความรักทีก่ าลังจะมาถึง ชาว พศ. ขออวยพรให้เพือ่ น สมาชิก พศ.สาร ทุกท่านประสบแต่ความสุขกาย สุขใจ ร่างกายแข็งแรงและมีเงินใช้ตลอดสืบไปนะครับ คนทีย่ งั ไม่มเี นือ้ คูป่ นี กี้ ็ ขอให้ได้เจอเนือ้ คู่ ส่วนคนทีม่ คี กู่ ข็ อให้รกั กันนานๆ นะครับ ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2559 ผ่านพ้นไป มีผสู้ มัครเข้ารับ การฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ไปแล้วร่วม 19 หลักสูตร อย่างล้นหลามทีเดียว ทาให้ทมี งานรู้สกึ ยินดีและกระชุม่ กระช่วยกับ ความกระตือรือร้นของผูเ้ ข้าฝึกอบรมในแต่ละหลักสูตรอย่างถ้วนทัว่ และทุกๆ ปี หลังปีใหม่ไปแล้ว ทีมงานจะทางานกันหนัก มากด้วยมีผสู้ มัครสนใจมากกว่าไตรมาสแรกจนบางท่านพลาดการลงทะเบียนในปีงบประมาณนีไ้ ปเลย ก็อวยพรให้ทกุ ๆ ท่าน ได้รบั การเข้าฝึกอบรมกับสานักฯ ของเรานะครับ และขอให้มคี วามสุขกับการฝึกอบรมในหลักสูตรทีล่ งทะเบียนเอาไว้ นะครับ อย่ าลื มเข้าไปตรวจสอบรายชื่อ ผู้ มีสิ ทธิเข้ารั บ การฝึ กอบรมของส านักฯได้ที่ http://blpd.dss.go.th/registeronline/ Listtrainee.aspx?yearbudgetid=03 ทีมงานฝึกอบรมรอต้อนรับสมาชิกทุกท่านอยูน่ ะครับ แล้วเจอกันนะครับ

หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น B006 B008 B007

การกาจัดของเสียอันตรายในห้องปฏิบัติการ เทคนิคการใช้และการดูแลรักษาพีเอชมิเตอร์ การออกแบบห้องปฏิบัติการเคมีเพื่อความปลอดภัย

2-3 กุมภาพันธ์ 2559 4 กุมภาพันธ์ 2559 11-12 กุมภาพันธ์ 2559

C008 Q008

การตรวจสอบสมรรถนะยูวีวิสิเบิลสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ การตรวจติดตามคุณภาพภายในตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025

16-17 กุมภาพันธ์ 2559 18-19 กุมภาพันธ์ 2559

สถำนที่อบรม อำคำรสถำนศึกษำเคมีปฏิบัติ กรมวิทยำศำสตร์บริกำร รายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครออนไลน์ได้ที่ http://blpd.dss.go.th/ ติดต่อสอบถาม : คุณจรวยพร แดงจิ๋ว โทรศัพท์ : 087 095 7475 0 2201 7460 2 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9


BLPD Article : ทำงำน นอนดึก พักผ่ อนน้ อย!! ทำนอะไรให้ สดชื่นสำหรั บ ณัฏฐกานต์ เกตุคุ้ม และ นภษร สุขเกษม

เมื่อต้องทางานในเวลาที่ร่างกายต้องการการพักผ่อน หรือการประกอบอาชีพที่ จาเป็นต้องนอนดึกทุกวัน หรือนอน ไม่เพียงพอบ่อยๆ จนทาให้ร่างกายอ่อนล้า ร่างกายจะมีอาการ ผิดปกติต่างๆ เช่น คลื่นไส้ น้ามูกไหล มึนศีรษะ เป็นหวัดง่าย ภูมิแพ้กาเริบ รอบดวงตามีสีคล้า ผิวหนังเหี่ยวเฉา ใบหน้าอิด โรย คิดอะไรไม่ออก อารมณ์ไม่แจ่มใส หากปล่อยให้เกิดภาวะ เช่นนี้บ่อยๆ อาจทาให้ผู้นั้น แก่เร็วและใบหน้าเหี่ยวย่นได้

อาหารเหล่านี้มีโคลีน (Choline) ตัวช่วยสร้าง”เคมี สมอง”โดยจะผลิตสารเคมีที่ช่วยเรื่องความทรงจา ป้องกัน ความจาเสื่อม ช่วยให้มีสมาธิและความจาไม่สะดุดลง เป็นหนึ่ง ในสารที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย โคลีนมี ความจาเป็นสาหรับคนนอนดึกเพราะจะช่วยสมองที่เหนื่อยล้า จากการนอนไม่เพียงพอได้รับสารอาหารไปบารุง ทดแทนเคมี สมองธรรมชาติที่ร่างกายไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง เพราะเราอด โดยปกติแล้ว เราควรนอนหลับพักผ่อนวันละ 8-10 นอน ทาให้สมองตื่นตัวแม้จะไม่ได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ชั่วโมง เนื่องจากมีงานวิจัยโดย ศาสตราจารย์ เจอร์เกน ซัลเลย์ มาก่อน นักวิจัยพฤติกรรมการนอนหลับ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น 2.กำบ้ำ (GABA) มีมากในธัญพืช ลูกเดือย ถั่วแดง ถั่วดา ของการอดนอน ส่งผลกระทบเลวร้ายต่อร่างกาย 2 ประการ ข้าวกล้องงอก ข้าวบาร์เลย์ มอลต์ โดยกาบ้า เป็นสารสื่อ ประกำรแรก ทาให้โง่ เมื่อเรานอนหลับพักผ่อนน้อยจะส่งผล ประสาทสมอง อีกทั้งพบว่า วิตามินบีที่มีอยู่ในอาหารเหล่านี้ยัง ทาให้ประสิทธิภาพการจดจาลดลง ประกำรต่อมำ ทาให้ ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองให้ตื่นตัวอีกด้วย ทาให้ เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น เนื่องจาก การอดนอนส่งผลเสียต่อการ สมองที่ยังอ่อนล้า สามารถทางานได้ดีขึ้น ความคิดดี คิดและ ทางานของหัวใจ ลาไส้และระบบไหลเวียนเลือด โดยขณะเรา อ่านได้ว่องไวขึ้น นอนหลับพักผ่อน ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนลดความอยาก 3. ดำร์กช็อกโกแลตหรือโกโก้ แทนกำแฟ (Dark chocoอาหารออกมา แต่ถ้าเรานอนไม่เต็มที่ การปล่อยฮอร์โมนจะ late) โกโก้ร้อน มีฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารกระตุ้นให้เลือดไหล ถูกขัดขวาง ทาให้เรารู้สึกหิวบ่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนอดนอน ลื่นไปเลี้ยงสมองได้ดีและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มี ส่วนมากน้าหนักตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระดับน้าตาลในเลือดเพิ่ม ประสิทธิภาพสูง จากการศึกษาพบว่า ฟลาโวนอยด์ สามารถ สูงขึ้นและควบคุมได้ยาก การตอบสนองภูมิคุ้มกันต่างๆ ของ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและเส้นเลือดภายในเนื้อ ร่างกายไม่ดีเท่าที่ควร ทาให้เจ็บป่วยง่าย การหลั่งฮอร์โมน งอกได้ แปรปรวน อีกทั้งยังส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อการ 4.ไบโอติน (Biotin) ไบโอติน มีส่วนช่วยบารุงสมองและเส้น เกิดโรคมะเร็งได้ ผมได้ดี ซึ่งเหมาะสาหรับคนที่อยู่ดึกและใช้สมองมาก ได้จาก เทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยดูแลตัวเองสาหรับคนทางานดึก การรับประทาน ไข่แดง เริ่มจากการทานอาหาร โดยทานเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ต่อ ร่างกาย ดังนี้ อ่ำนต่อหน้ำที่ 4 1.เต้ำหู้ ถั่วเหลือง เนื้อปลำ ไก่ ไข่แดง และไข่ขำว BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9 | 3


ทำงำน นอนดึก พักผ่ อนน้ อย!! ทำนอะไรให้ สดชื่นสำหรับ (ต่อจำกหน้ำที่ 2) 5.โอเมก้ำ (Omega fatty acid) โดยเลือกการรับประทาน -วิตามินบี 12 ช่วยเพิ่มสมาธิ การทรงตัว ความจา เนื้อปลาแต่ว่าลดการบริโภคน้ามันพืชให้น้อยลง เช่น การ เพิ่มพลังงาน ทาให้ระบบประสาทแข็งแรง รับประทานได้จาก รับประทานปลาทูหรือทูน่ากระป๋อง ปลา ชีส เนื้อหมู ตับ เนื้อวัว นม ไข่ 6.ใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) นาส่วนของ “ใบ”เท่านั้น 9.ดื่มน้ำให้มำก น้าจะช่วยให้ปริมาณออกซิเจนในร่างกาย เพราะมีสารสาคัญที่ช่วยป้องกันสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม เพิ่มขึ้น การไหลเวียนของโลหิต สมองทางานได้ดียิ่งขึ้น ทาให้ ได้ โดยสามารถหาทานได้ในรูปแบบอาหารเสริม รู้สึกตืน่ ตัว 7.ใบบัวบก (Centella asiatica) เป็นคลอโรฟิลล์จาก ธรรมชาติ โดยเมื่อเรานอนไม่เพียงพอบ่อยๆ ร่างกายอาจเกิด การอักเสบที่บริเวณต่างๆ ได้ง่ายขึ้น การรับประทานใบบัวบก หรือเอามาปั่นเป็นน้าคั้นสีเขียวดื่มบ่อยๆ จะมีสารช่วยลดการ อักเสบของร่างกายจากภาวะนอนดึก อีกทั้งยังช่วยทาให้เลือด ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ทาให้สดชื่นตื่นตัวได้ดีอีกด้วย

10.ผัก ผลไม้ ในผักและผลไม้ มีปริมาณวิตามินซีและวิตามิน บี รวมทั้งแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อการทางานของต่อม ไพเนียล เพราะหากเรานอนไม่เพียงพอ ต่อมไพเนียลทางาน ไม่เต็มที่ ดังนั้นหากอยากปลุกความสดชื่นของร่างกายให้นา ผักสดและน้าผลไม้คั้นสดๆ มารับประทาน

-วิตามินบี 1 ช่วยบารุงความคิด สติปัญญา ทาให้ กล้ามเนื้อ ระบบประสาท หัวใจทางานดีขึ้น รับประทานได้ จาก ข้าวไม่ขัดสี ถั่วเหลือง ปลา ไข่แดง ถั่วลิสง ราข้าว นม ข้าวโอ๊ต หมูไม่ติดมัน

ทำให้ร่ำงกำยอ่อนล้ำ ส่งผลต่อระบบประสำทและสมอง อีก ทั้งเกิดโรคต่ำงๆ ฉะนั้น เรำควรนอนหลับพักผ่อนอย่ำง เพียงพอ เพื่อสุขภำพที่ดีของร่ำงกำย

-วิตามินบี 2 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น อาการอ่อนล้าของสายตา ลดความเจ็บปวดจากการปวดไม เกรน รับประทานได้จาก นม ตับ, ยเกิร์ต ถั่ว ผักใบเขียว ปลา ไข่ ผักใบเขียว

-ทางาน นอนดึก ดูแลสุขภาพอย่างไร? จากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันที่ 26 มีนาคม 2557 หน้า 22 เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2559 : http:// library.stou.ac.th/blog/?p=3890

11.โปรตีน โปรตีนที่ได้จาก อาหารประเภท นม โฮลเกรน 8.วิตำมินบี (B Vitamin) วิตามินบีแทบทุกตัว ทั้งบี 1 บี2 และวิตามินจากผักและผลไม้ เป็นสารอาหารที่ร่างกายควร บี6 บี 12 และวิตามินบีอีกหลายชนิด มีส่วนช่วย ได้รับ โดยเฉพาะมื้อเช้าและเที่ยง เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานไป เส้นประสาททั้งร่างกายและความสมบูรณ์ของอวัยวะ ให้ ใช้ทากิจกรรมต่างๆระหว่างวัน อีกทั้ง วิตามินและเกลือแร่มี สมองตื่นตัวได้แม้ยามอดนอน อีกทั้งยังให้คุณค่าด้านพลังงาน ส่วนช่วยในการทางานของระบบประสาทและสมอง แก่ร่างกาย โดยหน้าที่ของวิตามินต่างๆ เช่น กำรนอนหลับพักผ่อนน้อย ส่งผลไม่ดีต่อสุขภำพ

-วิตามินบี 6 ช่วยป้องกันโรคทางระบบประสาทและ ผิวหนัง เสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน รับประทาน ได้จาก วอลนัท ถั่วลิสง ราข้าว จมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง แคน ตาลูป ปลา ตับ ข้าวไม่ขัดสี 4 |BLPD NEWSLETTER

เอกสารอ้างอิง

-นอนน้อย กินอะไรให้สดชื่น ต้อง 8 อาหารบารุงคนอดนอนตามนี้ จาก Livestrong Medicaldaily เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2559: http:// health.kapook.com/view130308.html - อดนอน นอนน้อย หิวบ่อย เสี่ยงสารพัดโรค เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2559: http://www.thaihealth.or.th/content/12510-อดนอน%20นอน น้อย%20หิวบ่อย%20เสี่ยงสารพัดโรค.html

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9


เปิดประตูสู่อาเซียน: Talent Mobility ปัทมำ นพรัตน์

Talent Mobility เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้นักวิจัยในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐ ในประเทศได้ไป ทางานในสถานประกอบการจริง เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยให้เป็น รูปธรรมมากขึ้น จากรายงานการส ารวจการวิ จั ย และพั ฒ นาและกิ จ กรรมนวั ต กรรมในภาคเอกชน ปี 2554 โดยส านั ก งาน คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) พบว่าบุคลากร วทน. กว่าร้อยละ 70 ปฏิบัติงานอยู่ในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐ ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนนักวิจัยในภาคเอกชน อย่างเร่งด่วน และเป็นการส่งเสริมเชื่อมโยงระหว่างภาคอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม (university-industry linkages) อย่างเป็ น รู ป ธรรม จึ งมีการดาเนิ น การ “โครงการส่ งเสริมบุค ลากรด้ านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จาก มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน ” หรือ “Talent Mobility” ขึ้น เพื่อสนับสนุนให้บุคลากร วทน. ของภาครัฐเข้าไปช่วยปฏิบัติงาน และพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ ภาคเอกชน ซึ่งจะทาให้เกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่ ทาให้เกิดนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อ ประชาชนและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สาหรับในกลุ่มประเทศอาเซียน จากการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 16 (AMMST-16) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ได้เห็นชอบ แผนปฏิบัติการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 10 ปี (2559-2568) พร้อมกับปรับโหมดการทางานเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนแผนไปสู่ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และสิ่งที่ที่ประชุมให้ ความสนใจเป็นพิเศษ คือโครงการ ASEAN Talent Mobility หรือ ATM ซึ่งเป็นการ เคลื่อนย้ายกาลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอาเซียนเพื่อสนับสนุนการวิจัยและ พัฒนาในภาคเอกชน โดยจะมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้ง จึงเป็นโอกาสสาคัญที่จะทา ให้การพัฒนา วทน. ของอาเซียนให้มีความเข้มแข็งและอยู่ได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ใน บางภูมิภาคอยู่ในภาวะวิกฤติ

เอกสำรอ้ำงอิง 1. Talent Mobility เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 : http://talentmobility.or.th 2. การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 16 เข้าถึงออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 : http://www.thaigov.go.th/index.php/en/news-ministry/2012-08-15-09-44-13/item/97168-16.html

BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9 | 5


BLPD Corner : จุดอ่อน SME ไทย สมบัติ คงวิทยา

วันก่อนได้เข้าไปอ่านเรือ่ ง จุดอ่อน SME ไทย เห็นแล้วว่า น่าจะน ามาขยายต่อหรือน ามาให้เพื่อนๆ สมาชิกได้อ่านกันซึ่ง เขียนโดยคุณวรวุฒิ อุ่นใจ โดยน าบทความนี้มาจาก http:// www.smethailandclub.com/knowledges-view.php? id=472 ดังรายละเอียดดังนี้

ขายใหม่กลายเป็นเครื่องสาอางราคาย่อมเยาใช้ทาแก้มให้ระเรื่อ เป็นอีกหนึง่ ความคิดทีน่ า่ ชมเชย ความคิดสร้างสรรค์เช่นนีท้ ี่ SME ไทยเราไม่คอ่ ยมีแต่เมือ่ ใครมีกเ็ กิดการแห่ทาธุรกิจตามกันเสียจน ล้นตลาด เช่น ร้านหมูกระทะ หรือช่วงนีก้ าลังฮิตเปิดร้านกาแฟ สดก็แห่เปิดกันจนแข่งกันเจ๊ง “ความจริงจะเปิดธุรกิจเหมือนๆ ในฐานะที่คุณวรวุฒิ อุ่นใจ มีประสบการณ์เคยเป็น กั น ก็ ไ ม่ ผิ ด นะ แต่ จ ะท าอย่ า งไรให้ เ กิ ด ความแตกต่ า งอย่ า ง วิทยากรรับเชิญให้หลายสถาบันอยู่บ้างเพื่อพัฒนา SME หรือ สร้างสรรค์และโดดเด่น นัน่ ต่างหากทีไ่ ม่ควรมองข้าม” ผู้ประกอบการไทยที่มีความต้องการพัฒนาตนเองนั้นมีความรู้ 3. กำรขำดกำรควบคุมคุณภำพ มำตรฐำนในสินค้ำและบริกำร ความเข้าใจทีจ่ ะนาพาธุรกิจให้เติบโตและแข่งขันได้ในระยะยาว ข้อนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ผ่าน 2 ข้อแรกมาได้จนขายดี และจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับธุรกิจ SME ของไทยหลาย แล้วเริ่มเติบโต แต่สุดท้ายการที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่มีมาตรฐาน ร้อยกิจการก็พอจะประมวลจุดอ่อนของ SME ไทยได้ดงั นีค้ รับ กลับทาให้ธุรกิจเหล่านี้โตไม่ออก ตัวอย่างที่เห็นกันบ่อยๆ คือ ร้านอาหารบางแห่งครับ ช่วงแรกลูกค้าไม่เยอะ ยังทาอร่อยและ 1. กำรดำเนินธุรกิจทีไ่ ม่มอี นำคต บริการได้รวดเร็วอยู่ แต่พอขายดี ก็มที างเลือกทีผ่ บู้ ริโภคต้องจา เริม่ มาก็วงแตกกันเลยนะครับกับข้อนี้ และมักจะพบเห็น ทน คือ ทาทันจากการเพิม่ พ่อครัวทีไ่ ม่มฝี มี อื เข้ามา หรือ ถ้ายังใช้ กันมากซะด้วยกับจุดอ่อนข้อนี่ ธุรกิจทีไ่ ม่มอี นาคต คือ อะไร? ... พ่อครัวคนเก่งคนเดิมก็เสริฟช้า ลูกค้าต้องรอนานจนเบือ่ บางทีก็ ก็คอื ธุรกิจทีท่ าไป ทามา ลูกค้าหรือตลาดหายไปหรือเล็กลงเรือ่ ยๆ เจอการลดปริมาณอาหารในจานลงเพือ่ หวังเพิม่ กาไรกันดือ้ ๆ สิง่ เพราะขาดการวิเคราะห์ตลาด เนื่องจากไม่ได้เริ่มธุรกิจจากสิ่งที่ เหล่านีแ้ หละครับ คือ การไม่มมี าตรฐานในสินค้าและบริการ ลอง ตลาดต้องการ และขาดการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายในตอนแรก เปรียบเทียบกับฟาสท์ฟู้ดของฝรั่งที่ขยันขยายสาขาเป็นพันเป็น ประมาณว่า เริ่มธุรกิจจากสิ่งที่เราช านาญ หรือมีความรู้ในการ หมื่นได้รวดเร็ว ก็อาจจะพบว่า เค้าสร้างมาตรฐานในสินค้าและ บริการได้อย่างคงทีถ่ งึ ขยายตัวและเติบโตได้ ผลิตเล็กน้อยเท่านัน้ เอง 2. กำรขำดควำมคิดสร้ำงสรรค์

4. กำรตัดรำคำโดยใช้รำคำทีถ่ กู กว่ำเป็นอำวุธในกำรแข่งขัน

ข้อแรกก็เหนื่อยแล้วมาเจอข้อนี้ซ้าไปอีกก็จอดไม่ต้อง แจวกันละทีนี้ ขอยกตัวอย่าง ไวน์ผลไม้นะครับ ถ้าเราเริม่ จากสิง่ ที่ เรามีความรูห้ รือความชานาญในการทาธุรกิจ เช่น กลุม่ ตลาดอาจ ดูแคบหรืออนาคตริบหรี่เหมือนข้อแรก แต่ยังไม่เป็นไร ถ้าเรามี ความรูห้ รือความคิดทีจ่ ะสร้างความต้องการนัน้ ให้เกิดขึน้ กับลูกค้า หรือตลาดให้ได้ โดยการสร้ างสรรค์ในเรื่อง Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์ให้สวย น่าสนใจ ก็จะทาให้กลุ่มเป้าหมายอยากดื่ม ขึน้ มาได้ ตัวอย่างทีน่ า่ สนใจอย่างกรณีน้ายาอุทยั ทิพย์ ทีป่ รับสูตร

เรือ่ งนี้เป็นอีกเรือ่ งทีพ่ บเห็นได้มากเช่นกันในผูป้ ระกอบ ไทย เมือ่ ขาดความคิดสร้างสรรค์และขาดการควบคุมคุณภาพเสีย แล้ ว วิธีผิ ดๆ ที่เชื่อว่า จะท าให้ ขายได้ก็คือการตัดราคา ขอ ยกตัวอย่างเดิมอีกทีนะครับ เช่น ร้านหมูกระทะ เมือ่ ไม่สามารถ หาจุดขายทีแ่ ตกต่างอย่างสร้างสรรค์ แถมยังไม่รกั ษาคุณภาพอีก คราวนีก้ ็งัดไม้ตายราคาถูกออกมาถล่มกัน จะเห็นได้ว่า เริ่มจาก ราคา 99 บาทลงมา 89 บาท ราคาขนาดนี้ คุณภาพก็ไม่ต้องพูด ถึง อ่านต่อหน้า 7

6 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9


จุดอ่อน SME ไทย (ต่อจำกหน้ำที่ 6) การพยายามขายสินค้าโดยตัดราคา ถือเป็นจุดเริ่มต้น หายนะของผูป้ ระกอบธุรกิจ เพราะเมือ่ ถูกตัดราคาแล้ว มีหรือที่ คู่แข่งจะไม่ตัดราคาลงมาสู้ แล้วเมื่อตัดราคากันไปถึงจุดๆ หนึ่ง คุณก็จะไม่มกี าไรเหลือไปปรับปรุงคุณภาพธุรกิจและหาจุดขายที่ แตกต่างได้ เมื่อเริ่มสงครามราคาขึ้นแล้ว หนีออกมาไม่ได้ ก็ เตรียมนับถอยหลังธุรกิจของตัวเองได้เลย...

นาเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการทาธุรกิจ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือ เครือ่ งจักรกลต่างๆ ก็ยงั อยูใ่ นระดับทีน่ อ้ ยมาก

ดังนั้นผมถึงได้บอกไงครับว่า ทุนที่ผู้ประกอบการไทย ขาดแคลนทีส่ ุด ไม่ใช่เงินทุน แต่เป็นทุนความรูท้ ุนความคิดครับ ถ้าคุณมีความรู้และมีความคิดสร้างสรรค์แล้วการจะหาแหล่ง เงินทุนก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอกครับ แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้ ไม่มี แล้วเราควรทาอย่างไรกับสงครามราคาดี? คาตอบ คือ ความคิดดีๆ ไปเสนอกับธนาคารเพือ่ ขอกูแ้ ล้วละก็ ยากมากครับที่ คุณต้องค้นหาจุดขาย จุดแข็งที่แตกต่างให้พบ เช่น ถ้าคิดทาหมู เค้าจะสนับสนุนเงินกูเ้ พือ่ การลงทุนให้กบั คุณ กระทะก็ตั้งราคาไปที่สูงกว่าซะเลย เช่น หัวละ 129 บาท แต่ หวังว่าทุกท่านคงได้ลองเอาประเด็นที่ผมน าเสนอมา ตกแต่งร้านให้มบี รรยากาศโดดเด่นเฉพาะทีจ่ ะหาจากร้านอืน่ ไม่ได้ วิเคราะห์เพือ่ หาจุดอ่อนของธุรกิจ ถ้าพบจุดอ่อนของตนเองไม่วา่ เช่น บรรยากาศชายทะเล หรือ แบบคันทรี คาวบอย ซึ่งเรื่องนี้ จะมากหรือน้อย ก็ไม่มีคาว่าสายเกินไปที่ทุกท่านจะทาการขจัด ต้อ งแล้ ว แต่กึ๋ น ที่ คุ ณ จะต้ อ งศึ ก ษาและพั ฒ นาให้ มี ค วามคิ ด จุดอ่อนทีม่ อี ยูใ่ ห้หมดไปนะครับ สร้างสรรค์ เพือ่ ให้หนีพน้ ไปจากสงครามราคา จากบทความข้างต้นโดยส่วนตัวผมให้นิยามกลุ่มธุรกิจ ลองนึกดูนะครับ ผูน้ าในธุรกิจไม่ใช่คนทีข่ ายถูกทีส่ ดุ นะ SME ว่า กลุ่มใกล้ม้วยมรณา เขียนเหมือนแช่งให้เขาเร่งตายวัน ครับ ยกตัวอย่างเช่น บ้าน LH สุกี้ MK หรือ ร้าน 7-11 ธุรกิจ ตายคืน การเข้าไปช่วยกลุ่มลงทุนเหล่านี้เหมือนกับว่า การให้ เหล่านีอ้ ยูเ่ หนือสงครามราคาได้เพราะมีจดุ ขาย จุดแข็งทีแ่ ตกต่าง แอมโมเนียกับคนป่วยทีก่ าลังจะเป็นลม การเข้าไปช่วยกลุม่ ลงทุน และลูกค้าหาจากทีอ่ นื่ ไม่ได้ เค้าถึงเป็นผูท้ ขี่ ายดีทสี่ ดุ และเป็นผูน้ า ประเภทนี้มันต้องช่ว ยทั้งกระบวนการ ประเมินแต่ละรายมี ครองตลาดได้ทกุ วันนี้ ศักยภาพในการดาเนินธุรกิจต่อไปได้หรือไม่ด้วยการทา check 5. กำรขำดควำมมุง่ มัน่ ในกำรพัฒนำควำมรูค้ วำมสำมำรถของ list กับรายการทีเ่ ป็นวิกฤตของกระบวนการของการดาเนินงาน ตนเอง แล้วตัง้ เกณฑ์วา่ ในแต่ละรายการประเมินนัน้ มีรายการไหนบ้างที่ ข้ อ นี้ ผ มอยากจะถื อ ว่ า เป็ น ต้ น ตอของปั ญ หาทั้ ง มวล และ เป็นข้อร้ายแรง ข้อไหนทีไ่ ม่รา้ ยแรง และรายใดทีผ่ า่ นการประเมิน ขณะเดียวกันก็เป็นทางออกของปัญหาทัง้ หมดด้วย ทุนที่ผมเชื่อ ด้วยเกณฑ์ข้อไหนเท่าไหร่อย่างมีเหตุและผลในการประเมิน ว่า ผูป้ ระกอบการ SME ไทย ขาดแคลนทีส่ ดุ ไม่ใช่เงินทุนนะครับ ประกอบ และมีการติดตามผลการประกอบการอย่างต่อเนือ่ ง จน แต่เป็นความรู้ ความคิดในการประกอบธุรกิจ ซึง่ ถ้าคุณกาลังอ่าน กลุม่ ธุรกิจนีม้ คี วามมัน่ คงแล้วจึงถอนการช่วยเหลือออกมา ซึง่ ใน บทความนีอ้ ยู่ ก็ยงั ไม่นา่ ห่วง เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้พยายามหา การประเมินและติดตามต้องทาอย่างเป็นระบบและมีเงื่อนไขใน ความรูด้ ว้ ยการอ่านบทความทีใ่ ห้ความรู้ และข้อเสนอแนะในการ ระดับต่างๆ เอาไว้ในการทางานรองรับ เหล่านีเ้ ป็นต้น ทาธุรกิจกับคุณอยู่ แต่เชือ่ ไหมครับว่า ผูป้ ระกอบการ SME ไทย ส่วนใหญ่โดยภาพรวมมีการหาความรู้และมุ่งมั่นที่จะพัฒนา ตนเองน้อยมากครับ ทาให้ทนุ ในการประกอบธุรกิจ คือ ความรูใ้ น เรื่องของการบริหารจัดการ ความรู้ด้านบัญชี หรือความรู้ที่จะ BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9 | 7


แนะนาหลักสูตร : การออกแบบห้องปฏิบัติการเคมีเพื่อความปลอดภัย ปัญญา คาพยา

ห้องปฏิบัติการเคมีประกอบด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือหลากหลายชนิด เช่น ตู้ดูดไอสารเคมี ปล่องระบายอากาศ อุปกรณ์ควบคุมความชื้น/อุณหภูมิ และเครื่องมืออื่นๆ ที่มีความซับซ้อนในการจัดวาง การติดตั้งและการบารุงรักษา ดังนั้น การ ออกแบบห้องปฏิบัติการเคมีที่เหมาะสมจึงเป็น สิ่งที่สาคัญ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการ ปฏิบัติงานของบุคลากรในห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ การออกแบบห้องปฏิบัติการที่ดียังช่วยประหยัดการใช้พลังงาน เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภายในห้องปฏิบัติการอีกด้วย ซึ่งหากไม่สามารถสร้างห้องปฏิบัติการใหม่ ได้ ก็สามารถหาวิธีการปรับปรุงห้องปฏิบัติการเคมีให้มีความปลอดภัยได้ พศ. ได้ เ ล็ ง เห็ น ความส าคั ญ ของการออกแบบห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารที่ ดี จึ ง จั ด ฝึ ก อบรมหลั ก สู ต ร “กำรออกแบบ ห้องปฏิบัติกำรเคมีเพื่อควำมปลอดภัย ” ในระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ ซึ่งมีทั้งการบรรยายและฝึกปฏิบัติการ ทั้งกรณีศึกษาและการประเมิน ผลห้องปฏิบัติการด้านความปลอดภัย โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออบแบบและการ ปรับปรุงห้องปฏิบัติเคมีเพื่อความปลอดภัย หัวข้อฝึกอบรมประกอบด้วย  สิ่งจาเป็นสาหรับห้องปฏิบัติการเคมีที่ปลอดภัยและประหยัดพลังงาน  หลักการการออกแบบห้องปฏิบัติการเคมี  มาตรฐานห้องปฏิบัติการเคมี  แนวทางการปรับปรุงห้องปฏิบัติการเคมีเพื่อความปลอดภัย  ห้องปฏิบัติการเคมีสีเขียว  กรณีศึกษา : การออกแบบห้องปฏิบัติการเคมีเพื่อความปลอดภัย  ปฏิบัติการ : การประเมินผลห้องปฏิบัติการด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการที่ใช้สารเคมี อาทิ - หลักสูตร “กำรจำแนกประเภทและกำรติดฉลำกสำรเคมีที่เป็นระบบสำกล” อบรมวันที่ 1-2 มีนาคม 2559 - หลักสูตร “กำรประเมินภำยในเพื่อควำมปลอดภัยของห้องปฏิบัติกำรที่ใช้สำรเคมี” อบรมวันที่ 16-17 มีนาคม 2559 - หลักสูตร “มำตรฐำนอุปกรณ์คุ้มครองควำมปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) และกำรบริหำรจัดกำร PPE อย่ำงมี ประสิทธิภำพ” อบรมวันที่ 31 มีนาคม 2559 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนฝึกอบรมได้ที่เว็บไซต์ http://blpd.dss.go.th

8 |BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9


Q&A : น้าแข็งกับเชื้อจุลินทรีย์ สุชารัตน์ เกาะแก้ง

ที่มำของภำพ: acnefacial.blogspot.com

ถำม : เชื้อจุลินทรีย์อะไรบ้ำงที่ปนเปื้อนมำกับน้ำแข็ง ตอบ : จากการสุ่มตรวจการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในอาหารของสานักอนามัย กรุงเทพมหานคร ระหว่างปี 2555–2557 พบว่า มีน้าแข็งบริโภคมีการปนเปื้อนจุลินทรีย์มากกว่า 64.5 % ซึ่งสอดคล้องกับการสารวจของสานักคณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) ที่ระบุว่า ทั้งน้าแข็งซองและน้าแข็งหลอด มักมีการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ เช่น โคลีฟอร์ม ( coliform) ซึ่ง เป็นจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมาจากสิ่งปฏิกูล โดยส่วนใหญ่จะปนเปื้อนจากผู้ปฏิบัติงานที่สัมผัสกับน้าแข็งโดยตรง หรือบางครั้งก็ ปนเปื้อนมาจากการขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน (ข้อมูลจาก : http://www.สุขภาพน่ารู้.com) ถำม : แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม (coliform) ที่ปนเปื้อนในน้ำแข็งมีชื่อเรียกอะไรบ้ำงและเป็นสำเหตุของโรคอะไร ตอบ : โคลิฟอร์มแบคทีเรีย เป็นแบคทีเรียชี้แนะ (Bacteriological indicator) ซึ่งถ้าตรวจพบในน้า ก็แสดงว่าน้านั้นน่าจะไม่ ปลอดภัย คืออาจมีเชื้อโรคอยู่ในน้าหรือในน้าแข็งนั้น โคลิฟอร์มแบ่งตามแหล่งที่มา โดยจะแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ 1 ฟีคัลโคลิฟอร์ม (Fecal coliform) อาศัยอยู่ในลาไส้ของ คนและสัตว์เลือดอุ่น ถูกขับถ่ายออกมากับอุจจาระ เมื่อ เกิดการระบาดของโรคระบบทางเดินอาหาร จะพบ แบคทีเรียชี้แนะชนิดนี้ เช่น Escherichia coli Escherichia coli- Gram Stain ที่มำของภำพ: answersingenesis.org 2. นันฟีคัลโคลิฟอร์ม (Non-fecal coliform) อาศัยอยู่ใน ดินและพืช มีอันตรายน้อยกว่าพวกแรก ใช้เป็นแบคทีเรีย ชี้แนะถึงความไม่สะอาดของน้าได้ เช่น Enterobacter aerogenes

Enterobacter aerogenes - Gram Stain ที่มาของภาพ: www.napavalley.edu

ซึ่งเชื้อเหล่านี้เป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษทาให้ผู้บริโภคมีอาการท้องร่วง ท้องเสีย อาเจียน เป็นไข้ ปวดศีรษะ หรืออาจเสียชีวิตได้ (ข้อมูลจาก: http://www.thairath.co.th/content/edu/216806) BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9 | 9


Science Update: โปรตีน FGF9 ในสมองกับโรคซึมเศร้า ปวีณา เครือนิล

โรคซึมเศร้ำ หรือ Depression เป็นโรคที่พบบ่อยมากขึ้นในประเทศไทย ข่าวการพยายามฆ่าตัวตาย หรือข่าวการฆ่า ตัวตายของดาราหรือนักร้องชื่อดัง ทาให้โรคซึมเศร้าเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น สื่อหรือกระแสโลกโซเชียวเนตเวิร์กอาจตัดสินว่า การ ฆ่าตัวตาย หรือการกระทาต่างๆ ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเป็นการกระทาที่ไม่ถูกต้อง ที่ตรงกันข้ามกับหลักทางพุทธศาสนาว่า การ ฆ่าตัวตายเป็นบาป บวกกับการมองการกระทาดังกล่าวว่าเป็นการกระทาที่โง่เขลา ไร้สติ ขาดเหตุและผล หรือบ้า ซึ่งทาให้การ กระทาของผู้ป่วยนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางลบ โดยขาดซึ่งความตระหนักรู้ว่า การป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้นเป็นอาการที่เกิด จากความผิดปกติของการเชื่อมต่อของเซลล์และสารต่างๆ ในสมองที่ทาให้ “ผู้ป่วย” แสดงอาการหรือการกระทาที่แตกต่าง จาก “คนที่ไม่ป่วย” ในสังคม ความเป็นจริงแล้ว โรคซึมเศร้า จัดเป็น “โรค” และเป็นอาการ “ป่วย” ที่ทุกข์ทรมานของมนุษย์ การวิจัยที่เกี่ยวข้อง กับสาเหตุของการเกิดโรคซึมเศร้าด้วยวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่และการพัฒนายารักษายังคงดาเนินอย่างต่อเนื่องจนถึง ปัจจุบัน ผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Proceeding of the National Academy of Science of the United States of America เดื อ นสิ ง หาคมปี 2015 จากคณะวิ จั ย ของ University of Michigan – Ann Arbor ค้ น พบว่ า ปริมาณของโปรตี น fibroblast growth factor 9 หรือ FGF9 ในสมองของผู้ ป่วยโรคซึมเศร้ามีปริมาณ 32% มากกว่า ปริมาณโปรตีนดังกล่าวของผู้ที่ไม่มีอาการของโรค นอกจากนี้ การทดลองเพิ่มปริมาณโปรตีน FGF9 ด้วยการฉีดใส่สมองหนู ทดลองพบการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมที่แสดงถึงอาการซึมเศร้า มีการเคลื่อนไหวร่างกายลดน้อยลง และแสดงอาการวิตก กังวล หรือ anxiety นอกจากนี้เมื่อหนูทดลองถูกจาลองสถานการณ์แบบซ้าๆ ให้เกิดความเครียดในการอยู่ร่วมในสังคม พบว่า ระดับโปรตีน FGF9 ในสมองของหนูมีระดับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทาให้หนูมีพฤติกรรมที่แยกตัวออกจากการอยู่ร่วมกันในสังคม และ แสดงการเปลี่ยนแปลงในการบริโภคอาหาร ทาให้มีน้าหนักที่มากหรือน้อยเกินไปที่เป็นผลต่อสุขภาพ การทดลองฉีดไวรัสเพื่อ หยุดยั้งการผลิตโปรตีน FGF9 ในสมองของหนูทดลองพบว่า ทาให้พฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับความวิตกกังวลลดน้อยลง การค้นพบใหม่นี้ซึ่งแสดงหลักฐานทางวิชาการว่า การป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเป็น “กำรป่วยทำงกำย” ซึ่งต่างจากความ เข้าใจเดิมๆ ว่า โรคซึมเศร้าเป็น “กำรป่วยทำงจิต” หรือการอ่อนแอทางจิตใจ การหยุดยั้งการผลิตโปรตีน FGF9 สามารถใช้ เป็นเป้าหมายของในการรักษาด้วยยาต้านเศร้าชนิดใหม่ที่มีผลข้างเคียง หรือ side effects ที่น้อยกว่า และมีประสิทธิภาพที่ดี ยิ่งขึ้น ความก้าวหน้าทางการศึกษาครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวสาคัญที่ช่วยให้เข้าใจการพัฒนายารักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีจานวน มากขึ้นในปัจจุบัน เอกสำรอ้ำ งอิง [1] Fibroblast growth factor 9 is a novel modulator of negative affect [Online] 2015 [cited 19 Jan 2016] Available from the internet: http://www.pnas.org/content/112/38/11953.abstract [2] A new factor in depression? Brain protein discovery could lead to better treatments [Online] 2015

[cited 19 Jan 2016] Available from the internet: http://www.uofmhealth.org/news/archive/201509/newfactor-depression-brain-protein-discovery-could-lead BLPD NEWSLETTER

ปี ที่ 8 ฉ บั บ ที่ 8 5 เ ดื อ น ม ก ร ำ ค ม 2 5 5 9 | 1 0


สานักพัฒนาศักยภาพ นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ อาคารสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ 75/7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 Phone: 0 2201 7425

ที่ปรึกษำ ดร. จันทร์เพ็ญ เมฆำอภิรักษ์ บรรณำธิกำร นำงสำวปัทมำ นพรัตน์ กองบรรณำธิกำร นำงชุติมำ วิไลพันธ์ นำงอำรีย์ คชฤทธิ์

Fax: 0 2201 7429 E-mail: blpd@dss.go.th

http://blpd.dss.go.th : http://www.e-learning.dss.go.th

โปรดส่งข้อคิดเห็น คำแนะนำหรือคำถำมที่ blpd@dss.go.th โทร. 02-2017425 โทรสำร 02-2017429 หำกต้องกำรยกเลิกกำรรับข่ำวสำร กรุณำแจ้งที่ blpd@dss.go.th ข้อมูลเพิ่มเติม http://blpd.dss.go.th/

Blpd Newsletter Volume 85  

Blpd Newsletter Volume 85,January 2016 l by Bureau of Laboratory Personnel Development , Department of Science Service