Issuu on Google+

1

จิตวิทยาในศตวรรษที่ 211 เจย์ ซี. บราวน์2 เขียน สมภพ แจ่มจันทร์3 แปล เมื่อสหัสวรรษเก่าปิดฉากลง จิตวิทยามีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดจากการให้ความสนใจพฤติกรรม ไปสู่การให้ความสนใจการรู้คิด (Goodwin, 2004) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากการเชื่อในความรู้ที่ได้ จากข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างเข้มงวด ไปสู่การยอมรับกระบวนการคิดว่าสามารถเป็นแหล่งที่มาของความรู้ ในทศวรรษแรกของสหัสวรรษใหม่ จิตวิทยาได้เผยโฉมหน้าใหม่ออกมา (หรืออาจเป็นการย้อนกลับ ไปยังจุดที่จิตวิทยาเคยจากมาก็เป็นได้) ศาสตร์จิตวิทยา (หรือที่จริง คงจะทุกศาสตร์) ได้หลอมรวมเอามิติ ทางจิตวิญญาณเข้า มาเป็นส่วนหนึ่งของตนเอง และยอมรับความศรัทธาว่าเป็นแหล่งที่มาโดยชอบของ ความรู้อีกครั้ง คาว่า การหยั่งรู้ และ ความศรัทธา ที่ปรากฏขึ้นบนพื้นที่ของสื่อ จานวนมาก (เช่น หนังสือขายดี ของมัลคอล์ม แกลดเวลล์4 เรื่อ ง Blink ที่เป็นเครื่อ งพิสูจน์ความนิยมในการคิดแบบหยั่งรู้ ) ย้าเตือนเรา เกี่ ย วกั บ การยอมรั บ ความรู้ ที่ ไ ม่ใ ช่ ข้อ มู ล เชิ ง ประจั กษ์ ความก้า วหน้ า ด้ านเทคโนโลยี สารสนเทศ เช่ น อินเตอร์เน็ต และเครือข่ายข่าว 24 ชั่วโมง ช่วยให้จิตวิทยาทุกๆ รูปแบบสามารถเข้าถึงทุกคนได้ ความเป็นโลกาภิวัฒน์ที่เพิ่มขึ้นของจิตวิทยาสะท้อนให้เห็นในคู่มือทางสถิติและการวินิจฉัยความ ผิดปกติทางจิต5 ฉบับใหม่ล่าสุด ที่ระบุว่าผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตควรตระหนักถึงประเด็นทางวัฒนธรรม ในการวินิจฉัยและรักษาอาการเจ็บป่วยทางจิต ตอนท้ายของบทก่อนหน้านี้ 6 กู๊ดวินได้นาเสนอหัวข้อย่อยที่ชื่อ ปลายศตวรรษที่ 20 และนาเสนอ แนวโน้ม ของจิตวิทยา 4 ด้านที่จะเกิดขึ้นในศตวรรษใหม่ ได้แก่ ด้านวิทยาศาสตร์ทางสมองและระบบ 1

แปลจาก Chapter 3 Psychology into 21st Century ของหนังสือ 21st Century Psychology: A Reference Handbook บรรณาธิการ

โดย Stephen F. Davis และ William Buskist เชิงอรรถโดยผูแ้ ปล 2

Jay C. Brown ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจามหาวิทยาลัยเท็กซัส เวสลียาน

3

นักจิตวิทยาประจากลุ่มรู้จักใจ (Knowing Mind Group)

4

Malcolm Gladwell นักเขียนชาวแคนาดา หนังสือของเขาที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้วคือ Outliers (2008) หรือ สัมฤทธิ์พิศวง

5

Diagnostic and Statistic Manual หรือ DSM คือคู่มือการวินจิ ฉัยความผิดปกติทางจิตที่พฒ ั นาขึ้นโดยสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน คู่มือ

ฉบับแรกคือ DSM-I เผยแพร่ในปี 1952 ฉบับทีใ่ ช้อยู่ในปัจจุบนั คือ DSM-IV-TR และอยูร่ ะหว่างการพัฒนา DSM-V 6

Chapter 2 Psychology in the 20th Century โดย C. Jame Goodwin จากหนังสือเล่มเดียวกัน


2

ประสาท ด้านวิวัฒนาการ ด้านคอมพิวเตอร์ และด้านการแบ่งสาขาแยกย่อย ในบทนี้จะกล่าวถึงแนวโน้ม 4 ด้านนี้ และสรุปด้วยการอภิปรายถึงอนาคตของจิตวิทยาโดยให้ความสนใจกับการประยุกต์ใช้จิตวิทยาใน โลกปัจจุบัน แนวโน้มของจิตวิทยา  วิทยาศาสตร์ทางสมองและระบบประสาท สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน7 ระบุว่าทศวรรษ 1990 คือทศวรรษแห่งสมอง มีลักษณะสาคัญคือ การ เพิ่มขึ้นของงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางสมองและระบบประสาท ตัวอย่างเช่น มีนักวิจัยค้นพบว่ายีนของ มนุษย์เกินกว่าครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับการทางานของสมองและยีนเหล่านี้มีผลต่อพฤติกรรมจานวนมากของ มนุษย์ เป็นต้น ในอดีตที่ผ่านมานั้น เทคนิคของวิทยาศาสตร์ทางสมองและระบบประสาทแบบดั้งเดิม (เช่น เทคนิค ablation) สามารถบ่งชี้ถึงพื้นที่เฉพาะของสมองที่ควบคุมพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์ แต่ความก้าวหน้าที่ สาคัญในปัจจุบันของเทคนิคด้านนี้ คือการที่สามารถสแกนสมองของผู้เข้ารับการทดลองในขณะที่กาลัง แสดงพฤติกรรมที่ซับซ้อนได้ เทคนิคนี้แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ของสมองที่ควบคุมการแสดงพฤติกรรมอย่ าง ถูกต้องและแม่นยามากยิ่งขึ้น ในช่วงจุดเปลี่ยนของศตวรรษ แนวความคิดอันหลากหลายที่เกิดจากทศวรรษแห่งพฤติกรรม (เช่น สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน) ได้นาพาสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์เข้าสู่ วิทยาศาสตร์กระแสหลัก (ซึ่งก็ คือวิทยาศาสตร์ทางสมองและระบบประสาท) ความคิดนี้เกิดขึ้นจากสมมติฐานที่ว่า ความเข้าใจเกี่ยวกับ สมองเป็ นสิ่ ง สาคั ญ การท างานของสมองคือ พฤติ ก รรมของมนุษ ย์ ที่จ ริ งแท้ ที่สุ ด ซึ่ง เป็น รากฐานของ ความสาเร็จ รวมถึงเป็นที่มาของปัญหาและทางออกของปัญหา นอกจากนี้ เมื่อมาพิจารณาที่บรรยากาศของแวดวงวิชาการ ก็มีความเข้าใจในความสาคัญของ งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางสมองและระบบประสาทเพิ่มมากขึ้น ทั้งในทางส่วนตัวและในบทความที่ เกี่ยวข้องกับการทางานของสมอง ซึ่ง ปรากฏบ่อยครั้งทั้งในนิตยสารและในข่าว มีน้อยครั้งมากที่ในแต่ละ สัป ดาห์ จ ะไม่ มี การรายงานความก้า วหน้า ใหม่ ๆ ของวิท ยาศาสตร์ ท างสมองและระบบประสาทจาก เครือข่ายข่าวต่างๆ

7

American Psychological Association หรือ APA คือสมาคมด้านจิตวิทยาทีใ่ หญ่ทสี่ ุดของอเมริกาและของโลก ก่อตั้งเมื่อปี 1893

ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 150,000 คน


3

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี โครงการที่ชื่อ อัลเลน เบรน แอทลาส 8 (2006) ซึ่งได้รับทุนทั้งหมดจากการ บริ จาคส่ว นตัว ของพอล อัล เลน 9 โครงการนี้ เกิ ด ขึ้น จากการที่ ประชาชนตระหนัก ถึ งความจ าเป็ นของ แหล่งข้อมูลที่กว้างขวางและครอบคลุม ซึ่งช่วยให้นักวิจัยสามารถเปรียบเทียบแบบแผนทางพันธุกรรมได้ โครงการนี้สร้างขึ้นเพื่อให้บริการแบบไม่มีค่าใช้จ่ายสาหรับทุกคน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันซึ่งใกล้เคียงกับแนวคิดที่มุ่งควบคุมความเป็นอยู่ของคนใน สังคมที่ยอร์จ ออร์เวล10 นาเสนอไว้ คือการที่การสแกนสมองแบบเอ็มอาร์ไอ11 สามารถทานายลักษณะทาง จิตใจบางอย่างได้ เช่น สมองของเด็กที่มีสติปัญญาสูงได้พัฒนารูปแบบเฉพาะบางอย่างขึ้น รูปแบบที่ ค่อนข้างจะซับซ้อนนี้มีความแตกต่างจากเด็กที่มีสติปัญญาเฉลี่ยในเกณฑ์ปกติ (Haier et al., 1995; Shaw et al., 2006) เนื่องจากรู ปแบบของสมองที่แตกต่า งกันนี้ ในทางทฤษฎีแล้ว ก็เป็นไปได้ที่จะทานาย สติปัญญาของเด็กที่ยังไม่เกิดได้ หลายปีมานี้ มีรายงานเกี่ยวกับความแตกต่างทางสมองที่มีผลต่อบุคลิกภาพ อารมณ์ พฤติกรรม อปกติ และกระบวนการด้านการรู้คิดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมั่นว่า จะสามารถตรวจพบสิ่งเหล่านี้ได้ ในระยะเวลาอันสั้น แต่สิ่งที่สาคัญก็คือ ควรจะมีการอภิปรายกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับจริยธรรมในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความเป็นไปได้ที่จะทานายเหตุการณ์ล่วงหน้า หากเราสามารถรู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับบุคคล เหตุใดเราจึงจะปล่อ ย แหล่งข้อ มูลอัน ล้าค่าเหล่านี้ เอาไว้ กับผู้ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมัน เช่นเดียวกัน หากเราสามารถ ประเมินความเป็นไปได้ที่จะก่อความรุนแรงของบุคคลโดยการสแกนสมองได้ คาถามก็คือ สังคมควรจะ ป้ อ งกั น ความเป็ น ไปได้ ที่ จ ะก่ อ ความรุ น แรงที่ ยั ง ไม่ ไ ด้ เ กิ ด ขึ้ น หรื อ ไม่ คงไม่ น่ า ประหลาดใจนั ก หาก อาชญากรรมจะสามารถถูกทานายได้ก่อนเกิดขึ้นจริง และควบคุมตัวอาชญากรเอาไว้จากอาชญากรรมที่ พวกเขายังไม่ได้ก่อ ดังเช่นฉากหนึ่งของภาพยนตร์ดังเรื่องไมเนอริตี้ รีพอร์ต12

8

Allen Brain Atlas ก่อตั้งขึ้นในปี 2003 ด้วยเงินบริจาคจานวน 100 ล้านดอลลาร์ของพอล อัลเลน และเริ่มต้นเผยแพร่ผลงานออกสู่

สาธารณะในเดือนปี 2006 9

Paul Allen นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ร่วมกับ Bill Gate

10

George Orwell นามปากกาของ Eric Arther Blair นักเขียนชาวอังกฤษ ผลงานอันโด่งดังของเขาคือนิยายเสียดสีการเมืองเรื่อง Animal Farm และนิยายที่สะท้อนภาพสังคมเผด็จการในอนาคตเรื่อง 1984 11

MRI หรือ Magnatic Resonance Imaging คือการใช้คลื่นสนามแม่เหล็กความเข้มสูงและคลื่นความถีใ่ นย่านวิทยุในการสร้าง

ภาพเสมือนจริง ใช้ในการตรวจสมองและอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย 12

Minority Report (2002) กากับโดย Stephen Spielberg นาแสดงโดย Tom Cruise


4

ท้า ยที่ สุด แล้ว วิ ท ยาศาสตร์ ทางสมองและระบบประสาทอาจจะเป็ น เส้ นทางสายส าคั ญ ที่ น า จิตวิทยาสู่ความก้าวหน้าอย่างสมบูรณ์เหนือขอบเขตของสังคมศาสตร์ ซึ่งการทานายเป็นเพียงความน่าจะ เป็น ไปสู่ ขอบเขตของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ซึ่งการทานายมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวั น ข้างหน้าวิทยาศาสตร์ทางสมองและระบบประสาทอาจจะช่วยให้เราทานายพฤติก รรมเฉพาะของบุคคลใด บุคคลหนึ่งได้ด้วย นอกเหนือจากการทานายพฤติกรรมของบุคคลทั่วๆ ไป  วิวัฒนาการ ทฤษฎีวิวัฒนาการถูกบรรจุเข้าสู่ประวัติศาสตร์ของจิตวิทยานับตั้งแต่ทฤษฎีนี้ถือกาเนิดขึ้น แนวคิด โครงสร้างนิยม13 ซึ่งตั้งคาถามเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์ในแง่ ที่ว่าอะไร เหตุใด และ อย่างไร ถูกแทนที่ด้วย นักคิดของแนวคิดหน้าที่นิยม14 ผู้ซึ่งใช้แนวคิดของทฤษฎีวิวัฒนาการ ตั้งคาถามเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์ ใน แง่ที่ว่าสาหรับอะไร (Hergenhahn, 2005) ในทศวรรษ 1960 จิตวิทยาชีวภาพ15 (ปัจจุบันเรียกว่า จิตวิทยาวิวัฒนาการ) ได้เปลี่ยนแนวคิด พื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังทฤษฎีวิวัฒนาการ จากแนวคิดที่ว่าผู้ที่แข็งแกร่งคือผู้ที่อยู่รอด (หมายถึงลักษณะนิสัย ที่ช่วยให้บุคคลมีชีวิตรอดและดารงเผ่าพันธุ์อยู่ได้) แทนที่ด้วยการเผยแพร่ข้อ มูลเกี่ยวกับพันธุ กรรมของ มนุษย์ (ซึ่งดาเนินการโดยการให้ความมั่นใจว่าผู้ที่มีพันธุกรรมเดียวกันจะอยู่รอดและสืบเผ่าพันธุ์) การ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้เป็นความพยายามที่จะอธิบายพฤติกรรมช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นของคนเรา เรื่อ งจากปกของนิตยสารไทม์ฉบับหนึ่ง ได้ตั้งคาถามว่า อะไรทาให้เราแตกต่างกัน? และระบุถึง คุณลักษณะที่แยกเราออกจากสัตว์ประเภทอื่น เช่น ชิมแพนซี (Lemonick & Dorfman, 2006) โครงการ จีโนมมนุษย์ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1986 ในขั้นต้นนั้นสามารถนับจีโนมมนุษย์ได้เพียง 30,000 ยีนจากจีโนม ทั้งหมดของมนุษย์ ในจานวน 30,000 ยีนนี้ มนุษย์มียีนร่วมกับชิมแพนซี ซึ่งเป็นบรรพบุรุษที่ใกล้ที่สุดของ เรา มากถึง 99 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับงานเขี ยนชิ้นนี้ การนับจีโนมของมนุษย์นีแอนเดอทัล ก็กาลังอยู่ ระหว่างดาเนินการ และคาดหมายว่าเราจะมียีนร่วมกันกับมนุษย์นีแอนเดอทัลมากกว่าชิมแพนซี ความ เข้าใจจีโนมของมนุษย์ทั้งหมดนี้อาจเผยให้เห็นถึงความรู้สาคัญในเรื่องความผิดปกติทางพฤติกรรม ทางจิต และทางกาย 13

Structuralism คือแนวคิดทีส่ นใจเกี่ยวกับโครงสร้างของจิตใจ แนวคิดนี้ให้ความสาคัญกับองค์ประกอบต่างๆ ที่ประกอบรวมกันเป็น

กระบวนการที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ เช่น การคิด การตัดสินใจ เป็นต้น 14

Functionalism คือแนวคิดทีส่ นใจเกี่ยวกับการทางานของจิตใจ ได้รับอิทธิพลจากทฤษฎีวิวฒ ั นาการของ Charles Darwin แนวคิดนี้

เชื่อว่ากระบวนการหรือการทาหน้าที่ต่างๆ ของจิตใจเป็นไปเพือ่ จุดมุ่งหมายบางอย่างทีส่ าคัญสาหรับมนุษย์ 15

Biopsychology ปัจจุบันคือ Evolutionary Psychology คือจิตวิทยาสาขาหนึ่งที่ให้ความสนใจกระบวนการทางจิตใจของมนุษย์ใน

แง่มุมของทฤษฎีววิ ัฒนาการ


5

การประยุกต์ใช้ความรู้ด้านนี้ในยุคแรกเริ่ม คือการคัดกรองเพื่อหาแนวโน้มของโรค เช่น โรคมะเร็ง เต้านม เป็นต้น การทานายเช่นนี้ได้สร้างข้อถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นทางจริยธรรมซึ่งกาลังเกิดขึ้นในวงการ แพทย์ในยุคปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น หากการทดสอบพันธุกรรมของผู้หญิงแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการเป็น มะเร็งเต้านม เธอควรจะผ่าตัดใหญ่เพื่อเอามะเร็ง ออกเพียงเพื่อความปลอดภัยหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น หาก การทดสอบพันธุกรรมแสดงให้เห็นแนวโน้มของความเจ็บป่วยใดๆ (เช่น ความผิดปกติทางสติปัญญา) ของ ทารกที่อยู่ในครรภ์ ทารกผู้นั้นควรได้รับโอกาสมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่  คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์มีอิทธิพลต่อวิธีคิดของคนเรา ต่อ การศึกษาเกี่ยวกับจิตใจ และต่อ กระบวนการทาง จิตใจ นับจากทศวรรษ 1960 ที่ให้ความสนใจวิธีการประมวลผลข้อมูลของความทรงจา มาสู่ทศวรรษ 1980 กับการเกิดขึ้นของแบบจาลองทางภาษาของนักคิดของแนวคิดเชื่อมโยงนิยม16 และเข้าสู่ยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็น ยุคแห่งสมองกลประดิษฐ์ และข่ายงานทางประสาท17 อย่างไรก็ตาม นักวิจัยด้านนี้เห็นตรงกันว่า เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ซึ่งพัฒนาไปอย่าง รวดเร็ว ยังมีความสามารถที่จากัดในการเลียนแบบสมองของมนุษย์ เนื่องจากข้อจากัดในการประมวลผล ดังคากล่าวของโดนัลด์ ฮอฟฟ์แมน 18 (1998) ที่ว่า “คุณอาจจะซื้อ เครื่อ งเล่นหมากรุกที่ มีความสามารถ เหนือกว่าเซียนหมากรุกได้ แต่คุณไม่สามารถซื้อเครื่องผลิตจินตนาการที่มีจินตนาการเหนือกว่าเด็กวัยหัด เดินได้” คอมพิวเตอร์ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของจิตวิทยาไปจากเดิม จากการเข้ามามีบทบาทในการวิจัย ตัวอย่า งเช่น การนาเสนอข้ อ คาถามของแบบทดสอบโดยคอมพิว เตอร์ ช่ วยให้ก ารทดสอบมีความเป็ น มาตรฐานมากขึ้นและควบคุมการวิจัยได้ดีขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา นอกจากนี้โปรแกรมซอฟท์แวร์ทางสถิติ ช่วยให้นักวิจัยค้นพบความสัมพันธ์ทางสถิติอันซับซ้อนที่พวกเขาอาจจะละเลยไป  การแบ่งสาขาแยกย่อย ยุคของนักวิทยาศาสตร์ผู้รู้รอบแห่งศตวรรษที่ 19 ผ่านพ้นไปไกลแล้ว แนวโน้มของศตวรรษที่ผ่าน มา (ศตวรรษที่ 20) คือการที่จิตวิทยามีการแบ่งสาขาแยกย่อยมากขึ้น (แบ่งความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน) และดูเหมือนจะยังดาเนินต่อไปเช่นนั้นต่อไปในอนาคต ปัจจุบันสมาคมจิตวิทยาอเมริกันประกอบด้วย 54 แผนก ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะต้องดาเนินไปในลักษณะนี้ 16

Connectionism คือแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับความรู้ในด้านสมองกลประดิษฐ์ จิตวิทยาการรู้คิด วิทยาศาสตร์ด้านการรู้คิด แนวคิดนี้เชื่อ

ว่าปรากฏการณ์ทางจิตใจสามารถอธิบายได้ด้วยเครือข่ายย่อยๆ ที่เชื่อมโยงกันของเซลล์ประสาท 17

Neural network คือแบบจาลองทางคณิตศาสตร์ทจี่ าลองการทางานของเครือข่ายประสาทในสมองของมนุษย์

18

Donald D. Hoffman ศาสตราจารย์ประจามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย


6

ความเชี่ ยวชาญแต่ละสาขาเป็นเพี ยงส่วนเล็กๆ ของจิตวิทยา เราพบว่านักวิ จัยสาขาหนึ่งของ จิตวิทยาอาจจะอยู่ในสมาคมของผู้เชี่ยวชาญ เช่น สมาคมวิจัยด้านพัฒนาการเด็ก19 ที่ใช้คาศัพท์เฉพาะ กลุ่ม ซึ่งนักวิจัยสาขาอื่นของจิตวิทยาไม่สามารถเข้าใจได้เลย นักวิจัยในสาขาหนึ่งสามารถติดตามเพียง ความก้าวหน้าในโลกวิจัยเฉพาะสาขาของพวกเขาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมนุษย์นั้นมีความซับซ้อ นอย่างยิ่ง จึงเป็นไปได้ยากที่จะทาความเข้าใจ สาขาหนึ่งของจิตวิทยาโดยแยกออกมาจากสาขาอื่นๆ การร่วมมือ กันข้ามสาขาวิชาก็กาลังเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ (โดยเฉพาะจิตวิทยากับชีววิทยาและวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์) เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ นักจิตวิทยาที่ทางานด้านวิช าการไม่จาเป็นต้องเป็นนักจิตวิทยาจริงๆ อีก ต่อ ไป ชั้นหนัง สือ หมวดจิ ตวิ ทยาเต็ มไปด้ว ยหนัง สือ ที่ เขี ยนโดยนัก มานุษยว���ท ยา นัก ภาษาศาสตร์ นั ก เศรษฐศาสตร์ นักโบราณคดี เป็นต้น จนมีผู้กล่าวว่าบางที บี.เอฟ. สกินเนอร์20 อาจเป็นตัวแทนที่โดดเด่น อย่างสมบูรณ์แบบคนสุดท้ายของวงการจิตวิทยาก็เป็นได้  อนาคต จิตวิทยาก็เป็นเช่นเดียวกับศาสตร์อื่นๆ ที่ในท้ายที่สุดต้องผลิตความรู้ที่มีคุณค่า ซึ่งเป็นความรู้ที่ให้ ประโยชน์แก่ทุกสังคม คุณประโยชน์ของจิตวิทยาและการยอมรับจากสาธารณะชนกาลังเพิ่มขึ้น เราเห็นได้ จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการผสมผสานการวิจัยและแนวคิ ดทางจิตวิทยาเข้าสู่กระแสหลักของชีวิตใน ศตวรรษที่ 21 จิตวิทยาถูกนาไปประยุกต์ใช้ในเกือบทุกแง่มุมในชีวิต ประจาวันของพวกเรา ซึ่ง คนทั่วไป เข้าใจเพียงเล็กน้อยว่าสิ่งเหล่านี้คือจิตวิทยา หนึ่งในการผสมผสานงานวิจัยทางจิตวิทยาเข้ากับชีวิตประจาวันอย่างชาญฉลาด ซึ่งคงจะทาให้ บี. เอฟ.สกินเนอร์ ภาคภูมิใจอย่างยิ่งก็คือสินค้าที่ชื่อ Throne of Their Own ของบริษัทฟิชเชอร์-ไพรซ์ มันคือ เก้าอี้ฝึกขับถ่ายที่ใช้ดนตรีในการส่งเสริมการขับถ่ายให้สาเร็จ นอกจากนี้ นิตยสารนิวส์วีค ฉบับ หนึ่งได้ ตีพิมพ์บทความที่ชื่อ วิธีอ่านใบหน้า ซึ่งกล่าวถึงการเกิดขึ้นของสาขาใหม่ที่ชื่อ วิทยาศาสตร์ทางสมองและ ระบบประสาททางสังคม (social neuroscience) (Underwood, 2006) บางทีส่วนที่น่าสนใจที่สุดของ บทความก็ คื อ การที่ ไ ม่ มี ค าว่ า จิ ต วิ ท ยาปรากฏขึ้ น ในบทความแม้ แ ต่ ค รั้ ง เดี ย ว! ดู เ หมื อ นว่ า จะเป็ น ความสาเร็จอย่างยิ่งของจิตวิทยาที่สามารถทาให้ตัวมันเองในฐานะที่เป็นศาสตร์ที่แยกตัวออกมาสิ้นสุดลง

19

Society for Research in Child Development

20

B.F.Skinner นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงมากทีส่ ุด เจ้าของแนวคิดการวางเงื่อนไขแบบเสริมแรง (operant conditioning)


7

และเข้าไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความคิดกระแสหลักของสังคม ดังที่ยอร์จ มิลเลอร์21 อดีตประธานสมาคม จิตวิทยาอเมริกันเคยกล่าวไว้ว่าเรายกจิตวิทยาให้ไปแล้ว ในส่วนต่อไปของบทความ เราจะแสดงให้เห็นถึงแง่มุมที่จิตวิทยา (และเครื่องมือวิจัยทางจิตวิทยา) เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จิตวิทยาและความคิดเห็น  พฤติกรรมผู้บริโภค บุค คลส าคั ญ ในประวั ติ ศ าสตร์ จิต วิ ท ยาที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ พฤติ ก รรมผู้ บ ริ โ ภคคื อ จอห์ น วั ต สั น 22 (Goodwin, 2006) วัตสันได้รับการยกย่องในการใช้หลักการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคในบริษัทโฆษณาของ เจ.วอลเตอร์ ธอมป์ สั น ซึ่ ง เขาได้ พั ฒ นาหลั ก การนี้ ร่ ว มกั บ โรซาลี เรย์ เ นอร์ ขณะที่ ก าลั ง ศึ ก ษาหนู น้อยอัลเบิร์ต23 ปัจจุบันเราถูกกระหน่าโฆษณาอย่างต่อเนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ (สิ่งเร้าที่ ต้องการวางเงื่อนไข) ที่ จับคู่กับบุคคลหรือสถานที่ (สิ่งเร้า ทั่วไป) ซึ่งทาให้เราเกิดความรู้สึกที่ดี (การตอบสนองตามธรรมชาติ) บริษัททั้งหลายหวังว่าในที่สุดจะทาให้เราเกิดความรู้สึกที่ดีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ (การตอบสนองที่ เกิดจากการ วางเงื่อนไข) ผ่านการโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ในการพั ฒนาผลิ ตภั ณฑ์ใ หม่ ๆ ไม่มี บ ริษั ทที่ ประสบความสาเร็ จแห่ งใดพยายามท าตลาดด้ว ย ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่มีการทดสอบมาก่อน เทคนิคการวิจัยด้วยการสารวจความคิดเห็นและการทาโฟกัสกรุ๊ป กลายมาเป็นการวิจัยทางจิตวิทยาที่โดดเด่น การที่เทคนิคเหล่านี้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ ผ่านทางอินเตอร์เน็ตและอีเมลทาให้การวิจัยประเภทนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย (แต่ ไม่จาเป็นต้องได้รับผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป)

21

George Miller นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ประธานสมาคมจิตวิทยาอเมริกนั คนที่ 77 ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขาคือ The Magical

Number Seven, Plus or Minus Two: Some Limits on Our Capacity for Processing Information ซึ่งเป็นงานทางจิตวิทยาที่ถูก อ้างอิงมากทีส่ ุดชิ้นหนึ่ง 22

John B. Watson นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งแนวคิดพฤติกรรมนิยม”

23

Little Albert เป็นกรณีศึกษาคลาสสิคเกี่ยวกับการวางเงือ่ นไขแบบดั้งเดิม (classical conditioning) หนูน้อยอัลเบิร์ต อายุ 11 เดือน

ถูกทาการทดลองให้กลัวหนูขาว โดยการนาหนูขาวมาเชื่อมโยงกับเสียงดังที่ทาให้ตกใจกลัว จากนั้นความกลัวก็ค่อยแผ่ขยายจากหนูขาว ไปยังสิ่งอื่นที่มสี ีขาว การทดลองนี้ทาให้ John B. Watson ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก


8

 การเมือง กลยุทธ์ทางการเมืองใช้เครื่องมือทางจิตวิทยาในการสารวจความคิดเห็น ของประชาชน ในการ สนทนากลุ่ ม และในการสร้ า งสรรค์ รู ป แบบทางศิ ล ปะใหม่ ๆ บางครั้ ง จะเห็ น ได้ ว่ า ภาพลั ก ษณ์ ข อง นักการเมืองอาจมีความสาคัญมากกว่าสิ่งที่พวกเขาพูดหรือสิ่งที่พวกเขาทาจริงๆ เสียอีก (โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในช่วงการรณรงค์ทางการเมืองที่ดุเดือด) แผนการทุกอย่างที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งวางไว้ถูกนามาใช้ในการ สนทนากลุ่ม เพื่อประเมิน ว่าแผนการเหล่านี้ส่งผลต่อ ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ ผู้สมัครคนนั้นๆ เพียงใด เทคนิคใหม่ล่าสุดก็คือ การสารวจความคิดเห็นแบบจุลภาค24 ช่วยให้กลยุทธ์ทางการเมืองสามารถ ทานายผู้สมัครที่จะได้รับการโหวตของแต่ละพรรคได้อย่างแม่นยามากขึ้น ซึ่งความรู้ดังกล่าวนี้ถูกนาไปใช้ เพื่อที่จะทาให้ “ได้รับการโหวต” อย่างเต็มที่ จิตวิทยาและระบบกฎหมาย หลักการทางจิตวิทยาที่ปรากฏในแวดวงกฎหมายไม่ใช่เรื่องใหม่ หนึ่งในการประยุกต์ใช้หลักการ ทางจิตวิทยาในแวดวงกฎหมายคือ การปกป้องความวิกลจริต อย่างไรก็ตาม พัฒนาการใหม่ๆ เช่น ความ แพร่หลายของคดีที่เกี่ยวข้องกับ “ความทรงจาที่ระลึกได้” ที่เกิดขึ้นในทศวรรษ 1990 ทาให้แนวคิดพื้นฐาน ของระบบกฎหมายได้รับความสนใจขึ้นมา เช่น คาให้การที่ออกจากปากของพยาน (ทั้งในการแก้ความและ การฟ้องร้อง) ได้รับการสนับสนุนว่าสะท้อนความจริงได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น การฉ้อฉลอย่างไม่น่าเชื่อที่นาเสนอโดยภาพยนตร์เรื่องรันอะเวย์ จูลี่25 ย้าเตือนเราว่าความจริงของ เหตุการณ์มีความสาคัญน้อยมากในการพิจารณาผลลัพธ์ของคดี ในหนังเรื่อ งนี้ นักจิตวิทยาได้รับการ ว่าจ้างให้ยนื ยันว่าสมาชิกของคณะลูกขุนที่ถูกเลือกจากตุลาการมีความเห็นอกเห็นใจการฟ้องร้องหรือการ แก้ต่าง เพื่อให้สถานการณ์เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ สถานการณ์เช่นนี้ ย้าเตือนเราในฐานะนักจิตวิทยา ว่าเราต้องรักษาจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ซึ่งมีมากกว่าการรักษาความลับของผู้ป่วย จิตวิทยาในการทานายและการประเมินผลทางการศึกษาและทางองค์กร การเริ่มต้นใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาในสเกลขนาดใหญ่โดยเยอร์เคส 26 และเพื่อนร่วมงานของ เขาระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อทดสอบความสามารถทางเชาว์ปัญญาของทหารเกณฑ์ ทาให้เจ้าของ กิจการและสถาบันการศึกษาหันมาใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าจะมีการ ต่อต้านเรื่องความเที่ยงตรงของแบบวัดความถนัด (เช่น SAT, ACT หรือ GRE ในการศึกษาขั้นสูง) แต่ แบบทดสอบเหล่านี้ก็ให้การทานายที่เที่ยงตรงและเป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่องในเรื่องความสาเร็จของการ 24

Micro polling คือการสารวจความคิดเห็นโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น อินเตอร์เน็ต

25

Runaway Jury (2003) กากับโดย Gary Fleder นาแสดงโดย John Cusack, Gene Hackman และ Dustin Hoffman

26

Robert Mearns Yerkes นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้นาทางการศึกษาด้านเชาว์ปัญญาของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม


9

ทางานและการศึกษา ส่วนการใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาอื่นๆ ในการทานายผล ได���แก่ แบบประเมิน บุคลิกภาพของไมเยอร์-บริคส์27 และแบบประเมินบุคลิกภาพหลายด้านของมินเนโซต้า 28 ก็ประสบความ ยุ่งยากจากคาถามในเรื่องความตรงและความเที่ยง (รวมถึงความเหมาะสมของผู้ดาเนินการทดสอบ) เช่นกัน อย่ า งไรก็ ตาม แบบทดสอบทางจิ ตวิ ท ยามี แ นวโน้ ม ที่ จ ะส่ง ผลกระทบอย่ า งยิ่ ง ต่ อ แวดวงการ ประเมินผลในอนาคต เจ้าของกิจการและสถาบันการศึกษาจานวนมากต้องการ พิสูจน์ ว่าเทคนิคที่ทั้งใหม่ และได้รับการยอมรับนี้มีประสิทธิภาพ การดาเนินนโยบายที่ชื่อ No Child Left Behind Act of 200129 ซึ่ง เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในแวดวงการศึกษาในยุคสมัยหนึ่ง ต้องการเทคนิคการประเมินที่ตัดสิน ได้ว่าโรงเรียนใดบรรลุเป้าหมายของนโยบาย ความต้อ งการเหล่านี้เองที่ช่วยยืนยันอนาคตอันสดใสของ เทคนิคการประเมินผลทางจิตวิทยา การบาบัดทางจิต การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแวดวงการบาบัดค่อยๆ สะสมมาหลายยุคสมัย ปัจจุบันนักจิตบาบัด แนวจิตวิเคราะห์แบบดั้งเดิมกลายเป็นคนกลุ่มน้อย ความนิยมของพวกเขาอยู่ภายใต้ร่มเงาของนักจิตบาบัด แนวปรับเปลี่ยนการรู้คิด การบาบัดรูปแบบนี้ช่วยส่งเสริมให้ผู้ป่วยดูแลฟื้นฟูตนเอง ซึ่งประยุกต์ใช้ได้กับ ความผิดปกติหลากหลายประเภท มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับผู้ให้บริการด้านการบาบัดด้วยเช่นกัน ราคายาเพิ่มสูงขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมา นี้ ทาให้มีการก่อตั้งองค์กรจัดการดูแลด้านสุขภาพ (HMOs) ซึ่งผลักดันให้เกิดการดูแลสุขภาพจิตที่ราคาถูก ลง ในยุ ค หนึ่ ง การบ าบั ด อยู่ ภ ายใต้ อิ ท ธิ พ ลของจิ ต แพทย์ แต่ ใ นปั จ จุ บั น การบ าบั ด ด าเนิ น การโดย นักจิตวิทยาและนักจิตบาบัดพอๆ กับแพทย์และกลุ่มนักบวช นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงการบาบัดแบบ รายบุคคลไปเป็นการบาบัดแบบกลุ่มก็ปรากฏชัดเจนขึ้น การเปลี่ยนแปลงการดูแลสุขภาพจิตให้มีราคาถูก ลงทาให้ผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงประชากรกลุ่มใหญ่มากขึ้นกว่าในอดีต ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เ กิดขึ้นควบคู่กับคาถามที่ตามมาเกี่ยวกับ ประสิทธิภาพในการบริหาร จัดการขององค์กรจัดการดูแลด้านสุขภาพ เช่น สิทธิในการจ่ายยา เป็นต้น เดิมทีมีเพียงจิตแพทย์เท่านั้นที่มี 27

Myers-Briggs Type Indicator หรือ MBTI คือแบบประเมินบุคลิกภาพที่วางพื้นฐานอยู่บนทฤษฎีบุคลิกภาพของ Carl Jung

พัฒนาขึ้นโดย Katharine Cook Briggs และ Isabel Briggs Myers เผยแพร่ครัง้ แรกในปี 1962 28

Minnesota Multiphasic Personality Inventory หรือ MMPI คือแบบประเมินบุคลิกภาพที่พฒ ั นาขึ้นโดย Starke R. Hathaway และ

J. C. McKinley ใช้ประเมินโครงสร้างบุคลิกภาพและพยาธิสภาพทางจิต MMPIถือเป็นแบบประเมินที่ถูกใช้มากทีส่ ุดชิ้นหนึง่ ในแวดวง สุขภาพจิต 29

นโยบายของสภาคองเกรสของสหรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของเด็กในโรงเรียนของรัฐบาล ผ่านเข้าสูส่ ภาในปี 2001 และเริ่มต้น

ดาเนินการในปี 2002 ในสมัยที่ George W. Bush เป็นประธานาธิบดี


10

สิทธิจ่ายยา แต่มีการเปลี่ยนแปลงโดยให้สิทธิในการจ่ายยาแก่นักจิตวิทยาคลินิกที่ได้รับการรับรองเช่นกัน (ปัจจุบัน รัฐที่ให้สิทธิในการจ่ายยาแก่นักจิตวิทยาคลินิก คือ หลุยเซียน่า และนิว เม็กซิโก แต่รัฐอื่นๆ อีก จานวนหนึ่งอยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย) บทสรุป ในโลกยุคปลายศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21 ที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ยุคที่การตัดสินใจ ทางเศรษฐกิจ วางพื้ น ฐานอยู่ บ นผลลั พธ์ ข องก าไรและขาดทุ น ท าให้ ค ากล่า วของฟรานซิ ส เบคอน30 (1960/1994) ที่ว่าจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์คือการกลับไปที่จุดเริ่มต้น ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป “ณ จุดที่ความรู้และพลังอานาจของมนุษย์มาบรรจบกัน คือจุดที่เหตุไม่ เป็นที่ล่วงรู้ และผลยังไม่ถือกาเกิดขึ้น” (หน้า 43) วิทยาศาสตร์ทุกแขนงต้องให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อความอยู่รอดของแต่ละสาขา สังเกตได้จาก แถลงการณ์ของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (2006) ที่ว่า “เป้าหมายของสมาคมจิตวิทยาอเมริกันคือการนา จิตวิทยาให้ก้าวหน้าทั้งทางวิทยาศาสตร์และทางวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพ การศึกษา และ ความสุขของมวลมนุษย์” คงถึงเวลาแล้ว ที่จิตวิทยาเติบโตเพียงพอที่จะพิสูจน์คุณประโยชน์ของมัน ให้ ประจักษ์แก่สังคม บรรณานุกรมและแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม Allen Brain Atlas. (2006). Retrieved December 12, 2006, from http://www.brainatlas.org/aba/ American Psychological Association. (2006). About APA. Retrieved December 12, 2006, from http://www.apa.org/about/ Bacon, F. (1994). Novum organum (P. Urbach & J. Gibson, Eds. & Trans.). La Salle, IL: Open Court. (Original work published 1620) Goodwin, C. J. (2004). A history of modern psychology. Hoboken, NJ: Wiley. Haier, R. J., Chueh, D., Touchette, P., Lott, I., Buchsbaum, M., Macmillan, D., et al. (1995). Brain size and cerebral glucose metabolic rate in nonspecific mental retardation and Down syndrome. Intelligence, 20, 191 – 210. Hergenhahn, B. R. (2005). An introduction to the history of psychology (5th ed.). Belmont, CA: Thomson-Wadsworth. 30

Francis Bacon นักปรัชญาชาวอังกฤษ ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งแนวคิดประจักษ์นิยม” (father of empiricism)


11

Hoffman, D. D. (1998). Visual Intelligence. New York: W. W. Norton. Lemonick, M. D., & Dorfman, A. (2006, October 9). What makes us different? Time, 168(15), 44 – 53. Shaw, P., Greenstein, D., Lerch, J., Clasen, L., Lenroot, R., Gogtay, N., et al. (2006). Intellectual ability and cortical development in children and adolescents. Nature, 440 (7084), 676 – 679. Underwood, A. (2006, October 23). How to read a face. Newsweek, 148 (17), 65.


จิตวิทยาในศตวรรษที่ 21