Issuu on Google+


1.นางสาว ภัทราวดี ศรีทศั น์ รหัสนักศึกษา 564101003 2.นางสาววรรณวิสา ราชปรีชายุทธ รหัสนักศึกษา 564101033 3.นางสาว ศิรลิ ดา รสชุ่ม รหัสนักศึกษา 564101043 4.นางสาว ภัชชกัญญา เกรียงชญาคุณ รหัสนักศึกษา 564101049 5.นาย สุรชัย ฉวีศกั ดิ์ รหัสนักศึกษา 564101053


ความหมายของ Weblog ความรู้ พนื ้ ฐานเกี่ยวกับ weblog หรื อ Blog วัตถุประสงค์ การใช้ บล็อก (Weblog) จุดเด่ นของ Blog ลักษณะของเว็บไซต์ ท่ เี ป็ นบล็อก ตัวอย่ างเว็บที่ทาำ Blog ได้ ประโยชน์ ของการใช้ b log ข้ อเสียของการใช้ blog


ความหมายของWeblog บล็อก (Blog) เป็ นคำาย่ อมาจากศัพท์ ว่า Weblog ทีเ่ กิดจากการรวมกัน ของคำาสองคำาคือ Web หมายถึง เว็บไซต์ Log หมายถึง บันทึก และเมื่อรวมมากันเป็ น Weblog หมายถึง เว็บสำ าหรับเก็บบันทึก บล็อกถือว่ าเป็ นเว็บไซต์ รูปแบบหนึ่งที่ผ้ ูเขียนสามารถจดบันทึกในสิ่ งที่ สนใจ ซึ่งอาจใช้ สำาหรับเก็บบันทึกเรื่องราวส่ วนตัวเป็ นไดอารีออนไลน์ เผย แพร่ ข่าวสารต่ างๆ หรือนำาเสนอบทความที่มเี นือ้ หาเฉพาะด้ าน


โดยตามปกติแล้วเนื้อหาที่ได้บนั ทึกลงไปในครัง้ ล่าสุดจะถูกนำาไป แสดงไว้ที่หน้าแรกให้โดยอัตโนมัติเพือ่ ให้ผูเ้ ยีย่ มชมสามารถติดตาม เนื้อหาใหม่ได้สะดวก นอกจากนี้ผูเ้ ขียนยังสามารถจัดหมวดหมู่แบ่ง ประเภทของเนื้อหาได้อกี ด้วย บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงค์ ซึง่ บาง ครัง้ จะรวมสือ่ ต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดโี อในหลายรูปแบบได้


จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคอื บล็อกจะเปิ ด ให้ ผูเ้ ข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้าย ข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็ นคนเขียน ซึง่ ทำาให้ผูเ้ ขียนสามารถ ได้ผลตอบกลับโดยทันที คำาว่า "บล็อก" ยังใช้เป็ นคำากริยาได้ ซึง่ หมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผูท้ ี่เขียนบล็อก เป็ นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์


บล็อกเป็ นเว็บไซต์ ทมี่ เี นือ้ หาหลากหลายขึน้ อยู่กบั เจ้ าของ บล็อก โดยสามารถใช้ เป็ นเครื่องมือสื่ อสาร การประกาศ ข่ าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ ผลงาน ใน หลายด้ านไม่ ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่ าว ปัจจุบนั นอกจากนีบ้ ล็อกทีถ่ ูกเขียนเฉพาะเรื่องส่ วนตัวหรือ จะเรียกว่ าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์ นี่เองเป็ นจุด เริ่มต้ นของการใช้ บล็อกในปัจจุบัน


นอกจากนีต้ ามบริษทั เอกชนหลายแห่ งได้ มีการจัดทำาบล็อกของ ทางบริษทั ขึน้ เพือ่ เสนอแนวความเห็นใหม่ ให้ กบั ลูกค้ า โดยมี การเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่ าวสั้ น และได้ รับการ ตอบรับจากทางลูกค้าทีแ่ สดงความเห็นตอบกลับเข้ าไป เพือ่ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เว็บ ค้น หาบล็อ กเทคโนรา ที ได้อ ้า งไว้ว ่า ปัจ จุบ น ั ใน อิน เทอร์เ น็ต มีบ ล็อ กมากกว่า 112 ล้า น บล็อ กทั่ว โลก


บล็อก คือ สื่ อใหม่ (New Media) เป็ น ปรากฏการณ์ ทเี่ ปลีย่ นรูปแบบการสื่ อสารในอดีตอย่างสิ้น เชิง คนเขียนบล็อก สามารถทำาหน้ าทีเ่ ป็ นสื่ อด้ วยตัวเอง ไม่ ต้องพึง่ สื่ อสารมวลชน เขาสามารถสื่ อสารกันเองใน กลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ กไ็ ด้ ถ้ าเรื่องไหน เป็ นทีถ่ ูกใจ ของชาวบล็อก ชาวเน็ต คนๆ นั้น อาจจะดังได้ เพียงชั่ว ข้ ามคืน โดยไม่ จำาเป็ นต้ องอาศัยสื่ อหลักช่ วยเลย


Blog มาจากคำาว่ า World Wide Web ซึ่งหมายถึงเครือข่ าย คอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ ทเี่ ชื่อมโย่ งกันไปทัว่ โลกกับคำาว่ า log แปลว่ า บันทึก รวมกันเป็ น weblog (เว็บบล็อก) นิยมเรียกสั้ นๆว่ า Blog ซึ่ง เป็ นเว็บไซต์ พนั ธุ์ใหม่ รูปแบบใหม่ ทกี่ าำ ลังได้ รับความนิยมอย่ างแพร่ หลายทัว่ โลก สามารถประยุกต์ ให้ เกิดประโยชน์ ได้ กบั งานแทบทุก วงการ การสร้ างสรรค์เว็บบล็อกทำาได้ อย่ างรวดเร็ว ไม่ ต้องเรียนรู้ การสร้ างเว็บให้ ย่ งุ ยาก ไม่ ต้องเขียนโค้ ดหรือคำาสั่ งใดๆ ก็สามารถ สร้ างบล็อกได้


ปัจจุบันมีหลายบริษทั ทั้งไทยและต่ างประเทศได้ สร้ างรู ปแบบ เว็บบล็อกขึน้ มาเพือ่ สนองความต้ องการให้ ดูแปลกใหม่ ใช้ งาน ง่ าย และเหมาะสมกับผู้ใช้ งานแต่ ละกลุ่ม ผู้สร้ างบล็อกไม่ จำาเป็ นต้ องขอพืน้ ทีส่ ำ าหรับเป็ นทีอ่ ยู่ของเว็บบล็อก หรือทีเ่ รียก ว่ าแอดเดรส (address :ทีอ่ ยู่ ) หรืออาจเรียกว่ า UrL :UNiforM resoUrce Locator ซึ่งหมายถึงทีอ่ ยู่ของเว็บบล็อก บนเครือ ข่ ายอินเตอร์ เน็ตนั่นเอง


ไมโครบล็อก ไมโครบล็อกเป็ นบล็อกขนาดจิว๋ ทีป่ รากฏอยู่ในเว็บบล็อกไว้ เพือ่ เจ้ าของ บล็อก หรือบุคคลทัว่ ไปได้ เขียนข้ อความทักทายหรือแสดงความคิดเห็น รวมถึงบอกสถานะว่ า ตนเองต้ องการทำาอะไรด้ วยข้ อความสั้ นๆครั้งละไม่ เกิน 140 ตัวอักษร ไมโครบล็อกทีเ่ รารู้ จกั กันดีกค็ อื Twitter,Yammer หรือช่ องโพสต์ ข้อความบนเว็บไซต์ ต่างๆทีร่ ะบุจำานวนตัวอักษรทีส่ ามารถ พิมพ์ เอาไว้ได้


1.เพื่อกระตุ้นความสนใจของผู้สนใจ 2.เพื่อเป็ นแหล่ งรวบรวมเนือ้ หา 3.เพื่อเป็ นสื่อในการแลกเปลี่ยนเรี ยนรู้ กับบุคคลอื่น 4.เพื่อการสื่อและติดตามการเผยแพร่ ผลงาน/บทความทางวิชาการ 5.เพื่อเป็ นสื่อเชื่อมโยงในการศึกษาค้ นคว้ ากับเว็บไซต์ อ่ นื ๆ 6.เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน 7.เพื่อฝึ กทักษะการใช้ คอมพิวเตอร์ ในกาแสวงหาแหล่ งเรี ยนรู้ ต่างๆ


จุดเด่ นของบล็อกก็คือ การที่ผ้ ูเขียนมีอสิ ระในการสร้ างบทความของ ตน และในขณะเดียวกันก็เปิ ดโอกาสให้ ผ้ ูอ่านได้ แสดงความคิดเห็น ต่ อเนือ้ หานัน้ ได้ ในกรณีท่ เี จ้ าของบล็อกอนุญาตอีกด้ วย ซึ่งบล็อกจะ แตกต่ างจากเว็บบอร์ ดตรงที่ผ้ ูเขียนบทความสามารถดูแลการนำาเสนอ เนือ้ หาของตนได้ อย่ างสะดวก


จุดเด่ นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็ นเครื่ องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่ สามารถสื่อถึงความเป็ นกันเองระหว่ างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็ นกลุ่ม เป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนัน้ ๆ ผ่ านทางระบบ comment ของบล็อก นั่นเอง ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นัน้ ยังทำากันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้ า แต่ ในปั จจุบนั นี ้ มีเครื่ องมือหรื อซอฟท์ แวร์ ให้ เราใช้ ใน การเขียน Blog ได้ มากมาย เช่ น Wordpress  Movablr

Type  เป็ นต้ น


-มีการบันทึกเนือ้ หาโดยเจ้ าของบล็อกอย่ างสม่ำ าเสมอ -ข้ อมูลจะถูกจัดไว้ อย่ างเป็ นระเบียบ คือรายการล่ าสุดจะถูกแสดงไว้ ด้านบน สุดของเว็บเพจ แล้ วไล่ ลาำ ดับย้ อนหลังตามวันเวลาการเขียนไปเรื่อยๆ -มักจะมีการลิงค์ ไปหาบล็อกอื่นที่ผ้ ูเขียนสนใจหรือได้ เสนอความคิดเห็นโยง ต่ อจากข้ อเขียนที่เขาอ้ างถึง ดังนัน้ นอกจากบล็อกจะใช้ ในการเขียนและเผย แพร่ เรื่องราวต่ างๆ แล้ ว ก็ยงั เป็ นแหล่ งรวมลิงค์ ท่ เี จ้ าของบล็อกนัน้ ๆ


-บันทึกที่เขียนไว้ในบล็อกมักจะมีการแยกแยะเป็ นกลุ่มเนือ้ หา ตามหัวข้อหลักๆ ที่ผเู ้ ขียนสร้างขึ้น เพื่อช่วยอำานวยความสะดวก ให้แก่ผอู ้ ่าน ที่สนใจในบันทึกที่มีความสัมพันธ์กนั ในใจความ หลักและเมื่อผูอ้ ่านได้รับความรู ้ต่างๆ จากผูเ้ ขียนบล็อกแล้ว ผู ้ อ่านมักจะมีการเสนอความคิดเห็นเพิม่ เติม เพื่อเป็ นการต่อยอด ความรู ้และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู ้ระหว่างกลุ่มผูอ้ ่าน และผูเ้ ขียนบล็อก


บล็อกแต่ ละบล็อกจะมีวตั ถุประสงค์ ทชี่ ัดเจน เช่น บล็อกที่ เกี่ยวกับการจัดการความรู ้ บล็อกด้านการพัฒนาการเรี ยนรู ้ ของเด็กปฐมวัย บล็อกด้านการทำาธุรกิจอีคอมเมิร์ส เป็ นต้น การสร้างจุดยืนของบล็อกเช่นนี้ และมีการเขียนที่เป็ นประจำา ำ สม่าเสมอ จะทำาให้บล็อกเป็ นที่น่าสนใจติด���ามจากผูอ้ ่าน มากมาย


1. http://www.wordpress.com


2 .http://www.blogger.com


3.https://www.myspace.com


4. http://www.exteen.com


5.http://www.bloggang.com/


6.http://blograby.com


7.http://blog.kapook.com


8.http://www.oknation.net/blog


9. www.facebook.com


10. www. Twitter .com


1.เป็ นสื่อที่ใช้ ในการแสดงความคิดเห็น ความรู้ สึกของผู้เขียน เกี่ยวกับเรื่ องต่ าง เพื่อเสนอให้ ผ้ ูคน สาธารณะได้ รับรู้ 2.เป็ นเครื่องมือช่ วยในด้ านธุรกิจ เช่ น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การเสนอข่ าวสารความเคลื่อนไหวขององค์ กร การเสนอตัวอย่ างสินค้ า และการทำาตลาดออนไลน์ เป็ นต้ น


3.เป็ นแหล่ งความรู้ใหม่ ๆ ทีถ่ ูกต้ องและชัดเจน จากผู้ทมี่ คี วามรู้ เฉพาะด้ าน นั้นๆ เนื่องจากผู้เขียนบล็อก มักจะเขียนเรื่องทีต่ นเองถนัด ชอบ และมีความ รู้ ลกึ ในเรื่องนั้นๆ การค้ นหาข้ อมูลเฉพาะด้ านในบล็อกต่ างๆ จึงทำาให้ เราค้ น พบความรู้ในด้ านต่ างๆได้ รวดเร็วขึน้ 4.ทำาให้ ทนั ต่ อเหตุการณ์ ในปัจจุบัน เพราะข่ าวสารความรู้ มาจากผู้คน มากมาย(ทัว่ โลก) และมักจะเปลีย่ นแปลงได้ ทนั เหตุการณ์ ปัจจุบันเสมอ


5.ไม่ ต้องใช้ ความรู้ ทางคอมพิวเตอร์ ข้นั สู งก็สามารถทำาได้ 6.ไม่ ต้องขอพืน้ ทีบ่ นอินเตอร์ เน็ตเหมือนเว็บไซต์ ทวั่ ไป 7.สามารถบรรจุภาพนิ่ง เสี ยง และภาพเคลือ่ นไหวเหมือนเว็บไซต์ ทวั่ ไป ได้ 8.สามารถใช้ งานหรือปรับแต่ งให้ สวยงามได้ ด้วยตนเอง 9.สามารถเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ อนื่ ๆได้ ตามต้ องการ 10.สำ าหรับ Weblog ของ blogger สามารถบรรจุบทความ ได้ มากถึง 999บทความ


1. ความน่ าเชื่อถือของข้ อมูลขึน้ อาจมีความน่ าเชื่อถือน้ อยหรืออาจไม่ น่าเชื่อ ถือ 2. อาจมีพวกทีช่ อบป่ วนเข้ ามาเปิ ดบล็อก ก่อกวน และอาจทำาข้ อมูลของ เจ้ าของบล็อกเสี ยหายได้ 3. เจ้ าของบล็อกอาจใช้ ช่องทางในการหากินโดยการล้อลวงผู้เข้ ามาชมบล็อก ให้ หลงเชื่อ 4. เราอาจมีความเสี่ ยงเป็ นผู้กระทำาผิดกฎหมายไปด้ วยหากมีบล็อกเกอร์ โพส ข้ อความ รูปภาพทีไ่ ม่ เหมาะสม 5. สร้ างความไม่ สามัคคี 6. อาจมีสิ่งยัว่ ยุทที่ าำ ให้ เกิดการทะเลาะวิวาทกัน


สรุ ป BLOG คือเว็บไซต์ ทีม่ รี ู ปแบบเนือ้ หา เป็ นเหมือนบันทึกส่ วนตัว ออนไลน์ มีส่วนของการ COMMENTS และสามารถ LINK ไป ยังเว็บอืน่ ๆ ทีเ่ กีย่ วข้ องได้ อกี ด้ วย สามารถประยุกต์ ให้ เกิดประโยชน์ ได้ กับงานแทบทุกวงการ และการสร้ างสรรค์เว็บบล็อกทำาได้ อย่ างรวดเร็ว และสวยงามและเป็ นระเบียบอีกด้ วย


1. blog มาจากคำาว่ าอะไร ก. World Wide Web ข. Wold Wife Web ค. Word Wide Web ง. Wide World Web 2.ข้ อใดไม่ ใช่ วตั ถุประสงค์ของการใช้ เว็บบล็อก ก. เพือ่ กระตุ้นความสนใจของผู้สนใจ ข. เพือ่ ความสนุกเพลิดเพลิน ค. เพือ่ ขายสิ นค้ า ง. เพือ่ เป็ นแหล่วงรวบรวมเนือ้ หา


3.ข้ อใดคือลักษณะของเว็บไซต์ ทเี่ ป็ นบล็อก ก. มีการบันทึกเนือ้ หาโดยเจ้ าของบล็อกอย่ างสม่ำ าเสมอ ข. ข้ อมูลจะถูกจัดแบบไม่ เป็ นระเบียบ ค. บันทึกทีเ่ ขียนไว้ ในบล็อกมักจะมีการแยกแยะเป็ นกลุ่มเนือ้ หาตามหัวข้ อหลักๆ ถูกทั้ง ก.และค. 4. ประโยชน์ ของการใช้ ”blog”มีกขี่ ้ อ ก. 9ข้ อ ข. 5ข้ อ ค. 7ข้ อ ง. 10ข้ อ


5.ข้ อเสี ยของการใช้ บล็อกมีกขี่ ้ อ ก. 8ข้ อ ข. 10ข้ อ ค. 7ข้ อ ง. 9ข้ อ 6.บล็อกโดยทัว่ ไปประกอบด้ วยอะไรบ้ าง ก. ข้ อความ ลิง้ ก์ นาฬิ กา ข. ภาพ พยากรณ์ อากาศ ปฏิทนิ ค. ลิงก์ เพลง Word ง. ข้ อความ ภาพ ลิงก์


7. ข้ อใดไม่ ใช่ URL ของ เว็บทีส่ ามารถทำาบล็อกได้ ก. http://www.facebook.com/ ข. http://www.microsoftword.com/ ค. http://www.wordpress.com/ ง. http://www.blogger.com/ 8.ไมโครบล็อกกำาหนดให้ พมิ พ์ตวั อักษรได้ ครั้งละไม่ เกินกีต่ วั ก. 140ตัว ข. 150ตัว ค. 200ตัว ง. 500ตัว


9. Weblog ของ Blogger สามารถบรรจุบทความได้ กบี่ ทความ ก. 500 บทความ ข. 999บทความ ค. 140 บทความ 888บทความ 10.”Weblog” นิยมเรียกสั้ นๆว่าอะไร ก. Web ข. World Wide Web ค. blog ง. blogger


1. ก 2. ค 3.ง 4.ก 5.ค

6.ง 7.ข 8.ก 9.ข 10.ค


คู่มือการสร้ างเว็บบล็อกเพื่อใช้ ในการเรียนการสอน (อ.สุจติ ตรา จันทร์ ลอย อ.สุธิดา ชูเกียรติ) web log คืออะไร

http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=55e67f127160e089

Web Blog คืออะไรและใช้ อย่ างไร

http://iam.hunsa.com/tste5znz69/article/23039

ลักษณะของเว็บไซต์ ท่ เี ป็ นบล็อก

http://www.gotoknow.org/posts/3

ความหมายของ Weblog

http://smailelittle.blogspot.com/2009/08/web-blog.html ข้ อดี-ข้ อเสียของการใช้ บล็อค http://bloggerphueng.blogspot.com/2011/08/blogger-web-blog.html


การทำ Weblog