Issuu on Google+

ทําไม กปภ. จึงตองเรียกเก็บคาบริการทั่วไป?

เนื่องจากในชว งน้ําทว มยัง มีผูใชน้ําอีกสว นหนึ่งที่ย ังมิไ ดอพยพออกจากพื้น ที่แ ละอาศัย อยู อยา งกระจัด กระจาย กปภ. จําเปนตองจายน้ําประปาใหแ กผูใชน้ําในพื้นที่ประสบภัยเพื่อใชในการ อุปโภคบริโภค จึงตองมีการเรียกเก็บคาบริการทั่วไปตามปกติ เพราะคาบริการทั่วไปเปนคาบํารุงรักษา มาตรวัดน้ําและทอประปาจากโรงผลิตน้ําถึงบานผูใชน้ํา และการงดเก็บคาบริการจะทําไดเฉพาะ กรณีที่ในเดือนนั้น กปภ. ไมมีน้ําประปาจายใหแกผูใชน้ําเทานั้น

หนวยน้ําในใบแจงหนีช้ วงน้ําทวมมาจากไหน?

จํานวนหนวยน้ําหรือปริมาณน้ําใชในชวงน้ําทวมเกิดขึ้นไดจาก 3 สาเหตุ คือ 1. มีการใชน้ําเกิดขึ้นภายหลังจากที่ กปภ. ไดเขาไปจดหนวยน้ําครั้งสุดทายกอนน้ําทวม 2. มีสุขภัณฑหรือทอประปาภายในบานเกิดการแตกรั่วขึ้นในชวงน้ําทวมที่ทุกคนอพยพหนีน้ํา ซึ่งอาจมีกระสอบทรายและของหนักกดทับจนทอแตกหัก หรือลูกลอยในโถชักโครกอาจเกิด การคาง ทําใหมนี ้ําประปาไหลทิ้งตลอดเวลา ซึ่งเจาของบานควรรีบตรวจสอบในทันทีเมื่อกลับเขาบาน 3. มีการใชน้ําเกิดขึ้นกอนที่ กปภ. จะเขาไปจดหนวยน้ําในชวงหลังน้ําลด เพราะเมื่อน้ําลดลง ผูใชน้ําสวนใหญจะเรงรีบเขาไปอยูอาศัยและใชน้ําทําความสะอาดบานในทันที

กปภ. มีมาตรการชวยเหลือเยียวยาใหแกผูใชน้ําอยางไรบาง?

กปภ. ไดกําหนดมาตรการลดหยอนผอนผันคาน้ําประปาและชวยเหลือเยียวยาแกผูใชน้ําไวดังนี้ 1. กรณีที่มีห นว ยน้ํ าเปนศู นย กปภ. จะไม เรีย กเก็บคา ใชจา ยใด ๆ ทั้งสิ้ น ซึ่ง ในภาวะปกติ จะตองมีการเรียกเก็บทั้งคาน้ําขั้นต่ําและคาบริการทั่วไป รวมทั้งคิดภาษีมูลคาเพิ่มอีกดวย 2. กรณีที่มหี นวยน้ํามากกวาศูนย แตไมเกินอัตราคาน้ําขั้นต่ํา กปภ. จะไมคิดคาน้ํา แตจะเรียกเก็บ เฉพาะในสวนของคาบริการทั่วไปและภาษีมูลคาเพิม่ เทานั้น 3. กรณีที่มีหนวยน้ําเกินกวาอัตราคาน้ําขั้นต่ํา กปภ. จะนําจํานวนหนวยน้ําที่ใชจริงมาหารเพื่อ แบงการเรียกเก็บออกเปน 2-4 รอบใบแจงหนี้ (ตามระยะเวลาที่เกิดน้ําทวมในแตละพื้นที่) โดยแตละ ใบแจงหนี้จะมีการเรียกเก็บทั้งคาน้ําประปา คาบริการทั่วไป และภาษีมูลคาเพิ่มในจํานวนที่เทากันหรือ ใกลเคียงกัน ซึ่ง กปภ. ไดมีการคิดคํานวณแลววาการเรียกเก็บในลักษณะนี้จะทําใหผูใชน้ํามีคาใชจาย นอยกวาการเรียกเก็บแบบใบแจงหนี้เดียว เพราะอัตราคาน้ําของ กปภ. เปนแบบกาวหนา ยิ่งมีหนว ย การใชน้ํามาก อัตราคาน้ําก็จะยิ่งสูงตามไปดวย (ดูรายละเอียดไดจากตารางดานหลัง) 4. ผอนผันระยะเวลาการชําระคาน้ําประปาออกไปไมเกิน 3 เดือน (ตั้งแตเดือนมกราคม – มีนาคม 2555) โดยไมมีการตัดมาตร 5. ลดคาธรรมเนียมการชําระคาน้ําผานตัวแทนเอกชน เหลือเพียงใบแจงหนี้ละ 5 บาท จากเดิม ใบแจงหนี้ละ 10 บาท ตั้งแต เดือนธันวาคม 2554 ถึงเดือนกุมภาพันธ 2555 เฉพาะกรณีที่จายคาน้ํา ภายในกําหนดเวลา (ยกเวนเคานเตอรเซอรวิสที่ยังคงคิดคาธรรมเนียมใบแจงหนี้ละ 10 บาท) ทั้งนี้ หากมีความสงสัยในรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณน้ําใชสูงผิดปกติ คาน้ําสูงผิดปกติ อันเกิดจาก ผลกระทบในระหวางน้ําทวม ขอใหติดตอ กปภ. สาขาในพื้นที่ของทาน และเพื่อปองกันมิใหปริมาณ การใชน้ําสูงในเดือนถัดไป ขอใหผูใชน้ําตรวจสอบระบบประปาหรือเครื่องสุขภัณฑภายในบานวามีการ ชํารุดแตกรั่วหรือไม หากตรวจพบขอใหรีบดําเนินการแกไขในทันที


วิธีคิดคาน้ําประปาชวงน้ําทวมของการประปาสวนภูมิภาค 1. การอานมาตร รอบการจดหนวยประจําเดือน ตุลาคม 2554 พฤศจิกายน 2554 ธันวาคม 2554 มกราคม 2555

เลขมาตรที่อานได 000010 ลบ.ม. 000070 ลบ.ม.

หมายเหตุ จดครั้งสุดทายกอนน้ําทวม น้ําทวม อานมาตรไมได น้ําทวม อานมาตรไมได จดเมื่อน้ําแหงแลว

สรุปปริมาณน้ําผานมาตรตอเดือน 1. เลขมาตรที่อานไดในเดือน ม.ค. 2555 หั ก ลบด ว ยเลขมาตรที่ อ า นได ใ นเดื อ น ต.ค. 2554 = 000070 - 000010 = 60 ลบ.ม. 2. รอบการจดหน ว ยประจํา เดื อ น 3 รอบ คื อ เดื อ น พ.ย. ธ.ค. 2554และ ม.ค. 2555 3. ปริมาณน้ําผานมาตรตอเดือน = 60 ÷ 3 = 20 ลบ.ม.

2. การคํานวณคาน้ําแบบคิดรวมเปนใบแจงหนี้ 1 ใบ รอบการจดหนวยประจําเดือน พฤศจิกายน 2554 ธันวาคม 2554 มกราคม 2555

การคํานวณคาน้ําผานมาตรโดยไมมีการเฉลี่ย ปริมาณน้ําผานมาตร จํานวนเงินคาน้ํา คาบริการทั่วไป เขาอานมาตรไมได 0 0 เขาอานมาตรไมได 0 0 60 ลบ.ม. 892.30 บาท 50 บาท

VAT 0 0 65.96 บาท รวมทั้งสิ้น

คาน้ําตอเดือน 0 0 1,008.26 บาท 1,008.26 บาท

3. การคํานวณคาน้ําแบบแบงจายเปนใบแจงหนี้ 3 ใบ รอบการจดหนวยประจําเดือน การคํานวณคาน้ําโดยการแบงจายเปนใบแจงหนี้ 3 ใบ พฤศจิกายน 2554 คาน้ําที่ใช 20 ลบ.ม. + คาบริการทั่วไป + VAT ธันวาคม 2554 คาน้ําที่ใช 20 ลบ.ม. + คาบริการทั่วไป + VAT มกราคม 2555 คาน้ําที่ใช 20 ลบ.ม. + คาบริการทั่วไป + VAT

คาน้ําตอเดือน 226.10 + 50 +19.33 = 295.43 บาท 226.10 + 50 +19.33 = 295.43 บาท 226.10 + 50 +19.33 = 295.43 บาท รวมทั้งสิ้น 886.29 บาท การคํานวณคาน้ําดังกลาวหากเปนใบแจงหนี้เพียง 1 ใบ จะทําใหคาน้ําสูงขึ้นเปน 1,008.26 บาท โดยสูงขึ้นกวาการแบงจายเปนใบแจงหนี้ 3 ใบ 121.97 บาท ดังนั้น กปภ. จึงใชวิธีการคํานวณคาน้ําแบบแบงจายเปนใบแจงหนี้ 3 ใบ เพื่อใหผูใชน้ําจายคาน้ําลดลง (ปริมาณน้ําผานมาตรยิ่งมาก คาน้ําก็ยิ่งลดลง)

สวนลดของ กปภ. = 1,008.26 – 886.29 = 121.97 บาท (ประมาณ 12%)


การคิดค่าน้ำช่วงน้ำท่วม