Issuu on Google+

นกกระจอกบ้าน

เป็ นนกขนาดเล็ก ยาวประมาณ 13 เซนติเมตร (จากปลายปากถึงปลายหาง) ลำาตัวสี นาตาล ้ ำ ข้างแก้มสี ขาว ข้างหูและใต้คอ สี ดาำ ตัวผูส้ ี สดใสกว่าตัวเมียเล็กน้อย อยูร่ วมกันเป็ นฝูง ใกล้บริ เวณที่คนอยู่ ตั้งแต่ระดับ ำ น้าทะเลถึ งระดับความสูง 1,800 เมตร ทำารังตามใต้หลังคาบ้าน หรื อตามหลืบตามซอก ขยายพันธุ์ได้ตลอดปี วางไข่ครั้งละ 3-5 ฟอง ใช้เวลาฟักประมาณ 13 วัน ออกจากไข่แล้วประมาณ 14 วัน จะบินได้


นกกระจาบ

เป็ นนกขนาดเล็ก ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ดูทวั่ ๆ ไปจะเห็นเป็ นสี นาตาล ้ ำ หัว หลัง ปี ก และหาง เป็ นสี นาตาล ้ ำ มุมปากถึงข้างคอสี นาตาลเข้ ้ำ ม อกและท้องสี นาตาลนวล ้ำ ระยะผสมพันธุ์ตวั ผูท้ ี่โตเต็มวัยขนหัว ำ จะเปลี่ยนเป็ นสี เหลืองสด ปากสี น้าตาลเข้ มหรื อสี ดาำ ปากสั้น ปลายแหลมและแข็งแรง นกกระจาบอยูร่ วมกันเป็ นฝูง ตามท้องทุ่ง ไร่ นา รังสร้างเอง ปราณี ต ทนทาน ใช้เวลาสร้างนานหลายวัน มัก พบห้อยระย้าอยูห่ ลายรังตามต้นไม้ตน้ เดียวกัน รังนกกระจาบมีความปลอดภัยกว่านกชนิดอื่น กันแดด ฝน ลม ได้ดี และป้ องกันภัยจากศัตรู พวกงู หนู และเหยีย่ วได้ดี นกกระจาบที่พบในไทย มี 3 ชนิด คือ นกกระจาบเรี ยบ อกไม่มีลาย พบทัว่ ทุกภาค และมีจาำ นวนมากกว่าชนิดอื่น นกกระจาบอกลาย อกมีลายจุดสีนาตาล ้ ำ พบในภาคกลาง และภาคเหนือ นกกระจาบทอง ในฤดูผสมพันธุ์ขนที่คอตัวผูจ้ ะเป็ นสี เหลืองสด พบเฉพาะภาคกลาง


นกกระจิบ

เป็ นนกขนาดเล็ก ยาวประมาณ 12 เซนติเมตร ปากเล็กยาว ปลายแหลมตรง ขายาวเรี ยวเล็ก ชอบ กระดกหางขึ้นลงและกระโดดไปมาเกือบตลอดเวลา กินแมลงตามกิ่งไม้ บางครั้งบนพื้นดิน นกกระจิบมักอยูเ่ ป็ นคู่ ผสมพันธุ์ตลอดทั้งปี แต่มกั เป็ นช่วงฤดูฝน ทำารังด้วยการดึงใบไม้เล็ก ๆ เข้าหากัน วางไข่ครั้งละ 3-5 ฟอง ทั้งคู่ผลัดกันกกไข่ ใช้เวลาประมาณ 12 วัน ก็ฟักออกเป็ นตัว ทั้งตัวผูต้ วั เมียจะช่วยกัน เลี้ยงลูก นกกกระจิบในประเทศไทย มี 5 ชนิด คือ นกกระจิบหางยาว และนกกระจิบคอดำา พบทัว่ ทุกภาค นกกระจิบหัวแดง พบทางภาคใต้ตอนล่าง นกกระจิบกระหม่อมแดง พบทางภาคใต้ กระกระจิบภูเขา พบทางภาคเหนือ


นกกระตั้ว

เป็ นนกปากงุม้ เป็ นขอชนิดหนึ่ง คล้ายนกแก้วแต่ตวั โตกว่า มีหงอน ยาวประมาณ 46 เซนติเมตร สี ขาวทั้งตัว รวมทั้งหงอน ซึ่งโค้งไปข้างหลัง ขนใต้ปีกและใต้หางมีสีเหลืองปน หนังรอบตาสี ขาวอมเหลือง ำ ปากหนาแข็งแรงสี ดาำ อมเทา ปากบนใหญ่คลุมปากล่าง ขาสี เทา ม่านตาของตัวผูส้ ี น้าตาลแก่ ส่ วนของตัวเมีย เป็ นสี นาตาลแดง ้ำ นกกระตั้วมักอยูเ่ ป็ นคู่ หรื อฝูงเล็ก ๆ มักเกาะตามต้นไม้สูง กินผลไม้ เมล็ดพืชและแมลง วางไข่ครั้ งละ 2 ฟอง ทั้งคู่ผลัดกันกกไข่ ระยะฟักไข่ประมาณ 4 สัปดาห์ ลูกนกจะบินได้เมื่ออายุประมาณ 3 เดือน ำ กประมาณ 1 กิโลกรัม นกกระตั้วดำา ตัวโตกว่านกกระตั้วธรรมดาพอสมควร คือยาวถึง 56 เซนติเมตร น้าหนั ขนสี ดาำ ตลอดตัว นกกระตั้วหงอนเหลือง ตัวขนาดเดียวกับนกกระตั้วธรรมดา แต่หงอนเป็ นสี เหลือง


นกกระติ๊ด

เป็ นนกขนาดเล็ก ยาวประมาณ 16 เซนติเมตร ปากสั้นหนา ปลายแหลม แข็งแรง หัวกลม ลำาตัวป้ อม ำ มีหลายสี เช่น แดง เขียว น้าตาล นกกระติ๊ดมักหากินเป็ นฝูง บินเกาะกลุ่มชิดกันพร้อมทั้งส่ งเสี ยงร้อง มองระยะไกลดูคล้ายฝูงผึ้ง กินเมล็ดพืช เป็ นอาหาร ทำารังอยูต่ ามพุ่มไม้เตี้ย ๆ หรื อกอหญ้า ตัวผูส้ ร้างรัง วางไข่ครั้ งละ 4-10 ฟอง ตัวเมียกกไข่ ใช้เวลา ฟักประมาณ 12 วัน เมื่ออายุได้ 16 วัน ลูกนกก็บินได้ ในประเทศไทย มีนกกระติ๊ด อยู่ 7 ชนิด คือ นกกระติ๊ดตะโพกขาว นกกระติ๊ดขี้หมู และนกกระติ๊ดแดง พบอยูท่ วั่ ไปทุกภาค เว้นภาคใต้ นกกระติ๊ดสี อิฐ พบอยูใ่ นภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน นกกระติ๊ดตัวขาว และนกกระติ๊ดท้องขาว พบในภาคใต้ นกกระติ๊ดเขียว พบในทุกภาค เว้นภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ


นกกระเต็น

เป็ นนกที่มีหลายขนาด ความยาวตั้งแต่ 10-46 เซนติเมตร มีอยูท่ วั่ โลก ยกเว้นบริ เวณขั้วโลก และ เกาะบางเกาะที่อยูห่ ่างแผ่นดินใหญ่มาก รู ปร่ างอ้วนป้ อม หัวโต คอสั้น ปากใหญ่ตรงและปลายแหลม ขาสั้น ำ น แดง น้าตาล ำ และขาว เล็ก สี สนั สดใสทั้งตัว ประกอบด้วยสี เขียว น้าเงิ นกกระเต็นบินเร็ ว ตรง กระพือปี กถี่มาก สลับด้วยการร่ อนระยะสั้น ๆ มักส่ งเสี ยงร้องขณะบิน แต่เสี ยงไม่ เพราะ ส่ วนใหญ่ทาำ รังในดินตามตลิ่ง ริ มฝั่งน้าำ โดยใช้ปากเจาะรู แล้วใช้เท้าเขี่ยดินออก รู ลึกมาก 1-3 เมตร วางไข่ครั้งละ 5-8 ฟอง ใช้เวลาฟัก 18-24 วัน ทั้งคู่ผลัดกันฟักไข่ ลูกนกมีอายุ 3-4 สัปดาห์ จึงออกจากรัง แต่ ยังอยูใ่ นความเลี้ยงดูและดูแลของพ่อแม่นก ในประเทศไทย มีนกกระเต็น อยู่ 13 ชนิด เป็ นนกอพยพตามฤดูกาล 5 ชนิด นกระเต็นขาวดำาใหญ่ พบทางภาคเหนือ และภาคตะวันตก พบเห็นได้ยาก ำ นกกระเต็นปั กหลัก พบตามแหล่งน้าใหญ่ ๆ ในทุกภาค เว้นภาคใต้ นกกระเต็นน้อย พบทัว่ ทุกภาค ส่วนใหญ่เป็ นนกอพยพ ำ าทุกภาค เว้นภาคตะวันออกเฉี ยง นกกระเต็นน้อยหลังสี นาเงิ ้ ำ น นกกระเต็นน้อยสามนิ้ว พบตามแหล่งน้าในป่ เหนือ นกกระเต็นน้อยแถบอกดำา พบตามลำาธารในป่ าภาคใต้ พบไม่มากนัก นกกระเต็นลาย พบตามป่ าดงดิบ ป่ าเบญจพรรณ และป่ าไผ่ ยกเว้นภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ พบเห็นได้ง่าย ำ นกกระเต็นสร้อยคอสี นาตาล ้ ำ พบตามป่ าที่ราบต่าภาคใต้ พบเห็นน้อย นกกระเต็นใหญ่ปากสี นาตาล ้ ำ พบตามป่ าชายเลนฝั่งทะเลอันดามัน ที่มีตน้ ไม้ใหญ่ พบเห็นได้ยาก นกกระเต็นกำากอม หรื อนกกระเต็นใหญ่ พบทัว่ ไปในทุกภาค นกกระเต็นแดง พบทางภาคใต้และภาคตะวันออก ตามป่ าชายเลน บางส่ วนเป็ นนกอพยพ นกกระเต็นอกขาว พบทัว่ ไปในทุกภาค ชอบเกาะตามสายไฟที่อยูช่ านเมือง นกกระเต็นหัวดำา พบทัว่ ทุกภาค เป็ นนกอพยพ


กระแตแต้ แว้ ด

เป็ นนกขนาดกลาง ยาวประมาณ 32 เซนติเมตร ปากยาวตรงสี แดง ปลายสี ดาำ หัวสี ดาำ มีแถบขาวที่หู ำ ปลายสี ดาำ และมี มีติ่งเนื้อสี แดงตรงโคน ปาก คอหนาสั้นสี ดาำ ตัวป้ อม ท้องและอกขาว ปี กตอนบนสี น้าตาล แถบขาวอยูร่ ะหว่างสี นาตาลและสี ้ำ ดาำ มีเดือย แหลมที่หวั ปี กใช้ในการต่อสู ้ หางสั้น โคนหางสี ดาำ ปลายขาว ขายาวสี เหลือง นกชนิดนี้มกั วิ่งหากินบนพื้นดินตามบริ เวณใกล้แหล่งน้าำ ทำารังเป็ นหลุมตื้น ๆ บนพื้นดิน วางไข่คราวละ 4 ฟอง ทั้งคู่ผลัดกันกกไข่นานประมาณ 25 วัน จึงฟั กเป็ นตัว เป็ นนกที่พบได้ทุกภาค ยกเว้นภาคเหนือบางส่ วน และภาคอีสานตอนล่าง เสี ยงร้องกระแตแต้แว้ดมักร้องรับ กันเป็ นทอด ๆ โดยเฉพาะเมื่อเห็นศัตรู เมื่อจวนตัวจะวิง่ หนีอย่างเร็ วไปให้ไกลจากรัง แล้วล้มลงแกล้งทำาเป็ น ชัก นอนตาแดง หรื อนอนหงายตีนชี้ ฟ้า เพื่อล่อศัตรู ให้หลงวิ่งตามไป จากนั้นก็จะบินหนีไป การทำาเช่นนี้ เพื่อ ป้ องกันศัตรู มากินลูกในรัง


นกกระทา

เป็ นนกหากินตามพื้นดิน ยาว 17-33 เซนติเมตร ตัวกลม สี นาตาลอมดำ ้ำ า มีลายเป็ นกระ นกกระทา ำ แต่ละชนิดมีลายแตกต่าง กันปี กและหางสั้น ตัวเมียสี จางกว่าและลายไม่ชดั เจน ขาสี น้าตาลเหลื อง ยกเว้นนก กระทาดงขาสี เขียว ปกติมีเดือยข้างละหนึ่งเดือย การหาอาหารจะหาอาหารบนพื้นดินเช่นเดียวกับไก่ บินได้ในระยะใกล้ ๆ มักจะวิ่งกว่าบิน ทำารังอยูต่ ามพื้น ดินมีหญ้าคลุม วางไข่คราวละ 3-14 ฟอง ใช้เวลาฟัก 20-30 วัน ลูกนกที่ออกจากไข่สามารถวิ่งได้ทนั ที นกกระท���ในไทย มี 8 ชนิด ที่อาศัยอยูต่ ามทุ่งหญ้าเรี ยกนกกระทาทุ่ง ที่อาศัยอยูต่ ามป่ าดิบชื้ น หรื อบนภูเขา เรี ยกนกระทาดง ดังนี้ นกกระทาทุ่ง อยูต่ ามป่ าโปร่ งที่มีทุ่งหญ้า อยูเ่ ดี่ยวหรื อเป็ นคู่ เสี ยงขันได้ยนิ ไปไกล พบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ สุ ด นกกระทาดงแข้งแขียว มักอยูโ่ ดดเดี่ยว นอกจากในฤดูผสมพันธุ์จึงอยูเ่ ป็ นคู่ พบทุกภาคในป่ าทุกประเภท ำ นกกระทาดงจันทบูร อยูต่ ามป่ าดงดิบสูงจากระดับน้าทะเลมากกว่ า 300 เมตร ขึ้นไป พบเฉพาะภาคตะวัน ออก บริ เวณเขาสอยดาว จันทบุรี


นกกระทุง

ำ เป็ นนกน้าขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 1.5 เมตร ขาใหญ่ส้ ันสี นาตาลดำ ้ำ า มีพงั พืดติดระหว่างนิ้ว ปากยาว ใหญ่ปลายแบนสี ชมพู ปลายเป็ นจงอย พื้นปากล่างสามารถขยายเป็ นกระพุง้ ขนาดใหญ่สาำ หรับเก็บปลาที่จิก ได้ไว้ทีละมาก ๆ ตาสี นาตาลแดงมี ้ำ ขอบสี เหลือง ขนบริ เวณด้านหลังของคอตั้งเป็ นสัน จากฐานคอไปถึง ำ ในฤดูผสมพันธุ์ ท้ายทอย ขนตามลำาตัวเป็ นสี ขาวอมเทา ปลายแซมสี ดาำ หางและตอนล่างของลำาตัวสี น้าตาล ขนตอนบนของลำาตัวจะเปลี่ยนเป็ นสี เทาเงิน ตอนล่างเป็ นสี ขาว นกกระทุงมักอยูแ่ ละออกหากินเป็ นฝูง ขณะอยูใ่ นฝูงจะหันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เวลาบินจะหดคอเข้า มา เมื่อบินระยะไกล จะบินเหลื่อมกันเป็ นแถวเรี ยงหนึ่ง หรื อเป็ นรู ปคล้ายหัวลูกศร การจับปลาอาจทำาโดย ำ ่อให้ดาำ ได้ลึกชอบเลียนแบกัน คือถ้าตัวหนึ่งทำาอะไร ตัวอื่น ๆ ก็จะ บินขึ้นสูง แล้วทิ้งตัวพุง่ ดิ่งลงไปในน้าเพื ทำาตาม เช่น กลับหัวลงช้อนปลาพร้อม ๆ กัน นกกระทุงทำารังรวมกันเป็ นกลุ่มบนต้นไม้ ร่ วมกับนกกระทุงด้วยกัน หรื อกับนกกินปลาชนิดอื่น รังจะทำาอยู่ บนยอดไม้สูง ๆ ในป่ า การผสมพันธุจ์ ะตกประมาณเดือนพฤศจิกายน วางไข่คราวละ 3-5 ฟอง ทั้งคู่ผลัดกัน กกไข่นาน 4-5 สัปดาห์ จึงฟักออกเป็ นตัว


นกกระเรียน

เป็ นนกขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 1.25 เมตร สูง 1.5 เมตร ขนสี เทา คอยาว หัวและลำาคอตอนบนมีแต่ หนังและขนเส้นเล็ก ๆ สี แดง ตาสี แดง สายตาไวมาก ปากเรี ยวแหลม ปี กกว้างและยาว หางสั้ น ขายาวสี แดง ขณะบินหัว คอ ลำาตัว และขา จะยืดเป็ นแนวตรง หากินเป็ นคู่หรื อกลุ่มเล็ก ๆ ตามทุ่งหรื อดงหญ้า หนอง บึง ไม่เปลี่ยนคู่ หรื อแยกจากัน เมื่อคู่ได้รับอันตรายก็ จะไม่ทอดทิ้ง มักร้องเสี ยงแกร๋ แกร๋ ในเวลาเช้าและเย็น ผสมพันธุ์ในฤดูฝนโดยมีการเกี้ ยวกันก่อน รังมีขนาด ใหญ่ ทำาด้วยต้นไม้เล็ก ๆ กิ่งไม้แห้ง และใบหญ้า นำามาสานเป็ นรู ปกระทง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 - 5 ำ ้น เมตร มักอยูบ่ นกอหญ้าหรื อบริ เวณน้าตื วางไข่ครั้งละ 1-3 ฟอง ใช้เวลาฟัก 28-34 วัน ตัวเมียกกไข่มากกว่าตัวผู ้ ผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุประมาณ 3 ปี มีอายุ 50-60 ปี ในฤดูผลัดขนจะบินเกือบไม่ได้ เป็ นนกที่หายาก


นกกระสาขาว

เป็ นนกขนาดใหญ่ มีขนาดตั้งแต่ความยาวประมาณ 1 เมตร หนัก 2.5-4.5 กิโลกรัม ปาก ลำาคอ และ ขายาว ปากยาวแหลมตรงสี แดง คอ อก ท้อง และก้นสี ขาว ลำาตัวตอนท้ายด้านบนสี ดาำ ครึ่ งปี กด้านหน้าสี ขาว ด้านหลังสี ดาำ ปลายหางตอนบนสี ดาำ ตอนล่างสี ขาว ขาสี แดง ขณะบินจะยืดหัวและคอตรงไปข้างหน้า จะยืด ขาตรงไปข้างหลัง เหนือระดับหางเล็กน้อย เมื่อบินเป็ นกลุ่มจะบินอย่างไม่เป็ นระเบียบ ปี กตีลมเสี ยงดังมาก ำ ่ไม่ลึกนัก ใช้ปากจิกหาเหยือ่ ในน้าำ ผสมพันธุ์เมื่ออายุ 3หากินเป็ นฝูง การหาเหยือ่ จะก้าวเดินไปในแหล่งน้าที 4 ปี ทั้งตัวผูแ้ ละตัวเมียจะช่วยกันสร้างรังบนคาคบไม้สูง วางไข่คราวละ 3-5 ฟอง กลางวันทั้งตัวผูแ้ ละตัวเมีย จะผลัดกันกกไข่ ส่วนกลางคืนตัวเมียจะกก ใช้เวลาฟักประมาณ 33 วัน เคยพบที่นครปฐม ปั จจุบนั เข้าใจว่า ใกล้จะสูญพันธุ์จากประเทศไทย


นกกระสาคอดำา

เป็ นนกขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และใหญ่เป็ นที่สองของโลก ยาวประมาณ 1.35 เมตร สูง ำ ก 3-5 กิโลกรัม ปากใหญ่ปลายแหลมสี ดาำ หัวและคอสี ดาำ เหลือบเขียว กลาง ประมาณ 1.70 เมตร น้าหนั กระหม่อมสี เหลือบม่วง ขนบนหลังและโคนปี กตอนหน้าสี ขาว ตอนหลังถึงหางสี ดาำ อก ท้อง และโคนขาสี ำ ตัวเมียตาสี เหลือง ขณะบินมีลกั ษณะเช่นเดียวกับนกกระสาขาว คือ ปาก ขาว ขายาวสี แดง ตัวผูต้ าสีน้าตาล หัว ลำาตัว หางและขา เหยียดเป็ นเส้นตรง มักอยูต่ ามลำาพังหรื ออยูเ่ ป็ นกลุ่มเล็ก ๆ พ่อ แม่ ลูก หากินตามแม่น้าำ ทุ่งนา หนองน้าำ ขณะจับเหยือ่ จะกระโดด กางปี ก และวิง่ สลับฟันปลาเพื่อไล่เหยือ่ แล้วใช้ปากงับ ในฤดูผสมพันธุ์จะจับคู่กนั และมีการต่อสู้แบ่งเขตกัน ทั้งคู่ตวั ผูแ้ ละตัวเมียจะช่วยกันทำารังบนยอดไม้ ซึ่งสูง จากพื้นดิน 20-25 เมตร วางไข่ครั้งละ 3-5 ฟอง ทั้งคู่ผลัดกันกก นานประมาณ 33 วัน พบในทุกภาค เว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบนั มีเหลืออยูน่ อ้ ยมาก


นกกะปูด

เป็ นนกขนาดกลาง ลำาตัวเพรี ยว ยาวประมาณ 35.50 เซนติเมตร ปากสี ดาำ แหลมสั้น หนา แข็งแรง ตา สี แดง หัว คอ และลำาตัวสี ดาำ ปี กสั้นสี นาตาลแดง ้ำ ขายาวสี ดาำ นิ้วตีนและเล็บยาว แข็งแรง สามารถจับเหยือ่ เกาะเหนียว ไต่แทรกไปตามพงหญ้า ต้นไม้ หรื อ พุม่ ไม้หนาทึบได้อย่างคล่องแคล่ว หางยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร หนังหนาเหนียวสี ดาำ ออกหากินอยูต่ ามพื้นดินในเวลาเช้าตรู่ หรื อใกล้พลบค่าำ เคลื่อนที่ดว้ ยการเดินและวิ่ง บินได้ในระยะสั้น ๆ และไม่สูงนัก วางไข่ครั้งละ 2-5 ฟอง ใช้เวลาฟักประมาณ 15 วัน นกกะปูดในไทย มี 2 ชนิด คือ นกกะปูดใหญ่ ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร ใต้ปีกสี ดาำ หางยาวประมาณ 25 เซนติเมตร พบทุกภาค เว้นภาค ตะวันออกเฉี ยงเหนือ นกกะปูดเล็ก ยาวประมาณ 35 เซนติเมตร ใต้ปีกสี นาตาลแดง ้ำ มีลายกระสี ขาวเป็ นทางยาวตลอดลำาตัว หางยาวประมาณ 15 เซนติเมตร พบทุกภาค เว้นภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือและภาคตะวันออก


นกกะรางหัวขวาน

เป็ นนกขนาดกลาง ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ปากสี ดาำ ยาวโค้ง หงอนสี สม้ ปลายสี ดาำ ลำาตัวสี ำ ำ น้าตาลอมเหลื อง มีลายสี ดาำ สลับน้าตาลอ่ อน ตามขวางลำาตัว หากินตามที่โล่ง ขณะเดินจะส่ายหัวไปมา พร้อมกับใช้ปากแทงไปในร่ อง หรื อรู บนพื้นดินซ้าำ ๆ เพื่อจิกกิน เหยือ่ ร้องเสี ยงดัง ฮู โป โป ทำารังในซอกไม้ โพรงไม้ วางไข่ครั้ งละ 5-6 ฟอง ตัวเมียกกไข่ ตัวผูห้ าอาหารมา ให้ ใช้เวลาฟั กประมาณ 18 วัน อยูร่ วมเป็ นฝูง อยูต่ ามทุ่งนาที่พอมีตน้ ไม้อยูบ่ า้ ง พบทัว่ ทุกภาค


นกกางเขน

เป็ นนกกินแมลง ขนาดเล็ก ยาวประมาณ 25 เซนติเมตร ส่ วนบนลำาตัวสี ดาำ ส่ วนล่างตั้งแต่หน้าอกลง ไปสี ขาวหม่น ปี กมีลายพาดสี ขาว ใต้หางสี ขาว ตัวเมียสี ชดั กว่าตัวผู ้ ส่ วนที่เป็ นสี ดาำ ในตัวผู ้ จะเป็ นสี เทาแก่ ในตัวเมีย มักอยูเ่ ป็ นคู่หรื อกลุ่มเล็ก ๆ หากินแมลงตามพุ่มไม้ เรื อกสวน ไร่ นา บางทีกโ็ ฉบจับแมลงกลางอากาศ มักแผ่ หางกระดกขึ้นลง ร้องเสี ยงสูง ๆ ต่าำ ๆ ฟังไพเราะ ทำารังตามโพรงไม้ที่ไม่สูงนัก วางไข่ครั้ งละ 3-6 ฟอง ผลัด กันกกไข่ ฟักไข่นานประมาณ 12 วัน อายุ 15 วัน เริ่ มหัดบิน เป็ นนกที่หวงถิ่นที่อยูม่ าก พบทัว่ ไปในทุกภาคแม้ในเมืองใหญ่ ๆ นกกางเขนในไทย มี 2 ชนิด คือ นกกางเขนบ้าน และนกกางเขนดง แตกต่างกันที่ขนาด และสี เล็กน้อย โดยทัว่ ไปมักเรี ยกนกกางเขนบ้านว่า นกกางเขน


นกกา

เป็ นนกขนาดกลาง ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร สี ดาำ ตลอดตัว ปากและขาแข็งแรง กินอาหารทุก ชนิด เป็ นนกที่ฉลาดมาก ฝึ กให้เลียนเสี ยงคนได้ แต่ไม่ได้มากนัก ชอบขโมยลูกนก หรื อไข่นกอื่น เป็ นอาหาร และแม้แต่ลูกเป็ ด ลูกไก่ ทำารังตามต้นไม้สูง ๆ วางไข่ปีละครั้ง ๆ ละ 3-5 ฟอง ตัวเมียกกไข่ประมาณ 18 วัน ตัวผูห้ าอาหารมาเลี้ยง ลูก นกหัดบินได้เมื่อ อายุ 3-4 สัปดาห์ พบทัว่ ทุกภาค ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน คือตั้งแต่กลางเมืองใหญ่ จนถึงกลางป่ าเขา


นกกาน้ำ า

ำ าพวกหนึ่ง ยาวประมาณ 50-90 เซนติเมตร ปากสี ดาำ ยาวตรง ปลายปากบนแบนงองุม้ เป็ นนกน้าจำ ขอบปากบนและล่างหยักคล้ายฟัน คอยาว กล้ามเนื้ อที่หวั และคอแข็งเรง ทำาให้งบั เหยือ่ ได้แน่น ขนดำาเป็ น ำ ลึก บินและดำาน้าได้ ำ มัน ปี กสั้น หางกลมมน ตีนมีพงั ผืดเหมือนตีนเป็ ด ช่วยในการว่ายและดำาน้าำ ดำาน้าได้ คล่องแคล่วกว่าการเดินบนบก มีปีกแข็งแรง สามารถบินไป หากินได้เป็ นระยะไกลทุกวัน บางครั้ งอาจไกล ถึง 100 กิโลเมตร โดยกระพือปี กอย่างช้า ๆ เมื่อบินเป็ นฝูงจะเกาะกลุ่มเป็ นรู ปหัวลูกศร การหากินแต่ละวันใช้ เวลาสั้น ๆ ประมาณครึ่ งชัว่ โมง เวลาจากนั้นใช้ในการพักผ่อน ผึ่งแดด ตบแต่งขน


นกกาบบัว

เป็ นนกขนาดใหญ่ ตัวยาวประมาณ 1 เมตร ปากสี เหลือง หนา ยาว ปลายแหลมโค้ง หน้า หัว และคอ เป็ นหนังสี แดงอมส้ม ไม่มีขน ลำาคอสี ขาว ที่หน้าอกมีแถบสี ดาำ พาดขวาง ขนบริ เวณหลังสี ขาว ช่วงท้ายลำาตัว ตอนบน มีขนสี ชมพูเหมือนสี กลีบบัวขึ้นแซง อยู่ ปี กสี ดาำ กระขาวสลับขาว ขอบปี กสี ดาำ ขาสี ชมพู หากินเป็ นฝูงเล็ก ๆ ตามชายฝั่งแม่นาหรื ้ ำ อหนองน้าำ การหาเหยือ่ จะยืนนิ่งกางปี ก ก้มตัว อ้าปาก แช่อยูใ่ นน้าำ ำ านมาก็จะงับทันที อาจแช่ลึกถึงระดับตา เมื่อเหยือ่ ว่ายน้าผ่ ฤดูผสมพันธุ์อยูร่ ะหว่างเดือนกันยายน ถึงพฤศจิกายน จะจับคู่ และช่วยกันสร้างรัง มักทำารังบนยอดไม้ วางไข่ครั้งละ 2 - 3 ฟอง ผลัดกันกกไข่ ใช้เวลาฟักประมาณ 29 วัน ลูกนกหัดบินเมื่ออายุ 6-7 เดือน ขนจะ เปลี่ยนสี เหมือนพ่อแม่นก เมื่อายุประมาณ 1 ปี พบมากทางภาคกลาง และภาคใต้ตอนล่าง พบได้ยากตาม ธรรมชาติ


นกกิง้ โครง

ตัวยาวตั้งแต่ 15-30 เซนติเมตร อ้วนป้ อม หางสั้น ขาแข็งแรงอยูร่ วมกันเป็ นฝูง บางชนิดเช่น กิ้งโคร คอดำา สามารถเลียนเสี ยงคน และเสี ยงอื่น ๆ ได้ รังเป็ นแบบปิ ดเข้าออกทางเดียว บางชนิดทำารังในโพรงไม้ วางไข่ครั้ งละ 2-6 ฟอง ใช้เวลาฟักประมาณ 16 วัน ลูกนกออกจากรังเมื่ออายุได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ในประเทศไทย มีนกกิ้งโครงอยู่ 6 ชนิด คือ นกกิ้งโครงแกลบกระหม่อมดำา นกกิ้งโครงแกลบปี กขาว นกกิ้งโครงแกลบหัวเทา ตัวยาวประมาณ 15 เซนติเมตร อยูต่ ามป่ าโปร่ ง ป่ าละเมาะ และสวน พบทุกภาค เว้นภาคใต้ตอนล่าง ส่ วนนกกิ ้งโครงแกลบหัว เทา เว้นภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ นกกิ้งโครงคอดำา ตัวยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ปลายปาก วงรอบคอ ลำาตัว และปี กสี ดาำ หัว อก ท้องสี ขาว และแถบเล็ก ๆ ที่ปีกสี ขาว ำ ำ อยูต่ ามพื้นที่เกษตรกรรม ตามสวน ตั้งแต่ความสู งระดับน้าทะเลถึ งความสู ง 1,500 เมตร จากระดับน้าทะเล พบแทบทุกภาค เว้นภาคใต้ตอนล่าง นกกิ้งโครงหัวสี นวล ตัวยาวประมาณ 25 เซนติเมตร ปลายปากสี แดง หัวสี ขาว อกและท้องสี ม่วงอ่อน ลำาตัว และปี ก ด้านหลังสี เทามีจุดขาว ำ อยูต่ ามพื้นที่เกษตรกรรม ทุ่งหญ้า พุม่ ไม้เล็ก ตั้งแต่ระดับน้าทะเลถึ งความสูง 1,200 เมตร


พบทุกภาค เว้นภาคใต้ตอนล่าง นกกิ้งโครงปี กลายจุด ตัวยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ตัวผูแ้ ละตัวเมียมีลกั ษณะต่างกันเล็กน้อย พบทางภาคตะวันตก แถบจังหวัดตาก

นกแก้ว

เป็นนกที่มีสีสวยสะดุดตา จะงอยปากบนงอโค้งเป็นขอ ปลายแหลม ขยับไป มาและขึ้นลงได้ ใช้ช่วยเกาะจับ ช่วยในการเคลื่อนที่ ลิน ้ หนาแข็ง ปลายกลมมน แข็งแรง หัวค่อนข้างใหญ่ ลำาตัวป้อม ขนสั้น หางยาว อยู่รวมเป็นฝูง ขณะหากินส่งเสียงร้องรับดังมาก เมื่อลงหากินที่พื้นดิน จะมีตัวหนึ่ง เกาะระวังภัยอยู่บนที่สูง ทำารังในโพรงไม้ วางไข่ครั้งละ 1-10 ฟอง ส่วนมากตัวเมีย กกไข่ ใช้เวลาฟัก 18-30 วัน อายุนก 30-70 ปี


นกไก่ จุก

เป็ นนกจำาพวกนกกระทา ตัวยาวประมาณ 25 เซนติเมตร ปากสั้นหนา ปลายแหลม ตัวอ้วนป้ อมสี ำ เขียว ปี กสี นาตาล ้ ำ หางสั้น ขาสี แดง ไม่มีเดือย ตัวผูม้ ีหงอนเป็ นพู่ ขนตรงสี น้าตาลแดง ตั้งเอนไปข้างหลังเล็ก ำ น น้อย ลำาตัวตอนบนสี เขียวเข้ม ตอนล่างสี เขียวเหลือบสี น้าเงิ อยูต่ ามป่ าโล่ง มีพมุ่ ไม้ ป่ าไผ่ มักอยูร่ วามเป็ นฝูง ฤดูผสมพันธุ์จะจับคู่กนั ตัวเมียสร้างรัง วางไข่ครั้ งละ 4 ฟอง ใช้เวลาฟัก ประมาณ 18 วัน ตัวเมียกกไข่ และเลี้ยงดูลูกโดยตัวผูไ้ ม่ช่วยเลย ลูกนกบินได้เมื่ออายุประมาณ 25 วันพบเฉพาะในภาคใต้



สายพันธุ์นกในประเทศไทย