Issuu on Google+

THE world’s biggest movie magazine

TheCinema www.thecinema.com

Vol.11 No.1 : April 21, 2015

Writer & Producer & Director

George Lucas History of

STAR WARS Episode I - VI

ตำ�นาน เจได-ซิธ คู่แค้นตลอดกาล

Darth Vader

Anakin Skywalker Star Wars : Episode VII The Force Awakens return to a galaxy far far away ...

85 BAHT


“จอร์จ ลูคัส” ผู้ให้กำ�เนิด มหากาพย์สตาร์วอร์ส

จอร์จ ลูคัส ผู้ให้กำ�เนิดมหากาพย์สงครามอวกาศ Star Wars และ ตำ�นานผจญภัย Indiana Jones...ชื่อเต็มเขาคือ จอร์จ วอลตัน ลูคัส จูเนียร์ (George Walton Lucas) เกิดในปี 14 May 1944 ในเมืองเล็กๆของ แคลิฟอร์เนีย เป็นลูกชายของนักธุรกิจชื่อดังที่ทุ่มเทชีวิตอยู่กับแต่การทำ�งาน ทำ�ให้ชีวิตในวัย เด็กของเขาต้องหาความสุขกับภาพยนตร์ซีรียทางโทรทัศน์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การผจญภัย และหนังสือการ์ตูน-ภาพยนตร์แนวผจญภัยในสมัยนั้นโดยเฉพาะ เรื่อง “แฟลช กอร์ดอน (Flash Gordon)” ที่ลูคัสได้รับแรงบันดาลใจมากมาย (และก็ส่งอิทธิพลต่อ Star Wars มากมายเช่นกัน) ต่อมาในช่วงชีวิตวัยรุ่น ลูคัส เองมีความสับสนในทางเดินของชีวิตตนเอง เหมือนๆกับวัยรุ่นทั่วไป อีกทั้งเกรงกลัวที่ต้องรับภาระอันหนักอึ้ง ที่จะต้องเป็นคน รับช่วงต่อจากธุรกิจของพ่อ นั่นเป็นสิ่งที่ทำ�ให้เขาสับสนและใช้ชีวิตอย่างไม่มีสาระ อยู่พักหนึ่ง แต่ในช่วงเวลานี้ เขากลับชื่นชอบที่จะหาอะไรตื่นเต้นให้กับชีวิตอย่าง การขับรถแข่งอยู่เสมอๆ ในปี 1962 ลูคัสประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ� หมดสติและกระเด็น ออกจากนอกรถ แต่นั่นเป็นจุดพลิกผันที่ทำ�ให้ ลูคัส เริ่มเข้าใจความหมายของชีวิต และทำ�ให้เขามีจุดมุ่งหมายของชีวิตตนเอง นั่นคือ การศึกษาหาความรู้ในสาขาวิชา ที่เขาสนใจอย่างมนุษยวิทยา สังความศาสตร์และปรัชญา และต่อมา ลูคัส ก็ได้ เข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาภาพยนตร์ในมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น รัฐแคลิฟอร์เนีย และ หลังจากจบการศึกษาได้ไม่นาน เขาก็มีผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ทำ�ให้เขาเป็นที่ รู้จักกันในบรรดาผู้กำ�กับภาพยนตร์ด้วยกัน อย่าง THX 1138:4EB (1967) (อันเป็น ที่มาของชื่อระบบเสียงที่พัฒนาโดยบริษัทของเขาในภายหลัง) แต่น่าเสียดายที่สตูดิ โอวอเนอร์ บราเธอส์ ไม่ชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ และถอดลูคัสออกจากการควบคุม ภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย ก็ไม่ประสบความสำ�เร็จ เท่าที่ควร ลูคัส รู้สึกไม่พอใจกับระบบการควบคุมของสตูดิโอ และตั้งความฝันไว้ ว่าจะทำ�ทุกอย่างด้วยตัวเอง


เขายังไม่ละความพยายาม และเดินหน้าต่อไปด้วยการสร้างผลงาน ภาพยนตร์เรื่องที่สองต่อ นั่นคือ American Graffiti แต่ในระหว่างนั้น ลูคัส ได้หวนกลับไปนึกถึงการ์ตูนและภาพยนตร์สุดโปรดของเขาอย่าง แฟลช กอร์ ดอน และต้องการที่จะซื้อลิขสิทธิ์มาทำ�ต่อ แต่กลับไม่ประสบผลสำ�เร็จ แต่ด้วย ความชื่นชอบในภาพยนตร์แนวนี้ทำ�ให้เขาเริ่มมีความคิดที่จะสร้างภาพยนตร์ อวกาศของตัวเองขึ้นมา ปี 1971 ลูคัสพยายามเสนอขายบทนวนิยายอวกาศ ที่เขาเขียนเองให้กับสตูดิโอยักษ์ใหญ่อย่างยูนิเวอร์แซล และยูไนเต็ด อาร์ต ทิส แต่กลับถูกปฏิเสธ เพราะไม่คิดว่าเรื่องราวแนวนี้จะมีผู้ชมสนใจ แต่ 20th Century FOX ได้ให้เงินทุน 5 หมื่นเหรียญ สำ�หรับการเขียนบทและพัฒนาบท และ หนึ่งแสนเหรียญเพื่อให้ ลูคัส กำ�กับภาพยนตร์เรื่องนี้ ปี 1973 American Graffiti ได้ออกฉายภายใต้การสนับสนุนและจัดจำ�หน่ายโดย ยูนิเวอร์แซล สตู ดิโอ ซึ่งนั่นทำ�ให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กำ�ไรไปถึง 117 ล้านเหรียญ ในขณะที่ทุน สร้างไม่ถึง 1 ล้านเหรียญเท่านั้นเอง บทภาพยนตร์ Star Wars ของ ลูคัส เขียนเสร็จในปี 1975 โดยมีความยาวกว่า 500 หน้าซึ่งถือว่ายาวมากโดย ลูคัส บอกเอาไว้ว่า นี่เป็นบทภาพยนตร์สำ�หรับ 3 ตอน โดยจะตัดแบ่งช่วงต้นเพียง 1ใน 3 เพื่อสร้างภาพยนตร์ภาคแรก

ลูคัส ต้องทนรับฟังคำ� ดู ถู ก เ ห ยี ย บ ห ย า ม จ า ก บรรดาผู้กำ�กับภาพยนตร์ ด้วยกัน ที่ได้ชมภาพยนตร์ ตัวอย่างก่อนเข้าฉายจริง ที่ยังไม่ได้ตัดต่อ รวมไปถึง ผู้ ช มทั่ ว ไปที่ ไ ด้ ดู ตั ว อย่ า ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนฉาย แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อ Star Wars (1977) สามารถลบคำ�สบประมาท ได้ ทั้ ง หมดเมื่ อ ถึ ง วั น ออก ฉายจริง เมื่อผู้ชมต่างนิยม ชมชอบ และชื่นชมเป็นเสียง เดียวกัน อีกทั้งยังสามารถทำ�รายรับทั่วโลกได้ถึง 430 ล้านเหรียญภายในระยะเวลา 2 ปี และยังสามารถคว้ารางวัลออสการ์มา ได้ถึง 5 รางวัล (ในสาขาเทคนิคพิเศษต่างๆ) จากการเข้าชิงถึง 10 รางวัลทีเดียว ลูคัส เดินหน้าต่อทันที เพื่อสานต่องานที่ค้าง ไว้ของเขาให้เสร็จ นั่นคือการสร้างบทภาพยนตร์อีก 2/3 ที่เหลือให้สำ�เร็จขึ้นมาเป็นภาพยนตร์ให้ได้ และด้วยกำ�ไรมหาศาลจากส ตาร์วอร์สตอนแรก ทำ�ให้ ลูคัส สามารถออกทุนในกระบวนการสร้างภาพยนตร์ทั้งหมดให้กับตัวเองได้ในภาคต่อมา และให้ 20th Century FOX เป็นเพียงผู้จัดจำ�หน่ายเท่านั้น ในภาพยนตร์ภาคต่ออย่าง The Empire Strikes Back ถึงแม้ว่า ลูคัส จะผัน ตัวเองจากผู้กำ�กับไปนั่งเก้าอี้ผู้อำ�นวยการสร้างแทนโดยให้ “เออร์วิน เคิร์ชเนอร์” มารับตำ�แหน่งผู้กำ�กับภาพยนตร์แทน แต่นั่น ก็ทำ�ให้ลูคัสสามารถควบคุม และดูแลความเป็นไปของภาพยนตร์ได้มากกว่าสมัยภาคแรก ที่เขาต้องเหน็ดเหนื่อยและเสียแรงมาก กับการเป็นผู้กำ�กับและอำ�นวยการสร้างไปพร้อมๆกัน


SALE 50% only @ supersports 5-18 May, 2015 “of the wall”


Star Wars Episode IV: A New Hope ออกฉายในปี 1977 เป็นภาคแรกของสตาร์ วอร์ส (ถือเป็นภาคที่สี่เมื่อเรียงตามลำ�ดับเหตุการณ์)

เป็นเวลา 19 ปีเต็มที่จักรวรรดิอันชั่วร้ายที่ใต้อำ�นาจของจักรพรรดิพัลพาทีนได้ยึด ครองกาแลกซี่มา มีเพียงกองทัพนิยมสาธารณรัฐ หรือ ฝ่ายกบฎ(ถูกฝ่ายจักรวรรดิ เรียกเช่นนั้น)เท่านั้นที่ยังยืนหยัดต่อสู้ต่อต้าน เจ้าหญิงเลอา ออร์กาน่า วุฒิสมาชิก สาธารณรัฐ แห่งดาวอัลเดอราน ได้นำ�แบบแปลนของ ดาวมรณะ (สถานีอวกาศ ขนาดยักษ์ที่ทำ�ลายดาวได้ทั้งดวง) ซึ่งสายลับไคล์ คาทาร์น ขโมยมาได้เพื่อส่งต่อให้กับ กองทัพของฝ่ายกบฎ แต่ทว่า ดาร์ธ เวเดอร์ ซิธลอร์ดผู้เป็นมือขวาของจักรพรรดิได้ นำ�กองกำ�ลังของตนตามมาทัน จนจับตัวองค์หญิงเอาไว้ องค์หญิงไม่มีทางเลือกจึง เอาแปลนใส่ไปในตัวหุ่น อาร์ทูดีทู(R2-D2) และซีทรีพีโอ (C-3P0) (หุ่นล่ามแปลภาษา)ได้ ติดตามไปด้วย ลงไปบนทาทูอีน เพื่อขอความช่วยเหลือจาก โอบีวัน เคโนบี นายพล เจไดของสาธารณรัฐเดิม หลังจากถูกปล่อยจากแคปซูลช่วยชีวิตลงมาบนดาวทาทูอีน แล้ว หุ่นทั้ง 2 ดันถูก จาวา ชนเผ่าเร่ร่อนขายของเก่าจับตัวไป ณ บนทาทูอินนั้นเอง ลุค สกายวอล์กเกอร์ เด็กหนุ่มอายุย่างยี่สิบ อาศัยอยู่กับ ลุง โอเวน และป้าเบรู ในไร่ปรับความชื้น เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถด้านเครื่องจักรกลและมีความฝันที่จะออกผจญภัยในอวกาศ วันนั่นเองเขากับ ลุงมาซื้อหุ่นยนต์จากพวกจาวาเพื่อเอาไปใช้ในไร่ บังเอิญอย่างยิ่งที่เขาซื้ออาร์ทูดีทูและซีทรีพีโอมา ระหว่างกำ�ลังตั้งเครื่อง ลุค เกิดไปเจอข้อความ ของเลอาเข้า “ช่วยด้วยโอบีวัน เคโนบี คุณคือความหวังเดียวของเรา” ทำ�ให้เขานึกถึง เบน เคโนบี ฤๅษีที่อาศัยในทะเลทราย (เบนก็คือ โอบีวัน เค โนบีนั่นเอง แต่เพื่อความปลอดภัยจากพวกจักรวรรดิ เขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นเบน) ลุคจึงตั้งใจจะเอาหุ่นไปให้เบนดู แต่ระหว่างทาง ลุคถูกพวก มนุษย์ ทราย (เผ่าเร่ร่อนในทะเลทราย) โจมตีแต่เบนก็มาช่วยทัน จากนั้นเบนได้พาลุคไปที่บ้าน ทว่าเมื่อกลับถึงบ้านลุคพบว่าลุงและป้าของเขาถูก กองพัน พา���ุ (Stormtrooper) ทหารของจักรวรรดิสังหารตาย ด้วยความเศร้าลุคจึงตัดสินใจออกเดินทางกับเบนเพื่อไปช่วยเจ้าหญิงเลอา ลุคกับเบนเดินทางมาถึง มอสไอสเลย์ ท่ายานอวกาศ ของทาทูอิน ด้วยพลังพิเศษของ เบน ทำ�ให้ทั้งหมดหลบรอดจากการตรวจค้นของ Stormtrooper มาได้ ในบาร์เขาได้พบกับ ฮัน โซโล นักขนของเถื่อนนักบินอวกาศมีฝีมือฉมัง และตกลงจ้างฮัน ช่วยขับยานพาพวกเขาไปอัลเด อราน ฮันจึงเอาเงินค่าจ้างไปใช้หนี้ แจบบ้า เดอะ ฮัท แต่แจบบ้าได้ตั้งค่าหัวฮันไปแล้ว และส่ง กรี โด นักล่าค่าหัวชาวโรเดียนมาฆ่าฮันแต่ฮันก็รอดมาได้ ฮันมีเพื่อนอีกคนเป็นชาว วุคกี้ ขนรุงรังชื่อ ชิวแบคก้า พอทั้งหมดหนีมาที่ ยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน ของฮันได้ พวกเขาจึงเริ่มออกเดิน ทาง ระหว่างทาง เบนได้มอบกระบี่แสงเจไดให้กับลุค และฝึกเขาในวิถีแห่งอัศวินเจได ระหว่างนั้น บนดาวมรณะ ข้าหลวงแห่งจักรพรรดินาม ทาร์คิน ได้มาสอบปากคำ�องค์หญิงถึงฐานที่มั่นของ ทัพกบฎ องค์หญิงไม่ยอมบอก ทาร์คินจึงขู่ว่าจะใช้ ดาวมรณะ ทำ�ลายอัลเดอราน แต่เนื่องจากองค์หญิงเลอาจะทรยศพวกตนไม่ได้ จึงโกหกว่า ฐานของพวกกบฎอยู่ที่ ดาวแดนทูอิน (ความจริงเป็นฐานทัพร้างไปนานแล้ว) แต่ทาร์คินกลับอ้างว่าแดนทูอินนั้นไกลเกินกว่ารัศมีทำ�ลายของดาว มรณะจะทำ�ลายได้ เขาจึงสั่งให้ทำ�ลายอัลเดอรานเพื่อทดสอบพลังของดาวมรณะไปด้วยในตัว ขณะเดียวกัน นั้น เบนสัมผัสได้ถึงความตายของผู้คน จำ�นวนมากบนอัลเดอราน และเมื่อพวกเขามาถึงก็พบว่าอัลเดอรานเหลือแต่ซากเศษดาวแล้ว นอกจากนั้นยานของพวกเขายังถูกดูดเข้าไปในดาว มรณะอีกด้วย เบน อาสาไปปิดระบบพลังดึงดูดเพื่อหนี ส่วนลุคและพวกพบว่าองค์หญิงถูกจับอยู่ที่นี่จึงไปช่วย หลังจากเบนปิดระบบดึงดูดสำ�เร็จ เขาได้พบกับ เวเดอร์ศิษย์เก่า ซึ่งสัมผัสได้ถึงพลังของเขา จึงต่อสู้กัน ลุคซึ่งช่วยองค์หญิงสำ�เร็จ พอดีได้มาเจอเบนต่อสู้เวเดอร์ โดนเวเดอร์ฟัน แต่ ร่างกลับสลายหายวับไปกับตา ลุคคิดจะแก้แค้นแต่คนอื่นห้ามไว้ พวกเขาหนีจากยานมรณะสำ�เร็จ โดยหารู้ไม่ว่าในยานมีเครื่องติดตามซ่อนอยู่ ณ ที่ฐานลับกบฎบน ดาวยาวิน 4 การประชุมวางแผนทำ�ลายดาวมรณะเริ่มต้นขึ้น และพบว่าจุดอ่อนของมัน คือท่อระบายความร้อนของเตาพลังงาน ซึ่งสามารถใช้ยานขนาดเล็ก เข้าไปโจมตีได้ แต่ในขณะนั้นเองที่ดาวมรณะได้มาถึงแล้ว และกำ�ลังเตรียมที่จะยิงลำ�แสงทำ�ลาย ล้างเพื่อทำ�ลายฐานทัพกบฎให้สิ้น พวกเขาเหลือเวลาเพียงน้อยนิดที่จะทำ�ตามแผนซึ่งพึ่งจะ ประชุมไปสดๆ ร้อนๆ ลุคเข้าร่วมในกองยานนี้ด้วย แต่ฮันขอตัวจากไปเพื่อจ่ายหนี้คืนแจบบ้า กองยานฝ่ายกบฏเข้าโจมตี ดาวมรณะ เวเดอร์พบว่าพวกกบฎจะโจมตีจุดอ่อนของยานมรณะ เขาจึงออกรบเองด้วยยานรบส่วนตัว เวเดอร์ฝีมือเยี่ยมมาก เขายิงยานฝ่ายกบฎเสียหายราว ใบไม้ร่วง ลุคปิดเครื่องเล็งเป้า ลุคเข้าใกล้แกนพลังงานแล้ว แต่เวเดอร์ได้ยิงโดนอาร์ทูดีทู ขณะ ที่ลุคกำ�ลังจะเสียทีให้เวเดอร์ ฮันซึ่งย้อนกลับมาช่วยได้ยิงยานของเวเดอร์ทีเผลอ ทำ�ให้ยานกระเด็นออกมาจากดาวมรณะ เปิดโอกาศให้ลุค เข้าไป ถึงใจกลางของยานมรณะ ลุคยิงขีปนาวุธไปยังแกนพลังงานสำ�เร็จในที่สุด และหนีออกมาทันก่อนที่ดาวมรณะจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ทาร์คินตาย ส่วน เวเดอร์หนีไปได้ ลุค และ ฮันได้รับเหรียญกล้าหาญ ในที่สุดกองทัพกบฎก็ได้ชัยต่อจักรวรรดิเป็นครั้งแรก เรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ยุทธการยาวิน


Star Wars Episode V: The Empire Strikes Back ออกฉายในปี 1980

ภาคนี้ จอร์จ ลูคัส ไม่ได้กำ�กับภาพยนตร์ภาคนี้ด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้ เออร์วิน เกิร์ชเนอร์ เป็นผู้กำ�กับ โดยตัวเขาเป็นผู้ อำ�นวยการสร้างร่วมกับ แกรี เคิร์ตซ และภาพยนตร์ภาคนี้ได้รับรางวัลออสการ์ 2 รางวัล ได้แก่ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และรางวัล เกียรติยศออสการ์ จากสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (รางวัลเกียรติยศจะมีการมอบต่อเมื่อมีภาพยนตร์ที่ดีที่สุดจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่มอบ ทุกปีเหมือนรางวัลสาขาอื่นๆ ปีใดไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดที่คุณภาพถึง จะไม่มีการมอบรางวัล)

มันคือเวลาอันมืดมนของฝ่ายกบฏ แม้ดาวมรณะจะถูกทำ�ลายลง ทหารของจักรวรรดิได้ต้อนกบฏจากฐานลับและตาม ล่าพวกเขาไปสุดขอบจักรวาล ในการหลบหลีกกองทัพจักรวรรดิ กลุ่มกบฏนำ�โดย ลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้สร้างฐานลับขึ้นใหม่บน ดาว น้ำ�แข็งแห่ง โฮธ (Hoth) ดาร์ธเวเดอร์ผู้ชั่วร้ายซึ่งมุ่งมั่นที่จะหาตัวสกายวอล์คเกอร์ให้ได้ ได้ส่งหุ่นสอดแนมนับพันไปในห้วงอวกาศ เมื่อหา พบก็ได้ส่งกองกำ�ลังโจมตีจนฝ่ายกบฏต้องหลบหนีแตกกระเจิงไป ฝ่ายลุค ก็ได้แยกตัวออกไปตามหาปรมาจารย์เจไดโยดา บน ดาวเดโก บ้า (Dagobah) ตามที่ โอบีวัน เคโนบี เคยบอกไว้ ระหว่างนั้น ฮัน โซโล ต้องพาเจ้าหญิงเลอา หนีการไล่ล่าจากยาน Star Destroyer ของฝ่ายจักรวรรดิ บังเอิญได้เกิดความเสียหายกับยานมิลเล เนียม ฟอลคอน ทำ�ให้ไม่สามารถใช้ Hyper Space (อุปกรณ์เร่งความเร็วสู่ ความเร็วแสง) ได้ จึงไปพักซ่อมยานที่ ดาว Cloud City อันมีเพื่อนเก่าของ ฮัน โซโล คือ แลนโด (Lando Calrissian) ประจำ�อยู่ที่นั้น โดยหารู้ไม่ว่าที่นี่ได้ ถูกดาร์ธเวเดอร์ควบคุมไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยความจำ�เป็นทำ�ให้ แลนโด้ ต้อง หักหลังพวกฮัน และจับพวกเขาขังเอาไว้เพื่อเป็นเหยื่อล่อลุคให้มาติดกับ ดาร์ ธเวเดอร์ได้จับ ฮัน แช่แข็งในคาร์บอนไนต์ แล้วให้นักล่าเงินรางวัล โบบ้า เฟ็ตต์ (Boba Fett) ไปส่งแก่ แจบบ้า เดอะ ฮัท ต่ออีกที ผู้ซึ่ง ฮัน เป็นหนี้เขาอยู่นั้น เอง และก็เตรียมที่จะทำ�แบบนี้กับลุคเช่นเดียวกัน ฝ่าย แลนโด้ เมื่อเห็นว่าดาร์ ธเวเดอร์หาได้ทำ�ตามข้อสัญญาไม่ ก็ได้กลับใจช่วยเหลือพวก เลอา ให้หนีรอด ออกมาได้ ส่วนลุค สัมผัสพลังรับรู้ว่า ฮัน กำ�ลังตกอยู่ในอันตราย จึงจาก อ.โย ดา มากลางคัน เพื่อมาช่วย แล้วก็ได้เผชิญหน้ากับเวเดอร์โดยลำ�พัง จึงได้ ต่อสู้กัน ลุคเสียท่าถูกเวเดอร์ตัดมือขวา จากการต่อสู้นี้ทำ�ให้ลุคได้รู้ความจริง ว่า แท้ที่จริงแล้วดาร์ธ เวเดอร์คือพ่อของเขา (ประโยคที่ดาร์ธ เวเดอร์ บอก กับ ลุค ว่า “I am your father” เป็นประโยคที่คลาสสิค ที่แฟนสตาร์วอร์ส รู้จักกันเป็นอย่างดี) เวเดอร์ได้เกลี้ยกล่อมให้ลุคร่วมมือกับเขาแต่ก็ไม่สำ�เร็จ ลุค เลยถูกโจมตีร่วงหลุดออกมาจาก ภายนอกสถานี Cloud City เลอารับรู้ถึง สัมผัสพลังของลุค ว่าเขากำ�ลังอยู่ในอันตราย จึงได้หันยานมิลเลเนียม ฟอล คอน กลับมาช่วย ลุค ไว้ได้ทันท่วงที แล้วได้พากลับกันไปรวมกับกลุ่มยาน กบฎซึ่งกำ�ลังหลบหนีจากฝ่ายจักรวรรดิอยู่เช่นกัน ส่วน แลนโด้ และชิวแบคก้า ได้ออกตามหาที่อยู่ของ แจบบ้า เดอะ ฮัท เพื่อช่วย ฮัน โซโลกลับคืนมา


Star Wars Episode VI : Return of the Jedi ออกฉายครั้งแรกในปี 1983

เป็นภาพยนตร์ภาคสุดท้ายในไตรภาคที่สองของภาพยนตร์ชุดสตาร์ วอร์ส ของจอร์จ ลูคัส ออกฉายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2526 มีการฉายใหม่โดยมีการ ปรับปรุงภาพและเสียงในปี พ.ศ. 2540 และปรับปรุงอีกครั้งเมื่อวางจำ�หน่ายใน ปี พ.ศ. 2547 ภาพยนตร์ภาคนี้เป็นอีกภาคหนึ่งที่จอร์จ ลูคัส ไม่ได้กำ�กับด้วย ตัวเอง โดยมอบหมายให้ ริชาร์ด มาร์ควานด์ ผู้กำ�กับชาวเวลส์ เป็นผู้กำ�กับ โดยตัว ลูคัส เองเป็นผู้อำ�นวยการสร้างร่วมกับ ฮาร์เวิร์ด คาซานเจียน และโร เบิร์ต วัตต์ส อัศวินเจได ลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้เดินทางกลับทาทูอีนดาว บ้านเกิดเพื่อช่วยฮัน โซโลจากเงื้อมมือมาเฟียวายร้ายแจบบา เดอะ ฮัทท์ เจ้า หญิงเลอาได้นำ�ฮันออกมาจาก คาร์บอนไนต์ได้ แต่โชคร้ายกลับถูกแจบบาจับ ตัวไว้ เมื่อลุคมาต่อรองให้ปล่อยตัวพวกฮันแต่ก็โดนแจบบาใช้เล่ห์กลจับไว้อีก คน และถูกนำ�ตัวไปประหารชีวิต สถานการณ์กลับผลิกผันเมื่อลุคที่ได้รับกระบี่ แสงที่ซ่อนอยู่ในหุ่น อาร์ทูดีทู ได้แสดงพลังที่แท้จริงของเจไดทำ�ให้เขาทำ�ลาย พวกของแจบบาลงและช่วยเหลือฮันและเพื่อนๆ ออกมาได้สำ�เร็จ ลุคแยกตัว ไปหาโยดาเพื่อฝึกวิชาต่อให้สำ�เร็จ แต่โยดากลับบอกว่าเขาสำ�เร็จวิชาแล้ว รวม ทั้งบอกความจริงเกี่ยวกับพี่น้องสกายวอล์คเกอร์อีกคน ก่อนที่เขาจะจากไป ทำ�ให้ลุครู้จากจิตใต้สำ�นึกของเขาว่าว่าสกายวอล์คเกอร์อีกคนก็คือเลอา ซึ่ง แท้จริงแล้วไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือน้องสาวฝาแฝดของเขานั่นเอง ฝ่ายฮันเมื่อเป็นอิสระแล้วก็ไปรวมกับกองกำ�ลังกบฎที่รออยู่ จึงได้ ล่วงรู้ถึงการสร้างดาวมรณะดวงที่สองและรู้ว่าองค์จักรพรรดิจะเสด็จไปดูการ ก่อสร้างด้วยตัวเอง ฝ่ายกบฏจึงต้องการจะถือเอาโอกาสนี้จัดการกับดาว มรณะและจักรพรรดิไปพร้อมๆ กันแต่ปัญหาคือดาวมรณะมีเกราะป้องกันที่ สร้างโดยเครื่องกำ�เนิดพลังงาน บนดวงจันทร์เอนดอร์ พวกฮัน และลุคที่เดิน ทางมาสมทบจึงอาสาไปทำ�ลายมันลง โดยได้ขโมยยานขนส่งของฝ่ายจักรวรรดิ ลอบเข้าไปในดวงจันทร์เอนดอร์ แต่ดาร์ธ เวเดอร์ ก็ได้รู้ถึงการกลับมาของลุค และบอกกับจักรรพรรดิว่าจะเป็นคนไปนำ�ตัวลุคมาเอง ฝ่ายฮันและเลอาเมื่อ ติดกับดักของฝ่ายจักรวรรดิจนเกือบเสียที แต่ก็โชคดีที่ได้ อีว็อคหรือพวกหมี แคระ ชนเผ่าพื้นเมืองบนดวงจันทร์ช่วยเหลือจึงสามารถทำ�ลายเครื่องกำ�เนิด พลังงานได้สำ�เร็จในที่สุด ส่วนลุคก็แยกไปเผชิญหน้ากับดาร์ธ เวเดอร์เพียง ลำ�พังเพื่อกล่อมเขาให้กลับสู่ด้านสว่าง ลุคต่อสู้จนชนะเขาตัดมือขวาของเวเด อร์ขาด แต่ไม่ยอมกำ�จัดเวเดอร์ซึ่งเป็นพ่อของตน จักรรพรรดิ เห็นว่าลุคไม่ ยอมตกอยู่ใต้อำ�นาจของด้านมืด จึงหมายจะสังหารลุคโดยใช้พลังสายฟ้าซึ่ง เป็นอาวุธสำ�คัญของพวกซิธ แต่ว่าดาร์ธ เวเดอร์ ซึ่งทนเห็นลูกชายตายไปต่อ หน้าต่อตาไม่ได้ จึงเกิดคิดกลับใจและได้กลับมาสู่ด้านสว่าง เป็นอนาคิน สกาย วอล์คเกอร์ คนเดิม เข้าช่วยเหลือลูกชาย โดยทำ�ลายจักรพรรดิด้วยมือของ เขาเอง เขายกร่างของจักรพรรดิขึ้น พลังสายฟ้าจึงหันพุ่งมายังอนาคินเขา ทุ่มจักรพรรดิลงไปในช่องอากาศ เขากล่าวขอบคุณลุคที่ช่วยให้เขากลับสู่ด้าน สว่างได้ อนาคินให้ลุคถอดหน้ากากสีดำ�ของเขาออก เขาได้มองหน้าลูกชาย ด้วยตาเนื้อตนเองเป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย บัดนี้คำ�ทำ�นายโบราณของเจไดได้เป็นจริงแล้ว อนาคิน ผู้ถูกเลือก ผู้สังหาร ซิธ และนำ�สมดุลกลับคืนสู่พลัง ได้กลับมา ส่วนฝ่ายกบฎก็สามารถเข้าไปทำ�ลายดาวมรณะ รวมทั้งโค่นล้มจักรวรรดิได้สำ�เร็จ จึงได้เฉลิม ฉลองในชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ที่สามารถนำ�ความสงบสุขกลับคืนสู่จักรวาลได้อีกครั้ง


20th Century Fox

Star Wars: The Complete Saga (Episodes I-VI)

พิเศษ จาก 4,590 บาท เหลือเพียง 2,295 บาท Bring home the adventure and share Star Wars with your whole family with Star Wars: The Complete Saga. This nine-disc collection brings the wonder of the entire Saga direct to your living room, where you can revisit all of your favourite Star Wars moments – in gorgeous high definition and with pristine 6.1 DTS Surround Sound. Dive deeper into the universe with an unprecedented 40+ hours of special features, highlighted by never-before-seen content sourced from the Lucasfilm archives. The comprehensive collection also features numerous deleted, extended and alternate scenes, new documentaries and a cross-section of the countless Star Wars spoofs that have appeared in pop culture over the past three decades. Marking the first time ever that the full Saga is available in one complete collection, Star War: The Complete Saga on Blu-Ray also features a coveted peek into the making of the Saga with vintage documentaries, audio commentaries, behind-the-scenes moments, interviews, prop and costume turnarounds, retrospectives and more.


Star Wars Episode I : The Phantom Menace

ออกฉายครั้งแรกในปี 1999 เนื้อเรื่องในภาพยนตร์เป็นภาคแรกสุดในไตรภาคต้นของสตาร์ วอร์ส (แต่ถือเป็นภาพยนตร์สตาร์ วอร์สภาคที่สี่ ถ้าถือตามลำ�ดับการสร้าง) ในปีที่ 32 ก่อนยุทธการยาวิน เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับการค้า ระหว่าง สหพันธ์พาณิชย์ กับ ดาวนาบู (Naboo) ซึ่งก่อให้เกิดการปิดล้อมดาวนาบูขึ้น สมุหนายกวาโล รัม (ผู้นำ�สูงสุดของสาธารณรัฐ)ได้ลอบส่งอัศวินเจไดสองนาย คือ ไควกอน จินน์ (Qui-Gon Jinn) และโอบีวัน เคโนบี (Obi-Wan Kenobi) ออกไปแก้ปัญหาอย่างลับๆ แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลย ว่า แท้จริงแล้วสหพันธ์พาณิชย์นั้นได้ร่วมมือกับดาร์ธ ซิเดียส (Darth Sidious) ผู้ลึกลับ ซึ่งเป็น ผู้สั่งการรุกรานดาวนาบู และสั่งฆ่าเจไดทั้งสองทันทีที่เดินทางไปถึงยังยานสหพันธ์ แต่อย่างไร ก็ตาม ไควกอน และโอบีวันก็หลบหนีออกมาได้และเดินทางไปยังดาวนาบู บนดาวนาบู เจไดทั้ง สองได้พบกับจาร์ จาร์ บิงคส์ (Jar Jar Binks) ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนดาวนาบู จาร์ จาร์ บิงส์ช่วยพาเจไดทั้งสองคนหลบหนีกองทัพสหพันธ์ฯ ไปยังนครกันก้าเมืองใต้บาดาลของชาว กันแกน ในขณะเดียวกันทางด้านสหพันธ์ฯ ก็บุกรุกเข้าสู่นาบูและจับตัวราชินีแพดเม่ อมิดาลา (Queen Amidala) ผู้นำ�นาบูไว้ ด้านสองเจไดได้พบกับบอสแนซ (Boss Nass) ผู้นำ�ชาวกันแกน และขอให้แนซช่วยชาวนาบู แต่แนซปฏิเสธและได้ให้ยานแก่เจไดทั้งสองไป ด้วยยานดังกล่าว เจไดทั้งสองพร้อมด้วยจาร์จาร์บิงส์ได้เดินทางไปถึงเมืองหลวงของนาบู และเข้าช่วยเหลือราชินีอมิดาล่าจากกองทัพดรอย์ของสหพันธ์ไว้ได้ จากนั้น พวกเขาเดินทางสู่คอรัสซังท์ (Coruscant) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐ (Galactic Republic) เพื่อขอความช่วยเหลือจากสภาสูง ในระหว่างการเดินทางหลบหนี ออกจากดาวนาบูนั้น ดรอย์ตัวหนึ่ง รหัส R2-D2 (เลยเรียกชื่อตามรหัสว่าหุ่น อาร์ทูดีทู) ได้กลายเป็นฮีโร่ เมื่อสามารถช่วยซ่อมแซมยานขณะถูกยานของสหพันธ์ไล่ยิง

อย่างไรก็ตาม จากการถูกโจมตีระหว่างเดินทางหลบหนีนั้น ทำ�ให้จำ�เป็นต้องลงจอดยานบน ดาวทะเลทราย ทาทูอีน (Tatooine) เพื่อทำ�การซ่อมแซม ในระหว่างหาซื้ออะไหล่ที่ต้องการ อยู่นั้น พวกเขาก็ได้พบกับ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (Anakin Skywalker) ทาสของพ่อค้า อะไหล่ชาวต่างดาวนาม วัตโต้ (Watto) อนาคินเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านการเป็นนักบิน และการประดิษฐ์สิ่งจักรกลต่างๆ [เขาได้สร้างดรอย์ตัวหนึ่งได้เกือบสมบูรณ์ โดยให้ชื่อว่า ซีทรี พีโอ (C-3PO)] ไควกอน จินสัมผัสถึงพลังที่แข็งแกร่งในตัวอนาคิน และรู้สึกว่าเขาอาจเป็นผู้ที่ ถูกเลือก และนำ�สมดุลมาสู่พลัง ตามคำ�ทำ�นายโบราณของเจได ไควกอนนำ�อนาคินเข้าสู่การ แข่งขัน พอดเรซ (podrace) และพนันกับวัตโต้ในการให้อิสระแก่อนาคินหากอนาคินชนะการ แข่งขัน (เพียงอนาคินเท่านั้น เนื่องจากไควกอนไม่สามารถต่อรองขอแลกอิสรภาพของทั้งอ นาคินและแม่ได้) พร้อมกับไควกอนจะได้อะไหล่ยานที่ต้องการ อนาคินชนะการแข่งขันและได้ร่วม เดินทางสู่คอรัสซังท์ซึ่งไควกอนตั้งใจจะขออนุญาตจากสภาเจไดในการฝึกฝนอนาคินให้เป็นเจได แต่ในขณะเดียวกันนั้น ดาร์ธ มอล (Darth Maul) ศิษย์ของซีเดียสได้ถูก ส่งมายังทาทูอีนเพื่อกำ�จัดเจไดทั้งสองและจับตัวราชินีอมิดาล่า โดยดาร์ธ มอลปรากฏตัวขึ้นในขณะที่พวกไควกอนกำ�ลังจะขึ้นยานเพื่อเดินทางออกจากทาทูอีน ดาร์ธ มอลได้ต่อสู้กับไควกอน แต่ไควกอนก็สามารถขึ้นยานและเดินทางออกจากทาทูอีนได้สำ�เร็จ บนคอรัสซังท์ ไควกอนได้แจ้งแก่สภาเจไดถึงบุคคลลึกลับที่เขาต่อสู้ด้วยบนทาทูอีน ���ละเนื่องจากบุคคลผู้นั้นมีศิลปะการต่อสู้แบบเจได ทำ�ให้สภาเป็นกังวลว่า นี่อาจจะเป็นสัญญาณการกลับมาของนิกายซิธ (Sith) ผู้ใช้ด้านมืดของพลังอันได้หายสาบสูญไปนานแล้ว จากนั้นไควกอนได้แจ้งแก่สภาถึงเรื่องอนาคินและหวังว่าเขา จะได้รับอนุญาตให้ฝึกฝนอนาคินเป็นเจได แต่หลังจากได้รับการทดสอบแล้ว สภาเจไดได้ทำ�การปฏิเสธที่จะฝึกฝนอนาคินให้เป็นเจไดเนื่องจากเขามีอายุเกินกว่ามาตรฐาน ตามที่กฎของนิกายเจไดกำ�หนดไว้ และพวกเขายังกังวลถึงอนาคตที่มืดมัวและความกลัวอย่างรุนแรงที่พวกเขาสัมผัสได้ในตัวอนาคิน ขณะเดียวกัน วุฒิสมาชิกพัล พาทีน (Palpatine) จากดาวนาบู ก็ได้ใช้สถานการณ์ของราชินีอมิดาล่าให้เป็นประโยชน์ โดยโน้มน้าว ให้เธอยื่นไม่ไว้วางใจต่อสมุหนายกวาโลรัม เพื่อที่ตนเองจะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสมุหนายกคนใหม่ (แล้วก็ได้รับเลือกสำ�เร็จในที่สุด) หลังจากนั้นราชินีอมิดาล่าได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังนาบู เพื่อ ต่อสู้กับการรุกรานเนื่องจากเห็นว่าสภาไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ และกว่าที่พัลพาทีนจะได้รับเลือกให้ เป็นสมุหนายกคนใหม่ก็คงสายเกินไป โดยที่เจไดทั้งสองนาย ไควกอนและโอบีวันได้ร่วมเดินทางไปยัง นาบูกับราชินีอมิดาล่าด้วย ไควกอน จินและโอบีวัน เคโนบีกำ�ลังต่อสู้กับดาร์ธ มอลบนดาวนาบู เมื่อถึงดาวนาบู ราชิ นีอมิดาล่าได้เข้าพบชาวกันแกนและขอความช่วยเหลือ ในการต่อสู้กับกองทัพสหพันธ์ฯ หลังจาก ต่อสู้กับกองทัพดรอย์ของสหพันธ์ฯ ไปได้ระยะหนึ่ง กองทัพกันแกนก็จวนเจียนจะพ่ายแพ้ แต่ก็ กลับมาเป็นฝ่ายชนะ เมื่ออนาคินขับเครื่องบินรบและสามารถทำ�ลายยานบัญชาการกองทัพดรอย์ของสหพันธ์ฯ ซึ่งทำ�ให้กองทัพดรอย์หยุดการทำ�งานได้สำ�เร็จ ขณะ เดียวกัน ทางด้านราชินีอมิดาล่าก็ได้พากำ�ลังทหารของเธอกลับไปที่พระราชวัง เพื่อจับตัวอุปราชของสหพันธ์ฯ และในเวลาเดียวกันดาร์ธ มอลก็กำ�ลังต่อสู้กับเจไดทั้ง สอง เขาสังหารไควกอนได้สำ�เร็จ แต่ดาร์ธ มอลก็กลับถูกโอบีวันฆ่าตาย ก่อนที่ไควกอนจะสิ้นใจ เขาได้สั่งเสียโอบีวันให้ฝึกฝนอนาคินเป็นเจได ซึ่งโอบีวันก็รับปากตามที่ ไควกอนขอ หลังการสู้รบจบสิ้น สภาเจไดแต่งตั้งให้โอบีวันเป็นอัศวินเจได โอบีวันเอ่ยถึงความตั้งใจของไควกอนที่ต้องการฝึกฝนให้อนาคินเป็นเจไดกับ อ.โยดา (Yoda) (เจไดอาวุโสสูงสุดแห่งสภาเจได) โยดาอนุญาตให้โอบีวันรับอนาคินเป็นศิษย์อย่างไม่เต็มใจ ในพิธีเผาศพของไควกอน เมซ วินดู (Mace Windu) (เจไดอาวุโส)และโยดา เห็นต้องกันว่าการตายของไควกอนนั้นเป็นฝีมือของซิธ และเนื่องจากซิธจะต้องมีสองคนเสมอ “อาจารย์หนึ่งศิษย์หนึ่ง” ตามกฏแห่งสองของนิกายซิธ วินดูและโยดาจึง เชื่อว่ายังมีซิธอีกคนเหลืออยู่ที่ไหนสักแห่ง ภาพยนตร์ปิดฉากลงด้วยการเฉลิมฉลองอิสรภาพจากสหพันธ์ฯ บนดาวนาบู ราชินีอมิดาล่าได้มอบของขวัญให้แก่แนซเพื่อ เป็นการยกย่องและเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ


Star Wars Episode II : Attack of the Clones ออกฉายครั้งแรกในปี 2002

10 ปีให้หลังจากเหตุการณ์ที่ดาวนาบู(Naboo) จาก เอพพิโซด 1 มีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นในวุฒิสภากาแลคติค ดาวระบบสุริยะหลาย พันดวง ได้แสดงเจตจำ�นงว่าจะถอนตัวออกจากสาธารณรัฐ (Galactic Republic) ในนาม สหภาพพิภพอิสระ (Confederacy of Independent Systems - CIS) หรือที่นิยมเรียกว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ภายใต้การนำ�ของ เคาท์ ดูกู (Count Dooku)ผู้เคยอยู่ในสภาเจไดมา ก่อนแต่แยกตัวลาออกไป สร้างความลำ�บากใจให้กับเหล่าอัศวินเจไดซึ่งมีจำ�นวนน้อย ในอันที่จะรักษาความสงบและระเบียบของกาแลคซี่ วุฒิ สมาชิกแพดเม่ อมิดาล่า (Padme Amidala) อดีตราชินีแห่งดาวนาบู(หมดวาระจากการเป็นราชินี ตอนนี้กลายเป็นนักการเมืองแทน) ที่เดิน ทางกลับมายังสภากาแลคติก ณ คอรัสซังท์ (Coruscant) เพื่อลงคะแนนเสียงในการจัดตั้งกองทัพของสาธารณะรัฐ ได้พบกับเหตุการณ์ลอบ สังหาร ส่งผลให้เธอจะต้องอยู่ภายใต้การอารักขาของ อัศวินเจได 2 นายคือ โอบีวัน เคโนบี (Obi-Wan Kenobi) และ อนาคิน สกายวอล์ก เกอร์ (Anakin Skywalker) (อนาคินโตเป็นหนุ่มแล้ว) เมื่อมีการลอบสังหารเธอเกิดขึ้นอีก โอบีวันและอนาคินสามารถจับกุมตัวผู้ลอบสังหารได้ แต่ขณะที่กำ�ลังซักถามถึงผู้ที่ว่าจ้าง ผู้ลอบสังหารคนนั้นก็ถูกฆ่าปิดปากโดยนักล่าเงินรางวัลอีกคนหนึ่ง ทำ�ให้โอบีวันต้องแยกไปเพื่อสืบหาตัวนัก ล่าเงินรางวัลกับผู้ที่ว่าจ้าง จึงเหลือเพียงอนาคินคนเดียวที่จะต้องปกป้องวุฒิสมาชิกอมิดาล่ากลับสู่ดาวนาบูเพื่อความปลอดภัย และผลจาก การใกล้ชิดของทั้งสองนี้เองที่ทำ�ให้เกิดความรักต้องห้ามขึ้น กลับมาที่โอบีวัน ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนเก่าของเขาคนหนึ่งนาม เด็กซ์เตอร์ เจ็ตส์เตอร์(Dexter Jettster) รวมทั้งอาจารย์โยดา (Yoda) ทำ�ให้โอบีวันค้นพบ ดาวคามิโน (Kamino) ซึ่งไม่ปรากฏอยู่บนแผนที่แกแลคซี่ เพราะมีคนลบมันออก จากฐานข้อมูลได้สำ�เร็จ เมื่อได้รู้ว่ามีการอ้างสร้าง กองทัพโคลน(Clone Army) เพื่อสาธารณะรัฐโดยอาจารย์เจไดคนหนึ่งนาม ไซโฟร์ ดิแอส (Sifo Dyas) ผู้ถูก ฆ่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทำ�ให้โอบีวันติดตาม นักล่าเงินรางวัลแมนดาลอเรี่ยนนาม จัง โก้ เฟ็ทท์ (Jango Fett) อันผู้เป็นต้นแบบของมนุษย์โคลนส์ซึ่งมีการปะทะกับโอบีวัน และติดตามต่อสู้กันไปยัง ดาวจีโอโนซีส (Geonosis) ที่ซึ่งโอบีวันได้พบกับ โรงงาน สร้างดรอยด์ลึกลับขนาดใหญ่ พร้อมกับอุปราชของสหพันธ์พาณิชย์(ที่เคยล้อมดาวนาบูในภาคแรก) ผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารอมิดาล่า นั้นเอง ช่วงขณะเดียวกันนั้นอนาคิน (พร้อมด้วยแพดเม่) ได้เดินทางไปยังดาวทาทูอินเพื่อช่วยแม่ของเขา แต่พอไปช่วยแม่เขาก็สิ้นใจเสียแล้ว จังหวะพอดีโอบีวันได้ส่งข้อความข้อความช่วยเหลืออนาคิน ก่อนที่จะพลาดท่าถูกเคาท์ดูกูจับตัวไว้ หลังจากที่อนาคินได้รับข้อความของโอบีวันแล้วส่งต่อถึงสภาเจได ทำ�ให้เขารีบไปช่วยเหลือแต่ก็ไม่สำ�เร็จกลับถูกจับไว้อีก และถูกตัดสินประหารชีวิตทั้ง 3 คน ด้วยเหตุที่วุฒิสภารู้ว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนกำ�ลังรวมทัพกับสหพันธ์ พาณิชย์เพื่อการรุกรานสาธารณรัฐ จึงมีการยกอำ�นาจฉุกเฉินให้กับ สมุหนา ยกพัลพาทีน (Palpatine) ส่งผลให้เขามีอำ�นาจสร้างกองทัพที่เกรียงไกร เหล่า อัศวินเจได พร้อมกับกองทัพโคลนที่ถูกอนุมัติใช้ ภายใต้การนำ�ของ อ.โยดา ขณะ นั้นอาจารย์เจได เมซ วินดู พร้อมด้วยอัศวินเจไดกว่า 200 นาย บุกไปช่วยโอบี วัน อนาคิน และ อมิดาล่า ที่จีโอโนซิส ในขณะที่เจไดกำ�ลังเสียท่ากับพวกนักรบด รอยด์อยู่ อ.โยดานำ�กองทัพโคลนส์มาช่วยได้ทัน ทำ�ให้เจไดรอดตาย แล้วสงคราม ระหว่างกองทัพดรอยด์และกองทัพโคลนได้เกิดขึ้น และเจไดที่เหลือก็ลงสนามรบ ด้วย ขบวนการแบ่งแยกต่างๆ เห็นว่ากำ�ลังพ่ายแพ้จึงถอนทัพกลับ เคาท์ดูกูหนี ไปยังโรงเก็บยาน โอบีวันและอนาคินตามไป อนาคินโดนพลังสายฟ้าฟาดจนสลบ เหลือเพียงโอบีวันเพียงคนเดียวจึงต่อสู้ด้วยกระบี่แสง แต่ก็พลาดท่าเคาท์ดูกู บาด เจ็บ อนาคินฟื้นขึ้นมาและดวลกระบี่แสงโดนเคาท์ดูกูตัดแขนขวาขาด! ต่อมา อ.โย ดา ได้มาช่วย ดวลพลังกับเคาท์ดูกูไม่แพ้ไม่ชนะกัน จึงดวลด้วยกระบี่แสง เคาท์ดู กูเห็นว่าตนอยู่สถานะการณ์ที่เสียเปรียบอาจพลาดท่า จึงปลีกตัวหลบหนีไปได้ เมื่อ ได้รับชัยชนะ อนาคินและอมิดาลาแต่งงานกันอย่างลับๆ โดยมีแค่ซีทรีพีโอและอาร์ทู ดีทูเป็นพยาน กรณีความเป็นมาของกองทัพโคลนแท้จริงแล้วเป็นมาอย่างไรแน่ ก็ ยังเป็นเรื่องลึกลับอยู่ แต่สภาเจไดก็ไม่ให้ความใส่ใจนัก เพราะยังไงกองทัพโคลน ก็ อยู่ในสังกัดรับใช้ฝ่ายสาธารณรัฐซึ่งการมีกองทัพโคลนนั้นเป็นผลดี กับสถานะการณ์สงครามใหญ่อันครุกรุ่นรุนแรงกับฝ่ายแบ่งแยกดินแดนอยู่ ณ ขณะนั้น ที่เรียกกันต่อว่า สงครามโคลน (The Clone Wars)


Star Wars Episode III : Revenge of the Sith

ออกฉายครั้งแรกในปี 2005 เป็นตอนที่สามในภาพยนตร์ชุดสตาร์ วอร์ส (แต่สร้างเป็นลำ�ดับที่ 6) 3 ปีหลังจากเหตุการณ์ ต่อเนืองมาจาก สงครามโคลน ในเอพพิโซด 2 เป็นต้นมา สาธารณรัฐ ตกอยู่ในวงล้อมของสงครามแห่งยุค โดยฝ่ายแบ่งแยกดินแดนภายใต้ผู้นำ�ของซิธลอร์ดลึกลับ(ดาร์ ธ ซีเดียส) กับ เคานท์ ดูกู และผนวกด้วยหัวหน้าทางการทหารที่มีร่างเป็นไซบอร์กของฝ่ายแบ่ง แยกดินแดน นาม นายพลกรีวัส(Grevious) แห่งกองทัพดรอยด์ ได้ทำ�แทรกซึมเข้าโจมตีคอรัสซัง ท์(Coruscant) และจับตัวสมุหนายกพัลพาทีน (Palpatine)ไปได้ ในขณะที่พวกดรอยด์พยายาม หลบหนีออกจากคอรัสซังท์ มหาสงครามอวกาศก็ระเบิดขึ้น อัศวินเจได อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (Anakin Skywalker)และอาจารย์เจไดโอบีวัน เคโนบี (Obi-wan Kenobi) กำ�ลังปฏิบัติภารกิจเพื่อ ช่วยเหลือสมุหนายก สองเจไดสู้ตะลุยกองยานของฝ่ายแบ่งแยก ขณะปฏิบัติภารกิจ ยานของโอบีวัน ก็ถูกโจมตีโดย บัซดรอยด์ และดรอยด์ประจำ�ยานของโอบีวัน นาม อาร์โฟร์-พีวันเซเว่น ก็ถูกทำ�ลาย ยานโอบีวันจึงเสียหลัก อนาคินช่วยโอบีวันอย่างถึงที่สุด บวกความช่วยเหลือจากอาร์ทูดีทู เจไดทั้งสองก็ลงจอดลงบนยานธงของฝ่ายแบ่งแยกดินแดน ยาน “อินวิ ซิเบิล แฮนด์” (Invisible Hand) ได้อย่างปลอดภัย หลังจากอนาคินและโอบีวันฝ่าไปถึงยาน ธงได้สำ�เร็จ ขณะที่ทั้ง 2 กำ�ลังต่อสู้กับกองทัพดรอยด์ อาร์ทูดีทูก็ช่วยเหลือพวกเขาจากโรง จอดยานพร้อมกับปกป้องตนเองจากพวกทหารดรอยด์ไปด้วย เจไดได้พบตัวสมุหนายกพัล พาทีนที่ถูกจับในห้องโถงใหญ่ แต่ในระหว่างนั้นพวกเขาได้เผชิญหน้ากับเคาท์นดูกูอีกครั้ง และ การดวลกระบี่แสงก็เริ่มต้นขึ้น ขณะทำ�การต่อสู้โอบีวันพลาดท่าล้มฟุบหมดสติไป อนาคินต้อง จึงต้องสู้ต่อไปโดยลำ�พัง แต่ท้ายที่สุดก็ชนะ โดยได้ตัดมือทั้งสองข้างของดูกูขาด พัลพาทีนที่ มองดูเหตุการณ์อยู่จึงยุให้อนาคินฆ่าดูกูซะ โดยกล่าวว่าดูกูได้เคยตัดแขนของอนาคิน ต้องแก้ แค้น ด้วยความโกรธและยั่วยุจากพัลพาทีน อนาคินจึงตัดหัวฆ่าดูกูซะ (ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ วิถีของเจไดที่จะฆ่าด้วยพลังความโกรธ) แต่แล้วถัดจากนั้นก็เกิดการระเบิดจากภายในของยาน จากการโจมตีของ ยานพิฆาตดารา วีเนเตอร์-คลาสกัวลาร่า ทำ�ให้ยาน “อินวินซิเบิล แฮนด์” นั้น ไม่สามารถควบคุมได้และตกเข้าสู่บรรยากาศของคอรัสซังท์ แม้ว่าสมุหนายกพัลพาทีนจะเชื้อชวนให้อนาคินทิ้งโอบีวันไว้ เพื่อเอาตัวรอดไว้ก่อน แต่อนาคินก็ยังแบก เอาโอบีวันที่หมดสติขึ้นบนหลังและพยายามหาทางออกจากยานกับพร้อมพัลพาทีน นายพลกรีวัสอยู่บนสะพานเดินเรือบนยาน อินวิซิเบิล แฮนด์ นั้น หลังจากกรีวัสสั่งการลูกเรือให้ควบคุมยานด้วยการ เปิดเครื่องแรงดันฉุกเฉิน เขาก็ได้กักตัวเจไดและสมุหนายกไว้ด้วย กับดักเกราะแสง ทำ�ให้ทั้งสามต้องถูกพาไปที่สะพานเดินเรือภายใต้ การอารักขา แต่อาร์ทูก็สามารถหันเหความสนใจของนายพลกรี วัส ทำ�ให้เจไดสามารถแก้สถานะการณ์ได้ และได้กระบี่แสงคืนมาและ เป็นอิสระ จากนั้นกรีวัสก็ส่ง ไอจี-100 แมคนาการ์ด หุ่นดรอยด์ อันทรงพลังไปต่อกรกับ 2 เจได โอบีวันรีบตัดหัวของไอจี-101ด้วย ดาบของเขาในทันที แต่ดรอยด์ก็ยังสู้ต่อได้อีก โอบีวันต้องตัดตัว ของมันออกเป็นครึ่งถึงจะหยุดมันได้ อนาคินเอาชนะไอจี-102และทำ� ลายดรอยด์รบที่จะลากพัลพาทีนออกจากสะพานเดินเรือ 2 เจได เข้าใกล้กรีวัสในที่สุด แต่นายพลใช้แผนเจ้าเล่ห์โดยการทำ�ให้กระจก หน้าต่างแตก ทำ�ให้อากาศภายในยานถูกดูดออกไปทำ�ให้กรีวัสสามารถหลบหนีออกไปได้ ด้วยการใช้เคเบิลกรีวัสดึงตัวเขาเข้ายานแล้วหนีไปที่ยานนิรภัย โดยในตอนนี้ยาน ได้รับความเสียหายหนักยิ่งขึ้นทำ� ยานกำ�ลังจะตกพื้นคอรัสซังท์ แต่ในที่สุดอนาคินก็เข้าควบคุมและร่อนมันจนลงถึงพื้น สามารถลงจอดบนที่ลงจอดแห่งหนึ่งบนคอรัส ซังท์ อย่างทุลักทุเลพอสมควร แต่ทุกคนก็ปลอดภัย ณ คอรัสซังท์ อนาคินได้รับการยกย่องจากการสู้รบเยี่ยงวีรบุรุษ แล้วเพดเม่ได้บอกเรื่องน่าตื่นใจกับเขาว่าเธอได้ตั้งครรภ์แล้ว แต่ในคืนวันนั้นอนาคินก็ตื่นขึ้น กลางดึกด้วยความตกใจ เขาบอกแพดเม่ว่าเขาได้ฝันถึงเธอกำ�ลังจะตายตอนคลอดเด็กและคำ�สาบานของเขาคือเขาจะไม่ปล่อยให้ฝันนั้นเป็นจริง สมุหนายกพัลพาทีนข ออนาคินให้เข้าพบ ซึ่ง ณ ตอนนี่ วุฒิสภาได้มอบอำ�นาจฉุกเฉินสูงสุดให้กับพัลพาทีน ทำ�ให้เขาสามารถควบคุมสภาสูงเจได(Jedi High Council)โดยตรง พัลพาทีนอ ยากได้ตัวอนาคินเป็นพวก จึงได้แต่งตั้งอนาคินให้เป็นผู้แทนส่วนตัวของเขาในสภา ซึ่งการกระทำ�เช่นนี้เป็นการเสียมารยาท ผิดธรรมเนียมปฏิบัติกับสภาเจไดเป็นอย่างยิ่ง เพราะกรณีนี้ควรจะผ่านความเห็นชอบจากสภาเจไดก่อน สภาเจไดเริ่มเคลือบแคลงใจในการเลื่อนตำ�แหน่งของอนาคิน และช่วงขณะเดียวกันนั้นเอง สภาเจไดไม่ได้ยกตำ�แหน่งอาจารย์ให้กับอนาคิน ทำ�ให้อนาคินแสดง อาการโมโหเล็กน้อย สภาเจไดดำ�เนินการหารือเกี่ยวกับสงครามต่อ โดยให้อนาคินคอยอารักขาสมุหนายก และทางอาจารย์โยดา(Yoda) จะนำ�กองพันทหารโคลนส์เพื่อ สนับสนุนช่วยเหลือพวกวูคกี้(Wookiee)บนดาวคาชีค(Kashyyyk)ซึ่งกำ�ลังถูกโจมตีจากฝ่ายแบ่งแยกดินแดน อนาคินรู้สึกโมโหและผิดหวัง ต่อมาโอบีวัน ที่ได้บอกอนาคิ นอย่างลับๆว่า สภาเจไดต้องการให้อนาคินรายงานทุกความเคลื่อนไหวของสมุหนายก ก็คือให้เขาสอดแนมนั้งเอง อนาคินไม่พอใจและรู้สึกสับสนกับสถานะการณ์ที่เป็น ไป และรู้สึกถูกตัดขาดระหว่างการเป็นเพื่อนและความจงรักภักดี โอบีวันเองก็รู้สึกไม่ดีนักกับสถานการณ์เช่นนี้ แต่คิดว่าอนาคินเข้าใจสถานะการณ์ดี(ทั้งที่จริงแล้วไม่)


สมุหนายกพัลพาทีน และอนาคิน สกายวอร์คเกอร์ อยู่ด้วยกัน ณ กาแลคซี่โอเปร่าเฮาซ์ ในเขตอัสครู อนาคินร่วมชมการแสดงกับพัลพาทีน พัลพาทีนบอกกับอนาคินว่าหน่วยข่าวกรอง โคลนได้พบตัวนายพลกรีวัสแล้ว และทราบว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ ระบบดาวยูทาเปา อนาคินตื่นเต้น กับการที่รู้ว่าในที่สุดพวกเขาก็จะจับตัวนายพลกรีวัสและยุติสงครามได้สักที พัลพาทีนบอกกับอ นาคินคินว่า เขาจะเคลือบแคลงใจในอำ�นาจของสภาเจได หากพวกเขาไม่ส่งอนาคินไปทำ�ภารกิจ นี้ พัลพาทีนให้ผู้ช่วยของเขาออกจากระเบียงให้หมด เหลือเพียงพัลพาทีนกับอนาคินเพียงลำ�พัง ที่ระเบียง พัลพาทีนเริ่มการชักจูงอนาคินเข้าสู่ด้านมืด ทำ�ให้เขาไม่ไว้ใจเจไดด้วยการบอกว่าเจได ต้องการที่จะครอบครองสาธารณัฐเมื่อสงครามยุติลงได้ และเห็นเขาเป็นผู้ต้องสงสัย อนาคินยืนยัน ว่าเจไดไม่ไว้ใจพัลพาทีน ด้วยความจริงที่พัลพาทีนเข้าครอบครองวุฒิสภาและระบบสาธารณรัฐ ทั้งหมด อนาคินบอกพัลพาทีนว่าความไว้ใจของเจไดในตัวสมุหนายกนั้นสั่นคลอน และพัลพาทีนเห็นว่าสภาต้องการให้อนาคินสืบเรื่องของเขา และนั่นทำ�ให้อนาคินรู้ สึกไม่ซื่อตรง พัลพาทีนเล่าตำ�นานเก่าๆ เกี่ยวกับธรรมชาติของคนที่มีพลังอำ�นาจแต่กลัวที่จะสูญเสียมันไป ซึ่งกรณ๊นี้รวมทั้งเจไดด้วย แต่อนาคินพยายามที่จะปกป้อง เจไดด้วยการพูดว่า พวกเขาใช้พลังในทางที่ถูก พัลพาทีนพร่ำ�ต่อว่า ซิธและเจไดต่างเหมือนกันทั้งนั้น อนาคินตอบโต้กล่าวว่า ซิธมีความต้องการเพื่อที่ทำ�ให้ตนเอง แข็งแกร่ง คิดแค่ตนเองเท่านั้น แต่นั้นเจไดไม่เห็นแก่ตัว พวกเขาคิดถึงแต่ผู้อื่น หลังจากหยุดการสนทนาไปเล็กน้อย พัลพาทีนถามอนาคินว่าเคยได้ยินเรื่องโศกนาฎกรรมของดาร์ธเพลกัสผู้ปราดเปรื่องหรือไม่ อนาคินตอบว่าเขาไม่เคย นั่นไม่ทำ�ให้พัลพาทีนแปลกใจเลยเขา บอกว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เจไดจะไม่มีทางเล่าให้เขาฟัง พัลพาทีนบรรยายเกี่ยวกับดาร์ธเพลกัสว่า เขาคือดาร์ธลอร์ดแห่งซิธผู้ที่มากด้วยพลังและความรู้ เขาสามารถ รวมมิดิคลอเรี่ยนเพื่อสร้างชีวิต มีความรู้และพลังทางด้านมืดซึ่งเขาใช้มันเพื่อช่วยเหลือคนที่เขารักจากความตาย ประโยคนั้นถึงกับดึงดูดความสนใจของอนาคิน(ซึ่ง เป็นสิ่งที่พัลพาทีนต้องการอยู่แล้ว) และพัลพาทีนบรรยายเกี่ยวกับด้านมืดของพลังว่าเป็นหนทางสู่ความสามารถหลายหลาก ที่ถูกเจไดพิจารณาว่าผิดธรรมชาติ เมื่อ อนาคินถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับดาร์ธเพลกัส พัลพาทีนจบเรื่องด้วยการตอบอนาคินว่า เพลกัสมีอำ�นาจมหาศาลจนกลัวว่าเขาจะสูญเสียมันไปซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็เสียมัน ในที่สุด โชคร้ายสำ�หรับเพลกัส เขาสอนศิษย์ทุกอย่างที่เขารู้และศิษย์ก็สังหารเขาตอนที่เขาหลับ พัลพาทีนพูดประชดประชันด้วยว่า เพลกัสสามารถชุบชีวิตของผู้อื่นได้ แต่ไม่กับตัวเอง เมื่ออนาคินถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเรียนรู้พลังนี้เพื่อหยุดความตาย พัลพาทีนตอบอย่างง่ายดาย “ไม่ จากเจได” ต่อมาในการประชุมที่สภาเจได อนาคินเปิดเผยเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับกรีวัส อธิยาบว่าได้รับข้อเสนอมาจากสมุหนายกว่า ให้เขาไปทำ�ศึกยุติสงคราม จำ�กัดกรีวัส ที่ยูทาเปา (สถานะการณ์ตอนนี้หากกำ�จัดกรีวัสได้สงครามก็จะยุติ) เมื่ออนาคินเสนอความสนใจที่จะไปตามคำ�เรียกร้องของพัลพาทีน เมซ วินดู กล่าวขึ้นว่าสภาจะเป็น คนตัดสินเองว่าใครไปไม่ใช่สมุหนายก อ.โยดาเสนองานนี้สำ�คัญมากควรอาจารย์ที่มีประสบการณ์มากไปเผชิญหน้าและเอาชนะกรีวัสเสีย อ.เจได คิ-อดิ-มันดี้ เห็นด้วย กับ อ.โยดา และเสนอชื่อให้ อ.โอบีวัน สภาเจไดเห็นตรงกัน จึงตัดสินใจให้ โอบีวัน เตรียมพร้อมไปทำ�ศึกที่ดาวยูทาเปา โอบีวันได้เดินทางไปที่ยูทาเปา โดยมีเป้าหมายคือเพื่อกำ�จัด นายพลกรีวัสอันเป็นการยุติสงครามได้เสียที และทาง อ.โยดาเอง ได้ไปที่ คาชี้กเพื่อสมทบกับกองทัพวูคกี้ โอบีวันได้ล่วงหน้ากองทัพโคลนไปก่อน เพื่อไปค้นหานายพลกรีวัส เมื่อไปถึงเขาพบว่ากรีวัสประชุมกับอุปราชสม พันธ์การค้า และส่งพวกเขาไปที่ ดาวมุสตาฟา โอบีวันจึงได้เผชิญหน้า กับกรีวัสและได้ต่อสู้กันขึ้น และเนื่องจากกรีวัสเคยถูก อ.วินดู ใช้พลัง โจมตีก่อความเสียหายกับเกราะหน้าอก บาดเจ็บรุนแรงและไม่หาย (ใน การ์ตูน Clone Wars) ทำ�ให้กรีวัสไม่สามารถสู้ได้อย่างคล่องตัวนัก และ ขณะนั้นเองกองกำ�ลังทหารโคลนก็มาสมทบด้วยพอดี กรีวัสเห็นไม่นา จะรับมือไหวจึงรีบหนีไป โอบีวันตามไปติดๆ ต่อสู้กับกรีวัสดุเดือด แล้วก็ โจมตีจุดอ่อนที่แผงหน้าอกของกรีวัส จนกรีวัสสิ้นชีพในที่สุด อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ได้ล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้ว สมุนายก พัลพาทีน ก็คือ ซิธลอร์ด ดาร์ธซีเดียส ผู้ลึกลับนั่นเอง แต่อนาคินกลัวว่าจะเสียแพดเม่ อมิ ดาล่าไป ซึ่งสมุหนายกได้บอกกับอนาคินว่าตนนั้นมีวิชาที่สามารถทำ�ให้คนตายสามารถคืนชีพขึ้นมาได้ ทำ�ให้อนาคินเริ่มคิดหนักเกี่ยวกับซิธ แต่สุดท้ายก็ยอมที่จะบอก กับ อ. วินดู ว่าสมุหนายกก็คือซิธลอร์ด อาจารย์วินดูจึงรีบไปพบสมุหนายก และได้มีการต่อสู้กันเกิดขึ้น แล้วอนาคินก็เข้ามาพอดีขณะที่ วินดูจะฆ่าสมุหนายกพัลพา ทีน ได้อยู่แล้วนั้น พัลพาทีนเริ่มเป่าหูอนาคินว่า”เจไดจะเข้าทำ�การยึดครอง ลบล้างสภาสูง” ส่วน อ.วินดู ก็ได้เตือนอนาคินว่าอย่าไปฟังสมุหนายก แต่สุดท้ายอนาคิน ด้วยความขัดแย้งในใจจากความที่ไม่อยากให้เพดเม่ตาย อยากเรียนรู้วิชาฟื้นชีพคนตายจากวิถีซิธกับพัลพาทีน จึงเกิดอาการหน้ามืดด้านมืดครอบงำ�ฟันมือของวินดู ขณะที่วินดูกำ�ลังจะลงดาบฟันสมุหนายก พัลพาทีนจึงใช้จังหวะนี้ปล่อยพลังสายฟ้าของซิธฆ่าวินดูทันที หลังจากนั้นพัลพาทีนจึงได้อนาคินเป็นศิษย์และแต่งตั้งให้เป็น ดาร์ธ เวเดอร์ (ถ้าเจ้าหน้าที่ในจักรวรรดิเองจะเรียกว่า “ลอร์ด เวเดอร์” แต่คนทั่วไปจะเรียกว่า “ดาร์ธ เวเดอร์”)


พัลพาทีนได้มอบหมายภารกิจแรกให้กับเวเดอร์ คือการเข้าโจมตีและสังหารเหล่า “กบฎ” เจไดในวิหารเจได เวเดอร์รับคำ�สั่งนั้น และนำ�กองทหารที่ 501 เข้าร่วม ปฏิบัติการ เวเดอร์ฆ่าเจไดทุกคนที่พบ รวมไปถึงจอมดาบอย่างซิน ดราลลิก และแม้แต่เหล่ายังลิงที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องประชุมสภาเจได

ระหว่างนั้นเอง พัลพาทีนออกคำ�สั่งไปถึงเหล่าผู้บังคับบัญชาโคลนทรูปเปอร์ทั่วกาแล็กซีให้ปฏิบัติตามคำ�สั่งที่ 66 ซึ่งนำ�ไปสู่การกวาดล้างเจไดครั้ง ใหญ่และสงครามกลางเมืองกาแลกติก โคลนทรูปเปอร์ทั่วกาแลกซีแปรพักตร์เป็นปฏิปักษ์กับเหล่านายพลเจไดในทันที ที่ยูทาเปา โอบีวัน เคโนบี ถูกยิงตกจากหน้าผาแต่ รอดชีวิต, ที่ไมกีโต้ อ.เจได กิ-อะดิ-มุนดิ ถูกยิงโดยโคลนทรูปเปอร์หมายเลข CC-1138, ที่ เฟลูเซีย อัศวินเจได เอย์ลา เซคูรา ถูกยิงโดยโคลนทรูปเปอร์หมายเลข CC-5052, ที่คา โต้ เนโมเดีย ยานเจไดสตาร์ไฟท์เตอร์ของโพล คูน ถูกยิงตก และที่ซาลูคามี สปีดเดอร์ไบค์ ของ เจไดสตราสส์ อัลลี ถูกยิงโดยโคลนทรูปเปอร์หมายเลข CC-8826 และเจ้าหน้าที่ร่วม ส่วนที่คาชี้ก โยดาเกือบถูกลอบสังหารโดยผู้บังคับบัญชากรีและร้อยโทลูกสมุน แต่ อ.โยดา รู้ตัวก่อน จึงชิงลงมือตัดศีรษะทั้งสองเสียก่อน วุฒิสมาชิกเบล ออร์กานา มาถึงวิหารเจ ไดที่ตอนนี้ถูกไฟลุกท่วมและได้เป็นพยานรู้เห็นการสังหารพาดาวันเจไดนาม เซตต์ จูคาส ซา โดยผู้บังคับบัญชาโคลนนาม อัปโป เบลหนีออกจากวิหารด้วยความหวาดกลัวและเดิน ทางออกจากคอรัสซังท์ด้วยยานแทนทีฟ 4 เพื่อพยายามติดต่อกับเจไดที่ยังรอดชีวิต วุฒิสมาชิก เบล ออร์กานา พาเจไดผู้รอดชีวิตอยู่ทั้งสอง คือ โอบีวัน เคโนบีและโยดามาที่วิหารเจได ณ วิหารเจได ทั้งหมด ต่างตะลึงกับร่างอันไร้วิญญาณ ของเหล่ายังลิงและพาดาวันที่เห็นเบื้องหน้า โอบีวันพยายามส่งสัญญาณหาเจไดผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ รวมทั้งอนาคิน โอบีวันเปิดเข้าไปดูในระบบรักษาการณ์แต่ต้องพบกับ ความเจ็บปวดที่เห็น อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ที่ไปภักดีต่อ ซิธลอร์ด โอบีวันตัดสินใจที่จะออกตามหาเวเดอร์ และสังหารเขา ก่อนไป โอบีวันได้บอกความจริงแก่แพดเม่ แต่เธอไม่ยอมรับ จึงขับยานเพื่อเดินทางไปยังระบบดาวมุสตาฟาเพื่อหาอนาคิน ซึ่งโอบีวันได้แอบลักลอบขึ้นยานมาด้วย


แพดเม่พยายามเกลี้ยกล่อมให้อนาคินหนีไปใช้ชีวิต อย่างสงบกับตน แต่อนาคินโดนด้านมืดครอบงำ�สิ้นเชิงแล้ว หลงมั่วเมากับอำ�นาจของตน โอบีวันที่แอบลอบขึ้นยานมาได้ ปรากฏตัวขึ้น ทำ�ให้อนาคินโกรธ และคิดว่าแพดเม่พาโอบีวัน มาเพื่อฆ่าตน จึงใช้พลังบีบคอแพดเม่จนสลบ และชักชวนให้ โอบีวันร่วมมือกับตน แต่โอบีวันปฏิเสธทั้งสองจึงดวลกระบี่ แสงกัน ในระหว่างที่โอบีวันสู้กับอนาคิน อาจารย์โยดาก็มา พบกับ พัลพาทีน ดาร์ธ ซีเดียส ทั้งสองเริ่มประลองพลัง กัน ก่อนที่จะสู้กันด้วยกระบี่แสง ในขณะที่สู้กันโยดาพลาดท่า จึงหลบหนี ทางโอบีวันที่สู้กับอนาคิน ตั้งแต่ห้องโถงจนถึง ลาวา โอบีวันกระโดดขึ้นไปอยู่บนที่สูง จึงเตือนอนาคินว่า อย่าสู้ต่อเพราะจะแพ้พลาดท่าแน่ แต่อนาคินไม่ฟังพร้องทั้ง กระโดดขึ้นมา โอบีวันใช้กระบี่แสงตัดแขนซ้ายของอนาคินและ ขาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว...โอบีวันพูดกันอนาคินว่า “เจ้า เป็นผู้ถูกเลือก ควรจะทำ�ลายล้างซิธไม่ใช่เข้าร่วม นำ�สมดุล มาสู่พลังไม่ใช่ทิ้งไว้ในความมืด” อนาคินบอกว่า “ข้าเกลียด ท่าน” โอบิวันจึงพูดกับอนาคินต่อว่า”เจ้าเคยเป็นน้องข้า อ นาคิน ข้าเคยรักเจ้า”...โอบีวันปล่อยให้ไฟคลอกอนาคิน โดย ไม่ใยดี พร้อมทั้งเดินจากไป และขึ้นยานพาแพดเม่กลับ แต่ แล้วดาร์ธ ซีเดียส ก็ได้นำ�ยานมารับตัวอนาคินที่บาดเจ็บปาง ตายกลับไปรักษาได้ทัน

หลังจากการต่อสู้บนมุสตาฟา อนาคินได้ถูก ทำ�ให้เป็นไซบอร์กโดยเสริมแขนขาเทียมเข้าไปและสวม หน้ากาก พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต ส่วนแพดเม่ก็คลอด ลูกแฝดสองคนก่อนนางจะเสียชีวิต โดยเด็กผู้ชายตั้ง ชื่อว่า ลุค เด็กผู้หญิงตั้งชื่อว่า เลอา (มาตั้งนามสกุล ตอนหลัง) โอบีวัน โยดาและวุฒิสมาชิกออร์การน่า ปรึกษากันเรื่องลูกทั้งสองคนของแพดเม่ เพื่อไม่ให้พวก ซิธหาพบ วุฒิสมาชิกออร์กาน่าสั่งให้ลบข้อมูลการทูต ของซีทรีพีโอออกทั้งหมด และวุฒิสมาชิกออร์กาน่า และภรรยาได้นำ�เลอาไปเลี้ยง ส่วนลุค โอบีวันนำ�ไปให้ โอ เวนน้องชายต่างบิดาของอนาคินกับภรรยาที่ทาทูอิน เลี้ยงดู ส่วนตัวเขาเอง และอ.โยดาต่างแยกย้ายกันลี้ภัย ซ่อนตัว มาถึงตอนนี้ ดาร์ธ ซีเดียส หรือ พัลพาทีน ได้ประกาศเปลี่ยนการปกครองเป็นระบบจักรวรรดิ แทน ระบอบสาธารณรัฐเป็นที่เรียบร้อย และก็ประกาศตนเป็น จักรพรรดิปกครองแกแลคซีทั้งปวง


HOT TOYS Darth Vader Sixth Scale Figure by Hot Toys Darth Vader is one of the most iconic characters in the Star Wars saga and has frequently been regarded as one of the greatest villains in cinema history. Sideshow Collectibles and Hot Toys welcome fans to the dark side and are excited to officially introduce the highly-detailed and amazingly crafted Star Wars Episode IV: A New Hope sixth scale Darth Vader Collectible Figure, complete with the Sith Lord’s iconic breathing sound effects and LED-lighted functions! The movie-accurate collectible figure is specially crafted based on the image of Darth Vader in Star Wars Episode IV: A New Hope, featuring an intricately-constructed Darth Vader armor and helmet, specially tailored suit, builtin sound effect function with Darth Vader’s breathing sound, LED-lighted lightsaber and belt, a finely made Interrogator Droid, and a specially designed figure stand. Embrace the dark side and add the infamous Dark Lord of the Sith to your Star Wars collection!

C O O M I N G S O O N

1/6


ตำ�นาน

เจได-ซิธ คู่แค้นตลอดกาล

* เจได ไม่ใช่ทหารรับจ้างโดยตรง แต่เป็นเชิงคล้ายๆนักบวชที่มีบทบาทเป็นนักรบได้ด้วยเรียกอีกอย่างว่า “อัศวินเจได(Jedi Knight)” (ประมาณพระวัดเส้าหลิน :) และนิกายเจไดก็ เป็นคนละส่วนกับกองกำ�ลังทหารปกติซึ่งเป็นอีกองค์กรหนึ่งต่างหากอาทิ “กองทัพโคลน” แต่ ทั้งนี้เจไดก็ต้องทำ�งานร่วมมือใกล้ชิดเมื่อมีภารกิจที่ต้องใช้กำ�ลังคนจำ�นวนมาก โดยเจไดมักจะเป็นผู้นำ�ทัพและวางแผนกลยุทธ์การต่อสู้...และ โดยปกติแล้วเจไดจะไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองทั่วไปของสาธารณรัฐ แต่จะเข้าไปมีบทบาทตัดสินใจทางการเมืองก็เฉพาะภาวะที่สุ่ม เสี่ยงอันตรายจริงๆเท่านั้น และบางสถานะการณ์ เจได ยังทำ�หน้าที่เป็น “ทูตสันถวไมตรี” อีกด้วย * “เจได” นั้นมีที่มาจากคำ�ภาษาญี่ปุ่นที่ว่า “จิไดเกคิ” ที่แปลว่า “หนังย้อนยุค” ซึ่งหมายถึงหนังและละครซามูไรของแดนอาทิตย์อุทัย ที่ตัว “จอร์จ ลูคัส” ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวนั่นเอง * ลูคัส ให้คำ�นิยามของคำ�ว่า “ซิธ”-”Sith” หมายถึง คนที่คิดถึงแต่ตัวเองเป็นใหญ่ ทำ�สิ่งต่างๆ ด้วยความเชื่อมั่นในความโลภ ใช้ความรู้สึก ดิบๆ ไม่ว่าจะเป็นความเกลียด, ความโกรธ, ความขมขื่น ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นด้านมืดของพลังทั้งนั้น :: กำ�เนิดเจได เจได กับ ซิธ อันไหนเกิดขึ้นก่อน? คำ�ตอบคือ เจได แรกเริ่มในตำ�นานโบราณไกลโพ้น Jedi มีรากเหง้าและชื่อเรียกตนเองจากพวก “je’daii” (ประมาณ 36,000 ปี ก่อนภาพยนตร์) อันเกิดจาก การรวมตัวของกลุ่มผู้เรียนรู้ปรัชญาลึกลับบน “ดาวไทธอน (Tython)” * Je’daii ก็คือชาวไทธานผู้อาศัยบนดาวไทธอนและได้เข้าร่วมเรียน ฝึกฝนสัมผัสแห่งพลังในวิถีแห่ง Je’daii ...โดยทุกคนที่เป็น Je’daii ล้วนแต่เป็นชาวไทธาน แต่ก็ใช่ว่าเชื้อสายลูกหลานทุกคนของชาวไทธานจะ เป็น Je’daii ...บางคนก็ใช้วิถีชีวิตปกติ...คำ� Je’daii มาการผสมของคำ�โบราณ 2 คำ� คือ Je แปลว่า อำ�นาจจิต และ Daii แปลว่า ศูนย์กลาง สองคำ�รวมกันเป็น Je’daii จึงสื่อถึง ผู้ที่ศึกษาการสร้างสมดุลย์แห่งอำ�นาจจิตพิเศษ หรือเรียกสั้นๆว่า พลัง, สัมผัสพลัง หรือ The force และต่อมา เมื่อประมาณ 25,000 ปีก่อนเรื่องราวในภาคภาพยนตร์ ทั่วทั้งกาเเลคซี่อยู่ภายใต้ระบอบการปกครองแบบ สาธารณรัฐแกแลคซี่ (Galactic Republic) เดียวกันทั้งหมด หรือนิยมเรียกสั้นๆว่า “สาธารณรัฐ” (โครงสร้างการปกครองใกล้เคียงกับระบอบประชาธิปไตย) Je’daii ก็ได้เปลี่ยนเรียกเป็น Jedi แทนตามที่เราคุ้นเคยกันในภายหลัง...เจไดได้รับการเคารพว่าเป็นผู้มีพลังภายในพิเศษ(The Force) อันมีอาวุธประจำ� ตัวคือ “กระบี่แสง”(Lightsabers) ซึ่งสร้างจากเทคโนโลยีพิเศษอันหลอมรวม พลัง Force จากตัวเขาเอง+กับผลึกแก้วพิเศษ(Crystal) เจไดเป็น ผู้รักษาความสงบ และผดุงความยุติธรรมของกาแลคซี่ เจไดระดับสูง-เก่งๆหนึ่งคนสามารถสู้นักรบทหารทั่วไปได้นับร้อยคน พลังของเจไดจึง เป็นที่น่าเกรงขาม ความสุขุมเยือกเย็น บวกความประพฤติดีงามช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ทำ�ให้พวกเขาเป็นสุดยอดฮีโร่เสมอในช่วงเวลาแห่งความ ทุกข์เข็ญ หรือวิกฤติความขัดแย้งแห่งสงคราม และในที่สุดกลุ่ม เจได ก็ได้รับสถาปนาจากสาธาณรัฐให้เป็นองค์กรพิเศษอย่างเป็นทางการ มีหน้าที่ด้านดูแลความมั่นคง-รักษาความสงบเรียบร้อยหรือพิทักษ์สันติภาพ ชื่อองค์กร “สภาเจได (Jedi Council)” โดยมีศัพท์เรียกรูปแบบ ของวัฒนธรรม-วิถีชีวิตแบบเจไดว่า “ระเบียบเจได-นิกายเจได” (Jedi Order) อันมี วิหารเจได หรือ Jedi Temple เป็นศูนย์กลางทำ�การ ซึ่ง ตั้งอยู่บน ดาวคอรัสซังท์ (Coruscant) อันเป็นดาวนครหลวงของสาธารณรัฐนั้นเอง


:: กำ�เนิดซิธ เมื่อประมาณ 24,000 ปีก่อนก่อนภาคภาพยนตร์บน ดาวไทธอน นั้นเอง ได้มีเจไดกลุ่มหนึ่งเกิดมีแนวคิดที่แตกต่างจากนิกายเจไดปกติ โดยเน้นไปที่การใช้อารมณ์มากกว่าการใช้สติ-สมาธิ ถูกเรียกว่าเป็น “เจไดผู้ฝักใฝ่ด้านมืด” ซึ่งนิกายเจไดเห็นว่าเป็นสิ่งที่อันตราย จุึงเกิดความขัด แย้งนำ�ไปสู่การแตกแยกลุกลามเป็นสงครามครั้งใหญ่ ที่เรียกว่า “The Force Wars” นั้นคือการต่อสูกันเองของเจไดระหว่างกลุ่มเจไดแบบดั้งเดิม ผู้นิยมฝ่ายสว่าง(Light Side) และกลุ่มเจไดผู้มีความคิดแปลกแยก ฝักใฝ่ด้านมืด(Dark Side) และต่อมาในช่วงประมาณ 7,000 ปีก่อนภาคภาพยนตร์ ผู้ฝักใฝ่ในด้านมืดก็พ่ายแพ้ถูกเนรเทศขับออกจากนิกายเจได ไปอยู่ ณ แดนรกร้าง ดวงดาวชายขอบแกแลคซี่แห่งหนึ่ง ชื่อดาว “คอร์ริบาน”(Korriban) (หรืออีกชื่อ Moraband) ซึ่งเป็นดาวที่มีชนพื้นเมืองอาศัยอยู่ก่อนมานมนา มกาลเลแล้ว เรียกกัน���าว “ซิธ(Sith)” เลยเรียกดาวดวงนี้ว่า”ดาวซิธ” ไปด้วย ภายหลังเจไดด้านมืดก็เข้ายึดครองพื้นที่ดาวดวงนี้ได้ทั้งหมด เจ ไดด้านมืด จึงรับเอาคำ�ว่า “ซิธ” มาใช้เป็นชื่อเรียกพวกตนเองนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา (รวมทั้งได้รับเอาศาสตร์/ภูมิปัญญา-วัฒนธรรมบางอย่าง ของสปีชีส์เผ่าซิธมาปรับใช้ผสมผสานบ้างด้วยเช่นกัน) กลายเป็น “นิกายซิธ(Sith Order)” ในที่สุด ซึ่งต่อมาก็มีกองกำ�ลังพลและพลังความ สามารถไม่ด้อยไปกว่าฝ่ายเจไดเดิมและสาธาณรัฐแต่อย่างใด ถึงขนาดจัดตั้งเป็น จักรรรดิซิธ อันยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ จึงเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีกับฝ่ายเจ ไดและฝ่ายสาธารณรัฐ แย่งชิงอำ�นาจความเป็นใหญ่ในจักรวาล ทำ�สงครามขับเคี่ยวกันเรื่อยมา จนกลายเป็นตำ�นานอภิมหาสงครามจักรวาล สตาร์ วอร์ส อันลือลั่น ให้เราได้รับรู้กันนั้นเอง *จริงๆพวกนิยม ด้านมืด มีเค้าก่อตัว-รากเหง้า มาตั้งแต่ยุค Je’daii แล้วโดยเรียกตัวเองว่า “True Dark Sons of Tython” แต่ก็ยังไม่ เรียกเป็น “ซิธ” จนหลัง The Force wars ไปแล้ว นิกายซิธ จึงได้รับการจัดตั้งและหยั่งรากลึก มีบทบาทชัดเจน ดังกล่าวมาแล้ว พวกซิธมักนิยมตั้งฉายาพิเศษเฉพาะตัวของตน และใช้คำ�นำ�หน้าว่า “ดาร์ธ(Darth)” เช่น ดาร์ธ ซีเดียส ดาร์ธ เวเดอร์ (หรืออาจใช้ดาร์ ธนำ�หน้าชื่อตรงๆ ก็แล้วแต่คน)...และซิธยังคงมีกระบี่แสง(แต่มักเป็นแสงสีแดง) เป็นอาวุธประจำ�ตัวเช่นเดียวกับเจได รูปแบบการต่อสู้ของซิธจึง ใกล้เคียงกับเจไดมาก ต่างกันเพียงวิถีแห่งการดึงพลังมาใช้เท่านั้น ข้อสังเกตที่ง่ายที่สุดว่าใครเป็นซิธ หรือ เจได ดูได้ที่ตา ซิธมีเอกลักษณ์เฉพาะ ตัวเมื่อขณะใช้พลังจะมีนัยน์ตาสีเหลืองขอบแดงก่ำ�เด่นชัดมาก เนื่องจากปฏิกิริยาทางเคมีของ Force ด้านมืด แต่นัยน์ตาเจไดยังคงมีสีปกติตาม เดิม (แต่ซิธก็สามารถควบคุมสีนัยน์ตาไม่ให้ปรากฏได้)...ซิธระดับยอดฝีมือ-อาจารย์จะได้รับการเรียกว่า “ซิธลอร์ด(Sith Lord)”

เจได (Jedi) : ใช้วิถีด้านสว่าง(Light Side) : There is no emotion; there is peace. There is no ignorance; there is knowledge. There is no passion; there is serenity. There is no chaos; there is harmony. There is no death; there is the Force. : “ ไร้ซึ่งอารมณ์ ย่อมมีความสงบ, ไร้ซึ่งความเขลา ย่อมมีปัญญาความรู้, ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ย่อมมีความปลอดโปร่ง, ไร้ซึ่งความโกลาหล ย่อม ประสานกลมกลืน, ไร้ซึ่งความตาย นั่นคือ พลัง”... หลักปรัชญาของ เจได ซิธ (Sith) : ใช้วิถีด้านมืด(Dark Side) : Peace is a lie, there is only passion. Through passion, I gain strength. Through strength, I gain power. Through power, I gain victory. : “ความสงบนั้นหลอกลวง มีเพียงกิเลสตัณหาเท่านั้น, เมื่อผ่านพ้นกิเลสตัณหา ข้าได้พละกำ�ลัง, เมื่อผ่านพละกำ�ลัง, ข้าได้อำ�นาจ, เมื่อผ่านอำ�นาจ, ข้าได้ชัยชนะ, เมื่อผ่านชัยชนะ, พันธนาการข้าจะแตกสลาย, พลังจะปลด ปล่อยข้า”... หลักปรัชญาของ ซิธ จุดยืนที่แตกต่างกันอย่างคนล่ะขั้วอีกอย่างระหว่างเจไดกับซิธ ก็คือกรณีแนวคิดทางการเมือง : เจได นิยมการปกครองแบบ ระบอบ สาธารณรัฐประชาธิปไตย ในขณะที่พวก ซิธ นิยมการปกครองแบบ ระบอบเผด็จการจักรวรรดินิยม นี่คือจุดที่ทำ�ให้ เจได กับ ซิธ มิอาจร่วม จักรวาลเดียวกันได้!


Darth Vader Anakin Skywalker

อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (Anakin Skywalker) สำ�หรับประวัติส่วนตัวอันโลดโผนจัดจ้านทั้งด้านสว่างด้านมืด ของ “อนาคิน” นั้น คงไม่ต้องร่ายยาวมากเพราะเป็น เขาคนที่แฟนสตาร์วอร์สคุ้นเคยกันดี จึงจะกล่าวโดยสรุปสังเขป ดังนี้... อนาคิน เป็นชาวดาว “ทาทูอิน” โดยกำ�เนิด แต่ไม่มีพ่อ! เขาเกิดขึ้นจากครรภ์บริสุทธิ์ของ “ฉมี สกายวอล์คเกอร์” ผู้เป็น เเม่บังเกิดเกล้า ซึ่งก็ไม่มีเหตุผลเเน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เเต่ สันนิษฐานกันว่าเกิดจากมิดีคลอเรี่ยน หรือ Force ในตัวของ ฉมี อันเป็นปฏิกิรยาพิเศษให้กำ�เนิดอนาคินขึ้นมา ซึ่งเป็นไปตาม คำ�ทำ�นายของเจไดในสมัยก่อนที่ว่า “ผู้ที่จะนำ�สมดุลมาสู่พลัง จะเกิดขึ้นมาในครรภ์บริสุทธิ๋” (ทำ�นองเดียวกับพระเยซู! ในคติ คริสเตียน) อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ มีชีวิตตามเวลาในท้องเรื่องอยู่ในช่วงปีที่ 42 ก่อนยุทธการยาวิน ถึงปีที่ 4 หลังยุทธการยาวิน เขา เป็นอัศวินเจไดที่มีชื่อเสียงระดับตำ�นานในยุคร่วงโรยของนิกายเจไดซึ่งถูกเชื่อว่าเป็น”ผู้ถูกเลือก (The Chosen One)” ในระหว่างการฝึกฝนเขา ค่อยๆ หันเหเข้าสู่ด้านมืดของพลังจากอารมณ์อันแปรปรวนของเขา ด้วยการชักจูงของพัลพาทีน หรือ ซิธลอร์ด ดาร์ธ ซิเดียส นั้นเอง ใน ที่สุดเขาก็กลายเป็นซิธ นาม “ดาร์ธ เวเดอร์” ไม่นานก่อนที่จักรวรรดิกาแลกติกจะถูกก่อตั้งขึ้น อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ เป็นสามี(ลับๆต้องห้าม! เพราะมีกฏห้าม อัศวินเจไดแต่งงานมีครอบครัว ถ้าจะแต่งก็ต้องลาออกไปใช้ชีวิตปกติ)ของ อดีตราชินี และ วุฒิสมาชิกแห่งดาวนาบูนั้นคือ “แพดเม่ อมิดาลา”, เป็น บิดาของ “ลุค สกายวอล์คเกอร์” และ “เลอา ออร์กานา โซโล (หรือ เลอ า สกายวอร์คเกอร์) “ หลังจากที่อาจารย์เจได “ไควกอน จินน์” พบอ นาคินในวัยเยาว์ (อายุ 9 ขวบ) โดยบังเอิญบนดาวทาทูอิน เขาก็พาอนาคิ นมาจากดาวดวงนั้นเพื่อจะฝึกฝนเขาในวิถีแห่งพลังเจได โดยเชื่อว่าเขาคือ ผู้ถูกเลือกตามคำ�ทำ�นายอันเป็นตำ�นานเก่าแก่ของนิกายเจได หลังจากที่ ไควกอนเสียชีวิตไปโดยน้ำ�มือของซิธลอร์ด “ดาร์ธ มอล” (ศิษย์ ดาร์ธ ซี เดียส คนก่อน) อนาคินน้อยก็ได้กลายเป็นศิษย์ของ โอบีวัน เคโนบี อดีต พาดาวัน(ศิษย์)ของไควกอน จินน์ ก่อนที่จะกลายเป็น ดาร์ธ เวเดอร์ ระหว่างสงครามโคลน อนาคินรับใช้กองกำ�ลังใหญ่ของสาธารณรัฐในฐานะนายพล(ก่อนหน้านั้นเป็นนายทหารผู้บังคับบัญชา) และต่อมาใน ฐานะ ดาร์ธ เวเดอร์ เขาได้รับหน้าที่เป็นผู้บริหารกองทัพภายใต้อำ�นาจของจักรพรรดิพัลพาทีน หรือ ดาร์ธซีเดียส และเป็นที่รู้จักในฐานะ ผู้ชั่วร้าย-ฆาตกรหมู่อันลือลั่นที่สุด รวมทั้งยังเป็นผู้นำ�การกวาดล้างเจไดครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการตามล่าเจไดที่หลงเหลือจากคำ�สั่งที่ 66 ในปี ที่ 4 หลังยุทธการยาวิน และต่อมาในช่วงบั้นปลาย ณ ยุทธภูมิเอนดอร์ เขาสามารถไถ่บาปให้กับตนเองได้ด้วยการกลับใจกำ�จัดผู้เป็นเจ้านาย จักรพรรดิโฉด ดาร์ธ ซีเดียส ด้วยน้ำ�มือตนเอง ภายใต้การชักจูงของลูกชายของเขา ลุค สกายวอร์คเกอร์ นั้นเอง จนถอนตัวจากวิถีแห่ง ซิธและกลับมาเป็น อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ด้านสว่างอีกครั้งในช่วงเวลาไม่นานนัก ก่อนที่จะเสียชีวิตกลายเป็น Force อมตะ ไปในที่สุด (* การเป็น Force อมตะ เฉพาะเจไดระดับสุดยอดจริงๆเท่านั้นถึงจะเป็นได้... อ.โยดา, โอบีวัน, ไควกอน, รวมทั้ง ลุค สกายเวอร์เกอร์ หลังตาย ไปก็กลายเป็น Force อมตะด้วยเช่นกัน


Star Wars : Episode VII The Force Awakens

รวมภาพบรรยากาศจาก Trailer

Star Wars : Episode VII The Force Awakens


Design By Intouch Chamnanhut (Bestfinn) For Education Only


The Cinema