Issuu on Google+

. . O T W O H UT S


สุรนารีศรีสถาบัน มิ่งขวัญมงคลนามชัย เทคโนโลยีเกริกเกียรติกว้างไกล พัฒนาชาติไทยไปไม่หยุดยั้ง แสดทองคล้องดวงใจ สดใสรุ่งเรืองจีรัง สีธงสีแสดแสดคือความหวัง ทองหรือคือพลังเรืองรุ่งตลอดกาล พัฒนาการ ด้านเกษตร ไร้ขอบเขต เร่งรุด สุดไพศาล อุตสาหกรรม นำ�วิชาการ เทคโนทุกด้าน เพียบพร้อมเพิ่มพูน สุรนารีศรีสถาบัน สร้างสรรค์เจริญจำ�รูญ ช่วยชุบชูชาติกอบกิจเกื้อกูล เราพร้อมเทอดทูน มทส.ตลอดกาล เสียงเพลงมาร์ชสุรนารี ดังแว่วมา.. เป็นสัญลักษณ์ท�ำ ให้ฉนั นึกถึงมหาวิทยาลัยใน กำ�กับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทย มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ มหาวิทยาลัยที่มุ่งผลิต บัณฑิตคุณภาพสู่ตลาดแรงงาน และมหาวิทยาลัยที่ฉันเลือกเดินทางเพื่อมาศึกษาหาความ รู้ แม้ว่ารั้วแสดทองแห่งนี้อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักของใครหลายๆคน แต่ระยะเวลาเพียง 22 ปีที่ก่อตั้งมา มทส.พิสูจน์แล้วว่า ฉันเลือกไม่ผิดจริงๆที่ดั้นด้นมาเพื่อเป็นนักศึกษาใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีแห่งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ได้มาอยู่ใต้ร่มบารมีของคุณย่าโม ทำ�ให้ฉันได้เรียนรู้หลายๆ สิ่งหลายๆอย่าง ทั้งวิชาความรู้ ความอดทน ความสามัคคี ความสนุกสนาน มิตรภาพ ประสบการณ์ต่อสิ่งต่างๆ ความภาคภูมิใจ และความรักความผูกพันที่มีต่อสถาบัน ต่อครู อาจารย์ ต่อเพื่อนนักศึกษา ต่อรุ่นพี่รุ่นน้อง ต่อสถานที่ทุกหนทุกแห่งรอบๆมหาวิทยาลัยที่ ฉันเคยสัมผัสมา ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้ “ HOW TO SUT” หนังสือทีฉ่ นั จะขอถ่ายทอดเรือ่ งราวความผูกพัน ประสบการณ์ และสาระความรูท้ มี่ ตี อ่ สิง่ ต่างๆในรัว้ แสดทองถึงน้องๆหรือผูท้ สี่ นใจ เพีอ่ เป็นอีกหนึง่ แหล่ง ความรูแ้ ละคูม่ อื เล่มเล็กๆสำ�หรับน้องรุน่ ต่อไปทีจ่ ะเดินทางมาเป็นศิษย์รว่ มสถาบันเดียวกัน หวังว่ามันคงจะสร้างประโยชน์และแรงบันดาลใจสำ�หรับใครได้บ้างนะคะ จิตรเลขา ชาลี นักศึกษานิเทศศาสตร์ รุ่น 13 ่

ดอกนี้สีแสดทอง


ดอกปีบสีแสดทองบานสะพรั่งให้ร่มเงา อีกหนึ่ง สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ดอกปีบ เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทาน โตเร็ว เป็นพุ่มกว้าง สื่อความหมายถึง ความเรียบง่าย ความแข็งแกร่ง ความรุดหน้า และความร่มเย็น สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร ตลอดจนผลงานต่างๆของมหาวิทยาลัย โดยความเรียบง่าย นัน้ เปรียบถึงความพอเพียงความเหมาะสมตามสภาพสิง่ แวดล้อม และการเป็นอิสระจากกระแสของวัตถุนิยม สังเกตได้จากตัวมหาวิทยาลัยเองที่มีพื้นที่อยู่ ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วนุ่ วายเหมือนในสังคมเมือง การเดินทางและลักษณะความเป็นอยูข่ อง นักศึกษาและคณาจารย์กย็ งั คงความเรียบง่าย โดยใช้รถเมล์ของมหาวิทยาลัย ในการสัญจรไป มา รับประทานอาหารทีโ่ รงอาหารเรียนรวม โรงอาหารกลางหรือตลาดหน้ามหาวิทยาลัย และ ลักษณะของหอพักนักศึกษาทีเ่ ป็นหอพักรวมแบบสองสามชัน้ โดยไม่จ�ำ เป็นต้องอยูต่ กึ สูงระฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความแตกต่างที่ไม่มีที่ใดเหมือน และเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของนักศึกษา มทส. อย่างฉันที่ไม่จำ�เป็นต้องไปอยู่ในสังคมเมือง กินอาหารตามห้างสรรพสินค้า หรือต้อง ทนกับสภาพการจราจรที่ติดขัด แต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเราห่างไกลความเจริญนะคะ เพราะมทส.อยู่ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาเพียง 14 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ความแข็งแกร่ง หมายถึง ความอดทน มานะ บากบั่น เห็นได้จากนักศึกษาหลายๆ รุ่นที่จบออกไปเป็นทรัพยากรคุณภาพของสังคมและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน แสดง ให้เห็นถึงความอดทนทั้งกับในการเรียนที่เป็นระบบไตรภาค และระบบการสหกิจศึกษาซึ่ง มหาวิทยาลัยได้สนับสนุนให้นักศึกษาได้ออกไปปฏิบัติงานจริงถึงหนึ่งภาคการศึกษา อีกทั้ง กิจกรรมต่างๆทีน่ กั ศึกษามทส.จะต้องเข้าร่วมในระหว่างทีศ่ กึ ษาอยู่ ทัง้ หมดนีช้ ว่ ยหล่อหลอม ให้พวกเรามีความแข็งแกร่ง เพราะต้องรู้จักบริหารเวลา แยกแยะเรื่องการเรียนและกิจกรรม ไม่ให้ถูกตกออกไปเสียก่อน จนสาวๆ มทส.นั้นได้ขึ้นชื่อว่า สวย ถึก และ บึกบึน ไปตามๆ กัน เพราะแม้ว่าจะน่าตาสวยหวานปานนางฟ้ากันขนาดไหน ก็ต้องหอบกระเป๋าโน้ตบุคใบ ใหญ่ๆ เพือ่ เดินทางไปติวหรือทำ�โปรเจคกันทีบ่ รรณสาร (ห้องสมุด) และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยงานหลักๆก็ไม่พน้ การใช้พละกำ�ลังทีม่ อี ยูน่ อ้ ยนิดในการแบกหามไปตามอัตภาพ


ความรุดหน้า หมายถึง ความก้าวหน้าและการพัฒนา ซึ่งแม้ว่า มทส.จะเป็น มหาวิทยาลัยน้องใหม่อายุเพียง 20กว่าปี แต่เราก็ได้พิสูจน์แล้วว่าตลอดระยะเวลา 20กว่าปี ที่ผ่านมา มทส.ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านการเรียนการสอน คุณภาพของ คณาจารย์และนักศึกษาทำ�ให้ปัจจุบันเรามีรางวัลการันตีในหลายๆด้าน โดยเฉพาะการวิจัย ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกสู่สังคมไทยตลอด มา ความร่มเย็น หมายถึง ความสุขสบายร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งข้อนี้อาจจะต้องให้น้องๆ มาลองสัมผัสเอง ไม่นับรวมถึงความร่มเย็นทีเ่ ป็นรูปธรรมแบบทีม่ ีต้นไม้ร่มรื่นเย็นสบายนะคะ เพราะข้อนัน้ มทส.เราชนะเลิศอยูแ่ ล้ว แต่เป็นความร่มเย็นทางด้านจิตใจต่างหาก เพราะตัง้ แต่ วันที่ก้าวเข้ามาเป็นนักศึกษาที่นี่ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่เป็นสุขใจ ถ้าไม่นับเวลาส่งงานและเวลา สอบนะคะ เพราะมทส.เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง ฉันได้รับความรักความอบอุ่นและการ ดูแลอย่างดีจากเพื่อนๆรุ่นพี่ อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ที่ปรึกษาหรือแม้แต่ที่ปรึกษาหอพัก ทุกๆ กิจกรรมในมหาวิทยาลัยทำ�ให้ฉนั สัมผัสได้ถงึ ความอบอุน่ ความสามัคคี และความปรารถนาดี ทีท่ กุ คนหยิบยืน่ ให้ ไม่วา่ จะเป็นกิจกรรมรับน้อง พิธบี ายศรีสขู่ วัญ งานกีฬาน้องใหม่ งานราตรี ชาวหอ และอีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำ�ให้ฉันรู้สึกสุขใจทุกครั้งที่อยู่ในบ้านหลังนี้ จนเวลา ปิดเทอมไปนานก็อยากจะรีบกลับมามหาวิทยาลัยเลยทีเดียวค่ะ ทราบถึงความหมายกันไปแล้ว รู้หรือไม่ว่าปีบทองนั้นเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อ ปลูกเป็นมงคลของจังหวัดเชียงราย และยังเป็นเป็นพรรณไม้ประจำ�มหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงรายอีกด้วย ซึ่งทางภาคเหนือนั้นเรียกกันว่า “กาสะลองคำ�” นี่จึงเป็นอีกหนึ่งที่มาของ ชื่อโรงอาหารกาซะลองคำ�บริเวณหอพักนักศึกษา และสำ�หรับความเชื่อที่รุ่นพี่ๆได้เล่าต่อกัน มาจากรุ่นสู่รุ่นว่า หากเด็ดดอกปีบทองสดๆจากต้น จะทำ�ให้เรียนไม่จบตามที่กำ�หนดไว้ ไม่ ก็ติด F ตามจำ�นวนดอกปีบที่เด็ด ส่วนที่ร่วงหล่นลงมาจากต้นแล้วนั้นน่าจะเก็บได้ไม่มีปัญหา ความเชือ่ นีก้ ค็ งต้องใช้วจิ ารณญาณกันสักนิด แต่หากใครอยากพิสจู น์กเ็ ชิญตามสบายค่ะ ส่วน ตัวฉันนัน้ ขอห่างๆไว้กอ่ นเป็นดี เพราะมันอยูบ่ นต้นก็สวยงามดีอยูแ่ ล้วจะไปเด็ดทำ�ไม จริงไหม ค่ะ ^-^’’

หอแห้วที่ ไม่แห้ว


หอสุรนภา คือ อาคารสัญลักษณ์งานแสดงเกษตรและอุตสาหกรรมโลก 2538 ซึ่ง ออกแบบเป็นหอสูง82.30 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำ�ตัว 5.80 เมตร รูปทรงดอกบัว ตูม ภายในมีลิฟต์ขนาดความจุประมาณ 11 คน และบันไดประมาณ 300 ขั้น สำ�หรับขึ้นไป ชมทัศนียภาพรอบๆ มหาวิทยาลัย ในหมูน่ กั ศึกษานัน้ มักเรียกกันต���ดปากว่าหอแห้ว เพราะคิด ว่ามีรูปทรงคล้ายแห้วมากกว่าดอกบัว นักศึกษาทีน่ เี่ ชือ่ กันว่าหากใครขึน้ หอแห้วก่อนเรียนจบจะทำ�ให้เรียนไม่จบ หรือถ้าขึน้ ไปกับคนรักก็มีอันต้องเลิกกัน ซึ่งก็มีเพื่อนฉันที่เป็นแฟนกันบางคู่ขึ้นไปชมหอแห้ว แต่ก็ยังไม่ เห็นว่าจะเลิกกันเสียที อีกทัง้ ยังเรียนแทบจะได้เกียรตินยิ มทัง้ คู่ เพราะในทางวิทยาศาสตร์แล้ว คงไม่มคี วามเกีย่ วข้องกันแน่ๆ แต่ไม่รวู้ า่ ใครเป็นคนคิดทฤษฎีนขี้ นึ้ มา เอาเป็นว่าเชิญน้องๆไป ร่วมพิสูจน์กันได้ โดยหอแห้วจะเปิดให้ขึ้นชมในช่วงงานเทศกาลสำ�คัญๆเท่านั้น เช่น งานวัน เด็ก วันพระราชทานปริญญาบัตร และงานเกษตร


บนบานศาลกล่าว


หากจะกล่ า วถึงสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่เ ป็นที่เ คารพสักการะของผู้ ค นในมหาวิ ทยาลั ย เทคโนโลยีสุรนารีนั้นก็คือวีรสตรีหญิงกล้าแห่งเมืองโคราช ท้าวสุรนารีหรือคุณย่าโมเป็น เสมือนศูนย์รวมจิตใจทั้งของชาวโคราชและผู้คนในรั้วแสดทอง ทางมหาวิทยาลัยได้สร้าง ลานสัญลักษณ์ขึ้นโดยตั้งอยู่ระหว่างอาคารเรียนรวมและอาคารวิชาการที่เรียกกันว่าลาน สัญลักษณ์เพราะเป็นตราประจำ�มหาวิทยาลัยด้วย โดยมีลักษณะประกอบด้วยท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโมอยู่ใจกลาง มีเส้นโค้งงอนหงายขนาบ 2 ข้าง ข้างละ 4 เส้น และมีเชิงนามธรรม ของพืชพรรณและเฟืองจักรรองรับฐาน -ท้า วสุร นารีหรือ คณย่ าโมอยู่ ใ จกลางนั้ น สื่ อความ หมายถึง ปรัชญาและภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย เน้นความเคารพและศรัทธาต่อท้าวสุรนารีในฐานะ วีรสตรีแห่งชาติ - เส้นโค้งงอนหงายขนาบ 2 ข้าง ข้างละ 4 เส้น เกยและ เชือ่ มต่อกัน เสมือนหนึง่ กระเบือ้ งมุงหลังคาคร่อมภาพ สือ่ ความหมายถึง ความสำ�เร็จทางเทคโนโลยีทตี่ อ่ เนือ่ ง กันและความเจริญก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด - เชิงนามธรรมของพืชพรรณและเฟืองจักร สื่อความ หมายถึง การเกษตรและอุตสาหกรรม ลานสัญลักษณ์แห่งนีเ้ ป็นสถานทีท่ นี่ กั ศึกษามักจะมากราบไหว้เพือ่ ความเป็นสิรมิ งคล รวมถึงบางคนยังมาบนบานขอพรกับคุณย่าโมอีกด้วย เห็นได้จากบริเวณลานสัญลักษณ์นั้นมี หุน่ ปัน้ ช้างม้าจำ�นวนมาก ซึง่ ส่วนใหญ่มาจากการแก้บนทัง้ สิน้ และยิง่ ช่วงสอบลานสัญลักษณ์ จะคึกคักเป็นพิเศษเพราะมีเด็กๆจากหลายสาขาแวะเวียนกันมาคอยทำ�ความสะอาดและ ขอพรกับคุณย่าโม เคยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่ามีนักศึกษาสาขาหนึ่งทำ�โปรเจคและต้องเขียน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ท�ำ อย่างไรก็รนั ไม่ผา่ น จนมาบนกับคุณย่าโมโปรแกรมก็สามารถรันผ่าน ทันทีทงั้ ๆทีย่ งั ไม่ได้มกี ารแก้ไขโค๊ดแต่อย่างใด ทำ�ให้ตอ้ งรีบมาแก้บนกันเป็นการใหญ่ จริงเท็จ หรือไม่ก็ไม่มีใครสามารถตอบได้ แต่เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ดีกว่าค่ะ

ส่วนตัวฉันเองนั้นก็มากราบไหว้และขอพรคุณย่าอยู่เป็นประจำ� ไม่ใช่ด้วยเพราะ ความเชือ่ ใดๆหรอกนะคะ แต่เป็นความเคารพศรัทธาในตัวท่านและความสบายใจของตัวเรา เองมากกว่า เสมือนหนึง่ เราเป็นลูกเป็นหลานท่านกราบไหว้ขอพรท่านเพือ่ ความเป็นสิรมิ งคล จะทำ�การใดๆก็มาบอกกล่าวท่านและให้ทา่ นปกปักรักษาคุม้ ครอง เกือบลืมบอกไปนะคะว่าที่ นีก่ ม็ คี วามเชือ่ เหมือนกัน เพราะหากมาจากทางอาคารเรียนรวมจะเดินเข้าลานสัญลักษณ์ เขา ว่ากันว่าให้เดินริมทางใดทางหนึง่ ไม่ให้เดินตรงกลางบอกกันมาว่าจะเรียนไม่จบบ้าง ตกออก บ้าง ตัวฉันเองเรียนมา 4 ปี จนปัจจุบันเป็นนักศึกษาแจ้งจบแล้วก็ยังไม่เคยตั้งใจไปเดินตรง กลางดูเสียที แต่มีบางครั้งที่ลืมไปบ้างก็ยังไม่เห็นถึงผลกระทบใดๆ ฉะนั้นความเชื่อทั้งหลาย มีไว้ให้เราระมัดระวังตนเองและใช้ชีวิตอย่างมีสติเท่านั้นค่ะ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมักเป็นผล ของการกระทำ�จากตัวเราเองทั้งนั้น


เรียนๆ เล่นๆ เป็นไปไม่ ได้


สาเหตุที่ มทส. มีระบบการเรียน 3 ภาคการศึกษา เพื่อเอื้อให้กับการออกปฏิบัติสห กิจศึกษา* 1 ภาคการศึกษา ซึ่งใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4 เดือน เพราะหากจัดการเรียนการ สอนในระบบ 2 ภาคการศึกษา จะทำ�ให้นกั ศึกษาไม่สามารถเรียนจบได้ภายใน 4 ปี และเพือ่ ส่งเสริมให้นกั ศึกษาได้ใช้เวลาอย่างเต็มทีพ่ ร้อมกับเป็นการปรับพฤติกรรมให้ตนื่ ตัวอยูต่ ลอด เวลา เตรียมตัวอย่างไร ? เรียนแปบเดียวก็สอบกลางภาค อีกแปบเดียวก็สอบปลายภาค ทำ�ให้นกั ศึกษาบาง คนอาจยังปรับตัวไม่ทัน ไม่เฉพาะปีหนึ่งนะคะ ปีสองปีสามหรือปีสี่ที่ยังปรับตัวไม่ได้แล้วตก ออกไปก็มใี ห้เห็นเป็นตัวอย่างจำ�นวนมาก เพราะปกติเราจะเรียนๆเล่นๆกันไป ใกล้สอบค่อย อ่านหนังสือแต่สำ�หรับ มทส.ทำ�อย่างนั้นไม่ได้แน่ เพราะน้องๆจะมีเวลาอ่านหนังสือไม่มาก ใน 1 ปีการศึกษาเราจะแบ่งเป็น 3 ภาคการศึกษา คือ ภาคการศึกษาที่ 1 คือช่วง เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ภาคการศึกษาที่ 2 คือช่วงเดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ภาคการศึกษาที่ 3 คือช่วงเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม และเดือนเมษายน จะเห็นได้ว่าเมื่อเราเรียนไปประมาณเดือนครึ่งก็จะต้องสอบกลางภาคแล้ว ฉะนั้น การตั้งใจเรียนในห้องเรียน และหมั่นทบทวนวิชาความรู้คือสิ่งที่สำ�คัญที่สุด เมื่อไม่เข้าใจใน เนื้อหารายวิชาไหน ก็ต้องรีบขอคำ�ปรึกษาจากอาจารย์หรือเพื่อนที่เชี่ยวชาญ อย่าได้ปล่อย ผ่านไปแล้วมาเริ่มอ่าน 1 สัปดาห์ก่อนสอบเหมือนสมัยมัธยมเป็นอันขาด เพราะฉันเองก็เคย ลองมาแล้วเกือบกลับลำ�ตั้งหลักใหม่แทบไม่ทัน

สหกิจศึกษา* เป็นระบบการศึกษา ที่เน้นการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการอย่างมีระบบ โดยงานที่นักศึกษาปฏิบัติจะตรงกับสาขาวิชาของนักศึกษา เน้นการเรียนรู้โดยใช้ประสบการณ์จากการ ทำ�งานจริงเป็นหลัก

หาความรู้จากที่ไหนได้บ้าง ? กลุ่มอาคารอาคารเรียนรวม 1-2 ประกอบด้วย ศูนย์บริการการศึกษา โครงการ สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ ห้องเรียนหลากหลายขนาดทั้ง 150 ที่นั่ง 300 ที่นั่ง 600 ที่นั่ง และห้องวิทยพัฒน์ห้องประชุมขนาดใหญ่ 1500 ที่นั่ง เรียกกันในหมู่นักศึกษาว่าห้องพันห้า บรรยากาศยิ่งกว่าโรงหนัง เพราะเบาะนุ่มสบายใครไปฟังบรรยายแล้วไม่ง่วงเหงาหาวนอน ถือว่าแข็งพอสมควร ศูนย์บรรณสาร หรือเรียกง่ายๆก็คือห้องสมุดนั่นเอง แต่ที่นี่มักเรียกกันว่าบรรณ สาร โดยจะให้บริการห้องสมุด บริการสื่อการศึกษา มีห้องบรรณสารสาธิตที่เป็นเสมือน โรงหนังขนาดย่อม ห้องทำ�งานกลุ่ม ห้องอ่านหนังสือ ห้องคอมพิวเตอร์และมุมสำ�หรับนั่ง ทำ�งานมากมาย ช่วงสอบเด็กๆจะมารวมตัวกันเป็นจำ�นวนมาก บางกลุ่มมักมาจับกลุ่มช่วย กันติวหนังสือ แต่ก็มีนักศึกษาบางคนที่มักจะมาแอบหลับที่ศูนย์บรรณสารเป็นประจำ� ไม่รู้ เป็นเพราะว่าอ่านหนังสือหนักไปหน่อยหรือเพราะแอร์ที่นี่เย็นน่านอนกันแน่ ศูนย์บรรณสาร มีช่วงเวลาเปิดให้บริการดังต่อไปนี้ ระหว่างเปิดภาคการศึกษา - วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.00 - 20.00 น - วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 17.00 น. - ปิดวันหยุดของมหาวิทยาลัย ระหว่างสอบกลางภาคและปลายภาคการศึกษา - วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.00 - 24.00 น - วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 24.00 น. ระหว่างปิดภาคการศึกษา - วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น. - ปิดเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดของมหาวิทยาลัย


กลุ่มอาค���รศูนย์เครื่องมือ (F1 - F7) ประกอบด้วย ศูนย์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีตามการเรียนรู้ของแต่ละสาขาวิชา ทางด้านสาขาวิศวกรรมก็จะมีห้องแลปให้ นักศึกษาได้ทดลองและปฏิบัติงานจริง สาขาทางด้านเทคโนโลยี เช่น สารสนเทศก็จะมีห้อง ปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ สตูดิโอ ให้นักศึกษาได้มาเรียนรู้และใช้งาน หอพักนักศึกษา ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และอยู่อาศัย เพื่อ สนับสนุนให้นักศึกษาในหอพักได้มีความสะดวกสบายในการทำ�งานและค้นคว้าหาความรู้ โดยได้จัดให้มีคอมพิวเตอร์ ห้องอ่านหนังสือ ห้องสำ�หรับติว และสถานที่ทำ�งานกลุ่ม

กิจกรรมร้อยแปด


กิจกรรมของ มทส. นั้นเรียกได้ว่ามีครบทุกรสชาติเลยทีเดียวค่ะ ถ้าเปรียบเป็น อาหารก็คงจะเหมือนยำ�รวมมิตรรสเด็ด ที่มีทั้งเปรี้ยว หวาน เผ็ด กลมกล่อมและรสอร่อย เพราะตลอดปีการศึกษานัน้ จะมีกจิ กรรมให้นอ้ งๆเฟรชชีป่ หี นึง่ ได้ตนื่ ตาตืน่ ใจกันตลอด เดีย๋ ว จะขอเล่าสู่กันฟังพอเป็นน้ำ�จิ้มสำ�หรับบางกิจกรรมนะคะ เริม่ กันทีพ่ ธิ บี ายศรีสขู่ วัญ ขวัญในทีน่ ี้ หมายถึง ขวัญกำ�ลังใจ ความรูส้ กึ ตามความ เชือ่ ของคนไทยพิธบี ายศรีสขู่ วัญเป็นเสมือนการเสริมสร้างพลังใจให้เข็มแข็ง มีใจทีม่ นั่ คง จะ สามารถกระทำ�การต่างๆให้ผ่านไปได้ด้วยดีเป็นพิธีทางพระพุทธศาสนาและพิธีทางศาสนา พราหมณ์ โดยนักศึกษาแต่ปจี ะต้องสวมชุดพาแลงมาร่วมงาน ชุดพาแลงแต่ละรุน่ นัน้ จะมีการ ออกแบบทีแ่ ตกต่างกันออกไป ถือเป็นเอกลักษณ์ของงานบายศรีเลยก็วา่ ได้ และครัง้ นีอ้ าจเป็น โอกาสเดียวเท่านัน้ นะคะทีน่ อ้ งๆจะได้ใส่ชดุ พาแลง เพราะหลังจากนัน้ มันจะถูกพับเก็บไว้ใน ตู้ตลอดกาลเลยทีเดียว ส่วนกิจกรรมในงานก็จะมีพิธีบายศรี รับขวัญน้องปีหนึ่ง การกินข้าว ร่วมกันกับเพื่อนและรุ่นพี่ต่างสาขา และขณะที่เดินเข้างานก็จะมีการจับมือเข้างานเป็นคู่ๆ ระหว่างชายและหญิง เรียกคนที่ได้คู่เราว่ากิ๊กมอ ซึ่งในอนาคตก็จะกลายมาเป็นเพื่อน หรือ อาจจะเป็นเพือ่ นของแฟนหรือแฟนของเพือ่ น ไม่คอ่ ยเห็นคูไ่ หนได้เป็นกิก๊ กันจริงๆเหมือนชือ่ และในระหว่างนัน้ จะมีการจับฉลาก ซึง่ เป็นชือ่ เบอร์โทรศัพท์และหอพักของนักศึกษาปีหนึง่ เพศตรงข้ามเรา โดยให้เราไปตามหาตัวจริงกันเอาเอง เรียกบุคคลปริศนานีว้ า่ บัดดี้ ส่วนใคร ที่จับได้ชื่อของเราคนนั้นก็จะกลายเป็นบัดเดอร์ของเรา กิจกรรมสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ทางมหาวิทยาลัยจะพานักศึกษาปีหนึ่งทุก คนเดินทางไปสักการะท่านท้าวสุรนารีหรือคุณย่าโมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพนับถือของ คนโคราช ในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา เป็นเสมือนการมาฝากตัวเป็นลูกหลาน และให้ นักศึกษาได้มีโอกาสลอดซุ้มประตูชุมพล ซึ่งคนโคราชเชื่อว่าหากใครลอดซุ้มประตูชุมพล ครบ 3 ครั้ง จะได้คู่รักเป็นคนโคราชหรือมีโอกาสได้มาลงหลักปักฐานอยู่ที่โคราชอย่างถาวร พิธีไหว้ครู เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ได้อบรม สั่งสอนมา และให้น้องๆปีหนึ่งได้แสดงความเคารพต่อครูอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เสมือน การฝากตัวเป็นศิษย์ก่อนที่จะเข้ามาศึกษาหาความรู้ในรั้วแสดทองแห่งนี้


กิจกรรมรับน้อง รุ่นพี่จะจัดกิจกรรมรับน้องโดยแบ่งเป็นซุ้มๆตามสาขาวิชา ให้ น้องๆจับกลุ่มเดินแถวไปผ่านด่านแต่ละด่านคล้ายการเข้าค่ายลูกเสือ โดยส่วนมากจะเน้น ความบันเทิงร้อง เล่น เต้นรำ� สนุกสนาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่กับน้องและ เพื่อนในกลุ่มเดียวกัน กิจกรรมคืนเฟรชชี่ไนท์ เป็นกิจกรรมสุดท้ายสำ�หรับรับน้องปีหนึ่งในสัปดาห์ก่อน ที่จะมีการเรียนการสอน จัดขึ้นที่อาคารสุรนิทัศน์หรือแอมฟิเธียเอตร์ โดยในงานจะมีการ ประกวดเฟรชชี่ที่ผ่านการคัดเลือกจากความสามารถ บุคลิกภาพ และไหวพริบปฏิภาณเป็น น่าเป็นตาของรุ่น ใครได้เป็นเฟรชชี่ของรุ่นไหนก็จะถูกกล่าวถึงไปอีกนาน และความสนุกส่ง ท้ายที่พลาดไม่ได้คือทุกๆปีจะมีการแสดงคอนเสิร์ตจากนักร้องดังระดับประเทศ ที่ผ่านมา เคยเชิญ Big Ass PARADOX ปาล์มมี่ Pancake ฟาเรนไฮน์ มาเหยียบมทส.แล้วทั้งนั้น งานกีฬาน้องใหม่ เป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างหอพักโดยแบ่งเป็นคณะสีประกอบ ไปด้วยสีแดง สีน้ำ�เงิน สีม่วง สีเหลือง สีแสด สีเขียว และสีชมพู โดยจับคู่ระหว่างหอพักชาย และหญิง หอหญิงประกอบไปด้วย หอสุรนิเวศ 1,2,3,4,5,6,15 และ 16 หอชายประกอบไป ด้วย หอสุรนิเวศ 7,8,9,10,11,12 และ 13 ฉะนัน้ จึงจะมีคณะสีหนึง่ สีทมี่ หี อหญิงสองหอต่อหอ ชายหนึ่งหอ ซึ่งหนุ่มๆสีนี้ก็จะโชคดีเป็นพิเศษเพราะมีสาวๆอยู่รายล้อม การแข่งขันมีหลาก หลายประเภททัง้ เดีย่ ว ทีม กีฬาทัว่ ไปและกรีฑา รวมถึงมีการประกวดกองเชียร์ เชียร์ลดี เดอร์ ของหอ และหลีดผี ซึ่งสร้างความสนุกสนานและเรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดงาน หากสีไหน ครองถ้วยชนะเลิศกีฬาและกองเชียร์ได้จะเป็นน่าเป็นตาของเด็กๆในหอ และสร้างความภาค ภูมิใจไปอีกนาน

งานราตรีชาวหอ เป็นกิจกรรมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักศึกษาหอพักอย่าง เราๆเป็นอย่างมาก เพราะก่อนงานราตรีชาวหอ จะมีกจิ กรรมวันเปิดหอชายและเปิดหอหญิง เป็นวันเดียวเท่านัน้ ทีผ่ หู้ ญิงก็จะสามารถเข้าไปหอชายและผูช้ ายก็เข้ามาหอหญิงได้ ซึง่ แต่ละ หอจะมีการจัดงานเลีย้ งเล็กๆ มีอาหารการกิน การแสดง และเกมการละเล่นต่างๆ ทีจ่ ะต้อง แข่งขันกันว่าหอไหนทำ�ได้ดกี ว่ากัน โดยในคืนราตรีชาวหอจะมีการประกาศรางวัลแก่หอพักที่ น่าอยูท่ สี่ ดุ สะอาดทีส่ ดุ เพือ่ สร้างขวัญกำ�ลังใจแก่เด็กๆชาวหอพัก และมีการประกวดขวัญใจ ชาวหอ โดยแต่ละหอพักจะส่งตัวแทนของหอตนเข้าประกวด งานนีค้ าบเกีย่ วกับงานกีฬาน้อง ใหม่นดิ หน่อยตรงทีว่ า่ หอไหนเป็นคณะสีหรือคูบ่ ดั ดีห้ อกันก็จะจัดการแสดงและส่งตัวแทนหอ เข้าร่วมการประกวดเป็นคู่กัน

งานประกวดวงดนตรี ทางมหาวิทยาลัยสนับสนุนให้นักศึกษาได้ทำ�กิจกรรม ร่วมกันไม่ใช่เฉพาะทางด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวม ถึงทางด้านศิปลการแสดงต่างๆด้วย โดยเฉพาะการประกวดวงดนตรี เพราะในหนึ่งปีการ ศึกษาจะมีงานประกวดวงดนตรีต่างๆมากกมาย แต่ที่ได้รับความสนใจจากนักศึกษาเป็น จำ�นวนมากก็คืองานที่ว่างและงานปัญญาชนคนดนตรี ซึ่งจะมีทั้งรอบคัดเลือกและรอบชิง ชนะเลิศ รักใครเชียร์ใครก็ถือป้ายไฟไปลุ้นกันที่หน้าเวทีได้เลยนะคะ


งานประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยหรือ SUT Star Contest จัดขึ้นในงาน Oops way บริเวณลานศิลปวัฒนธรรมใกล้หอพักสุรนิเวศ 16 โดยจัดขึ้น เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 เป็นปีแรก ทางมหาวิทยาลัยจะให้แต่ละสาขาส่งตัวแทนมาเข้าร่วมการประกวด โดยมีรางวัล SUT Popular Vote และ SUT Star Contest ซึ่งมีเกณฑ์การคัดเลือกจาก บุคลิกภาพ ไหวพริบปฏิภาณในการตอบคำ�ถาม และความสามารถพิเศษ โดยผูค้ รองตำ�แหน่ง ในปีแรกคือเดือนจากสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และดาวจากสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า งานวันลอยกระทง มีการจัดกิจกรรมประกวดหนูนอ้ ยนพมาศ ประกวดนางนพมาศ ทัง้ ประเภทนักศึกษาและบุคลากร ประกวดขบวนแห่ และประกวดกระทง ซึง่ นักศึกษาแต่ละ สาขาวิชาก็จะส่งขบวนรวมถึงกระทงทีจ่ ดั ทำ�ขึน้ เองเพือ่ เข้าประกวดแข่งขันกันอย่างสุดฝีมอื เรียกได้วา่ นักศึกษามทส.ไ���่ตอ้ งไปลอยกระทงทีไ่ หนไกลเลยค่ะ เพราะทางมหาวิทยาลัยก็ได้ จัดงานที่สวยงามและมีกิจกรรมต่างๆมากกมาย ต้อนรับคืนวันเพ็ญอยู่แล้ว งานวันพระราชทานปริญญาบัตร เป็นกิจกรรมที่แต่ละสาขาจะสร้างซุ้มและบูม เพื่อแสดงความยินดีแก่พี่บัณฑิต บริเวณลานหอสุรนภาหรือหอแห้ว ซึ่งจากการสังเกตมา หลายต่อหลายมหาวิทยาลัย มทส.ดูจะจัดได้ยิ่งใหญ่อลังการกว่าใครเพื่อน เพราะทุกสาขา วิชาจะร่วมกันจัดซุ้มและมีการบูมมหาวิทยาลัยในบริเวณเดียวกัน ไม่แยกตามคณะเหมือน มหาวิทยาลัยอื่นๆ และด้วยความที่ต้องจัดใกล้กันทำ�ให้แต่ละสาขาต้องสร้างซุ้มที่สวยงาม โดดเด่นแข่งขันกันเสียยิ่งกว่างานพืชสวนโลก ซึ่งช่วยเสริมสร้างให้บรรยากาศในงานเต็มไป ด้วยความปลื้มปิติยินดี แม้ว่าบรรยากาศจะร้อนและคนจะเยอะมากทุกๆปีก็ตาม

นอกเหนือไปจากการกิจกรรมประจำ�ปีทจี่ ะต้องมีขนึ้ แล้ว ทางมหาวิทยาลัยของเรา ก็มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในด้านการพัฒนาบุคลิกภาพและค่านิยม โดยให้ มีการจัดตั้งชมรมที่หลากหลายตามความสนใจของนักศึกษาทั้งทางด้านวิชาการ ด้านศิลป วัฒนธรรม ด้านการพัฒนาสังคม ด้านนักศึกษาสัมพันธ์ และด้านกีฬา เพื่อให้นักศึกษาได้ รับประสบการณ์ในการบริหารงานและรับผิดชอบตนเอง เป็นการใช้เวลาว่างตลอดภาคการ ศึกษาให้เกิดประโยชน์ สำ�หรับน้องๆทีม่ คี วามสนใจชมรมไหนก็สามารถดูตามรายชื่อชมรม ที่นำ�มาฝากกันได้เลยนะคะ เพราะแต่ละชมรมก็จะมีการจัดกิจกรรม และแสดงผลงานอยู่ เรื่อยๆ รับรองว่าได้ทั้งความรู้และมิตรภาพดีๆแน่นอนค่ะ กิจกรรมทางด้านวิชาการ - ชมรม Linux & Networking - ชมรมดาราศาสตร์และอวกาศ - ชมรมโครงสร้างและเทคโนโลยี - ชมรมยานยนต์ - ชมรมโรบอท - ชมรมภาษาญี่ปุ่น - ชมรมคอมพิวเตอร์ - ชมรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ - ชมรมภาษาจีน - ชมรมการบิน - ชมรมนวัตกรรม - ชมรมภูมปิ ญ ั ญาและเทคโนโลยีไทยโบราณ - ชมรมสำ�รวจภัยพิบตั ิและพลังงานทดแทน - ชมรมพัฒนาวิชาการ

กิจกรรมทางด้านพัฒนาสังคมและ บำ�เพ็ญประโยชน์ - ชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท - ชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อม - ชมรมครูสัญจร - ชมรมคลินิกสิ่งแวดล้อม - ชมรมเพื่อนเกษตรกร - ชมรมอนุรักษ์พลังงานและความปลอดภัย - ชมรมอาสาคุ้มครองผู้บริโภค - ชมรมไทย-มุสลิม มทส. - ชมรมจิตอาสา กิจกรรมทางด้านศิลปวัฒนธรรม - ชมรมดนตรีและนาฎศิลป์ไทย มทส. - ชมรมดนตรีสากล - ชมรมศิลปการแสดง - ชมรมศิลปการถ่ายภาพ


กิจกรรมทางด้านนักศึกษาสัมพันธ์ - ชมรมพี่น้องสร้างสรรค์ สายสัมพันธ์ มทส. - ชมรมลีลาศเพื่อสุขภาพ - ชมรม มทส. ต้านเอดส์และยาเสพติด - ชมรมนักศึกษาหอพัก - ชมรมสมาธิ - ชมรมสื่อสร้างสรรค์ - ชมรมวิทยุสมัครเล่น - ชมรมไม้ดอกไม้ประดับ - ชมรม TO BE NUMBER ONE - ชมรมเชียร์ลีดเดอร์ - ชมรม Christian SUT Fellowship

กิจกรรมทางด้านกีฬา - ชมรมเรือพาย - ชมรมฟุตบอล - ชมรมวอลเลย์บอล - ชมรมดาบสากล - ชมรมลอจิก มทส. - ชมรมรักษ์มวยไทย - ชมรมตะกร้อ - ชมรมแอโรบิคและการออกกำ�ลังกาย - ชมรมแบดมินตัน - ชมรมบาสเกตบอล

และใครสำ�หรับที่ชอบออกกำ�ลังกายแต่ยังไม่มีเวลาเข้าร่วมชมรมหรือยังไม่พบว่า ตัวเองชอบกีฬาประเภทไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถมาฝึกซ้อมพละกำ�ลังกันก่อนได้ที่ สถาน กีฬาและสุขภาพโดยจะเปิดให้ใช้บริการในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 20.00 น. ค่ะ “การเรียนทำ�ให้คนมีงานทำ� กิจกรรมทำ�ให้คนทำ�งานเป็น” ประโยคนีย้ งั ใช้ได้เสมอ และได้รับการพิสูจน์มานักต่อนักแล้วนะคะ เพราะมีคนที่เรียนเก่งได้เกรดสูงๆหลายคนได้ รับโอกาสที่ดีในหน้าที่การงาน แต่ไม่เจริญก้าวหน้าในการทำ�งาน เพราะไม่สามารถพัฒนา วิชาชีพของตนรวมถึงทำ�งานร่วมกับผู้อื่นได้ กิจกรรมตลอดภาคการศึกษาจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ดีๆที่ฉันคิดว่ามันช่วยหล่อหลอมให้เราได้เรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่าง ทั้งการวางตัว การ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า การแบ่งเวลา การฝึกความอดทน การอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่อาจมีความคิด ทัศนคติแตกต่างกัน เปรียบเสมือนบทเรียนฝึกการใช้ชีวิตในโลกของความเป็นจริงที่ต้องชิง ไหวชิงพริบ และยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น อีกทั้งการทำ� กิจกรรมอาจทำ�ให้เราพบความสามารถพิเศษและความถนัดของตัวเองขึ้นมาก็ได้ค่ะ

อาหารการกิน


ตามคำ�กล่าวของนโปเลียนที่ว่า “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” นั้นยังใช้ได้ทุกยุคทุก สมัย โดยเฉพาะในวัยกำ�ลังเจริญเติบโตอย่างเราๆที่ต้องศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลานั้น อาหารท้อง อาหารสมองถือเป็นเรือ่ งสำ�คัญทีไ่ ม่ควรมองข้ามไปอย่างยิง่ สำ�หรับแหล่งอาหาร การกินของมทส.นั้นก็มีมากมาย หลายร้าน หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเหนือ ใต้ อีสาน กลาง อาหารตะวันตก ตะวันออก ร้านขนมนมเนย บรรยากาศดี รสชาติอร่อย ราคากันเอง ทั้งนั้น จึงขอแนะนำ�ศูนย์รวมอาหารทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยให้น้องๆได้ทราบ กันดังต่อไปนี้ ภายในมหาวิทยาลัยมีทงั้ โรงอาหารเรียนรวม โรงอาหารกลาง โรงอาหารกาสะลอง คำ� หรืออีกชือ่ หนึง่ คือศาลาลอย ร้านอาหารบริเวณส่วนกิจการนักศึกษา ร้านอาหารทีอ่ าคาร วิชาการ ร้านอาหารที่มาร์ทหญิงฝั่งตรงข้ามหอพักสุรนิเวศ 2 ห้องอาหารครัวสุระภายในสุ รสัมนาคาร หรือสำ�หรับน้องที่ทานอาหารมุสลิมและอาหารมังสะวิรัติ ก็มีจัดจำ�หน่ายที่โรง อาหารกลางเปิดจำ�หน่ายทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.00 - 20.00 น.และโรงอาหารอาคาร เรียนรวมเปิดจำ�หน่ายวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.00 - 14.00 น. อีกทั้งทุกวันพุธบริเวณโรง อาหารกลางจะมีตลาดนัด จำ�หน่ายอาหารการกิน เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายอีกด้วยค่ะ


ภายนอกมหาวิทยาลัยมีร้านอาหารของเอกชนเปิดจำ�หน่ายตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะ เป็นทางหน้ามอประตูหนึ่งที่ตอนเย็นจะมีตลาดจำ�หน่ายอาหารสด อาหารสำ�เร็จรูป ร้าน อาหารตามสั่ง ผักผลไม้ต่างๆมากมาย นักศึกษาเรียกกันว่าตลาดหน้ามอ หรือภายในสุร สวัสดิซ์ งึ่ เป็นหมูบ่ า้ นของเอกชน หากออกไปทางวงเวียนประตูหนึง่ เลีย้ วขวาก็มรี า้ นจำ�หน่าย อาหารมากมายทัง้ ร้านนม ร้านสเต็ก ร้านอาหารอีสาน อาหารตามสัง่ ร้านข้าวต้ม ร้านหมูยา่ ง เกาหลี ร้านอาหารญี่ปุ่น และทางด้านประตูสี่ของมหาวิทยาลัย นักศึกษาเรียกกันว่าหลังมอ ก็มรี า้ นจำ�หน่ายอาหารมากมายเช่นกัน สามารถมาเลือกชมเลือกชิมกันได้ตามใจชอบเลยนะ คะ หรือสำ�หรับใครที่หิวดึกๆไม่กลัวอ้วนแล้วละก็ แหล่งอาหาร 24 ชั่วโมง อย่าง7-ELEVEN มีด้วยกันทั้งหมด 3 แห่ง แห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่เทคโนธานีใกล้กับศูนย์หนังสือจุฬา แห่งที่ 2 อยู่ บริเวณหอสุรนิเวศ 16 ใกล้กบั โรงอาหารกาสะลองคำ� และแห่งที่ 3 อยูภ่ ายนอกมหาวิทยาลัย ติดกับประตู 4 หลังมอ เห็นไหมละคะว่าไม่ต้องกลัวเลยว่าอยู่ มทส.จะน้ำ�หนักลดหรืออาหารไม่ถูกปาก เพราะของกินนั้นมีทุกชนิดทุกประเภทจริงๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวและของเพื่อนๆที่ พบเห็นแล้ว โดยส่วนมากน้ำ�หนักจะขึ้นจนลืมน้ำ�หนักตอนปีหนึ่งกันไปเลยทีเดียว

เที่ยวรอบมอ


เนือ่ งจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสรุ นารีของเรามีอาณาบริเวณทีก่ ว้างใหญ่ไพศาล มีเนื้อที่ประมาณ 7,000 ไร่ ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษ์ และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อีกทั้งภายในยังมีสถานที่ต่างๆที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัก ผ่อนหย่อ���ใจอยู่มากมาย โอกาสนี้จึงอยากจะนำ�เสนอถึงที่เที่ยวต่างๆในมทส.ให้น้องๆได้ รู้จักกันบ้าง เริม่ จากฟาร์มมหาวิทยาลัย ทีม่ ตี น้ ไม้รม่ รืน่ ลมเย็นสบาย บรรยากาศเหมาะแก่การ มาพักผ่อน ถ่ายรูปเล่นและรับประทานอาหาร ภายในมีร้านจำ�หน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ที่ นีข่ นึ้ ชือ่ เรือ่ งสเต็กนะคะใครอยากทานสเต็กก็สามารถแวะมาทีฟ่ าร์มได้ อีกทัง้ ยังมีฟาร์มมาร์ ทสำ�หรับจำ�หน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชและสัตว์ที่ผลิตโดยฟาร์มเอง ไม่ว่าจะเป็นผักสด ปลอดสารพิษ นมสด ไอศกรีม เหมาะสำ�หรับเป็นของฝากในทุกเทศกาล รวมถึงเมือ่ เข้าสูฤ่ ดู หนาวทางฟาร์มจะจัดเทศกาลเปิดฟาร์มรับลมหนาวด้วย โดยให้บคุ คลทัว่ ไปสามารถเข้ามา เยี่ยมชมภายในฟาร์มได้ มีทั้งการจำ�หน่ายสินค้านานาชนิด รวมถึงประกวดวงดนตรีโฟลค์ ซอง เมืองจราจรจำ�ลอง เส้นทางการจราจรจำ�ลอง เป็นศูนย์การเรียนรู้สำ�หรับเด็กเล็กโดยเฉพาะช่วงวัน เด็ก จะมีน้องๆมาร่วมถ่ายรูปกับของเล่นและเมือง จำ�ลองสีสันสดในต่างๆมากมาย เช่น การจำ�ลอง ปราสาทหินพนมรุ้งมาให้เด็กๆได้ชมกัน อุทยานผีเสื้อ ตั้งอยู่ที่อาคารสุรพัฒน์ 6 เป็นอาคารและอุทยานเรือนตาข่าย ขนาดใหญ่ มีการจำ�ลองน้ำ�ตก ธารน้ำ� รวมถึงไม้ดอกไม้ประดับ พรรณไม้ และพืชอาหาร ของแมลงจำ�นวนมาก โดยการออกแบบให้เสมือนธรรมชาติจริง มีทางเดินภายในสำ�หรับผู้ ชมได้เดินชมธรรมชาติ ท่ามกลางผีเสือ้ ทีม่ ชี วี ติ หลากสีหลายชนิด และมีการจัดแสดงรวมถึง ให้ความรู้เกี่ยวกับผีเสื้อชนิดต่างๆเหมาะแก่คนที่ชอบเรื่องผีเสื้อเป็นอย่างมากเลยค่ะ ห้องไทยศึกษานิทัศน์ ตั้งอยู่ที่อาคารสุรพัฒน์ 5 เป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดง ข้าวของเครือ่ งใช้ทางวัฒนธรรมของชาวอีสาน ซึง่ แสดงถึงภูมปิ ญ ั ญาท้องถิน่ ทีย่ งั คงผลิตและ ใช้ประโยชน์กันในชีวิตประจำ�วันได้ โดยรวบรวมไว้ถึง 2,000 ชิ้น แบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องจักสานไม้ไผ่ ผ้าทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องปั้นดินเผา


การเดินทาง


สำ�หรับน้องๆที่ไม่มียานพาหนะ หรือไม่สะดวกที่จะเดินทางไปไหนมาไหนใน มหาวิทยาลัยนั้นก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ เพราะทางมหาวิทยาลัยมีรถเมล์มอฟรีที่จะ คอยรับส่งน้องๆจากหอพักไปยังอาคารเรียนรวม โดยมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่สถานีขนส่งใกล้กับ เทคโนธานี ขับวนไปรับนักศึกษาตามหอพักต่างๆทั้งชายและหญิงและผ่านทั้งบรรณสาร อาคารเครื่องมือต่างๆจนวกกลับมาที่สถานีขนส่งค่ะ โดยจะเริ่มรับส่งนักศึกษาตั้งแต่ช่วง เช้าประมาณเจ็ดโมงจนถึงช่วงเย็นประมาณหนึ่งทุ่ม โดยสัญญาณของรถเมล์มอที่เป็นที่รู้กัน ในบรรดานักศึกษาก็คือเสียงเบรคที่ดังสะท้านมาแต่ไกลเลยค่ะ บางทีอยู่บนหอพักยังได้ยิน กันเลย

ส่วนน้องๆคนไหนที่อยากเดินทางเข้าตัวเมืองก็มีรถสองแถวคอยบริการ โดยมี 2 แบบคือ รถสองแถวคันสีม่วงสาย 17 และรถสองแถวคันสีเหลือง มีจุดเริ่มต้นจากสถานี ขนส่ง ผ่านไปทางเทคโนธานี อาคารบริหารและออกไปทางหน้ามหาวิทยาลัยประตูหนึ่งค่ะ ค่าโดยสารคนละ 15 บาท เส้นทางการเดินรถ รถสองแถวคันสีม่วงสาย 17 ออกไปทางหน้ามหาวิทยาลัยประตูหนึ่ง ผ่านไปทาง สามแยกปักธงชัย เข้าเมืองผ่านโลตัส เดอะมอลล์ บิ๊กซี โรงพยาบาลเซนต์เมรี่ และเลี้ยวเข้า สถานีขนส่งนครราชสีมา รถสองแถวคันสีเหลือง ออกไปทางหน้ามหาวิทยาลัยประตูหนึง่ เลีย้ วเข้าทางบริษทั เสริมสุข ผ่านชลประธาน แยกวัดอัพวัน ผ่านสถานีรถไฟนครราชสีมา(หัวรถ) ผ่านตลาดแม่ กิมเฮง และอนุสาวรีท้าวสุรนารี ส่วนน้องคนไหนที่อยู่ในเมืองและจะกลับเข้ามหาวิทยาลัยเจอรถสองแถวที่มีตัวหนังสือตัว โตๆว่า มทส. ก็กระโดดขึ้นได้เลยนะคะรับรองถึงแน่นอน

พูดถึงเรือ่ งการเดินทางแล้วก็คงจะพลาดไม่ได้ถา้ ไม่พดู ถึงวินยั จราจรทีจ่ ะต้องฝาก กันไว้เสียหน่อย เพราะเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นสิ่งสำ�คัญนะคะ น้องๆที่นำ�ยาน พาหนะมาเองก็ควรขับขี่อย่างระมัดระวัง ขับรถจักรยานยนต์ก็ต้องสวมหมวกกันน็อค ไม่ใช่ ใส่เฉพาะตอนยามตรวจที่ประตูหน้ามอ พอพ้นป้อมยามก็ถอดออกเหมือนที่รุ่นพี่เคยทำ�ๆ กันมานะคะ (สิ่งที่ไม่ดีก็ไม่จำ�เป็นต้องเลียนแบบเสมอไป) ส่วนใครที่มีรถยนต์ก็อย่าลืมคาด เข็มขัดนิรภัย และอย่าใจร้อนขับเร็วเพราะถนนในมหาวิทยาลัยมีทงั้ จักรยานและจักรยานยนต์ จำ�นวนมาก เห็นใจเพื่อนผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุกันด้วยนะคะ


เจ็บไข้ ได้ป่วย


ถ้าหากน้องๆคนไหนเกิดเป็นหวัด คัดจมูก น้ำ�มูกไหล เป็นไข้ปวดศีรษะ ก็ไม่ต้อง กลัวว่าจะห่างไกลมือหมอนะคะ เพราะมหาวิทยาลัยของเรามีศนู ย์ปฏิบตั กิ ารทางการแพทย์ และสาธารณสุข ของสำ�นักวิชาแพทย์ศาสตร์ คอยให้บริการตรวจสุขภาพ ตรวจรักษาโรค แก่นักศึกษา บุคลากร มทส. และประชาชนทั่วไป รวมถึงอุบัติเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงอีก ด้วย สำ�หรับนักศึกษาจะได้รับสิทธิในการักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะตรวจโรค นอน พักรักษาตัวหรือทำ�ฟัน น้องๆที่อยู่หอพักภายในมหาวิทยาลัยเมื่อเจ็บป่วยก็สามารถแจ้ง ที่ปรึกษาหอพัก แล้วทางศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์จะส่งรถพยาบาลไปรับถึงหอพัก นักศึกษาได้เลยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น แม้ว่าศูนย์แพทย์จะเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวัน ที่ 2 กรกฎาคม 2553 แต่รับรองได้ว่า ให้บริการทางการแพทย์ในระดับมาตรฐานสากลอย่าง แน่นอน โดยศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์ตั้งอยู่ใกล้กับทางออกมหาวิทยาลัยประตู 2 หาก มุ่งหน้ามาจากหอพักก็ตรงมาเลยผ่านทางหอพักสุรนิเวศ15 ผ่านสีแยกประตูหนึ่ง ผ่านแยก ทีเ่ ลีย้ วไปเทคโนธานีตรงมาจุดสุดทางทางออกประตูสองจะอยูซ่ ายมือ เลีย้ วขวามาประมาณ 500 เมตรก็จะพบศูนย์ปฏิบตั กิ ารทางการแพทย์คะ่ โดยปัจจุบนั ศูนย์ปฏิบตั กิ ารทางการแพทย์ และสาธารณสุขกำ�ลังก่อสร้างอาคารเพิม่ เติม เพือ่ เตรียมทีจ่ ะขยายตัวออกไปเป็นโรงพยาบาล ในอนาคตอีกด้วยค่ะ


PROJECT