Issuu on Google+

มองอนาคต ‘หุ้นเก็งกำ�ไร’ ขั้นเทพ SLC

7

3 สุณี เสรีภาณุ

เจ้าแม่ ‘แม็คยีนส์’

กับแผนใช้คน(เก่ง)ทำ�งานแทน

www.bangkokbiznews.com

หนังสือพิมพ์ธุรกิจรายสัปดาห์ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek : bizweek@nationgroup.com ปีที่ 6 ฉบับที่ 352 วันที่ 14 มีนาคม 2554

ถอดดีเอ็นเอ‘กสิกรไทย’สู่

‘ไถ่ ฮัว หนง หมิง หยิง ฮัง’

2 แชมเปียน

นเรศ เหล่าพรรณราย

GSVC-SEA 2011 แผนธุรกิจพิชิต ‘ผู้ประกอบการสังคม’

4

หนทางหมื่นลี้เริ่มจากก้าวแรก “ไถ่ ฮัว หนง หมิง หยิง ฮัง” หรือธนาคารกสิกรไทย สาขาประเทศจีน ผ่านช่วงเรียนรู้แบบ “เสื่อผืนหมอนใบ” จนกล้าที่จะเดินก้าวที่สอง ยุทธศาสตร์ของค่ายรวงข้าวต่อจากนี้คือการร่างพิมพ์เขียวธุรกิจฉบับ “กสิกรไทย โมเดล” ขยายอาณาจักรสีเขียวบนแผ่นดินมังกร บันทึกต้นตระกูลล�ำ่ ซ�ำเป็นชาวจีนแคะข้ามน�ำ้ ข้ามทะเลมา

หน้าใหม่..หัดบินนอกบ้าน โชว์เคส ในลาว

‘กำ�ชัย’

5

2 เข็มนาฬิกากับ คุณค่าแรงผลักดัน

ก่อร่างสร้างธุรกิจในประเทศไทยอย่างยาวนานโดยเฉพาะภาคธุรกิจการเงิน ปัจจุบนั ธนาคารกสิกรไทยด�ำเนินธุรกิจมากว่า 60 ปี เติบโตจนเป็นธนาคาร พาณิชย์อันดับ 3 ของไทย ทว่าส�ำหรับธุรกิจการเงินในจีนซึ่งเป็นต้นก�ำเนิดสาแหรกล�่ำซ�ำ เพิ่ง เริ่มต้นเท่านั้น “หวู่ วั่น ทง” คือชื่อจีนของบัณฑูร ล�่ำซ�ำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ประกาศชัดว่า ภารกิจสุดท้ายในฐานะซีอีโอเครือ ธนาคารกสิกรไทยมีอยู่ 2 อย่างคือ การจัดทัพผู้บริหารหน้าใหม่กับบุก ธุรกิจที่ “ประเทศจีน” อย่างจริงจัง แม้จะเริ่มเดินช้ากว่าคู่แข่ง (ธนาคาร กรุงเทพ) หลายสิบปี แต่หนทางหมื่นลี้ต้องเริ่มที่ก้าวแรก อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศจีนจะเริ่มเปิดประเทศรับการลงทุนจาก ภายนอกมากขึ้น แต่ไม่ง่ายที่ธนาคารต่างชาติจะเข้าไปตั้งสาขา ท�ำให้หลาย ปีทผี่ า่ นมาบัณฑูร ต้องใช้ความพยายามสูง เพียรนัง่ เครือ่ งบินไปกลับไทยจีนนับร้อยเที่ยว จ้างครูสอนภาษาจีนกลางมาสอน ต้องเรียนรู้วัฒนธรรม การเจรจาธุรกิจแบบคนจีน เหล้าจีนนานาชนิดที่ดื่มเพื่อสร้าง “มิตรภาพ” กับคนจีน และเป็นเวลา 9 ปีแล้วที่ธนาคารกสิกรไทยมีนโยบาย 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ จีน พิพิธ เอนกนิธิ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจจีน ธนาคาร กสิกรไทย ถ่ายทอดความคิดของบัณฑูรถึง “ก้าวแรก” ในการตัดสินใจ บุกประเทศจีนอย่างจริงจังของธนาคารกสิกรไทยให้ฟังว่า “ไม่ง่าย” ตอน ที่(คุณ)บัณฑูรเดินทางไปบุกเบิกอย่างจริงจังเมื่อปี 2545 เรียกได้ว่าไป แบบไม่รู้อะไรเลย เริ่มต้นจากศูนย์ แต่เครือธนาคารกสิกรไทยตั้งใจแล้ว ว่าต้องไป ! ไม่งั้น “ตกขบวนรถไฟ” แน่นอน “ก้าวแรกที่ยากที่สุด องค์กรใหญ่อย่างเราจะเข้าไปไม่ใช่แค่ซีอีโอคิด คนเดียวแต่ตอ้ งไปกันทัง้ หมดตัง้ แต่ฝา่ ยทรัพยากรบุคคล,ไอที,บัญชี,ฝ่าย บริหารความเสี่ยง ทุกคนท�ำงานหนักเพื่อเป้าหมายเปิดตลาดจีนให้ได้” เขาบอกว่า การสรรหา “ทัพหน้า” ไปบุกเบิกไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนแรก ยังไม่มีใครรับอาสาท�ำหน้าที่นี้ จนกระทั่ง “ผม” ตัดสินใจว่าจะรับต�ำแหน่ง นี้ สิ่งแรกที่ต้องท�ำคือ “ศึกษา” เรื่องของจีนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ “ผมอ่านหนังสือเรื่องของจีนหลายสิบเล่มจนทุกวันนี้ยังต้องอ่านอยู่ เลย เพราะตัวผมและนายธนาคารทั้งหมดเรียนจบหลักสูตรจากตะวันตก มา แม้เราจะเป็นคนเอเชียเหมือนกันแต่วธิ ีการคิด วัฒนธรรมต่างกัน ก่อน จะไปจีนเราต้องเขียนไบเบิลเล่มใหม่ขึ้นมาเลย เพื่อน�ำเอาแนวทางที่เราใช้ ในไทยยกไปใช้ที่จีน เพื่อสร้างความแตกต่างจากธนาคารท้องถิ่น” พิพิธเล่าว่า ไบเบิลเล่มใหม่ ยังต้องด�ำเนินการไปพร้อมกับการน�ำ Know How ของการบริหารจัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็น Success Model ของธนาคารกสิกรไทยซึ่งได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2542 เช่น การบริหารความเสี่ยง การควบคุมต้นทุน ฯลฯ เพราะธนาคาร กสิกรไทยต้องการเน้นปล่อยสินค้ากลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเท่านั้น

ผ่ากลยุทธ์ ‘นพ.ปราเสริฐ-รพ.กรุงเทพ’ ตีโอบคู่แข่ง-เปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร เกมรุกครัง้ ล่าสุดเครื อรพ.กรุงเทพ เข้ าเก็บหุ้นรพ.บ�ำรุงราษฎร์ ของกลุม่ โสภณพนิช เกมนี ้เพิ่งเริ่ มต้ น...จับตาเหยี่ยวธุรกิจผู้มีสายตายาวไกล ‘นพ.ปราเสริ ฐ ปราสาททองโอสถ’ ที่ก�ำลังท�ำให้ เครื อรพ.กรุงเทพ “หนีคแู่ ข่ง” ไปพร้ อมๆ กับ “ไล่กิน” คูแ่ ข่งไปเรื่ อยๆ ปฏิเสธไม่ได้ วา่ วิธีการไล่ซื ้อโรงพยาบาลอื่นยิ่งท�ำให้ รพ.กรุงเทพ เข้ มแข็งทังใน ้ “แนวลึก” ลดต้ นทุน และ “แนวกว้ าง” ขยายฐาน ลูกค้ ากลุม่ ใหม่

8

โดยค�ำจ�ำกัดความของเอสเอ็มอีในจีน ถือเป็นค�ำจ�ำกัดความเดียวกับ กลุม่ ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารกสิกรไทยในไทย คือจะต้องเป็นกิจการมี รายได้ไม่เกิน 400 ล้านหยวนต่อปี มีจ�ำนวนพนักงานไม่เกิน 200 คน พิพิธ ยังเล่าว่า ในช่วงแรกของการเปิดสาขาพบว่า “การท�ำงานข้าม วัฒนธรรม” คือปัญหาและอุปสรรคในการด�ำเนินธุรกิจในจีน แม้คนไทย ส่วนใหญ่จะมีเชือ้ สายจีนแต่หากต้องการเข้าหาคนจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว จ�ำเป็นต้องปรับตัว ต้องรู้จัก “คน” ก่อนรู้จักงาน คือบทสรุปของ การท�ำธุรกิจกับคนจีน ..กว่าเราจะคล�ำทางเจอและพัฒนาโมเดลของตัวเองได้ ก็ปาเข้าไป 3-4 ปี “พิพิธ” เล่า “เราคุยกับลูกค้าบนโต๊ะประชุมหลายชัว่ โมงสรุปกันไม่ ได้ แต่พอไปคุยกันในวงเหล้า 15 นาทีรเู้ รือ่ งส่วนใหญ่เรา จะสรุปงานกันบนโต๊ะอาหารมากกว่าเรียกได้วา่ เหล้าจีน ทุกประเภทผ่านคอผมมาหมดแล้ว” เขายิ้ม นอกจากปัญหาการท�ำงานข้ามวัฒนธรรม แล้ว อีกปัญหาในการท�ำธุรกิจในจีนคือ รูปแบบการท�ำธุรกิจของคนจีนยังเป็นแบบ “กงสีโบราณ” เพราะมาตรฐานของธนาคารจีน เพิ่งจะได้รับการพัฒนามาเมื่อ 10 ปีให้ หลัง ต่างจากธนาคารกสิกรไทยทีด่ ำ� เนิน ธุรกิจมา 60 กว่าปี ช่วงแรกจึงค่อนข้างตกใจเมื่อเห็น ระบบบั ญ ชี ข องบริ ษั ท จี น ที่ ยั ง ไม่ ไ ด้ มาตรฐานเพราะไม่ได้มีฉบับเดียว ท�ำให้ ธนาคารกสิกรไทยต้องปรับเปลีย่ นวิธกี าร ท�ำงานมาเป็นการรูจ้ กั ลูกค้าให้มากขึน้ เพราะ ถ้าดูแต่ตัวเลขแบบเดียวท�ำธุรกิจไม่ได้แน่นอน เรียกว่า ต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์” และ”ศิลป์” ร่วม กันถ้าคิดจะไปท�ำธุรกิจในจีน ส่วนอุปสรรคจากทางการจีน เท่าที่ท�ำธุรกิจมา หลายปี พิพธิ บอกว่า มีปญ ั หาไม่มากนัก โดยปัญหาส่วน ใหญ่มักจะเกิดกับธนาคารต่างชาติบางแห่งที่มีธุรกรรม ค้าเงินโดยใช้อนุพันธ์ที่จะถูกทางการจีนจะจับตามองใกล้ ชิด เพราะกลัวว่าจะมาปั่นค่าเงินหยวน ส่วนธนาคารกสิกร ไทยไม่นับว่าเป็นคู่แข่งกับธนาคารจีน ที่ไม่ปล่อยกู้ให้กับ เอสเอ็มอี กลายเป็นความท้าทายและโอกาสของธนาคาร กสิกรไทย ขณะที่ธนาคารต่างชาติด้วยกันก็ไม่ใช่คู่แข่ง เนื่องจากส่วนใหญ่ที่มาตั้งสาขาเป็นเพราะตามบริษัท แม่ที่เข้าไปลงทุนในจีนมากกว่า สัดส่วนสินเชื่อจาก

2


2

รายการ

ป 2549 ป 2550 ป 2551 ป 2552

ปริมาณการคา 1,532.4 1,781.1 2,388.9 สินคาสงออก 1,016.6 1,311.1 1,776.2 สินคานำเขา 515.8 470.0 612.7 ดุลการคา 500.8 841.1 1,163.5

2,105.3 1,642.6 462.7 1,179.9

ป 2553 (ม.ค.- ธ.ค.) 2,885.35 2,135.9 749.4 1,386.52

ความสัมพันธทางเศรษฐกิจการคา ไทย – สปป.ลาว

“ไถ่ ฮัว หนง หมิง หยิง ฮัง”

หนวย : ลานเหรียญสหรัฐ

1 เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ info@indexcreativevillage.com

Communicate your Event

การท�ำ Event Communications เป็นเรื่องที่ท้าทาย

ส�ำหรับผมเสมอเพราะนั่นคือ���ัวใจของการท�ำ Event Marketing ครับ จากการศึกษาด้านประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) ซึ่งเป็น ศาสตร์สาขาวิชาที่ท�ำให้เราเข้าใจการท�ำงานของจิตใจ (mind) และการมี สติ (consciousness) โดยได้ทดลองกับสมองของมนุษย์พบว่า คนเรา จะใช้สติ หรือ Conscious ในการตัดสินใจไม่ถึง 5 เปอร์เซนต์ ที่เหลือ เป็นการตัดสินใจภายใต้การท�ำงานของจิตใต้สำ� นึกหรือ Sub-conscious คุณผู้อ่านเคยสงสัยไหมครับว่า ท�ำไมคนเราถึงเลือกรักคนนี้-ท�ำไม ถึงไม่เป็นคนนั้น หรือรู้สึกชอบแบรนด์นี้เพราะใช้แล้วเท่ทั้งที่ทราบดีว่า อีกแบรนด์มี function ที่ยอดเยี่ยมกว่า หรืออย่างเวลาที่เราต้องการซื้อ ของอะไรสักชิ้นก็จะหาข้อมูลจ�ำนวนมากเพื่อประกอบการตัดสินใจ บาง ครัง้ ข้อมูลก็เยอะเกินจนเลือก ไม่ถูก สุดท้ายก็เลือกโดยใช้ อารมณ์และความชอบส่วน ตัวครับ ด้วยสาเหตุที่ผมกล่าวมานี้ ท�ำให้นักการตลาดหลายท่าน หันมาให้ความส�ำคัญกับเรื่อง Emotional Branding โดย สร้างการรับรูแ้ ละยอมรับในตัว แบรนด์ผา่ นอารมณ์และความ รู้สึกเพื่อให้แบรนด์นั้นเข้าไปในอยู่ในใจของผู้บริโภค “Event” จึงเป็นเครือ่ งมือทีน่ กั การตลาดเลือกใช้เพือ่ สร้างความผูกพัน ทางอารมณ์ระหว่างแบรนด์กบั ผูบ้ ริโภค สาเหตุเพราะงาน Event เปิดโอกาส ให้นกั การตลาดสร้างความเข้าใจ ความผูกพันและความชืน่ ชอบตัวแบรนด์ ผ่านกิจกรรมที่แตกต่างในหลากหลายในรูปแบบของการสื่อสารสองทาง (Two-Ways Communication) ดังนั้น Event Communications จึงเป็นหัวใจส�ำคัญที่ช่วยให้การท�ำ Event Marketing ประสบความส�ำเร็จ จากการศึ ก ษาทั้ ง จาก ประสบการณ์ของตัวเองและจาก งานวิจัยทางด้าน Event Communications ท�ำให้ผมมองเห็น แนวทางของการท�ำ Event ที่ท�ำ แล้วได้รบั ความส�ำเร็จอย่างสูง โดย มีผลรับรองจากบริษัทวิจัยชั้นน�ำ วันนีผ้ มขออนุญาตน�ำมาแชร์ ให้คณ ุ ผูอ้ า่ นนะครับ ก่อนอืน่ คุณต้อง ทราบก่อนว่า “กลุ่มเป้าหมาย” ของ คุณคือใคร เพือ่ จะได้ออกแบบเนือ้ หา ทีน่ า่ สนใจ และโดนใจกลุม่ เป้าหมาย ของคุณ หลังจากนั้นจึงท�ำ “Event Communications Plan” การท�ำ Event Communications Plan นั้น คุณต้องชัดเจนและ Focus กับสิ่งที่คุณต้องการสื่อสารซึ่งก็คือ Single Message เท่านั้น เพราะถ้าคุณยังไม่ชดั เจนว่าต้องการจะบอกอะไร การสือ่ สารมาถึงผูบ้ ริโภค คงเป็นเรื่องยาก ผู้ที่มาร่วมงาน Event ก็ไม่สามารถรับรู้และไม่มีความ ผูกพันกับแบรนด์ซึ่งในไม่ช้าแบรนด์ของคุณก็จะถูกลืม อย่างทีผ่ มกล่าวข้างต้นครับว่า สมองของมนุษย์นนั้ ใช้สติในการตัดสิน ใจไม่ถึง 5 เปอร์เซนต์ ดังนั้นกิจกรรมต่างในงาน Event ต้องสื่อสารใน เรื่องและทิศทางเดียวกัน เพื่อเป็นการตอกย�้ำ Single Message ที่คุณ ต้องการจะสือ่ สารกับผูบ้ ริโภค อีกประเด็นคือต้องไม่ยากและไม่ควรต้อง ใช้ความพยายามมากเพื่อท�ำความเข้าใจ เสน่ห์อีกอย่างคือศิลปะในการสื่อสาร เพราะถ้าสื่อสารออกไปตรงๆ ก็ไม่ตอ้ งใช้งาน Event เป็นตัวช่วยจริงไหมครับ ศิลปะในการสือ่ สารของ ผมก็หมายถึงการสื่อสารผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส หมายถึงบรรยากาศ Mood & Tone ดนตรีประกอบ หรือแม้แต่ กลิ่น รวมไปถึงกิจกรรมช่วยจ�ำต่างๆ เช่น Mascot รูปภาพ ขอย�้ำนะครับ ว่าต้องสามารถท�ำให้ผมู้ าในงานเกิดความรูส้ กึ ร่วมกับแบรนด์ ไม่วา่ จะเป็น ความรูส้ กึ สนุก เศร้า หรือตืน่ เต้นอะไรก็ได้ครับทีก่ อ่ ให้เกิดความรูส้ กึ ร่วม เพราะจะสามารถสร้างความประทับใจและการจดจ�ำครับ ข้อส�ำคัญคือคุณต้องสื่อสารกับนักการตลาดดีๆนะครับ เพราะถ้า Message ที่เลือกสื่อสารออกมาไม่ใช่ Brand Essence ก็ตัวใครตัว มันครับ หลักเกณฑ์ก็มีเพียงสั้นๆ ง่ายๆ ถึงแม้การท�ำจะไม่ง่ายแต่ถ้าท�ำได้ ผมรับรองครับว่าต้องประสบความส�ำเร็จอย่างแน่นอน ผมให้หลักการ และแนวทางไปแล้ว ส่วนเสน่ห์และความคมในการน�ำเสนอก็เป็นเรื่องของฝีมือส่วน บุคคลครับ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจ Event Marketing ในเมืองไทย ปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ

วันที่ 14 มีนาคม 2554

ธนาคารต่างชาติในจีนยังมีเพียง 1.88%ของ สินเชื่อทั้งระบบ นอกจากแต่ละธนาคารก็ต่าง มีรูปแบบเฉพาะของตัวเอง (Unique) ไม่ได้ มาแข่งกัน “พิพิธ” วิเคราะห์ภาพการแข่งขัน กับธนาคารต่างชาติในจีน “คุณต้องไปดูตลอดถนน 100 กิโลเมตร จากกวางเจาไปเสิน่ เจิน้ มีแต่โรงงานเต็มไปหมด เฉพาะมณฑลกวางตุ้งจีดีพีของเขามากกว่า ไทย 3 เท่า ชิน้ เค้กมันพอให้แบ่งอยูแ่ ล้ว แม้แต่ ธนาคารกรุงเทพทีจ่ นี ก็ไม่ใช่คแู่ ข่งของเรา เวลา มีปญ ั หาเราก็ยกหูคยุ กันประจ�ำ อยูต่ า่ งแดนเรา ต้องช่วยเหลือกันมากกว่า” การเดินทางไปลงทุนต่างแดน ยังจ�ำเป็น ต้องสร้าง “พันธมิตร” เพื่อสร้างความสะดวก ใจ ธนาคารกสิกรไทยจึงตัดสินใจจับมือเป็น พันธมิตรทางธุรกิจกับธนาคารหมินเซิงซึง่ เป็น ธนาคารเอกชน มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของจีน “กว่าจะคุยกันรูเ้ รือ่ งไม่งา่ ยคุณบัณฑูรต้อง ชนแก้วกับเขา (ผูบ้ ริหารของธนาคารหมินเซิง) ไม่รกู้ รี่ อ้ ยครัง้ ถึงจะท�ำธุรกิจกันได้ ตอนนีเ้ รียก ได้ว่าเราเป็นพันธมิตรที่รู้ใจกันแล้ว สิ่งที่ได้ จากความร่วมมือคือการถ่ายทอดองค์ความ รู้ให้กันทางหมิงเซิงเพื่อน�ำไปพัฒนาโปรดักท์

เป็นชื่อเรียกธนาคารกสิกรไทยในชื่อจีนกลาง (ไถ่ ฮัว หมายความถึง

สินเชื่อเอสเอ็มอีได้ในแบบของเขา ขณะที่เรา ก็ได้ความรู้เรื่องการท�ำธุรกิจแบบคนจีนจาก เขามาไม่น้อย” โดยปัจจุบนั ธนาคารกสิกรไทยสาขาเสิน่ เจิน้ สามารถท�ำธุรกรรมปล่อยกูเ้ ป็นเงินสกุลหยวน ได้พร้อมกับธุรกรรมเทรดไฟแนนซ์ เริ่มเป็น คนกลางระหว่างลูกค้าเวียดนามที่ต้องการไป จีน พิพิธยังระบุว่า อีกไม่นานน่าจะให้บริการ ลูกค้าคนไทยกับคนจีนได้ แม้ว่าวิธีการอนุมัติ

คนไทยที่มาอาศัยอยู่ในประเทศจีน หนง หมิง แปลว่าชาวนา) ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจการ เงิน Fu Tian เมืองเสิน่ เจิน้ มณฑลกวางตุง้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เริม่ เปิดกิจการ รูปแบบส�ำนักงานตัวแทนตัง้ แต่ปี 2537 จนถึงปี 2539 ได้รบั ใบอนุญาตจากทางการให้เป็น สาขาธนาคารต่างประเทศและท�ำธุรกรรมเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐได้ ต่อมาในปี 2552 ได้รับอนุญาตให้ท�ำธุรกรรมเงินหยวนได้ ธนาคารมีทุนจดทะเบียนเริ่ม ต้น 100 ล้านหยวน และเพิ่มทุนจ�ำนวน 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดได้เพิ่มทุนจาก 500 ล้านหยวน ในเดือนพฤศจิกายน 2553 เป็น 1,040 ล้านหยวน

พิพิธ เอนกนิธิ

สินเชือ่ ช่วงแรกจะค่อนข้างล่าช้า โดยต้องใช้เวลา ถึง 50-60 วัน แต่เมื่อมาร่วมมือกับธนาคาร หมินเซิงท�ำให้ลดเวลาลงเหลือเพียง 15 วัน และ น่าจะลดเวลาลงเหลือ 10 วันได้ในอนาคต ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ปล่อยสินเชื่อ พิพิธ บอกว่า จะยึดตาม Diversify Model หรือ การกระจายความเสี่ยงแบบไม่กระจุกตัวอยู่ ในธุรกิจเดียว เช่น ธุรกิจอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เซรามิก ชิน้ ส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เสือ้ ผ้า โดยมีคา่ เฉลีย่ การปล่อยสินเชือ่ ประมาณ 6 ล้านหยวนต่อ ราย ที่ผ่านมาได้ปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 100 ราย ปัจจุบันมีสินเชื่อคงค้างราว 18 ราย และ ที่ก�ำลังพิจารณาอีกพอสมควร ส่วนเรื่องหนี้ เสีย ตั้งแต่เปิดท�ำการมาไม่เคยเกิดเอ็นพีแอล

‘เน็ตเวิร์ค โมเดล’ ไม่ขอเป็น ‘ธนาคารภูมิภาค’

เดินตามหลังคูแ่ ข่งหลายสิบปี บัณฑูร เคยคิดที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศอย่าง ยอมรับว่าเครือธนาคารกสิกรไทยมีโอกาส “น้อย” ทีจ่ ะก้าวเป็น “ธนาคารภูมภิ าค” เหมือน กับธนาคารกรุงเทพ เพราะไล่ตามจ�ำนวนสาขา ของธนาคารกรุงเทพ ไม่ทัน ทว่าธนาคารกสิกรไทย “แก้เกม” นีด้ ว้ ย การใช้กลยุทธ์ “เน็ตเวิรค์ โมเดล” หรือการจับ มือเป็นพันธมิตรร่วมกับธนาคารต่างประเทศ โดยไม่จ�ำเป็นต้องไปตั้งสาขาในต่างประเทศ ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการ ผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า เวลานี้ ยังไม่มคี วามจ�ำเป็นต้องออกไปตัง้ สาขานอก ประเทศ ส่วนส�ำนักงานตัวแทนคงจะไม่มใี น ปีนี้ ขอดูกลุ่มลูกค้าให้ชัดก่อนว่าจะดูแลใคร “ตอนนี้เราขอโฟกัสที่โมเดลธุรกิจจีน ให้ส�ำเร็จก่อนเพราะทรัพยากรเราจ�ำกัด เรา

ตัน ภาสกรนที

เวียดนามเหมือนกันแต่เลือกที่จะไม่ท�ำ” ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีส�ำนักงาน ตัวแทนในต่างประเทศทีฮ่ อ่ งกง ลอสแองเจลิส ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และคุนหมิง ทั้งหมดขึ้นตรง ต่อส�ำนักงานใหญ่ที่ไทย ส่วนสาขาธนาคารในต่างประเทศมี แห่งเดียวที่เสิ่นเจิ้น กลยุทธ์ของกสิกรไทย จะร่วมมือกับพันธมิตรธนาคารต่างชาติเพื่อ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และลูกค้าซึ่งกันและ กัน ปัจจุบันได้เซ็นสัญญาบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันกับธนาคารท้องถิ่นญี่ปุ่น 15 ราย และเกาหลี และอาจจะมีการเซ็นกับธนาคาร เวียดนามเร็วๆ นี้ เขากล่าวอีกว่าลูกค้าต่างชาติของธนาคาร กสิกรไทยส่วนใหญ่เป็นผูป้ ระกอบการขนาด

(หนีท้ ไี่ ม่กอ่ ให้เกิดรายได้) ถึงตอนนีพ้ ดู ได้เต็ม ปากว่าผ่านช่วงการเรียนรู้มาหมดแล้ว เป้าหมายในอนาคตของสาขาเสิน่ เจิน้ พิพธิ บอกว่าปีที่แล้ว (2553) สินเชื่อถือว่าเติบโต ก้าวกระโดด 600% จาก 30 ล้านหยวนเป็น ใหญ่จนถึงเล็ก ส่วนมากให้บริการวงเงิน สินเชื่อเพื่อการค้ามากกว่าจะให้สินเชื่อเพื่อ การลงทุน แม้จะไม่มสี าขาในต่างประเทศแต่ ทีมงานของธนาคารกสิกรไทยสามารถพูด ได้หลายภาษาแม้แต่ประเทศที่ไม่คุ้นเคย อย่างรัสเซีย ปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าญี่ปุ่นประมาณ 3,000 รายวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยกู้แล้วรวม 20,000 ล้านบาท มีสว่ นแบ่งสินเชือ่ 12% น้อย กว่าธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทยตัง้ เป้า ทีจ่ ะเพิม่ สัดส่วนการตลาดสินเชือ่ บริษทั ญีป่ นุ่ ให้เป็น 18% ในปี 2555 ไต่ขนึ้ มาเป็นอันดับหนึง่ และจะเปิดรับพันธมิตรจากสมาคมธนาคาร ท้องถิ่นญี่ปุ่นเพิ่มอีก 5-6 แห่งใน 3 ปีจากนี้ ธนาคารท้องถิ่นญี่ปุ่นล่าสุดที่เพิ่งเซ็น สัญญาคือ ธนาคารชิซูโอกะซึ่งเป็นธนาคาร ท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและมีสาขาใน ต่างประเทศ คาดว่ากลุ่มลูกค้าที่ธนาคาร ชิซูโอกะจะแนะน�ำให้กับธนาคารกสิกรไทย จะมีความต้องการสินเชื่อมากถึง 4,000 ล้านบาท

420 ล้านหยวน สาเหตุเพราะเพิง่ ปล่อยสินเชือ่ เต็มตัวได้ไม่นาน ขณะทีเ่ ป้าหมายปีนขี้ อมียอด สินเชื่อคงค้างรวม 1,200 ล้านหยวน และเพิ่ม เป็น 2,300 ล้านหยวนในปีถัดไป ส่วนแผนการเปิดสาขา เขาบอกว่า ธนาคาร กสิกรไทยเริม่ พิจารณาในหลายพืน้ ทีแ่ ต่คงไม่ใช่ เมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เพราะตลาด ค่อนข้างอิ่มตัว โดยน่าจะพิจารณาขยายสาขา ในเมืองใหญ่ระดับสองทางฝั่งตะวันตกของ จีน อย่าง ฉงฉิ่ง เฉิงตู หรือเมืองทางตอนใต้ อย่าง ซูโจว หนานหนิง โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง รอดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ของจีน ว่า จะมีแผนพัฒนาเมืองในอีก 5 ปีต่อไปอย่างไร “เรามีแผนจะขยายสาขาของธนาคาร กสิกรไทยในจีน โดยเราอยากจะเปิดให้ได้ ปีละหนึ่งแห่งในหนึ่งเมืองรวมแล้วจะเปิด เพิ่ม 3 แห่งซึ่งน่าจะอยู่ในวิสัยที่เราท�ำได้” การจัดตั้ง “สายงานธุรกิจจีน” เมื่อต้นปี ที่ผ่านมา คือการเตรียมพร้อมก่อนจะไปถึง เป้าหมายนัน้ โดยสายงานดังกล่าวจะรับผิดชอบ งานทุกอย่างทีเ่ กีย่ วข้องกับจีน โดยเฉพาะเรือ่ ง ของ “คน” พิพิธบอกว่า ขณะนี้มีพนักงานใน สายงานนี้ครึ่งหนึ่งเป็นคนจีน หรือราว 40 คน สิ้นปีนี้น่าจะเพิ่มเป็น 70 คน ขณะที่พนักงาน คนไทย 90%สามารถพูดภาษาจีนได้ ส่วนพนักงานสาขาทีจ่ นี ขณะนีม้ อี ยูจ่ ำ� นวน 32 คนสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 55 คน โดยมีทั้งคน ไทยและคนจีน นอกจากนีธ้ นาคารกสิกรไทยยัง จัดคอร์สฝึกอบรมกว่า 40 คอร์ส ตั้งแต่ คอร์ส การติดต่อธุรกิจ การเจรจา การขาย เพื่อที่จะ ยกดีเอ็นเอของกสิกรไทยทีป่ ระเทศไทยไปอยู่ ที่ประเทศจีนได้อย่างกลมกลืน พิพธิ ยกค�ำพูดของนโปเลียนทีเ่ คยพูดถึง ประเทศจีนสมัยท�ำสงครามกันว่า “ให้จีนหลับ ไปเถิด เมือ่ เธอตืน่ ขึน้ เธอจะเขย่าโลก” ว่าค�ำพูด นี้ยืนยันเหตุการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีว่า จีนก�ำลังจะก้าวขึน้ เป็นมหาอ�ำนาจทางเศรษฐกิจ โลก จึงจ�ำเป็นที่ภาคธุรกิจไทยจะต้องเรียนรู้ ที่จะท�ำธุรกิจในจีน อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่าน มาวงเงินเทรดไฟแนนซ์จากไทยไปจีนเติบโต ถึง 33% มีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยโตได้ ถึง 20% การเข้าไปท�ำธุรกิจในจีนขณะนี้แม้ว่า จะต้องปรับตัวบ้าง แต่ยังไงก็ต้องไป “พิพิธ” ฟันธง “จะไปจีนไม่ใช่งา่ ยๆ ต้องไปด้วยใจดูองค์กร ใหญ่ๆอย่างธนาคารกรุงเทพ ซี.พี. ทุกคนทุม่ เท ให้กับประเทศจีนเต็มที่ ของเราเองทุกคนต่าง ร่วมมือกันไม่ใช่แค่ซอี โี อ บอร์ดบริหาร พนักงาน แต่หมายถึงทุกคนในองค์กร”

เข็มนาฬิกากับคุณค่าแรงผลักดัน จะจัดล�ำดับอะไรส�ำคัญ ไม่ส�ำคัญ

หน้ า ที่ ข องเข็ ม

นาฬิกาแต่ละเรือนจะมีแรงผลักดันให้เวลาทัง้ หมดเดินเคลือ่ นที่ ไปข้างหน้า ด้วย “เข็มนาฬิกา” ที่มี 3 เข็ม เข็มสั้น บอก ชั่วโมง เข็มยาว บอก นาที บนหน้าปัดยังมีเข็มวินาทีเล็กที่วิ่งอยู่เสมอ ไม่เคยหยุด ผมเคยเป็นเข็มวินาทีด้วยการท�ำงานเป็นพนักงาน แบกของ ผมเคยเป็นเข็มนาทีท�ำงานเป็นหัวหน้าเป็นเซลส์ ซูเปอร์ไวเซอร์ ผมเคยเป็นเข็มชั่วโมงท�ำหน้าที่เป็นซีอีโอเป็น เจ้าของธุรกิจ ทั้ง 3 เข็มมีบทบาทต่างกัน แต่อย่าน้อยใจกัน เพียงแต่ ทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตัวเองให้ดี ตอนนี้คุณท�ำอะไรอยู่ และ ต้องมีเป้าหมายยึดที่รูเดียวกันที่จุดกึ่งกลาง ลองคิดสิครับ ถ้าเอาเข็มใหญ่ๆ อย่างเข็มชัว่ โมงมาเดิน เร็วๆ แทนเข็มวินาทีเล็กๆ จะสิ้นเปลืองพลังงานแค่ไหน เหมือนกับถ้าเอาซีอโี อไปล้างจาน ก็คงจะเสียแรงเปล่าน่าดู ตัวอย่างง่ายๆ ใกล้ตัวที่สุด ลองหันกลับมาดูโต๊ะท�ำงาน ของคุณ หรือลูกน้องในองค์กรสิครับ คนไหนที่วันๆ เจอหน้า เห็นเขาเอาแต่หัวฟู เอกสารกองยุ่งเหยิงเต็มโต๊ะทุกวัน บางทีอาจไม่ใช่เพราะงานล้นมือ แต่เพราะท�ำงานไม่ เก่ง จ่ายงานไม่เป็น เลยเหมาสารพัดเข็มตีกนั อยูใ่ นคนคน เดียว องค์กรของเราก็ไม่ต่างจากนาฬิกาที่ขับเคลื่อนไป ความ ส�ำคัญไม่ได้วัดที่ใครท�ำเยอะ ใครวิ่งมากกว่ากัน แต่วัดกันที่ พลังในการขับเคลื่อน คนบางคนดูท�ำงานเยอะเหลือเกิน แต่ผลของงานกลับ ออกมาน้อยจนน่าแปลกใจ ในขณะที่คนบางคนดูเหมือนไม่ ได้ทำ� งานอะไรเลย แต่ทกุ การตัดสินใจหรือการลงมือท�ำอะไร ของเขาล้วนมีนัยส�ำคัญ

เข็มทีด่ เู หมือนจะไม่ ค่อยเดินกระดิก แต่ กระดิกเคลื่อนไป แต่ละที หมายถึง การตัดสินใจมูลค่า ร้อยล้านพันล้าน ชีวิตเข็มวินาที ของผมเริ่มต้นจากการ เป็นพนักงานแบกของ ตอน นัน้ แม้ทำ� งานหนัก เงินเดือนน้อย แต่ผมก็ใช้เวลาเหล่านัน้ เรียนรูท้ จี่ ะเก็บ เกี่ยวประสบการณ์ทุกรูปแบบที่ผ่านเข้ามา จนวันหนึง่ โอกาสมาถึงจึงได้เลือ่ นขึน้ เป็นเซลส์ซเู ปอร์ไว เซอร์ จนกระทั่งออกมาเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้อ���ดูแลลูกน้องหลายสิบคน ช่วงเวลาเหล่านั้นผมก็ยังทุ่ม สุดตัวท�ำงานเต็มที่ จนกระทั่งก้าวมาเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ โตขึ้น ถึงเข็มที่ดูเหมือนจะไม่เดิน จะเป็นเข็มที่ทรงพลังที่สุด แต่กลไกของนาฬิกานัน้ กลับเริม่ ต้นทีเ่ ข็มวินาที ทุกๆ คนล้วน มีโอกาสที่จะขยับเป็นเข็มชั่วโมงได้ “ขอเพียงแค่ไม่ดูถูกตัวเองครับ”

หัวอกพ่อแม่ทกุ คนอยากเห็นลูกมีความสุข ประสบ ผมเปรียบเทียบให้เขาเห็นภาพ “เวลา” กับชีวิตคนเรา ที่ทรงพลังที่สุด คือ ความส�ำเร็จในชีวติ แต่บางครัง้ ถึงเราจะพูดจะสอนแค่ไหน เขา ก็ไม่ค่อยฟังเท่าไหร่หรอกครับ ‘น้องกิ๊ฟลูกสาวคนโตของผม เรียนจบด้านอาร์ตจาก อังกฤษ แต่ไฟแรงอยากท�ำธุรกิจเหมือนพ่อ อยากลงทุนเปิด ร้านอาหารเอง ทั้งที่ยังขาดประสบการณ์... แล้ว’ป่าป๊าอย่างผมจะท�ำยังไงกับลูกสาวจอมดือ้ ดีครับ? ผมยกเงินก้อนโตให้ลูก 20 ล้าน แต่ยื่นค�ำขาด “นี่จะเป็น 20 ล้านแรกและ 20 ล้านสุดท้าย เอาไปท�ำธุรกิจอะไรก็ได้ที่ อยากท�ำ” ลึกๆ แล้ว ผมอยากเห็นเขาไปได้ดีกับการเป็นเจ้าของ ธุรกิจ แต่ถ้าล้มเหลว นี่จะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดที่จะสอนให้ เขาหัดล้มแล้วลุก ประสบการณ์เจ๊งต้องโดนด้วยตัวเองถึงจะรูซ้ งึ้ เขาถึง จะหัดบินได้ด้วยตัวเอง ก่อนจะปรับกลยุทธ์ใหม่จนไปได้ดกี บั ร้านส้มต�ำแซ่บอีลี่ ร้านแรกลูกสาวคุณตันก็เลยผ่านบทเรียนเจ๊งไม่เป็นท่ามา แล้วครับ เพราะเขาไม่เคยท�ำงานมาก่อน เลยอ่อนหัดตั้งแต่ รับพนักงานคนแรกเข้ามาก็ผิดแล้ว ตัง้ ใจอยากเปิดร้านอาหารไทยแบบฟิวชัน่ แต่ดนั รับเชฟ ใหญ่ถนัดอาหารอิตาเลี่ยน ที่สุดเลยใจอ่อนเปลี่ยนเป็นร้าน อาหารอิตาเลียนชื่ออีซีลี่ แต่ท�ำเลติดสนามฟุตบอล เปิดได้ไม่ เท่าไหร่ก็เจ๊งนะสิครับ วันหนึง่ ผมเลยใช้กศุ โลบายสอนลูกด้วยการให้เขาลงไป ว่ายน�ำ้ ในสระ เห็นไหมถ้าว่ายน�ำ้ เป็น แค่วา่ ยเบาๆ เดีย๋ วเดียวก็ ถึง แต่เพราะเขาว่ายไม่เป็น ตีน�้ำจนแตกกระจุยกระจายเปียก ไปรอบสระก็ยังไปไม่ถึงไหน เพราะลูกยังไม่เคยท�ำงาน ถึงบริหารงานไม่เป็น ไม่รู้ว่า

พบกับข้อคิด มุมมองทางธุรกิจและการใช้ชีวิตแบบ 360 องศาที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของผมได้ ใน “วิถีตัน” ทางกรุงเทพธุรกิจทุกวันจันทร์ พร้อมแลก เปลี่ยนพูดคุยติดตามเรื่องราวดีๆ ใน Facebook กับ ผมได้ที่ http://www.facebook.com/tanmaitan


วันที่ 14 มีนาคม 2554 หนังสือพิมพ์ กรุ งเทพธุรกิจ BizWeek : ก่ อตัง้ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2547 เป็ นสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์ แห่ งชาติ พิมพ์ ท่ ี : 1854 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท์ 0-2338-3333 โทรสาร 0-2338-3947-8 E-mail : bizweek@nationgroup.com

• เจ้ าของ : บริ ษัท เอ็นเคที นิวส์ จ�ำกัด • บรรณาธิการและผู้พมิ พ์ ผ้ ูโฆษณา : ดวงกมล โชตะนา kteditor@nationgroup.com • บรรณาธิการบริหาร : เบ็ญจวรรณ เผ่าจินดามุข benjawan_p@nationgroup.com • บรรณาธิการอาวุโส : วัชรา จรูญสันติกลุ pen@nationgroup.com • บรรณาธิการศิลปกรรม : จักรพงษ์ ศรี สนุ ทร artdi2005@yahoo.com • หัวหน้ าฝ่ ายศิลป์ : ทวีศกั ดิ์ อุระนันท์ thaweesak@nationgroup.com

กับแผนใช้คน(เก่ง)ทำ�งานแทน แม้ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” อดีตผู้

ลมลเพ็ชร อภิสิทธิ์นิรันดร์

ปิดต�ำนาน เจ้าแม่แม็คยีนส์ “สุณี เสรีภาณุ” ที่ขอหนีไปปลูกยาง เปิดต�ำนานซีอีโอคนใหม่ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” อดีตผู้บริหารดีแทค ที่ผันมาขายยีนส์ กับแผนใช้คน (เก่ง) ท�ำงานแทนเราของสุณี

บริหารดีแทค ทีผ่ นั ตัวเองมาขายยีนส์ ในต�ำแหน่ง ซีอีโอบริษัท พี.เค.การ์เม้นท์ (อิมปอร์ต-เอ็กซ์ ปอร์ต) ผูบ้ ริหารแบรนด์แม็คยีนส์ (Mc Jaens) จะไม่ได้มาในงานแถลงข่าวครบรอบ 36 ปีแม็ค ยีนส์ ท�ำเอาสื่อหลายแขนงผิดหวัง ทว่า เมื่อได้พูดคุยกับ สุณี เสรีภาณุ กรรมการผู้จัดการ ที่ก�ำลังจะส่งไม้ต่อให้ธนา ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ท�ำให้รู้สึกทึ่งในวิธีคิดในการ ด�ำเนินธุรกิจของซีอีโอหญิงคนนี้ หลังจากอ�ำลาต�ำแหน่ง เธอจะไปปลูก ยาง !? สุณีขยายความว่าปัจจุบันนอกจากธุรกิจ แม็คยีนส์แล้ว เธอยังมีธุรกิจสวนยางบนเนื้อ ที่ราวๆ 2,000 ไร่ในจังหวัดจันทบุรี แต่ก่อน ที่จะปล่อยวางภารกิจไปเป็นชาวสวน เธอได้ วางแผนเลือกใช้มือดีทางการตลาด อย่างธนา ให้มารันธุรกิจแม็คยีนส์แทน ด้วยความเชือ่ มัน่ ว่าจะพาแบรนด์แม็คยีนส์ สลัดอิมเมจธุรกิจ ครอบครัว (แฟมิลี่ บิซิเนส) ก้าวสู่ลุคที่มีความ เป็น “อินเตอร์” มากขึ้น นีไ่ ม่ใช่แผนให้เงินท�ำงานแทนเรา ! แต่ คือแผนใช้คน (เก่ง) ท�ำงานแทนเรา ของผู้ หญิงที่ชื่อ สุณี เธอบอกว่า โจทย์ใหญ่ที่ธนา ต้องเข้ามา ดูแล นัน่ คือ การปรับโครงสร้างการบริหารแบบ ยกเครื่องใหม่ทั้งหมดของแม็คยีนส์ตั้งแต่หัว จรดเท้า เช่น ด้านแฟชั่นดีไซน์ การบริหารงาน รวมทั้งการบริหารแบรนด์ ไม่ว่าธนาจะเลือก ใช้โมเดลแบบใดตาม ผลลัพธ์ที่เธออยากเห็น คือ แม็คยีนส์จะต้องดูลดอายุลงมาเป็นเด็ก วัยรุ่น ทันสมัยมากขึ้น แต่ยังครองใจคนทุก ช่วงวัยเหมือนเดิม ทีส่ ำ� คัญอยากได้ลกู เล่นใหม่ๆ “หายใจรอ ต้นคอ” ยีนส์อนิ เตอร์แบรนด์ทเี่ ข้ามาตีตลาดใน เมืองไทยอยู่ขณะนี้ โดยในขณะนีแ้ ม็คยีนส์มสี ว่ นแบ่งทางการ ตลาด 35% เป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มยีนส์ รอง จากลีวายส์ ขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ แรงเลอร์ อันดับสี่คือ ลี แม้อนั ดับจะทิง้ ห่างกันไม่เท่าไหร่ แต่ลกึ ๆ แล้วสุณี (อาจจะ) ไม่ปลืม้ กับยอดขายทีไ่ ม่คอ่ ย หวือหวาของแม็คยีนส์ในช่วงทีผ่ า่ นมา จึงอยาก หาคนทีม่ ไี อเดียใหม่ๆ ทีพ่ ร้อมจะเล่นกับตลาด เข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้ “คุณธนา เป็นคนหนึง่ ทีเ่ ราต้องการตัวมาก ที่สุด ตั้งแต่พี่ได้อ่านหนังสือของเขา ก็คิดแล้ว ว่าคนนีม้ คี วามสามารถมากมายและอยากได้มา ร่วมงานกับเรา แต่พอดีว่าวันหนึ่งได้คุยกับ พี่ จิ๋ม-สุวภา เจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บล. ธนชาตว่าอยากได้ซีอีโอเก่งๆ เข้ามาร่วมงาน พี่จิ๋มก็ถามว่าพูดจริงหรือพูดเล่น ถ้าพูด จริงมีอยูค่ นหนึง่ ทีอ่ ยากแนะน�ำ นัน่ คือคุณธนา” สุณียิ้ม เหลือเชือ่ ! คุยกัน 2 สัปดาห์ ธนาแห่งดีแทค ก็ตอบตกลงที่มารับต�ำแหน่งนี้ กับเงื่อนไขแค่ ขอเข้าไปดูโรงงานผลิตที่อ่อนนุช ทั้ง 3 โรงงาน “สุณี” เล่า คาแรคเตอร์ของธนา นอกจากจะเป็น นักการตลาดมือดีคนหนึ่งแล้ว ยังเป็นอีกคน หนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเงิน “อิน

ท่านผู้อ่านเคยนั่งนึกตรึกตรองลองคิดเล่นๆ ไหมว่า

ท�ำไมคนบางคนแสนเก่ง จะเป็นเพราะเขาเฮง หรือบังเอิญ หรือฉลาด ปราดเปรือ่ งกว่าคนทัว่ ไป จึงประสบความส�ำเร็จกว่าชาวบ้านร้านเมือง Dr.Heidi Halvorson ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการท�ำงาน ทั้งนั่งนึกและเดินนึก จนคิดตกผลึกว่า อย่ามัวแต่สงสัย เราควรจะ ท�ำการวิจัยเป็นเรื่องเป็นราว ว่าคนเหล่านี้เขามีอะไรดีหนอ จะได้ขอ มาใช้บ้าง แกจึงทุ่มศึกษาวิจัยผู้ประสบความส�ำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก นักเรียนทีช่ นะการแข่งขันด้านวิชาการ นักกีฬานานาชาติทพี่ ชิ ติ เหรียญ ทองโอลิมปิก มนุษย์เงินเดือนที่เป็นดาวเด่นขององค์กร ตลอดจน ผู้น�ำขั้นเทพที่เราคุ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น Steve Jobs Bill Gates หรือ Warren Buffett ผลการวิจยั ฉบับเต็มจะถูกตีพมิ พ์เป็นหนังสือ ซึง่ จะเปิดโฉมตอน ปลายปีนี้ Dr. Heidi จึงแอบสรุปประเด็นเล่าให้เราฟังในนิตยสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก่อน ว่า คนที่ประสบความส�ำเร็จกว่ามนุษย์ทั่วไป ส่วนใหญ่มีพฤติกรรม คล้ายคลึงกันหลายข้อ พอสรุปได้ 8 ประเด็นดังนี้ 1.ไม่เบลอ กล่าวคือ เขาตัง้ หลักโดยรูก้ ระจ่างว่าเขาต้องการอะไร และตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เฉพาะเจาะจง จะได้จินตนาการได้ชัดแจ๋ว ว่าความส�ำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร อาทิ การตัง้ ใจว่า “จะลดน�ำ้ หนักให้ ได้” ยังไม่ให้ความชัดเจน ปรับเป็น “ลดน�้ำหนัก 3 กิโล ใน 6 เดือน” จะเห็นเป้าหมายได้แจ่มชัด เป็นตัวสร้างความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงฝัน ที่วาดไว้ 2. ไม่มั่ว เขามีแนวทางและแผนงานชัดเจนว่าจะท�ำอะไร เมื่อ ไหร่ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย หากจะลดน�้ำหนักต้องวางแผน และจับ

3

B-school

For Display Advertising โทร 0-2338-3333 ต่อ 3155, 3136, 3157, 3161-2, 3173 ฝ่ ายสมาชิกและลูกค้ าสัมพันธ์ โทร 0-2338-3000 (customer@nationgroup.com) เลขากองบรรณาธิการ: กาญจนา สุขเพิ่ม kanchana@nationgroup.com เบอร์ ตอ่ 3385

เวสเตอร์ แบงกิ้ง” ที่แม็คยีนส์หวังจะให้เข้ามา ช่วยแต่งตัวแม็คยีนส์เพือ่ เข้าระดมทุนในตลาด ทรัพย์ในอนาคต นี่คือความเชี่ยวชาญ คูณ 2 ที่ธนามีอยู่ใน ตัว นอกจากนี้ การดึงซีอโี อคนใหม่เข้ามาร่วม งานยังถือเป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปีของแม็ค ยีนส์ ถือเป็นการปรับตัวขนานใหญ่ในการฉีก ภาพแฟมิลี่ บิซิเนส ให้เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล บิซิเนส เพื่อขอเบียดเบอร์หนึ่งในตลาดขึ้นมา ให้ได้ สุณี บอกว่า มั่นใจในฝีมือของ “ธนา” ที่ จะบริษัทก้าวไปในวันข้างหน้าอย่างมั่นคง ไม่ อย่างนั้นคงไม่ยอมปล่อยมือเพื่อผันตัวเอง ออกไปท�ำสวนยางพารา “คงเหมือนว่าเราอยากจะลองไปท�ำอย่างอืน่ ดูบา้ ง กับธุรกิจเดิมนีร้ ายละเอียดเยอะจูจ้ จี้ กุ จิก พีไ่ ม่อยากจะท�ำอีกแล้ว เพราะนีก่ ท็ ำ� งานมาเป็น รุน่ ทีส่ องก็ 14 ปีแล้ว ถึงเวลาทีจ่ ะเปิดโอกาสให้ คนใหม่ๆ กับแนวคิดใหม่ๆ เข้ามาท�ำงานดูบ้าง แต่จะเป็นอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณธนา ให้เขาจัดการและตัดสินใจได้เลย ซึ่งการที่เรา ดึงคนนอกเข้ามาท�ำงาน คิดล่วงหน้าอยู่ 2-3 ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มคิด ส่วนการปรับโครงสร้างทีผ่ า่ นบริษทั ก็ทำ� ไปหลายอย่าง แต่เป็นการทยอยๆ ท�ำมากกว่า เช่น การขยายแวร์เฮ้าส์เพือ่ รองรับแผนการผลิต ทีจ่ ะเพิม่ ขึน้ ในอนาคต การให้ความส�ำคัญเรือ่ ง นวัตกรรม การปรับแผนก” สุณบี อกว่า เธอได้เพิม่ ฟังก์ชนั การบริหาร บุคคลเข้าไปอีก เรียกว่าให้ความส�ำคัญมากขึน้ เพราะมองว่าการท�ำธุรกิจในปัจจุบนั ต้องอาศัย การจัดการในด้านนี้ให้เป็นระบบมากขึ้น แต่ รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นต้องปล่อยให้ ซีอีโอคนใหม่เข้ามาจัดการ เธอย�้ำ รวมทั้งการเพิ่มระบบไอทีเข้าไปเพื่อใช้ ในการบริหารจัดการ ตั้งแต่กระบวนการผลิต

การขนส่ง ครอบคลุมไปถึงการจัดการองค์กร ให้มีระบบระเบียบมากขึ้น “คงเป็นงานทีค่ ณ ุ ธนาต้องการพิสจู น์ความ สามารถของตัวเองด้วย เราเองต้องการความ แปลกใหม่ และความมีสีสัน ซึ่งเชื่อว่าธนาจะ ช่วยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ได้” เธอหัวเราะ การปรับโครงสร้างของแม็คยีนส์ครั้งนี้ ยังจะเป็นตัวอย่างกระตุ้นให้กับแบรนด์สินค้า ไทยอื่นๆ เกิดการตื่นตัวอยากท�ำในเรื่องของ แบรนด์ให้มคี วามแข็งแกร่ง เพือ่ ต่อสูก้ บั อินเตอร์ แบรนด์ไม่เฉพาะเวทีในประเทศ แต่มองถึงการ ออกไปสร้างแบรนด์ไทยให้แข็งแกร่งในระดับ สากล สุณี ยังได้จัดตั้ง “มูลนิธิแม็คยีนส์เพื่อ สังคม” เพื่อสนับสนุนสตรีที่ด้อยโอกาส เช่น เด็กที่ต้องการเรียนต่อให้มีโอกาสทัดเทียม กับคนอื่นๆ ในสังคม ซึ่งเธอมองว่าเป็นการ ตอบแทนสังคมที่ให้การสนับสนุนแม็คยีนส์ แนวทางนี้ยังเป็นเทรนด์ที่บริษัทต่างๆ ทั่วโลกด�ำเนินการเพื่อคืนก�ำไรให้กับสังคม ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นสิ่งที่ดีและยังมีส่วนช่วย ให้องค์กรมีความยั่งยืนเช่นเดียวกัน “พี่เป็นคนดูแลทั้งสวนยางพารา ที่เป็น ของพี่เอง และดูแลมูลนิธิจัดหาเงินทุน เบื้อง ต้นก็ใช้เงินตัวเองลงไปก่อน อนาคตต้องรอดู ว่าจะมีแผนหารายได้อย่างไร ส่วนธุรกิจยีนส์ พี่ให้คุณธนาดูแลหมด พี่ไม่กลับมาแล้ว” ทัง้ นีท้ ผี่ า่ นมาแม็คยีนส์พยายามสร้างแตก ต่างจากแบรนด์คู่แข่ง โดยการเน้นนวัตกรรม ผ้า และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น การผลิต กางเกงยีนส์ที่มีน�้ำหนักเบา (Light weight) ใส่สบายเหมาะกับอากาศร้อน ก่อนจะจบการสนทนา สุณียังยืนยันว่า เลือกคนไม่ผิด ที่ดึง “ธนา” เข้ามา เพราะตัว เขาเองมีความสามารถในการสร้างแบรนด์ และ เป็นมือดีทางการตลาด ไม่แน่ว่าในอนาคต ชื่อที่คนคุ้นหูอย่าง “ธนา ดีแทค” คนอาจจะเปลีย่ นไปคุน้ หูกบั ชือ่ ใหม่ “ธนา แม็คยีนส์” จากแรงโปรโมทของสุณี ทีส่ ำ� คัญ ขึน้ อยูก่ บั ความสามารถของธนา ว่าเขาจะสามารถสร้างต�ำนานใหม่นี้ได้หรือไม่

‘สุรงค์ บูลกุล’ อ่าน... The World Is Flat มีหนังสือแนวบริหารจัดการหลายต่อหลาย

คงเป็นงานที่คุณธนาต้องการ พิสูจน์ความสามารถ ของตัวเองด้วย เราเองต้องการความ แปลกใหม่ และความมีสีสัน ซึ่งเชื่อว่าเขาจะช่วยสร้าง ปรากฏการณ์ ใหม่ได้

สูตรสำ�เร็จ

ให้มนั่ คัน้ ให้ตายว่าจะท�ำอะไร เมือ่ ไหร่ เช่น “จะวิง่ ครึง่ ชัว่ โมง สัปดาห์ ละ 3 วัน” หากเพียงบอกว่า “จะออกก�ำลังกายสม�ำ่ เสมอ” ยังอาจท�ำให้ เผลอได้ จึงต้องจ�้ำจี้จ�้ำไช วาดแผนให้ชัดเจน Dr. Heidi ฟันธงว่า การมีแผนงานที่ชัดเจนและมุ่งมั่นท�ำตาม แผนอย่างไม่ยอมแพ้ จะเสริมเพิ่มอัตราความส�ำเร็จถึง 3 เท่าเลยที เดียว

เล่มที่ผ่านสายตาของ สุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ไทยออยล์ จ�ำกัด (มหาชน) แต่เมื่อถามถึง หนังสือโปรด 3 เล่มหลักทีเ่ ขาเอ่ยขึน้ มาอย่างไม่คดิ มาก นัน่ คือ The World is Flat , Who moved my cheese และ The First 90 Days แต่เล่มที่เขาชื่นชอบมากที่สุด คือ The World is Flat (ใครว่าโลกกลม) ผลงานของ นักเขียนมะกัน Thomas L. Friedman สุรงค์บอกว่าที่ชอบเล่มนี้ เพราะบอกเล่าถึงกระแส โลกาภิวัตน์ ที่เส้นแบ่งเขตแดนประเทศจะไร้ความหมาย ในอนาคตการค้าและการลงทุนจะส่งผ่านถึงกันอย่างเสรี ท�ำให้เกิดการท�ำงานข้ามวัฒนธรรม บริษัทที่จะอยู่รอด ได้ในสถานการณ์การแข่งขันที่ไร้พรมแดนได้นั้น จะต้อง เป็นองค์กรมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา (Dinamic) หนังสือเล่มนี้ อธิบายให้เข้าใจว่าท�ำไมโลกจึงแบนราบ และการแบนราบที่ว่านี้มีผลต่อประเทศในอนาคตอย่างไร ส่งผลต่อชุมชนอย่างไร ส่งผลต่อคอร์ปอเรทต่างๆ ของโลกอย่างไร และส่งผลต่อพลเมืองของโลกอย่างไร พร้อมข้อเสนอให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ ภาคสังคม และพลเมืองของโลก ให้ปรับตัว รับมือการแข่งขัน โดยใช้ประเด็นด้านเศรษฐศาสตร์ สังคม และธุรกิจ มาขับเคลือ่ น การปรับตัว

3.ไม่หลงระเริง คนกลุม่ นีม้ สี ติ เตือนตนตลอดว่าตอนนีก้ า้ วหน้า หรือแม้แต่ถอยหลังไปถึงไหน ผู้ที่ประสบความส�ำเร็จ ตระหนักรู้ว่า ตนเองอยู่ตรงใด จะได้รู้ว่าเหลือระยะเวลาอีกนานไหม ใกล้ถึงเป้า แล้วเหรอยัง จะได้ปรับผังปรับแผนได้ทันท่วงที วิธีหนึ่งที่ท�ำง่ายๆ ในการติดตามงาน คือ การมี “หลักกิโลเมตร” วัดระหว่างทาง อาทิ หากรอชัง่ น�ำ้ หนักหลังเวลาผ่านไป 6 เดือน มีสทิ ธิ์ เป้าสะเทือนได้ง่ายๆ ในกรณีที่ได้เป้าก็แล้วไป หากไม่ได้ แถมน�้ำหนักขึ้น สิ่งที่เรียก ร้องกลับมาไม่เคยได้ คือเวลาที่ผ่านไป ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่เคยหวน กลับคืนมา คนวัดจึงได้แต่ท�ำหน้าจืด วืดเป้า เพราะขาดการติดตาม ผลงานแบบใกล้ชิดระหว่างทาง จะกลับไปแก้ตัว ก็ไม่ได้ สายเกิน 4.ไม่หวังลมๆ แล้งๆ คนที่ประสบความส�ำเร็จมองโลกในแง่ดี แต่เผื่อที่เผื่อใจไว้ส�ำหรับความจริง อีกนัยหนึ่ง คนที่ประสบความ ส�ำเร็จล้วนกล้าฝัน แต่ขณะเดียวกัน ก็มิได้ฝันเฟื่อง หวังพึ่งลม พึ่ง แล้งให้แห้งเหี่ยว เปลี่ยวใจ เพราะไปไม่ถึงฝันเสียที หวังว่าจะสวยแบบพี่อั้ม จึงตั้งใจลดน�้ำหนัก 10 กิโลกรัมใน 2 เดือน เอาเข้าจริงๆ ท�ำไม่ได้ เลยใช้วิธีกินยาที่หาเอง นอกจากไม่ ประสบความส�ำเร็จในการลดน�้ำหนัก ยังอาจต้องพักรักษาตัวจาก ปัญหาสารพัดที่เป็นผลพลอยเสียตามมา คนที่ประสบความส�ำเร็จจึงผสมผสานการกล้าฝันกับกล้าตื่นรู้ รับความจริง ว่าสิ่งใดน่าจะท�ำได้ สิ่งใดไกลเกินเอื้อม การด�ำเนินการ ก้าวสู่ฝัน จึงทั้งท้าทายและเป็นไปได้ในเวลาเดียวกัน 5. ไม่เหลาะแหละ คนที่ประสบความส�ำเร็จ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะเป้าหมายทีอ่ ยากได้ คงไม่ใช่อะไรทีง่ า่ ยดายเหมือนเล่นขายของ ยอมให้ท้อได้บ้าง แต่ของแท้ต้องไม่ยอมแพ้ หาทางแก้ใหม่ๆ ล้มได้ ก็ลุกได้ ไหนๆ จะกัด ต้องกัดให้ติด มีชีวิตเหมือนแมว ตายแล้วเกิด ใหม่ได้ 9 ครั้ง อัตชีวประวัติของใครต่อใครที่ประสบความส�ำเร็จ อาจจะมี หนทางที่แตกต่าง หลากหลาย แต่จะมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันมาก คือ เขา ต่างสอบผ่านข้อสอบวิชา “ลุกหลังล้ม” มาแล้วทั้งสิ้น

6. ไม่ใจเสาะ คนกลุ่มนี้ใจเด็ด การที่ใครจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ จะ ต้องอาศัยพลังใจที่มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว Dr. Heidi เล่าว่า คนเรามิได้เกิดมาพร้อมใจที่เด็ด หรือ ไม่เด็ด แต่กลุ่มคนที่แกศึกษา ล้วนได้มาซึ่งความใจเด็ดจากการฝึก การหัก ห้ามใจ การมีวินัยในเรื่องเล็กๆ ในชีวิตก่อน แล้วจึงใช้ใจที่แข็งแกร่ง เป็นแรงภายใน ทีใ่ ครไม่มี ยากทีจ่ ะประสบความส�ำเร็จในเรือ่ งส�ำคัญๆ 7. ไม่ประมาท คนที่ประสบความส�ำเร็จส่วนใหญ่ แม้คิดใหญ่ คิดไกล แต่ก็ไม่มุทะลุ หรือมั่นใจในตนเองจนมองไม่เห็นภัยหรือ อุปสรรคที่อาจมากล�้ำกราย เขาคงเรียนรู้จากแมวคราว 9 ชีวิตเจ้าเก่าว่า 4 เท้ายังรู้พลาด จึง มีแผนส�ำรอง แผนฉุกเฉินไว้เตรียมรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างไม่ประมาท 8. ไม่หยุดอยู่กับที่ คนกลุ่มนี้รักที่จะก้าวไปข้างหน้า กล้าฝัน ไม่ หยุดนิง่ เขามองเห็นการพัฒนาตนเอง เป็นเสมือน “การเดินทาง” มิใช่ “จุดหมายปลายทาง” ยิ่งในภาวะปัจจุบันที่โลกแปรผันตลอด การพัฒนาจึงเป็นการ เดินทางที่มิได้เน้นจุดหมาย แต่เน้นการขยับขับเคลื่อนไปข้างหน้า อย่างไม่เคยยอมล้าหลัง Dr. Heidi สรุปอย่างเป็นก�ำลังใจให้เราทุกคนว่า คนที่ประสบ ความส�ำเร็จที่เราเห็นโลดแล่นไปมา เขาประสบความส�ำเร็จได้ เป็น เพราะ What they do, not who they are ส�ำเร็จเพราะเขาท�ำอะไร มิใช่ส�ำเร็จเพราะเขาคือใคร เราเป็นใคร จะยาก ดี มี จน ก็ประสบความส�ำเร็จได้ ไม่ต้องรอเกิดใหม่ค่ะ พอใจ พุกกะคุปต์ เป็ นวิทยากรและที่ปรึกษาของ องค์ กรชัน้ น�ำจ�ำนวนมากจบการศึกษาปริญญาโท สาขาความสัมพันธ์ ระหว่ างประเทศ จาก Stanford University


วันที่ 14 มีนาคม 2554

ความพอเพียง บนพื้นที่เปลวไฟ ท่ามกลางการระดมสมอง และก�ำหนดยุทธศาสตร์ทางความคิด

เพือ่ แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ ทีเ่ ป็นเหมือน ปัญหาคาราคาซัง ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศให้เดินไปข้างหน้า เพราะไม่ ว่ารัฐบาลยุคใดสมัยใดก้าวเข้ามา ปัญหาในพื้นที่ตะเข็บพรมแดนนี้ก็ยัง จะไม่ทุเลาเบาบางลง แต่อนั ทีจ่ ริงแล้ว คนในพืน้ ทีเ่ หล่านีร้ ดู้ วี า่ การแก้ปญ ั หาทีด่ ที สี่ ดุ คือ การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อลดปัญหาเรื่องปากท้อง การ ปล้นจี้ ลักขโมย และการโยนปัญหาทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ไปให้กับเรื่อง การแบ่งแยกดินแดน เหมือนที่ชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี พยายามก่อร่างสร้างตัว และยืนหยัดเลีย้ งปากท้องของผูค้ นในชุมชนตนเองตามหลักวิถเี ศรษฐกิจ พอเพียง ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ชุมชนแห่งนีม้ ชี อื่ ว่า ชุมชน “ควนลังงา” ที่หมู่บ้านควนลังงาแห่งนี้ ประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือน 400 คน ได้รว่ มกันน�ำทุนทางเศรษฐกิจพืน้ ถิน่ มาสร้างรากฐานเศรษฐกิจชุมชนให้มี ความแข็งแกร่ง ทั้งทุน ธรรมชาติ ทุนวัฒนธรรม ทุนชุมชน และทุนความ หลากหลายทางชีวภาพ จังหวัดปัตตานีเป็นพืน้ ทีป่ ระมงน�ำ้ เค็มของบ้านเราทีม่ ชี อื่ เสียงด้านการ ผลิตกะปิ นอกจากนัน้ สินค้าอย่างกะปิทนี่ ยี่ งั ได้ชอื่ ว่าเป็นกะปิทคี่ ณ ุ ภาพดี ทีส่ ดุ ในประเทศ ชาวบ้านในหมูบ่ า้ นควนลังงา จึงเริม่ หันมาอนุรกั ษ์ปา่ ชาย เลน เพือ่ ให้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์นำ�้ งดจับสัตว์นำ�้ ในฤดูวางไข่และเติบโต เมือ่ ถึงฤดูท�ำประมง ผลผลิตที่อยู่ในพื้นที่ก็สามารถสร้างดอกผลเป็นทุน ชีวิตให้กับชาวบ้านได้หลายครอบครัว และยังมีการน�ำภูมิปัญญาดั้งเดิม มาใช้ในการผลิตกะปิ และน�ำ้ บูดู ซึง่ เป็นของขึน้ ชือ่ ของจังหวัดปัตตานีสง่ ขายไปทัว่ ประเทศ แม้กระทัง่ เด็กรุน่ ใหม่ทเี่ ดินออกจากพืน้ ทีเ่ พือ่ ไปหา งานท�ำในต่างเมือง ก็หนั หน้ากลับสูบ่ า้ นเกิด เพือ่ ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชน ไม่เพียงแต่ทรัพยากรทางทะเลเท่านัน้ ทรัพย์บนผืนดินของจังหวัดใน แถบภาคใต้ คือดินทีอ่ ดุ มสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูกยางพารา ท�ำให้ ทัง้ การประมง และการท�ำสวนยางเป็นรายได้หลักของประชาชนในชุมชน หมู่บ้านนี้ คณะกรรมการหมู่บ้านที่เกิดจากการรวมตัวกันของผู้น�ำชุมชน จึง ได้ริเริ่มคิดโครงการหมู่บ้านสร้างเสริมสุขภาพตามแนวพระราชด�ำรัส เศรษฐกิจพอเพียง โดยในกลุม่ ประชาชนทีเ่ ข้าร่วมกิจกรรมนี้นนั้ เป็นชาว พุทธ 45 เปอร์เซ็นต์ และชาวอิสลาม 55% กิจกรรมทุกอย่างของชุมชนทีเ่ กิดขึน้ ผูน้ ำ� ได้คำ� นึงถึงความต้องการ ของชาวบ้าน ที่ส�ำคัญคือต้องไม่ขัดต่อวิถีชีวิตของประชาชนทั้งสอง ศาสนา เมื่อทุกคนถือเป้าหมายในการด�ำรงเศรษฐกิจ และสุขภาพชุมชน เป็นส�ำคัญ ทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ปราศจากความขัดแย้ง ไม่เพียงแต่การด�ำรงเศรษฐกิจพื้นฐานของชุมชนเท่านั้น โครงการ นี้ยังเชื้อเชิญนักวิชาการเข้ามาให้ความรู้กับชาวบ้านในการท�ำกิจกรรม ใหม่ๆ 3 ประการ โดยนักวิชาการจากส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้เข้ามาสอนชาวบ้าน คัดแยกขยะ และน�ำขยะ ที่คัดแยกบางส่วนไปใช้ผลิตปุ๋ยเพื่อใช้ในครัวเรือน และท�ำการเกษตรใน ครอบครัวที่มีอาชีพปลูกยางพารา และยังมีการอบรมเพื่อให้ความรู้กับ ชาวบ้าน เพื่อลดอัตราเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อเหตุการณ์ความไม่สงบ นอกพื้นที่หมู่บ้านอีกด้วย 2 ปีทผี่ า่ นมาทีโ่ ครงการเหล่านีไ้ ด้ถกู น�ำมาใช้ในชุมชนแบบบูรณาการ คือมีความต่อเนื่องของผลลัพธ์ในแต่ละกิจกรรม และน�ำไปสู่การเริ่มต้น ของกิจกรรมใหม่ๆ อย่างเช่นการคัดแยกขยะท�ำให้ลดปริมาณขยะติด เชื้อ และลดการแพร่เชื้อโรค ท�ำให้สุขภาวะแวดล้อมของคนในชุมชนดี ขึ้น ส่วนขยะที่น�ำมาใช้ท�ำปุ๋ยก็ลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมี หรือ ปุ๋ยอินทรีย์ของชาวบ้านที่มีอาชีพท�ำสวนยางพาราได้ ไม่เพียงเท่านั้น ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เป็นเด็กนักเรียนกว่า 6 ชุมชน ยังได้รวมตัวกันท�ำกิจกรรมเพื่อชุมชน และสานต่อแนวคิดเหล่านี้จาก ผู้ใหญ่ นี่คือภาพของชุมชนตัวอย่างบนพื้นที่ที่หลายคนบอกว่าก�ำลังลุก เป็นไฟอีกแห่งหนึ่งของประเทศ ที่ไม่น่าเชื่อว่า บนพื้นที่เช่นนี้จะมีความ สงบร่มเย็��� เพียงเพราะการน้อมรับเอาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของ ในหลวงมาปรับใช้กับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งถ้าหากอีกหลายพื้นที่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้น�ำแนวทางไปปรับใช้ สันติสุขที่ใครหลาย ต่อหลายคนก�ำลังถามหาในพื้นที่เหล่านี้คงเกิดมีขึ้นได้ไม่ยากสักวัน

• เรวัต ตันตยานนท์

ชัยชนะในสนามอาเซียนส�ำหรับ แชมเปียน GSVC-SEA 2011 อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้น เพราะ ยังมีเวที ใหญ่ระดับโลก รอพวกเขาอยู่ ส�ำคัญไปกว่า นั้น ก้าวเล็กๆ นี้ จะจุดประกาย ฝันเด็กไทย ให้กลายเป็น “ผู้ประกอการสังคม” (Social Entrepreneur) อย่างเต็มภาคภูมิ • จีราวัฒน์ คงแก้ว

ทีม SMILE Floss

ทีม DeepScan

คว้าชัยชนะมาได้อกี ปี ส�ำหรับทีมนิสติ ไทย

ในเวทีแข่งขันแผนธุรกิจเพือ่ สังคม Global Social Venture Competition หรือ GSVC ภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (GSVC-SEA) ทีจ่ ดั ขึน้ เป็นครั้งที่ 4 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดย ความร่วมมือของโครงการปริญญาโทบริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ (IMBA) คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลงานทีค่ ว้าชัยชนะมาได้ในปีนี้ เป็น 2 ทีม จากรัว้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (IMBA) ได้แก่ ทีม SMILE Floss และทีม DeepScan โดย ทัง้ 2 ทีมนีจ้ ะได้เป็นตัวแทนของภูมภิ าคไปแข่งขัน ในรอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่ University of California at Berkeley ในเดือนเมษายนนี้ ผลงานทีพ่ วกเขาขนมาสูก้ บั คูแ่ ข่งในระดับ ภูมภิ าค ตอบโจทย์ธรุ กิจใหม่ โดยเฉพาะการเข้าไป แก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม สามารถวัด

2 แชมเปียน GSVC-SEA 2011 แผนธุรกิจพิชิต “ผู้ประกอบการสังคม” มูลค่าของการแก้ปัญหาออกมาเป็นตัวเงินและ ผลก�ำไรอย่างยัง่ ยืน น�ำมาปรับใช้ได้จริงกับธุรกิจ ไม่ได้เป็นงานวิจัยที่วางไว้บนหิ้ง “SMILE Floss” แทคทีมเพือ่ นร่วมอุดมการณ์ นราธิป ทองเขาอ่อน, อมรเทพ ทวีพานิชย์ บัญชา เกื้อกิจ, บุษบา จีระพันธุ์ และศศิพินท์ สันตยานนท์ น�ำผลงานวิจัยของอาจารย์ชัยพร พัฒนจักร “ไหมขัดฟันออร์แกนิค” มาต่อยอด เป็นโอกาสธุรกิจ เพือ่ เข้าไปแก้ไขปัญหาเกษตรกร ผู้ผลิตไหมในไทยได้อย่างน่าสนใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม คือ รายได้จากอาชีพนี้ค่อนข้างตกต�่ำ ตามตลาดไหมที่ไม่ฟู่ฟ่ามานาน ท�ำให้เกษตรกร ถูกกดราคารับซื้อไหม แถมยังมีไหมราคาถูก จากจีนเข้ามาตีตลาด หลายคนต้องทิ้งถิ่นฐาน ทิ้งอาชีพ เข้ามาท�ำงานในเมือง กลายเป็นปัญหา สังคมที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา การที่อาจารย์ชัยพร น�ำไหมมาพัฒนาเป็น “ไหมขัดฟัน” คุณภาพดี ถูกหลักอนามัย บุกตลาด คนรักสุขภาพ นั่นคือโอกาสการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้เลี้ยงไหมที่น่าสนใจ ทว่า ปัญหาส�ำคัญคือ ถ้าไม่มีตลาด ฝันนั้น ก็เป็นจริงไม่ได้ และนั่นก็คือหน้าที่ของพวกเขา “ปัจจุบนั ไหมขัดฟันบ้านเราจะน�ำเข้าทัง้ หมด และท�ำมาจากพลาสติก ที่ผลิตจากไหมแท้ยัง ไม่มี ที่ผ่านมาอาจารย์ชัยพร ก็ท�ำผลิตภัณฑ์ ออกมาขาย แต่ยังเป็นเหมือนสินค้าโอท็อป แม้ คุณภาพจะดีแต่แพ็คเกจจิ้งไม่ผ่าน ไม่ดึงดูด ให้คนอยากใช้ การที่จะก้าวไปสู่ตลาดสากล หรือในตลาด Organic Product ได้นั้นจึงเป็น

ไปได้ยาก อยู่ได้แค่ตลาดโอท็อป ซึง่ น่าเสียดาย” พวกเขาจึงระดมสมองเพื่อวางแผนการ ตลาด การลงทุน และบริหารจัดการธุรกิจ ร่วมกับอาจารย์ชัยพรในฐานะผู้วิจัยเรียกว่า เป็นอะไรทีไ่ กลไปกว่าแผนธุรกิจเพือ่ สังคม เพราะ ความมุ่งมั่นของพวกเขาคือการผลิตผลิตภัณฑ์ ให้สามารถน�ำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เข้าไปแก้ไข ปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ไม่ ว ่ า จะเป็ น การสร้ า งระบบการค้ า ที่ เป็ น ธรรมกั บ เกษตรกร โดยจะรั บ ซื้ อ ไหม ในราคาทีเ่ ป็นธรรม ท�ำให้รายได้ของเกษตรกรมี ความมัน่ คงด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสูต่ ลาด ออร์แกนิค ซึ่งท�ำตลาดได้ในวงกว้าง โดยเฉพาะ ตลาดโลกที่บูมกระแสการดูแลสุขภาพ ท�ำให้ สามารถขยับราคาขายให้เป็นสินค้าเกรดพรีเมียม ได้ไม่ยาก และนั่นจะส่งผลสะท้อนกลับไปยัง เกษตรกรผู้ผลิตไหมด้วย รวมถึ ง การมองโอกาสที่ จ ะขยายไปสู ่ ผลิตภัณฑ์อนื่ นอกจากไหมขัดฟัน โดยการปวารณา ตัวเองเป็น “Silk Supplychain” เพือ่ เข้าไปแก้ไข ปัญหาเกษตรกรได้ตลอดสายวงจรการผลิต “พวกผมมองว่าการท�ำธุรกิจ ต้องคืนก�ำไร สูส่ งั คมตัง้ แต่แรก เหมือนผลิตภัณฑ์นี้ เกษตรกร ก็ได้ประโยชน์ แม้เราอาจได้กำ� ไรน้อยหน่อย แต่ สังคมได้ประโยชน์ แน่นอนว่าพวกเราสามารถน�ำ ไหมราคาถูกจากจีนหรือจากเวียดนามมาผลิต แทนไหมไทยได้ ในเชิงธุรกิจก็จะได้ต้นทุนที่ถูก ผลก�ำไรก็คงดีกว่า แต่ที่พวกเราไม่ท�ำ เพราะเรา อยากช่วยประเทศไทย ช่วยให้คณ ุ ภาพชีวติ ของ เกษตรกรดีขึ้น”

การท�ำธุรกิจ ต้องคืนก�ำไรสู่สังคม ตั้งแต่แรก เราอาจ ได้ก�ำไรน้อยหน่อย แต่สังคม ได้ประโยชน์ นั่นคือความคิดของพวกเขาที่ท�ำให้คว้า ชัยชนะมาได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับ ทีม DeepScanของฉัตรชัย อภิบาลพูนผล, เพชรรัตน์ อินถาวรทรัพย์, จันทาภา พิษณุไวศยวาท และ สืบตระกูล คอวินจิ ทีน่ ำ� เทคโนโลยีใหม่แกะกล่อง เครื่องตรวจมะเร็ง จาก สวทช.มาพัฒนาต่อเป็น แผนธุรกิจเพือ่ สังคม แก้ปญ ั หาโรคร้ายทีค่ ร่าชีวติ ผู้คนทั่วโลกหลายแสนรายต่อปี สิง่ ทีเ่ ป็นอุปสรรคส�ำคัญ ท�ำให้ผปู้ ว่ ยโรคมะเร็ง ต้องเสียชีวติ เป็นจ�ำนวนมาก เพราะมักเข้ารับการ รักษาไม่ทนั ท่วงที คนจ�ำนวนมากยังไม่เข้าถึงการ รักษา ขณะที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังมีเครื่อง ไม้ไม่พร้อม เครื่องตรวจโรคมะเร็งที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ จะช่วยร่นระยะเวลาในการตรวจโรค ท�ำให้ผปู้ ว่ ย เจ็บตัวน้อยลง ผลการตรวจสอบยังแม่นย�ำมากขึน้

มาตรฐานแรงงานกับความรับผิดชอบสังคม

การพัฒนาธุรกิจไปสู่ความเข้มแข็งและเจริญเติบโต

ไปได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืนนั้น เรื่องของการดูแลแรงงานและ พนักงานของบริษัท เป็นเรื่องที่ส�ำคัญที่ผู้บริหารจะละเลยไม่ ได้ นอกจากนี้ การดูแลพนักงาน ยังถือได้ว่าเป็นเรื่องของความ รับผิดชอบทางสังคมที่ส�ำคัญอีกเรื่องหนึ่งของบริษัท เนื่องจาก พนักงานหรือแรงงาน เมือ่ อยูน่ อกเวลางาน ก็จะกลายเป็นสมาชิก ของสังคม และยังถือได้อกี ว่า การดูแลพนักงาน เป็นอีกเรือ่ งภาย ใต้หลักธรรมาภิบาลทางธุรกิจ อีกด้วย ประเทศไทยของเราเอง ก็ได้เห็นความส�ำคัญในเรือ่ งนี้ โดย กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ได้ประกาศมาตรฐานแรงงาน ไทยความรับผิดชอบทางสังคม ทีเ่ รียกว่า มรท. 8001 - 2553 ออก มาเพื่อเป็นแนวทางที่บริษัทต่างๆ ที่ต้องการจะท�ำเรื่อง ความรับ ผิดชอบต่อสังคม อย่างสมบูรณ์แบบ จะได้น�ำไปใช้เป็นต้นแบบ ในการดูแลพนักงานของตน ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจมักเรียกกันว่า CSR หรือ Corporate Social Responsibility มักจะมีภาพลักษณ์ที่ จะแสดงให้สาธารณชนได้รบั ทราบทัว่ ไป ก็คอื การน�ำพนักงานไป บ�ำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือสังคม หรือช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปลูกป่า ปลูกป่าชายเลน หรือ บริจาคเงินช่วยสังคมในกรณีต่างๆ แต่ความจริงแล้ว การท�ำ CSR ของธุรกิจ ยังต้องมี

องค์ประกอบอื่นๆ อีกหลายด้านที่เรียกว่าเป็น “หลักการความรับ ผิดชอบต่อสังคม” ได้แก่ หลักการปฏิบตั ติ ามกฎหมาย หลักการเคารพต่อแนวปฏิบตั ิ สากล หลักการยอมรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และความเห็นของผู้มี ส่วนได้สว่ นเสีย หลักการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนขัน้ พืน้ ฐาน หลัก การเคารพต่อความหลากหลาย หลักการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม หลักความโปร่งใส และ หลักความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ดังนัน้ นอกจากเรือ่ งของการท�ำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเป็น ระยะๆ เท่านั้น บริษัทที่ต้องการประกาศตัวเองว่า เป็นบริษัทที่ รับผิดชอบต่อสังคม จึงควรพิจารณากิจกรรมอีกด้านหนึ่งที่มี ความส�ำคัญค่อนข้างมาก ซึ่งได้แก่ การสร้างมาตรฐานแรงงานขึ้น ในบริษัทของตนเอง มาตรฐานแรงงานไทยความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ มรท. 8001 - 2553 เป็นมาตรฐานที่มีต้นแบบมาจากต่างประเทศ โดย เฉพาะการอ้างอิงบรรดามาตรฐานไอเอสโอ ทั้งหลาย ดังนั้น มรท. 8001 - 2553 จึงเน้นไปที่การจัดท�ำระบบที่เป็นลายลักษณ์อักษร ขึ้นมา เพื่อเป็นเกณฑ์หรือข้อก�ำหนดในการน�ำไปปฏิบัติใช้ ซึ่งข้อดีของการท�ำระบบที่เป็นลายลักษณ์อักษร ก็คือ การมี แหล่งอ้างอิงทีช่ ดั เจน เมือ่ มีการปฏิบตั ทิ ไี่ ม่เป็นไปตามข้อก�ำหนดที่ เขียนไว้ ก็จะสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม หรือในการ

ปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็จะท�ำได้อย่างถูกต้องแม่นย�ำ และตรงประเด็น นอกจากนี้ ระบบทีเ่ ขียนขึน้ เป็นลายลักษณ์อกั ษร ยังสามารถ น�ำไปใช้ในการฝึกสอน อบรม หรือ พัฒนาเพิ่มพูนความรู้ความ เข้าใจได้มากกว่าวิธกี ารถ่ายทอดด้วยตัวบุคคล การเล่าให้ฟงั หรือ การสอนงานแบบพีเ่ ลีย้ ง เนือ่ งจากจะมีบนั ทึกทีน่ ำ� ไปทบทวนความ ถูกต้องได้ตลอดเวลา การต้องจัดท�ำระบบมาตรฐานแรงงานให้เป็นลายลักษณ์ อักษรจึงถือได้ว่า เป็นข้อก�ำหนดแรกที่ มรท. 8001 - 2553 หรือ มาตรฐานแรงงานไทย แนะน�ำให้ปฏิบัติ ส�ำหรับบริษัทที่ต้องการ จะท�ำ CSR ให้กับพนักงานของตน และเมื่อต้องมีระบบมาตรฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว เรื่องที่ต้องตามมาอย่างหนีไม่พ้น ก็คือ การควบคุมเอกสารให้ทัน สมัย เป็นเอกสารฉบับล่าสุดเท่านั้นที่จะน�ำมาอ้างอิงในการปฏิบัติ ไม่มเี อกสารเก่า หรือเอกสารทีถ่ กู ยกเลิกไปแล้ว หลงเหลืออยูท่ จี่ ะ ท�ำให้เกิดการสับสนขึ้นได้ รวมไปถึง การจัดท�ำเอกสาร การทบทวน การแก้ไข การอนุมตั ิ ใช้เอกสาร การแจกจ่ายเอกสารไปยังหน่วยงานหรือพนักงานที่ เกี่ยวข้อง และ วิธีการเก็บรักษาเอกสาร เป็นต้น ต่อจากข้อก�ำหนดแรก ข้อก�ำหนดส�ำคัญต่อมาก็คอื บริษทั จะ ต้องให้ผู้บริหารสูงสุด ก�ำหนดนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม

ที่ส�ำคัญราคาถูกลงมากเมื่อเทียบกับระบบการ ตรวจรักษาในปัจจุบัน โมเดลที่ พ วกเขาคิ ด เพื่ อ สนองตลาด โรงพยาบาล คือ การขายขาดเครื่องมือส�ำหรับ โรงพยาบาลที่มีความพร้อม ในราคาเครื่องละ 3 ล้านบาท ขณะที่โรงพยาบาลขนาดเล็ก ยัง สามารถใช้โมเดลจ่ายช�ำระเป็นครั้งได้ คือ ถ้ามี คนไข้เข้ามาใช้บริการ โรงพยาบาลก็ช�ำระเงิน เป็นครั้งๆ ไป เวลาเดียวกัน ก็มองที่จะแก้ไขปัญหาคน ในพื้นที่ห่างไกล ที่ยากจะเข้าถึงการรักษาโรค มะเร็ง โดยร่วมมือกับเอ็นจีโอระดับโลก อย่าง PATH หรือ องค์กรพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการ สาธารณสุข ในการน�ำเครื่องมือของพวกเขา ติดไปกับรถโมบายของ PATH ให้โอกาสคนใน พืน้ ทีห่ า่ งไกล ได้เข้าถึงการตรวจโรคมะเร็งอย่าง ทันท่วงที พวกเขาบอกว่า ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ท�ำจะเป็น เพียงแผนธุรกิจ แต่มองที่จะท�ำให้เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ต้น และเมื่อลงมือท�ำแผนไปเรื่อยๆ ได้ คุยกับหลายๆ คน ตอบค�ำถามทีมที่ปรึกษาและ ค้นพบข้อมูลมากมาย ก็ยงิ่ เชือ่ มัน่ ว่าโอกาสทีธ่ รุ กิจ จะเกิดขึ้นจริง เป็นไปได้มาก พวกผมมองว่า การท�ำธุรกิจถ้าคิดแต่จะเอา ผลก�ำไรอย่างเดียวมันคงไม่ยงั่ ยืน แต่ธรุ กิจจะมี คุณค่าจริงๆ ก็ต่อเมื่อมีก�ำไรพอเลี้ยงดูตัวเองได้ และในขณะเดียวกันก็ทำ� อะไรเพือ่ สังคมไปด้วย” นี่คือ เรื่องเล่าของเหล่าแชมเปียน ที่มุ่ง พิ ชิ ต เก้ า อี้ ผู ้ ป ระกอบการสั ง คมตั ว จริ ง ใน อนาคต

และแรงงาน มีการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการให้พนักงานทุก คนในบริษัทได้รับรู้ และจะต้องสื่อสารนโยบายนี้ไปยังผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัทให้ทราบด้วย ผูบ้ ริหารระดับสูงยังต้องทบทวนเป็นประจ�ำว่า นโยบายทีก่ ำ� หนด ไว้สามารถเกิดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามความประสงค์ ของบริษัท หากพบข้อบกพร่องจะต้องมีการแก้ไข ปรับปรุง หรือ เพิ่มเติมนโยบายให้เหมาะสมขึ้นอย่างเป็นปัจจุบัน มีการแต่งตั้ง “ผู้แทนฝ่ายบริหาร” ที่จะรับผิดชอบดูแลการ ปฏิบตั ใิ ห้เป็นไปตามมาตรฐาน ร่วมกับ “ผูแ้ ทนลูกจ้าง” เพือ่ ให้แน่ใจ ว่า การจัดท�ำแผน การก�ำหนดงบประมาณ การจัดหาทรัพยากรที่ จ�ำเป็น จะมีอย่างเหมาะสมเพียงพอ และผู้บริหารระดับสูงสุดจะ ต้องให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดการปฏิบัติขึ้นได้จริงและต่อเนื่อง การปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานนี้ นอกจากจะต้องใช้ปฏิบัติ กับพนักงานภายในบริษัทแล้ว ยังต้องครอบคลุมไปถึงการปฏิบัติ ต่อ คู่ค้า ซัพพลายเออร์ หรือผู้รับเหมาเช่าช่วงที่ท�ำงานให้บริษัท ด้วยเช่นเดียวกัน บริษทั ทีม่ ี CSR จะต้องไม่ใช้แรงงานบังคับ โดยการว่าจ้าง การ ก�ำหนดเงือ่ นไขการว่าจ้าง โดยพนักงานไม่สมัครใจด้วยการข่มขู่ บังคับ หรือวิธีอื่นใด และยังต้องไม่เรียกหลักประกันการท�ำงาน หรือหลัก ประกันการท�ำงานใดๆ จากพนักงานทั้งสิ้น ยกเว้นในส่วนที่ต้องท�ำ ตามกฎหมาย บทความครั้งต่อไป ผมจะเขียนถึงมาตรฐานแรงงานไทยต่อ ประเด็นค่าจ้าง ชั่วโมงการท�ำงานและสวัสดิการ ซึ่งเป็นอีกความรับ ผิดชอบทางสังคมครับ


5

Rich&Risk

วันที่ 14 มีนาคม 2554

ยังไม่เก๋าในตลาดส่งออก ผู้ประกอบการไทยยังมี “ลาว” เป็นเวทีประลอง สนาม โดยเฉพาะในธุรกิจ อาหารและสปา จากจุด แข็ง “พูดจาภาษาเดียวกัน” ก้าวแรกที่ส�ำคัญ ส�ำหรับ เอสเอ็มอีหน้าใหม่ เบิกทางสู่ตลาดอาเซียน ประกายดาว แบ่งสันเทียะ อรินท์ ตรีช่อวิทยา กรรมการผู้จัดการบริษัท เจลลี่เบิร์ด จ�ำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ เฉาก๊วยธัญพืช และสาหร่ายปรุงรสแบรนด์ยูนิโนริ (uninori) โดยประเดิมตลาดต่างประเทศใน ลาวเป็นที่แรก ตลาดที่เขาเชื่อว่ามีศักยภาพจาก ข้อได้เปรียบในเรือ่ งของรสนิยม ภาษา และวัฒนธรรม ที่คล้ายกับคนไทย เขาบอกว่า ลาวก็เหมือนกับไทยเมื่อ 10 -20

ปีที่ผ่านมา เพราะประชาชนเพิ่งเข้าสู่กระแสบริโภค นิยม เริ่มมีก�ำลังซื้อตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว มากถึงปีละ 7-8% “เราเห็นโมเดลการเติบโตของธุรกิจในไทย จึงรู้ถึงความต้องการของลาวที่เพิ่งเปิดประเทศว่า ต้องการอะไร โดยเฉพาะอาหารไทย ที่ถือว่าไปได้ ดีในลาว เพราะรสนิยมการกินของลาวก็ไม่ต่างกับ ไทย” ก่อนจะเริ่มต้นธุรกิจในลาว อรินท์ ยังส�ำรวจ ตลาดในห้างสรรพสินค้า และช่องทางการลงทุนมา สักระยะหนึง่ ก่อนจะพบว่า สินค้าไทยในกลุม่ อุปโภค บริโภค ครองตลาดในลาวกว่า 70% โดยเฉพาะในร้าน ค้าสะดวกซื้ออันดับหนึ่งของลาว อย่าง เอ็ม พอยท์ มาร์ท (M point Mart) ที่มีสาขาอยู่ 9 แห่ง ที่เต็ม ไปด้วยสินค้าไทย มากกว่าสินค้าเวียดนามและจีน จึงเป็นเหตุผลให้ อรินท์ น�ำสาหร่ายปรุงรส ที่ง่ายต่อการขนส่ง และอายุการเก็บรักษาค่อนข้าง ยาว ไปประเดิมตลาดในลาว จากความไม่รู้จึงต้อง ใฝ่หาความรู้ ท�ำให้เขาเข้าร่วมงานพัวพันธุรกิจลาว ไทยสู่อาเซียน ครั้งที่ 1 ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการ ส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีกิจกรรมจ�ำหน่าย สินค้า จับคู่ธุรกิจ เป็นเหมือนใบเบิกทางการค้าและ การลงทุนในลาว อรินท์ เป็นหนึ่งในจ�ำนวนผู้ประกอบการ 81 ราย ในงานครั้งนั้น ที่ส่วนใหญ่เพิ่งเริ่มท� ำตลาด ส่งออกในลาว บางส่วนก็มีตัวแทนจ�ำหน่ายในบาง แขวงของลาว และต้องการหาพันธมิตรเพือ่ กระจาย สินค้าให้ครอบคลุมเมืองใหญ่ๆ ที่เริ่มเติบโตในลาว

คู่มือหัวใจ

ของระบบแฟรนไชส์ ( ตอน2 ) ครั้งที่แล้ว เราคุยกันว่า ก่อนทีท่ �ำคู่มือ คือ การคัดลอกระบบ

ทิพยรัตน์ ชัยชนะ

หน้าใหม่..หัดบินนอกบ้าน

โชว์เคส ‘ก�ำชัย’ ในลาว ในลาว “ขณะนีแ้ ฟรนไชส์ไทยในตลาดลาวมี 2 ราย คือ ชายสีบ่ ะหมีเ่ กีย๊ ว กับ ไก่ยา่ ง 5 ดาว ทีไ่ ด้รบั ความสนใจ จากผู้บริโภคในลาว การสร้างแฟรนไชส์ตามแผนที่ เขาวางไว้ ต้องเริ่มจากการหาพาร์ทเนอร์ เพื่อช่วย ขายแฟรนไชส์ในลาว และท�ำตลาดให้ จากนั้นก็จะ เริ่มขยายตลาดมากขึ้น เช่นเดียวกับ เฉาก๊วยธัญพืช ในไทย ที่ปัจจุบันมีกว่า 100 สาขา ทิพยรัตน์ ชัยชนะ เจ้าของโรงเรียนไทยสปา สวีทกรีน ต้นต�ำรับนวดไทยคลาสสิก สไตล์อบุ ลราชธานี ทีต่ อ้ งการเปิดตลาดและหาแฟรนไชส์เพือ่ ขยายธุรกิจ ในลาว เธอบอกว่า จุดแข็งของสปาสวีทกรีน อยูท่ กี่ าร ได้รับรางวัล 5 ดาว จากส�ำนักงานส่งเสริมการศึกษา โรงเรียนเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ ด้านการสอน วิชาชีพ และยังยกให้เป็นโรงเรียนนานาชาติในจังหวัด อุบลฯ ที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิชาชีพให้กับ อาเซียน กลายเป็นแรงดึงดูดให้นักเรียนในอาเซียน เข้ามาเรียนหลักสูตรสปาไทย เพือ่ เผยแพร่การนวดของ ไทยและผลิตภัณฑ์ไทยสปาให้กระจายไปในอาเซียน ที่ตั้งของบริษัทในจังหวัดอุบลฯ ซึ่งตรงกัน ข้ามกับเมืองปากเซ แขวงจ�ำปาสัก ยังท�ำให้สามารถ รองรับลูกค้าจากลาวได้ ที่ผ่านมามีลูกค้าหลายราย ที่ติดอกติดใจและเป็นลูกค้าประจ�ำของไทยสปา

โอกาสธุรกิจไทยในลาว

Key to Success

อรินท์ ตรีช่อวิทยา

รองรับตลาดนักท่องเที่ยวที่ก�ำลังคึกคัก โดยเฉพาะ ในวังเวียง และหลวงพระบาง เมื่อการท่องเที่ยว เริ่มบูม ความต้องการสินค้าก็จะตามมาอีกมหาศาล จากการออกงานครั้งนั้น ท�ำให้อรินท์สามารถ ปิดการขายสินค้ายกล็อกให้แก่ เอ็ม พอยท์ มาร์ท ในมูลค่ากว่า 10,000 บาท เท่าทุนกับค่าใช้จ่ายใน การออกบูธ กลายเป็นว่าเขามาเซอร์เวย์ตลาดฟรี ไม่มีต้นทุน แถมยังได้เที่ยวลาวฟรีอีกด้วย อรินท์ ยังตัง้ เป้าหมายว่า แม้จะเริม่ ต้นขายสินค้า ได้ในล็อตเล็กๆ แต่นบั เป็นการเริม่ ต้นทีด่ ี กับเป้าหมาย การขายทีจ่ ะเพิม่ สูงขึน้ กว่านีเ้ ป็น 2-3 แสนบาทหากมี ค�ำสั่งซื้อต่อเนือ่ ง ยิ่งถ้าสามารถจับมือกับเทรดเดอร์ เพื่อเป็นตัวแทนการขายสินค้าในแต่ละแขวงที่มี นักท่องเทีย่ วได้ ก็ยงิ่ จะท�ำให้ยอดขายเพิม่ ขึน้ ได้อกี มาก “การส่งออกสินค้ามาขายในลาวท�ำได้ง่าย มาก ผมเองเริ่มจากที่ไม่รู้จักอะไรในตลาดลาวเลย เริ่มต้นจากการมาเที่ยว จากนั้นก็เข้าไปพบทูต พาณิชย์ ในส�ำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเวี ย งจั น ทน์ เพื่ อ ขอค� ำ แนะน� ำ และหา คอนเน็คชั่น ซึ่งเป็นเรื่องส�ำคัญของผู้ประกอบ การหน้าใหม่ เมื่อมีคอนเน็คชั่นดี ก็จะเป็นโอกาส ต่อยอดธุรกิจในลาวได้อีกมาก” อรินท์ มองว่าการค้าจะเติบโตในลาวได้นั้น นอกจากจะใช้ช่องทางการขายผ่านเทรดเดอร์ และร้านสะดวกซื้อแล้ว ยังต้องวางแผนท�ำ แบรนด์กับสื่อในประเทศลาว เพื่อให้ สินค้าติดตลาด และป้องกันคู่แข่ง ทีจ่ ะเกิดขึน้ ในอนาคต “การรักษา แบรนด์” ยังจะเป็นการค�้ำยัน ธุรกิจอยู่รอดได้ในระยะยาว เขายังมองไปถึงการ ขยายตลาดเฉาก๊วยธัญพืช ในรูปแบบของการขาย แฟรนไชส์ ใ นประเทศ ลาว ด้ ว ยเงิ น ลงทุ น เริ่มต้นที่ 20,000 บาท ต่อราย ท�ำให้ช่องทาง แห่งโอกาสขยายตัวได้ อีกมาก เพราะแฟรนไชส์ ในลาวถือเป็นเรื่องใหม่

• เศรษฐกิจลาวก�ำลังเติบโต • ไทยลาวใกล้ชดิ ทัง้ ภาษา-วัฒนธรรม • คนลาวให้สินค้าไทยเป็นหลัก • เรียนรูจ้ ากประสบการณ์ไทยในอดีต • เออีซีช่วยเพิ่มโอกาสธุรกิจ • หาพาร์ทเนอร์ที่ดี เข้าไปก่อนก็มี สิทธิโตก่อน • สร้างแบรนด์เข้มแข็ง ก็แข็งแกร่ง ยั่งยืนได้

สวีทกรีน การบอกต่อของบริการที่ดี ยังจะเป็น ช่องทางเปิดแฟรนไชส์สปาในตลาดลาวได้ง่ายขึ้น การเข้าร่วมงานพัวพันทางการค้าที่นครหลวง เวียงจันทน์ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการพบปะเจรจา การค้ากับนักธุรกิจในลาวโดยตรง ซึ่งผลตอบรับ ค่อนข้างดีเมือ่ มีนกั ธุรกิจทีเ่ ป็นภรรยาของอธิบดีกรม โยธาธิการของลาว ต้องการเปิดแฟรนไชส์ในนครหลวง เวียงจันทน์ โดยน�ำร้านสปาและโรงเรียนไทยสปา สวีทกรีน เข้าไปตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาด ใหญ่ ที่ก�ำลังเปิดใหม่ในเวียงจันทน์ ภายใต้ลิขสิทธิ์ การนวดและขายผลิตภัณฑ์ให้กบั ร้านทีเ่ ป็นพันธมิตร หลังจากได้พาร์ทเนอร์อย่างรวดเร็วจากการ เจรจาการค้าครั้งนี้ ท�ำให้เธอมองเห็นโอกาสการค้า มากมายในลาว โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีก�ำลังซื้อจาก การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น และดูแลตัวเอง ในด้านสุขภาพและความงามมากขึ้น ตามเป้ า หมายที่ ตั้ ง ใจไว้ เ ธอคาดว่ า จะหา พาร์เนอร์ในลาวให้ได้ในอีก 2 แขวงใหญ่ ได้แก่ จ�ำปาสัก และสะหวันนะเขต รวมถึงเวียงจันทน์ ซึง่ ได้พาร์ทเนอร์มาแล้ว 1 ราย และหากตลาดมีทศิ ทาง ทีด่ ี จากการทีม่ นี กั เรียนมาลงทะเบียนเรียนนวดไทย แล้วกว่า 10 ราย และคาดว่าทัง้ ปีจะมีผสู้ นใจมาเรียน ไม่ต�่ำกว่า 100 คน เธอบอกว่า สปาจะเป็นธุรกิจไทยที่มีโอกาส ขยายตัวในต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากเกิดขึ้น ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซ)ี อย่างสมบูรณ์ แบบในปี 2558 เพราะจะท�ำให้เกิดการเคลือ่ นย้ายทุน และแรงงานอย่างเสรี เธอจึงต้องการจะใช้ความรู้ ด้านสปาเพื่อไปขยายธุรกิจในอาเซียน เริ่มต้น ที่ลาว เพราะเป็นบ้านใกล้เรือนเคียง และใกล้ชิด ไทยมากที่สุด “เราตั้งใจจะขยายธุรกิจสปาไปต่างประเทศ แต่ภาษายังไม่เก่งมากนัก แต่เราเชื่อในเรือ่ งชือ่ เสียง ที่สั่งสมมา และลาวก็เป็นเป้าหมายแรกที่ต้องการ เข้าไป เพราะสามารถสือ่ สารกันง่าย พูดภาษาเดียวกัน ขณะทีก่ มั พูชาเป็นประเทศเป้าหมายต่อไป” เธอบอก ถึงแผนอนาคต และนี่เป็นโอกาสมหาศาลของผู้ประกอบการ ไทยในตลาดอาเซี ย น เริ่ ม จากจุ ด เริ่ ม ต้ น ใน ประเทศเล็กๆ อย่างลาว

จะ “เก่งคนเดียว” หรือ...“เก่งหลายคน” !? ค่านิยมเก่าๆ (ที่ผู้น�ำและผู้บริหารหลายคนในปัจจุบันก็ยังมี

ความคิดแบบนี้อยู่) ก็คือ...การเป็นผู้น�ำหรือผู้บริหารทีมที่เก่ง จะ ต้องเก่งไปแทบทุกเรื่อง และเก่งกว่าทุกคนในทีม...ซึ่งเหมาะสมมาก ครับ กับสถานการณ์ในอดีตที่ทีมงานจะคิดไม่เป็น หรือรอท�ำตามสั่ง และการแข่งขันไม่มีอะไรที่ดุเดือด ภาระและงานของผู้น�ำมีไม่มาก (ซึง่ สถานการณ์แบบนี้ ไม่มแี ล้วในปัจจุบนั และไม่มวี นั จะมีอกี ในอนาคต!) ทีมงานในปัจจุบนั โดยเฉพาะทีมงานรุน่ ใหม่ๆ หรือยังไม่เก่ามาก นัก ต่างก็มีความคิด ความสามารถ แต่แทบไม่มีโอกาสให้ใช้ ต้องทน ท�ำงาน ตามที่ “ท่านผู้น�ำคิดและสั่งแบบเบ็ดเสร็จ” ส่วนผู้น�ำก็ขยัน คิดไปได้เรื่อยๆ เข้าท่าบ้าง ไม่ได้เรื่องบ้าง แต่ก็ยังขยันคิด ขยันสั่ง.... เพราะคิดว่าเก่งอยู่คนเดียว ก็เลยเหนื่อยอยู่คนเดียว ผลงานโดยรวม ของทีมก็เลยไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ต้องแปลกใจที่ทุกวันนี้เราจะพบ “ผู้น�ำกับทีมงาน” หลายๆ ประเภทแบบนี้ครับ....

1.ผูน้ ำ� ทีเ่ ป็น���นทีเ่ ก่งจริง...แต่ทมี งานไม่เก่ง ผูน้ ำ� ประเภทนี้ เก่งอยูค่ นเดียว แต่ “ไม่รวู้ ธิ สี ร้างทีมงานให้เก่ง” หรือไม่ก็ “ไม่ตอ้ งการ สร้างทีมงานให้เก่ง” เพราะคิดว่าตัวเองเก่งคนเดียวก็เกินพอแล้ว ทีมงานเก่งมากเดี๋ยวจะบดบังรัศมีความเก่งของท่านผู้น�ำ เก่งแบบนี้ เหมาะที่จะอยู่ในโลกยุคเก่า เก่งอยู่คนเดียว...ผมเรียกว่า เก่งไม่จริง! 2.ผู้น�ำที่ตัวเองก็ไม่เก่ง...และทีมงานก็ไม่เก่ง! ทั้งผู้น�ำและ ทีมงานประเภทนี้จัดอยู่ในกลุ่มที่โชคร้ายมาก (คงท�ำกรรมเก่าร่วม กันมาหลายชาติเลยต้องมารับกรรมร่วมกันในชาตินี้) ไม่ต้องพูด อะไรมากกับผู้น�ำประเภทนี้ เพราะล�ำพังตัวเองยังเอาตัวแทบไม่รอด ไม่ตอ้ งไปหวังพึง่ ทีมงาน ผูน้ �ำประเภทนีก้ เ็ ลยต้องพบกับสถานการณ์ ทีย่ ากล�ำบาก สถานการณ์วกิ ฤติแทบตลอดเวลา....พูดได้วา่ เจอวิกฤติ จนเป็นเรื่องปรกติของการบริหารงาน! 3.ผูน้ ำ� ทีต่ วั เองไม่เก่ง...แต่โชคดีทมี่ ที มี งานเก่งๆ ผูน้ ำ� ประเภท นี้ ยังถือว่าโชคดี (สะสมบุญเก่าไว้เยอะ) ตัวเองไม่คอ่ ยมีความสามารถ

เท่าไหร่ แต่ได้อาศัยทีมงานประคับประคองสถานการณ์ท�ำให้หน่วย งาน หรือ องค์กรพอจะเอาตัวรอดไปได้...แต่ถ้าวันใด ทีมงานที่เก่งๆ ไม่อยูห่ รือลาออกไป....ผูน้ �ำประเภทนีจ้ ะรอดในวันข้างหน้าได้กต็ อ้ งรอ ให้มที มี งานเก่งๆ ชุดใหม่เข้ามา....ถ้าไม่มคี นเก่งๆ มาช่วย ผูน้ ำ� ประเภท นี้ ก็จะน�ำหน่วยงานหรือองค์กรตกเวทีไปเอง! 4.ผู้น�ำที่ตัวเองก็เก่ง...และทีมงานก็เก่ง ! ผู้น�ำประเภทนี้ ถ้า เป็นคนเก่ง แต่โชคดีได้ทีมงานเก่งๆ มาช่วย ผมก็ถือว่าไม่เท่าไหร่! แต่ถ้าตัวผู้น�ำก็เก่ง และมีความสามารถสร้างทีมงานให้เก่ง รู้จัก จุดแข็ง จุดอ่อนของทีมงานแต่ละคน รู้จักวิธีการบริหาร โดยเฉพาะ การ Coaching ทีมงานเก่งๆ ให้เปล่งศักยภาพมากขึ้น รู้จักวิธีดึง ศักยภาพทีมงานธรรมดาๆ ให้เป็นทีมงานที่เก่งขึ้นมาได้ รู้จักวิธี กระตุน้ สร้างแรงบันดาลใจให้กบั ทีมงานทีท่ อ้ ถอย กลับขึน้ มาคึกคักได้ ทีส่ ำ� คัญไปกว่านัน้ รูว้ า่ ใครบ้างทีเ่ หมาะสมทีจ่ ะสร้างให้เป็นมือรองใน แต่ละด้านได้.....ผูน้ ำ� ประเภทนีส้ คิ รับ ถึงจะเรียกว่าเป็นผูน้ ำ� ทีเ่ ก่งจริง !

มาตรฐานที่คุณมี สมมติว่า คุณเข้าใจดีแล้ว เรื่องของการท�ำระบบ มาตรฐาน ต่อไปนี้ คือ ข้อแนะน�ำการท�ำคู่มือ เพื่อรักษามาตรฐานการ ท�ำงานของร้านสาขาหลายๆ แห่งให้ได้ผลงานออกมาดีเท่ากัน อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า คู่มือแฟรนไชส์ ถ้าใครไม่เคยเห็นของ จริง คงจินตนาการไม่ออกเป็นแน่ ว่ามันจะเป็นเช่นไร เอาอย่างนี้ สมมติว่า คุณอยากจะลองเริ่มต้นท�ำขึ้นมาด้วยตัวเอง เพื่อประโยชน์ ในการควบคุมร้านสาขา คุณต้องใช้ร้านที่ดีที่สุดของคุณเป็นต้นแบบ จากนัน้ คุณลองคิดดูซวิ า่ ธุรกิจทีป่ ระสบความส�ำเร็จทีผ่ า่ นมาของคุณ นัน้ คืออะไรบ้าง เช่น สมมติวา่ ร้านอาหารคุณคิดว่า ปัจจัยความส�ำเร็จ อยู่ที่ คุณภาพอาหาร ความสะอาดของร้าน การบริการของพนักงาน ความรวดเร็วในการเสิร์ฟ การตกแต่งร้าน ฯลฯ นี่คือคู่มือแต่ละเล่ม ที่คุณจะต้องท�ำออกมา จะเขียนมันขึ้นมาได้อย่างไร ? คุณจงลงมือเล่มแรกที่จ�ำเป็น ต้องใช้ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ คือคู่มือ การปฏิบัติงาน เช่นร้านอาหาร ก็คือ เมนูอาหาร,ธุรกิจล้างรถ ก็คือขั้นตอนในการล้างรถ,หรือ ถ้าเป็น โรงเรียน ก็คือวิธีการสอนในแต่ละหลักสูตรนั่นเอง และถ้าคุณยัง นึกภาพไม่ออก ขอให้คุณลองหาคู่มือแนะน�ำการใช้กล้องถ่ายรูป หรือคู่มือการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือคู่มือการท�ำอาหาร นั่นเป็นต้น แบบในการเขียนคู่มือ ที่จริงแล้ว การจัดท�ำคู่มือ ก็เหมือนกับการเขียนต�ำรา 1 เล่ม แต่ถ้าเป็นคู่มือที่ต้องใช้เพื่อการปฏิบัติงานแล้วละก็ จุดส�ำคัญก็คือ เมื่อน�ำไปใช้แล้ว จะต้องได้ผลงานออกมาไม่ผิด ขั้นตอนของการท�ำคู่มือ หรือการเขียนต�ำราใด สิ่งที่คุณต้อง ท�ำก่อนก็คือสร้างสารบัญ คุณต้อง Listหัวข้อออกมาก่อนว่าจะมี เรื่องอะไรบ้าง เช่น ถ้าเป็นการท�ำอาหาร อาจจะมี หัวข้อเรื่อง การคัดเลือกวัตถุดิบ,การท�ำความสะอาด,การเก็บอาหารที่ถูกวิธี,การ จัดเตรียมอุปกรณ์,การท�ำเมนู 1,2,3,4……., การรักษาอุณหภูมิอาหาร ฯลฯ ,เป็นต้น หรือถ้าเป็นกิจการคาร์แคร์ หรือบริการอืน่ ๆ ผูท้ มี่ คี วาม ช�ำนาญในงานที่แท้จริงจะคิดรายการเหล่านี้ออกมาได้อย่างพรั่งพรู แต่จุดที่มักจะผิดเสมอก็คือการแยกแยะ เช่นเรื่องการท�ำอาหารก็จะ ว่าเฉพาะเรื่องอาหาร เรื่องการบริการลูกค้าก็จะว่าเฉพาะรายละเอียด การบริการลูกค้า อย่าน�ำมาปนกัน ที่นี้ คุณคงมองเห็นแนวทางของการจัดท�ำคู่มือมาบ้างแล้ว ถ้าคุณผ่านในเล่มแรกไปได้ เล่มต่อไปก็จะง่ายดาย มีเทคนิค ที่จะ แนะน�ำ เพื่อช่วยคุณได้มากมายในการเขียนคู่มือ คือ การ์ตูน ทุกคนเคยอ่านหนังสือการ์ตูนแน่ๆ นั่นเป็นตัวอย่างที่ ดีในการเขียนคู่มือต่างๆ อย่างเช่น ขัน้ ตอนในการล้างรถ คุณอาจท�ำได้ง่ายๆ โดยแนะน�ำขัน้ ตอนใน การล้างรถโดยการท�ำเป็นการ์ตูนและมีค�ำบรรยายใต้ภาพ หรือธุรกิจ เสริมสวย,การนวดหน้า,การท�ำสปา ก็ใช้เทคนิคนีไ้ ด้ โดยตัง้ ชือ่ เรือ่ งเอา ไว้ก่อนแล้วก็มีภาพการ์ตูนอธิบาย ขั้นตอนในการท�ำงาน ผู้ที่น�ำไปใช้ ก็จะเข้าใจและปฏิบัติตามได้ ภาพถ่าย บางคนไม่มีฝีมือในการวาดภาพ หรือหาคนวาดภาพ ไม่ได้ ก็ใช้การถ่ายภาพอธิบายขั้นตอนต่างๆ ได้ เช่นเดียวกัน วันนี้ กล้องดิจิทัลช่วยงานในเรื่องนี้ได้มากจริงๆ และช่วยให้เรื่องของการ จัดท�ำคูม่ อื การปฏิบตั กิ ารกลายเป็นเรือ่ งทีง่ า่ ยดาย อย่าลืมใช้ประโยชน์ จากกล้องดิจิทัลของคุณให้เต็มประสิทธิภาพ วีดีโอ การถ่ายท�ำวีดีโอประกอบให้เห็นขั้นตอนในการท�ำงาน ยิ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติเห็นชัด และเข้าใจยิ่งขึ้น ถ้าคุณมีฝีมือในเรื่องนี้ การถ่ายทอดการท�ำงานก็กลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว แต่วีดิโอก็ควร เป็นส่วนประกอบของคูม่ อื เพราะในธรรมชาติแล้ว คนจะเชือ่ ฟัง และ ลึกเข้าไปในจิตใจจากการอ่านมากกว่า แต่วดี โิ อจะสร้างความเข้าใจได้ ดีกว่า คู่มือเครื่องใช้ไฟฟ้า ขอให้คุณลองหาคู่มือแนะน�ำการใช้กล้อง ถ่ายรูป หรือคู่มือการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือคู่มือการท�ำอาหารดีๆ สักเล่ม เพื่อเป็นต้นแบบในการเขียน หรือใช้เป็นแนวทางในการท�ำ สารบัญหัวข้อ คู่มือนี้จะเป็นไกด์ น�ำคุณไปสู่การเขียนคู่มือที่ดี และ น�ำไปใช้ได้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่วา่ คุณจะเขียนคูม่ อื ให้ดเี ลิศเช่นไร ก็จะกลาย เป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ไปในทันที ถ้ามันไม่ถูกน�ำไปใช้ เช่นเดียวกัน กับตัวคุณเอง ขอถามหน่อยว่า คูม่ อื เครือ่ งใช้ไฟฟ้า หรือคูม่ อื โทรศัพท์ ที่คุณได้รับมา คุณเคยอ่านและศึกษา อย่างละเอียดมั้ย ไม่เคย น้อยคนนักที่จะเคย ดังนั้น คู่มือที่ท�ำขึ้นมาแล้วจะมีประโยชน์ ก็ต้อง น�ำมาใช้อบรม และทดลองกันก่อน จึงจะครบขั้นตอน สมจิตร ลิขิตสถาพร นายกสมาคมแฟรนไชส์ไทย เชี่ยวชาญ ด้านธุรกิจแฟรนไชส์และการตลาด ต้องการแชร์ความรู้ ข้อเสนอแนะ หรือสอบถามสิ่งใดเกี่ยวกับแฟรนไชส์ ติดต่อได้ที่ fcfocus@gmail.com

ปัญหามีอยู่ว่า....บ่อยครั้ง ที่ผู้น�ำส่วนมาก ก็ไม่รู้ว่าตัวเอง มีความสามารถมากเพียงใด (ส่วนมากมักจะคิดว่าตัวเองเก่ง แต่จริงๆ ก็คอื ไม่ได้���ก่งจริงอย่างทีค่ ดิ !) และยังไม่รวู้ า่ ทีมงานของตนเอง มีศักยภาพมากเพียงใด บริหารงาน บริหารทีมไปตามชะตากรรม ที่สถานการณ์และคู่แข่งเป็นฝ่ายก�ำหนด อันตรายมากครับ! ยังไม่สายเกินไปทีจ่ ะลองนัง่ วิเคราะห์ทงั้ ความสามารถของตนเอง และศักยภาพของทีมงาน เพือ่ ให้รวู้ า่ ปัจจุบนั เราอยูใ่ นระดับใด ทีเ่ หลือ ก็มุ่งมั่นพัฒนา “ทั้งตนเองและทีมงาน” อาจต้องใช้เวลาสักนิด แต่ชีวิตการท�ำงานที่เหลือจะน�ำทีมไป สู่ความส�ำเร็จได้ไม่ยากครับ ! ธีระพล แซ่ตั้ง นักการตลาด รอบรู้เป็นพิเศษ ในการก�ำหนดกลยุทธ์การตลาด การขาย การสื่อสาร ผ่านโทรศัพท์ ปัจจุบันด�ำรงต�ำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทเลมาร์เก็ตติ้ง สแทร็ททิจี คอมมิวนิเคชั่น e-mail : tsctheone_t@hotmail.com www.thespecialistcoach.com


6

วันที่ 14 มีนาคม 2554

“เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า โดยที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างจีน และอินเดีย จะเริ่มขึ้นมามีบทบาทและเป็นผู้ก�ำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นโอกาสและวิกฤติในคราวเดียวกัน เพราะหากไทยสามารถก�ำหนดนโยบายที่สอดคล้องแล้ว จะท�ำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตที่ดีไปด้วย แต่หากไทยไม่ด�ำเนินการใดๆ เลย ก็อาจถูกประเทศอื่นในภูมิภาคแซงหน้าได้” อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ประเทศไทย)

ไม่กนิ ‘ค�ำใหญ่’ กินค�ำเล็ก แต่ ‘กินเร็ว’

เน้นบริหารความเสีย่ งมาก่อน

Mar11

Jan11

Nov10

Sep10

Jul10

May10

Mar10

Jan10

Nov09

Sep09

Jul09

May09

Jan09

400 350 300 250 200 150 100 50 0

Mar09

อัตราคาคุมครองการผิดนัดชำระหนี้ของประเทศสเปนสูงตอเน�อง

การลงทุนในตลาดหุ้นปีนี้ไม่ง่ายเอาเสียเลยหลายคนกล่าวไว้เช่นนั้น นับจาก

ต้นปี เราเจอกับการเทขายของนักลงทุนต่างชาติ ขนเงินกลับเพราะกลัวประเทศไทยปรับอัตรา ดอกเบี้ยขึ้น แผ่นดินไหว และภัยธรรมชาติกระทบต่อแหล่งเพาะปลูกอาหารหลายประเภท หลังจากนั้น ก็ต้องเจอกับปัญหาในกลุ่มผู้ผลิตน�้ำมันเจอการประท้วงครั้งใหญ่จากคนใน ประเทศเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงระบบปกครอง แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ทัน ที่เหตุการณ์ในตะวันออกกลางจะสงบ ล่าสุดประเทศญี่ปุ่นก็ประสบกับแผ่นดินไหวแรงถึง 8.9 ริกเตอร์ ส่งผลให้สัญญาณเตือนภัยคลื่นสึนามิเปิดสัญญาณเตือนกันไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ดัชนีตลาดหุน้ ทัว่ โลกก�ำลังไต่สงู ขึน้ มาใกล้กบั ระดับจุดสูงสุดเดิมก่อนเหตุการณ์วกิ ฤตการ เงินในสหรัฐก่อนลามไปยุโรปในปี 2550 นักลงทุนย่อมท�ำใจให้สงบถือหุ้นได้ล�ำบาก แม้ว่าจะ อยากได้ผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงกว่าเงินฝาก และอัตราเงินเฟ้อก็ตาม แต่ดูเหมือนปัจจัย ความเสี่ยงรุมเร้า มุมมองต่อการลงทุนของผมยังคงเน้นการบริหารความเสีย่ งก่อน เมือ่ ไรถ้าไม่มนั่ ใจก็ตอ้ ง มีการลดการลงทุนลง เพราะการถือหุ้นมากเกินไป ใจเราจะไม่นิ่ง อารมณ์จะอยู่เหนือเหตุผล เสมอ แม้ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาต่อเนื่องจนใกล้ระดับสูงสุดเดิมที่ 1,050 จุด แต่ที่น่า สังเกตคือ หุน้ ทีม่ มี ลู ค่าตลาดสูงกว่า 5 หมืน่ ล้านบาทขึน้ ไป ราคาหุน้ ปรับตัวขึน้ ได้เด่นในรอบนี้ แต่ราคาหุน้ บริษทั ขนาดกลาง และเล็กยังจอดแม้มปี ฏิกริ ยิ าเล็ก ๆ เหมือนอยากขึน้ กับเค้าบ้าง แต่นักลงทุนก็ยังไม่มั่นใจต่อทิศทางตลาดหุ้น ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกซื้อตามหุ้นที่มีโมเมนตัม ซื้อขายหนาแน่นภายในวันมากกว่าการเลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานเด่น ดีนะครับทีว่ า่ ราคาหุน้ โครงสร้างพืน้ ฐานน�ำ้ ประปา ไฟฟ้า สือ่ สาร ทางด่วนยังไม่ขนึ้ ไม่งนั้ ล่ะก็ครบสูตรเลย เพราะดัชนีชี้น�ำในภาวะตลาดหุ้นก่อนที่จะปรับตัวลงรอบใหม่ มักจะแสดง ในราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากราคาหุ้นผันผวนน้อย รายได้และก�ำไรค่อนข้างแน่นอน ปลอดภัยจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ดังนั้นนักลงทุนที่สมาร์ทจะเอาเงินเข้ากลุ่มเหล่านี้หาก รู้สึกไม่ปลอดภัย ส�ำหรับมุมมองของผม ดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจล�ำบากที่จะวิ่งขึ้นต่อไปอีก 5-10% ใน ช่วงเวลามรสุมข่าวร้ายมากมาย จริงอยู่ราคาหุ้นส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่แพงอย่างในอดีต แต่บรรยากาศการลงทุนไม่เป็นใจเอาเสียเลย ดังนั้น ความเสี่ยงที่สูงขึ้นย่อมหมายถึงราคา หุ้นขึ้นได้น้อยกว่าปกติ และเราควรถือหุ้นในสัดส่วนที่น้อยลงด้วยจากเดิมที่เคยลงทุนใน ปีก่อน ขณะที่สัดส่วนของการถือครองทองค�ำคงต้องเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อใดที่สถานการณ์ของ ตะวันออกกลาง สภาพปัญหาหนีใ้ นยุโรป และอาหารขาดแคลนพร้อมกัน รับรองราคาทองค�ำ วิ่งขึ้นระดับ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ อีก 15% แน่นอน

Mission CEO ฉบับที่ 352 ประจ�ำ

วันที่ 14 - 20 มีนาคม 2554  ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล กรรมการ ผูจ้ ดั การ บมจ.โรงพยาบาลวิภาวดี เปิดเผย ว่า บริษัทจะท�ำค�ำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ โรงพยาบาลลานนา เชียงใหม่ (CMR) ใน ราคาหุน้ ละ 46 บาท ภายใต้เงือ่ นไขว่าหากมี ผูถ้ อื หุน้ ของเชียงใหม่รามฯ ขายหุน้ ให้ตำ�่ กว่า 50% ก็จะยกเลิกการเสนอซือ้ หุน้ ทัง้ หมด โดย VIBHA จะเพิม่ ทุน 402.31 ล้านหุน้ จัดสรร ให้แก่ผถู้ อื หุน้ เชียงใหม่รามฯ แทนการช�ำระ ค่าหุน้ ด้วยเงินสดทีห่ นุ้ ละ 4.60 บาทหรือคิด ก้ องเกียรติ เป็นอัตราแลกหุน้ 10 หุน้ VIBHA ต่อ 1 หุน้ โอภาสวงการ

ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล CMR ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจ โรงพยาบาลไว้ที่ 1.5 พันล้านบาท เติบโต เกือบ 20% ปัจจุบันโรงพยาบาลวิภาวดีมี ผูป้ ว่ ยนอกวันละประมาณ 1,400-1,500 คน ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 15-20% ขณะที่ ผู้ป่วยในอยู่ที่วันละ 150 เตียงคาดว่าจะ เพิ่มเป็นวันละ 200 เตียง ส่วนงบลงทุนปี นี้ตั้งไว้กว่า 200 ล้านบาท  ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธาน กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส เปิด เผยว่า ปีนี้บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโต

10-15% จากปี 2553 ที่มีรายได้รวม 2.33 พันล้านบาท โดยเฉพาะงานด้านวาณิชธนกิจ เป็นธุรกิจที่มแี นวโน้มเติบโตสูงสุด โดยขณะ นี้รบั งานที่ปรึกษาในมือแล้ว 23 ดีล แบ่งเป็น IPO 8 ดีล M&A 6 ดีล PO 2 ดีล และ FA อีก 7 ดีล ขณะที่ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลัก ทรัพย์และการลงทุน คาดว่าจะทรงตัวจาก ปีก่อน โดยในปีนี้จะรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ ที่ 5.26% หรือเป็นอันดับ 3 ส่วนกลยุทธ์ปีนี้ จะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเป็นทาง เลือกให้กับลูกค้า ขณะที่บริษัทจะเน้นขยาย การลงทุนไปในต่างประเทศเพราะตลาดหุ้น หลายประเทศมีราคาถูกกว่าหุ้นไทย ส�ำหรับ มุมมอง SET ปีนี้ยังมี Upside อีก 10-15% จากฐานดัชนีที่ 1,000 จุด ส่วน Downside ขึ้นกับราคาน�้ำมันตลาดโลก  พุทธชาติ รังคสิริ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น เปิดเผย ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2554 ไว้ ประมาณ 4,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2553 โดยจะมาจากยอดขายในต่างประเทศ ผ่านบริษัทย่อย TWZ International Limited (Hong Kong) ประมาณ 200 ล้านบาท ปัจจุบนั มีลกู ค้ามากกว่า 3 ประเทศ และจะขยายเป็น 10 ประเทศ ภายในปีนี้ และพร้อมผลิต OEM ทั้งใน และต่างประเทศเพิม่ เติม ส่วนกลยุทธ์ปี 2554

นนทบุรยี า่ นพิบลู สงคราม และปากเกร็ด หลัง จากนั้นก็จะไปขึ้นอีกหนึ่งโครงการในย่าน พัฒนาการ วิธกี ารฟันก�ำไรก็นา่ จะคล้ายๆ เดิม คือ ท�ำเลใหม่เปิดราคาถูกสร้างฐานลูกค้า ก่อนและเพือ่ ทดสอบ Real Demand ใน บริเวณนัน้ ด้วยแล้วค่อยขยับราคาขายใน ผมคิดว่า LPN เฟสต่อไป ผมถามคุณโอภาสว่า LPN ซื้อสะสม สร้างคอนโดเสร็จ “แลนด���แบงก์” เหมือนเจ้าอืน่ หรือไม่ แกตอบ เร็วที่สุดในวงการ ว่า “เราไม่ค่อยซื้อที่ดินเก็บ จะท�ำโครงการ แล้วค่อยซื้อ” พี่ไม่กลัวซื้อราคาแพงเหรอ! คอนโดมิเนียมเมือง ผมถามต่อ ไทย..เรื่อง Cost คิด “เราไม่กลัวเรื่องซื้อแพง ต้นทุนสูง กลัวซื้อมาแล้วไม่ได้ท�ำเป็นต้นทุนจม ว่าเราท�ำได้ต้นทุนต�่ำ ไม่เพราะต้ นทุนสูงเราก็ไม่ซื้อ ไม่เก็บที่ดิน ใน ที่สุดในเวลานี้ แต่ละปี LPN ตั้งงบซื้อที่ดินอยู่ประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาทเต็มที่ ค่าที่ดินเราจะ อยู่ประมาณ 15-20% ของต้นทุนโครงการ ทุกปีเราก็ใช้อยู่ประมาณนี้” ลงเรื่อง LPN ไปหลายครั้งทาง คุณโอภาส กล่าวว่า LPN จะซือ้ ทีด่ นิ ก็ เจ้าหน้าที่ LPN ส่งรูปลูกค้าแห่จองคอนโด ต่อเมื่อต้องมีเป้าหมายรายได้ ซื้อตามแผน บรรยากาศยังกับอยู่ในตลาดสดมายืนยัน รายได้ “ผมงง!” พี่ช่วยอธิบายหน่อย ว่าโครงการเขาขายดีสุดๆ โครงการลุมพินี รายไดรวม-กำไรสุทธิ LPN คอนโดทาวน์ “นิดา้ -เสรีไทย” ปิดการขาย ในรอบ 10 ป (2544-2553) ได้กอ่ นจะเปิดขายอย่างเป็นทางการด้วยซ�ำ้ .. ป รายไดรวม กำไรสุทธิ เขาว่า ส่วนลุมพินี วิลล์ “ลาซาล-แบริ่ง” ก็ (ลานบาท) (ลานบาท) มียอดขายมากกว่า 90% แล้ว ทาง LPN รีบ 2544 678 145 เปิดโครงการ “นิด้า-เสรีไทย 2” ต่อทันที 2545 1,069 53 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา เขา 2546 1,943 464 2547 2,478 448 จั่วหัวข่าวว่า “นิด้า-เสรีไทย 2 ขายดี คน 2548 3,582 588 แห่ซื้อ ดีมานด์ทะลัก” มีลูกค้ามารับบัตร 2549 5,020 765 คิวกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า 2550 6,823 927 ส่งรูป คุ ณ ทิ ฆั ม พร เปล่ ง ศรี สุ ข 2551 7,303 1,205 ซีอโี อ LPN กับผูบ้ ริหารมาให้ดดู ว้ ยว่าฉีกยิม้ 2552 8,592 1,358 กันน้อยใหญ่ 2553 10,047 1,636 ถ้าจ�ำกันได้ 2 โครงการที่ว่าเขาซื้อ ที่ดินผืนใหญ่มาแปลงละ 6-7 ไร่ มาเปิด “อย่างเช่นตอนนีร้ ายได้ LPN ครอบคลุม ราคา “ล่อ” ก่อนเริ่ม 699,000 บาท พอ ไปถึงปี 2555 แล้ว ปัจจุบันเรามี Backlog ขายดีก็เปิด “เฟสต่อไป” เริ่ม 719,000 ไปถึงประมาณกลางปี 2555 แล้ว 14,400 บาท นีแ่ หละวิธกี าร “ฟันก�ำไร” ของเจ้าพ่อ ล้านบาท เป็นของปี 2554 ประมาณ 11,500 คอนโด โครงการนิด้า-เสรีไทย เขาซื้อที่ดิน ล้านบาท หรือเกือบ 100% ของรายได้แล้ว มาตารางวาละ 36,537 บาท ถ้าขึน้ เฟสต่อไป เราตัง้ ไว้ 12,000 ล้านบาท ตอนนีร้ ายได้ของ แล้ว “ขยับราคา” ต้นทุนไม่ได้เพิ่มก็ “รวย ไตรมาส 1-2 ปีนี้เราจบแล้ว ที่เราขายก็เพื่อ ไปรับรู้ในไตรมาส 3-4 ของปี 2555” เพิ่ม” ซิครับ..เริ่มเห็นวิธีการรึยัง! เขาไม่ได้ “เล่นของ” (ไสยศาสตร์) แต่ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี...พี่ช่วยขยายความ เขารูว้ ธิ ี “เล่นกับผูบ้ ริโภค” ไม่กนิ “ค�ำใหญ่” อีกหน่อย! ขายแพงเอาก�ำไรทีละเยอะๆ กิน “ค�ำเล็ก” “สมมติว่าระยะเวลาก่อสร้างเรา 1 ปี อย่างช้าทีส่ ดุ เราต้องออกโครงการประมาณ แต่ “กินเร็ว” คุณโอภาส ศรีพยัคฆ์ เอ็มดี LPN ส่ง กลางปี 2554 ส�ำหรับเป็นรายได้ครึ่งปีหลัง ข่าวมาด้วยว่าช่วงปลายเดือนมีนาคม 2554 ของปี 2555 เพราะฉะนั้นไตรมาส 1 เราก็ นี้ เตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ในจังหวัด ต้องมองหาที่ดินของไตรมาส 2 เพื่อเป็น จะเริม่ จ�ำหน่ายสินค้าในกลุม่ สมาร์ทโฟนเพิม่ มากขึน้ ขณะทีไ่ ตรมาส 1/2554 คาดการณ์วา่ ตัวเลขผลประกอบการจะออกมาใกล้เคียง กับปี 2553 คาดว่าจะรับรู้รายได้จากคอน โดโครงการ The WIZ รัชดาฯ ที่ได้ลงทุน ไปประมาณ 140 ล้านบาท และจนถึงขณะนี้ คาดว่ามียอดโอน 8-10 ห้อง จากทั้งหมด 16 ห้อง หรือคิดเป็นยอดขายกว่า 80 ล้านบาท  ปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บมจ.เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการเกมออนไลน์อันดับหนึ่งของ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ในปี 2554 บริษทั จะเปิดตัวเกมใหม่ในประเทศ 12 เกม และต่างประเทศ 4 เกม และมีแผน ลงทุนต่อเนื่องไปยังประเทศอินโดนีเซีย ซึ่ง เป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง มีประชากรสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ในส่วน ของธุรกิจเกมออนไลน์มีอัตราการเติบโต เฉลี่ย 20% ต่อปี บริษัทมั่นใจว่าจะสร้างราย ได้อย่างมากในอีก 3-5 ปีข้างหน้า และปีนี้ เอเชียซอฟท์ยงั มีแผนการซือ้ กิจการทัง้ ในและ ต่างประเทศอีกด้วย ส�ำหรับปี 2553 บริษัท มีรายได้รวม 1,082 ล้านบาท และก�ำไรสุทธิ 264 ล้านบาท โดยเป็นปีที่มีก�ำไรสุทธิสูงสุด และมีการจ่ายปันผลสูงสุดที่บริษัทเคยจ่าย มาถึง 0.84 บาทต่อหุ้น  อภิชาติ ธรรมมโนมัย กรรมการผูอ ้ ำ� นวย การ บมจ.เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ เปิดเผยว่า ในปี 2554 บริษทั คาดรายได้จะ ยังเติบโตต่อเนือ่ งจาก ปีกอ่ นในระดับ 16% จากปี 2553 ที่มีราย ได้ 4,596 ล้านบาท ขณะที่ อั ต ราก� ำ ไร สุทธิใน ปีนี้

พุทธชาติ รั งคสิริ

จะลดลงจากปีกอ่ นทีท่ ำ� ได้ 13.6% เนือ่ งจาก ราคาวัตถุดบิ หลักปรับตัวสูงขึน้ ทุกตัว ได้แก่ น�้ำมันปาล์ม ไข่ไก่ และแป้งสาลี ปีนี้บริษัท จะปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 4-5% และ จะออกสินค้าใหม่ 10 รายการ นอกจากนี้ ยังมองหาที่ดินเพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ เพราะโรงงานที่บางชันจะมีก�ำลังการผลิต เต็มที่ในปี 2555 ซึ่งโรงงานใหม่จะรองรับ การผลิตได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า คาดว่าจะ ใช้งบลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท และ หุ้น PB เตรียมปรับพาร์จาก 10 บาทเป็น 1 บาท เพื่อให้หุ้นเกิดสภาพคล่อง  ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการ ใหญ่ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชัน่ เปิดเผยว่า ภาย หลังจากทีก่ ลุม่ ทรูซอื้ กิจการของฮัทชิสนั มา แล้วจะเปิดตัวภายใต้แบรนด์ “ทรูมฟู เอช” มีแผนจะขยาย 3 จี 4,500 สถานีฐานภายใน 3 ปี ใช้เงินลงทุน 12,000 ล้านบาท ส�ำหรับ ปีนกี้ ลุม่ ทรูจะใช้เงินลงทุนรวม 13,000 ล้าน บาท แบ่งเป็นการลงทุนในบริษัท เรียลมูฟ 3,000 ล้านบาท ใช้ขยายโครงข่าย 2 จี เดิม 5,000 ล้านบาท ส่วนเงินลงทุนอีก 3,000 ล้าน บาท จะใช้ในกิจการของบริษทั ทรู ออนไลน์ ซึง่ ท�ำธุรกิจบรอดแบนด์ และอีก 1,000 ล้าน บาท จะใช้ในกิจการของบริษทั ทรูวชิ นั่ ส์ โดย ปี 2554 ภาพรวมของธุรกิจกลุ่มทรู น่าจะ มีรายได้เติบโตราว 4-5% จากปีที่ผ่านมา  ประพล พรประภา รองกรรมการ ผู้จัดการ บมจ.ฐิติกร เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริษทั มีแผนออกหุน้ กูห้ รือกูเ้ งินอย่างน้อย 1,000 ล้านบาทเพื่อน�ำไปขยายพอร์ตสิน เชื่อที่ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10% จากปีก่อนที่ มีพอร์ต 7,678 ล้านบาท ซึ่งเป็นในทิศทาง เดียวกับตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศ คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1.95 ล้านคัน หรือเติบโต 5% ส่วนตลาดรถยนต์คาดว่าจะ เติบโต 10% หรือมียอดขายประมาณ 1.85 ล้านคัน ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อของบริษัท เป็นรถจักรยานยนต์ 80% ส่วนที่เหลือเป็น รถยนต์ ขณะทีบ่ ริษทั คาดว่ารายได้ในปีนจี้ ะ เติบโตอย่างน้อย 5% จากปี 2553 ทีม่ รี ายได้ 2,135 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทก�ำลังศึกษา ช่องทางขยายธุรกิจไปในประเทศเพือ่ นบ้าน ทีม่ คี นใช้รถจักรยานยนต์สงู เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม  รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธาน

ลูกค้ าคนแรกมา รั บบัตรคิวตั้งแต่ 6 โมงเช้ า รายได้ในครึง่ ปีหลังของปี 2555 เราก็จะใช้เวลา ประมาณ 3 เดือนในการตัดสินใจซื้อที่ดิน” ผมสงสัยว่าเวลา LPN ไปซื้อที่ดิน เจ้าของที่เขาไม่โก่งราคาแพงๆ หรือ! หรือ พี่ใช้ “นอมินี” ไปกว้านซื้อมาก่อน “เวลา LPN ไปซือ้ ทีด่ นิ ไม่เคยใช้ตวั แทน ไม่กลัวโก่งราคาด้วยขายแพงไม่คุ้มก็ไม่ซื้อ พอซื้อเสร็จก็แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าซื้อ มาราคาเท่าไรทุกอย่างโปร่งใส อีกอย่างเรา ต้องการสร้างมาตรฐานด้วยว่าถ้าจะมาขาย ที่ดินให้ LPN อย่ามาเรียกราคาสูงๆ เพราะ เราไม่ซื้อเรามีตัวเลือกเยอะ ในมุมมองของ เราที่ดินไม่ได้หายากขึ้น” ผมถามว่า LPN เคยซือ้ ทีด่ นิ มาในราคา แพงทีส่ ดุ ต���รางวาละเท่าไร คุณโอภาส บอก ว่า แพงสุดตารางวาละ 1.4-1.5 แสนบาทท�ำเล ปิน่ เกล้า “พีไ่ ม่ไปแถวเพลินจิตบ้างล่ะก�ำลัง ฮิตนะ” ผมแหย่! จะให้ LPN ไปขึ้นคอนโด ตรงเพลินจิตตารางวาละ 1.2 ล้านบาท เรา คงไม่ท�ำไม่ใช่ตลาดของเรา..แกว่า มาถึงเรื่องลดระยะเวลาการก่อสร้าง ให้เสร็จเร็วที่สุด ด้วยต้นทุนต�่ำที่สุด คุณ โอภาส เล่าว่า ความสูงของอาคาร 8-9 ชั้น สมัยก่อนช่วงก่อนวิกฤติปี 2540 เราใช้เวลา สร้าง 2 ปี 2 ปีครึ่ง หลังวิกฤติใหม่ๆ LPN สปีดตัวเองขึน้ มาสร้างเสร็จเหลือ 1 ปี เดีย๋ ว นี้ 1 โครงการท�ำ 5-6 เดือนก็เสร็จ เสร็จหลาย ตึกด้วยนะครับ พี่เอาชิ้นส่วนมาต่อๆ กันขึ้นไปเหรอ! “เราร่วมมือกับผูร้ บั เหมา” ร่วมยังไงครับ.. ผมถาม แกกล่าวต่อ ประเด็นอยู่ตรง LPN เราเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการจัดการใหม่ โดยลักษณะงานก่อสร้างสมัยก่อน 1 ตึก จะแบ่งงานใหญ่ๆ ออกเป็น 2 ส่วน คือ งาน “โครงสร้าง” เช่น เสา คาน พื้น และงาน “สถาปัตยกรรม” เช่น ปูกระเบื้อง ผนัง ฝ้า เพดาน ระบบไฟ ทาสี สมัยก่อนการก่อสร้าง คอนโดจะท�ำงานโครงสร้างจากข้างล่างไล่ไป ถึงยอดให้จบก่อน เราจะเห็นตึกเปลือยๆ แล้ว งานสถาปัตย์จะไล่จากข้างบนลงข้างล่างแล้ว

อาวุโสฝ่ายการเงินบัญชีและบริหาร บมจ. โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา เปิดเผยว่า ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% หรือคิดเป็น มูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยได้รับ ผลดีจากเศรษฐกิจโลกทีเ่ ติบโตต่อเนือ่ ง ส่วน สถานการณ์ความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ถือเป็นปัจจัยทีส่ ง่ ผลดีตอ่ การท่องเทีย่ วไทย โดยเฉพาะที่ภูเก็ต ซึ่งล่าสุดอัตราการเข้าพัก ที่ภูเก็ตเพิ่มขึ้นเป็น 90% แล้ว อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทคงไม่ลงทุนอะไรมาก เพราะได้ ลงทุนใหญ่ไปแล้วคือโรงแรมที่ภูเก็ต พัทยา และเซ็นทรัลเวิลด์ แต่จะมีการลงทุนอีกเล็ก น้อยเพื่อปรับปรุงที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โดย ปีนี้บริษัทคงเน้นรับงานบริหารโรงแรมมาก ขึ้น ส่วนธุรกิจอาหารคาดว่าจะใช้งบลงทุน ในปีนี้ประมาณ 500 ล้านบาท  โดนอลด์ คาร์ดน ี กรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ บมจ.ไทยพาณิชย์นวิ ยอร์คไลฟ์ประกันชีวติ เปิดเผยว่า ในปีนบี้ ริษทั จะรักษาการเติบโตได้ อย่างต่อเนือ่ งโดยเน้นกลยุทธ์การเติบโตอย่าง มีคุณภาพในทุกช่องทางการขาย สอดคล้อง กับที่ คปภ.คาดการณ์วา่ ธุรกิจประกันชีวติ จะ ขยายตัว 16% ในปี 2554 ขณะทีผ่ ลประกอบ การและฐานะการเงินปี 2553 เติบโตแข็งแกร่ง รายได้รวมเพิม่ ขึน้ 27% เป็น 27,090 ล้านบาท มีก�ำไรสุทธิ 2,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% มี ก�ำไรสะสมทะลุ 5,516 ล้านบาท ส่วนสินทรัพย์ รวมขยับเพิม่ 32% เป็น 66,219 ล้านบาท ด้าน เงินส�ำรองประกันชีวิตเพิ่มขึ้น 14,206 ล้าน บาท เป็น 57,873 ล้านบาท เติบโต 32% เมื่อ เปรียบเทียบกับ 43,667 ล้านบาทในปีก่อน  สุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการ ผู้จัดการ บมจ.ธนาสิริ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ใน ปี 2554 บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 5 โครงการที่จังหวัดนนทบุรี 3 โครงการและ ภูเก็ต 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,088 ล้านบาท โดยยังคงเน้นการพัฒนาโครงการในท�ำเล จังหวัดนนทบุรี และภูเก็ต ด้วยขนาดโครงการ ที่ไม่ใหญ่ ในราคาที่คุ้มค่า ในปี 2553 บริษัท มี ROE สูงถึง 28% ผลตอบแทนเงินปันผล สูงถึง 8.1% นอกจากนี้ ยังมีที่ดินเปล่ารอการ พัฒนา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 มีมลู ค่าตาม บัญชี 103 ล้านบาท ขณะที่มีมูลค่าตามราคา ประเมิน 716 ล้านบาท โดยมีมูลค่าโครงการ ปัจจุบันรอขายทั้งสิ้น 1,314 ล้านบาท  โศภชา ด�ำรงปิยวุฒิ์ กรรมการผู้จัดการ

มาเก็บงานที่พื้นก็ถอื ว่าปิดงาน หมายความ ว่าต้องท�ำขัน้ ตอนที่ 1 เสร็จก่อนแล้วค่อยไป ท�ำขึน้ ตอนที่ 2 จากนั้นค่อยเป็นงานตกแต่ง “วิธีการจัดการของ LPN ก็คือ เรา ท�ำงานโครงสร้าง (เสา คาน พื้น) ไปส่วน หนึ่ง แล้วก็เริ่มท�ำงานขั้นที่ 2 ไปพร้อมกัน (กระเบื้อง ผนัง ฝ้า เพดาน ระบบไฟ ทาสี ฯลฯ) และท�ำขัน้ ตอนการตกแต่งไปด้วยเลย พร้อมกัน ระหว่างนี้ก็เปิดขายไปด้วย มันก็ ท�ำให้ลดระยะเวลาของโครงการลงได้มาก แต่ไม่ใช่ง่ายนะต้องมี “ทีมเวิร์ค” ประสาน ความร่วมมือกันทุกส่วน” ตอนที่ คุ ณ โอภาสมาพู ด ที่ นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ช่วงที่น�้ำมันแพงเหล็กแพง จากนั้นก็เกิดวิกฤติซับไพร์มจ�ำได้ว่าแกเล่า ว่า LPN ประหยัดทุกอย่างจนแทบไม่มไี ขมัน ส่วนเกิน ขนาดสายไฟบนเพดานจะเหลือขด ยาวเป็นเมตรให้เปลืองต้นทุนไม่มที าง เหลือ แค่คืบต่อกับขั้วหลอดได้เท่านั้น แกคุยว่า ไม่มีใครจะประหยัดต้นทุนสุดๆ ได้เท่ากับ LPN อีกแล้ว “ทุกวันนี้ LPN สร้างคอนโดเสร็จเร็ว ที่สุด ด้วยต้นทุนต�่ำที่สุดรึเปล่า” ผมถาม อย่างไม่ค่อยเชื่อ “เราคิดว่า LPN เร็วที่สุดในวงการ คอนโดมิเนียมเมืองไทย..ผมคิดว่ายังงั้น เรือ่ ง Cost คิดว่าเราท�ำได้ตน้ ทุนต�ำ่ ทีส่ ดุ ใน เวลานี”้ คุณโอภาสคุยอย่างภาคภูมิ พีแ่ กมา ตอบโจทย์ทผี่ มถามว่า..พีเ่ อาชิน้ ส่วนมาต่อๆ กันขึ้นไปเหรอ! ทุกวันนี้ใครๆ เขาก็ท�ำกัน “เรื่อง “ความเร็ว” กับการ “เซฟ ต้นทุน” มันไม่ได้เกี่ยวกับการใช้ชิ้นส่วน ส�ำเร็จรูป แต่มนั อยูท่ กี่ ารพัฒนากระบวนการ ก่อสร้างให้มปี ระสิทธิภาพ” ความลับถูกคลี่ ออกในตอนท้าย สคริปท์ธรุ กิจของ LPN ยังไม่จบครับ ก่อนจะมาถึง “จุดสุดยอด” ได้ องค์กรธุรกิจ แห่งนี้ต้องมีนาทีแห่งการเปลี่ยนแปลง ดัง ค�ำกล่าวทีว่ า่ ผูใ้ ดไม่เคยประสบความยุง่ ยาก ย่อมไม่รู้ความสามารถของตน

บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง เปิดเผยว่า ปีนี้ บริษทั ตัง้ เป้ารายได้เติบโตไม่ตำ�่ กว่า 90% จาก ปี 2553 ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจเดิม คือ ธุรกิจการจัดจ�ำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งเพิ่ม ขึ้นประมาณ 50% และจากธุรกิจพลังงาน ทดแทนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 30% โดยขณะนี้ ในส่วนของธุรกิจพลังงานทดแทนบริษัทได้ รับสัญญาซือ้ ขายไฟแล้วทัง้ สิน้ 56.9 MW คิด เป็นมูลค่าโครงการรวมประมาณ 5,600 ล้าน บาท ประกอบกับปัจจุบันบริษัทมีงานที่อยู่ ในมือแล้วกว่า 600 ล้านบาท โดยบริษัทยัง คงเดินหน้าประมูลงานอย่างต่อเนือ่ ง ปีนคี้ าด ว่าการเติบโตในส่วนของตลาดต่างประเทศจะ อยูท่ ี่ 80% ขณะทีง่ านภาคเอกชนน่าจะเติบโต 25% ด้านงานภาครัฐน่าจะเติบโต 10% ขณะที่ งานโครงการจะเติบโต 100%  เกียรติชัย มนต์เสรีนุสรณ์ กรรมการ ผูจ้ ดั การ บมจ.เกียรติธนาขนส่ง เปิดเผยว่า ใน ปีนบี้ ริษทั มีแผนจะขนส่งสินค้าไปยังประเทศ แถบเพือ่ นบ้านมากขึน้ โดยเฉพาะประเทศลาว ทีเ่ ป็นตลาดส�ำคัญ ปัจจุบนั สัดส่วนรายได้จาก ต่างประเทศคิดเป็น 5% ของรายได้รวม ขณะ ทีแ่ นวโน้มธุรกิจขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมยัง ขยายตัวดีต่อเนื่องเชื่อว่าในปี 2554 บริษัท จะสามารถผลักดันรายได้ให้เติบโตในอัตรา 5-10% จากปีทผี่ า่ นมาทีม่ รี ายได้รวม 877 ล้าน บาท และก�ำไรสุทธิ 194 ล้านบาท ที่ประชุมมี มติให้จา่ ยเงินปันผลให้ผถู้ อื หุน้ งวดครึง่ หลัง ปี 2553 หุน้ ละ 0.35 บาท เมือ่ รวมกับการจ่าย ปันผลงวดระหว่างกาลท�ำให้ทงั้ ปี 2553 บริษทั จ่ายเงินปันผลให้ผถู้ อื หุน้ ในอัตราหุน้ ละ 0.60 บาท  จุมพล เตชะไกรศรี ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ บมจ.ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้เติบโต 15% จากปีก่อน ขณะที่ก�ำไรสุทธิในปีนี้ก็น่า จะดีกว่าปี 2553 เพราะบริษัทได้รับออเดอร์ ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้าเดิมที่มีการผลิต รถรุ่นใหม่ และลูกค้ารายใหม่ ขณะที่ธุรกิจ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ได้รับออเดอร์เพิ่ม ขึ้นด้วย ทั้งนี้ มองว่าจากปริมาณออเดอร์���ี่ เพิ่มขึ้นมีความเป็นไปได้ที่จะท�ำให้ก�ำลังการ ผลิตในปีนเี้ ต็มที่ 1,450 ล้านบาท ดังนัน้ บริษทั จึงพิจารณาทีจ่ ะเพิม่ ก�ำลังการผลิตโดยขณะนี้ อยู่ระหว่างวางแผนการลงทุน คาดว่าจะเห็น ความชัดเจนในต้นไตรมาส 3 ปี 2554 นี้


7

ถนนนักลงทุน

วันที่ 14 มีนาคม 2554

สถิติตลาดหลักทรัพย ป 2550-2553

ที่มา : ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย

บมจ.โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หุ้นเก็งก�ำไรขั้นเทพ ที่ราคา ‘หวือหวา’ ได้ใจ บริษัทเล็ก กระจิริดแต่รายย่อย เข้าไปพัวพันเป็น พันคน เถ้าแก่น้อย ‘ธนพันธ์ วงศ์ชินศรี’ คุยอีก 3 ปี รายได้ ต้องยืนพันล้าน บมจ.โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC

นับเป็น “หุ้นเก็งก�ำไรขั้นเทพ” ที่เสือสิงห์กระทิง เปลีย่ วเข้าไปลงทุนกันอย่างคับคัง่ ในแง่ปจั จัยพืน้ ฐาน บริษทั ขาดทุนต่อเนือ่ งมาแล้ว 2 ปีตดิ ต่อกัน ในปี 2553 ที่ผ่านมามีตัวเลขขาดทุนสูงถึง 145 ล้านบาท ขณะที่ ทั้งปีบริษัทมีรายได้รวมเพียงแค่ 107 ล้านบาท เทียบ กับปี 2552 ที่มีรายได้รวม 46 ล้านบาท แต่หุ้นตัวนี้มีนักลงทุนรายย่อยเข้าไปพัวพัน (ติดหุน้ ) เป็นจ�ำนวนมาก ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2553 มีจ�ำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 1,461 ราย เทียบกับเมื่อวัน ที่ 29 มีนาคม 2553 มีจ�ำนวนนักลงทุนรายย่อยเพียง

244 ราย เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในเวลาเพียงไม่กี่เดือน “หลายคนมองว่าตระกูลผม (วงศ์ชินศรีซึ่ง เป็นญาติกับภรรยาของฉาย บุนนาค) เข้ามาเพียง แค่เก็งก�ำไรแล้วก็จะจากไป ขอถามหน่อยทีผ่ า่ นมา ผมเหนื่อยเพื่ออะไร ขอยืนยันกลุ่มผมจะรักษา สัดส่วนผูถ้ อื หุน้ ตลอดไป (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2553 ธนพันธ์เหลือหุ้น SLC เพียง 1.65%) ไม่ หนีหายไปไหนแน่นอน จากนี้ไปเราจะท�ำงานกัน แบบลงรากลึก” “ต้น” ธนพันธ์ วงศ์ชินศรี กรรมการผู้อ�ำนวย การ บมจ.โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) วัย 27 ปี เป็น ลูกชายคนโต เสีย่ ดิเรก วงศ์ชนิ ศรี แห่งบริษทั สิทธิพร แอสโซซิเอส จ�ำกัด บริษทั ผูน้ ำ� เข้าเครือ่ งมือวิทยาศาสตร์ ระดับแนวหน้าปัจจุบันบริษัทสิทธิพรมี สุ ร สิ ท ธิ์ ติยะวัชรพงศ์ เจ้าของแบรนด์จักรยาน LA นั่งเป็น ประธาน ตั้งแต่กลางปี 2552 SLC เปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ จากกลุ่มมณีศิลาสันต์มาเป็นกลุ่มวงศ์ชินศรี เดิม ถือหุน้ ใหญ่ 47% บริษทั ได้มกี ารเพิม่ ทุนมาแล้ว 3 ครัง้ รอบล่าสุดเพิม่ ทุนล็อตใหญ่ 1,781 ล้านหุน้ ในสัดส่วน 1 หุน้ เดิมต่อ 4 หุน้ ใหม่ และออกวอร์แรนท์ให้ 4 ต่อ 1 อารักษ์ ราษฎร์บริหาร ซีอีโอของบริษัท กล่าว ว่า เงินที่ได้จากการระดมทุน 300 ล้านบาทจะน�ำไป ลงทุนในโซลูชั่น คอนเนอร์ 100 ล้านบาท โทรทัศน์ ดาวเทียมสปริง นิวส์ 50 ล้านบาท และบริษัทใหม่ ซิงค์ เทคโนโลยี 50-80 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ SLC เคยเพิ่มทุนไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกได้เงิน 42 ล้าน บาท ครั้งที่สองได้เงิน 240 ล้านบาท ธนพันธ์ กล่าวกับ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า ขอคุณพ่อเข้ามาท�ำงานใน SLC เพราะเห็นว่าหาก บริหารดีๆ บริษัทนี้มีอนาคต ตนเองมีธงไว้ว่าภายใน 3 ปี (2554-2556) รายได้จะต้องยืนระดับ 1,000

SET Index ปดสิ้นป (จุด) SET Index แกวงตัวระหวางป (จุด) P/E ของตลาด (เทา) P/BV ของตลาด (เทา) มูลคาซื้อขายเฉลี่ยตอวัน (ลานบาท) มารเก็ตแคป (ลานบาท)

ราคาหุน SLC เคล�อนไหวอยางหวือหวา สรุปผลการดำเนินงาน SLC ในรอบ 4 ป หนวย : ลานบาท ป 2550 ป 2551 ป 2552 ป 2553 สินทรัพยรวม 112.49 105.1 74.59 301.72 หนี้สินรวม 19.32 9.69 7.2 94.53 สวนของผูถือหุน 93.17 95.41 67.38 207.2 มูลคาหุนที่เรียกชำระแลว 50 50 50 303.05 รายไดรวม 73.5 78.05 46 107.26 กำไรสุทธิ -3.91 2.23 -28.02 -145.07

0.14

0.14

0.35

0.28 0.30

0.30 0.25

0.22

0.20

0.19

0.15

0.09 0.07

0.06

0.05

0.40

0.35

0.17

0.10

0.45

0.40

0.10 0.05

0.04 0.00 -0.05

2551

2552

ล้านบาท จากปี 2553 ที่มีรายได้เพียง 107 ล้านบาท และก�ำไรจะต้องเติบโตทุกปี รายได้ จะโต 10 เท่า ภายใน 3 ปีค ่อนข้า ง เพ้อฝันไปรึเปล่า ธนพันธ์ กล่าวว่า SLC จะต้อง ลงลึกในงานทุกชิน้ อย่างงานบริการวางระบบโซลูชนั่ ด้านไอที ตอนนีล้ งทีมขายไปอีก 15 คน แต่ละคนเป็น ผู้เชี่ยวชาญเพราะเคยท�ำงานในบริษัทใหญ่ๆ มาก่อน ส่วนงานขายผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ถอื ว่าทีมงานแข็งแรง แล้ว ตอนนี้มีคนเก่งๆ อยู่ในทีมกว่า 60 คน “ผมจะให้แต่ละคนลงลึกในงานให้ได้มากที่สุด ส�ำหรับสถานีข่าวดาวเทียมสปริง นิวส์ ยอมรับว่าปี 2554 ยังคงขาดทุน 50 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ ขาดทุน 100 ล้านบาท แต่ผมจะพยายามกระตุ้นให้ มีก�ำไรเร็วที่สุด จริงๆ อยากเห็นตัวเลขเป็นบวกใน

2553

2554 10 มี.ค.54

ซึ่งในปี 2555 ก็คาดว่าจะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน เพราะ ปีนี้มีแผนเข้าประมูลงานใหม่ๆ เกี่ยวกับระบบไอที ประมาณ 600 ล้านบาท ตั้งเป้าได้งานไว้เกิน 50% ปัจจุบัน SLC มีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู ่ 76 ล้ า นบาท จะทยอยรั บ รู ้ ใ นปี นี้ เ ป็ น งาน ภาครัฐบาล 80-90% ที่เหลือเป็นงานเอกชน ตาม แผนที่วางไว้ภายในปี 2556 งานรัฐบาลกับเอกชนจะ มีสัดส่วนเท่ากันที่ 50% “ตอนนี้ทีมงานเราแข็งแกร่งมากล่าสุดได้ชวน คุณณรงค์พร เอื้อจุฑามณี ให้เข้ามานั่งต�ำแหน่ง กรรมการอ�ำนวยการสายสารสนเทศ เขาเคยท�ำงาน กับ AIS ผมจะพยายามท�ำให้ SLC ในฐานะบริษัท แม่เป็น “โดเรมอน” ท�ำตัง้ แต่สากกะเบือยันเรือรบ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยี

มองอนาคต ‘หุน ้ เก็งก�ำไร’ ขั้นเทพ SLC

‘ธนพันธ์ วงศ์ชินศรี’ 3 ปีรายได้ ‘พันล้าน’ ธนพันธ วงศชินศรี ขายหุน SLC และวอรแรนท ธนพันธ ธนพันธ ธนพันธ ธนพันธ ธนพันธ ธนพันธ ธนพันธ ธนพันธ รวม

วงศชินศรี วงศชินศรี วงศชินศรี วงศชินศรี วงศชินศรี วงศชินศรี วงศชินศรี วงศชินศรี

หลักทรัพย วันที่ขาย จำนวนขาย (หุน) ราคาขาย (บาท) มูลคาขาย (บาท) SLC 2/3/2553 1,000,000 5.8 5,800,000 วอรแรนท 7/6/2553 150,000,000 0.01 1,500,000 วอรแรนท 14/6/2553 10,000,000 0.24 2,400,000 วอรแรนท 15/6/2553 30,000,000 0.26 7,800,000 วอรแรนท 15/6/2553 191,740,600 0.01 1,917,406 SLC 31/8/2553 70,000,000 0.31 21,700,000 SLC 13/10/2553 10,000,000 0.19 1,900,000 วอรแรนท 22/11/2553 12,500,000 0.03 375,000 43,392,406

ไตรมาส 4 ปีนี้ แต่ด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นท�ำให้ตัวเลข ยังคงเป็นลบ” ผู้บริหารหนุ่ม ตั้งความหวังว่า สปริง นิวส์จะ เติบโตกว่านีอ้ กี มาก ลองคิดดูวนั นีท้ วี ดี าวเทียมขยาย ตัวปีละกว่า 100% พฤติกรรมคนดูเปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่หนั มาดูเคเบิลมากขึน้ ตัวอย่างจากคนอเมริกนั ที่นิยมดูเคเบิลมากกว่าดูฟรีทีวี “ผมเชือ่ ว่าอีก 3 ข้างหน้า คนจะดูเคเบิลมากกว่า ดูฟรีทวี ี ตอนนีม้ ผี ผู้ ลิตหลายรายสนใจอยากร่วมผลิต งานกับเราซึง่ ก�ำลังพิจารณาอยู่ คาดว่าไตรมาส 2-3 ปี นี้จะได้ข้อสรุป สังเกตว่าทุกครั้งที่บ้านเราเจอปัญหา เช่น น�้ำท่วม ชุมนุมทางการเมือง ช่องสปริง นิวส์จะ มีรายได้ดีตลอด” ส�ำหรับทิศทางผลการด�ำเนินงานของ SLC ในปีนี้ ธนพันธ์ กล่าวว่า ในแง่ของก�ำไรสุทธิถ้าพูดถึง งบบริษัทเชื่อว่า SLC มีก�ำไร แต่หากรวมงบการเงิน ของสปริง นิวส์ เข้ามายอมรับว่ายังขาดทุนอยู่ แต่จะ พยายามท�ำให้ขาดทุนน้อยที่สุด แต่ถ้าพูดถึงในแง่ ของรายได้ ในปี 2554 บริษัทจะมีอัตราเติบโตกว่า 100% คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 270 ล้านบาท

ธนพันธ์ วงศ์ชินศรี

สารสนเทศ เราจะมีบริการทุกสิ่งทุกอย่าง” อย่างในเดือน มี.ค. 2554 ก็ได้ตั้งบริษัท ซิงค์ เทคโนโลยี จ�ำกัด เพือ่ น�ำเข้าผลิตภัณฑ์ทเี่ ป็นนวัตกรรม ทีเ่ กีย่ วกับเทคโนโลยี ซึง่ บริษทั นีจ้ ะสนับสนุนโปรเจค ของ SLC ให้ครบวงจรมากขึน้ อย่างไรก็ตามสัดส่วน รายได้ของบริษทั จะมาจากผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์มาก ที่สุด 50% รองลงมาเป็นการบ�ำรุงรักษาและบริการ อื่นๆ 36% “ตอนนี้เราล้มดีลซื้อ นสพ.ฐานเศรษฐกิจ รวม ถึงหัวหนังสือพิมพ์อื่นๆ ไปแล้ว แต่จะหันไปโฟกัส เกี่ยวกับคอนเทนท์ต่างๆ แทน เพื่อมาเสริมจุดแข���ง ของสปริง นิวส์ และในปี 2555 บริษทั จะพยายามล้าง ขาดทุนสะสมให้หมดเพื่อให้จ่ายเงินปันผลได้ แต่จะ ด�ำเนินการด้วยวิธีใดคงต้องดูกันอีกครั้ง” ล่าสุดทางผู้บริหาร SLC ได้รับการยืนยัน จากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1-2 ได้แก่ ฉาย บุนนาค และ บมจ. พีพลัสพี (PLUS) พร้อมจะใช้สิทธิเพิ่ม ทุนตามสัดส่วนการถือครองทั้งหมด ขณะที่ธนพันธ์ หนึ่งในผู้ถือหุ้นยืนยันที่จะใช้สิทธิครั้งนี้เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นอยู่ 1-2%

เคล็ดลับเซียนหุ้นบันลือโลก สัปดาห์นี้ ขอเสนอหนังสือเล่มใหม่ของผูเ้ ขียนเป็นการรวบรวม เหมวชิรวรากร ผูบ้ กุ เบิกการลงทุนแบบเน้นคุณค่าคนแรกๆ ของเมือง กลุ่มผู้บุกเบิกรุ่นแรกๆ ของ บทความที่เขียนในคอลัมน์ Value Way ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยน�ำบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับนักลงทุนระดับโลกหลายท่าน เช่น วอร์เรน บัฟเฟตต์, เบนจามิน เกรแฮม, ปีเตอร์ ลินซ์, ชาร์ลี มังเกอร์, เซอร์จอห์น เทมป์เพลตัน, จอห์น เนฟฟ์, จอร์จ โซรอส, แอนโทนี่ โบลตัน, จิม โรเจอร์ และอีกหลายกูรูด้านการลงทุน ในภาคแรกของหนังสือกล่าวถึงบทสัมภาษณ์และหลักการ ลงทุนของเหล่าเซียนหุ้นระดับโลกเหล่านั้น ตัวอย่างเช่นการเปิด เผยถึงเหตุผลในการซื้อหุ้นปิโตรไชน่าของบัฟเฟตต์รวมถึงเหตุผล ในการขายหุ้นนี้ของเขาด้วยซึ่งบัฟเฟตต์บอกว่าเขาขายหุ้นเร็วเกิน ไปอีกครั้งแล้ว หรือการเอาตัวรอดจากวิกฤติซับไพร์มของจอร์จ โซรอสซึ่งท�ำให้เขาสามารถท�ำก�ำไรจากการลงทุนในปีนั้นได้อย่างไร ในภาคสองพูดถึงผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจซับไพร์มที่ผ่านมา ต่อตลาดหุ้นและในภาคสุดท้ายมีการแนะน�ำหนังสือส�ำหรับผู้สนใจ ศึกษาในการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ส�ำหรับหนังสือเล่มนี้ได้รับเกียรติจากท่านอาจารย์ ดร.นิเวศน์

ป 2550 ป 2551 ป 2552 ป 2553 858.10 449.96 734.54 1,032.76 298 500 341 364 17.03 7.01 25.56 15.35 2.02 0.98 1.56 2.04 17,097 15,870 17,854 28,669 6,636,068 3,568,223 5,873,100 8,334,684

ไทยมาช่วยเขียนค�ำนิยมด้วย ขอน�ำค�ำนิยมดังกล่าวมาลงใน ณ ที่นี้ “กฎของการเรียนรู้ที่ส�ำคัญที่สุดของเซียนหุ้นอย่าง ชาร์ลี มังเกอร์ หรือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็คือ คุณจะต้องเรียนรู้จากคนที่เก่ง ที่สุดในวงการ ดังนั้น ส�ำหรับการเรียนรู้เรื่องหุ้นแล้ว ไม่มีอะไรดี ไปกว่าการเรียนรู้จาก เซียนหุ้นระดับโลก หรือ “เซียนหุ้นบันลือโลก” ตามชื่อหนังสือเล่มนี้ ในหนังสือเล่มนี้ ได้รวบรวมหลักการและแนวความคิดของ คนที่เก่งและประสบความส�ำเร็จสูงที่สุดในโลกของการลงทุนกลุ่ม หนึ่ง คนกลุ่มนี้ประสบความส�ำเร็จด้วยหลักการการลงทุนแบบเน้น คุณค่า สถิติการลงทุนของพวกเขานั้นด�ำเนินมาต่อเนื่องยาวนานจน ไม่มีโอกาสที่จะเป็นเรื่องของความบังเอิญและดังนั้นฝีมือของพวก เขาจึงเป็นที่ประจักษ์ แต่สิ่งที่ส�ำคัญยิ่งกว่าก็คือ พวกเขาไม่ได้เก็บ เทคนิคและวิธีการลงทุนไว้เป็นความลับส่วนตัว ตรงกันข้าม ทุกคน ต่างก็เปิดเผยและแนะน�ำวิธีการลงทุนที่ถูกต้องแก่สาธารณชนทั่วไป ส�ำหรับผู้แต่งนั้น โดยส่วนตัวก็เป็นนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า

ตลาดหุ้นไทย นอกจากนั้น ก็ยัง เป็นนักเขียนและผู้เผยแพร่แนว ความคิดและหลักการลงทุนแบบ Value Investment ที่ถูกต้อง ตั้งแต่แรกๆ ดังนั้น การเขียน หนังสือเล่มนี้ จึงเต็มไปด้วย เรื่องราวของเซียนหุ้นระดับโลก ที่น่าสนใจ การคัดเลือกเซียนที่ เข้ามาอยูใ่ นบทความก็มคี วามหลากหลายและเหมาะสม นอกจากนัน้ ส�ำนวนและวิธีการเล่าเรื่องก็ท�ำได้อย่างเรียบง่ายท�ำให้การท�ำความ เข้าใจไม่มีปัญหาเลย ผมเองอ่านจบในรวดเดียวอย่างรื่นรมย์และ ยังรู้สึกว่าอยากจะอ่านต่ออีก ดังนั้น ผมจึงแนะน�ำให้นักลงทุนทุก คนไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือที่เชี่ยวชาญแล้วอ่าน ผมเชื่อว่าการลงทุน อ่านหนังสือเล่มนีน้ า่ จะมีความคุม้ ค่าสูงมาก ดังนัน้ Value Investor ทุกคนไม่ควรพลาด”

KTC หุน่ ขีผ ้ งึ้ ‘มาดามทุสโซ’ ราคาพิเศษ

เคที ซี ร่ ว มกั บ พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ หุ ้ น ขี้ ผึ้ ง มาดามทุ ส โซ จั ด โปรโมชั่นพิเศษส�ำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท พาสมาชิกครอบครัวชมหุ่นขี้ผึ้งจ�ำลองของคนดังระดับโลกและ ประเทศไทย รับส่วนลดทันที 20% ส�ำหรับผู้ใหญ่เพียง 280 บาท (ราคาปกติ 350 บาท) และส�ำหรับเด็กเพียง 200 บาท (ราคา ปกติ 250 บาท) ผูส้ นใจสามารถซือ้ บัตรเข้าชมได้ที่ KTC World โทร. 02-631-3444 กด 2 และที่ KTC Touch ทัว่ กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2554 และสามารถเข้าชม ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 สิงหาคม 2554

บัตร TMB ผ่อน 0% นาน 3 เดือน

ธนาคารทหารไทย น�ำเสนอบริการแบ่งจ่าย รายเดือนทีเอ็มบี โซกูดด์ (TMB So GooOD) ส�ำหรับ ลูกค้าผูถ้ อื บัตรเครดิต TMB ทุกใบ ให้มีอิสระในการ จับจ่ายสินค้าและบริการทุก ประเภท โดยสามารถผ่อนช�ำระ 0% ผ่านบัตรเครดิต TMB นาน ถึง 3 เดือน จากทุกร้านค้าไม่จำ� กัดรายการใดๆ เพียงติดต่อ TMB Call Center 1558 กด 1110 หลังการจับจ่ายโดยไม่มีข้อจ�ำกัด หรือขัน้ ตอนซับซ้อนใดๆ ลูกค้าทีส่ นใจสอบถามรายละเอียดและ เงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ TMB ทุกสาขา หรือโทร.1558

ยืดแคมเปญ ‘ทิสโก้ ซุปเปอร์โบนัส’

ธนาคารทิสโก้ ขยายระยะเวลาแคมเปญ “ทิสโก้ ซุปเปอร์ โบนัส” ออกไปจนถึงวันที่ 1 เม.ย. 2554 ส�ำหรับลูกค้าเงินฝาก บัญชี “ซุปเปอร์ออมทรัพย์” ที่มีฝากเงินในบัญชีมากกว่า 1 ล้าน บาทขึน้ ไป และคงเงินไว้ 11 เดือน โดยลูกค้าจะได้รบั โบนัสพิเศษ ทุกๆ 1,000 บาท ต่อเงินฝาก 1 ล้านบาท หรือสูงสุด 10,000 บาท นอกเหนือไปจากอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ ส�ำหรับเงินฝากตั้งแต่ 1 แสน-10 ล้านบาท ดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.50% (ณ วันที่ 3 มี.ค. 2554) สามารถถอนได้เดือนละ 2 ครั้ง ผู้ที่สนใจติดต่อหรือสอบถาม เพิ่มเติมได้ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขาหรือโทร.02-633-6000 ตลอด 24 ชั่วโมง

ธอส.สินเชื่อบ้าน 0% นาน 6 เดือน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) น�ำเสนอสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 6 เดือน เดือนที่ 7- 24 เท่ากับ MRR 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสญ ั ญา เท่ากับ MRR - 1.00% ต่อปี ส�ำหรับลูกค้าสวัสดิการ ส่วนลูกค้ารายย่อยทัว่ ไปคิดเท่ากับ MRR - 0.50% และลูกค้าที่มีประวัติผ่อนช�ำระหนี้ดีในช่วงระยะ เวลา 2 ปีแรก ธนาคารจะมอบดอกเบี้ย 0% เพิ่มให้อีก 1 เดือน ในเดือนที่ 25 วงเงินให้กสู้ งู สุด 100% ของราคาประเมินหรือราคา ซื้อขาย ผ่อนได้นานสูงสุด 30 ปี ยื่นขอกู้ได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2554 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-645-9000

สินเชื่อ HSBC ดอกเบี้ย 11% นาน 11 เดือน

สินเชือ่ บุคคล เอชเอสบีซี มอบวงเงินอนุมตั สิ งู สุด 5 เท่าของเงินเดือน และ ทางเลือกในการผ่อนช�ำระ นานสูงสุด 60 เดือน พร้อม เสนอโปรโมชั่นสุดเร้าใจ ดอกเบี้ย 11% ต่อปี นาน 11 เดือน และยังมอบความสะดวกใน การผ่อนช�ำระผ่านเคาน์เตอร์หรือหักบัญชีธนาคารเอชเอสบีซี จุดบริการรับช�ำระเคาน์เตอร์เซอร์วิส เจมาร์ท เพย์พอยท์ ทีโอที บลิสเทล ช็อป เพย์สเตชัน่ และส�ำนักบริการเอไอเอสทุกสาขา สนใจ รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาศึกษาได้ที่ www.hsbc.co.th

BTS ผนึกบัตรกรุงศรีฯ-เซ็นทรัลการ์ด

บีทีเอส แอสเสทส์ รับช�ำระเงินค่าท�ำสัญญาคอนโดมิเนียม โครงการ แอ็บสแตร็กส์ สุขุมวิท 66/1 ผ่านบัตรเครดิต กรุงศรีฯ และเซ็นทรัล เครดิตการ์ด รับสิทธิผ่อนช�ำระ 0% นาน 10 เดือน และข้อเสนอพิเศษรับส่วนลดเงินสดทันที 70,000-100,000 บาท พร้อมตกแต่งฟรีมลู ค่าสูงสุดถึง 400,000 บาท ตัง้ แต่วนั ที่ 18-31 มีนาคม นี้

สินเชื่อเพื่อการศึกษาสมาชิก กบข.

ธนาคารธนชาต ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับกองทุน บ�ำเหน็จบ�ำนาญข้าราชการ (กบข.) ในโครงการสนับสนุน สินเชื่อเพื่อการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพือ่ เติมเต็มความต้องการทางการศึกษาของสมาชิก กบข. ในวงเงิน กู้เต็ม 100% ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ใน 4 เดือนแรก ตั้งแต่วันนี้ถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2554 นี้เท่านั้น

SCB-จุฬาฯ ปั้นนักธุรกิจมือโปร

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่ ว มกั บ จุ ฬ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เปิดอบรม “โครงการเสริมศักยภาพ นั ก ธุ ร กิ จ มื อ โปร” หรื อ (SCB SME -Intelligent Entrepreneur Program : IEP) รุน่ ที่ 2 รุกพัฒนาทักษะผูป้ ระกอบการทีเ่ ป็นเจ้าของธุรกิจ เอสเอ็มอี เพื่อเสริมทักษะการบริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพ สนใจ สมัครเข้าร่วมโครงการหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-722-2222

ทิสโก้ เซ็ท อิควิตี้ ทริกเกอร์ 11% กอง 2

บลจ.ทิสโก้ ออกกองทุน “ทิสโก้ เซ็ท อิควิตี้ ทริกเกอร์ 11% กองที่ 2” เน้นลงทุนหุ้นไทยพื้นฐานดี เพิ่มทางเลือกให้กับ นักลงทุนตั้งเป้าหมายท�ำก�ำไร 11% พร้อมปิดกองคืนเงิน ขาย ไอพีโอ 7 - 16 มีนาคม นี้ ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TISCO Contact Center 02-6336000 กด 4


8

วันที่ 14 มกราคม 2554

เกมรุกครั้งล่าสุด เครือรพ.กรุงเทพ เข้าเก็บหุ้น รพ.บ�ำรุงราษฎร์ ของกลุ่ม โสภณพนิช เกมนี้เพิ่งเริ่มต้น... จับตาเหยี่ยวธุรกิจผู้มี สายตายาวไกล ‘นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ’ นับจากนี้เ ครื อ รพ.กรุ ง เทพ จะเป็ น ทอง

แผ่นเดียวกันกับ รพ.บ�ำรุงราษฎร์ หรือจะอยูร่ ว่ มกัน อย่างหวาดระแวง เป็นความเงียบงันทีต่ า่ งฝ่ายต่าง ไว้เชิงซึ่งกันและกัน “ไม่ได้ดอดเข้าซือ้ ...แต่ซอื้ ตรงๆ และไม่เคยคิด เทคโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร ในชีวิตไม่เคยท�ำ” นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผูอ้ ำ� นวยการ

นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

วิชัย ทองแตง

ควบรวมกิจการกับเครือรพ.พญาไท-เปาโล คาดว่า จะแล้วเสร็จในกลางเดือนเมษายนนี้ ในเชิงรายได้ และก�ำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% การเดินเกมธุรกิจของคุณหมอวัยไม้ใกล้ฝั่ง รายนี้ ก�ำลังท�ำให้เครือรพ.กรุงเทพ “หนีคแู่ ข่ง” ไป พร้อมๆ กับ “ไล่กนิ ” คูแ่ ข่งไปเรือ่ ยๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า วิธีการไล่ซื้อโรงพยาบาลอื่นยิ่งท�ำให้รพ.กรุงเทพ เข้มแข็งทัง้ ใน “แนวลึก” ลดต้นทุน และ “แนวกว้าง” ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ คู่แข่งของหมอเสริฐไม่ได้กลัวกลยุทธ์ “ขึ้น ราคา” แต่กลัวกลยุทธ์ “ลดราคา” ต่างหาก ในเกม ธุรกิจถ้าใครกุมตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้แล้วใช้กลยุทธ์ ลดราคา คู่แข่งที่เหลือจะถูกบีบเข้ามุมและยอม จ�ำนน (ขายกิจการ) ในที่สุด มีขา่ วเล็ดลอดว่าผูถ้ อื หุน้ ใหญ่รพ.บ�ำรุงราษฎร์ ค่อนข้าง “ไม่พอใจ” กับวิธกี ารเก็บหุน้ ทีไ่ ม่บอกกล่าว กันก่อน ปัจจุบันรพ.บ�ำรุงราษฎร์ก�ำลัง “ถูกบีบ” ในเชิงภูมิศาสตร์และเชิงกลยุทธ์ทั้ง “ไม้นวม- ไม้แข็ง” เป็นความเงียบงันทีต่ า่ งฝ่ายต่างไว้เชิงซึง่ กัน และกันว่า “ข้าก็เหนือ” บนความ “หวาดระแวง” ที่อีกฝ่ายเก็บอาวุธไว้ใต้โต๊ะเจรจา หมอเสริฐพยายามสือ่ ว่าไม่เคยคิดเทคโอเวอร์

ผ่ากลยุทธ์ ‘นพ.ปราเสริฐ-รพ.กรุงเทพ’ ตีโอบคู่แข่ง-เปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร ใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสติ เวชการ (BGH) กล่าว หลังจาก มีขา่ วรพ.กรุงเทพ “แอบ” เข้าซือ้ หุน้ บมจ.โรงพยาบาล บ�ำรุงราษฎร์ (BH) สัดส่วน 11.11% แบบทีอ่ กี ฝ่าย ไม่ทันตั้งตัว หมอเสริฐ วัย 77 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมา อย่างโชกโชนยังเก็บง�ำการเดินแผนธุรกิจอย่าง ลุม่ ลึก เขาไม่ยอมคลายค�ำตอบว่าจะซือ้ หุน้ บ�ำรุงราษฎร์ เพิ่มอีกหรือไม่ แต่ยืนยันเจตนาว่าต้องการเป็น “พันธมิตร” กับบ�ำรุงราษฎร์ ทัง้ ทีก่ อ่ นหน้านัน้ ได้มี การหารือกับผู้ถือหุ้นใหญ่บ�ำรุงราษฎร์ (ตระกูล โสภณพนิช) มาระยะหนึง่ แล้วแต่ยงั ไม่ทนั ได้ขอ้ สรุป.. หมอเสริฐก็ชิงลงมือแบบสายฟ้าแลบ พฤติกรรมหลายครั้งบ่งชี้ว่านักธุรกิจวัยชรา รายนี้ ไม่เพียงเป็นเหยี่ยวธุรกิจที่กัดไม่ปล่อยและ รอคอยทีจ่ ะโฉบเหยือ่ อย่างใจเย็น นพ.ปราเสริฐยังเป็น นักวางกลยุทธ์ทหี่ าตัวจับยาก เช่นกรณีกอ่ นจะเข้าไป “ฮุบ” เครือโรงพยาบาลพญาไท (PYT) และเครือ โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียลของ ทนายวิชยั ทองแตง รพ.กรุงเทพใช้วิธีทยอยเข้าสะสมหุ้น PYT ไว้ก่อน 19.47% ก่อนจะจบดีลทีก่ ารเทคโอเวอร์แบบเป็นมิตร หมอเสริฐยังใช้วิธีทยอยเก็บหุ้น RAM แบบ ใจเย็นจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่โรงพยาบาล รามค�ำแหงสัดส่วน 38.24% แต่ทว่าในแง่การบริหาร นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลรามค�ำแหง ก็ “ตีกันสุดฤทธิ์” ไม่ให้ คุณหมอนักล่ารายนีแ้ ผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาภายใน โรงพยาบาล ขณะเดียวกันโรงพยาบาลรามค�ำแหง ก็ไปประสานความร่วมมือกับ “เสีย่ อ้วน” ชัยสิทธิ์ วิรยิ ะเมตตากุล ผูบ้ ริหารเครือโรงพยาบาลวิภาวดี (VIBHA) สร้างแนวป้องกันตัวเอง ทัง้ RAM และ VIBHA ต่างมีคแู่ ข่งรายเดียวกัน คือรพ.กรุงเทพ ซึง่ ไม่ใช่คแู่ ข่งทางภูมศิ าสตร์โดยตรง แต่เป็นคู่แข่งเชิงกลยุทธ์มากกว่า ในวงการแพทย์ รู้กันดีว่าการรุกคืบของรพ.กรุงเทพ เพื่อจ้องฮุบ โรงพยาบาลรามค�ำแหงเป็น Hostile Takeover ที่อีกฝ่ายไม่ค่อยแฮปปี้..แต่ไม่พูด ช่วงหลายปีทผี่ า่ นมานพ.ปราเสริฐเดิมเกมรุก รวบรวมธุรกิจโรงพยาบาลไว้ในอุ้งมือ นับตั้งแต่ การเข้าเทคโอเวอร์โรงพยาบาลสมิติเวช สัดส่วน 95.76% เข้าซื้อโรงพยาบาลบีเอ็นเอช 91.42% รวมถึงทยอยเข้าเก็บหุน้ โรงพยาบาลกรุงธน (KDH) สัดส่วน 20.20% ผ่าน บล.เอเซีย พลัส เมือ่ กลางปี 2553 ทีผ่ า่ นมา หมอเสริฐยังเข้าถือหุน้ โรงพยาบาล นนทเวช (NTV) ในนามส่วนตัว 0.79% ซึง่ อาจเป็น

ตกเป็นข่าว ถูก บมจ.กรุงเทพดุสิต

เวชการ (BGH) ตี ท ้ า ยครั ว เข้ า ซื้ อ หุ ้ น โรงพยาบาลบ�ำรุงราษฎร์ (BH) จ�ำนวน 81.11 ล้านหุ้น สัดส่วน 11.11% โดยล็อตแรก ซื้อจ�ำนวน 46.11 ล้านหุ้น สัดส่วน 6.32% เมือ่ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 จากกองทุน Capital Group International ของสหรัฐอเมริกา ล็อตที่สองซื้อจากไทยเอ็นวีดีอาร์ 35 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.79% เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 ทัง้ สองรายการระบุราคาซือ้ สูงสุดที่หุ้นละ 33.51 บาท ปัจจุบัน รพ.บ�ำรุงราษฎร์ ถือหุ้นใหญ่ โดยกลุม่ โสภณพนิช โดยมี ชัย โสภณพนิช เป็นประธานกรรมการบริษทั กระแสข่าววงใน ระบุว่าการที่ BGH เข้าซื้อหุ้นครั้งนี้อาจน�ำ ไปสู่การ “เปิดทาง” ให้รพ.กรุงเทพเข้ามา ถือหุ้นบ�ำรุงราษฎร์เพิ่มอีกถ้าทั้งสองฝ่าย สามารถเจรจาผลประโยชน์กันลงตัวเพราะ ธุรกิจโรงพยาบาลก็ไม่ใช่ Core Business ของตระกูลโสภณพนิชอยู่แล้ว เดนิส บราวน์ ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร บมจ.โรงพยาบาลบ�ำรุงราษฎร์ เปิดเผย ว่าบ�ำรุงราษฎร์เปิดกว้างที่จะร่วมมือกับ

เป้าหมายต่อไปเช่นกัน “เมื่อมีจังหวะที่หุ้นราคาถูกจึงได้เข้าไปลงทุน (BH) ส่วนในอนาคตจะเป็นอย่างไรและจะมีแนวทาง การควบรวมกิจการหรือไม่นั้น ขั้นแรกคงต้องรอ ให้การรับโอนกิจการจาก บมจ.เฮลท์ เน็ตเวิร์ค (เครือพญาไท-เปาโล) แล้วเสร็จก่อน เพือ่ ท�ำให้อนั ดับ เครดิ ต ดี แ ละขอให้ บ ริ ษั ท มี ฐ านะมั่ น คงก่ อ น” หมอเสริฐ กล่าว ส�ำหรับดีลการเข้าซือ้ หุน้ บ�ำรุงราษฎร์ คุณหมอ นักเทคโอเวอร์ กล่าวว่า ได้แรงบันดาลใจมาจาก กองทุนเทมาเส็ก ของสิงคโปร์ ที่ขายหุ้นออกมา ในราคา 29 บาท เป็นจุดทีน่ า่ สนใจแต่รพ.กรุงเทพ ซื้อในราคาแพงกว่านิดหน่อย แต่ยังถือว่า “ถูก” หากขายหุ้น (BH) ตอนนี้ก็ยังมีก�ำไร และช่วงที่

เข้าไปซื้อเป็นช่วงที่ต่างประเทศทิ้งหุ้นออกมามาก เมื่อเห็นหุ้นถูกก็ซื้อไว้ วัตถุประสงค์ของ รพ.กรุงเทพ ต้องการ “กินรวบ” ทุกตลาดไว้ทงั้ หมด ปัจจุบนั คุม “ตลาดบน” ไว้ส่วนใหญ่ แผนเข้าเทคโอเวอร์เครือรพ.เปาโล เมโมเรียลและรพ.พญาไท เพื่อขยายตลาดคนไข้ ระดับ “กลาง-ล่าง” มากขึน้ โดยแผนขัน้ ต่อไปจะมี การเปิดคลินิกในต่างจังหวัดรุกหนักขึ้น หมอเสริฐยืนยันว่า เครือรพ.กรุงเทพ ไม่มี นโยบายปรับขึ้นค่าบริการรักษาพยาบาล แต่มี เป้าหมายทีจ่ ะ “ลดค่าบริการมากกว่า” การทีข่ นาด บริษัทใหญ่ขึ้นท�ำให้มีต้นทุนที่ถูกลงน่าจะท�ำให้ สามารถลดค่าบริการลงได้ โดยอาจมีการก�ำหนด ค่าบริการเป็นแพ็คเกจ ส�ำหรับความคืบหน้าการ

มาร์เก็ตแคป BGH พุ่ง 83,000 ล้านบาท ดีลควบรวมกิจการระหว่าง บมจ.กรุงเทพ บัญชี อีกทัง้ ถ้ามีกำ� ไรสุทธิกไ็ ม่ตอ้ งเสียภาษีอกี ดุสติ เวชการ (BGH) กับ บมจ.เฮลท์ เน็ตเวิรค์ (เครือ รพ.พญาไท และเครือรพ.เปาโล เมโมเรียล) ของ ทนายวิชัย ทองแตง จะมีการรับโอน สินทรัพย์ประมาณ 9,825 ล้านบาท โดยช�ำระ ด้วยหุน้ เพิม่ ทุน BGH จ�ำนวน 230.87 ล้านหุน้ ที่ราคาหุ้นละ 37.75 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 8,715 ล้านบาท และจ่ายเงินสดอีก 680 ล้านบาท รวมถึงรับโอนหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ย ค้างจ่าย 430 ล้านบาท เพิม่ ทุนอีก 4.12 ล้านหุน้ ให้แก่กลุม่ ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ของเฮลท์ เน็ตเวิรค์ ในราคาหุน้ ละ 37.75 บาท และท�ำค�ำเสนอซือ้ หุน้ ทั้งหมดของ บมจ.ประสิทธิ์พัฒนา (PYT) โดย BGH ต้องออกหุน้ เพิม่ ทุน 72.19 ล้านหุน้ แลก ในสัดส่วน 10.17 หุ้น PYT ต่อ 1 หุ้น BGH ภายหลังการเพิ่มทุน BGH จะมีทุนเพิ่มจาก 1,246.19 ล้านบาท เป็น 1,553.39 ล้านบาท โดยออกหุ้นใหม่ทั้งหมด 307.19 ล้านหุ้น นฤมล น้อยอ�ำ ่ ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร ด้านการเงิน บมจ.กรุงเทพดุสติ เวชการ เปิดเผย ว่า ภายหลังการควบรวมกิจการกันแล้วหุ้น BGH จะไดลูทลง 15.9-19.8% ขึน้ อยูว่ า่ จะเลือก ใช้วธิ ชี ำ� ระด้วยเงินสดทัง้ หมดหรือแลกหุน้ บางส่วน ของบมจ.ประสิทธิ์พัฒนา (PTY) แม้ PYT จะ มีผลขาดทุนสะสมอยูแ่ ต่จะไม่มผี ลกระทบทาง

1-2 ปีตามกฎหมาย “เมือ่ ควบรวมกิจการเข้ามาจะท�ำให้กำ� ไร ต่อหุ้นของเราเพิ่มขึ้นอีก 20% รวมถึงยังมีค่า ความนิยมอีก 8,800 ล้านบาท แต่ไม่มีผลใน งบก�ำไรขาดทุนจะรวมอยู่ในงบดุลแทน” นฤมล กล่าวอีกว่าผลประโยชน์ทจี่ ะได้รบั ทันทีหลังควบรวมเสร็จไม่เกินเดือนเมษายน คาดว่า EBITDA จะเพิ่มขึ้นทันที 45% โดย ในส่วนของรายได้จากส่วนของ บมจ.เฮลท์ เน็ตเวิรค์ สิน้ ปีนนี้ า่ จะเติบโต 40% ผลประโยชน์ อื่นๆ ที่จะได้เครือข่ายโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 42% จ�ำนวนสาขาเพิม่ จาก 19 แห่งเป็น 27 แห่ง จ�ำนวนเตียงเพิ่มขึ้น 57% จาก 3,127 เตียง เป็น 4,901 เตียง มูลค่าตลาดเพิม่ ขึน้ อีก 25% จาก 47,040 ล้านบาทเป็น 58,637 ล้านบาท แต่ถ้าค�ำนวณจากราคาตลาดหุ้น BGH ใน ปัจจุบนั (53.50 บาท) มาร์เก็ตแคปจะเพิม่ เป็น 83,101 ล้านบาท ในแง่มลู ค่าตลาดในภูมภิ าคเอเชียแปซิฟกิ เครือ รพ.กรุงเทพ จะไต่อนั ดับมาเป็น “อันดับสอง” รองจากโรงพยาบาลจากประเทศออสเตรเลีย รวมถึงรายได้รวมและก�ำไรสุทธิก็จะอยู่ใน “อันดับสอง” ด้วยเช่นกัน ส่วนการรับรู้ราย ได้จากการถือหุ้นบ�ำรุงราษฎร์ (BH) 11.11% จะรับรู้รายได้ในรูปของเงินปันผลเท่านั้น

แบบไม่เป็นมิตร กรณีเข้าซื้อหุ้นบ�ำรุงราษฎร์ เป็น เพียงแค่การลงทุน เท่านั้น และซื้ออย่างเปิดเผย ไม่ได้ “แอบ” หรือ “ดอดซื้อ” ถ้าขายออกไปก็ได้ ก�ำไรแล้ว 800 ล้านบาท แต่ไม่คิดจะขายหรือซื้อ เพิม่ อีกตอนนี้ พร้อมยืนยันว่าพอเข้าไปซือ้ หุน้ เสร็จ ก็ได้คุยกันอีกครั้งก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน ที่ผู้บริหาร ฝรัง่ ฝัง่ นัน้ (บ�ำรุงราษฎร์) ออกมาให้ขา่ วก็ไม่ได้ถอื สา อะไรเขาอาจจะระแวงไปเอง “ไม่วา่ ใครเราก็คยุ กันแบบเพือ่ นหมด อนาคต อะไรก็เกิดขึ้นได้ อนาคตใกล้ๆ เรา ไม่มีแผนจะ เข้าไปนัง่ เป็นกรรมการหรือเทคโอเวอร์บำ� รุงราษฎร์ เราเป็นโรงพยาบาลระดับเดียวกัน (ระดับบน) สามารถร่วมมือกันได้ในอนาคตการจะควบรวม กันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น” หมอเสริฐวัย 77 ปี ยังบอกด้วยว่าสภาวะแวดล้อม ในประเทศไทยไม่ค่อยเอื้อต่อธุรกิจโรงพยาบาล สักเท่าไรแม้วา่ ไทยจะมีศกั ยภาพดีทสี่ ดุ ในอาเซียน อีก 3 ปีข้างหน้าแพทย์และพยาบาลจะเดินทาง ออกนอกประเทศไปท�ำงานได้อย่างเสรี รวมถึง ต่างชาติจะมาไล่เทคโอเวอร์โรงพยาบาลในประเทศไทย ผูป้ ระกอบการไทยควรต้อง “รวมกลุม่ กัน” ให้แน่น เข้าไว้...หมอเสริฐตีภาพให้ดูน่ากลัว ส�ำหรับแผนธุรกิจหลังจากควบรวมกับเครือ พญาไท-เปาโล เขาบอกว่า เครือรพ.กรุงเทพจะได้ ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่เป็นกลุ่มคนไข้นอกและคนไข้ ประกันสังคม จนถึงลูกค้าระดับบนบางส่วน ในส่วน ของรพ.กรุงเทพ รพ.สมิติเวช และรพ.บีเอ็นเอช จะจับตลาดบนและคนไข้ต่างชาติ นอกจากนี้ ยั ง สามารถลดต้ น ทุ น และเกิ ด ประสิทธิภาพในระบบจัดซือ้ ยาและเวชภัณฑ์, ห้องแล็บ, ระบบไอที, ระบบบัญชี และการส่งต่อคนไข้ระหว่างกัน อนาคตทางกลุม่ จะรับคนไข้กลุม่ ข้าราชการเข้ามาอยู่ ในพอร์ตด้วย ทีผ่ า่ นมา รพ.พญาไทและเปาโล มีตน้ ทุน เงินกูแ้ พงพอมาอยูก่ บั รพ.กรุงเทพก็ชว่ ยลดต้นทุน ตรงนี้ได้ ส�ำหรับเป้าหมายรายได้รวมในปี 2554 ส่วนของ BGH ตัง้ เป้าเติบโต 10% เหมือนทุกปี แต่ในส่วนของ รพ.พญาไท-เปาโล น่าจะโตได้มากกว่าดูจากแนวโน้ม ยังโตได้สูงอีกหลายปี ส่วนแผนการลงทุนใน ต่างประเทศปัจจุบนั กลุม่ รพ.กรุงเทพรับจ้างบริหารที่ อาบูดาบีและพม่าและมีสาขาทีก่ มั พูชา ตอนนีก้ ำ� ลัง มองหาโอกาสอยู่เหมือนกันแต่คงเป็นแบบรับจ้าง บริหารมากกว่าลงทุนเอง “ที่ฮ่องกงทางบ�ำรุงราษฎร์เขาอยากไป เราก็จะไม่ไปยุง่ วงการนีผ้ มถือว่าทุกคนคือเพือ่ น ไม่ใช่คแู่ ข่ง” นายแพทย์ปราเสริฐ กล่าว...นีค่ อื วิธคี ดิ ของเหยีย่ วธุรกิจผูม้ สี ายตายาวไกล “เหยีย่ วเวหา” ผู้สร้างต�ำนานสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

ริมถนนนักลงทุน ฉบับที่ 352 ประจ�ำวันที่ 14 - 20

มีนาคม 2554 • “เฮียฮ้อ” สุรชัย เชษฐโชติศกั ดิ์ สัง่ หลานรัก “กวง” คมสันต์ เชษฐโชติศกั ดิ์ ให้เก็บข้าวของย้ายตึกและห้องท�ำงาน มานั่งใกล้ๆ จะได้เรียกปรึกษากันได้สะดวกทันใจ ขณะที่ “เฮีย” ตั้งเป้าขึ้นเป็น “เบอร์หนึ่ง” ในวงการ “ดิจิทัล เอ็นเตอร์เทนเมนท์” จัดเสวนากระตุน้ “พนักงานอาร์เอส” ในหัวข้อ “เราจะเปลี่ยน หน่ ว ยงานขอเราไปสู ่ Digital Entertainment ได้อย่างไร” เชิญวิทยากร ขั้นเทพ “ภาวุธ พงษ์- วิทยภานุ” แห่ง “ตลาด ดอทคอม” มาบรรยาย ช่วงนี้ “เฮียฮ้อ” เก็บหุ้น RS “โชว์” น่าดู • ใกล้ เ ลื อ กตั้ ง พรรคการเมืองต่างเร่ง สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ “ระดมทุน” เข้าพรรค วันที่ 8 มีนาคม “โต๊ะจีน” 300 โต๊ะๆ ละ 2 ล้านบาท ของพรรค “ประชาธิปัตย์” จัดที่ “ศูนย์สิริกิติ์” ข่าวว่า “ไม่พอขาย” ยังมี “ดีมานด์ส่วนเกิน” อีกเพียบ วันที่ 12 มีนาคมพรรค “ชาติไทยพัฒนา” ของ “ป๋าเติ้ง” จัดงานที่ “อิมแพ็ค” ขายโต๊ะละ 1 ล้านบาท ส่วนพรรค “ภูมใิ จไทย” ของ “เนวิน ชิดชอบ” เน้น “ใกล้ชิด” ข่าวว่าจะจัดแค่ 35 โต๊ะ ขายโต๊ะละ 10 ล้านบาท • สัญญาใจกับ “เจ้าของใหม่” โออิชิ ไว้ ท�ำให้ “ตัน ภาสกรนที” จะไม่ท�ำร้านอาหารแนว “บุฟเฟ่ต์” แข่งกับ “โออิชิ” ส่วนร้านอาหาร “เกาหลี” เจ้าตัวก็สนใจแต่ “กลับล�ำ” ไม่ได้แล้ว เพราะมาทาง “อาหารญีป่ นุ่ ” ตัง้ แต่ตน้ กลัวผู้บริโภค “สับสน” • ยังไม่ทนั ยุบสภาเลือกตัง้ ใหม่ “พิเชษฐ สิทธิอำ� นวย” บอสใหญ่ “บล.บัวหลวง” เล่นบท “เสือปืนไว” รีบให้ “ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ” นักวิเคราะห์คนดัง แนะน�ำ นักลงทุน “จัดพอร์ตรับเลือกตั้ง” ให้เน้นกลุ่มธนาคาร, พลังงาน, อาหาร และมีเดีย รับรอง “ไม่ผิดหวัง” • สัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นรายงาน “โพธิพงษ์ ล�่ำซ�ำ” เข้าเก็บหุ้น “เมืองไทยประกันภัย” จ�ำนวน 300,000 หุ้น ที่ราคา 75.89 บาท มูลค่า 22.76 ล้านบาท “ดร.วีรวัฒน์ กาญจนดุล” ขายหุ้น CPF ล็อตใหญ่ 1 ล้านหุ้น ราคา 23.86 บาท มูลค่า 23.86 ล้านบาท “สมชาย คุลีเมฆิน” ขายหุ้น GC จ�ำนวน 1 ล้านหุ้น ที่ราคา 5.30 บาท จับตา “แสนสิริ” ปีนี้ “ผู้บริหาร” ขายหุ้นค่อนข้างมาก และ “ทยอยขาย” มาตลอด • หลังจาก “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ผู้บริหาร DTAC ประกาศลาออกและผันตัวเองไปเป็นกรรมการผู้จัดการ “บ.พี.เค.การ์เม้นท์” ผู้ผลิต “แม็คยีนส์” เริ่มงานวันแรก 1 พ.ค. นี้ ระหว่างนี้เลยต้อง “ท�ำการบ้าน” ตระเวนหา หนังสือเกี่ยวกับ “แฟชั่น” มาอ่าน แถมยังเดินเข้าออก โรงงานย่าน “อ่อนนุช” เป็นว่าเล่น ว่างๆ ก็แวะไปเยี่ยม “บูธแม็ค” ในห้างเป็นประจ�ำ ส่วนตัวไปไหนก็ใส่แต่ “แบรนด์ Mc” ยังไม่ทนั เริม่ งานก็ “อินน์” เข้าไปในสายเลือด ซะแล้ว • มีโอกาสเจอ “ต้น” ธนพันธ์ วงศ์ชินศรี กรรมการผู้อ�ำนวยการ SLC สอบถามวิธกี ารจัดสรรเงินลงทุน เจ้าตัวรีบปฏิเสธทันที “ผมไม่เล่นหุน้ ” นอกจากหุน้ SLC ทุกวันนีท้ ำ� แต่งานอย่าง เดียว จะเชื่อดีมั้ยเนี่ย! • ห้ามพลาดงานสัมมนา “TISCO Wealth - KT Investment Forum” ภายใต้ธีม “Wealth Creation” รวบรวมกูรดู า้ นการลงทุนทีจ่ ะเปิด เคล็ดสร้าง Wealth ด้วยน�้ำมัน, ทอง, อสังหาริมทรัพย์ และ Asset Allocation ในวันอังคารที่ 15 มีนาคม เวลา 8.00-11.30 น. ณ โรงแรมพลาซ่ า แอทธิ นี จองด่วน 087-075-9338 และ ธนา เธียรอัจฉริยะ 087-511-3381 “ฟังฟรี”

‘บ�ำรุงราษฎร์’ ไม่ปิดทาง ‘ควบรวม-เทคโอเวอร์’ โรงพยาบาลเอกชนทุ ก ราย ส่ ว นกลุ ่ ม รพ.กรุงเทพจะมาถือหุ้นหรือควบรวมกับ บ�ำรุงราษฎร์หรือไม่เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น สองฝ่ายตกลงกัน ส่วนตัวคงพูดแทน (กลุม่ โสภณพนิช) ไม่ได้ “เราเปิดกว้างเสมอถ้าจะต้องไปควบรวม กับใครหรือแม้แต่เราจะไปเทคโอเวอร์คนอืน่ ขึ้นอยู่กับโอกาสที่เข้ามา” เดนิส บราวน์ คุยว่า รพ.บ�ำรุงราษฎร์ ถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนทีใ่ หญ่ตดิ อันดับ ต้นๆ ของไทยถ้าไม่นบั รวมโรงพยาบาลรัฐบาล และถ้านับเฉพาะคนไข้ระดับบนเราอยูเ่ หนือ กว่ารพ.กรุงเทพ ด้วยซ�้ำ ประเด็นท้าทายที่ ก�ำลังจะเกิดขึน้ คือการเปิดประชาคมอาเซียน ในอีกสามปี เราไม่จำ� เป็นต้องมีเชนขนาดใหญ่ หรือร่วมกับใครก็สามารถแข่งขันได้ ส�ำหรับแผนการลงทุนภายใน 3-4 ปีนี้ ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 1,800 ล้านบาท โดยจะเพิม่ สัดส่วนผูป้ ว่ ยนอกและเน้นรักษา

คนไทย 60% ต่างชาติ 40% แต่รายได้จาก คนไข้ต่างชาติมีสัดส่วนมากกว่า หลายปี ป 2550-2553 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถรักษาอัตราก�ำไร ป 2550 ป 2551 ป 2552 ป 2553 EBITDA Margin ที่ระดับ 24% ได้ทุกปี (ลานบาท) (ลานบาท) (ลานบาท) (ลานบาท) ค่าใช้จา่ ยต่อคนไข้หนึง่ คนโตขึน้ ประมาณ 5% สินทรัพยรวม 7,466 8,104 8,567 9,152 ต่อปี ขณะทีร่ ายได้รวมเติบโตปีละประมาณ หนี้สินรวม 3,117 3,239 3,094 3,082 10% ปี 2554 คาดว่าผลประกอบการจะยัง สวนของผูถือหุน 4,349 4,865 5,473 6,069 เติบโตอยู่ในระดับนี้ รายไดรวม 9,413 8,882 9,338 10,069 ด้านแผนการลงทุนในต่างประเทศ กำไรสุทธิ 1,605 1,191 1,246 1,258 เตรียมยื่นประมูลก่อสร้างโรงพยาบาลที่ กำไรตอหุน (บาท) 2.2 1.64 1.71 1.73 ฮ่องกงซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลมีมูลค่า ROE(%) 42.06 25.85 24.1 21.81 สูงถึง 300 ล้านดอลลาร์ ใช้เวลาก่อสร้าง อัตรากำไรสุทธิ(%) 17.06 13.41 13.34 12.5 ประมาณ 2 ปี คาดว่าจะมีการเปิดประมูล ที่มา : ตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ในไตรมาสแรกปีหน้าซึง่ บ�ำรุงราษฎร์จะเข้าร่วม แข่งขันแน่นอน เฉพาะทางมากขึ้นตามกลยุทธ์ “เซ็กเมน- ลงทุนจะน�ำมาจากกระแสเงินสดเป็นหลัก ปัจจุบันบ�ำรุงราษฎร์มีการลงทุนใน เตชั่น” จะขยายพื้นที่อีก 5 ชั้นให้เต็ม และ ปัจจุบันบริษัทมี D/E Ratio เพียง 0.2 เท่า ต่างประเทศเช่นกันผ่านบริษทั ลูกคือ บริษทั เพิม่ จ�ำนวนเตียงอีก 100 เตียงจากปัจจุบนั มี มีเพดานการก่อหนี้ได้อีกเยอะ บ�ำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีสัดส่วน 480 เตียง จะเพิ่มเป็น 580 เตียง เม็ดเงิน ลูกค้าของบ�ำรุงราษฎร์ในปัจจุบันเป็น การถือหุ้น 31.5% ท�ำสัญญารับจ้างบริหาร

สรุปผลการดำเนินงาน ‘รพ.บำรุงราษฎร’

โรงพยาบาลทีอ่ าบูดาบีและฟิลปิ ปินส์ ตอนนี้ ยังมีสัดส่วนต่อก�ำไรสุทธิอยู่ที่ 3.5% “ประเทศที่เราสนใจจะไปลงทุนคือ มาเลเซีย จีน เวียดนาม อินเดีย แต่เรามุง่ มัน่ กับงานประมูลที่ฮ่องกงเป็นพิเศษ” เดนิส พูดถึงทิศทางการเติบโตของ อุตสาหกรรมโรงพยาบาลว่าทั้งภูมิภาค ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เชื่อว่าไทย เป็นประเทศที่มีศักยภาพไม่แพ้ใครในโลก แม้แต่คนมาเลเซีย สิงคโปร์ ยังต้องมาใช้ บริการทีไ่ ทย เชือ่ ว่ากลยุทธ์ของบ�ำรุงราษฎร์ ทีย่ ดึ มาตลอดคือเน้นคุณภาพของการรักษา และความช�ำนาญเรื่องโรคพิเศษจะท�ำให้ สามารถแข่งขันได้แม้จะมีการเปิดเสรีในอีก สามปีโดยไม่จ�ำเป็นต้องมีเชนจ�ำนวนมากๆ “ตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะรับการ เปิดประชาคมอาเซียน ปัจจุบันเราคิดว่า (ตัวเอง) เป็นที่หนึ่งในอาเซียนอยู่แล้ว”


กรุงเทพธุรกิจ Bizweek