Issuu on Google+

ขุมทรัพย์ ‘เสี่ยอ้วน’ ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล 7

3 ศุภชัย นิลวรรณ

‘คิดต่าง’ บริหารอาร์สยาม หนังสือพิมพ์ธุรกิจรายสัปดาห์ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek : bizweek@nationgroup.com ปีที่ 6 ฉบับที่ 356 วันที่ 11 เมษายน 2554

www.bangkokbiznews.com

‘อัพเกรด’ ใบหยกแบรนด์ ต่อยอด ‘ทำ�เลทอง‘ ของพ่อ

ประกายดาว แบ่งสันเทียะ

สูตรสร้างแบรนด์

‘แสนดี’ ป้อนโลก

4

เพราะไม่อยากแข่งขันสงครามราคาห้องพัก และค่าเช่าศูนย์ค้าส่งย่านประตูนำ �้ นักพัฒนาอสังหาฯ รุ่นเก๋าอย่างตระกูลใบหยก จึงตัดสินใจอัพเกรดแบรนด์ “ใบหยก” กับการทุ่มงบกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งรีโนเวทโรงแรมใบหยก 1-2 ผุดโรงแรมใหม่หัวช้าง เฮอริเทจ จับกลุ่มผู้มีกำ� ลังซื้อ ภายใต้การเข้ามาเต็มตัวของทายาทรุ่น 3 กับเป้าเติบโต 10% ในปีนี้ หลังไม่เห็นตัวเลขนี้มานานกว่า 3 ปี นอกจากใบหยกจะเป็นสัญลักษณ์ของตึกที่สูงที่สุดในประเทศแล้ว ยังรู้กันทั่วไปว่า

ตึกดังกล่าว (ใบหยก 1 และ ใบหยก 2) ตัง้ อยูบ่ นเป็นพืน้ ทีท่ ำ� เลทอง ย่านประตูนำ�้ ศูนย์คา้ ปลีก-ค้าส่งเสือ้ ผ้า ที่คลาคล�ำ่ ไปด้วยผู้คนหลายชาติหลากภาษาที่นิยมการจับจ่าย ทว่าในสภาพปัจจุบนั ธุรกิจของกลุม่ ใบหยก หนึง่ ในผูบ้ กุ เบิกท�ำเลทองในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รุ่นเก๋ารายนี้ กลายกลับเป็น “เป้า” ที่ถูกบีบจากคู่แข่งรอบด้าน จนส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต หาก ไม่ปรับตัว ทั้งจากศูนย์การค้าส่ง ค้าปลีก และธุรกิจโรงแรมที่ผุดขึ้นอย่างมากมายรองรับการเจริญเติบโตของ พื้นที่ไข่แดงกลางกรุงแห่งนี้ ไม่นับศูนย์ค้าส่งนอกพื้นที่เป็นไปเพื่อขอแบ่งชิ้นเค้กหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ใบหยกนิ่งเงียบท้าแดด ท้าลมมานาน จึงอดรนทนไม่ไหว พอดีกับการเข้ามาบริหารงานของ “ทีมคน หนุ่มสาว” เลือดใหม่ไฟแรง “ทายาทรุ่น 3” ของตระกูลใบหยก ที่มีผู้พ่ออย่าง “พันธ์เลิศ ใบหยก” เป็น กุนซือ นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการกลุ่มโรงแรมใบหยก ทายาททั้ง 4 น�ำทีมโดยพี่ใหญ่อย่าง ปิยะเลิศ ใบหยก มีเป้าหมายจะ “ต่อยอด” อาณาจักรใบหยกของ ผู้พ่อ โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน “ท�ำราคาที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีก” พัฒนาฐานลูกค้าให้กว้างขวาง ขึ้นไปถึงระดับพรีเมียม บนแนวทางของการ “อัพเกรด” ภาพลักษณ์แบรนด์ใบหยกขึ้นไปอีกขั้น ปิยะเลิศ ใบหยก รองประธานกรรมการกลุ่มโรงแรมใบหยก ย้อนให้ฟังว่า กว่า 5 ปี ของการเข้ามา ท�ำงานใต้ร่มเงาธุรกิจของพ่อที่รับช่วงธุรกิจต่อจากปู่ “เล็งเลิศ ใบหยก” เมื่อครั้งประมูลที่ดินมาจากธนาคาร อาคารสงเคราะห์ ในสมัยที่ที่ดินบริเวณนี้ยังรายล้อมด้วยแปลงผัก ปฐมบทธุรกิจตระกูลใบหยกในย่านประตูน�้ำ ก่อนที่จะพัฒนาที่ดินเป็นโรงแรมและศูนย์ค้าส่ง มีตึกสูงที่สุดในประเทศอย่าง “ตึกใบหยก 2” ที่ตั้ง ของโรงแรมใบหยกสกาย มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท เป็น Talk of the town ในขณะนั้น

วุฒิศักดิ์ คลินิก Success Story ของ ‘คนหนุ่ม’

5

2

‘ด้ของทะเล านที่สอง’

2

วิธีต่อเงินแบบ ‘ซีอีโอไร้ปริญญา’ ‘พนม ควรสถาพร’ นักลงทุน ป.7 ความรู้ด้านวิชาการฝากไว้ ที่ ‘โรงเรี ยน-มหาวิทยาลัย’ อายุ 60 ปี แล้ วป่ านนี ้ยังไม่ได้ ไปเอาคืน แค่ชนมั ั ้ ธยมศึกษายัง เรี ยนไม่ถงึ ‘พนม ควรสถาพร’ เซียนหุ้น ป.7 นักธุรกิจหลาย พันล้ าน ทุบโต๊ ะ สัง่ พนักงานความรู้สงู ๆ ได้ อย่างไม่ต้องเกรงใจ ใคร เพราะอัวนี ้ ่แหละ “พี่ใหญ่” กลุม่ บริ ษัท “ก๊ กฮวด” ที่ ร่วมกับ “เตี่ย” (พ่อ) สร้ างขึ ้นเมื่อหลายสิบปี ก่อน 8


2

วันที่ 11 เมษายน 2554 พลังงานทดแทนและอ�นๆ

กาซธรรมชาติ นิวเคลียร

ถานหิน

14%

พลังน้ำ

17%

2% 1%

23%

ความตองการใช งการใชพลั พลังงานโดยรวม ของญี่ปุนป 53

43% น้ำมัน

ที่มา : สำนักงานพลังงานสากล (IEA)

1 mail : info@index-creative.com , www.facebook.com/indexcreative

Smartphone โลกของนักการตลาดปัจจุบันแตกต่างกับโลกการตลาดใน อดีตมากมาย ทัง้ ในเรือ่ งของ วิธคี ดิ พฤติกรรมผูบ้ ริโภคทีเ่ ปลีย่ นไป เนือ่ งจาก Technology เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนเรา บางทีรวดเร็วเกินกว่าที่เราจะ จินตนาการด้วยซ�้ำ หลายครัง้ จึงมีคำ� ถามเกิดมากมายว่าเราจะเปลีย่ นวิธคี ดิ และปรับตัวอย่าง ไรอย่างเข้าใจ และสามารถเอาชนะโลกของ Marketing ในปัจจุบนั และอนาคต ได้ สิ่งแรกที่ผมอยากจะบอกคือ เราต้องเป็น “นักสังเกต” พฤติกรรมของ ตัวเราเอง พฤติกรรมของคนรอบข้าง หรือแม้แต่คนแปลกหน้าบนท้องถนนที่ เปลี่ยนไป อาจจะเริ่มจากตัวเราเองเป็นสิ่งแรก แล้วลองย้อนคิดดูว่ามีอะไรที่ เราเปลี่ยนไปบ้าง ยกตัวอย่างใกล้ตัวที่สุด ในเรื่องของการใช้เวลา (Time spending) ชีวติ ของผูค้ นในปัจจุบนั โดยเฉพาะคนเมืองทีใ่ ช้เวลากับมือถือมากทีส่ ดุ ไม่ใช่ แค่เพียงการพูดคุยกันอย่างแต่ก่อน สมัยนี้ทุกคน”ก้มหน้า”ดูโทรศัพท์มือถือ โดยใช้วิธี Chat แทนค�ำพูด ไม่ว่าจะบน BB หรือ I phone ผ่าน Whats app หรือการหาข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ เช็คราคาหุน้ เล่น Games คอมเมนท์ Facebook เปิด Dictionary หาร้านอาหาร ดูผลบอล หา chord กีตาร์ เช็คสภาพอากาศในต่างประเทศ ตัวผมเองขนาดตั้งสายกีตาร์ ผมยังใช้ I Phone ช่วยตั้งให้ หรือแม้แต่ คุย Skype บนมือถือก็ยงั ท�ำได้ เรียกได้วา่ คนเมือง สมัยนีใ้ ช้เวลากับ Smartphone มากขึน้ ไม่วา่ จะนัง่ รอเพื่อนอยู่บน BTS ช่วงเวลารถติด โดยจะใช้เวลา กับมือถือเฉลี่ย 2-3 ชม.ต่อวัน ดังนั้นในมุมมอง ของคนท�ำการตลาดก็ต้องรู้วิธีการท�ำการตลาด บน Smart phone ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เริม่ จากข้อมูลจากตัว Smartphone ว่า Brand ไหนคนใช้เยอะกว่ากันระหว่าง I phone, Blackberry, Nokia หรือ Samsung จากผลส�ำรวจคน จ�ำนวน 1,000 กว่าคนที่มาร่วมงานเปิดบ้าน Index Creative Village หรืองาน House Warming ของบริษัทผม กลุ่มคนเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มตัวอย่าง คนกรุงเทพในวัยท�ำงาน ตั้งแต่ระดับพนักงาน ผู้บริหารระดับกลาง และระดับสูง พบสถิติที่ น่าสนใจดังนี้ครับ 65 % ของผู้มาร่วมงานใช้ I phone มีทั้ง Iphone 3 และ 4 ส่วนอีก 25 % ของผู้ร่วมงานใช้ Blackberry ที่เหลืออีก 10% ใช้ยี่ห้ออื่น ขณะที่ 97 %ของผู้มาร่วมงาน เล่น Facebook และทุกคนเล่น Face book บนมือถือ คนจ�ำนวนนี้ 50 % สามารถใช้ QR CODE ได้อย่างคล่องแคล่ว 70 % Load Application จาก App store ได้อย่างคุ้นเคย อีก 10% พอใช้ได้ อีก 20% ไม่เคยใช้ ค� ำ ตอบที่ ไ ด้ แ สดง ให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ใช้ Smartphone ไม่ใช่แค่ โทรเข้า-โทรออกเท่านัน้ ยัง สามารถเล่น Application ต่างๆ รูจ้ กั การ Download application ใหม่ๆ มาใช้ ไม่ ว่าจะเป็น Application เกีย่ วกับ Life style,Entertainment, Travel, Sport, Game หรือจะดู TV หรือ ฟังวิทยุกย็ งั ได้ จึงไม่นา่ แปลก ใจว่าท�ำไมคนถึงใช้เวลา กับ Smart Phone วันๆ หนึ่งมากถึง 2-3 ชั่วโมงได้โดยไม่เบื่อ ทีนเี้ มือ่ คนทีท่ ำ� การตลาดอย่างเรารูแ้ ล้วว่า Smartphone เข้ามามีบทบาท ส�ำคัญ และอยู่ติดตัวกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่ตลอดเวลา คราวนี้มาลองดูกัน สิครับว่า คุณจะท�ำตลาดกับพวกเขาอย่างไร คุณอาจต้องมี Application บน I phone หรือไม่ และคุณจะใช้ Social network ท�ำ Marketing กับกลุ่ม เป้าหมาย ที่อยู่ในโลกของ I Phone ได้อย่างไร นีแ่ หละครับ นับว่าเป็น “การบ้าน” ส�ำคัญคุณต้องเริม่ เรียนรูว้ ธิ กี ารใหม่ๆ ท�ำความรูจ้ กั การท�ำตลาดบนโลกของ Smartphone ให้เหมาะสม และตรงใจ กลุ่มเป้าหมายของคุณครับ เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้หน้าที่บริหารร่วม บริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จ�ำกัด (มหาชน) นักครีเอทีฟด้านการตลาด ผู้บุกเบิก Event Marketing ในเมืองไทย ผู้บริหารเอเจนซี่อันดับ 8 ของโลก “อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ”

กาลเวลาผ่านจากยุครุง่ โรจน์ของกลุม่ ใบ หยก มาสูย่ คุ ทีเ่ ผชิญการแข่งขันรอบในขณะนี้ ท�ำให้ธุรกิจในกลุ่มใบหยกต้อง “โต” เพื่อ “หนี คูแ่ ข่ง” ทีล่ ว้ นชูจดุ ขายไม่ตา่ งกันโดยขอ แย่งชิง ความเป็น “ศูนย์กลาง” ชอปปิงในธุรกิจค้า ส่งค้าปลีกในย่านประตูนำ�้ “ผมพยายามจะผลักดันให้ใบหยกหนีออก จากวงล้อมของคู่แข่งรอบด้าน เพราะคู่แข่งก็ เสนอโมเดลธุรกิจในแบบเดียวกันเรา ไม่นับ ไกลออกไปอย่างศูนย์การค้าย่านราชประสงค์ สยามเซ็นเตอร์ ทีล่ ว้ นสร้างแรงกระเพือ่ มให้กบั ธุรกิจของกลุ่มใบหยก มากบ้าง น้อยมาก” “ตอนนีแ้ ม้ธรุ กิจย่านประตูนำ�้ และใบหยก โอเคมีความคึกคัก แต่มองในอนาคตแล้วต้อง มีแผนธุรกิจท�ำอะไรต่ออีก เพราะรอบด้านก็มี อะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเยอะ มีนักธุรกิจหน้าใหม่ เกิดขึ้นเยอะ เราคงอยู่เฉยๆ ไม่ได้” ปิยะเลิศ เปิดมุมความคิด พร้อมกับเป้าหมายธุรกิจที่ ท้าทายในปี 2554 ของกลุ่มใบหยกว่า จะขอเติบโตไม่ต�่ำกว่า 10% โดยตั้งงบ ลงทุนไว้กว่า 1,000 ล้านบาท “ติดสปีด” ธุรกิจ หลังซบเซามากว่า 2-3 ปีจากพิษเศรษฐกิจ โลกและพิษการเมือง ท�ำให้ประตูน�้ำ เป็น “โซนอันตราย” มาแล้ว “ธุรกิจในกลุม่ ไม่ได้เติบโตถึง 10 % มานาน กว่า 3 ปีเต็ม เป็นผลมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ที่ผ่านมายังโดนพิษการเมืองซัดมาเต็มๆ จาก การชุมนุมประท้วงของกลุม่ คนเสือ้ เหลือง เสือ้ แดง ผลก็คอื ห้องพัก 666 ห้อง ไม่มแี ขกเข้าพัก แต่เราจ�ำเป็นต้องให้พนักงานสแตนด์บายและ จ่ายค่าจ้างให้พนักงานกว่า 1,000 คน” เหตุการณ์ที่ว่ายังท�ำให้กลุ่มใบหยกไม่ สามารถขึ้น “ค่าเช่าพื้นที่” และ “ค่าห้องพัก” ได้ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจรอบนี้ ไม่แน่ ว่าจะเป็นไปเพิม่ ค่าเช่าพืน้ ที่ และค่าห้องพัก ใน ภายหลัง หรืิอไม่ ดังนัน้ ส�ำหรับกลุม่ ใบหยกในปี 2554 จัด เป็นปีแห่งการ “พลิกฟืน้ ” หลังการเมืองเริม่ นิง่ ปิยะเลิศยังแจกแจงงบลงทุนที่กันกว่า 1,000 ล้านบาทว่า ครึ่งหนึ่ง (500 ล้านบาท) หมดไปกับการลงทุนธุรกิจโรงแรมใหม่ถอด ด้าม ในชื่อ “หัวช้าง เฮอริเทจ” ซึ่งจะเปิดให้ บริการในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยเจาะกลุ่ม ลูกค้าไฮเอนด์ พร้อมไปกับการขยาย ศูนย์ค้าส่งแห่งใหม่หน้า ตึกใบหยก 1 (ที่ตั้งของ โรงแรมใบหยก สวีท) ใน ชือ่ บี แกลลอรี่ มูลค่า 400 ล้านบาท ขนาด 300 ยูนิต ซึ่งจะเริ่มเปิดบริการได้ใน ปลายปี 2554 เช่นกัน โดย ตัง้ เป้าจะยกระดับเป็นศูนย์ชนั้ น�ำของประเทศด้านเสือ้ ผ้า แฟชั่นเครื่องหนัง

พันธ์เลิศ ใบหยก

และผลิตภัณฑ์การแต่งกายทุกประเภท เพิ่ม มูลค่าและราคาสินค้าให้มีความแตกต่างจาก “สินค้าน�ำเข้าจากจีน” ที่เป็นอีกหนึ่งคู่แข่ง ส�ำคัญ นอกจากนี้ ยังเตรียมงบที่จะรีโนเวท โรงแรมในกลุ่มใบหยกวงเงินประมาณ 200 ล้านบาท ดูจากงบลงทุนแล้ว พี่ใหญ่ของน้องอีก 3 คน ประกอบด้วย สะธี ใบหยก น้องสาว คนที่สอง ปัจจุบันรับนั่งเก้าอี้ผู้ช่วยประธาน กลุ่มโรงแรมใบหยก จารุจิต ใบหยก นั่งเก้าอี้ ผู้ช่วยประธานกลุ่มโรงแรมใบหยก และน้อง เล็ก พิมพ์เลิศ ใบหยก ก�ำลังศึกษาอยู่ ต้อง รับภาระหนักอยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาปิยะเลิศผ่านบท ทดสอบตัวเองในการรีโนเวทอพาร์ตเมนต์

เก่าจ�ำนวน 216 ห้อง (ใบหยก บูติค) ด้านหลัง โรงแรมใบหยก สกาย จนท�ำให้สามารถขยับ ค่ า เช่ า จากเดื อ นละ 2,000 บาท มาเป็ น บูตคิ โฮเต็ลราคาห้องละ 1,800 บาทต่อคืน ด้วย งบจ�ำกัดเพียง 8 ล้านบาท หวังเจาะตลาดกลุ่ม มาคนรุน่ ใหม่ สไตล์ฮพิ ฉีกรูปแบบจากโรงแรม ในละแวกนั้น

ทุกวันนี้โรงแรม บริเวณนี้มักใช้ สงครามราคาเข้ามา แข่งขันแย่งชิงลูกค้า จึงต้องตัดสินใจ รีโนเวทโรงแรม เพราะไม่ต้องการ ลงมาเล่นสงคราม ราคา ผลงานที่เข้าตา ท�ำให้เจ้าตัวเริ่มได้รับ ความไว้วางใจให้ทำ� งานข้างกายผูพ้ อ่ ในหลาย โปรเจค “ผมโชคดีทพี่ อ่ สร้างไว้ให้ ท�ำให้มแี ต้มต่อ แต่เราก็ต้องสร้างผลงานของเราเองด้วย” ปิยะเลิศเล่าถึงแผนการของเขาและพ่อว่า เห็นตรงกันทีจ่ ะขยายสิง่ ทีม่ อี ยูใ่ นมือเพือ่ สร้าง มูลค่าเพิ่ม พร้อมกับขยายการลงทุนใหม่ ให้ ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม กลายเป็นที่มาของ งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาทในปีนี้ ในส่วนของธุรกิจโรงแรมที่มีอยู่เดิมใน กรุงเทพฯและต่างจังหวัด หลักๆ มีจำ� นวนห้อง พัก 1,176 ห้อง แบ่งเป็นโรงแรมใบหยกสวีท โฮเทล จ�ำนวน 255 ห้อง โรงแรมใบหยกสกาย จ�ำนวน 666 ห้อง และโรงแรมใบหยกเจ้า จ.เชียงใหม่ จ�ำนวน 40 ห้อง เป็นต้น โดยทัง้ 3 โรงแรมจะถูกปรับปรุงให้มกี าร บริการที่ดีขึ้นในปีนี้ “ภาพจากคนภายนอกมองโรงแรมใบหยก สกาย ว่าเป็นโรงแรมส�ำหรับกรุป๊ ทัวร์ และคนใน วงที่มาซื้อขายเสื้อผ้า แต่คนไทยด้วยกันยังไม่ ค่อยรู้จัก เราต้องการสลัดภาพเหล่านี้” การจับตลาดลูกค้าระดับไฮเอนด์ และการ เพิม่ จ�ำนวนผูใ้ ช้บริการทีเ่ ป็นลูกค้าคนไทย คือ สิ่งที่ใบหยกให้ความสนใจ เพราะเห็นว่ายังมี ช่องว่างและเป็นกลุม่ ทีม่ กี ำ� ลังซือ้ ทีจ่ ะปัน้ อัตรา

โมเดลโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ

เติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมาย สร้างมูลค่าเพิม่ จากตึกเดิมให้สงู ขึน้ ตามภาวะการแข่งขันทีส่ งู ขึน้ โดยเฉพาะการใช้ “สงคราม” ห�้ำหั่น ราคากันเอง “ทุกวันนี้โรงแรมบริเวณนี้มักใช้สงคราม ราคาเข้ามาแข่งขันแย่งชิงลูกค้า หากมีโรงแรม ใหม่ๆ เกิดขึน้ มา แล้วต้องการท�ำการตลาดก็จะ มาดูราคาของโรงแรมใบหยกเป็นตัวตั้ง จาก นั้นก็ลดราคาลงมาให้น้อยลงประมาณ 500 บาท ท�ำให้เราเหนื่อย จึงต้องตัดสินใจรีโนเวท อัพเกรดโรงแรมเพราะไม่ต้องการลงมาเล่น สงครามราคา” เขาเล่าถึงอีกหนึง่ สาเหตุทที่ ำ� ให้ ใบหยกต้องดิ้นพัฒนาตัวเอง ดังนั้นแม้โรงแรมใบหยกจะราคาสูงกว่า บริเวณใกล้เคียง หากมีการปรับปรุงตัวอาคาร และการให้บริการ มีกิจกรรมใหม่ๆ ต่อเนื่อง เพื่อให้คนเข้ามาเห็นบรรยากาศในโรงแรม จะ สามารถเรียกลูกค้าได้ไม่ยาก ขณะที่ “บุ๋ม” จารุจิต ใบหยก ทายาทคน ที่ 3 ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ผู้ช่วยประธานกรรมการ กลุ่มโรงแรมใบหยก เธอเข้ามาช่วยงานพี่ชาย ด้านประชาสัมพันธ์โรงแรม เพื่อพัฒนาภาพ ลักษณ์แบรนด์ใบหยก เชื่อว่า แบรนด์ใบหยกคนรูจ้ กั อยูแ่ ล้ว ไม่ตอ้ งท�ำ อะไรมาก เพียงแต่ต้องพัฒนาอิมเมจส�ำหรับ คนไทยให้มากขึ้น ให้รู้ว่าโรงแรมใบหยกไม่ ได้รองรับแค่ทวั ร์ หรือต่างชาติทมี่ าทานอาหาร หรือมาซื้อของเพราะภาพเป็นศูนย์ค้าส่ง จึง

เที่ยงคืน ถึง ตี 3 เวลาดี สำ�หรับ ‘พ่อ-ลูก’ ระหว่างพันธ์เลิศ กับลูกๆ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาเที่ยงคืน จนถึงตี 3

หารือข้อธุรกิจ โดยปิยะเลิศ ใบหยก บอกว่า เป็นช่วงเวลาที่ไอเดียโลดแล่นที่สุด ทั้งการ สรุปข้อผิดพลาดในอดีต และพูดคุยถึงโครงการในอนาคต บทเรียนผิดพลาดมีให้เห็น เพราะลองผิดลองถูกมาแล้วหลายอย่าง อาทิ โรงหนัง คิงคอง ไอส์แลนด์ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่พ่อเตือนรุ่นลูกอย่างให้เขาให้ก้าวอย่างระมัดระวัง ขณะทีพ่ อ่ จะเป็นไอดอลโดยเฉพาะในเรือ่ งการเป็นคน “คิดล�ำ้ หน้า” สร้างทีส่ งิ่ ทีท่ า้ ทาย และไม่มีใครกล้าท�ำ กับโจทย์ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ที่มีอยู่ให้มีมูลค่าสูงขึ้น อย่างกรณีตึกไม่หยก ในเมื่อขยายในทางกว้างไม่ได้ ก็ต้องต่อทางสูง กลายเป็นที่มา ตึกใบหยก 2 เป็นตึกที่ครองสถิติสูงที่สุดในประเทศไทย ปิยะเลิศ ยังมองอย่างนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์วา่ จะพยายามรักษาท�ำเลทองแห่งนี้ ไว้รุ่นลูกรุ่นหลาน เพราะถือเป็นท�ำเลที่ดี มีความพร้อมด้านสาธ���รณูปโภค เป็นมีจุดเชื่อม ระหว่างแอร์พอร์ตลิงค์ กับรถไฟฟ้าบีทีเอส เอื้อต่อการด�ำเนินธุรกิจไปอีกนาน แม้จะมีศูนย์ค้าส่งแห่งใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นมาแข่ง กับไชน่า ซิตี้ คอมเพล็กซ์ บริเวณ ถนนบางนาตราด แต่เขาก็มองว่าเป็นคนละท�ำเลและคนละตลาด เขายังเชื่อว่าศูนย์ค้าส่งประตูน�้ำมีเสน่ห์มากกว่า พร้อมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและการ เดินทาง ท�ำให้คนมาเดินประตูน�้ำสนุกกว่า “แต่ละแห่งก็มีลูกค้าของตัวเองไม่งั้นคงไม่มีเดอะมอลล์ เซ็นทรัลฯ และพารากอน” เขาแจกแจง

‘ด้านที่สอง’ ของทะเล

ตัน ภาสกรนที เทศกาลหยุดยาวสงกรานต์นี้ หลายคนคงเตรียม ก็อาจจะเผยอีกด้านของทะเลที่ไม่สวยงามออกมาให้เราเห็น วางแผนพักผ่อนในใจกันแล้ว ปกติถ้ามีวันหยุดว่างๆ อย่างนี้ ผม ชอบไปเที่ยวทะเลครับ ขอยืนยันว่าทะเลเมืองไทยสวยที่สุดในโลก สถานที่โปรดแห่งหนึ่งที่ผมชอบไปประจ�ำ คือ ปราณบุรี เพราะ เงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนมาก 5 ปีที่แล้ว ผมกับครอบครัวไปเที่ยวทะเลที่นั่น บังเอิญไปพบ ที่ดินติดชายหาดผืนหนึ่งสวยมากและเป็นผืนเดียวที่เหลืออยู่ เลย ติดต่อขอซื้อมาสร้างเป็นบูติคโฮเต็ลเล็กๆ ชื่อว่า “วิลล่า มาร็อค” กว่าจะสร้างเสร็จต้องใช้เวลานานมากกว่า 3 ปี เพราะเป็นงาน ที่ต้องประณีตใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดให้ถูกต้องตามแบบศิลปะ โมร็อกโกจริงๆ แต่เมือ่ เสร็จแล้วก็สวยสมใจ หายเหนือ่ ย ทุกวันนีม้ คี นแวะเวียน กันมาถ่ายรูปมากกว่าแขกที่เข้ามาพัก จนผมอยากจะเรียกที่นี่ว่าเป็น “ประติมากรรมริมทะเล” มากกว่าโรงแรมเสียอีก การไปเที่ยวทะเลหลายๆ แห่ง ท�ำให้ได้เห็นทะเลในอีกมุมที่ แตกต่าง เวลาทะเลน�ำ้ ขึน้ ผืนน�ำ้ จะดูราบเรียบนิง่ สงบดูแล้วสบายตาสบายใจ ทะเลบางแห่งเวลาน�้ำลงก็ยังสวยเดินเล่นได้สบายๆ แต่บางแห่ง

หินโสโครกก้อนใหญ่ๆ แหลมคมโผล่ออกมาท่ามกลางหลุมใน ทะเลมากมาย ดีไม่ดีขืนไปเดินเหยียบเล่น อาจจะลื่นหกล้มเอาง่ายๆ แง่คิดจากทะเลน�้ำขึ้น-น�้ำลง ท�ำให้ผมนึกถึงเรื่องการท�ำธุรกิจ... เวลาสินค้าขายดิบขายดี มีลูกค้าตอบรับมากๆ ยอดขายก�ำลังไป ได้สวย เรามักย่ามใจคิดว่าสถานการณ์ทุกอย่างเราควบคุมได้ เวลานั้นไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ซัพพลายเออร์ ทุกคน พร้อมจะวิ่งเข้าหา ช่วยเสนอทางเลือกใหม่ๆ กระตุ้นธุรกิจของเราให้ ขยายตัวขึ้น ตอนทีเ่ รายังมีเงินทุนมากมาย จะหยิบจะจับท�ำอะไรก็ทำ� ได้งา่ ยๆ ความคิดของเราจะเป็นอีกแบบ เราอาจจะมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไป เพื่อให้การท�ำธุรกิจทุกอย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ตา่ งจากตอนทีน่ ำ�้ ทะเลยังขึน้ สูง อยากจะว่ายน�ำ้ ในทะเลก็ทำ� ได้ เต็มที่ แต่ภาพสวยงามที่เราเห็นมักจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นทั้งหมด เวลาธุรกิจขาขึน้ ก็เหมือนกับตอนน�ำ้ ขึน้ ในทะเล น�ำ้ ทะเลจะปิดบัง ปัญหาที่เรามองข้ามเต็มไปหมด คลื่นใต้น�้ำมักก่อตัวขึ้นในยามที่ทะเลนิ่งที่สุดโดยที่เราไม่ทัน ระวังตัว

ต้องเน้นจัดกิจกรรม ท�ำอีเวนท์ดึงคน โดยไม่ ได้หวังก�ำไรมากเพียงแค่ต้องการให้คนเข้ามา ในตึกแค่นี้ลูกค้าก็จะเพิ่มขึ้นเอง แบรนด์ใบหยกมีมานาน แต่บางคนยังไม่รู้ ว่าใบหยกคืออะไรคิดว่าโรงแรมรับทัวร์ เราจะ อัพเกรดแบรนด์ไม่ใช่รีแบรนด์ อย่างแบรนด์ แอคคอร์ยังมีหลายแบรนด์ตั้งแต่สองดาว ยัน ห้าดาว ท�ำไมใบหยกจะมีหลายระดับบ้างไม่ได้ “ปิยะเลิศ” เสริมแนวคิดของน้องสาว ด้วยความ ตั้งใจจะเป็นหนึ่งในโรงแรมคนไทยที่สามารถ แข่งขันกับโรงแรมเชนต่างชาติที่เข้าต่างเข้ามา ตั้งในไทย แม้จะรู้ว่าโรงแรมในกรุงเทพมีปัญหา โอเวอร์ซพั พลายจากจ�ำนวนห้องทีเ่ พิม่ ขึน้ กว่า 1,000 ห้อง ขณะทีค่ นเข้าพักก็ไม่ได้เพิม่ ขึน้ มาก นัก แต่เขาก็ไม่กลัว ความทีโ่ รงแรมตัง้ อยูก่ ลาง ใจเมือง นอกจากนี้ ยังขยายความถึงการตัดสิน ใจผุดโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ ซึ่งเป็นโปรเจค ใหม่วา่ หลังจากซือ้ ทีด่ นิ บริเวณสะพานหัวช้าง เขาและพ่อ ก็ร่วมกันแชร์ความคิดว่าที่ดินผืน นี้ควรจะสร้างเป็นอะไร จนสรุปออกมาเป็น โรงแรม 5 ดาว จ�ำนวน 88 ห้อง โรงแรมคน ไทยแห่งเดียวในย่านสยาม โดยโรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ จะเป็นตัว เข้ามาช่วยดึงคนกลุม่ ผูม้ กี ำ� ลังซือ้ ระดับไฮเอนด์ บริเวณสยาม ราชประสงค์ และประตูนำ�้ ท�ำให้ ลูกค้ามีความหลากหลายมากขึน้ เหมือนอย่างที่ ผูพ้ อ่ เคยตอกย�ำ้ มาโดยตลอดว่า หัวใจของการ พัฒนาพื้นที่คือการดึงคนที่มีก�ำลังซื้อเข้ามา นอกจากจะย�ำ้ เช่นนัน้ แล้ว ค�ำพูดหนึง่ ของ ผูพ้ อ่ ทีก่ ลายเป็นจุดพลิกผันให้เขานึกถึงทุกครัง้ ทีจ่ ะลงทุนท�ำธุรกิจ คือ “จงใช้เงินอย่างลูกคน จีน แต่อย่าใช้เงินอย่างลูกเสีย่ ” ประโยคเด็ด ที่เป็นเครื่องเตือนใจให้ลูกชายที่เติบโตมาบน ความพร้อมให้ได้สติ กลายเป็นสไตล์การลงทุนตระกูล ที่เน้น ลงทุนอย่างปลอดภัย ไม่จำ� เป็นจะไม่กู้เงิน แต่ เน้นใช้ทนุ สะสมทีต่ วั เองมีให้เกิดประโยชน์สงู สุด โดยจะมี “เงินกองกลาง” ของธุรกิจในกลุม่ ที่ แยกบัญชีต่างหากเพื่อการลงทุน แม้ผพู้ อ่ จะเคยเพลีย่ งพล�ำ้ ในการท�ำธุรกิจ ด้วยการกูเ้ งินมาแล้ว กลายเป็นบทเรียนส�ำคัญ ในการท�ำธุรกิจในอนาคต โดยผู้พ่อเคยเล่าว่า เครียด...! ถึงขั้นจะเอาเท้าก่ายหน้าผาก เขา เปรียบเปรย

ธุรกิจขาขึ้นเหมือนกับตอน น้ำ�ทะเลขึ้น จะปิดบังปัญหา ที่เรามองข้าม ขณะที่คลื่นใต้น�้ำ มักก่อตัวขึ้น ในยามที่ทะเลนิ่งที่สุดโดยที่ ไม่ทันระวังตัว จนกระทั่งคลื่นใต้น�้ำก่อตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มรสุมใหญ่ทางธุรกิจ ก็จะมาปรากฏให้เราเห็นเพียงชั่วพริบตา เหมือนๆ กับตอนที่บริษัทยังไปได้ดี ตอนที่คุณยังมีประโยชน์ ตอนที่คุณเป็นคนที่ถูกใจ รวมถึงตอนที่คุณยังมีอ�ำนาจ เชื่อเถอะว่า

ตอนนั้นคุณจะยังมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของคนรอบข้าง และคน ใกล้ตัวจนกว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรบางอย่างขึ้นมา เมือ่ วันทีบ่ ริษทั ล�ำบาก วันทีเ่ รามีปญ ั หา ถ้ามองอีกด้านนัน่ จะเป็น วันที่เราเห็นตัวตนที่แท้จริงของคนรอบข้าง ในช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หรือ ซัพพลายเออร์จะยินดีช่วยยืดเวลาช�ำระเงินให้หรือไม่ มีเพื่อนคน ไหนยื่นมือเข้ามาช่วยคุณบ้าง จะเหลือพนักงานในบริษัทสักกี่คนที่ กล้าพร้อมเดินหน้าใหม่ไปด้วยกันกับคุณ จะว่าไปแล้วก็เหมือนคุณผู้หญิงนะครับ... เวลาที่คุณยังสาว ยัง สวย หนุ่มๆ ก็จะขยันมาจีบขยันมาดูแลจนสับรางไม่ทัน แต่ถ้าวันหนึ่งคุณเกิดโดนรถชนขาหักเข้า ก็ได้เวลาพิสูจน์รักแท้ แล้วล่ะครับว่า จะมีใครอยากจะใช้ชวี ติ ร่วมกับคุณในสภาพไม่เต็มร้อย หรือไม่ ไปเที่ยวทะเลกับคนข้างตัวคราวหน้า อย่าดูเฉพาะเวลาน�้ำขึ้น เท่านั้นนะครับ ...ดูด้วยว่าเมื่อน�้ำลดแล้วตอผุดหรือเปล่า พบกับข้อคิด มุมมองทางธุรกิจและการใช้ชีวิตแบบ 360 องศาที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของผมได้ใน “วิถีตัน” ทางกรุงเทพธุรกิจทุกวันจันทร์ พร้อมแลกเปลี่ยนพูดคุยติดตามเรื่องราวดีๆ ใน Facebook กับผมได้ที่ http://www.facebook.com/tanmaitan


วันที่ 11 เมษายน 2554 หนังสือพิมพ์ กรุ งเทพธุรกิจ BizWeek : ก่ อตัง้ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2547 เป็ นสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์ แห่ งชาติ พิมพ์ ท่ ี : 1854 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 โทรศัพท์ 0-2338-3333 โทรส���ร 0-2338-3947-8 E-mail : bizweek@nationgroup.com

3

B-school

ë เจ้ าของ : บริ ษัท เอ็นเคที นิวส์ จํากัด ë บรรณาธิการและผู้พมิ พ์ ผ้ ูโฆษณา : ดวงกมล โชตะนา kteditor@nationgroup.com ë บรรณาธิการบริหาร : เบ็ญจวรรณ เผ่าจินดามุข benjawan_p@nationgroup.com ë บรรณาธิการอาวุโส : วัชรา จรูญสันติกลุ pen@nationgroup.com ë บรรณาธิการศิลปกรรม : จักรพงษ์ ศรี สนุ ทร artdi2005@yahoo.com ë หัวหน้ าฝ่ ายศิลป์ : ทวีศกั ดิ์ อุระนันท์ thaweesak@nationgroup.com

ลมลเพ็ชร อภิสิทธิ์นิรันดร

çÕ“√å ¬“¡é ≈Ÿ°∑ÿà߬ÿ§„À¡à °—∫·π«‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿà߇°“À≈’ ≈Ÿ°∑ÿàߪÖÕª ®π§π„π«ß°“√∫Õ°‡æ’Ȭπ ·μà ç»ÿ¿™—¬ π‘≈«√√≥é °≈—∫§‘¥„π¡ÿ¡μà“ß«à“∏ÿ√°‘®‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß °ÁμâÕߪ√—∫μ—«‡æ◊ËÕ§«“¡Õ¬Ÿà√Õ¥‡™àπ°—π

‘คิดตาง’ บริหารอารสยาม „Àâ𬑠“¡μ—«‡Õß«à“‡ªìπ§à“¬‡æ≈ß ç≈Ÿ°∑ÿßà „πμà“ß®—ßÀ«—¥‡√‘Ë¡≈¥≈ß ®–¡’·μà§π√ÿàπæàÕ·¡à √à«¡ ¡—¬é  Ì“À√—∫ çÕ“√å ¬“¡é ∑’Ë¡’·π«°“√ ∑Ì“‡æ≈ß·μ°μà“ß®“°§à“¬‡æ≈ßÕ◊ËπÊ ‚¥¬À¬‘∫ ‡Õ“ ‘Ëßμà“ßÊ ∑’ˇ°‘¥¢÷Èπ√Õ∫μ—«¡“∂à“¬∑Õ¥‡ªìπ ‡æ≈ß®π°≈“¬‡ªìπ‡Õ°≈—°…≥å∑‰’Ë ¡à¡„’ §√‡À¡◊Õπ ∑—Èß≈Ÿ°∑ÿà߇°“À≈’ ·≈–≈Ÿ°∑ÿàߪÖÕª ∑Ì“„ÀâÀ≈“¬Ê §π„π«ß°“√ÕÕ°ª“°«à“ ç‰¡à„™à≈Ÿ°∑ÿàßæ—π∏ÿå ·∑âé ·∂¡¬—ß∂Ÿ°μ√“Àπâ“«à“∑Ì“„Àâ«ß°“√‡æ≈ß ≈Ÿ°∑ÿàß ç‡æ’Ȭπé ∑«à“ Ì“À√—∫ »ÿ¿™—¬ π‘≈«√√≥ √Õß°√√¡°“√ ºŸâÕÌ“π«¬°“√¥Ÿ·≈ß“π‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß∏ÿ√°‘®‡æ≈ß ·≈–°√√¡°“√ºŸâ®—¥°“√§à“¬‡æ≈ßÕ“√å ¬“¡ ∫√‘…∑— Õ“√å‡Õ  ®Ì“°—¥ (¡À“™π) °≈—∫¡Õß«à“ ß“π ‡æ≈ߢÕß§à“¬Õ“√å ¬“¡ª√—∫‡ª≈’¬Ë π‰ªμ“¡¬ÿ§  ¡—¬ ‡À¡◊Õπ°—∫§à“¬‡æ≈ßÕ◊πË Ê ∑’ÀË ¬‘∫‡Õ“‡√◊ÕË ß √“«„°≈âμ—«‡¢â“¡“‡ªìπ à«πÀπ÷ËߢÕ߇π◊ÈÕÀ“„π ß“π‡æ≈ß  à«π°“√„ à‡π◊ÈÕÀ“·≈–∑Ì“πÕ߇æ≈ß∑’ˉ¡à ‡À¡◊Õπ ‰μ≈å≈°Ÿ ∑ÿßà ¥—ßÈ ‡¥‘¡∑’ºË §âŸ π§ÿπâ ÀŸ°π— Õ¬à“ß ≈Ÿ°∑ÿßà ‡°“À≈’ ·≈–≈Ÿ°∑ÿßà ªÖÕª »ÿ¿™—¬∫Õ°«à“‡ªìπ ‡æ√“–μ≈“¥‡æ≈߇ª≈’Ë¬π‰ª  à«πÀπ÷Ë߇°‘¥®“° §π∑’Ëøí߇æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß°≈ÿࡇ¥‘¡Ê §◊Õ§π ŸßÕ“¬ÿ

‡∑à“π—Èπ ¢≥–∑’Ë°≈ÿࡧπÀπÿà¡ §π “« „πμà“ß ®—ßÀ«—¥·≈–„π‡¡◊Õß øí߇æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß¡“°¢÷Èπ çÕ“√å ¬“¡é ∂◊Õ‡ªìπ§à“¬‡æ≈ß∑’Ë‚≈¥·≈àπ „π∂ππ‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß¡“π“π°«à“ 9 ªï ‚¥¬¡’ »ÿ¿™—¬‡ªìπ§’¬·å ¡π„π°“√ºŸªâ ≈ÿ°ªíπô §à“¬‡æ≈ßπ’È ¢÷Èπ¡“ μ“¡∫—≠™“¢Õß ç‡Œ’¬ŒâÕé  ÿ√™—¬ ‡™…∞‚™μ‘ »— ° ¥‘Ï ∑’ËμâÕß°“√¢¬“¬∏ÿ√°‘®‡æ≈ß„Àâ §√Õ∫§≈ÿ¡∑ÿ°°≈ÿࡇªÑ“À¡“¬ ·μà„π™à«ß·√°¢Õß°“√∑Ì“‡æ≈ß°≈—∫≈⡉¡à ‡ªìπ∑à“ ‡æ√“–‰¡à “¡“√∂‡∫’¬¥§Ÿà·¢àß∑’Ë¡’§«“¡ ·¢Áß·°√àß„πμ≈“¥¿“§Õ’ “π∑’Ë¡’∑—Èß »‘√‘æ√ ÕÌ“‰ææß…å À√◊Õ ‰¡§å ¿‘√¡¬åæ√ ‰¥â ‡π◊ËÕß®“° °≈¬ÿ∑∏å„π°“√∑Ì“μ≈“¥‰¡à·¢Áß·°√àß®π∑Ì“„Àâ ‡ ’¬À≈—°‡æ≈’ˬßæ≈ÌÈ“‰ªÕ¬à“ßπà“‡ ’¬¥“¬ π—∫μ—ßÈ ·μàππ—È ¡“Õ“√å ¬“¡®÷߇ª≈’¬Ë π°≈¬ÿ∑∏å °“√μ≈“¥„À¡à ‡πâπ°“√‡øÑπÀ“ ç‡Õ°≈—°…≥åé ‡©æ“–μ—« ∑—È߇π◊ÈÕÀ“‡æ≈ß·≈–·π«¥πμ√’ ‡æ◊ËÕ∑Ì“„Àâ§π®¥®Ì“‰¥â·«∫·√°∑’Ëøí߇æ≈ß ·¡â §√Ÿ‡æ≈ßÀ≈“¬Ê ∑à“π„π«ß°“√®–ÕÕ°ª“°«à“ Õ“√å ¬“¡‰ª‡ª≈’¬Ë π§Õπ‡´ªμå‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿßà ∫“ß ∑à“π°Á‰¡à¬Õ¡√—∫

çμ√ßπ’È°Á·≈â«·μà§π®–¡Õß«à“Õ“√å ¬“¡ §◊Õ‡æ≈ß·π«‰Àπ ‡æ√“–º¡¡Õß«à“‡æ≈ß≈Ÿ° ∑ÿàß ¡—¬π’È¡—π‰¡à¡’·≈â«¡“查‡√◊ËÕß∑âÕ߉√à∑âÕß π“·∫∫„π¬ÿ§·∫∫ºàÕß»√’ «√πÿ™ §π√ÿàπ„À¡à‡¢â“¡“„π‡¡◊ÕßÀ¡¥·≈â« Õ“® ®–¡’§π„πμà“ß®—ßÀ«—¥∑Ì“‰√à∑“Ì  «πÕ¬Ÿà ∑Ì“π“Õ¬Ÿà ‡√“°Á„ à‡π◊ÕÈ À“ Õ¥·∑√°‡¢â“‰ª„Àâ¡π— √à«¡ ¡—¬ ¡“°¢÷πÈ °“√∑Ì“‡æ≈ß°ÁμÕâ ߪ√—∫‡π◊ÕÈ À“ ¡—¬„À¡à ‡¢â“‰ª ª√—∫·π«¥πμ√’„À⇢Ⓞ°≈â§π√ÿπà „À¡à¡“° ¢÷Èπé »ÿ¿™—¬ ∫Õ° ‡¢“¬—ßÕ∏‘∫“¬μàÕÕ’°«à“ „π ¡—¬Àπ÷Ëß∑’Ë  ÿ√æ≈  ¡∫—쇑 ®√‘≠ ‚¥àߥ—ß¡“°°Á‰¥â√∫— Õ‘∑∏‘æ≈ ¡“®“°‡æ≈ß∫≈Ÿ å (Blues Music) ¢ÕßÕ‡¡√‘°“ ç·μà°Õà π¬ÿ§§√Ÿ √ÿ æ≈ ‡Õß°Á‰¡à„™à·∫∫π’È ¡—𠇪ìπ‡√◊ÕË ß¢Õ߬ÿ§ ¡—¬∑’‡Ë ª≈’¬Ë π‰ª·≈–§πøí߇Õß °Á‡ª≈’¬Ë π‰ªμ“¡¬ÿ§ ¡—¬¢Õ߇æ≈ß∑’°Ë ·Á ≈â«·μà«“à ™à«ß‰Àπμ≈“¥π‘¬¡øí߇æ≈ßÕ–‰√¡“°°«à“é πÕ°®“°·π«‡æ≈ß∑’μË Õâ ß‚¥π·≈â« Õ“√å ¬“¡ ¬—߉¡à‰¥â¡ÿà߇®“–μ≈“¥‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß¿“§Õ’ “π ´÷Ë߇ªìπμ≈“¥„À≠à∑’Ë ÿ¥„π¢≥–π’ȇ撬ßμ≈“¥ ‡¥’ ¬ « ·μà À—𠉪®— ∫ μ≈“¥‡æ≈ß„π¿Ÿ ¡‘¿ “§ „À¡àÊ „ à¿“…“æ◊πÈ ‡¡◊Õ߇¢â“‰ª ‡æ◊ÕË  √â“ß‚Õ°“ 

ผมมองวา เพลงลูกทุงสมัยนี้ ไมมีแลว มาพูดเรื่องทองไร ทองนา เพลงก็ตอง ปรับเนื้อหา สมัยใหมเขาไป ใหเขาใกลคนรุนใหม

For Display Advertising โทร 0-2338-3333 ต่อ 3155, 3136, 3157, 3161-2, 3173 ฝ่ ายสมาชิกและลูกค้ าสัมพันธ์ โทร 0-2338-3000 (customer@nationgroup.com) เลขากองบรรณาธิการ: กาญจนา สุขเพิ่ม kanchana@nationgroup.com เบอร์ ตอ่ 3385

∑“ßμ≈“¥ ç‡√“‡√‘Ë¡μâπ‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß¿“§Õ’ “π‡À¡◊Õπ °—π ·μà ÿ¥∑⓬√Ÿâ«à“‰ª‰¡à‰À« ‡æ√“–§«“¡·¢Áß ·√ߢÕß·∫√π¥å‡æ≈ß¿“§Õ’ “π ‡√“ Ÿâ§Ÿà·¢à߉¡à ‰¥â ‡≈¬μâÕß¡Õßμ≈“¥„π¿Ÿ¡‘¿“§Õ◊ËπÊ μÕππ—È𧑥«à“¬—߉¡à¡’§π∑Ì“μ≈“¥‡æ≈ß ¿“§„μâ®√‘ß®—ß∑—ÈßÊ ∑’Ë°Á¡’»‘≈ªîπ∑âÕß∂‘Ëπ·≈– ‡¢“°Á‚ª√‚¡∑ºà“π«‘∑¬ÿ∑’Ëπ—Ëπ¥â«¬ ‡√“®÷߇√‘Ë¡μâπ ∑¥≈Õß°—∫»‘≈ªîπÀ≈«ß‰°à ·π«‡æ≈߇æ◊ËÕ™’«‘μ ·∫∫„μâÊ ª√“°Ø«à“‰¥â√—∫°“√μÕ∫√—∫Õ¬à“ߥ’ ®“°π—Èπ‡√“°Á¡’ ∫‘« °—≈¬“≥’ ®π∑Ì“„Àâ§π ¿“§„μâ∑’ËÕ¬Ÿà„π‡¡◊Õß√Ÿâ®—°»‘≈ªîπ¿“§„μâ¥â«¬ Õ¬à“߇¥Á°∑’ˇ√’¬π√“¡œ°Á‡¬Õ–·≈– à«π„À≠à¡“ ®“°¿“§„μâ°Áøíß·μà‡æ≈ß¿“§„μâé »ÿ¿™—¬¡—Ëπ„®«à“ °“√®—∫μ≈“¥‡æ≈ß¿“§ „μâ¡“∂Ÿ°∑“ß·≈–§Ÿà·¢à߉¡à “¡“√∂‡∫’¬¥‰¥â  –∑âÕπ®“°¬Õ¥¢“¬¢Õß»‘≈ªîπ·μà≈–§π®“° °“√¥“«πå‚À≈¥‡æ≈ß ·≈–®Ì“π«π·ºàπ´’¥’ «’´’¥’ √«¡∑—È߮̓π«π‡∑ªº’´’¥’‡∂◊ËÕπ∑’Ë«“ߢ“¬ °—π‡°≈◊ËÕπ‡¡◊Õß À≈—ß®“°π—πÈ Õ“√å ¬“¡°ÁÀπ— ¡“√ÿ°μ≈“¥¿“§ ‡Àπ◊ÕμàÕ ‚¥¬¡’»‘≈ªîπ„π§à“¬Õ¬à“ß ç°√–·μé ·μà‰¡à∫Ÿ¡‡∑à“¿“§„μâ »ÿ¿™—¬∫Õ°«à“ μ≈“¥¿“§ ‡Àπ◊Õ∂◊Õ‡ªìπμ≈“¥ª√“∫‡´’¬π ‡æ√“–§“¥‡¥“ æƒμ‘°√√¡°“√øí߇æ≈ߢÕߧπ‡Àπ◊Õ‰¡à§àÕ¬ ‰¥â ‡π◊ËÕß®“°¡’§πμà“ß∂‘Ëπ¬â“¬‡¢â“‰ªÕ¬Ÿà‡¬Õ– ¡“° √«¡∑—Èߧπ‡≤à“§π·°à°Á®–øíß –≈âÕ´Õ´÷ß ç°“√ª√—∫°≈¬ÿ∑∏å°“√∫ÿ°μ≈“¥∑Ì“¡“ ª√–¡“≥ 3-4 ªï·≈â« ‡√“μâÕß∑Ì“‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß „ÀâÀ≈“°À≈“¬‡æ◊ËÕμÕ∫‚®∑¬å„π∑ÿ°‡´Á°‡¡π∑å ´÷Ëß∂◊Õ«à“ª√– ∫§«“¡ Ì“‡√Á®é ¢≥–‡¥’¬«°—π ‡¢“°Á¡Õß«à“ °“√®–„Àâ∏√ÿ °‘® ‡æ≈ߪ√– ∫§«“¡ Ì“‡√Á®‰¥âππ—È ç¬“°¡“°é À“° ‰¡à¡∏’ √ÿ °‘®Õ◊πË Ê ‡¢â“¡“‡ √‘¡¥—ßπ—πÈ ®÷߉¡à·ª≈°∑’Ë °≈ÿ¡à Õ“√å‡Õ ®–‡¥‘πÀπâ“√ÿ°∏ÿ√°‘®¥‘®∑‘ ≈— ·≈–∑’«’ ¥“«‡∑’¬¡Õ¬à“ßÀπ—°„π™à«ß‰¡à°ª’Ë ¡ï “π’È ‡æ◊ÕË ‡ªìπ ™àÕß∑“ß„π°“√‚ª√‚¡∑ß“π‡æ≈ß∑ÿ°°≈ÿà¡ πÕ°®“°π’Ȭ—߇ªìπ°“√≈¥μâπ∑ÿπ„π·ßà ¢Õß§à“‚¶…≥“ºà“π™àÕßæŸ≈∑’«’∑’Ë·æßÀŸ©’Ëπ“∑’ ≈–À≈“¬· π∫“∑ ª√–°Õ∫°—∫¢âծ̓°—¥¥â“𠇫≈“∑’‡Ë æ≈ß≈Ÿ°∑ÿßà ¡—°®–‰ªÕÕ°Õ“°“»™à«ßÀ≈—ß ‡∑’ˬߧ◊π ‡∑à“π—Èπ‰¡àæÕ¬—ß¡’∫“߇æ≈ß-∫“ߧ̓∑’Ë ‰¡àºà“π°“√‡´Áπ‡´Õ√å ∑’°Ë ≈à“«¡“π’‡È ªìπ‡æ’¬ß à«πÀπ÷ßË ∑’∑Ë Ì“„Àâ§“à ¬Õ“√å ¬“¡¡“ Ÿ§à «“¡ Ì“‡√Á®„π«—ππ’È ‡¢“¬—ß∫Õ° «à“ ®“°π’ȉªÕ“√å ¬“¡ ®–∑Ì“‡æ≈ß∑’Ë –∑âÕπ„Àâ

‡ÀÁπ∂÷ß«‘∂’™’«‘μ¢Õß∫ÿ§§≈„π∑ÿ°√–¥—∫Õ“™’æ ∑—ßÈ §π°√ÿß·≈–§πμà“ß®—ßÀ«—¥ ∫«°°—∫°≈¬ÿ∑∏å One Stop Service Marketing ‚¥¬¡Õß À“æ—π∏¡‘μ√∑’Ë¡’≈Ÿ°§â“°≈ÿࡇ¥’¬«°—π√à«¡°—π∑Ì“ μ≈“¥∫√‘À“√√“¬‰¥â·∫∫ 360 Õß»“ §◊Õ „™â∑ÿ°  ◊ËÕ∑’Ë¡’„π¡◊Õ‡ªìπ™àÕß∑“ß‚ª√‚¡∑ ‡™àπ °“√‡ªìπæ√’‡´Áπ‡μÕ√傶…≥“ ‘π§â“ °“√ ®—¥°‘®°√√¡‚√¥‚™«åμà“ßÊ °“√®—¥§Õπ‡ ‘√åμ °“√ºŸ°∫ÿ§≈‘°¢Õß»‘≈ªîπ‡¢â“‰ª°—∫μ—« ‘π§â“ Tie - in  ‘π§â“‡¢â“‰ª„π¡‘« ‘§«’¥‚‘ Õ ‡ªìπμâπ ´÷ßË «‘∏’°“√π’ÈÕ“√å ¬“¡ ‰¡àμâÕß≈ß∑ÿπ‡Õß ·μà≈Ÿ°§â“ À√◊Õæ—π∏¡‘μ√®–‡ªìπ§π≈ß∑ÿπ„Àâ π—Ëπ‡∑à“°—∫ «à“ ≈¥¿“√–μâπ∑ÿπ§à“„™â®à“¬¢Õß∫√‘…—∑‰ª‰¥â §àÕπ¢â“ß¡“° ç»ÿ¿™—¬é ‡≈à“ ∑’ºË “à π¡“ Õ“√å ¬“¡¬—ß欓¬“¡∑Ì“‡æ≈ß„Àâ °—∫»‘≈ªîπ„πÀ≈“¬Ê √Ÿª·∫∫ ‡™àπ °“√∑Ì“‡æ≈ß ÕÕ°¡“‡ªìπ´‘߇°‘È≈ (Single) ∑Ì“‡æ≈߇¥’¬«„Àâ ¥—ßμ‘¥μ≈“¥°àÕπ ·≈⫧àÕ¬Ê ª≈àÕ¬ÕÕ°¡“∑’ ≈–‡æ≈ßÊ °àÕπ∑’Ë®–πÌ“¡“√«¡°—π‡ªìπÕ—≈∫—È¡ Œ‘μμ“¡ Ÿμ√ Ì“‡√Á®∑’ËÀ≈“¬Ê §à“¬∑Ì“Õ¬Ÿà„π¢≥– π’È ‚¥¬»ÿ¿™—¬„Àâ‡Àμÿº≈«à“ ª√–À¬—¥μâπ∑ÿπ‰¥â ¡“° „π¬ÿ§∑’Ë∑ÿ°∫√‘…—∑μâÕß√—¥‡¢Á¡¢—¥ ∑Ì“„Àâªïπ’È Õ“√å ¬“¡ ¡—Ëπ„®«à“√“¬‰¥â∑’Ëμ—Èß ‡ªÑ“‰«â∑’Ë 640 ≈â“π∫“∑ À√◊Õ‡μ‘∫‚μ‡æ‘Ë¡¢÷Èπ®“° ªï°àÕπ 20% π—Èπ®–‡ªìπ‰ªμ“¡‡ªÑ“À¡“¬ ‚¥¬ √“¬‰¥âÀ≈—°¢Õß∫√‘…—∑¡“®“°¬Õ¥¢“¬·ºàπ ´’¥’ «’´’¥’ ¥’«’¥’ ·≈– MP3  —¥ à«π 23% ∏ÿ√°‘® ¥‘®∑‘ ≈— 30% °‘®°√√¡∑“ß°“√μ≈“¥ 9% ¢“¬ ◊ÕË ‚¶…≥“ (∑’«’¥“«‡∑’¬¡™àÕß  ∫“¬¥’) 26% §à“ ≈‘¢ ‘∑∏‘Ϫ√–¡“≥ 7% ·≈–√“¬‰¥â®“°ß“π‚™«å »‘≈ªîπ 5% ç»ÿ¿™—¬é ∫Õ° ºŸ∫â √‘À“√Àπÿ¡à ¬—ß¡Õß«à“ ∏ÿ√°‘®‡æ≈ßπà“®– æ—≤𓉪‰¥âÕ’°„πÀ≈“¬Ê ™àÕß∑“ß ∑“ßÀπ÷Ëß∑’Ë ‡¢“‡≈Á߉«â§Õ◊ ∑Ì“¿“æ¬πμ√å¢π÷È ¡“‡√◊ÕË ßÀπ÷ßË ‡æ◊ÕË ‚ª√‚¡∑∏ÿ√°‘®‡æ≈ß„π°≈ÿ¡à Õ“√å‡Õ ∑—ßÈ À¡¥∑ÿ° °≈ÿà¡‚¥¬¢≥–π’ÈÕ¬Ÿà„π¢—ÈπμÕπ°“√»÷°…“ 纡‡§¬‡ªìπ§π∑Ì“Àπ—ß¡“°àÕπ ·≈–‡√’¬π ¥â“π¿“æ¬πμ√å¡“¥â«¬ ¡—π‡ªì𧫓¡™Õ∫∑’Ë Õ¬“°®–∑Ì“π– ·≈–°Á§‘¥«à“Àπ—ß°—∫‡æ≈ß¡—𠉪¥â«¬°—π‰¥â „π‡¡◊Õ߉∑¬¬—߉¡à¡’§π∑Ì“·∫∫ ∑’˺¡§‘¥·πàÊ釢“¬‘È¡ ∑—ßÈ π’ªÈ ®í ®ÿ∫π— μ≈“¥‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿßà ∑—«Ë ª√–‡∑» ¡’¡≈Ÿ §à“μ≈“¥√«¡ª√–¡“≥ 1,500 ≈â“π∫“∑ ‚¥¬ Õ“√å ¬“¡¡’ à«π·∫àß°“√μ≈“¥‡æ≈ß≈Ÿ°∑ÿàß∑’Ë 40% ·∫à߇ªìπ —¥ à«π√“¬‰¥â„πμà“ß®—ßÀ«—¥ 50% ·≈–„π°√ÿ߇∑æœ 50%


วันที่ 11 เมษายน 2554

“16 ถนนข้าว”สงกรานต์สร้างสรรค์

เล่นน�้ำปลอดเหล้า ปลอดภัย

สูตรสร้างแบรน���์

“แสนดี”

ป้อนโลก

ไม่นา่ เชือ่ ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประเพณีอนั ดีงามของไทยและเป็น

• เรวัต ตันตยานนท์

เราคงเคยได้ยนิ ได้ฟงั เกีย่ วกับข้อแนะน�ำหรือข้อพึงปฏิบตั ิ

ในการท�ำให้ธรุ กิจเป็นธุรกิจทีม่ ธี รรมาภิบาล เป็นธุรกิจทีม่ คี ณ ุ ธรรม หรือเป็นธุรกิจทีม่ กี ารก�ำกับดูแลกิจการทีด่ ี มามากต่อมากแล้ว ใน สัปดาห์นี้ ผมก็เลยอยากจะให้ทา่ นผูอ้ า่ นลองมาทบทวนกันดีกว่า ว่า มีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ถือว่า เป็นสิ่งที่ไม่พึงปฏิบัติอย่างยิ่ง ในการท�ำธุรกิจ เพื่อเป็นกระจกสะท้อนอีกมุมมองหนึ่งในเรื่อง ของการท�ำธุรกิจในยุคของการให้ความใส่ใจเป็นพิเศษกับเรื่อง ของการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ แม้วา่ ธุรกิจจะพยายามสร้างกิจกรรมทีเ่ รียกกันว่ากิจกรรม เพื่อสังคม หรือ CSR ให้สังคมภายนอกได้เห็น แต่หากภายใน ธุรกิจเอง ยังมีการกระท�ำหรือพฤติกรรมต่างๆ ทีถ่ อื ว่าเป็นสิง่ ที่ ไม่ชอบด้านคุณธรรมและจริยธรรม (Unethical) ในการท�ำธุรกิจ แฝงอยู่ ก็ยงั ไม่ถอื ว่ากิจการมีธรรมาภิบาลหรือบริษทั ภิบาลทีด่ ี สิ่งที่ธุรกิจไม่พึงปฏิบัติ ที่พอรวบรวมได้ มีดังต่อไปนี้  การปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย หรือกฎระเบียบข้อบังคับ ต่างๆ ที่ก�ำหนดไว้ ลึกลงไปถึงข้อก�ำหนดที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับ เขต ท้องที่ หรือชุมชนที่กิจการมีสถานประกอบการตั้งอยู่  การด�ำเนินธุรกิจที่หลอกลวง ฉ้อฉล ไม่ซื่อตรง ปิดบัง ข้อมูล หรือ บิดเบือนข้อมูลทีน่ ำ� เสนอต่อผูบ้ ริโภค โดยทีผ่ บู้ ริโภค ไม่รู้ตัว

สุวทิ ย์ วงศ์ รุจริ าวาณิชย์

 โรงแรมพระนครนอนเล่ น

อารี ย์การ์ เด้ นท์

ทีร่ จู้ กั ไปทัว่ โลก กลับเกิดเหตุการณ์อนั ไม่พงึ จะเกิดขึน้ ในทุกปี ทัง้ อุบตั เิ หตุ การทะเลาะวิวาท จมน�ำ้ ถูกท�ำร้ายร่างกายน�ำมาซึ่งการสูญเสียชีวิต โดย สาเหตุหลักล้วนมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบทั้งสิ้น จากรายงานอุบตั เิ หตุของศูนย์อำ� นวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) พบว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2549-2553 มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,948 ราย ท�ำให้เกิดผู้พิการรายใหม่ 1,423 ราย ขณะที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ (สพฉ.) รายงานผูเ้ สียชีวติ จากอุบตั เิ หตุชว่ งสงกรานต์ปี 2553 ดืม่ สุรา ร่วมถึง 58.6% ด้วย โดยเฉพาะช่วงวันที่ 13-15 เมษายน พบสัดส่วนการดืม่ สูงถึง 67-69% ด้วยสภาพทีเ่ กิดขึน้ จริงเช่นนี้ ส่งผลให้สำ� นักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ส�ำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และ ส�ำนักงานเครือข่ายลดอุบตั เิ หตุ (สคอ.) ร่วมกับจังหวัด เทศบาล อบต. จัดพืน้ ที่ เล่นน�้ำสงกรานต์ปลอดเหล้ามาตั้งแต่ปี 2548 ล่าสุด ปี 2554 มีพื้นที่เล่นน�้ำสงกรานต์ปลอดภัย ปลอดเหล้าถึง 60 แห่ง ใน 44 จังหวัด อาทิ จ.ขอนแก่น เชียงใหม่ มหาสารคาม จันทบุรี น่าน และกรุงเทพมหานคร เป็นต้น “ช่วงแรกที่มีการจัดพื้นที่สงกรานต์ปลอดเหล้า ชาวบ้าน แม่ค้าที่อยู่ ในบริเวณนัน้ เป็นกังวลว่าจะขายของได้หรือไม่ เกรงคนจะมาเทีย่ วน้อยลง แต่กลับกลายเป็นตรงกันข้ามคนมาเทีย่ วมากขึน้ ” ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการ สสส.กล่าว ในจ�ำนวน 60 พืน้ ทีม่ ถี นนตระกูลข้าวรวมอยูด่ ว้ ย 16 แห่ง ได้แก่ 1.ถนน ข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น 2.ถนนข้าวเม่า จ.มหาสารคาม 3.ถนนข้าวทิพย์ จ.จันทบุรี 4.ถนนข้าวสุก จ.อ่างทอง 5.ถนนข้าวแต๋นและหาดหินขาว จ.น่าน 6.ถนนข้าวแช่ จ.ปทุมธานี 7.ถนนข้าวสังข์หยด จ.พัทลุง 8.ถนนข้าวปุก อ.ปาย จ.แม่ฮอ่ งสอน 9.ถนนข้าวขนมเส้น จ.แพร่ 10.ถนนดอกไม้และสายน�ำ้ จ.อุบลราชธานี 11.ถนนข้าวเย็น จ.ศรีสะเกษ 12.ถนนข้าวก�่ำ จ.กาฬสินธุ์ 13.ถนนข้าวเปียก จ.อุดรธานี 14.ถนนข้าวปุน้ จ.นครพนม 15.ถนนข้าวฮาง จ.สกลนคร และ 16.ถนนข้าวหลาม อ.เชียงคาน จ.เลย ส�ำหรับพืน้ ทีเ่ ล่นน�ำ้ สงกรานต์ปลอดภัยในจังหวัดต่างๆ มีกจิ กรรมร่วมสนุก อย่างสร้างสรรค์ทั่วไทย อาทิ 1. ถ.ข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น วันที่ 8-15 เม.ย. มีกิจกรรม อาทิ ขบวน แห่เกวียนบุปผชาติ การประกวดร้องเพลงดอกคูนเสียงทอง ผิวต่างสีรำ� ดีดี มีรางวัล วันข้าวเหนียวครอบครัวเดียวกัน มหกรรมบอลลูนเฟสติวัล 2.ประตูทา่ แพ จ.เชียงใหม่ วันที่ 8-15 เม.ย. จัดงาน “ปีใ๋ หม่เมืองเจียงใหม่ 2554 สุขก๋าย เย็นใจ๋ ไร้แอลกอฮอล์” มีกจิ กรรม ณ ข่วงประตูทา่ แพ ตกแต่ง ด้วย ตุง นักษัตร 12 ราศี มีสลุงยักษ์ แจกน�้ำส้มป่อยส�ำหรับผู้ที่ต้องการ สรงน�ำ้ พระ 3. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วันที่ 11-13 เม.ย. โดยวันที่ 12 เม.ย. มีขบวนแห่ CARNIVAL MIDNIGHT SONGKRAN 2011 ต่อด้วยการจัดศึก มวยทะเล และลีลาลีลาศบนลานถนนแห่งแรกในภาคใต้ พร้อมปาร์ตโี้ ฟม 4.ศาลากลาง จ.สมุทรสาคร วันที่ 12-17 เม.ย. มีเวทีการแสดง วัฒนธรรมประเพณีทอ้ งถิน่ การแสดงทะแยมอญ (ขับร้องประกอบดนตรี) การเอิ้นกลอนฟ้อนแคน (ขับร้องและเต้นร�ำประกอบแคน) ของชาวโซ่ง (ไทยทรงด�ำ) การเล่นสะบ้า การเล่นลูกช่วง การจัดรดน�ำ้ ด�ำหัวขอพรผูใ้ หญ่ 5.ลาน คนเมือง กทม. วันที่ 13-15 เม.ย. จัดรณรงค์ในพืน้ ทีก่ รุงเทพ ชัน้ ใน อาทิ ชุมชนย่านบางล�ำพู ชุมชนปรกอรุณ วัดอรุณราชวราราม มีขบวน รณรงค์รว่ มกับรถบุปผชาติรอบเกาะรัตนโกสินทร์และการแสดงด้านศิลปะ วัฒนธรรมของเด็กเยาวชน สรงน�้ำพระที่ลานคนเมือง ภายในพื้นที่เล่นน�้ำสงกรานต์ปลอดภัย จะเน้นการจัดกิจกรรมเชิง สร้างสรรค์เพิม่ ความบันเทิง และความสนุกสนานให้กบั นักท่องเทีย่ ว โดย ไม่มเี ครือ่ งดืม่ แอลกอฮอล์ ซึง่ กิจกรรมสร้างสรรค์จะมีสว่ นช่วยลดปัญหาการ ทะเลาะวิวาทลงได้มาก ในพืน้ ที่ ถ.ข้าวเหนียว ปี 2551 เคยมีการทะเลาะวิวาท ถึง 50 ครัง้ แต่เมือ่ เริม่ กิจกรรมพืน้ ทีส่ ร้างสรรค์ การทะเลาะวิวาท เหลือเพียง 4 ครัง้ เท่านัน้ และในปีนจี้ ะมีการน�ำร่อง “สายสืบออนไลน์” ราว 2 พันคน มาเป็นหูเป็นตาสอดส่องผูก้ ระท�ำผิด โดยเฉพาะอย่างยิง่ ใน จ.เชียงใหม่และ อุบลราชธานี หากพบผูท้ ำ� ผิดจะถ่ายรูปโพสต์ลงเฟซบุค๊ หรือโซเชียล มีเดีย เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับทราบและส่งเจ้าหน้าที่ลงไปควบคุมตัว เรียกได้ว่า “พื้นที่สงกรานต์สร้างสรรค์” คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณีอนั ดีงามของชาติ ควบคูไ่ ปกับการเพิม่ ความสนุกสนานและเปิดพืน้ ที่ ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความ สามารถ เหนือสิง่ อืน่ ใด มีความปลอดภัย ไม่ต้องสูญเสียชีวิต ในวันเริ่มต้นปีใหม่ไทย

พัฒนาการของการสร้างแบรนด์ในสินค้า

และบริการ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่ ออกสตาร์ทตัวเองจากยุคของการใช้งานและ ประโยชน์ใช้สอย (Function) เคลื่อนสู่ยุคของ การเสริมสร้างความรู้สึก (Emotional Value) มาสูย่ คุ การสร้างบุคลิกภาพ (Personal Image) ยุคของการสร้างประสบการณ์รว่ ม (Experiential Design) ก่อนจะเข้าสูย่ คุ ปัจจุบนั คือ ยุคของการ ตอบแทนสังคม และรักษาสิง่ แวดล้อม (Social and Environmental Contribution) “สุวทิ ย์ วงศ์รจุ ริ าวาณิชย์” นักออกแบบ หัวใจสีเขียว อาจารย์พิเศษและคอลัมนิสต์ มากผลงาน หอบเอาความน่าสนใจของการสร้าง แบรนด์ในยุคธุรกิจติดจรวด มาร่วมแบ่งปันกับ ผู้ประกอบการหัวใจ “คิดดี ใจดี” เมือ่ รูปแบบของการบริโภคสินค้าและบริการ เปลีย่ นแปลงไปจากอดีต โลกออนไลน์ทำ� ให้ผคู้ น เสพข้อมูลก่อนตัดสินใจซือ้ มากขึน้ แบรนด์ทเี่ คย ประสบความส�ำเร็จ ถ้าหยุดอยู่กับที่ก็มีสิทธิ์ ล้มหายไปได้งา่ ยๆ ขณะทีแ่ บรนด์นอ้ งใหม่กพ็ ร้อม โลดแล่นสู่ตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง เช่นเดียวกัน “ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้ประกอบการจ�ำเป็นต้อง รู้ให้ทัน คั้นให้ถูก ว่าธุรกิจของเราควรน�ำเสนอ อะไรให้กับตลาด ผมมองว่าเป็นยุคของธุรกิจ คิดดี ใจดี คือยุคที่ผู้ผลิตนอกจากจะหารายได้ เข้าสู่กระเป๋าของตัวเองแล้ว ยังต้องตอบแทน สังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย” สุวทิ ย์ บอกเราว่า เหตุผลทีธ่ รุ กิจต้องหันมา ใส่ใจกับสังคมและสิง่ แวดล้อมมากขึน้ เนือ่ งมาจาก ผลิตภัณฑ์และบริการทีพ่ วกเขาท�ำอยู่ อาจก�ำลัง ส่งผลกระทบทัง้ ทางตรงและทางอ้อมต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น สร้างปัญหามลพิษทาง ด้านเสียงและอากาศ ปัญหาน�ำ้ เสีย เป็นต้น ดังนัน้ ผูผ้ ลิตนอกจากจะต้องคิดค้นเทคโนโลยี เพือ่ ลดปัญหาต่างๆ เหล่านัน้ แล้ว ยังจะต้องคิดค้น หาวิธีลดปริมาณการใช้ทรัพยากรในการผลิต ลงด้วย เช่น โครงการภายใต้แนวคิด Eco Value ของ SCG ที่สะท้อนให้เห็นถึงการลดปริมาณ การใช้ทรัพยากรในการผลิตกระดาษ เป็นต้น ขณะทีง่ านออกแบบในยุคนี้ สุวทิ ย์บอกว่า จะเป็นการน�ำเอาศาสตร์ของ “Green Design” และ “Sustainable Design” เข้าไปมีสว่ นร่วมใน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างองค์กร รวมไป ถึงการตอบแทนสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่า จะเป็นการลดปริมาณการใช้ทรัพยากร การคิดค้น นวัตกรรมด้านวัสดุและขบวนการผลิตในรูปแบบ ใหม่ การใช้พลังงานทีส่ ะอาดเป็นมิตรต่อสิง่ แวดล้อม

พัฒนาการของ “แบรนด์” ในยุคที่ธุรกิจต้อง “คิดดี ท�ำดี” เป็นนิสัย ถึงจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน กลายเป็นการเดิมพันผู้ประกอบการยุคใหม่ ให้ต้อง ปรับวิธีคิด เปลี่ยนมุมมองเดินเกมธุรกิจ เพื่อตอบแทน สังคมและสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น หรือแม้กระทั่งการน�ำเศษวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ดูแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มี ต้นแบบให้เห็น ที่ส�ำคัญต้นแบบแบรนด์น�้ำดี เหล่านี้ ล้วนมีนามสกุลไทยแท้ สุวทิ ย์ ยกตัวอย่าง โรงแรมมีเอกลักษณ์และ ชือ่ น่าพักอย่าง “พระนครนอนเล่น” ทีก่ ลัน่ กรอง จากหัวใจของผู้บริหาร โรส-วริศรา มหากายี สะท้อนความจริงว่า จ�ำเป็นอย่างยิง่ ทีก่ ารสร้าง แบรนด์ ต้องสร้างจาก “หัวใจ” ทีแ่ ท้จริง มากกว่า การสร้าง “แบรนด์เทียม” ทีม่ าจากการปรุงแต่ง เติมสีลอกเลียนแบบคู่แข่ง “ที่นี่ไม่เหมือนกับโรงแรม 5 ดาวทั่วไป หรือบูตคิ โฮเต็ลทีผ่ ดุ ขึน้ เป็นดอกเห็ด โดยน�ำเอา ธรรมชาติเข้ามาผูกมิตรกับโรงแรม รวมไปถึง แขกผู้มาพักได้อย่างลงตัว ตั้งแต่การตกแต่ง สถานที่ให้มีพื้นที่สีเขียวกระจายไปทั่วทุกจุด งานออกแบบและการตกแต่งภายในอาคารได้นำ� ธรรมชาติซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์มาเป็นตัว ขับเคลือ่ น โรงแรมแห่งนีย้ งั ไม่ได้ทำ� ตัวโดดเด่น เตะตา ในทางตรงกันข้ามกลับท�ำตัวกลมกลืน ไปกับย่านเก่ากลางเมืองกรุงอย่างชุมชนแถว เทเวศร์” นักออกแบบรักษ์โลก ยังบอกเราว่า การน�ำ ธรรมชาติมาสร้างเอกลักษณ์ให้กลมกลืนกับโรงแรม ไม่ได้มีเพียงแค่ “รูปลักษณ์” หากยังรวมถึง การปลูกฝังความเป็นอยู่อย่างธรรมชาติให้กับ แขกผู้มาเยือน เปรียบเหมือนการน�ำ Brand Experience ทั้งรูปรสกลิ่นเสียงและสัมผัส มาสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับโรงแรมได้ อย่างลงตัว เช่นเดียวกับความงดงามของแนวคิด “อารีย์การ์เด้นท์” ของ ปณิดา ทศไนยธาดา พื้นที่กว่า 1 ไร่ ติดถนนในซอยอารีย์สัมพันธ์ ถ้าไม่ถูกน�ำไปสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ก็อาจ เนรมิตเป็นคอนโดมิเนียมได้ง่ายๆ เพราะเป็น

ยุคนี้เป็นยุคที ่ ผู้ประกอบการ จ�ำเป็นต้อง รู้ให้ทัน คั้นให้ถูก ว่าธุรกิจ ควรน�ำเสนออะไรให้กับ ตลาด ผมมองว่าเป็น ยุคของธุรกิจคิดดี ใจดี นอกจากจะหารายได้แล้ว ยังต้องตอบแทนสังคม และสิ่งแวดล้อม ให้มากขึ้น ที่ทราบดีว่า มันสามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาล ให้กบั ท�ำเลทองแห่งนี้ แต่นกั สร้างสรรค์รนุ่ ใหม่ เช่นเธอ กลับเลือกสร้างพืน้ ทีส่ เี ขียวร่มรืน่ แทน การเติบโตของแท่งคอนกรีต “อารียก์ าร์เด้นท์ มีแนวคิดต้องการให้พนื้ ที่ แห่งนีเ้ ป็นเหมือน “สวนหลังบ้าน” ของผูค้ นทีใ่ ช้ชวี ติ อยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ ไม่ว่าจะนั่งท�ำงานที่ กระทรวงต่างประเทศ พนักงานออฟฟิศหรือ คนทีข่ จี่ กั รยานมาจากบ้าน ทุกคนสามารถเข้ามา ท�ำกิจกรรมภายในได้อย่างสบายใจ เหมือนกับ เปิดประตูหลังบ้านแล้วเดินเข้าไปอยู่ในสวน ของตัวเอง” สุวิทย์ บอกว่า “อารีย์การ์เด้นท์” มีพื้นที่

สิ่งไม่พึงปฏิบัติในการท�ำธุรกิจ  การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง โอ้อวด สรรพคุณเกินกว่าที่เป็นจริง หรือพยายามสื่อความที่คลุมเครือ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการตัดสินใจเลือกซื้อโดยเข้าใจผิด  การท�ำให้ผู้บริโภคเกิดอารมณ์คล้อยตาม หรือสร้าง บรรยากาศที่เคลิบเคลิ้มหลงใหลโดยจงใจ เพื่อท�ำให้ผู้บริโภค ตัดสินใจเลือกซื้อโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ  การท�ำธุรกิจที่ค้าก�ำไรเกินควรด้วยความละโมบ หรือ การสร้างสถานการณ์เพื่อบังคับให้เกิดการซื้อ  การท�ำธุรกิจที่จะท�ำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ทั้ง ในด้านของสุขอนามัย ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน หรือท�ำให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้บริโภคได้โดยง่าย  การหลีกเลี่ยง บ่ายเบี่ยง หรือจงใจไม่ยอมรับผิด หรือ รับชดใช้ในความเสียหายที่เกิดต่อผู้บริโภค ต่อความรับผิดชอบ ในสินค้าหรือบริการที่น�ำเสนอ  การจงใจปกปิดหรือหลีกเลีย่ งไม่แจ้งข้อมูลให้ผบู้ ริโภคได้ รับทราบเมือ่ มีการเปลีย่ นแปลงในสาระส�ำคัญของสินค้าหรือบริการ  การหลีกเลี่ยง บ่ายเบี่ยง หรือดึงการช�ำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ เมื่อถึงเวลาก�ำหนด  การจัดท�ำบัญชีที่ไม่โปร่งใสเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับ ตนเอง หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร

 การสร้างมลภาวะต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การ ปล่อยสารพิษที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขอนามัยของคนในชุมชน ตลอดจนถึงการท�ำให้เกิดของเสียหรือของเหลือทิ้งที่มากเกิน ความจ�ำเป็นโดยไม่มีการควบคุมหรือการจัดการที่ดี  การใช้วัตถุดิบ ทรัพยากรการผลิต และพลังงาน อย่าง สิ้นเปลืองโดยไม่ระมัดระวังและไม่มีการควบคุมจัดการ  การละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค  การใช้สิทธิที่ได้รับอนุญาตหรือสัมปทาน ด้วยความ สะเพร่า ไม่ระมัดระวัง จนท�ำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน หรือส่วนรวมทีเ่ ป็นเจ้าของสิทธิ หรือใช้สทิ ธิเกินกว่าในส่วนทีไ่ ด้รบั อนุญาต  การใช้แรงงานที่ไม่เหมาะสม เช่น แรงงานเด็ก หรือ แรงงานต่างชาติที่เข้าประเทศโดยไม่ถูกต้อง การกดขี่แรงงานที่ รู้ว่าเป็นแรงงานที่ต้องหลบหนีกฎหมายเข้าเมือง  การบริหารจัดการธุรกิจโดยไม่เป็นธรรม ล�ำเอียง มีผลประโยชน์ ทับซ้อน เช่น การแต่งตั้งผู้บริหารที่เป็นสมาชิกครอบครัวโดยไม่ ต้องมาท�ำงานหรือมีความสามารถและคุณสมบัตไิ ม่เหมาะสมกับ ต�ำแหน่ง ละเลยหรือไม่สนใจกับหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับ  การปฏิบัติที่ไม่ตรงกับข้อสัญญาที่ให้ไว้กับคู่ค้า ลูกค้า หรือผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือ

ส่วนกลางทีเ่ ป็นต้นไม้กว่า 50% ส่วนพืน้ ทีท่ เี่ หลือ ถูกออกแบบให้เป็นร้านค้าขนาดเล็กทีม่ รี ปู แบบ กลมกลืนไปกับสวนสีเขียว เช่น ร้าน Polka Dot Cafe กับอาหารอิตาเลียนสไตล์ Fusion ร้าน Chubby Changs ร้านเบเกอรี่ และGift Shop HOBS, Salad Story เป็นต้น “นอกจากนีพ้ วกเขายังจัดกิจกรรมเพือ่ ให้ สวนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของคนที่อยู่ในย่านนี้ จริงๆ เช่น กิจกรรมทุกเสาร์อาทิตย์ ในช่วง เดือนธันวาคมจะมี Workshop อบรมการเย็บ สมุด การท�ำ Scrapbook และการเปิดร้านสินค้า ท�ำมือจาก Thai Craft เป็นต้น” คนเชือ่ ในพลังของแบรนด์แสนดีบอกเราว่า “อารียก์ าร์เด้นท์” คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์ มาบวกกับงานออกแบบ ถ่ายทอดแนวคิดหลัก ของการท�ำธุรกิจ จาก “สวนหลังบ้าน” ที่ฝันไว้ กลายมาเป็น “สวนหลังบ้าน” ของคนในชุมชนนี่ คือการสร้าง “มูลค่าทางใจ” ทีส่ ำ� คัญยิง่ ต่อการ สร้าง “ความผูกพัน” ให้กบั แบรนด์ได้เป็นอย่างดี สุวิทย์ ยังบอกว่า ภาพลักษณ์ขององค์กร ในปัจจุบันไม่ได้ผูกติดอยู่กับ Life Style ของ ผูบ้ ริโภคเพียงอย่างเดียว แต่ยงั พ่วงในเรือ่ งของ สิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย เช่นเดียวกับตัวอย่าง ของธุรกิจคิดดีท�ำดีที่เขาเอ่ยถึง แม้พฒ ั นาการของผลิตภัณฑ์จะถูกเปลีย่ น บทบาทไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภค สภาวะ แวดล้อม และทัศนคติทางสังคม แต่สุวิทย์ บอกว่า ไม่วา่ รูปแบบ “แบรนด์” จะมีพฒ ั นาการ ไปในทิศทางไหน ทว่าสิง่ ส�ำคัญทีส่ ดุ ก็คอื “ต้นตอ” ของการ สร้างแบรนด์ โดยแบรนด์นนั้ ยังคงต้องมีมาตรฐาน และสามารถตอบสนองการใช้งานของผูบ้ ริโภค ได้อย่างเต็มร้อย “เพราะต่อให้แบรนด์ของคุณจะ Think Green หรือตอบแทนสังคมได้เกินร้อย แต่ถ้า ต้ น ตอของแบรนด์ ไม่ ส ามารถตอบสนอง ความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคได้แล้ว แบรนด์ที่แสนดีของคุณก็อาจจะไม่สามารถอยู่ ในตลาดได้นานอย่างแน่นอน” นีค่ อื อีกต้นแบบคนคิดดี ทีอ่ ยากเสนอสูตร สร้างแบรนด์ “แสนดี” ป้อนโลก

สัญญาทางใจ ศรัทธา ความเชื่อถือที่ได้รับ  การล้วงความลับ การเปิดเผยความลับ ของคูค่ า้ หรือผูอ้ นื่ เพือ่ จงใจสร้างความได้เปรียบ หรือต้องการท�ำให้ผเู้ กีย่ วข้องได้รบั ความเสียหาย การปล่อยข่าวลวง การน�ำหรือใช้ข้อมูลภายในมา เปิดเผยโดยหวังผลประโยชน์ต่อตนเอง  การกระท�ำทีเ่ ป็นการโหดร้าย ทารุณ ไม่มมี นุษยธรรม หรือ เมตตาธรรม ต่อบุคคลอืน่ ไม่วา่ จะเป็น พนักงาน ผูบ้ ริโภค หรือ คูแ่ ข่ง  การละเลย ละเว้นการปฏิบตั ิ ละเว้นการให้ความช่วยเหลือ หรือละเว้นการกระท�ำใดๆ ที่เห็นว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ควรในเชิง ธุรกิจ โดยไม่แสดงเจตนาที่จะยับยั้ง ไม่นา่ เชือ่ เลยใช่ไหมครับ ว่าจะสามารถร่ายยาวได้มากมาย ขนาดนี้ หากพบว่า อาจมีพฤติกรรมในข้อใดที่ท่านอาจปฏิบัติอยู่โดย ไม่ทนั คิดหรือไม่ตงั้ ใจ ก็เป็นโอกาสทีด่ สี ำ� หรับการแก้ไขปรับปรุง เพือ่ น�ำธุรกิจของท่านกลับเข้าสู่เส้นทางของการเป็นธุรกิจที่มีธรรมาภิบาลและมีความรับผิดชอบต่อสังคมทีเ่ กิดขึน้ จากภายในอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมต่างๆ เหล่านีอ้ าจมีความรุนแรงมากน้อย ต่างระดับกันออกไป หากเป็นการกระท�ำทีส่ ร้างผลกระทบเล็กน้อย ไม่รนุ แรง ก็ยงั อาจพออะลุม้ อล่วยไปได้บา้ ง แต่หากหลีกเลีย่ งได้เสีย เลยทั้งหมด ก็จะเป็นการดีอย่างยิ่งส�ำหรับธุรกิจที่จะด�ำเนินต่อไป ได้อย่างมั่นคง ฟังเรือ่ งการแนะน�ำวิธกี ารปฏิบตั ทิ ดี่ ี หรือ ด้าน “ธรรม” กันมา มากแล้ว วันดีคืนดี ก็กลับมาฟังเรื่อง “ศีล” หรือ ข้อพึงละเว้น บ้างก็ดีเหมือนกัน ครับ!!??!!


5

Rich&Risk

จนส่งออก วันนี้คุณก็คือน�้ำพริกแม่ประนอม แต่ถ้าคุณ คิดแค่ว่าท�ำน�้ำพริกขายในตลาดนัด ขายตั้งแต่อายุ 20 จนถึง 80 ปี ก็ยังอยู่ตรงนั้นไม่ขยับขยายไปไหน คุณก็เป็นได้แค่คนขายน�้ำพริกในตลาดนัดเท่านั้น” นั่นคือเหตุผลที่เขาบอกว่า ท�ำธุรกิจอะไรก็ดี ทั้งนั้น เพียงแค่รู้จัก “ปรับวิธีคิด” ขณะทีห่ ลายธุรกิจหาวิธพี ฒ ั นาตัวเอง ด้วยการ มองคู่แข่ง แล้วหาหนทางท�ำสิ่งที่เหนือกว่าให้ได้ แต่กับ “วุฒิศักดิ์” พวกเขาไม่ได้มองคู่แข่งขัน แต่ เป็นการหาไอเดียมาพัฒนาธุรกิจของพวกเขาให้ดี ขึ้น มากกว่า “ผมจะไม่มองคู่แข่ง แต่จะมองธุรกิจอื่นไป เลย อย่างดูการจัดดีสเพลย์หน้าร้านสวยๆ ดูว่าเขา ท�ำสวยเพราะอะไร จะเอามาประยุกต์กบั ร้านของเรา ได้ไหม เห็นข้อดีของสิ่งต่างๆ อย่างละเล็ก อย่างละ น้อย ค่อยๆ สั่งสมทุกอย่าง จนรวมมาเป็นเราวันนี้” นั่นคือสิ่งที่ท�ำให้ “วุฒิศักดิ์ คลินิก” มีความ แตกต่าง ความต่างที่เกิดจากการ “ช่างสังเกต” ของ ผู้บริหาร ซึ่งยอมรับกับเราว่า ไม่ชอบท�ำงานนั่งโต๊ะ แต่เลือกออกไปเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ รอบตัว “ส�ำหรับผมการท�ำทุกอย่างต้องคิดเป็นงานหมด อย่างผมเห็นป้ายโฆษณา ก็คดิ เป็นวุฒศิ กั ดิ์ เห็นโลโก้ อะไรก็มองเป็นวุฒศิ กั ดิ์ เห็นอะไรแปลกๆ ก็มองเป็น วุฒิศักดิ์หมด วุฒิศักดิ์ถึงได้มีอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นเขา เช่นเข้าไปท�ำหน้าแต่ก็มีไดร์เป่าผม มีนำ�้ เสิร์ฟ มีห้อง ส่วนตัว มีบริการต่างๆ ที่ค่อนข้างแหวกแนว สิ่งที่ เราท�ำคือหาจุดต่างให้เจอ คิดว่าเราอยากได้อะไร ก็ใส่อย่างนั้นให้ลูกค้า” คนอื่นอาจเรียกว่า “บ้างาน” แต่กับ ณกรณ์ เขาบอกว่า “คุ้นชิน” กับการเอางานมาเป็นส่วนหนึ่ง

ณกรณ์ กรณ์หิรัญ

จีราวัฒน์ คงแก้ว

ช่างภาพ : ปราโมทย์ พุทไธสงไ

มี “คมความคิด” ดีๆ ตลอดการสนทนากับ

ผู้บริหารหนุ่ม “ณกรณ์ กรณ์หิรัญ” ประธาน เจ้าหน้าทีบ่ ริหาร วุฒศิ กั ดิ์ คลินกิ กรุป๊ จ�ำกัด (มหาชน) ที่ไม่เพียงผู้ประกอบการ คลินิกความงามและ ผิวพรรณเท่านั้น ที่จะสามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ หากยังรวมถึงผู้ประกอบการในทุกธุรกิจ ที่จะได้ ไอเดียใหม่ๆ ไป “ขบคิด” ความส�ำเร็จของ “วุฒิศักดิ์ คลินิก” ตลอด 11 ปี บนเวที คลินิกความงามและผิวพรรณ จากธุรกิจ

ก้าวแบบ “วุฒิศักดิ์” • กล้าท�ำ อย่าคิดว่า ท�ำไม่ได้ • เข้าไปนั่งในใจลูกค้า ท�ำในสิ่ง ที่เราเองก็อยากได้รับ • ประชาสัมพันธ์ตัวเอง ต้องมั่นใจ ว่าธุรกิจดีจริง • ให้ความส�ำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ดี ลูกค้าต้องเห็นผล • แตกต่าง เป็นผูน้ ำ� ไม่ทำ� ตามคนอืน่ • เรียนรู้จากหลากธุรกิจ น�ำจุดดี มาปรับใช้ • เป็นคนเดิมให้ได้อย่าหลงตัวเอง

วุฒิศักดิ์ คลินิก

SUCCESS STORY เพียงปีแรกที่ “วุฒิศักดิ์ คลินิก” สยายปีกชิมลาง ใน “ลาว” ก็ประกาศ จะขยายถึง 5 สาขา ให้ได้ในปีเดียว ขณะที่ มีสาขาในไทยนับไม่ถ้วน นี่คือ ความไม่ธรรมดา ของธุรกิจคนหนุ่ม ที่ ณกรณ์ กรณ์หิรัญ พร้อมจะถ่ายทอด ซัคเซค สตอรี่

เดือนพฤษภาคมนี้ และจะเปิดให้ครบ 5 สาขาภายใน ปีนี้ให้ได้ คิดเร็ว ท�ำไว ตามแบบฉบับคนรุ่นใหม่ “หลักการของผม ถ้ามันมีจงั หวะ เวลา เราต้อง จัดการทันที อย่ามัวแต่รอ ว่าต้องอีก 3 ปี 5 ปี ถึง ตอนนั้นคนอื่นก็ทำ� ไปหมดแล้ว” การรีบขยายสาขาเมื่อเห็นโอกาส ก็เหมือน เกมธุรกิจในไทย ที่วุฒิศักดิ์ มีสาขาอยู่เป็นจ�ำนวน มากอย่างรวดเร็ว และมองที่จะขยายในต่างจังหวัด เติมเพิ่มอีก ตามความตั้งใจของเขาคือ อย่างน้อย จังหวัดละแห่ง บนความพร้อมที่พวกเขาพิสูจน์มา แล้วกว่าทศวรรษ กลายเป็น “สูตรธุรกิจ” ที่สามารถยกโมเดล นีไ้ ปงอกงาม ณ ทีใ่ ดก็ได้ ไม่วา่ จะเป็นในไทยหรือ ต่างประเทศ

Key to Success

วันที่ 11 เมษายน 2554

หลักแสนกลายเป็นกิจการมูลค่าหลายพันล้านบาท ในวันนี้ เกิดจากความมุง่ มัน่ ของทีมผูบ้ ริหารรุน่ ใหม่ ที่ “ลงล็อก” สุดๆ ทัง้ นายแพทย์ วุฒศิ กั ดิ์ ลิม่ พานิช ณกรณ์ กรณ์หิรัญ และ พลภัทร จันทร์วิเมลือง คุณหมอ นักการตลาดและบริหารจัดการ ตลอด จนมือวางงานออกแบบและเลือกท�ำเล นั บ เป็ น ความลงตั ว ที่ น� ำ ไปสู ่ โ อกาสธุ ร กิ จ ไม่หยุดนิง่ สามารถขย���บขยายจนมีสาขากว่า 100 สาขา ในประเทศ และเดินหน้าสู่สาขาในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเปิดในลาวถึง 5 สาขา ดึงเม็ดเงิน กว่า 300 ล้านบาท กลับเมืองไทย มาสเตอร์คีย์สู่ความส�ำเร็จ ณกรณ์ บอกว่า คือ “ความไม่หยุดนิ่ง” “ผมเชื่อว่าการท�ำทุกอย่างไม่ควรหยุดนิ่ง ท�ำ ตรงนี้ได้ก็ต้องหาช่องทางขยายต่อไป ไม่ใช่จะ หยุดยาวแค่ตรงนี้ ท�ำให้ธุรกิจของเราโตได้ค่อน ข้างเร็ว จากคลินิกความงามและผิวพรรณก็มาเป็น วุฒิศักดิ์ คลินิก คอสเมติก จ�ำหน่ายเครื่องดื่มเพื่อ สุขภาพและความงาม กลูตา้ เฮลติ วุฒศิ กั ดิ์ ฟามาร์ซี ขายผลิตภัณฑ์ยา วุฒิศักดิ์ คลินิก ศัลยกรรม ให้ บริการศัลยกรรมความงาม วิธคี ดิ คือเราจะดูวา่ อันไหนมีความเป็นไปได้กท็ ำ� ถ้าตัวไหนไปไม่ได้ก็จะชะลอดู ถ้าไม่ดีก็ขายออกไป ผมมองว่าการท�ำธุรกิจไม่ใช่ตอ้ งส�ำเร็จทุกอย่าง ก็แค่ ท�ำให้ดีที่สุด” ณกรณ์ เชื่อในวิธีคิดแบบนี้ และเชื่อว่าเป็นวิธี คิดที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ กระทั่ง แม่ค้าขายน�้ำพริก ตามตลาดนัด “คุณอาจท�ำน�ำ้ พริกขายอยูใ่ นตลาดนัด วันหนึง่ ก็เริ่มท�ำให้ใหญ่ขึ้น เริ่มส่งขายในจังหวัดใกล้เคียง จากนัน้ กลับมาพัฒนาแพ็คเกจจิง้ ส่งขายในกรุงเทพ

ของ

ของชีวิต “ถ้าสามารถเอาตัวเรากับงาน รวมเป็นคน คนเดียวกันได้ ผมเชื่อว่าจะประสบความส�ำเร็จ ผมไม่มีเวลาเลิกงาน ตีสาม ตีสี่ ถ้าคิดอะไรได้ผมก็ จะจดบันทึกไว้ ผมชินกับตัวผมทีเ่ ป็นแบบนี้ เพราะ เราเป็นผู้น�ำ ถ้าผู้บริหารไม่ครีเอท พนักงานก็อยู่ ไม่ได้ การท�ำทุกอย่างของผม ต้องค�ำนึงถึงชีวิต พนักงานอีกหลายพันคน” วิธคี ดิ หนึง่ ทีน่ า่ สนใจของวุฒศิ กั ดิ์ คือการเลือก เป็น “ผูน้ ำ� ไม่ใช่ผตู้ าม” แม้จะมีความเสีย่ งมากกว่า เช่นเดียวกับการเข้าไปขยายสาขาในต่างประเทศ พวกเขาประเดิมด้วยการเลือก “ลาว” และมีเป้าหมาย ต่อไปคือ “กัมพูชา” ประเทศที่คนอื่นเมินหน้านี้ แต่ ส�ำหรับ “ณกรณ์” เขาบอกเราว่า… นี่คือ “โอกาส” “เราอยากเข้าไปบุกเบิก ประเทศที่คนอื่น ไม่ไปกัน ประเทศเหล่านี้ก็เหมือนเมืองไทยเมื่อ สิบกว่าปีก่อน คู่แข่งไม่เยอะมีแต่ร้านท้องถิ่น และ คนมีก�ำลังซื้อ ประเทศที่ก�ำลังพัฒนา คนจนก็จน มาก แต่ถา้ รวยก็รวยสุดขัว้ ซึง่ กลุม่ คนรวยมีจำ� นวน มากพอสมควร และนัน่ เป็นโอกาสให้กบั เรา เพียงแต่ คีย์ส�ำคัญคือเราต้องหาพาร์ทเนอร์ที่ดีให้ได้เท่านั้น” “บริษัท สยามอินเตอร์ เนชั่นแนล” ตัวแทน จ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ไทยหลายแบรนด์ในลาว คือ ผูเ้ ชีย่ วชาญทีจ่ ะสอนพวกเขาเรือ่ งกฎเกณฑ์ เงือ่ นไข และความสลับซับซ้อนของการท�ำธุรกิจในลาว พาร์ทเนอร์ทดี่ ี ก็คอื ค�ำตอบทีท่ ำ� ให้ “วุฒศิ กั ดิ”์ ทีเ่ พิง่ เปิดสาขาในเวียงจันทน์ ไปเมือ่ เดือนกุมภาพันธ์ ทีผ่ า่ นมา มีกระแสตอบรับจากแม่หญิงลาวทีเ่ ข้ามาใช้ บริการล้นหลามเกือบ 200 คนต่อวัน จนผู้บริหาร วุฒศิ กั ดิบ์ อกเราว่า เล็งจะขยายต่ออีก 2 สาขาภายใน

‘คนหนุ่ม’ หลายคนอาจเห็นว่าวุฒิศักดิ์ ประสบความ ส�ำเร็จ ก็อยากกระโดดเข้ามาธุรกิจนีบ้ า้ ง แต่ “ณกรณ์” บอกไว้ว่า ผู้เล่นที่เข้ามาทีหลัง มีข้อเสียเปรียบ แทบทุกประตู ไม่ว่าจะเป็นทีมแพทย์ ที่ต้องค่อยๆ สร้ า งและพั ฒ นา คุ ณ ภาพยาที่ ดี แ ละพิ สู จ น์ ไ ด้ ขณะที่ ท� ำ เลส� ำ คั ญ ๆ แบรนด์ ใ หญ่ ก็ ยึ ด หั ว หาด ไว้หมดแล้ว ยิง่ ถ้าไม่มโี ฆษณา ประชาสัมพันธ์ ธุรกิจ ก็ยิ่งไปไม่รอด “ผมอยากให้ คุณท�ำอะไรก็ได้ที่ใจชอบ และ ท�ำให้ดีที่สุด อย่าพยายามท�ำตามคนอื่น ผมเห็น มาเยอะมาก ตั้งแต่ตอนที่ผมยังไม่มีอะไรเลย อย่าง คนท�ำกาแฟส�ำเร็จ ก็วงิ่ มาขายกาแฟกันหมด สุดท้าย ก็ไปไม่รอด ที่รอดก็แค่พออยู่ได้ ผมมองว่าเราไม่จำ� เป็นต้องไปตามใคร ถ้าจะท�ำ ต่างก็ตอ้ งหาสิง่ ทีเ่ หนือกว่าและจุดต่างให้ได้ อย่างถ้า จะเปิดร้านสุกตี้ อนนีก้ ต็ อ้ งคิดแล้วว่าเราจะเหนือกว่า และแตกต่างจากเอ็มเค สุกี้ได้อย่างไร ถ้าหาได้ นั่นแหละคุณจึงจะประสบความส�ำเร็จ” ลองให้คะแนนตัวเองนับจากวันเริ่มต้นจนถึง ตอนนี้ ณกรณ์ บอกว่า เขาให้แค่ 7 เต็ม 10 เพราะ ยังอยากท�ำงานหนักเหมือนอย่างวันแรกที่เริ่มท�ำ ธุรกิจ “ผมมองว่าเราควรท�ำงานทุกอย่างให้เหมือน วันแรก เหมือนเราเคยขายของในตลาดนัด วันนีเ้ รามี เงินขึน้ มา คิดถึงแต่เอ็มโพเรียม จุดนีแ้ หละทีจ่ ะท�ำให้ คนเปลีย่ น และผูป้ ระกอบการก็จะไปไม่รอด ฉะนัน้ เราต้องไม่หลงตัวเอง และต้องเป็นเราคนเดิมให้ได้ อันนี้ส�ำคัญ” นีค่ อื คมคิดของคนหนุม่ ทีเ่ ข็นธุรกิจมาถึงวันนี้ ด้วยความอดทน เพียรพยายามและมุง่ มัน่ จนก้าวเป็น ผู้น�ำตลาดได้อย่างเต็มภาคภูมิ

อย่าแค่ “ปรับปรุง” แต่ต้อง “เปลี่ยนแปลง” ในการท�ำธุรกิจอะไรก็ตาม หนีไม่พน้ ทีจ่ ะต้องมีการ “พัฒนา” ท�ำให้ง่าย…ในการตัดสินใจ ไปจนถึง “ลอกคราบเดิม” เพราะไม่มีสินค้า-บริการทุกชนิดบนโลกนี้ ที่จะคงสภาพเดิมแล้วจะอยู่รอดไปได้! แต่เมื่อถึงเวลา ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่ต้องพัฒนา ไปจนถึง สถานการณ์ที่ถูกคู่แข่งและการเปลี่ยนแปลงภายนอก บีบให้พัฒนา ไปจนถึง “ลอกคราบเดิม เติม และสร้างคราบใหม่” ความยากอยู่ที่ การเริ่มต้น ยากตรงที่…จะแค่ “ปรับปรุง” หรือ จะท�ำถึง “เปลี่ยนแปลง” ? ตอบได้อย่างตรงไปตรงมาแบบมั่นใจเลยก็คือ….ไม่มีค�ำตอบที่ ใช้ได้กับทุกสินค้าทุกบริการและทุกสถานการณ์! (แต่ถ้าทนอ่านไปจนจบ…อาจจะพบค�ำตอบที่ต้องการ!) ทางเลือกแรก ท�ำแค่ “ปรับปรุง” ข้อดีของวิธีการนี้คือ 1.ตัดสินใจง่าย เพราะการเลือกวิธีการปรับปรุง เป็นทางเลือกที่ใครๆ ก็ท�ำ มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย และ ไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่าย ที่มากเกินไป มี ผลกระทบกับทั้งภายในและกับคู่ค้า ลูกค้าไม่มาก ด้วยหลายเหตุผล

2. ลดความเสี่ยง เพราะการปรับปรุง จะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่ง ทุกฝ่ายไปจนถึงลูกค้า อาจจะรับไม่ได้ และไม่ต้องเสี่ยงที่จะล้มเหลว เพราะคิดว่าการปรับปรุงคือการพัฒนา หรือการต่อยอด 3.ง่ายกว่า..ในทางปฏิบัติ แน่นอนว่าง่ายกว่าการเปลีย่ นแปลงเยอะ และไม่จ�ำเป็นต้องใช้ วิธี คิด วิธีการใหม่ๆ เพียงแต่ใช้ประสบการณ์กับความรู้ใหม่ๆ มาพัฒนา สิ่งเดิมๆ ให้ดูเหมือนแตกต่างจากเดิม แต่ไม่แตกต่างจนสร้างความ ไม่คุ้นเคย แต่ข้อเสียของวิธีการนี้คือ ข้อเสีย 1.ตัดสินใจ….ง่ายไปหน่อย! เนื่องจากมันตัดสินใจง่าย ท�ำให้การปรับปรุง “มักไม่เห็น ความแตกต่างของการพัฒนา” และยิ่งเป็นการ “ปรับปรุง” แบบไม่ ต่อเนื่อง….บ่อยครั้งที่การปรับปรุงมักจะไม่มีความแตกต่างไปจาก เดิมหรือหนักกว่านั้นอาจแย่ไปกว่าเดิม….เพราะการตัดสินใจที่ง่าย

เกินไป และไม่มีอะไรที่ดูดึงดูด หรือโดดเด่น….หลังการปรับปรุง! ข้อเสีย 2. ลดความเสี่ยง และลดความส�ำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ไปด้วย! แทบจะไม่มีสินค้าบริการใดๆ บนโลกนี้…ที่แค่ปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ รวมทั้งปรับปรุงแบบไม่ต่อเนื่อง จะประสบความส�ำเร็จที่ยิ่ง ใหญ่หรือก่อให้เกิดผลการเปลี่ยนกฎเปลี่ยนรูปแบบของกฎเดิมๆ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงโลก!และบ่อยครั้งที่การปรับปรุงแบบไม่มี ยุทธศาสตร์..อาจจะเสี่ยงกว่าการไม่ท�ำอะไรเลยก็ได้! ข้อเสีย 3.ง่ายกว่าก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ ปวดหัว! อาจจะดูเหมือนง่ายกว่าในทางปฏิบตั ิ ระหว���างการเลือก “ปรับปรุง” กับการเลือก “เปลี่ยนแปลงแบบปฏิวัติ พลิกโฉม”! แต่เนื่องจาก มันง่ายกว่า ท�ำให้ผลที่ออกมาก็ดูง่ายเกินไป…ที่จะไปได้ดี และ บ่อยครัง้ ความง่าย กับ ความมักง่าย มักจะกลายเป็นสิง่ เดียวกัน เพราะ มันเป็นแค่ “การปรับปรุง”! จากข้อดี ข้อเสียของการเลือก “ปรับปรุง” โดยเฉพาะการ “ปรับปรุง

ปัญหาอันดับหนึ่ง ในธุรกิจแฟรนไชส์

การขายแฟรนไชส์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากที่สุดคือ จะท�ำ

อย่างไร ให้แฟรนไชซีประสบความส�ำเร็จ เพราะความส�ำเร็จของผูซ้ อื้ แฟรนไชส์ คือความส�ำเร็จที่แท้จริงของแฟรนไชส์นั่นเอง นี่คือหัวใจ เราเคยส�ำรวจ ความพึงพอใจในการท�ำธุรกิจแฟรนไชส์มา หลายหน หนแรก เมือ่ ประมาณ 20 ปีกอ่ น การส�ำรวจจะเป็นการให้กบั ผู้ซื้อแฟรนไชส์ตอบแบบสอบถาม โดยมีประเด็นค�ำถาม กว่า 20 ข้อ ในเรือ่ งทีต่ อ้ งการรู้ เช่นเรือ่ ง เพศ และ อายุ ระดับการศึกษา ของผูซ้ อื้ แฟรนไชส์ เรื่องอาชีพเดิม เรื่องการลงทุน เรื่องผลก�ำไร เรื่องปัญหา ที่พบ รวมแล้ว 20 กว่าข้อ แต่ประเด็นที่เราให้ความสนใจมากที่สุด คือ ค�ำถามที่ว่า คุณ มีความพึงพอใจในการท�ำแฟรนไชส์ที่คุณซื้อมาหรือไม่ โดยมีคำ� ตอบให้เลือกแบบฟันธง เพียง 2 ข้อ เท่านั้น คือ พอใจ และไม่พอใจ ผลการส�ำรวจครั้งแรกแฟรนไชส์ที่ได้คะแนน สูงสุดกว่า แบรนด์อื่นๆ คือ ร้านหนังสือดอกหญ้า ผู้ที่มีอายุอานามสูงหน่อย จะ รูด้ วี า่ ในสมัยนัน้ ร้านหนังสือดอกหญ้า คือผูป้ ฏิวตั วิ งการค้าปลีก เป็น ร้านหนังสือที่โดดเด่นมากๆ เพราะ มีการจัดร้านสวยงาม สะอาด มีระเบียบ จัดเรียงหนังสือเป็นหมวดหมู่ และมีการท�ำระบบสมาชิก ทีส่ ำ� คัญก่อนทีจ่ ะมีการเปิดร้าน จะมีการป่าวประกาศโฆษณากันอย่าง หนักหน่วง เพื่อให้ชาวบ้านชาวช่องละแวกนั้น รู้กันทั่วว่า จะมีร้าน ดอกหญ้ามาเปิดแถวนี้ เราเคยได้ มี โ อกาสพู ด คุ ย กั บ แฟรนไชซี ข องดอกหญ้ า ใน ต่างจังหวัดช่วงที่มีการส�ำรวจ เขาเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่ร้านจะเปิดคน ทั้งจังหวัดรู้กันหมดเลยว่า จะมีร้านดอกหญ้ามาเปิด บางคนยัง ไม่รู้เลยว่า ร้านดอกหญ้าขายอะไร รู้แต่ว่าจะมีร้านชื่อดอกหญ้ามา นี่คือการสร้างแบรนด์ให้รู้จักก่อนมีการเปิดร้าน ผลของการส�ำรวจแฟรนไชซีครั้งที่ 1 ปรากฏว่า 80% พอใจใน การเป็นแฟรนไชส์ร้านหนังสือดอกหญ้า แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย มากว่า ร้านดอกหญ้าช่วงหลังทางบริษัทแม่ประสบปัญหาเกี่ยวกับ การบริหารการเงิน ท�ำให้กิจการแฟรนไชส์ก็ประสบปัญหาไปด้วย อีก 4-5 ปีตอ่ มา เราได้สำ� รวจแฟรนไชซีอกี ครัง้ หนึง่ ร้านแฟรนไชส์ ที่ได้คะแนนสูงสุด ในยุค 15 ปีก่อน คือ ร้านโทรศัพท์มือถือ ทั้ง 2 แบรนด์ คือ เทเลวิซ และเวิลด์โฟน (ร้านดีเทคในปัจจุบัน) ถึงแม้ว่า ในช่วงนัน้ จะมีแฟรนไชส์แบรนด์นอกเข้ามาและมีระบบงานทีแ่ ข็งแกร่ง ก็ตาม แต่ผลการส�ำรวจความพึงพอใจของผู้ซื้อแฟรนไชส์ กลับ ตกเป็นของ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่นี้ ถ้ามองกันจริงๆ แล้ว เรื่องระบบงานก็อาจจะไม่เท่าไร แต่เหตุ ที่ท�ำให้แฟรนไชซีพึงพอใจก็คือ ยอดขาย ที่ทั้งสองค่ายทุ่มเท การโฆษณา ท�ำให้ร้านแฟรนไชส์ได้รับอานิสงส์ ขายของดีไปด้วย แต่มาในช่วงหลัง 2 ค่ายโทรศัพท์มือถือนี้ ได้ปรับระบบเป็นร้าน ดีลเลอร์ และร้านสาขาของบริษัท ไม่ได้ท�ำระบบแฟรนไชส์อีกต่อไป ล่าสุด เมื่อ 4 ปีก่อน ผลส�ำรวจของความพึงพอใจ แฟรนไชซี กว่า 300 คน ปรากฏว่าแบรนด์ที่ได้รับความพึงพอใจจากแฟรนไชซี สูงมากกว่า 80% ก็คือ 7-อีเลฟเว่น, คริสตรี้ฟองซ์, ไก่ย่าง 5 ดาว และ ธุรกิจรีไซเคิล วงษ์พาณิชย์ เป็นทีน่ า่ สังเกตว่า ความพอใจทีไ่ ด้รบั ส่วนใหญ่มาจากเรือ่ งของ ผลประกอบการเป็นหลัก ทีม่ าจากการสร้างแบรนด์ทงั้ สิน้ อาจจะมี ยกเว้น วงษ์พาณิชย์ ที่ไม่เด่นนักเรื่องการสร้างแบรนด์นัก แต่เด่นใน ตัวธุรกิจเองที่มีความน่าสนใจ ฉะนัน้ จะเห็นว่า ความส�ำเร็จของแฟรนไชส์ ขึน้ กับการท�ำการ ตลาดทีแ่ ข็งแกร่งของบริษทั แม่ นีเ่ ป็นจุดทีเ่ กิดความขัดแย้งกันเสมอ ระหว่างผู้ขายแฟรนไชส์ กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ เพราะร้านเครือข่าย แฟรนไชซีมกั จะเรียกร้องให้บริษทั แม่ ท�ำการตลาดมากยิง่ ขึน้ แต่ทาง บริษทั แม่กไ็ ม่ไหวจะจ่ายค่าโฆษณา เพราะแพงมหาโหด อีกทัง้ ยังขาด ความชัดเจนระหว่างกันว่า ภาระตรงนี้ เป็นหน้าที่ใคร เราเห็นว่า ทางบริษัทแม่ที่ขายแฟรนไชส์ทุกคน ต้องหาความรู้ เพิม่ เติมในเรือ่ งของการท�ำการตลาด และการสร้างแบรนด์แฟรนไชส์ ให้สำ� เร็จ เพือ่ ช่วยให้รา้ นแฟรนไชซี ท�ำเพิม่ เติมอีกเล็กน้อยก็จะได้ผล ตอบรับตามมา สมาคมแฟรนไชส์ไทยก�ำลังจะมีการสัมมนา “ยุทธศาสตร์การ ตลาดและประชาสัมพันธ์ธุรกิจ” วันที่ 30 เม.ย.นี้ หากใครสนใจ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่เว็บ www.franchisefocus.co.th หรือ สมาคมแฟรนไชส์ไทย ติดต่อผ่าน email fcfocus@gmail.com เชื่อว่าองค์ความรู้จะช่วยหาทางออกให้ธุรกิจได้ สมจิตร ลิขิตสถาพร นายกสมาคมแฟรนไชส์ไทย เชี่ยวชาญ ด้านธุรกิจแฟรนไชส์และการตลาด ต้องการแชร์ความรู้ ข้อเสนอแนะ หรือสอบถามสิ่งใดเกี่ยวกับแฟรนไชส์ ติดต่อได้ที่ fcfocus@gmail.com

แบบไม่ต่อเนื่อง” คงจะมีค�ำตอบในใจแล้วว่า สินค้า บริการ ไปจนถึง กลยุทธ์ของท่าน ควรจะท�ำแค่ “ปรับปรุง” ซึ่งมีโอกาสมากที่จะไม่มี อะไรที่แตกต่างหรือดีไปกว่าเดิม แต่ต้องวุ่นวายและเสียทั้งเวลาและ ค่าใช้จ่าย ที่อาจจะไม่คุ้มค่านัก! ค�ำแนะน�ำที่ดูแล้ว น่าสนใจกว่า ท้าทายกว่า ถึงแม้จะเสี่ยงกว่า ก็คือ “การเปลี่ยนแปลงแบบปฏิวัติ พลิกโฉม” อาจจะเป็นทางเลือก ที่น่าสนใจ เพียงแต่ท่านต้อง เปลี่ยนแปลงอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่ เปลีย่ นเพือ่ ให้เป็นรองเหมือนเดิม ไม่ใช่เปลีย่ นเพือ่ ทีจ่ ะตัง้ รับ แต่ตอ้ ง เปลี่ยน ต้องปฏิวัติเพื่อรุกกลับ เพื่อสร้างความสั่นสะเทือน ไปจนถึง เปลี่ยนเพื่อสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่ท่านเป็น ผู้สร้างกฎไม่ใช่จำ� ใจต้อง เล่นตามกฎที่คู่แข่งของท่านขีดไว้ให้ท่านเดิน! ถ้าท่านเห็นด้วยกับ วิธีการนี้ที่เหลือ ก็คือ ลงมือคิดได้แล้วครับว่า จะเปลี่ยนแปลง อย่างไรให้สะเทือนวงการ! ธีระพล แซ่ตั้ง นักการตลาด รอบรู้เป็นพิเศษ ในการก�ำหนดกลยุทธ์การตลาด การขาย การสื่อสาร ผ่านโทรศัพท์ ปัจจุบันด�ำรงต�ำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทเลมาร์เก็ตติ้ง สแทร็ททิจี คอมมิวนิเคชั่น e-mail : tsctheone_t@hotmail.com www.thespecialistcoach.com


6

วันที่ 11 เมษายน 2554

“ไม่ ใช่เรื่องยากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับขึ้นถึง 1,200 จุดในปีนี้ หากเศรษฐกิจขยายตัวในระดับ 4-5% และผลก�ำไรของบริษัทจดทะเบียนขยายตัวเฉลี่ย 15% เพราะเพียงแค่ดัชนีหุ้นปรับขึ้น 15% จากฐานปัจจุบัน ดัชนีก็จะทะลุ 1,200 จุดทันที” กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กลืน ‘คนอื่น’ รอวันที่ ‘ถูกกลืน’ ตลาดหุ้นขึ้นกับอาการ ‘กลัวไม่สิ้นสุด’ ผมว่าตราบใดทีน่ กั ลงทุนซือ้ ขายเงินลงทุนในตลาดหุน้ ก็ไม่สามารถตัดความรูส้ กึ “กลัว

ไม่สิ้นสุด” ออกไปได้ นี่คือ สัจธรรมครับ ผมไปสัมมนาเวทีของทันหุ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคม จ�ำได้ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยขณะนั้นอยู่ที่ระดับ 1,037 จุด วันนั้นนักลงทุนที่เข้าร่วมสัมมนาก็อยู่ ในอารมณ์นี้ครับ “ซื้อหรือขายดี” เพราะดัชนีปรับตัวขึ้นมาจากระดับ 937 จุด ก็ 100 จุดพอดี ยิง่ ข่าวร้ายเข้าสูต่ ลาดหุน้ เอเชียมาก “หุน้ ยิง่ ขึน้ ” ฝรั���่ ซือ้ หุน้ ไทยเพิม่ ขึน้ แรงขึน้ ทัง้ ๆ ทีต่ อนต้นปี เรายังมองดัชนีปีนี้น่าจะเห็น 1,200 จุดอยู่เลย แล้วท�ำไมตอนนี้เปลี่ยนใจไม่ซื้อหุ้นเสียแล้ว ค�ำถามคือ แล้วเราจะซื้อหุ้นลงทุนเมื่อไรดี 950, 980, 1,020, 1,050 ...1,078 จุดแล้ว หากเราไม่มีจุดตัดสินใจ เราอาจไปมั่นใจซื้อหุ้นเมื่อดัชนีวิ่งไป 1,180 จุดก็เป็นได้ สิ่งหนึ่งที่ผม มักใช้สำ� หรับประเมินทิศทางของเม็ดเงินทีไ่ หลเข้าสูต่ ลาดหุน้ ไทย คือ Summation index ซึง่ สะท้อนเม็ดเงินทีซ่ อื้ ขายในตลาดหุน้ ไทยผ่านการเคลือ่ นไหวของราคาหุน้ ต่างๆ สิง่ ทีผ่ มสังเกตคือ

ในอนาคตจะเหลือ โรงพยาบาลเอกชน ไม่เกิน 3 ค่ายใหญ่ๆ และ 2 ใน 3 คือ รพ.กรุงเทพ และ รพ.บ�ำรุงราษฎร์ ส�ำหรับ รพ.วิภาวดี เดินแผน ‘กลืน’ รายเล็ก รอวันที่ (อาจ) ถูก ‘รายใหญ่’ กลืน “เสี่ยอ้วน” ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล

1.ทิศทางของ index นั้นเป็นอย่างไรก�ำลังอยู่ในแนวโน้มขึ้นหรือลง (จากภาพ) ทิศทาง ของ index นัน้ เริม่ ปรับตัวขึน้ ในราวต้นเดือนมีนาคมทีผ่ า่ นมาสะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินก�ำลังวิง่ เข้าสูต่ ลาดหุน้ ไทยครับ ผมไม่สนิทสนมกับนักลงทุนรายใหญ่ทพี่ อจะทราบได้วา่ กลุม่ นักลงทุน เหล่านี้ก�ำลังสะสมหุ้น หรือก�ำลังทยอยขายท�ำก�ำไร แต่จาก index นี้จะพอบอกนักลงทุนได้ใน ระดับหนึ่ง 2.แนวโน้มของ index นัน้ เกิดขึน้ มายาวนานเพียงใดกีส่ ปั ดาห์ กีเ่ ดือนแล้ว หากเรามีการเก็บ ข้อมูลของตลาดหุน้ ไทยยาวนานในระดับหนึง่ เราจะพบว่าระยะเวลาของการสะสมหุน้ หรือขาย หุน้ ออกนัน้ จะใช้ระยะเวลาประมาณ 4-6 เดือนครับ แน่นอนครับ index ทีเ่ ราใช้ไม่ได้บอกเวลา ของการซื้อ หรือการขายเหมือนเครื่องมือเทคนิคที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน แต่จะช่วยให้ นักลงทุนทีอ่ ยากตัดสินใจซือ้ หุน้ กล้าคิด และกล้าตัดสินใจมากขึน้ กว่าการประเมินวันต่อวันตาม กระแสข่าว จากระยะเวลาของดัชนีที่ปรับตัวขึ้นขณะนี้เพิ่งเริ่มต้นได้เพียง 1 เดือนเศษเท่านั้น หากเทียบค่าเฉลีย่ 4-6 เดือนทีเ่ คยเกิดขึน้ ดังนัน้ ผมประเมินว่าเม็ดเงินจะยังไหลเข้าสูต่ ลาดหุน้ ไทย ต่อเนื่อง 3.Index นัน้ จะอยูใ่ นระดับเท่าใด (จากภาพ) การแกว่งตัวของ index นีอ้ ยูใ่ นระดับ 2,000 จุด นั่นหมายถึง index ที่ปรับตัวขึ้นมาจากระดับ -1,200 จุดอาจไม่น่ากลัวเท่าไรนัก เพราะเรา สามารถพอคาดหวังได้ว่า index สามารถวิ่งได้เพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ +800 จุดได้ ย�ำ้ ครับผมไม่ได้ หมายถึง ดัชนีตลาดหุ้นไทยนะครับ เราก�ำลังพูดกันถึง Summation index ดังนัน้ ผมหวังว่านักลงทุนจะสามารถเริม่ มองภาพการลงทุนในตลาดหุน้ ไทยได้อย่างน้อย ชัดเจนขึน้ ในระดับหนึง่ นอกจากข้อมูลในด้านสือ่ ต่างๆ เพียงอย่างเดียว ตลาดหุน้ ไทยยังคงน่า จะยังปรับตัวขึ้นได้ครับในมุมมองของผม

Mission CEO ฉบับที่ 356 ประจ�ำ

วันที่ 11-17 เมษายน 2554  วีรวรรณ ขอไพบูลย์ รองประธานอาวุโส สายงานบริหาร บมจ.ไทยสโตเรจ แบตเตอรี่ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทจะเริ่ม ขายแบตเตอรี่รุ่น 3K V-Series ในตลาด ยุโรป ซึง่ เป็นตลาดทีบ่ ริษทั ยังไม่เคยส่งออก มาก่อน และยังไม่คาดหวังเรื่องรายได้มาก เพราะเพิ่งเริ่มต้น ส่วนตลาดออสเตรเลีย ได้ ช ะลอแผนการส่ ง ออกเนื่ อ งจากเมื่ อ เข้าไปทดลองขายแล้วพบว่าไม่สามารถสูก้ บั แบรนด์ท้องถิ่นได้ ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2553 บริษทั มีสดั ส่วนรายได้จากการส่งออก 47% ปีนี้วางเป้าหมายเพิ่มเป็น 50% และขาย ในประเทศ 50% โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ รวมปีนี้เติบโต 10% หรือมีรายได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท และปีนี้บริษัทจัดสรรงบ ลงทุนไว้ 100 ล้านบาท และงบทางการตลาด ส�ำหรับส่งเสริมการขาย 90 ล้านบาท ส่วน การลงทุนใหญ่ขณะนี้ยังไม่มีในแผนงาน  อดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการ ใหญ่ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เปิดเผย ว่า การลงทุนต่างประเทศยังถือเป็นเป้าหมาย ใหญ่ของบริษทั ซึง่ มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนือ่ ง ท�ำให้ประเมินว่างบลงทุน 5 ปี จังหวะที่ 2 ของบริษทั ทีจ่ ะเริม่ ตัง้ แต่ปี 2559-2563 น่า จะเพิม่ ขึน้ 5 หมืน่ ล้านบาท เฉลีย่ ลงทุนปีละ 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันงบลงทุน 5 ปี (2554-2558) บริษทั ได้ตงั้ ไว้ที่ 4 หมืน่ ล้านบาท ใช้เฉลีย่ ปีละ 8 พันล้านบาท ซึง่ ในปีนจี้ ะแบ่ง เป็นการลงทุนต่างประเทศ 60% และลงทุน ในประเทศ 40% ส่วนใหญ่จะใช้เงินของบริษทั ที่มีกำ� ไรตกปีละประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนแนวโน้มผลการด�ำเนินงานในปีนนี้ นั้ จะ ไม่มกี ารปรับประมาณการยอดขายเดิม โดยปี นีต้ งั้ เป้ายอดขายเติบโต 10% ส่วนก�ำไรสุทธิ นัน้ คาดการณ์วา่ จะมีกำ� ไรมากกว่าปีทผี่ า่ นมา  ดร.สมชัย ว่องอรุณ กรรมการผูอ ้ ำ� นวยการ บมจ.สตาร์ ซานิทารีแวร์ เปิดเผยว่า หลังจาก ทีบ่ ริษทั ได้นำ� สุขภัณฑ์ Star ร่วมในงานสุขภัณฑ์ โลกทีป่ ระเทศเยอรมนี มีลกู ค้าสนใจจะเข้ามา เยี่ยมชมโรงงานในประเทศไทยในไตรมาส 2/2554 นี้ด้วย หากขั้นตอนต่างๆ เสร็จสิ้น เชือ่ ว่าจะเริม่ เห็นค�ำสัง่ ซือ้ เข้ามาตัง้ แต่ไตรมาส 3-4 อย่างแน่นอน นอกจากนี้บริษัทได้เพิ่ม

ความส�ำคัญกับการขยายตลาดในประเทศ เชื่อว่าจะช่วยให้สัดส่วนรายได้จากตลาด ในประเทศ ขยับขึ้นไปที่ 40% จากปีก่อนที่ ท�ำได้ 30% ส่วนในอนาคตจะขยายให้เพิ่ม เป็น 50: 50 ปีนี้บริษัทคงเป้ารายได้เติบโต 10-15% จากปีก่อนที่ท�ำได้ 196 ล้านบาท และคาดว่า Gross Profit Margin มีโอกาส เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ท�ำได้ 40%  สิทธิชย ั ลีสวัสดิต์ ระกูล ประธานกรรมการ บริหาร บมจ.มิลล์คอนสตีลอินดัสทรีส์ เปิดเผย ว่า ผลการด�ำเนินงานไตรมาส 1/2554 จะออก มาดีกว่าช่วงเดียวกันปีกอ่ น เนือ่ งจากงานที่ ชะลอไปเมือ่ ปี 2553 เริม่ กลับเข้ามาจ�ำนวน มาก อีกทัง้ ได้รบั ปัจจัยบวกจากราคาเหล็กที่ อยูใ่ นระดับสูงและมีแนวโน้มปรับตัวขึน้ ส่วน เป้าหมายผลการด�ำเนินงานในปีนี้ คาดว่า รายได้จะเติบโตประมาณ 10-15% โดย ไม่รวมโครงการกรีนมิลล์ ที่คาดว่าจะเสร็จ ในช่วงปลายปี 2554 ปกติก�ำลังการผลิต เหล็กเส้นเดิมของบริษัทอยู่ที่ 6.5 แสนตัน ต่อปี ทีใ่ ช้วตั ถุดบิ Billet ซึง่ เมือ่ เปลีย่ นมาใช้ กรีน มิลล์ ก็ช่วยประหยัดต้นทุนในส่วน ดังกล่าวไปได้ อย่างไรก็ตามบริษทั คาดการณ์ ว่าในปี 2555 ผลการด�ำเนินงานจะเติบโต ก้าวกระโดดจากโครงการกรีนมิลล์ รวมถึง เดินหน้าผลิตสินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น  สาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการ ผู้จัดการ สายการขายและ การตลาด บมจ.ผลิตภัณฑ์ ตราเพชร เปิ ด เผยว่ า จากสัญญาณที่ดีในช่วง ไตรมาสแรก ท�ำให้บริษทั ไม่เป็นกังวลกับเป้าหมาย

วีรวรรณ ขอไพบูลย์

กรรมการผูจ้ ดั การ และผูถ้ อื หุน้ ใหญ่ บมจ. โรงพยาบาลวิภาวดี วัย 63 ปี เขาคือ “นักลงทุน” นักลงทุนย่อมต้องหวัง “ก�ำไร สูงสุด” ช่วงหัวเลีย้ วหัวต่อเพือ่ ความอยูร่ อด ของเครือ รพ.วิภาวดี ส�ำหรับ “เซียน” อย่างเขาไม่ใช่การ “ถอยอย่างผู้แพ้” แต่ เป็นการ “รุก” เพือ่ สร้าง “แต้มต่อ” ก่อน ที่จะ “ถอยอย่างผู้ชนะ” ต่างหาก “จุดไคลแมกซ์” ที่เสี่ยอ้วนแง้มไพ่ เอาไว้คือแผน “ควบรวม” เครือข่าย รพ.วิภาวดี (ในอนาคต) เข้ากับผูท้ ใี่ ห้ (จ่าย) “สูงทีส่ ดุ ” ด้วยเงือ่ นไขที่ “ดีทสี่ ดุ ” โดยเขา มองว่าผูท้ จี่ ะเหลืออยูย่ อดบนสุดของห่วงโซ่ และเป็นผูน้ ำ� “ก๊ก” ในวันข้างหน้าคือเครือ รพ.กรุงเทพ ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ โจโฉแห่งธุรกิจโรงพยาบาล และเครือ รพ.บ�ำรุงราษฎร์ ภายใต้การบริหารของ ชัย โสภณพนิช “ในอนาคตเครือวิภาวดีเองก็เปิดโอกาส ทีจ่ ะรวมเครือข่ายทัง้ กับ รพ.กรุงเทพ หรือ รพ.บ����รุงราษฎร์ ขึน้ อยูก่ บั ว่ากลุม่ ไหนทีใ่ ห้ ข้อเสนอที่ดีที่สุด แต่แผนการนี้จะเริ่มต้น หลังจากเครือวิภาวดีสร้างมูลค่าตลาดให้ได้ 1 หมื่นล้านบาทเสียก่อน” นี่คือเกมของ เสี่ยอ้วน ทีผ่ า่ นมาชัยสิทธิเ์ ดิน “เกมใต้นำ�้ ” สร้าง ยอดขายในปีนี้ ที่คาดว่าจะเติบโตในอัตรา 10% จากปีกอ่ น ในปีนมี้ ปี จั จัยหนุนจากการ รับรูร้ ายได้ของสายการผลิตที่ 9 เน้นผลิตภัณฑ์ ทดแทนไม้ คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 500 ล้านบาท และบริษัทยังลงทุนอีก 50 ล้านบาท ขยายก�ำลังการผลิตกระเบื้อง คอนกรีตอีก 20% ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขาย ประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนความคืบหน้า สายการผลิตที่ 10 ไฟเบอร์ซเี มนต์บอร์ดชนิด ไม่มีใยหิน ก�ำลังการผลิต 72,000 ตันต่อปี ใช้งบลงทุน 480 ล้านบาทนั้น จะเริ่มทยอย รับรู้รายได้ในปลายปี 2555  สุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยออยล์ เปิดเผยว่า ผลการด�ำเนินงาน ในช่วงไตรมาส 2/2554 คาดว่ารายได้ และก�ำไรของบริษัทน่าจะออกมาดีกว่าช่วง เดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก และน่า จะท�ำให้ครึง่ ปีแรกผลประกอบการดีกว่าช่วง เดียวกันของปีกอ่ นด้วย หากครึง่ ปีหลังราคา น�ำ้ มันและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปโิ ตรเคมี ยังปรับสูงขึน้ ปีนไี้ ทยออยล์กห็ วังว่าจะได้เห็น ก�ำไรจากการด�ำเนินงานออกมาดีเหมือนกับ ปี 2550 แต่ยังมีความกังวลเรื่อง Stock Gain-Stock Loss โดยช่วงนีม้ ี Stock Gain ค่อนข้างมาก แต่หากราคา น�้ำมันปรับลดลงกังวลว่าจะมี ปัญหา Stock Loss บริษัทได้ มีการป้องกันความเสี่ยง ไว้ประมาณ 15-20% ส� ำ หรั บ งบลงทุ น ใน ช่วง 5 ปี (2554-2558) ไทยออยล์ตั้งไว้

สุรงค์ บูลกุล

เครือข่ายพันธมิตรอย่างเงียบๆ นั่นเพราะ เขารู้ว่า รพ.วิภาวดีมีจุดอ่อนเรื่อง “ขนาด ธุรกิจ” แม้รายได้รวมจะเติบโตขึน้ ทุกปีแต่ ทว่ายังอยู่ในระดับ “พันล้านบาทต้นๆ” ยากที่จะเติบโตก้าวกระโดด ถ้าจะเทียบ ให้ดู “สูส”ี ก็เทียบได้กบั รพ.ศิครินทร์ หรือ รพ.นนทเวช ทีอ่ ยูใ่ นตลาดหลักทรัพย์ดว้ ยกัน แต่ รพ.วิภาวดี เทียบไม่ได้เลยกับ รพ.บ�ำรุงราษฎร์ ทีม่ รี ายได้ปลี ะ 1 หมืน่ ล้าน บาท เครือ รพ.กรุงเทพ มีรายได้ปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท รพ.พญาไท มีรายได้ปีละ 6-7 พันล้านบาท แม้กระทัง่ รพ.รามค�ำแหง ยังมีรายได้ปีละเกือบ 3 พันล้านบาท รพ.เกษมราษฎร์ รายได้ก็อยู่ระดับ 4-5 พันล้านบาทต่อปี รพ.วิภาวดีของเขายังถือว่า “ไม่ใช่คู่ชก” “ตอนนี้ก�ำลังเกิดโรคระบาดในธุรกิจ โรงพยาบาลค่ า ยใหญ่ ๆ พากั น จั บ มื อ ควบรวมกิจการ เรา (รพ.วิภาวดี) ก็ไม่ตกเทรนด์ แต่ที่ผมท�ำ (เทคโอเวอร์เครือ รพ.ลานนา เชียงใหม่หรือ CMR) ไม่ได้ตอ้ งการไปสูร้ บ กับใครนะเพียงแต่เห็นว่าการอยูแ่ บบคนเดียว ต้นทุนมันแพงมาก บริหารสูค้ นทีม่ เี ครือข่าย ไม่ได้ ยิง่ มีเพือ่ นมากเท่าไรเป้าหมายภายใน 2 ปี เป้า 10,000 ล้านบาทก็จะเกิดขึ้นเร็ว เท่านั้น” ชัยสิทธิ์ กล่าว ปัจจุบัน รพ.วิภาวดี สร้างเครือข่าย เพือ่ แชร์ตน้ ทุนผ่านการถือหุน้ โรงพยาบาล พันธมิตร “แบบหลวมๆ” โดยเข้าถือหุ้น รพ.เจ้าพระยา 6.87% รพ.ศุภฤกษ์อทู่ อง 6% รพ.เสรีรกั ษ์ 10% รพ.วิภาราม ถือหุน้ เยอะ ทีส่ ดุ 40.75% ส่วน รพ.วิภาราม-ปากเกร็ด ถือหุน้ ทางอ้อมผ่าน รพ.วิภาราม 50% แผน เพิม่ สัดส่วนหุน้ โรงพยาบาลพันธมิตรเป็นหนึง่ ในกลยุทธ์ที่เสี่ยอ้วนก�ำลังจะ “งัด” มาใช้ พร้อมกับยืน่ แผน “เทคโอเวอร์” โรงพยาบาล ขนาดเล็ก นอกจากนีเ้ สีย่ อ้วนยังไป “ผูกข้อมือ” กับ รพ.สินแพทย์ และรพ.รามค�ำแหง ของ นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ โดยให้ RAM และ รพ.สินแพทย์ เข้ามาถือหุ้น รพ.วิภาวดี และเปิดทางให้ รพ.เจ้าพระยา และรพ.วิภาราม เข้ามาถือหุ้นไขว้ ในแง่ หลักการเสีย่ อ้วนไม่มบี ทบาทเข้าไปร่วมบริหาร

ประมาณ 1-1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขจรพงศ์ ค�ำดี กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอ็นเนอร์ยี่ เอิรธ์ เปิดเผยว่า บริษทั เตรียม เปิดโรงงานถ่านหินแห่งที่สองในอ�ำเภอ บางปะหัน จังหวัดอยุธยา ประมาณกลางปี นี้ ก�ำลังการผลิต 60,000-80,000 ตันต่อ เดือน คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นกว่า 100% จากโรงงานปัจจุบนั ทีอ่ ำ� เภอศรีราชา จังหวัด ชลบุรี มีก�ำลังการผลิต 60,000- 80,000 ตันต่อเดือน ขณะเดียวกัน EARTH มีแผน ทีจ่ ะขยายฐานลูกค้าเพิม่ ขึน้ โดยเปิดตลาดใหม่ ที่ประเทศจีนโดยตรง ดังนั้นมีความเชื่อมั่น ว่าผลประกอบการของปี 2554 จะมีอัตรา การเติบโตต่อเนื่องจากปี 2553 ที่มีรายได้ จากการขาย 1,755 ล้านบาท และก�ำไรสุทธิ 70 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน  แมทธิว กิจโอธาน กรรมการผู้จัดการ บมจ.โออิชิ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในปีนี้ โออิชิ จะด�ำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกเพือ่ ขยายฐานธุรกิจ กลุ่มเครือ่ งดื่มนอนแอลกอฮอล์ โดยลงทุน เครือ่ งจักรใหม่จากญีป่ นุ่ มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่ อ ขยายไลน์ แ ละเพิ่ ม ก� ำ ลั ง การผลิ ต เครื่องดื่มกลุ่มใหม่ และยังเป็นเทคโนโลยี การผลิตใหม่ Cold Aseptic Filling ที่จะ รักษาสภาพของชาเขียวและน�ำ้ ผลไม้ ส�ำหรับผลด�ำเนินงานของ โออิชิ คาดว่าจะมีรายได้ จากกลุ่มเครื่องดื่ม นอนแอลกอฮอล์ 6,000 ล้ า นบาท คาดว่าตลาดชาเขียว จะมีส่วนแบ่งตลาด เพิ่มจาก 60% 

สุดท้าย..ท้ายสุด เครือวิภาวดีก็คง หนี ไม่พ้น “พลังดูด” ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ ชัย โสภณพนิช แต่ก่อนจะถึง วันนั้นจะต้องมีการ “โหมโรง” เรียก เรทติ้งสร้างราคา กันหน่อย กิจการของพันธมิตรเพราะต่างก็อยาก “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” ของตนเอง ในแง่การแชร์เครื่องมือ การซื้อยา ร่วมกัน หรือการแลกเปลี่ยนทีมแพทย์ ก็ช่วยเหลือกันได้ระดับหนึ่งแต่ไม่น่าจะมี ประสิทธิภาพและความคล่องตัวมากเท่ากับ การเป็นเจ้าของหุ้นส่วนใหญ่ เซียนอย่างเขาย่อมรูแ้ ก่ใจว่า “สุดท้าย.. ท้ายสุด” เครือวิภาวดีกค็ งหนีไม่พน้ “พลังดูด” ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

เป็น 65% ในปีนี้  ศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ บมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อหุ้น IPO จ�ำนวน 1,443.10 ล้านหุน้ หรือ 12.7% ของจ�ำนวนหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประมาณ ปลายเดือนเมษายน 2554 และคาดว่าหุ้น จะเข้าซือ้ ขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ประมาณ กลางเดือนพฤษภาคมนี้ ภายหลังการเพิ่ม ทุนบริษัทจะมีทุนที่เรียกช�ำระแล้วเพิ่มขึ้น จาก 9,928 ล้านบาท เป็น 11,371 ล้านบาท ทัง้ นี้ LH Bank ได้ยนื่ ขอเป็นธนาคารพาณิชย์ เต็มรูปแบบจาก ธปท. คาดว่ากระบวนการ ดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปี 2554 ปัจจุบนั บริษัทมี LH ถือหุ้น 41% QH ถือหุ้น 26% เพียงใจ หาญพาณิชย์ ถือหุน้ 20% และบริษทั ถือหุ้น 100% ใน LH Bank  ศิรว ิ รรณ สุกญ ั จนศิริ กรรมการผูจ้ ดั การ บมจ.ที.เค.เอส. เทคโนโลยี เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในปี 2554 มีทิศทางเติบโต ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทั้งในกลุ่มสิ่งพิมพ์ Security Forms, Digital printing งานบริหาร คลังสินค้า และงานพิมพ์จากต่างประเทศ ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ ผลประกอบการน่าจะ ออกมาดีต่อเนื่อง โดยคาดว่าในส่วนงาน ต่างประเทศปีนี้จะโตกว่าปีก่อน ประมาณ 15% แต่สดั ส่วนรายได้ ยังคงเป็น 10% ของรายได้รวม ขณะเดียวกันก็คาดว่ารายได้ รวมในปี 2554 จะเติบโตได้ ไม่นอ้ ยกว่า 10% จากปีกอ่ น ที่ท�ำได้ 1,142 ล้านบาท ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ในมือมูลค่ากว่า 100

หรื อ ชั ย โสภณพนิ ช แต่ ก ่ อ นจะถึ ง วันนัน้ เครือวิภาวดีจะต้องมีการ “โหมโรง” เรียกเรทติ้งสร้างราคากันหน่อย เมื่อ รพ.กรุงเทพ “กลืน” รพ.พญาไท และ รพ.เปาโล เมโมเรียล ของทนายวิชัย ทองแตง รพ.บ�ำรุงราษฎร์ “ผนึก” เข้ากับ รพ. เกษมราษฎร์ ของ นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ���ุกเจ้าต้องการลงมาเล่น “ตลาดระดับ กลาง” และกลุ่ม “ข้าราชการ” เสี่ยอ้วนยิ่งมองเห็น “โอกาส” ที่จะ “ขาย” เครือ รพ.วิภาวดีให้ได้ “ราคาดี” มากยิ่งขึ้น ปีนี้ปีที่ 25 ของโรงพยาบาลวิภาวดี จึ ง เป็ น ปี ที่ ท ้ า ทายส� ำ หรั บ เขาและเป็ น ครัง้ แรกทีเ่ ซียนหุน้ รายนีป้ ระกาศเป้าหมาย 2 ปี มาร์เก็ตแคป 10,000 ล้านบาท อย่าง “โจ่งแจ้ง” เหมือน “จงใจ” ส่งสัญญาณ ไปยังนักลงทุนรายย่อย ปี 2553 เครือวิภาวดีมีรายได้รวม 1,449 ล้านบาท 2 ปีจะโตเป็น 10,000 ล้านบาท “เป็นไปได้ยาก” แม้ควบรวมกับ CMR อย่างเก่งก็แค่ 3,200-3,500 ล้านบาท แต่ปจั จุบนั รพ.วิภาวดีมมี าร์เก็ตแคป 3,500 ล้านบาท เมื่อรวมกับ CMR มาร์เก็ตแคป จะขึ้นไป 5,000-6,000 ล้านบาท จะเพิ่ม เป็น 10,000 ล้านบาท ใช่วา่ “เป็นไปไม่ได้” สิ่งเดียวที่จะดันหุ้น VIBHA ขึ้นไป ได้ ต้องมี “สตอรี่” หรือ “ข่าวดี” ที่ถูก ประโคมออกมาเป็นระยะๆ วิธีลงทุนน้อย ได้กำ� ไรมากก็คอื “ขยันออกข่าวดีบอ่ ยๆ” เหมือนวิธีที่ อาลก โลเฮีย ใช้ปั้นหุ้น อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) พุง่ จาก 10 บาท ขึ้นไป 61 บาท โครงสร้างผู้ถือหุ้น VIBHA ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2554 เห็นชื่อ สอง วัชรศรีโรจน์ เข้ามาถือหุน้ 8,130,000 หุน้ สัดส่วน 1.14% “เสี่ยสอง” เป็นใคร เงิน เยอะแค่ไหน ใจถึงแค่ไหน กล้าได้กล้าเสีย ขนาดไหน ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ เซียนหุ้นวัย 63 ปีรายนี้ ยังถือไพ่ ที่เตรียม “ป๊อก” ไว้ในมืออีกหลายใบ นี่ ต่างหากคือ “กลยุทธ์การถอย” ทีเ่ หนือชัน้ “รุก” เพือ่ สร้าง “แต้มต่อ” ก่อนทีจ่ ะ “ถอย.. อย่างผู้ชนะ”

ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้ารักษาอัตราก�ำไร ขั้นต้นให้ได้ที่ระดับ 20% เช่นเดียวกับทุกปี ที่ผ่านมา  แคม ชิง แอมโบรส ชาน ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดีเอสจี อินเตอร์ เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษทั จะพยายามรักษาอัตราการเติบโตของ รายได้ในปี 2554 ให้อยูใ่ นระดับตัวเลข 2 หลัก จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,367 ล้านบาท เติบโต 27% และมีก�ำไรสุทธิ 364.23 ล้านบาท โดยจะมาจากการออกผลิตภัณฑ์ ใหม่และการขยายจุดจ�ำหน่ายสินค้า ในปีนี้ บริษทั มีแผนบุกตลาดผ้าอ้อมเด็กและผูส้ งู อายุ ในตลาดอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น โดยจะเข้าไป ถือหุน้ 100% ปัจจุบนั อินโดนีเซียมีเด็กเกิดใหม่ ถึง 5 ล้านคนต่อปี ขณะทีไ่ ทยมีเด็กเกิดใหม่ 8 แสนคนต่อปี มาเลเซีย 6 แสนคนต่อปี ขณะทีป่ จั จุบนั บริษทั มีสว่ นแบ่งตลาดในไทย และมาเลเซีย เป็นอันดับ 2 มีมาร์เก็ตแชร์ มากกว่า 20%  อนุสรณ์ แสงนิม ่ นวล กรรมการผูจ้ ดั การ ใหญ่ บมจ.บางจากปิโตรเลียม เปิดเผยว่า บริษัทมีจัดหาเงินกู้จ�ำนวน 1.5 หมื่นล้าน บาทใช้ลงทุนในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า (2554-2558) ประกอบไปด้วย โครงการ โรงไฟฟ้ า พลั ง งานแสงอาทิ ต ย์ ใ นพื้ น ที่ จ.พระนครศรีอยุธยาเพิ่มเติม จากปัจจุบัน 38 เมกะวัตต์ เพิ่มอีก 32 เมกะวัตต์ ใช้เงิน ลงทุนทั้งหมดกว่า 8 พันล้านบาท ลงทุนใน โรงงานผลิตเอทานอลอีก 3 แห่ง ประมาณ 2 พันล้านบาท เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน โครงการเหมืองโปแตชอาเซียน จาก 16% เพิ่มเป็น 25% มีแผนสร้างโรงงานผลิต ไบโอดีเซลจากสาหร่าย และโครงการปลูก ปาล์มในพืน้ ทีส่ วนส้มร้างของรังสิต รวมเงิน ลงทุนในระยะเวลา 5 ปี รวม 1.5-1.7 หมื่น ล้านบาท  วิ รั ต น์ เอื้ อ นฤมิ ต รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บมจ. ไออาร์พซี ี เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ทีผ่ า่ นมา บริษัทมีค่าการกลั่นรวม (GIM) อยู่ที่ 9.8 ดอลลาร์ตอ่ บาร์เรล เนือ่ งจากราคาผลิตภัณฑ์ สูงขึน้ และมีกำ� ไรจากสต็อกน�ำ้ มัน กลุม่ ปตท. ได้มีการหารือกันว่า บริษัทในกลุ่มน่าจะมี การท�ำประกันความเสีย่ งน�ำ้ มันให้สงู ขึน้ เพือ่ ป้องกันปัญหาการขาดทุนสต็อกน�ำ้ มันเหมือน ปี 2551 โดยในส่วนของไออาร์พีซี ปัจจุบัน ท�ำประกันความเสีย่ งอยูท่ ี่ 25% ของปริมาณ น�ำ้ มันในสต็อกทีม่ อี ยูป่ ระมาณ 4 ล้านบาร์เรล และตัง้ เป้าหมายจะเพิม่ เป็น 50% ภายในปีนี้ ศิริวรรณ สุกัญ จนศิริ


ถนนนักลงทุน

วันที่ 11 เมษายน 2554

พรรคการเมืองไทยช�อไมคุนหู.. คุณรูจักมั้ย!

1 2 3 4 5 6 7 หมายเหตุ : ประเทศไทยมีพรรคการเมืองทั้งหมด 49 พรรค 8

เปิดขุมทรัพย์

ช�อพรรค ไทยเปนไท ไทยเปนสุข ไทยทันทุน ไทยพอเพียง แทนคุณแผนดิน เพ�อฟาดิน ชีวิตที่ดีกวา พลังคนกีฬา

หัวหนาพรรค ตรีสัลล จันทนเทียนเดชา ประดิษฐ ศรีประชา ยังชิน แกวชัยเจริญกิจ จำรัส อินทุมาร วิชัย ศิรินคร ขวัญดิน สิงหคำ พูลถวิล ปานประเสริฐ วนัสธนา สัจจกุล

เลขาธิการพรรค ไพศาล ตันธนวัฒน นภารัศม นพคุณ วิษณุ รุงฤทธิเดช ธีรวุธ พราหมณสุทธิ์ บุญธร อุปนันท แซมดิน เลิศบุศย สมยศ แทนศิลา วิรุณ เกิดชูสกุล

9 10 11 12 13 14 15 16

ช�อพรรค เครือขายชาวนาแหงประเทศไทย อาสามาตุภูมิ ธรรมาภิบาลสังคม เพ�อนเกษตรไทย พลานุภาพ มหารัฐพัฒนา บำรุงเมือง คุมเกลาไทย

‘เสี่ยอ้วน’ ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล

เปิดพอร์ต 3,000 ล้านบาท ‘เสี่ยอ้วน’ ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล เจ้าของ รพ.วิภาวดี เน้นลงทุนหุ้น ‘ปันผลดี’ พื้นฐานเยี่ยม และบริษัทนั้นต้องสร้าง ก�ำไร ‘ล้นกระเป๋า’

“ผมรักที่จะลงทุนในตลาดหุ้น..มันสนุกดี

แม้วันนี้อายุปาเข้าไป 63 ปีแล้วก็จะลงทุนไป เรื่อยๆ ส่วนตัวตั้งเป้าในใจว่าไม่ว่าจะลงทุน อะไรต้องได้กำ� ไรทุกปี ทีผ่ า่ นมาก็ไม่เคยพลาด นะ ผมมีคติกอ่ นจะฝากชีวติ (เงิน) ไว้ในมือใคร ต้องดูให้ดกี อ่ นว่าทีผ่ า่ นมาผูบ้ ริหารคนนัน้ ดูแล ผู้ถือหุ้นดีหรือเปล่า” เสีย่ อ้วน-ชัยสิทธิ์ วิรยิ ะ

ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล

เมตตากุล ผู้ถือหุ้นใหญ่โรงพยาบาลวิภาวดี บอกผ่านกรุงเทพธุรกิจ BizWeek นักลงทุนรายใหญ่ท่านนี้เล่าถึงกลยุทธ์ การลงทุนส่วนตัวอย่างอารมณ์ดีว่า วันนี้ พอร์ตลงทุนของผมก็อยู่ระดับ 2,000-3,000 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่อยู่ ระดับ “พันล้านบาท” โดยจะซื้อหุ้นเพิ่มขึ้น เฉลี่ยปีละประมาณ 200 ล้านบาท หลักการเลือกหุ้นของเสี่ยอ้วนเจ้าตัวเล่า ให้ฟงั ว่า ส่วนใหญ่จะเลือกหุน้ ทีจ่ า่ ยเงินปันผล ต่อเนื่อง ปัจจัยพื้นฐานยอดเยี่ยม ที่สำ� คัญเลย จะดูวา่ ผูบ้ ริหารบริษทั นัน้ ดูแลผูถ้ อื หุน้ ดีหรือไม่ ซึ่งหมายถึงจ่ายเงินปันผลดีสม�่ำเสมอหรือไม่ “ถ้าจ่ายปันผลดีสม�ำ่ เสมอนะ เอาใจผม ไปเลย” หลักการเลือกหุน้ ลงทุนส�ำคัญอีกข้อ หุน้ ทีเ่ สีย่ อ้วนลงทุนทุกตัวจะต้องมีกำ� ไรดีขนึ้ ทุกปี บางตัวซื้อมานานแล้วพอวันนี้กลับมาค�ำนวณ เจ้าตัวแทบตกใจ “ก�ำไรล้นกระเป๋า” คิดเป็น ผลตอบแทนพูดได้ว่า “มหาศาล” เลยทีเดียว เสี่ยอ้วนยกตัวอย่าง หุ้น DCC (ครอบครัว วิริยะเมตตากุล ถืออยู่ 33.16 ล้านหุ้น สัดส่วน 8.12% มูลค่าตลาดประมาณ 1,765 ล้านบาท) ตัวนีถ้ อื ว่าเป็น “ลูกรัก” ประจ�ำพอร์ตถือลงทุน มานานเสนนาน เชือ่ มัย้ ! ต้นทุนจริงๆ แค่หนุ้ ละ 0.80 บาท วันนี้ราคาหุ้น DCC ปาเข้าไป 53 บาทแล้ว ถ้าขายออกนะ “รวยเละ” (หัวเราะ) ส่วนหุน้ TVO ตัวนีก้ ็ “รักมาก” ตอนนีม้ อี ยูใ่ น พอร์ต 17 ล้านหุ้น ต้นทุน 12 บาท วันนี้ราคา 28.50 บาท (มูลค่าตลาด 485 ล้านบาท มีก�ำไร แล้ว 280 ล้านบาท) อีกตัวที่รักไม่แพ้กัน คือ หุ้น KK มีอยู่ใน พอร์ต 3.8 ล้านหุน้ สัดส่วน 0.6% ต้นทุน 2 บาท วันนี้ปาเข้าไป 36.50 บาท (มูลค่าตลาด 139 ล้านบาท) ส่วนหุ้น BECL รักน้อยหน่อย (หัวเราะ) เพราะซือ้ มาตอนราคามันสูงแล้ว ที1่ 8 บาท ตอนนีข้ ยับขึน้ มาแค่ 19 บาท นอกจากนีย้ งั พบว่าเสีย่ อ้วนและ ครอบครัวยังถือหุน้ SMIT จ�ำนวน 10.15 ล้านหุน้ มูลค่า 28 ล้านบาท ถือหุ้น MODERN จ�ำนวน 500,000 หุน้ มูลค่า 27.50 ล้าน บาท ถือหุน้ TFD จ�ำนวน 82.70 ล้านหุ้น มูลค่า 65 ล้านบาท ถือหุ้น RCI จ�ำนวน 34.47 ล้าน หุ้น มูลค่า 45.50 ล้านบาท ถือหุ้น RAM จ�ำนวน 84,000 หุ้น มูลค่า 55 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนปีนี้จะซื้อหุ้นเพิ่มอีกหรือไม่ เสีย่ อ้วนกล่าวว่า ขอรอดูสถานการณ์ ก่ อ น ถามต่ อ ว่ า เล็ ง หุ ้ น ตั ว ไหน เป็นพิเศษอยู่ “ตอบตามตรงนะ ยังไม่ได้ด”ู รูเ้ พียงแค่วา่ จะลงทุน อะไรต้อง “ได้ก�ำไร” เท่านั้น ปั จ จุ บั น เสี่ ย อ้ ว นและ ครอบครัวเป็นลูกค้ารายใหญ่ “บล.บัวหลวง” มีลกู ชาย พิพทั ธ์ วิ ริ ย ะ เ ม ต ต า กุ ล ท� ำ งาน เป็น “มาร์ เ ก็ ต ติ้ ง ” อยู่ที่ บล. บัวหลวง ด้วย

“ผมมี ลู ก ชายคนที่ 2 (พิ พั ท ธ์ ) จาก ลูกชายทั้งหมด 4 คน ท�ำงานเป็นมาร์เก็ตติ้ง อยู ่ ที่ นั่ น ก็ เ ลยมอบหมายให้ ดู แ ลพอร์ ต เขาจะโทรมาบอกตลอดว่าหุ้นที่พ่อรักเป็น อย่างไรแล้วบ้าง ผมก็หมดห่วง” นอกจากสะสมหุ้นมูลค่า 2,000-3,000 ล้านบาทแล้ว ชัยสิทธิ์ยังเป็น “นั ก สะสม ที่ดิน”ตัวยงด้วย ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชื่นชอบ ไม่ได้มีเพียงที่ดินเปล่าเท่านั้น ยังมีโกดัง

ให้เช่ารอบกรุงเทพอีก 7-8 แห่ง รวมประมาณ 200,000 ตารางเมตร ตอนนี้ก็ให้ลูกชายคนโต วัย 30 ปี ดูแลธุรกิจนี้ ส่วนหุ้นโรงพยาบาลวิภาวดี (VIBHA) เสี่ยอ้วน พูดทีเล่นทีจริงว่า อยากลาออกจาก เก้าอี้กรรมการผู้จัดการและขายหุ้นทิ้งแล้ว (หัวเราะ) เพราะผมแก่มากแล้ว แต่หาก จะขายหุ้นจริงๆ ก็คงเลือกขายให้พันธมิตร มากกว่าคนนอก เพราะทุกคนท�ำงานร่วมกัน

มาย่อมรูด้ อี ะไรเป็นอะไร ก็เปิดให้ รพ.สินแพทย์ รพ.รามค�ำแหง หรือ รพ.เจ้าพระยา แต่ตอนนี้ยัง ไม่มีใครมาขอซื้อหุ้นของผมเลย “ผมมีต้นทุนหุ้น VIBHA เพียงหุ้นละ 1 บาทเท่านั้น วันนี้ขึ้นมา 5 บาทแล้ว ฉะนั้นหาก จะขายก็ถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน ทุกปีผมจะได้ รับเงินปันผลจากหุ้น VIBHA ประมาณ 4% มัน เป็นดีลการลงทุนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

เครือ รพ.วิภาวดีของ “เสี่ยอ้วน” ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล ก�ำลังเร่งปรับตัวรับการแข่งขันธุรกิจโรงพยาบาลที่รุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหลังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community: AEC) มีผลบังคับใช้ปี 2558 โดยวางกลยุทธ์ไว้ 2 แนวทาง คือ การสร้างเครือข่ายด้วยการซือ้ กิจการเพือ่ เพิม่ ศักยภาพ การแข่งขัน และก้าวสูเ่ ป้าหมายมาร์เก็ตแคป 10,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี จากมูลค่าตลาดปัจจุบันประมาณ 3,500 ล้านบาท ล่าสุดเสี่ยอ้วนกระโดดเข้าซื้อหุ้น บมจ.เชียงใหม่รามธุรกิจ การแพทย์ (CMR) ผู้ด�ำเนินงาน รพ.ลานนา (เชียงใหม่) ซึ่งมีเครือ ข่ายได้แก่ รพ.เทพปัญญา (เชียงใหม่) รพ.ช้างเผือก (เชียงใหม่) รพ.เขลางค์นคร (ล�ำปาง) และ รพ.พะวอ (ตาก) เป็นต้น ในราคา หุ้นละ 46 บาท มูลค่า 1,850 ล้านบาท โดยได้เสนอ 2 ทางเลือกใน การช�ำระค่าหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นของ CMR คือ 1.จ่ายเป็นเงินสด และ 2.จ่ายเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ VIBHA จ�ำนวน 402 ล้านหุ้น ราคา หุน้ ละ 4.60 บาท อัตราการแลกหุน้ 10 ต่อ 1 โดยเสีย่ อ้วนพูดเป็นนัยๆ

ส่วนเป้าหมายจะสร้างมาร์เก็ตแคป 10,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี ก่อนอืน่ ต้องพูดก่อนว่า ผมไม่เคยกลัวกฎกติกาทีใ่ ครต่อใครพยายาม สร้างมันขึน้ มา แต่สงิ่ ทีจ่ ะท�ำต่อไปนีจ้ ะท�ำเพือ่ ความแข็งแรงของบริษทั 1+1 ต้องเท่ากับ 2 หรือมากกว่า 2 ท�ำเพื่อต้องการลดต้นทุน และท�ำ เพื่ออยากเป็น “หนึ่งในดวงใจ” ของผู้บริโภคเท่านั้น “เราต้องเป็นโรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่งในโซนกรุงเทพ ตอนเหนือ นั่นคือ เป้าหมายของผมและผมเชื่อว่าท�ำได้แน่ เพราะ เราพร้อมทุกด้านมี 20 ศูนย์ แพทย์ประจ�ำ 70 คน ไม่รวมแพทย์ พาร์ทไทม์อีกกว่าร้อยชีวิต” ในระยะสั้นมีแผนจะซื้อกิจการโรงพยาบาลขนาดเล็กอย่าง ต่อเนื่อง อย่างน้อยปีนี้อาจได้เห็นอีกสัก 1 ดีล หลังจบดีลหุ้น CMR แล้ว ตอนนี้ก็ก�ำลังเจรจาอยู่ นอกจากนี้เราก็จะทยอย ถือหุ้นโรงพยาบาลในเครือเพิ่มขึ้น เป้าหมายคือถือ 100% เพื่อให้ ง่ายต่อการบริหารจัดการต้นทุน เพราะเมื่อใดที่ต้นทุนต�่ำลง ฐานะ การเงินก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

มาร์เก็ตแคป 10,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี ว่า อยากสวอปหุ้นมากกว่าเพราะไม่ต้องการใช้เงิน ถ้าไม่จ�ำเป็น “ตราบใดที่ รพ.วิภาวดียังเป็นของตระกูลวิริยะเมตตากุลอยู่ ผมก็จะสร้างความเจริญเติบโตต่อไป ทั้งในแง่ของราคาหุ้นและ ผลประกอบการ อย่างในด้านราคาหุ้นเราดูแล (ผู้ถือหุ้น) ดีมา ตลอด ราคาหุ้นมีแต่ขึ้นไม่เคยลง ถึงจะลงก็ลงไม่นานก็ขยับตัว เพิ่มขึ้น และก็เชื่อว่าจากนี้ก็จะยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะทิศทาง ธุรกิจมีแต่ดีขึ้น..ดีขึ้น” เสี่ยอ้วน กล่าว พร้อมทั้งระบุต่อว่า รพ.วิภาวดีจ่ายเงินปันผลไม่ต�่ำกว่า 80% ของก�ำไร หลายคนสงสัยเราลงทุนเยอะจะมีผลต่อเงินปันผลหรือไม่ ขอบอกเลยเราแยกเงินลงทุนกับเงินปันผลออกจากกันอย่างชัดเจน นักลงทุนทุกท่านไม่ตอ้ งเป็นห่วง เราจะจ่ายเงินปันผลตามทีเ่ คยสัญญา กับทุกท่าน รับรองถือหุ้น VIBHA ไม่มีค�ำว่าผิดหวังแน่นอน

ราคาหุน ‘รพ.วิภาวดี’ ในรอบ 20 6.34 5.15 4.23

2.70

3

2.65 2.36 1.36 0.31

1.64 0.59

0.86

อาจเห็นเราถือหุ้น รพ.เสรีรักษ์ เพิ่มขึ้นเป็น 100% จากตอน นี้ที่ถือ 30% ส่วนโรงพยาบาลที่เหลือก็จะค่อยๆ ท�ำ ปัจจุบันเรามี โรงพยาบาลในเครือข่ายหลายแห่ง อาทิ รพ.เจ้าพระยา, รพ.วิภาราม, รพ.รามค�ำแหง, รพ.สินแพทย์, รพ.แพทย์ปัญญา, รพ.วิภาราม ปากเกร็ด และก�ำลังก่อสร้าง รพ.อมตะนคร “วันไหนทีห่ นุ้ VIBHA มีมาร์เก็ตแคป 10,000 ล้านบาท ค่อย มาคิดเรื่องการมีเพื่อนใหม่ ยอมรับว่าที่ผ่านมา รพ.บ�ำรุงราษฎร์ เคยติดต่อขอซื้อหุ้นแต่เราเล็กเกินไปจึงปฏิเสธ แต่เมื่อใดที่เรา ใหญ่ขึ้น อาจเป็นคนไปเทกโอเวอร์รายใหญ่ๆ ก็ได้ วันนี้ผม เปิดกว้างส�ำหรับทุกคน เราต่างก็ลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนที่ดี กันทั้งนั้น” ส�ำหรับเป้าหมายผลประกอบการในปี 2554 ชัยสิทธิ์ กล่าวว่า รพ.วิภาวดีคงมีรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท ตั้งเป้าขยายตัวปีละ 15% แต่ ป (2535-2554) ถ้าควบรวมกิจการกับ CMR ส�ำเร็จ รายได้รวมคงเติบโตขึ้นระดับ 3,2006.50 3,500 ล้านบาท ในขณะทีม่ าร์เก็ตแคปจะ 6.00 5.40 5.50 ขยั บ ขึ้ น จากระดั บ 3,000 ล้ า นบาท 5.00 4.98 ขึ้นไปเป็น 5,000-6,000 ล้านบาท 4.50 “แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น 4.00 3.64 ของรอยยิ้ ม ผมอยากให้ ผู ้ ถื อ หุ ้ น 3.50 3.18 ทุกคนอดใจรอดูความเปลี่ยนแปลง 3.00 2.50 ของ รพ.วิ ภ าวดี (ให้ ดี ๆ ) แม้ ใ น 2.28 2.00 2.20 อนาคตตัวผมจะไม่ได้เป็นผูถ้ อื หุน้ ใหญ่ 1.50 แต่คนทีจ่ ะมารับช่วงต่อต้องดีไม่แพ้ผม 1.00 แน่นอน” เสี่ยอ้วนเปิดทาง “ถอย” เอา 0.50 0.00 ไว้อย่างชัดเจน

2535 2536 2537 2538 2539 2540 2541 2542 2543 2544 2545 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554

ยุทธศาสตร์...ยุทธวิธี VI (1)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมาตลาด เท่าไหร่ เล่นตามข่าว เล่นหุ้นมาตั้งแต่ปี 33 คิดลงทุนมา ช่วงวิกฤติต้องออกจากงานประจ�ำ เลยต้องหาทางออก ว่าดีหุ้นมันเลยขึ้นไปกันใหญ่ ผมลงทุนแบบมองว่าเป็น หลักทรัพย์จัดเสวนาในรายการ “มันนี่ทอล์ค” หัวข้อ “ยุทธศาสตร์ยทุ ธวิธี VI” ด�ำเนินรายการโดย ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วยผู้เขียน, ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร, และท่านอื่นๆ ที่เป็นสมาชิก หลักของเว็บไซต์ Thaivi.org คือ นพ.บ�ำรุง ศรีงาน (สามัญชน), คุณฉัตรชัย วงศ์แก้วเจริญ (Chatchai), คุณอนุรักษ์ บุญแสวง (โจ ลูกอีสาน) และคุณนริศ จิระวงศ์ประภา (Naris) จึงขอน�ำบทสัมภาษณ์ในงาน ดังกล่าวมาเผยแพร่ในทีน่ แี้ ละขอขอบคุณคุณ champ_st ส�ำหรับการรวบรวมข้อมูลค�ำถามค�ำตอบนี้ ถาม: ท�ำไมถึงเลือกลงทุนแนววีไอ นพ.บ�ำรุง : เดิมทีก็เล่นหุ้นแบบที่คนอื่นเล่นแล้ว ขาดทุน จนมาอ่านหนังสือตีแตกของ ดร.นิเวศน์เกิดปิง๊ ขึ้นมา คิดว่าเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผล หลักการคือ ซือ้ หุน้ ทีต่ ำ�่ กว่ามูลค่าพืน้ ฐานทีค่ วรจะเป็นแล้วจะได้กำ� ไร มันมีเหตุผล พิสจู น์ได้ และเป็นจริงในทุกครัง้ แล้วก็เป็น หลักการที่สอนได้ เล่นแบบนี้ไม่ต้องซื้อๆ ขายๆ ถ้าคิด ถูกราคาหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ คุ ณ ฉั ต รชั ย : สมัยเรียนปริญญาตรีส่วนตัว ชอบธุรกิจอยู่แล้ว พอได้อ่าน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ บทความปีเตอร์ลินซ์ “เหนือกว่าวอลล์สตรีท” ก็รู้สึก สมเหตุสมผลและถูกต้อง ตอนลงทุนใหม่ๆ ไม่เก่ง

หลายปียงั ไม่ตกผลึกเลยลาออกจากงาน ไปเรียนเอ็มบีเอ ท�ำให้รู้เรื่องบัญชี การตลาด เศรษฐศาสตร์ และช่วงนั้น มีวกิ ฤติตม้ ย�ำกุง้ พอดีเลยล้างพอร์ต กลับมาซือ้ อีกทีตอน ประมาณ 207 จุด ปี 44-45 คุณนริศ: เดิมท�ำธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตกับสวนมะม่วง มะขาม แต่คอ่ นข้างขีเ้ กียจ แล้วเจอข้อจ�ำกัดทีว่ า่ ถ้าอยาก ได้ผลตอบแทนที่สูงก็ต้องมีความเสี่ยงมากขึ้น ท�ำงาน หนักขึน้ เลยมองหาธุรกิจอืน่ จนมาเจอหุน้ ทีต่ อบโจทย์ได้ โดยเริ่มต้นก็เป็นวีไอเลย คุ ณ โจ: ที่มาของลูกอีสานคืออ่านหนังสือของ คุณค�ำพูน บุญทวีแล้วชอบเลยเอามาใช้ตอนสมัครเว็บไซต์ เริ่มลงทุนจากการอ่านงานวิจัยของ บล.ทิสโก้แล้วเริ่ม สงสัยพวกพี/อี, พี/บี มันคืออะไร เลยมาหาความรู้ ท�ำให้ พบว่าธุรกิจสามารถวัดเป็นตัวเลขได้ ต่อมาอ่านบทความ ของปีเตอร์ ลินซ์ เขียนเกี่ยวกับแนวทางวีไอก็พบว่าใช่ เลย บทความของอาจารย์นิเวศก็ใช้ได้ เลยมาทางนี้แล้ว ศึกษามาเรื่อยๆ อ.นิเวศน์: ซื้อขายหุ้นก็เคยท�ำมาแล้วช่วงบูมๆ ก�ำไรมากๆ แต่ตอนนั้นไม่มีใครคิดว่ามันเป็นการลงทุน หรือเป็นการสร้างอนาคต สร้างชีวิต ความมั่งคั่ง เล่นหุ้น เหมือนเล่นเกม ก�ำไรที่ได้มาก็เอาไปใช้จ่าย ส่วนความ มั่งคั่งมาจากการท�ำงาน ไม่ได้ฝากไว้กับการลงทุน จน

ต�ำแหน่งสูงอายุมากเปลี่ยนงานหางานยาก ต้องคิดว่าท�ำ ไงให้อยู่ได้มีเงินพอใช้จ่าย โชคดีที่ก่อนออกจากงานได้ศึกษาวิธีการลงทุน พอควรเพราะเคยเป็นกรรมการพอร์ตของบริษทั โบรกเกอร์ พวกนี้ไม่ได้ซื้อมั่วๆ ต้องวิเคราะห์บ้างเลยพอมีพื้นฐาน พอเรามาลงทุนจริงๆ มันเป็นเรื่องของชีวิต เลยต้องหา ธุรกิจที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยง ท�ำให้ต้องวิเคราะห์เป็น อย่างดี ลงทุนขอผลตอบแทนพอใช้แต่ต้องไม่ขาดทุน พอเราวางแผนได้ เ ลยต้ อ งเลื อ กมาก ไอ้ นั่ น ก็ ไ ม่ ดี นี่ก็เสี่ยง รอบคอบมาก ยิ่งช่วงนั้น เศรษฐกิจไม่ดี การซื้อขายน้อยมันต้องมองไปเลยว่าซื้อแล้วมันต้องถือ ยาวไปเลยโอกาสขายแทบไม่มี มันเลยเป็นหลักการของ วีไอคือซื้อได้ ขายไม่ได้ โชคดีที่ตอนนั้นหุ้นถูกมากปันผล 10% ราคาหุ้น ต่อมูลค่าทางบัญชีต�่ำกว่า 0.5 เท่าเต็มตลาด ซื้อแล้ว ไม่ได้คิดถึงก�ำไร เอาปลอดภัยไว้ก่อน เป็นการลงทุน ระยะยาว ปีแรกได้ 10-20% ก็หรูมากเพราะตลาดลงเยอะ จาก 800 ลงไป 200 จุด สังเกตสมัยก่อนไม่มีคนสนใจ เลย ยังเรียกชื่อกันไม่ค่อยถูกว่าไอ้ลงทุนแบบนี้จะเรียก ว่าอะไร แต่ตอนนี้ทุกคนรู้จักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า คนสนใจเยอะเติบโตมากมหาศาล แนวคิดแบบเรา ไม่ได้คดิ ว่าราคาจะขึน้ ไปมาก หลังๆ คนเยอะพอวิเคราะห์

เจ้าของธุรกิจ มองปันผลมากกว่าราคาและเติบโตไป พร้อมกับบริษัทเรื่อยๆ ถาม : มีการกระจายการลงทุนไหม คุณโจ: ลงทุนในหุ้นอย่างเดียว ไม่รู้จะไปลงอย่าง อื่นท�ำไม ถือหุ้น 10-15 ตัว ตัวหลักๆ 6 ตัว ความเสี่ยงนี้ เราเลือกกระจายในหุ้นแบบ 2-3 ตัวก็พอรับความเสี่ยง ได้ แต่ต้องเลือกให้ดี คุณฉัตรชัย: มีพันธบัตรไว้เป็นสภาพคล่องเพราะ พอร์ตโตขึ้น ถือหุ้น 3 ตัว เมื่อก่อนเคยถือตัวเดียวใน พอร์ต คุณนริศ: หุ้น 100% ตอนท�ำซูเปอร์มาร์เก็ต แต่พอ เรามาลงทุนอย่างเดียวต้องลดความเสีย่ งลงมาด้วยการไป ลงทุนอสังหาบ้าง 10% หุ้น 90% หุ้นซื้อ 5 ตัว หุ้น 1 ตัว สัดส่วนไม่เกิน 50% นพ.บ�ำรุง: มีหุ้น 5 ตัว กระจุกตัว มีที่ดิน 1% นอกนั้นหุ้นหมด บางช่วงก็นอนไม่หลับอย่างตอนวิกฤติ หุ้นลงเยอะหวั่นไหว ปกติถือ 1-2 ตัว ตอนนี้เลยกระจาย ความเสี่ยงเป็น 5 ตัว อ.นิเวศน์: ตอนนี้เยอะ เพราะหาของดีราคาถูกไม่ ค่อยได้ พอถือเงินสดนานๆ ก็คนั ไม้คนั มือ ซือ้ นูน้ ซือ้ นีไ้ ป เรือ่ ยแต่ไม่ถกู ต้องต้องปรับ ชอบตอนวิกฤติได้ซอื้ หุน้ ถูก หลักๆ จะมี 5-6 ตัวประมาณ 70% ของพอร์ต

หัวหนาพรรค โชติ บุญจริง มนตรี เศรษฐบุตร วีรพันธ พรหมมนตรี ทรงเดช สุขขำ นันทนา สุวัตถิ นวลนิจ หงษวิวัฒน สุวรรณ ประมูลชัย ศิริ ฐวลางกุล

7

เลขาธิการพรรค วิเชียร ควรเอี่ยม ภาสกร กิติสิน จีระศักดิ์ สีหรัตน วาง ศุภฤกษ สวัตถิ สมศักดิ์ หัสเดชะ มะลิ เอกอริยะกุล ลิเภา เสนีวงศ ณ อยุธยา

สินเชือ่ ดอกเบีย้ คงที่ SME กสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทย เปิดโครงการ สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่เอสเอ็มอี กสิกรไทย (K-SME Fixed Rate Loan) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี 5% อัตราดอกเบีย้ คงที่ 3 ปี 6% และอัตรา ดอกเบี้ยคงที่ 5 ปี 8% วงเงินกู้ตั้งแต่ 5 แสนบาท ถึง 15 ล้านบาท ระยะเวลา ผ่อนช�ำระ 5 ปี หรือ 10 ปี สมัครใช้ บริการได้ตงั้ แต่วนั นีถ้ งึ เดือนสิน้ เดือน มิถุนายน 2554 ที่ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2888-8822

TISCO Wealth บริการ Expert’s View

TISCO Wealth บริการบริหาร ความมัง่ คัง่ อย่างครบวงจรของธนาคาร ทิสโก้ ได้น�ำเสนอข้อมูล Expert’s View วิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจและการ ลงทุนรายเดือน ผ่านเว็บไซต์ www. tiscowealth.com โดยเจาะลึกถึง แนวโน้มของการลงทุนในสินทรัพย์ ประเภทต่างๆ ทัง้ เงินฝาก ตราสารหนี้ ตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นต่างประเทศ และสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมเปิดตัว “ทิสโก้ เวลธ์ เลานจ์” ที่ชั้น 1 อาคาร ทิสโก้ทาวเวอร์ โดยจะมีทีมงานผู้ เชี่ยวชาญประจ�ำศูนย์คอยให้บริการ และให้ค�ำปรึกษาด้านการลงทุนอย่าง ใกล้ชิดอีกด้วย

กรุงศรีฯ มอบประกันฟรี 100,000 บาท

ธนาคารกรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา ออก แคมเปญ “กรุงศรี ห่วงใยคุณ” ต้อนรับ วันปีใหม่ไทยมอบความคุม้ ครองประกัน ภัยอุบตั เิ หตุฟรี 30 วัน จ�ำนวน 100,000 กรมธรรม์ แก่ลูกค้าและประชาชน ทั่วไปโดยให้ความคุ้มครองสูงสุด ถึง 100,000 บาท เพียงลงทะเบียน ก่อนการเดินทางที่สาขาของธนาคาร กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยาทั่ ว ประเทศ ตั้ ง แต่ วันที่ 1-30 เมษายน 2554 สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยาทุกสาขา หรือโทร.1572

ธ.ออมสิน ฝาก 11 เดือน สูงสุด 7%

ธนาคารออมสิน มอบของขวัญ ตอบแทนจุใจให้ผรู้ กั การออม ในวาระ ครบรอบ 98 ปี ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงิน ฝากยกแผง เงินฝากเผือ่ เรียกขยับขึน้ สูงสุด 0.65% พร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “เงินฝากประจ�ำ 11 เดือน” ดอกเบี้ย สู ง สุ ด 7% คิ ด ดอกเบี้ ย ขั้ น บั น ได เริ่มต้นที่ 2.5% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.7273% ต่อปี ขณะเดียวกัน ได้ปรับ เพิม่ เงินรางวัลสลากออมสินพิเศษ 5 ปี ท้าย 4 ตัว จากเดิมหมุน 4 ครั้ง มูลค่า เงินรางวัลครั้งละ 200 บาท ปรับเพิ่ม รางวัลเป็นครั้งละ 300 บาท ซึ่งจะเริ่ม ตั้งแต่การออกรางวัลประจ�ำวันที่ 1 เมษายน 2554 เป็นต้นไป

เคทีซี เปิดตัว 2 แคมเปญ ยิ่งใหญ่

เคทีซี เปิดตัว 2 แคมเปญการ ตลาดยิ่งใหญ่ “My Story” สมาชิก สามารถเลือกรับบัตรก�ำนัลห้องพัก โรงแรมชั้นน�ำฟรีตามไลฟ์สไตล์การ ท่ อ งเที่ ย วของตนเอง อาทิ แบบ Fantastic แบบ Romantic หรือ แบบ Exotic พร้อมเปิดแคมเปญ “99 คะแนน ลุน้ ล้านบาท” ใช้คะแนนสะสม KTC Forever Rewards เพียง 99 คะแนน ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท เลือกแลกสิง่ ของหรือบริก���ร ทีต่ อ้ งการได้ตามต้องการ ระหว่างวันที่ 7 เมษายน-30 มิถุนายน 2554


8

วันที่ 11 เมษายน 2554

ความรู้ด้านวิชาการฝากไว้ที่ ‘โรงเรียน-มหาวิทยาลัย’ อายุ 60 ปีแล้วป่านนี้ยังไม่ได้ไปเอาคืน แค่ชั้นมัธยม ศึกษายังเรียนไม่ถึง ‘พนม ควรสถาพร’ เซียนหุ้น ป.7 นักธุรกิจหลายพันล้าน แม้จะความรู้น้อยแต่ “แก่” ประสบการณ์ เป็น “ซีอีโอ” นั่ง “หัวโต๊ะ” คุมบังเหียน กิจการมูลค่าหลายพันล้านบาท ทุบโต๊ะสั่ง พนักงานความรู้สูงๆ ได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ ใคร เพราะอั้วนี่แหละ “พี่ใหญ่” กลุ่มบริษัท “ก๊กฮวด” ที่ร่วมกับ “เตี่ย” (พ่อ) สร้างขึ้น เมื่อหลายสิบปีก่อน ชื่อของ พนม ควรสถาพร คุ้นหูนักเล่น หุ้นเพราะเขาเป็นเถ้าแก่ บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) กิจการค้าถ่านหินที่อยู่ใน ตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดกว่า 3,200 ล้านบาท อาชีพของเถ้าแก่พนมท�ำมาหมด ตั้งแต่ขายขี้เลื่อย ผงธูป โรงงานยากันยุง โรงงานไม้ปาร์ตเิ คิลบอร์ด โรงงานเฟอร์นเิ จอร์ บริษัทขนส่ง ลงทุนที่ดิน และ “เล่นหุ้น” ขณะทีต่ วั พนมได้เรียนหนังสือแค่ชนั้ ป.

หลังเอาหุน้ AGE เข้าตลาดเมือ่ ปี 2552 พนมใช้กลยุทธ์ออกข่าวบ่อย โดยเฉพาะ ปี 2554 เขาคาดการณ์ผลการด�ำเนินงาน จะเติบโตก้าวกระโดดจาก 2,839 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท ไม่เว้นแม้แต่ Status ใน Blackberry Chats ส่วนตัวเขายัง “เชียร์ หุ้น” ตัวเอง ในช่วงปีเศษที่ผ่านมาราคาหุ้น AGE ทะยานจาก 5-6 บาท ขึ้นไป 20 บาท ตัวเขายังบอกว่าแทบไม่เชือ่ สายตาตัวเอง พนม พยายามหาเหตุผลมาตอบค�ำถาม “แฟนหุน้ ” ของเขา ท�ำแม้กระทั่งส่งเทียบเชิญผู้ถือหุ้น รายใหญ่ 10 อันดับแรกมาเยี่ยมชมกิจการ เมื่อไม่นานมานี้ มันเป็นสัญชาตญาณของซีอโี อไร้ปริญญา และในฐานะนักเล่นหุ้นคนหนึ่งที่รู้ว่าจะเล่น กับ “กระแส” ธุรกิจถ่านหินที่ก�ำลังมาแรงนี้

อย่างไร พนมฟันธงว่า ปัจจัยสนับสนุนราคา หุ้น AGE ที่วิ่งขึ้นมาอย่างมากเป็นเพราะนัก ลงทุนเชือ่ มัน่ ว่าผลประกอบการของบริษทั ใน ปี 2554 จะเป็นไปตามเป้าหมาย และเข้ามา เก็บหุ้นก่อนขึ้น XD วันที่ 3 พ.ค.2554 หลัง บอร์ดมีมติจา่ ยหุน้ ปันผล 8 หุน้ เดิมต่อ 1 หุน้ ปันผล “มีนกั ลงทุนรายหนึง่ อายุกว่า 60 ปี ถือ หุ้นเราตั้งแต่แรกเริ่ม 2 ล้านหุ้น ราคาไอพีโอ 6.50 บาท ตอนนีฟ้ นั ก�ำไรเข้ากระเป๋าไปเพียบ เพราะแกไม่เคยขายเลย เขาชอบธุรกิจ AGE ให้เหตุผลว่าถ่านหินเป็นพลังงานเชือ้ เพลิงถูก ทีส่ ดุ ในโลกกิโลกรัมละ 2-3 บาท ทีส่ ำ� คัญเขา เชือ่ ใจผมว่าภายใน 5 ปีขา้ งหน้า (2554-2558) ผมจะท�ำรายได้ถึง 10,000 ล้านบาท” นอกจากเป็นนักธุรกิจใหญ่พนมยังเป็น นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มานานหลาย สิบปีแล้ว ถามเขาว่าถ้ามีเงิน 100 บาท ปีนี้ จะจัดสรรอย่างไร พนม กล่าวว่า จะแบ่งไป ลงทุนในตลาดหุ้น 50% กลุ่มที่ชอบที่สุดคือ “พลังงาน” และหุน้ ทีช่ อบมากทีส่ ดุ คือ “บ้านปู” “ไม่วา่ สถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร หุ้น BANPU จะต้องมีติดพอร์ตผมเสมอ เพราะเราท�ำธุรกิจเดียวกัน ผมย่อมรู้ดีว่า ทิศทางธุรกิจจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้หุ้น ครอบครัว ปตท. หุ้น SCC, KBANK, SCB

ราคาหุน AGE ตั้งแตเขาตลาดหลักทรัพยถึงปจจุบัน 20

สรุปผลการดำเนินงาน ‘เอเชีย กรีน เอนเนอจี’ ป 2552-2553 สินทรัพยรวม หนี้สินรวม สวนของผูถือหุน รายไดรวม กำไรสุทธิ กำไรตอหุน (บาท) อัตรากำไรสุทธิ (%)

6.70

ป 2552 (ลานบาท) 1,552 1,162 389 2,154 10 0.08 0.48

ป 2553 (ลานบาท) 2,225 1,715 510 2,840 127 0.91 4.48

15.80 12.20

12.10

9.90 9.50 7.30

6.10

4.74

6.05

6.05

6.80 5.05

4.74

2552

2553

2554

20.00 19.50 19.00 18.00 17.00 16.00 15.00 14.00 13.00 12.00 11.00 10.00 9.00 8.00 7.00 6.00 5.00 4.00

5 เม.ย.54

โครงสรางรายได AGE แยกตามประเภทอุตสาหกรรม ประเภทอุตสาหกรรมลูกคา

2552 ลานบาท %

2553 ลานบาท %

อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมปูนซีเมนต บรรจุภัณฑ อ�น ๆ รายไดจากการจำหนายรวม

440 482 416 277 451 81 2,148

459 490 553 345 727 70 100 2,744

20 22 19 13 21 4 100

17 18 20 13 25 3 4 100

พวกนี้ก็มีอยู่ในพอร์ตของผม” ส่วนระยะเวลาการลงทุน เขาจะเน้นถือ “ระยะปานกลาง 3-5 เดือน” แต่ระหว่างทาง ก็มขี ายท�ำก�ำไรไปบ้าง ส่วนเทคนิคการลงทุน ไม่คอ่ ยตายตัว “ดิน้ ” ไปตามสถานการณ์ โดย จะดูพื้นฐานธุรกิจและกราฟเทคนิคประกอบ การตัดสินใจ ที่ผ่านมาได้กำ� ไรจากการลงทุน ไม่ต�่ำกว่า 10% ต่อปี เขาย้อนเล่าว่า สมัยที่ยังเล่นหุ้นไม่เป็น จะชอบซือ้ ตามคนอืน่ มีคนบอกให้ซอื้ หุน้ ตัวโน้น ตัวนี้ ก็บา้ จีซ้ อื้ ตามเขาโดยไม่ดอู ะไรเลย สุดท้าย “ผมติดยอดดอย” ออกของไม่ได้ ไม่รู้จะไป โทษใครโทษตัวเองนีแ่ หละที่ (โง่) ไปเชือ่ เขาเอง “หุน้ ยูนคิ อร์ด ขายปลาทูนา่ กระป๋องของ ด�ำริห์ ก่อนันทเกียรติ ที่ยิงตัวตาย เป็นหุ้น ที่ผมจะจดจ�ำไว้จนวันตาย ตอนนั้นลงทุนไป “หลายสิบล้านบาท” ซือ้ แบบไม่ดตู าม้าตาเรือ ซื้อเพราะเขาเป็นลูกค้าเรา สุดท้ายไม่ได้คืน สักบาททุกอย่างเป็นศูนย์ เพราะเขาประสบ ปัญหารุนแรงมีหนี้สูงถึง 7,600 ล้านบาท” เสี่ยพนม ย้อนเล่าต่อว่า เริ่มลงทุนใน ตลาดหุน้ ครัง้ แรกเมือ่ หลายสิบปีกอ่ น (ปัจจุบนั อายุ 60 ปีแล้ว) ด้วยเงินเริม่ ต้น 1-2 ล้านบาท ตอนนั้นลงทุนอะไรก็ไม่ได้ก�ำไรเพราะเล่น ยังไม่เป็น ปัจจุบันเปิดพอร์ตเล่นหุ้นอยู่ที่ บล.กิมเอ็ง นอกจากจะชอบเล่นหุน้ แล้ว ยังชอบ

วิธีต่อเงินแบบ ‘ซีอีโอไร้ปริญญา’

‘พนม ควรสถาพร’ นักลงทุน ป.7 7 ก็ตอ้ งออกมาช่วยเตีย่ ท�ำงานตัง้ แต่อายุ 13 ปี ส่งน้องๆ อีก 5 คนเรียนหนังสือสูงๆ พอ อายุ 16 ปีก็เริ่มขับรถ 10 ล้อส่งขี้เลื่อย เขา จึงเป็นซีอโี อเพียงไม่กคี่ นในตลาดหลักทรัพย์ ทีใ่ ช้หยาดเหงือ่ แลกกับใบปริญญาทีเ่ รียกว่า “ประสบการณ์” “ครอบครัวของผมเริม่ ต้นจากธุรกิจขาย ฟืนและขีเ้ ลือ่ ย ท�ำมาเรือ่ ยจนเตีย่ มีเรือ 9 ล�ำ ตอนหลังเปลี่ยนมาขนทางรถ เพราะตอน นัน้ พระประแดงเริม่ มีถนน ธุรกิจขยายตัวขึน้ เรื่อยๆ จนเรามีรถหลายคันมากขึ้น จากนั้น ก็เอาขี้เลื่อยไปท�ำธูป ท�ำยากันยุง และแตก ไลน์ธุรกิจออกไป” เมือ่ ขายขีเ้ ลือ่ ยหลายปีเข้าก็เริม่ มีทนุ รอน ขยายธุรกิจออกไปท�ำผงธูป ท�ำโรงเลือ่ ย จาก นัน้ ก็มาท�ำชิน้ ส่วนเฟอร์นเิ จอร์สง่ ให้โรงงานท�ำ เฟอร์นเิ จอร์ จนกระทัง่ ต่อมาก็ทำ� เฟอร์นเิ จอร์ ขายเอง และก้าวเข้าสูธ่ รุ กิจค้าถ่านหินเมือ่ ไม่ กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบนั กิจการในกลุม่ ก๊กฮวด ประกอบ ด้วย บมจ.เอเชียกรีน เอนเนอจี (AGE) ขาย ถ่านหิน บริษัท เอเชียพาเนล จ�ำกัด ผลิต ไม้ปาร์ติเคิลบอร์ด บริษัท เอเชียไบโอแมส จ�ำกัด จ�ำหน่ายเชือ้ เพลิงชีวมวล บริษทั สถาพร ธนาพัฒน์ จ�ำกัด บริษทั ขนส่งขนาดใหญ่มรี ถ บรรทุกหนักมากกว่า 300 คัน บริษทั เค.เอช. ทรานสปอร์ต แอนด์ เซอร์วสิ จ�ำกัด ท�ำธุรกิจ ท่าเรือขนส่ง บริษัท ยูนิเวอร์แซล พาราวูด จ�ำกัด ผลิตเฟอร์นเิ จอร์ยี่ห้อ “Paradini” ส่ง ขายต่างประเทศ บริษัท สถาพร ลามิเนชั่น จ�ำกัด ขายไม้ปาร์ติเคิลบอร์ดและไม้ MDF และ บริษัท สถาพร มาเก็ตติ้ง จ�ำกัด ผู้ ผลิตยากันยุงยี่ห้อ “คายาริ”

ยืนยัน AGE เดินตามรอย ‘บ้านปู’

ส�ำหรับแผนธุรกิจของ AGE ในช่วง 5 ปีขา้ งหน้า พนม ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเชีย กรีน

เอนเนอจี เปิดเผยว่า ภายในปี 2556 บริษัทมีแผนจะอัพตัวเองขึ้นไปอยู่ SET ถึงวันนั้นทุนจดทะเบียนคงเกิน 300 ล้านบาท จากปัจจุบันที่อยู่ 175 ล้านบาท “ผม (AGE) อยากเป็นบ้านปูมนิ ิ รายได้ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2558 ผมท�ำได้แน่นอน” พนมกล่าวอย่างมัน่ ใจ ตัวเลขนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า “AGE จะโตด้วยล�ำแข้งตนเอง” โดยไม่มีเหมืองถ่านหินของตัวเอง ตอนนี้กำ� ลัง มองหาแหล่ง (ซื้อ) ถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มอีก 6-7 แหล่ง เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตในอนาคตให้อยู่ที่ 4 ล้าน ตันต่อปี บริษัทยังมีแผนจะเพิ่มฐานลูกค้ารายใหม่ๆ หลังเริ่มเจาะตลาดเข้าไปขายในประเทศจีน โดยในปี 2555 จะเจาะ ตลาดญี่ปุ่น และอินเดีย ขณะนี้อยู่ระหว่างส�ำรวจตลาดญี่ปุ่น เบื้องต้นอาจเข้าไปชิมลางขายก่อน 1 ล�ำเรือ ประมาณ 40,000 ตัน มูลค่า 70-80 ล้านบาท ถ้าตลาดโอเคก็จะค่อยๆ เพิ่มปริมาณขายกลยุทธ์จะท�ำเหมือนเจาะตลาดจีน พนม คุยว่า หากภายใน 5 ปีนี้ (2554-2558) หาก AGE มีเหมืองเป็นของตัวเองซัก 2 แห่ง จะท�ำให้ยอดขาย 10,000 ล้านบาท เกิดขึ้นเร็วกว่าแผนที่วางไว้ ตอนนี้มองเหมืองถ่านหิน 1 แห่ง บนเกาะกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าลงทุน 1,000-2,000 ล้านบาท “เราเจรจาอยู่ 2-3 ราย จะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 3/2554 มีความคืบหน้าแล้ว 50% เหตุที่ล่าช้าคุยไม่จบ ซักทีเพราะว่ายังไม่ตรงสเปคคือเราอยากได้เหมืองที่มีปริมาณส�ำรองถ่านหิน 5-10 ล้านตัน (ขึ้นไป) แต่เหมือง ที่มาเสนอขายปริมาณส�ำรองมีไม่ถึง” ถามว่าจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุนเป็นพันล้านบาท พนม กล่าวว่า บริษัทคงกู้เงินธนาคาร 70-80% ตอนนี้ หนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่กว่า 2 เท่า (ค่อนข้างสูง) ทางเลือกอื่นก็มีเหมือนกันเราอาจจะขายหุ้นเฉพาะ เจาะจง (PP) หรือรอแปลง AGE-W1 จ�ำนวน 70 ล้านหน่วย ที่ผ่านมาก็มีกองทุนหลายรายแวะมาพูดคุย (ขอซื้อหุ้น) แต่บริษัทยังไม่มีความจ�ำเป็น ส�ำหรับเป้าหมายรายได้ในปี 2554 ตั้งไว้ที่ 5,000 ล้านบาท ในแง่ของก�ำไรสุทธิ พนม เชื่อว่าไม่ต้อง พูดถึงดีตามกันไปแน่นอน อัตราก�ำไรขั้นต้นคงอยู่ที่ 15% บวก อัตราก�ำไรสุทธิที่ 5% บวก “ยอดขาย 5,000 ล้านบาท จะมาจากในประเทศ 4,000 ล้านบาท และเมืองจีน 1,000 ล้านบาท ผม ตั้งเป้าว่าจะขายเมืองจีนให้ได้ 12 ล�ำ (ล�ำละ 40,000 ตัน) จากตัวเลขที่ได้มาคาดว่าปีนี้ ประเทศ จีนจะน�ำเข้าถ่านหินเพิ่มจาก 150 ล้านตัน เป็น 200 ล้านตัน เราขอแชร์มาซัก 4-5 แสนตัน” “เค้กมันอยู่ตรงหน้า ต้องหาเครื่องมือมาหยิบเค้ก” พนม กล่าวว่า วางตัวลูกสาวคนโต ปณิตา ควรสถาพร วัย 26 ปี ให้เข้ามาศึกษางาน ใน AGE เริ่มแรกคงให้ท�ำในส่วนของฝ่ายบริหารก่อน ลูกสาวคนนี้เรียนการเงินมา โดยตรง (จบบัญชี ABAC) คงไม่ต้องสอนอะไรมากมาย ตอนนี้เขาท�ำงานอยู่ที่ บล.ทรีนีตี้ อีก 1 ปีคงเข้ามาช่วยพ่อเต็มตัว

เครียด-นอนง่าย “อย่างผมแม้จะมีเรื่อง เครียดๆ แต่พอหัวถึงหมอนก็ปิดสวิตช์ได้ ทันที ไม่งั้นผมอยู่มาไม่ได้ถึง 8 ปีหรอก” • ปลัดกระทรวงพลังงาน “ณอคุณ ริมถนนนักลงทุน ฉบับที่ 356 ประจ�ำ สิทธิพงศ์” ปลีกเวลาจากงานประชุม วันที่ 11-17 เมษายน 2554 “GASTECH 2011” ทีก่ รุง “อัมสเตอร์ดมั ” • งวดเข้ามาส�ำหรับเก้าอี้ “ซีอโี อ ปตท.” ประเทศเนเธอร์แลนด์ โฉบไป “ร้านเพชร” คนใหม่แทน “ประเสริฐ บุญสัมพันธ์” ทีจ่ ะ โดนคนขาย “หว่านล้อม” อีทา่ ไหนไม่รู้ เจ้าตัว ครบวาระ 2 ในปลายเดือน “กันยายน” ปี อดใจไม่ไหวควักตังค์ซื้อ “เพชรเม็ดเป้ง” นี้ “ปตท.” อยู่ระหว่างเปิดรับ “ใบสมัคร” ราคากว่า “แสนบาท” เอาไปฝากใครไม่บอก ตั้งแต่วันที่ 1-21 เมษายนนี้ มีโอกาสเจอ • เปิดให้เข้าพักแล้ว “พูคาน่านฟ้า” “บิ๊กเสริฐ” เจ้าตัวออกปาก “ปราม” คน โรงแรม “ไม้สักทอง” อายุประมาณ 80 ปี ที่ “หาญ” เข้ามาสมัครต�ำแหน่ง CEO ขอ กลางเมือง “น่าน” ของ “เสี่ยปั้น” บัณฑูร จงคิดให้ “หนัก” พวกที่ ล�ำ่ ซ�ำ ใครอยากเห็นโรงแรม “โฉบไปโฉบมา” อย่าคิดมา “เจ้าสัวใหญ่กสิกร” ลอง นั่งบริหาร “ปตท.” เพราะ ไปพักได้แล้ว ช่วง “โลว์ ปตท.เป็นองค์กรที่มีความ ซีซัน” (มีนาคม-ตุลาคม) “ซับซ้อนสูง” ถูกสุดคืนละ 2,300 บาท • คุณสมบัติเบื้องต้น แพงสุดคืนละ 4,200 บาท ของ “บิ๊กเสริฐ” หลักๆ มี ท�ำเอา “สุข” แค่เลี้ยง 7 ข้อ คือ 1.เก่ง 2.อดทน ตัวเองได้ “ไม่เอารวย” 3.ทุ่มเท 4.ยืดหยุ่นเป็น เพราะรวยอยู่แล้ว เลิศ 5.มีสติปัญญา 6.มี • แรงจริงๆ “อากู๋” ประสบการณ์ และ 7.ไม่ ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ไพบูลย์ ด�ำรงชัย-ธรรม

คว้าสิทธิ “ยูโร 2012” จาก “ยูฟ่า” ทั้งที่ เป็น “มือใหม่” เฉือนชนะทัง้ อาร์เอส, ช่อง 3, ช่อง 7 เป็นหนึ่งในแผนรุกคอนเทนท์ “ธุรกิจกีฬา” ของ “เครือแกรมมี”่ แต่ซบุ ซิบ วงการกีฬาคุยกันว่า “ค่าลิขสิทธิ”์ ทีแ่ กรมมี่ จ่าย 9 ล้านดอลลาร์ (270 ล้านบาท) นั้น “แพง” จน “คู่แข่ง” ต้อง “ถอย” ให้หมด แล้วคอย “นัง่ ดู” (ลุน้ ) ว่าแกรมมีจ่ ะ “เจ๊ง” เหมือนกับ “อาร์เอส” รึเปล่า! แต่ “อากู๋” เกทับว่าถูกกว่า “ยูโร 2008” ของ “อาร์เอส” ที่จ่ายไป 7 ล้านดอลลาร์ ตอนนั้นค่าเงิน 40 บาท (280 ล้านบาท) แถมได้ “แพ็คเกจ” ดีกว่าด้วย • “เศรษฐา ทวีสนิ ” ก�ำลังมองหาโอกาส เข้าไปลงทุนใน “ยุโรป-อเมริกา” ในลักษณะ ซื้อ “ตึกเก่า” มาปรับปรุงใหม่แล้ว “ขาย ท�ำก�ำไร” เจ้าตัวบินไปดูลทู่ างที่ “นิวยอร์ก” แล้ว 3 รอบ ส่วนที่ “ลอนดอน” ไปลงทุน แล้วในย่าน “South Kensington” โครงการ แรกชือ่ “9 Elvaston Place” ราคาเริม่ ต้น 800,000 บาท/ตร.ม. ขนาดห้อง 60-146 ตร.ม. เน้นจับ “เศรษฐีไทย” ที่ส่งลูกไป เรียนอังกฤษ การลงทุนครั้งนี้ “แสนสิริ” คาดว่าจะได้กำ� ไร 15% ไปไกลถึง “อังกฤษ-

อเมริกา” จะคุ้มมั้ยเนี่ย! • ปลายเดือนมีนาคมทีผ่ า่ นมา “ท็อป” ยุทธชัย จรณะจิตต์ ผู้บริหารโรงแรม “โอเรียนเต็ล” และเครือ “อมารี” ลูกชาย หัวแก้วหัวแหวนของ “นิจพร จรณะจิตต์” (ลูกสาวคนโต นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต) ขายหุน้ “อิตาเลียนไทย” ไม้ใหญ่ 15.10 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 4.07 บาท เอาเงินออกไป 61.46 ล้านบาท • อย่างงี้นี่เอง “ดามพ์ นานา” CFO “อาร์เอส” ไปร่วมบรรยายพิเศษในงาน สัมมนา “เจาะลึกกิจการแนว VI” จัดที่ “ตลท.” เมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับเชิญไปออก รายการ “มันนี่ทอล์ค” ของ “ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา” เมื่อดูโครงสร้างผู้ถือหุ้น RS เห็นชือ่ “วราณี เสรีววิ ฒ ั นา” เมีย ดร.ไพบูลย์ “ทุบกระปุก” มาซื้อหุ้น RS ด้วย 12.73 ล้านหุน้ มูลค่า 40 ล้านบาท “เสีย่ ปู”่ สมพงษ์ ชลคดีดำ� รงกุล ก็ด้วย 7.9 ล้านหุ้น แต่ไม่มี ใครใจถึงเท่า “โสรัตน์ วณิชวรากิจ” เจ้าของ “บ.แพนเอเซียอุตสาหกรรม” ผูผ้ ลิตแผ่น “พลาสติกอะคริลกิ ” ใช้ทำ� “ป้ายโฆษณา” เข้าเก็บหุน้ RS มากถึง 121 ล้านหุน้ สัดส่วน 13.70% มูลค่ากว่า 377 ล้านบาท เป็นรอง

พนม ควรสถาพร

แค่ “เฮียฮ้อ” เจ้าของบริษัทคนเดียว • ปีนขี้ อ “แย่งซีน” คืนจากคูแ่ ข่ง “อดิศร ธนนันท์นราพูล” มือขวา “เสี่ยตึ๋ง” อนันต์ อัศวโภคิน เดินสาย “โชว์ก�ำไร” ปี 2554 ของ “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” คุยว่าปีนี้ก�ำไร จะโต “ก้าวกระโดด” หลัง “รีดนม-ขายเนือ้ ” พอร์ตลงทุนได้ “ปันผล-ก�ำไร” เป็นกอบเป็นก�ำ ทั้งหุ้น HMPRO, QH, Q-CON ล่าสุด เพิ่งขายหุ้น “รพ.เกษมราษฎร์” ได้ก�ำไร 2,700 ล้านบาท และเตรียม “รับทรัพย์” ก้อนใหญ่เข็นหุน้ “LH Bank” ขาย “ไอพีโอ” เร็วๆ นี้ • กลัวตาย “เช็คบิล” กลับบ้านแทบ ไม่ทัน “พนม ควรสถาพร” เถ้าแก่ใหญ่ AGE นั่งกินอาหาร “มื้อค�ำ่ ” กับพรรคพวก อย่าง “เอร็ดอร่อย” บนชั้นที่ 24 โรงแรม โซฟิเทล “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” อยู่ดีๆ ก็ รู้สึก “เวียนหัว” รู้ตัวอีกทีตอนที่พนักงาน ตะโกนว่า “แผ่นดินไหว” เจ้าตัวบอก “ลูกผม ยังเล็ก” ยังตายไม่ได้ “เสี่ยพนม” มีลูก ทั้งหมด 6 คน โดยคนโตอายุ 26 ปี ส่วน คนเล็กอายุ 11 ขวบ • “พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต” ออก แคมเปญเดือน “เมษายน” กระตุน้ “ยอดขาย”

สะสมที่ดินเปล่าด้วย ตอนนี้มีที่ดินย่านถนน พระราม 2 ประมาณ 100 ไร่ เป็นที่ดินเปล่า ราวๆ 40-50 ไร่ ทีเ่ หลือมีสงิ่ ปลูกสร้าง ตอนนัน้ ซื้อมาราคาถูกมากถ้าขายตอนนี้ก็คงได้ก�ำไร มากพอสมควร “ผมยังมีที่ดินในอ�ำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี อีก 1,000 ไร่ ซื้อมาไร่ละ 50,000 บาท เคยมีบริษัทจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์มาขอซื้อที่ดินแปลงนี้ เพื่อ น�ำไปปลูกมันส�ำปะหลังเขาให้ไร่ละ 120,000 บาท ผมเก็บเอาไว้ปลูกมันส�ำปะหลังเพราะ ราคาตอนนี้ดีมาก ปีๆ หนึ่งผมได้ก�ำไรจาก การขายมันหลายล้านบาท ราคาทีด่ นิ น่าจะขึน้ ไปไร่ละ 200,000 บาทแล้ว” ล่าสุดเขาก�ำลังปลุกปั้น บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จ�ำกัด จะน�ำเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ตามรอย AGE เพราะธุรกิจจ�ำหน่าย เชือ้ เพลิงชีวมวล (กะลาปาล์ม, ขีก้ บ, ขีเ้ ลือ่ ย, แกลบ เป็นต้น) รายได้เติบโตขึ้นทุกปี โดย วางตัวลูกสาวคนที่ 2 ธิญาดา ควรสถาพร วัย 25 ปี เข้าไปเรียนรู้งานก่อนจะส่งไม้ต่อ ให้ดูแลบริษัทนี้ในอนาคต พนมเป็นคนที่มี “ลูกดก” มีทายาท ทั้งหมด 6 คน เป็นผู้หญิง 4 คน และผู้ชาย 2 คน อายุไล่เลี่ยกันคนโตอายุ 26 ปี 25 ปี 20 ปี 16 ปี 13 ปี และคนเล็ก 11 ปี “ผมมักสอนลูกทุกคนเสมอว่าต้องออก ไปหาประสบการณ์ทำ� งานนอกบ้านก่อน เพือ่ ให้รวู้ า่ มืออาชีพเขาท�ำงานกันอย่างไร และให้ รูว้ า่ เงินมันหายาก แต่สำ� คัญทีส่ ดุ คืออยากให้ เขารับรูถ้ งึ ความรูส้ กึ ของการเป็นพนักงาน (ชัน้ ผูน้ อ้ ย) คนหนึง่ จะได้เข้าอกเข้าใจลูกน้องการ ท�ำงานในอนาคตก็จะง่ายมากขึ้น”

แรง! ให้ “ตัวแทนใหม่” ท�ำยอด 80,000 บาท ก็ได้ไป “รับน้อง” กันที่ “สิงคโปร์” ไอเดียของ “ปรัชญ์ สิงหเสนี” ผูอ้ ำ� นวยการ ฝ่ายตัวแทนคนใหม่ • “บิ๊กซี ราชด�ำริ” กลับมาเปิด “เต็ม รูปแบบ” ในวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซปต์ “Back with More” มี ร้านค้าใหม่เพิ่มเข้ามา 25% ตกแต่งใน บรรยากาศใหม่ที่ออกแนว “ธรรมชาติ” และ “ทันสมัย” มากขึน้ ผูบ้ ริหาร “ประพันธ์ เอี่ยมรุ่งโรจน์” ให้ข้อมูลย่านนี้มีคน ท�ำงานประมาณ 50,000 คนต่อวัน มี กลุม่ คนเดิน ประมาณ 10,000 คน ต่อวัน และมีการ จับจ่ายในบริเวณ นี้ประมาณปีละ 20,000 ล้านบาท

โสรั ตน์ วณิชวรากิจ


กรุงเทพธุรกิจ Bizweek