Issuu on Google+

BANDNAME M

A

G

A

Z

I

N

E


content desttop error

the live forever of 90’s

the album leaf


the new british music

iccy baby

review


5 - 6


|| B || TALK TALK

BY : IWORKALONE PHOTO BY : HAPPYKANPPY

จากกลุ่มเพื่อนที่รวมตัวกันเป็นวงคัฟเวอร์จน กระทั่งมี EP ของ ตนเองและเป็นสีสันที่น่าจับตามองให้กับวงการดนตรีไทย BandName ถือโอกาสนี้พาไปนั่งคุยแบบเป็นกันเองกับ Desktop Error เกี่ยวกับ อัลบั้มแรกของพวกเขา ซึ่งประกอบขึ้นจากตัวตนของพวกเขาโดยแท้


|| B || Dinosaur Jr.

จากอีพีมาถึงอัลบั้ม มีอะไรที่เปลี่ยนไป

อ๊อฟ : ดนตรีมันใสขึ้น…เหรอ เล็ก : ดนตรีมันเหมือนเดิมแหละ แต่ภาคร้องเราทำให้มันป็อปขึ้น มีท่อนฮุค ซับฮุค ให้คนจำเพลงของพวกเราได้ แต่ส่วนดนตรียังคงเป็นเดสท็อป ฯ อยู่ อาจ เพราะเราโตขึ้นด้วย รู้แล้วว่าฝั่งคนฟังเป็นยังไง แล้ว จู น เข้ า หากั น มากขึ้ น จาก ช่วงอีพี ใส่ความเป็นป็อปมากขึ้น 7 - 8


|| B || Dinosaur Jr.


ทำไมถึงเป็น Ticket to Home

เล็ก : มันมาจากเพลงแรกที่ใช้พิณ (Ticket to Home) แล้วเอาไปรวมกับตัวผมเองที่กลับบ้าน คือทำเพลงเสร็จก็ กลั บ ไปทำงานที่ บ้ า นเลยใช้ ชื่ อ นี้ ไ ปเลย (เพื่ อ นในวง หัวเราะคิกคัก) ในอัลบั้มก็จะมีเครื่องดนตรีไทยอยู่ด้วย เลยให้ความรู้สึกของความเป็นบ้าน เป็นไทย อ๊อฟ : Ticket to Home มันคือบ้าน และคำว่าบ้านมัน คือความอบอุ่น ทุกคนจะอยู่ในจุดไหน ยังไงก็ต้องกลับ บ้าน แล้วอัลบั้มนี้มันเหมือนการพักผ่อน นั่งฟังสบาย ๆ น่ะครับ อย่าไปเกี่ยวกับการกลับบ้านแบบพี่เล็ก เล็ก : อ้าว ก็ส่วนตัวอะ (หัวเราะ) อ๊อฟ : คำว่ า บ้ า น มั น ตี ค วามไปได้ ห ลายอย่ า ง แล้ ว อัลบั้มนี้เราเจออะไรกันเยอะพอสมควร เบิร์ด : ผมก็พ่อเสีย อ๊อฟก็พี่ชายเสีย ใช่ มันมีเรื่องดีเรื่องร้ายเข้ามา เลยคิดว่า คำว่า Ticket to Home น่าจะเหมาะ 9 - 10


ใช่ มันมีเรือ่ งดีเรือ่ งร้ายเข้ามา เลยคิดว่า คำว่า Ticket to Home น่าจะเหมาะ


ใช้เวลาทำนานแค่ ไหน

เล็ก : ประมาณสองสามปี หลั ง อี พี ม าก็ ค่ อ ย ๆ ทำจนเสร็จ

เรามีสว่ นเต็มที่ หรือมีคนอืน่ มาด้วย

เล็ก : จริง ๆ เราก็ทำของเราเอง แต่มีคนอื่นมาช่วย แต่งกลิ่นให้มันสมบูรณ์ขึ้น อย่างพี่ต้อม อัศจรรย์ ฯ ก็มาช่วยเรื่องเครื่องสาย พี่โคอิชิก็มาช่วยเรื่องมิกซ์ และแนะนำ

11 - 12


เรือ่ งอาร์ทเวิรค์ ?

เม้ง : ทีมเดิมครับ DIE ร่มศิลป์

อันนีอ้ ยากรูม้ าก ในขณะทีเ่ จ้าอืน่ ใช้กล่องกระดาษ แต่ทำไมอัลบัม้ นี้ ใช้ กล่องพลาสติค

เล็ก : อันนี้คือตั้งใจเลยว่า อะไรที่มันเดิม ๆ มันดีสุดแล้ว มันเท่ห์สุด กล่อง กระดาษก็สวยนะ คือถ้าไปบ้านของคนที่เก็บซีดี อายุสัก 25 ขึ้นไปนี้ ซีดีจะ เป็นกล่องพลาสติคหมดเลย แต่ในรุ่นเด็ก ๆ บางอันมันไม่เข้ากัน ยื่นออกมา ไม่เท่ากัน เราเลยเลือกที่จะทำอะไรให้เดิม ๆ ง่าย ๆ น้อย ๆ ชุดนี้ต้นทุนที่ใช้ก็ ถูกสุด ๆ ครับ


13 - 14


แบ่งงานกันยังไง

เบิร์ด : ไม่ ไ ด้ แ ยกตายตั ว คื อ เรามี อ ารมณ์ ท ำ เพลงก็ทำ พอเพื่อนมาก็ลองทำด้วยกันดู ช่วยกัน คิด ไม่ต้องแบ่งหน้าที่ขนาดนั้น เล็ก : เราก็ไม่รีบด้วย แล้วเหมือนดนตรีเสร็จปุ๊บ อะ พี่เล็กแต่งเนื้อหน่อย เฮ้ยกูแต่งไม่ได้ คนอื่นแต่ง ละกันก็มีบ้าง

ทำงานชุดนีม้ ปี ญ ั หาอะไรบ้างมัย้ ?

อ๊อฟ : หลัก ๆ ก็เรื่องเวลา หมายถึง ระยะเวลา ในการใช้ด้วยกัน พอเวลาแต่ละคนไม่ตรงกัน การ ได้พบเจอกัน ทำเพลงร่วมกันมันน้อย เล็ก : (พูดพร้อม ๆ กับอ๊อฟ) เพลงบางเพลงต้อง ตัดออก เพราะมือกลองตีไม่ได้ (ทั้งวงหัวเราะครืน)


พอใจกับอัลบัม้ ชุดนีม้ ยั้ ?

ทุกคน : (ช่วยกันเสริม) ก็ดี พอใจใน ระดับหนึ่ง เล็ก : ช่วงที่ทำเพลงมันนาน แต่ตอน เข้ า ห้ อ งอั ด มั น มี เ วลาน้ อ ยมาก คื อ ผม ต้องรีบจริง ๆ พอทำเสร็จ เล่นงานแฟต เสร็จ วันต่อมาก็ขนของกลับบ้านเลย อ๊อฟ : คงเพราะตอนอั ด เรารี บ มั้ ง ก็ เลยมี ส่ ว นที่ อ าจไม่ พ อใจบ้ า ง เหมื อ น ควรจะดี ก ว่ า นี้ ใ นระดั บ หนึ่ ง เลยยั ง 15 - 16

เสียดายอยู่ น้อยไปนะ มากไปนะ เป็น ปัญหาตรงนี้ เล็ก : บางท่อนยังไม่พอใจ เช่นเราทำ เดโม แต่เดโมกลับดีกว่ามาสเตอร์ ซึ่ง กลับไปแก้ไม่ได้ แต่พอเราฟังมาสเตอร์ เยอะ ๆ มาสเตอร์ ดี ก ว่ า เดโมแล้ ว เหมือนว่าเราฟังเดโมจนคุ้นหูมากกว่า แต่สำหรับคนฟังก็ไม่มีผล ฟังมาสเตอร์ ไปเลย


ฟีดแบ็คเป็นยังไง

เล็ก : ก็ ช อบกั น นะ เขาก็ บ อกว่ า นี่ แหละซาวด์แบบเดสท็อป ฯ มันต้องเป็น อย่างนี้ อ๊อฟ : คนฟังครั้งแรกเขาก็งง ๆ บ้างว่า เอ๊ะ ทำไมมันสดใสขึ้น ป็อปขึ้น แต่พอ ฟั ง หลาย ๆ รอบแล้ ว ก็ รู้ ว่ า เราไม่ ไ ด้ เปลี่ยน แต่เราโตขึ้นมากกว่า หรือเรียก ว่าพัฒนาดีกว่า เม้ง : ซ้วยงาม (วงหัวเราะ)


17 - 18


มีอะไรที่เอามาใช้จากตอนที่ยังเล่น คัฟเวอร์กนั เยอะๆ บ้าง?

เล็ก : ก็ได้ฟังเพลง ได้เล่น ได้ซ้อม อ๊อฟ : แต่ จ ริ ง ๆ เราจะฟั ง เพลงกั น สนุก ๆ อยู่แล้ว ฟังเยอะ ๆ ไม่ได้ฟังแต่ Radiohead หรืออะไรอย่างเดียว แล้ว พอเราเล่ น คั ฟ เวอร์ เราก็ คั ฟ เวอร์ เ พื่ อ สนุกนะ เล่น ๆ กันมากกว่า เม้ง : เหมื อ นเราได้ เ จอกั น มากขึ้ น ด้วย (เงียบกันสักพัก) จริงๆ นะ ทุกคน : เอ้า ก็ถูกแล้ว (หัวเราะ)

ทุกวันนีย้ งั เล่นอยูม่ ยั้ ?

ทุกคน : ไม่แล้วครับ เล็ก : จะหันมาคัฟเวอร์เพลงไทยแล้ว เช่นพวก…อะไรวะ (หันไปถามคนอื่น) ตุ้ย : โลโซครับ (หัวเราะ) เล็ก : หรื อ อาจจะเพลงในค่ า ย มั น ท้ า ทายดี ก็ ไ ด้ รู้ ว่ า วงประมาณเราๆ นี่ เล่นกันแบบไหน ก็แกะกันมาเล่น


เมื่อกี้พูดเรื่อง Radiohead คิดยัง มึงเป็นทอมยอร์ค กูเป็นจอห์นนี่”) ถ้า ไงทีม่ คี นพูดกันว่า Desktop Error พูดถึง Radiohead เราชอบในเรื่องของ การทดลองหนะครับ เขาคิดที่จะทดลอง คือ Radiohead ของไทย ? เล็ก : จริง ๆ เพลงเราก็ไม่ Radiohead เลยนะ อ๊อฟ : เพลงเราเก่งอย่าง Radiohead ก็ดีดิ (หัวเราะ) มันไมได้ดีขนาดนั้นไง ถ้ า เปรี ย บเราขนาดนั้ น เราก็ น่ า จะดี ใ จ แต่ ค นที่ ฟั ง เพลงกว้ า ง เขาจะรู้ ว่ า มั น เป็ น แค่ อิ ท ธิ พ ล ไม่ ใ ช่ ว งก็ อ ปปี้ ใช่ มั้ ย ครับ ถ้าเขาฟังเยอะ หรือรู้เยอะ เขาจะรู้ ว่ามันไม่ใช่ แต่ถา้ คนทีฟ่ งั แต่ Radiohead หรือฟังแนวใดแนวหนึ่ง แล้วพูดแบบนี้ ผมไม่ค่อยจะอินเท่าไร เบิร์ด : ในความคิดผมมันเหมือนเด็ก บ้าอุลตร้าแมนน่ะครับ มันเป็นฮีโร่ เรา ไม่ได้คิดมากกับมัน บริสุทธิ์ อ๊อฟ : พูดหยาบๆ หน่อยก็คือ กินอะไร ก็ ขี้ อ อกมาอย่ า งนั้ น (หั ว เราะ) คื อ เรา เสพอย่างนี้ทุกวัน มันอยู่ในตัวเรา แต่ อย่างที่ผมบอกครับ ฟังดี ๆ จะรู้ว่า มัน ไมได้อยู่เป็นแบบนั้นแต่ก็มีอิทธิพล (คน อื่นพูดล้อเล่นกัน “เหมือนตอนเด็กดูพา วเวอร์เรนเจอร์ เฮ้ยฉันจะเป็นตัวสีแดง

19 - 20

เล็ก : เหมื อ นเป็ น ไอดอล อย่ า งของ ไทยโมเดิร์นด๊อกก็ใช่ ถ้าจะบอกว่าเพลง เราก็มีส่วนคล้ายเขา มันก็คล้ายนะ อ๊อฟ : เราโตมากั บ เพลงพวกนี้ ด้ ว ย มันเลยอยู่ในตัวของเรา

ฟังตัง้ แต่ตอนเด็กเลย?

อ๊อฟ : เด็ก ๆ พวกเราก็ จอห์นนี แอนด์ หลุยส์กันอยู่แล้ว ลิฟท์-ออย ลอยบ่จม (หัวเราะ) มันโชคดีที่ว่า กลุ่มช่างศิลป์ มันกว้าง ก็มีพวกเด็กสเกตบ้าง เด็กโน่น เด็กนี่ แล้วเขาก็เป็นเพื่อนเรา เลยเปิดให้ เราฟัง เราฟังแล้วมันก็เข้าหูไป เด็กพังค์ เด็กโน่นเด็กนี่เปิดเพลงให้เราฟัง มันก็ ซึมซับไป เล็ก : เวลาอยู่ทำงานกันหลาย ๆ คน เพื่อนเอาซีดีมาเปิดก็ฟัง ก็ชอบ เหมือน ได้แลกเปลี่ยน อ๊อฟ : ก็ เ หมื อ นศึ ก ษาประวั ติ ศ าสตร์ เลยนะ ต้ น ตอมั น มาจากจุ ด เดี ย วกั น แล้ ว มั น ก็ แ ยกไปคนละทาง แต่ ก็ มี เป้าหมายเดียวกัน


ก็เหมือนศึกษาประวัตศิ าสตร์เลยนะ ต้นตอมันมาจากจุดเดียวกัน แล้วมันก็แยกไปคนละทาง แต่กม็ เี ป้าห���ายเดียวกัน


เอกลักษณ์ของเดสท็อปฯคืออะไร?

อ๊อฟ : วงเรากีต้าร์สามตัว น่าจะเป็นจุดนั้น นะ ความดิบด้วยมั้งคับ เวลาเล่นสดเราจะเล่น ให้สนุก ไม่คำนึงถูก ผิด แต่เราพยายามให้เรา มันส์ เล็ก : ถ้าถามที่พวกเรา คงตอบไม่ได้ ต้อง ถามคนฟังดีกว่า อ๊อฟ : เพราะผมไม่ อ ยากทำเพลงไปแล้ ว อัลบั้มหน้าต้องมาลอกจากอัลบั้มนี้ อยากเดิน หน้าไปเรื่อยๆ มากกว่า เล็ก : แต่อย่างน้อยมันก็ดีตรงที่คนฟังแล้วรู้ เลยว่ามันคือเดสท็อปฯ มันนึกถึงวงไทยวงอื่น ไม่ได้ งฟังเดสท็อปฯก็รู้ว่านี่คือเดสท็อปฯ ผมว่า นี่คือความรู้สึกที่ดี

21 - 22


อนาคตของทัง้ วง และแต่ละคน ?

ตุ้ย : เรื่องเพลงคงทำไปเรื่อย ๆ แล้ว มาดู ว่ า เวิ ร์ ค มั้ ย เหมื อ นมั น จะไม่ ไ ด้ ม า จากการที่ เ ราตั้ ง เป้ า หมาย คื อ มั น ก็ มี เป้าหมายนะ แต่ไม่ได้มีแผนการตายตัว มีทิศทางตายตัว เล็ก : แต่ไม่ใช่ไม่ตั้งเป้าเลย ผมไม่เชื่อ อะ ใครทำเพลงไม่ตั้งเป้า คือไม่ต้องไป คิดว่าให้มันดังอย่างงั้นอย่างงี้ แต่จะดัง ในแบบไหน ไม่จำเป็นต้องดังมาก อะไร อย่างนี้ บางทีบางวงมีคนสัมภาษณ์ว่า ตั้งเป้ามั้ย ก็ตอบว่าไม่ได้คิดไม่ได้ตั้งเป้า แต่ จ ริ ง ๆแล้ ว ก็ มี แ หละ แต่ อ ย่ า จริ ง จั ง มาก ตั้งเป้าไว้ลึกๆ เช่นแบบ ส่งเพลง ทุก ทุกวัน ไป เอ มันต้องขึ้นชาร์ทสิวะ อย่าง งี้ ก็ ตั้ ง เป้ า ละ แล้ ว พอขึ้ น เราก็ เ ฮ อะไร อย่ า งนี้ ตั้ ง เป้ า ว่ า มั น จะประสบความ สำเร็จในระดับหนึ่ง ตุ้ย : ส่ ว น อ น า ค ต แ ต่ ล ะ ค น ก็ ค ง ทำงานกันไป อย่างผมก็ทำงาน ขายเสื้อ ดนตรีมันไม่ทิ้งอยู่แล้ว เบิร์ด : ผมก็ มี นี่ แ หละครั บ (พยั ก หน้ า หนึ่งที) มีห้องซ้อมเป็นชีวิตของผม


BIRD SOUND STUDDIO เปิดมานานหรือยัง แล้วเป็นไงบ้าง

เบิร์ด : ประมาณเดือนกว่าแล้วครับ ที่มาซ้อมก็เป็นเด็กมัธยม ส่วนใหญ่มาจาก ร่มเกล้า เล็ก : หลอกเด็กฟังทุกวันอยู่เนี่ย น้องเข้ามาต้องฟังเพลงพี่นะ (หัวเราะ) เม้ง : เดินเข้ามาปุ๊บ ก็ได้ยินเล่นเพลงเดสท็อปฯกันอยู่ (คนอื่นในวงหัวเราะ) อ๊อฟ : ตอนนี้ ก็ เ ล่ น แท็ ท ทู ฯ บ้ า ง ริ ช แมนทอยบ้ า ง (เล็ ก แทรกว่ า เดี๋ ย วนี้ มี เ พลง คราม แล้วด้วย) มีแต่เพลงดีๆทั้งนั้นเลยนะ ที่เขาคัฟเวอร์เนี่ย วงดนตรีเดี๋ยวนี้เก่ง มาก เพลงดีขึ้นทุกวงเลย เหมือนเพลงตลาดมันพัฒนาขึ้น เล็ก : เหมือนทำยิ่งเยอะ วัยรุ่นก็ยิ่งฟังเพลง อ๊อฟ : เดี๋ยวนี้เวลาดูเล่นสด แต่ละวงเก่ง ๆ ทั้งนั้น ชมเลยว่าเก่งว่ะ

23 - 24


ถ้าวันนีเ้ ป็นคนทำหนัง หนังจะออกมา เป็นยังไง

อ๊อฟ : เพี้ยนๆ อารมณ์ The Man Who Stares At Goat เล็ก : อย่างทำแนวประมาณ Quentin Tarantino เบิร์ด : ผมอยากทำหนั ง อี โ รติ ค ครั บ

(ทั้งวงหัวเราะครืน) เล็ก : เอาหนังที่ชอบดิ อ๊อฟ : หนังหว่องกาไว เล็ก : Dogville, Dancer In The Dark เบิร์ด : เด็กหอ ใช้ได้เลย เก่ง เล็ก : มึ ง ดู เ มื่ อ วานนี่ กู เ ห็ น แผ่ น วาง อยู่ (ทั้งวงหัวเราะ)


อยากฝากอะไรมัย้

อ๊อฟ : ที่พี่เล็กบอกว่าทำเพลงต้องมีเป้าหมาย เพลงมีไว้ฟัง ถ้ามันจะประสบความส เป็นเพลงเต็มตัวได้มันต้องมีผู้ฟังตอบรับด้วย ถ้าเกิดเราเปิดเพลงไปแล้วไม่มีคนฟัง เพล ได้ครับ ผมว่าเครื่องดนตรีชิ้นสุดท้ายก็คือผู้ฟัง เป็นการตอบรับซึ่ง คนอื่น : !@#$%^&! (ตะลึง)

25 - 26


สำเร็จ หรือมันจะ ลงมันก็ไม่ใช่เพลง

งกันและกัน

DESKTOP ERROR


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของกีตา้ ร์ที่ใช้ทกุ วันนี?้ ตอนแรกมีกีต้าร์ตัวนึงที่แม่ซื้อให้ แล้วเอาไปเทิร์นเป็นตัวปัจจุบัน หัวเราะ ไม่รู้ตัวนั้นเขา ขายได้รึยัง ได้มาก็เอาไปเปลี่ยนปิคอัพ ต้องตอบประมาณนี้ใช่มั้ย (หัวเราะ) ไปโมฯมา เสียงก็ดี ขึ้น มันจะออกแหลมๆ หน่อย ที่ใช้อยู่ตอนนี้เป็น Fender เทเลฯ ของเม็กซิโก แล้วใช้เอฟเฟกต์อะไรบ้าง? Overdrive, Delay, Distortion… แค่นี้แหละ ไม่ต้องใช้เยอะ นอกจากกีตา้ ร์ตวั นี้ ใช้ตวั อืน่ อีกมัย้ ? หลัก ๆ ก็ตัวที่บอกไป อีกตัวนึงซื้อที่เซนทรัลเวิลด์ เป็น Squier by Fender รุ่น signature ของน้าโอ้ โอฬารครับ ภูมิใจคนไทยฮะ มีลายเซ็นด้วย (หัวเราะ) ซึง่ ก็ ได้ ใช้เล่นจริงอยูเ่ หมือนกัน? ได้ใช้ครับ ในอัลบั้มก็ด้วย เคยทดลองใช้เอฟเฟกต์อนื่ ๆ นอกเหนือจากนีม้ ยั้ ทดลองซาวด์แบบอืน่ ? ไม่เคย เพราะไม่มีตังค์ซื้อครับ (หัวเราะ) แค่สามก้อนก็เอาอยู?่ ใช่ ไม่ต้องมากมายเพราะวงเรามีกีต้าร์สามตัว ทำไมถึงต้องเป็นกีตา้ ร์ตวั นี้ มันมีขอ้ ดีขอ้ ด้อยยังไง? ง่าย ๆ เลยคือมันเหมือนของ Jonny Greenwood (หัวเราะ) แล้วเราก็บ้า ชอบ สีเดียวกัน เลย ข้อด้อยคือเสียงแหลมไปหน่อย แต่มันก็พอได้เพราะมีกีต้าร์สามตัว ตัวนึงเสียงทุ้ม อีกตัว เสียงกลาง ตัวนี้เสียงแหลม มันก็ลงตัว เวลาซ้อมเคยซ้อมแนวอืน่ บ้างมัย้ เล่นกีต้าร์โปร่ง เป่าเม้าท์ออร์แกน เล่นแอคคอร์เดียนบ้าง เล่นพิณ ก็เล่นไปเรื่อยครับ ที่บ้าน เครื่องดนตรีเยอะ ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำอะไรก็เล่นแต่ดนตรีทั้งวัน แนะนำวิธฝ ี กึ ไอเดียในการเล่นให้คนทีก่ ำลังฝึกซ้อมกีตา้ ร์หน่อย บางทีสายไม่ต้องให้มันตรง D B G อะไรแบบนี้ก็ได้ ไม่ต้องตามทฤษฎีมาก บางทีเราก็ดร็ อปเป็นอย่างอื่นไป ทดลองนั่นนี่ สลับสายดูบ้าง ไม่ต้องให้เหมือนเบสิคแล้วเราอาจจะค้นพบ อะไรบางอย่าง เหมือนเพลง ทุกทุกวัน ทีด่ ร็อปสาย ใช่ นี่แหละการทดลอง แต่เพลงนี้จะมาจากตุ้ย มือเบส เป็นคนคิดไลน์ครับ 27 - 28


BIRD DESKTOP ERROR


DESKTOP ERROR Members:

Lek Kongphaibun Adisak Poung Wuttipong Leetrakul Chanarong Jamkow Phatharhaphon Thongsuka

http://www.myspace.com/desktoperror


|| B || Dinosaur Jr.

The Live Forever of 90’s : Some kind of Nostalgia from the beginning of Alternat นี่คือคอลัมน์ที่จะย้อนเวลากลับไปสู่ดนตรีในแต่ละยุค ตามแต่คอนเสปท์ของ แต่ละฉบับ ซึ่งฉบับนี้ได้กล่าวถึงแนวดนตรี บริทป๊อป (Brit Pop) ซึ่งเป็นที่ เฟื่องฟูจนกลายเป็นปรากฏการณ์ ในฝั่งอังกฤษช่วงยุคทศวรรษที่ 90 อีกทั้ง ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนว อัลเตอร์เนทิฟ (Alternative) แนวซึ่งทรงอิทธิพลเป็น อย่างมากในยุค 90 เช่นกัน

31 - 32


tive.

BY : venomalism

เมื่อเราย้อนไปในยุค 80 แนวซินธ์ป๊ อปคื อ ดนตรี แ นวหลั ก ณ ยุ ค นั้ น ซิ น ธ์ ป๊ อ ปคื อ แนวดนตรี ป๊ อ ปอี ก แนว หนึ่งซึ่งใช้อุปกรณ์อีเลคโทรนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปน กลองไฟฟ้า หรืออีเลค โทน หรือเครื่องดนตรีสังเคราะห์อื่น ๆ วงเด่นๆของแนวดนตรีแนวนี้ อาทิเช่น The Buggles เจ้ า ของเพลงฮิ ต Video Killed The Radio Star หรือ Spandau Ballet เจ้าของเพลง True สี่หนุ่มจากแมนเชสเตอร์กลับไม่แยแส ดนตรีซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องสังเคราะห์ โดยการกลับไปสู่รากเดิม นั่นคือกีต้าร์ เบส และกลอง พวกเขาเซ็นท์สัญญา และสังกัดกับค่ายเล็กๆ นาม Rough Trade ออกอัลบั้มแรกในปี 1984 โดย ใช้ ชื่ อ วงเป็ น ชื่ อ อั ล บั้ ม นั่ น คื อ The Smiths เอกลักษณ์ของ The Smiths คื อ เนื้ อ ร้ อ งอั น อมทุ ก ข์ สุ ด แสนจะ โศกา แต่กระนั้นยังกัดจิดได้เจ็บปวด ซึ่ ง ม า จ า ก ป ล า ย ป า ก ก า ข อ ง Morrissey - ร้องนำ - และ ทำนอง อันเปนลายเซ็นท์ที่มาจากเสียงกีต้าร์ ของ Johnny Marr นั้น ก็สอดคล้อง กับเสียงร้องของ Morrissey เช่นกัน

โดยเฉพาะสำเนียงของ Johnny Marr นั้ น คื อ ต้ น ธ า ร ข อ ง ก า ร ด ำ เ นิ น ท่วงทำนองในแบบของ Britpop เลย ก็ ว่ า ได้ เขาไม่ ไ ด้ คิ ด ค้ น ขึ้ น มา แต่ ก ร ะ ตุ้ น ใ น ตื่ น ขึ้ น ม า จ า ก เ สี ย ง สังเคราะห์เหล่านั้นสังเกตได้จากวง ดนตรีในฝั่งอังกฤษหลาย ๆ วง ล้วน แล้วได้รับอิทธิพลจาก The Smiths แทบทั้งสิ้น แต่เปนที่น่าเสียดายที่วงที่ มีอิทธิพลต่อศิลปินรุ่นหลัง กลับมีอายุ เพียงห้าปีเท่านั้น พวกเขาก่ อ ตั้ ง วงในปี 1982 และยุบวงในปี 1987


หนึ่งในวงที่ได้รับอิทธิพลจาก The Smiths อีกทั้งยังคือผู้กรุยทางแก่ Britpop ก็คือ Stone Roses อีกหนึ่งผลิตผลจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่มีซาวด์ในแบบจำเพาะของตัวเอง ซาวด์ ของ Stone Roses นั้น ในภาคดนตรีจะโหยหวน หนืด ๆ มึน ๆ ในแบบแนว Psychedelic ซาวด์ซึ่งเฟื่องฟูในปลายยุค 60’s ส่วนภาคของจังหวะนั้นจะได้รับอิทธิพลจากดนตรีเต้นรำ และเสียงร้องที่ยานคาง เหมือนคนไม่มีอารมณ์มาร้องเพลง John Squire มือกีต้าร์ของวง นั้นได้รับอิทธิพลมาจาก Johnny Marr ในด้านของความเปนป๊อป ซึ่ง Squire ได้ประยุกต์ ไปในซาวด์ Psychedelic ของเขาด้วยเช่นกัน สองวงอาวุโสที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้นล้วนแล้วคือต้นธารแห่งกระแส Britpop ตัวกลั่น และ วงดนตรีในรุ่นต่อมานั้นก็ได้รับอิทธิพลมาจากสองวงหลักข้างตั้นทั้งนั้น ยกตัวอย่าง Blur และ Oasis

33 - 34


Blur วงจากเมืองลอนดอน ได้รับอิทธิพลมาจากสุ้มเสียงอันเปนลักษณะเฉพาะตัวของ Stone Roses และวงอื่นๆในระแวก แมนเชสเตอร์ อันมีดนตรีร๊อคและดนตรีเต้นรำมา ผสานกันซึ่งแนวนั้นเรียกกันว่า Madchester Sound ตั้งตามชื่อพื้นถิ่น ที่แนวดนตรีแนวนี้ กำเนิดขึ้น- เซ็นสัญญากับค่ายอิสระนาม Food Records ออกอัลบั้มแรก ‘Leisure’ในปี 1991 ซึ่งกลิ่นไอของ Madchester Sound นั้นกรุ่นอยู่ และมีซิงเกิ้ลนำร่องอย่าง She’s So High หรือ There’s No Other Way เปนตัวอย่าง แต่ทว่าทางวงกลับไม่พอใจกับงานชุด แรกของตนมากนัก ดังนั้นชุดต่อมา ‘Modern Life Is Rubbish’ นั้นจึงถูกผสมผสานไปด้วย ท่วงทำนองป๊อปย้อนยุคของวงอังกฤษรุ่นก่อนๆ ไม่ว่าจะเปน The Kinks หรือ Small Faces วงซึ่งกล่าวมานี้เปนวงจากอังกฤษรุ่นเบิกทาง และ‘ดัง’ไปถึงอเมริกาในยุคทศวรรษ ที่ 60’s ทั้งสิ้น มาใช้เปนอิทธิพลในการทำงานอัลบั้มนี้ และซิงเกิ้ล Popscene นั้นคือ รากฐานอันสำคัญของดนตรีบริทป๊อปและเปนซิงเกิ้ลอันดับแรกๆของกระแส Britpop ด้วย


สเตอ ช เ น ม แ ง อ ื ม เ ก วงจา O a s i s อี ก ห นึ่ ง ้อง-โด น ่ ี พ ง อ ส ่ ี ท ล พ ิ ธ ง อิ ท he G a l l a g h e r ซึ่ T า ่ ว ง ว อ ่ ื ช ้ ช ใ า พวกเข T h e B e a t le s งใหญ่ห า ่ ย อ ล พ ิ ธ ท ิ อ น ึ่งเป ,T The Beatles ซ s k in K e h T ง า ่ วง อย Oasis ไปจนถึง เพล ง อ น ำ ท น ใ ี ร ต น ั้นมีด ทำให้ Oasis น าเปนซ ม ย า ล ก ้ ห ใ ์ ต ก ุ ย ระ กระนั้นก็กลับป eผ b y a M ly e it in f De ทำให้อัลบั้มแรก นปี 1994 ได้รับ ออกใ ง ่ ึ ซ า ข เ ก ว พ ง อ ข โด่งดังไ ะ ล แ ก า ป า ้ อ า ต ทำให้ Oasis ลืม

เพียง น ป เ น ้ ั น น ้ ต ง า ้ ข า สองวงที่กล่าวม ไ ม่ ไ ด้ รั บ ง ั ย ่ ี ท ง ว ๆ ย า ล ว ง ด น ต รี อี ก ห ่กระน ต แ s s a r g r e p Scene หรือ Su นั่นจ ส ่ ม ไ ่ ต แ า ่ ร พ ก ต นั่นคือ เสียงที่แ ังฮิต ล ำ ก ๆ ก ต แ ง ย ี ส ณ ยุคสมัยนั้น เ ๊อปนั่น ป น ็ ป เ ม า ว ค ี ม รัสน่ารัก หรือ เนื้อร้อง ะ ล แ ก า ม ์ ณ ษ ที่เป็นเอกลัก งของแต อ ม ม ุ ม ม า ต ป ไ น ั แตกต่างก

35 - 36


ต ร ะ กู ล ง อ ้ น ่ ี พ ี ร ศ ง อ ส อ ร์ น ำ ที ม โ ด ย า คื อ ม บ ั ร ้ ด ไ ่ ี พ น ค l e ดยเฉพาะ No อ ง ข ล ้ ิ ก เ ง ิ ซ ก า จ ง ล R a in ต า ม ชื่ อ เ พ ใช้ชื่อ ะ จ ่ ี ท า ้ น ห น อ ่ ก า หลวงต่อพวกเข ุค 60’s ย น ใ ย า ล ห ง ้ ั ท ง ว The Who และ แต่ ค ุ ย น อ ้ ย ่ ี ท ์ ร า ้ ต ี ลี้ดก ลงอันคุ้นหู ท่อน ้ และ ด ไ า ข เ ก ว พ ว ั ต ง ขอ ซาวด์ในรูปแบบ ตัก า ้ น ห ด ม ห ง ั ล พ งทุ่มเท ผลงานซึ่งทางว ์ จน ณ ร า จ ิ ว ก ั น ะ ล แ ั้งผู้ฟัง บการยอมรับท ไปในชั่วข้ามคืน มี ง ั ย ะ า ร พ เ p o p it ะแส Br ร ก ง อ ข ย อ ้ น น ว ่ lo u r งส o C n a e c O น ่ อ า ทิ เ ช ง ึ ถ ว า ่ ล ก ร า ก บ ์ร่วมกัน ณ ษ ก ั ล ก อ เ ี ม บ ั ่านี้กล แล้ว ป นั้นวงต่างๆเหล ไ า ่ ว ะ จ า ้ ถ ( ย ุ้งกระจา ฟ ก ต แ ง พ โ ำ ล จน ท่อนคอ ู ห ด ิ ต ง อ น ำ ท ง ี) มีท่ว ฤษ ก ง ั ตในหมู่วงดนตร อ น ค ง อ ข ง อ ้ ร ียงการ น เ ำ ส ง ึ ถ ป ไ ม ว ร แหล่ๆ ย า นเอง ล ห ง ้ ั ท ษ ฤ ก ง ั มเปนอ า ว ค ย ว ้ ด า ่ ว ะ จ ้ ั งน ต่ละวงๆ


และอีกวงหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ไ เชียร์ ที่มีพัฒนาการที่เรียกไ แค่ในประเทศอังกฤษเท่านั้น ด้วยซ้ำ ในอัลบั้มแรก Pabl ซึ่งมีความเปนร๊อคอยู่มาก แ ชาติไปแล้วอย่าง Creep อ สองปีถัดมา อัลบั้ม The Be เริ่มมีการทดลองกับท่วงทำ Jonny Greenwood มือกีต ดนตรี Britpop ให้มีลูกเล่น เมื่อสุ้มเสียงสังเคราะห์มีบท เปนอัลบั้มที่แทบทุกโผ ต่าง อัลบั้มซึ่งทิ้งช่วงห่างจากอัล แห่งเพลง Creep เอาไว้เลย ระเบิดลูกใหญ่ที่ช่วยเอื้อให ทำให้ Radiohead กลายเป

นี่เป็นเ

37 - 38


ได้เลยนั่นคือ Radiohead ห้าหนุ่มจากอ๊อกซ์ฟอร์ด ได้ว่า ก้าวกระโดด พวกเขาไม่ได้มีส่วนสำคัญเฉพาะ น แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อการปฏิวัติวงการดนตรีเลย lo Honey ซึ่งเปนหนึ่งในอัลบั้มในยุค Alternative และที่สำคัญ เป็นเจ้าของบทเพลง แทบจะเป็นเพลง อัลบั้มนี้เปรียบเหมือนเด็กวัยรุ่นทำเพลง แต่ในอีก ends กลับเริ่มฉายแววแห่งความสร้างสรรค์ นั่นคือ ำนองทางดนตรีที่ซับซ้อนมากขึ้น ผ่านมันสมองของ ต้าร์ และมือสารพัดประจำวง ที่ขยายขอบเขตของ นมากขึ้น และสิ่งที่น่าประหลาดใจก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ทบาทในการทดลองของทางวงมากขึ้น จนกลายมา งยกให้มันเป็นสุดยอดอัลบั้ม นั่นคือ OK Computer ลบั้มแรกเพียงแค่สี่ปีเท่านั้น และไม่เหลือคราบไคล ยแม้แต่น้อย และด้วย OK Computer นี่เองที่เปนดั่ง ห้ Britpop ได้โลดแล่นอยู่ในกระแสพักใหญ่ อีกทั้ง ปนที่รู้จักและโด่งดังไปถึงฝั่งอเมริกา

เพียงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งดนตรีเท่านั้น ขอบคุณที่อ่านจนจบบรรทัดนี้


|| B || the album leaf

Sonic Youth - Goo (1990) รูป Illustrate ฝีมือของ Raymond Pettibon ภาพต้นฉบับคือภาพถ่ายของ Maureen Hindley กับสามีคนแรก ของเธอ David Smith ทั้งสองเป็นพยานปากเอกในคดีฆาตกรรม ต่อเนื่องสะเทือนขวัญผู้คนทั่วทั้งเกาะอังกฤษในช่วงปี ค.ศ.1963 – 1965 “Moors Murders”

39 - 40


BY : note8825

ฆาตกรในคดีนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน เป็น Myra พี่สาวของ Maureen และ Ian Brady แฟนหนุ่มของ Myra นั่นเอง ทั่งคู่ได้ทำการฆาตกรรมเหยื่อไป 5 ราย ซึ่งล้วนแต่ เป็นเด็กอายุระหว่าง 10 – 17 ปี และ 4 ใน 5 รายของเหยื่อ ยั ง พบว่ า มี ร่ อ งรอยการทารุ ณ กรรมทางเพศก่ อ นทำการ ฆาตกรรมอีกด้วย หลักฐานชิ้นสำคัญของคดีนี้คือภาพถ่าย และเทปบันทึกเสียงระหว่างการทำทารุณกรรมเหยื่อ ที่มา ของฉายา “Moors Murders” มาจาก “Saddleworth Moor” ชื่อสถานที่ที่พบศพของเหยื่อ 3 จาก 5 รายนั่นเอง ขณะที่ศพ ของเหยื่ อ รายที่ 4 จนถึ ง ปั จ จุ บั น นี้ ก็ ยั ง ค้ น หาไม่ พ บ แต่ สันนิษฐานว่าจะถูกฝังไว้ที่ Saddleworth Moor เช่นกัน ส่วน ศพรายสุดท้ายนั้นยังไม่ทันได้ไปฝังอำพรางคดีที่ไหนเพราะ David Smith มาประสบพบเหตุระหว่างเกิดการฆาตกรรม ขึ้นเสียก่อน เลยนำมาซึ่งการจับกุมฆาตกรทั้งสองได้ในที่สุด แต่อย่าเพิ่งยกย่องตา David ไปนะ เพราะหลังจากที่เป็น พยานสำคัญในการจับกุมฆาตกรแล้ว ต่อมา David และ Maureen ยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการเรียกร้องความยุติธรรมให้ กับ Ian และ Myra อีกด้วย (อ้าว???) ทำให้สามี ภรรยาคู่นี้ ได้รับเสียงสรรเสริญ (ประชดนะ) จากชาวเมือง Manchester อย่างล้นหลาม (หลังจากนั้นไม่นาน ตัวตา David เองก็ได้มี โอกาสเข้าไปใช้บริการซังเตอยู่ถึง 3 ปี จากข้อหาเอามีดของ ตัวเองไปฝากไว้ที่ร่างกายคนอื่นระหว่างการทะเลาะวิวาท)


THE ALBUM LEAF

Weezer bum) l A e u l B ( Weezer (1994)

ขอให้คำนิยามปกอัลบั้มนี้ไว้ว่า “อย่า ตัดสินวงจากรูปลักษณ์ภายนอก” เป็นปกอัลบั้มที่ดูแล้วต้องอุทานเป็น เสียงเดียวกันว่า เอ่อ... วงอะไรอ่ะ ไหวมั้ยเนี่ยะ -*- แต่ถ้าได้ฟังคงรู้กัน นะครับว่าอัลบั้มนี้ไม่ธรรมดาเหมือน หน้าปกของมัน 41 - 42

ker Kula Sha K (1996)

ฝีมือการวาดโดย Dave Gibbons ผู้วาดการ์ตูนเรื่อง Watchmen ภาพ ต่างๆในปกจะมีความเกี่ยวข้องกับ ตัวอักษร K ทั้งหมด เช่น เจ้าแม่กาลี (Kali), John F. Kennedy (อดีต ประธานาธิบดี), Kareem Abdul-Jabbar (อดีตสตาร์ NBA), King Kong ฯลฯ ลองดูปกแล้วนับดู กัน ว่าเรารู้จักกี่คน (ฝรั่งดูคงง่าย ๆ แต่คนไทยจะงง ๆ )


Blur 13 Beck Odelay

(1999)

(1996)

คิดว่าหลายๆคนที่เห็นปก อัลบั้มนี้แว้บแรกอาจจะเป็นเหมือน ผม คือ ใครเอาไม้ม็อบมาโยนข้ามรั้วเล่นวะ แต่จริง ๆ แล้วมันคือรูปหมาก���ลัง กระโดดข้ามรั้วอยู่ ใช่ครับ มันคือ หมาจริง ๆ มีชื่อพันธุ์ว่า Komondor ใครอยากเจอตัวเป็น ๆ ของมัน สามารถหาชมได้ในประเทศ Hungary ครับ

ถ้าใครเป็นแฟนวง Blur น่าจะพอ ทราบกันว่างานอดิเรกอีกอย่างหนึ่ง ของ Graham Coxon มือกีตาร์ของ วง คือ การวาดรูป ปกอัลบั้มนี้ก็เป็น ฝีมือการวาดสีน้ำมันของ Graham นั่นเอง โดยมีชื่อภาพว่า Apprentice (คนเลือกปกแอบส่วนตัวเล็กน้อย :D)


|| B || new order

THE NEW

: WHATEVER HAPPENS

เราเดินทางผ่านยุคที่อบอวลไปด้วยสรรพเสียงแห่งยุค 90 ไปอย่างช้า ๆ เกือ Alternative ยังเป็นคำจำกัดความของแนวเพลงกลุ่มหนึ่งที่ปัจจุบันถูกเรียกว่า Indie ความเป็น Brit Pop และ Alternative ยังคงแฝงตัวอยู่ในบทเพลงของวงหน้าใหม่ๆน เยาว์ของพวกเขา ทำให้บางครั้งเราปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือการกลับมาอีกครั้งของ “ยุค การยุบวงที่เป็น Symbolic ของยุค 90 ไม่ว่าจะเป็น Nirvana, Suede หรือวงพี่น้อง Oasis ทำให้หลายคนต่างถอดใจว่า นี่คงถึงคราวอวสารของ Brit Pop แล้วเป็นแน่

เราจึงเริ่มต้นนับหนึ่งอีกครั้งหลังปี 2 ทำให้วงการเพลง Indie กลับมาคึกคักมา ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความเป็นuniqueข คุ้นเคย ความเป็นอังกฤษและอเมริกากลา คือสิ่งที่เราต่างให้ความสนใจน้อยลง เมื่อ พบเจอวงใหม่ ๆ ได้ตามหน้าเว็บไซต์และค

43 - 44


BY : Hindshrinker

W BRITISH MUSIC

S FROM NOW AND THEN.

อบ 10 ปีที่คำว่า Brit Pop และ e แต่ด้วยต้นกำเนิดและกลิ่นอาย นับไม่ถ้วน อิทธิพลจากฮีโร่ในวัย คแห่งการเสพย์ดนตรี” หลังจาก งตัวแสบที่เดี๋ยวรักเดี๋ยวตีกันอย่าง

2000 วงหน้าใหม่ในตอนนั้นอย่าง Arctic Monkeys, The Strokes และ อีกหลายวงจากฝั่งยุโรป ากกว่าที่เคยเป็น แนวดนตรีที่มีการพัฒนามากขึ้น การผสมผสานเครื่องดนตรีและเทคนิคใหม่ ๆ ของแต่ละวง โดยที่พื้นฐานของดนตรีก็ยังคงความเป็น Brit Pop และ Alternative อย่างที่เรา ายเป็นเรื่องที่เราแทบจะแยกไม่ออกว่าใครมาจากไหน การเป็นอเมริกันจริงหรืออังกฤษแท้หรือไม่ อเทียบกับความเคลื่อนไหวของวงการเพลงที่อัพเดตกันวันต่อวัน ผู้เขียนยืนยันได้ว่า เราสามารถ คลื่นวิทยุต่าง ๆ แทบทุกชั่วโมง


หากเพราะความเป็น Indie ในปัจจุบันนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างง่าย ระยะเวลาของการบ่มเพาะช เทียบกับวงจากยุค 90 ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน ด้วยการแข่งขันที่มีมากขึ้นนี่เอง ที่เป็นแรงผลัก เอง หลังจากยุคนั้นเราจึงมี Arctic Monkeys, Franz Ferdinand และ Kasabian เป็นตัวแทนแห่ง ได้แล้วว่า British Music ยังไม่ตาย ส่วนวงรุ่นน้องอย่าง The Courteeners ที่ถูกเรียกว่าเป็น Little จาก Manchester รวมถึงชื่อของนักร้องนำที่เหมือนกัน แต่ Liam Fray เคยกล่าวว่า ถึงแม้พวก พวกเขารักและติดตามงานของ Oasis มาโดยตลอด รวมถึงการ reunion ของอดีตตำนานต่าง ๆ ทักทายแฟน ๆ ให้หายคิดถึงตามโอกาส ขณะเดียวกัน เราให้ The Killers, Kings of Leon และ M ของ American Rock ลองหลับตาและหยุดนึกถึงเสียงกีต้าร์ดุ ๆ ภาพของศิลปินผมยาวรุงรังเอา เอ็นดู การใช้ synthesizer และ percussion ต่าง ๆ ทำให้เราเลิกกระโดดและหันมาร้องตามเพล กำเนิดของวงที่ผู้เขียนยกตัวอย่างและวงอื่น ๆ อีกหลายร้อยหลายพันจะมาจากที่ใดก็ตาม พวกเข เรื่องความเป็นมาของแนวเพลงในเชิงศึกษา คงเป็นเรื่องที่เราคงต้องแจกแจงรายละเอียด ในโอกา

สุดท้ายแล้ว เราไม่สาม ที่แรงบันดาลใจของศิลปินและ ใดในโลกตายไปจากความทรง ยุคนั้น ชื่อของพวกเขาก็ยังเป ไม่ถ้วนและไม่รวมกับวงใหม่ ๆ มากมายเพื่อรอรับการต่อยอด

Later, dude 45 - 46


ชื่อเสียงและกระแสตอบรับจากแฟนเพลงเมื่อ กดันให้บรรดาวงใหม่ ๆ ต้องหาจุดเด่นของตัว งเกาะอังกฤษ ที่ตอบคำถามของใครหลายคน e Oasis เหตุเพราะความบังเอิญที่พวกเขามา กเขาจะไม่ได้เห็นด้วยนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ๆ อย่าง Blur และล่าสุดกับ Suede ที่กลับมา MGMT เป็นเครื่องการันตีว่า นี่คืออีกก้าวหนึ่ง าไว้ เพราะวันนี้พวกเขสุดแสนจะเนี้ยบและน่า ลงของพวกเขาในวันสบาย ๆ แทน ซึ่งไม่ว่าต้น ขาก็ได้ถูกนิยามด้วยคำสั้น ๆ ว่า Indie ซึ่งใน าสถัดไป

มารถตอบได้ว่า วงการเพลงร็อคจะสิ้นสุด หรือจะย้อนกลับไปสู่เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อไหร่ ตราบใด ะพัฒนาการของคนฟังยังมีแนวโน้มว่าจะยิบย่อยไปเรื่อย ๆ ผู้เขียนจึงเชื่อว่าไม่มีแนวดนตรีใด งจำของคนฟัง เช่นเดียวกับ Brit Pop หรือ Alternative ที่ไม่ว่ากี่ครั้งที่เราเอ่ยถึงวงต่าง ๆ จาก ป็นที่จดจำในหมู่นักฟังเสมอ อย่างน้อยในวันนี้ พวกเขาทั้งหลายคือต้นแบบของวงรุ่นน้องนับ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ คงไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ เพราะบารมีที่พวกเขาสั่งสมมานั้น มัน ดไปสู่สิ่งใหม่ที่เรากำลังจะได้รับฟังไปพร้อม ๆ กัน....

es. Rock on!


47 - 48


You can get what you want So young and lovely t-shirt by : Iccy Baby


49 - 50


51 - 52


53 - 54


55 - 56


57 - 58


59 - 60


Growing up so fast Got better things to do Photo : Happykanppy Stylish : Voramon Sudaporn Model : Arjchara Kwanpangam


|| B || Dinosaur Jr.

Greasy Café : ทิศทาง ขอสารภาพว่ า ผมฟั ง อั ล บั้ ม Greasy Cafe ชุดแรกแบบหลับๆ ตื่นๆ เพลงที่ดีก็ดี จนน่ า ใจหาย ส่ ว นเพลงในระดั บ เฉยๆ ก็ เนือยเกินไป แต่อัลบั้ม ทิศทาง ทำให้ผมชื่น ชอบ Greasy Café แบบจริงจัง หลายเพลง ในอัลบั้มยังเรียกร้องความตั้งใจในการฟังสูง เหมือนเดิม และผมก็ยังไม่เข้าใจเนื้อหาใน หลายเพลงเหมื อ นเดิ ม แต่ ผ มชอบความ กล้ า และวิ ธี ก ารเขี ย นเพลงแบบนี้ เหมื อ น กลอนเปล่า เหมือนคำรำพัน บางทีมันก็ไม่ ต้องการการรู้เรื่อง แค่รู้สึกก็พอ และเมื่อฟัง ซ้ำจนผ่านรอบที่สิบ ผมก็พบว่าผมหลงรัก อัลบั้มนี้เสียแล้ว เพลงแนะนำสำหรับผู้ที่ไม่ คุ้นเคยและอยากลองเริ่มต้นฟังน่าจะเป็น 63 - 64


BY : strawberry machine gun

เรื่ อ งธรรมดา และ ทิ ศ ทาง ซึ่ ง ต่ า งก็ พู ด ประเด็ น เดี ย วกั น ป๊ อ ปเหมื อ นกั น เพราะ เหมือนกัน ขณะที่เพลงที่พูดเรื่องความรักที่ สวยงาม (ซึ่งมีอยู่ไม่กี่เพลงในอัลบั้ม) อย่าง สูญ ให้ความรู้สึกแบบสีชมพูขุ่นๆ ตรงข้าม กับ หยดน้ำ ที่ขึ้นต้นเหมือนท้องฟ้าตอนพระ อาทิตย์ขึ้น แต่เนื้อเพลงเหมือนพระอาทิตย์ ตกตอนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝนสีดำ ส่วน เพลงที่ควรจะเก็บไว้ฟังเมื่อภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ได้ระดับคือ 31 ธันวา ซึ่งหน่วงและลอยดีแท้ แต่ รั บ ประกั น ว่ า ถ้ า ชอบแล้ ว จะชอบเลย ท่วงทำนองและเมโลดี้ของอัลบั้มทำให้ผม นึกถึงสีเทาๆ สีที่วงการเพลงไทยผลักไสให้ เป็นชนกลุ่มน้อยอยู่เสมอ


|| B || Dinosaur Jr.

65 - 66

Artfloor : After war Artfloor ยกระดับเพลงป๊อปด้วย ฉาบหน้าด้วยเมโลดี้งดงาม ผลก็คืออัลบ เรื่องยาวขนาดสั้น) รวดเดียวจบ และต้องอ่านซ ขึ้น ผมชอบวิธีการเล่นเครื่องดนตรีแบบไม่มีใครเด่นกว่า ไม่ต้องสงสัย แต่ใครจะปฏิเสธความไพเราะของเพลงอย่าง เปีย สมชื่อ และกว่าที่คุณจะได้อ่านนิตยสารของเรา ผมคิดว่าคุณคงได้ยิน ดันกันอีก ข้อเสียของอัลบั้มชุดนี้คือมันสั้นเกินไปหน่อย และผมว่า artfloor มีศ


BY : MMMMMMMMMMM

ยการทาพื้นหลังด้วยสีหม่นๆ ผสมกับเนื้อหาที่มีตั้งแต่เรื่องของความรักไปจนถึงสงคราม แล้ว บั้มความยาวไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ตีทุกโจทย์แตกกระจาย เหมือนกำลังอ่านเรื่องสั้นขนาดยาว (หรือ ซ้ำอีกในเวลาไม่ถึงชั่วโมง การใช้ Interlude สั้นๆ ทำให้เพลงมีความเชื่อมโยงและทรงพลังมาก าใคร แต่รวมๆ แล้วมีเสน่ห์น่าประทับใจ แน่นอนว่าเพลงเด่นของอัลบั้มคงเป็น มหานคร อย่าง ยโน บทกวี และ เคย ซึ่งเคลือบเนื้อหาลึกซึ้งด้วยเมโลดี้งามหยด ขณะที่เพลงอย่าง แสง ก็สว่าง นเสียงชื่นชมอัลบั้มชุดนี้จากแหล่งอื่นแล้วหลายที่ แต่เมื่อของเค้าดีจริง เราก็พร้อมจะเชียร์และ ศักยภาพที่จะทำ concept album แบบเต็มๆ ได้แล้ว


Greasy Café Greasy Cafe : ทิศทาง

67 - 68


Artfloor Artfloor : After war


delicate summer in Chiang

“This summer will n

:: Live electronic music and more :: Dj Dragon (Homebass commu) Baptiste Mauerhan (wrong disco) Space360 (dontcan) Numlabs (Harsh label) Lemur Onkyokei *Date : Fri/ 09.04.10 Place : Chiang Mai Bar Time : 22.00 - 05.00 (Free Entry)* *Date : Sat/10.04.10 Place : minimal gallery (Nimmamhaemin Soi 1 Time : 20.00 - 24.00 (Free Entry)* *Date : Sun/11.04.10 Place : “Chiang Mai Beach Festival” (http://cm Time : 16.30 - 19.00 :: info : : http://www.dontcan.com http://www.myspace.com/delicateth T :: 08 5120 1686

69 - 50


g Mai (9-11/April/2010)

never be the same!!�

13)

mbf.info)


BANDNAME MAGAZINE

Editor-in-chief : Nassawee Techasoontorn : Parinya Imnoy : Chiraporn Boonchan Editorial staff : Chalat Siriwanij : Prakarn Sahasoontornvute : Pasu Intaramanwong : May Suprapatanant : Siwat Auampradit Graphic designer : Nassawee Techasoontorn : Chiraporn Boonchan Photographer : supakit kaimook Website : Absolutepla Power by ReadyWeb4U.com

Special Thanks : Desktop Error



Bandname Magazine#01