Page 1

“อิ่มใจในภูฎาน” 5 วัน 4 คืน

เดินทางวันที่ 3 - 7 ตุลาคม 2557 (ศุกร์ – อังคาร) เที่ยว 3 เมืองไฮไลท์ “พาโร - ทิมพู - ปูนาคา” สัมผัสวิถีชีวิตแห่งความสุขและมนต์เสน่ห์แห่งความเป็นภูฏานขนานแท้ ร่วมงานเทศกาลประจาปี “ทิมพูเซจู” อันน่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมชมระบาหน้ากากศักดิ์สิทธิ์

สาหรับคณะเดินทาง จานวน 15 ท่าน


วันแรก วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม

2557

04.30 น.

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชัน้ 4 ประตูที่ 5 แถว K เคาน์เตอร์สายบินภูฏานแอร์ ไลน์

06.30 น.

ออกเดินทางสู่ประเทศภูฏาน โดยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบิน B3 701

10.20 น.

ถึงสนามบินพาโร เมืองพาโร (Paro) ที่ระดับความสูง 2,200 เมตร เหนือระดับน้้าทะเล เวลาของประเทศภูฏานช้ากว่า ประเทศไทย 1 ชั่วโมง หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ให้ท่านแลกเงินงุลตรัม (Ngultrum) ที่สนามบินพาโร จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองทิมพู เมืองหลวงและ ศูนย์กลางการค้าและธุรกิจของประเทศภูฏาน เมืองที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวของประเพณีดั้งเดิมและความทันสมัย ใช้เวลาเดินทาง1 ชั่วโมง ถึงเมืองทิมพูพาท่านขึ้นสักการะThe Buddha Dordenma Project ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางเผยแพร่พุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ที่นี่ท่านจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาหิมาลัย และเมืองทิมพูที่อยู่เบื้องล่างของหุบเขา เที่ยง

บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร เมืองทิมพู (มื้อที่ 2) หลังอาหารให้ท่านได้เดินเล่นในตลาดสด Thimphu Weekend Market ตลาดสดสุดสัปดาห์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมของดีราคาถูกจากทั่วประเทศภูฏานมาไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าเกษตร ผักสด ผลไม้ท้องถิ่น และสินค้า พื้นเมืองต่างๆ จ้านวนมากจากนั้นให้ท่านได้เดินเล่นในตัวเมืองทิมพูตามอัธยาศัย เลือกซื้อของที่ระลึก เช่น ชุดประจ้าชาติภูฏาน (ส้าหรับผูท้ ี่ ต้องการใส่ ชุด โกะ หรือ คิระ ร่วมงานเทศกาล) หน้ากากไม้แกะสลัก กระบอกมนต์ ภาพพระบฎที่บอกเล่าต้านานพุทธศาสนา และแสตมป์ที่เป็น ของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อจากนั้นออกเดินทางสูู่เมืองปูนาคา (Punakha) ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง

เย็น

บริการอาหารเย็นและ พักผ่อนตามอัธยาศัยที่ โรงแรมซังโต เพลริ (Zangto Pelri) เมืองปูนาคา (มื้อที่ 3)


วันที่สอง วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม เช้า

เที่ยง

เย็น

2557

บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 4) หลังอาหารพาท่านเข้าชม ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจ้าเมืองปูนาคา ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1637 โดยฉับดรุง งาวัง นัมเกล ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้าโพ (พ่อ) และแม่น้าโม (แม่) ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช และเป็นสถานที่ที่ใช้จัดงานพระราชพิธีส้าคัญต่างๆ เช่น พระราชพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์จิกมี และพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างกษัตริย์จิกมีและพระราชินีเจ็ตสันเปมา จากนั้นออกเดินทางกลับสูู่เมือง ทิมพูู(ระยะทาง 75 กม. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง) ระหว่างทางแวะชม โดจูล่า (DochuLa) ที่ระดับความสูง 3,150 เมตร ที่ประดิษฐาน สถูป 108 องค์ ที่ถูกโดยราชินีองค์ที่ 1 ในพระเจ้าจิกมี ซิงเก วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์วังชุก เพื่อเป็นการขอบคุณพระสวามีและบุตรชายในการ ชนะสงครามและเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย และที่นี่ในวันที่อากาศแจ่มใสท่านสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาหิมาลัยที่งดงาม รวมถึงยอดเขากังก้า พุนซุม (Gangkhar Phuensum) ยอดเขาที่สูงถึง 7,500 เมตร ที่ยังไม่มีผู้ใดสามารถพิชิตขึ้นไปได้ บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)หลังอาหารน้าท่านเดินทางสู่ทาชิโชซอง ป้อมประจ้าเมืองทิมพูเพื่อร่วมงานเทศกาลทิมพูเซจููซึ่งเป็น เทศกาลเฉลิมฉลองและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่านคุรุรินโปเช่ ผู้น้าพุทธศาสนาเข้ามาเผยแพร่ในประเทศภูฏาน ค้าว่า เซจู แปลว่า วันที่ 10 ของเดือน แต่ในความจริงแล้วไม่ได้มีการฉลองวันเซจูกันทุกวันที่ 10 ของเดือน ตามความหมายของค้านี้ เทศกาลเซจูจัดขึ้นโดยซองของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งแต่ละเมืองจะก้าหนดวันเซจูขึ้นมาปีละครั้ง แต่ละครั้งจะจัดกันเป็นเวลานาน 3-5 วัน ไฮไลต์ของงาน คือการแสดงชุดต่างๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับศาสนา โดยเฉพาะระบ้าหน้ากาก ซึ่งเป็นระบ้าที่มีชื่อเสียงของชาวภูฏาน โดยชาวภูฏานทุกคนจะแต่งกายด้วย ชุดประจ้าชาติมาร่วมงาน ผู้ชายจะแต่งชุด โกะ(Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุด กีร่า (Kira) จากนั้นน้าท่านสักการะ เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chorten) มหาสถูปที่สร้างขึ้นในปี 1974 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 3 แห่งราชวงค์วังชุก ซึ่งเสด็จสวรรคตใน ค.ศ. 1972 ที่นี่ท่านจะได้เห็นชาวเมืองทิมพู ที่ใช้ชีวิตของคนเมืองหลวง กลางวันท้างาน แต่ช่วงเย็นก็ยังหาเวลามาไหว้พระสวดมนต์กันที่มหาสถูปอันศักสิทธิ์นี้ บริการอาหารเย็น (มื้อที่ 6) พักผ่อนตามอัธยาศัยที่ Kisa Hotel เมืองทิมพู


วันที่สาม วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม

เช้า

2557

บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 7)

หลังอาหารพาท่านชม สถาบันแพทย์แผนโบราณ (the National Institute of Traditional Medicine) ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลการแพทย์พื้นบ้าน และ เก็บรักษาสมุนไพรพื้นบ้านชนิดต่างๆ ของภูฏานไว้มากมาย อีกทั้งยังเป็นโรงเรียนสอนนักศึกษาแพทย์ และเป็นโรงพยาบาลส้าหรับคนทั่วไปอีกด้วย จากนั้นพาท่านชม Royal Textile Academy สถาบันที่รวมรวมข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะผ้าทอมือของภูฏานไว้อย่างครบถ้วน นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงผ้าทอมือที่ขึ้นชื่อของภูฏานแล้ว ยังเป็นโรงเรียนศิลปาชีพชีพในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระราชชนนีซังเก โชเด็น วังชุก จากนั้นน้าท่านชม สถานอนุรักษ์สัตว์ประจาชาติของภูฏาน ที่เรียกว่า ทาคิน (Takin) มีตัวเป็น “วัว” มีหัวคล้าย “แพะ” ปัจจุบันหาดูได้ยากมาก เพราะใกล้สูญพันธ์ จากนั้นออกเดินทางสูู่เมืองพาโร (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) ระหว่างทางน้าท่านชมวิวทิวทัศน์ที่ วัดตัมชู ซึ่งมีสะพานโซ่เหล็กโบราณ อายุกว่า 400 ปี อยู่ด้านหน้าวัด เที่ยง

ถึงเมืองพาโร บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (มื้อที่ 8) หลังอาหารน้าท่านชม พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) สร้างขึ้นในปี 1646 โดยฉับดรุง งาวัง นัมเกล ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้า

เพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบนั พาโรซองเป็นทั้งสถานที่ส้าหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัดมีพระสงฆ์จ้าพรรษาอยู่ประมาณ 200 รูป และยังเป็น สถานที่ถ่ายท้าภาพยนตร์ เรื่อง The Little Buddha จากนั้นให้ท่านพักผ่อนในตัวเมืองพาโรตามอัธยาศัย เย็น

บริการอาหารเย็น (มื้อที่ 9) พักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรมกาลลิ่ง รีสอร์ท (Galling Resort) เมืองพาโร


วันที่สี่ วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2557

***สวมเสื้อมีคอปกหรือเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าส้าหรับปีนเขา

เช้า

บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 10) หลังอาหาร น้าท่านเดินทางขึ้นสู่ วัดทักซัง (Taktshang Goemba) หรือรังเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูงจากระดับน้้าทะเล 3,100 เมตร วัดทักซังเป็นสถานที่แสวงบุญที่ชาวภูฏานเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุด บริเวณทางขึ้นจะมีม้าให้ท่านใช้บริการ ราคา 500 งุลตรัม หรือประมาณ 300 บาท

เที่ยง

บริการอาหารกลางวันแบบปิกนิค กลางป่าสน บริเวณเชิงเขา (มื้อที่ 11) จากนั้นพาท่านชมคิชูลาคังหรือวัดคิชู วัดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศภูฏาน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 659 เป็นวัดหนึ่งในการสร้างวัด 108 แห่งภายใน 1 วัน ตามพระปณิธานของพระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงเพื่อก้าราบนางมาร ร่างยักษ์ที่นอนเหยียดแขนเหยียดขาออกไป ครอบคลุมทั่วทั้งทิเบตและภูฏาน เพือ่ ขัดขวางการเผยแพร่พุทธศาสนา ช่วงเย็นพาท่านสัมผัสวิถีชีวิตที่เปี่ยมสุข ของชาวภูฏาน ลิ้มรสเมนูเด็ดสูตรต้นต้ารับ “เอมมา ดัทซี่” หรือพริกในซอสชีส อาหารประจ้าชาติภูฏาน ร่วมจิบชา Butter Tea ที่ท้าจากชาด้าผสมเนยสด พร้อมอาบน้้าแร่หินร้อนที่ชาวภูฏานโบราณเชื่อว่ารักษาโรคได้สารพัด (ค่าบริการเพิ่มท่านละ 500 งุลตรัม หรือประมาณ 300 บาท) หากใครที่ไม่ต้องการแช่น้าร้อน ก็สามารถเดินชมบรรยากาศพื้นบ้านของบ้านเกษตรกร (Farmhouse) หรือทดลองเล่นกีฬายิงธนู (Archery) ซึง่ เป็นกีฬาประจ้าชาติได้

เย็น

บริการอาหารเย็นที่โรงแรม (มื้อที่ 12) พักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรมกาลลิ่ง รีสอร์ท (Galling Resort) เมืองพาโร


วันที่ห้า วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2557

08.00 น.

บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 13) หลังอาหารพาท่านชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ในอดีตเคยเป็นหอสังเกตการณ์ หรือ ตาซอง (Ta Dzong) แต่เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวมรวมภาพ พระบฏ อาวุธ เครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนดวงตราไปรษณีย์ไว้มากมาย จากนั้นน้าท่านออกเดินทางสู่สนามบินพาโร

10.35 น. 15.50 น.

ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยสายการบินภูฏานแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3 700

เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพฯ หมายเหตุ โปรแกรมทัวร์อาจมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวก่อนหลังได้


โปรแกรมเดินทาง ตุลาคม 2557  

เที่ยว 3 เมืองไฮไลท์ "พาโร ทิมพู ปูนาคา" ร่วมงานเทศกาลประจำปีอันยิ่งใหญ่ "ทิมพูเซจู" พร้อมชม "ระบำหน้ากาก" อันหน้าตื่นตาตื่นใจ ฤดูใบไม้ร่วง...

Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you