Issuu on Google+

If we are asleep.We can not wake the others.


Editorial Sunpetch Nissapa

NITHIWAT PONGPOTJAMARN Editorial Staff Photographer

suntorn danjarone PR and Marketing

Editorial Staff Kitja Tangsiri Editor

Jaturong Soonthonlakha Photographer

Titiwat Intama Photographer

Nuchanat Hongto Writer

Goragrod Nongmeesup Editorial Staff

MAYWALEE JIROJANANUKUL Editorial Staff

4/

awake magazine


EDITOR’s

T alk

มาสร้างสรรค์กันเถิด

Kitja Tangsiri Editor

ISSUE 001

/5


awake 001 / october 2013

CONTENTS Awake-Magazine

issuu.com/Awake-magazine ( Free Download )

TAKE A BREAK 09 16 24 28 30 32

My Bike Myvision Group of Biker Art is All around Movie on Theme Cook IT Fashion

COVER

46 The Collector 47 Inspiration 54 Tecnicial

SOCIETY

56 On Street

OUR WORDS

68 Keys to Success 70 Phakkeaw 72 Dad's bike

6/

awake magazine


8/

awake magazine


My bike My vision Manas Somabhi


ภ า พ # 1 แอบแฟนไปซื้อจักรยานสามล้อคันใหม่คิดว่า

จะเอามาต่อกระบะไว้ขนของเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างหน้าร้านกับ โรงงาน ระยะแค่สองร้อยเมตรจะเดินถือตะกร้าใส่ของมาก็ลำ�บาก ใช้มอเตอร์ไซค์ขนมาก็เปลือง จักรยานขนของจึงเป็นคำ�ตอบที่เหมาะ สม จักรยานคันใหม่ตัวถังมันปลาบล้อซี่ลวดสานสีเงินแวววาว ยาง นอกยังมีหนวดเล็กๆ อยู่เต็มเส้น ยิ่งดูยิ่งสวยผมอยากจะเก็บความเท่ ของมันไว้นานๆ จึงถ่ายรูปจักรยานไว้หลายมุม แต่ภาพที่สวยลงตัว มากที่สุดกลับเป็นภาพของล้อจักรยานใต้แสงไฟส่องถนน ภาพขาว ดำ�ที่เห็นบนจอดูลึกลับแต่ก็สวยงามด้วยเส้นสายแสงเงาและรูปทรง ของมันเอง 10 /

awake magazine


ภ า พ # 2 ผมได้รู้จักคุณวรรณกับคุณหมูโดยบังเอิญที่ จ.นครสวรรค์ ด้วยความหลงไหลจักรยานเข้าขั้นฮาร์ด-

คอร์ เป็นคนเดินทาง เป็นคนชอบถ่ายรูป มีลูกเล็ก มีหลายอย่างเหมือนกันจึงได้ตอบรับคำ�เชิญ ไปทริปจักรยานเปิดตัว หนังสือ ปั่นตามฝัน 3 เส้นทางมรดกโลก สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำ�แพงเพชร ที่คุณวรรณคุณหมูทำ�ร่วมกับDASTA เรา เริ่มปั่นวันแรกที่กำ�แพงเพชร วันต่อมาที่สุโขทัย และวันสุดท้ายที่ศรีสัชนาลัย เราปั่นจักรยานลัดเลาะไปตามแหล่งชุมชน แหล่งประวัติศาสตร์มรดกโลก ชมศิลปะชมความงามที่ผ่านกาลเวลา มาให้สัมผัสได้ด้วยตาเนื้อ ในหัวก็จินตนาการไปถึง ภาพอดีตอันรุ่งเรือง ถ้าไม่ได้คุณวรรณกับคุณหมูชวนมา ป่านนี้ผมจะได้มาสัมผัส เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่รึเปล่าก็ยัง ไม่รู้เลย เวลาที่วรรณกับหมู(นามปากกา)ท่องเที่ยว เราจะเห็นพวกเค้าขี่จักยานตามกันไป จักรยานของคุณหมู จะมีที่นั่ง เด็กไว้ให้น้องเย็นตา ลูกสาววัยสามขวบ ได้นั่ง จักรยานคุณวรรณมักจะติดกระเป๋าข้างไว้ ในกระเป๋าจะมีของใช้จำ�เป็น สำ�หรับทุกคน หัวใจสำ�คัญของการปั่นจักรยานรอบโลก คุณหมูเคยบอกผมไว้ “อย่าทิ้งจักรยานไว้ในที่ที่ไม่ปลอดภัยเป็นอันขาด”

ISSUE 001

/ 11


ภ า พ#3

สะพานแขวน หมู่ที่ 2 ตำ�บลท่าชัย เชื่อมหมู่ที่ 6 ตำ�บลศรีสัชนาลัย อำ�เภอศรีสัชนาลัย ทริปจักรยานเราเริ่มออกตัวกันที่นี่ เขตศรีสัชนาลัยมีสะพานแขวนสวย ๆ มากมายหลายแห่ง และอยู่ใกล้แหล่ง โบราณสถานโบราณคดี การมาปั่น จักรยานที่นี่ จึงควรทำ�การบ้านล่วง หน้า ว่าจะได้พบเจออะไร มีความ เป็นมามีความสำ�คัญอย่างไร การ ท่องเที่ยวด้วยความรู้ความเข้าใจ ภาพเหล่านี้ จะอยู่ในความทรงจำ�ของ เราตราบนานเท่านาน

12 /

awake magazine


ภ า พ # 4 หลังเสร็จสิ้นภาระกิจขนของมากมายก่ายกองที่ผู้ใจบุญนำ�มาฝากไปมอบให้กับเด็กๆ ชาวเขาแห่งหมู่

บ้านเลผะสุคี อ.แม่สอด จ.ตาก เนื่องในเทศกาลวันเด็กเมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจในวันนั้นพวกเราขับรถกลับมานอนในตัวเมือง แม่สอด เช้าวันต่อมามีสมาชิกในทีมออกความคิดว่าน่าจะไปเปิดหูเปิดตาที่โกดังหก ที่โกดังนี้มีรถยนต์นำ�เข้าจากประเทศ ญี่ปุ่นเพื่อจะขายให้แก่เพื่อนบ้านชาวพม่าเท่านั้น ผลพลอยได้ของการเอารถยนต์เข้ามาขายก็จะต้องซื้อจักรยานเก่าพ่วงมา ด้วย ก่อนหน้านี้มีคนเล่าให้ฟังว่าโกดังหกแม่สอดมีรถจักรยานเก่าญี่ปุ่นมากมายกองทับๆ กันเป็นภูเขา ผมเคยเห็นที่รังสิต พระรามสามก็ยังมีไม่มากไม่หลากหลายเท่านี้ วันที่ไปดูมัวแต่ตื่นตากับกองจักรยานสูงท่วมหัว บรรยากาศในนั้นจะมีรถพ่วง เอาคอนเทนเนอร์ใส่จักรยานเต็มตู้มาลง คนขนก็ขนลงมาคนมีหน้าที่ทำ�ความสะอาดประกอบรถขัดสีก็ทำ�ไป วันนั้นถ่ายรูป มาแค่ ๓ รูป ที่เห็นอยู่นี้เป็นแค่หน้าอาคารเพียงส่วนเดียว ปริมาณไม่ถึง ๑ ใน ๑๐ ของจักรยานทั้งหมดซะด้วยซ้ำ�ไป

ISSUE 001 / 13


ภ า พ # 5 ใครจะไปเชื่อว่าหนองสมบุญจะมีรถจักรยานมาวิ่งอยู่ข้างในได้ ปี ๒๕๕๖ ชาวนครสวรรค์

นิยมออกกำ�ลังกายด้วยจักรยานกันเยอะมากจนสามารถต่อรอง แบ่งทางวิ่งภายในหนองใช้ทางร่วมกับนักวิ่ง เพื่อสุขภาพแต่กำ�หนดให้วิ่งทางเดียว ในชั่วโมงเร่งด่วนนักวิ่งนักปั่นเต็มไปหมดความ หนาแน่นต่อหน่วยพื้นที่ สูงมาก หากคุณเป็นนักปั่นขาแรงต้องการออกกำ�ลังให้ได้รอบได้ความเร็ว ควรเลี่ยงช่วงเวลาหลังเลิกงานเย็นๆ โอกาสเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจะลดลง ภาพนี้ถ่ายไว้ราวๆ ห้าโมงเย็นวันอาทิตย์ เงาสะท้อนน้ำ�เตะตาแต่ไกล ผมชอบความรู้สึกของน้องที่ปั่น จักรยาน รอบๆ ตัวเค้ามีประกายระยิบระยับจากแสงที่สะท้อนผิวน้ำ�สวยงาม ยิ่งเห็นด้วยตาเปล่ายิ่งสวย ดำ�เนินชีวิตสบายๆ ทำ�อะไรไม่เร่งรีบเราจะเห็นโลกนี้สวยงามขึ้นอีกมาก นี่แหละความหมายของ

Slow Travel

14 /

awake magazine


ภ า พ # 6 วันไหนฝนตก ถนนเจิ่งนอง มองไปจะเห็นเงาสะท้อนของ

ตึก มอเตอร์ไซค์ รถราที่จอดไว้ ค่ำ�วันนี้ไม่มีเงารถ แต่ได้เห็นเงาสะท้อนของล้อ จักรยานแทน หยดน้ำ�ฝนหล่นลงมาแต่ละหยด ทำ�เอาภาพที่เห็นพร่ามัวไปชั่วขณะ นั่งแต่งภาพไปคิดไป ภาพนี้เตือนให้คิดถึงชีวิตคนเรา บางครั้งแจ่มชัด บางคราวก็ พร่าเลือน ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ชีวิตมีด้านที่สวยงามของมันเสมอ หากเราเข้าใจและมองเป็น

ISSUE 001 / 15


Bicycle City Nakhonsawan taxt : Kitja Tangsiri photo : facebook.com/Bicycle City (นครสวรรค์) Akarapong Wangphaisal

จุดนัดพบ ความถี่ในการปั่น เส้นทาง จำ�นวนสมาชิก

16 /

awake magazine

ลานมังกร, ป้อม 1, เทศบาล จันทร์ - ศุกร์ ปั่นรอบตลาดเทศบาล วันอาทิตย์ปั่นทริปทางไกล รอบตลาดเทศบาล, แล้วแต่สัปดาห์นั้นๆ เป็นทริปทางไกล สมาชิกในเพจประมาณ 900 คน


จุ

ดเริ่มต้นเกิดจากสมาชิก 2 - 3 คน มีความรักที่จะปั่นจักรยาน สาเหตุจริงๆ อีกข้อก็คือ เราเริ่มรู้สึกว่าเราป่วยจากการที่เราทำ�งาน หลังจากนั้นเราก็ชวนกันมาปั่นจักรยาน ซึ่งตอนแรกต่างคนก็ต่าง ไม่รู้จักกัน ปั่นไปเรื่อยก็เริ่มรู้จักกันได้คุยกันสักพัก ก็เสนอว่าเราน่า จะออกทริปกันนะ ซึ่งครั้งแรกก็รวมกันได้แค่ 2 - 3 คน ย้อนกลับ ไปก็ประมาณ 2 ปีที่แล้วสำ�หรับจุดเริ่มต้นของพวกเรา สัปดาห์ละครั้ง สมัยที่เราออกทริปกันใหม่ๆ ซึ่งก็เป็นวันอาทิตย์ที่เรานัดหมายกัน ซึ่ง สมัยนั้นเราก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งประมาณ 2 - 3 คน เราจะออกทริป ค่อนข้างจะบ่อย ส่วนมากจะเป็นวันธรรมดา ส่วนคนที่ไม่ว่างก็ จะมาปั่นในทริปวันอาทิตย์ พูดง่ายๆ ว่าสมัยนั้นเราจะปั่นกันหลาย ทริปมากในหนึ่งสัปดาห์ หลังจากนั้นกลุ่มคนที่รักการปั่นจักรยาน ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลจากทางเทศบาลเขาสนับสนุนและมี โครงการทำ�ให้เมืองนครสวรรค์ให้เป็นเมืองจักรยาน จึงเกิดกลุ่ม Bicycle city (นครสวรรค์) ขึ้นมา มีการทำ� page ใน facebook ชื่อ Bicycle city (นครสวรรค์) พวกเราก็เลยเข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่ม นี้สมาชิกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ก็ร่วม 1000 คน แล้วที่เข้า ร่วมเป็นสมาชิกใน page ของเรา มันก็เลยมีผลทำ�ให้เกิดโครงการ หลายๆ โครงการ ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ โครงการเลนส์จักรยานใน อุทยานนครสวรรค์ และอีกหนึ่งโครงการที่พวกเรากำ�ลังทำ�กันอยู่ใน ปัจจุบันคือ เราพยายามที่จะให้ผู้คนในตลาดปากนำ�้โพได้รู้จักได้เห็น พวกเรา เพื่���เป็นแรงกระตุ้นให้กับประชาชนทั่วไปให้เมืองนครสวรรค์ เป็นเมืองจักรยาน เกิดความเคยชินโดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถใช้ถนน เราจะ ปั่นกันทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลาประมาณ 5 โมงเย็น เราจะปั่นไป รอบๆ ตลาดเทศบาล ตอนนี้ก็เริ่มมีคนรู้จักพวกเราแล้ว หลายๆ คน ก็จะจำ�พวกเราได้ว่ากลุ่มนี้ได้มาปั่นกันทุกวัน ถ้าย้อนกลับไปในส่วนของทริปประจำ�สัปดาห์ที่ปั่นระยะไกล แกน นำ�หลักๆ ก็จะมีผม(เอ) พี่โอ๋ พี่อิท รวมๆ แล้วก็มีประมาณ 6 - 7 คน แต่ก็จะมีบ้างทริปที่สามารถรวมกันได้ประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งเรา อาศัยการประชาสัมพันธ์ทาง Facebook ก็จะมีสมาชิกเยอะหน่อย ในทริปนั้น แต่ละทริปก็จะมีสมาชิกหน้าใหม่สลับเปลี่ยนหมุนเวียน

มาปั่นกับเรา ถ้าทริปไหนสมาชิกใหม่เยอะเราก็จะมีการปรับเปลี่ยน เส้นทางตามความเหมาะสมเพื่อให้ทุกคนไปด้วยกันได้ กิจกรรมระหว่างทริปหรือเส้นทาง มันจะขึ้นอยู่กับสถานที่เราจะ ไป ส่วนมากก็จะเน้นไปสร้างสัมพันธภาพกับคนในพื้นที่ ยกตัวอย่าง เวลาพวกเราแวะกินข้าว ถ้าแม่ค้าเขายุ่งๆ เราก็จะพยายามช่วยเหลือ ตัวเอง อันไหนทำ�เองได้ก็ทำ�เลยมันก็สนุกทั้งพวกเราทั้งแม่ค้า สร้าง มิตรภาพที่ดีให้แก่พวกเขา อีกเรื่องที่เราค่อนข้างเน้นเสมอๆ คือ กฎ จราจร วินัยในการปั่น โดยเราจะใช้สัญลักษณ์มือต่างๆ ระหว่าง การปั่นเป็นต้นว่า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ปั่นเรียงหนึ่ง เรียงสองอะไร ประมาณนี้ เพื่อความปลอดภัยเป็นสำ�คัญ เรื่องที่ว่าปั่นไปแล้วจะ สร้างความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยในท้องถนนก่อความรำ�คาญให้ ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่มีแน่นอน เราปั่นเป็นระเบียบเรียบร้อยสร้างความ เอ็นดูจากรถยนต์ต่าง ๆ จักรยานมันมีความพิเศษที่ว่ามันไปไหนก็ไปได้ ถ้าเปรียบกับรถ ยนต์นำ�้มันหมดคุณก็ต้องจอด เจอสะพานก็ต้องจอดมันมีข้อจำ�กัด แต่จักรยานมันไม่มีข้อจำ�กัดมันไปของมันได้เรื่อยๆ เจอสะพานก็ยก ขึ้นสะพานแต่พาหนะอื่นๆ ไม่สามารถทำ�ได้ ส่วนเรื่องสุขภาพก็เช่น กันดีขึ้นแน่นอนรวมถึงสุขภาพจิตก็จะดีขึ้นตามไปด้วย ไหนจะได้ เพื่อนเพิ่มขึ้น จักรยานมันไม่เร็วเกินไปแต่ก็ไม่ช้าจนแบบที่ว่าสร้าง ความรำ�คาญบนท้องถนน สามารถทักทายกันได้ขณะที่เราปั่นมาเจอ กัน อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวปากน้ำ�โพทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ วัยรุ่นหรือเด็กๆ ที่มีใจแต่ยังลังเลหรือไม่มีเพื่อนปั่นร่วมทาง อยาก จะเชิญชวนให้มาร่วมปั่นกับพวกเรากลุ่มเรายินดีต้อนรับทุกท่าน สมาชิกทุกคนพร้อมจะให้คำ�ปรึกษาพูดคุย อีกข้อที่อยากจะฝากไป ถึงผู้ใช้รถใช้ถนน ขอให้เอ็นดูพวกเรา พวกเรามีความมุ่งหวังอยาก จะให้บ้านเราเป็นเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองจักรยานจริงๆ ปลอดมลพิษ อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้คาร์บอนในเมืองลดลง เราขอเพียงแค่ใช้ถนน ร่วมกับรถยนต์ทั่วไปเท่านั้นเอง... ตัวแทนกลุ่ม ปวรุตม์ (คุณเอ)

www.facebook.com/groups/BicycleCityNakhonsawan

ISSUE 001 / 17


ZAMBA Cycling

จุดนัดพบ ร้านโมเดิร์นไบท์ ความถี่ในการปั่น 1 สัปดาห์เราจะปั่นกัน 2 วัน เส้นทาง จำ�นวนสมาชิก

18 /

awake magazine

คือวันพฤหัส และ วันอังคาร ช่วง 5 โมงเย็น ปั่นไปทางเลี่ยงเมือง จบที่หน้าค่ายจิระประวัติ ประมาณ 30 คัน

จุดเริ่มต้นในการรวมตัว เริ่มจากการที่ทุกคนชอบในสิ่งเดียวกัน และบอก เชิญชวนกันปากต่อปาก ว่าปั่นแล้วสุขภาพดีและชอบที่จะแข่งขันจักรยานกัน และที่สำ�คัญ ปั่นแล้วดูมันเท่ห์ดีครับ นอกจากการปั่นปกติแล้ว พวกเรายังมี กิจกรรมปั่นรณรงค์ ตอนเช้า (บางโอกาส) ให้ทุกคนหันมาใส่ใจการออกกำ�ลัง กายด้วยครับ


taxt : Kitja Tangsiri photo : Nithiwat Pongpotjamarn

ISSUE 001 / 19


JPY ROLL BIKE THAI

taxt : Kitja Tangsiri photo : Jaturong Soonthonlakha

Nakhonsawan

ถ้าให้นึกถึงตัวแทนจักรยานของวัยรุ่นในยุคนี้คงหนี้ไม่พ้นจักรยาน Fixed Gear เป็นแน่แท้ หากย้อนถอยหลังกลับไปที่ช่วงของคน Generation-X (อยู่ในช่วงอายุ 33-52 ปี) จักรยานประเภทไหนที่ เจ๋งที่สุดสำ�หรับวัยรุ่นยุคนั้น BMX น่าจะเป็นคำ�ตอบแรกในใจของใคร หลายๆ คน แต่ปัจจุบันจักรยาน BMX ค่อนข้างจะหาดูได้ยากบน ท้องถนน เพราะมันถูกนำ�มาขี่ในลักษณะที่ไม่ปกติทั่วไป เหาะเหิน ตีลังกา พลิกแพลงสารพัดลีลาอยู่บนลานกว้างๆ พร้อมด้วยเครื่อง กีดขวางที่เรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ ทุกชิ้นถูกติดตั้งขึ้นมาอย่างตั้งใจและ มีเหตุผล เพราะมันช่วยเพิ่มความน่าสนใจ เสน่ห์ และความท้าทาย ของเจ้า BMX ในยุคนี้

20 / awake

magazine


JYP Roll Bikes Thai Nakhonsawan คือกลุ่มนักกีฬาผู้เป็นตัวแทน ของจังหวัดนครสวรรค์ พวกเค้าใช้จักรยาน BMX เป็นอุปกรณ์ในการ แข่งขัน หรือที่คุ้นหูกันในนามกีฬา ‘Extrem’ นั่นเอง ในการแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ BMX ถูกบรรจุไว้เป็น 1 ชนิดกีฬาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น้องๆ กลุ่มนี้จะทำ�หน้าที่ในนามนักกีฬาของจังหวัดนครสวรรค์ เพื่ อ ลงชิ ง ชั ย ในกี ฬ าประเภทนี้ กั บ ทุ ก ๆทั ว ร์ น าเม้ น ต์ ที่ จั ด ขึ้ น ใน ประเทศไทย ต่อ’ วสันต์ ซื่อสัตย์ คือหนึ่งในสมาชิกและหัวหน้าทีม ‘ต่อ’ คลุกคลีกับกีฬาประเภทนี้ราวๆ 10 ปีเห็นจะได้ เข้าร่วมแข่งขันใน ระดับประเทศมามากมาย มีดรีกรีเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศไทย ในรุ่นมืออาชีพประเภทจักรยานผาดโผนทางเรียบ (Flatland) เท่าที่ไปได้พูดคุยและทำ�ความรู้จักกับน้องๆ กลุ่มนี้ ความอดทน ในการฝึกซ้อมคือสิ่งที่ต้องแลกกับการได้มาซึ่งท่าทางที่ใช้แสดงใน กีฬาชนิดนี้ พวกเค้ามุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก ไม่ย่อท้อต่อข้อจำ�กัดใดๆ ซึ่งหมายรวมถึงอุปกรณ์ สถานที่และแรง สนันสนุนจากคนภายนอก ทุกคนพยายามจัดหาสิ่งที่จะช่วยให้ตัวเอง พัฒนาการเล่นด้วยตัวเองทั้งสิ้น ชัยชนะและชื่อเสียงเป็นส่วนหนึ่งที่ ทุกคนอยากได้ แต่เป้าหมายสูงสุดคือการยอมรับในพื้นที่ของสังคม และการมองพวกเค้าอย่างเข้าใจว่า BMX ก็คือกีฬาประเภทหนึ่ง...

ISSUE 001 / 21


UNDERGROUND STAR

087-7304673


taxt : อั๋น Suntorn Danjarone photo : Nithiwat Pongpotjamarn

“ ศิลปะอยู่รอบๆ ตัวเรา ... ” ผมคิดว่าเราน่าจะมาทำ�ความเข้าใจความหมายในเรื่องของ “ศิลปะ” กันก่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้เบื้องต้น และมีความรู้สึกเห็นคุณค่า ของศิลปะ โดยอยากฝากข้อคิดถึงคุณผู้อ่านรับรู้และคำ�นึงอยู่เสมอว่า “ศิลปะมีความสำ�คัญ และอยู่รอบๆ ตัวเรา” ...เมื่อผู้อ่านรับรู้และมองเห็นคุณค่า ของศิลปะแล้วจากนั้น เราก็จะดำ�เนินชีวิตโดยมีศิลปะที่อยู่รอบๆ ตัวเราอย่างมีความสุข คำ�ว่า “ศิลปะ” แปลความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช 2542 หมายถึง ฝีมือ, ฝีมือทางการช่าง, การทำ�ให้ วิจิตรพิสดาร การแสดงออกซึ่งอารมณ์ สะเทือนใจให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่างๆ อย่าง เส้น เสียง สี ผิว รูปทรง เป็นต้น เช่น ศิลปะการดนตรี ศิลปะการวาดภาพ ศิลปะการละคร แต่ส่วนตัวผมแล้ว “ศิลปะ” คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อความสวยงามและศิลปะอยู่รอบๆ ตัวเรา หลายๆคนมอง ไม่เห็นหรือนึกไม่ออกว่าศิลปะอยู่รอบๆ ตัวเราอย่างไร? ผมจึงอยากนำ�เสนอเพื่อให้เห็นถึงศิลปะที่อยู่รอบๆ ตัวเรา… เริ่มต้นด้วยการตื่นนอนตอนเช้าในชีวิตประจำ�วันของเรา เมื่อเราตื่นนอนแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง เราก็จะเห็นสีและแสงของดวงอาทิตย์ ยามเช้าที่สวยงามและสดชื่นทำ�ให้เกิด “สุนทรีภาพ” ในจิตรใจ จากนั้นเราเข้าห้องน้ำ�เพื่ออาบน้ำ� แปลงฟันอย่างที่เคยทำ�เป็นประจำ�ในทุกๆ วัน แต่ วันนี้สิครับ..ลองมองลงลึกไปอีกนิด ผ้าเช็ดตัวผืนโปรดของเรามีสีสันและลวดลายที่สวยงามหรือเปล่า? แป้งที่เราใช้ทาตัวถ้ามองลงไปให้ดี นอกจากกลิ่นที่ หอมแล้วนั้น ว่าฉลากของสินค้าก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิด ความน่าสนใจและสวยงาม เช่นเดียวกัน ก่อนออกจากบ้านก็ต้องเลือกสะพายกระเป๋าสวยคู่ใจ และมองหารองเท้าคู่โปรดอยู่เสมอ… สิ่งเหล่านี้เรียกว่า “รสนิยม” ทางศิลปะ เห็นไหมครับว่าในขณะเพียงแค่ยังไม่ได้ออกไปนอกบ้านก็ยังมีเรื่องราวของ ศิลปะที่ซ่อนอยู่มากมาย หากออกมาดำ�เนินชีวิตภายนอกนั้นก็ยิ่งจะได้พบเจออีกมากมาย เช่น รูปทรงและสีสันที่สวยงามของ สถาปัตยกรรม ตึกสูง บ้านช่อง ในลักษณะละรูปทรงที่สวยงามแตกต่างกันไป หากผ่านการดำ�เนินชีวิตมาทั้งวันแล้ว เราจะเข้าพักเพื่อรับประทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ที่หรูๆที่ถูกตกแต่งเพื่อความสวยงาม ด้านศิลปะ หรือจะเป็นร้านเล็กๆ ข้างทางตัวอย่างเช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนนก็ยังใช้ถ้วยชามที่มีลวดลายการเพ้นท์ที่ สวยงามเช่นเคย ในการเดินทางมาหรือเดินทางกลับนั้นต้องอาศัยยานพาหะนะ ที่ผ่านการออกแบบทั้งรูปทรง และสีสันทั้งนั้นในขณะ เดินทางก็จะ พบกับ เสาไฟที่ตกแต่งด้วยสิ่งต่างๆ หรือป้ายโฆษณา ที่มีงานศิลปะเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อความน่าสนใจทั้งสิ้น หลังจากการดำ�เนินชีวิตที่เต็มไปด้วยศิลปะ มาทั้งวัน ก็ยังต้องทิ้งตัวลงบนโซฟาหรือเตียงนอน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสบายและสวยงาม ทั้งสิ้น ทีนี้…เห็นรึยังครับว่าศิลปะอยู่รอบๆ ตัวเราจริงๆ ใน awake ฉบับที่ 1 นี้เรามารู้จักศิลปะรอบๆ ตัวเราเพียงเท่านี้ก่อน สำ�หรับคุณผู้อ่านที่มีความชื่นชอบเรื่องราวของศิลปะก็ขอให้ ติดตามความเข้มข้นในเรื่องราวของศิลปะใน awake เล่มต่อๆ ไปครับ

24 / awake

magazine


ART IS ALL AROUND ISSUE 001 / 25


taxt : อั๋น Suntorn Danjarone photo : Jaturong Soonthonlakha

ธีชัชสกรีน

ชัชวาล จิตขุนทด เป็นโรงงานผลิตผลงานทางศิลปะในเทคนิคการพิมพ์ภาพแบบ ซัลค์สกรีน โดยถ่ายทอดความสวยงามของลวดลายต่างๆ ลงบนเสื้อต่างๆ ที่เราเห็น กันมากมายทั้งในจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียง โดยผลงานต่างๆนี้ถูกถ่ายทอดมาจากผู้ชายที่มีหัวใจที่เป็นศิลปะคนนี้ครับ ..ชัชวาล จิตขุนทด หรือพี่ชัช ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมการทำ�ผลงานต่างๆ ของพี่ชัชครับและนี่เองที่ทำ�ให้ผมเกิดความประทับใจอยากนำ�เสนอ มุมมองต่างๆ และวิธีการทำ�ผลงานที่สวยงามและคุณภาพดีของพี่ชัชคนนี้ ให้คุณผู้อ่านได้ติดตามกัน ...พี่ชัชมีความน่าสนใจทั้งวิธีการสร้างผลงาน และวิธีการคิดมุมมองต่างๆ ของการใช้ชีวิต ที่ใช้เรื่องราวของศิลปะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ..เมื่อเริ่มเข้าไปในโรงงานสกรีน ผมก็เห็นผลงานต่างๆ วางอยู่ มากมายแต่เป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในห้องผลิตนั้นสะอาด และในขณะที่พี่ชัชทำ�งานอยู่นั้นผมก็เห็นพี่ชัชยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอด เปิดเพลงเบาๆ เพื่อ ให้เกิดความสุนทรีในการทำ�งาน ภายในโรงงานสกรีนขนาดใหญ่มีเพียงพี่ชัชและพี่หญิง ภรรยาของพี่ชัชทำ�งาน กันอยู่สองคน หลายคนคงเคยเห็นเสื้อที่ ใส่กันทั้งเมืองปากน้ำ�โพ ช่วงงานเทศกาลตรุษจีน และเสื้อที่ใส่กันอย่างมากมายในเทศกาลสงกรานต์ และเมื่อไม่นานมานี้เสื้อที่ใส่เพื่อไว้อาลัยทหารของ จังหวัดนครสวรรค์ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ ลวดลายเสื้อเหล่านั้นพี่ชัชผู้นี้เองครับเป็นผู้ออกแบบและสกรีนออกมา เรียกว่า เป็นลวดลายของเสื้อที่เราใส่กันทั้งจังหวัดจริงๆ นอกจากนี้พี่ชัชยังใช้เวลาว่างบางส่วนผลิตกล่อง MAILBOX และตู้ไปรษณีย์ งานเหล่านี้พี่ชัชผลิตในจังหวัด เราและส่งขายตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมายทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ .ผมเพียงเข้าไปภายในโรงงานไม่นานก็มองเห็นผลงานของพี่ชัชมากมาย แล้วได้มีโอกาสพูดคุยสอบถามความน่าสนใจต่างๆ แล้วพี่ชัชก็พูดด้วยใบหน้าอมยิ้มว่า “พี่เป็นคนชอบการเรียนรู้อยู่ตลอด เพราะการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด แต่สิ่งที่เราเรียนรู้ต้องสนุกและทำ�ให้ตัวเรามีความสุข เราจึงอยากเรียนรู้ และพี่ก็เอาความรู้ เหล่านั้นมาพัฒนาผลงานให้มีความสวยงามและได้คุณภาพอยู่ เสมอเหล่านั้นมาพัฒนาผลงานให้มีความสวยงามและได้คุณภาพอยู่เสมอ..แต่สิ่งนึ่งที่สำ�คัญ เราต้องแบ่งเวลาให้เป็น เวลางานคือเวลางาน ...เวลาครอบครัว คือเวลาครอบครัว” เมื่อพี่ชัชพูดประโยคนี้จบพี่หญิงภรรยาของพี่ชัชก็พูดแบบอมยิ้มขึ้นว่า “พี่ภูมิใจที่มีทุกวันนี้ พี่ชัชดูแลหน้าที่การงานได้เก่งและดูแล ครอบครัวได้เป็นอย่างดี” เพียงจบคำ�พูดนี้ผมเองก็รู้สึกถึงความรักความอบอุ่นที่มีอยู่ในครอบครัวนี้ และผมเองก็เชื่อแบบสนิทใจเลยครับ เพราะขณะที่ทำ�ผลงานนั้น พี่ชัชก็มี การหยอกล้อ พูดจากับภรรยาด้วยคำ�สุภาพทุกคำ�จริงๆ จากนั้นพี่ชัชก็ลุกขึ้นแล้วบอกกับผมว่า “วันนี้เรามาดูวิธีการและขั้นตอนการทำ�ผลงานในงานซิลค์ สกรีนกัน” โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ จากที่ผมสังเกตเห็น 1. ออกแบบลวดลายต่างๆ ให้สวยงามในคอมพิวเตอร์ ในขณะที่พี่ชัชออกแบบอยู่นั้นพี่หญิงก็เดินจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการทำ�งาน 2. ถ่ายแบบที่ต้องการลงบนบล็อกสกรีน 3. เตรียมสีเพื่อจะนำ�มาใช้ในการสกรีน 4. พี่หญิงสวมเสื้อเข้าแท่นสกรีนที่ขนาดตามมาตรฐานออกแบบโดยพี่ชัช ที่สามารถสกรีนงานครั้งเดียว ได้ถึง 40 ตัว 5. วางบล็อกสกรีนลงบนเสื้อ และปาดสีสกรีนลงบนเสื้อ แต่ไฮไลท์ของที่นี่คือ การปาดสีลงซ้ำ�เพื่อให้เกิดความสวยงามมากยิ่งขึ้น *ที่นี่ให้ความสำ�คัญเรื่องนี้มากครับ 6. เมื่อสกรีนเสร็จแล้วพี่หญิงใช้ไดร์เป่าความร้อนลงบนสีเพื่อให้สีแห้งสนิท 7. ตรวจเช็คความเรียบร้อยและความสวยงาม และถอดเสื้อออกจากแท่นสกรีน พร้อมส่งงาน 8. พี่หญิงล้างอุปกรณ์การทำ�งานแล้วเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยทุกอย่าง 9. ทำ�ความสะอาดบริเวณการทำ�งานให้พร้อมในการทำ�งานครั้งต่อไปเป็นอย่างไรบ้างครับ ขั้นตอนการทำ�งานที่ดี มีการวางแผนในการทำ�งานและประณีตในการทำ�ผลงานทุกๆ ขั้นตอน ผลงานของ ธีชัชสกรีน ถึงออกมามีคุณภาพ และสวยงามแบบนี้นี่เองครับ… ...เมื่อคุณผู้อ่าน อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วถ้าได้ความรู้สึกดีๆ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำ�งาน วิธีการคิด การดำ�เนินชีวิต ของผู้ชายที่มีศิลปะในหัวใจ ที่ชื่อ ชัชวาลย์ จิตรขุนทด คนนี้แล้วก็ยิ้มชื่นชมและนำ�สิ่งดีๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำ�วันของเราได้นะครับ และติดตามว่าใน awake เล่มต่อไป ผมจะนำ�เสนอผู้ที่ทำ�ผลงานศิลปะในจังหวัดนครสวรรค์ของเราคนไหน...แล้วเราจะได้พบกัน 26 / awake

magazine


ISSUE 001 / 27


Jaturong Soonthonlakha

28 / awake

magazine


ISSUE 001 / 29


COOKit Nithiwat Pongpotjamarn

TIPS COOKING TERMS

อัล เดนเต ( Al Dante )

THE TUNA PASTA Finally, Quick and Tasty!

พาสตาปลาทูนา เมนูอาหารที่ทำงาย รวดเร็ว โดยเฉพาะในชั่วโมงเรงรีบ และดวยโปรตีนจาก ปลาทูนาชีสและแองโชวี่ คารโบไฮเดรตจาก เสนเพนเน และประกอบกับไขมันจากน้ำมันมะกอก จึงชวย เพิ่มความสมบูรณใหกับอาหารจานนี้ สำหรับสวนผสมตางๆนั้น สามารถหาซื้อไดงายตามทองตลาด จานนี้ผมไดใสมะนาว เพราะมันจะไปชวยเพิ่มรสชาดใหกลมกลอมมากขึ้น เสนพาสตาผมเลือกใชเสน เพนเน แตสำหรับคุณอาจเลือกใชเสนพลาสตาอืน่ ตามแบบทีค่ ณ ุ ชอบไดเลยครับ INGREDIENTS

• • • • • • • • •

เสนเพนเน��� 160 กรัม น้ำมันมะกอก 2 ชอนโตะ กระเทียมสับหยาบ 1 กลีบ ปลาแองโชวีส่ บั หยาบ 3 ตัว ปลาทูนา ในกระปอง 160 กรัม น้ำมะนาวเหลือง 1 ชอนชา เกลือ, พริกไทย พาสลีย พาเมซานชีสขูด

DIRECTIONS

ตัง้ กระทะแลวใสนำ้ มันมะกอก ตามดวย กระเทียมสับ และปลาแองโชวีส่ บั ผัดใหพอหอม ใสปลาทูนา เสนเพนเนทล่ี วกแลว คนใหเขากัน ใสนำ้ มะนาวเหลือง พารเมซานชีสขูด พาสลีย ปรุงรส ดวยเกลือพริกไทย ชิมรสตาม ชอบจัดใสจาน พรอมเสิรฟ

แปลวา "to the teeth" นัน้ คือการทีข่ องสุกพอดี --– (เลยดีกรีความดิบมานิดนึง) กรุบๆ ไมเละ ไมนม่ิ และไมสกุ มาก โดยทัว่ ไป ในการทำพาสตา พอครัวก็จะลวกเสนจับเวลาไว 4-6 นาที ทัว่ ไปเราลวก 7-10นาที แลวแตยห่ี อ จากนัน้ ก็จะหันไปทำซอสทันที ทัง้ หมดทัง้ ปวงจะตองใหเสร็จ 95% ภายใน 4-6นาทีน้ี หลังจากนัน้ ก็เอาเสนขึน้ มา สะบัดน้ำแลวก็เทตลง ไปในกระทะซอส คนๆอีกซะหนอย ใหเสนดูดน้ำเขาไปในเนือ้ แปงสักพักนึง เสนก็จะสุกกำลังดี ทีน้ี เปนอันเสร็จ

แอนโชวี่ ( Anchovy ) คือปลาทะเลตัว เล็ก ทีเ่ อามาหมักเค็ม แลวแชในน้ำมัน หมายถึงแบบเจโนวา เแตละทีอ่ าจทำตางกัน แตรสชาติเหมือนกัน คือ เค็มๆมีทง้ั ในแบบชนิดผงและเปนตัว ซึง่ ในแบบของฝรัง่ จะบรรจุกระปอง สวนของเกาหลีจะเปนในลักษณะแบบผง ใชเปนเครือ่ งปรุงแตงรสเทานัน้ ในอาหารเกาหลีจะใชแอนโชวีแหง และสาหรายดาชิมาเปนสวนผสม หลักในการทำน้ำสต็อกสำหรับซุปตางๆ


POTATO CHICKEN SALAD

Brazilian Style

INGREDIENTS

• • • • • • • • •

อกไก 300 กรัม แครอท 200 กรัม ถัว่ ลันเตา 150 กรัม ขาวโพด 200 กรัม น้ำมันมะกอก 2 ชอนโตะ มันฝรัง่ 2 หัว น้ำสลัด 3 ชอนโตะ เกลือ, พริกไทย น้ำมันพืชสำหรับทอด

DIRECTIONS

นึง่ อกไก และ ถัว่ ลันเตา ขูดมันฝรัง่ และ แครอท ใหเปนฝอยแลวนำไปแชในน้ำเย็น ตัง่ กระทะใสนำ้ มัน ซับมันฝรัง่ ใหแหงกอนนำลงไปทอด ทอดมันฝรัง่ จนเปนสีเหลืองทอง นำมาพักไวในกระดาษซับมัน ปรุงรสดวยเกลือ หัน่ อกไกทน่ี ง่ึ แลวเปนชิน้ เล็กๆ นำอกไก ถัว่ ลันเตา แครอท และขาวโพด ใสลงไปในชามผสม ใสน้ำสลัด ปรุงรสดวยเกลือพริกไทย ปดภาชนะดวยแรปใส แลวนำไปแชตเู ย็นอยางนอย 1 ชัว่ โมง โรยหนาดวยมันฝรัง่ ทอดบนสลัดกกอนเสริฟ


Beyond the Boundaries of Fashion

32 / awake

magazine


ISSUE 001 / 33


38 / awake

magazine


ISSUE 001 / 39


Model : Methika Pancharoen Stylist : Titiwat Intama Meke Up & Hair : Noonthicha Nolrasatsatapronsiri photographer : Nithiwat Pongpotjaman

Thanks for Clothes : Weekend Clothing // Underground Star


taxt : Kitja Tangsiri photo : Nithiwat Pongpotjamarn

The Collector

ไพโรจน์ กิตติธนสาร เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วไปเดินแถวเซียงกงประทุมวัน ไปเห็นรถเก่า สมัยนั้นรถพับเพิ่งจะเริ่มมีการนำ�เข้ามาใหม่ๆ พอเห็นก็เลยชอบในความคลาสสิก และความอเนกประสงค์ของมัน ซึ่งสามารถพับใส่รถเก๋งได้ก็เลยลองซื้อมาใช้ 1 คัน พอลองมาใช้ดูก็รู้สึกว่ามันขี่ดี รถไม่มีเกียร์แต่ทำ�ไมขี่แล้วรู้สึกดีมาก ความแข็งแรงแน่นหนามันดีกว่ารถที่ประกอบในบ้านเราเยอะ ตั้งแต่นั้นมาก็หลงใหลเจ้ารถเก่ามือสองจากญี่ปุ่นมาเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็จะไปเดินเซียงกง อยู่บ่อยๆ หารถใหม่ๆ มาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พรรคพวกที่รู้จักเราก็เริ่มเห็นและสนใจ เริ่มขอแบ่งไปใช้บ้าง สมัยนั้นราคาแพงพอสมควรเพราะคนที่นำ�เข้ารถ พวกนี้ยังน้อยอยู่ ก็ตกอยู่ราวๆ 2000 - 3000 บาท ถ้าเปรียบกับสมัยนี้มีการนำ�เข้ามาเยอะราคาก็จะถูกกว่ามาก ตัวเลือกก็มากกว่าเมื่อเทียบกับ สมัยก่อน ส่วนมากผมจะชอบสไตล์วินเทจ ทรงฝาหวาย ซึ่งเอกลักษณ์ของมันอยู่ที่ความอ่อนช้อยสวยงามในตัวของมันเอง ถ้าเป็นรถพับก็จะสนใจ รถตระกูล Dahon เพราะการพับ การขี่ Dahonเขาจะนุ่ม อีกอย่าง Accessories อะไหล่ก็หาง่ายแต่งก็ขึ้น ตอนนี้ที่มีอยู่ก็หลายคัน 44 / awake

magazine


“จักรยานมันมีเสน่ห์อย่างไร” คือ ขี่แล้วมันเท่ห์นะและอีกอย่างคือ เป็นยานพาหนะที่ใช้งาน ไม่ต้องจ่ายเยอะ คือคล้ายๆว่าไม่ต้องลงทุนเยอะไม่เหมือนกับพวก รถยนต์ รถเก๋ง หรือรถมอเตอร์ไซต์ จักรยานเราได้ประโยชน์หลาย อย่าง ขี่แล้วมีความสุข เป็นการออกกำ�ลังกายไปในตัวสุขภาพเรา ก็ดีไปด้วย ส่วนมากผู้ที่สูงอายุหน่อยหัวเข่าอาจจะไม่ดี การออก กำ�ลังกายโดยการวิ่งอาจจะทำ�ได้ลำ�บาก ก็อยากจะชวนให้ลองมาขี่ จักรยานดู ซึ่งจะเป็นการช่วย Safe หัวเข่าเราไปด้วย พูดง่ายๆ ถ้า สุขภาพเราดีโรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ตามมา ไม่ต้องเดือดร้อนไปหาหมอ ออกมาชี่จักรยานกันเยอะๆ “ช่วยแนะนำ�การเลือกซื้อจักรยานมาใช้สักคัน” อันดับแรกเราต้องลองขี่ว่าเราชอบประเภทไหน ทุกคนน่าจะมี ในใจอยู่แล้วว่าถูกใจจักรยานแนวไหน แต่ก็อย่ารีบด่วนตัดสินใจซื้อ ต้องลองขี่ดูก่อนว่าเหมาะกับตัวเรามั้ย อีกอย่างที่สำ�คัญต้องดูก่อน ว่า เราขี่ทางเรียบหรือทางขรุขระ หรือบางคนชอบแนววิบากเราก็ ต้องถามตัวเองก่อน ถ้าเราเลือกแล้วว่าจะขี่เฉพาะในเมืองก็จะเป็น จักรยานประเภท City Bike จะเป็นรถที่ล้อขนาดเล็ก ไม่ใช่ว่าเราจะ ไปเอาเสือภูเขามาขี่ทางเรียบหรือในเมืองซึ่งมันค่อนข้างผิดประเภท ปัจจุบันผมเห็นเยอะที่ใช้รถผิดประเภท เลี้ยวโค้งทีก็จะบ่นว่าหนัก ทำ�ไมปั่นแล้วช้าจัง! ตามคนอื่นไม่ทัน ซึ่งแรกๆผมก็เป็นเหมือนกัน คือเอาเสือภูเขามาขี่ทางเรียบ “การแต่งจักรยานคืองานอดิเรกที่รักมาก” ใช่ คือเป็นคนรักรถมากไม่ว่าจะเก่าขนาดไหน ก็จะมานั่งขัดสนิม นั่งแต่ง จะต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อที่จะแต่งแต่ละคันเพราะเราเป็น คนที่ชอบสะสม รวมถึงการซ่อมเราก็หัดซ่อมด้วยตัวเองเพราะเราไป พึ่งคนอื่นไม่ได้ ยิ่งเรามีรถเยอะก็ยิ่งต้องศึกษาด้วยตัวเอง ถ้าไปจ้าง

เค้ามันไม่คุ้มกัน อาจจะหาไอเดียจาก Magazine เมืองนอกบ้าง หรืออะไรต่ออะไร บ้างครั้งเราอาจจะหาของเก่าๆมาประยุกต์ เช่น อานโบราณๆ มาใส่ หรือตะกร้าที่เอาไว้ใส่ผลไม้ที่เราเห็นว่ามันสวย ก็ลองเอามาใส่ดู ก็ถือว่าเป็นไอเดีย มันเป็นเหมือนการแต่งบ้านมัน ใกล้เคียงกันถ้าเรามีศิลปะในหัวสักหน่อยผมว่าทุกคนแต่งรถที่สวยได้ แต่ละคนก็จะมีไอเดียไม่เหมือนกัน “นักสะสมหรือนักแต่งรถจักรยานในบ้านเราแบบคุณมีใครอีกมั้ย” รู้สึกจะไม่มีนะเท่าที่เห็นส่วนมากจะซื้อมาขี่อย่างเดียว ประเภทที่ ว่าจะมาล้างรถ เช็ด ขัดรถ หรือแต่งโน่นแต่งนี่ค่อนข้างน้อย เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันยังว่า “เฮ้ย มึงนี่ชอบรถจริงๆมาที่ไรก็เห็นมึงนั่งเช็ดรถ แต่งรถ” ซึ่งเราเป็นคนรักรถจริงๆ เราชอบ... คือเป็นคนชอบรถที่มัน สะอาด เวลาขี่ก็จะทำ�ให้เราสนุกมีความสุขกับมัน แต่ถ้าไม่ดูแลมัน เวลาขี่ก็จะมีปัญหา เราก็จะเบื่อทำ�ให้ไม่อยากขี่หลายคนเป็นแบบนี้ที่ เลิกขี่จักรยาน ถ้าใครสนใจเรื่องแต่งรถจักรยาน หรือการดูแลรักษา ผมก็ยินดีให้คำ�แนะนำ�มาพูดคุยมาแลกเปลี่ยนกัน สุดท้ายก็อยากฝากถึงหน่วยงานรัฐในบ้านเรา อาจจะเดือน ละครั้งจัดให้มีการปั่นจักรยานเชิงท่องเที่ยวในจังหวัดเรา ยกตัวอย่าง บึงบอระเพ็ดเพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนคน รุ่นใหม่ได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวในบ้านเรา ผมว่าการท่องเที่ยวแบบนี้ โดยใช้จักรยานเป็นพาหนะผมว่ามันเหมาะสม เท่าที่เทศบานเขาทำ� อยู่ตอนนี้ก็ดี แต่ต้องเพิ่มเรื่องการควบคุมให้เป็นระเบียบมากกว่า เดิม...

ISSUE 001 / 45


taxt : Kitja Tangsiri photo : facebook.com/

โครงการโลกกว้าง-ทางไกล สองน่อง-เหนื่อยนี้เพื่อน้อง

จั ก ร ย า น

พ า ห น ะ ที่ ใ ช้ สำ � ห รั บ ไ ต่ ขึ้ น โ ค้ ง รุ้ ��� แ ห่ ง ชี วิ ต

กฤตย์ ทองคง


อยากให้เล่าที่มาและแรงบันดาลใจที่ทำ�ให้กลายมาเป็นนัก ปั่นจักรยานทางไกล... ผมอยากขี่จักรยานมาตั้งแต่เด็กแล้ว ผมเป็นลูกโทนคุณแม่เค้า ห้ามปั่นกลัวเป็นอันตราย แม่บอกว่าถ้าเป็นครอบครัวอื่นที่เค้ามีลูก หลายคนเค้าจะซื้อจักรยานแจก แต่ผมเป็นลูกคนเดียวคุณแม่เค้าเห็น ตัวอย่างมาเยอะไง เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์ รถมอร์เตอร์ไซด์ แต่ ผมก็แย่อย่างหนึ่งคือ เชื่อแม่ก็เลยขี่จักรยานไม่เป็นสักที จนกระทั่ง โตเป็นหนุ่มเลยนะ หลังๆ มันเริ่มชัดขึ้น 20 ปีผ่านไปเราก็ยังอยาก ขี่จักรยานอยู่ ฉะนั้นไม่ได้การละ!! เราต้องหาจักรยานเป็นของตัว เองสักคัน ผมเริ่มใช้จักรยานจริงๆ จังๆ ตอนที่อยู่ประเทศอังกฤษ ประมาณ พ.ศ. 2529 ต้องการจะประหยัดค่าโดยสาร ตั๋วรถใต้ดิน มันแพง ถึงจะซื้อแบบรายสัปดาห์มันก็ยังแพงสำ�หรับเรา ประมาณ 5 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ผมก็เลยไปซื้อจักรยานมือ 2 มาจำ�ได้ว่าเป็นยี่ห้อ ราเล่ย์ 5 speed มันก็ประหยัดสตางค์ได้จริงๆ ผมตั้งใจจะไปเรียน ต่อ แต่ก็ล้มเหลวไม่ได้เรียนต่อไปเป็นภารโรงแทน อายุตอนนั้นก็ 30 ปี จนสุดท้ายก่อนจะกลับเมืองไทยผมก็โบกรถเที่ยวรอบเกาะอังกฤษ และก็ยุโรปอยู่ประมาณ 5 เดือน โอ้โห!! ( สีหน้าพี่เค้าเหมือนค้นพบ อะไรในชีวิต ) ได้อย่างที่ใจหวัง คือประสบการณ์เพียบเลย How to survive? How to eat? How to stay? เที่ยวเสร็จเงินยัง เหลือ โอ้โหเฮ้ย!! คือผมจะประหยัดมากประหยัดเกินไป ซึ่งผมก็ ถือว่าผมพลาด มักกะโรนีผมไม่กินแต่ไปกินมาม่า แล้วถามว่า รู้มั้ยมักกะโรนีแท้ๆ ของประเทศอิตาลีมันต่างกับมักกะโรนีที่ขายใน เมืองไทยยังไง ผมก็ไม่รู้!! พลาดเลยผมพลาดโอกาสนั้น จากประสบการณ์ ผ จญภั ย ครั้ ง นั้ น ผมจึ ง ได้ ภ าษาแและ ประสบการณ์ ก็เลยเชี่ยวชาญการโบกรถและการเอาตัวรอดในยุโรป มาพอสมควร ผมเที่ยวมาจนถึงเมืองสุดท้ายคือ ‘แฟร้งค์เฟิร์ต’ คิดถึงบ้านมากเลยตอนนั้นก็เลยกลับ แต่แทนที่ผมจะนั่งเครื่อง บินมาลงกรุงเทพฯ ผมเลือกที่จะไปลงประเทศสิงคโปร์แล้วก็ตั้งใจ เลยว่า “เอาละวะ กูกินดีหมีแล้ว กูจะปั่นจักรยานจากสิงคโปร์ไป กรุงเทพฯ” พอถึงสนามบินที่สิงคโปร์ผมก็ซื้อจักรยานคันหนึ่งแล้วก็ ปั่นมากรุงเทพฯ สมัยนั้นจักรยานเสือภูเขายังไม่มีวางตลาด ก็เลย เป็นจักรยานธรรมดา กระเป๋าสัมภาระก็ดูวุ่นวายมั่วๆ มากเพราะ เราไม่เคย ตอนที่จะออกรถเข้าจริงๆ ผมก็ตกใจตัวเองเหมือนกันนะ ตอนคิดรู้สึกอย่างหนึ่ง ตอนจะทำ�จริงๆ กลับรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง ผม ก้มดูตัวเอง “โอ้โหเว้ยเฮ้ย แค่จังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่งยังไม่เคย เลย แล้วนี่เรากำ�ลังจะทำ�อะไร รู้มั้ยว่ากำ�ลังจะปั่นข้ามประเทศ” เริ่ม สับสนสติแตกก็ว่าได้ แต่สุดท้ายผมก็เริ่มปั่น เราก็ทำ�เท่าที่เราทำ�ได้ พอทำ�ได้ แล้วทีนี้แหละมันรู้สึกปิติมากเพราะเราทำ�สำ�เร็จ จบทริปนั้นผมก็เอาแผนที่มาดูเลย สิงคโปร์ - กรุงเทพฯ แค่ 1 ก้านไม้ ขีดอีก 3 ก้านไม้ขีดก็จะถึงปักกิ่งประเทศจีน “โคตรเท่ห์เลยว่ะ” มัน ก็เลยฝังใจผมบอกกับตัวเองว่าถ้าอะไรๆ มันอยู่ตัว ฉันจะขี่จักรยาน

R I D E

FOR

L I F E

ไปปักกิ่ง ผมติดอยู่กับความคิดนี้ 20 ปี โดยที่ไม่ได้ลงมือทำ�สักทีวิธี คิดของผมมันผิด ถามว่าผิดยังไง? ตอนนั้นผมคิดว่าถ้าผมบอกใคร ต่อใครไป แล้วเกิดทำ�ไม่ได้ขึ้นมามันจะเสียหน้า เลยต้องการที่จะให้ ทุกอย่างพร้อมก่อน รอให้ไม่มีอุปสรรคใดๆ แล้วถึงจะกล้าประกาศ ให้คนอื่นรู้ในสิ่งที่ผมกำ�ลังจะทำ� คิดว่าแบบนี้มันเท่ห์ดี แต่ความ เป็นจริงก็คือว่าวันนั้นไม่เคยมาถึงเลย เพราะว่าเนี่ยแหละมันคือชีวิต จริง พอทุกอย่างมันเหมือนจะคืบหน้าไปอย่างที่เราคิด ปัญหาใหม่ก็ จะเข้ามาหาเราอีก เราก็ต้องแก้มันอีก พยายามจะเคลียร์ปัญหาไป เรื่อยๆ และหวังว่ามันจะหมด แต่ก็ไม่หมดอยู่ดี ผมเลยอยากจะบอก เคล็ดลับอย่างหนึ่ง ถ้าคุณมีฝันอยากจะทำ�อะไรสักอย่าง แล้วรอเวลา ที่พร้อมที่สุดผมบอกได้เลยว่าไม่มีทางเป็นอย่างที่คุณคิด มันเป็น มายา!! ฉะนั้นคุณควรลงมือทำ�ไปเลยแล้วแก้ปัญหาไปพร้อมกัน สมัย นั้นเป็นช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ก่อนต้มยำ�กุ้ง (วิกฤตการณ์ ทางการเงินปี 2540) จะเกิดอีก พอเกิดวิกฤตต้มยำ�กุ้งทุกอย่างก็ยิ่ง เหี่ยวแห้งไปกันใหญ่ เงินที่เตรียมไว้ยิ่งหมดลงทุกทีปัญหาหลายอย่าง ก็ยังมีเข้ามา จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งเพื่อนนักปั่นด้วยกันกับผมเค้า เป็นทหารเก่า แกเพิ่งจะมาเจองานอดิเรกที่ชอบก็คือการขี่จักรยาน แกก็โม้ขึ้นมาว่า “ถ้าเกษียณแล้วนะ ข้าจะขี่จักรยานพเนจรไปเที่ยว ให้ทั่วประเทศ ค่ำ�ไหนนอนนั่น” ผมกำ�ลังยืดเส้นยืดสายเพื่อเตรียม ISSUE 001 / 47


จะวิ่งออกกำ�ลังกายผมก็ฟังสิ่งที่เค้าพูด ขณะเดียวกันผมก็รู้สึกหดหู่ ตัวเองเพราะผมก็มีฝันคล้ายกับเค้า สาเหตุที่มันทำ�ไม่ได้หรือไม่เริ่ม ลงมือทำ�สักที ไม่ได้อยู่ที่อะไรเลย อยู่ที่ตัวเราเอง ผมเลยลองเปลี่ยน วิธีคิดใหม่ ลองกลับโจทย์เหมือนปิรามิดที่เอาฐานมันขึ้น เอายอดมัน ทิ่มลง เท่านั้นแหละ!! ผมเลยรู้ว่าผมจะทำ�อะไรต่อ ผมกลับถึงบ้าน วันนั้นผมเปิด Internet ตัดสินใจบอกกับชาวโลกว่า “ฉัน กฤตย์ ทองคง...” จะทำ�อะไรหลังจากนี้ กดปุ่ม Enter ไปปุ๊บ เหมือนโลกมันเปิดทันที แต่ก็ยังไม่รู้นะว่าจะยังไงต่อ “เฮ้ยเอาแล้วเว้ย กู” อะไรประมานนั้น อีกบทบาทหนึ่งในวงการของนักวิ่งมีคนรู้จักผมเยอะ ผมเริ่มวิ่ง เพราะผมต้องการจะออกกำ�ลังกายให้ร่างกายแข็งแรงเพื่อเวลาไปปั่น จักรยานจะได้ดีขึ้น แต่ปรากฎว่าอยู่วงการวิ่งซะนานจนได้มีโอกาส เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องวิ่งลงเวปไซด์และหนังสือ เรียกง่ายๆว่า ผมเป็น Marathon Instructor ทำ�หน้าที่เหมือนโค๊ชดูแลผู้ที่รักการวิ่ง นักวิ่งทั่วประเทศก็จะรู้จักผม พอพวกเค้ารู้ข่าวว่าผมจะปั่นจักรยาน

ถือว่าเกินงบไปไม่มาก มีอะไรจะแนะนำ�ผู้ที่สนใจและอยากจะทำ�ตามฝันแบบคุณ... สำ�หรับคนที่สนใจผมแนะนำ�ว่าควรเริ่มจากทริปเล็กๆ และค่อย เขยิบเป็นทริปกลางๆ แล้วค่อยไปปั่นทริปใหญ่ มันเป็นการเตรียม พร้อมทั้งร่างกาย ความชำ�นาญและสภาวะจิตใจของเราด้วย สมมุติ ว่าผมชวนคุณไปวิ่งมาราธอน 42 กม. แน่นอนคุณก็ต้องบอกว่า “พี่ผมวิ่งไม่ได้หรอก” แต่สำ�หรับผม ทุกคนสามารถวิ่งมาราธอนได้ เพียงแต่เค้ายังไม่ได้รับการฝึกเท่านั้นเอง ฉะนั้นคุณอาจจะเริ่มที่ 1 รอบ จากนั้นขยับขึ้นไปเป็น 10 กม. จนถึง Half Marathon เติม ประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แล้วคุณก็จะรู้เลยว่า Maraton มันรอเรา อยู่ คล้ายๆเป็นการบ่มเพาะแรงบันดาลใจ ภาพที่เราฝันไว้มันก็จะ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ผมเองเป็นนักประสบการณ์นิยม เวลาจะทำ�อะไรไม่เคยมีใครสอน ลองผิดลองถูกมาตลอด แต่ความผิดพลาดจะทำ�ให้เราแน่น

ถ้าคุณมีฝันอยากจะทำ�อะไรสัก อย่าง แล้วรอเวลาที่พร้อมที่สุด ผมบอกได้เลยว่าไม่มีทางเป็น อย่างที่คุณคิด มันเป็นมายา!!

ไปปักกิ่งเค้าก็ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ คุณทนงศักดิ์ได้โทรมาหาผม บอกกับผมว่า “ไหนๆ พี่มีความตั้งใจ พี่ก็ทำ�เพื่อเด็กๆ ไปด้วยเลย ดีมั้ย” พี่เรี่ยรายเงินเพื่อเป็นการกุศลช่วยเด็กๆ ซะเลยแต่ผมบอกเค้า ไปว่า มันไม่ใช่นะผมจะใช้เงินส่วนตัวในการปั่นครั้งนี้ คุยไปคุยมา ผมก็เข้าใจสิ่งที่เค้าอยากเสนอ คือว่าถ้ามีใครศรัทธาในสิ่งที่ผมกำ�ลัง จะทำ�แล���ต้องการมีส่วนร่วม ก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีสำ�หรับโครงการนี้ โดยที่เงินที่ได้ทั้งหมดจะนำ�ไปให้เด็กๆ ที่ด้วยโอกาส ส่วนผู้สนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คุณทนงศักดิ์ก็ช่วยหาให้อีกส่วนหนึ่ง สสส. (สำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ) ให้เงิน สนับสนุนมา 50,000 บาท ผมใช้ไปเงินในทริปนี้ทั้งหมด 54,000 บาท 48 / awake

magazine

ยกตัวอย่างนักเดินทาง 2 คนแบบ ลองเทกระเป๋าเดินทางออกมาดูกัน ผมเชื่อเลยว่าของข้างในจะไม่เหมือนกัน คนหนึ่งบอกว่าควรเอาสิ่งนี้ ไป อีกคนก็แนะนำ�อีกอย่าง ฉะนั้นคุณต้องถามตัวเองว่าอะไรจำ�เป็น สำ�หรับคุณ ผมเป็นคอกาแฟแแต่จะให้ผมกินกาแฟสำ�เร็จรูปที่พร้อม ชงผมก็ไม่ชอบ แต่ความที่มันสะดวกก็คือข้อดีของกาแฟประเภทนี้ เอาติดตัวไปได้สบายๆ หรือถ้าคุณเลือกแบบที่ชงด้วยชุดเครื่องกรอง คุณก็ต้องแลกมาด้วยนำ�้หนักที่ต้องเพิ่มขึ้น คุณก็ต้องเลือกมันแล้วแต่ จริตของใครของมัน ถ้าคุณเป็นนักเขียน สมุดบันทึก ดินสอ ปากกา ก็จะจำ�เป็นสำ�หรับคุณขึ้นมาทันที ชอบถ่ายรูปคุณก็จะต้องแบกกล้อง ไปด้วย ส่วนคนที่ไม่เน้นเรื่องการประหยัดมีสตางค์หน่อย ก็อาจจะ


ไปหาซื้อเอาข้างหน้า สัมภาระก็ลดน้อยลง ใครประหยัดก็ต้องเตรี ยมของเอาติดไปเยอะๆ หน่อย เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ถ้าถามว่า อะไรสำ�คัญในแบบของผม ผมเป็นคนชอบจดบันทึก ผมมักจะเห็น หรือเกิดไอเดียต่างๆ ตอนปั่นระหว่างทาง เรื่องของคน ชีวิตและ จิตใจเป็นเรื่องที่ผมชอบบันทึกมากที่สุด มีเรื่องตัวอย่างที่ผมอยาก เล่าให้คุณฟัง ครั้งนั้นผมขี่จักรยานไปทางใต้เรียบลงไปทางชายทะเล พอปั่นไปก่อนที่จะถึงอำ�เภอบางสะพาน มันก็จะมีป้ายบอกทางเขียน ว่า ‘บางสะพาน 50 กม.’ เป็นใครก็ต้องคิดว่าอีก 50 กม. ก็จะถึง อำ�เภอที่ว่านี้ ผมขี่ไปอีกไกลพอสมควรประมาณ 1 ชั่วโมงเห็นจะได้ น่าจะเกิน 10 กม. ผมก็เจอป้ายแบบเดียวกันอีกเขียนว่า ‘บางสะพาน 50 กม.’ ผมถึงกับบ้าไปเลยทั้งบ่นทั้งด่าไปตลอดทาง คือมันมักง่าย เกินไปที่ทำ�แบบนี้ ผมหงุดหงิดมากจนต้องจอดพัก เพราะไม่สามารถ ปั่นต่อไปได้ด้วยความโมโห ประเด็นที่สำ�คัญกว่านั้นมันคือว่า พอเรา เห็นป้ายแรกที่เขียนบอกไว้ เราก็เกิดความเชื่อต่อสิ่งที่เราเห็น พอเจอ ป้ายถัดมาอีกอันเราก็เลยโมโห และไม่รู้ว่าตกลงอันไหนคือป้ายที่ถูก ต้อง ความยึดมั่นในใจเรานั่นแหละที่ผิดที่สุด พอคิดได้แบบนี้อารมณ์ ผมก็เย็นลง ความหงุดหงิดก็หายไป “กูเข้าใจแล้ว” เรื่องราวเหล่า นี้มันจะไม่เกิดขึ้นถ้าผมไม่ได้ปั่นจักรยาน มันเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าผมไม่ ออกไปหามัน แล้วเรื่องระยะที่จะปั่นในแต่ละวัน มีการวางแผนหรือ กำ�หนดอย่างไร... สำ�หรับทริปที่ปั่นไปประเทศจีนผมใช้เวลาทั้งหมด 71 วัน ผมไม่ กำ�หนดแบบตายตัวว่าจะต้องปั่นกี่วัน ผมปั่นวันละ 100 กม. ก็มี วางแผนไว้ส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่บังคับตัวเอง วันไหนได้แค่ 80 กม. เกิดเมื่อยล้าขึ้นมาผมก็หยุด แต่โดยเฉลี่ยผมจะปั่นได้ประมาณ 100 กม. สำ�หรับทางราบ แต่ถ้าช่วงไหนเจอทางชันสัดส่วนก็จะลด ลง สำ�หรับมือใหม่ที่อยากปั่นทางไกล ไม่จำ�เป็นว่าจะต้องปั่นให้ได้ 100 กม. เป็นอย่างน้อย มันขึ้นอยู่กับความสามารถของเรา คุณจะ ไปวันละ 50 กม. ก็ยังได้ ระยะทางมันไม่มีการติดลบ วันนี้ได้ 50 กม. พรุ่งนี้หยุดปั่นวันรุ่งขึ้นปั่นต่ออีก 50 กม. สิ่งที่จะมีผลกับเรื่องเวลาน่า จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ตามมาในส่วนของค่ากินค่าที่พัก มีทริปหรือเส้นทางในฝันอีกมั้ย ที่คุณอยากจะปั่นหลัง จากนี้... ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงเตรียมตัวปั่นครึ่งโลกไปประเทศอังกฤษ ปีเตอร์กับแมรี่เป็นนักปั่นทางไกลชาวอังกฤษที่มาเสียชีวิตเพราะถูก รถชนที่อำ�เภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นอุบัติเหตุที่เกิด จากความเลินเล่อของคนขับ คนขับรถเค้าก้มลงไปหยิบโทรศัพท์มือ ถือที่หล่นอยู่ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่ทันแล้ว สภาพถนนเส้นนั้นมี ไหล่ทางอย่างดี ทั้งคู่ขี่ในไหล่ทางถูกต้องไม่เกะกะต่อผู้ใช้รถยนต์แต่ อย่างใด ทั้งคู่ปั่นมาเป็นระยะทางครึ่งโลกแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ 2011


มาเสียชีวิตเมื่อต้นปีนี้เอง ในฐานะนักปั่นด้วยกันผมตกใจมากตอน ได้ยินข่าว รู้สึกว่าพวกเรา (นักปั่นทางไกล) ถูกคุกคามจากเหตุการนี้ แต่อุบัติเหตุมันก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บรรดานักปั่นก็รู้สึกสะเทือนใจ ไปด้วย เหตุผลที่ 2 ที่เป็นแรงให้ผมอยากปั่นทริปนี้คือผมเป็นพ่อคน พ่อแม่ของทั้งสองก็เช่นกัน ครอบครัวเค้าจะรู้สึกอย่างที่ลูกของเค้าปั่น จักรยานไปรอบโลก แต่ไม่ได้กลับมาบ้านอีกแล้ว ความรู้สึกคงไม่ต่าง กันถ้าลูกผมซึ่งกำ�ลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วจะไม่ได้กลับบ้าน ผมจึงอยากทำ�อะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ความฝันของทั้งคู่สูญเปล่า ผม ต้องการจะสานต่อโครงการของเค้าให้สำ�เร็จ อยากจะไปสวมกอด พ่อและแม่ของเค้า อย่างน้อยก็ขอเป็นตัวแทนคนไทยเพื่อไปแสดง ความขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผมจะไปด้วยจักรยาน ตราบ ใดที่มีแผ่นดินให้ปั่นไปได้ผมก็จะใช้จักรยาน แต่ถ้าเจอทะเลหรือ มหาสมุทรผมก็จะขึ้นเครื่องบิน โดยจะเริ่มจากจุดที่เค้าทั้งคู่ประสบ อุบัติเหตุและมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ต่อไปทางใต้เข้าประเทศมาเลเซีย จนถึงประเทศสิงคโปร์ จากนั้นก็ต้องขึ้นเครื่องบินไปลงที่เมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย จากนั่นก็เริ่มปั่นในทวีปยุโรปทั้งทวีป มีระยะที่ ผ่านทะเลทรายด้วยใช้เวลาประมาน 4 เดือน ซึ่งสิ่งแวดล้อมแบบนั้น ผมก็ยังไม่เคยเจอเหมือนกัน แล้วพอถึงที่ซิดนีย์ประเทศออสเตรเลีย ก็ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินอีกครั้งเพื่อข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปยัง เมืองซานฟรานประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นปั่นอีก 5 เดือน ผมก็จะถึง New York City ขึ้นเครื่องบินไปลงที่ London ประเทศ อังกฤษ ขี่จักรยานไปที่ชายทะเล ‘Bournmount’ และที่หมายสุดท้าย คือเกาะ ‘Guernsey’ เพราะที่นี่คือบ้านเกิดของปีเตอร์แล้วก็ทำ�ในสิ่ง ที่ผมตั้งใจไว้เมื่อได้พบพ่อแม่ของเค้า 50 / awake

magazine

ส่ ว นที่ ว่ า ขี่ จั ก รยานแล้ ว โลกจะ ร้อนหรือโลกจะเย็น ผมว่ามันมา ทีหลังด้วยซำ�้ ประโยชน์ของการขี่ จักรยานมันตกที่ตัวคุณก่อนแล้ว คุณไม่ขี่ก็อย่าขี่...

สำ�หรับเงินสนับสนุนส่วนหนึ่งผมได้มาแล้ว เป็นเงินส่วนตัวจาก สมาชิกสภาเทศบาลนครนครสวรรค์ท่านละ 1,000 บาทจำ�นวน 25 คน และยังมีเงินส่วนตัวของท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลนคร นครสวรรค์ ท่านจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ อีก 25,000 บาท ส่วนค่า ใช้จ่ายที่เป็นขั้นตอนของการเตรียมตัวจะเป็นเงินของผมเอง แต่ถ้ามี เหตุให้ผมไม่สามารถทำ�โครงการนี้ได้ผมจะคืนเงินดังกล่าวทั้งหมด กำ�หนดการเดินทางที่วางไว้จะเริ่มในช่วงปีใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงฤดู หนาวในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผมสอบถามจากคุณหมูและคุณ วรรณเกี่ยวกับปัญหาของฤดูหนาว ทั้งคู่ก็แนะนำ�ว่าต้องหยุดการเดิน ทางในช่วงเวลานั้น อาจจะนานถึง 3-4 เดือน โดยผมจะต้องหาที่พัก อาศัยจากครอบครัวผู้ใจดี ถ้าหิมะจางลงเมื่อไหร่ถึงจะออกเดินทาง ต่อ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ผมจะไปถึงที่ ‘ซานฟรานซิสโก’ราวเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูร้อนพอดี หลัง จากนั้นผมก็จะเดินทางได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องหยุด


มีความคิดเห็นอย่างไรกับกระแสจักรยานในบ้า���เรา... กระแสจักรยานในบ้านเราที่เห็นอยู่ตอนนี้ ผมคิดว่ามันยังไม่ใช่ สิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งการได้ใช้จักรยานในชีวิตประจำ�วัน แทนการใช้รถยนต์ภายในเขตเทศบาล อย่างเช่นการไปรับหรือไปส่ง เด็กๆ ไปโรงเรียนสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นโยชน์มากกว่า ไม่ควรเน้นการ ปั่นเชิงท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวมันก็จะออกมาอย่างที่คุณเห็น กลาย เป็นเรื่องของเครื่องประกอบการแต่งกายและแต่งรถ เสื้อผ้าเนื้อเจอร์ ซี่ราคาแพงๆ แล้วก็มุ่งแต่ทำ�ความเร็วกึ่งแข่งขันกัน นักปั่นจักรยาน หลายคนในชีวิตประจำ�วันเค้าใช้แต่รถยนต์นะ แต่มันก็เป็นกระแส วัฒนธรรมจักรยานอีกแบบหนึ่ง ใช่ว่าผมจะไม่เห็นด้วยซะทั้งหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นผลพลอยได้มากกว่า การลดการจราจรที่ติดขัด ความปลอดภัยในชีวิตประจำ�วันมันควรถูกจัดอยู่ในวัฒนธรรมสีเขียว เราควรสถาปนาให้มันอยู่ในสังคมเมือง ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ขนาดประเทศเค้ารวยกว่าเรา งบประมาณก็เยอะกว่า แต่ทำ�ไมเค้า ถึงให้ความสนใจเรื่องจักรยานเมื่อกลับมาดูแนวโน้มการใช้จักรยาน ในบ้านเรา มันออกไปทางเรื่องการแข่งขันของตัวรถ ชุดอะไหล่ แพงๆ ผมอยากให้มาเน้นกลุ่มคนที่ใช้จักรยานเป็นประจำ�ในวิถีชีวิต ประจำ�วันมากกว่า ถ้ามีโครงการทำ�นองนี้ผมยินดีเป็นส่วนหนึ่ง และ สนับสนุนอย่างเต็มที่

สิ้นเปลืองเหมือนกัน หยุดความลุ่มหลงไว้เพียงเท่านี้ สุดท้ายอยากให้เชิญชวนคนทั่วไปมาปั่นจักรยานกันมาก ขึ้น... ของแบบนี้คงไม่ต้องเชิญชวนอะไรมาก เพราะคุณรู้อยู่ว่าจักรยาน คือทางรอดช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยให้คุณประหยัด ฉะนั้นถ้าคุณ ไม่ช่วยตัวคุณเองก็แล้วแต่คุณ ในภาพยนตร์ ‘The Polar Express’ มีคำ�พูดอยู่คำ�หนึ่งว่า “ไม่มีใครที่ต้องถูกซานต้าเรียกพบ” เทศกาล ปีใหม่ ซานต้ามาแจกของขวัญถ้าคุณไม่มารับของขวัญมันก็เรื่อง ของคุณ คุณอยากเป็นหมอแต่ไม่อ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้า เรียนคณะนี้ แล้วคุณจะสอบติดมั้ย ทุกอย่างมันขึ้นอยู่ตัวเราเองทั้ง นั้น ผลลัพธ์ที่จะได้มันเห็นๆกันอยู่ ส่วนที่ว่าขี่จักรยานแล้วโลกจะ ร้อนหรือโลกจะเย็น ผมว่ามันมาทีหลังด้วยซำ�้ ประโยชน์ของการขี่ จักรยานมันตกที่ตัวคุณก่อนแล้ว คุณไม่ขี่ก็อย่าขี่... ( จบด้วยเสียงหัวเราะของพี่แก!! )

สไตล์รถจักรยานที่คุณชอบและสะสทไว้เป็นแนวไหนบ้าง... ผมจะชอบรถพับและรถทัวร์ริ่ง ตอนแรกก็ไม่คิดที่จะสะสม แต่มา รู้ตัวอีกทีก็มีประมาณสิบกว่าคันแล้ว แต่คิดว่าคงพอแค่นี้มันค่อนข้าง ISSUE 001 / 51


taxt : Kitja Tangsiri photo : Jaturong Soonthonlakha

‘ ช่ า ง ห มึ ก ’ ณรงค์ ผาสุข

เราพยายามทำ � ให้ มั น เหมื อ นกั บ ว่ า เป็นรถของเราเอง พยายามทำ�ให้ มันดี ทำ�เสร็จแล้วก็ต้องลองขี่ ถ้าไม่ ดีเราต้องทำ�ให้เค้าใหม่

52 / awake

magazine


ถ้าไม่นับกระแสที่ดูจะฟีเวอร์อยู่ขณะนี้ จักรยานออกจะเป็นส่วน เกินทั้งบนท้องถนนและช่างที่จะซ่อมบำ�รุง การถูกปฏิเสธด้วยเงื่อนไข ของเวลา (ช่างไม่ว่างซ่อมให้) และค่าตอบแทนไม่คุ้มที่จะสละเวลา อันเป็นเงินเป็นทองให้กับจักรยาน เว้นเสียแต่ว่าจักรยานคันนั้นจะมี ราคาแพงเพราะสามารถจูงเข้าร้านใหญ่ๆ ได้สบายๆ การถูกทอดทิ้งจากสังคมของจักรยานบ้านๆ ชั่งเป็นความน่าน้อย

ว่าเป็นรถของเราเอง พยายามทำ�ให้มันดี ทำ�เสร็จแล้วก็ต้องลอง ขี่ ถ้าไม่ดีเราต้องทำ�ให้เค้าใหม่” บวกกับคำ�สอนของเถ้าแก่ที่เคยให้ ไว้ “เอ็งทำ�ให้เค้าดีๆ เค้าให้สตางค์เอ็ง เวลาเค้าเอาไปขี่เค้าก็จะไม่ เสียดายตังค์ ถ้ามันจะแพงสักหน่อย เค้าก็ไม่เสียดาย แล้วเวลามัน เสียเค้าก็จะนึกถึงเรา ต้องสนใจลูกค้า” ช่างหมึกบอกกับเราว่า ซ่อมจักรยานมันไม่จุกจิกเหมือนกับซ่อม

เนื้อต่ำ�ใจอยู่ไม่น้อย แต่กับร้าน ‘ช่างหมึก’ ร้านซ่อมและรับประกอบ ชิ้นส่วนจักรยานที่เปิดให้บริการอยู่ในซอยเจ้าพระยา (ชุมชนตลาด ตายอม) ไม่คิดเช่นนั้น จักรยานไม่มีวรรณะสำ�หรับที่นี่ มีแต่ความ เสมอภาค และความเท่าเทียมในมาตรฐานของการซ่อม คงต้องเล่าชีวประวัติของช่างท่านนี้สักเล็กน้อย...เพราะความ บังเอิญหรือโชคชะตาพาไปก็ไม่แน่ใจ ช่างหมึก หรือ‘ณรงค์ ผาสุข’ ในวัย 58 ปี ยึดอาชีพเป็นช่างซ่อมจักรยานมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปีจนถึงทุกวันนี้ ความบังเอิญที่ว่า คือการได้พบกับเถ้าแก่ผู้ให้ชีวิต ใหม่ในโลกของจักรยานแก่เขา หลังจากวันนั้นชีวิตการทำ�งานภาย ใต้สังกัดร้านจักรยานที่ชื่อว่า ‘ไทฮวด’ ก็เริ่มต้นขึ้น รวมเวลาทั้งหมด ที่ช่างหมึกฝึกปรือฝีมืออยู่ที่ร้านนี้นานถึง 16 ปี ‘ร้านไทฮวด’ ถือว่า เป็นร้านเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครสวรรค์ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน ปัจจุบันช่างหมึกมีร้านซ่อมและรับประกอบชิ้นส่วนจักรยานเป็น ของตัวเอง ตั้งอยู่ในซอยเจ้าพระยา ขนาดหนึ่งห้องแถว ช่ า งหมึ ก ยึ ด เอาความพึ ง พอใจของลู ก ค้ า เป็ น ที่ ตั้ ง สำ � หรั บ การ ทำ�งาน และด้วยประสบการณ์นับสิบปี ผ่านการทดสอบด้วยจักรยาน หลากหลายรุ่น ทั้งจักรยานโบราณจนถึงจักรยานสมัยใหม่ อีกหนึ่ง ความประทับใจที่ได้รับจากลูกค้า คืออัธยาศัย การพูดจา ความ เอาใจใส่และความรักในสิ่งที่ทำ� “เราพยายามทำ�ให้มันเหมือนกับ

รถมอร์เตอร์ไซด์ แต่จักรยานมันก็มีความละเอียดอ่อนอยู่พอสมควร “เค้าทำ�มาอย่างไง เราก็ต้องทำ�อย่างนั้น เค้าติดมาอย่างไงเราก็ต้อง ติดอย่างนั้น จะไปฝืนกับของเดิมไม่ได้” ถ้ า ระยะทางไม่ ไ กลนั ก หรื อ ยึ ด พื้ น ที่ ใ นเขตเทศบาลทั้ ง หมด พาหนะหลักที่ใช้เดินทางของช่างหมึกคือจักรยาน เพราะการปั่น จักรยานถือเป็นการได้ออกกำ�ลังกายไปในตัว มันคือประโยชน์ข้อ แรกของจั กรยานที่ถือ ว่าเป็นแรงจูงใจมากพอที่ ช่ า งหมึ ก จะขี่ มั น ถ้าใครรู้จักช่างหมึก หรือเคยแวะเวียนไปใช้บริการที่ร้านของเขา นอกจากภาพชินตาตามมาตรฐานของร้านซ่อมทั่วไป สังเกตดีๆ จะ มีจักรยานทรงโบราณ สภาพน่าเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ของเก่าประจำ� จังหวัด จอดอยู่หน้าร้าน 1 คัน แต่ที่ไหนเล่าเจ้าจักรยานคันนี้เอง คือจักรยานประจำ�ตำ�แหน่งของช่างหมึก สภาพภายนอกที่เราใช้การ สัมผัสด้วยดวงตา สำ�หรับช่างหมึกแล้วไม่ได้ใส่ใจในส่วนนี้มากนัก แต่กับสมรรถนะความสมบูรณ์ของระบบขับเคลื่อนราวกับจักรยาน วัยหนุ่ม การจะมีจักรยานไว้ในครอบครองสักคันในความเห็นของ ช่างหมึก เราจะต้องได้ใช้งานมันจริงๆ เลือกคันที่ขี่แล้วมั่นใจยามที่ อยู่บนท้องถนน บวกกับการดูแลตรวจเช็คสภาพอยู่เสมอ เพียงเท่านี้ จักรยานคู่ใจของใครแต่ละคน มันก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน... ISSUE 001 / 53


YOU ARE WHAT

you WEAR 54 / awake

magazine


58 / awake

magazine


ISSUE 001 / 59


60 / awake

magazine


ISSUE 001 / 61


62 / awake

magazine


ISSUE 001 / 63


64 / awake

magazine


ISSUE 001 / 65


St

66 / awake

magazine


ชัชวาลย์ จิตรขุนทด 081-8886873 ธิดา ขวัญมงคล 088-2931483


taxt : พรพนา ราชสุทธิ์ Illustration : Suntorn Danjarone

“ 68 / awake

magazine


สร้างพลังใจ….ในการทำ�งาน

ุณสมบัติท่ขี าดไม่ได้ของผู้ท่ปี ระสบความสำ�เร็จ

ก็คือ กลังใจอันเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาและอุปสรรคเพราะ กำ�ลังใจ จะเป็นแรง ผลักดันให้ยืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคหรือปัญหาได้ต่อไป ดังนั้น คนเราจึงต้องฝึกฝนให้มีกำ�ลังใจเกิด ขึ้นกับตัวเองเสมอ แต่การปลูกฝั่งพลังใจให้เข้มแข็งได้น้นั จะต้องอาศัยเวลาและการฝึกฝนอย่างมาก อันได้แก่ 1. ฝึกให้กำ�ลังใจตนเองและผู้อ่นื สร้างนิส���ยขยันขันแข็งและอดทนให้เกิดข้ึนจนเป็นนิสัยประจำ�ตัว 2. ฝึกตัดสินใจให้เด็ดขาดและรวดเร็ว หรือตัดสินใจแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอขอความคิดเห็นจากคนอื่น 3. แสวงหาความประทับใจ จากตัวอย่างที่ดีของบุคคลที่ประสบความสำ�เร็จ 4. ฝึกเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมที่จะรับและสู้งานตลอดเวลา 5. ฝึกบริหารกำ�ลังใจของตัวเองด้วยการทำ�สิ่งต่าง ๆ ให้สำ�เร็จอย่างสม่ำ�เสมอ ถึงแม้จะเป็นความสำ�เร็จเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ดังนั้น เมื่อได้ฝึกฝนตนเองให้มีกำ�ลังในที่เข้มแข็งแล้วย่อมจะทำ�ให้ทำ�สิ่งใดก็จะ ประสบความสำ�เร็จได้โดยง่าย ดังคำ�คมของ โทนี่คอร์เซ็ต นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่ว่า

“To succeed you need to find something to hold on to, something to motivate you something to inspire you.” “เพื่อที่จะประสบความสำ�เร็จ คุณต้องหาอะไรสักอย่าง มาเป็นกำ�ลังใจให้แก่ตัวคุณเอง” “มือของเจ้าจับทำ�การงานอะไร จงกระทำ�การนั้นด้วยเต็มกำ�ลังของเจ้า เพราะว่าใดแดนคนตายที่จะไปนั้น ไม่มีการงานหรือแนวความคิด หรือความรู้ หรือสติปัญญา” (ปัญญาจารย์ บทที่ 9 ข้อท่ี 10)

ISSUE 001 / 69


ช่วงสายปลายเดือนพฤษภาคม ลมพัดทิวต้นมะพร้าวไหวเอนยาม ต้องลม เรือหาปลาจอดเกยหาด ผู้คนวิ่งไปมาบนหาดทรายขาว ผม นอนเอนกายอยู่บนที่นอนไม้ระแนงริมหาดทราย ให้.สายลพัดผ่าน โลมไล้ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง การได้หยุดพักทามกลาง ธรรมชาติและวิถีดั้งเดิมเช่นนี้ ชั่งเป็นการเติมพลังให้กับชีวิตที่ดีมาก สำ�หรับสิ่งมีชีวิตอย่างผม ผมมองออกไปเรื่อยเปื่อยเหมือนไม่อยากรับรู้เรื่องราวอะไร มากมายแต่ มีบางสิ่งทำ�ให้สายตาของผมต้องหยุดจ้องมองอย่าง จริงจังและใคร่รู้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้า มันเป็นภาพของเจ้าหนูผิวขาว ผม ทอง นัยน์ตาสีฟ้า ที่กำ�ลังเล่นกับเพื่อนหมาน้อยขนดำ�เงาของเขา อยู่ ทั้งสองหยอกล้อเล่นกันดังมิตรสหายที่รู้จักกันมานาน สายลมยัง คงพัดโถมคลื่นน้ำ�กระทบหาดทราย แตกฟองขาวยาวเป็นทาง หมา น้อยวิ่งตามคลื่นพาเจ้าหนูผมทองวิ่งตามหลังทั้งสองกระโดดเข้ากอด กันกลมกลิ้งไปตามหาดทราย จนใบหน้าอันเยาว์วัยของเจ้าหนูผม ทองเปื้อนรอยยิ้มไปทั้งวัน.. หลายครั้งที่ผมมองออกไปเบื้องหน้า ภาพที่ปรากฏมักจะเป็น ภาพของเด็กน้อยในหลายอิริยาบถ ภาพเหล่านั้นมันทำ�ให้ผมนึก หวนกลับไปคิดถึงเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ทั้งๆที่ชีวิตผมกำ�ลังเติบโตขึ้น แต่ภาพนั้น ความรู้สึกนั้นกลับมาทักทายผมอยู่ตลอด มันทำ�ให้ผม หวนคิดถึงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัวสิ่ง ใด พร้อมกับความอยากรู้อยากเห็นใคร่เรียนรู้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอย่าง บริสุทธิ์สะอาด โดยไม่ได้ยึดถือสิ่งใดเป็นหลักตัดสิ้นว่าผิดถูก แต่ กลับเปิดกว้างและเปิดรับทุกสิ่งที่ผ่านพบโดยไม่รู้ด้วยซ้ำ�ว่าตัวเองเป็น ใคร จนรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ กับตัวเองนั้นไม่ต่างอะไรกันแต่กลับเหมือน สิ่งที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันดั่งกับเป็นสิ่งเดียวกัน และนั่นแหละที่ผม คิดว่ามันคือ “อิสรภาพ” ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้นและนับเป็นช่วง ชีวิตที่ดีที่สุดของผม ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใด อิสรภาพนั้นจะหวนกลับ มาอีกครั้งหรือผมอาจจะต้องรอจนสิ้นลมหายใจก่อน....ถึงจะพบเจอ กับอิสรภาพ ลมกำ�ลังเปลี่ยนทิศ ตะวันใกล้ค่ำ�เริ่มหย่อนดวงลงแตะผิวน้ำ� แต่ ความรู้สึกขอผมยังหมุนวนอยู่กับอิสรภาพที่หายไป ผมยังคงนอนอยู่ บนที่นอนไม้ระแนง แต่จิตใจผมนั้นกลับล่องลอยไปไกลแสนไกล... ไกลจนนึกถามตัวเองว่า “แล้วเรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรและเพื่อ ใคร” ผมหวนนึกถึงวันที่ผมเดินแยกทางจากอิสรภาพมา ภาพชีวิต ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยจิ๊กซอว์ทุนนิยมที่ค่อย ๆ ถูกประกอบขึ้นที่ละเล็ก ที่ละน้อยจนตั้งแต่หัวจรดเท้าเช้าจรดเย็น ชีวิตผมถูกล่มร้อยด้วยโซ่ ตรวนแห่งการยึดครองสรรพสิ่งชีวิตถูกผลิตซ้ำ�กันไปซ้ำ�กันมาตาม

70 / awake

magazine

แบบแผนของทุนนิยม ที่กำ�ลังครอบงำ�จิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่ เรียนกว่ามนุษย์ ท้องฟ้ายามนี้มีแสงนวลจากดวงจันทร์และเหล่าละอองดาวที่ ระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้ากว้าง...นานเท่าใดแล้วที่ผมไม่พบเจอกับสิ่ง ที่พรางพราวสวยงามเช่นนี้...ชีวิตที่ถูกกุมขังไว้ในโลกสี่เหลี่ยมแคบ ๆ มานาน ภายในเต็มไปด้วยหมอกควันมายาคติจนผมมองไม่เห็น สิ่งสวยงาม ดั่งท้องฟ้าในค่ำ�คืนนี้ ภาพที่อยู่เบื้องหน้าผม คงกำ�ลัง บอกบางอย่างกับผม “มนุษย์เรานั้นควรจะออกมาเห็นเดือนเห็นดาว สัมผัสสำ�พันธ์กับธรรมชาติบ้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นจะได้บอกกับเราว่า เราชั่งเล็กน้อยเพียงใด ไม่งั้นเราคงถูกมายาคติครอบงำ�จนคิดว่าตัว เองคือจุดศูนย์กลางของสรรพสิ่งไปทุกที ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจเดินออกมาจากห้องแคบ ๆ นั้น ชีวิตผม จะได้พบเจอกับโลกที่สวยงามเชกเช่นคืนนี้หรือไม่....ทั้ง ๆ ที่ผืนดิน ที่ผมยืนอยู่วันนั้นก็เป็นโ,กใบเดียวกับวันนี้ แต่มันช่างด่างกันเหลือ เกิน...ผมยังคงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำ�ให้โลกใบนั้นกับโลกใบนี้ ที่ผม สัมผัสอยู่มันต่างกันเพราะเหตุใดแน่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่า ความเจริญ หรือเป็นเพราะมนุษย์ได้ค้นพบวงโคจรใหม่ของระบบ สุริยะว่า ดวงอาทิตย์และเหล่าดาวเคราะห์ได้เปลี่ยนการโคจรมา หมุนรอบมนุษย์ไปเสียแล้ว...ภาพของดวงดาวบนเวิ้งฟ้าและเสียง คลื่นที่คอยกล่อมกับสายลมที่โอบกอดร่างกายองผมไว้ในยามนี้ ยัง คงดำ�เนินไปอย่างช้า ๆ ผมนึกขอบคุณผู้สร้างโลกใบนี้ที่ทรงสร้าง มันขึ้นมาด้วยความรักที่งดงามและทำ�ให้สิ่งมีชีวิตอย่างผมตระหนัก ถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ผมยังคงเชื่อว่าวันหนึ่งผมจะหลุดพ้น จากโซ่ตรวนแห่งมายาคติและคงได้พบเจอกับอิสรภาพ และผมยังคง ตามหาอิสรภาพที่หายไป....


อิสรภาพที่หายไป taxt : นายผักเขียว Illustration : Pk Mayvvalee

ISSUE 001 / 71


คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเช้ากระทั่งเข้า นอนอีกครั้ง เวลาคือตัวแปลของทุกสิ่งอย่างในชีวิตประจำ�วัน แต่ น่าแปลกที่เรากลับหลงลืมมันเสมอทั้งๆที่เวลานั้นได้เก็บกักอดีต มากมายร่วมไปถึงความทรงจำ�ที่ทั้งดีทั้งร้ายของเราไว้ หลายครั้งที่ เราเคยนึกย้อนไปถึงวันวานเหล่านั้น มันอาจทำ�ให้เรายิ้มด้วยความ สุข แต่หลายครั้งที่เราอยากจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขบางสิ่งให้ดีขึ้น หากแต่เมื่อรู้ตัวมันก็สายเกินกว่าจะแก้ไขเสียแล้ว เฉกเช่นเดียวกับ ชายผู้ร่ำ�ร้องถึงความหลังกับจักรยานคันเก่าที่เขาย้ำ�เตือนกับตนเอง เสมอว่า มันคือของขวัญล้ำ�ค่าและงดงามที่สุดในชีวิตเขา มันเป็นช่วงใกล้จะสิ้นปีของพุทธศักราช 2516 ถึงแม้เหตุการณ์เลว ร้ายเพิ่งจะผ่านพ้นไปได้ไม่นานนัก แต่ความสูญเสียและคราบน้ำ�ตา ยังคงมีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เสียงปืนที่กระหน่ำ�รัวรวมไปถึงเสียงร้อง ดังระงมยังคงดังกึกก้องอยู่ในความทรงจำ�ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ความอาลัยดูจะมีชัยเหนือวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ใครเล่าจะ สามารถลืมทุกอย่างที่เหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ไปได้ แต่สำ�หรับเด็กชายเอกภพวัย 10 ขวบ ปีใหม่ปีนี้ก็น่าตื่นเต้นเหมือ นทุกๆปีที่ผ่านมา เพราะมันไม่ใช่เพียงเทศกาลอันแสนสุข แต่ยังเป็น วันคล้ายวันเกิดที่เขารอคอยมาตลอดทั้งปีเช่นเดียวกัน เด็กน้อยรู้สึก ตื่น���ต้นเหลือเกินว่าเขาจะได้อะไรเป็นของขวัญในปีนี้ เย็นวันนั้นเขาอาบน้ำ�แต่งตัวเสียหล่อ แถมปะแป้งเสียจนหน้าขาว โดยที่มารดาไม่ต้องบังคับเหมือนทุกวัน ขายาวๆของเด็กชายที่เกือบ จะเข้าวัยรุ่นกระโดดหยองแหยงเข้ามาหามารดาในครัวอย่างอารมณ์ ดี และแล้วกลิ่นอาหารเย็นก็โชยมาแตะจมูกเข้าอย่างจัง ทำ�ให้ท้องที่ กำ�ลังขมวดเป็นเกลียวร่ำ�ร้องขึ้นมาทันที “โอ้โห้ วันนี้ลูกแม่อาบน้ำ�แต่งตัวเสียหล่อเชียวนะ” ประภาซึ่ง กำ�ลังทำ�กับข้าวอยู่หันมาแซวลูกชายตัวดีที่กำ�ลังยืนยิ้มแป้นให้เธอ “ผมหิวจังเลยครับ แม่ทำ�อะไรให้ผมกินบ้าง?” เด็กชายเอ่ยถาม มารดาด้วยเสียงออดอ้อนพลางเดินเข้ามากอดเอวคนเป็นแม่ไว้ มี หรือแม่ที่ไหนจะไม่ใจอ่อนกับลูกอ้อนแบบนี้ได้ “วันนี้มีแก้งส้มชะอมทอด น้ำ�พริกกระปิ ผักต้ม ปลาสวายทอด แล้วก็แกงเลียง ของชอบของเอกทั้งนั้นเลย” “โฮ้ หิวแล้วครับ กินได้แล้วหรือยัง?” “ยังไม่ได้ครับ ต้องรอพ่อกลับมาก่อน” เด็กชายหัวใจเบิกบานขึ้น มาทันทีเมื่อนึกถึงบิดา เพราะเขารู้ว่าการกลับมาของท่านนั้นหมาย ถึงขนมเค้กและของขวัญจะต้องมาถึงด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่ทันที่จะ นึกตื่นเต้น เสียงประตูหน้าบ้านเปิดก็ดังขึ้นเสียก่อน เอกภพทำ�ตาโตก่อนจะวิ่งแจ้นออกไปรับหน้าคาดหวังเหลือเกินว่าพ่อ จะหิ้วกล่องขนมเค้กและของขวัญกล่องโตมาด้วย เขาวิ่งจี๋ผ่านห้อง ห้องนั่งเล่นของครอบครัว ร่ำ�ๆอยากจะมีซักหกขาจะได้วิ่งเร็วขึ้น และเมื่อภาพของพ่อปรากฏตรงหน้า “พ่อครับ!!” เด็กชายตะโกนลั่นก่อนที่จะกระโดดเข้าสู่อ้อมกอดของ 72 / awake

magazine

เรื่อง : ดาวเหนือ Illustration : pk mayvvalee


บิดาซึ่งหันมารับลูกชายได้ทันจนกระเป๋าทำ�งานหล่นตุ๊บลงไปกับพื้น เหงื่อกาฬจากความเหน็ดเหนื่อยจับอยู่ตรงขมับ เสื้อเชิร์ตสีขาวชื้น หน่อยๆแต่ทุกครั้งที่เขาเห็นลูกชายความอ่อนล้าก็เลือนหายไปและ อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับเด็กน้อยซึ่งมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาสูบฉีดอยู่ ครึ่งหนึ่ง “แหม วันนี้อาบน้ำ�ปะแป้งเสียจนพ่อเกือบจำ�ไม่ได้เลยนะ” ยุทธนาเป็นอีกคนที่เห็นความผิดปกติของลูก เด็กชายยิ้มแป้น “ผมแต่งตัวหล่อมาเป่าเทียนวันเกิดไงครับ ไหนล่ะครับเค้กวันเกิด ผม?” ว่าจะไม่ถามแล้วเชียวแต่ก็อดใจไม่ได้เพราะความตื่นเต้นแท้ๆ แต่เมื่อสิ้นประโยคของลูกชาย รอยยิ้มของผู้เป็นพ่อก็เจื่อนลงไปทันที ยุทธนากล่าวเบาๆ “พ่อไม่มีเค้กวันเกิดมาให้เอกหรอกลูก” ครั้งนี้ เป็นรอยยิ้มของลูกชายที่เจื่อนไปบ้าง เขาก้มหน้าลงทำ�ท่าเหมือนจะ ร้องไห้ ยุทธนาได้แต่มองหน้าภรรยาที่ยื่นอยู่ด้านหลัง รู้สึกถึงความ ผิดหวังของลูกชายที่ลอยวนอยู่ในอากาศและกระทบใจเขาเข้าอย่าง จัง เขาจึงหันมากล่าวต่อ “จริงอยู่ที่พ่อไม่มีเค้กมาให้ แต่พ่อก็ยังมี ของขวัญให้เอกนะครับ” “จริงหรอครับ?” เด็กชายตาโตขึ้นมาอีก ครั้ง ส่งผลให้ผู้เป็นพ่อใจชื้นขึ้นมาเช่นกัน เขายิ้ม “จริงซิครับ แต่ต้อง หลับตาก่อนนะ” ยังไม่ทันขาดคำ�เด็กชายก็หลับตาทันทีพลางยิ้มแฉ่ง ยุทธนาค่อยๆพาลูกเดินไปช้าๆ ในขณะที่ใช้มือของตนปิดตาลูกชาย ไว้ กระทั่งเมื่อเท้าของทั้งสองข้ามผ่านธรณีประตูออกมา “พร้อมรึยังเอ่ย?” “พร้อมคร๊าบ” ลูกชายว่า และแล้วดวงตาของเด็กชายก็ไร้ซึ่งการ บดบัง แสงไฟสลัวหน้าบ้านส่องกระทบของขวัญชิ้นสำ�คัญซึ่งจอดนิ่ง อยู่อย่างสง่างาม เด็กน้อยถึงกับตะลึงก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปดูของขวัญ ของตน ปากร้องลั่น “จักรยาน!!” ใช่แล้ว มันคือรถจักรยาน Raleigh DL1 ปี 1965 สภาพ กลางเก่ากลางใหม่ของมันบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่เจ้าของคนแรก ยุทธนา ยิ้มอย่างมีความสุขกับภาพรอยยิ้มของลูกชาย ถึงแม้มันจะไม่ใช่ของ ใหม่และดูสูงกว่าตัวเด็กอายุ 10 ขวบไปเสียหน่อย แต่เขาก็ภูมิใจกับ ของขวัญที่เขาแลกมันมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย เขาเชื่อเป็นแน่ว่า จักรยานเก่าๆคันนี้แหละที่จะอยู่กับลูกชายของตนไปอีกนาน และแล้วกาลเวลาก็ขโมยความเป็นเด็กไปจากเด็กชายเอกภพ ใคร จะไปคิดว่าเด็กน้อยหัวโตแถมฟันก็ไม่ค่อยรักดีจะเติบโตขึ้นเป็นชาย หนุ่มผู้หล่อเหลาแถมเรียนกฎหมายเสียด้วย ในวันที่ฝนฟ้าตกหนัก ขณะที่ชายหนุ่มกำ�ลังจะกลับบ้านนั่นเอง “จิตรา กลับบ้านอย่างไงหรอ?” เอกภพตะโกนเรียกชื่อหญิงสาว หน้าตาคมคายที่ยืนหลบอยู่ใต้อาคารเรียน ในขณะที่ตัวเขาเองกำ�ลัง ค่อมอยู่บนจักรยานคันเก่งพร้อมกับถือร่มคันใหญ่ ทั้งคู่ไม่ได้สนิทกัน นักแต่ก็พอจะจำ�กันได้เพราะเรียนมัธยมมาด้วยกัน เมื่อหญิงสาวส่าย หน้าเขาจึงเอ่ยปากชวนเนื่องจากบ้านของจิตราอยู่ทางผ่านบ้านเขา พอดี “กลับกับเราไหม เดินไปกลางฝนคนเดียวมันอันตรายนะ” เอกภพ มองหญิงสาวที่ทำ�ท่าคิดพลางเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าอย่างชั่งใจ ISSUE 001 / 73


ครู่หนึ่งเธอก็ตัดสินใจพยักหน้าแล้ววิ่งมาซ้อนท้ายเขาพร้อมกับเสนอ ตัวถือร่มให้ และแล้วจุดเริ่มต้นก็นำ�ไปสู่บทสรุปอันแสนสุข ไม่มีใคร คิดจริงๆว่ารักแท้จะเกิดขึ้นในวันฝนตก งานแต่งงานแบบคริสเตียน ผ่านไปอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น เอกภพสร้างครอบครัวของตนเอง ขึ้นด้วยการย้ายไปอยู่ต่างที่ต่างทางพร้อมกับตำ�แหน่งงานใหม่รวมไป ถึงรถยนต์ที่มาสารถวิ่งฉิวโดยไม่ต้องเปลืองแรงปั่น ในที่สุดเมื่อเรา หลงลืมสิ่งเก่าๆ เวลาก็เข้ามามีบทบาทสำ�คัญอีกครั้งและครั้งนี้ดูจะมี ผลกับชีวิตของเอกภพมากมายทีเดียว จริงอยู่ที่เวลาเคยให้ความสุข แก่เขา หากพอเราเผลอมันกลับหักหลังเราเอาเสียได้ เวลาเคยทำ�ให้ เขาเรียนจบ เวลาเคยให้โอกาสเขาพบภรรยาและได้ลูกสาวตัวน้อยๆ แสนน่ารัก เวลาทำ�ให้เขามีหน้าที่การงานที่มั่นคงถึงแม้จะยุ่งจนไม่ได้ กลับมาดูแลคนรอบข้าง และเมื่อเราหลงลืมสิ่งสำ�คัญไป สุดท้ายเวลา ก็พรากสิ่งที่เขารักไปตลอดการ เอกภพเดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อเคารพศพของผู้เป็นพ่อด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่สามารถ กลับมาดูใจท่านได้ทัน มารดาของเขากำ�ลังนั่งร่ำ�ไห้อยู่ลำ�พังพลาง มองดูคู่ชีวิตของเธอเป็นครั้งสุดท้าย “แม่ครับ” เอกภพส่งเสียงเรียก หญิงชราที่ยังคงหลงเหลือเค้าโครงความงามเหมือนเมื่อยามแรกรุ่น หากแต่แก้มเหี่ยวย่นที่เปื้อนน้ำ�ตากลับทำ�ให้ชายหนุ่มสะท้อนใจเหลือ เกิน “เอก” ผู้เป็นแม่เรียกชื่อลูกชายเบาๆก่อนจะรับร่างใหญ่โตของเขา เข้าสู่อ้อมกอดพลางร่ำ�ไห้ไปด้วยกัน “แม่ครับ ผมคิดถึงแม่ ผมไม่คิดเลยว่าพ่อจะจากผมไปเร็วขนาดนี้” ผู้เป็นแม่ผละออกมาก่อนจะกล่าวกับลูกชายที่ท่านยังคงเห็นว่าเป็น เจ้าเด็กน้อยอายุ 10 ขวบ เสมอ “เร็วที่ไหนกัน พ่อของลูกเขาอายุ 82 แล้วนะ ลูกลืมไปหรือเปล่าว่า ตอนนี้ตัวเองอายุ 55 แล้ว” เอกภพผงะกับคำ�พูดของมารดาพลางก้ม ลงมองมือของตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ สิ่งที่เขาเห็นคือมือเหี่ยวย่น ของใครอีกคนซึ่งก็คือมือของเขาเอง เขารีบหันกลับไปมองดูภรรยา ของตนซึ่งตอนนี้เธอกำ�ลังมองเขาด้วยสายตาที่ผ่านโลกมากเช่นเดียว กับริ้วรอยบนใบหน้าที่เคยเต่งตึงงดงาม ถัดลงไปนั้นคือหญิงสาวซึ่ง มีเด็กหญิงตัวน้อยๆนั่งอยู่บนตักและมีผู้ชายแปลกหน้าอีกคนนั่งอยู่ เคียงข้างเธอด้วย นี่เขาลืมไปแล้วหรือว่ารอบข้างเปลี่ยนแปลงไปเร็ว เพียงใด เอกภพกลับมาได้สติอีกครั้ง���่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาหลงลืม ถูกกลืนหายไปเกือบจะหมดสิ้นแล้ว เขาหันกลับมองหน้ามารดาอีก ครั้ง “แม่ครับ จักรยานของผมยังอยู่ไหม?” มือเหี่ยวย่นเปิดโรงรถในบ้านหลังเล็กๆที่เขาเติบโตมาอย่างแผ่วเบา สิ่งที่รับรู้มีเพียงภาพวันเก่าๆที่เมื่อย้อนคิดถึงก็ยัคงมีความสุขทุกครั้ง ไป และนั่น รถจักรยานคันเก่าที่บิดาซื้อให้กับเขาเป็นของขวัญวันเกิด ปีที่สิบ มันยังคงเหมือนตอนที่เขาเห็นมันครั้งแรกไม่มีผิด เสียงของ มารดาดังขึ้นในจิตสำ�นึกทันที “ยังอยู่ซิลูก ยังอยู่ดีมากๆเลยหละ พ่อของลูกดูแลมันทุกวันจน 74 /

awake magazine

กระทั่งเช้าวันที่เขาเสีย ท่านตื่นขึ้นมาแต่เช้า เปิดเพลงที่ชอบแล้ว ก็เอาผ้ามาเช็ดๆถูๆ จักรยานคันนั้นเหมือนที่เคยทำ�ทุกวัน และดู เหมือนท่านจะมีความสุขกว่าทุกครั้งที่แม่เคยเห็นมา พ่อของลูกยัง บอกแม่ว่า “ต้องเช็ดให้สะอาดเพราะเดี๋ยวลูกกำ�ลังจะกลับมา” ใคร จะไปรู้ว่านั่นคือลาง ช่วงสายท่านกลับเข้าไปนอนบนโซฟาแล้วก็ไม่ ตื่นขึ้นมาอีกเลย” น้ำ�ตาของคนเป็นลูกหลั่งรินออกมาอย่างไม่อายพลางใช้มือแตะ จักรยานคันเก่าที่เขาหลงลืมมันไปนานแล้ว จักรยานของพ่อคันนี้ แหละที่อยู่กับเขามาครึ่งชีวิต มันทำ�ให้เขาเรียนจบ มันทำ�ให้เขาได้ ภรรยา มันทำ�ให้เขาได้งาน และมันก็ทำ�ให้เขารู้ว่าพ่อรักเขามากแค่ ไหน เอกภพพรึมพรำ�เบาๆ “พ่อครับ ผมขอโทษที่หลงลืมพ่อไป ผมขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับพ่อใน วันที่พ่อต้องการผม แต่พ่อครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้พ่อรู้ก็คือ พ่อ จะอยู่ในใจของผมตลอดไป ผมรักพ่อนะครับ” ถ้อยคำ�อาจจะหลุด ลอยและหายไปตามสายลมแต่มันจะดังกึกก้องอยู่ในสำ�นึกของวัน เวลาตลอดไป วันเวลาและภาพเลือนลางเก่าๆย้อนกลับมาอีกครั้ง เมื่อจักรยานคันเก่งถูกนำ�ออกมาโลดแล่นอยู่บนถนนสายเดิม บ้าน หลังเดิมๆยังคงอยู่ ณ ที่ทางของมัน ต้นไม้ที่เมื่อก่อนสูงเพียงไม่กี่ ศอกตอนนี้กลับเติบใหญ่เป็นร่มเงาให้แก่ทุกอย่างรอบข้าง ขาที่เคย แข็งแรงของเอกภพกำ�ลังปั่นจักรยานคันเก่งของเขาด้วยรอยยิ้มแห่ง ความสุขที่หลงลืมไปเนินนาน เส้นผมสีขาวที่เคยดำ�ขลับพริ้มไปตาม สายลมที่กำ�ลังปะทะใบหน้า มือเหี่ยวย่นซึ่งเคยเต่งตึงยังคงกำ�แฮนด์ ไว้แน่นราวกับหนุ่มๆ แต่สิ่งที่ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือสายตาของ เด็กชายเอกภพวัยสิบขวบที่ได้มองโลกกว้างอย่างตื่นเต้นไปพร้อมกับ จักรยานคู่ใจ เขาสำ�นึกว่าหนึ่งสิ่งสำ�คัญที่เวลาไม่อาจช่วงชิงไปจาก เขานั่นก็คือ ความรักซึ่งยังคงยืนยงข้ามผ่านวันเวลามานานแสนนาน และมันจะคงอยู่ตลออดไปดุจดังจักรยานของพ่อคันนี้นี่เอง...


ISSUE 001 / 75



Issue 001 awake magazine