Issuu on Google+

โตฆิณ นักลานรกแตก [เรื่องสั้น]


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 1   

ทามกลางแสงจันทรที่สาดสองในยามราตรี สายลมหนาวพัดโบกความโหยหาและอางวางมาสูเด็กหนุมคนหนึ่งที่ยืน อยูเหนือผิวน้ําอันนิ่งสงบบนสะพานขามคลองที่สูงขึ้นไปหลายรอยเมตร ดวงตาสีมวงเขมสะทอนฉายแววของความเปลา เปลี่ยวออกมาอยางนาเห็นใจขณะที่เขากําลังมองลงไปยังผูคนที่ชุกชุมอยูริมฝงแมน้ําเบื้องลาง "วันนี้เปนวันลอยกระทงแลวสินะ" ชายหนุมครุนคิดเงียบๆเพียงลําพัง "ก็แปลวาเราไมไดเจอกันมาเปน 10 เดือนแลว ปานนี้เธอจะอยูที่ไหนกันนะ เธอจะลําบากบางหรือเปลา แลวนี่ชั้นยังตองรออีกนานแคไหนกันนะ ถึงจะตามไปหาเธอไดซัก ที..." สายธารความคิดอันเศราสรอยของเขาไหลเอื่อยไปตามหยาดน้ําตาที่อาบอยูบนใบหนาขาวผองอันแสนออนแรงขณะที่ เขากําลังจับจองไปยังผิวน้ําดําสนิทเบื้องลาง เมื่อ 10 เดือนกอนไดมีเหตุการณบางอยางเกิดขึ้นกับเด็กหนุมนัยนตาสีมวงคนนี้ มันเปนเหตุการณที่เรียกไดวา 'เรื่อง ทั่วไป' ของคนวัยหนุมแรกรุนที่จะตองมีความรัก แตมันกลับไมใช 'เรื่องทั่วไป' ของมนุษยนักสําหรับผลกระทบตอชีวิตของ เขาที่ตามมา "อริญ..." เสียงพึมพําเบาๆลอยลอดออกมาจากปากเด็กหนุมที่นั่งอยูในรานบัวลอยไขหวานขณะที่กําลังมองชื่อลูก สาวเจาของรานที่ปกอยูบนชุดนักเรียน "นี่คะ บัวลอยไขหวาน..." เด็กสาวกลาวเสียงใสพลางยกถวยขนมมาวางไวบนโตะ "ออ ขอบคุณครับ" เขากลาวกับเธอตามมารยาท กอนจะถามตอวา "เรียนที่โรงเรียนวิทยภาคารหรอครับ?" "เอ ชะ..ใชคะ มีอะไรหรือเปลาคะ?" อริญถามกลับดวยความสงสัย "เปลาหรอกครับ พอดีผมมีคนรูจักที่นั่นนะ เขาก็อยูม.ตนนะครับ" เด็กชายตอบดวยรอยยิ้มขี้เลนตามนิสัยของเขา ที่ เขารูวาอริญเปนเด็กม.ตนก็เพราะชุดนักเรียนของเธอมีคอซอง ซึ่งเด็กม.ปลายจะไมมีนั่นเอง "ม.3นะ" "ชั้นก็ม.3คะ เพื่อนคุณนี่ชื่ออะไรหรอคะ?" "มนิสาครับ" "ยัยนิดนี่เอง ชั้นเปนเพื่อนสนิทของเคาเลยละคะ" เธอกลาวออกมาดวยความดีใจ กอนจะยื่นมือขวาออกมาขางหนา "ชั้นชื่อพิญคะ ยินดีที่ไดรูจัก" "ผม.. โตฆิณ เปนเพื่อนแถวบานของเธอนะครับ ยินดีเชนกัน" เด็กชายตอบพลางเอื้อมไปจับมือแทนการทักทาย ที่ จริงเขาไมคอยคุนกับธรรมเนียมฝรั่งนักหรอก แตสําหรับการทักทายในวัยใกลเคียงกันแลว การไหวแบบไทยดูจะเปนอะไร ที่เปนพิธีการมากเกินไปหนอย โตฆิณเปนเด็กชายรูปรางผอมบาง ซึ่งเอาเขาจริงแลวก็นับวาตัวเล็กมากที่จะเปนผูชาย บวกเขากับใบหนาที่ดูหวาน แลวยังผิวพรรณที่ทั้งขาวผองทั้งนวลนุม จึงยิ่งทําใหชายคนนี้ดูละมายคลายเพศตางเขาไปใหญ และก็ดวยเหตุนี้ ทําใหนาย โตฆิณ เด็กม.4แหงโรงเรียนวัดธรรมมุนาทร ยังครองตําแหนงโสดตลอดกาล อีกเหตุผลหนึ่งที่โตฆิณยังไมมีแฟนก็คือเพราะเขาเปนเด็กวัด ซึ่งอันที่จริงมันไมไดเกี่ยวกับการหยอกลอดูถูกกัน หรอก แมวาการเปนเด็กวัดแลวไดออกไปบิณฑบาตกับหลวงพี่ทุกเชาทําใหเขาไดพบกับชาวบานมากมาย และแนนอนวา มนิสาก็เปนหนึ่งในชาวบานที่เขาพบ แตก็เพราะการกินนอนอยูในวัดทําใหเรื่องแวะเวียนมาหาหรือนัดพบกันเปนเรื่องที่ดู ไมเหมาะสมที่จะทํา โตฆิณมีเพื่อนที่เปนเด็กวัดดวยกันอยูหลายคน ซึ่งถานับที่สนิทจริงๆแลวละก็... ไมมีเลยซักคนเดียว "เฮย ไอฆิณ ไปไหนมาวะ" เสียงรองทักดังขึ้นระหวางที่ฆิณกําลังเดินกลับไปที่หองของเขาในกุฏิวัด ที่จริงมันฟงดู ไมคอยเปนมิตรเทาไหร แตฆิณก็เคยชินกับการถูกเรียกแบบนี้เปนประจําอยูแลวละ "รานบัวลอยหนาปากซอยนะ" เด็กชายหันมาตอบแบบขอไปทีกอนจะวางทาเมินเฉยใส "ไมมีไรงั้นขาไปกอน นะเบิ้ม" "เดี๋ยวสิฟะ" เบิ้มออกปากหาม "เห็นมีคนเขาวาเมื่อเชาเอ็งไดช็อคโกแลตวาเลนไทนมาดวยนี่หวา จากใครวะ" "ก็แคเพื่อนที่โรงเรียนนะ ไมมีอะไรมากหรอก" เขาหันไปตอบอีกครั้ง

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 2   

"จริง-หรอ-วะ" เพื่อนตัวโตของเขาพูดเปนคําๆอยางหาเรื่อง พรอมกับใชใบหนาที่เต็มไปดวยชั้นไขมันขมขูเด็กหนุม โดยอาศัยอิทธิพลจากรูปรางที่อวนฉุราวกับชางสานสองเทาผนวกเพิ่มดวยกลิ่นตัวที่เหม็นอับดั่งซากเนาคางป เขาถลึงตาคู เล็กๆสีดําสนิทจองมาที่โตฆิณอยางโกรธแคน "ใคร-ให-แก-มา !!" "เอาไวคุยกันทีหลังนะ วันนี้ขามีเรื่องตองทํา" เด็กชายหาทางเลี่ยงหลบออกมาไดทันกอนที่จะถูกรุมกระทืบ แมจะมี เสียงตะโกนกนดาเขาตามหลังมาอีกพักใหญก็ตาม เมื่อพนจากการคุกคามของเด็กวัดจอมเบงมาไดแลว โตฆิณก็เลือกที่จะเขาไปนอนอยูในหองของตัวเองเงียบๆคน เดียว จากนั้นก็เอื้อมไปหยิบเอากลองกระดาษสีชมพูออนที่เขาเก็บเอาไวในหองตั้งแตเชาออกมาเปดดู หนากลองมีการดเขียนคําอวยพรเปนภาษาอังกฤษสั้นๆวา 'Happy Valentine's Day' แปะอยู สวนภายในกลองก็ เปนช็อคโกแลตรูปหัวใจทั้งหมด 5 ชิ้น แตละชิ้นมีขอความเปนรอยแมพิมพขนมที่เขียนคําวา 'Love' เอาไว โตฆิณหยิบช็อค โกแลตขึ้นมาลองชิมดูชิ้นหนึ่ง กอนจะยิ้มออกมานอยๆใหกับความอรอยของมัน คนที่ใหช็อคโกแลตกลองนี้แกเขามาเปนเด็กผูหญิงหนาตาดีคนหนึ่งที่เรียนอยูหองขางๆเขา เธอเพิ่งเขามาเรียน ม.ปลายที่โรงเรียนนี้เปนปแรก และเธอก็แทบจะไมเคยคุยกับเขาเลยซักครั้งจนกระทั่งเมื่อไมนานมานี้เอง ตอนแรกเขาก็ สงสัยอยูวาเพราะอะไรเธอจึงไมคุยดวย เนื่องจากโตฆิณเองก็เจอกับเธอทุกเชาเวลาตามหลวงพี่ไปบิณฑบาต จึงไมนาจะ เปนไปไดที่เธอจะไมคุนหนาเขาบาง เพื่อนๆในชั้นเรียนเคยเลากันวาเธอเปนคนที่เรียนเกงมากคนหนึ่งในระดับชั้น แนนอน วาเธอตองอยูหองคิงซึ่งเปนหองที่ผลการเรียนดีที่สุดในระดับชั้น สวนโตฆิณเองไดอยูในหองที่รองลงมา เขายังจําจากคํา พูดคุยของพวกเพื่อนๆไดอีกวาเธอชื่อ... มายา "แอบชอบเราจริงๆรึเปลานะ" เขาคิดอยูแตแบบนี้ตั้งแตไดรับกลองใบนั้นมา เด็กชายยังคงไมแนใจ เขาคิดวานี่อาจจะ เปนการกลั่นแกลง หรือเขาอาจถูกใชเปนเครื่องมือของใครซักคนก็ได เพราะตั้งแตเกิดมาก็ยังไมเคยจะมีเรื่องแบบนี้ขึ้นซัก ครั้ง ถึงแมเขาจะไมใชคนที่หนาตาแยอะไร แตมันก็นาสงสัยเกินไป "ฆิณเอย!" เสียงชายชราคนหนึ่งตะโกนเรียกเขาจากหนาบาน เด็กหนุมยันตัวลุกขึ้นไปเปดประตูแลวก็ไดเห็นลุง มัคทายกยืนคอยอยูกับเหลาคณะกรรมการในวัดกวาสิบคน "เย็นนี้จะมีฉายหนังกลางแปลงที่วัด เอ็งอยูวางๆก็วานไปชวย พวกลุงจัดของหนอยไดหรือเปลา" "ไดสิครับ" โตฆิณตอบดวยรอยยิ้มไมตรี นับตั้งแตบาย 3 โมงของวันนั้น เด็กชายใชเวลาทั้งหมดไปกับการยกฉากและตระเตรียมเครื่องฉาย งานทั้งหมดเสร็จ สิ้นลงในเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ซึ่งนับวาเร็วกวาที่เขาคาดไว "อีกประมาณ 3 ชั่วโมงกวาหนังจะฉาย ไปอาบน้ําอาบทากอนก็ไดนะ วันนี้ลุงขอบใจมาก" ลุงมัคทายกกลาวพรอม กับตบที่บาเบาๆกอนจะเดินไปอีกทางเพื่อคอยดูแลทีมฉายหน���งที่กําลังทํางานอยูตอ ฆิณตัดสินใจจะไปอาบน้ําตามที่ลุงบอก เพราะเหงื่อที่ชุมโชกไปทั่วทําใหเขารูสึกไมสบายตัวซักเทาไหร จากนั้นก็ ออกมาทานอาหารเย็นที่ศาลาของหลวงพอเหมือนที่ทําอยูเปนประจํา แตมื้อเย็นของเขาสําหรับวันนี้แลว... มันกลับตาง ออกไปหนอย "ฆิณ!" เสียงใสๆรองเรียกเขาขึ้นจากในศาลา เปนเสียงที่เด็กหนุมจําไดดีแมจะไมไดตั้งใจจดจํา เสียงของมายา นั่นเอง "เธอมาทําอะไรที่นี่หรอ?" ฆิณถามดวยความสงสัย มายาดูเปนเด็กสาวตามสมัยนิยมทั่วไป เธอจึงดูแปลกมากที่จะมา เขาวัดทําบุญ แมชุดกระโปรงของเธอจะดูไมเปนปญหาเทาไหรในเรื่องความไมเหมาะสมในวัด เพราะเธอเองก็มี ความสามารถในการปรับตัวใหเขากับกาลเทศะอยูพอสมควร ซึ่งโตฆิณก็คิดวา เธอควรจะใชความสามารถนี้กับทรงผมของ เธอบาง "นี่! เธอจะมองผมชั้นไปถึงไหนนะ!" เด็กสาวดุใสเมื่อเห็นวาโตฆิณไมไดฟงสิ่งที่เธอพูดอยูเลย

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 3   

"เออ.. ขอโทษๆ" ชายหนุมกลาวกอนจะละสายตาจากผมหลอดแบบลูกคุณหนูคนรวยของมายา แมมันจะดูไมเขากับ สถานที่อยางวัดวาอาราม แตมันก็ดูเขากันดีกับใบหนาของเธอที่กลมเปนลูกชิ้น เธอเปนลูกเชื้อสายจีน จึงมีตาแบบอาหมวยสี น้ําตาลออนๆกับแกมปองๆอยูบนใบหนา แลวองคประกอบหลายๆอยางนี้ก็ทําใหเธอคอนขางเปนที่สนใจในโรงเรียนดวย เชนกัน "ชั้นเอาขาวมาฝากนะ" มายายื่นกลองขาวใหเขาดวยรอยยิ้มใจดี เด็กชายจึงรับมันมาอยางเลี่ยงไมได ภายในเปนขาว ผัดอเมริกันที่ถูกจัดมาอยางประณีต "ชั้นทําเองเลยแหละ" "ขอบใจนะ" เขาบอก "เออ... เย็นนี้มีฉายหนังกลางแปลงที่หนาวัดนะ เธอจะมาดูดวยกันไหม" "นึกวาจะไมชวนซะแลว มาสิ" เธอตอบแทบจะในทันที ฆิณจึงไดแตยิ้มตอบกลับไปกอนจะเริ่มลงมือทานขาวกลอง ที่หญิงสาวเอามาให "งั้นชั้นกลับบานกอนนะ เจอกันตอนหัวค่ํา" "อื้ม ขอบใจอีกทีนะเรื่องขาวผัด" "ไมเปนไรจะ" เธอบอกพรอมรอยยิ้มอีกครั้งแลวโบกมือเพื่อเปนการลา แตเพียงแคหันหลังเทานั้นก็ดันมีเรื่องไมคอย ดีเกิดขึ้นมาซะกอน "จะรีบไปไหนละ!" เบิ้ม เพื่อนเด็กวัดตัวโตของฆิณกําลังยืนขวางหนามายาเอาไวดวยทาทางหาเรื่อง และคราวนี้เขาก็ มากับลูกนองอีกราว 4-5 คนซึ่งเปนเด็กในวัดเชนเดียวกัน "วาไง เพื่อนตัวดี" "มีอะไรอีกละ" ฆิณถามกลับพลันเดินมายืนอยูตรงหนาบางเพื่อกันมายาไวดานหลัง แตตัวเล็กๆของเขาก็ถูกเงาของ เบิ้มทาบทับลงสนิท รอยยิ้มกอกวนปรากฏขึ้นที่ริมฝปากของเบิ้มอยางเยยหยัน กอนที่เขาจะเริ่มทําสิ่งที่คิดเอาไว "สวัสดีมายา~" เบิ้มพูดพลางลากเสียงยาวๆเปนการยียวน "มาทําอะไรที่นี่ละ หรือวามาหาเจาหมอนี่" "ไมเกี่ยวกับนายแลวกัน เบิ้ม" มายาตอบเสียงกราว เธอเองก็รูจักกับเบิ้มเพราะเบิ้มเองก็เรียนโรงเรียนวัดธรรมมุนาทร ดวยเชนกัน "แหมๆ ใจรายจังนะ เอะ อยาบอกนะวาเธอเปนคนที่ใหช็อคโกแลตกับไอฆิณมันนะ" เบิ้มยังคงกวนตอไป น้ําเสียง ของเขานั้นฟองไดชัดเจนวาเขารูเรื่องนี้อยูแลว "ก็ถาใชแลวมันจะทําไมกัน" "ก็แคจะบอกวา... มันอยูนี่..." เบิ้มบอกพรอมกับชูกลองช็อคโกแลตของเด็กหนุมขึ้นมาในมือ "ไอเบิ้ม นี่เอ็งเขาไปคนหองขาเหรอ!!" ฆิณคํารามดวยโทสะปะทุ "เอาคืนมาใหขา!!" "อยากไดเรอะ เฮอะ! ก็ลองมาเอาดูสิวะ!!" เบิ้มตะคอกกลับอยางสะใจกอนที่จะถอยไปดานหลังเพื่อใหเพื่อนคนอื่น เปนฝายขึ้นมารับมือกับชายหนุมกอน ซึ่งเพื่อนผูแสนดีของเบิ้มเองก็ชางรูหนาที่ดีเหลือเกิน โตฆิณฝากขาวกลองไวกับมายากอนที่จะเริ่มเปดฉากปะทะกันดวยมือเปลา ลูกนองของเบิ้มเปนฝายเปดกอนดวย หมัดขวาที่พุงเขามาเต็มแรง แนนอนวาหมัดแรกฆิณจะตองหลบได แตกระนั้นก็ยังไมพนวิถีของหมัดตอมาจากเพื่อนฝาย เบิ้มอีกคน "อุก!" ชายหนุมรองขึ้นเบาๆดวยแรงหมัดที่กระทบเขาขางแกมจนทําใหหนาของเขาสะบัดไปตามแนวมือ แตไมนาน เขาก็ตั้งสติกลับมาทัน รวดเร็วเพียงพอที่จะหลบการโจมตีที่โหมกระหน่ําเขามาอยางตอเนื่องราวๆ 30 วินาทีตอจากนั้นได ทั้งหมด ถึงอยางนั้น ความชุลมุนที่เกิดขึ้นก็ยังทําใหเขาหาจังหวะออกอาวุธบางไมได "เปนอะไรไปเลาไอฆิณ ฮาๆๆ" เสียงหัวเราะราอยางสะใจพุงพลานออกมาจากปากของเจาเบิ้มเด็กวัดขาใหญไมหยุด "ฆิณ!!" มายาตะโกนเรียกชื่อเด็กหนุมเปนระยะดวยความเปนหวงและเสียวไส ระคนดวยเสียงกรี๊ดที่แหลมสูงตาม ประสาเด็กสาว "อาย~~~~~!!"

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 4   

ฆิณยังคงโยกตัวหลบการโจมตีไปเรื่อยๆพลางหาโอกาสที่จะสวนกลับ เขาเองแมจะไมไดเกงกาจอะไรในเรื่องการ ชกตอย แตเขาก็พอมีความไวกับเชิงมวยอยูบางจึงยังไมตื่นตระหนกกับการชกหรือเตะทีระดมกันเขามาไมหยุด มีครั้งหนึ่ง หรือสองครั้งที่เขาหลบไมพนและถูกอัดเขาไปบาง และนั่นก็ทําใหมายารองเสียงหลงราวกับจะขาดใจ "เบี่ยงซาย ปดขวา กมหลบ ..." เด็กชายคิดภาพการเคลื่อนไหวที่เขาตองทําอยูในใจ กอนจะคอยๆทําตามทีละอยางๆ และแลวโอกาสพลิกกลับก็มาถึง เขาเฝาสังเกตมาตลอดการตอสูวาลูกนองของเบิ้มคนใดจะออนแรงกอนคนอื่นๆ ซึ่งก็มีอยูคนหนึ่งที่รูปรางอวนทวน สมบูรณแตก็ตัวเตี้ยกวาโตฆิณอยูเล็กนอย คนอวนมักจะเหนื่อยลาไดงายกวาเปนธรรมดา ดังนั้นเมื่อเสียงหอบและหยาด เหงื่อของเขาเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โอกาสของโตฆิณก็มาถึง "ยาก~~!!" เสียงของเด็กคนนั้นตะโกนเพื่อเรียกกําลังออกมาขณะที่เงื้อหมัดขึ้นเล็งชกที่หางตาขางซายของโตฆิณ แต ทวาหมัดนั้นก็สัมผัสไดเพียงลมเปลาเพราะเด็กชายเอี้ยวตัวหลบไดทัน จากนั้นก็ตามมาดวยเสียงรองผวาเมื่อฆิณใชแรงที่เขา โถมหมัดเขามาสงใหตัวของเขาเองลอยกระเด็นไปกระแทกกับพื้นดานหลังในทาหนาคว่ําคะมํา "เหวอ~~~ อั้ก!!" ฆิณไมปลอยใหโอกาสหลุดลอยไป ในขณะที่คนอื่นๆกําลังตกใจกับการเปดฉากรุกของเขา เด็กชายรีบฉกฉวย โอกาสพุงเขาไปตะบันหมัดขวาเขาที่เชิงกรามของอีกฝายคนหนึ่งเต็มแรง แนนอนวาเด็กคนนั้นตองถึงกับลมลงไปดวยแรง สงจากกําปนของเขา แตนั่นไมใชสิ่งที่โตฆิณจะสนใจ เขากําลังพุงทะยานเขาประชิดเปาหมายรายที่ 3 อยางรวดเร็วพลางเงื้อ หมัดซายอันเปนอาวุธชิ้นตอไปของเขาออกมา ดวยระยะเวลาที่มีจํากัดทําใหพวกของเบิ้มจะตกใจอยูไดไมนานเทานั้น เขาจึง อยากจะใชชวงเวลาสั้นๆนี้ใหเกิดผลไดมากที่สุด "ปก!" เสียงหมัดของฆิณกระแทกเขาเบาๆกับฝามือของผูที่เด็กชายมองไววาเปนเหยื่อ หมัดของเขาถูกหยุดเอาไว กอนที่มันจะเขาปะทะกับโหนกแกมของผูถูกจูโจม ระยะเวลาที่เขามีอยูนั้นสั้นเกินไปสําหรับการโจมตีครั้งนี้เสียแลว "คิดวาจะทําอะไรขาไดเรอะไง" เด็กคนนั้นพูดพลางบีบหมัดของฆิณที่อยูในมือใหแนนขึ้นอีก แตเขาก็ตองสงสัยของ ใจกับแววตาของฆิณที่ยังคงเต็มไปดวยความมั่นใจ กอนที่ขอสงสัยจะกระจางชัดมาทางรางกายของต���วเขาเอง ฆิณคาดการณไวลวงหนาแลววาหมัดของเขาอาจจะถูกหยุดได เขาจึงปลอยหมัดครั้งนี้ไมเต็มแรงเพื่อใชเปนหมัด หลอก กอนจะตามติดมาดวยเขาขวาที่พุงขึ้นกระแทกเขากับลิ้นปของเหยื่อคนนั้นอยางเต็มรัก สงใหเพื่อนผูซื่อสัตยคนที่ 3 ของเบิ้มตองรวงลงไปนอนกับพื้นไปอีกคน "ไอฆิณ เอ็ง!!" เสียงเรียกอยางเจ็บแคนดังมาจากทางดานหลังของเขา มันเปนเสียงของเด็กคนที่ถูกหมัดที่สองของ โตฆิณเลือดสีแดงฉานไหลอาบมุมปากดายซายเปนหลักฐานชี้ชัดถึงน้ําหนักของหมัด แตก็ยังไมพอที่จะทําใหสงบลงไปใน หมัดเดียว "พวกเอ็งสองคน จับมันไว!!" เขาชี้นิ้วออกคําสั่ง ฆิณไมทันไดสังเกตวาพรรคพวกของเบิ้มอีก 2 คนไดแอบลอบเขามาประชิดตัวเขาทางดานหลัง จึงไมทันไดมี โอกาสหนีออกมากอน แขนของเขาทั้งสองขางถูกจับล็อกเขากับลําตัวดวยแรงยึดของคนหนึ่งคนตอแขนหนึ่งขางทําใหเขา ไมสามารถดิ้นหลุดออกมาได สถานการณพลิกกลับอีกครั้งแลว "แสบนักนะเอ็ง" เด็กคนที่เพิ่งถูกเขาชกเลือดกบปากคนนั้นกลาวขึ้นพลางสาวเทาเขามาใกลเขาดวยอากัปอาการหา เรื่อง กอนจะเงื้อกําปนขึ้นงางสุดกําลังแขน "เฮย" ฆิณสงเสียงทักเบาๆใหพอไดยินเพียงลมแผวๆคลายเสียงกระซิบ ทําใหหมัดที่กําลังเกร็งแนนยังคงถูกยกคาง ไวอยูอยางนั้น "สีขางเปดโลงเลยวะ" เด็กชายสงคําเตือนออกมาใหในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่ลําแขงขางซายของเขาจะพุง แหวกอากาศขึ้นไปกระแทกเขากับซี่โครงดานขวาที่ไรซึ่งการปองกัน เสียงกระดูกรองลั่นเปนสัญญาณบงชี้ชัดวาการโจมตี ครั้งนี้สงผลใหกระดูกบางสวนหักไปเรียบรอยแลว แนนอนวาเพื่อนผูโชครายคนนี้ตองทรุดลงไปกองกับพื้นดวยความ เจ็บปวดในทันที

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 5   

การตอสูฉากสุดทายเกิดขึ้นอยางรวดเร็วราวกระสุนปนพุงเมื่อเพื่อนที่เหลืออีก 2 คนซึ่งล็อคแขนเขาอยูในตอนแรก ถูกเด็กชายออกแรงกระแทกใหหลุดออกไป ทั้งคูรูสึกวาถาแยกกันบุกเขาไปก็คงไมพนตองเจ็บตัวกันฟรีๆพวกเขาเลย ตัดสินใจวิ่งถลาเขามาพรอมๆกัน โตฆิณจึงใชแผนที่คิดขึ้นเฉพาะหนาโดยเริ่มจากการวิ่งหนีไปอีกทางเพื่อรวบทั้งสองคนให วิ่งเขามาหาเขาในแนวเดียว กอนจะลดความเร็วลงใหทั้งสองเขามาใกล แลวก็ใชแขนซายเหวี่ยงเขาที่ระยะใบหนาของทั้ง สองคนเสียงดัง "พลั่ก!!" "เอาคืนมาใหขา!!" โตฆิณประกาศเสียงกราวระหวางยางสามขุมเขาไปหาเบิ้ม เด็กชายเห็นเบิ้มชักเทาถอยหลังไป เล็กนอยดวยความตกใจ ซึ่งนั่นหมายความวาเขาเขยาขวัญเพื่อนคนนี้ไดไมนอยเลย แตถึงกระนั้น เจาเบิ้มตัวแสบก็ยังคง วางมาดขรึมตะคอกกลับไป ถึงแมจะดวยคําพูดที่ฟงดูสิ้นคิดไปหนอย "ขาไมให!!" "เอ็งแนใจนะเบิ้ม" ฆิณพูดขึ้นอยางเหี้ยมเกรียมพลางสงสายตาและทาทางแสดงอาการขมขู "นี่มันเรื่องอะไรกัน..." เสียงพูดเบาๆอยางแหบพราของชายชราดังขึ้นเรียกความสนใจจากทุกสายตาที่อยูในอาณา บริเวณ ชายเจาของเสียงเปนผูดํารงตนอยูในผาไตรสีเหลืองทองอราม บนศีรษะนั้นลานเลี่ยนไรเสนผมแสดงถึงการละสิ้นซึ่ง กิเลศทั้งปวง "หลวงพอ.." ฆิณเอยเบาๆกอนจะยะมือขึ้นประนมไหววันทา คนที่เหลือจึงคอยๆทําตาม "ไอฆิณมันชกพวกผมครับหลวงพอ" เบิ้มรีบฉกฉวยโอกาสพูดขึ้นกอนทันที "ไอขี้ฟอง!!" มายาตะโกนตอวา "ไมใชนะครับหลวงพอ คือ..." โตฆิณพยายามจะอธิบาย แตก็ถูกหามขึ้นดวยฝามือของพระภิกษุสงฆ "เอ็งเปนคนซัดเจาพวกนั้นสลบจริงหรือไม" หลวงพอกลาวถาม "จริงครับ" เด็กชายยอมรับเสียงเศรา "ถางั้นจะอยางไรเอ็งก็ผิดอยูดีไมใชรึ" "ครับ" "หลวงพอคะ" มายาขัดขึ้น "หนูขออธิบายเรื่องราวทั้งหมดกอนไดไหมคะ" หลวงพอทําทาทีครุนคิดเล็กนอยกอนจะอนุญาตใหมายาพูดตอได "เชิญโยมเลาเถิด.." เด็กหญิงเลาทุกอยางที่เกิดขึ้นใหหลวงพอฟงจนหมด ทั้งเรื่องที่เบิ้มเอาช็อคโกแลตของเธอไป และการใชกําลังที่ฝาย เบิ้มเปนคนเริ่มกอน หลวงพอที่รับฟงอยูก็พยักหนาขึ้นลงเปนครั้งๆบางตามจังหวะ "แมเอ็งจะมีเหตุผล แตสิ่งที่เอ็งทําก็ยังเปนการทํารายบุคคลอื่นอยูดี ถูกไหม?" หลวงพอเอยถามอีกครั้งเมื่อรับฟงจบ แลว "ครับ" ฆิณตอบ "ดี ถางั้นเอ็งจงไปขัดฝาบาตรในวัดใหหมดภายในคืนนี้ เขาใจไหม?" "เขาใจครับ" ฆิณรับคํา ซึ่งตามมาดวยเสียงหัวเราะของเบิ้มกับพรรคพวกของเขาทันที แมจะปนไปดวยเสียงคร่ํา ครวญโอดโอยบางก็ตาม "สวนพวกเอ็ง ไปขัดหองน้ํา ระฆังโบสถ แลวก็บันไดพระอุโบสถใหสะอาดภายในคืนนี้ แลววันพรุงนี้ใหกวาด ใบไมในลานใหหมดทั้งเชาทั้งเย็น เขาใจไหม?" หลวงพอหันมาสั่งกับพวกเบิ้มตอ "แตหลวงพอครับ!" เบิ้มทําทาคานขึ้นแตก็ถูกตอกกลับดวยคําถามซ้ําของหลวงพอ "เขาใจไหม?" "คะ..ครับ" พวกเบิ้มรับคําพรอมกัน "แลวก็คืนของของเจาโตฆิณไปซะ"

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 6   

"คราบ~" เบิ้มลากเสียงยานคาง กอนจะเดินเขามาคืนกลองช็อคโกแลตใหพรอมกับสายตาขุนเคือง "ฆิณ เปนอะไรหรือเปลา?" มายาเรงรุดเขามาถามดวยความเปนหวงหลังจากที่หลวงพอกับพวกเบิ้มเดินจากไปแลว "ไมเปนอะไรมากหรอก เธอกลับบานเถอะ" โตฆิณพูด "แลว.. เรื่องหนังคืนนี้ละ..." "เราคงไมไดไปดูแลวละ ขอโทษดวยนะ" คําตอบของฆิณทําใหนวลหนาของมายาหมองลงเล็กนอย "ไมเปนไร งั้นชั้นกลับกอนนะ" เธอพูดเบาๆกอนจะเดินออกจากวัดไปชาๆเพียงลําพัง ••• "ฆิณ" แกวเสียงใสๆของมายาดังขึ้นอีกครั้งในยามดึกสงัดขณะที่ฆิณกําลังขัดฝาบาตรอยูในโรงฉันของวัด เด็กชาย เหลือบตาไปมองที่ประตูก็พบกับภาพของเด็กสาวที่เขาคุนตายืนสงยิ้มใหอยู "มาทําอะไรดึกๆดื่นๆ" ชายหนุมทัก "ก็มาอยูเปนเพื่อนนะสิ" เธอตอบกอนจะหยิบฝาบาตรใบหนึ่งขึ้นมาพรอมกับผาขี้ริ้ว "ชั้นชวยนะ" แมโตฆิณจะไมคอยแนใจกับการแสดงออกของเธอเทาไหร แตเขาก็อดยิ้มไมไดกับความมีน้ําใจของมายาที่มักจะมี ใหเขาเสมอทั้งๆที่เขาและเธอจะเพิ่งรูจักกันไมถึงหนึ่งปก็ตาม เขากับมายาเคยไดพบกันตอนที่ครูเรียกใหไปชวยทํางาน เพราะทั้งเขาและมายาตางก็มีความรูจักมักคุนกับอาจารย สอนวิชาดนตรี ซึ่งเปนวิชาโปรดของทั้งคูพอดี การพบกันครั้งนั้นทําใหทั้งสองคุยกันถูกคอ และนั่นก็นําไปสูการพบกันครั้ง ตอๆมา ซึ่งงานที่พวกเขาถูกเรียกใหไปชวยทําดวยกันนั้นก็คือการขัดเครื่องดนตรีของวงโยธวาทิตนั่นเอง "คิดถึงตอนนั้นเลยเนอะ ที่พวกเรามานั่งขัดกันแบบนี้เนี่ย" มายาพูดขึ้นมากลางความเงียบ "อื้ม จริงสินะ" เขาตอบรับ กอนที่จะเกิดความเงียบขึ้นอีกระลอกหนึ่ง ในที่สุดฝาบาตรทั้งหมดก็ถูกขัดจนเปนเงาวับ โตฆิณเหลือบมองนาฬิกาที่ขอมือ ตัวเลขบนนั้นบอกเวลาราวๆ 5 ทุม ไดแลว "ขอบใจนะมายา" เด็กชายบอกกับเธอ "จะ" เธอยิ้มรับ "ชั้นกลับดีกวา เดี๋ยวแมจะดุเอา ...ไปนะ" "ชั้นไปสงไหม?" "ไมเปนไรๆ แคนี้เอง" เธอสงยิ้มใหกับเขา กอนจะเงียบไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนั่นทําใหเขารูแปลกๆขึ้นมา "เธอเ���นอะไรหรือเปลา?" โตฆิณเอยถามดวยความเปนหวง "ไมมีอะไรหรอก" มายาตอบพรอมรอยยิ้มสดใสของเธอที่ครั้งนี้ดูเหมือนพยายามปนขึ้นมาเสียมากกวา จากนั้นเธอก็ เงียบไปอีกครั้ง "นี่.." เด็กชายมองหนามายาอยางไมสบายใจกับทาทีเศราๆของเธอ "โตฆิณ... ชั้นรักเธอนะ..." เธอพูดออกมาดวยเสียงเบาๆกอนจะโบกมือลาเด็กชาย แลวเริ่มกาวเดินออกจากวัดไปชาๆ และนี่คือคําพูดสุดทายที่เขาไดยินจากปากเธอ อีกทั้งยังเปนคืนสุดทายที่เขาไดคุยกับเธอดวยเชนกัน.... หลังจากการบอกลาในคืนนั้น มายาก็เดินกลับบานเพียงลําพังตอนกลางดึก และเธอก็เจอพวกโจรโรคจิตที่ดักซุมทํา รายอยูโดยไมรูตัว มายาถูกดักตีหัวจนสลบไป ความรุนแรงในการตียังทําใหบริเวณศีรษะของเธอเกิดรอยแผลแตก และหัว กะโหลกเองก็เกิดราวขึ้น บาดแผลทําใหเธอเลือดไหลไมหยุดจนเกิดอาการขาดเลือด และนั่นเปนเหตุที่ทําใหเธอเสียชีวิตใน เวลาตอมาหลังจากที่ถูกพวกโจรขมขืน ศพของเธอถูกพบในตอนเย็นของวันถัดไปขณะที่ชาวบานคนหนึ่งกําลังนําขยะไปทิ้ง

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 7   

ใกลๆกับบริเวณนั้น ในมือของเธอมีเพียงสิ่งเดียวที่ถูกกําเอาไวแนนจนเล็บมือจิกฝงลงไปในผิวเนื้อ นั่นคือผาขี้ริ้วของวัด ธรรมมุนาทรที่เธอใชเพื่อขัดฝาบาตรดวยกันกับโตฆิณ เหตุการณครั้งนี้ทําใหโตฆิณคลุมคลั่งจนแทบจะเปนบา ความรูสึกตางๆมากมายถาโถมเขาใสเขาจนดวงตาสีมวงเขม ทั้งสองไมอาจตานทานหยาดน้ําแหงความเสียใจไดไหว เขารูสึกโกรธตัวเองที่ไมยอมยืนยันวาจะเดินไปสงเธอกลับบาน ทั้ง ยังกลาวหากับเจาหนาที่ตํารวจอยางมั่นใจอีกวาเหตุการณที่เกิดขึ้นนี้เปนฝมือของเบิ้มกับพรรคพวกที่ตองการจะแกแคน เพราะมายาไปเลาเรื่องที่เกิดขึ้นใหกับหลวงพอฟง โตฆิณยืนยันแบบนั้นเสมอแมเจาหนาจะบอกกับเขาแลววาผลการตรวจ คราบที่เหลืออยูไมตรงกับ DNA ของใครก็ตามในกลุมของเบิ้ม อีกทั้งตัวเบิ้มเองก็ยังปฏิเสธเสียงแข็งวาตนไมไดทําโดยที่ กลาวอางวาพวกเขาทําความสะอาดวัดตามที่หลวงพอสั่งอยูตลอดทั้งคืน แตสิ่งที่โตฆิณโกรธมากที่สุดคือความรูสึกของเขาเอง เขาเพิ่งรูสึกไดวาการที่มายาซึ่งเปนผูหญิงเปนฝายมาบอกรัก เขากอนนั้นตองใชความกลามากแคไหน แตเขากลับไมไดตอบแทนอะไรใหเธอบางเลยแมแตนิดเดียว ความจริงแลวเขาเอง ตั้งใจวาในวันตอมาเขาจะเปนฝายขอคบกับเธอเองดวยซ้ํา แตแลวเขาก็ไมมีแมโอกาสที่จะไดพูดอีก ผาขี้ริ้วที่มายากําเอาไว ในคืนสุดทายของชีวิตเธอนั้นยิ่งตอกย้ําความเสียใจของเด็กชายที่คอยเรียกคําบอกรักของเธอกลับมาในโสตประสาทอยู เสมอๆ ฆิณขอผาผืนนั้นมาจากตํารวจหลังจากเจาหนาที่ทําการเก็บขอมูลหลักฐานเสร็จสิ้นแลว ซึ่งแมจะผานมานานแคไหน ก็ตาม เขาก็ยังคงเก็บรักษามันเอาไวกับตัวตลอดมาราวกับมันเปนสายใยเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา สิ่งเดียวที่เขาแปลกใจกับผาขี้ริ้วผืนนี้คือมันเปนผาที่ไมเหมือนกับผาผืนอื่นๆในวัด เพราะผาผืนนี้เปนผาสีดําสนิทที่ ปกลายรูปสามเหลี่ยมคว่ําซอนอยูในวงกลมสีแดง และลอมรอบดวยจุดอีก 7 จุด สัญลักษณแปลกๆนี้ถูกปกอยูตรงกลางของ แผนผา สวนตรงมุมขวาดานลางปกเปนชื่อของวัดตามปกติเหมือนผืนอื่นๆ แตความสงสัยนี้ก็ไมชวยใหเขาคิดอะไรไดเลย ในรอบ 10 เดือนที่ผานมา "ปง!!" เสียงของพลุถูกจุดดังขึ้นพรอมแสงสวางวูบวาบหลากสีกลางทองนภาที่มืดมิด เด็กชายกมลงมองดูนาฬิกา ขอมือที่บอกเวลา 2 ทุม 45 นาที ในคืนกลางเดือนพฤศจิกายน พระจันทรเต็มดวงฉายแสงสะทอนวูบวาบอยูเหนือผิวน้ําเคียง คูกับกระทงใบตองนับรอยใบที่ลอยละลองไปมาในลําคลองดวยสายน้ําเอื่อยๆ ชายหนุมหยิบเอาผาขี้ริ้วที่เขาพกไวออกมาอีกครั้ง กอนที่นัยนตาสีมวงจะขับหลั่งของเหลวใสใหคอยๆไหลอาบขาง แกม "มายาหลอนเลนลอ ลวงหลอก ฟาทานชางกลับกลอก กรีดแผล รักลิขิตปอกลอก ช้ําชอก เจ็บปวด พบเพี่อพรากสุขแท ดั่งหมาน มายา" เขากลาวคํากลอนที่เรียบเรียงขึ้นชาๆดวยเสียงที่สั่นกระเสาคร่ําครวญพลางลูบสัมผัสผืนผาในฝามืออยางโหยหา อาวรณ สายน้ําตาไหลอาบพรมทั่วใบหนาจนดูเปนดั่งหนากากแหงความเสียใจ "ขาขอวอน ฟากฟา โปรดใหขาไดพบเธออีกสักครั้ง เพียงใหขากลาวคําที่ตองการ เพียงใหเราไดอยูดวยกันอีกสักครั้ง ...." โตฆิณเงยหนากลาวกับทองฟาไรหมูดาวในยามราตรีดุจผูสูญเสียที่สิ้นความหวัง "โปรดฟา... นําทางขาที...." สิ้นสุดสะดุดเสียงคํากลาวลาที่ลองลอยมาตามสายลม ต่ําลงไปยังผืนพสุธาขางธาราสาย เด็กหญิงวัยกระเตาะคนหนึ่ง ยกมือซายขึ้นสูงพลันใชนิ้วชี้อันเรียวเล็กเล็งตรงมายังสะพาน กอนสายตาของเธอจะเบิกกวางพลางรองเรียกมารดาเสียงหลง "แมขา!! ดูนั่นเร็วๆเขา!!" เธอตะโกนขึ้นโหวกเหวกพลางกระโดดขึ้นลงไปมาอยางตื่นตัวจนกระทงในมือขวาของ เธอแทบจะรวงหลน ในขณะที่มือซายยังคงชี้ไปที่จุดๆเดิม "อะไรกันลูก เบาๆสิคะ!" ผูเปนแมทําเสียงดุเมื่อเห็นวาลูกโวยวายเสียงดังจนถูกคนอื่นมองดวยสายตาตําหนิ

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 8   

"แม!! ดูสิ!! คนบนนั้นเขากําลัง... กรี๊ด~~!!!" เธอพูดยังไมทันจบคําเด็กหญิงก็เริ่มกรีดเสียงรองออกมาอยางตื่น ตระหนกเมื่อภาพที่เธอเห็นทําใหสติหนีกระจัดกระเจิง มันเปนภาพเงาของชายคนหนึ่งที่กําลังทิ้งรางกายจากสะพานสูงลงสู ผืนน้ํา ภาพที่ถูกทําใหสวางวาบขึ้นดวยแสงของพลุสีแดงสดเจิดจาในคืนวันลอยกระทง ••• "เรื่องราวกอนตายของเจานายทั้งหมดก็เปนแบบนี้แหละ" น้ําเสียงเล็กๆกลาวปดทายการเลาเทาความที่แสนยาวนาน ทามกลางบรรยากาศวังเวงใตผืนฟายามราตรี พระจันทรที่มืดมิดคืนนี้ทําใหแสงที่โดดเดนคือแสงจากดวงดาวนับรอยดวง แตกระนั้นก็ยังมีแสงเล็กๆที่ลอยอยูเหนือพื้นดินอยูอีกสามดวงดวยกัน ดวงหนึ่งเปนสีแดง ดวงหนึ่งเปนสีฟา และอีกดวง หนึ่งเปนสีเขียว ซึ่งชาวบานทั่วไปมักจะเรียกดวงไฟทั้งสามนี้วา 'ผีโขมด' "เดี๋ยวสิพี่ขุน ยังไมทันรูเรื่องเลยวาตกลงใครเปนคนฆาลูกสาวทานพญายม แลวยังเรื่องผานั่นอีกอะ" อีกเสียงหนึ่ง รองดังขึ้นดวยความอยากรูอยากเห็นพรอมๆกับผีโขมดสีฟาที่พุงเขากระแทกตัวสีแดง เสียงพูดกันเหลานี้เปนเสียงของพวก มันนั่นเอง "ใชพี่ขุน พี่โคนพูดถูก เลาตอกอนดิพี่" เสียงที่สามพูดขึ้นเปนเชิงสนับสนุน คราวนี้เปนเสียงของผีโขมดสีเขียว "เรื่องของมายานะ ถึงตอนนี้ก็ยังสรุปไมไดอยูดีนั่นแหละวาใครเปนคนฆา" เสียงตอมาดังขึ้นจากเงามืดใตตนไมไร ใบที่ขึ้นโดดเดี่ยวอยูริมเขตสุสาน เจาของเสียงสุดทายนี้เปนชายหนุมรูปรางผอมเพรียวผูมีนัยนตาสีมวงเขมทั้งสองดวง โตฆิณเด็กวัดธรรมุนาทรนั่นเอง แตบัดนี้นัยนตาทั้งสองของเขาไมเพียงเปนสีมวงแตเพียงอยางเดียวเทานั้น เพราะมันกลับ สาดประกายของความตายและกลิ่นไอของวิญญาณออกมาจนนาหวาดกลัว "ลืมกันไปแลวรึไงวาขายังอยูตรงนี้ แถมยัง มองเห็น แลวก็ไดยินเสียงผีอยางพวกเอ็งชัดเต็มสองรูหูอีกดวยนะ ไอขุน ไอโคน ไอเบี้ย" "ขอราบ~ จะเงียบแลวขอรับเจานาย" ทั้งสามพูดพรอมกันกอนจะลอยละลิ่วไปหาเด็กชายที่ยืนรออยู "งานนี้พวกเราจะไดออกโรงไหมขอรับ?" เบี้ยรีบถามทันทีที่เขาไปใกล "ผีโขมดอยางพวกเอ็งก็รอสนับสนุนอยูแลวนี่" ฆิณใหคําตอบโดยทันทีเชนกันทําเอาพี่นองทั้งสามตางก็เศราสลด แต ชายหนุมกลับไมไดใสใจเรื่องนี้เทาไหร เขาหยิบขวดแกวใสขนาดเทานิ้วมือขึ้นมาใบหนึ่ง ที่ปากขวาปดผนึกดวยผาสีแดงที่ เขียนอักขระขอมบางอยางกับดายสีขาวสองเสนที่ดูเหมือนสายสิญจน โตฆิณคอยๆแกะทั้งสองอยางนี้ออกมาชาๆ "พอเฒา ชาญ.." "ขอรับ" เสียงขานรับของชายชราลอยออกมาจากในขวดแกวใบนั้นพรอมกับควันบางๆสีขาวที่มวนเปนยวง กอนจะ ปรากฏรางของชายเฒาคนหนึ่งขึ้นเบื้องหนาโตฆิณ ชายผูนี้นั่งอยูในทาโคงคํานับสํารวมกมหนานิ่งแสดงถึงฐานะของบริวาร ผูรับใช และรางกายของเขาที่ดูเรือนรางก็ทําใหรูไดทันทีวานี้คือวิญญาณ "ทานกลาววาวิญญาณดวงนี้เปนผูหญิงที่มีความแคนกับพวกเด็กสาวใชไหม" ฆิณถามกับวิญญาณชายชราดวย ถอยคําสุภาพ "ถูกตองขอรับ นางเกิดมาพรอมกับเล็บมือทั้งหานิ้วที่ยาวจนเลยปลายเทา จึงถูกกลาวหาวาเปนตัวกาลกิณีของ บานเมืองและถูกนําไปปลอยที่น้ําตกเสียชีวิต" พอเฒากลาวตอบ "นางจึงมีความอาฆาตกับบุตรสาวคนอื่นๆทุกคน.." โตฆิณพูดสรุป "ใชขอรับ" "อืม.. ถาเชนนั้น ขาก็คงคิดไมผิด" "ทําไดดีมาก! พอเฒา!" เสียงเล็กๆของเจาขุนจอมจุนพูดขึ้นอยางวางทา กอนจะถูกไมตะพดของพอเฒาชาญฟาดลง ไปกลางดวงไฟ "โอย!! มันเจ็บนะตาเฒา!"

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 9   

"เอ็งก็เงียบไปซะทีสิฟะ เดี๋ยวขาก็ตามน้ําผึ้งกลับมาใหซะนี่" เด็กชายพูดขู "ไมเอานะนาย! พวกผมขยาดแลวอะ ผีตานีอะไรดุไดดุดี พี่ขุน!! พี่เงียบไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!!" เจาโคนรีบปฏิเสธกอนจะ เขาไปรุมทึ้งพี่ชายของตัวเอง โดยมีนองเล็กเขาเสริมดวยอีกคน ทําเอาฆิณกับเฒาชาญไดแตสายศีรษะอยางเอือมระอา "นายทานเจาคะ" เสียงของหญิงสาวอีกคนหนึ่งดังขึ้นมาจากดานหลังของเด็กชาย มันเปนเสียงของวิญญาณอีกตนที่ อยูในชุดผาสไบสีเขียวออนคลายใบตอง การมาของนางทําใหเหลาผีโขมดสะดุงโหยงตกใจแลวพากันมาแอบหลังโตฆิณ อยางรวดเร็ว "วายังไงครับน้ําผึ้ง" เด็กหนุมถามโดยพยายามไมใสใจผีสามพี่นอง "พบนางกําลังมาคะ เปนอยางที่ทานคาดไวทุกอยาง ชั้นคิดวาไดเวลาแลวละคะ" น้ําผึ้งตอบ "อื้ม ขอบใจมากนะ" "คะ.. เออ เจาพวกนั้นเปนอะไรหรอคะ?" นางกลาวถามเมื่อเห็นวาผีโขนดไปแอบอยูหลังเขาทั้งหมด "ก็อาการเดิมๆนะแหละ" เด็กชายตอบ ทําใหน้ําผึ้งทําหนาบูดออกมาเล็กนอย "ชั้นไมไดเปนแบบนั้นซะหนอย" ••• ทามกลางบรรยากาศที่มืดครึ้มในยามดึกสงัดภายในบานหลังเล็กๆหลังหนึ่งที่เปดเปนรานขนมอยางบัวลอยไขหวาน ยังมีหญิงสาวอยูสองคนที่พักอาศัยอยูดวยความสุขในแตละวันเรื่อยมา คนหนึ่งคือลูกสาวในวัยเรียน เปนเด็กมัธยมตน หนาตานารักจิ้มลิ้มที่กําลังนอนหลับสนิท สวนอีกคนหนึ่งคือแมของเด็กคนนั้น หญิงวัยกลางคนที่ยังคงความสวยอันเปน แมพิมพของลูกสาวของเธอ ซึ่งแมวาลูกจะหลับไปแลว แตเธอกลับลืมตาตื่นขึ้นดวยเหตุผลบางอยาง "อริญ.." เธอเอยชื่อของลูกเบาๆพรอมกับใชนิ้วสะกิดที่ตนแขนเพื่อปลุกใหเธอตื่นขึ้นมา "อริญลูก.." "ขา?" เด็กสาวขานรับพรอมกับคอยๆลืมตา "แมไดยินเสียงแปลกๆจากขางหนาราน สงสัยพวกหมาแถวนี้จะมาคุยถังขยะนะ ลูกลุกไปดูใหแมทีสิ" "คะแม.." อริญรับคํากอนจะยันตัวลุกขึ้นเปดประตูเดินไปที่หนาราน เธอกวาดสายตาไปรอบๆจนทั่ว แตก็ยังไมเห็น สุนัขอยูแถวนั้นซักตัวเดียว "ก็ไมมีอะไรนี่นา" "เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ.. เปรี้ยง!!" เสียงฟารองดังกระหึ่มขึ้นมาจากดานหลังของอริญพรอมกับแรงกระแทกบางอยางที่ทํา ใหเธอลมลงไปขางหนา เธอรีบพลิกตัวกลับขึ้นมาเพื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้น กอนจะถูกความสงสัยและความคิดตอตานมากมายโถม เขาสูระบบประสาทอยางหนัก ภาพที่เธอเห็นคือชาวนาคนหนึ่งที่สวมหมวกงอบใบใหญและโพกผาขาวมาสีน้ําเงินเขมปดใบหนาทั้งหมดจนเหลือ เพียงดวงตาสองขางซึ่งสาดประกายเกรี้ยวกราดจองไปยังสิ่งที่เขากําลังตอสูดวย นั่นคือรางของหญิงสาวผมยาวอีกคนหนึ่งที่ ดูนาเกลียดนากลัว เคียวเกี่ยวขาวของชายชาวนาจากทั้งสองมือถูกยกไขวกันไวเพื่อรองรับแรงกดจากเล็บมือสิบนิ้วที่ยาวเกิน มนุษยทั่วไปซึ่งงอกออกมาจากปลายนิ้วของหญิงสาวคนนั้น แถมสิ่งที่เขยาขวัญของอริญมากที่สุด คือทอนลางของชาวนาที่ จางหายไปกับอากาศ และรางของหญิงสาวที่เกาะอยูบนเพดานรานของเธอ "สายฟา! ขาฝากดวย!" เสียงของเด็กชายที่ดังขึ้นจากบริเวณที่ไกลออกไปเล็กนอยทําใหเธอยั้งเสียงกรีดรองผวาเอาไว เธอรีบหันไปมองที่ตนเสียงทันทีกอนจะเห็นชายคนหนึ่งที่กําลังเดินเขามาในรานขนมหวานของเธอ "โตฆิณ!!" เธอตะโกนสุดเสียงดวยความตกใจ "สวัสดีครับพิญ ไดเจอกันอีกทีนี่ผิดเวลาไปหนอยเนอะ" ฆิณตอบแบบติดตลก แตมันก็ไมขําเทาไหรสําหรับเธอ

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 10   

"นี่มันเรื่องอะไรกันแน แลวสองคนนั้นเปนใคร แลวทําไม.." คําถามทั้งหลายไหลทะลักออกมาจากปากของเด็กหญิง ทันที แตทั้งหมดก็ถูกหยุดไวดวยคําตอบแรกของโตฆิณ "พวกเขาเปนวิญญาณ" เขาบอก "ผูหญิงคนนั้นเปนวิญญาณเรรอนที่จะมาทํารายเธอในคืนนี้ สวนผูชายคนนั้นเปน เพื่อนของชั้นเอง" "หมายความวายังไง? แลวทําไมนายถึงยัง.." "ยังมีชีวิตอยูสินะ" เด็กชายพูดแทน "พอดีวาตอนที่ชั้นฆาตัวตายเมื่อปที่แลวมันเกิดปญหาขึ้นนิดหนอย ชั้นดันซวยที่ ไปฆาตัวตายพรอมกับไอผาผืนนี้" เขายกผาสีดําผืนหนึ่งที่ผูกอยูกับยามของตัวเองขึ้นมาใหดู มันเปนผาขี้ริ้วของวัดธรรมมุ นาทรผืนเดียวกับที่มายาใชนั่นเอง "นี่.. นายพูดเรื่องอะไรกัน" "เห็นสัญลักษณบนผานี่ไหม" เด็กชายถามกลับ พิญจึงไดแตพยักหนาเบาๆ "มันเปนสัญลักษณของนรกเกา "ในทุกๆวันพระ คนโบราณจะรูกันวามันเปนวันปลอยผีดวยเหมือนกัน และในวันพระครั้งสุดทายของป หรือก็คือ วันแรม 15 ค่ํา เดือน 12 เปนวันที่ในนรกจะจัดงานบาๆขึ้นมางานหนึ่ง พวกมันเรียกกันวา ’เทศกาลนรกแตก’ ผีที่ถูกปลอย ออกมาในงานจะเปนผีจากนรกเกา เปนผีที่มีบาปหนา และก็มักจะมีจิตอาฆาต เปนผีที่เคยไดชื่อวาเคยทําใหนรกแตกมาแลว" "ชะ..ชั้นก็ยังไมเขาใจอยูดี" พิญพูดขึ้นอีกครั้ง แตคราวนี้เจาโคนกลับอาสามาเลาตอเสียเอง "ก็ในเทศกาลนรกแตกของทุกๆปจะตองมีมนุษยเจ็ดคนที่ถูกลิขิตใหตายพรอมกับตรานรกเกามารวมงาน ทั้งหมด จะตองตามจับวิญญาณที่ถูกปลอยออกไปทั้งหมดกลับมา แลวถาใครจับวิญญาณทานเจานรกคนเกาไดกอนก็จะเปนผูชนะ" "ใช" เบี้ยนองเล็กพูดเสริมอีกคน "แลวใครที่ชนะก็จะขอรางวัลจากทานเจานรกไดหนึ่งอยาง" "แถมงานนี้ เจานายของพวกเราก็มีเดิมพันที่ดีซะดวย" เจาขุนเปนคนกลาวสรุป กอนจะถูกเด็กชายตวาดใสเขาไปกัน ทั้งสามพี่นอง "พวกเอ็งจะอยูเงียบๆซะทีไดไหม!! เห็นรึเปลาวาเขากลัว!!" พิญตองใชความพยายามอยางมากที่จะทําความเขาใจสิ่งตางๆที่ถาโถมเขามา เด็กหญิงพยายามตั้งสติ ตัดความตกใจ กับเรื่องวิญญาณออกไป กอนจะคอยๆเรียบเรียงทุกอยางออกมา "นี่หมายความวา.. นายยังไมตาย แตตองไปรวมเทศกาลนั่น ไปตามจับผี อยางงั้นเหรอ?" โตฆิณมองหนาของอริญดวยทาทีขอรอง เขาอยากใหเธอเชื่อในสิ่งที่เขาพูด "อื้ม เปนแบบนั้นแหละ" เขาตอบ "โตฆิณ!!" เสียงของสายฟารองเรียกขึ้นอยางรอนรน "สุดขีดแลวนะเหย!! มาไดรึยัง ขารําคาญนังเล็บยาวนี่จะแยแลว นะ!!" "เออๆ ขาไปเดี๋ยวนี้ละ!" เขาตะโกนตอบกลับไปกอนจะหันมาหาอริญเปนครั้งสุดทาย "พิญ ไมวาเธอจะเชื่อชั้น หรือไม ชั้นอยากขอใหเธอชวยบอกกับหลวงพอดวย ชวยเลาทุกอยางที่ชั้นบอกเธอวันนี้กับหลวงพอแทนชั้นที ชั้นกําลัง สงสัยวางานเทศกาลบานี่มันไมชอบมาพากล แลวมันก็อาจจะอันตรายมากกวาที่ชั้นจะรับมือไหว เธอชวยบอกกับหลวงพอ แทนชั้นทีไดไหม?" พิญยังคงเงียบไป เธอไดยินทุกอยางที่เขาพูด ไดเห็นทุกอยางที่เกิดขึ้น แตถึงอยางนั้นมันก็ยังยากอยูดีที่จะทําใจ ยอมรับสิ่งที่นาจะเปนเพียงความฝนเสียมากกวาแบบนี้ "พิญ ไดโปรด" เด็กชายออนวอนขอรองอีกครั้ง แตกลับไมมีเวลาอีกแลว "โตฆิณ!!" สายฟาตะโกนเรียกมาเปนครั้งที่สอง ทําใหเด็กชายไมมีทางเลือก "ชั้นหวังวาเธอจะชวยชั้นไดนะพิญ" เขากลาวกับเด็กหญิงเปนครั้งสุดทาย กอนจะเดินตรงไปยังจุดที่สายฟาปะทะกับ วิญญาณของหญิงสาว โดยมีผีโขมดทั้งสามตามหลังไปติดๆ "อีกแปบนึงเธอก็สลบแลวละ" โคนพูดกับฆิณเบาๆ แตก็ไมมีปฏิกิริยาตอบกลับของเด็กชายแตอยางใด

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 11   

"จะพูดกับนายตัวเองนะ พูดใหมันดีๆหนอยไมเปนรึไง!" โตฆิณกลาวอยากเยือกเย็นราวกับเปนคนละคนกับเมื่อครูที่ ผานมา สีมวงเขมของดวงตาทั้งสองขยายออกกวางไปทั้งดวง และมีสะเก็ดสีแดงเล็กๆจํานวนมากหมุนวนอยูกึ่งกลางเปนรูป กนหอย บริเวณรอบดวงตาเองก็ปรากฏรอยสีดําขนาดใหญคอยๆกลืนกินเปนวงกวางจนดูราวกับเขากําลังกลายรางเปนปศาจ บรรยากาศรอบขางเกิดแรงกดดันปริมาณมหาศาลที่ไมวาใครก็ตองรูสึกหวาดผวาเมื่อสัมผัสได "ชวยไมไดนี่หวา ก็มันติดเปนนิสัยไปแลวนี่" สายฟายักไหลตอบอยางไมใสใจ "นี่มันอะไรกัน..." เสียงของวิญญาณสาวเล็บยาวเปลงออกมาเบาๆโดยที่นางไมตองขยับปากเอง นางสงเสียงผานไอ วิญญาณของตนเองซึ่งเปนวิธีการสื่อสารระหวางวิญญาณดวยกันที่สะดวกที่สุด แตแมโตฆิณจะเปนมนุษย เขาก็สามารถได ยินมันไดอยูดี "มนุษยที่ไดรับโอกาสเกิดใหมจากความตายทุกคนจะไดรับความสามารถเหนือธรรมชาติติดตัวมาดวยอยางใดอยาง หนึ่ง ขาเองก็เปนหนึ่งในนั้น" โตฆิณตอบกลับดวยวิธีการเดียวกัน "งั้นก็หมายความวา.. แก!!" "ใช ขาคือนักลาแหงเทศกาล" เด็กชายกลับมาพูดตอดวยเสียงที่เหี้ยมกระหายจากลําคอของตัวเองพรอมกับแผไอ วิญญาณอันดํามืดปริมาณมากออกมาในคราวเดียว ทําใหวิญญาณของหญิงสาวแสดงอาการตื่นกลัวอยางเห็นไดชัด เขาจึงให ขอมูลสุดทายที่กําลังถูกสงสัยถึงอํานาจที่เขามีอยูแกเธอ "และความสามารถของขาก็คือ.. การปรับคลื่นวิญญาณ" "เจานายสามารถรับรูถึงคลื่นวิญญาณของพวกเราได" ขุนพูดขึ้นกับนองๆทั้งสามของตน "นั่นทําใหเจานายเปนคนที่ รูจักความแตกตางกันของวิญญาณแตละดวง แลวดวยความสามารถพิเศษหลังความตายที่เจานายไดรับอยางการปรับคลื่น วิญญาณของตัวเองไดนั่นก็ยังชวยใหพวกเราแข็งแกรงขึ้นไดอีกดวย ฉะนั้น ถาพวกเรากับเจานายไดรวมกันแลว พวกเราก็จะ .. แข็งแกรงขึ้น" "สายฟา!!" โตฆิณตะโกนเรียกเปนสัญญาณ "เออ!" ชาวนาหนุมขานรับกอนจะพุงเขามาหาเด็กชายดวยสุดยอดความเร็วของเขา ทันทีที่เขามาในรัศมีไอวิญญาณสี ดํามืดของฆิณรางกายของสายฟาก็คอยๆแตกสลายกลายเปนไอวิญญาณสีน้ําเงินลอยแทรกแลวซึมเขาไปในตัวของผูเปนนาย ในพริบตาเดียว "การสิงสู สมบูรณ..." เสียงของทั้งสายฟาและโตฆิณพูดออกมาพรอมกันทางไอวิญญาณสีดําที่ลอยอยูรอบตัว กอนที่ ไอทั้งหมดจะมวนขดลงมาหอหุมรางกายของฆิณทั้งราง จากนั้นสีของมันก็เริ่มจางลงจนกลายเปนสีน้ําเงินอีกครั้งหนึ่ง หญิงเล็บยาวยืนมองเหตุการณทุกอยางที่เกิดขึ้นดวยความตื่นตระหนกเพราะนางไมเคยเห็นการสิงสูของวิญญาณกับ มนุษยในลักษณะนี้มากอนเลยตลอดเวลาที่นางออกลาเหยื่อมา กวาที่นางจะรูสึกตัววากําลังอยูในภาวะคับขันแลวพุงเขา โจมตี ทุกอยางก็สายเกินไป "เครง!" เล็บทั้งสิบของนางถูกตัดออกอีกครั้งดวยเคียวเกี่ยวขาวคูของสายฟาซึ่งปรากฏขึ้นเมื่อไอวิญญาณที่คลุมราง ทั้งหมดสลายไป สายตาของโตฆิณสาดประกายคมกราวเปน 2 สี มีสีฟาครามของสายฟาอยูดานขวาและสีมวงเขมพรอม สะเก็ดขนาดเล็กสีแดงของเขาเองอยูดานซาย เสื้อผาทั้งหมดเปนชุดของชาวนาที่ถูกตัดแตงใหดูพลิ้วไหวเหมาะกับการตอสู มากขึ้น และอาวุธอยางเคียวทั้งสองดามก็มีใบมีดที่ขนาดใหญขึ้น ยาวขึ้น แถมดวยลวดลายที่สวยงามกับคุณสมบัติของ สายฟาออนๆ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ทําใหวิญญาณสาวสูญสิ้นความหวังที่จะมีโอกาสรอดเสียแลว "ตอใหแกจะตัดเล็บขาไปซักกี่ครั้งมันก็งอกใหมได!" นางพูดอยางอับจนปญญา "งั้นก็คงไมใชหัวของเจาสินะ.. ที่จะงอกใหมไดนะ" สายฟาที่สิงอยูในรางโตฆิณพูดอยางมั่นใจ กอนจะหันไปมอง ทองฟาดานหลังของผีสาวเล็บยาวที่เริ่มเปนสีสมทีละนอยแลว "ขอโทษดวยนะ แตฟาแบบนี้ก็คงหมดเวลาเลนแลวละ"

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักลานรกแตก [Punica Shot Story Project II] :: หนา 12   

คําเตือนสุดทายของนักลาแหงเทศกาลมาพรอมกับการโจมตีปดฉากที่รวดเร็วสมชื่อสายฟา ชายหนุมยกเคียวของตน ไขวตั้งทาพรอมบั่นคอของนางใหขาดในครั้งเดียว ทุกๆยางกาวของเขาที่ออกวิ่งจะมีเสียงของไฟฟาดังเปรี๊ยะๆอยูตลอดทันที ที่เทากระทบพื้น ภายหลังการสิงสู ความเร็วของเขาเองก็ถูกเพิ่มขึ้นดวย แมจะรับรูไมทันวาสายฟากําลังพุงเขามาดวยความเร็วที่มากขนาดไหน แตสัญชาติญาณของนางก็บอกชัดเจนวา อันตรายอยูใกลเพียงนิดเดียว หญิงสาวยกเอาแขนขึ้นปดบังใบหนาของตัวเองเอาไวตามปฏิกิริยาตอบโตอัตโนมัติของ รางกาย การปองกันแบบนี้ทําใหการโจมตีดานหนาเปนไปไดยากมากขึ้นก็จริง แตก็ไมชวยใหยื้อเวลารางดับอีกครั้งไวได "เปรี้ยง!!" เสียงฟาผาดังขึ้นกึกกองจากตรงหนาของนางเมื่อสายฟากระแทกเทาสงตัวเองใหลอยกลับหลังขามตัวของ นาง กอนจะหันกลับมาแลวลงมือสังหารไปที่ตนคอซึ่งไรการปองกัน "ควับ!" คมเคียวทั้งสองถูกตวัดผานลําคอของวิญญาณสาวเล็บยาวเปนสัญญาณสูความตายครั้งที่สองของนางใน ที่สุด ฆิณยืนมองรางของวิญญาณที่ถูกลาอยางเวทนาอยูพักหนึ่ง จนกระทั่งสายฟาออกจากรางของเด็กชาย สภาพรางกาย ของทั้งสองจึงกลับเปนปกติ คงเหลือเพียงความเหนื่อยลาจากการสิงรางเทานั้น "จะยืนอยูอีกนานไหมฟะ! มันจะเชาแลวนะ!!" สายฟาเตือน "อืม.." โตฆิณรับคําเบาๆกอนจะหยิบขวดแกวใบเล็กๆที่ปดผนึกดวยผายันตขึ้นมาถือในทาประนมมือ เด็กชายขยับ ปากอยางรวดเร็วเปนการบริกรรมคาถาอยูพักหนึ่งจึงเปดผนึกออก เพื่อใหขวดแกวใบนั้นเริ่มดูดกลืนไอวิญญาณของนางเขา ไป "เจานายคะ" เสียงของตานีดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ฆิณปดผนึกขวดแกวแลวเก็บลงในกระเปายามสีดําของเขาแลว "มนุษยทั้งสองคนที่อาศัยอยูในบานนี้หลับไปตามปกติแลวคะ คนแมดิชั้นคอยทําใหหลับไปตั้งแตมาถึงแลว สวนลูกสาว ของเธอก็พาเขาบานไปเรียบรอยแลวละคะ "อื้ม ขอบใจนะตานี" ฆิณกลาวดวยรอยยิ้ม กอนจะหยิบขวดแกวขึ้นมาอีก 3 ใบ "พวกนายก็มาพักกันไดแลวละ" เขาพูดพรอมกับเปดผนึกทั้ง 3 พรอมๆกัน ทั้งหมดจึงกลายเปนไอวิญญาณลอยเขาสู ขวดแกวแตละใบ "ตามมาโลด โคน! เบี้ย!" ขุนตะโกนเรียกนองจากในขวดแกวใบหนึ่ง เมื่อทั้งหมดกลับไปอยูในขวดเรียบรอยแลว เด็กชายก็หันไปมองที่รานบัวลอยเปนครั้งสุดทาย เขาไดแตหวังวาสิ่งที่ เขาขอรองอริญนั้นจะเปนไปอยางที่เขาตองการ และภาวนาใหมันไมสายจนเกินไป "ขออยาใหสิ่งที่เราสงสัยมันถูกเลย..." โตฆิณพึมพําเปนครั้งสุดทาย กอนจะหันหลังใหบานเกิดของตัวเองอีกครั้งเพื่อ ออกเดินตอไป •••

Written by AuthorFrog


โตฆิณ นักล่านรกแตก