Page 1

Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

Mascot

Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

Thailand Research Expo

2013

by Attpol Polyiam


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

คำ�นำ� รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการออกแบบภาพเคลื่อนไหว เนื้อหาในรายงานเล่มนี้ประกอบ ไปด้วย การศึกษาและเรียนรู้ตามขั้นตอน 3 ส. เพื่อการออกแบบมาสคอตในการส่งเข้าประกวด Thailand Research Expo 2013 ที่จะถูกจัดขึ้นในปีนี้ในหัวข้อ การออกแบบ Mascot ของงาน “การนำ�เสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ ๒๕๕๖” (Thailand Research Expo 2013) จะต้องสื่อให้เห็นถึงการแสดงความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัย ในการสร้างวิจัยอย่างมีคุณค่า และประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และเพื่อเป็นการสร้างสรรค์ความรู้และแนวความคิดใหม่ๆ ให้แก่นักศึกษา ในรายงานเล่มนี้จะประกอบไปด้วยการดำ�เนินการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับกระต่าย ลักษณะนิสัยของกระต่าย

จัดทำ�โดย นายอรรถพล พลเยี่ยม (นายอรรถพล พลเยี่ยม) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาศิลปกรรม


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม เรื่อง หน้า ขั้นตอนการสือนค้นข้อมูล ส.1 4 ความเป็นมาของกระต่าย 5 ประโยชน์ของกระต่าย 5 ขั้นตอนการผลิต ภาพร่างที่ 1 6 ภาพร่างที่ 2 7 Sketch 6 ท่าทางของมาสคอต 8 ขั้นตอนการทำ�งาน 9 ขั้นตอนการลงสี 10-12 ภาพรวม 6 ท่าทาง 13 การสรุปผลและความหมายของมาสคอต 14


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม จากโจทย์ที่ได้รับ จากที่สำ�นักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ มีการจัดประกวดออกแบบและตั้งชื่อ Mascot ของงานการนำ�เสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ Thailand Research Expo 2013 ด้วย สำ�นักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้กำ�หนดการจัดงาน “การนำ�เสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2556” (Thailand Research Expo 2013) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นเวทีระดับชาติด้านการส่งเสริมการวิจัย โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายการ วิจัยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคส่วนต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งการจัดงานมีองค์กรและหน่วยงานในระบบวิจัยได้นำ�ผลงานและกิจกรรมเข้าร่วมงานในหลาก หลายรูปแบบ และมีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำ�นวนมาก สำ�หรับปี 2556 กำ�หนดจัดงานดังกล่าวขึ้น ในวันที่ 23-27 สิงหาคม 2556 ณ ศูนย์ประชุม บางกอกคอนเวนชั่นเซนเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ โดยในปีนี้ วช. กำ�หนดให้มี “โครงการประกวดออกแบบและตั้งชื่อ Mascot ของงานการนำ�เสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2556 (Thailand Research Expo 2013)” ขึ้นโดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล และเกียรติบัตร จึงขอเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานการออกแบบ ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 ดังรายละเอียดในประกาศตามหัวข้อ ที่ส่งมาด้วย แนวคิดและเนื้อหาในการออกแบบ 1.การออกแบบ Mascot ของงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2556” (Thailand Research Expo 2013) จะต้องสื่อให้เห็นถึงการแสดง ความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัยในการสร้างงานวิจัยอย่างมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ 2.การออกแบบ Mascot ตามข้อ 1 ต้องมีรูปแบบที่สร้างความสนใจแก่ผู้พบเห็น โดยมีรูปแบบที่ใช้สีสันสวยงาม มีความน่ารัก มีบุคลิกที่ร่าเริงและ แสดงความเฉลียวฉลาด รวมทั้งมีความเป็นมิตร พร้อมกับสะท้อนแนวคิดตามที่กำ�หนดไปพร้อมกัน 3.การออกแบบ Mascot ตามข้อ 1 และ 2 จะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือสัญลักษณ์ใดก็ได้ โดยผู้ออกแบบต้องให้ความเห็น และความหมายของ Mascot ที่ออกแบบและนำ�เสนออย่างชัดเจน ไม่น้อยกว่า 3 บรรทัด และไม่เกิน 5 บรรทัด กติกาการส่งผลงานที่ออกแบบ นิสิต นักศึกษา ทุกสาขาวิชาการ และผู้สนใจ สามารถส่งผลงานได้ไม่จำ�กัดจำ�นวน ออกแบบและตั้งชื่อ Mascot ที่สื่อถึงแนวคิดและเนื้อหาในการออกแบบตามที่ระบุไว้ 3 ข้อข้างต้น มีองค์ประกอบของการออกแบบในภาพที่สวยงาม จดจำ�ง่าย และไม่ซ้ำ�กับผลงานที่เคยมี การเผยแพร่หรือเป็นที่รู้จักมาแล้ว ออกแบบโดยใช้สีไม่เกิน 4 สี การออกแบบต้องใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกในการออกแบบ โดยออกแบบ Action ต่างๆ ของ Mascot ไม่น้อยกว่า ๖ Action ได้แก่ ท่าไหว้ ท่า ผายมือทางซ้าย ท่าผายมือทางขวา ท่าแสดงความเป็นมิตรหรือเชื้อเชิญ ท่าแสดงบุคลิกที่ดูสนุกสนาน หรืออื่นๆ เกณฑ์การคัดเลือก การออกแบบสอดคล้องกับแนวคิดและเนื้อหาในการออกแบบตามที่กำ�หนด มีความเหมาะสมในการใช้งานได้จริง การส่งผลงาน ส่งผลงานการออกแบบโดยพิมพ์เป็น 4 สี บนกระดาษขนาด A4 Action แผ่นละ 1 ภาพ (รวม 6 Action) โดยจัดส่งเป็น jpg., ai.หรือ psd (ความละเอียดไม่น้อยกว่า 300 dpi) ส่งผลงานการออกแบบโดยพิมพ์เป็น 4 สี บนกระดาษขนาด A4 รวม 6 Action จำ�นวน 1 แผ่น พร้อมให้ความหมายของ Mascot โดยจัดส่ง เป็น word ผลงานตามข้อ 1 และ 2 ใส่ในแฟ้มโชว์งาน พร้อมแผ่น CD จำ�นวน 1 ชุด โดยทุกชิ้นให้ระบุข้อมูลผู้ออกแบบหรือเจ้าของผลงาน ได้แก่ -ชื่อ – นามสกุล -สาขาที่ศึกษา และสถาบันที่สังกัด หรือองค์กรที่สังกัด -ที่อยู่ทางไปรษณีย์ -เบอร์โทรศัพท์ที่ทำ�งาน / ที่บ้าน / มือถือ -e-mail address ส่งผลงานภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 (ดูจากวันที่ที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำ�คัญ) หรือนำ�ส่งผลงานด้วยตนเองภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 ตามเวลาราชการ ส่วนส่งเสริมและพัฒนาการวิจัย ภารกิจบริหารจัดการผลงานวิจัย สำ�นักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 196 ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม กระต่าย กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็ก มีขนปุกปุยทั่วลำ�ตัว มีหางกลมสั้น มีใบหูยาวเมื่อเทียบกับสัตว์อื่น ซึ่งวิวัฒนาการมาใช้สำ�หรับฟังเสียง ได้เป็นอย่างดี และยังมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ดีมาก กระต่ายมีขาหน้าที่มี 5 นิ้ว ขาหลังมี 4 นิ้ว มีสะโพกที่ยาวและทรงพลัง เต็มไปด้วย กล้ามเนื้อ จึงสามารถกระโดดได้เป็นอย่างดี ใต้ฝ่าเท้ามีขนนุ่ม ๆ รองรับอยู่ เพื่อมิให้เกิดเสียงเมื่อเคลื่อนไหว เป็นสัตว์ที่ตื่นตกใจง่ายและมีความ ว่องไวปราดเปรียวมากในการระแวดระวังภัย นอกจากนี้แล้วตาของกระต่ายยังมีหนังตาหรือเปลือกตาถึง 3 ชั้นด้วยกัน ประโยขน์ของกระต่าย กระต่ายเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหารเท่านั้น ต่างจากสัตว์ฟันแทะที่กินได้ทั้งเนื้อและพืช อาหารของกระต่ายได้แก่ หญ้าและพืชผักชนิดต่าง ๆ อายุขัยโดยเฉลี่ยของกระต่ายจะอยู่ที่ 2-3 ปี นับเป็นสัตว์ที่สืบพันธุ์เร็วมาก โดยปีหนึ่ง ๆ กระต่ายสามารถออกลูกได้ถึง 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2-3 ตัว กระต่ายในธรรมชาติ มักอาศัยอยูใ่ นที่ราบโล่งที่เป็นทุ่งหญ้ามากกว่าป่าทึบ โดยขุดโพรงใต้ดินเป็นรังและที่อยู่อาศัย ลูกกระต่ายป่าใน ธรรมชาติ เมื่อแรกเกิดจะลืมตา และในวันรุ่งขึ้นก็สามารถวิ่งและกระโดดได้เลย เมื่อกระต่ายตัวเมียจะคลอดลูก จะแยกออกจากรังเดิมไปขุดรังใหม่ เพื่อป้องกันลูกอ่อนจากกระต่ายตัวผู้ ซึ่งอาจฆ่าลูกกระต่ายเกิดใหม่ได้ โดยจะกัดขนตัวเองเพื่อปูรองรับลูกใหม่ที่จะเกิดขึ้นมา กระต่ายโดยธรรมชาติ เป็นสัตว์ที่อยู่สุดปลายของห่วงโซ่อาหาร ด้วยเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อชนิดต่าง ๆ เช่น หมาป่า, หมาจิ้งจอก, แมวป่า, เสือ ชนิดต่าง ๆ, หมาใน, ชะมด, เพียงพอน รวมถึงงูขนาดใหญ่ด้วย เช่น งูหลามและงูเหลือม กระต่ายเป็นสัตว์ที่ผูกพันกับมนุษย์มาเป็นเวลานาน ด้วย การเป็นสัตว์ที่ถูกล่าเพื่อเป็นอาหารและเกมกีฬาโดยเฉพาะในแถบทวีปยุโรป ในเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ ชาวตะวันตกเชื่อว่า การพกขากระต่ายจะ นำ�มาซึ่งโชคดี ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า กระต่ายเป็นเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ มีหน้าที่ปรุงยาอายุวัฒนะ เป็นสัตว์เลี้ยงของฉางเอ๋อ เทพธิดาแห่งดวง จันทร์ การมอบรูปลักษณ์ของกระต่ายจึงถือเป็นการมอบความปรารถนาให้โชควาสนาให้แก่กัน นอกจากนี้แล้วในทางโหราศาสตร์ กระต่ายยังเป็น ตัวแทนของนักษัตรลำ�ดับที่ 4 คือ ปีเถาะ ที่ใช้สัญลักษณ์เป็นกระต่าย ในปัจจุบัน กระต่ายได้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ทั้งในแง่ของการเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม และสัตว์เศรษฐกิจเพื่อรับประทานเนื้อ โดย กระต่ายชนิดที่นำ�มาพัฒนาสายพันธุ์จนเป็นสัตว์เลี้ยงนั้น โดยมากจะเป็นชนิด กระต่ายยุโรป (Oryctolagus cuniculus) ที่มีถิ่นกำ�เนิดดั้งเดิมใน ทวีปยุโรป ซึ่งกระต่ายสายพันธุ์สวยงามนั้นก็มีด้วยกันหลากหลายมากมาย โดนยมีขนาดแตกต่างกันออกไปตามขนาดลำ�ตัว อาทิ เนเธอร์แลนด์ด วอฟ, โปลิช แรทบิท, ฮอลแลนด์ลอป ซึ่งเป็นกระต่ายขนาดเล็ก และอิงลิชลอป ที่เป็นกระต่ายขนาดใหญ่ เป็นต้น ประโยชน์ของกระต่าย 1. กระต่ายให้ความเพลิดเพลิน การเลี้ยงกระต่ายในประเทศส่วนมากเป็นการเลี้ยงไว้ดูเล่น เพื่อความเพิดเลิน เนื่องจากกระต่ายเป็นสัวต์ที่น่ารัก เลี้ยงง่าย กินอาหารได้เกือบทุกประเภท ทำ�ให้มีผู้นิยมเลี้ยงกระต่ายกันมากขึ้น เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ กระต่ายจะเป็นเพื่อนเล่นใน ยามที่คุณเงาได้ ซึ่งมักจะทำ�ให้คุณมีสุขภาพจิตดีขึ้น กระต่ายยังช่วยทำ�ให้เด็กๆ มีนิสัยรักสัตว์ มีความเมตตาปราณีต่อสัตว์ และรู้จักความรับ ผิดชอบในการเลี้ยงดูกระต่าย ซึ่งจะเป็นการเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต 2.ประโยชน์ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระต่ายเป็นสัตว์ขนาดเล็ก เลี้ยงง่ายโตเร็ว ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว กายวิภาคและสรีระวิทยาของ กระต่ายไม่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆมากนัก จึงนิยมใช้กระต่ายในการศึกษาทดลอง และงานวิจัยต่างๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์การ แพทย์ เช่น 2.1 ใช้ในการเรียนทางสัตววิทยา โดยการผ่ากระต่ายเพื่อศึกษาโครงกระดูกกล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน เส้นเลือด และเส้นประสาท 2.2 ใช้ศึกษาฤทธิ์ของยาต่างๆ ก่อนที่จะนำ�ใช้ในคน 2.3 ใช้ทดสอบความปลอดภัยของยา วัคซีน และเครื่องสำ�อาง 2.4 ช่วยในการวินิจฉัยโรค โดยฉีดเชื้อเข้ากระต่ายแล้วสังเกตอาการเช่น โรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น 2.5 ผลิตชีวภัณฑ์ต่างๆ เช่น แอนติบอดี (antibody) เอวินิฉัยโรคสารเร่งการแข็งตัวของเลือด และเอนไซม์ (enzyme) ที่ใช้การวินิฉัยโรค ต่างๆ 2.6 ฬช้ตรวจการตั้งครรภ์ โดยอาศัยหลัการที่ว่า ปัสสาวะของสตรีมีครรภ์เมื่อฉีดเข้ากระต่ายตัวเมีย จะกระตุ้นเหนี่ยวนำ�ให้เกิดการตดใข่ 2.7 ใช้ในงานวิจัย เช่น การฝากย้ายตัวอ่อนสัตว์ (Embryo Transfer) มิการทดลองทำ�ได้สำ�เร็จในกระต่ายเป็นสัวต์ชนิดแรก 3. เป็นอาชีพเสริมของเกษตรกร กระต่ายเป็นสัวต์เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วใช้เนื้อที่น้อย กินอาหารได้หลายชนิด และสามารถใช้ ประโยชน์จากอาหารได้ดีกว่าสัตว์กระเพราะเดียวกัน เช่น สัตว์ปีก และสุกร เหมาะสำ�หรับการเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมของเกษตรกร


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม ขั้นตอนการผลิต

ภาพร่างที่ 1 ภาพในการร่างครั้งแรกแสดงให้เห็นถึง กระต่ายที่ ได้ Sketch จะเห็นเป็นรูปร่างกระต่ายที่ยังไม่ สมบูรณ์เท่าไหร่ เป็นกระต่ายที่ดูแล้วเหมือนกับกระต่ายที่ไม่ค่อยมีชีวิตชีวาเท่าไหร่


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

แบบร่างที่ 2 .ภาพที่สองเป็นภาพ Sketch ที่ได้เพิ่มผ้าพันคอ และโบว์ ทำ�ลักษณะให้มีความร่าเริงมากขึ้น พร้อมกับออกแบบแขนขาให้เพื่อ การออกแบบออกท่าทางให้มีความสอดคล้องกับตัว Mascot มากขึ้น


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

ขั้นตอนต่อมาได้ ออกแบบท่าทาง 6 ท่า โดยมีท่า เชื้อเชิญ ท่าผายมือข้างขวา ท่าผายมือข้าง ซ้าย ท่าสนุกสนาน ท่าไหว้ และท่าร่าเริง โดยการ Sketch ก่อน และพร้อมตั้งชื่อ Mascot ว่าน้อง แครอท


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

ขั้นตอนการดราฟเส้น จากภาพ Sketch ในโปรแกรม Adoby Illustrator cs6 เพื่อความ สะดวกต่อการทำ� Mascot ในการดราฟภาพ

การดราฟเส้น โดยใช้เครื่องมือ Pen Tool ในการลากเส้นดราฟเพื่อการลงสีในตัว Mascot


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

การลงสีตัว Mascot น้อง แครอท โดยการลงสีแต่ละส่วน ตอนนี้ได้ทำ� ผ้าพันคอ เป็น สีแดง และโบว์สีแดง

ได้ทำ�การเปลี่ยนสี ผ้าพันคอ และโบว์ เป็นสีฟ้า และได้ดราฟ ลงสี น้อง แครอท ครบ 6 ท่า ก็เป็นอันเสร็จสิ้น


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

ได้รวบรวมท่าทั้งหมด 6 ท่าได้แก่ ท่าเชื้อเชิญ ท่าผายมือทางขวา ท่าผายมือทางซ้าย ท่าสนุกสนาน ท่าไหว้ ท่าร่าเริง โดยเป็นการดราฟและลงสีเรียบร้อย


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

จากการทำ�โบว์ และ ผ้าพันคอสีแดงได้เปลี่ยน มาเป็นสีฟ้า


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

ได้ทำ�การ Export ไฟล์เป็น .JPG รวมทั้งหมด 6 ท่า


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

Mascot Thailand Research Expo 2013

ความหมายของ Mascot Thailand Research Expo 2013 ชื่อของ Mascot : น้อง แครอท เพื่อเป็นงานวิจัย นำ�เสนอประโยชน์งานวิจัยอย่างมีคุณและพัฒนาประเทศในด้านของตัวกระต่ายนั้น ได้มีการนำ� กระต่ายมาทดลองวัคซีนยาเพื่อ รักษาโรคต่างๆ อย่างมากมายในการแพทย์ และยังช่วยเกษตรกร ในหารายได้ในการเพาะเลี้ยงกระต่ายที่มีราคาถูกและให้ลูกเยอะเพื่อนำ�มาขาย ให้กับกลุ่มคนที่รักในตัวของกระต่ายที่มีความน่ารัก ร่าเริง ออกแบบโดย นายอรรถพล พลเยี่ยม สาขาวิชาศิลปกรรม แขนงออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ที่อยู่ 2392/27 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพ 10900 เบอร์โทรศัพท์ 085-9167835 Email : attpol0708@gmail.com


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

จัดทำ�โดย

นายอรรถพล พลเยี่ยม 5211309322 สาขาวิชา ศิลปกรรม แขนงออกแบบนิเทสศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

บรรณานุกรม 1) เว็บไซต์ http://th.wikipedia.org/wiki บทความโดย สารคดีทางอนิมอลพลาเน็ต ทางทรูวิชั่นส์: พฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2556 หนังสือสัตว์สวยป่างาม โดย ชมรมนิเวศวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล สิงหาคม 2518 http://www.nupet.org


Mascot

Thailand Research Expo

2013

Chandrakasem Rajabhat University คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศิลปกรรม

by Attpol Polyiam

Mascot น้องแครอท  

Mascot น้องแครอท รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา การออกแบบภาพเคลื่อนไหว ARTI3322 ของนายอรรถพล พลเยี่ยม

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you