Page 1


2


4


Editor s Talk Volume 7 Issue 74 February 2017

สวัสดีครับคุณผู้อ่าน 14 กุมภาพันธ์ “วันแห่งความรัก” นั้นเป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกต่างพร้อมใจมอบความรักให้แก่กัน ความรักเป็นสิ่งสำ�คัญที่คอยสร้างสรรค์เรื่องดีๆ มากมายให้เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นความรัก ระหว่างหนุ่มสาว ครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่นๆ รอบตัวเรา สำ�หรับปกนิตยสาร ฉบับเดือนแห่งความรักนี้ ต้องขอขอบพระคุณ และขอแสดงความยินดี เป็นอย่างยิง่ กับท่านอธิการบดีคนใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี “ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชวี นิ ” ที่ท่านได้กรุณาแนะนำ�บุคคลสำ�คัญของมหาวิทยาลัยแม่โจ้และประธานกรรมการสรรหาอธิการบดี สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี “ศาสตราจารย์เกียรติคณ ุ ดร.เทพ พงษ์พานิช” (คาวบอยเทพ) ให้ชาวสุราษฎร์ธานีได้รจู้ กั ท่านอาจารย์เทพเป็นชาวดอนสัก เกิด และเติบโตทีด่ อนสัก แต่ชาวสุราษฎร์ฯ อาจจะไม่คุ้นชื่อ ท่านเป็นลูกชายของ “กำ�นันโค้ง” แห่งอ่าวดอนสัก เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ชาวดอนสัก รุ่นเก่าๆ จะรู้จักกำ�นันโค้งทุกคน ทุกตำ�บล ผมได้พดู คุยเพือ่ ทำ�ความรูจ้ กั กับท่านอาจารย์เทพเป็นครัง้ แรกที่ ห้องสมุดท่าอากาศยานนานาชาติ สุราษฎร์ธานี ซึ่งท่านจะมาใช้บริการห้องสมุดในช่วงที่กำ�ลังรอขึ้นเครื่องจากสุราษฎร์ธานีไปลงที่ ดอนเมือง แล้วต่อเครือ่ งจากดอนเมืองกลับไปบ้านทีเ่ ชียงใหม่เป็นประจำ�ทุกเดือน และท่านยังได้ลงชือ่ เข้าใช้หอ้ งสมุดทุกครัง้ ทำ�เช่นนีต้ ดิ ต่อกันมาหลายปีแล้ว ผมจึงนับถือท่านอาจารย์เทพเหมือนพีช่ ายผูม้ ี ความอดทน เสียสละ มาประชุมสภามหาวิทยาลัยทุกครั้ง คอยช่วยเหลือมหาวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี อย่างไม่รจู้ กั เหน็ดเหนือ่ ย ท่านบอกกับผมว่า ท่านเสียดายทีไ่ ม่ได้กลับมาทดแทนบุญคุณแผ่นดินเกิดสมัย หนุม่ ๆ เพราะเลือกไปเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษตรอยูท่ มี่ หาวิทยาลัยแม่โจ้เกือบ 40 ปี จนมีครอบครัว อยูท่ เี่ ชียงใหม่ ท่านจึงกลับมาช่วยมหาวิทยาลัยบ้านเกิด โดยเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเพือ่ ชดเชย ส่วนที่ขาดหายไป จึงถือได้ว่าท่านไม่เคยลืมถิ่นบ้านเกิดของตนเอง ผมคุยกับท่านเหมือนคนเคยรู้จัก กันมานาน ได้แลกเปลี่ยนแนวความคิดกันหลายอย่างเพราะเราทั้งสองต่างก็เคยไปอยู่อเมริกาในยุค ตื่นทองเมื่อ 60 ปีก่อน (ยุคนั้นเงิน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 20 บาท) ตักตวงเอาความรู้ ประสบการณ์ ชีวิตกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ท่านอาจารย์เทพได้เอาประสบการณ์จากอเมริกามาสร้างอาคารแนว คาวบอยทีม่ หาวิทยาลัยแม่โจ้ หากคุณผูอ้ า่ นเป็นศิษย์เก่าแม่โจ้ คงจดจำ� “คาวบอยเทพ” ได้เป็นอย่างดี เพราะท่านเป็นคาวบอยที่เอาเอกลักษณ์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ�ของอเมริกามาไว้ที่แม่โจ้ในขณะที่ ท่านดำ�รงตำ�แหน่งอธิการบดีที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 2 สมัย คุณผู้อ่านสามารถอ่านประวัติส่วนตัวและ ประสบการณ์ชีวิตของท่านในคอลัมน์ Exclusive ฉบับนี้ได้เลยครับ ไม่เพียงเท่านัน้ ฉบับนีย้ งั เสริมคอลัมน์ Special Report สัมภาษณ์พเิ ศษผูท้ รงคุณวุฒิ บุคลากร นักข่าว และพ่อค้าแม่คา้ รอบๆ มรส. และคอลัมน์เด็ดๆ อย่าง Food for Thought น้�ำ พริกปักษ์ใต้, Destination ชุด หม้อข้าวหม้อแกงลิง, และคอลัมน์ใหม่ “On Tour” จาก คุณสาธร ลีลาขจรจิต ช่างภาพมืออาชีพซึ่งเป็นผู้บุกเบิกนิตยสาร ร่วมกับผมมาตั้งแต่ฉบับแรกจนถึงปัจจุบัน สุดท้ายนี้ ผมขอส่งความรักและ ความปรารถนาดีมายังคุณผูอ้ า่ นขอให้ มีความสุข ความรักทีด่ ี จริงใจต่อกัน และอย่าลืมรักตัวเอง ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะครับ พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

ดร.หิรัญ ชคทานนท์ บรรณาธิการบริหาร

คณะที่ปรึกษา ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน ศุภพร ล่องดุริยางค์ ปัญญา แสงสุริยัน กิตติ ชคทานนท์

ที่ปรึกษาบรรณาธิการบริหาร ธีรภาพ โลหิตกุล

บรรณาธิการบริหาร ดร.หิรัญ ชคทานนท์

ผู้ช่วยบรรณาธิการ ปกาศิต สุดใจ จำ�นงค์ ศรีวุ่น

หัวหน้าฝ่ายการตลาด ภนิตา ชคทานนท์

กองบรรณาธิการ ษราวุธ พัฒน์ศิริ สุจิตรา ก่อกิจไพศาล วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์

กราฟฟิค ดีไซน์ วัชระ ธัญญาหาร กรรณิการ์ สัมพันธ์ ธีรพงศ์ โอนาค

พิสูจน์อักษร กรรณิการ์ สืบไทย ณัฎฐา สุดใจ

ช่างภาพ

ษราวุธ พัฒน์ศิริ

นักเขียนประจำ� ธีรภาพ โลหิตกุล อภินันท์ บัวหภักดี กานต์ ลิ่มสถาพร ดร.ภาสกร ธรรมโชติ

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย สิทธิราช ศรีแก้ว

บทความและรูปภาพทั้งหมด (ยกเว้นโฆษณา-ข่าว) ในนิตยสาร @Surat สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย หากจะนำ�ไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการเท่านั้น สำ�หรับ สารคดี บทความ ข้อความ-ภาพโฆษณา ความคิดเห็นและข้อเขียนต่างๆ ในนิตยสาร @Surat เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนผู้ประกอบการ ที่ลงโฆษณาเท่านั้น คณะผู้จัดทำ�นิตยสารไม่จำ�เป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น (เลขทะเบียนการจดแจ้งการพิมพ์ที่ สศก. ๑๔/๑๒/๒๕๕๓)


8


9


contents

Page

10

Volume 7 Issue 74 February 2017

“เราต้องทำ�ทุกอย่างให้ดี คิดก่อนทำ�และต้องคิดในทางที่ดี คิดแล้วทำ�ได้ ไม่ทำ�ให้ผู้ร่วมงานเดือดร้อน ก่อประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประเทศชาติโดยภาพรวม ในฐานะผู้บริหารองค์กร ต้องตัดใจในบางเรื่อง ปรับแผน ปรับนโยบายในบางเรื่อง”

20 Exclusive

อดีตอธิาิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากเด็กดอนสักสู่ตำ�แหน่งอธิการบดีคาวบอย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ

ดร.เทพ พงษ์พานิช 34 Food for Thought : นำ�พริกปักษ์ใต้ 18

Buddhadasa on My Mind

30

atTai-Nichi YUKO

32

ON MY WAYS

36

P32

โลงศพและป่าช้า

“ป่าต้นนำ�บ้านนำ�ราด ธรรมชาติใสๆ ใจละลาย”

Destination

ข้ามเกาะพาชมหม้อข้าวหม้อแกงลิงแห่งพังงา ในภาวะเสีย่ งต่อการสูญพันธุส์ งู

“ป่าต้นนำ�้ บ้านนำ�้ ราด ธรรมชาติใสๆ ใจละลาย”

Special Report

44

ASEAN Art Corridor กินรีเริงระบำ�

46

Beauty Talk สลายไขมันแบบ Non Invasive ไม่เจ็บตัว ได้ผลเกินคาด

48

Field Documentary นกและงู วัฏจักรที่น่าเศร้า

เทีย่ วเมืองฮิโระชิมะ แวะดูระบบชลประทานการเกษตร

ON MY WAYS

38

P44

นานาทรรศนะต่อการเปลีย่ นแปลง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ASEAN Art Corridor กินรีเริงระบำ�

P48

Field Documentary นกและงู วัฏจักรที่น่าเศร้า


11


contents

Page

12

Volume 7 Issue 74 February 2017

54

58

Let’s Get Tanned

เหวโหลม 4.0…ความสุขเฉพาะหน้า

Herbs for Health

เท้ายายม่อม ผักเป็นยา “แก้วห้าดวง”

50

My Beloved Tapee ‘ความว่าง’ ในทัศนะของพุทธทาส ตอนที่ 15

60

52

Tasty Food อิ่มอร่อยและโลดแล่นสู่โลกจินตนาการ “แปลงร่าง สเต็กฮีโร่”

On Tour เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 60 คึกคักรับประกา

62

Good Health & Wellness

64

@Talk

66

Horoscope

56

Health Care

58

Herbs for Health

P52

“พ่อเล่าเร�อ่ ง…” ชีวติ กับนำา้

เท้ายายม่อม ผักเปนยา “แก้วห้าดวง”

On Tour

เทศก�ลเที่ยวเมืองไทย 60 คึกคักรับประก�

P60

Tasty Food

เหง�อกร่นปองกันอย่างไร

ประชานิยม ประชารัฐ ประชานิยม?

อิ่มอร่อยและโลดแล่นสู่โลกจินตน�ก�ร “แปลงร่�ง สเต็กฮีโร่”

P64

@Talk

ประช�นิยม ประช�รัฐ ประช�นิยม?


What’s On

Text : กองบรรณาธิการ@Surat

งานตรุษจีนทีศ่ าลเจ้ากวนอู เกาะสมุย เมือ่ วันที่ 4 ก.พ. 2560 นายกเทศบาลนครเกาะสมุย นายรามเนตร ใจกว้าง และนายวิรชั พงษ์ฉบับนภา ประธานศาลเจ้ากวนอู เกาะสมุย ได้จดั งานฉลอง ตรุษจีนขึน้ ทีศ่ าลเจ้ากวนอู เกาะสมุย (หน้าค่าย-หัวถนน) โดยเริม่ พิธสี กั การะ เทพเจ้ากวนอูตง้ั แต่เช้าตรู่ จากนัน้ ขบวนแห่ได้อญ ั เชิญองค์เทพเจ้ากวนอูพร้อม ด้วยม้าทรงและขบวนเชิดสิงโต เพือ่ เดินทางไปรับเครือ่ งเซ่นไหว้และให้พรท่บี า้ น ของผู้ท่นี ับถือในละแวกศาลเจ้า งานนี้มีแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ชาวไทย เชือ้ สายจีนรวมถึงประชาชนทัว่ ไปทัง้ ชาวไทยและต่างชาติมาร่วมชมร่วมฉลอง ในงานกันอย่างคึกคัก

นิตยสาร @Surat มอบเงินช่วยเหลือน้�ำ ท่วมผ่านคลังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมือ่ วันที่ 17 ก.พ. 2560 ดร.หิรญ ั ชคทานนท์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร

นำ�เงินจากกล่องรับบริจาคทีห่ อ้ งสมุดท่าอากาศยาน รวมเป็นเงินจำ�นวนทัง้ สิน้ 10,450 บาท ไปมอบให้แก่ นายอวยชัย อินทร์นาค ผูว้ า่ ราชการ นานาชาติสรุ าษฎร์ธานีและเงินสมทบจากนิตยสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยผ่านทางคลังจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพือ่ นำ�เงินส่วนนีไ้ ปช่วยเหลือผูป้ ระสบภัยน้�ำ ท่วมในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

14


15


What’s On

Text : กองบรรณาธิการ@Surat

“โตโยต้าตาปี” ช่วยเหลือผูป้ ระสบภัยน้�ำ ท่วม บริษทั โตโยต้าตาปี จำ�กัด ได้จดั โครงการ “คาราวาน ไฮลักซ์

รีโว่ ช่วยผูป้ ระสบภัยน้�ำ ท่วม สู่ 12 จังหวัดภาคใต้” ขึน้ และจัดพิธี มอบเงินช่วยเหลือ 1.5 ล้านบาท พร้อมด้วย ข้าวรัชมงคล 5 ตัน แก่เหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายอวยชัย อินทร์นาค ผูว้ า่ ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตัวแทนรับมอบ ณ สำ�นักงาน เหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมือ่ วันที่ 28 มกราคม 2560 เวลา 9.00 น.

“บุญถาวร” ช่วยเหลือผูป้ ระสบภัยน้�ำ ท่วม บุญถาวร สาขาสุราษฎร์ธานี มอบเรือยางและถุงยังชีพผ่านทาง

รองผูว้ า่ ราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจีรศักดิ์ ชัยฤทธิ์ และได้รบั การอำ�นวยความสะดวกจากกองพันทหารราบที่ 25 ค่ายวิภาวดีรงั สิต นำ�จิตอาสาลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารและถุงยังชีพที่ ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ และ ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เมือ่ ต้นเดือนมกราคม 2560 ทีผ่ า่ นมา

16


17


Buddhadasa on My Mind

Text / Photo : ธีรภาพ โลหิตกุล

โลงศพและป่าช้า ขอชักชวนให้ท่านทั้งหลาย ถือหลักเกณฑ์อย่างเดียวกันว่า โลงศพของเรา ก็คือความดีที่ทำ�ไว้ในโลก ป่าช้าของเรา ก็คือประโยชน์ทั้งหลาย ที่เราได้ช่วยกันทำ�ไว้ เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ พุทธทาสภิกขุ*

พุทธทาสภิกขุ* พุทธทาสภิกขุ อริยสงฆ์ผู้สร้าง “สวนโมกขพลาราม” เป็นแหล่งศึกษาและปฏิบัติแก่นแท้แห่งพุทธธรรม ท่านเป็นชาวอำ�เภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับการ ยกย่องจากองค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ให้เป็น “บุคคลสำ�คัญผู้มีผลงานดีเด่นระดับโลก” ในปี พ.ศ. 2549

18


19


Exclusive

Text: ดร.ภาสกร ธรรมโชติ / ปกาศิต สุดใจ Photo: ปัญกÄช วัชรเสถียร

20


ศาสตราจารย์เกียรติคุณ

ดร.เทพ�พงษ์ พ านิ ช อดีตอธิาิการบดีมหาวิาิทยาลัยแม่โจ้ จากเด็กดอนสักสู่ตำ�แหน่งอธิการบดีคาวบอย พืéนเพดัéงเดิม¢องท่าน

� คงไม่อาจป¯ิเสธได้วา่ การศÖกษาคือรากฐานทีส่ ำ�คัÞทีส่ ดุ ¢องการพั²นาชาติ� ระบบการศÖกษา¢องประเทศจÖงต้อง¢ับ เคลือ่ นด้วยผูเ้ ชีย่ วชาÞ�รูล้ กÖ �รูจ้ ริง�ทังé ในด้านการศÖกษา�และ การบริหารงาน�เพือ่ ให้บณ ั ±ิตทีจ่ บการศÖกษาจากส¶าบันต่างæ นัéนเปšนผู้ที่มีคุณภาพ�เปšนที่ต้องการ¢องตลาดแรงงาน�และ ช่วยพั²นาสังคม

ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ชัดเจน และแม่นยำามากพอทีจ่ ะกำาหนดทิศทางของสถาบันการศÖกษาอย่าง เหมาะสม โดยเฉพาะในระดับอุดมศÖกษาได้นนั้ ใช่วา่ จะพบเจอได้งา่ ยๆ ยิง่ ถ้าเราต้องการทัง้ คนทีเ่ ก่งและดีในคนเดียวกันนัน้ น้อยคนนักที่ มีคณ ุ สมบัตเิ ข้าข่าย ศาสตราจารย์เกียรติคณ ุ ดร.เทพ พงษ์พานิช คือหนÖ่งในผู้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวอย่างเต็มเป‚›ยม ท่านผ่าน ประสบการณ์และดำารงตำาแหน่งอันทรงเกียรติมากมาย ไม่ว่าจะ เป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ 2 สมัย อุปนายกกรรมการ สภามหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี ประธานกรรมการสรรหา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี นายกสมาคมศิษย์ เก่าแม่โจ้ และนายกสมาคมชาวป˜กษ์ใต้ภาคเหนือ

คุณพ่อคุณแม่ของผมเป็นชาวเพชรบุรี ทำาธุรกิจเกีย่ วกับทะเลและประมง เช่น โปˆะ อวน ตังเก อวนลาก แพปลา ธุรกิจอะไรที่เกี่ยวกับ ทะเลทำาหมดเลย ต้นตระกูลของพวกผมส่วน ใหญ่อยู่แถวๆ เพชรบุรีกับราชบุรี ส่วนหนึ่ง ก็ไปทางพิษณุโลก หรืออยุธยา แยกกันเป็น หลายสาย คุณพ่อก็ลอ่ งเรือและดูทาำ เลมาเรือ่ ยๆ จนมาถึงดอนสัก ซึง่ ในสมัยนัน้ มีเพียงชาวบ้าน ทำาไร่ ทำาสวนตรงพืน้ ทีข่ า้ งใน คุณพ่อถือเป็นกลุม่ แรกๆ ทีม่ าบุกเบิกอ่าวนี ้ สร้างบ้านอยูร่ มิ ทะเล และเป็นคนแรกของสุราษฎร์ธานีทม่ี เี รือห้องเย็น พอใส่ปลาทีจ่ บั ได้แล้วก็แล่นจากสุราษฎร์ธานีไป ขายทีย่ านนาวา กรุงเทพมหานคร ทุกๆ อาทิตย์ ตอนนั้นดอนสักยังเป็นแค่ตำาบล อยู่ในการ ปกครองของอำาเภอกาญจนดิษฐ์ คุณพ่อมีพนี่ อ้ ง ทั้งหมด 15 คน มีลูกรวม 11 คน ซึ่งผมกับ พีน่ อ้ งเกิดทีด่ อนสักหมดเลย การทีม่ ญ ี าติพนี่ อ้ ง เยอะๆ ในสมัยก่อนเป็นสิ่งที่ดีนะครับ จะได้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ใครๆ ก็จะบอกว่าพวก ตระกูลพงษ์พานิชมีพวกมาก แรกเริ่มคุณพ่อ ก็จะเป็นเถ้าแก่ มีลูกน้องเป็นคนในหมู่บ้าน ตอนหลังคุณพ่อได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาก็ได้ เป็นกำานันแหนบทองคำา ผมจึงได้ชื่อว่าเป็น ลูกชายกำานัน “โค้ง พงษ์พานิช”

ประวัติการศÖกษา ผมเรียนชัน้ ประถมศึกษาทีโ่ รงเรียนมานิตา นุเคราะห์ ตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.4 ส่วน ป.5 ถึ ง ป.7 ผมย้ า ยไปเรี ย นที่ เ ทพมิ ต รศึ ก ษา เป็นโรงเรียนคาธอลิก ก็เลยได้ภาษาอังกฤษ พอ ม.ศ.1 จนถึง ม.ศ.3 ก็ยา้ ยไปเรียนทีโ่ รงเรียน สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำาจังหวัด

21


“การไปเรียนต่างประเทศ�สิง่ หนÖง่ ทีต่ อ้ ง พิจารณาประการแรกคือมหาวิทยาลัยต้องดี เปšนทีย่ อมรับในสังคม�ประการทีส่ อง�คือ ผูค้ นทีน่ น่ั มีความเปšนมิตร หรือมีทศั นคติทด่ี ตี อ่ เราหรือไม่”

การคมนาคมจากดอนสักมาตัวเมืองในสมัยก่อนมัน ยากลำาบาก ต้องนั่งเรือมา 4-5 ชั่วโมง ไม่สามารถ มาทางรถได้เหมือนในปัจจุบัน แล้วผมก็ไปเรียนต่อ อาชีวศึกษาเกษตร (ปวช. เกษตรกรรม) ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมแม่โจ้ พอพูด ถึงเกษตรกรรม ก็ตอ้ งคิดถึงแม่โจ้ เพราะว่าเขามีชอื่ เสียงในด้านนี้มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ คนที่ เรียนจบจากแม่โจ้ส่วนใหญ่ก็จะไปทำางานในกระ ทรวงเกษตรฯ อีกส่วนไปเรียนต่อด้านป่าไม้ ผมไป เรียนรุ่นที่ 32 ปัจจุบันก็มาถึงรุ่นที่ 82 แล้ว เหตุผลที่เลือกเรียนสายนี้ก็เพราะรู้สึกชอบ เกษตรกรรม ทีม่ าก็คอื ช่วงระยะหลังคุณพ่อผม มีพื้นที่ทำาการเกษตรเยอะ ทำาสวนยางพารา และสวนปาล์ม สมัยเด็กๆ ผมเคยไปเดินลุย ในสวนกับพ่อ ออกรังวัดให้กบั ชาวบ้าน ไป เยีย่ มเยียนประชาชน ทีค่ ณ ุ พ่อทำาสวนก็ เพราะการทำาธุรกิจทะเลอย่างเดียวมัน เหนื่อย ลำาบาก และเสี่ยงด้วย ท่าน บอกว่า “เราสามารถรวยได้ภายใน วันเดียว แต่กจ็ นได้ภายในวันเดียว” เพราะบางครัง้ จับปลาได้มากจนขน ไม่หมด เอาไปขายได้เงินเยอะ แต่

22


บ้านสไตล์คาวบอยของ ดร.เทพ พงษ์พานิช ถ้าเรืออับปาง เราก็ลม่ จม และท่านยังทำ�นายไว้เมือ่ 60 ปีทแี่ ล้วว่า ทรัพยากรทางทะเลของอ่าวไทยมันจะหมด แต่สงิ่ ทีค่ ณ ุ พ่อทำ�นายก็ ไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทุกวันนี้ทรัพยากรในอ่าวไทยยังมี อยู่ แม้จะไม่ดเี ท่าเดิม แสดงว่าทรัพยากรมันมีจ�ำ นวนมหาศาลมาก โดยเฉพาะอ่าวที่สุราษฎร์ธานี แต่คุณพ่อก็เลิกทำ�ธุรกิจทางทะเล ไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ลูกๆ จึงไม่มีใครทำ�ธุรกิจนี้เลย ต้องเรียน หนังสือหมด การเลือกไปเรียนที่ต่างๆ คุณพ่อคุณแม่เขาจะปล่อย ให้ลูกหาเอง ตัดสินใจเอง ไม่ได้มีอิทธิพลต่อการเรียนของลูกๆ สัก เท่าไร หลังจากจบ ปวช. ทีแ่ ม่โจ้แล้ว ผมก็ไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย Central Luzon State University ที่ฟิลิปปินส์ เนื่องจากสมัยนั้น ทีแ่ ม่โจ้ยงั ไม่มรี ะดับปริญญาตรี มีเพียง ปวส. ทีส่ งู ทีส่ ดุ ซึง่ ในขณะ นั้นประเทศที่พอไปได้ ไม่ไกล ค่าใช้จ่ายไม่แพง สอนเป็นภาษา อังกฤษ ระบบการเรียนการสอน รวมถึงหลักสูตรคล้ายกัน และ โอนหน่วยกิตส่วนหนึง่ ให้กนั ได้กค็ อื ประเทศฟิลปิ ปินส์ โดยเฉพาะที่ Central Luzon ที่สายการเกษตรเขาเก่งในระดับต้นๆ ของเอเชีย และระดับโลกในบางสาขา ตอนไปเรียนก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก เพราะการเรียน อาหารการกิน นิสัยใจคอ แม้แต่หน้าตาของคนที่ นั่นก็คล้ายๆ กันกับเรา ครูบาอาจารย์ก็มีความรู้สึกที่ดีต่อกันก็เลย ไม่รู้สึกกดดัน พอจบปริญญาตรีทฟี่ ลิ ปิ ปินส์ ผมก็ไปเรียนต่อด้านการเกษตรที่ สหรัฐอเมริกา ผมจบปริญญาโทที่ Mississippi State University

และจบปริญญาเอกจาก Oklahoma State University สมัยเรียน ที่ฟิลิปปินส์เรียนพืชไร่ สมัยเรียนที่อเมริกาเรียนพืชสวน การปรับตัว ก็ไม่ยาก เพราะมีประสบการณ์จากที่ฟิลิปปินส์มาแล้ว ตอนเรียนจบ ปริญญาเอก ผมอายุ 27 ปี ซึง่ ถือว่าเด็กมากในสายตาของคนอเมริกนั แม้แต่อาจารย์ที่สอนยังสงสัยว่าทำ�ไมคนเอเชียไปเรียนหนังสือที่ อเมริกาจึงอายุยงั น้อย จบแล้วจะไปทำ�อะไรต่อ บางครัง้ ผมตอบไปว่า ไม่รู้เหมือนกัน แต่วันนี้ขอจบก่อนแล้วอนาคตค่อยว่ากัน เพราะตอน ไปเรียนนัน้ ยังไม่เคยทำ�งานอะไรทัง้ สิน้ โดยได้ทนุ ของมหาวิทยาลัยบ้าง ทุนส่วนตัวจากการทำ�งานบ้าง ไม่ได้ใช้เงินทางบ้านเลย ระหว่างเรียนก็ท�ำ งานเป็นผูช้ ว่ ยนักวิจยั หรือ Research Assistant โดยอาจารย์ที่เขาสอนในมหาวิทยาลัยเขาจะเลือกนักศึกษาแต่ละคน ที่เขาเป็นที่ปรึกษาให้มาเป็นผู้ช่วย ซึ่งก็ได้รับการยกเว้นค่าเทอม เพราะเขาถือว่าผมทำ�งานให้มหาวิทยาลัย แล้วก็ได้เงินเดือนอีกส่วนหนึง่ ซึง่ ไม่มาก แต่กพ็ อค่าเช่าอพาร์ทเมนต์ และค่ากินค่าอยู่ แต่ไม่เหลือเก็บ ช่วงที่จบปริญญาโทก็ทำ�งานอยู่หนึ่งปี ตั้งใจจะเก็บเงินแล้วกลับบ้าน แต่พอทำ�ไปทำ�มา ได้เงินมาพอสมควร เลยเปลีย่ นใจศึกษาต่อในระดับ ปริญญาเอก การไปเรียนต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ ประการ แรก คือ มหาวิทยาลัยต้องดี เป็นทีย่ อมรับในสังคม ประการทีส่ อง คือ ผู้คนที่นั่นมีความเป็นมิตรหรือมีทัศนคติที่ดีต่อเราหรือไม่ ถ้าสมมติว่า ไม่กต็ อ้ งหลีกเลีย่ ง เพราะมันเป็นปัจจัยทีจ่ ะทำ�ร้ายจิตใจเรา สุขภาพจิต เป็นเรื่องสำ�คัญ แต่บังเอิญที่ผมโชคดี เลือกที่เรียนได้ถูกต้อง

23


“ประสบการณ์การเรียนต่างแดน

สอนให้เราอดทน� à¢้มแ¢ç§ ต้อ§ต่อÊÙ้

เราต้องมีสุ¢ภาพจิตที่ดี�ควบคุม� และจัดการชีวิตตัวเองให้ได้� ช่วยเหลือตัวเองได้” ประสบการณ์ทปี่ ระทับใจในการใช้ชวี ติ ต่างแดน ประสบการณ์การเรียนต่างแดนสอนให้เราอดทน เข้มแข็ง ต้องต่อสู ้ เราต้องมีสขุ ภาพจิตทีด่ ี ควบคุม และจัดการชีวติ ตัว เองให้ได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ ผมอยูอ่ เมริกาเกือบ 6 ปี ไม่เคย กลับมาเยี่ยมเมืองไทยเลย โทรศัพท์ทางไกลก็ไม่เคย เพราะ ที่ดอนสักสมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์ ได้แต่ติดต่อทางจดหมาย ถ้าเราไม่เข้มแข็ง อดทน ด้านสุขภาพจิตก็คงลำาบากเหมือนกัน ด้วยความทีผ่ มเคยชินกับการอยูก่ บั ญาติ อยูไ่ กลบ้านมาตัง้ แต่ ชัน้ ประถม เทอมหนึง่ กลับบ้านแค่ครัง้ เดียว แต่คณ ุ พ่อคุณแม่ ก็มาเยี่ยมเรื่อยๆ สมัยเรียนที่แม่โจ้ก็กลับบ้านแค่ปีละครั้ง เพราะการเดินทางโดยรถไฟจากดอนสักไปเชียงใหม่ บางครัง้ ใช้เวลาเกือบ 4 วัน ผมก็เลยมีความอดทนสูงในการอยูไ่ กลบ้าน เพือ่ นบางคนมาจากครอบครัวทีม่ อี นั จะกิน ไปเรียนอยูอ่ เมริกา ได้แค่เทอมเดียวก็กลับ เพราะว่าคิดถึงบ้าน ไม่วา่ จะเป็นทีฟ่ ลิ ปิ ปินส์ หรือทีอ่ เมริกา สิง่ หนึง่ ทีเ่ ขามัก จะเน้นในการสอนนักศึกษาก็คอื ให้คดิ เอง ทำาเอง และส่งเสริม เรือ่ งกิจกรรมต่างๆ ดีมาก เพราะเขาต้องการให้เด็กได้เรียนรู้ จากสิง่ เหล่านี ้ การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยของอเมริกา มีกจิ กรรมมากมาย เราต้องพยายามร่วมกิจกรรมต่างๆ เพราะ จะทำาให้เราเรียนรู้ภาวะผู้นำาอย่างดี และสามารถนำามาปรับ ใช้ในการบริหารคนได้อย่างดีมาก สมัยเรียนผมเลยได้ไปเข้า ร่วมในองค์กรนักศึกษา ซึง่ ผมก็ได้เป็นเลขานุการของสมาคม นักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัย Mississippi และประธาน นักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัย Oklahoma ได้เรียนรูเ้ รือ่ งการ บริหารองค์กร การติดต่อประสานงานกับครูบาอาจารย์ และ นักศึกษาด้วยกันเอง ประสบการณ์ต่างๆ เราต้องเก็บเกี่ยว เอาเอง ผมพยายามซึมซับ รับรู้เรื่องราวต่างๆ ให้กับตัวเอง กิจกรรมบางอย่าง เช่น กีÌาอเมริกันฟุตบอล บาสเกตบอล ที่ผมไม่สามารถไปเล่นได้ เพราะคนอเมริกันตัวสูงใหญ่ ผมก็ ชอบดู แล้วก็ได้พบว่า การกีÌาของเขาก็บริหารอย่างเป็นระบบ

24

เพราะฉะนัน้ ระบบกีÌาต่างๆ ของอเมริกาเนีย่ มันรับช่วงมาจาก มหาวิทยาลัยทั้งสิ้น ไม่ใช่อยู่ๆ ชาวบ้านทั่วไปจะเข้าไปเล่นได้ นักกีÌา 95 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปต้องจบปริญญาตรีถึงจะมาเล่น เป็นอาชีพได้ เขาจึงเก่งและมีความรูม้ าตัง้ แต่เรียนมหาวิทยาลัย และในที่สุดเมื่อมาเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยของไทยก็ สามารถประยุกต์ประสบการณ์ทมี่ อี ยูม่ าบริหารและสร้างสรรค์ งานได้ด ี นัน่ คือสิง่ ทีแ่ ตกต่างไปจากการเรียนในเมืองไทย ผมเรียน ปริญญา 3 ระดับ ย้ายมหาวิทยาลัย 3 แห่ง เพราะต้องการ เรียนรู้ความแตกต่างครับ

ความรู้สÖกผูกพันกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต้องยอมรับว่าผมอยู่ที่อเมริกาได้เพราะเคยผ่านชีวิตที่ แม่โจ้และที่ฟิลิปปินส์มาก่อน การเรียนเกษตรกรรมที่แม่โจ้ ทำาให้ผมเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ แม่โจ้สอนให้นักศึกษา อดทน สู้งาน อย่างที่เขาพูดกันว่า “งานหนักไม่เคย¦่าคน” ผมกลับจากอเมริกา พ.ศ. 2522 เดือนพฤษภาคม เข้าทำางาน ที่แม่โจ้ ตอนนั้นคิดว่าตัวเองไม่ชอบการเป็นครู จะอยู่สัก 2 ปี แล้วอาจจะกลับสุราษฎร์ธานี แต่จะทำาอะไรต่อก็ยงั ไม่ร ู้ ทว่าผม ก็อยู่แม่โจ้นานถึง 32 ปี ในชีวิตราชการ รวมที่เคยได้ใช้ชีวิต ในเชียงใหม่ก็ 39 ปีแล้ว ผมอยู่แม่โจ้มาตั้งแต่เป็นนักศึกษา เป็นอาจารย์ เป็นผู้บริหารทุกตำาแหน่ง ตั้งแต่หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าภาควิชา คณบดี รองอธิการบดี และอธิการบดี กระทัง่ ปัจจุบนั เป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ผมอยูแ่ ล้วมีความสุขดี ภรรยาเป็นคนเชียงใหม่ ลูกชาย 2 คนก็เกิดที่นั่น โตที่นั่น เพราะฉะนัน้ ความผูกพันกับแม่โจ้นนั้ แน่นแฟ้นมาก ไม่อย่างนัน้ คงไม่อยู่มานานกว่าครึ่งชีวิต


ท่านชอบแต่งตัวแบบ� cowboy อยากทราบว่า ความประทับใจในความเปšน� cowboy ¢อ§ท่า¹มี ที่มาอย่างไร มาจาก 2 ส่วนครับ ส่วนที่หนึ่งคือครูบาอาจารย์ของแม่โจ้ที่ สอนด้านเกษตรกรรมส่วนใหญ่จะจบการศึกษามาจากอเมริกา ก็ เลยได้อทิ ธิพลการแต่งตัวมาจากทีน่ นั่ เช่น ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อผ้า ทะมัดทะแมง นักศึกษาที่เรียนเกษตรกรรมก็พลอยได้รับ อิทธิพลไปด้วย เรียกได้วา่ นักศึกษาแม่โจ้เป็นนักศึกษาไทย กลุม่ แรกทีใ่ ส่กางเกงยีนส์ ตัง้ แต่ 60 ปีทแ่ี ล้วมาเลยครับ ส่วนที่สองคือ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยม ปลายในอเมริกาทุกแห่งจะมี mascot หรือตัวนำาโชค ประจำาสถาบัน ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น เสือ สิงโต กระทิง สุนัข แมวป่า นก หมี จระเข้ ม้า สัญลักษณ์เหล่านั้นเขาอธิบายความหมายได้หมด ไม่ใช่ตั้งขึ้น มาเฉยๆ โดยอาจจะสื่อถึงนิสัย หรือความเก่งกาจของสัตว์เหล่านั้น เช่น เสือ เป็นสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาด สง่างาม บางตัวก็เป็นสัตว์ ประจำาท้องถิ่น บางแห่งอาจจะเป็นคน เช่น อัศวิน หรือ cowboy ซึง่ การใช้ mascot เหล่านีท้ าำ ให้คนจดจำาง่าย เข้าใจง่าย และมีความ เป็นสากล มหาวิทยาลัย Oklahoma ที่ผมเรียน เขาใช้ cowboy เป็น mascot ประจำามหาวิทยาลัย เพราะทีน่ นั่ เป็นแหล่งของ cowboy ซึ่งเป็นตัวแทนของสุภาพชน รักเพื่อนฝูง เข้มแข็ง ช่วยเหลือผู้อื่น มีความเป็นผู้นำาสูง รักการผจญภัย ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา เป็นต้น นักศึกษาในรัฐนีจ้ งึ ชอบแต่งตัว cowboy แบบสบายๆ ผมเองเห็น แล้วก็ชอบด้วย ดูแมนดี เลยแต่งตัว cowboy บ้างในบางโอกาส แล้วก็ นำาจิตวิญญาณของ cowboy มาใช้ กับตัวเอง เพือ่ จะได้เป็นคนทีเ่ ข้มแข็ง อดทน สูง้ าน และพอผมกลับเมืองไทย ก็ไปเผยแพร่ความเป็น cowboy ให้ กั บ ที่ ม หาวิ ท ยาลั ย แม่ โ จ้ ซึ่ ง ผมได้ ก่อสร้างอาคารเรียน รูปปันœ สัญลักษณ์ ต่างๆ ในสไตล์ cowboy เอาไว้มากมาย หลายจุดในสมัยที่ยังเป็นอธิการบดีอยู่ 8 ปีครับ

รู้สÖกว่าตัวเองเปšน� cowboy� คนหนÖ่งไหม ผมก็พยายามนำาเสนอแบบนัน้ มาเกือบ 40 ปีแล้วนะ ผมมักจะสวมชุด cowboy ไป ตามงานต่างๆ แต่บางงานที่เป็นทางการก็ จะไม่ใช่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เป็น cowboy กึง่ สุภาพ แต่ถา้ เป็นงานรืน่ เริง งานศิษย์เก่า

25


“หน้าที่¢องกรรมการสภา มหาวิทยาลัยก็คือ�คอยกำ�หนด นโยบาย�ให้การแนะนำ�� คำ�ปรÖกษาเชิงนโยบาย�ควบคุม การทÓ§า¹¢อ§มหาวิาิทยาลัย ผ่านอธิการบดี” แม่โจ้ ผมก็จะใส่เต็มทีห่ น่อย จนศิษย์เก่าแม่โจ้หลายๆ คน ก็ใส่ตามๆ กันไปจนเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึง่ ของเรา เรียก ได้ว่าถ้าพูดถึงอธิการบดีที่แต่งตัว cowboy ก็คงมีแค่ผม คนเดียว จนพวกนักศึกษาตัง้ ฉายากันว่า “คาวบอยเทพ” หรือไม่ก็ “อธิการคาวบอย” (ยิ้ม)

หน้าที¢่ องกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีอะไร บ้า§ ปัจจุบันผมเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย 4 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัย นอร์ท-เชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยทั่วไปแล้ว หน้าที่ของกรรมการสภามหาวิทยาลัย ก็คือ คอยกำาหนดนโยบาย ให้การแนะนำา คำาปรึกษา เชิงนโยบาย ควบคุมการทำางานของมหาวิทยาลัยผ่าน อธิการบดี และยังประเมินผลการทำางานของผู้บริหารใน มหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามนโยบาย พูดง่ายๆ ก็คอื สภาให้ นโยบาย ส่วนอธิการบดีเป็นผู้นำานโยบายไปปฏิบัติ แล้ว เราก็ตดิ ตามผล ดูวา่ เป้าหมายต่างๆ ทีอ่ ธิการบดีให้คาำ มัน่ สัญญากับสภาไว้สามารถทำาได้ตามนั้นมากน้อยแค่ไหน และสุดท้ายก็คือ ช่วยควบคุม และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ กับมหาวิทยาลัยผ่านทางอธิการบดี

ในฐานะที่ท่านเปšนประธานกรรมการสรรหา

อธิการบดี¢องมหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี

ที่เพิ่งเสร็จสิéนไป�มีความรู้สÖกอย่างไรบ้าง

ก็เรียบร้อยดี ดีกว่าทีก่ งั วลไว้ ผมเคยพูดในทีป่ ระชุม ให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีฟังว่า “เราอยูเ่ มืองคนดี เรากำาลังหาคนดีมาเป็นอธิการบดี ดูแล มหาวิทยาลัยดีๆ อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพราะฉะนัน้ อย่าทะเลาะกันแค่เรือ่ งการสรรหาอธิการบดี เพียงคนเดียว” คนที่เรามองไว้ 4 คนที่จะเป็นอธิการบดี ผมว่าเป็นได้ทุกคน จะต่างกันก็แค่วิธีการทำางานบ้าง แต่

26

ตอนนี้ก็เรียบร้อยแล้ว ส่งรายชื่อไปขอพระราชทานแต่งตั้งต่อไป คิดว่าคนมาเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเขาต้องเป็นคนดีในระดับ หนึ่ง และต้องมาทำาสิ่งดีๆ ให้กับมหาวิทยาลัย มิฉะนั้นเขาจะอยู่ ไม่ได้เอง

ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประโยคที่ว่า� “คนดีสำ�คัÞกว่าทุกสิ่ง”�¢องท่านพุทธทาส ความจริงแล้ว ความหมายนั้นไม่ต้องอธิบาย เพราะมีความ หมายในตัว เข้าใจได้งา่ ยๆ อยูแ่ ล้ว โดยเฉพาะอย่างยิง่ หากเราเป็นผู้ บริหาร ไม่วา่ ในองค์กรใดก็ตาม เราต้องทำาทุกอย่างให้ด ี คิดก่อนทำา และต้องคิดในทางที่ดี คิดแล้วทำาได้ ไม่ทำาให้ผู้ร่วมงานเดือดร้อน ก่อประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประเทศชาติโดยภาพรวม ในฐานะผู้บริหารองค์กร ต้องตัดใจในบางเรื่อง ปรับแผน ปรับ นโยบายในบางเรื่อง บางโอกาส อย่าดันหัวชนฝาไปทุกเรื่อง มุ่ง งานสำาเร็จอย่างเดียวแต่ไม่สนใจผลกระทบต่อผูร้ ว่ มงาน หรือผูใ้ ต้ บังคับบัญชา หากเป็นมหาวิทยาลัยก็หมายถึงกระทบนักศึกษาด้วย


ความมีเมตตาธรรมในการปกครองคนเป็นสิ่งสำาคัญ แต่ละคนมีปัญหา ชีวิตไม่เหมือนกัน ผู้บริหารต้องสนใจ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของหลัก ธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กร บุคลากร และนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

ท่านคิดว่ามหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานีมศี กั ยภาพ โดยรวมและมีอปุ สรรคในการพั²นาอย่างไรบ้าง�และ จะเสนอแนวทางแก้ไ¢อย่างไร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเป็นที่ยอมรับมากในบรรดา มหาวิทยาลัยราชภัฏ 44 แห่งในประเทศไทยว่าเป็น top fi ve คือดี ที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศ และหมายถึงดีที่สุดในภาคใต้ แต่เรา ต้องพิสูจน์ให้สังคมยอมรับว่า นั่นเป็นความจริง ระยะเวลา 45 ปีที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีพฒ ั นาตัวเองจากวิทยาลัยครู เรือ่ ยมา จนเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีที่ยิ่งใหญ่นั้น ต้องขอบคุณ ผู้บริหารทุกยุคทุกสมัยที่ทุ่มเท ดูแลสถาบันแห่งนี้มาด้วยดี อาจจะเป็น เพราะทำาเลที่ตั้งเหมาะสม สิ่งแวดล้อมดี คมนาคมสะดวกรอบด้าน ความมัง่ คัง่ มัน่ คงของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นเพราะอยูใ่ น “เมือง คนดี” ด้วยก็ได้ ทำาให้ภาพพจน์ดดู ไี ปหมด แต่ความจริงเหนือความจริง ก็คอื บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเอง โดยเฉพาะอย่าง ยิง่ ผูบ้ ริหารระดับสูง เช่น อธิการบดี ได้ผลัดเปลีย่ นการแสดงศักยภาพ อย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ และมีวสิ ยั ทัศน์ทดี่ ี ถือเป็นปัจจัยสำาคัญอย่างยิง่ ในการพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีให้เจริญก้าวหน้า กลาย เป็นต้นทุนสังคมอย่างดีเยี่ยม แต่ในความสำาเร็จนัน้ ย่อมมีอปุ สรรคและข้อจำากัดในตัวมันเอง สิง่ ที่ต้องระมัดระวังข้อที่หนÖ่ง คือ เรื่องจำานวนนักศึกษาจะลดลงไปเรื่อยๆ ซึง่ เป็นเรือ่ งทีเ่ กิดขึน้ ทัง้ ประเทศไทย เพราะนโยบายคุมกำาเนิดเมือ่ 20 ปี ทีผ่ า่ นมา นักวิชาการบอกว่าอีก 18 ปีขา้ งหน้า นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ไทยจะหายไปจากระบบถึง 1 ใน 3 (33%) และมันจะลดลงไปเรื่อยๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีจะทำาอย่างไร ผูบ้ ริหารจะต้องมองสิง่ เหล่านี้ให้ดี ข้อที่สอง ปัจจุบันจะบังคับให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้องจบ ปริญญาเอกเท่านั้น อาจารย์ที่มีอยู่หากวุฒิยังไม่ถึงปริญญาเอก ก็ต้อง เร่งรัดตัวเอง นี่คือคำาถามใหญ่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จะหาวิธีพัฒนาคุณวุฒิอาจารย์ที่มีอยู่ได้อย่างไร มหาวิทยาลัยราชภัฏ สุราษฎร์ธานีมจี าำ นวนอาจารย์ปริญญาโทมากกว่าปริญญาเอกถึง 2 เท่า จะจัดการอย่างไร ข้อที่สาม คุณภาพของบัณฑิตจะไม่แข่งกันด้านจำานวนนักศึกษา อีกต่อไป (มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีจำานวนศึกษาปัจจุบัน ประมาณ 15,000 คน มากที่สุดในภาคใต้ และถือว่าเป็นมหาวิทยาลัย ขนาดใหญ่) แต่ตอ้ งกลับมาเร่งรัดแข่งขันด้านคุณภาพของบัณฑิต สาขา วิชาบางสาขาอาจจะต้องกลับมาพิจารณาลดจำานวนหรือยกเลิกการ ผลิต เพือ่ เอางบประมาณไปดูแลสาขาอืน่ ทีห่ น่วยงานของรัฐและเอกชน ต้องการเอาไปทำางานด้วย ตรงนี้อธิการบดีต้องกล้าที่จะพิจารณาการ เพิ่มหรือลด

เราต้องทำ�ทุกอย่างให้ดี� คิดก่อนทำ� และต้องคิดในทางที่ดี�คิดแล้ว ทำ�ได้�ไม่ทำ�ให้ผู้ร่วมงานเดือดร้อน� ก่อประโยชน์ต่อองค์กร�สังคม� และประเทศชาติโดยภาพรวม� ในฐานะผู้บริหารองค์กร� ต้องตัดใจในบางเรื่อง�ปรับแผน� ปรับนโยบายในบางเรื่อง

27


ในฐานะที่เปšนคนสุราษ®ร์คนหนÖ่ง�และเปšน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผูท้ รงคุณวุ²ิ ¢องมหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี�ท่าน คิดว่าอยากจะพั²นาอะไรให้แก่บ้านเกิด จริงๆ ผมก็เพิ่งกลับมาช่วยงานที่มหาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้แค่ 5-6 ปีที่แล้วนี่เอง ก็ยินดี ที่ได้กลับมาครับ ผมเองก็เสียดายและเสียใจอยู่เหมือน กันที่เป็นคนสุราษฎร์ฯ เติบโต และจบการศึกษาเบื้อง ต้นทีน่ ี่ แต่กไ็ ปอยูท่ อี่ นื่ ก็เลยพยายามช่วยให้คาำ แนะนำา ผมก็คิดว่ามีหลายเรื่องที่ผมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนสภา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ไม่วา่ จะเป็นการบอก แนวทางพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมให้เขาได้ไปเรียนเมือง นอก โดยเฉพาะปริญญาเอก จริงอยู่ว่าในเมืองไทยก็มี แต่ว่าเราไม่ควรจะให้อาจารย์จบปริญญาเอกในเมือง ไทยอย่างเดียว หรือจบปริญญาเอกเมืองนอกอย่างเดียว เพราะค่าใช้จา่ ยมันสูง บางทีกใ็ ช่วา่ จะไปได้ทกุ คน แล้ว แต่จังหวะ จริงๆ แล้วมันไม่ได้ต่างกันเรื่องความรู้ แต่ เราทำาแบบนีเ้ พือ่ ให้เขาได้ประสบการณ์ทแี่ ตกต่างไป ซึง่ ประสบการณ์จากเมืองนอกเป็นสิ่งสำาคัญ ไม่ใช่ว่าเรา เห่อตามเมืองนอก แต่เป็นการนำาประสบการณ์เหล่านี้ มาปรับปรุง มาพัฒนาบ้านเกิดได้

28

สิ่งที่อยาก½ากทิéงท้าย¶Öงชาวสุราษ®ร์Ï พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้ทรง พระราชทานนาม “สุราษฎร์ธานี” ซึง่ แปลว่า “เมืองคนดี” เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว แสดงว่าท่านคงจะมองเห็นแล้ว และท่านพุทธทาส ปราชญ์ของโลก ได้ให้คำาสอนไว้ว่า “คนดีสำาคัญกว่าทุกสิ่ง” เมื่อเอา 2 สิ่งมารวมกัน เป็น สิ่งสุดยอดเหนือคำาบรรยายที่ชาวสุราษฎร์ต้องภาคภูมิใจ และต้องปฏิบัติตนให้ได้ แล้วท่านจะเป็น “คนดีผู้ยิ่งใหญ่” หากเราดูแผนที่ประเทศไทย จะพบว่าสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่สวยงามและมีคุณค่าอย่างยิ่ง ในแง่ของ ภูมปิ ระเทศ มีพน้ื ทีท่ ใ่ี หญ่มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึง่ ประกอบด้วยทะเล ชายทะเล ชายหาด เกาะ อ่าว แหลม ภูเขา แม่น้ำา ป่าไม้ มากมาย นั่นคือสิ่งที่ธรรมชาติและสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์มอบให้ชาวสุราษฎร์ ต้องรักษาดูแล ภาคภูมิใจ ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ให้ดี นำาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างมั่งคั่งและมั่นคง คู่กับการเป็นคนดี เพราะ...

“คนดีสำ�คัÞกว่าทุกสิ่ง”


29


atTai-Nichi YUKO Text : น้าตู่ / Photo : วัธนา มาลัยบาน

¨Ò¡¡Ãاâµà¡ÕÂÇàÃÒÍÍ¡à´Ô¹·Ò§ä» ÂѧàÁ×ͧÎÔâÃЪÔÁÐ (Hiroshima) â´Â รถไ¿ชินคันเซ็นจากสถานีโตเกียว ใช้เวลา ในการเดินทางครัง้ นีป้ ระมา³ 4 ชัว่ โมง ค่าโดยสารถ้าไม่มบี ตั ร JR PASS จะอยู่ ทีร่ าว 19,000 เยน (6,500 บาท) ต่อเทีย่ ว ไปกลับก็ 12,000 บาท ขอแนะนำาให้ซื้อ บัตร JR PASS ดีกว่าครับ

เที่ยวเมืองÎิโระชิมะ แวะดูระบบชลประทานการเกษตร เรามาถึงเมืองฮิโระชิมะแล้ว อาจารย์ไดซากุก็พา เราไปชมที่ตั้งอนุสรณ์สันติภาพ และอนุเสาวรีย์ของ เด็กหญิงซะดะโกะ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำาให้เกิดประเพณีพับนก กระเรียนกระดาษพันตัวเพือ่ ทีภ่ าวนาให้หายป่วยจากโรค ภัยไข้เจ็บ เดินเข้าไปจะเห็นอนุสรณ์สันติภาพ ฮิโระชิมะ (โดมปรมาณู) ปัจจุบนั ได้รบั การแต่งตัง้ เป็นมรดกโลกจาก ยูเนสโก ซึ่งในสงครามครั้งนั้นทำาให้เกิดความสูญเสีย อย่างมากกับประเทศญีป่ นุ่ ผมใช้เวลาทีน่ ไี่ ม่มากนัก จึงขอ ไปดูระบบชลประทานในการทำาเกษตรของเกษตรกรชาว ญี่ปุ่น เป็นที่น่าดีใจเพราะประเทศญี่ปุ่นมีฝนตกตลอด ทำาให้ระบบชลประทานของประเทศไม่มปี ญ ั หาขาดแคลน น้ำาในพื้นที่เพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว หรือพืช ผัก ผลไม้ ทางรัฐบาลจะอำานวยความสะดวกในการส่ง น้ำาให้กับเกษตรกร โดยจะเห็นจากแหล่งน้ำาธรรรมชาติที่มี อยู่ทุกพื้นที่ ระบบชลประทานของแต่ละเขตในจังหวัดนั้นๆ จะทำาการวางท่อส่งขนาดใหญ่กระจายไปทั่วทุกแปลงของ เกษตรกร แต่ปัญหาที่เกษตรกรพบนั้นก็ คือ แรงงานในภาค การเกษตร เนื่องจากปัจจุบันคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่หันไปทำางาน ในเมือง ในขณะที่พ่อแม่เป็นเจ้าของฟาร์ม ลูกก็ไม่สืบทอด ในอาชีพเกษตรกรรม จึงจำาเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากต่าง ประเทศ เพื่อให้การทำาอาชีพเกษตรกรรมยังคงอยู่สืบต่อไป นับเป็นโอกาสทีด่ สี าำ หรับประเทศไทยทีจ่ ะส่งยุวเกษตรไทยไป ฝƒกงานในประเทศญีป่ นุ่ เป็นเวลาสามปี โดยได้รบั ค่าตอบแทน เดือนละ 3-4 หมื่นบาท ได้เรียนรู้วัฒนธรรม ได้ภาษาญี่ปุ่น

30


ได้พ่อแม่บุญธรรมชาวญี่ปุ่น และได้ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตใน ต่างแดน รศ.ดร.สมชาย ชคตระการ และอาจารย์ไดซากุ จึงเปิดโอกาสให้ นักเรียนที่เรียนเกษตรที่จบ ปวช. ปวส. หรือ ปริญญาตรี ได้เดินทาง ไปที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้วกว่า 200 คน พวกเขาเหล่านี้จะเป็นเมล็ด พันธุท์ มี่ คี ณ ุ ภาพในวันทีไ่ ด้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง และมีทนุ ในการที่จะประกอบอาชีพอีกก้อนหนึ่ง โครงการไทนิชิยูโก เป็นความ ร่วมมือระหว่างไทยกับญีป่ นุ่ ในด้านการเกษตร โดยมีสหกรณ์การเกษตร ของแต่ละอำาเภอเข้าร่วมในโครงการนี้ ช่วงฤดูหนาว ในประเทศญีป่ นุ่ จะหยุดทำาการเพาะปลูกเนือ่ งจาก สภาพอากาศทีห่ นาวจัด บางจังหวัด ทางตอนเหนืออย่างเช่น ฮอกไกโด อะโอะโมริ หรือ อิวาเตะ อุณหภูมจิ ะติดลบ ไม่สามารถทำาการเกษตรได้ แต่พอเข้าเดือนมีนาคม อากาศก็จะเริ่มอุ่น ดอกไม้ก็จะผลิบานทั่ว ทัง้ ประเทศ นัน่ หมายความว่าเข้าสูฤ่ ดูของการเพาะปลูก แต่กม็ กี ารสร้าง

โรงเรือนเพือ่ รักษาอุณหภูม ิ ความชืน้ ให้เราได้เห็นอยูห่ ลายที ่ โรงเรือน ส่วนใหญ่กจ็ ะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น มะเขือเทศ เมล่อน เป็นต้น ทีส่ าำ คัญเกษตรญีป่ นุ่ เป็นเกษตรอินทรีย ์ เนือ่ งจากการใช้สารเคมีของ เกษตรกรชาวญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างน้อย ถามว่าเขาใช้สารเคมีไหม? ตอบได้เลยว่าญี่ปุ่นก็ใช้สารเคมี แต่นอ้ ยมาก เนือ่ งจากสภาพอากาศของทีน่ นั่ หนาว แมลงจึงไม่คอ่ ยมี ดินก็มคี วามชุม่ ชืน้ ไม่แล้งเหมือนกับทีป่ ระเทศไทย พืชผักผลไม้ของ ญี่ปุ่นจึงปลอดสารเคมี ต่างกับบ้านเราที่เวลาเจ้าหน้าที่ไปสุ่มตรวจ ตามท้องตลาดก็จะพบผัก ผลไม้ ที่ปนเป„œอนสารเคมี ผู้บริโภคเอง ต้องใส่ใจกับการเลือกซื้อผัก ผลไม้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เกษตรกรรมของญี่ปุ่นยังคงมีอะไรให้คนไทยได้เรียนรู้อีกเยอะ ทัง้ ด้านเทคโนโลยี และด้านชีวภาพ ตลอดจนในด้านการศึกษา ทีเ่ รา จะต้องเรียนรูเ้ พือ่ พัฒนาให้ได้อย่างเขา ถึงแม้วา่ จะใช้เวลานานหลายปี แต่ดีกว่าที่ไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง

31


ON MY WAYS Text / Photo : ม๋อจิ้ว@สุราษฎร์ธานี

Special Thanks ลิขสิทธิ์ภาพมุมสูงโดย STK HOBBY

“ธรรมชาติ ป่าต้นน้�ำ บ้านน้�ำ ราด ใสๆ ใจละลาย”

...หลังจากจบทริปครึ่งหลัง “น้ำ�ตกธารทอง” กันไปก่อนหน้านี้ กลับถึง บ้านไปนอนรอกินแห้วกันมากว่าครึง่ ปี จนในทีส่ ดุ โอกาสของทริปครึง่ แรกทีย่ งั ค้างคาเพือ่ การออกสำ�รวจ “ป่าต้นน้�ำ บ้านน้�ำ ราด” ก็มาถึงโดยไม่ตอ้ งเตรียม การวางแผนอะไรให้ยุ่งยากมากมาย หลังได้รับภาพสถานที่ สภาพถนนและ แผนผังพิกดั เส้นทางคร่าวๆ จากเจ้าบ้านอีกคณะหนึง่ ได้เวลาฤกษ์งามยามเช้า ตรู่ของวันนั้น อดใจรอไม่ไหว ชวนเดินทางไปสำ�รวจด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอไกด์ คณะไหนอีกแล้ว ตัง้ ใจต่อทริปเรือ่ งเดิมๆ ให้เสร็จสิน้ ปิดดีลกันสักที ขับรถยนต์ไป ตามเส้นทางทีค่ นุ้ เคยครัง้ เยีย่ มชมสำ�นักสงฆ์น�้ำ ราดธรรมารามกับน้�ำ ตกธารทอง (น้ำ�ตกบ้านน้ำ�ราด) เมื่อหลายเดือนก่อน ได้แผนที่คร่าวๆ แผ่นนั้น ช่วยให้คนขับมั่นใจขึ้นเยอะ เนวิเกเตอร์เพียง คอยช่วยอ่านป้ายบอกสถานทีเ่ ป็นระยะๆ กับบอกให้ชว่ ยจอดลงถามทิศทางกับ ชาวบ้านให้ชวั ร์ๆ เลยไม่กงั วลเรือ่ งหลุดหลงออกนอกเส้นทาง ดังนัน้ ไม่ควรไว้ใจ ฝากความหวังกับแผนที่พิกัดรับสัญญาณจากดาวเทียมสักเท่าไหร่ เนื่องจาก กำ�ลังขับอยู่ในหุบเขากลางป่า แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์มือถือ ยังขาดๆ หายๆ เป็นบางขณะ ต้องขอบคุณการประชาสัมพันธ์ดีงามซึ่งได้ทำ�แผ่นป้ายโลหะปัก บอกตามแยกหลักๆ ให้ได้อนุ่ ใจ อาทิ “น้�ำ ตกธารทองเลีย้ วซ้าย 5 กม./ป่าต้นน้�ำ บ้านน้ำ�ราด ขับตรงไปอีก 7 กม.” อะจ๊าก! บางช่วงต้องขับลุยลงไปในน้ำ�ไหล ผ่านถนนคอนกรีตอยู่บ้าง และเมื่อหมดทางถนนลาดยาง จากนั้น...กลายเป็น ทางดินหลุมบ่อสัก 4-5 กม. ลองตัดสินใจเลือกเอาเองแล้วกัน ว่าจะหยอดล้อลง หลุมไหนให้กระเทือนน้อยสุด พอเลีย้ วซ้ายเลียบข้างสวนยางพาราตามป้ายบอก ก็จะเห็นแผงเพิงชั่วคราวของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจำ�หน่ายน้ำ�ดื่ม/อาหาร แวะ หาที่จอดรถยนต์ตรงที่ว่างใต้แนวโสดต้นยางพารา

32

ก่อนจะถึงป้อมอาสาสมัครดูแลสถานที่แห่งนี้ พร้อมซุ้มแผ่นป้ายไม้ ประกาศกฎกติกามารยาทไว้ชดั เจน เช่น ห้ามนำ�อาหาร/เครือ่ งดืม่ /สัตว์เลีย้ ง เข้าไป ห้ามทิ้งขยะ/ทำ�ลายธรรมชาติ/รุกล้ำ�เขตหวงห้าม/ทะเลาะวิวาท/สิ่ง ผิดกฎหมาย เป็นต้น ส่วนทีก่ �ำ ลังสร้างเป็นอาคารไม้หลังย่อม เพือ่ เตรียมไว้ จำ�หน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อปของตำ�บลแก่นักท่องเที่ยวในภายภาคหน้า ถือว่า ใครมาเที่ยวช่วงนี้โชคดีที่เขาเพิ่งบุกเบิก การจัดการของคณะกรรมการ หมู่บ้านยังไม่ลงตัว จึงยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบำ�รุงสถานที่ใดๆ ทักทายเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลป่าต้นน้ำ�บ้านน้ำ�ราด “พี่สมพงษ์ เพ็งสกุล” เล่าถึงอาณาบริเวณผืนป่ากว่า 100 ไร่ ซึ่งกำ�ลังขอคืนพื้นที่จากชาวบ้านที่ เข้ามาบุกรุกหลายปีผ่านมา โดยทำ�โครงการปลูกป่าทดแทน ก่อนจะเดินนำ� บนทางดินชุ่มแฉะน้ำ�ฝนต่อไปอีกราว 100 กว่าเมตร สองข้างทางดูเขียว ร่มรืน่ ด้วยต้นไม้ใหญ่นอ้ ย บ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศแหล่งนี้ อาทิ กลุม่ เห็ดแชมเปญสีโอลด์โรสแสนหวาน ดอกยางนารูปกังหันแปลกตา สีชมพูขาวร่วงบนพืน้ จำ�ปูนต้นสูงกว่าศีรษะรอผลิดอกหอมทัว่ ป่า ดอกเอือ้ ง หมายนาสีขาวอมแดงชูช่อ ฯลฯ


อุป๊ ส์! ร้องเสียงดัง เกือบรับรางวัลแจ็คพอตแตกแต่เช้า พอท่านพี่ ชีใ้ ห้ระวัง “ผูก้ องลิงหรือมูสงั ” ซุม่ นิง่ ชุดดำ�มืด นัง่ กองบนพืน้ ดินเกือบ จะก้าวเท้าเหยียบทับแว้ววว ตรงข้ามศาลาหกเหลีย่ มหลังคาซ้อนสามไว้ ประดิษฐานพระพุทธรูปให้ไหว้สกั การะ ซึง่ ถือเป็นจุดไฮไลท์ทจี่ ะต้องไม่ พลาด เพือ่ ให้ได้ยล “ช่องทางน้�ำ แร่ไหลออกจากใต้โพรงหินปูน” มีไม่ ต่�ำ กว่าสองช่อง สองสายน้�ำ ผุดแห่งป่าต้นน้�ำ บ้านน้�ำ ราด บรรดากอเฟิรน์ กอหญ้าเขียวปี๋ ขึน้ รกครึม้ ห้อมล้อมธรรมชาติแสนพิสทุ ธิ์ เหมือนรูห้ น้าที่ คอยปกปักรักษาส่งเสริมความสำ�คัญ แต่มนุษย์ยงั เข้าไปจัดทำ�ขอบคันหิน กัน้ แบ่งเป็นสัดส่วน พร้อมปักป้ายประกาศเขตหวงห้ามของต้นกำ�เนิด แหล่งน้ำ�โดยเด็ดขาด สมยอมอนุโลมให้ลงว่ายเล่นน้�ำ ในโซนใสคริสตัลตรงใจกลาง ทีม่ องเห็น ท้องพืน้ เม็ดทรายขาวจัว๊ ะ กะด้วยสายตาประมาณการเส้นขอบกัน้ รอบแอ่งคง ไม่เกิน 100 เมตร ส่วนน้�ำ ใสราวกระจกทีข่ งั อยูล่ กึ แค่ราว 30-40 เซนติเมตร ระดับเกือบเท่ากันหมด มีกองโขดหินวางและกอต้นคล้าน้ำ�ขึ้นตรงกลางเพื่อ ไม่ให้มองเป็นสระว่ายน้ำ�ประดิษฐ์สำ�หรับเด็กนักเรียนอนุบาลจนเกินไป เห็น ปลาน้ำ�จืดตัวเล็กๆ น่ารักน่าชัง ได้แก่ ปลาซิวตัวขาวซีด ปลากอง คล้ายปลา เสือมีลายเหลืองดำ� กำ�ลังแหวกว่ายคอยตอดกินตะไคร่น� ้ำ ผนังรากไม้ มด แมลง อยู่ใต้น้ำ�เป็นฝูงๆ โดยรอบแอ่งยังมีต้นไม้ใหญ่ หวายป่า กอคล้า ขึ้น หนาแน่นบริเวณรอบนอก ก่อนน้�ำ จะเอ่อล้นไหลผ่านช่องคันหินลงสูล่ �ำ ธาร ผ่านป่าเขียวขจี ตะกอน ใบไม้ผุดำ� กลายเป็น “น้ำ�ตกธารทอง” และ “คลองมะเลาะ” ที่เคยไปสัมผัส กันก่อนหน้านี้ หล่อเลี้ยงให้ผู้คนได้ใช้อุปโภคบริโภคทั้งสองหมู่บ้าน “บ้านทำ�เนียบ” และ “บ้านน้�ำ ราด” โดยไม่เคยแห้งเหือด ไม่วา่ ฤดูกาล ไหนๆ จนเจ้าบ้านต้องออกโรงให้ความรูค้ วามเข้าใจแก่ชาวบ้าน ช่วยกัน ตระหนัก อนุรกั ษ์ปา่ ต้นน้� ำ สมบัตสิ ว่ นรวมแห่งนีใ้ ห้ยงั่ ยืนชัว่ ลูกชัว่ หลาน อย่างดีที่สุด คนอืน่ มาเทีย่ วจะเตรียมการเพียบพร้อมอย่างไรไม่รไู้ ม่เห็น แต่บา้ นนี้ วางแผนมากันตอนเช้าตรู่ เพื่อสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบ ได้ยินเสียง กระทัง่ เรไรร้องระงมทัง้ ป่า อยากป่าวร้องดังๆ แข่งเสมือนว่า “ทัง้ แอ่ง เป็นของข้าคนเดียว” จึงไม่ยอมเสียเวลาไปมากกว่านี้ ก่อนที่ใครๆ จะมามีสว่ นแบ่งแย่งหายใจขณะเล่นน้� ำ รีบถอดเสือ้ ยืดแขนสัน้ กางเกง ขายาว เหลือไว้เพียงบิกนิ สี่ ฟี า้ สดตัวจิว๋ หุม้ ห่อทรวดทรงอวบอึม๋ ลงเดิน แบบเวทีแคทวอล์คอย่างมั่นใจเหลือเกิน สัมผัสแรกชื่นใจเย็นกายเมื่อ ได้ลุยน้ำ�ใสลึกแค่เหนือเข่า ย่ำ�บุกร่อนสำ�รวจโดยทั่วเหนือผิวน้ำ� เห็น ทะลุถึงก้นแอ่ง มีฝูงปลาน้ำ�จืดหลากหลายว่ายไปมา ไม่กลัวเกรงคน แปลกหน้า บรรยากาศโดยรวมด้านบนทีม่ องเห็นด้วยตาเปล่า แฝงด้วยเสน่ห์ สวยงามแปลกตาตืน่ ใจตัวเองว่า “มากพอแล้ว” แต่พอลองสวมหน้ากาก ดำ�น้ำ�กับสนอร์เกิลหายใจแบบดำ�น้ำ�ตื้น แล้วก้มศีรษะลงมุดมิดใต้น้ำ� ทันทีที่หน้าอกวางบนพื้นทราย อั๊ยย่ะ! ประหลาดใจเป็นที่สุด แม้น้ำ�ใส ในแอ่งขังจะลึกไม่มาก แต่เวลามองภาพใต้น้ำ�ที่สะท้อนแสงสว่างจาก เบือ้ งบน “เห็นเป็นสีฟา้ เทอร์คอยซ์งดงามจับจิต” ดีกรีนอ้ งๆ ทะเลสิมลิ นั กันเลยทีเดียว ขาดแต่ไม่มีเกลียวคลื่นมากระทบกายเท่านั้น ฉงนปนประหลาดใจที่กลายเป็นหนังคนละเรื่องกับเมื่อตอนมอง จากผิวน้ำ�ด้านบน และคงไม่ใช่แค่มนุษย์ที่งง เพราะบรรดาฝูงปลาที่ ว่ายเวียนเทียวมาตอดเซลล์ผวิ หนังอยูร่ อบตัวให้จกั๊ กะจี้ ก็คงงงกับมนุษย์ ซาลาแมนเดอร์ผวิ เผือกสีร่ ยางค์ตวั นีเ้ ช่นกัน ทีเ่ ทีย่ วใช้มอื หนึง่ ว่ายแหวก ทราย ค้�ำ คลานต้วมเตีย้ ม เล็งส่องถ่ายภาพ ถ่ายวิดโี ออยูใ่ นบ้านอาศัยของ พวกมัน แต่พอเห็นว่าคุน้ เคย ไม่มพี ษิ ภัย มารุมเสนอหน้าหยุดสงสัย ว่าย อยูห่ น้าเลนส์กล้องถ่ายภาพใต้น�้ำ อย่างกับสัง่ แบบโพสท่าทางกันได้ทกุ ตัว

มุดอยูท่ า่ มกลางน้�ำ ใส กองหินตะไคร่เกาะ พืน้ ทรายขาว รากไม้ออ่ นๆ สะบัด พริ้ว และฝูงปลาน้ำ�จืดจำ�นวนมากในแอ่ง ทำ�ให้อารมณ์ประหนึ่งตัวเราถูกลดย่อ ขนาดเล็กลงมาว่ายรวมกันอยูใ่ นตูป้ ลาขนาดใหญ่ทมี่ นุษย์เคยจัดไว้ จนได้เวลานัก ท่องเที่ยวอื่นๆ เริ่มทยอยเข้ามาเที่ยวกัน หมดเวลาสนุกแล้วสิ! ขอเวลาเช็ดตัว ให้แห้ง เปลี่ยนผ้าเปียกออก อุต๊ะ! ไหนว่าจัดพร็อพมาพร้อมก่อนออกจากบ้าน แต่ดันลืมพก กกน. แห้งอีกตัวมาผลัดเปลี่ยน ทำ�ไงได้ ประสบการณ์ผ่านโปรมา จนถึงระดับนี้ คิดๆ ลงท้าย จัดการแก้ปัญหาโดยลำ�พัง ง่ายๆ ลองย้อนนึกถึงตอนวัยเด็ก เพียง แค่ปล่อยไว้ให้โยงย้อยห้อยระบายลม กับต้องมีสมาธิจดจ่อ ใจเย็น คอยระวังก็ตอน รูดซิบกางเกงขายาว หวาดผวากลัวจะติดส่วนหนังลำ�ตัวปลาซิวน่ะซิ จนอาจเผลอ ร้องลั่นป่าให้ทั้งเจ็บทั้งอายนักท่องเที่ยวอื่น ก่อนได้เวลาปิดดีลกันแน่ จุ๊ๆ ว่าแต่ เรือ่ งเจ็บสุดฤทธิส์ ดุ เดชของปูซ้ ายพันนี้ พวกผูห้ ญิงคงไม่รหู้ ร้อก จริงไหมสุภาพสตรี ทั้งหลาย ฮิฮิฮิ...

33


Food for Thought

Text / Photo : ดร.ชูขวัญ เตชกานนท์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

ว่าด้วยเรือ่ งของอร่อยแบบเผ็ดร้อน หลายๆ คนคงนึกถึงน้�ำ พริกเป็นอย่างแรก น้�ำ พริกเป็นอาหารทีม่ คี คู่ รัวไทยมาช้านาน ใช้ในการรับประทานเป็นกับข้าวหรือใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่างๆ ก็ได้ น้ำ�พริกบางประเภทมีอายุการเก็บรักษานาน และสะดวกสำ�หรับพกพา จึงทำ�ให้ความนิยมในการบริโภคน้ำ�พริกเพิ่มมากขึ้น

น้ำ�พริกปักษ์ใต้ ภาคใต้เรียกน้�ำ พริกว่า “น้�ำ ชุบ” เพราะนำ�ผักมาชุบกับน้�ำ พริก องค์ประกอบหลักของน้ำ�ชุบคือ พริก หอม และกะปิ ใช้กินกับผัก หลายชนิด ทั้งผักสดและผักลวก น้ำ�พริกทางใต้นี้มีเอกลักษณ์ คือ ไม่ผสมน้ำ�มะนาวหรือน้ำ�ตาล ส่วนใหญ่จะมีลักษณะแห้ง ถ้าผสม ให้เข้ากันด้วยมือเรียก น้ำ�ชุบหยำ� หรือ น้ำ�ชุบโจร ถ้าตำ�ให้เข้า กันเรียก น้ำ�ชุบเยาะ ถ้าตำ�แล้วผัดให้สุกเรียกว่า น้ำ�ชุบผัด หรือ น้ำ�ชุบคั่วเคี่ยว น้�ำ พริกปักษ์ใต้ทนี่ �ำ เสนอวันนีเ้ ป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของเด็ด ของดังจากภาคใต้ เริ่มต้นจาก จ.สุราษฎร์ธานี เมืองคนดี มาถึง ถิ่นหอยนางรม จะไม่พูดถึงหอยนางรมคงจะไม่ได้ กลุ่มแม่บ้าน เกษตรกรสนธิวัฒน์เป็นต้นตำ�รับ “น้ำ�พริกหอยนางรม” ทาง กลุ่มมีการนำ�หอยนางรมมาแปรรูปเป็นน้ำ�พริกหลากหลายชนิด ทัง้ น้�ำ พริกเผาหอยนางรม น้�ำ พริกนรกหอยนางรม น้�ำ พริกสวรรค์ หอยนางรม และน้�ำ พริกตาแดงหอยนางรมไข่เค็ม น้�ำ พริกของทาง กลุ่มมีจุดเด่น คือ ไม่มีกลิ่นคาวจากหอยนางรม กรรมวิธีการผลิต เริ่มต้นจากการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี ทั้งหอยนางรม พริก หอม กระเทียม จากนั้นนำ�มาล้างทำ�ความสะอาด ปอก หั่น และนำ� หอยนางรมมาอบแห้งด้วยตูอ้ บพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อนจะนำ�มา ปรุงเป็นน้ำ�พริกสูตรต่างๆ จึงทำ�ให้ได้รสชาติกลมกล่อม น้ำ � พริ ก เด็ ด แดนใต้อีกหนึ่งชนิดที่เป็น ของฝากขึ้น ชื่ อ ของ จ.ภูเก็ต ไข่มกุ อันดามัน สวรรค์เมืองใต้ คือ “น้�ำ พริกกุง้ เสียบ” ชือ่ นี้ ได้มาจากกรรมวิธีที่นำ�กุ้งสดๆ มาเสียบไม้ย่างทั้งเปลือก รมควัน จากกาบมะพร้าว จนได้กลิ่นหอม จะใช้กุ้งขาวหรือกุ้งแชบ๊วยก็ได้ นำ�มาล้างให้สะอาด จากนั้นคลุกเกลือเล็กน้อย ทิ้งไว้สัก 20 นาที ก่อนที่จะบรรจงเสียบไม้ นำ�ขุยมะพร้าวที่เตรียมไว้มาจุดไฟให้

Greenhouse ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสนธิวัฒน์

สนใจติดต่อ-สอบถามที่

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสนธิวัฒน์

12/1 หมู่ที่ 9 บ้านสน ตำ�บลกะแดะ อำ�เภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160 โทร. 081-829-2214 Facebook : กลุม่ แม่บ้านเกษตรกรสนธิวัฒน์

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีเกาะค้างคาว

168/5 ม.5 ซอยตลาดนัด ถนนศรีสุนทร ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110

34

โทร. 081-693-5952


ข้อมÙลแลÐรÙ»Àา¾¨าก: http://aroided.blogspot.com/2016/02/blog-post_24.html

แค่พอมีควัน แล้วนำากุ้งที่เสียบไม้ไว้นั้นมาวางเรียงบนขุยมะพร้าวและทำาการอบ ประมาณ 20 นาที หรือจนกุง้ แห้งสนิทดี เพียงเท่านีก้ เ็ สร็จสิน้ กระบวนการทำากุง้ เสียบ เพื่อความกรุบกรอบและหอมกรุ่นยิ่งขึ้นจะนำากุ้งเสียบมาคั่วในกระทะหรือทอดโดย ใช้น้ำามันเล็กน้อยก็ได้ เมื่อกุ้งเสียบพร้อมแล้ว เรามาลงมือทำาน้ำาพริกกันเลยค่ะ เริ่มจากนำากะปิ หอม กระเทียม พริกมาคั่วในกระทะโดยใช้ไฟอ่อนๆ จนหอม จากนั้นนำามาตำาเข้าด้วยกัน ใส่กุ้งเสียบ โขลกพอเข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำาตาลมะพร้าวและน้ำามะนาว คนให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบ น้ำาพริกกุ้งเสียบนิยมรับประทานกับผักสดหรือผักต้ม เช่น แตงกวา สะตอ ถั่วฝักยาว มะเขือ ข้าวโพดอ่อนต้ม กะหล่ำาดอกต้ม เป็นต้น

สำาหรับผู้ที่เวลาไม่เอื้ออำานวยก็อย่าเพิ่งหมดหวังที่จะทานน้ำาพริกกุ้งเสียบนะคะ เพราะนอกจากน้ำาพริกแบบสดแล้ว ป˜จจุบันมีผลิตภั³±์น้ำาพริกกุ้งเสียบแบบคั่วแห้งให้ เลือกซือ้ หาด้วยค่ะ ผลิตภั³±์ OTOP จากกลุม่ สตรีเกาะค้างคาว จ.ภูเก็ต มีความโดดเด่น ในด้านของรสชาติที่มีความเผ็ดร้อนและเข้มข้นถึงเครื่อง ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบ และ กรรมวิธีการแปรรูปที่พิถีพิถันโดยสมาชิกของกลุ่ม นอกจากน้ำาพริกกุ้งเสียบแล้วยังมี น้าำ พริกอืน่ ๆ อีกกว่า 10 ชนิด เช่น น้าำ พริกกุง้ แห้ง น้าำ พริกปลา©ิง้ ©้าง น้าำ พริกสับปะรด น้ำาพริกตะไคร้ ซึ่งได้รับการรับรองมาตร°านทั้ง อย. และÎาลาล ÍŒางÍิง อาËารการกินแË่งลุ่ม·Ðเลสาบ. สงขลา: เ¤ร×อข่าÂสตรÕรอบ·Ðเลสาบสงขลา. 2551. Ëน้า 104-105 http://aroided.blogspot.com/2016/02/blog-post_24.html

35


Destination

Text / Photo : ดร.สรายุทธ อ่อนสนิท, ดร.สุรพล ฐิติธนากุล และ ดร.เยาวพรรณ สนธิกุล คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

ข้ามเกาะพาชมหม้อข้าวหม้อแกงลิงแห่งพังงา

ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูง

ºÑÇºÒ ËÃ×ͺÑǨÔëÇ¢¹Ò´àÅç¡·ÕèÊØ´ã¹âÅ¡ ·Õ辺àËç¹ä´Œº¹à¡ÒÐáË‹§¹Õé

สวัสดีครับ ท่านผูอ้ า่ น ฉบับนีท้ มี งานสำารวจและวิจยั หม้อ ข้าวหม้อแกงลิงจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี จะนำาพาท่านไปท่องเทีย่ วและรูจ้ กั กับแหล่งต้นกำาเนิดหม้อข้าวหม้อแกงลิง อีกสถานทีห่ นึง่ ในภาคใต้ฝง่ั อันดามัน นัน่ ก็คอื เกาะคอเขา อำาเภอตะกัว่ ป่า จังหวัดพังงา ซึง่ เป็นแหล่งทีย่ งั มีตน้ หม้อข้าวหม้อแกงลิงในธรรมชาติอย่าง หนาแน่น และมีหลายสายพันธุใ์ นแหล่งเดียวกัน ถือว่ามีความหลากหลาย ทีส่ ดุ แห่งหนึง่ แต่สภาพการใช้พน้ื ทีใ่ นปัจจุบนั ได้สร้างความสุม่ เสีย่ งต่อการ สูญสิน้ สายพันธุแ์ ท้เฉพาะถิน่ อยูใ่ นระดับสูงทีเดียว เนือ่ งจากพืน้ ทีท่ ท่ี างทีม วิจยั ได้เข้าไปสำารวจนัน้ ได้ถกู จับจอง ล้อมรัว้ ลวดหนามไว้เรียบร้อยแล้ว โดยพืน้ ทีป่ า่ แถบนัน้ เป็นป่าพรุนาำ้ ขัง และป่าเสม็ดกว้างนับร้อยๆ ไร่ แต่ได้ถกู ครอบครองและจัดสรรพื้นที่เป็นสวนปาล์มน้ำามัน สวนมะม่วงหิมพานต์ สวนมะพร้าว และรีสอร์ท จึงเหลือพืน้ ทีท่ ร่ี อการจัดการของเอกชนเท่านัน้ ที่ ยังมีตน้ หม้อข้าวหม้อแกงลิงขึน้ อยูค่ อ่ นข้างหนาแน่นทัว่ บริเวณทีถ่ กู จับจอง ทางทีมวิจยั จึงได้รดุ ไปจัดเก็บเมล็ดและตัดกิง่ ต้นแม่เพือ่ นำามาเก็บรักษาสาย พันธุแ์ ท้ไว้ในห้องปฏิบตั กิ ารของโครงการอนุรกั ษ์พนั ธุกรรมพืชอันเนือ่ งมา จากพระราชดำาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี เพือ่ เป็นแหล่ง เก็บรักษาสายพันธุท์ ส่ี มุ่ เสีย่ งต่อการสูญพันธุใ์ ห้ดาำ รงไว้

สำาหรับชนิดของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ทมี วิจยั ได้สำารวจพบนัน้ มี สายพันธุ์แท้อยู่ 3 ชนิด

ชนิดแรก คือ Nepenthes mirabilis (var mirabilis) ซึง่ เป็นชนิดทีเ่ รา สามารถพบได้ทว่ั ไปในภาคใต้ หม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิดนีม้ กั นิยมนำาหม้อ อ่อนมาทำาข้าวเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง ซึง่ บนเกาะคอเขานัน้ สามารถ พบได้ตามบริเวณริมหนองน้าำ ขังป่าพรุ ซึง่ ไม้ชนิดนีส้ ามารถเลือ้ ยไต่ขน้ึ ไป บนต้นไม้ได้สูงและสร้างหม้อขนาดใหญ่สำาหรับดักแมลงและมดดำาที่เป็น เหยือ่ ทีจ่ าำ เพาะเจาะจง

36

ÊÀÒ¾»†Ò¾ÃØ·ÕèÁÕáËÅ‹§¹éíҢѧà¡×ͺµÅÍ´»‚ àµçÁä»´ŒÇ¾ÃóäÁŒËÅÒ¡ËÅÒª¹Ô´ ÃÇÁ¶Ö§µŒ¹ËÁŒÍ¢ŒÒÇËÁŒÍᡧÅÔ§´ŒÇÂ

ชนิดที่ 2 คือ ชนิด Nepenthes mirabilis (var globosa) ชาวบ้านเรียก สัน้ ๆ ว่า หม้อไวกิง้ (Viking) สำาหรับชนิดนีเ้ ป็นหม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิด N. mirabilis ทีแ่ ตกแขนงย่อยออกมา แต่ยงั ไม่จดั เป็นชนิดใหม่ เนือ่ งจากมี ความใกล้ชิดกับชนิดแรกอย่างมาก มีเพียงรูปลักษณะภายนอกบางอย่างที่ เปลีย่ นแปลงไป อย่างเช่น ใบหยักเป็นลอนคลืน่ มีซฟ่ี นั เลือ่ ยตลอดขอบใบ และทีเ่ ด่นชัดคือ รูปร่างลักษณะทรงหม้อล่างจะอ้วนกลม ปากกว้าง คล้าย รูปทรงของเรือไวกิง้ นัน่ เอง และมีสแี ดงเลือดนกเข้ม มีกลยุทธ์ในการเลือกกิน มด เช่น มดตะนอย และมดดำา เป็นหลัก ซึง่ หม้อชนิดนีเ้ ป็นทีต่ อ้ งการของ นักสะสมลำาดับต้นๆ ของเมืองไทยและต่างประเทศ สามารถพบเจอในป่า ธรรมชาติได้เพียงสองแหล่งเท่านัน้ คือที ่ จ.พังงา และ จ.ตรัง และสถานะ ตอนนีก้ อ็ ยูใ่ นภาวะสุม่ เสีย่ งต่อการสูญพันธุด์ ว้ ยกันทัง้ สองแหล่ง ชนิดที่ 3 คือ N. andamana นัน้ ถือเป็นจุดเด่นอีกชนิด มีขน้ึ กระจาย อยูใ่ นพืน้ ทีจ่ งั หวัดพังงาเท่านัน้ และเป็นญาติชดิ สนิทเชือ้ กับต้นหม้อข้าวหม้อ แกงลิงสายพันธุส์ รุ าษฎร์หรือ เสือสุราษฎร์ นัน่ เองครับ ซึง่ ชนิดนีม้ ชี อ่ื ว่า N. andamana หรือ เรียกกันในหมูผ่ เู้ พาะเลีย้ งต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงว่า เสือพังงา แหล่งทีพ่ บก็จะเป็นลักษณะทุง่ หญ้าสะวันนาทีโ่ ปร่งและแสงแดดจ้า ชนิดนี้ข้ึนได้บนดินทรายที่ชุ่มน้ำา หรือตามขอบหนองน้ำาบนเกาะแห่งนี้ ซึง่ จากสภาพทีพ่ บก็มกี ารกระจายตัวสูง พบได้งา่ ย หม้อล่างจะมีลายสีแดง เข้มจนถึงแดงน้าำ ตาล ปากหม้อสีแดงคล้าำ ส่วนหม้อบนนัน้ จะมีสเี ขียวอ่อนสด ภายในหม้อจะมีลายกระสีนำา้ ตาลแดง และเลือกกินมดแดงและมดน้ำาตาล เท่านัน้ จากลักษณะของการเลือกกินแมลงและมดทีจ่ าำ เพาะนีก้ จ็ ะบ่งบอกได้วา่ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงแต่ละชนิดจะมีการล่อเหยื่อและสร้างน้ำาตาลล่อมด แตกต่างชนิดกันได้ โดยไม่แย่งเหยือ่ กันนัน่ เอง นอกจาก 3 ชนิดทีก่ ล่าวมาแล้วนัน้ ในพืน้ ทีแ่ หล่งนี ้ ยังสามารถพบ ลูกผสมของทัง้ สามสายพันธุไ์ ด้ประปราย โดยเฉพาะอย่างยิง่ ลูกผสมระหว่าง N. mirabilis (var. mirabilis) x N. andamana, และ N. mirabilis (var.


หม้อล่�งของ N. andamana สีáดงเลือดนก ซÖ่งมีสีสัน¨ัด¨้�นเมื่อเทียบกับต้นหม้อกลุ่มเสือ¨�กáหล่งอื่นæ

N. andamana หม้อบนสีเขียวอ่อนสดใสเพิ่ง¼ลิใบ สร้�งหม้อดักáมลงáละมดในปล�ยÄดู½น

ลูก¼สมระหว่�ง N. mirabilis (var. mirabilis) x N. andamana

N. mirabilis (var.mirabilis) x N. mirabilis (var. globosa) ·ÕèÁÕÊÕÊѹʴá»Å¡µÒ ¾ºàËç¹ä´Œ»ÃлÃÒÂã¹¾×é¹·ÕèáË‹§¹Õé

À�พรูปทรงหม้อชนิด N. mirabilis (var. globosa) หรือหม้อรูปทรงเรือไวกิ้งขน�ดต่�งæ ที่พบได้¨�กพื้นที่áห่งนี้

mirabilis) x N. mirabilis (var. globosa) ซึง่ ให้สสี นั และรูปทรงของหม้อทีแ่ ปลกตา สวยงาม เช่นกัน นอกจากต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีกระจายอยู่บนเกาะแห่งนี้แล้ว ยังมี ไม้แปลกซึง่ เป็นไม้นาำ้ ทีไ่ ด้ชอ่ื ว่า เป็นบัวขนาดจิว๋ ทีส่ ดุ ในโลก ซึง่ มีชอ่ื ว่า บัวบา ขึน้ ใน หนองน้าำ พรุทม่ี กี ระจายอยูท่ ว่ั ไปบนเกาะ สำาหรับการชืน่ ชมท่องเทีย่ วเพือ่ ศึกษาหรือ ถ่ายรูปต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงทีย่ งั คงมีอยูใ่ นธรรมชาติแห่งนี ้ ขอเสนอแนะช่วง เดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม ซึง่ เป็นช่วงมรสุมทีม่ คี วามชุม่ ฉ่าำ ให้กบั บัวจิว๋ และ

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงได้ผลิใบใหม่ขนาดใหญ่จาำ นวนมากทัง้ หม้อล่าง และหม้อบน ทำาให้จติ ใจชุม่ ชืน่ ตามไปด้วยเลยทีเดียวครับ ทิง้ ท้ายไว้สาำ หรับฉบับนี ้ สำาหรับสถานะของหม้อข้าวหม้อแกงลิง บนเกาะคอเขานั้นจัดอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างรุนแรง เนื่องจากมีการ จับจองพืน้ ทีค่ รอบคลุมป่าทัง้ หมดทีต่ น้ หม้อข้าวหม้อแกงลิงในธรรมชาติ เติบโตอยู ่ โดยเป็นข้อกังวลอย่างมาก ทีมงานจึงรุดเข้าไปทำาการเก็บ สายพันธุ์แท้ในพื้นที่เพื่อนำามาเพาะเลี้ยงไว้ท่หี ้องปฏิบัติการเนื้อเยื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นเบือ้ งต้นไว้กอ่ น และขณะนีก้ ย็ งั ไม่มี มาตรการใดๆ จากหน่วยงานรัฐในพืน้ ทีเ่ ข้ามาดูแลและให้ความสำาคัญ ก่อนทีเ่ ราจะสูญสิน้ สายพันธุพ์ ชื เฉพาะถิน่ ทีห่ ายากไป ทีผ่ า่ นมา หาก พืน้ ทีม่ หี น่วยงานรัฐเป็นผูค้ รอบครอง การจัดสรรพืน้ ทีอ่ นุรกั ษ์จะทำาได้ สะดวกและมีประสิทธิภาพ แต่หากเป็นพืน้ ทีค่ รอบครองโดยเอกชน แล้วนัน้ ความสุม่ เสีย่ งนัน้ สูงมากทีจ่ ะถูกจัดสรรเพือ่ กิจการของเอกชน และเป็นเหตุให้เราสูญเสียพันธุ์พืชที่หายากไปอย่างง่ายดายโดยไม่มี วันฟ„œนคืน ทีมงานเพียงคาดหวังและสานต่องานโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำาริฯ และประสานให้ขอ้ มูลกับ หน่วยงานท้องถิน่ ซึง่ ใกล้ชดิ กับพืน้ ทีร่ บั ทราบและหามาตรการอนุรกั ษ์ พืน้ ทีแ่ ห่งนีต้ อ่ ไป ป.ล. ทริปนีต้ อ้ งขอขอบคุณ โกเล็ก áห่งตะกัว่ ป่� ทีอ่ �ำ นวยคว�มสะดวกáละนำ�ท�งสำ�หรับ ก�รเข้�ไปสำ�รว¨ในครัง้ นี ้ áละáนะนำ�ชนิดลูก¼สมทีม่ เี ฉพ�ะทีเ่ ก�ะáห่งนีค้ รับ ก�รเดินท�งครัง้ นี้ ได้รบั ทุนสนับสนุนก�รวิ¨ยั ¨�กโครงก�รอนุรกั É์พนั ธุกรรมพืชอันเนือ่ งม�¨�กพระร�ชดำ�ริÏ (อพ.สธ.) áละขอขอบคุณลูกÈิÉย์¨�กมห�วิทย�ลัยสงขล�นครินทร์ วข.สุร�É®ร์ธ�นี ทุกคน ที่ร่วมทริปสำ�รว¨áละเก็บตัวอย่�งในครั้งนี้ด้วยครับ

37


Special Report

Text / Photo : กองบรรณาธิการ @Surat

นานาทÃÃÈนÐต่อ¡าÃà»Åี่Âนá»Å§ ของมหาวิทยาลัยราชÀั¯สุราษ®ร์ธานÕ ผศ.สมทรง นุ่มนวล รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี อาจารย์อยากจะบอกอะไรกับอธิการบดีคนใหม่ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

อยากให้ท่านนำามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ไปสู่อนาคตที่เป็นที่พ่งึ พาของท้องถิ่น เป็นชุมชนวิชาการ ผลิตบัณฑิตที่มีงานทำา ผลิตหลักสูตรได้มาตรฐาน เป็น มหาวิทยาลัยชัน้ นำาของภาคใต้ หรือ 1 ใน 10 ของประเทศ และเป็ น มหาวิ ท ยาลั ย ของทุ ก คน ตอบสนองปรั ช ญา “มหาวิทยาลัยเพือ่ การพัฒนาชุมชนท้องถิน่ ” ภายใต้หลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึง่ คิดว่าท่านอธิการบดีคนใหม่ เป็นผูม้ วี สิ ยั ทัศน์ทก่ี ว้างไกล น่าจะสามารถนำาเรือลำานีไ้ ปสู่ เป้าหมายได้คะ่

ในฐานะทีอ่ าจารย์เป็นคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ จะมีแนวทางอย่างไรในการพั²นา บัณฑิตให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเชื่อมั่น

เริม่ จากทำาหลักสูตรทีม่ คี ณ ุ ภาพ อาจารย์ทม่ี คี ณ ุ ภาพ เพือ่ จะให้กระบวนการเรียนการสอนนักศึกษานัน้ รูจ้ ริง และ ปฏิบตั ไิ ด้ และมีทกั ษะทางวิชาชีพด้วย ไม่ได้มแี ค่องค์ความ รูเ้ พียงอย่างเดียว ต้องถาม stakeholder หรือ ผูม้ สี ว่ นได้ เสียว่าท่านต้องการบัณฑิตแบบไหน ในสาขาอาชีพใด ซึง่ ทุก หลักสูตรเราก็ทาำ อยูต่ ลอดค่ะ และปรับปรุงอยูท่ กุ ปี อย่างเช่น ตอนนีม้ หี ลักสูตรภาษาจีนมาเป็นรุน่ ที ่ 3 แล้วค่ะ เรียนทีน่ ่ ี 2 ปี แล้วก็ไปเรียนทีย่ นู นาน ประเทศจีน อีก 2 ปี ได้ ปริญญา 2 ใบค่ะ แล้วบัณฑิตเราก็ได้รางวัลเป็นนักศึกษา ต่างชาติดเี ด่น เป็นทีย่ อมรับ เราก็พยายามสร้างตรงนี ้ โดย ให้อาจารย์สามารถดูแลนักศึกษาได้อย่างทั่วถึง เน้นเรื่อง ของคุณภาพสื่อการเรียนการสอน การเตรียมสอนของ อาจารย์ อาจารย์ตอ้ งมีงานวิจยั มาใช้ในการเรียนการสอน และประยุกต์ใช้ในบริการวิชาการ แล้วก็ตอ้ งพานักศึกษาไป ลงพืน้ ที ่ บริการตามโรงเรียนท้องถิน่ ต่างๆ ด้วย ไม่ใช่เรียน แค่เฉพาะในห้องเรียน เพือ่ ให้นกั ศึกษาได้สัมผัสกับชุมชน ท้องถิน่ ตามศาสตร์ของเขา กิจกรรมจะเป็นเบ้าหลอม เสริม ความรูท้ างวิชาการ เพือ่ ให้เขามีเจตคติทด่ี แี ละมีทกั ษะทาง วิชาชีพด้วย ไม่ใช่แค่ร ู้ แต่ทาำ งานไม่เป็น

38


“อยากให้บัณ±ิตรุ่นใหม่ๆ มีความภาคภูมิใจในสถาบันและภาคภูมิใจในตัวเองมากกว่านี้ เหมือนอย่างเช่นศิษย์เก่า โดยเฉพาะในยุคที่มหาวิทยาลัยราชภั®สุราษ®ร์ธานียังเป็น มหาวิทยาลัยครูที่พวกเขาภูมิใจในการเป็นบัณ±ิตจบจากที่นี่มาก” สันทัด เจ็ดเสมียนใหม่ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์พลังราษ®ร์ นายกสมาคมสื่อภูมิภาคสุราษ®ร์ธานี

สันทัด เจ็ดเสมียนใหม่ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์พลังราษ®ร์ นายกสมาคมสื่อภูมิภาคสุราษ®ร์ธานี ในฐานะเป็นสื่อมวลชนเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไร ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ สุราษฎร์ธานีบ้าง

ด้านการก่อสร้างอาคารสถานทีต่ า่ งๆ ก็ดคู อ่ ยๆ เป็น ค่อยๆ ไป โดยมากจะหนักไปในเชิงวิชาการ ช่วง 4-5 ปีทผ่ี า่ นมา ความสัมพันธ์กบั สือ่ มวลชนก็รสู้ กึ ว่าน้อยไปหน่อยครับ อยาก ให้ความสัมพันธ์กลับมาสนิทสนมกันดังเดิม ในความรู้สึกของผม อยากให้บัณฑิตรุ่นใหม่ๆ มี ความภาคภูมใิ จในสถาบันและภาคภูมใิ จในตัวเองมากกว่านี้ เหมือนอย่างเช่นศิษย์เก่า โดยเฉพาะในยุคทีม่ หาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฎร์ธานียงั เป็นมหาวิทยาลัยครูทพ่ี วกเขาภูมใิ จ ในการเป็นบัณฑิตจบจากทีน่ ม่ี าก ส่วนหนึง่ อาจเป็นเพราะ คนทั่วไปในสุราษฎร์ธานียังฝังใจว่าที่น่ีคือวิทยาลัยครูอยู่ ทัง้ ๆ ทีใ่ นปัจจุบนั มีหลากหลายคณะ หลายสาขาวิชา และ ผลิตบัณฑิตทีม่ คี ณ ุ ภาพออกมาสูต่ ลาดแรงงานได้เหมือนกัน

อยากเห็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเป็น อย่างไรในอนาคต

อยากเห็นมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีพัฒนา ขึน้ อีก เป็นมหาวิทยาลัยทีต่ อบโจทย์ของท้องถิน่ อย่างเช่น ผูท้ ม่ี าสมัครเรียนต้องรูส้ กึ ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นตัวเลือกทีเ่ ขาอยากเข้าไปเรียนจริงๆ จบออกไปแล้วการันตี ได้วา่ เขาเป็นบัณฑิตทีม่ คี ณ ุ ภาพ มีงานทำา ผมจึงอยากให้ทน่ี ่ี เป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบ และเป็นมหาวิทยาลัยของจังหวัด สุราษฎร์ธานอี ย่างแท้จริง

39


วิรัตน์ รัตนภิรมย์ หัวหน้าตำารวจมหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี ทำางานทีม่ หาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมานานแค่ ไหน และรู้สึกอย่างไรกับความเปลี่ยนแปลงในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

ผมทำางานทีน่ ม่ี า 40 ปีแล้วครับ แต่ชว่ ง 4-5 ปี ที่ผ่านมามีปัญหา คือ ผมเป็นตำารวจมหาวิทยาลัยแต่ว่า แทนทีจ่ ะสามารถจับ ปรับ ล็อคล้อรถคนทีก่ ระทำาความผิด เช่น ไม่สวมหมวกกันน็อค ซ้อนสาม หรือจอดในทีห่ า้ มจอด ผมก็ไม่สามารถทำาได้เต็มที่ จึงอยากให้คณะผู้บริหารใหม่ ของมหาวิทยาลัยทราบและช่วยแก้ไขปัญหานีค้ รับ เมือ่ ก่อน มหาวิทยาลัยของเราเป็นตัวอย่างในการจัดระบบจราจรของ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเลยนะครับ ขนาดตำารวจจราจรในเมือง เขายังมาดูงานของเราทีน่ ่ี แล้วชมว่าระบบของเราเปˆะจริงๆ และยังนำาระบบของเราไปทำาตามด้วยครับ

ในอนาคตมีความคาดหวังอะไรจากมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยและกฎ ระเบียบจราจร ผมคาดหวังว่าต่อไปเราจะสามารถใช้กฎระเบียบได้ เข้มข้นกว่านี ้ คือ ระเบียบเป็นระเบียบ กฎเป็นกฎ เรามี อำานาจเต็มที่ สามารถจัดระบบได้อย่างเข้มแข็ง เราอยู่ ในสังคมที่มีคนมากมายเป็นหมื่นคน ถ้าเราไม่มีระเบียบที่ เข้มงวด นักศึกษาไม่เชือ่ ฟัง ก็จะส่งผลให้มปี ญ ั หาเกิดขึน้ มากมายครับ

อยากให้มหาวิทยาลัยสร้างความสัมพันธ์อย่างไร กับชุมชนรอบข้าง

แต่กอ่ นมหาวิทยาลัยของเราจะมีความเข้าถึงชุมชน ทำากิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน เช่น วันสงกรานต์กม็ กี ารเชิญ ผูส้ งู อายุทอ่ี าศัยอยูใ่ นชุมชนรอบข้างมารดน้าำ ดำาหัว มีการ ตักบาตร มีการร่วมไปทอดกฐินทีว่ ดั ใกล้ๆ ร่วมกัน ช่วงทีผ่ า่ น มาก็อาจจะมีบา้ ง แต่บางทีเขาไปทีว่ ดั ไกลๆ ซึง่ ไม่ได้พง่ึ พากัน เท่าไหร่ ก็อยากจะให้ทาำ กิจกรรมกันในละแวกชุมชนตรงนี้ มากกว่า สะดวกกว่า และไม่ตอ้ งไปรบกวนของใช้จากทาง วัดเหล่านัน้ ด้วยครับ

“เราอยู่ในสังคมที่มีคนมากมายเป็นหมื่นคน ถ้าเราไม่มีระเบียบที่เข้มงวด นักศÖกษาไม่เชื่อฟ˜ง ก็จะส่งผลให้มีป˜ญหาเกิดขÖ้นมากมายครับ” วิรัตน์ รัตนภิรมย์ หัวหน้าตำารวจมหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี

40


เพลินพิศ กาÌผล เจ้าของร้าน ปกบัณ±ิตการพิมพ์ เป ด ร้ า นมานานแค่ ไ หน และมี ค วามสั ม พั น ธ์ กั บ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีอย่างไร

เปิดร้านทีน่ ม่ี าประมาณ 3 ปีแล้วค่ะ ก่อนหน้านีจ้ ะ รับงานในเว็บไซต์ เป็นธุรกิจหลักของครอบครัว แต่เกีย่ วกับ มหาวิทยาลัย เราไม่รจู้ กั ใครเลย ไม่เคยเกีย่ วข้อง ไม่เคยเข้า ไปสอบถามข้างในเลยค่ะว่ามีรา้ นเอกสารกีร่ า้ น มีพรินเตอร์ กีเ่ ครือ่ ง ไม่เคยรูเ้ ลยค่ะ

มีอะไรที่อยากให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยเหลือบ้าง

เรือ่ งการเปิดเทอม ปิดเทอม บางครัง้ ก็สบั สนปฏิทนิ ของมหาวิทยาลัยค่ะ นอกจากนัน้ จริงๆ แล้วไม่ได้ตอ้ งการ ความช่วยเหลืออะไรมากมาย แต่ถา้ เป็นไปได้ ไม่อยากให้ ทำาการค้าข้างในมหาวิทยาลัย ร้านเราอาจจะอยูไ่ ด้กจ็ ริง เพราะ เราพิมพ์ปกใบประกาศนียบัตรเป็นหลัก เราเป็นเจ้าเดียวใน สุราษฎร์ธานีทป่ี มั ทองลงบนผ้าได้ และส่วนมากได้ออร์เดอร์ จากงานต่างจังหวัด เรายืนด้วยลำาแข้งของตัวเอง แต่รา้ น ถ่ายเอกสารข้างนอกเจ้าอืน่ ๆ เขาอยูไ่ ม่ได้ เนือ่ งจากโดนร้าน ข้างในมหาวิทยาลัยตัดราคา แม้วา่ ร้านข้างนอกเหล่านัน้ จะ เป็นคูแ่ ข่งทางธุรกิจกับเรา แต่เราไม่ได้เป็นศัตรูกนั ก็เลยขอ ให้ทางมหาวิทยาลัยให้ความเป็นธรรม ทำาอะไรตรงไปตรงมา เท่านั้น ถ้าทำาธุรกิจตรงไปตรงมา ร้านของใครจะอยู่รอด ก็ให้อยูท่ ฝ่ี มี อื ของแต่ละคนค่ะ

“ถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากให้ทำาการค้าข้างในมหาวิทยาลัย ร้านเราอาจจะอยู่ได้ก็จริง แต่ร้านถ่ายเอกสารข้างนอกเจ้าอื่นๆ เขาอยู่ไม่ได้ เนื่องจากร้านข้างในมหาวิทยาลัยตัดราคา” เพลินพิศ กาÌผล เจ้าของร้าน ปกบัณ±ิตการพิมพ์

41


ผศ.ดร.บรรจง เจริญสุข คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี อาจารย์ ตั้ ง เข็ ม ทิ ศ ของคณะครุ ศ าสตร์ ไ ว้ อย่างไร เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออก มาพั²นาชุมชนได้

โดยหลักการแล้วหน้าทีข่ องคณะครุศาสตร์ คือค้นหาคนทีม่ คี วามตัง้ ใจ เป็นคนเก่งและเป็นคนดี เพือ่ ทีจ่ ะมาเรียนวิชาชีพครู แนวคิดในการผลิตครู ของเรา คือ “สร้างสรรค์องค์ความรู้ ผลิตครู มืออาชีพ” นโยบายของผมจริงๆ แล้วเป็นการนำา เอาหลัก “อิทธิบาท 4” ซึง่ เป็นหลักธรรมที่ทำาให้ งานสำาเร็จมาปรับใช้ ก็คือ “3 ดี 4 ใจ” 3 ดี ได้แก่ 1. input ต้องดี คือ ค้นหาคนที่มีความ ตัง้ ใจจริงว่าในชีวติ นีเ้ ขาอยากจะเป็นครู นีค่ อื สิง่ ที่ สำาคัญทีส่ ดุ โดยโรงเรียนทีส่ ง่ เด็กมาเข้าเรียนต้อง การันตีวา่ เด็กคนนีม้ พี น้ื ฐานของความเป็นมนุษย์สงู เป็นผูม้ จี ติ สาธารณะ เห็นแก่สว่ นรวม ส่วนความเก่ง เราก็ต้องดูจากผลการเรียน คุณสมบัติคือต้องได้ เกรดเฉลีย่ ไม่ตา่ำ กว่า 3.00 ในวิชาเอก และโดยเฉลีย่ รวมต้องไม่นอ้ ยกว่า 2.75 ถ้าคุณไม่มคี ณ ุ สมบัตนิ ี้ ก็ถือว่าไม่ผ่าน 2. process ต้องดี คือ กระบวนการ การเรียน การสอน การฝƒกวิชาชีพต้องอยู่ใน ระดับดีทั้งหมด เช่น มีครูบาอาจารย์ที่มีวุฒิการ ศึกษาที่ตรงตามสาขาวิชาที่เปิดสอน มีความรู้ ประสบการณ์การสอน เป็นแม่แบบที่ดี 3. output - outcome ดี คือได้ครูด ี ตามที่ เราตั้งเป้าไว้อย่างแน่นอน คือมีความรู้ดี สอนดี เป็นที่พึงประสงค์ของสังคม ไปอยู่โรงเรียนไหน ก็มีคนรัก จาก 3 ดี นี้ ผมก็จะขับเคลื่อนโดย ยุทธศาสตร์ 4 ใจ คือ 1. พอใจ ทุ ก คนพอใจในหน้ า ที่ ห รื อ “ฉันทะ” เช่น ครูมคี วามพอใจในวิชาทีเ่ ขาจะสอน ค่าตอบแทนและสวัสดิการทีเ่ ขาได้รบั ขณะเดียวกัน ผูเ้ รียนก็ตอ้ งพอใจในวิชาทีเ่ ขาจะเรียน ถ้าเด็กชอบ

42

42


คณิตศาสตร์กต็ อ้ งให้เขาได้เรียนคณิตศาสตร์ ไม่ใช่อะไรก็ได้ ขอแค่ให้ได้เรียนไว้กอ่ น อะไรก็ตามทีเ่ ริม่ จากความชอบโอกาส ที่จะประสบความสำาเร็จมีสูง 2. ตัง้ ใจ หรือ “วิรยิ ะ” ทุกคนในองค์กรต้องมีความ มุง่ มัน่ ครูตอ้ งตัง้ ใจในการสอน ทำาวิจยั เรียนต่อปริญญาเอก เพือ่ นำาความรูใ้ หม่ๆ มาต่อยอด ผูเ้ รียนต้องตัง้ ใจเรียนอย่าง ขยันขันแข็ง เพื่อให้สำาเร็จตามเป้าหมาย 3. ร่วมแรงร่วมใจ หรือ “จิตตะ” กระบวนการผลิต ครูนนั้ มี 2 ส่วน คือ สอนตามหลักสูตร จากนัน้ ก็สง่ ไปตาม เครือข่ายโรงเรียนต่างๆ ทั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ จังหวัดใกล้เคียง ดังนัน้ จึงไม่ใช่แค่หน้าทีข่ องเราอย่างเดียว แต่เป็นหน้าที่ของสถานศึกษาและชุมชนเหล่านี้ที่จะต้อง ช่วยกันด้วย ต้องหาศึกษานิเทศก์เก่งๆ ครูเก่ง ครูดเี ด่นมาช่วย ซึ่งตรงนี้มาจากนโยบาย “ผู้ใช้ร่วมผลิต” ที่ผมตั้งขึ้นมา แล้วเราก็จะได้ครูแบบที่โรงเรียนต้องการ 4. มัน่ ใจ หรือ “วิมงั สา” คือ เราต้องมีระบบประกัน คุณภาพทีเ่ ข้มข้น มีการทดสอบ ตรวจสอบแล้ว ตรวจสอบอีก อะไรมันผิดพลาดก็แก้ไข จนเกิดความมั่นใจทั้งฝ่ายคณะ ครุศาสตร์ และตัวบัณฑิตเองที่จบไปแล้วสามารถภาค ภูมิใจได้ว่าเขาคือศิษย์ของราชภัฏ จะไปสอนที่ไหนก็ได้ ไม่อายใคร สุดท้ายแล้ว เราจึงกำาหนดอัตลักษณ์ของบัณฑิต คณะครุศาสตร์ว่า “เป็นครูที่รู้จริง ทำาได้” คือ มีความรู้ มีประสบการณ์ สามารถแปลงศาสตร์การสอนไปสู่การ ปฏิบัติได้อย่างมีคุณภาพ

จะสานต่อนโยบายกับอธิการบดีคนใหม่อย่างไร เพื่อให้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีกลับมาติด top five ของราชภัฏอีกครั้ง

ในการแสดงวิสยั ทัศน์ของอธิการบดีคนใหม่นนั้ ท่านได้ บอกไว้ชดั เจนว่าจะพัฒนาโดยการยกระดับ “สถาบันพัฒนาครู และบุคลากรทางการศÖกษา” ซึง่ ก่อนหน้านีจ้ ะขึน้ ตรงกับคณะ ครุศาสตร์ แต่ต่อจากนี้จะขึ้นตรงต่ออธิการบดีเลย เพราะเดิม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีของเราคือวิทยาลัยครู เราต้อง ไม่ลมื ทีม่ าของเรา เราต้องทำาให้ครุศาสตร์โดดเด่นเป็นทีพ่ งึ่ ของ สังคมได้ตลอดเวลา นอกจากผลิตครูแล้ว เราต้องพัฒนาครู ประจำาการด้วย ซึง่ กระบวนการนัน้ ไม่จาำ เป็นต้องมาเรียนทีน่ แี่ ต่ สามารถนัง่ เรียนด้วยโปรแกรมทีส่ ถาบันออกแบบขึน้ ทีไ่ หนก็ได้ แล้วเราต้องติดตามผลบัณฑิตทีจ่ บไปอย่างน้อย 3-5 ปี เหมือน เป็นการบริการหลังการขาย ดูวา่ เขาสอบบรรจุได้กคี่ น ไปอยูใ่ น โรงเรียนแล้วเป็นอย่างไร แล้วนำาผลกลับมาวิเคราะห์กัน เพื่อ แก้ปัญหาและวางแผนพัฒนาต่อไป

สุดท้ายนี้ ¼Áมีความเชื่อว่า ประเทศชาติจะพั²นาได้อย่าง ก้าวกระโดดด้วยคุณภาพของครู เพราะครูคอื ผูส้ ร้าง ครูคือวิศวกรผู้ออกแบบสังคม ครูเป็นอย่างไร ประชาชนเป็นอย่างนัน้ ถ้าครูดี รับรองว่าประเทศชาติ ต้องพั²นาแน่นอน

“ผมมีความเชื่อว่า ประเทศชาติจะพั²นาได้อย่างก้าวกระโดดด้วยคุณภาพของครู เพราะครูคือผู้สร้าง ครูคือวิศวกรผู้ออกแบบสังคม ครูเป็นอย่างไร ประชาชนเป็นอย่างนั้น ถ้าครูดี รับรองว่าประเทศชาติต้องพั²นาแน่นอน” ผศ.ดร.บรรจง เจริญสุข คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภั¯สุราษ®ร์ธานี

43


ASEAN Art Corridor

Text / Photo : บุญเพลง วิทยะอักษร

กินรีเริงระบำ� นางรำ�ในภาพนี้ วรรณคดีไทยเรียก “กินรี” เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ ร่างกายท่อนบนเป็น มนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก มีปกี บินได้ ถ้าเป็นตัวผู้ เรียก “กินนร” แต่ชาวไทใหญ่ในรัฐฉาน และ ที่แม่ฮ่องสอน บอกเป็นนกชนิดหนึ่ง เรียกกัน ว่า “กิงกะหร่า” ส่วนตรงกลางคือ “โต” (หรือ โต๋) กวาง ป่าหิมพานต์ ตามจินตนาการของชาวไทใหญ่ ซึ่งเชื่อว่า...เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากการ เทศน์โปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มาสู่โลกมนุษย์ ในวันขึ้น 15 ค่ำ� เดือน 11 หรือวันออกพรรษานั้น ทั้งกิงกะหร่าและตัวโต๋ ได้ไปถวายการต้อนรับพระพุทธองค์ร่วมกับ พุทธบริษัททั้งหลายด้วย

44


การฟ้อนนกหรือ รำ�กิงกะหร่ากับตัวโต๋ เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทใหญ่

จึงเกิดธรรมเนียมการฟ้อนนก หรือ รำ�กิงกะหร่ากับตัวโต๋ เป็นเอกลักษณ์ของ ชาวไทใหญ่ ถือเป็นการยกย่องว่าแม้แต่ สัตว์ในป่าหิมพานต์ยงั มีพทุ ธศรัทธาสูงส่ง เมื่อได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า

45


Beauty Talk พญ.จันทรรัตน์ ไพศาลโรจน์ แพทย์ผู้บริหารจันทรัตน์คลินิก สาขาสุราษฎร์ธานี สาขารามคำาแหง และสุรีย์พรคลินิก Short Course โรงพยาบาลรามาธิบดี Certified Trainer of Botox, Allergan, USA

Certified Trainer of Restylane, Sweden Certified Course Advance in Hyaluronic Acid Filler Esthelis, Switzerland Certified of Thread Rejuvenation Training, Korea

สลายไขมันแบบ Non-Invasive ไม่เจ็บตัว ได้ผลเกินคาด

การมีรูปร่างดีเป็นที่ปรารถนาของทุกคนโดยเ©พาะสาวๆ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หาวิธีลดหุ่น แต่ต้องหนักใจกับก้อนไขมันตามหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และสะโพกว่าจะลดอย่างไรดีไม่ให้เจ็บตัว เนือ่ งด้วยนวัตกรรมการกำาจัดไขมันสมัยนีร้ ดุ หน้า ไปไกล จึงเกิดการกำาจัดไขมันส่วนเกินแบบ NonInvasive ซึง่ ไม่ทาำ ให้เกิดบาดแผลและความเจ็บปวด เป็นการรักษาจากภายนอกโดยการนำาเครือ่ งมือไปวาง ไว้ในตำาแหน่งทีต่ อ้ งการรักษา ซึง่ จะทำาให้ไขมันใต้ชน้ั ผิว เกิดการสลายตัว เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย และไม่ต้องเจ็บตัว หนึ่งนวัตกรรมการกำาจัดไขมันส่วนเกินที่ได้รับ การตอบรับอย่างดีคือ “Vela Shape 2” ซึ่งเป็น เทคโนโลยีทอี่ อกแบบมาเพือ่ กำาจัดเซลลูไลท์ แก้ปญ ั หา ผิวไม่เรียบเนียน มีความหย่อนคล้อย โดยใช้พลังงาน Infrared (IR) พลังคลืน่ วิทยุ (RF) ทำางานร่วมกับแรง นวดสุญญากาศ (Vacuum) และแรงนวดจากลูกกลิง้ (Roller) ในการสลายไขมัน โดยรังสีอนิ ฟราเรด (IR) จะทำาหน้าทีส่ ง่ ผ่านความร้อน เพือ่ กระชับผิวด้านบน พร้อมช่วยสลายไขมัน และเซลลูไลท์ กระตุ้นการ สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวชั้นตื้น ส่วนพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) จะลงลึกเข้าเผาผลาญเซลล์ไขมันให้แตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ ทำาให้ง่ายต่อ การย่อยสลายและกำาจัดออกจากร่างกาย Vela Shape 2 สามารถทำาได้ ในทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น หน้าท้อง, ต้นแขน, ต้นขา, น่อง, และ สะโพก มีความปลอดภัยสูง (Vela Shape 2 ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา) ขณะทำาคนไข้จะรูส้ กึ อุน่ สบาย ผ่อนคลาย ไม่เจ็บ ไม่ชา้ำ หลังทำา การรักษาสามารถทำากิจวัตรประจำาวันได้ตามปกติ และสามารถเห็นผลการ รักษาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำา และควรทำาการรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 ครั้ง เพื่อจะได้เห็นผลอย่างชัดเจน

46


47


Field Documentary

Text / Photo : วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์

ท่ามกลางธรรมชาติ การพึง่ พาและเกือ้ กูลกันในระบบ นิเวศเกิดขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง แต่การแทรกอยูร่ ะหว่างห่วงโซ่ อาหารของจิตใจมนุษย์บางครั้งก็ตัดสินใจยากว่าจะเลือก ข้างไหน ระหว่างผู้อ่อนแอและผู้เข้มแข็ง

นกและงู วัฏจักรที่น่าเศร้า บ้ า นผู้ เ ขี ย นอยู่ ริ ม คลองท่ า ทองใหม่ ด้ ว ยเหตุ นี้ ก็ เ ลยเห็ น ธรรมชาติที่แตกต่างจากคนอื่นไปบ้าง สายน้ำ�ในคลองท่าทองใหม่ ไหลขึ้นและลงตามช่วงเวลาอยู่ทุกวี่วัน สายน้ำ�เปลี่ยนไปตามช่วง เวลาแตกต่างกัน ช่วงน้ำ�ขึ้นตอนเช้าอาจดูเคลื่อนไหวช้าๆ อ้อยอิ่ง ท่ามกลางละอองไอน้ำ�เป็นหมอกคลุมตัวเหนือผืนน้ำ� ตรงกันข้าม กับยามน้ำ�ลง บางครั้งไหลเชี่ยวรุนแรง บรรยากาศยามเย็นแสง อาทิตย์สอ่ งผ่านก้อนเมฆลงมา บางวันจึงดูลกึ ลับ บางวันก็สวยงาม เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน บางโอกาสช่วงวันหยุดผู้เขียนตื่นเช้าออกรอบทำ�งานตัดหญ้า เพื่อให้บริเวณสวนหลังบ้านริมคลองดูดีขึ้นมาบ้าง สภาพในสวน ปลูกกล้วยและไม้ยืนต้นไว้จำ�นวนไม่กี่มากน้อย แต่เหตุที่เจ้าของไม่ ค่อยได้มีเวลาเอาใจใส่มากนัก สวนจึงรกไปด้วยกอหญ้าหลากชนิด อย่างไรก็ตาม หญ้าทีร่ กมากกลายเป็นสิง่ ดีส�ำ หรับสัตว์ใช้เป็นทีห่ ลบ ซ่อนและเป็นทีอ่ าศัยของนกประจำ�ถิน่ หลายชนิด มีทงั้ นกทัว่ ไปและ นกน้� ำ อย่างนกทีอ่ าศัยบนพืน้ ทีไ่ ด้ยนิ เสียงร้องเกือบทุกวัน พบบ่อย มากคือ นกกวัก นกชนิดนี้เป็นนกน้ำ�ที่หากินริมน้ำ� มักแอบอยู่ใน กอหญ้ารกๆ ในพื้นที่ลุ่ม ลักษณะตัวมีสีสวยงาม มักวิ่งไปมาบนพื้น ส่งเสียงร้องเป็นจังหวะ ได้ยนิ ทัง้ เช้าและเย็น สีบนตัวนกโดยรวมเป็น

48

สีน�้ำ เงินเข้ม ขนบริเวณอกเป็นสีขาว บนสันจมูกมีขนสีแดง ส่วน ปากแหลม สีเหลืองปนเขียว นกกวักจึงเป็นนกทีส่ วยงามชนิดหนึง่ อย่างไรก็ตาม โอกาสทีจ่ ะได้เห็นรังนก แม่นกขณะทีก่ กไข่ หรือรัง ที่มีไข่อยู่ด้วยเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เนื่องจากนกจะสร้างรังอยู่บน กอหญ้าและหลบซ่อน พรางตัว เพื่อให้พ้นจากสัตว์นักล่าที่จ้อง จะจับมันมากินเป็นอาหาร วันหนึง่ ผูเ้ ขียนออกไปตัดหญ้าในสวนเพือ่ ให้หญ้าทีร่ กปกคลุม อยูห่ นามากให้ออกไปบ้าง เมือ่ ตัดหญ้ามาถึงจุดหนึง่ ใกล้กอกล้วย น้ำ�ว้า ขณะเหวี่ยงใบพัดตัดหญ้าไปมาจนเกือบโดนรังนกกวัก ใน รังนกมีไข่อยู่ 4 ฟอง ผู้เขียนจึงเว้นบริเวณนั้นไว้ เหลือหญ้ารกๆ ให้ปกคลุมไว้ดังเดิมเป็นบริเวณประมาณหนึ่งตารางเมตร และ ผู้เขียนเอากิ่งไม้แห้งและหญ้าคามาสุมไว้เพื่อพรางไม่ให้เห็นรัง การทำ�งานของคนทีไ่ ม่ได้ตง้ั ใจทำ�ร้ายนกก็ไม่รวู้ า่ สัตว์จะคิดอย่างไร นกอาจกลัวอันตรายต่อชีวติ ผูเ้ ขียนก็กลัวว่านกจะไม่กลับมากกไข่ อีกเนือ่ งจากพืน้ ทีส่ ร้างรังถูกรบกวน ในใจก็คดิ ว่าจะทำ�อย่างไรดีถา้ หาก แม่นกไม่กลับมา จะเอาไข่ไปให้ไก่แจ้ทเี่ ลีย้ งไว้ฟกั แทน แต่กท็ �ำ ไม่ ได้เพราะช่วงนีไ้ ก่แจ้ไม่อยูใ่ นช่วงฟักไข่ หรือจะเอาไปเข้าเครือ่ งฟัก นกกระทา ละแวกนีน้ กี้ ไ็ ม่มใี ครเลีย้ งนกกระทาเช่นกัน ใจก็คดิ ไป


ต่างๆ นานาว่าจะทำ�ให้ไข่นกทั้ง 4 ฟองมีโอกาสได้ฟักออกมาเป็นตัว ได้อย่างไร คิดไปคิดมาจึงตัดสินใจว่ารอดูช่วงเย็นๆ อีกครั้งว่าแม่นก จะกลับมาอีกหรือไม่ เวลาผ่านไปอีกวัน ตอนเย็นผู้เขียนกลับจาก ทำ�งาน เดินไปดูบริเวณทีเ่ ว้นกอหญ้าไว้วา่ แม่นกกลับมากกไข่อกี หรือไม่ เมื่อเดินเข้าใกล้ก็เห็นแม่นกบินหนีจากรังไปยังป่าหญ้าริมคลอง เมื่อ เห็นดังนั้นผู้เขียนก็เบาใจว่างานนี้ลูกนกรอดแน่ จึงเดินเลี่ยงออกมา เพื่อไม่ให้แม่นกสงสัยหรือหวาดระแวงว่ามีอันตราย วันหยุดต่อมา ผูเ้ ขียนออกไปตัดหญ้าบริเวณทีเ่ หลือซึง่ ห่างออกไปจากจุดเดิมไม่มากนัก เตรียมเครื่องตัดหญ้า กระป๋องน้ำ�มัน ใส่ในถังอุปกรณ์ หิ้วอีรุงตุงนัง มาจากบ้าน เมือ่ ถึงบริเวณทีจ่ ะตัดหญ้า วางเครือ่ งตัดหญ้าและอุปกรณ์ ทั้งหมดไว้ตรงใกล้ๆ กอกล้วย จากนั้นเดินไปที่รังนกอีกครั้งเพื่อ ตรวจดูวา่ ยังมีไข่นกหรือไม่ ดีใจทีไ่ ข่ทงั้ 4 ฟองยังอยูค่ รบ ในใจอยากให้ แม่นกฟักออกเป็นลูกนกเร็วๆ จากนั้นกลับมาที่เครื่องตัดหญ้าและ เริ่มต้นออกรอบตัดหญ้าวนจากตรงโน้นไปตรงนี้ เลื่อนไปเรื่อยๆ ห่าง จากจุดที่วางถังอุปกรณ์ออกไปจนสุดเขตสวนอีกฝั่งจนน้ำ�มันหมด จากนั้นวางเครื่องลง แล้วจึงเดินกลับมาที่จุดวางน้ำ�มันไว้ครั้งแรก เพื่อจะได้เอาไปเติมเครื่องอีกรอบ เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณที่วาง อุปกรณ์นั้น สังเกตเห็นพื้นใกล้ๆ กับอุปกรณ์ตัดหญ้า ตาก็ไม่ได้สนใจ อะไรมากไปกว่าถังเก็บอุปกรณ์ ทันใดนั้น บนพื้นหญ้าห่างจากจุดนั้น เพียงเล็กน้อย ผู้เขียนสังเกตเห็นลำ�ตัวงูตัวใหญ่พอสมควร ยาวมาก รูส้ กึ ขนลุกซู่ คะเนตัวงูขนาดราวด้ามพร้า แต่ไม่เห็นส่วนหัว รูส้ กึ ตกใจ เพราะคิดว่าเป็นงูเห่า ชัว่ ระยะนัน้ เอง งูยกหัวออกจากกอหญ้า จึงรูว้ า่

เป็นงูสิง ลำ�ตัวยาวกว่างูเห่า ในใจคิดว่ารีบๆ หนีไปให้ไกลเพราะ หากมันเลื้อยเข้ามาผู้เขียนก็จะเป็นคนหนีมันเสียเอง งูสิงเลื้อย อย่างรวดเร็วมุ่งไปทางริมคลอง ผู้เขียนคิดในใจว่าดีแล้วที่มัน หนีไป ไม่อยากทำ�ร้ายมัน ผูเ้ ขียนใจหายอีกครัง้ เมือ่ คิดถึงรังนกกวัก เพราะจุดที่เจองูห่างจากรังนกราวๆ สามสิบเมตรเท่านั้นคิดในใจ ว่าอย่าให้งคู น้ หารังนกเจอ จากนัน้ ผูเ้ ขียนกลับไปทำ�งานต่อ โดยไม่ได้ ตามไปทีร่ งั นก ตอนเย็นเดินไปเก็บลูกโทงเทงทีเ่ หลือไว้รอดพ้นจาก คมใบมีดตัดหญ้าซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกัน และเดินไปดูที่รังนก อีกครั้ง รู้สึกใจหายวาบอีกครั้ง ไข่นกทั้ง 4 ฟอง หายไปแล้ว เหลือเพียงรังว่างเปล่า ใจผูเ้ ขียนกลับมาเป็นทุกข์อกี ครัง้ ผูเ้ ขียนคิด ว่าเพราะเราไม่ได้ฆา่ งูเพือ่ ป้องกันรังนกหรือเปล่า ไข่นกจึงถูกงูกนิ แต่ถ้าเราทำ�ร้ายงูก็ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องของชีวิตงู ไม่ใช่เรื่องของเรา

การเกิดเป็นคนทีอ่ ยูใ่ นสนามห่วงโซ่อาหาร บางครัง้ ตัดสินใจยาก จะต้องฆ่างูทกุ ครัง้ ทีเ่ ห็นตัวได้อย่างไร ในเมือ่ งูกม็ สิ ทิ ธิท์ จี่ ะอยู่ บนโลกนี้ แต่สทิ ธิข์ องงูในการกินไข่นกก็ดจู ะไม่ถกู ต้องในสายตาคนเพราะคนสงสารนกแต่เกลียดงูมากกว่า วัฏจักรของชีวติ สัตว์เมือ่ ชีวิตหนึ่งตายอีกชีวิตหนึ่งก็อยู่รอด ก็ต้องปล่อยให้กฎธรรมชาติจัดการของมันเอง สรรพสัตว์ สรรพสิ่ง เกี่ยวโยงเป็นวัฏจักร ยากจะเข้าใจ

49


My Beloved Tapee

Text / Photo : กานต์ ลิ่มสถาพร

‘¤ÇÒÁÇ‹Ò§’ ã¹·ÑȹТͧ¾Ø·¸·ÒÊ มีปัญญาอยู่ 2 แนวทางที่เป็นต้นตอของความยุ่งยากทั้งหลาย ในโลก นัน่ คือ การต่อสูข้ องความพยายามทีจ่ ะรักษาและปกป้อง “ความ เป็นจริง” ทีเ่ ห็นแตกต่างกัน ทัง้ 2 ฝ่ายต่างต่อสูก้ นั อย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อที่จะสงวนเอาไว้เป็นของตัวเอง หนึ่งนั้น เป็นพวกที่มากกว่ามากที่เห็นและเชื่อมั่นต่อ “ความเป็น จริง” ตามที่สายตามองเห็น และสามารถพิสูจน์ได้เป็นรูปธรรม ทั้งนำา ผลของมันมาใช้เป็นประโยชน์ตามที่ตนคิดว่าเป็นประโยชน์และจำาเป็น ต่อความต้องการเพื่อความอยู่รอด เป็นความจำาเป็นทางโลกียะที่เป็น ค่านิยมของสังคม ความต้องการความมั่นคงสมบูรณ์ทางกาย ทางวัตถุ ที่คนคิดว่าเป็นพื้นฐานสำาคัญของความเป็นจริงในการดำารงชีวิต เป็น ความพอใจ อิ่มใจในความสำาเร็จด้วยปัญญาที่ตนเข้าใจว่า “ความเป็น จริง”

50

µÍ¹·Õè 15

ทางโลกคือความจริงแท้ กับอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นฝ่ายที่มีน้อยกว่า เป็นพวกที่รับรู้สัมผัส “ความเป็นจริง” จากความรูท้ เี่ กิดจาก “ภายใน” ทีไ่ ม่สามารถพิสจู น์ได้ ทั้งยังนำาผลมายังประโยชน์ต่อความจำาเป็น ความต้องการทางกาย ทางวัตถุ ต่อการดำารงชีวิตในสังคมไม่ได้ ให้ได้แต่ความเชื่อ ศรัทธา ของคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ความเชื่อ ศรัทธาต่อที่มาที่ไป ความหมายที่แท้จริงของมนุษย์ และความสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสรรพสิ่งที่อยู่ร่วมโลก ร่วมสังคม มากกว่าความสุขทางกาย ทางวัตถุเฉพาะหน้า เชือ่ มัน่ ว่าคุณค่าของ ความเป็นมนุษย์ประเสริฐกว่าสัตว์ทงั้ หลาย จะต้องมีคณ ุ ค่า คุณธรรม ของจิตวิญญาณ สิง่ ทีม่ นุษย์สร้างขึน้ มา จากการเห็น จากการสังเกต พัฒนามา เป็นความรู ้ “ความเป็นจริง” ทำาให้จติ วิญญาณมีความสำาคัญต่อการ อยู่รอดปลอดภัยของสังคมในระยะยาว ดังนั้น มนุษย์ทางปัญญาสายนี้ จะปกป้องรักษาคุณค่าที่ว่านั้น มากกว่าความเป็นจริงทางโลก คัมภีรข์ องวันวาน กลายเป็นเรือ่ งไร้สาระและล้าสมัย จากการ ค้นพบพิสูจน์สิ่งใหม่ในวันรุ่งขึ้น สิ่งที่ไม่รู้ในวันนี้ อาจได้รับความกระจ่างพรุ่งนี้ มะรืนอาจ กลายเป็นศาสตร์ทางวิชาการ เป็นความจริงตามมาตรฐานทาง วิทยาศาสตร์ ความแข็งกระด้างใจ ตรงไปตรงมานี้ หากว่ากันตาม เนือ้ ผ้า หลักการของวิทยาศาสตร์ได้กลายเป็นรูปแบบและโครงสร้าง ของสังคมปัจจุบันไปแล้ว เราปล่อยให้ความรูว้ ชิ าการล้วงลึก หยิบฉวยเอาความรัก ความเมตตา ความอบอุ่น และความสงบสุขทางใจ กลายเป็นเรื่องประเภทสอง ผู้แสวงหาความสงบกลายเป็นคนหนีความจริง ปัญญาอยู ่ 2 แนวทางนีแ้ หละ ทีก่ อ่ ให้เกิดความแปลกแยก เหินห่าง ทางวิสยั ทัศน์ระหว่างมนุษย์ทงั้ สองฝ่าย มาตัง้ แต่เริม่ ประวัตศิ าสตร์ เลยทีเดียว น่าเสียดาย ที่เราเข้าใกล้ความรู้มากเท่าไหร่ เราก็หมดปัญญา ในการแก้ปัญหาและความยุ่งยากต่างๆ ในโลกและสังคมอย่างเห็น ได้ชัด จำาได้วา่ เคยเขียนถึง พุทธทาสกับโลกและจักรวาล โดยอ้างอิง ถึงหนังสือ “บันทÖกนÖกได้เอง” (จัดพิมพ์ด้วยการถ่ายสำาเนาลายมือ ท่านพุทธทาส ที่บันทึกไว้ใน diary) ท่านบันทึกไว้ว่า “ครั้นบัดนี้โลก โคลง เร่าร้อนอย่างยิง่ จนเราต้องเตรียมใจกันใหม่เพือ่ รับหน้า” (11 กันยายน 2495)


ต่อมา พุทธทาสได้ตั้งคำาถามว่า “โลกต้องการอะไรบ้าง เพื่อลด ความเร่าร้อนรุนแรงให้เย็นลง” แล้วท่านได้วงเล็บภาษาอังกฤษกำากับไว้ (to cool the present turmoil) (16 เมษายน 2495) ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นทบทวน ในสิ่งที่ท่านพุทธทาสเคยคิดไว้นาน หลายสิบปีมาแล้ว แล้วย้อนถามตัวเองว่าเขียนแบบสกัดเนื้อหาว่า ด้วย “ความว่าง” ในทัศนะของพุทธทาสมา 14 ตอนแล้ว สิง่ ทีบ่ ดผง แล้วบรรจุแคปซูลเพือ่ ความสะดวกในการกลืนกินนี ้ จะเป็นเรือ่ งไร้สาระ และล้าหลังไปแล้วหรือไม่? มันเกี่ยวเนื่องกับความอยากจะอยู่ ไม่อยากจะตาย การยึดติด กับตัวกู-ของกู ที่เป็นต้นตอของความรู้สึกทุกชนิดของมนุษย์ เพราะ ความรู้สึกเพื่อที่จะอยู่รอดนี้ เป็นต้นตอของความคิดนึก รู้สึกกระทำา หรืออะไรทุกอย่างของมนุษย์ เพราะอะไร? เพราะจากหลักเกณฑ์ของทั้งหมดในพระพุทธศาสนาที่มีอยู่ เรา ไม่ได้ค้นคว้าเฉพาะทางวัตถุ

ท่านพุทธทาสได้พูดถึงโวหารเกี่ยวกับความว่าง หรือความตายที่สำาคัญที่สุด โดยเล่าเรื่องโสÌสปัญหา (มาณพ 16 คนเกิดปัญหา 16 เรื่อง) ปัญหาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ ปัญหาของลูกศิษย์ที่ชื่อ โมฆะราชะ หรือ โมฆราช ที่ว่า กันว่าเป็นศิษย์พระพุทธเจ้าที่ฉลาดที่สุดใน 16 คน พระพุทธเจ้าเห็นความฉลาดของลูกศิษย์คนนี้ ทรงแกล้งกักตัว แกล้งถ่วงเวลา ไม่ตอบคำาถาม ถึงถาม ก่อนก็ไม่ตอบ จนกระทั่งถึงวาระในลำาดับใกล้คนสุดท้าย จึงทรงตอบ คำาถามทีม่ าณพโมฆราชทูลถามพระพุทธเจ้า ก็คอื “เราจะทำาอย่างไร ความตายจÖงจะไม่พบกับเรา?” เปš¹ โวหารที่ไพเราะและลึกซึ้งยิ่งนัก พระพุทธเจ้าตรัสตอบเป็นคำาร้อยงดงามดุจเดียว กันว่า “ดูก่อนโมฆราช เธอจงเป็นผู้มีสติ เห็นโลกโดย ความเป็นของว่างอยู่ทุกเมื่อเถิด ถอนทิฏฐิว่าตัวตนออก เสียให้หมดแล้ว ก็จะเป็นผูอ้ ยูเ่ หนือมัจจุราช เมือ่ เห็นโลก อยู่อย่างนี้ มัจจุราชย่อมไม่เห็นเธอ” คนธรรมดาสามัญรู้จักความตายในแง่โลก และ เต็มไปด้วยความกลัว แม้ว่าไม่กลัว ก็มีปัญหายุ่งยากใน จิตใจ เป็นความกลัวอีกชนิดหนึ่ง ทั้งที่ว่าไม่กลัว แต่รู้สึก ว่าความตายนี่มันรบกวน เมื่อต้องการจะมีจิตใจชนิดใด ชนิดหนึง่ ทีไ่ ม่มปี ญ ั หา ไม่มกี ารรบกวนชนิดนี ้ จึงค้นเรือ่ ง ที่ชนะความตาย บรรดานักบวช ผู้มีปัญญาในยุคนั้น ก็ออกค้นหา คำาตอบเกีย่ วกับปัญหาความตายกัน เรียกกันว่า การค้นหา อมตธรรม หาสิ่งสูงสุด อันหมายถึง ความไม่ตาย ดิน้ รนขวนขวายทุกอย่าง ทุกทาง มีพวกทีท่ าำ อย่างคนโง่ ก็ใช้วธิ ี บูชายัญ ฆ่าสัตว์เซ่นสังเวย ผู้มีอำานาจถึงกับเอาคนมาฆ่าบูชายัญก็มี หรือทำาบุญทำาทาน เพื่อตัวจะได้ไม่ตาย ศาสดานักคิด มีสติปัญญาอย่างพระพุทธเจ้า ใช้ธรรม หรือจะ เรียกว่าปรัชญาก็ได้ ทรงสอนให้ทาำ ลายความรูส้ กึ เรือ่ งตัวตนเสีย ก็จะ อยู่เหนือความตาย โวหารของผู้ถามที่ว่า “ทำาอย่างไรจะไม่พบกับความตาย” ดูโวหารของผูต้ อบ “ก็โดยเห็นโลกเป็นของว่าง ถอนอัตตานุทฏิ ฐิ คือความสำาคัญว่าตัวตนนี้ออกเสียให้หมด” มองโลกในแง่ทเี่ ป็นของว่าง ก็คอื มองให้เห็นชัดว่ามันไม่มตี วั ตน อรรถกถาต่างๆ บัญญัติคำาไว้ชัด แม้ที่เป็นบาลีที่ไม่ใช่อรรถกถา (ปฏิสัมภิทามัคค์) ที่เป็นบาลีอยู่ในตัวพระไตรปิฎก ก็อธิบายคำาว่า “ว่าง” ไว้ชัดว่า “โลกนีว้ า่ งเพราะว่างจากตัวตน โลกว่างเพราะว่างจากสิง่ ทีเ่ ป็น ตัวตน”

51


On Tour Text / Photo : ษราวุธ พั²น์ศิริ

ก ั ค ก ึ ค 0 6 เ ม อ ื ง ว ไ ย ่ ี ทย รับปีระกา เทศกาลเท

»ด©ากงานเทศกาลเทÕย่ วเมืองไทยอย่างสวยงาม แต่ควันหลง ทÕ่เต็มเ»‚›ยมไ»ด้วยความสุข ความ»ระทับใจ ยังไม่จืดจาง โดยเ©พาะสíาหรับนักท่องเทÕ่ยวตัวยงแล้ว งาน “àทÈ¡าÅ ท่องเทÕ่ยวเมืองไทย »ระจíา»‚ 2560 ครัง้ ทÕ่ 37” หรือเรÕยก Ç่า§าน “Thailand Tourism Festival : TTF 2017” ทÕ่จัดโดยการท่องเทÕ่ยวแห่ง»ระเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ¶ือได้วา่ เ»šนงานมหกรรมการท่องเทÕย่ ว ที่Âิ่§ใËÞ่ ªนิดที่àÃี¡Ç่า “พลาดไม่ได้” เพราะ¶้าพลาด จะต้องรอไ»¶ึง»‚หน้า หลังจากได้รบั การตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเทีย่ ว ททท. จึง ได้จัดงานต่อเนื่องที่สวนลุมพินีเป็นปีที่ 3 ด้วยคอนเซ็ปต์ “ยกเมืองไทย มาไว้ทสี่ วนลุมพิน”ี และเพิม่ เนือ้ ทีใ่ นการจัดงานเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของ พืน้ ทีท่ ง้ั หมด เพือ่ ส่งเสริมปีการท่องเทีย่ วไทยและกระตุน้ ให้เกิดการเดินทาง เชื่อมโยงภายในประเทศ พร้อมกับการขานรับนโยบาย “ท่องเที่ยว วิถไี ทย เกŽไกŽสไตล์ลกÖ ซÖง้ ” ด้วยรูปแบบกิจกรรมการท่องเทีย่ วทีเ่ น้นสร้าง ความหลากหลาย สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในมุมมองใหม่ และ ที่สำาคัญ ทำาให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบที่ได้ สัมผัสเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง และนีค่ อื อีกหนึง่ เสน่หข์ องการเดินทางท่องเทีย่ ว ประเทศไทย

52


ปีนไี้ ด้รบั เกียรติจาก พลเอกธนะศักดิ ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ลั่นกลองชัยเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการท่องเทีย่ วและ กีÌา, นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการการท่องเทีย่ วแห่งประเทศไทย, นายยุทธศักดิ ์ สุภสร ผูว้ า่ การการท่องเทีย่ วแห่งประเทศไทย, พลตำารวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมแขกผู้มีเกียรติเข้า ร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่สำาคัญ เทศกาลเที่ยวเมืองไทยปีนี้จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “ประเทศไทยสูค่ วามเรืองรอง” บน เวทีตกแต่งด้วยยักษ์สหัสเดชะ 3 มิต ิ สูงกว่า 6 เมตร

และร่วมตืน่ ตาตืน่ ใจไปกับขบวนพาเหรดท่องเทีย่ ววิถไี ทย 5 ภาค นำาเสนอ ศิลปวัฒนธรรม ผสมผสานศิลปะการแสดง และภายในงานได้แบ่งพืน้ ที่ การจัดงานเป็น 10 โซนใหญ่ อาทิเช่น โซนอุทยานไม้ดอกไม้ประดับ เฉลิมพระเกียรติ ชมนิทรรศการ 70 เส้นทางตามรอยพระบาท, โซน ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง แบ่งเป็น 5 ภูมิภาค ประกอบด้วย หมู่บ้านภาคเหนือ, หมู่บ้านภาคอีสาน, หมู่บ้านภาคกลาง, หมู่บ้าน ภาคตะวันออก และหมู่บ้านภาคใต้ ซึ่งได้รวบรวมของดี ของเด่นจาก ทุกภูมิภาคของเมืองไทย รวมถึงการแสดงกิจกรรมสาธิตวิถีชีวิตไทย อาทิเช่น ช่างสิบหมู่ หัตถกรรม หัตถศิลปŠ โอท็อประดับ 5 ดาวและ อีกมากมายมาไว้ในที่เดียวกัน

นอกจากนÕ้ยังได้ตื่นตาตื่นใจไ»กับโซนของดÕ 50 เขต กทม. อิ่มเอมไ»กับอาหาร¶ิ่น 5 ÀูมิÀาคทÕ่ ททท. นíาเสนออาหาร ร้านดังมาเสริ¿Š¶ึงทÕ่ รวม¶ึงโซน ³ สุขใจ วิ¶ÕไทยเกŽไกŽสไตล์ลึกซึ้ง, โซนเซล¿‚›น้องสุขใจ 77 จังหวัด ให้นักท่องเทÕ่ยว ได้ร่วม¶่ายÀาพเซล¿‚›กับน้องสุขใจอย่างเต็มอิ่ม โดย ททท. ได้ดึงเอาเอกลักษ³์ของน้องสุขใจในแต่ละท้อง¶ิ่นมาสวมชุด »ระจíาจังหวัดและ»ระดับตกแต่งไ¿สÕสันสวยงามไ»ทั่วบริเว³สวนลุมพินÕ กรุงเทพÏ

สอบถามรายละเอียดการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย 53


Let’s Get Tanned Text / Photo : มิริญดา ช่วงเทศกาลตรุษจีนปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผูเ้ ขียน (ซึง่ ไม่มเี ลือดหงส์ เลือดมังกร แม้แต่หยดเดียว) ก็ไม่ทงิ้ โอกาสผ่านเลยนะคะ ขอร่วมฉลองปีใหม่แบบจีน ด้วยคน มี “วันเที่ยว” ก็ต้องเที่ยวจริงไหมคะ ^^ แต่ แบบ Let’s Get Tanned ต้องเป็น…เที่ยวพิเศษ…ค่ะ เที่ยวนี้เป็นการเที่ยวตามอำ�เภอใจ ผู้เขียนและเพื่อนร่วมทางกลุ่ม “นักวิชาการรับใช้สงั คม” มุง่ ตรงสูอ่ �ำ เภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร จากจังหวัด สุราษฎร์ธานี มุง่ หน้าขึน้ เหนือจนถึงจุดตัดแยกหลังสวน เลีย้ วซ้ายเข้าเส้น ทางหลวงหมายเลข 4006 พะโต๊ะ-ระนอง เส้นทางสีเขียวสบายตากับถนน คดโค้ง ปีนป่ายแนวเขารวมระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร พวกเรา หมุนพวงมาลัยเลีย้ วซ้ายตรงทางแยกทีเ่ ขียนบอกทางเข้า “น้�ำ ตกเหวโหลม” ความพิเศษของการเดินทางมาที่นี่ คือ การที่พวกเราตอบรับคำ�เชิญและ ชวนจากผูใ้ หญ่โรจน์ ใหม่ซอ้ น ให้มาร่วมเวทีชาวบ้านเพือ่ ระดมความคิด เห็นสู่การจัดทำ�แผนพัฒนาชุมชน

เหวโหลม 4.0…ความสุขเฉพาะหน้า ผู้เขียนไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการจัด เวทีชาวบ้านมากนัก แต่มคี วามสุขทุกครัง้ ทีไ่ ด้ มีโอกาสเข้าร่วม เพราะเป็นเวทีที่ให้ได้เรียนรู้ จากชาวบ้าน ได้เรียนรูจ้ ากผูเ้ ชีย่ วชาญ หนึง่ ใน นัน้ คือ พีพ่ งศา ชูแนม “คนต้นน้�ำ ” ทีส่ ามารถ ย่อยสลายแนวคิดเชิงทฤษฎีในการจัดทำ�แผน กลยุทธ์ให้เป็นภาษาไทยเข้าใจง่าย จนพี่น้อง ชาวบ้าน (วัยไม่น้อย) สามารถร่วมกันจัดทำ� โครงร่างแผนยุทธศาสตร์พัฒนาชุมชนในอีก 20 ปีขา้ งหน้าออกมาได้อย่างงดงาม กับโมเดล ชื่อทันสมัย ไม่ตกเทรนด์… “เหวโหลม 4.0” ตลอดระยะเวลา 1 วัน ที่ได้ร่วมช่วยคิด ช่วยขีด ช่วยเขียน ผู้เขียนแอบสังเกตการณ์ และสิง่ ทีไ่ ด้เห็นคือ รอยยิม้ จริงใจ แววตามุง่ หวัง และความมุง่ มัน่ ของพีน่ อ้ งชาวเหวโหลมทีอ่ ยาก เห็นชุมชนทีเ่ ขารักเป็นชุมชนทีจ่ ะเติบโตไปข้าง หน้าอย่างเข้มแข็งและอย่างยืน...แบบที่ “พ่อ” เคยสอน ความรู้สึกของผู้เขียนในวันนั้น คือ “ความสุขเฉพาะหน้า” จริงๆ ค่ะ และต่อไปนี้ อะแฮ่ม! คือ “ของแถม” จากการทำ�ตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ^^

54


เหวโหลมโฮมสเตย์ คือ สถานทีพ่ กั กายผ่อนใจของพวก เราหลังจากเสร็จงาน (ควรเรียกว่าทำ�งานดีไหมไม่รคู้ ะ่ 555) ความรู้สึกของผู้เขียนคือเหมือนมานอนบ้านญาติผู้ใหญ่ ต่าง กันแค่ตรงที่ นี่ไม่ใช่บ้านญาติผู้ใหญ่ แต่เป็น “บ้านผู้ใหญ่... ผู้ใหญ่โรจน์” พี่โรจน์และพี่นก ภรรยา ต้อนรับขับสู้ เลี้ยงดู ปูเสื่อพวกเราอย่างอบอุ่น สวนทางกับไอเย็นของสายหมอก ยามเช้าทีแ่ ผ่ปกคลุมตัวบ้านขาวโพลน พีโ่ รจน์เล่าด้วยแววตา ที่เปี่ยมไปด้วยความสุขว่าสร้างบ้านหลังนี้จากแนวคิดที่ว่า... อยากรูส้ กึ เหมือนได้พกั ผ่อนอยูท่ รี่ สี อร์ททุกวัน คำ�บอกเล่าของ เจ้าของบ้านไม่เกินเลยจากความจริง และความสุขตรงหน้า ผูเ้ ขียนเลยสักนิดค่ะ (และผูเ้ ขียนก็แอบนับเหวโหลมโฮมสเตย์ เป็นรีสอร์ทส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อย) มาเหวโหลมทัง้ ที เราจะต้องไม่พลาด “น้�ำ ตกเหวโหลม” ซึง่ อยูห่ า่ งออกไปในเส้นทางเข้าป่า ไกลจากเหวโหลมโฮมสเตย์ เพียงประมาณ 2 กิโลเมตร ผูเ้ ขียนตัง้ ใจจะไปตัง้ แต่เช้าตรูข่ อง วันอาทิตย์ แต่ดว้ ยว่าหมอกจัด ต้องเข้าไปช่วงบ่ายจึงจะได้เห็น ได้เก็บภาพ เมือ่ เป็นเช่นนัน้ ผูใ้ หญ่โรจน์จงึ จัดโปรแกรมเสริม (สุขภาพ) ให้ดว้ ยการพาไปแช่ออนเซ็นบ่อพรรัง้ จังหวัดระนอง ระหว่างทางแวะเสริมสุขภาพพุงกันก่อนด้วยโรตีเป็นอาหาร เช้าที่ร้านโรตีนิสรา ว่ากันว่า มาระนองต้องตั้งใจและต้อง

ได้กิน ถ้ามาแล้วไม่ได้กินคือ…หมด (เพราะฉะนั้นอย่ามาหลังบ่ายโมงนะคะ) และโปรแกรมเสริมหลังสูญเสียพลังงานจากการแช่น้ำ�ร้อน คือ การเสริมสุข ภาพพุงกันอีกรอบด้วยว่าเป็นเวลาอาหารเทีย่ งพอดิบพอดี ส้มตำ�ราชกรูดหรือ ส้มตำ�เจ๊วงศ์กถ็ กู จัดมาตามคำ�เรียกร้องและก็สมคำ�ร่�ำ ลือค่ะ อร่อย แซ่บจริงๆ (มาแซ่บกันได้ทุกวันยกเว้นวันจันทร์นะคะ) หลังจากขับรถอ้อมไประนองอยู่นาน สุดท้าย ท้ายสุด พวกเราก็เดินทาง มาถึงน้ำ�ตกเหวโหลมสักที

เสียงน้ำ�ตกกระทบโขดหิน ฟองน้ำ�กระเซ็นสาย ธารน้ำ�ไหลทอดกายเอื่อย ไม่รีบเร่ง เสียงต้นไม้ใบหญ้าไหวพลิ้ว พืชพันธุ์ป่าบอกกล่าวความสมบูรณ์ ธรรมชาติสงบเย็น...ปิดตามองเห็นเป็น “ความสุขเฉพาะหน้า”

ป.ล. ท่านสามารถเดินทางไปพบกับความสุขเฉพาะหน้าที่เหวโหลมได้ทุกฤดูกาล เพียงติดต่อผู้ใหญ่โรจน์ หมายเลข 081-968-3893 และ 092-398-4100

55


Health Care

Text / Photo : สุจิตรา ก่อกิจไพศาล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

“พ่อเล่าเรื่อง...” ชีวิตกับน้ำา

สมÑÂ

ก่อนไม่มเี ขือ่ นรัชชประภา (เชีย่ วหลาน) ดังนัน้ จึงไม่มีที่เก็บกักน้ำา หน้าฝน หรือหน้าน้ำามาก น้าำ จะท่วมในอำาเภอคีรรี ฐั นิคมเป็นประจำาทุกปี มากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่ว่าปีน้นั จะมีฝนตกมากน้อยแค่ไหน บ้านเรือนที่น่จี ึง ต้องสร้างแบบ 2 ชัน้ ชัน้ ล่างโปร่งโล่ง ส่วนชัน้ ที ่ 2 เป็นที่ อาศัย เมือ่ สมัยเด็กเคยถามพ่อว่า ทำาไมบ้านเราต้องยกใต้ถนุ สูง ได้รบั คำาตอบว่า เพือ่ หนีนาำ้ คนสมัยก่อนจะบอกได้วา่ น้าำ จะท่วม ตำาบลท่าขนอนหรือไม่นน้ั จะต้องดูนาำ้ 2 ทางมาบรรจบกัน คือ น้าำ หลากจากคลองพุมดวง และน้าำ หลากมาจากคลองยัน หากมีนาำ้ มากเอ่อท้นขึน้ มา น้าำ จะขนาบทัง้ สองข้าง เมือ่ นัน้ ให้ เตรียมหนีนาำ้ ได้เลย ยุคนัน้ เราไม่มนี าำ้ ประปา หรือน้าำ ดืม่ บรรจุขวด ดังนัน้ ทุกบ้านจึงมีโอ่งใบโตๆ ไว้รองรับน้าำ ฝนตามชายคาเรือน เพือ่ ไว้ใช้ในฤดูแล้ง ส่วนใหญ่จะใช้ดม่ื กิน ส่วนน้าำ ใช้นน้ั จะใช้ น้าำ คลอง ซึง่ แต่ละบ้านจะไปตักมาเก็บไว้ เมือ่ รูว้ า่ น้าำ จะท่วมแน่แล้ว พ่อจะตักน้าำ ในโอ่งออกบาง ส่วนเพื่อให้โอ่งลอยได้ เมื่อน้ำาท่วมจึงเอาพลาสติกหุ้มและ เอาเชือกรัดพลาสติกไว้เพื่อกันน้ำาจากภายนอกเข้ามาในโอ่ง แล้วผูกโอ่งไว้กบั เสาเรือน ทุกบ้านจะมีเรือเพือ่ ไว้ใช้สญ ั จรไป มาเมื่อหน้าน้ำาท่วม เรือลำานี้พ่อเป็นคนขุดขึ้นมาด้วยตัวของ พ่อเอง โดยไปตัดต้นไม้ใหญ่และเอามาขุดเป็นลำาเรือ นัง่ ได้ ประมาณ 3 คน ทีบ่ า้ นก็จะเหมือนบ้านอืน่ ๆ คือ เลีย้ งหมูไว้กนิ อาหารทีเ่ หลือและไว้ขายเป็นเศรษฐกิจในครัวเรือน พ่อเลีย้ ง ไว้เกือบ 10 ตัว โดยทำาเรือนให้มนั อยู ่ เรือนหรือคอกหมูจะ ยกใต้ถนุ สูง เพือ่ ไว้สอดไม้ไผ่ให้มนั ลอยได้เมือ่ น้าำ ท่วม แพไม้ไผ่ ไว้วางของอุปกรณ์ทต่ี อ้ งหนีนาำ้ โดยเฉพาะไก่ทพ่ี อ่ เลีย้ งไว้กนิ ไข่ เหลือกินก็ขายอีกหลายสิบตัว พ่อบอกว่าเราต้องเตรียมตัวเมือ่ หน้าน้าำ หลาก เพือ่ รับสถานการณ์นาำ้ ทีจ่ ะมาเยือน เอาข้าวเปลือก

56

ทีเ่ ก็บเกีย่ วไว้ไปสีเตรียมไว้ ตะเกียงน้าำ มันก๊าด หรือขีไ้ ต้ (ขุยมะพร้าวทีเ่ อาไปชุบ น้ำามันชัน) ไฟฉาย เตรียมไว้เพื่อจุดให้สว่างยามกลางคืน สมัยนั้นไม่มีต้เู ย็น เราต้องเตรียมปลาแห้ง ปลาเค็ม เนือ้ เค็มไว้ ทุกอย่างต้องมีการเตรียมความพร้อม ไว้ทง้ั หมด และเมือ่ เวลานัน้ มาถึง น้าำ เพิม่ ระดับขึน้ มาเรือ่ ยๆ ทุกอย่างทีย่ กได้ จะยกใส่แพไม้ไผ่ ทุกอย่างไม่ตอ้ งห่วงเพราะมันจะลอยตามระดับน้าำ หากน้าำ ท่วม ไม่ถงึ ชัน้ ที ่ 2 ก็สบายไป เพราะเราสามารถอาศัยอยูช่ น้ั 2 ได้ แต่ถา้ เมือ่ ไรที่ น้าำ เพิม่ ระดับจนถึงชัน้ 2 พ่อก็เตรียมยกระดับบ้านทันที โดยทีพ่ อ่ ได้เตรียมไม้ ปูพน้ื ยาวๆ ไว้หลายแผ่น วางระหว่างช่องหน้าต่างกับโต๊ะ และเราก็อาศัยกัน บนนัน้ แต่ถา้ น้าำ ยังคงเพิม่ เรือ่ ยๆ เราจะอพยพไปอาศัยบนเรือนทีเ่ อาไว้เก็บข้าว ซึง่ พ่อปลูกไว้เทียบเคียงกับบ้านแต่สงู กว่ามาก เรียกได้วา่ มีแผน 1 2 และ 3 รองรับไว้เลย ราชการไม่เคยได้เข้าไปช่วยเหลือ มีแต่ผใู้ หญ่บา้ นทีค่ อยพายเรือ


มาถามไถ่บา้ งว่าเป็นอย่างไร เราตอบว่าสบายดี อยูก่ บั น้าำ หุงหาอาหารกินเอง ไฟฟ้า น้าำ ประปา ตูเ้ ย็น หม้อหุงข้าวไฟฟ้าไม่ม ี ต้องใช้วถิ ธี รรมชาติทง้ั หมด ก็มคี วามสุขไป อีกแบบหนึง่ ชีวติ ทีไ่ ม่วนุ่ วาย วัยเด็กเรารูส้ กึ ตืน่ เต้นเมือ่ น้าำ ท่วม แต่ผใู้ หญ่คงทุกข์ใจ ไม่นอ้ ย น้าำ ไหลผ่าน 3 วัน อย่างมาก 5 วันก็จากไป เหลือไว้แต่คราบน้าำ หรือคราบ สกปรกให้เราต้องขัดล้าง และต้องระวังเมือ่ น้าำ ลด เพราะหญ้าและสัตว์ใต้ดนิ ตายเป็น จำานวนมาก กลายเป็นซากเน่า ส่งกลิน่ เหม็นคลุง้ หรือบางครัง้ นาข้าวทีพ่ อ่ กับแม่ปลูกไว้ ตายหมด พ่อกับแม่กต็ อ้ งเริม่ เพาะปลูกใหม่ นีค่ อื วิถชี วี ติ ของคนทีต่ อ้ งปรับตัวอยูก่ บั น้าำ เมือ่ ความเจริญมาถึง หลวงได้สร้างเขือ่ นเพือ่ บรรเทาความเดือดร้อน ส่งผลให้วถิ ชี วี ติ ดีขน้ึ และเปลีย่ นไป ไฟฟ้า น้าำ ประปา สิง่ อำานวยความสะดวกเข้ามาเยือน สภาพบ้านที่ ก่อสร้างก็เปลีย่ นไปจากบ้านทีย่ กสูง ก็กลายเป็นตึก อาคารพาณิชย์ ไม่เหลือร่องรอย ของวิถชี วี ติ แบบเดิมๆ อีกต่อไป นีเ่ ป็นเรือ่ งราวทีถ่ า่ ยทอดเพือ่ ให้ผอู้ า่ นได้รเู้ รือ่ งราว ของวิถชี วี ติ ทีเ่ ปลีย่ นไป เพือ่ ให้คนรุน่ หลังได้รบั รูว้ า่ บรรพบุรษุ อยูก่ บั น้าำ ได้อย่างไรและ พยากรณ์วา่ น้าำ จะท่วมหรือไม่ได้อย่างไร


Herbs for Health Text / Photo : หนังสือสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 11

เท้ายายม่อม

(ไม้) เท้ายายม่อม ยาเป็นผัก ผักเป็นยา “แก้วห้าดวง”

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum indicum (L.) Kuntze วงศ์ LABIATAE ชื่ออื่นๆ : เท้ายายม่อม ผักหลี่แมน ปิ้งขม ปิ้งหลวง พญารากเดียว ไม้เท้าฤาษี หญ้าลิ้นจ้อน แลงซอด แกมอง ลักษณะ : ไม้พุ่ม ใบเดี่ยว เรียงเป็นวงกลม ข้อละ 3-5 ใบ ดอกช่อ สีขาว ผลสดรูปทรงกลม เมื่อสุกสีม่วงดำ� การขยายพันธุ์ : เมล็ด กลีบดอกสีขาวเชื่อมติดกันคล้ายหลอดยาว ปลายบานเป็นรูปปากแตร คล้ายดอกลำ�โพงแต่เล็กกว่ามาก จึงสนใจเข้าไปถามไถ่ ทำ�ให้ทราบว่า ต้นไม้นั้นชื่อว่า “แลงซอด” เป็นต้นยาที่แม่ชีปลูกไว้ ใช้ยอดอ่อนและ ดอกอ่อนของเท้ายายม่อมต้มจิ้มน้ำ�พริกรับประทาน รู้สึกดีใจมากที่ได้ รู้จักเจ้าแลงซอดในตำ�ราใบลานของหมอยาอีสานเสียที เมื่ อ ครั้ ง ทำ � การรวบรวมสมุ น ไพรเพื่ อ ทำ � สวนสมุ น ไพรหลั ง ตึ ก เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงได้ทราบว่าแลงซอดของอีสานคือ เท้ายายม่อม หนึง่ ในสมุนไพร “ยาห้าราก” อันประกอบด้วย รากเท้ายายม่อม รากชิงชี่ รากย่านาง รากคนทา รากมะเดื่ออุทุมพร ซึ่งยาห้ารากนี้ ในตำ�รายา ไทยจะเรียกว่าเบญจโลกวิเชียร ยาตำ�รับนี้มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้พิษได้ ทุกชนิด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ� ทั้งยังใช้เป็นยาเย็นทาแก้ผดผื่นคัน แก้อักเสบ แก้ฝี ได้ดีอีกด้วย คนทั่วไปยังนิยม รายงานการศึกษาวิจัยสมัยใหม่พบว่ารากเท้ายายม่อมมี สรรพคุณในการแก้ไข้ แก้อักเสบ ซึ่งสนับสนุนการใช้มาแต่ โบราณได้เป็นอย่างดี

เท้ายายม่อมหรือแกมอง ผักทีห่ ายไปจากชุมชนมุสลิม เท้ายายม่อม ยาเป็นผัก ผักเป็นยา แก้วห้าดวง ในสมัยแรกๆ ที่สนใจยาอีสาน สะดุดใจกับชื่อต้นสมุนไพร ชนิดหนึง่ ทีช่ อื่ ว่า “แลงซอด” หรือ “แลงซ่อน” หรือ “แลงจ้อน” (การถอดคำ�ภาษาไทยน้อยเป็นภาษาไทยภาคกลางย่อมมีคำ� และเสียงที่เพี้ยนไปบ้าง) สมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรที่ใช้กัน มากตัวหนึ่งในยาอีสาน นิยมใช้ในตำ�รับยาแก้ไข้ ไข้หมากไม้ ไข้ออกตุ่ม แก้พิษไข้ แทบทุกตำ�รับ มีโอกาสได้รู้จักตัวจริงของแลงซอดเมื่อได้ไปวัดหลวงพ่อ เจรียญ จังหวัดอุดรธานี เห็นแม่ชีกำ�ลังเก็บผักอยู่ข้างๆ ต้นไม้ เล็กๆ สูงท่วมหัว ออกดอกสีขาวช่อเล็กๆ ออกที่ปลายยอด

58

เท้ายายม่อม ภาษามลายูท้องถิ่นเรียก “แกมอง” เคยเป็นผักที่ ขึ้นเองตามธรรมชาติทั่วไปในสามจังหวัดภาคใต้ เป็นผักที่กินกันทั่วไป โดยจะนำ�ยอดอ่อนที่มีทั้งดอกตูม ดอกบาน ใบอ่อน มาต้มหรือลวกจิ้ม น้ำ�บูดูก็ได้ บางครั้งลวกเสร็จก็จะนำ�มาหั่นฝอยทำ�ยำ�พื้นบ้านเหมือน ผักทั่วไป และใช้ใบมวนยาสูบแก้ริดสีดวงจมูก แมะ จังหวัดยะลา เล่าว่า “คนสมัยก่อนนั้นนิยมกินผักแกมองมากโดยเฉพาะการนำ�ผัก แกมองเป็นยำ�ผักพื้นบ้านในงานแต่งงานของคนมุสลิม... ผักชนิดนี้ มีให้เก็บในหมู่บ้านจำ�นวนมาก” ปัจจุบัน “แกมอง” หายไปเพราะ เป็นต้นไม้ที่ไม่มีคนปลูก จึงค่อนข้างหายาก แต่คนที่จะบอกได้ว่าต้นนี้ กินได้หายากกว่า เนื่องจากผู้สืบทอดวิถีชุมชนด้านอาหารจากคนเฒ่า คนแก่กำ�ลังจะหมดไป


ตัวอย่างตำ�รับอาหาร

ยำ�ยอดผักหลีแ่ มนไทยใหญ่สไตล์

ส่วนผสม ยอดผักหลีแ่ มน 1 กำ� กระเทียม 5 กลีบ หอมแดง 2 หัว น้�ำ มันกระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ ถัว่ ลิสงบด พริกขีห้ นู มะเขือเทศ ต้นหอม ผักชี เกลือ ถัว่ เน่า วิธที �ำ นำ�ยอดและใบอ่อนผักหลีแ่ มนมาต้ม แล้วนำ�มาหัน่ พอคำ�ใส่ จาน จากนัน้ หัน่ หอม กระเทียม มะเขือเทศ ผักชี พริกขีห้ นูหน่ั เป็น ชิน้ ถัว่ ลิสงบด และกระเทียมเจียวใส่ลงไป ยำ�ให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย เกลือ ก็จะได้ย�ำ ยอดผักหลีแ่ มนอร่อยแบบไทยใหญ่โบราณ (ตำ�รับของแม่เฒ่าใหม่ ไทยใหญ่)

ยำ�ผักแกมอง

เท้ายายม่อม ผักหลี่แมน ยาดีที่กินได้

แม้เรื่องราวที่เท้ายายม่อมคือผักจะค่อยๆ เลือนหายไปในการรับรู้ ของคนทั่วไป แต่ในชุมชนคนไทยใหญ่นั้น “ผักหลี่แมน” ยังคงเป็นผัก คู่ครัวของคนไทยใหญ่ โดยใช้ดอกตูมและยอดอ่อนมายำ�กิน และใช้ราก เป็นยาแก้ไข้เช่นเดียวกับชุมชนอื่นๆ ทั้งยังใช้เป็นยาแก้ริดสีดวง ยาแก้ ผื่นแพ้อีกด้วย ซึ่งทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ใช้ ยาห้ารากเป็นส่วนประกอบสำ�คัญของผงขัดหน้าสมุนไพรอภัยภูเบศรเพือ่ เป็นยาเย็น แก้อักเสบ แก้แพ้ เหมาะกับทุกสภาพผิว เรียกยาตำ�รับนี้ ว่า “แก้วห้าดวง”

ตัวอย่างตำ�รับยา

ตำ�รับยาแก้ไข้ แก้ร้อนใน แก้เจ็บท้อง

ใช้รากเท้ายายม่อมฝนหรือต้มกินก็ได้

ตำ�รับยาแก้ริดสีดวงจมูก

นำ�ใบเท้ายายม่อมมาตากแห้งพร้อมกับใบกาแจกายู ตูรงกือมา (เครือหมาน้อย) มวนเป็นบุหรี่สูบ แก้ริดสีดวงจมูก (ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ของนางสาวสาปินะห์ แมงสาโมง ปี 2548)

ส่วนผสม ยอดแกมอง 1 กำ� หัวกะทิ 1/2 ถ้วย พริกสด น้�ำ บูดู หอมแดง กระเทียม พริกไทย ตะไคร้ (เล็กน้อย) มะพร้าวคัว่ ขิง (เล็กน้อย) เนือ้ ปลาต้ม น้�ำ มะนาว เกลือ วิธที �ำ 1. นำ�ยอดแกมองลวกน้�ำ ร้อน แล้วหัน่ เป็นเส้น 2. ตำ�พริกไทย ตะไคร้สด ขิง หอมแดง กระเทียมให้ละเอียด แล้วใส่ เนือ้ ปลาต้มลงไปตำ�ด้วย 3. นำ�แกมองที่ห่ันใส่เครื่องที่ตำ� เติมหัวกะทิ น้ำ�บูดู มะพร้าวคั่ว น้�ำ มะนาว เกลือ ยำ�ให้เข้ากัน ตักใส่จาน รับประทานได้เลย เท้ายายม่อมเป็นผักที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนัก ทำ�ให้ไม่มีข้อมูล

คุณค่า ทางอาหาร เป็นผักทั่วๆ ไป แต่มีหมอยาบางท่านที่ เคยมาดูงานที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร บอกว่ากิน ผักชนิดนี้แล้วอารมณ์ดี ในสมัยก่อนถ้าไม่มีกัญชาจะใช้ใบเท้า ยายม่อมสูบแทน แต่ก็ไม่เคยได้พิสูจน์สักที ยายม่อมเป็นใครเราอาจไม่รจู้ กั รูแ้ ต่วา่ ไม้เท้าของยายม่อม ช่วยพยุงสุขภาพของคนไทยในชนบทมานานแล้ว นานเสียจน บางชุมชนก็ทิ้งไม้เท้าของยายไปเสียแล้ว ถ้าใครเห็นไม้เท้าของ ยายม่อมมาทิ้งไว้ใกล้บ้านหรือป่าในชุมชน ก็ช่วยกันรักษาไว้

ตัวอย่างตำ�รับยา

ตำ�รับยาแก้ริดสีดวงทวารที่มีเลือดออก

เอาใบเท้ายายม่อมชนิดเดียวหรือผสมกับสมุนไพรอืน่ ลนไฟแล้ว นำ�มาห่อผ้า จากนั้นให้คนที่เป็นริดสีดวงออกเลือดนั่งทับ

ตำ�รับยาแก้ฝีหัวคว่ำ� (ค่วม)

มีอาการเจ็บในท้อง นอนหงายไม่ได้ จะเจ็บมาก ได้แต่นอนตะแคง ใช้รากเท้ายายม่อมอย่างเดียวต้มกิน

ตำ�รับยาแก้คัน

ใช้เท้ายายม่อมทั้งต้นต้มอาบ

59


Tasty Food Text / Photo : วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์

ในโลกแห่งจินตนาการของมนุษย์¶กู สร้างขึน้ จากเรือ่ งราวในหนังสือ Àาพวาดการ์ตนู และÀาพยนตร์ ความผูกพันจากวัยสูว่ ยั เชื่อมโยงอยู่กับเรื่องราวทÕ่หลากหลาย และหนึ่งในนั้นมÕ “ÎÕโร่” ในดวงใจทÕ่ใครหลายคนชื่นชมและ¶่ายทอดแนวคิดออกมาในรู» แบบทÕ่หลากหลาย ร้านอาหารทÕ่แนะนíาใน©บับนÕ้นíาของสะสมและแบบจíาลองของÎÕโร่ในดวงใจมาใช้จัดร้านÀายใต้ชื่อร้านอาหาร “แ»ลงร่าง สเต็กÎÕโร่” Àายในร้านมÕของสะสมจากผู้สร้างÀาพยนตร์หลากหลายค่าย เช่น Marvel, DC เ»šนต้น ในร้านมÕตั้งแต่ แบบจíาลองชิน้ เล็กชิน้ น้อยไ»จน¶ึงหุน่ ขนาดจริงทÕส่ งั่ ซือ้ จากเจ้าของลิขสิทธิì จัดวางในตูใ้ ห้ชนื่ ชม แน่นอนว่าสิง่ ของเหล่านัน้ หลายคน ไม่เคยเห็นมาก่อน และหากต้องการคíาอธิบาย เจ้าของร้านผูช้ นื่ ชอบÎÕโร่พร้อมจะอธิบายให้¿ง˜ อย่างเต็มใจยิง่ ด้วยเหตุนÀÕ้ ายในร้านจึง มÕทÕ่พักสายตา มÕเรื่องราวทÕ่ชวนให้ค้นหา โลดแล่นไ»ในจินตนาการ พร้อมเติมความอิ่มอร่อยไ»พร้อมæ กัน

อิ่มอร่อยและโลดแล่นสู่โลกจินตนาการ

“แปลงร่าง สเต็กÎีโร่”

คุณณัฐฐินันท์ พัฒนพงศ์ (คุณจุŽม)) เจ้าของและผู้จัดการร้าน เล่าว่าเดิมร้านนีเ้ ปิดให้บริการที ่ อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี โดยเปิด กิจการกับคุณอ๊อด ผูช้ น่ื ชอบของสะสมฮีโร่ และมีความถนัดการปรุง อาหารประเภทสเต็กเป็นพิเศษ ซึง่ ได้ไปเรียนการทำาอาหาร ประเภทนีท้ ี่ จ.ภูเก็ต เมือ่ เปิดร้านที ่ อ.บ้านตาขุน ก็เป็น ทีย่ อมรับในรสชาติและเมนูอาหารทีค่ ดิ ค้น ดัดแปลง ให้ได้สตู รเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เฉกเช่น ฮีโร่ทง้ั หลายทีม่ กั จะมีการเปลีย่ นแปลงหรือแปลง ร่างเพื่อออกมาพิทักษ์ผู้คน ในการปรุงแต่ง รสอาหารก็เช่นเดียวกัน อาหารของร้านนี้ถูก บรรจงปรุงอย่างดี รสชาติเข้มข้น โดยคัดเลือก วัตถุดบิ ทีใ่ ช้ปรุงทัง้ จากท้องถิน่ และสัง่ จากร้าน ที่เชื่อถือในคุณภาพ เพื่อให้อาหารมีรสชาติดี

60


เป็นที่ยอมรับและมีมาตรฐานน่าทุกเมนู ซึ่งการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเป็น จุดเริ่มต้นความอร่อยและความน่าเชื่อถือในคุณภาพอาหาร เป็นที่ถูกปาก ถูกใจของทุกๆ คน สำาหรับจำานวนลูกค้าทีร่ า้ นนีส้ ามารถรองรับในแต่ละรอบ คือประมาณ 40 คน ภายในร้าน “แปลงร่าง สเต็กฮีโร่” เป็นห้องแอร์ เย็นสบาย มีตู้โชว์แบบจำาลองฮีโร่มากมาย เช่น Iron Man, Spider-Man ให้ชม สำาหรับรายการอาหาร ขอแนะนำาอาหารบางรายการดังนี้ ขอเริ่มต้นด้วย สเต็กพอร์คช็อป อาหารจานนี้เป็นสเต็กหมูที่ผ่านการ หมักจนเนื้อนุ่ม มีเครื่องประกอบในจานเป็นข้าวโพดที่ผ่านการปรุงด้วยขั้น ตอนพิธพี ถิ นั สูตรของร้าน มีกลิน่ หอมรวยรินอ่อนโยน รสหวานตามธรรมชาติ หอมใหญ่ มันฝรัง่ ทอด และสลัดผักมาบนจานสีดาำ สีสนั จึงสวยงาม น่ากินมาก ยิง่ ขึน้ มีน้ำาซอสสูตรของร้าน เข้มข้น เป็นน้ำาจิ้มทีเ่ ติมความอร่อยได้มากขึน้ ถัดมาเป็นเมนู สเต็กพอร์คปลาทอด สเต็กปลาดอลลี่หมักด้วยเครื่องปรุงมี กลิน่ หอมจากเครือ่ งเทศอ่อนๆ เคีย้ วกรอบๆ ผ่านเนือ้ แป้งทีห่ อ่ เนือ้ ปลาบางๆ ช่วยให้รสชาติอร่อย จะเติมเต็มด้วยมายองเนสก็ได้ตามใจชอบ สำาหรับผูช้ นื่ ชอบสเต็กแบบจับคู่เพื่อความอิ่มพิเศษขอแนะนำา สเต็กจับคู่ (สเต็กพอร์ค +ไส้กรอก, สเต็กพอร์ค+แฮมรมควัน, สเต็กพอร์ค+ปลาย่างหรือปลาทอด) รับรองว่าอิ่มอร่อยเต็มพิกัดเพราะทุกอย่างล้วนคัดสรรมาอย่างดีมีคุณภาพ ตามมาด้วย ยำาอเวนเจอร์ส (ยำาทูน่า) จานนี้เป็นเนื้อปลาทูน่า คลุกเคล้า ด้วยเครื่องยำา อาทิ หอมใหญ่ มะเขือเทศ รสเปรี้ยวจากมะนาวกับรสเผ็ด เล็กน้อยของพริกสด ผสมผสานจนเป็นความอร่อยลงตัว ยากจะลืมเลือนจาก ห้วงอารมณ์ ขอแนะนำาเมนูอาหารชื่อแนวภาพยนตร์อย่าง โทนี่ขี้เมา (สปาเก็ตตีข้ เ้ี มาทะเล) อาหารจานนีม้ เี ส้นสปาเก็ตตีร้ สกลมกล่อมด้วยเครือ่ งปรุง มีกงุ้ และหมึกเติมคุณค่าอาหารและรสชาติทชี่ วนลิม้ ลอง เสริมความสวยด้วย พริกหยวกและกะเพรา ส่งกลิน่ หอมอันเป็นเอกลักษณ์ของใบกะเพรา รสชาติ ทีผ่ นวกความมันให้กลมกลืนด้วยพริกกลิน่ ฟุง้ กระจายอ้อยอิง่ ขอแนะนำาเมนู ประเภทน้าำ อย่าง ราเมงฮีโร่ บอกได้คาำ เดียวว่าน่ากินมากมายเนือ้ หมูเบคอน ไข่ตม้ ยางมะตูม หมูสบั เส้นราเมง น้าำ ซุปสูตรต้นตำารับญีป่ นุ่ ชวนให้นา้ำ ลายสอ รสชาติชวนหวนคิดถึงแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไป ตบท้ายสำาหรับคนชอบกิน ข้าวผัด ขอแนะนำา ข้าว The Kids เมนูนี้เป็นข้าวผัดหอมกรุ่นมีไส้กรอก สัง่ พิเศษ กลิน่ หอม และเติมเต็มรสชาติทรี่ นื่ รมย์ดว้ ยแฮม ลองดูสกั จานแล้ว จะติดใจ ขอแนะนำาเครื่องดื่มอย่าง น้ำาแดงโซดา สีสันในแก้วยามโดนแสงส่อง ประกายแวววาวราวกับก้อนอัญมณีสแี ดง อีกแก้วทีแ่ นะนำาวันนี ้ น้าำ ชามะนาว แก้วใหญ่แต่งด้วยชิ้นมะนาวหั่นบางๆ ประดับน้ำาชาสีสวยน่าดื่มอย่างที่สุด โดยเฉพาะเมื่อต้องการดับร้อนแก้กระหายในฤดูร้อนที่กำาลังคืบคลานเข้ามา ร้านนี้ยังรับจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในโอกาสพิเศษเป็นหมู่คณะเล็กอี ก ด้ ว ย นอกจากนี้ทางร้านยังจัดกิจกรรมสำาหรับสังคมในชื่อกิจกรรมฮีโร่, กิจกรรม ลุ้นดูหนังฟรี 4 ที่นั่งทุกเดือน และปาร์ตี้ซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งจะประกาศให้ทราบ เป็นระยะตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เป็นต้น

แปลงร่าง สเต็กÎีโร่ 188/288 – 188/289 สำานักงานขายโครงการสยามสแควร์ หมู่ 1 ต.วัดประดู่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี บริการทุกวัน เวลา 12.00 น. – 20.00 น. ร้านปดทุกวันจันทร์ โทรÈัพท์ 081-927-0886, 081-891-7113

61


Good Health & Wellness Text : ทพ.สุทธิพันธุ์ จำ�นงค์ทอง ทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิโลเฟเชียล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี / Oral Max & Dental Clinic

- การนอนกัดฟัน - เหงือกร่นจากการจัดฟัน ซึง่ เป็นผลข้างเคียงทีเ่ กิดขึน้ ได้

วิธีการป้องกันเหงือกร่น

เหงือกร่นป้องกันอย่างไร เหงือกร่น เป็นอาการทีพ่ บได้บอ่ ยกับผูป้ ว่ ยแทบทุกคน โดยเฉพาะกับผูส้ งู อายุ

ในปัจจุบันสามารถพบในวัยหนุ่มสาว แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยสนใจหรือให้ ความสำ�คัญมากนัก เพราะบางคนเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่บางคนเป็นมาก จนเห็นชัดเจน ไม่สวยงาม เกิดอาการเสียวฟันจึงค่อยหันมาให้ความสนใจ วันนี้ เราจะมาคุยกันเรื่องนี้ ปกติเหงือกของเราจะอยู่ที่ระดับคอฟัน อาการเหงือกร่นเป็นภาวะที่เหงือกร่น ลงไปหารากฟัน ทำ�ให้เห็นตัวฟันยาวมากขึน้ ส่งผลให้ฟนั สึกได้งา่ ย รวมทัง้ เกิดคราบ หินปูนและเกิดการสะสมตัวของเชือ้ แบคทีเรียเพิม่ มากขึน้ อีกทัง้ ยังทำ�ให้เกิดอาการ เสียวฟันในเวลาทีด่ มื่ เครือ่ งดืม่ เย็นและร้อนเนือ่ งมาจากส่วนของรากฟันทีเ่ ดิมเคยมี เหงือกคลุมอยูน่ น้ั สัมผัสกับตัวกระตุน้ ภายนอกทีส่ �ำ คัญคือการท่เี หงือกร่นทำ�ให้กระดูก ที่รองรับฟันหายไป เกิดฟันโยก เป็นสาเหตุให้ฟันหลุดได้อีกด้วย

สาเหตุของการเกิดเหงือกร่น

- โรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ โรคนี้จะทำ�ให้กระดูกรองรับรากฟันและ เหงือกร่น เกิดฟันโยกได้ - อาการเหงือกร่นมีสาเหตุมาจากการแปรงฟันที่ผิดวิธีหรือใช้แปรงสีฟันที่มี ขนแปรงแข็ง - การสูบบุหรี่ ทำ�ให้เหงือกอักเสบ เกิดคราบเป็นที่สะสมของแบคทีเรียและ เหงือกร่นได้ - พันธุกรรม ขึ้นอยู่กับลักษณะเหงือกของผู้ป่วย ซึ่งบางคนมีเหงือกบางจะร่น ได้ง่ายกว่าคนที่มีเหงือกหนา - การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ทำ�ให้เหงือกอักเสบมากขึ้นแล้วไม่ได้รับการ ดูแลที่ดี - ฟันซ้อนเกผิดตำ�แหน่ง ทำ�ให้แปรงฟันยาก เหงือกอักเสบ หรือบริเวณทีซ่ อ้ น มีเหงือกบางกว่า

62

- ขูดหินปูนและเกลารากฟัน เป็นการรักษาโรคเหงือก ลดการอักเสบ หรือถ้าหากมีเหงือกร่นอยูก่ อ่ นจะส่งผลให้เกิด คราบหินปูนได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรพบทันตแพทย์ เพื่อขูดหินปูนและเกลารากฟันอย่างสม่ำ�เสมอ - การหลีกเลีย่ งไม้จมิ้ ฟัน การใช้ไม้จมิ้ ฟันจะทำ�ให้เกิด ช่องว่างระหว่างฟันมากขึ้น ทำ�ให้ฟันห่างมากกว่าเดิม แต่ ถ้ารู้สึกว่ามีเศษอาหารติดฟันควรทำ�การแปรงฟันและใช้ น้ำ�ยาบ้วนปาก หรือใช้แปรงซอกฟัน - การแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ขนแปรงอ่อนนุ่ม - การหยุดสูบบุหรี่ - รับประทานอาหารทีม่ ปี ระโยชน์ อาหารทีช่ ว่ ยบำ�รุง เหงือกและฟัน ได้แก่ อาหารทีม่ แี คลเซียม ฟอสฟอรัสและ วิตามินดีสูง จะช่วยบำ�รุงเหงือกและฟันให้มีสุขภาพดี

การรักษาเหงือกร่น

เหงือกร่นเมือ่ จะรักษาจะเป็นการรักษาไปตามอาการ หากเป็นไม่มากหลังจากรักษาที่ต้นเหตุไปแล้ว ไม่นาน เหงือกก็จะกลับมาเป็นปรกติดังเดิม แต่ในรายที่เป็นมาก ถึงรักษาทีต่ น้ เหตุไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาเป็นปรกติได้ ยังคงร่นเหมือนเดิม ก็จะดำ�เนินการสู่การผ่าตัดต่อไป


63


Talk Text : ดร. ภาสกร ธรรมโชติ (นักเรียนทุนฟุลไบรท์ 2549) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

ประช

? ม ิ ย านยิ ม ป น า ช ะ ร ป ระชารัฐ

ในข³ะทÕ»่ ระเทศไทยอยูใ่ นช่วงทÕเ่ »ลÕย่ นผ่านจากยุค»ระชานิยมมาเ»šน»ระชารั°ได้สกั พักใหÞ่ อย่างไรก็ตาม ในเวทÕการเมืองระดับ โลกกลับพบว่ามÕการกลับมาของนโยบาย»ระชานิยมอÕกครัง้ โดยเ©พาะในโลกตะวันตก โดยเ©พาะอย่างยิง่ ใน»ระเทศสหรั°อเมริกา และในทวÕ»ยุโร» ความหมายของคำาว่า “ประชานิยม” โดยทัว่ ไปมีความแตกต่างออก ไปในแต่ละบริบทการเมืองของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่ เมือ่ กล่าวถึงนโยบายประชานิยม เรามักจะนึกถึงและคุน้ เคยกับประชา นิยมในรูปแบบของประเทศในแถบละตินอเมริกา ซึง่ เป็นประเทศต้นแบบ ที่ผู้นำาประเทศหลายๆ คนได้นำาเอานโยบายประชานิยมมาใช้ในการ ขับเคลือ่ นเศรษฐกิจฐานรากและรักษาฐานเสียงทางการเมืองของตนเอง มาอย่างยาวนาน ทัง้ ในประเทศชิล ี นิคารากัว เวเนซุเอลา อาร์เจนตินา เป็นต้น

64

หลายๆ ประเทศในโลกตะวันตกทั้งสหรัฐอเมริกาและสหราช อาณาจักรภายใต้การนำาของผูน้ าำ คนใหม่กาำ ลังนำานโยบายประชานิยม กลับมาอีกครั้งเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ ในขณะที่ประเทศไทย ของเรากำาลังจดจ่ออยูก่ บั นโยบายประชารัฐ ทีเ่ น้นความมัน่ คง มัง่ คัง่ ยัง่ ยืน นักวิชาการตะวันตกได้พยายามออกมาเตือนรัฐบาลของตนถึง ความไม่ยง่ั ยืนและความล้มเหลวของนโยบายประชานิยมซึง่ มีตวั อย่าง ให้เห็นในอดีตในกลุม่ ประเทศในแถบละตินอเมริกา สาเหตุทเ่ี ราเรียกนโยบายของรัฐว่านโยบายประชานิยม เพราะ เป็นนโยบายทีถ่ กู ใจประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะกลุม่ ผูม้ รี ายได้นอ้ ย (popular) สาเหตุทไ่ี ด้รบั ความนิยมเพราะการดำาเนินนโยบายได้ผล ตามเป้าหมาย แต่ลักษณะพิเศษของนโยบายประชานิยมคือได้ผล เพียงระยะสัน้ เท่านัน้ แต่ไม่ยง่ั ยืน อย่างไรก็ตามคำาจำากัดความของคำาว่า “ประชานิยม” มีความ แตกต่างกันออกไปในบริบทของแต่ละภูมิภาคของโลก ในส่วนของ ประเทศไทยมีความคุ้นเคยกับประชานิยมในลักษณะที่ใกล้เคียงกับ นโยบายประชานิยมทีใ่ ช้กนั แพร่หลายในแถบประเทศละตินอเมริกา ซึ่งเป็นการใช้นโยบายรัฐเพื่อใช้สงเคราะห์คนยากจนเป็นฐานเสียง และฐานทางการเมือง ในขณะที่นโยบายประชานิยมที่กลับมาใน ประเทศตะวันตกในขณะนี้โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและสหราช อาณาจักรมีลักษณะแตกต่างจากละตินอเมริกา ประชานิยมของ


ประเทศตะวันตกเหล่านีค้ อื ประชานิยม ในลักษณะที่นโยบายของพรรคการเมือง ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนหรือมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน ซึ่งแตกต่างไปจาก นโยบายประชานิยมของละตินอเมริกาหรือไทย ทีเ่ น้นการสงเคราะห์คนยากจน เพือ่ ฐานเสียงและฐานการเมือง ทัง้ นี้ วงจรของนโยบายประชานิยมในระยะยาวจะนำ�ประเทศไปสูค่ วามล่ม สลาย การดำ�เนินนโยบายประชานิยมในช่วงแรกๆ ซึง่ มักถูกนำ�มาใช้เมือ่ ประเทศ ประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำ�ให้กระตุน้ การใช้จา่ ยเพิม่ มากขึน้ การบริโภค และการจ้างงานเพิม่ ขึน้ และส่งผลให้คา่ เงินแข็งค่า (นำ�เข้าสินค้าได้ถกู ลง) ทำ�ให้ ทุกคนรู้สึกว่านโยบายประชานิยมโดยผู้นำ�ประชานิยมทำ�ให้สถานะประเทศและ ประชาชนมีความเป็นอยูท่ ด่ี ขี น้ึ ทำ�ให้เกิดความเลือ่ มใสศรัทธาในตัวผูน้ �ำ ประเทศ แบบไม่ลมื หูลมื ตา อย่างไรก็ตาม สภาวการณ์เหล่านีม้ คี วามไม่ยง่ั ยืนเพราะการ ดำ�เนินนโยบายประชานิยมต้องใช้งบประมาณมหาศาลซึง่ ส่งผลให้มกี ารกูย้ มื มาใช้ ส่งผลกระทบต่อสถานะการคลังของประเทศ ค่าเงินมีคา่ เกินจริง (Overvalued) ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก (ส่งออกได้น้อยลง) และกระทบเศรษฐกิจของ ประเทศในทีส่ ดุ ซึง่ นีค่ อื ความไม่ยง่ั ยืนของการดำ�เนินนโยบายแบบประชานิยม ในส่วนของประเทศไทยเราก้าวผ่านคำ�ว่าประชานิยมมาเป็นคำ�ว่า “ประชารัฐ” ซึง่ เป็นการดำ�เนินนโยบายทีเ่ น้นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาสังคมใน การดำ�เนินการแก้ไขปัญหาให้กบั ประชาชนเพือ่ ให้ผลประโยชน์ตกอยูก่ บั ประชาชน อย่างแท้จริงและมีความยัง่ ยืนซึง่ เป็นสิง่ ทีส่ �ำ คัญทีท่ �ำ ให้นโยบายประชารัฐมีความ แตกต่างจากการดำ�เนินนโยบายประชานิยม อย่างไรก็ตามข่าวสถานการณ์เงิน คงคลังของประเทศล่าสุดทำ�ให้เกิดความวิตกกังวลจากหลายๆ ฝ่ายว่ารัฐบาลจะ ถังแตก หากรัฐบาลขาดวินยั ทางการคลัง การดำ�เนินนโยบายประชารัฐในหลากหลาย รูปแบบด้วยการกู้ยืมเงินและอาจจะเป็นการทำ�ให้ภาระหนี้สินของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ท้ายทีส่ ดุ ประชารัฐของเราก็จะไม่แตกต่างอะไรไปจากประชานิยมทีม่ แี ต่ความมัง่ คัง่ (ในระยะสัน้ ) แต่ไม่มคี วามมัน่ คง และยัง่ ยืน (ในระยะยาว)

65


Horoscope

ทำานายดวงชะตาราศี ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2560 ราÈีเมษ Aries

สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 14 เมษายน - 14 พÄษภาคม ด้านความรัก ช่วงนีค้ นมีคแู่ ล้วให้ระวังความสัมพันธ์ มีปญ ั หาเข้า มาแทรกแซงความสัมพันธ์ มีเรือ่ งผิดใจกันด้วยปัญหาต่างๆ นานา ส่วนคนโสดยังไม่มเี กณฑ์เนือ้ คูเ่ ข้ามาในช่วงนี ้ คงต้องรอต่อไป ด้านการเงิน ช่วงนีร้ ายรับและรายจ่ายเข้ามาพร้อมๆ กัน รายได้ ประจำาและรายได้พเิ ศษมีเข้ามามากขึน้ สำาหรับคนทีม่ ปี ญ ั หาทางการ เงินอยูจ่ ะมีทางออก มีคนเข้ามาช่วยเหลือให้หนีส้ นิ ค่อยๆ หมดไป

ราÈีพÄษภ Taurus

สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 15 พÄษภาคม - 14 มิถุนายน ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดมีโอกาสในความรักมากขึน้ มีเกณฑ์ ได้พบกับความรักแบบไม่คาดฝัน ส่วนคนทีม่ คี แู่ ล้วยังรักกันดีและช่วย ส่งเสริมทัง้ ชีวติ คู ่ การเงิน และการงานให้มคี วามลงตัวมากขึน้ ด้วย ด้านการเงิน ช่วงนีม้ โี อกาสได้โชคลาภเข้ามาอย่างไม่คดิ ไม่คาดฝัน ทำามาค้าขึน้ มีกาำ ไรผลตอบแทนทีด่ ี การหมุนเงินดีขน้ึ รวมถึงการขอ เครดิตสินเชือ่ อยูใ่ นจังหวะทีด่ เี ช่นกัน

ราÈีสิงห์

Leo

สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 17 สิงหาคม - 16 กันยายน

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นมีคแู่ ล้วต้องใช้ความอดทนบวกกับเข้าใจ กันและกันให้มากขึน้ สำาหรับคนโสดยังไม่เหมาะกับการเริม่ ต้นใหม่ แนะนำาให้ทมุ่ เทเวลาให้กบั การทำางานและครอบครัวไปก่อน ด้านการเงิน ช่วงนีม้ คี วามวุน่ วายทัง้ รายรับ-รายจ่าย มีปญ ั หาการ เงินเข้ามาให้ปวดหัว บางคนทวงหนีย้ าก ลูกค้าหายหน้าหายตาไป หรือ แม้แต่การเสียเงินแบบไม่นา่ เสีย จะใช้จา่ ยหรือทำาอะไรต้องคิดให้ดี

ราÈีกันย์ Virgo สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 17 กันยายน - 17 ตุลาคม

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดจะมีเสน่หแ์ รงเป็นพิเศษ มีคนใกล้ชดิ แนะนำาคนใหม่ๆ ให้ สำาหรับคนมีคแู่ ล้วความสัมพันธ์จะดีขน้ึ กว่าเดิม มีเวลาให้กนั มากขึน้ และมีความมัน่ คงในชีวติ คูม่ ากขึน้ ตามไปด้วย ด้านการเงิน ช่วงนีม้ เี กณฑ์จา่ ยหนัก จ่ายเยอะ รายจ่ายมีหลายด้าน รวมถึงสิง่ ของหรูหรา ฟุม่ เฟ„อย จนอาจหมุนเงินไม่ทนั แต่กจ็ ะมีเพือ่ น หรือคนใกล้ชดิ คอยช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาหนีส้ นิ ให้

ราÈีเมถุน Gemini

ราÈีตุลย์ Libra

สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 15 มิถุนายน - 16 กรกฎาคม

สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 18 ตุลาคม - 16 พÄÈจิกายน

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดมีโอกาสได้เจอกันระหว่างติดต่อคุยงาน ได้พบปะพูดคุยกันแล้วมีความเข้ากันได้อย่างดี สำาหรับคนมีคแู่ ล้วยัง มีปญ ั หาอยูบ่ า้ ง มีการกระทบกระทัง่ กันเป็นปกติ แต่ไม่ใช่เรือ่ งใหญ่ ด้านการเงิน ช่วงนีจ้ ะมีรายได้พเิ ศษจากงานต่างๆ จะเริม่ ทยอยเข้า มาแล้ว สำาหรับคนทีม่ ปี ญ ั หาติดขัดอยู ่ ปัญหาต่างๆ จะมีทางออก หรือ มีโอกาสในเรือ่ งเครดิตสินเชือ่ ทีม่ ากขึน้ เข้ามาด้วย

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดเป็นช่วงเรียนรูด้ ใู จ ศึกษากันในแบบ เพือ่ นฝูงไปก่อนสักระยะ ส่วนคนมีคแู่ ล้วราบรืน่ ดี ส่วนคูท่ ม่ี ปี ญ ั หามี ความขัดแย้งกันมาก่อนหน้านีจ้ ะมีโอกาสกลับมาคืนดีกนั ด้านการเงิน ช่วงนีก้ ารเงินดีขน้ึ เริม่ มีขา่ วดีในเรือ่ งรายได้จากแหล่ง ต่างๆ เข้ามาบ้าง มีความมัน่ คงในชีวติ มากขึน้ แต่จงั หวะของโชคลาภ ยังไม่โดดเด่น คงต้องหลีกเลีย่ งการเสีย่ งโชคไปก่อน

ราÈีกรกฎ

Cancer

สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 17 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดมีโอกาสได้พบเจอคนทีถ่ กู ใจ บางทีอาจจะ มีโอกาสได้เจอกันระหว่างการเดินทาง ส่วนคนมีคแู่ ล้วความสัมพันธ์ กับคนรักยังดีอยู ่ มีความสุข ไม่มปี ญ ั หาเข้ามากวนใจ ด้านการเงิน ช่วงนีม้ โี อกาสเสียเงินกับเรือ่ งราวจิปาถะ มีรายจ่าย จุกจิกเยอะมาก ต้องดูแลการใช้จา่ ยอย่างรอบคอบ ด้านโชคลาภยัง ไม่ม ี จึงไม่ควรเสีย่ งโชคเสีย่ งทายในช่วงนีเ้ ลย

66

ราÈีพิจิก Scorpio สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 17 พÄÈจิกายน - 15 ธันวาคม ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดจะได้พบเจอคนทีถ่ กู ชะตาด้วย แต่อย่า รีบร้อนจนเกินไป ใช้เวลาค่อยๆ ดูกนั ไปก่อน สำาหรับคนทีม่ คี แู่ ล้วช่วงนี้ อาจมีปญ ั หามือที ่ 3 เข้ามา ให้ระวังการเข้าใจผิดกันให้มากขึน้ ด้านการเงิน ช่วงนีม้ เี กณฑ์เสียเงินกับรายจ่ายจุกจิก เรือ่ งหยุมหยิม ในครอบครัว หรือเรือ่ งของบุตร บริวาร ทีร่ วมๆ แล้วกลายเป็นรายจ่าย ก้อนใหญ่ได้เลย ในส่วนของรายได้ยงั มีเข้ามาเป็นปกติ


ราÈีธนู Sagittarius สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 16 ธันวาคม - 14 มกราคม

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดคงต้องพึง่ พาญาติผใู้ หญ่แนะนำา หรือ ลองสังเกตคนในทีท่ าำ งาน แต่ถา้ ไม่รบี ร้อน แนะนำาให้รอก่อน สำาหรับ คนมีแฟนแล้วยังช่วยกันดูแลความสัมพันธ์ได้ด ี มีความเข้าใจกันดี ด้านการเงิน ช่วงนีม้ คี วามวุน่ วายทางการเงินอย่างมาก ทัง้ รายจ่าย จุกจิก ข้าวของเสียหาย ต้องใช้เงินในการซ่อมแซมดูแลรักษา จะมีโชค จากการเสีย่ งเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยเสริมให้หมุนเงินได้ทนั เวลามากขึน้

ราÈีมังกร Capricorn

สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 15 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดมีหลายคนเข้ามาชืน่ ชอบ แม้แต่คนรักเก่า ก็มโี อกาสจะกลับมาอีกด้วย ถ้ามีคมู่ แี ฟนแล้วต้องระวังไว้บา้ ง หรือคน โสดอาจจะมีโอกาสได้เจอคูท่ ว่ี ยั และไลฟŠสไตล์ทแ่ี ตกต่างกันด้วยก็ได้้ ด้านการเงิน ช่วงนีม้ คี วามโดดเด่นในเรือ่ งโชคลาภและรายได้เข้ามา การเสีย่ งโชคเสีย่ งดวงส่งผลดีให้มเี งินทองหมุนเวียนใช้จา่ ยได้มากขึน้ แต่ควรระวังเรือ่ งการใช้จา่ ยเกินตัวเมือ่ เห็นรายได้เข้ามามากด้วย

ราÈีกุมภ์ Aquarius สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ - 14 มีนาคม

ด้านความรัก ช่วงนี้คนมีค่แู ล้วต้องดูแลความสัมพันธ์กันให้ดีๆ ส่วนคนโสด ถ้ามีการเริม่ ต้นคบหากันใหม่ๆ ความสัมพันธ์คอ่ นข้างจะ อ่อนไหวเปราะบาง มีการทะเลาะกันได้บอ่ ยๆ แนะนำาให้อดทนไว้ ด้านการเงิน ช่วงนีก้ ารเงินยังนิง่ ๆ ไม่มอี ะไรเปลีย่ นแปลง และควร ระมัดระวังในการใช้จา่ ยให้ด ี โดยเฉพาะมีโอกาสเสียทรัพย์ ถูกจีป้ ล้น ทรัพย์สนิ มีคา่ หาย หรือมีรายจ่ายหนักๆ เข้ามาแบบไม่คาดฝัน

ราÈีมีน Pisces สำาหรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 15 มีนาคม - 13 เมษายน

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดจะได้พบกับความรักครัง้ ใหม่ มีตวั เลือก ทีด่ เี ข้ามา สำาหรับคนมีคแู่ ล้วความสัมพันธ์จะดีขน้ึ ถ้ามีปญ ั หาขัดแย้ง กันมาก่อนหน้านีจ้ ะได้พดู คุยปรับความเข้าใจกัน ด้านการเงิน ช่วงนีห้ มุนเงินได้ดมี ากขึน้ ปัญหาติดขัดทีเ่ คยเกิดขึน้ ในช่วงทีผ่ า่ นมาจะมีคนมาช่วยเหลือให้ผา่ นพ้นไปด้วยดี ทำาให้การเงิน มีความราบรืน่ มากขึน้ อาจมีปญ ั หาเรือ่ งรายจ่ายเล็กน้อย ไม่นา่ หนักใจ

67


68


69


71


72

@Surat Magazine issue 74  

@Surat Magazine volume 7 issue 74 Monthly free copy magazine distribute in Surat Thani province, THAILAND

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you