Page 1


2


4


ประกาศขออภัย ตามทีข่ า้ พเจ้า นายสุเทพ ศิรพิ นั ธ์ ข้าราชการครู สังกัดวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ได้ พิมพ์ขอ้ ความลงในเฟสบุค๊ (Facebook) ส่วนตัว ระหว่างวันที่ 4 - 27 เดือนกันยายน พ.ศ. 2557 โดยมีขอ้ ความกล่าวหา ดร.พฒศ์ศวิ พิศ โนรี ผูอ้ �ำ นวยการวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ในขณะนัน้ ว่า ปฏิบตั หิ น้าทีไ่ ม่โปร่งใสในการจัดซือ้ จัดจ้างวัสดุครุภณ ั ฑ์ การกระทำ�ดังกล่าว ของข้าพเจ้าก่อให้เกิดความเสียหายต่อชือ่ เสียงเกียรติยศ และบัน่ ทอนความเคารพนับถือ ของนักศึกษา ข้าราชการ ผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน โดยเฉพาะบุคลากรและ ข้าราชการตลอดจนผูบ้ งั คับบัญชาในสังกัดสำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทำ�ให้ ดร.พฒศ์ศิวพิศ โนรี ได้รับความเสียหาย และต่อมา ดร.พฒศ์ศิวพิศ โนรี ได้นำ�เรื่อง การโพสต์ขอ้ ความอันเป็นเท็จของข้าพเจ้าขึน้ ฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้าพเจ้า นายสุเทพ ศิรพิ นั ธ์ ยอมรับว่าได้กระทำ�ไปโดยเป็นการเข้าใจผิดและบัดนีข้ า้ พเจ้าได้ส�ำ นึกผิด และกราบขออภัยทีก่ ระทำ�ไปโดยอคติ ปราศจากการไตร่ตรอง เป็นเหตุให้ ดร.พฒศ์ศวิ พิศ โนรี ได้รับความเสียหาย ข้าพเจ้าจึงขอประกาศให้ประชาชน รวมถึงศิษย์เก่าและศิษย์ปจั จุบนั เพือ่ นข้าราชการ ผูป้ กครอง และผูม้ สี ว่ นได้เสียทุกฝ่ายได้รบั ทราบความจริงว่าข้อความทีข่ า้ พเจ้าได้โพสต์ลง ในเฟสบุค๊ ส่วนตัวของข้าพเจ้านัน้ เป็นความเข้าใจผิด ข้าพเจ้าจึงขออภัยและขอขอบพระคุณ ที่ ดร.พฒศ์ศวิ พิศ โนรี ได้ให้อภัยแก่ขา้ พเจ้าอีกครัง้ หนึง่ และเพือ่ เป็นการไถ่ถอนความผิด ดังกล่าวข้าพเจ้า นายสุเทพ ศิริพันธ์ จักดำ�เนินการดังนี้ 1. ตีพิมพ์คำ�ขอขมานี้ในหนังสือ @Surat นิตยสารรายเดือน จำ�นวน 1 ครั้ง 2. ตีพมิ พ์ค�ำ ขอขมานีใ้ นหนังสือพิมพ์ทอ้ งถิน่ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีชอื่ “หนังสือพิมพ์ กระแสข่าว” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ เป็นเวลา 1 ครั้ง 3. ชำ�ระเงินค่าเสียหายและค่าใช้จา่ ยในการดำ�เนินคดีเป็นจำ�นวนเงิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน นายสุเทพ ศิริพันธ์ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี


Editor s Talk Volume 7 Issue 73 January 2017

สวัสดีปีใหม่ 2560

คณะที่ปรึกษา

เริ่มศักราชใหม่คราวนี้ แทนที่พวกเราจะได้ฉลองกันอย่างชื่นมื่น พี่น้องชาวไทยในหลาย พื้นที่ของประเทศโดยเฉพาะชาวใต้กลับต้องประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ ชาวสุราษฎร์ฯ เองก็ ต้องทนยากลำ�บากจากวิกฤตครัง้ นีถ้ งึ 13 อำ�เภอ และในขณะทีผ่ มกำ�ลังเขียนบทบรรณาธิการนี้ สถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย ทางทีมงานนิตยสาร จึงขออาสาเป็นอีกหนึ่งแรงในการ บรรเทาทุกข์ โดยขอความร่วมมือจาก โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี และท่าอากาศยาน นานาชาติสุราษฎร์ธานี ในการตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้ ที่ห้องสมุด สนามบินสุราษฎร์ฯ ซึง่ ได้รบั การสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผูโ้ ดยสารและผูใ้ ช้บริการห้องสมุดทีม่ ี จิตศรัทธา นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่า “คนไทย อย่างไรก็ไม่ทิ้งกัน” ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับบริจาค นั้นจะนำ�ไปมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป สำ�หรับนิตยสาร ฉบับแรกของปี 2560 เราได้รบั เกียรติจาก นพ.สุกจิ ทัศนสุนทรวงศ์ ผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี มาขึ้นปก และให้สัมภาษณ์ลงคอลัมน์ Exclusive ท่านเป็นทั้งศัลยแพทย์ฝีมือเยี่ยม นักบริหาร นักกีฬา และเป็นผู้ที่มีจิตสาธารณะอย่างแท้จริง ท่านเป็นผู้ริเริ่มงาน Suratthani Marathon โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ช่วยให้ประชาชนมี สุขภาพกายและใจทีแ่ ข็งแรง ไร้โรคภัย ด้วยการออกกำ�ลังกาย ทัง้ ยังพยายามผลักดันให้รายการ วิ่งมาราธอนนี้เป็นงานประจำ�จังหวัดที่จะต้องจัดขึ้นทุกปี ทีมงาน จึงขอเชิญชวนให้ ทุกท่านที่ชอบออกกำ�ลังกายและรักสุขภาพมาเข้าร่วมงาน “Suratthani Marathon 2017” ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ณ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ ปีใหม่ทั้งที เองก็มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ทั้งทีมงาน และเนื้อหาภายในเล่ม เพื่อความสดใหม่ และคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ผมจึงขอแนะนำ�คุณผู้อ่านได้ทำ�ความรู้จักกับนักเขียน หน้าใหม่อย่าง คุณพาฝัน นิลสวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ที่เริ่มเขียน คอลัมน์ Food for Thought ลง มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว และฉบับนี้ก็ได้ คุณมิรญ ิ ดา ผูม้ ดี กี รีเป็นถึงด็อกเตอร์ และดำ�รงตำ�แหน่ง หัวหน้าสาขาวิชาการท่องเที่ยวและนันทนาการ ของ มหาวิทยาลัยชือ่ ดังในสุราษฎร์ฯ มาเขียนคอลัมน์ใหม่ เอี่ยมอย่าง “Let’s Get Tanned” หวังว่าจะถูกใจ คุณผู้อ่านนะครับ สุดท้ายนี้ ผมขออำ�นาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกดลบันดาลให้ คุณผู้อ่านมีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคและความยากลำ�บากทัง้ หลาย ในปีระกานี้ให้ได้ในที่สุดครับ

ดร.หิรัญ ชคทานนท์ บรรณาธิการบริหาร

บทความและรูปภาพทั้งหมด (ยกเว้นโฆษณา-ข่าว) ในนิตยสาร @Surat สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย หากจะ นำ�ไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการเท่านั้น สำ�หรับสารคดี บทความ ข้อความ-ภาพโฆษณา ความคิดเห็นและข้อเขียนต่างๆ ในนิตยสาร @Surat เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและเป็นความรับผิดชอบของ ผู้เขียนผู้ประกอบการที่ลงโฆษณาเท่านั้น คณะผู้จัดทำ�นิตยสารไม่จำ�เป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น (เลขทะเบียนการจดแจ้งการพิมพ์ที่ สศก. ๑๔/๑๒/๒๕๕๓)

ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน ศุภพร ล่องดุริยางค์ ปัญญา แสงสุริยัน พลตำ�รวจโท ดร.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว กิตติ ชคทานนท์

ที่ปรึกษาบรรณาธิการบริหาร ธีรภาพ โลหิตกุล

บรรณาธิการบริหาร ดร.หิรัญ ชคทานนท์

บรรณาธิการอำ�นวยการ

พ.อ.(พิเศษ) ธัญญลักษณ์ แก้วน้อย

ผู้ช่วยบรรณาธิการ ปกาศิต สุดใจ จำ�นงค์ ศรีวุ่น

หัวหน้าฝ่ายการตลาด ภนิตา ชคทานนท์

กองบรรณาธิการ

ษราวุธ พัฒน์ศิริ สุจิตรา ก่อกิจไพศาล วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์

กราฟฟิค ดีไซน์

วัชระ ธัญญาหาร กรรณิการ์ สัมพันธ์ ธีรพงศ์ โอนาค

พิสูจน์อักษร

กรรณิการ์ สืบไทย ณัฎฐา สุดใจ

ช่างภาพ

ษราวุธ พัฒน์ศิริ

นักเขียนประจำ�

ธีรภาพ โลหิตกุล อภินันท์ บัวหภักดี กานต์ ลิ่มสถาพร ดร.ภาสกร ธรรมโชติ

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย สิทธิราช ศรีแก้ว

ติดต่อสำ�นักพิมพ์ได้ที่ เลขที่ 49/4 ถ.ดอนนก ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000 เจ้าของ บรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา : ดร.หิรัญ ชคทานนท์ โทร. 081-777-6366, 077-288-607 E-mail : atsuratmag@gmail.com Website : www.atsuratmag.com


7


8


9


contents

Page

10

Volume 7 Issue 73 January 2017

“ผมอยากให้้เป็นรายการวิ่งประจำ�ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกลายเป็น “New Marathon Destination” ภายในอีก 3 ปี”

22 Exclusive

นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์

ผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี

คุณหมอนักวิ่ง มุ่งสร้างสุราษฎร์ธานีมาราธอน สู่ “New Marathon Destination”

36 Food for Thought : Culture Shock บนทวีปแอฟริกา 20

Buddhadasa on My Mind

40

Special Report

32

atTai-Nichi YUKO

42

ASEAN Art Corridor บึงเจียมตน คนเจียมใจ

34

ON MY WAYS

44

Beauty Talk นวัตกรรมยกกระชับ-ปรับรูปหน้าด้วยไหมละลาย

38

Destination

46

Field Documentary แด่...นกปรอดหน้านวลที่จากไป

P34

ดอกไม้จดั คน

พาเทีย่ วปีใหม่...ไปวัดฮาเซเดระ

“นำ�้ ตกเวียงชัย ใครบ้างหนอจะขอปฏิเสธ” ตอนจบ เดินป่าสำ�รวจต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขา ชนิดใหม่ Nepenthes krabiensis

ON MY WAYS

“นำ�้ ตกเวียงชัย ใครบ้างหนอจะขอปฏิเสธ” ตอนจบ

P42

“ใต้บาดาล พ.ศ. 2560”

ASEAN Art Corridor บึงเจียมตน คนเจียมใจ

P46

Field Documentary

แด่...นกปรอดหน้านวลที่จากไป


11


contents

Page

12

Volume 7 Issue 73 January 2017

50

56

Let’s Get Tanned

New Year’s Resolutions 2017

Herbs for Health

ตำ�ลึง ยาเบาหวาน คลานตามรั้ว

60

Good Living

- Foodhouse Cafe & Restaurant - Land South Photo Cafe

62

Good Health & Wellness

54 Health Care “พ่อเล่าเรือ่ ง...” ป่าดงดิบในอำ�เภอคีรรี ฐั นิคม 58 Tasty Food

64

@Talk

66

Horoscope

48

52

My Beloved Tapee ‘ความว่าง’ ในทัศนะของพุทธทาส ตอนที่ 14

ชิน ชวน ชิม By @Surat

เริ่มวันใหม่อย่างสดใสด้วยติ่มซำ� “เจ็กบั๊ก แต่เตี้ยม“

P54

Health Care

“พ่อเล่าเรื่อง...” ป่าดงดิบในอำ�เภอคีรีรัฐนิคม

P58

Tasty Food

เริ่มวันใหม่อย่างสดใสด้วยติ่มซำ� “เจ็กบั๊ก แต่เตี้ยม”

ศุภาลัย เบลล่า สุราษฎร์ธานี ความสุขของชีวิตทันสมัย ใกล้ธรรมชาติ การดูแลผู้ป่วยหลังการฉายรังสีรักษามะเร็งช่องปาก แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตาในปีระกา

P64

@Talk

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกทีต่ อ้ งจับตาในปีระกา


What’s On

Text : กองบรรณาธิการ@Surat ภาพถ่ายโดย : STK HOBBY

ภาพถ่ายโดย : ทนงศักดิ์ ทวีทอง (นายกแป๊ะ)

ภาพถ่ายโดย : STK HOBBY

นิตยสาร ร่วมกับสนามบินและโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ฯ รับบริจาคเงินช่วยเหลือน้�ำ ท่วม ทีมงานนิตยสาร ร่วมด้วย นายกำ�แหง สายวิภู ผูอ้ �ำ นวยการท่าอากาศยาน นานาชาติสรุ าษฎร์ธานี และ นพ.สุกจิ ทัศนสุนทรวงศ์ ผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาล มะเร็งสุราษฎร์ธานี ได้ตง้ั กล่องรับเงินบริจาคช่วยเหลือ ผูป้ ระสบอุทกภัยในสุราษฎร์ธานี ณ ห้องสมุด Airport Library ชัน้ 2 ท่าอากาศยานนานาชาติสรุ าษฎร์ธานี เมือ่ วันที่ 8 ม.ค. 2560 ทีผ่ า่ นมา ซึง่ ได้รบั การสนับสนุนจากผูโ้ ดยสาร เจ้าหน้าทีส่ นามบิน และ ประชาชนทีเ่ ข้าใช้บริการห้องสมุดเป็นอย่างดี

14


15


What’s On

Text : กองบรรณาธิการ@Surat

โตโยต้าตาปีจดั กิจกรรมสมนาคุณลูกค้าเข้าชมภาพยนตร์ Rogue One: A Star Wars Story เมือ่ วันเสาร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559 บริษทั โตโยต้าตาปี จำ�กัด ได้จดั กิจกรรมสมนาคุณให้แก่ลกู ค้า VIP โดยแต่ละท่านได้รบั สิทธิเ์ ข้า ชมภาพยนตร์ Rogue One : A Star Wars Story รอบ 16.30 และ 17.30 น. พร้อมป๊อบคอร์นและเครือ่ งดืม่ ฟรี ทีโ่ รงภาพยนตร์ SF Cinema ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี บรรยากาศเป็นไปด้วย ความอบอุน่ เป็นกันเอง หลังจากชมภาพยนตร์จบ แต่ละท่านได้ความสุข และรอยยิม้ กลับบ้านถ้วนหน้า

เขือ่ นรัชชประภา นำ�คณะสือ่ มวลชนหลากหลายแขนง ร่วมศึกษาดูงานโรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา เมือ่ วันที่ 19 - 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ทีผ่ า่ นมา นายสุชพี มีถม ผูอ้ �ำ นวยการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย เขือ่ นรัชชประภา ได้น�ำ คณะสือ่ มวลชน หลากหลายแขนงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่เขื่อนรัชชประภารวม ประมาณ 100 คน เดินทางไปยังโรงไฟฟ้ากระบี่ และ โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา โดยทัง้ หมดได้รว่ มศึกษา ดูงาน รับฟังนโยบายจากผูบ้ ริหาร เพือ่ ทำ�ความเข้าใจ กับกระบวนการทำ�งานของโรงไฟฟ้าทัง้ สองแห่งอย่าง ถูกต้อง และเชือ่ มความสัมพันธ์อนั ดีระหว่างบุคลากร เขือ่ นรัชชประภากับสือ่ มวลชน

16


17


What’s On

Text : กองบรรณาธิการ@Surat

โครงการ CHANG SOCCER SCHOOL 2016 ฝึกทักษะฟุตบอลให้เยาวชนสุราษฎร์

เมือ่ วันที่ 24 ธันวาคม 2559 เวลา 8.00 น. โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ร่วมกับ บริษทั ไทยเบฟเวอเรจ จำ�กัด ได้จดั งาน CHANG SOCCER SCHOOL 2016 เพือ่ ฝึกทักษะทางฟุตบอลให้กบั เยาวชนชาย-หญิง ผูม้ ใี จรักและความสามารถ โดยมีนายทนงศักดิ์ ทวีทอง นายก อบจ. สุราษฎร์ธานี เป็นประธาน และ นายกำ�ธร วังอุดม ทีป่ รึกษา บริษทั ซี อี ซี อินเตอร์เนชัน่ แนล จำ�กัด ร่วมเป็นประธาน มีนายชลสิทธิ์ ขวัญเชิด ผู้ช่วยโครงการองค์กรกีฬา ให้การต้อนรับ ณ สนามกีฬาจังหวัด สุราษฎร์ธานี สนับสนุนสถานทีโ่ ดยสำ�นักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีจัดโครงการรณรงค์การตรวจสุขภาพ ของต่อมลูกหมากให้ชายสูงอายุ ครั้งที่ 7 งานประชุมใหญ่สามัญต้อนรับปีใหม่ ชมรมข้าราชการและพนักงานบำ�เหน็จบำ�นาญอำ�เภอเกาะสมุย เมือ่ วันที่ 27 ธันวาคม 2559 คณะกรรมการบริหารชมรมข้าราชการและ พนักงานบำ�เหน็จบำ�นาญอำ�เภอเกาะสมุย ได้จดั งานประชุมใหญ่สามัญประจำ� ปี 2559 และต้อนรับปีใหม่ 2560 ณ ร้านครัวเสวย ตลาดหน้าทอน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีนายภิญโญ ศรีทองกุล ประธานชมรมฯ กล่าวเปิดงาน มีผรู้ ว่ มงาน 95 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุน่

18

นพ.พีระพงษ์ ภาวสุทธไพศิฐ ผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ให้เกียรติ กล่าวเปิด โครงการรณรงค์ตรวจสุขภาพของต่อมลูกหมากให้ชายสูงอายุ ครัง้ ที่ 7 เพื่อน้อมรำ�ลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 5 ธันวาคม 2559 ณ ห้องประชุมวิภาวดี ชัน้ 4 อาคารโภชนาการ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โดยมี นพ.ทนงศักดิ์ หทัยวสีวงศ์ นายแพทย์ (ด้านเวชกรรม) สาขาศัลยกรรมระบบ ทางเดินปัสสาวะ กล่าวรายงาน และบรรยายโดย นพ.ศุวพงษ์ ตันทสุทธานนท์ นายแพทย์ (ด้านเวชกรรม) สาขาศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ เรือ่ งภาวะ ต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมาก


19


Buddhadasa on My Mind

Text / Photo : ธีรภาพ โลหิตกุล

ดอกไม้จัดคน

คนมีกิเลสหมายมั่นว่าเราเป็นผู้จัดการ เราเป็นผู้บงการทุกสิ่ง เราเป็นผู้กระทำ�ให้ได้ตามใจเรา แต่ที่แท้ คนกำ�ลังถูกบงการจากกิเลสนั่นเอง จึงถูกกิเลสรัดรึงอยู่รอบด้าน ส่วนผู้รู้ ใช้ปัญญาเข้าจัดการกับทุกเรื่อง จึงเป็น “อิสระ” พุทธทาสภิกขุ* พุทธทาสภิกขุ* พุทธทาสภิกขุ อริยสงฆ์ผู้สร้าง “สวนโมกขพลาราม” เป็นแหล่งศึกษาและปฏิบัติแก่นแท้แห่งพุทธธรรม ท่านเป็นชาวอำ�เภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับการ ยกย่องจากองค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ให้เป็น “บุคคลสำ�คัญผู้มีผลงานดีเด่นระดับโลก” ในปี พ.ศ. 2549

20


21


Exclusive

Text : ดร.ภาสกร ธรรมโชติ / ปกาศิต สุดใจ Photo : พศวัฒน์ สิริศิลปสรณ์

22


ด้วยปณิธานทีต่ อ้ งการอุทศิ ตนเพือ่ ช่วยเหลือประชาชนให้มากทีส่ ดุ เท่าทีจ่ ะทำ�ได้ นพ.สุกจิ ทัศนสุนทรวงศ์ จึงมุง่ มัน่ ในการบริหารโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานีให้เป็นองค์กรทีม่ คี ณ ุ ภาพ ไม่วา่ จะเป็นด้านการเสริม สร้างสุขภาพทีด่ ใี ห้แก่ประชนชน และการรักษาผูป้ ว่ ยทีไ่ ด้มาตรฐานสากล ท่านยังเป็นแบบอย่างให้แก่ทกุ คน ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และออกกำ�ลังกายอย่างสม่ำ�เสมอ ทั้งยังริเริ่มการแข่งขัน Suratthani Marathon ขึ้นมา และพยายามผลักดันให้เป็นรายการมาราธอนประจำ�ปีของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ เราได้ตระหนักว่าร่างกายและจิตใจทีด่ จี ะห่างไกลจากโรคภัยทัง้ ปวง ทีมงาน จึงอยากให้ทา่ นผูอ้ า่ น ได้รู้จักกับคุณหมอผู้เป็นทั้งศัลยแพทย์ นักบริหาร และนักกีฬาผู้มีจิตสาธารณะท่านนี้

นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ ผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี

คุณหมอนักวิ่ง มุ่งสร้างสุราษฎร์ธานีมาราธอนสู่ “New Marathon Destination”

ประวัติส่วนตัว และประวัติการศึกษา

บ้านเกิดของผมอยู่ที่บ้านห้วยกระบอก ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เรียนจบประถมศึกษาตอนต้นทีโ่ รงเรียนเทพวิทยา จากนัน้ ใน ปี 2514 ก็ยา้ ยมาอยูท่ กี่ รุงเทพฯ เขตภาษีเจริญ เรียนจบชัน้ ประถมศึกษา ตอนปลายทีโ่ รงเรียนสุภาคมศึกษา จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจาก โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เมือ่ พ.ศ. 2522 ศึกษาในระดับปริญญาตรี ที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล พ.ศ. 2523 - 2529 ศึกษาต่อเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ หรือผ่าตัดสมองและไขสันหลัง จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล รามาธิบดี เมื่อ พ.ศ. 2530 - 2533

ความใฝ่ฝันที่จะเป็นแพทย์มาจากไหน

ผมมีพี่น้องทั้งหมดรวมผมเอง 10 คน ที่บ้านทำ�กิจการร้านอาหารกับ การเกษตร โดยคุณพ่อทำ�ไร่อ้อย ตอนที่เราย้ายมาที่กรุงเทพ พี่สาวเป็นคน ต้นคิดทำ�ร้านอาหาร พีๆ่ น้องๆ แต่ละคนก็ชว่ ยกันดูแล ซึง่ ตอนนัน้ ผมก็คดิ ว่าตัว เองไม่จำ�เป็นจะต้องจบมหาวิทยาลัยก็ได้เพราะกิจการที่ร้านก็ขายดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ผมยังชอบทำ�การเกษตร เลยคิดแค่ว่าจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วจะนำ�ความรู้ไปต่อยอดกับกิจการที่บ้านก็พอ ตอนเด็กๆ ก็เคยใฝ่ฝัน อยากจะเป็นหมอนะครับ แต่สมัยเรียนมัธยมต้นก็ไม่ได้เก่งโดดเด่นมาก พอขึ้นชั้นมัธยมปลายผมก็พบว่าตัวเองมีความถนัดในวิชาที่เกี่ยวกับทาง ด้านแพทย์ อย่างฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ และในวิชาชีพนี้มีโอกาส ได้ช่วยคนเยอะ ก็เลยเลือกคณะแพทยศาสตร์ไป 3 อันดับ ส่วนอันดับที่ 4 เป็นคณะเกษตรศาสตร์ เผื่อว่าคะแนนไม่ถึงจริงๆ ก็จะได้ไปทำ�การเกษตร

ประวัติการทำ�งาน

ผมรับราชการครั้งแรกที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2529 จนถึง ปี 2538 โอนมารับราชการทีโ่ รงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จนถึงปี 2556 ย้ายมาดำ�รงตำ�แหน่งด้าน บริหารเป็นผู้อำ�นวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานีจนถึง ปัจจุบัน

ทำ�ไมถึงเลือกศึกษาด้านศัลยศาสตร์

ผมคิดไว้ตงั้ แต่ตอนเรียนปี 1 แล้วว่าจะต้องเป็นศัลยแพทย์ แน่นอน เพราะรู้ดีว่าตัวเองมีทักษะทางงานฝีมือ ซึ่งมันเหมาะ กับงานทางด้านนี้ เลยสมัครเรียนทุนศัลยแพทย์ที่มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ แล้วต่อมาก็พบว่าแพทย์ทางด้านประสาท ศัลยศาสตร์นั้นขาดแคลน ผมจึงเลือกเรียนเฉพาะทางด้านนี้ที่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เรียนจบก็ไปใช้ทนุ ทีม่ หาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ประมาณ 5 ปี ผมได้เปิดโครงการ training ของสาขาประสาทศัลยศาสตร์ขน้ึ ทีน่ น่ั พอมีนอ้ งๆ ขึน้ มาทำ�หน้าทีแ่ ทนได้แล้ว ผมก็ขอย้ายกลับมาทำ�งาน ทีก่ รุงเทพฯ เพือ่ ทีจ่ ะดูแลคุณพ่อคุณแม่ซงึ่ อายุมากแล้ว ก็เลยมา ทำ�งานทีโ่ รงพยาบาลเลิดสิน ด้านประสาทศัลยศาสตร์ ด้วยความที่ ผมสนใจในงานสายบริหาร หลังจากทีช่ ว่ ยงานด้านนีม้ านานจนถึง ปี 2556 ผมได้รบั แต่งตัง้ ให้ด�ำ รงตำ�แหน่งผูอ้ �ำ นวยการโรงพยาบาล มะเร็งสุราษฎร์ธานีครับ

23


เหตุผลที่เลือกทำ�งานสายบริหาร

เพราะผมเห็นว่างานสายบริหารนัน้ มีผลกระทบเยอะไม่วา่ จะเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานทำ�งานได้ดีขึ้น สามารถบรรลุ เป้าหมายการบริการและดูแลประชาชนจำ�นวนมากได้ คิดว่าตัว ผมเองสามารถทำ�งานตรงนีไ้ ด้กเ็ ลยเสนอตัว แต่สงิ่ ทีช่ อบจริงๆ ก็ยังคงเป็นการรักษาคนไข้ การผ่าตัดสมอง และด้วยความที่ โรงพยาบาลมะเร็งฯ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางจึงไม่ได้มคี วาม ซับซ้อนของหน่วยงานมาก หรือเจอกับภาวะฉุกเฉินทั้งหลาย เหมือนโรงพยาบาลประจำ�จังหวัด ซึง่ พอนอกเวลาบริหาร ผมก็ เลยสามารถปลีกเวลามารักษาคนไข้ได้ นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือน เมษายนปีที่แล้ว ช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ผมยังเดินทางไป ช่วยทีโ่ รงพยาบาลเกาะสมุยผ่าตัดด้านประสาทศัลยศาสตร์ดว้ ย เนื่องจากที่นั่นไม่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ แล้วก็รับปรึกษาทาง LINE อยูต่ ลอด ผมจะพิจารณาดูวา่ เป็นกรณีฉกุ เฉินทีต่ อ้ งได้รบั การผ่าตัดทันที รอไม่ได้หรือไม่ ถ้ารอไม่ได้ศัลยแพทย์ประจำ�ที่ โรงพยาบาลเกาะสมุยก็สามารถผ่าตัดได้ด้วยความมั่นใจ ทำ�ให้ แพทย์ทน่ี น่ั มัน่ ใจในการผ่าตัดมากขึน้ และไม่ตอ้ งมีการส่งตัวผูป้ ว่ ย จากเกาะสมุยมาทีโ่ รงพยาบาลสุราษฎร์เหมือนแต่กอ่ น จึงสามารถ ช่วยชีวติ คนทีน่ นั่ ได้เป็นจำ�นวนมาก ผมจะยึดถือแนวความคิดว่า “ไม่วา่ จะไปทำ�งานอยูท่ ไ่ี หน ต้องทำ�ประโยชน์กบั พืน้ ทีน่ น้ั ให้ได้ มากทีส่ ดุ ”

จุดเริ่มต้นของการได้ไปรักษาผู้ป่วยที่เกาะสมุย ในช่วงทำ�งานทีก่ รุงเทพฯ ผมรับเป็นแพทย์ทป่ี รึกษาด้าน ประสาทศัลยศาสตร์หรือด้านผ่าตัดสมองให้โรงพยาบาล บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) มาตลอดจนถึงช่วง 2 ปีแรกทีม่ า ทำ�งานทีน่ ี่ เมือ่ ตัง้ ใจปักหลักทำ�งานทีน่ จี่ นถึงเกษียณและด้วย ความทีช่ อบผ่าตัดสมองก็เลยเล็งไว้วา่ เกาะสมุยน่าจะเหมาะ เพราะว่ามีประชากรมากแต่การเดินทางยังไกลและลำ�บากอยู่ ด้วยความที่เคยรับปรึกษามาแล้วก็เลยคิดว่าเป็นตัวเลือกที่ เหมาะสม และน่าจะยังช่วยเหลือประชาชนได้แม้จะเกษียณ ไปแล้ว

“โรงพยาบาลเน้นการอำ�นวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากทีส่ ดุ ช่องทางหนึง่ คือการจองคิวตรวจทางออนไลน์ ซึง่ ก็จะมีการปรับปรุงให้ทนั สมัยมากขึน้ ” 24


ที่มาของการก่อตั้ง รพ.มะเร็งสุราษฎร์ธานี ในปี พ.ศ. 2529 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายทีจ่ ะ ให้มีศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งในส่วนภูมิภาคทั่ว ประเทศ ในภาคใต้คือศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งต่อมาได้รับการจัดสรร ทีด่ นิ จากนิคมสร้างตนเองขุนทะเล กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งสิ้น 50 ไร่เศษเป็นสถานที่ ก่อสร้าง เราเริม่ ให้บริการผูป้ ว่ ยนอกมาตัง้ แต่ปี 2540 ภาย หลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี” ซึ่ง เรามีหน้าทีศ่ กึ ษา วิจยั พัฒนา เพือ่ สร้างผลงานวิชาการด้าน โรคมะเร็ง จัดบริการด้านโรคมะเร็งทีม่ คี วามซับซ้อน ได้แก่ การให้การรักษาด้วยการฉายแสง เคมีบำ�บัด การตรวจ วินจิ ฉัย การผ่าตัด ผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ด้านโรคมะเร็ง ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้

ที่ โ รงพยาบาลมะเร็ ง สุ ร าษฎร์ ธ านี รั บ ผู้ป่วยทั่วไปหรือไม่ รับครับ ประชาชนเข้าใจบริบทของโรงพยาบาลมะเร็ง มากขึน้ ว่าไม่จ�ำ เป็นต้องป่วยแล้วถึงจะมาโรงพยาบาลมะเร็ง เพราะยุทธศาสตร์ของเราเน้นเรือ่ งการป้องกัน เช่น การสร้าง เสริมสุขภาพ การคัดกรองผูป้ ว่ ย การให้ขอ้ มูลกับประชาชน ว่าทุกปีจะต้องตรวจอะไรบ้าง อย่างเช่น สตรีวัย 30 ขึ้น ไปที่แต่งงานแล้วจะต้องเข้ารับการตรวจภายในเพื่อดูว่า เป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ เพราะมะเร็งปากมดลูกเคย เป็นมะเร็งอันดับหนึง่ ของผูป้ ว่ ยสตรี ปัจจุบนั จำ�นวนผูป้ ว่ ย โรคนีล้ ดลงแล้ว แต่สงิ่ ทีม่ าแซงหน้าคือมะเร็งเต้านม ซึง่ สตรี วัย 40 จะต้องเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านม แต่ว่าสิ่งนี้ ยังไม่เป็นสิทธิ์ของประชาชนทั่วไป

ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่นี่จะสามารถใช้ สิทธิ์อะไรได้บ้าง การบริการต่างๆ สำ�หรับผูท้ มี่ สี ทิ ธิเ์ บิกได้ อย่างแรกคือ สิทธิ์ประกันสังคม ถ้าแพทย์พิจารณาว่าสมควรได้รับการ รักษาโดยเบิกค่ารักษาจากสิทธิ์ที่มี ผู้ป่วยก็จะสามารถใช้ สิทธิไ์ ด้ ส่วนประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือทีเ่ ราเรียกกันว่า “30 บาท รักษาทุกโรค” ถ้ามีใบส่งตัวจากโรงพยาบาลต้น สังกัดต่างๆ ก็มาใช้บริการได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ แต่ถา้ ไม่ได้ผา่ นขัน้ ตอนตรงนี้ ก็จะต้องชำ�ระเงินเอง ซึง่ ราคาไม่ แพงเมือ่ เทียบกับคุณภาพ อีกทัง้ เรายังมีแพทย์ผเู้ ชีย่ วชาญใน สาขาต่างๆ ในการดูแลทัง้ แพทย์ประจำ�และแพทย์ทป่ี รึกษา

ทางโรงพยาบาลเองก็จะเน้นการอำ�นวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึง บริการให้ได้มากที่สุด ช่องทางหนึ่งคือการจองคิวตรวจทางออนไลน์ ซึ่งก็จะ มีการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น เมื่อพูดถึงมาตรฐานการรักษา เรามีสถาบัน มะเร็งแห่งชาติที่กรุงเทพฯ คอยดูแลนโยบายในการควบคุมและป้องกันโรค มะเร็งทัว่ ประเทศ โดยมีโรงพยาบาลมะเร็งภูมภิ าค 7 แห่ง ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ที่ภาคใต้ ภาคกลางมีที่ลพบุรี ปทุมธานี และชลบุรี อีสานก็จะมี อุบลราชธานี อุดรธานี และลำ�ปางที่ภาคเหนือครับ ทุกแห่งจะมีภารกิจในด้านการป้องกัน และควบคุมโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน งานให้บริการหลักคือการให้ความรู้ด้าน การสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งและการให้การรักษาด้วย การฉายแสง ให้เคมีบำ�บัดและการผ่าตัด

25


“การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำ�เนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และการกิน อาหารที่ทำ�ให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น โรคมะเร็งที่พบบ่อย 6 อันดับแรกของโลก คือ มะเร็งปอด กระเพาะอาหาร เต้านม ลำ�ไส้ใหญ่ ตับ และปากมดลูก” แนวโน้มของโรคมะเร็งในอนาคต ทั้งในระดับ ประเทศและระดับโลกเป็นอย่างไร โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุขของโลก เป็นสาเหตุ การตายประมาณ 13% ของคนตายทั่วโลก ซึ่งเป็นจำ�นวน มากกว่า 6 ล้านคน ในทุกๆ ปี องค์การอนามัยโลกได้คาด การณ์ไว้ว่าในปี 2563 ทั่วโลก จะมีคนตายด้วยโรคมะเร็ง มากกว่า 11 ล้านคน และจะเกิดขึ้นในประเทศที่กำ�ลังพัฒนา มากกว่า 7 ล้านคน โรคมะเร็งใช้ระยะเวลานานหลายปีใน การก่อให้เกิดโรค ในอนาคตประชาชนจะมีอายุยืนยาวขึ้น มีการควบคุมโรคติดต่อดีขึ้น มีการควบคุมให้อัตราตายของ ทารกแรกคลอดและเด็กลดลง ทำ�ให้โครงสร้างของประชากร เปลี่ยนแปลงไป มีสารก่อมะเร็งมากขึ้นในสิ่งแวดล้อม และมี การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำ�เนินชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะ การสูบบุหรี่ การดืม่ สุรา และการรับประทานอาหารทีท่ �ำ ให้เสีย่ ง ต่อการเกิดโรคมะเร็งมากขึน้ โรคมะเร็งทีพ่ บบ่อย 6 อันดับแรก ของโลก คือ มะเร็งปอด กระเพาะอาหาร เต้านม ลำ�ไส้ใหญ่ ตับ และปากมดลูก ตามลำ�ดับชนิดของโรคมะเร็งที่พบบ่อย ในแต่ละประเทศไม่เหมือนกันเนื่องจากประชาชนมีพฤติกรรม การบริโภคอาหาร คุณสมบัติทางพันธุกรรม วิถีการดำ�เนิน ชีวิตและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน สำ�หรับประเทศไทย มะเร็งทีพ่ บมาก 5 อันดับในผูช้ ายคือ มะเร็งตับ ปอด ลำ�ไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก ต่อมน้ำ�เหลือง ในผู้หญิงคือ มะเร็งตับ เต้านม ปากมดลูก ปอดและลำ�ไส้ใหญ่ สถานการณ์ในภาคใต้อันดับ ของมะเร็งที่พบมากเช่นเดียวกับของทั้งประเทศ แต่มีการสลับ ตำ�แหน่งของมะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่มะเร็งปอดจะพบมากเป็น อันดับหนึ่ง

อุปสรรคในการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง ของโรงพยาบาลฯ มีอะไรบ้าง ประชาชนยังมีปัญหาการเข้าถึงบริการคัดกรองโรคมะเร็ง ผูห้ ญิงไทยอายุ 40 ปีจงึ ยังไม่ได้รบั การคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย

26

การเอกซเรย์เต้านมและการตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ได้อย่างทัว่ ถึง การส่อง กล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่างในผู้หญิงและผู้ชายที่อายุ ตั้งแต่ 50 ปีเป็นต้นไปเพื่อคัดกรองมะเร็งหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำ�ไส้ใหญ่ไม่สามารถทำ�ได้ ต้องปรากฏอาการ ได้แก่ การถ่ายเป็น


“ในวันหนึ่งๆ เรามีเวลาว่างกว่า 1 ใน 3 ของทั้งหมด เวลาเหล่านี้่เราควรใช้เพื่อดูแลตนเอง การออกกำ�ลังกายที่สะดวกที่สุด คือการวิง่ เดิน และทำ�กายบริหาร อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครัง้ เราสามารถทำ�ได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไปเข้าฟิตเนส” มูกเลือด การอุดตันของลำ�ไส้ กลืนลำ�บาก น้ำ�หนักลด ซึ่งจะเป็น ระยะลุกลามแล้ว จึงจะได้รบั การตรวจ ซึง่ ผลการรักษาจะได้ผลไม่ดี สำ�หรับในส่วนผูป้ ฏิบตั หิ รือประชาชน ยังไม่ใส่ใจทีจ่ ะมารับการตรวจ คัดกรองทีโ่ รงพยาบาลของรัฐมีบริการให้ได้แก่ การตรวจแป๊ปสเมียร์ ดูเซลล์ปากมดลูกเพือ่ คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทำ�ให้ยงั คงพบผูป้ ว่ ย ในระยะที่ก้อนโตหรือมีอาการแล้วจึงมาพบแพทย์ การละเลยการ ตรวจเต้านมด้วยตนเอง หรือพบก้อนแล้วกลับกลัวไม่กล้าไปพบแพทย์ ทำ�ให้ได้รับการรักษาล่าช้า

งานอดิเรกที่คุณหมอชื่นชอบ

ในวันหนึง่ ๆ เรามีเวลาว่างกว่า 1 ใน 3 ของทัง้ หมด เวลาเหล่านี้ จึงเป็นเวลาที่เราควรใช้เพื่อดูแลตนเอง ดังนั้นงานอดิเรกของผม จึงเป็นการออกกำ�ลังกาย ซึ่งสิ่งที่สะดวกที่สุดคือการวิ่ง เดินและ ทำ�กายบริหาร ผมจะจัดเวลาให้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครัง้ ส่วนวัน อื่นๆ เกือบทุกวันจะทำ� กายบริหารด้วยการบริหารกล้ามเนื้อขา หน้าอก ด้วยการย่อตัวและยืด วิดพื้น การบริหารกล้ามท้อง ซึ่งดู ตัวอย่างจากสื่อ YouTube สามารถทำ�ได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทาง ไปเข้าฟิตเนส อีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบคือการเกษตรอย่างที่บอกไปตอนต้น ซึ่งผมจะปลูกด้วยตนเองรอบๆ บ้าน โดยเฉพาะผักตำ�ลึงหวานที่ผม ได้พนั ธุม์ าจากศูนย์การค้า เมือ่ นำ�มาประกอบอาหารแล้วก็น�ำ กิง่ พันธุ์ มาปักชำ� จนงอกงามไปทั่วทั้งโรงพยาบาลในขณะนี้ มีแผนการที่จะ นำ�มาแทนผักใบเขียวเพื่อประกอบอาหารให้กับผู้ป่วย และบุคลากร ช่วยด้านโภชนาการที่ดี คือ การได้รับอาหารที่เป็นผักครึ่งหนึ่งของ อาหารทั้งหมด

27


ผมอยากให้้เป็นรายการวิ่งประจำ�ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกลายเป็น “New Marathon Destination” ภายในอีก 3 ปี ทำ�ไมคุณหมอจึงสนใจการออกกำ�ลังกาย เพราะผมเชื่อว่ากีฬาทุกอย่างมันเพิ่มทักษะในการ ทำ�งานให้กบั เราได้ ตอนอยูม่ หาวิทยาลัยเพือ่ นก็ชวนให้มา เข้าชมรมฟันดาบ ซึง่ เป็นกีฬาทีใ่ ช้ก�ำ ลังพอสมควร แต่ใช้ สมองเยอะ ผมเลยฝึกฝนมาเรือ่ ยๆ จนได้เป็นนักกีฬาของ มหาวิทยาลัย ผมก็ได้เหรียญทองและเหรียญเงินทั้งจาก การแข่งประเภททีมและเดีย่ ว จนได้เป็นนักกีฬาดีเด่นของ มหาวิทยาลัย ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งครับ

ทีม่ าของโครงการ Suratthani Marathon

เมื่อปี 2549 ผมได้เริ่มไปร่วมกิจกรรมวิ่งมาราธอน 10 กิโลเมตร ของกระทรวงสาธารณสุขที่เขาจัดกันทุก อาทิตย์ สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ เพื่อนนักวิ่งต่างก็สูงวัย กว่าผมทั้งนั้น บางคน 60 70 80 ปี แล้วยังวิ่งได้ตลอด ด้วยความทีผ่ มเป็นแพทย์ ก็จะถูกสอนมาว่าวิง่ มากๆ ข้อเข่า จะเสือ่ มได้ ก็เลยกลัว และออกกำ�ลังกายแค่พอเหมาะ ทีนี้ พอเริม่ วิง่ ไปนานๆ ก็มาหาความรูว้ า่ การวิง่ เนีย่ มีขอ้ จำ�กัด ขนาดไหน เท่าที่รู้คร่าวๆ คือ อาทิตย์หนึ่งไม่ควรวิ่งเกิน 20 กิโลเมตร มันเหมาะกับการวิ่งเพื่อสุขภาพ ส่วนการ วิ่งระยะยาวๆ อย่าง 21 หรือ 42 กิโลเมตรนั้นส่วนตัว ผมคิดว่าวิ่งบ่อยมากไม่ได้ เกินกำ�ลังของตัวเองไป ดังนั้น เพื่อสุขภาพ ผมก็จะหาเวลาออกกำ�ลังกายยาวๆ อย่าง น้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ส่วนระหว่างอาทิตย์ในวันจันทร์ ถึงศุกร์ผมก็จะทำ�กายบริหารตอนเช้า เน้นกล้ามเนื้อ หน้าอก ขา และท้อง ประมาณ 20 นาที สิ่งเหล่านี้ก็ เลยเป็นที่มาของแนวคิดในการก่อตั้ง “โครงการเดิน-วิ่ง รวมใจต้านภัยมะเร็ง” ของเราเพื่อรณรงค์ให้คนมาออก กำ�ลังกาย โดยใช้ชื่องานว่า “Suratthani Marathon”

28


มีการแข่งขันวิ่งตั้งแต่ระยะ 4 กิโลเมตร ปีนี้เราจัดเป็นครั้งที่ 4 โดยจะ มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานจัดงาน ผมอยากให้รายการนีเ้ ป็นรายการวิง่ ประจำ�ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีกลายเป็น “New Marathon Destination” ภายในอีก 3 ปี ปีนี้ก็ได้ปรับปรุงเส้นทางให้ดีขึ้น โดย ให้มีจุดกลับตัวตรง อบต. คลองน้อย แล้ววิ่งสวนกันได้ เพื่อให้นักวิ่ง ด้วยกันรวมถึงกองเชียร์มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ทีมงานก็ดูแลง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากผู้ที่ขับรถสัญจรประจำ�ในเส้นทางวิ่ง ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นในช่วงที่จัดการแข่งขัน คือประมาณ ตี 4 ถึง 8 โมงเช้า ยกเว้นว่าจะมีความจำ�เป็นจริงๆ ก็จะทำ�ให้นักวิ่งของเรา ปลอดภัยมากขึ้นครับ ปีนี้เราก็ตั้งเป้าว่าน่าจะได้ผู้สมัครสัก 3,000 คน ถ้าเราช่วยกันประชาสัมพันธ์ คิดว่าเป้าหมายเท่านี้ไม่น่าจะยากครับ และในอนาคตก็ต้องขยายให้เพิ่มขึ้น ผลพลอยได้จากกิจกรรมนี้ คือ ประชาชนได้ความรู้เรื่องของการ ป้องกันโรคมะเร็ง รู้ว่าโรงพยาบาลมะเร็งให้บริการอะไร และเป็น ประโยชน์กับจังหวัดโดยภาพรวม ทั้งด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายก็จะเข้ากองทุนเมตตาและมูลนิธิโรงพยาบาล มะเร็งสุราษฎร์ธานีเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

ไอเดียทำ�ให้สรุ าษฎร์ธานีกลายเป็น “New Marathon Destination” นี้จะกลายเป็นความจริงได้อย่างไร

ผลพลอยได้จากกิจกรรมนี้ คือ ประชาชนได้ความรู้ เรื่องของการป้องกันโรคมะเร็ง รู้ว่าโรงพยาบาลมะเร็งบริการอะไร เป็นประโยชน์กับจังหวัดโดยภาพรวม ทั้งด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายก็จะเข้ากองทุน เมตตาและมูลนิธิโรงพยาบาลมะเร็ง สุราษฎร์ธานีเพื่อนำ�กลับไปช่วยเหลือ ผู้ป่วยและซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

ผมว่าชาวสุราษฎร์ฯ ใส่ใจสุขภาพกันเยอะนะ สิ่งแวดล้อมก็เอื้อ อำ�นวยต่อการออกกำ�ลังกาย เช่น เรามีลวู่ งิ่ ในเกาะลำ�พูทสี่ วยงาม และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดดูแลให้อย่างดี เราน่าจะพร้อมกว่าหลายๆ ที่ ตัวผมเองก็จะเข้าไปหาชุมชนตามเส้นทางมาราธอน เคาะประตูบา้ น เขา ขอให้เขาช่วยกันออกมาต้อนรับนักวิ่ง บรรดานักวิ่งก็จะเกิดความ ประทับใจ ซึ่งจากที่สำ�รวจเส้นทางมาก็จะผ่านจุดเด่นอย่างตลาดล่าง ทีด่ ดู ี ไม่มรี ถราอะไรมาก คนภายนอกก็จะได้รจู้ กั ตลาดแถวนัน้ ด้วย เส้นทาง ส่วนอืน่ ๆ ถ้าเราประสานงานกันให้ดกี จ็ ะไม่ไปรบกวนประชาชนในเมือง มากนัก

มาราธอนดีต่อสุขภาพอย่างไร การวิ่งมาราธอน เป็นการออกกำ�ลังกายต่อเนื่องชนิดหนึ่งซึ่ง เป็นผลดีตอ่ หัวใจและหลอดเลือด ระยะทีก่ �ำ ลังดีผมคิดว่าน่าจะเป็น ระยะ 10 กิโลเมตร แต่การมีระยะ Full marathon จะช่วยดึงดูด นักวิง่ จากทีต่ า่ งๆ ซึง่ ไม่สามารถจัดการแข่งขันระยะนีไ้ ด้บอ่ ยๆ ส่วน ใหญ่แล้วในจังหวัดหนึ่งจะมีการจัดสักหนึ่งครั้งใน 1 ปี ส่วนผู้มา ร่วมวิ่งในระยะที่สั้นลงก็เกิดความภาคภูมิใจที่ได้มาร่วมวิ่งในงานที่ ได้ชื่อว่าเป็นการวิ่งมาราธอน

29


กิจวัตรการออกกำ�ลังกายของคุณหมอทำ�ให้เกิด การเปลีย่ นแปลงต่อบุคลากรในโรงพยาบาลหรือไม่ และ เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง อันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องสำ�คัญมากครับ เพราะว่าการถ่ายทอด วิชาความรูท้ ด่ี ที ส่ี ดุ คือการทำ�ให้ดเู ป็นแบบอย่าง เมือ่ ผมมองย้อนกลับ มาดูตวั เองก็จะรูว้ า่ ทำ�ไมถึงมาวิง่ สาเหตุกค็ อื ได้เห็นแบบอย่างทีด่ จี าก ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรง ออกกำ�ลังกายได้ โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นแบบ อย่างคนสำ�คัญของผมตั้งแต่เด็กๆ คือ นพ.เฉก ธนะสิริ ปัจจุบันท่าน อายุ 90 กว่าปี แต่ยังแข็งแรงอยู่ เพราะออกกำ�ลังกายสม่ำ�เสมอ ผมเลยคิดว่าในบริบทของโรงพยาบาลทุกแห่งต้องมีการสร้างเสริม สุขภาพ ซึง่ ตรงกับยุทธศาสตร์ของทีน่ ใี่ นเรือ่ งของการป้องกันโรคมะเร็ง ผมจึงต้องทำ�ให้ดู แล้วก็เชิญชวนคนอื่นๆ 3 ปีที่ผ่านมานี้ผมก็เห็น ความเปลีย่ นแปลง มีบคุ ลากรทีค่ ล้อยตาม ใส่ใจการออกกำ�ลังกายโดย ที่เราไม่ต้องไปบังคับ ตั้งกฎเกณฑ์อะไร มีการสนับสนุนจนตัง้ ชมรมวิง่ ของภายในโรงพยาบาลขึน้ มา มีสมาชิกประมาณ 50 คน

วิธีการดูแลสุขภาพที่อยากแนะนำ�

ดูแลด้านโภชนาการให้ดี ต้องยับยัง้ ชัง่ ใจ เลีย่ งอาหารจำ�พวกไขมัน แป้ง ขนมหวาน น้ำ�อัดลมต่างๆ ดื่มน้ำ�เปล่าเยอะๆ เวลาทานอาหาร ทานข้าวน้อยๆ เน้นกินกับ ถ้ากับรสเค็มไปก็ใช้วิธีเอาผักมาแกล้ม ควบคุมน้ำ�หนักร่างกายให้สมดุลกับส่วนสูง ออกกำ�ลังกายสม่ำ�เสมอ เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของวันที่เราว่างก็อยากให้ออกกำ�ลังกายกัน ถ้าเราอยากกินอาหารอร่อยๆ ก็ต้องเผาผลาญให้หมดด้วย

การดูแลสุขภาพควร เลี่ยงอาหารจำ�พวกไขมัน แป้ง ขนมหวาน น้ำ�อัดลมต่างๆ ดื่มน้ำ�เปล่าเยอะๆ ควบคุมน้ำ�หนัก ร่างกายให้สมดุลกับส่วนสูง ออกกำ�ลังกายสม่ำ�เสมอ

30

ความประทับใจต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จริงๆ ผมไม่เคยอาศัยอยูท่ นี่ มี่ าก่อนหรอก แต่พอทีส่ รุ าษฎร์ธานี ตำ�แหน่งว่างก็มาทำ�งาน อาศัยอยูท่ นี่ มี่ า 4 ปี ทำ�ไปทำ�มาก็มเี ครือข่าย เลยกลายเป็นว่าผมมีเพือ่ นฝูงอยูท่ นี่ มี่ ากทีส่ ดุ มากกว่าทีร่ าชบุรบี า้ นเกิด หรือทีก่ รุงเทพฯ เสียอีก แล้วทีอ่ ยูอ่ ย่างสุราษฎร์ธานีนเี่ หมือนเป็นแดน สวรรค์เลย ทัง้ อาหารการกิน ธรรมชาติ ไม่วา่ จะเป็นภูเขา น้�ำ ตก ทะเล อ่าวต่างๆ มีทุกอย่างที่ชอบ ก็เลยหลงรักที่นี่

ฝากทิ้งท้ายถึงชาวสุราษฎร์ธานี นอกจากงานวิ่งมาราธอนแล้ว ช่วงเดียวกันนี้ทางกรม การแพทย์ก็จะจัดประชุมสัญจรพอดี เราจะมีหนังสือเชิญ ท่านผูอ้ �ำ นวยการของโรงพยาบาลต่างๆ ในเครือข่าย รวมถึง บุคลากรสาธารณสุขในเขตภาคใต้ เขตสุขภาพที่ 11 และ 12 มาร่วมกิจกรรม ผมก็ขอเชิญชวนทุกท่านให้มาร่วมเป็นต้นแบบ ให้กับประชาชนด้วยครับ


31


atTai-Nichi YUKO Text : น้าตู่ / Photo : วัธนา มาลัยบาน

พาเที่ยวปีใหม่...ไปวัดฮาเซเดระ ก่อนอื่นต้องขอ สวัสดีปีใหม่ 2560 ขออำ�นวยพรให้ ผู้อ่านทุกท่านมีแต่ความสุข สมหวังดังปรารถนา มีสุขภาพที่แข็งแรง ร่ำ�รวยเงินทอง โชคดีทั้งปีนะครับ Kamamura (คามามุระ) ถ้าเอ่ยคำ�นีม้ า ทุกท่านจะนึกถึง หลวงพ่อโต ไดบุตสึ (Daibutsu) จากฮงอาซึงิ เราได้ไกด์สาว น้อง กุซานางิ เป็นผูน้ �ำ ทางโดยรถไฟ JR มุง่ หน้าสูค่ ามามุระ ซากามิโอโนะ จากนั้นเราก็ต้องต่อรถไฟไปยัง ฟูจิซาว่า เมื่อ ถึงแล้วก็กระโดดขึน้ รถไฟต่อไปอีกสิบสองป้ายจนถึง คามามุระ วันนี้โชคไม่ดี เจอฝนตก แต่พอสายๆ แดดก็ออก ทำ�ให้เรา เก็บภาพได้ ลงจากสถานีรถไฟฮาเซ (Hase) แล้วเดินไปตาม ทางประมาณ 600 เมตร จะเจอป้ายบอกทางเดิน จนมาถึงวัด โคโตกุอนิ (Kotoku-in Temple) ค่าเข้าชมประมาณ 200 เยน ก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในวัด ตามธรรมเนียมของญี่ปุ่นแล้ว วัดหรือศาลเจ้าจะมีบ่อน้ำ�ที่จัดเตรียมคอยไว้ให้ผู้ที่จะเข้าไป กราบพระต้องชำ�ระร่างกายให้สะอาด มีกระบวยตักน้�ำ ล้างมือ ล้างหน้าหรือไม่กด็ มื่ หลังจากนัน้ จึงเดินเข้าไปบริเวณภายในได้ (แต่บางคนก็ไม่ปฏิบตั ติ ามกฎ) วัดหลวงพ่อโต ไดบุตสึ พระ อมิตตาพุทธ นิโอยฺราอิ เป็นองค์พระสำ�ริดทีใ่ หญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นรองจากวัดโทไดจิ (Todaiji Temple) ที่เมืองนาระ สูง 13.35 เมตร หนัก 93 ตัน สร้างเมื่อราว พ.ศ. 1795 วัด แห่งนีพ้ ระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั (รัชกาลที่ 6) ทรงได้เสด็จมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2445 ในขณะดำ�รง พระอิสริยยศสยามมกุฎราชกุมาร และได้ทรงปลูกต้นสนไว้

32


บริเวณทางเข้า หลังจากนัน้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั (รัชกาล ที่ 7) และสมเด็จพระนางเจ้ารำ�ไพพรรณี พระบรมราชินี ก็ได้เสด็จเยือน เช่นกัน และได้ทรงปลูกต้นสนไว้อกี หนึง่ ต้น เวลาผ่านมาหลายปี ต้นสนที่ ทรงปลูกไว้นนั้ ได้ลม้ ลงด้วยพายุฝน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล เอกอัครราชฑูต ณ กรุงโตเกียวเป็นผูป้ ลูกต้นสน แทน เมือ่ วันที่ 23 กรกฎาคม 2553 เพือ่ ทดแทนต้นทีพ่ ระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกไว้ตั้งแต่ปี 2445 (ในวันที่ 25 กันยนยน 2530 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ก็ได้เสด็จพระราชดำ�เนินเยือนวัดแห่งนี้เช่นกัน และได้ทรงปลูกต้นสนเพิม่ อีกต้น) วัดโคโตกุอนิ แห่งนีม้ ผี คู้ นเข้ามากราบ ขอพรเป็นจำ�นวนมาก ผมเองถ้ามาประเทศญี่ปุ่นและมีเวลาว่างก็จะ ต้องมากราบขอพรหลวงพ่อโต ไดบุตสึทกุ ครัง้ และนีก่ เ็ ป็นครัง้ ที่ 3 แล้ว ที่ได้มา ผมเดินเข้าไปในตัวองค์ฐานด้านในขององค์พระ เสียค่าเข้าเพียง 20 เยน จะเห็นลักษณะในการประกอบ การเชื่อมโลหะให้เป็นรูป องค์พระ แต่ภายในอากาศมีนอ้ ยและเต็มไปด้วยผูค้ นทีเ่ ข้ามาชมความ สวยงาม และบางคนก็เข้ามาถ่ายรูป เมือ่ ผมถ่ายรูปเก็บเป็นทีร่ ะลึกได้ พอสมควรแล้วผมก็รบี ออกมาด้านหลังขององค์พระ ซึง่ เป็นสวนแบบ

ญี่ปุ่น มีที่นั่งพักผ่อน หรือใครจะสวดมนต์ก็ตามอัธยาศััย ออกจาก วัดหลวงพ่อโตระหว่างทางเราจะเห็นร้านขายของที่ระลึกของเมือง คามามุระ เป็นบ้านแบบโบราณทีย่ งั คงอนุรกั ษ์ไว้ให้นกั ท่องเทีย่ วได้ ชมกัน และยังเปิดจำ�หน่ายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย เดินมาไม่ไกลเท่าไรนักจะพบกับวัดฮาเซเดระ (Hasedera Temple) วัดแห่งนีต้ ง้ั อยูบ่ นเขาฮาเซเดระ และยังเป็นโรงเรียนสอนศาสนาบุนซัง นิกายชินกอนอีกด้วย บริเวณภายในมีหอ้ งโถงขนาดใหญ่และมีอาคาร มากกว่า 30 หลัง นอกจากนี้ สิง่ ทีน่ า่ สนใจก็คอื รูปปัน้ เจ้าแม่กวนอิม สีทอง ที่มี 11 หน้า ในแต่ละหน้านั้นจะเป็นรูปเทพธิดา ทำ�จากไม้ แกะสลัก มีความสูงถึง 9.18 เมตร จัดเป็นรูปปั้นแกะสลักที่ใหญ่ ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเราสามารถมองเห็นวิวทะเลได้โดยรอบ เป็นสถานที่ที่ร่มเย็นมาก หลังจากเดินเก็บภาพอยู่ จู่ๆ ก็ต้องรีบเก็บ อุปกรณ์ เนื่องจากพายุฝนได้กระหน่ำ�ตกลงมาอย่างแรงและเรา จำ�เป็นต้องรีบกลับเข้าทีเ่ มือง Aikawa ทีป่ ระเทศญีป่ นุ่ นีถ่ า้ ฝนตกหนัก มากรถไฟจะหยุดวิ่งจนกว่าฝนจะหยุดตก เพื่อความปลอดภัยของ ประชาชน ผมจะเดินทางต่อไปยังฮิโรชิมะ (Hiroshima) เพื่อเก็บ ภาพสวยๆ มาฝากในครั้งหน้า

33


ON MY WAYS Text / Photo : ม๋อจิ้ว@สุราษฎร์ธานี

“น้ � ำ ตกเวี ย งชั ย ใครบ้างหนอจะขอปฏิเสธ”

ตอนจบ

สมุนใจกล้าบางคนทีเ่ คยมาเยือนก่อนหน้านี้ กำ�ลังออกแรงปีนป่ายผาหินเตีย้ ๆ ทีด่ ปู ลอดภัยขึน้ ไปนัง่ พืน้ ทีส่ ว่ นตัว เตรียมจะกระโดดลงมาในแอ่งน้�ำ อย่างช่�ำ ชอง บางคน เพียงแค่ได้นงั่ บนแง่งหินใต้สายน้�ำ ทีห่ ล่นลงมาจากหน้าผา ให้ตกกระทบศีรษะ ใบหน้า และส่วนร่างกายอย่างปล่อยอารมณ์แบบลึกซึ้งเข้าถึงเนื้อแท้ รวมเป็นหนึ่งเดียวกับ ธรรมชาติสักพักใหญ่ ส่วนผมเพียงแค่ได้เดินลุยแอ่งน้�ำ ลึกแค่เข่าถึงหน้าขา สมาธิจดจ่อ พยายามใช้สายตา สำ�รวจหามุมถ่ายภาพธรรมชาติ สัตว์ แมลง พืชพันธุ์ มอส ตะไคร่น�้ำ ทีข่ นึ้ อยูพ่ งึ่ พาอาศัย ระหว่างกัน ดอกหงส์เหินตูมสีเหลือง ดอกสีม่วงของว่านนกคุ้ม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของ ดอกไม้สีขาวช่อเล็กของต้นนิรนามโคนพาดล้มจากแรงน้ำ�ไหลก็สุขใจไม่แพ้กัน มองไม่เห็นตัวปลาหรือสัตว์น�้ำ จืดใดๆ อาศัยอยูใ่ นแหล่งน้�ำ ยกเว้นฝูงแมลงจิงโจ้น�้ำ แต่ในที่สุดหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ “เมื่อมาถึงที่แล้วไหนเลยจะสูญเปล่า หากไม่มี ประสบการณ์เปียกน้�ำ ตกเสมือนสวนอีเดนแห่งนีก้ อ่ นกลับบ้านไปในวันนี”้ จัดการเปลือ้ ง เสือ้ ผ้าเหลือเพียงแค่ปราการด่านสุดท้ายชิน้ เดียว กระโดดตามลงไปเล่นน้�ำ กับเด็กๆ ด้วย แต่พอส่วนสันหลังได้สัมผัสเปียกน้ำ�ครบส่วน “โหๆๆ ไหงน้ำ�เย็นเฉียบจนขนลุกซู่” มินา่ สมุนตัวน้อยดูผวิ เนือ้ ซีดขาวขึน้ มานัง่ พักหายสัน่ หลังลงเล่นแช่เป็นยกๆ แม้ในวันนี้ ท้องฟ้าดูหม่นครึ้ม แต่ก็ยังไม่มีเม็ดฝนโปรยมาเบียดลดอุณหภูมิความหนาวเย็นได้อีก เงยมองปริมาณน้ำ�ที่หล่นลงมาจากหน้าผาหินเบื้องบนอยู่ตลอดเวลาและไม่มีทีท่าจะ

34


ลดปริมาณน้อยลง คงความอุดมสมบูรณ์ชมุ่ ฉ่�ำ ของผืนป่า หลังจาก เล่นน้�ำ ในแอ่งเบือ้ งล่างกันจนเบือ่ ยินเสียงบางคนเอ่ยชวนพรรคพวก ปีนรากไม้และก้อนหินขึน้ ไปชมต้นกำ�เนิดของน้�ำ ตกเวียงชัยสวยๆ กัน ซึ่งลำ�ธารด้านบนปริมาณน้ำ�ค่อนข้างไหลละมุนละม่อมก่อนจะ ไหลดุดันผ่านโค้งกัดกร่อนของขอบหน้าผาหินก่อนจะร่วงหล่นบวก รวมพลังแรงโน้มถ่วงตกลงไปสู่เบื้องล่าง สังเกตเห็นบรรดาเห็ดรา หลากหลายสีสันขึ้นอยู่ตามขอนไม้ผุ สองข้างเต็มไปด้วยต้นจำ�ปูน ขึน้ อยูต่ ามริมตลิง่ ลำ�ธารธรรมชาติของด้านบน เสียดายทีจ่ มูกไม่ได้ รับรูก้ ลิน่ หอมของเจ้าจำ�ปูนต้นขนาดย่อมๆ ไม่เช่นนัน้ คงได้มภี ารกิจ เกณฑ์ทีมเพื่อค้นหาแหล่งที่มาของกลิ่นดอกจำ�ปูนบานกันแน่นอน เพราะจากประสบการณ์ตรงเคยเรียนรูจ้ ดจำ�ถึงความหอมได้วา่ เฉพาะ เพียงแค่ดอกเล็กๆ เพียงดอกเดียว ก็สามารถส่งกลิน่ หอมฟุง้ จรุงทัว่ ไป ทั้งผืนป่าอย่างน่าทึ่งกันเลยถึงแม้จะเดินผ่านห่างๆ ก็ตาม สังเกต ร่องรอยของปริมาณน้�ำ ไหลบ่าช่วงมากสุดๆ ซึง่ ดูเหมือนจะมากกว่า ที่ได้มาเที่ยวชมในวันนี้ถึง 2-3 เท่า เกิดเป็นแอ่งทรายละเอียด สีเหลืองน้ำ�ตาลเล็กๆ ริมลำ�ธารให้เด็กๆ ได้ใช้จินตนาการก่อสร้าง ความฝันอารยธรรมสมมุตกิ นั สักพักใหญ่ แนวข้างลำ�ธารเด่นสะดุด ตากับท่อพีวซี ขี นาดใหญ่ตอ่ เป็นแนวยาวไว้ผลิตเป็นน้�ำ ประปาภูเขา ใช้อุปโภคบริโภค หรือใช้รดพืชสวนการเกษตรที่ปลูกไว้เมื่อยาม ต้องการ ในที่สุดประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันระหว่างครูและลูกศิษย์เพื่อ สนับสนุนโครงการระดับชาติ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” กับหมอ คนหนึ่งในครัง้ นี้กใ็ กล้จะหมดเวลาลง ไม่วายทีเ่ ด็กๆ จะเอ่ยขอแวะ ลงไปเล่นน้ำ�ตรงแอ่งเบื้องล่างอีกสักรอบ แหมๆ พอผู้ใหญ่สองคน ค่อยๆ ไต่ลงถึงทีหลัง ทำ�ไมมันดูเงียบเชียบ ไม่มแี ม้สงิ่ มีชวี ติ เล็กใหญ่

เคลือ่ นไหว สงบ หยุดส่งเสียงเจีย๊ วจ๊าวอย่างเดิมๆ ลงทันที ได้ยนิ เสียงผูใ้ หญ่ชว่ ยกันตะโกนเรียกกันตัง้ หลายหน ก็ยงั “ไม่มเี สียง ตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก” ต้องเที่ยวเดินหาด้อมๆ ชม ป่าดิบชืน้ กันอยูก่ ต็ งั้ หลายนาที รังแต่จะทำ�ให้ใจคอของผูใ้ หญ่ชกั เต้นไม่เป็นจังหวะ แต่คอ่ นข้างอุน่ ใจทีย่ งั เห็นสัมภาระเสือ้ ผ้ากอง อยูบ่ นก้อนหินริมแอ่งน้�ำ ไว้บา้ ง จนต้องแกล้งพูดดังๆว่า “จะขับรถกลับ บ้านกันแล้วนะ” จึงจะค่อยๆ โผล่หน้าอมยิม้ ออกมาทีละร่างๆ จนครบ อย่างสะใจที่ได้แกล้งซ่อนแอบหลังโขดหินกัน “เกือบจะได้เรียกมารับ รางวัลเขกกบาลตัวละทีเนอะครู”้ ระหว่างทางขับรถกลับเกิดปิง๊ ไอเดีย คุยปรึกษากันว่าน่าจะฝึกหัดเด็กนักเรียนฐานะยากจนในพื้นที่เหล่านี้ มาทำ�หน้าที่เป็น “มัคคุเทศก์น้อย” ให้แก่ผู้สนใจ เผื่อจะได้มีเงินใช้ จ่ายเป็นค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ และที่สำ�คัญยิ่ง จะได้มีกิจกรรมเป็นไกด์ นำ�เที่ยว “คิดดี พูดดี ทำ�ดี” ห่างไกลสิ่งเสพติดต่างๆ เช่น บุหรี่ เครือ่ งดืม่ มึนเมา น้�ำ กระท่อม และยาเสพติดอืน่ ๆ คิดบวก มองโลกในแง่ดี อนาคตของพวกเขาจะได้เบิกบานสดใส สร้างครอบครัวน้อยๆ ทีพ่ อเพียง อันอบอุ่นไปเสริมกำ�ลังเพื่อพัฒนาชาติไทยให้เจริญต่อไป ต้องขอบคุณ “ครูแก้ว” ดาบตำ�รวจกิตติศกั ดิ์ หอมเชือ่ ม บทบาท ครู ตชด. ขวัญใจเด็กๆ ของโรงเรียนแถวนี้ เล่นทำ�หน้าทีท่ งั้ ไกด์น�ำ ทาง และช่วยขับรถยนต์กระบะส่วนตัวทีส่ ามารถทำ�ให้สมองของผมสัน่ คลอน จนตกผลึกผุดไอเดียบรรเจิดมาช่วยสร้างงานให้แก่ “มัคคุเทศก์น้อย” เพือ่ จะได้หาทุนทรัพย์ชว่ ยเหลือสนับสนุนการศึกษาของเด็กๆ แถวนีไ้ ด้ ส่วนใครสนใจคงต้องติดต่อล่วงหน้าทุกครั้ง ได้ประสบการณ์ พิเศษคุม้ ค่าสุดประทับใจแน่นอนกับธรรมชาติรงั สรรค์ สร้างจรรโลงใจ กับ “หนึง่ ในน้�ำ ตกสวยทีส่ ดุ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ต้องรีบหาโอกาส “ไปไชยา มาเวียงชัยๆๆ” โดยด่วน อย่ามัวคอยรอเวลาแก่ชราไว้ เกษียณก่อนแล้วค่อยมากัน “เพราะมันอาจจะต้องขึน้ ขีห่ ลังหรือโอบพยุงคอใครบางคนกว่าจะ ลงบันไดไปชมน้ำ�ตกเบื้องล่างกันได้แหละท่านทั้งหลาย ไม่มากไม่น้อย แค่สองร้อยกว่าขั้นเท่านั้นเองวัยรุ่นเหอ.อ..อ...”

35


Food for Thought

Text / Photo : พาฝัน นิลสวัสดิ์ อาจารย์สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

Culture Shock บนทวีปแอฟริกา

ความคุน้ เคยกับวัฒนธรรมตะวันตกทีม่ มี าช้านานไม่ได้ท�ำ ให้เรารูส้ กึ ประหลาดใจมากนักเมือ่ เราต้องไปเยือนถิน่ ยุโรปหรือ อเมริกา แต่กบั ทวีปทีแ่ ทบไม่มใี ครนึกถึง เช่น แอฟริกา มีหลายเรือ่ งราวทีท่ �ำ ให้คนไปเยือนถิน่ นีอ้ าจเกิดความตืน่ เต้น ตกใจกลัว ประหลาดใจ ปนขำ�ปนอึง้ คละเคล้ากันไปอย่างไม่นา่ เชือ่ หากว่าใครไม่เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดี อาจเกิด Culture Shock ก็เป็นได้ เรื่องแรกที่ควรจะรู้ไว้ในการเยือนประเทศแถบนี้ คือชาวแอฟริกันนิยมชมชอบการทักทายเป็นอย่างมาก คำ�ทักทายไม่ได้หยุดอยู่แค่ว่า “คุณสบายดีไหม” “ฉัน สบายดี ขอบคุณ” แต่ชาวแอฟริกันโดยเฉพาะในแถบ ตะวันออกของทวีป ยังส่งผ่านความห่วงใยไปยังญาติ พีน่ อ้ ง พ่อแม่ ลูกเต้า บ้านเรือน การงาน การนอน การกิน การอยู่ สัตว์เลีย้ ง แม้กระทัง่ ดอกไม้ทเี่ ราปลูกอยูใ่ นสวน (ถ้าเขารู้ว่าเราชอบปลูกต้นไม้ ดอกไม้) พวกเขาจะถาม ถึงทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นว่าสบายดีด้วยหรือเปล่าทีละ อย่าง จนได้รับคำ�ตอบครบถ้วนถึงจะจบกระบวนการ ทักทายและแยกย้ายกันไปทางใครทางมัน คำ�ถามวนไป อยู่แบบนี้ได้ทุกวันที่เจอหน้า ยิ่งคุ้นหน้ากันมากเท่าไหร่ การทักทายก็ยงิ่ ยาวนาน กว่าจะจบกระบวนการว่าทุกสิง่ ทุกอย่างรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ของเราล้วนแล้วแต่สบายดี ก็กินเวลานานเป็นสิบนาที ด้วยใบหน้าทีย่ มิ้ แย้มไม่มคี วามเหนือ่ ยหน่ายหรือรำ�คาญ แต่อย่างใด ถือเป็นการเติมความสุขที่เรียบง่ายของคน แอฟริกันยามพบปะกัน สิ่งที่ต้องเตรียมตัวรับกับอาการ Culture Shock ให้ดสี �ำ หรับคนไทยอย่างพวกเรา นัน่ คือ การส่งเสียงเรียก ผู้คนเพื่อเรียกร้องให้เราหันมาสนใจ หรือเรียกเพื่อบอก อะไรบางอย่างแก่เรา แม้กระทัง่ การเรียกแท็กซี่ (แท็กซี่ ที่นี่ใช้แอร์ธรรมชาติ) ชาวแอฟริกันไม่ว่าจะอยู่บนพื้นที่ ไหนของทวีป ในเมืองหรือชนบท รวมถึงชาวแอฟริกัน ทีอ่ พยพย้ายถิน่ ฐานไปอยูน่ อกทวีป ใช้วธิ กี ารเรียกแบบ เดียวกันหมด นั้นคือ ส่งเสียงลอดฟันออกมาดัง “ซีส... ซีส...” หากเราเดินอยู่แล้วได้ยินเสียงนี้ จงรู้ไว้เถิดว่า อาจมีคนกำ�ลังเรียกเราอยู่ แม้ว่าเขาจะรู้จักชื่อของเรา ก็ตาม แต่เขาจะส่งเสียงนี้นำ�มาก่อน ผู้มาเยือนทวีปนี้ ใหม่ๆ อาจรูส้ กึ ตะขิดตะขวงใจเมือ่ ได้ยนิ การส่งเสียงเรียก แบบนี้ เพราะฟังดูแล้วไม่คอ่ ยสุภาพหรือมีมารยาทนักใน

36


วัฒนธรรมของเรา แต่ที่นี่ “ซีส... ซีส...” เป็นเสียงที่เราได้ยินบ่อยมากยาม เดินอยูบ่ นท้องถนนในเมืองใหญ่ๆ ของแอฟริกา ยิง่ เขาเห็นเราเป็นคนต่างถิน่ ต่างทวีป บรรดาพ่อค้าแม่คา้ หรือกลุม่ คนทีพ่ ยายามจะเสนอตัวเป็นไกด์ให้เรา ต่างพยายามส่งเสียงนี้เพื่อเชื้อเชิญให้เรามาสนใจในตัวเขา โดยที่พวกเขา ไม่ได้รู้เลยว่าวิธีการเรียกด้วยเสียงแบบนี้สร้างความกระอักกระอ่วนใจแก่ ผู้มาเยือนจากต่างวัฒธรรมเป็นอย่างมาก คำ�สุภาษิตไทยโบราณทีว่ า่ “เข้าเมืองตาหลิว่ ต้องหลิว่ ตาตาม” คงต้อง นำ�ออกมาใช้หากคิดมาเยือนทวีปนี้ เมือ่ ใดก็ตามทีเ่ ราต้องการเรียกใคร ต่อให้ เราตะโกนเรียกชื่อเขาแทบตาย หรือใช้คำ�สุภาพๆ เช่น You/Mister เรียก พวกเขา พวกเขาแทบจะไม่หันมาหรือกว่าจะหันมาเราก็ต้องตะโกนเรียกจน คอแหบคอแห้ง เพียงแค่เราส่งเสียง “ซีส... ซีส...” ออกไปแค่นั้นแหละ รับรองเขาจะหันมาทันทีทนั ใด แม้กระทัง่ แท็กซีท่ ขี่ บั ผ่านเราไปก็จะหยุดอย่าง กะทันหัน “ซีส... ซีส...” เป็นคำ�เรียกทีท่ รงพลังบนแห่งทวีปนี้ ไม่เชือ่ ลองมา พิสูจน์ดู!

37


Destination

Text / Photo : ดร.สรายุทธ อ่อนสนิท คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และ สัญญา นวลละออง สำ�นักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เดินป่าสำ�รวจต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขา

ชนิดใหม่ Nepenthes krabiensis

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขา N. krabiensis ขนาดเล็กที่เติบโตขึ้น อย่างทรหดตามหน้าผาหินระหว่างทางขึ้นสันเขานอจู้จี้

หม้อล่างของ N. krabiensis ขึ้นบนพื้นกรวดหยาบปนซากอินทรีย์ (Humus) ที่ทับถมบนสันเขานอจู้จี้

สวัสดีครับชาว ทุกท่าน บทความตอนนีจ้ ะนำ�เสนอทริป เดินป่าสำ�รวจพืชหายาก คือ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขาชนิดใหม่ ซึง่ ทาง ทีมงานได้ตพี มิ พ์เผยแพร่ในช่วงกลางเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 ทีผ่ า่ นมา ทางวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) จากการสำ�รวจในครัง้ นี้ ถือเป็นการท้าทายและค้นพบทีส่ �ำ คัญของพืชชนิดใหม่บนภูเขาสูงทางภาค ใต้ของไทย จากบทความทีผ่ า่ นมาทีผ่ มเคยเขียนลงใน เกีย่ วกับ หม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุส์ รุ าษฎร์ (Nepenthes Suratensis) พบได้ บริเวณทีร่ าบลุม่ ความสูงระดับน้�ำ ทะเลอย่างเช่น ทุง่ หญ้าเลีย้ งสัตว์ทงุ่ เขน อำ�เภอกาญจนดิษฐ์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานกรมราชทัณฑ์ จ.สุราษฎร์ธานี ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงในประเทศไทยที่พบส่วนใหญ่มัก จะพบตามป่าพรุ ป่าเสม็ดหรือพืน้ ทีซ่ บั น้�ำ ทีเ่ ป็นป่าโปร่งเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่จากการสำ�รวจค้นพบต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงและจำ�แนกได้เป็นชนิดใหม่ ในครัง้ นี้ ทางทีมสำ�รวจอันประกอบไปด้วย นักวิจยั และน้องๆ นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์รวม 5 คน ได้รว่ มกันเดินทางสำ�รวจ ณ พืน้ ทีป่ า่ ยอดเขาสูงใน เขตอนุรกั ษ์พนั ธุส์ ตั ว์ปา่ เขาประ-บางคราม อำ�เภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึง่ เป็นเขตป่ารอยต่อระหว่างจังหวัดกระบีแ่ ละจังหวัดตรัง และเป็นพืน้ ที่ ป่าสมบูรณ์สูงสุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ โดยจุดเด่นของพื้นที่ป่าแห่งนี้เป็น แหล่งอาศัยของนกแต้วแร้วท้องดำ� ทีม่ อี ยูไ่ ม่เกิน 20 คูส่ ดุ ท้าย และพบได้ เฉพาะผืนป่าแห่งนีแ้ หล่งเดียวของไทยเท่านัน้ โดยโครงการสำ�รวจชนิดและ เก็บรวบรวมเมล็ดของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุแ์ ท้ในธรรมชาติของ ภาคใต้น้นั เป็นหนึ่งในทุนวิจัยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมา จากพระราชดำ�ริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การเดินทางได้เริม่ ขึน้ ในวันเสาร์ท่ี 29 สิงหาคม 2558 ทีมงานได้ นัดแนะเดินทางไปยังพืน้ ทีอ่ �ำ เภอคลองท่อมตัง้ แต่เช้าตรูด่ ว้ ยรถเก๋ง 2 คัน (ซึง่ ไม่เหมาะกับการบุกป่าผ่าดง) ออกจากสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ทีบ่ ริเวณจุดจอดรถทางเข้าของสระมรกตในเวลา 08.00 น. และเริม่ ออกเดิน ทางขับรถไปยังเส้นทางแผ่นดินเสมอ ลัดเลาะไปทางสวนปาล์มน้�ำ มันและ

38

ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนของทุกปี ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง จะผลิใบใหม่และออกหม้อเพื่อดักจับแมลงและมดเป็นอาหาร และเติบโตออกช่อดอกเพื่อสืบพันธุ์

หมู่บ้านเล็กๆ ด้านในเชิงตีนเขานอจู้จ้ีสภาพเส้นทางนั้นไม่เหมาะอย่างยิ่ง สำ�หรับรถเก๋ง การขับเข้าไปค่อนข้างทุลกั ทุเลและอันตราย เพราะถนนเป็น หลุมบ่อและลืน่ มาก การขับเข้าไปจำ�เป็นต้องปีนขอบทางเลาะเข้าไป และ จอดรถทิง้ ไว้ในสวนปาล์มใกล้ทางขึน้ ซึง่ เป็นทางเดินป่าเล็กๆ ทีส่ ามารถเดิน ได้สะดวก สภาพทางเดินค่อนข้างลืน่ เปียกชืน้ เนือ่ งจากคืนก่อนเดินทางมี ฝนตกลงมา การเดินขึน้ ค่อนข้างทุลกั ทุเลแต่กเ็ ดินไปได้อย่างช้าๆ และมีพกั เหนือ่ ยตลอดทาง แต่เป็นทีน่ า่ แปลกใจสำ�หรับพืน้ ทีป่ า่ ซึง่ ค่อนข้างชืน้ มากๆ ขนาดนัน้ แต่ทมี งานไม่เจอทากดูดเลือดแม้แต่ตวั เดียวตลอดเส้นทาง ซึง่ ถือ เป็นสิง่ ทีด่ มี ากๆ สำ�หรับคนกลัวทาก ระหว่างเดินก็จะมีเสียงของจักจัน่ ป่า ตัวใหญ่บนิ ไปเกาะตามต้นไม้รอ้ งเซ็งแซ่ไปเป็นเพือ่ นตลอดจนเกือบถึงยอดเขา การเดินทางขึ้นไปเริ่มมีอุปสรรคมากขึ้น มีต้นไม้ผุล้มขวางทาง ความชัน และความลืน่ ของเส้นทางเริม่ มีมากขึน้ เมือ่ เดินขึน้ มาได้ประมาณ 350 เมตร จากระดับน้�ำ ทะเล ความชันจากประมาณ 40 องศา เริม่ ชันขึน้ เป็น 60-80 องศา การปีนป่ายจึงไม่งา่ ยเลย รากไม้ตามเส้นทางเดินและต้นไม้ทข่ี น้ึ อยูบ่ นเส้นทาง เดินป่าส่วนใหญ่จะเป็นไม้จันทร์กะพ้อต้นขนาดพอมือจับ จึงเป็นสิ่งที่ช่วย สำ�หรับการปีนขึน้ ไป เมือ่ ถึงระดับความสูงราวๆ 500 เมตรจากระดับน้�ำ ทะเล สภาพป่าเริม่ เปลีย่ น มีตน้ ไม้พมุ่ เสม็ดแดง หวาย ปรงเขา เฟิรน์ และมอส ขึน้ กระจายอยูท่ ว่ั ไปทัง้ โขดหินและบนคบไม้ และสัมผัสได้ถงึ ความเย็นของ อากาศทีเ่ ย็นขึน้ อีกระดับ เมือ่ ไต่ขน้ึ ไปทีร่ ะดับ 600 เมตร ก็ถงึ ทางออกจาก ป่าสูท่ างเดินแนวสันเขา ไม่มแี หล่งน้�ำ เป็นทุง่ หญ้าโล่ง แสงแดดจ้ายามบ่าย รับอากาศเย็นสดชืน่ จากลมเย็นทีพ่ ดั โกรกอยูบ่ นสันเขา สำ�หรับการปีนครัง้ นี้ ใช้เวลาราวๆ 4 ชัว่ โมงและหาจุดนัง่ พักในป่าเสม็ดแดงทีเ่ ป็นพุม่ ใหญ่ให้เป็น ร่มเงาบังแดดและพักทานอาหารทีเ่ ตรียมกันมาใกล้ๆ จุดพักจะพบต้นหม้อข้าว หม้อแกงลิงได้บา้ งเล็กน้อยให้ตน่ื เต้นและพอให้หายเหนือ่ ยได้บา้ ง เมือ่ พักเหนือ่ ยเสร็จก็เก็บสัมภาระออกเดินต่อ ซึง่ ก็ตอ้ งเดินไปตามสันเขา นอจูจ้ แ้ี ละปีนป่ายขึน้ ไปตลอด สองข้างทางเริม่ มีตน้ หม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขา ทีเ่ ป็นเป้าหมายในการสำ�รวจครัง้ นีข้ น้ึ ปกคลุมกับเฟิรน์ ตีนตุก๊ แกอยูห่ นาแน่น มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับความสูงที่ 600-671 เมตรจากระดับน้ำ�ทะเล ซึง่ เป็นจุดสูงสุด สามารถชมทิวทัศน์รอบทิศแบบ 360 องศา มองเห็นพืน้ ที่


เถาต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขา N. krabiensis เถาต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงแตกยอดออกใบใหม่ ที่เติบโตปกคลุมบริเวณหน้าผาชันของสันเขานอจู้จี้มากมาย เพือ่ ตัง้ หม้อบนดักจับแมลงเป็นอาหาร บนลานสันเขานอจูจ้ ้ี

หม้อกลาง (intermediat pitcher) สายพันธุ์ N. krabiensis มีสีสันสวยงาม มีขอบปากหม้อ ที่หนาและมีน้ำ�ตาลหลั่งมาเคลือบเพื่อล่อแมลง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการหาอาหารของต้นไม้สกุลนี้

ช่อดอกเพศเมียของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขา N. krabiensis ที่สุกและรอการพัดพาของ สายลมบริเวณหน้าผานำ�พาเอาเมล็ดลอยไปตกในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อการขยายพันธุ์ต่อไป

โดยรอบของพื้นที่แอ่งแผ่นดินเสมอและอำ�เภอคลองท่อม จนถึงทะเลอันดามัน และพืน้ ทีร่ าบน้�ำ ตกร้อยชัน้ พันวัง ของอำ�เภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง บางช่วงบน สันเขาจะเป็นลานโล่งๆ เป็นพืน้ ทีส่ �ำ หรับการกางเต็นท์พกั แรมเป็นจุดๆ และมีการ ติดตัง้ เสาอากาศขยายสัญญาณวิทยุของวิทยุสมัครเล่นมาติดตัง้ ราวๆ สองเดือน ก่อนหน้าทีมสำ�รวจของเรา ลมเย็นพัดโกรกค่อนข้างแรง สามารถสูดอากาศอัน บริสทุ ธิ์ หายใจได้อย่างเต็มปอด สดชืน่ หายเหนือ่ ย อากาศเย็นสบายเหมือนขึน้ ดอยทางภาคเหนือ ทัง้ ๆ ทีต่ อนนัน้ เป็นเวลาบ่ายสอง แสงแดดจ้า ท้องฟ้าโปร่ง

ทีมวิจัยและน้องๆ เริ่มเก็บข้อมูลภาพถ่ายและเก็บ ตัวอย่างต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงทีม่ สี ภาพสมบูรณ์พร้อมดอก สำ�หรับการนำ�กลับไปทำ�ตัวอย่างแห้ง (Herbarium) เพือ่ ส่งเข้า ไปเก็บทีห่ อพรรณไม้ดว้ ยความลุน้ สำ�หรับการค้นพบในครัง้ นี้ ว่าจะเป็นชนิดใหม่หรือไม่ ช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงกันยายนเป็นช่วงทีต่ น้ หม้อ ข้าวหม้อแกงลิงในประเทศไทยทีม่ ฝี กั เมล็ดจะเริม่ แก่จดั และ สุกพอดี ทางทีมวิจัยได้เก็บตัวอย่างฝักแก่เพื่อนำ�กลับมา เพาะเมล็ดในห้องปฏิบัติการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ไว้ใช้สำ�หรับการเพิ่มจำ�นวน และใช้ในการศึกษาวิจัยต่อไป ช่วงบ่ายสามโมงครึง่ ก็ได้เวลาเดินทางกลับลงมาพร้อมเก็บ สัมภาระทุกชิ้นและขยะที่เห็นตลอดรายทางกลับลงมาทิ้ง ด้านล่าง การปีนกลับลงมาก็ไต่ไปตามผาหินและเกาะรากไม้ ลงมาอย่างทุลกั ทุเลในช่วงแรก ด้วยช่วงเขาด้านล่างเส้นทาง ยังคงเปียกชื้น ทำ�ให้หลายคนต้องลื่นไถลลงมาหลายครั้ง หลายคราจนมาถึงจุดจอดรถ ใช้เวลาลงจากเขาประมาณ 2 ชัว่ โมง จนเวลาใกล้ค�ำ่ ขับรถออกมายังจุดจอดรถสระมรกต เพือ่ แวะพัก อาบน้�ำ ล้างตัว แล้วเดินทางเข้าตัวอำ�เภอคลองท่อม เพือ่ หาร้านอาหารให้อม่ิ ท้องก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับ สำ�หรับตัวอย่างต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขาที่เก็บมา น้องๆ ทีมงานได้ชว่ ยกันทำ�แห้งใส่กรอบ ตัวอย่างแห้งหลักเก็บ ไว้ทอ่ี ทุ ยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำ�หรับ ตัวอย่างอ้างอิงอีกชุดเก็บไว้ท่หี อพรรณไม้ท่กี รุงเทพฯ และ น้องๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ก็จดั ทำ�ข้อมูลด้าน กายวิภาคทางพฤกษศาสตร์ ภาพวาดและภาพถ่ายจากกล้อง จุลทรรศน์ และกล้องสเตอริโอของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงภูเขา ชนิดนี้ และได้จดั ทำ�เอกสารบทความวิชาการ พบความแตกต่าง ของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิดนี้ เมือ่ เปรียบเทียบกับชนิดอืน่ ๆ ทีพ่ บในภาคใต้ของไทยกับตัวอย่างในหอพรรณไม้ และได้ขอ้ สรุปกำ�หนดเป็นชนิดใหม่โดยให้ชอ่ื ว่า “Nepenthes krabiensis” เพือ่ บ่งบอกถึงเขตจังหวัดทีพ่ บของพืชชนิดนีน้ น่ั เอง โดยใน จังหวัดกระบีส่ ามารถพบต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงได้ 3 ชนิดคือ N. mirabilis var mirabilis ซึง่ พบได้ทว่ั ไปตามพืน้ ทีล่ มุ่ ชุม่ น้�ำ ใน ภาคใต้และภาคตะวันออกของไทย ชนิด N. rosea (ตีพมิ พ์เมือ่ ปี 2014) ซึง่ จัดเป็นชนิดใหม่และพบบนภูเขาหงอนนาคทีร่ ะดับ ความสูง 450-520 เมตร และล่าสุดชนิด N. krabiensis ทีท่ าง ทีมงานได้คน้ พบในการสำ�รวจครัง้ นี้ สำ�หรับเมล็ดถูกนำ�มาเพาะ ในห้องปฏิบตั กิ ารปลอดเชือ้ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าเมล็ดชนิดนี้ จะใช้เวลาในการพักตัวนานมาก และสามารถงอกได้เมื่อ เพาะไว้ 5-6 เดือน ซึง่ ต่างจากเมล็ดต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง สายพันธุไ์ ทยตัวอืน่ ๆ ซึง่ ใช้เวลาเพาะเมล็ดเพียง 15 วันถึง 2 เดือนเท่านัน้ สำ�หรับทริปเดินทางสำ�รวจดีๆ ในครัง้ นี้ ต้องขอขอบคุณ น้องต้น น้องตัก๊ น้องมะเดีย่ ว น้องหนูเล็ก จากมหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์เป็นอย่างมาก ทีร่ ว่ มหัวจมท้ายกับทริปหฤโหดที่ บอกได้วา่ เล่นเอาหอบ เป็นลม น้�ำ หนักลดโฮกกันเลยทีเดียว ปล. ลิงค์สำ�หรับบทความวิชาการของ N. krabiensis สำ�หรับผู้ที่สนใจ Nuanlaong, S., S. Onsanit, V. Chusangrach& P. Suraninpong (2016). A new species of Nepenthes (Nepenthaceae) from Thailand. Thai Forest Bulletin (Botany) 44 (2) : 128–133. DOI : http://dx.doi.org/10.20531/tfb.2016.44.2.08

39


Special Report

Text : กองบรรณาธิการ @Surat

“ใต้บาดาล พ.ศ. 2560” ดวงฤทัยระทมจมสายน้ำ� หมดแรงข้ามยามก้าวจับราวฝืน โศกโศกาฟ้าใจดำ�เหยียบย่ำ�คืน รอพลิกฟื้นเยียวยาพาอาดูรฯ นพ.กฤษฎา รัตตานุกูล ภาพถ่ายโดย : สุมาลี อานนท์

เหตุการณ์น้ำ�ท่วมภาคใต้กว่า 12 จังหวัดช่วงต้นปี 2560 นี้ นับเป็นอีกหนึ่งมหันตภัยในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทีส่ ร้างความเสียหายแก่พนื้ ทีภ่ าคใต้อย่างร้ายแรงจนไม่อาจประเมินค่าได้ ประชาชนนับล้านต่างสูญเสียทัง้ ชีวติ ของคนใน ครอบครัว ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย รายได้ ระบบสาธารณูปโภค และทรัพยากรทางธรรมชาติไปไม่น้อย ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อประเทศไทยโดยรวมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และการท่องเที่ยว ทีมงานนิตยสาร ขอเป็นกำ�ลังใจ ให้พี่น้องชาวใต้ที่ประสบภัย เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้มีจิตอาสาทุกท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้ำ�ตาและ หยาดเหงื่อของทุกท่านจะแห้งเหือดลงไปพร้อมกับน้ำ�ที่หลั่งไหลมาคุกคามในเร็ววัน

40

ภาพถ่ายโดย : Bank skyshotstudio


ภาพถ่ายโดย : NASAN CITY

ภาพถ่ายโดย : ว่าที่ร้อยตรีเฉลิมพงศ์ สินทรัพย์

ภาพถ่ายโดย : STK HOBBY

ภาพถ่ายโดย : STK Hobby

ภาพถ่ายโดย : ทนงศักดิ์ ทวีทอง

ภาพถ่ายโดย : ว่าที่ร้อยตรีเฉลิมพงศ์ สินทรัพย์

41


ASEAN Art Corridor

Text / Photo : บุญเพลง วิทยะอักษร

ราตรีที่ลำ�น้ำ�หอม

บึงเจียมตน คนเจียมใจ ทีร่ มิ ลำ�น้�ำ หอม (ซงเฮือง) ช่วงทีไ่ หลผ่าน “เว้” อดีตราชธานีของเวียดนามในสมัยราชวงศ์เหงียน มีพระราชสุสานของกษัตริยพ์ ระองค์หนึง่ ถูกบันทึก ว่าเป็นกษัตริยผ์ เู้ จียมพระองค์ทส่ี ดุ ในโลก พระนาม ว่า “พระเจ้าตึดคึ ” ตรงกับรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ของไทย บึงบัวภายในพระราชสุสานของพระองค์ได้ รับพระราชทานนามว่า “บึงเจียมตน” ทัง้ นีเ้ พราะ เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรัง่ เศสในรัชสมัย ของพระองค์ จึงทรงสร้างพระราชสุสานคล้ายดั่ง “อุทยานสวรรค์” ที่ซึ่งพระองค์จะสามารถหลีกลี้ หนีความจริง คือ การเป็นกษัตริย์ที่ไม่มีอำ�นาจ ที่แท้จริง พระราชสุสานเจียมตน

42


ณ พระตำ�หนักเจียมตน ริมบึงเจียมตน ภายในพระราชสุสานแห่งนี้ ที่ซึ่ง “ความโศกเศร้าแย้มยิ้ม ความเบิกบานร่ำ�ไห้” ลืมเรื่องร้าย ใจก็ยิ้ม ครั้นฉุกคิดถึงความจริง ใจก็ร่ำ�ไห้!

พระตำ�หนักเจียมตน

ลำ�น้ำ�หอมไหลผ่านเมืองเว้ บึงเจียมตน ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพระราชนิพนธ์ บทกวี กระทัง่ ล่องเรือ ตกปลา ขับกลอน และสดับ เสียงคีตศิลป์เสนาะโสต ณ พระตำ�หนักเจียมตน ริมบึงเจียมตน ภายในพระราชสุสานแห่งนี้ที่ซึ่ง

“ความโศกเศร้าแย้มยิม้ ความเบิกบานร่�ำ ไห้”

ลืมเรื่องร้าย ใจก็ยิ้ม ครั้นฉุกคิดถึงความจริง ใจก็ ร่ำ�ไห้!

43


Beauty Talk พญ.จันทรรัตน์ ไพศาลโรจน์ แพทย์ผู้บริหารจันทรัตน์คลินิก สาขาสุราษฎร์ธานี สาขารามคำ�แหง และสุรีย์พรคลินิก Short Course โรงพยาบาลรามาธิบดี Certified Trainer of Botox, Allergan, USA

Certified Trainer of Restylane, Sweden Certified Course Advance in Hyaluronic Acid Filler Esthelis, Switzerland Certified of Thread Rejuvenation Training, Korea

นวัตกรรมยกกระชับ-ปรับรูปหน้าด้วยไหมละลาย เป็นเรื่องธรรมดาของคนทั่วไปที่เมื่ออายุมากขึ้น ใบหน้าจะเริ่มหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลา รูปหน้าที่ เคยได้รปู สวยงาม จากรูปตัว “V” กลายเป็นรูปตัว “U” และอีกสารพัดปัญหาทีห่ ลายคนเจอ ไม่วา่ จะเป็น โหนก แก้มตก เหนือร่องแก้มย้อย แก้มคล้อย มุมปากตก ฯลฯ การยกกระชับใบหน้าด้วยไหมละลาย จะช่วยแก้ปญ ั หา เหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากไหมละลายที่ใช้ร้อย เมือ่ เวลาผ่านไปจะสลายไปเอง ไม่มสี งิ่ ตกค้าง ไหมชนิด นี้ใช้กันอยู่แล้วในการทำ�ศัลยกรรม ซึ่งปัจจุบันได้มีการ ปรับปรุงวิธกี ารและวัสดุ ทำ�ให้ได้ผลลัพธ์จากร้อยไหมทีด่ ี และทำ�ให้ความบอบช้ำ�น้อยลงอย่างมาก ในการร้อยไหมนั้น แพทย์จะให้คนไข้แปะยาชา หลังจากนัน้ จึงใช้เข็มขนาดเล็กร้อยไหมไปตามส่วนต่างๆ ของใบหน้า แนวคาง และลำ�คอ ในส่วนของผิวหนังชัน้ ต้นจนถึงชั้นลึก โดยไม่ทำ�ให้เกิดปม แพทย์จะประเมิน แนวการร้อยไหมจากโครงสร้างใบหน้าของคนไข้เป็น หลัก เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง และยกผิวหน้าให้ ตึงกระชับขึ้น โดยจำ�นวนเส้นไหมที่ใช้ขึ้นอยู่กับสภาพ ผิวหน้าและโครงสร้างใบหน้า แพทย์จะใช้เวลาในการ ร้อยไหมประมาณครึ่งชั่วโมง วิธีการร้อยไหมจะทำ�ให้ เกิดการอักเสบของผิวบริเวณที่ร้อย ซึ่งจะกระตุ้นให้ เกิดการสร้างผิวและคอลลาเจนใหม่ ผิวหนังบริเวณนัน้ จะหดตัว ทำ�ให้เกิดการยกระชับมากขึน้ ซึง่ คนไข้จะเห็น ความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าตัวเองทันทีหลังทำ�เสร็จ และจะเกิดการยกกระชับเต็มทีห่ ลังจากร้อยไหม 3 เดือน ในคนไข้บางรายอาจมีอาการบวม หรือรอยเขียวช้ำ� ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ข้อดีของการร้อยไหมคือ เห็นผลชัดเจน ถ้าเปรียบ เทียบกับการใช้เครือ่ งมือบางอย่างทีม่ รี าคาสูงกว่า หรือ พอๆ กัน แต่ขอ้ จำ�กัดของการร้อยไหมคือ จะอยูไ่ ด้นาน ประมาณปีครึ่ง โดยไหมจะสลายตัวไปเองภายในเวลา 8 เดือน หลังจากนั้นจะมีการสร้างคอลลาเจนต่อไปอีก ทัง้ นีเ้ มือ่ เวลาผ่านไป สำ�หรับผูท้ ตี่ อ้ งการร้อยเพิม่ ในบาง จุดก็สามารถทำ�ได้

44


45


Field Documentary

Text / Photo : วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์

แด่...นกปรอดหน้านวลที่จากไป

โกศลต้นนัน้ ห่างจากหน้าต่างบ้านราวสองเมตร ลำ�ต้นถูกตัดออกเมือ่ หลายปีกอ่ น ตอนนีม้ นั จึงมีกงิ่ ทีแ่ ตกออกจาก ส่วนบนสุดของลำ�ต้นทีเ่ หลือในตอนนัน้ กลายเป็นกิง่ หลายกิง่ แตกเป็นแขนงกิง่ เล็กกิง่ น้อย ใบสีเหลืองจุดสีเขียวขึน้ ปกคลุม ทุกกิ่ง เวลานี้ต้นโกศลจึงงดงามด้วยใบดกหนา ปกคลุมจน มองไม่เห็นกิ่งที่อยู่ภายใน เป็นที่โปรดของนกปรอดหน้านวล เป็นพิเศษ เหตุทพ่ี ดู เช่นนีเ้ พราะโกศลต้นนีเ้ ป็นทีท่ �ำ รังออกลูกของ นกพันธุน์ มี้ าหลายต่อหลายครอก มันชอบแอบมาสร้างรังออก ไข่เสมอๆ รังของนกปรอดหน้านวลเป็นรูปทรงครึ่งวงกลม ราวกับกะลามะพร้าวตัดครึง่ เพียงแต่วา่ ในรังของมันมีเถาวัลย์ เป็นเส้นเล็กๆ ขดเป็นวงขนานไปตามแนวเส้นรอบวง เส้นทีถ่ กั ทอ เป็นทีอ่ อกไข่ของนกชนิดนีด้ เู ป็นระเบียบ ประณีตเป็นอย่างมาก บ่งบอกให้รู้ว่ามันเป็นสัตว์ที่เอาใจใส่ลูกของมันเป็นอย่างยิ่ง รังทีท่ �ำ เสร็จจึงมีลกั ษณะเหมือนก้นถ้วยทรงกลมสีน�ำ้ ตาลอ่อน โอกาสที่จะเห็นหรือรู้ว่ามีรังมันแอบอยู่ในพุ่มไม้ก็ตอนที่เห็นพ่อ แม่นกเข้าออกเท่านั้น เมือ่ สองเดือนก่อน ผูเ้ ขียนเห็นมันมาทำ�รัง ออกไข่ และออกลูกทีต่ น้ โกศล ใกล้หน้าต่างบ้านผู้เขียน ผู้เขียนสังเกตเห็นมันบินออกจากพุ่มไม้นี้เมื่อเดิน ผ่านใกล้ๆ ปกตินกปรอดหน้านวลรังหนึ่งจะมีไข่สองฟอง ไข่มีขนาดราวนิ้ว ก้อย รูปทรงก็เหมือนไข่นกกระทาย่อส่วน สีสันก็คล้ายๆ กัน มีจุดสีน้ำ�ตาล สีม่วง ดูสวยงาม บอบบาง ลักษณะที่แท้จริงเป็นอย่างไรนั้นยากเกินภาษา เขียนจะบอกได้ ช่วงเวลานั้นผู้เขียนเห็นลูกนกตัวน้อยๆ สองตัวในรัง ในแต่ละวันเมือ่ กลับถึงบ้านจะชำ�เลืองดูในรังมันเสมอ บางวันก็เห็นแม่นก กกไข่กท็ �ำ เป็นไม่เห็น จนลูกนกออกจากไข่เป็นตัวนกน้อยๆ ผิวมันมีสคี ล้�ำ ๆ ออกม่วงๆ รออาหารจากแม่นก ภาพลูกนกสองตัวนั้นยังอยู่ในใจผู้เขียน จนถึงวันนี้ วันหนึ่งผู้เขียนกลับจากทำ�งาน เดินอ้อมไปหลังบ้านเห็น นกกะปูดกำ�ลังบินจากต้นนมแมวขึ้นไปบนต้นหมาก ก่อนจะ โผบินไปทางกอไผ่รมิ คลอง นกกะปูดบินจากไปแต่ใจหายวาบ เพราะนกกะปูดเป็นนกกินเนือ้ มันกินไข่นก หนอน และแมลง เป็นอาหาร เมือ่ เดินกลับมาดูรงั นก ลูกนกสองตัวทีเ่ พิง่ ออกจาก ไข่ยงั ไม่มขี นสักเส้นมันหายไปแล้ว เสียงพ่อแม่นกร้องส่งเสียง ดังมาเป็นระยะจากต้นไม้หน้าบ้าน ความรูส้ กึ ในตอนนัน้ ความ โกรธเข้ามาและพุง่ ไปรวมทีน่ กกะปูดตัวนัน้ ทัง้ ๆ ทีไ่ ม่มหี ลักฐาน ที่จะเอาผิดกับนกตัวนั้น และคิดไว้ว่าหากมีนกปรอดหน้านวล มาสร้างรังออกไข่ทตี่ น้ ไม้นอี้ กี จะกันไม่ให้นกกะปูดตัวนัน้ เข้ามา ใกล้ และอาจต้องกำ�จัดมัน ความโมโหเข้ามาครอบงำ�ใจผูเ้ ขียนอยู่ ลึกๆ นีแ่ หละเขาจึงว่า ความโกรธนำ�ไปสูค่ วามอาฆาต ไม่มเี หตุผล ความจริงแม้แต่จะคิดผูเ้ ขียนก็ไม่ควรทำ� เพราะการเข้าไปมีสว่ น

46


ในการแทรก หรือขัดขวางธรรมชาติจะเป็นเรือ่ งทีเ่ บีย่ งกฎธรรมชาติ ในระบบนิเวศเป็นอย่างยิ่ง นกกะปูดหรือนกใดๆ ย่อมมีสทิ ธิท์ จ่ี ะ โบยบินในโลกนีเ้ ท่าทีธ่ รรมชาติจะอารีตอ่ ชีวติ ของมัน อย่างไรก็ตาม ในใจนัน้ แม้ไม่ท�ำ ลาย หากเห็นมาอยูใ่ กล้ๆ รังนกปรอดหน้านวลก็ จะไล่มันไปและหวังว่าหนอนใบกล้วยน่าจะอิ่มท้องมากกว่าลูกนก ตัวเล็กๆ เป็นแน่แท้ เมื่อต้นเดือนนี้เอง นกปรอด หน้านวลมันกลับมาสร้างรังอีกครั้ง รังของมันย้ายจากกิ่งเดิมเล็กน้อย มาใกล้หน้าต่างมากขึ้น จนสามารถ มองเห็นรังนกจากทางหน้าต่างกระจก โดยทีพ่ อ่ แม่นกไม่รตู้ วั ว่ามีคนแอบมอง มันอยู่ใกล้ๆ รังนกปรอดหน้านวลที่ สร้างขึ้นเป็นทรงเดิม แต่ละวันที่มี เวลาอยูบ่ า้ นผู้เขียนมักจะแอบถ่ายรูป มันไว้เสมอ ภาพของสัตว์ตัวน้อยๆ นี้ ช่วยผ่อนคลายจิตใจ ช่วยให้ลืมงานที่ ยุ่งเหยิงในแต่ละวัน นกส่งเสียงร้อง เรียกหากัน กระโดดจากพุ่มโกศลโผ ไปทางต้นชบา ดอกชบาดูอวบอิม่ สีชมพู แกว่งไปด้วยแรงลมยามนกปรอดกระพือ ปีกกรีดกรายหยอกล้อกัน เป็นภาพทีน่ า่ รืน่ รมย์สตั ว์ตวั น้อยช่างแต้ม โลกให้นา่ อยูแ่ ละมีสสี นั สิง่ เช่นนีเ้ ป็นความสุขใจเล็กๆ ทีพ่ อจะหา ได้ในโลกใบนี้ นกปรอดหน้านวลคู่น้อี อกไข่สองฟองเช่นเดียวกับคู่นกที่มา สร้างรังเมือ่ คราวก่อน มันอาจเป็นคูเ่ ดิมหรือต่างคูก่ นั ผูเ้ ขียนไม่อาจ รูไ้ ด้ หลังจากทีเ่ ฝ้าดูการเปลีย่ นแปลงในรังนกจากไข่สองฟองมาเป็น ลูกนกตัวเล็กกระจิดสองตัว ผูเ้ ขียนหวังว่ามันจะได้เพิม่ ประชากร นกในสวน เป็นนกทีน่ า่ รักอยูใ่ กล้ๆ บ้านโดยไม่ตอ้ งถูกขังอยูใ่ นกรง ผู้เขียนเห็นลูกนกยกหัวที่ใหญ่กว่าตัวอ้าปากกว้างรออาหารจาก แม่นกแม้ชว่ งเวลานัน้ จะไม่มแี ม่มาป้อนเหยือ่ มันอาจรับรูจ้ ากความ เคลือ่ นไหวของรังทีโ่ ดนลมมาปะทะอย่างแผ่วเบา ผูเ้ ขียนเฝ้ารอ ด้วยใจที่เป็นสุข ทุกวันกลับจากทำ�งานจะแอบดูมันเสมอ เช้าวันทีส่ ามโดยประมาณนับถัดจากครัง้ แรกทีไ่ ด้เห็นลูกนก ออกจากไข่ มันเป็นวันทีอ่ ากาศขมุกขมัวด้วยฝนทีต่ ง้ั เค้าตอนเช้ามืด แสงยามเช้าวันนั้นดูซึมเซา ผู้เขียนเห็นแม่นกหรือพ่อนกโผบิน เข้ารังแล้วบินออกไปมาไปมาหลายครัง้ โดยไม่ได้สงั หรณ์ใจว่าเกิด อะไรขึน้ จนถึงเวลาจะออกไปทำ�งานผู้เขียนเข้าไปดูที่รังนกใกล้ๆ ภาพที่เห็นตรงหน้าในรังไม่ใช่เป็นลูกนกเพียงอย่างเดียว ผู้เขียน รูส้ กึ เศร้าอย่างบอกไม่ถกู ลูกนกทัง้ สองตัวไร้แล้วซึง่ ความเคลือ่ นไหว ร่างลูกนกเล็กๆ ทั้งสองราวถูกหุ้มด้วยฝูงมด ลูกนกที่น่าสงสาร มันตายแล้ว มันตายก่อนที่ผู้เขียนจะช่วยเหลือได้ ความโกรธ เข้ามาในใจอีกครั้ง ใจคิดถึงยาฉีดฆ่ายุงที่จะเอามาจัดการกับมด ที่ชั่วร้าย เวลาชั่ววูบทำ�ให้ความคิดทำ�ลายก่อตัว แต่เมื่อตั้งสติได้ มันเป็นกฎธรรมชาติ แม้ไม่ยุติธรรมในความรู้สึกของมนุษย์ เรา ไม่มีสิทธิ์เข้าไปตัดสินในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่หากเป็นช่วงเวลาที่

ลูกนกยังมีชีวิตอยู่ ผู้เขียนจะช่วยแม้จะแหกกฎก็ตาม ตอนนี้เสียใจไปก็ เท่านั้น ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา สิง่ ทีเ่ หลือตอนนีค้ อื ไม่เหลือแม้ความคิดทีช่ ว่ั ร้ายต่อนกกะปูดตัวนัน้ เช่นเดียวกับมดฝูงนัน้ แต่เชือ่ ว่าหากมีนกมาทำ�รังอีกครัง้ ผูเ้ ขียนก็คงคิดถึง เศษผ้าชุ่มน้ำ�มันพันไว้ที่โคนต้นโกศล ส่วนนกกะปูดคงไม่มาแถวนั้นอีก เพราะต้นปาล์มถูกตัดออกเพือ่ ไม่ให้มนั มาซุม่ หาเหยือ่ ตัวน้อยจากมุมสูง ได้อกี อย่างไรก็ตาม สรรพสัตว์ในโลกนีย้ อ่ มเป็นไปตามกรรม อะไรทีม่ นั จะเกิดมันก็ย่อมเกิด คิดถึงนกน้อยสีต่ วั นัน้ มาก ตอนนีค้ งทำ�ได้เพียงขอให้ไปดีเถิดนกน้อย

เพื่อนร่วมโลกที่น่ารัก

* นกปรอดหน้านวล (Yellow-vented Bulbul / Pycnonotus goiavier) เป็นนกประจำ�ถิ่น พบเห็นได้ทั่วไป

47


My Beloved Tapee

Text / Photo : กานต์ ลิ่มสถาพร

‘ความว่าง’ ในทัศนะของพุทธทาส

แม้มกี ารนิยาม “ศาสตร์ใหม่” ไปเชือ่ มโยงการเรียนรู้ เพือ่ นำ�ไปสู่ ความเข้าใจโลกภายนอกและภายใน แล้วบูรณาการโลกทัง้ สองเป็นองค์ รวมให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงสัมพันธภาพและความเชื่อมโยง แม้นกั ฟิสกิ ส์อย่าง ฟริตจอฟ คาปรา จะเขียน “โยงใยทีซ่ อ่ นเร้น” หรือ “ข่ายใยแห่งชีวิต” เผยแพร่กระบวนทัศน์นี้ไว้บ้าง อันมีสาระ ครอบคลุมตัง้ แต่ประสาทวิทยา จิตเวชศึกษา จิตวิทยา จิตวิเคราะห์และ จิตบำ�บัด ผสมผสานกับจิตวิญญาณทางพุทธศาสนา แล้วกลายเป็น “ศาสตร์แห่งจิตวิญญาณ” แต่ความสงสัยยังคงติดตามเราอยูเ่ สมอ ไม่วา่ จะเข้าใจจิต อารมณ์ กระแสสำ�นึก จิตสำ�นึก และความตระหนักรู้ ทัง้ ยามตืน่ ยามหลับ ยามฝัน และแม้แต่วาระใกล้ตาย

48

ตอนที่ 14

29 สิงหาคม 2512 ณ สวนโมกขพลาราม ท่านพุทธทาสพูด เรื่อง “รู้จักความตายให้ถูกต้อง” ตามแบบสุญญตาธรรมไว้อย่าง น่าสนใจว่า ความตายทางภาษาคน คือ ตายทางร่างกาย มันไม่ได้มี ความหมายอะไรเลย นอกจากไม่มคี วามหมายแล้ว ยังหมดความหมาย อีกด้วย เพราะมันเป็นเพียงการสลายของเปลือกทีไ่ ร้คา่ ไร้ความหมาย ผู้มีปัญญาเห็นธรรมแล้ว จะไม่เห็นมีความตาย เห็นเป็นเพียง ความเปลี่ยนแปลงของเหตุปัจจัยเท่านั้น ตายในภาษาธรรม คือ ตายของความโง่ ตายของความยึดมั่นถือมั่นว่า ตัวกู-ของกู ปัญหาหนักอกของคนทีไ่ ม่รจู้ กั เรือ่ งนี้ ก็เหมือนทีซ่ กิ มุนด์ ฟรอยด์ พูดไว้ว่า ปัญหาทั้งหมดของมนุษย์อยู่ที่กามารมณ์ แต่พุทธศาสนา บอกว่าปัญหาทัง้ หมดมันรวมอยูท่ คี่ วามทุกข์ และมีความหมายสำ�คัญ ทีส่ ดุ อยูท่ คี่ วามตาย หรือความกลัวตาย โดยมีสญ ั ชาตญาณทีน่ �ำ หน้า สุดอยู่อันหนึ่ง นั่นคือ “ความอยากอยู่” หรือ “ความไม่อยากตาย” นั่นเอง สิ่งมีชีวิตทุกชนิด มีความรู้สึกกลัวตาย ไม่เว้นแม้กระทั่งต้นไม้ ไม่เว้นแม้การทำ�วิปัสสนาอยากดับทุกข์ อยากจะไปนิพพาน ทำ�กัมมัฏฐาน ก็ล้วนกลัวตาย เพียงแต่มันหลอกตัวเอง มันปกปิดไว้ อย่างซับซ้อน แต่โดยเนือ้ แท้กค็ อื กลัวทีจ่ ะไม่ได้อยู่ ยิง่ มีความเป็นอยู่ เป็นสุข มีความพอใจมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความกลัวตายมากเท่านั้น ดังนั้น จึงเห็นได้ถึงตัณหา 3 ประการ คือ ความอยาก, อยาก ด้วยความโง่, ทำ�ให้กลัวตาย ทั้ง 3 อย่างนี้ มาจากอวิชชา แล้วก็มีปัญหา ทำ�ให้กลัวตาย กลัวตายโดยรู้สึกด้วยอำ�นาจของความคิดก็มี โดยไม่ต้องคิด หรือคิดไม่ได้โดยไม่รู้สึกก็มี มันอยู่ในส่วนลึกของความรู้สึก เราจึง กลัวตายทั้งที่โดยรู้สึกและโดยไม่รู้สึก แม้ว่าความกลัวตายจะซ่อนอยู่หลายชั้น เช่น กลัวสิ่งที่ไม่รู้จัก แต่มันดูน่ากลัว, กลัวเสียชื่อเสียเกียรติ, กลัวจะสูญเสียประเทศ, กลัวจะเสียของรักของใคร่ ฯลฯ ปัญหาทีเ่ กิดจากความกลัวตายนี้ จึงเป็นปัญหาทัง้ หมด เป็นปัญหา ที่ซับซ้อนและก็เป็นต้นเหตุท่ีดี ที่ทำ�ให้เราค้นหาความไม่ต้องตาย ซึ่งเป็นมูลเหตุให้ค้นพบนิพพาน “แต่วา่ น้อยนักหนาทีค่ นธรรมดาจะค้นหานิพพานพบ มันไปมัว กลัวตายอยู่อย่างนั้น มันไม่ค้นวิธีที่จะพ้นจากความกลัวตาย ถึงแม้ ว่าต้องการจะแก้ปญ ั หาของความตาย มันก็ไปแก้ปญ ั หาชนิดทีแ่ ก้ไม่ได้ คือเป็นความโง่เขลาอย่างอื่น ไปกลบเกลื่อนกันอย่างอื่น”


“เพราะรูจ้ กั แต่ความตายทางเนือ้ หนัง ความตายภาษาคน ก็ขวนขวาย จะแก้กนั ทางเนือ้ หนังหรือทางวัตถุ ทางฟิสกิ ส์นเ้ี รือ่ ยไป ทีจ่ ะแก้ความตาย ด้วยความรู้ทางธรรมให้หมดความรู้สึกว่าตายนี้ไม่เคยคิดกัน ความรู้ ทางฟิสกิ ส์ไม่มที จี่ ะแก้ความรูส้ กึ ทางจิตใจในข้อนี้ ฉะนัน้ มันก็เป็นเรือ่ ง ที่แก้ไม่รู้จักจบ แก้ไม่รู้จักสิ้น” พุทธทาสชี้ว่าต้องแก้ทางธรรม หันไปหาธรรมะมาแก้ทางวิญญาณ ให้เกิดความเข้าใจถูกต้อง เสียว่ามันไม่ใช่ความตาย หรือมันไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ความตายในภาษาธรรม หมายถึง มีความรู้จนฆ่าความโง่ตาย เรียกว่ามีวิชชาเกิดขึ้น จนฆ่าอวิชชาให้ตายไป ถ้ามีความตาย ชนิดนี้เกิดขึ้นแล้ว ความตายทางภาษาคนก็หมดความหมาย คือ ไม่มี ความตายอีกต่อไป พ้นจากตัวกู-ของกู พุทธทาสยังมองไกลไปถึงความกลัวระดับ มหึมา “การทำ�สงครามเพือ่ ความยุตธิ รรมนัน้ โกหก พูดแต่ปาก ทีว่ า่ ทำ� สงครามกันในโลกเวลานี้ อ้างว่าเพือ่ ความเป็นธรรม เพือ่ ความยุตธิ รรม มองเห็นได้วา่ โกหก ทีแ่ ท้ท�ำ สงครามเพือ่ ความอยูร่ อดของตัวคูส่ งคราม

ฝ่ายไหนก็ตาม ทำ�สงครามเพือ่ ความอยูร่ อดของตัว ความ อยากอยู่รอดของตัวนี่ เพราะความกลัวตายจึงเลยทำ�ให้ ทำ�สงครามเกินขอบเขต” นัน่ เท่ากับอย่าให้ความกลัวตายอย่างโง่เขลาเกิดขึน้ ให้เอาความกลัวตายอย่างสติปัญญามาแก้ไขลบล้าง โดย สามัญ “มรณัสสติ” ก็คือ ความกลัวตายเหมือนกัน แต่ มันเป็นความกลัวตายของผู้มีสติปัญญา มองเห็นความ ตายในลักษณะที่ถูกต้องสมบูรณ์ ก็ทำ�อะไรสักอย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ มรณัสสติจึงจำ�เป็นต้องเจริญอยู่ทุกวัน ระลึกถึง ความตายให้เกิดความไม่ประมาท แล้วทำ�สิ่งที่ควรทำ� พูดกันตามประสาชาวโลก เราจะพบว่าปัญหาต่างๆ อยูท่ ค่ี วามตายมาจากความตาย เป็นเหตุให้เกิดกลัวตาย ถ้ากลัวตายอย่างผิดวิธี ก็นำ�ไปสู่ความเสื่อมเสีย ศีลธรรม ถ้ากลัวตายถูกวิธีมันก็นำ�เราสู่ความมีศีลธรรม ทุกนาทีของการเป็นอยู่ อย่าให้เสียสติสมั ปชัญญะทำ�อะไร โง่ๆ ลงไปด้วยความตายที่ไร้สำ�นึก “ความรูข้ องคนเราในโลกทีเ่ รียกว่า กำ�ลังเจริญสติ อยู่ในเวลานี้ เราไม่ได้หยิบเอาเรื่องความตายหรืออะไร ทำ�นองนี้ขึ้นมาพูดกันหรือเอามาคิดค้นกัน” เราต้องรูเ้ คล็ดลับอันสำ�คัญของชีวติ ในข้อนี้ เพราะ มันเป็นแนวทางของ “โลกุตตระ” ทีแ่ ปลว่า “เหนือโลก” นั่นคือ เมื่อรู้ว่าโลกคือความทุกข์ โลกคือปัญหา ของความทุกข์ ทางที่ถูกควรจะตั้งต้นที่โลกิยะ แล้วเดิน ก้าวหน้ามุ่งไปสู่โลกุตตระ มีชีวิตอยู่อย่างสดชื่นโดยไม่ กลัวตาย เป็นวิชชาโดยไม่ตอ้ งค้นคว้าอะไรมากนัก แค่ใช้ สามัญสำ�นึกเท่านัน้ ก็พอ เพราะว่าสามัญสำ�นึกเป็นความรู้ ทางการดับทุกข์ของสัตว์โลก คนหนึง่ มีความรูส้ กึ อย่างชาวบ้าน อีกคนหนึง่ มีความรูส้ กึ อย่าง ผู้รู้ ดังนั้น ความสับสนในทางความหมายของคำ�ที่พูดกันนั้นย่อมมี ระหว่าง “ความตาย” กับ “ความอยู่” ทั้งที่ “ความตาย” กับ “ความอยู่” เป็นเรื่องเดียวกัน ต้องยกจิตใจให้สูง อยู่เหนือความหมายของคำ�ว่า “เกิด” กับ “ตาย” ให้ได้ จึงจะเรียกว่า การสิ้นสุดของความทุกข์ ซึ่งจะเรียกว่า นิพพาน ความว่าง สุญญตา หรืออะไรก็ตามที่อยากนิยาม แต่แก่นแท้เกีย่ วกับความตายในทัศนะของท่านพุทธทาสนัน้ สัน้ และเข้าใจง่ายดี ความไม่มีตัวกู-ของกู เพื่อจะตาย คือ ความไม่ตาย ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องของสังขาร ดิน น้ำ� ลม ไฟ เป็น เรื่องธรรมชาติ

49


Let’s Get Tanned Text / Photo : มิริญดา

สวัสดีปใี หม่ 2560 ค่ะท่านผูอ้ า่ น ทุกท่าน ปีนชี้ าวปักษ์ใต้ฝงั่ อ่าวไทยเราต้อนรับปีใหม่ดว้ ยความชุม่ ฉ่�ำ ของสายฝน บางพื้นที่มวลน้ำ�มากไปจนประสบภัยน้ำ�ท่วม ผู้เขียนขอเป็นกำ�ลังใจให้ทุกครัวเรือนนะคะ

New Year’s Resolutions 2017 ปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ผู้เขียนเชื่อว่ามี เรื่องราวมากมายที่ท่านผู้อ่านไม่อยากลืมและ อาจมีเรือ่ งราวทีไ่ ม่อยากจะจดจำ� แต่เหตุการณ์ ที่พวกเราคนไทยทุกคนจะจดจำ�ไปชั่วชีวิต คือ การสูญเสียพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชฯ ผูท้ รงเป็น ทีร่ กั ยิง่ ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม จากวันอัน แสนอาดูรในวันนัน้ ความเสียใจไม่ได้จางหาย ไปจากความรู้สึกของผู้เขียนเลยแม้แต่น้อย และเชื่อว่าผู้อ่านจำ�นวนไม่น้อยก็คงรู้สึกเช่น เดียวกัน หากแต่วนั นี้ พวกเราเริม่ ทำ�ใจยอมรับ การสูญเสียครั้งใหญ่หลวงนี้ได้มากขึ้น เพราะ เข้าใจว่าความตาย คือ สัจธรรม พวกเราเริ่ม ยิม้ สูอ้ กี ครัง้ เพราะตระหนักได้วา่ พระองค์ทา่ น ไม่ได้ทรงจากไปไหน หากแต่ยังทรงสถิตในใจ พสกนิกรชาวไทยชัว่ นิรนั ดร์ และความยิง่ ใหญ่

50

แห่งคุณงามความดีของพระองค์ทา่ นจะปรากฏ แก่สากลโลกตราบนานเท่านานในฐานะ King of Kings และทีส่ �ำ คัญทีส่ ดุ พวกเราคนไทยต้อง ร่วมทำ�ความดีสืบสานพระราชปณิธานของ พระองค์ท่านต่อไป เมื่อเริ่มปีพุทธศักราชใหม่ หลายๆ ท่าน คงมีความตั้งใจ มีการกำ�หนดเป้าหมายต่างๆ ให้กับชีวิตสำ�หรับอีก 365 วันข้างหน้า ภาษา ฝรั่งเรียก “New Year’s Resolutions” ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเริ่มต้นอะไร ใหม่ๆ นะคะ ผูเ้ ขียนเองตัง้ เป้าหมายสิง่ ทีจ่ ะทำ� สำ�หรับรอบปีนไี้ ว้บา้ งอยูเ่ หมือนกัน แต่กส็ งสัย ใคร่รู้ว่าผู้คนอื่นๆ กล่าวถึง New Year’s Resolutions กันอย่างไรบ้าง จึงลองอ่าน ข้อมูลจากเว็บไซต์ตา่ งๆ เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำ� มาแบ่งปันกับท่านผู้อ่าน ลองดูนะคะว่าเรามี


New Year’s Resolutions สำ�หรับปีระกานี้ ตรงกันบ้าง หรือไม่ (เผื่อว่าจะได้แอบให้กำ�ลังใจกันและกัน ^^) ใส่ใจดูแลตัวเอง : ประเด็นนีเ้ ป็นเป้าหมายทีต่ ดิ ชาร์ตลำ�ดับต้นๆ เลยค่ะ จากข้อมูลที่อ่าน พบว่า เหล่านักจิตวิทยาแนะนำ�ให้ผคู้ นหันมาอยูก่ บั ตัวเอง รักและเคารพตัวเอง ดูแลสุขภาพ กินอาหารที่มีประโยชน์ พูดคุยกับตัวเองเพือ่ ตรวจสอบความรูส้ กึ ในแต่ละวัน ผูเ้ ขียนว่า ไม่เลวนะคะ เพราะทุกวันนี้เราอยู่กับ “โลกภายนอก” มาก จนบางครั้งอาจจะหลงลืม “โลกภายใน” การได้ใช้เวลาสัก เล็กน้อยในหนึ่งวันสำ�รวจความรู้สึกของตัวเอง อะไรที่ทำ�ให้ รู้สึก “ดีต่อใจ” และอะไรบ้างที่ทำ�ให้รู้สึกหดหู่ หม่นหมอง การทบทวนนีก้ เ็ พือ่ ให้เราตระหนักว่าพรุง่ นีค้ วรทำ�อย่างไรบ้าง เพือ่ ให้บงั เกิดความรูส้ กึ ดีตอ่ ใจ มากทีส่ ดุ ทัง้ นีใ้ นข้อมูลทีอ่ า่ น ไม่ได้บอกว่านานแค่ไหน และช่วงเวลาใด แต่ผเู้ ขียนคิดว่าสัก วันละ 5 นาทีก่อนนอนน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม ลองคืนนี้ เลยนะคะ ^^ เป็นผู้ให้ให้มากขึ้น : เคยได้ยินคำ�กล่าวที่ว่า “การเป็นผูใ้ ห้ มีความสุขกว่าการเป็นผูร้ บั ” ไหมคะ การให้ในทีน่ ไี้ ม่ได้หมายถึงการให้สงิ่ ของ การบริจาค เงินเพือ่ การกุศลเท่านัน้ แต่รวมไปถึงการให้ดว้ ยการลงมือทำ� การใช้แรงกายแรงใจ ความสามารถเพื่อทำ�ประโยชน์ให้แก่ สังคมส่วนรวม ในรูปแบบใดก็ได้ทเี่ รามีก�ำ ลังทีจ่ ะทำ�ได้ ผูเ้ ขียน ชอบดูรายการโทรทัศน์เกีย่ วกับชีวติ ของบุคคลเดินดินธรรมดา แบบเราๆ ท่านๆ แต่มีความแตกต่างตรงที่คนเหล่านี้ “ไม่ ธรรมดา” ในความเป็น “ผูใ้ ห้” เด็กผูห้ ญิงวิง่ ไปช่วยชีวติ สุนขั ตัวน้อยที่ถกู รถชนบนท้องถนนโดยไม่หว่ งชีวิตตนเอง ตำ�รวจ หนึ่งคนปลูกต้นไม้มาแล้วกว่าหมื่นต้น คุณยายสูงวัยเลือกที่ จะใช้ชีวิตลำ�พังในป่าใหญ่เพื่อสร้างฝายทดน้ำ�ตามลำ�ห้วย และอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องราวเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนให้เรา เห็นคุณค่าของการเป็นผู้ให้ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจชั้นยอด ให้ผู้คนหันมาแบ่งปันให้กับทุกชีวิตบนโลก สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียน สังเกตเห็นจากบุคคลธรรมดาที่ไม่ธรรมดาในการให้เหล่านั้น คือ ทุกคนเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองทำ�ด้วยรอยยิ้ม… ซึ่งคงเป็นหลัก ประกันได้ว่า “การเป็นผู้ให้ มีความสุขกว่าการเป็นผู้รับ” เสมอ ลองทำ�สิง่ ใหม่ทที่ า้ ทาย : ข้อนีไ้ ม่ได้ให้ทา้ ทาย กับความเสี่ยงแบบ Fast and Furious พุ่งแรง แซงทุกโค้งแบบในหนังฮอลลีวดู้ หรือ การทำ�การ ใดใดแบบบ้าระห่�ำ แต่เป็นความท้าทายในแบบฉบับของท่านเอง เพราะคนแต่ละคนคงมีนยิ ามและรูปแบบของ “ความท้าทาย”

ทีแ่ ตกต่างกัน และสิง่ ใหม่ทที่ า้ ทายความสามารถของผูเ้ ขียนทีก่ �ำ ลังเกิดขึน้ ในปีนี้ คือ การได้เป็นนักเขียนประจำ�ของนิตยสาร นี่แหละค่ะ ท้าทายสุดๆ แล้ว ณ จุดนี!้ ทีว่ า่ ท้าทายเพราะยอมรับแบบเปิดอกเลยค่ะว่าไม่มนั่ ใจว่าจะเป็น “นักเขียน” ได้หรือไม่ แต่เมือ่ โอกาสเดินทางมาถึงหน้าประตู เคาะประตูเสียงดัง ให้ได้ยนิ จึงถามหัวใจตัวเองว่า “อยากลองหรือไม่… มันท้าทายดีนะ” และยิง่ เมือ่ ดร.หิรญ ั บรรณาธิการบริหารนิตยสารกล่าวว่า “ผมมีเวทีให้ คุณแค่ขนึ้ ชก” การตัดสินใจลงมือทำ�สิ่งใหม่ที่ท้าทาย จึงจบลงที่ “Yes, I can do it.” (ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ^^) เดินทางสำ�รวจโลก : ในความเป็นจริง ด้วยภาระงานประจำ� ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางอยู่บ่อยๆ ใกล้บ้าง ไกลบ้าง แต่ปีนี้ มีความตัง้ ใจอย่างแน่วแน่วา่ นอกจากจะไม่ขอลดการเดินทาง อันเนือ่ งมาจากงานแล้วนัน้ จะขอเดินทางสำ�รวจโลกแบบ “ใจสัง่ มา” ให้มากขึน้ ใกล้ไกลจึงไม่ใช่ประเด็นสำ�คัญ เพราะเป้าหมายคือ “Let’s get tanned!” ไม่ใช่ผิวสีแทนค่ะ (เพราะทุกวันนี้ก็แทนค่ะ… แทนที่จะขาว ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ) หาก แต่เป็น “ประสบการณ์ และมุมมองใหม่ๆ” ที่อยากจะเติมเต็มให้กับชีวิตใน ปีระกานี้

อย่าลืมตั้ง New Year’s Resolutions สำ�หรับตัวเอง อะไรก็ได้ แต่ต้องสามารถทำ�ให้สำ�เร็จได้จริง แล้วเจอกันกับ Let’s Get Tanned ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ สวัสดีปีระกา! ขอบคุณข้อมูลจาก www.forbes.com, www.entrepreneur.com, www.nbcnews.com

51


ชิ น ชวน ชิ ม By @Surat Photo : ชิน เย็นแจ่ม / Text : วิชชุดา อินทร์แก้ว

www.facebook.com/chinchuanchim IG :: chin_chuan_chim

Foodhouse Cafe & Restaurant เมนูแนะนำ� ไก่ย่างตะไคร้, ข้าวผัดน้ำ�พริกตะไคร้ปลาย่าง

ราคาเริ่มต้น พิกัด Wi-Fi

: 59-300 บาท : ถนนโฉลกรัฐ ใกล้ฟิตเนส Fit For Life : มี

เวลาเปิด-ปิด โทรศัพท์ ที่จอดรถ

: 10.00 - 21.00 น. หยุดทุกวันพุธ : 095-256-9953 : มี

Land South Photo Cafe ร้านนั่งชิล เล่นเพลงโฟล์คซอง บรรยากาศเป็นกันเอง

ราคาเริ่มต้น โทรศัพท์ Wi-Fi

52

: 60-150 บาท : 091-551-4301 : มี

เวลาเปิด-ปิด พิกัด ที่จอดรถ

: 15.00 - 24.00 น. : ถนนตลาดใหม่ ซอย 3 (ซอยป้าแนม) ปากซอยโรงเรียนอนุบาลหนูน้อย : มี


53


Health Care

Text / Photo : สุจิตรา ก่อกิจไพศาล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

“พ่อเล่าเรื่อง...”

ป่าดงดิบในอำ�เภอคีรีรัฐนิคม ย้อน

เวลาไปเกือบ 60 ปี ที่ตำ�บล

ท่าขนอน อำ�เภอคีรีรัฐนิคม ผู้คนในยุคนั้นหนาแน่น ในตลาดเดิมมี การค้าขายกันอย่างคึกคัก ที่ตลาดเก่า บ้านเรือนแพ มีรา้ นค้ามากมาย เพราะทีน่ ่ี เป็นจุดศูนย์รวมของการค้าขาย ตาขุน พนมยังขึ้นตรงกับคีรีรัฐนิคม ไม่มีถนน การเดินทางจากที่นั่นมาค้าขายที่ตลาด ท่าขนอนต้องใช้การเดินเรือเท่านัน้ ถ้าเขา เหล่านัน้ จะไปอำ�เภอพุนพิน ต้องโดยสารเรือมาขึน้ ทีท่ า่ ขนอนก่อน แล้ว ค่อยเดินทางต่อโดยรถไฟ ซึง่ การเดินทางค่อนข้างลำ�บาก ไม่มรี ถยนต์ จักรยานยนต์ บ้านไหนมีรถจักรยานก็หรูแล้ว จากสถานีรถไฟขึน้ ไปนัน้ เป็นป่าทึบ ยังไม่มถี นน พ่อไปบุกเบิกจับจองพืน้ ทีไ่ ด้ทโี่ ตนยาง ซึง่ ห่าง จากบ้านทีท่ า่ ขนอนมากในสมัยนัน้ การเดินทางใช้การเดินเท้า บุกป่า ขึ้นไป มีทางเดินเล็กๆ ให้พอเดินได้เท่านั้น แต่ถ้าหากต้องเอาของไป ด้วยจะต้องใช้ควายลากไป เมือ่ พ่อกลับมาแต่ละครัง้ ด้วยความทีค่ ดิ ถึง พ่อมาก ผู้เขียนจะขอติดตามไปด้วย ซึ่งสร้างความลำ�บากให้พ่อพอ สมควร เพราะพ่อจะให้ผเู้ ขียนนัง่ ไปในเลือ่ น (เราเรียกว่า นวนควาย) ซึง่ พ่อได้ท�ำ เลือ่ นเอง โดยทำ�จากไม้ไผ่ ผูเ้ ขียนพยายามหาจากรูปภาพ มาแสดงเพือ่ ให้ผอู้ า่ นได้รจู้ กั ก็ไปพบภาพเก่ามากๆ พอจะนำ�มาแสดง ให้ทา่ นได้เข้าใจ เราออกเดินทางตัง้ แต่เช้าตรู่ กว่าจะไปถึงสวนก็พลบค่�ำ

54

ระหว่างทางควายต้องพักบ้างเดินบ้าง เสียงร้องของสัตว์ปา่ ระงม บางครัง้ ได้ยนิ เสียงเสือ ช้าง ชะนี เพราะเป็นป่าทึบ พลบค่�ำ มาก็เสียงจักจั่น ช่างวังเวงดีจริงๆ แต่ก็มี ความสุขลึกๆ ทีเ่ ราจำ�ไม่ลมื บนผืนป่าแห่งนัน้ เรานัง่ บ้างหลับบ้างไปตลอดทาง พ่อบอกว่าเราต้องไปให้ถงึ ทีน่ นั่ ก่อนค่�ำ เพราะอาจมีอนั ตรายจากพวกสัตว์ได้ และหาก มืดในป่าจะยิ่งลำ�บากยากขึ้นไปอีก ไฟฟ้าก็ไม่มี ต้องอาศัย ขี้ชันจากยางไม้ ซึ่งระหว่างทางพ่อก็จะชี้ให้ดูต้นไม้ที่มีชัน สามารถติดไฟได้ การใช้คบเพลิงจากชันไม้นนั้ ก็เพียงแค่เรา เอาขุยมะพร้าว ไปคลุกกับชันหรือยางไม้ แล้วเอามาห่อกับ กาบหมาก (เราเรียกว่า ดกหมาก) มัดให้เป็นลำ� (เราเรียกว่า ขี้ไต้) เมื่อจุดไฟสามารถเป็นคบเพลิงได้ดี สมัยนั้นหากจะ ต้องเดินทางไปในที่มืดๆ จะใช้คบเพลิง เพราะไม่มีไฟฉาย เหมือนในปัจจุบนั คบเพลิงเมือ่ จุดติดแล้ว แม้วา่ ลมพัดแรง ก็จะไม่คอ่ ยดับ มักใช้ในครัวเรือน และทำ�ได้งา่ ยจากป่าดงดิบ เพราะมีตน้ ไม้มาก ผืนป่าทีม่ ตี น้ ไม้ใหญ่หนาทึบ ส่งผลให้เกิด


ความชุม่ ชืน้ ตลอดปี หาไม่ได้อกี แล้วเมือ่ ความเจริญมาเยือน จากจำ�นวนผูค้ นทีเ่ ข้า มาอยูเ่ พิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และจากการทำ�สัมปทานป่าไม้ ทีไ่ ม่หลงเหลือป่าดงดิบให้ เราเห็นอีกต่อไป ความอุดมสมบูรณ์มลายหายไปสิน้ เก้ง กวาง ค่าง บ่าง ชะนี หมดไป พร้อมกับผืนป่า สมัยนั้นพี่ชายใหญ่ที่ไปช่วยพ่อทำ�สวนจะเป็นคนที่หาอาหารมาให้ เรากิน ปลาในน้ำ�ที่ถัดลงมาจากน้ำ�ตกหินลาด หรือของป่าที่หาได้ง่าย เป็นอาหาร ได้หมด และเมือ่ ได้มา เช่น หมูปา่ เราจะต้องเอามาถนอมอาหารไว้ เช่น ทำ�หมูเค็ม เพือ่ ไว้กนิ นานๆ เพราะสมัยนัน้ ยังไม่มตี เู้ ย็น ไฟฟ้า ประปา ต้องอาศัยน้�ำ จากคลอง และน้ำ�ฝนมาใช้ในการอุปโภค บริโภค ไม่มีถังพลาสติกที่จะไปตักน้ำ�ในคลอง ดังนั้นต้องใช้โอง (ไม้ไผ่ลำ�โตๆ นำ�มาทะลวงปล้องออกให้หมด) ไปตักน้ำ�จาก ลำ�คลองมาใช้ เราอยู่กับธรรมชาติและธรรมชาติก็ให้ประโยชน์กับเรา จนกระทั่ง ความเจริญมาเยือน อากาศร้อนแห้งแล้งมาเยือน ก็ย้อนให้รำ�ลึกนึกถึงที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่ 9 ได้ทรงสอนให้เรารักป่า และสงวนไว้ให้ดี เพราะนัน่ หมายถึงต้นน้ำ�ลำ�ธารอันอุดมสมบูรณ์ที่จะหมดไป


Herbs for Health Text / Photo : หนังสือสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 11

ตำ�ลึง

ยาเบาหวาน คลานตามรั้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Coccinia grandis (L.) Voigt วงศ์ Cucurbitaceae ชื่ออื่นๆ : ผักแคบ (ภาคเหนือ) แคเต๊าะ (แม่ฮ่องสอน) ผักตำ�นิน (อีสาน) ลักษณะ : ไม้เถาล้มลุก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกเดี่ยวหรือดอกช่อ แยกเพศต่างต้น ออกที่ง่ามใบ สีขาว ผลสุกสีแดง การขยายพันธุ์ : แยกหน่อ

ผักรวยวิตามินเอ บำ�รุงตา บำ�รุงผิวพรรณ ตำ�ลึงเป็นผักที่มีวิตามินสูงมาก สูงเป็นอันดับสี่จากการศึกษาของกรม วิทยาศาสตร์การแพทย์ อันดับหนึ่งคือ ใบยอ 43,333 ยูนิต ใบแมงลัก 26,000 ยูนิต ใบโหระพา 20,712 ยูนิต ใบตำ�ลึง 18,608 ยูนิต ซึ่งมากกว่า มะรุมประมาณ 3 เท่า (มะรุมมีวติ ามินเอ 7,564 ยูนิต) ในสมัยก่อนชาวบ้าน ที่มีอาการตามัวจากการขาดวิตามินเอ จะเลือกรับประทานตำ�ลึงเป็นอาหาร ประจำ�และอย่าลืมรับประทานอาหารที่มีไขมันร่วมด้วยเพราะจะช่วยในการ ดูดซึมวิตามินเอได้ดีขึ้น สำ�หรับคนผิวแห้ง ไม่มีน้ำ�มีนวล ขอแนะนำ�ให้กินตำ�ลึงเป็นอาหาร ทุกวัน เพราะในตำ�ลึงนอกจากจะมีวิตามินเอสูงแล้ว ยังมีวิตามินบี 3 ที่ช่วยบำ�รุงผิวหนัง ทำ�ให้ผิวสวยได้อีกด้วย

ตำ�ลึง...มรดกสุขภาพที่อาอึ้มอาม่าทิ้งไว้ในชาม ในสมัยทีผ่ เู้ ขียนเรียนอยูป่ ระถมปลาย ได้เข้ามาพักอยูก่ บั อาอึม้ “ร้านง่วนฮะ” ในตลาดนครนายก อาหารทีไ่ ม่เคยขาดในสำ�รับเย็น ทุกวัน ทุกวันจริงๆ คือบะช่อหมูสับตำ�ลึง แต่ทุกคนในบ้านก็กิน กันได้ไม่เคยเบือ่ เมือ่ โตขึน้ เป็นเภสัชกรทีส่ นใจสมุนไพรจึงได้ทราบ ถึงภูมิปัญญาอาอึ้มในการทำ�อาหารสุขภาพให้คนในครอบครัวได้ รับประทาน ตำ�ลึงเหมาะเป็นผักที่ควรรับประทานทุกวันจริงๆ เพราะ เป็นสมุนไพรที่มีรสเย็น แก้ร้อนใน ช่วยดับพิษร้อนอันเกิดจาก ความเครียดที่ต้องเผชิญมาทั้งวัน อีกทั้งตำ�ลึงยังมีสารช่วยย่อย แป้ง ทำ�ให้ไม่อดึ อัดท้องเมือ่ รับประทานอาหารเข้าไป ตำ�ลึงยังช่วย ในการขับถ่าย แก้ทอ้ งผูก มีคณ ุ ค่าทางอาหารสูง ช่วยบำ�รุงสุขภาพ ทีส่ �ำ คัญมีฤทธิต์ า้ นอนุมลู อิสระและต้านการอักเสบ จึงมีประโยชน์ ต่อการชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ และเหมาะกับผู้หญิง ที่ให้นมบุตรเพราะช่วยเรียกน้ำ�นม และมีสารอาหาร แคลเซียม วิตามินที่เป็นประโยชน์กับทารก

56

ตำ�ลึง...อาหารเสริมแคลเซียม ตำ�ลึงนัน้ เป็นผักทีอ่ ดุ มด้วยวิตามิน แร่ธาตุ มากคุณค่าทางโภชนาการ เป็น ยาสมุนไพรที่ใกล้ชิดชาวบ้าน งานวิจัยล่าสุดจากการศึกษาของสถาบันวิจัย โภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ตามโครงการพัฒนาตำ�รับอาหารไทยที่มี แคลเซียมสูงได้ศึกษาอาหารในเมืองไทย โดยเลือกกลุ่มพืชผักเป็นตัวนำ�ร่อง มาเปรียบเทียบกับนมที่ได้รับการยอมรับกันว่าเป็นแหล่งอาหารดีที่สุดของ แคลเซียม ในอาสาสมัครคนไทย เพศหญิงอายุระหว่าง 20-45 ปี พบข้อมูล สำ�คัญว่า ความสามารถในการดูดซึมและนำ�ไปใช้ประโยชน์ของแคลเซียมจาก นม มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 55.2 ขณะที่การดูดซึมแคลเซียมจากตำ�ลึงและถั่วพูมี ค่าเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 47.6 และ 39.1 ตามลำ�ดับ ส่วนผักบางชนิดแม้จะ มีแคลเซียมสูงแต่ก็มีสารไฟเตท และออกซาเลทมาก จนไปขัดขวางการดูด ซึมได้ เช่น ผักโขม เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่ไม่นิยมการดื่มนมหรือดื่มนมไม่ได้เพราะร่างกายไม่ย่อย ทำ�ให้ ท้องอืด ควรหันมาเลือกกินใบตำ�ลึงและถั่วพูมากๆ แม้การดูดซึมจะไม่มาก เท่าแต่ก็เป็นรองเล็กน้อยเท่านั้น และยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูงทีเดียว การกิน ตำ�ลึงเป็นประจำ�จะช่วยให้รา่ งกายแข็งแรง กระดูกแข็งแรง โดยไม่ตอ้ งเสียเงิน ไปซื้ออาหารเสริมแพงๆ แต่อย่างใด


ตัวอย่างตำ�รับยา ตำ�รับยาแก้เบาหวาน ตำ�รับ 1

เอารากผักตำ�ลึง รากผักหวานป่า รากฟักข้าว รากกุม่ น้�ำ รากกุม่ บก ต้มกินติดต่อกันไปเรื่อยๆ

ตำ�รับ 2

ข้อรากผักตำ�ลึงฝนกับน้ำ�ดื่ม หรือใช้เถาผักตำ�ลึงสับเป็นท่อนๆ ยาว 2-3 นิ้ว จำ�นวน 1 กำ�มือ ใส่น้ำ�พอท่วม ต้มนาน 15-20 นาที นำ�มาดื่มเช้า-เย็น ติดต่อกันอย่างน้อย 7-10 วัน ช่วยลดน้ำ�ตาลใน เลือด หรืออาจใช้สว่ นของต้น ใบ และราก ต้มรวมกันแทนเถาอย่าง เดียวก็ได้

ตำ�ลึง...ยาเบาหวานคลานตามรั้ว ตำ�ลึงเป็นสมุนไพรที่คนไทยทุกภาครับรู้กันดีว่าเป็นสมุนไพรรักษาเบา หวาน ทั้งราก เถา ใบ ใช้ได้หมด มีสูตรตำ�รับหลากหลาย และในตำ�รา อายุรเวทก็มีการใช้เป็นยารักษาเบาหวานมานานนับพันปี ปัจจุบันมีการ ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับตำ�ลึงจำ�นวนมากและเป็นสมุนไพรที่เชื่อถือได้มากที่สุด ตัวหนึง่ การทบทวนผลการศึกษาวิจยั อย่างเป็นระบบเกีย่ วกับสรรพคุณของ สมุนไพรลดน้ำ�ตาลในเลือดของทีมนักวิชาการจาก Harvard Medical School พบว่าตำ�ลึงและโสมมีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิผลในการลด น้ำ�ตาลดีที่สุด ตำ�ลึงแสดงผลการลดน้�ำ ตาลทัง้ ในคนและสัตว์ทดลอง สรรพคุณ ของตำ�ลึงที่ช่วยลดน้ำ�ตาล อยู่ในส่วนที่เป็นใบ ราก ผล มีการศึกษา พบว่าการประทานตำ�ลึงวันละ 50 กรัม (ครึ่งขีด) ทุกวัน สามารถ รักษาระดับน้�ำ ตาลให้คงทีไ่ ด้ ข้อดีของตำ�ลึงคือปลูกง่าย หาง่าย และ ราคาถูกกว่าโสมมาก โดยเฉพาะในบ้านเรา

ตำ�ลึง...ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ตำ�ลึงได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรรักษาอาการผื่นแพ้ทางผิวหนังได้เป็นเลิศ ตั้งแต่ผื่นคันจากพืชคัน เช่น ตำ�แย หมามุ่ย หนอนคัน บุ้ง หอยคัน มดคัน ไฟ ผื่นคันจากน้ำ�เสีย ผื่นคันจากละอองข้าว ผื่นคันชนิดที่ไม่รู้สาเหตุ เริม งูสวัด สุกใส หิด สิว ฝีหนอง เป็นต้น ซึ่งการที่ตำ�ลึงมีสรรพคุณเช่นนั้นก็ เนื่องมาจากการที่ตำ�ลึงมีฤทธิ์ในการลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี

ตำ�ลึง...ช่วยลดความดัน การรับประทานลูกตำ�ลึงและใบตำ�ลึงเป็นอาหารและยา เช่น นำ�เอา ลูกตำ�ลึงทีแ่ ก่ หรือสุก มาหัน่ กิน แม้รสจะขมมาก หรือนำ�ลูกตำ�ลึงมาผัดกับ กระเทียม มะเขือเทศ ปลาแห้ง รับประทานกับข้าว การใช้แบบนีส้ อดคล้อง กับการใช้ยาของหมอยาเมืองเลยอย่างไม่นา่ เชือ่ เพราะหมอยาเมืองเลยใช้ รากตำ�ลึงต้มกินแก้ท้องไข่ ท้องบวม เพราะมีคุณสมบัติที่ช่วยขับปัสสาวะ ขับน้ำ�ออกจากร่างกายได้

ตำ�รับ 3

เอายอดตำ�ลึง 1 กำ�มือหรือขนาดที่กินพออิ่ม โรยเกลือหรือ เหยาะน้ำ�ปลา (เพื่อให้อร่อยพอกินได้) ห่อด้วยใบตอง เอาไปเผาไฟ ให้สุกแล้วกินให้หมด หรือกินจนอิ่ม กินก่อนนอนติดต่อกัน 3 เดือน

ตำ�รับยารักษาโรคทางผิวหนัง

ผื่นที่เกิดจากพืชคัน เช่น ตำ�แย หมามุ่ย หนอนคัน บุ้ง หอยคัน มดคันไฟ ผื่นคันจากน้ำ�เสีย ผื่นคันจากละอองข้าว ผื่นคันชนิดที่ ไม่รู้สาเหตุ มดกัด เริม งูสวัด สุกใส หิด สิว ฝีหนอง เป็นเมื่อไร ให้ใช้ต�ำ ลึง 10-15 ใบ ตำ�กับข้าวสารเจ้าพอก หรือตำ�ให้ละเอียด ผสม ดินสอพอง ทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3 ครั้ง ใช้ใบตำ�ลึงสด 10-15 ใบหรือตำ�ให้ละเอียดแล้วผสมน้ำ�ซาวข้าวและพิมเสนนิดหน่อยใช้ พอกทาบริเวณทีเ่ ป็นจะช่วยถอนพิษและแก้อาการอักเสบ ปวดบวม

ตำ�รับยาแก้อกั เสบเวลาเจาะหู

เมื่อก่อนเวลาเจาะหูจะใช้เหล็กเจาะแล้วเอาไม้เสียบไว้ หากรู ที่เจาะอักเสบปวดขึ้นมาก็จะตัดเครือตำ�ลึงขนาดนิ้วมือมา แล้วเป่า ให้ยางออกมาใส่รูแผลอักเสบช่วยทำ�ให้หายอักเสบ หายปวดและ แห้งไปเอง

ผักรสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ตำ�ลึงทำ�เป็นอาหารโดยนำ�ยอดมาลวกหรือนึง่ เป็นผักจิม้ น้�ำ พริก หรือนำ�ยอดอ่อน ใบอ่อน มาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย เช่น แกงจืด แกงเลียง ใส่กว๋ ยเตีย๋ ว ผัดน้�ำ มัน ใส่ในแกงแค แกงปลาแห้ง ผลอ่อนนำ�มานึ่งกินดองกินกับน้ำ�พริกได้ ผลอ่อนที่ก้านดอกเริ่ม จะหลุดรับประทานสดได้ กรอบอร่อย ไม่ขม เป็นยาบำ�รุงสุขภาพ รักษาปากเป็นแผล ผลอ่อนที่ยังหนุ่มๆ อยู่จะมีรสขม ต้องคั้นน้ำ� เกลือให้หายขมก่อนนำ�มาแกง ส่วนผลสุกคนกินได้ สัตว์ก็ชอบกิน ตำ�ลึงเป็นผักทีใ่ ช้แทนผงชูรสได้ โดยนำ�ใบทัง้ แก่ทงั้ อ่อนประมาณ กำ�มือใส่ตม้ ไก่ ต้มปลา ต้มเป็ด จะมีรสชาติออกมาหวานเหมือนกับ ใส่ผงชูรส

57


Tasty Food Text / Photo : วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์

อาหารเช้าเป็นมื้อสำ�คัญของมนุษย์เพื่อให้การทำ�หน้าที่ประจำ�วันเป็นไปด้วยดี ติ่มซำ�ได้ถูกเลือกเป็นอาหารมื้อเช้าสำ�หรับคน ทัว่ ไปมาเป็นเวลายาวนาน จะเห็นได้วา่ มีรา้ นอาหารประเภทนีเ้ ปิดให้บริการเพิม่ ขึน้ หลายแห่ง ซึง่ แน่นอนว่าจะมีการแข่งขันในเรือ่ ง คุณภาพและรสชาติให้อร่อยเป็นที่ถูกปากถูกใจคนกิน จนกลายเป็นปัจจัยที่ทั้งผู้กินและผู้ปรุงมาบรรจบกันเพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุด สำ�หรับตน วันนีจ้ งึ ขอแนะนำ�อาหารเช้าจากร้าน “เจ็กบัก๊ แต่เตีย้ ม” อีกครัง้ หนึง่ เนือ่ งจากเป็นร้านอาหารทีใ่ ห้บริการอาหารเช้า แก่ประชาชนทั่วไปตามแบบฉบับอาหารติ่มซำ�และได้เพิ่มเมนูอาหารเลิศรสประเภทอาหารจานเดียวเข้ามาให้เลือกเพิ่มเติม

เริม่ วันใหม่อย่างสดใสด้วยติม่ ซำ�

“เจ็กบั๊ก แต่เตี้ยม” “เจ็กบัก๊ แต่เตีย้ ม” 62/24 ถ.ดอนนกซอย 7 ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84000 โทรศัพท์ : 086-478-4108 เปิดบริการทุกวัน 06.00 - 11.30 น.

ช่วงบ่าย 15.30 - 20.00 น. มีเมนู ขนมปังอบไอน้ำ� สังขยาใบเตย สังเกตร้านนี้ได้จากซุ้มต้นการะเวกที่ขึ้น โดยรอบหลังคาร้านครับ

58

ร้าน “เจ็กบั๊ก แต่เตี้ยม” ตั้งอยู่ในเขต ตัวเมือง ปากทางเข้าดอนนกซอย 7 สำ�หรับ ผู้ ที่ เ ดิ น ทางมาจากต่ า งพื้ น ที่ สั ง เกตได้ ง่ า ยๆ คือ เมื่อขับรถผ่านมาจากทางสี่แยกแสงเพชร ผ่านหน้าศาลากลางจังหวัด ตรงมาทางสี่แยก อนามัยบนถนนดอนนกฝัง่ ซ้ายมือจะมีปา้ ยบอก ซอยไว้ชัดเจน ร้านนี้มีคุณเปี๊ยก เป็นเจ้าของ และดูแลกิจการ ติ่มซำ�เป็นอาหารจานเล็กๆ ทีป่ รุงสุกด้วยการอบไอน้�ำ รายการจึงมีนบั ร้อย ซึง่ คงเอามาแนะนำ�ไม่หมด จึงขอแนะนำ�รายการ อาหารทีน่ า่ รับประทานเพิม่ เติมจากอาหารติม่ ซำ� ทีม่ ากมายอยูแ่ ล้วนับสิบนับร้อยอย่าง เมนูใหม่ๆ ที่น่ารับประทานคือ “ข้าวต้มไก่ตุ๋น” ข้าวต้ม

ถ้ ว ยนี้ มี เ ครื่ อ งปรุ ง ครบถ้ ว นกลิ่ น หอมกรุ่ น เนือ้ ทีป่ รุงสุกได้ทจี่ นนุม่ กับส่วนประกอบอืน่ ๆ ที่เป็นสูตรเฉพาะดูแล้วน่ากินอย่างมากมาย เมนูนมี้ เี ฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ และเมนู “ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น” สำ�หรับผู้ที่ชื่นชอบกินไข่ไก่เป็น พิเศษ ไข่ตุ๋นนี้เมื่ออยู่ในปากจะมีความรู้สึก เหมือนจะค่อยๆ ละลายหายในปากเลยทีเดียว แต่กลิน่ กรุน่ ทีต่ ดิ อยูใ่ นห้วงคิดจากกลิน่ พริกไทย หรือเครือ่ งปรุงอืน่ ๆ ประดุจกลิน่ ละอองหมอก ที่ชโลมความชื้นและปกคลุมต้นไม้ให้ชุ่มชื่น งดงาม นอกจากนี้ขอแนะนำ�เมนู “ซาลาเปา ทอด” จานนีเ้ ป็นลักษณะเหมือนซาลาเปาสีขาว ลูกขนาดกำ�ลังน่ากิน เมื่อทอดสุกได้ท่ีจะเป็น


สีเหลืองชวนกิน “ขนมจีบข้าวโพดหวาน” นุม่ และหอมกลิน่ ข้าวโพดจรุงจิตรจรุงใจ เมนูพเิ ศษ “ไข่กระทะ” ไข่ดาวทอดในกระทะใบน้อยๆ เคียงข้างไส้กรอกและหมูทอดมีกลิน่ พริกไทยป่น ยัว่ น้�ำ ลายมาแต่ไกล ตามด้วย “กุง้ ซูซ”ิ รูปทรง ตัวกุ้งที่ผ่านการจัดในสไตล์ของอาหารญี่ปุ่น สีส้มสดใส น่าเคี้ยวเป็นที่สุด ถัดมาอีกจาน ทีเ่ รียกว่า “ปูจา๋ ” จานนีม้ จี ดั วางบนกระดองปู ให้ ความรูส้ กึ ถึงกลิน่ ไอแห่งท้องทะเล ความประณีต ในการผลิตดูเหมือนจะมีความอร่อยทีน่ า่ พิศวง หรือซ่อนสิ่งมหัศจรรย์บางอย่างไว้ข้างในให้ ลิม้ ลอง สำ�หรับอาหารเช้าทีเ่ อาใจคนดืม่ กาแฟ หรือน้�ำ ผลไม้ ขอแนะนำ�ชุดอาหารเช้าประกอบ ด้วยไส้กรอก ไข่ดาว หมูหมักสูตรเฉพาะจน เนือ้ นุม่ ชนิดทีเ่ รียกได้วา่ อิม่ อร่อยจนยากจะลืม นอกจากนี้มีน้ำ�ส้มคั้นรสชาติหอมด้วยกลิ่นส้ม จากธรรมชาติล้วนๆ ที่คั้นสดน่ารับประทาน จุดเด่นที่ทำ�ให้อาหารแต่ละเมนูอร่อยมาก ยิ่งขึ้นคือน้ำ�จิ้มรสเด็ดที่ปรุงอย่างพิถีพิถันเพื่อ ให้กลมกล่อมเมื่อจิ้มกับอาหารประเภทต่างๆ ของร้าน น้�ำ จิม้ นีไ้ ด้รบั การคัดสรรวัตถุดบิ จนได้ น้ำ�จิ้มเลิศรส เมื่อใช้อาหารติม่ ซำ�ทีป่ รุงสุก นึง่ ได้ที่ใหม่ๆ ยิ่งชวนให้อารมณ์อ่อนไหว ยามกัด เคีย้ วแต่ละคำ�ซึมซับความอ่อนนุม่ และรสชาติ ที่ผสมผสานลงตัวราวกับอยู่ในห้วงฝันทีเดียว อาหารแต่ละชุดวางในถ้วยเล็กๆ ในตะกร้าไม้ไผ่ ดูแล้วงดงามราวงานศิลป์ ผักที่คัดเลือกมาใช้ ก็เช่นเดียวกัน ล้วนเป็นผักคุณภาพดีมาจาก โครงการหลวง แน่นอนว่าเป็นผักทีป่ ลอดสารพิษ วัตถุดิบทุกชนิดสดใหม่ชวนกินทั้งสิ้น น้ำ�ซุป เครื่องปรุงคัดเลือกจากกระดูกหมูตรงส่วนที่ ยอมรับว่าให้คณ ุ ภาพความอร่อยมากทีส่ ดุ ดังนัน้ เมื่อผสมกับสูตรที่ลงตัว จึงยากที่จะกล่าวถึง ความรูส้ กึ ออกมาผ่านทางถ้อยคำ�หรือตัวอักษร รายการติม่ ซำ�อืน่ มีให้เลือกตามใจผูก้ นิ มากมาย ขนมจีบ ซาลาเปา แน่นอนว่า “บะกุดเต๋” รสเลิศ ตุน๋ ด้วยเครือ่ งยาจีน จนเนือ้ นุม่ ได้ทสี่ ง่ กลิน่ หอม สะกดอารมณ์ กินกับข้าวสวยอุน่ ๆ ช่างหฤหรรษ์ อารมณ์เบิกบาน จากประสบการณ์ทย่ี าวนานใน วงการติม่ ซำ�ในระดับทีเ่ รียกว่าเป็น ผูม้ วี ทิ ยายุทธ ภายใต้ชอื่ “เจ็กบัก๊ แต่เตีย้ ม” ต้องไปลองด้วย ตัวเองสักครั้งนะครับ

59


Good Living Text / Photo : Nattakit Mongkolgulasat

ศุภาลัย เบลล่า สุราษฎร์ธานี

ความสุขของชีวิตทันสมัย ใกล้ธรรมชาติ

ศุภาลัย เบลล่า สุราษฎร์ธานี

โครงการบ้านเดีย่ ว บ้านรุน่ ใหม่ สไตล์โมเดิรน์ ใกล้ใจกลางเมือง บนพืน้ ที่ โครงการประมาณ 24 ไร่ เพื่อผู้อยู่อาศัยที่ชื่นชอบทำ�เลศักยภาพย่านบางใบไม้ที่ จะอำ�นวยความสะดวกสบายและตอบรับทุกการเดินทาง สามารถเชื่อมต่อถนนได้ หลายสายเข้าสูใ่ จกลางเมืองอย่างรวดเร็ว ทัง้ ถนนดอนนก ถนนตลาดใหม่ ถนนในบาง และถนนศรีวิชัย แวดล้อมด้วยแหล่งศูนย์ราชการ อาทิเช่น ที่ว่าการอำ�เภอเมือง สุราษฎร์ธานี สำ�นักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี และห้างสรรพสินค้า อาทิ ห้าง โคลีเซียม การออกแบบบ้านอย่างมีดีไซน์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ความสุขของชีวติ ทันสมัย ใกล้ธรรมชาติ” โดยมีแบบบ้านให้ เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้าถึง 7 แบบ ทัง้ บ้านเดีย่ ว จำ�นวน 3 แบบ เริ่มต้นที่ขนาด 139 - 167 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3 ล้านกว่าบาท และบ้านรุ่นใหม่ ขนาด 122 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2 ล้านกว่าบาท

ศุภกัลยา

บ้านรุ่นใหม่ 2 ชั้น พื้นที่ ใช้สอย 122 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ� และที่จอดรถ 2 คัน เหมาะสำ�หรับ ครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง จุดเด่นอยูท่ กี่ าร ออกแบบตัวบ้านที่มีการจัดวางทิศทางตำ�แหน่ง ของห้องรับแสงธรรมชาติ เพื่อลดการใช้พลังงาน ชั้นล่างของตัวบ้านเน้นความโล่งโปร่งสบาย และ มีพนื้ ทีใ่ ช้สอยทีเ่ พียงพอสำ�หรับทุกคนในครอบครัว โดยมีหอ้ งรับแขกและห้องอาหารเชือ่ มต่อกัน และ พื้นที่รอบบ้านและสวนพักผ่อนสำ�หรับกิจกรรม ของครอบครัว

ศุภนัช (ใหม่) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่

ใช้สอย 139 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ� และที่จอดรถ 2 คัน จุดเด่นของบ้าน อยู่ที่ห้องนอนใหญ่ มีการแยกส่วนสำ�หรับแต่งตัว เฉพาะ (Walk in Closet) และที่จอดรถแยกกับ ตัวบ้านเพื่อให้สามารถใช้สอยพื้นที่ได้อย่างเต็มที่

60

ศุภดำ�รง บ้านเดีย่ ว 2 ชัน้ พืน้ ทีใ่ ช้สอย

ศุภลักขณา เป็นแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น

ขนาดเริ่มต้นของโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้�ำ และ ทีจ่ อดรถ 2 คัน จุดเด่นของบ้านอยูท่ หี่ อ้ งนอนชัน้ บน ที่มีการออกแบบให้เป็นสัดส่วน โดยมีการแยกส่วน สำ�หรับแต่งตัวเฉพาะ (Walk in Closet) และ ห้องอาหารสามารถเปิดโล่งไปทีส่ วนพักผ่อน เพือ่ เพิม่ มุมมองพื้นที่สีเขียวและกิจกรรมภายนอกบ้าน

167 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ� 1 ส่วนพักผ่อน 1 ห้องทำ�งาน และ ที่จอดรถ 2 คัน จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบชั้นบน ด้วยส่วนพักผ่อนของครอบครัว และห้องนอน ขนาดใหญ่พเิ ศษกว่า 20 ตร.ม. พร้อมห้องน้�ำ ในตัว และโถงบันไดที่เปิดโล่งเชื่อมชั้นบนและชั้นล่าง มีกระจกช่องแสงขนาดใหญ่เพือ่ รับแสงธรรมชาติ สำ�หรับพื้นที่ชั้นล่าง มีห้องทำ�งานขนาดใหญ่ ซึ่ง สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนได้ เพื่อรองรับ การขยายครอบครัวในอนาคต อีกทัง้ ภายในโครงการยังได้มอบสิง่ อำ�นวย ความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งสวนสาธารณะ ขนาดใหญ่ เสริมความอุ่นใจในระบบรักษาความ ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบเข้าออก โครงการแบบอัตโนมัติ

สำ�หรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คลิกมาที่ www.supalai.com หรือโทร. 077-310-919


61


Good Health & Wellness Text : ทพ.สุทธิพันธุ์ จำ�นงค์ทอง ทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิโลเฟเชียล โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี / Oral Max & Dental Clinic

การดูแลผู้ป่วยหลังการฉายรังสีรักษามะเร็งช่องปาก ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีรักษาบริเวณช่องปากและลำ�คอจะมีผลแทรกซ้อน ต่างๆ เช่น ผิวหนังแห้งคล้�ำ ปากและคอแห้ง เนือ่ งจากน้�ำ ลายลดลง เยือ่ บุชอ่ งปาก อักเสบ การรับรู้รสเปลี่ยนไป ดังนั้นผู้ป่วยและญาติจะต้องเข้าใจ เตรียมรับความ เปลี่ยนแปลงและปฏิบัติตัวดูแลสุขภาพของตนเอง

- งดการดื่มสุรา อาหารหมักดอง - งดการสูบบุหรี่ - เลีย่ งน้�ำ ยาบ้วนปากทีม่ สี ว่ นผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะทำ�ให้ปากแห้งมากขึ้น - บ้วนปากบ่อยๆ ด้วยน้ำ�เกลือ - รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย ได้สารอาหาร ครบ 5 หมู่ งดอาหารรสจัด - รักษาความสะอาดช่องปากให้ดี แปรงฟันหลัง อาหารทุกมื้อ ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม การรับรูร้ สทีเ่ ปลีย่ นไปจะมีได้ตงั้ แต่เริม่ ฉายรังสี แต่ จะค่อยๆ กลับคืนมาในระยะเวลา 1-2 เดือนหลังการ รักษาเสร็จสิ้น นอกจากนี้ยังมีการบริหารช่องปากและขากรรไกร เพื่อป้องกันการอ้าปากได้น้อยหลังการฉายรังสีรักษา เนือ่ งจากการเกิดเนือ้ เยือ่ พังผืด โดยการฝึกค่อยๆ อ้าปาก กว้างๆ ค้างไว้แล้วค่อยๆ หุบปากประมาณ 10-20 ครั้ง ทุกวันเช้า เย็น การบริหารลำ�คอโดยการหันหน้าไปทาง ขวาจนสุดค้างไว้แล้วค่อยๆ หันกลับมา ค่อยๆ หันไป ทางซ้ายจนสุดค้างไว้แล้วค่อยๆ หันกลับมาหน้าตรง ทำ�ซ้�ำ 10-20 ครั้ง ท่าสุดท้ายคือค่อยๆ ก้มศีรษะจนคางชิดอก แล้วค่อยๆ เงยแหงนศีรษะจนสุดค้างไว้แล้วค่อยๆ ก้ม กลับลงมาท่าตรง 10-20 ครั้งเช่นกัน นอกจากนี้ควรไปพบทันตแพทย์ตามระยะเวลาที่ นัดหรือทุก 3-6 เดือนเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก หรือ หากมีความรู้สึกผิดปกติ เช่น มีแผลในปากมีอาการเจ็บ ปวดก็ควรไปพบทันตแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรีรอ

ผิวหนังที่แดงคล้ำ�ปริเวณที่ได้รับรังสีควรดูแลโดย - สามารถอาบน้ำ�ได้ แต่ระวังการขัดถูผิวหนังบริเวณนี้ ใช้ผ้านุ่มๆซับให้แห้ง อย่าเช็ดแรงๆ เพราะอาจทำ�ให้เกิดแผลคล้ายแผลน้ำ�ร้อนลวกได้ - ห้ามแกะ เกา ระวังการโกนหนวดบริเวณนัน้ จะทำ�ให้เกิดแผลได้ ใช้กรรไกร ตัดหนวดเล็มแทน - สวมเสื้อผ้าอ่อนนุ่ม ไม่เสียดสีผิวหนัง - ไม่ควรโดนแสงแดดจัดๆเป็นเวลานานๆหรือของร้อนๆที่จะทำ�ให้เกิดการ ระคายเคืองปากและคอทีแ่ ห้ง และเยือ่ บุชอ่ งปากทีอ่ กั เสบจะพบได้หลังการฉายรังสี - จิบน้ำ�บ่อยๆ เพื่อให้ช่องปากชุ่มชื้นตลอดเวลา ดื่มน้ำ�วันละ 8-10 แก้ว

62


63


Talk Text : ดร. ภาสกร ธรรมโชติ (นักเรียนทุนฟุลไบรท์ 2549) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตาในปีระกา

ยุโรปยังอ่อนแอ

ถึงแม้ปญ ั หาเรือ่ ง Brexit ดูเหมือนจะเริม่ คลีค่ ลาย แต่ปญ ั หา ความเข้มแข็งของยุโรปยังไม่คลี่คลาย อิตาลีเป็นประเทศที่กำ�ลังถูก จับตามองต่อไปว่าจะมีนโยบายอย่างไรในการดำ�รงอยู่ในอียูและการ ใช้เงินยูโร หากอิตาลีมปี ระชามติทจ่ี ะออกจากอียแู ละเลิกใช้เงินยูโร ย่อมส่งผลต่อความเข้มแข็งของอียแู ละเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก ซ้�ำ ร้ายไปกว่านัน้ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจของยุโรปเข้าสูภ่ าวะถดถอยอีก ครัง้ เนือ่ งจากอียทู เ่ี ป็นสถาบันสำ�คัญของยุโรปมีความอ่อนแอ ซึง่ จะ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

เศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนือ่ ง

ประเทศจีนตัง้ เป้าหมายเศรษฐกิจจะขยายตัวโดยเฉลีย่ ปีละ 6.5 เปอร์เซ็นต์ในอีก 5 ปีขา้ งหน้า ทีผ่ า่ นมาจะพบว่าการมีอตั ราการขยายตัว ทางเศรษฐกิจในระดับสูงไม่ได้การันตีความยัง่ ยืนทางเศรษฐกิจของจีน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนทีส่ ว่ นใหญ่เกิดจากการขยายตัว ของสินเชือ่ (โดยเฉลีย่ ร้อยละ 20 ต่อปี) สินเชือ่ ดังกล่าวได้ถกู นำ�ไปลงทุน ในโครงสร้างพืน้ ฐานของประเทศและภาคการผลิตทีไ่ ม่มปี ระสิทธิภาพ

64

การเจริญเติบโตแบบนี้จะส่งผลต่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของจีนใน ระยะยาว จีนต้องการความสมดุลในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแทน ที่จะขยายตัวจากการขยายของสินเชื่อ จีนควรมุ่งเน้นสร้างสมดุลใน การกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ


เศรษฐกิจแบบทรัมป์ก�ำ ลังมา (Trump Economy)

ทุกคนกำ�ลังจับตานโยบายเศรษฐกิจของ President-elect Donald Trump นโยบายทีต่ อ้ งจับตามองคือ การลดภาษีและการใช้จา่ ยในการลงทุนทางด้านโครงสร้าง พืน้ ฐาน ซึง่ หลายฝ่ายกำ�ลังกังวลว่าจะทำ�ให้สหรัฐอเมริกาขาดดุลงบประมาณเพิม่ ขึน้ ซึง่ อาจส่งผลต่อสถานการณ์การคลังของประเทศ และเศรษฐกิจในภาพรวม ดังนัน้ การลงทุนด้านโครงสร้างพืน้ ฐานและรายละเอียดแนวทางการลดภาษีเป็นสิง่ สำ�คัญที่ จะกำ�หนดอนาคตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ นอกจากนี้ ประเด็นทางการเมืองภายในอาจ ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการต่อสูร้ ะหว่างรีพบั ลิกนั หัวเก่ากับทีม Trump และเดโมแครตกับทีม Trump ซึง่ หลีกเลีย่ งไม่ได้ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ย่อมส่งผลต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจสหรัฐ

ทิศทางการค้าโลกขึน้ อยูก่ บั Trump

ในช่วงหลายปีทผ่ี า่ นมาหลายๆ ประเทศร่วมมือกันทำ�ให้การค้าระหว่างประเทศ เสรีมากขึน้ อย่างไรก็ตาม สำ�หรับในปีน้ี ประเด็นทีต่ อ้ งจับตา คือ นโยบายเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศของสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีคนใหม่ ซึง่ จะเป็นคนกำ�หนดสภาพ การค้าโลก นโยบายของสหรัฐต่อ NAFTA และประเทศจีนจะเป็นอย่างไร

เศรษฐกิจโลกปีระกาจึงเป็นปีทมี่ คี วามไม่แน่นอนในหลายๆ ปัจจัย นอกจากนี้ หลายๆ ฝ่ายกำ�ลังจับตาดูฤทธิเ์ ดชของประธานาธิบดีสหรัฐ คนใหม่ซงึ่ จะเข้ามาดำ�รงตำ�แหน่งและการบริหารงานว่าจะเป็นไปตาม ที่ได้เคยหาเสียงไว้หรือไม่ จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ (แปลและเรียบเรียงจาก These 5 Trends Will Shape the Global Economy in 2017 นิตยสาร Fortune)

65


Horoscope

ทำ�นายดวงชะตาราศี ระหว่างเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2560 ราศีเมษ

Aries

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 14 เมษายน - 14 พฤษภาคม ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดเป็นแนวบุพเพสันนิวาส มีโอกาสจะได้ เจอกับคนทีถ่ กู ใจแบบไม่คาดฝัน มีโอกาสได้ท�ำ ความรูจ้ กั สานต่อกัน ส่วนคนทีม่ คี แู่ ล้วมีความสุขและมีความมัน่ คงในความรักมากขึน้ ด้านการเงิน ช่วงนีม้ คี วามคล่องตัว มีโชคจากการทำ�งานทีส่ ร้าง รายได้ทด่ี เี ข้ามา หรือบางคนได้เป็นของขวัญของกำ�นัล ส่วนรายจ่าย ยังบริหารจัดการได้ดี ยังไม่มปี ญ ั หาหนักเข้ามากวนใจ

ราศีพฤษภ

Taurus

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน ด้านความรัก ช่วงนีค้ นทีม่ คี แู่ ล้วมีชวี ติ ทีเ่ น้นหนักไปกับการทำ�งาน อยากให้แบ่งเวลาดูแลคนรักให้มากขึ้น สำ�หรับคนโสดมีโอกาสได้ พูดคุยทำ�ความรูจ้ กั กับคนใหม่ๆ เพียงแต่ยงั ไม่ถงึ ขัน้ ได้คบหาจริงจัง ด้านการเงิน ช่วงนีย้ งั มีเกณฑ์เสียเงินกับหลายภาระหนีส้ นิ รวมถึง รายจ่ายเกีย่ วกับครอบครัวหรือญาติพน่ี อ้ ง ต้องวางแผนบริหารการ ใช้จา่ ยให้ดแี ละควรหลีกเลีย่ งการลงทุนทีเ่ สีย่ งทุกประเภทไปก่อน

ราศีเมถุน

Gemini

ราศีสิงห์

Leo

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 17 สิงหาคม - 16 กันยายน

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดมีโอกาสได้พบเจอความรักครัง้ ใหม่ แต่ ความรักครัง้ นีจ้ ะมีเพือ่ นฝูงคนใกล้ชดิ คอยช่วย ส่วนคนทีม่ คี แู่ ล้วจะมี ความรักทีล่ งตัวมากขึน้ มีความสัมพันธ์ทม่ี น่ั คงลงตัว ด้านการเงิน ช่วงนีค้ วรระมัดระวังรายจ่ายเกีย่ วกับความฟุม่ เฟือย หรือสิง่ ของทีไ่ ม่จ�ำ เป็นเกินตัว การท่องเทีย่ ว อาหารการกินอีกด้วย ถึง แม้จะมีรายได้เข้ามาเพิม่ เติมก็ตาม แต่ดจู ะไม่สมดุลกับรายจ่ายเท่าไหร่

ราศีกันย์

Virgo

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 17 กันยายน - 17 ตุลาคม

ด้านความรัก ช่วงนีย้ งั ไม่เหมาะกับการเริม่ ต้นสิง่ ใหม่ๆ คนโสดควร ใช้เวลากับเรือ่ งงานหรือสิง่ อืน่ ๆ ไปก่อน ส่วนคนมีคแู่ ล้วมีโอกาสเกิด ความขัดแย้งกันได้งา่ ย แต่ไม่นานก็กลับมาพูดคุยคืนดีกนั เหมือนเดิม ด้านการเงิน ช่วงนีค้ วรเตรียมตัววางแผนการเงินให้ดี เพราะมี รายจ่ายก้อนโตรออยู่ ต้องระวังการเสียเงินแบบไม่ทนั ตัง้ ตัว ควรหา โอกาสไปทำ�บุญบริจาค เพือ่ ช่วยลดการเสียเงินในเรือ่ งอืน่ ๆ ให้นอ้ ยลง

ราศีตุลย์

Libra

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 15 มิถุนายน - 16 กรกฎาคม

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 18 ตุลาคม - 16 พฤศจิกายน

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดจะมีโอกาสในความรักครัง้ ใหม่ พร้อม ทัง้ ยังมีคนรอบข้างให้การสนับสนุนเต็มที่ ส่วนคนทีม่ คี แู่ ล้วลดความ แง่งอนลงหน่อยก็จะช่วยให้ความรักมีความมัน่ คงมากขึน้ ด้านการเงิน ช่วงนีอ้ ยูใ่ นจุดทีย่ งั น่าเป็นห่วงมีรายจ่ายหนักๆ เข้ามา หลายอย่างในเวลาเดียวกัน คงต้องวางแผนใช้จา่ ยให้ดี สำ�หรับรายได้ ยังอยูใ่ นเกณฑ์ปกติ โชคลาภยังไม่โดดเด่น ควรงดเสีย่ งโชคไปก่อน

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดจะมีโอกาสได้เจอคนทีช่ อบ เจอคนทีถ่ กู ใจ สำ�หรับคนทีม่ คี มู่ แี ฟนแล้ว ให้ระวังความมีเสน่หใ์ นครัง้ นีใ้ ห้ดี อาจทำ�ให้ เกิดปัญหามือที่ 3 เข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์ ด้านการเงิน ช่วงนีม้ รี ายได้เพิม่ เติมเข้ามามากขึน้ มีการเงินทีม่ น่ั คง แต่ดา้ นรายจ่ายหรือสิง่ ฟุม่ เฟือยต่างๆ เหล่านีม้ ผี ลให้เกิดความติดขัด ได้งา่ ย หากจะเสีย่ งโชคจริงๆ ขอให้อยูใ่ นความพอดีี

ราศีกรกฎ

Cancer

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 17 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นมีคแู่ ล้วจะได้กลับมาเจอคนเก่าๆ คนรักใน อดีตจะกลับมา ต้องหนักแน่นในความรักให้มากๆ ส่วนคนโสดยังพัวพัน คนเก่าเช่นกัน คนรักเก่าหรือเพือ่ นเก่าจะพัฒนากลับมาเป็นแฟนกัน ด้านการเงิน ช่วงนีม้ โี อกาสในโชคลาภ จะมีโชคจากการเดินทาง เข้ามา เพียงแต่โชคทีจ่ ะเข้ามานัน้ จะมาแบบทุกขลาภและอย่าลืมนำ� เงินทองทีไ่ ด้มาแบ่งไปบริจาคทำ�บุญด้วย เพือ่ ลดปัญหาทุกขลาภ

66

ราศีพิจิก

Scorpio

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 17 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม ด้านความรัก ช่วงนีค้ นทีม่ คี แู่ ล้วต้องพยายามดูแลความสัมพันธ์ให้ ดีๆ ถ้ามีปญ ั หากันต้องรีบปรับความเข้าใจกัน สำ�หรับคนโสดไม่เหมาะ ทีจ่ ะสานสัมพันธ์ใหม่ๆ แนะนำ�ให้รอไปก่อนสักระยะ ด้านการเงิน ช่วงนีอ้ ยูใ่ นเกณฑ์มโี ชคลาภ ถ้าใครทีเ่ คยมีความติด ขัดทางการเงิน มีหนีส้ นิ ช่วงนีก้ ารเงินจะพลิกฟืน้ กลับมาดีขน้ึ มีรายได้ ทีด่ เี ข้ามา บางคนก็จะมีโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ เข้ามาให้ลนุ้ ด้วย


ราศีธนู

Sagittarius

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 16 ธันวาคม - 14 มกราคม

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดมีโอกาสความรักทีด่ เี ข้ามา มีเพือ่ นฝูง แนะนำ�ให้ได้รจู้ กั สำ�หรับคนทีม่ คี แู่ ล้วยังประคับประคองได้ดี ยังไม่มี ปัญหาใหญ่เข้ามาสร้างความหนักใจ จะสร้างครอบครัวให้แข็งแรงได้ ด้านการเงิน ช่วงนีม้ ดี วงมีโชครับปีใหม่ บางคนได้ทง้ั เงิน ทัง้ ทอง ของขวัญ ของกำ�นัล แต่ระวังกลายเป็นทุกขลาภ ดังนัน้ ถ้ามีโอกาสดีๆ ทางการเงินเข้ามาควรแบ่งเงินไปทำ�บุญบริจาคด้วยจะดีมาก

ราศีมังกร

Capricorn

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 15 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์ ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดมีเกณฑ์ได้เจอความรักครัง้ ใหม่ระหว่าง การทำ�งาน ส่วนคนทีม่ คี ยู่ งั ดูแลความสัมพันธ์ได้ดี มีความสุขมากขึน้ แต่ไม่ใช่วา่ จะไม่มปี ญ ั หา แต่จะปรับความเข้าใจกันและให้อภัยกันได้ ด้านการเงิน ช่วงนีก้ ารงานทีเ่ กิดความวุน่ วายมีผลให้เกิดกลับกลาย เป็นโชคลาภข่าวดีได้ บางคนได้รบั ของขวัญของกำ�นัลเป็นวัตถุมงคล เครือ่ งประดับ แถมยังควบคุมภาระรายจ่ายได้ดอี กี ด้วย

ราศีกุมภ์

Aquarius

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ - 14 มีนาคม

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นโสดมีเกณฑ์ความรักเข้ามาให้ลนุ้ มีโอกาส ได้พบเจอคนทีถ่ กู ใจและสานต่อกัน สำ�หรับคนทีม่ คี แู่ ล้วความสัมพันธ์ อยูใ่ นเกณฑ์ทด่ี ี มีเวลาให้คนรักมากขึน้ กว่าเดิม เข้าใจกันดี ด้านการเงิน ช่วงนีร้ ายได้ประจำ�ยังมีเข้ามาเป็นปกติ แต่ยงั ต้อง ดูแลรายจ่ายให้ลงตัว หมุนเงินกับการใช้จา่ ยต่างๆ ได้ดี หากมีเงินเหลือ ควรเก็บสำ�รองไว้ส�ำ หรับรอรับมือรายจ่ายทีจ่ ะมีเข้ามาแบบไม่คาดฝัน

ราศีมีน

Pisces

สำ�หรับผู้ที่เกิดช่วงวันที่ 15 มีนาคม - 13 เมษายน

ด้านความรัก ช่วงนีค้ นมีคแู่ ล้วอารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย บางคูอ่ าจ ทะเลาะกัน ไม่พดู คุยกัน ควรหาเวลาไปเทีย่ วเปลีย่ นบรรยากาศด้วย กันบ้าง ส่วนคนโสดยังไม่มเี กณฑ์มคี ู่ คงต้องรอต่อไปสักระยะ ด้านการเงิน ช่วงนีม้ รี ายจ่ายหนักๆ รออยูห่ ลายอย่าง ทัง้ เรือ่ งของ ทรัพย์สนิ มรดก ทีด่ นิ รวมถึงรายจ่ายประจำ�และรายจ่ายอืน่ ๆ และ ควรมีสติกบั การใช้เงินให้มากขึน้ และหลีกเลีย่ งสิง่ ของฟุม่ เฟือยไปก่อน

67


68


69


71


72

@Surat Magazine issue 73  

@Surat Magazine volume 7 issue 73 Monthly free copy magazine distribute in Surat Thani province, THAILAND

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you