Page 1

พื้นที่สีเขียวชุมชนที่ยงั่ ยืน ปัจจุบันประเทศไทยกํา ลังเผชิญกับสถานการณ์ส่ิงแวดล้อมเช่นเดียวกับนานาประเทศ ได้แก่ ความ เสื่อมโทรมของระบบนิเวศเมือง เนื่องจากการลดลงของพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์ทางด้านระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ในขณะที่ประชากรในเมืองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงมีความจําเป็นที่จะต้องสร้างคุณภาพชีวิตของประชากรใน เขตชุมชนเมืองให้ดีขึ้นโดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวดังกล่าวให้มากขึ้น พื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์ทางด้านระบบนิเวศอย่างยั่งยืน หมายถึง พื้นที่ที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ชนิ ด ที่ มี ความเกี่ ย วเนื่ อ งกั นในเชิ ง อาหารเป็ น ทอดๆ ต่อ กั น ไปจนเกิ ด เป็ น วั ฏ จั ก รขึ้ น โดยพื้ น ที่สี เขี ย วต้ อ ง ประกอบด้วยไม้ยืนต้นเป็นหลักและเป็นไม้ไม่ผลัดใบ ซึ่งมีคุณสมบัติในการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลับสู่ ผิวโลก สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองหรือต้องการการดูแลรักษาน้อยที่สุด ซึ่งสามารถสร้างขึ้นได้ในองค์ประกอบ ต่างๆ ของเมือง อาทิ ๑. พื้นที่ริมคลอง โดยทั่วไปมักจะเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมขาดการพัฒนา มีหญ้ารกและต้นไม้ใหญ่บางตา ประชาชน ไม่สามารถใช้พื้นที่เพื่อทํากิจกรรมได้ ทั้งๆ ที่สภาพพื้นที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อใช้ในการ พักผ่อนหย่อนใจ แต่เนื่องจากขาดการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องเกิดสภาพน้ําในคลองเน่าเสีย ทําให้พื้นที่นี้เป็น มลภาวะทั้งทางสายตาและมลพิษด้านอื่นๆ แนวทางการพัฒนาพื้นที่ฯ ทําได้โดยการขุดลอกคูคลองให้ลึกและ กว้างขึ้น รวมถึงการปลูกต้นไม้พื้นถิ่นที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มน้ํา สามารถเลือกปลูกต้นไม้ทั้ง ๓ ระดับ คือ ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้พุ่ม และพืชคลุมดิน และปรับปรุงการสัญจรผ่านพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมด้าน สันทนาการของประชาชน โดยให้มีความสะดวกและปลอดภัย การพัฒนาดังกล่าวทําให้เกิดพื้นที่สีเขียว ขนาด ย่อมๆ เป็นแหล่งฟอกอากาศในเมือง อันจะทําให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่เพื่อสุขภาพที่ดีของ คนในเมือง อนึ่ง การพัฒนาพื้นที่สีเขียวจําเป็นต้องบํารุงรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติสองฝั่งคลอง ในกรณีที่ต้องการก่อสร้างทางเดินเลียบคลอง ควรเว้นระยะร่นออกจากแนวพื้นที่สีเขียว ดังแสดงในภาพที่ ๑ ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา

พืชพรรณตาม ธรรมชาติริมน้ํา คลอง

ทางเดินไม้

คลอง

คลอง (ควรทํานุบํารุงรักษา อย่างสม่ําเสมอ)

ระยะถอยร่น

ปัจจุบัน

เสนอแนะ ภาพที่ ๑ ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่สีเขียวริมคลอง


นอกจากนั้น การพัฒนาพื้นที่สีเขียวริมคลองยังต้องคํานึงถึงระบบของคูคลองและแม่น้ําที่มีอิทธิพล ซึ่งกันและกันด้วย ดังนั้น แนวทางการจัดระเบียบสภาพแวดล้อมบริเวณชุมชนริมน้ําและเพิ่มพื้นที่สีเขียว จึงเป็น การพิจารณาพื้นที่สีเขียวในภาพรวมซึ่งมิได้พิจารณาเฉพาะจุดหรือเฉพาะ คู คลองหนึ่งๆ โดยคํานึงถึงการออกแบบ พื้นที่สีเขียวให้สอดคล้องกับรูปแบบการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ของชุมชนริมน้ํา ดังแสดงในภาพที่ ๒ ควบคุมการก่อสร้างอาคารริมน้ํา (รูปแบบและระยะร่น)

ปลูกต้นไม้ใหญ่แทนสนามหญ้า

อนุรักษ์สวนและระบบสวน กําหนดระยะร่นจากถนน

คลอง

แม่น้ํา

ถนน

ซอย

อนุรักษ์คลองและอาคารริมน้ํา เดิม ออกแบบสะพานให้กลมกลืนกับ สภาพแวดล้อมให้เรือลอดได้สะดวก เพิ่มต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ราชการ/โรงเรียน/ ออกแบบเขื่อนให้สอดคล้องกับระบบนิเวศริมน้ํา

อนุรักษ์พื้นทีส่ ีเขียวริมน้ําที่มีตามธรรมชาติ ปลูกต้นไม้ใหญ่เพิ่มในวัด

ภาพที่ ๒ ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่ริมคลองที่เชื่อมต่อกับแม่นํา้ สิ่งสําคัญอีกประการหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่สีเขียวริมคลอง คือการควบคุมไม่ให้มีการก่อสร้าง อาคารรุกล้ําลําน้ํา เพื่อให้น้ํา ไหลได้สะดวกและไม่เป็นที่สะสมของขยะมูลฝอย โดยการใช้กฎหมายในการ ควบคุมการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยริมน้ําอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้มีการรุกล้ําคลอง หรือแม่น้ํา ซึ่งจะทําให้ระบบ นิเวศริมน้ําเสียไป อันจะส่งผลกระทบต่อพันธุไ์ ม้ท่เี จริญเติบโตอยู่ริมน้ําด้วย ดังแสดงในภาพที่ ๓ อาคารต่อเติมรุกล้ําลําน้ํา

แนวตลิ่ง

แนวตลิ่ง

น้ําไหลสะดวก

น้ําไหลไม่สะดวก ขยะมูลฝอยสะสม

ปัจจุบัน  พื้ นที่ ลํ า น้ํ า ถู ก บุ ก รุ ก ลํ า น้ํ า มี ขนาดแคบลง น้ํ า ไหลไม่ สะดวก ทํ า ให้ มี ขยะมู ล ฝอยติ ด ค้ า ง และส่ ง ผลกระทบต่ อ ๒. พื้นที่ริมน้ํา ระบบนิเวศโดยรวม

เสนอแนะ  พื้นที่ริม น้ําไม่ถูกบุกรุก ลําน้ํามีขนาดกว้างทําให้นํ้าไหลสะดวก และพืชชายน้ําสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

ภาพที่ ๓ ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่ริมน้ําโดยไม่บุกรุกพื้นที่สาธารณะ


ปัจจุบันพื้นที่ริมน้ํามักจะมีการพัฒนาพื้นที่อย่างรวดเร็วเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย จึงมีความจําเป็นที่ จะต้องกันพื้นที่ไว้เป็นพื้นที่สีเขียวริมน้ํา เพื่อควบคุมการพัฒนาพื้นที่ริมน้ําโดยเฉพาะการสร้างอาคารขนาดใหญ่ ควรเปิดพื้นที่โล่งด้า นหน้า ให้เข้าถึงริมน้ําได้สะดวก และจัดวางอาคารขนาดใหญ่ให้อยู่ลึกเข้า ไปจากริมน้ํา ร่วมกับการปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา สร้างพื้นที่สีเขียวระหว่างอาคารกับพื้นที่ริมน้ํา หรืออาจจะสร้างอาคาร ขนาดเล็กหลายๆ อาคารแทนที่จะสร้างอาคารขนาดใหญ่เพื่อให้เกิดพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ดังแสดงในภาพที่ ๔ ปิดกั้นการเข้าถึงริมน้าํ สะดวก

การเข้าถึงริมน้ําสะดวก

พื้นที่สีเขียวริมน้ํา

แนวตลิ่ง

ทัศนียภาพไม่น่าดู

ทัศนียภาพสวยงาม แนวตลิ่ง

ปัจจุบัน

เสนอแนะ

 การสร้างอาคารขนาดใหญ่ริมน้ําปิดกั้น การเข้าถึงพื้นที่ริมน้ํา ทําให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่น่าดู

 พื้นที่สีเขียวริมน้ําช่วยสร้างทัศนียภาพ ที่สวยงามน่ามองและให้ความร่มรื่นกับพื้นที่ริมน้ํา

ภาพที่ ๔ ตัวอย่างการปลูกสร้างอาคารริมน้ํา ๒. พื้นที่ริมถนน การพัฒนาพื้นที่สีเขียวบริเวณเกาะกลางถนนเพื่อให้เกิดพื้นที่สีเขียวที่มีความสมบูรณ์ด้านระบบ นิเวศอย่างยั่งยืนยังเป็นประเด็นที่หน่วยงานของรัฐโดยทั่วไปสับสนอยู่มาก เนื่องจากแนวความคิดในการพัฒนา เกาะกลางถนนโดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนที่อยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองจะเน้นการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อความสวยงาม โดยไม่เน้นความยั่งยืนในระยะยาว แนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวบริเวณเกาะกลางถนนอย่างยั่งยืนนั้น ปัญหาสําคัญคือทําอย่างไร ให้พื้นที่สีเขียวนั้นอยู่ได้โดยพึ่งตนเองอย่างสมบูรณ์มากที่สุด หลักการออกแบบที่เหมาะสมก็คือการออกแบบ ให้มีคูเล็กๆ ตรงกลางเกาะกลางถนนเพื่อระบายน้ําที่ไหลมาจากถนนทําให้น้ําไม่ท่วมขังในขณะที่ฝนตกหนัก ในขณะเดียวกัน ด้า นนอกสุดของเกาะกลางถนนทั้งสองฝั่งเป็นพื้นที่สําหรับปลูกไม้ยืนต้นพื้น ถิ่นขนาดใหญ่ โดยควรเลือกต้นไม้ประเภทที่มีกิ่งก้านที่แผ่กว้างแข็งแรงและไม่ผลัดใบ บริเวณริมคูด้า นในปลูกไม้พุ่มหรือ ไม้คลุมดินที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีน้ําท่วมขัง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกิดความสวยงามสบายตาแล้ว ยังช่วยยึดผิวดินไม่ให้ถูกชะล้างลงไปในคูในกรณีท่มี ีฝนตกหนัก นอกจากนี้ การพัฒนาพื้นที่สีเขียวบริเวณริมถนนในกรณีท่ีมีการเวนคืนที่ดิน ควรเผื่อพื้นที่ปลูก ต้นไม้ใหญ่ริมทางเพื่อให้ร่มเงาแก่คนสัญจรทางเท้าด้วย ดังแสดงในภาพที่ ๕


แนวเสาไฟฟ้า (หากมีการก่อสร้างถนนเส้นใหม่ในอนาคต) ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา แนวเสาไฟฟ้า ถนน

ถนน ทาง

เขตทาง

เขต

ทางเท้า

ปัจจุบัน

เสนอแนะ ภาพที่ ๕ ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่สีเขียวริมถนน

๓. พื้นที่ในสถาบันราชการ พื้นที่ราชการส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ระหว่างอาคารค่อนข้างมาก เนื่องจากพื้นที่ของส่วนราชการมักจะ มี ขนาดใหญ่ และมี ถ นนเชื่ อ มต่ ออาคารแต่ ล ะหลั ง ดั ง นั้ นพื้ น ที่ว่า งส่ว นใหญ่ข องสถานที่ ร าชการจะถู กใช้ ประโยชน์เป็นทางสัญจรและที่จอดรถ ดังนั้นแนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเขตราชการเพื่อให้เกิดพื้นที่ สีเขียวที่ยั่งยืน จึงเป็นการพัฒนาพื้นสีเขียวริมทางสัญจรและลานจอดรถให้มีสภาพที่ดีขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ แก่ผู้สัญจรทั้งทางรถยนต์และทางเท้า โดยการเพิ่มต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาบริเวณลานโล่งหรือลานจอดรถ และให้ ร่มเงาแก่ผู้สัญจรทางเท้า รวมถึงการเพิ่มไม้พุ่มประดับตกแต่งให้พื้นที่มีทัศนียภาพที่สวยงามมากขึ้น อนึ่งไม้พุ่ม ยังสามารถแยกเส้นทางสัญจรของรถและคนออกจากกันเพื่อความปลอดภัยอีกด้วย ดังแสดงในภาพที่ ๖ ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา

ที่จอดรถ

ที่จอดรถ

ถนน

ถนน

ทางเดินเท้า

ปัจจุบนั

ทางเดินเท้า

เสนอแนะ

ภาพที่ ๖ ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในสถาบันราชการ ๔. พื้นที่ในบริเวณวัด การพัฒ นาพื้นที่ สีเขียวที่มีความสมบู รณ์ด้า นระบบนิเวศอย่ างยั่งยื นในพื้ นที่ บริ เวณวัด นับเป็ น แนวความคิดที่สามารถดําเนินการได้อย่างกว้างขวางเนื่องจากพื้นที่ในเมืองมักจะมีวัดเป็นศูนย์กลางแทบทุกเมือง นอกจากนั้นพื้นที่โล่งว่างภายในวัดยังมีขนาดใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ประเภทอื่นๆ ดังนั้นการพัฒนาพื้นที่ สีเขียวภายในวัดจึงเป็นการมุ่งแสวงหาพื้นที่โล่งว่างทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่สําหรับปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ ร่มเงาและอากาศบริสุทธิ์ ดังแสดงในภาพที่ ๗


ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาบริเวณลานจอดรถ

ปัจจุบัน เสนอแนะ ภาพที่ ๗ ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในบริเวณวัด การพัฒนาพื้นที่สีเขียวในทุกๆ พื้นที่ ควรพัฒนาบนหลักการของ “Water Sensitive Design” ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวและน้ําฝนในเมือง ด้วยการออกแบบวางผังและการ บริ ห ารจั ด การพื้ น ที่ ใ นด้ า นการจั ด การระบบน้ํ า เพื่ อ ให้ เ กิ ด ดุ ล ยภาพของระบบนิ เ วศธรรมชาติ ม ากที่ สุ ด ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยเพื่อ แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วมของประเทศไทยอยู่ตราบทุกวันนี้ ตัวอย่างแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้ตามหลักการของ “Water Sensitive Design” ได้แก่ การทําร่องน้ําปลูกหญ้า (Swales) พื้นที่ สีเ ขีย วในร่ อ งน้ํา ทํา ได้ โดยขุ ดร่อ งน้ํ า ปลู กหญ้า ไม่ ใ ห้ลึกจนเกิ นไป ความลาดชั น ประมาณ ๑๐-๒๐ องศา และให้มีพื้นที่ปลูกหญ้าและพรรณไม้มากกว่าบริเวณที่ทําเป็นร่องน้ํา รวมทั้งปลูกพรรณพืช/ ไม้คลุมดินในพื้นที่ริ้วยาวของเขตทาง/ทางเท้า/เขตพื้นที่โครงการ/ที่จอดรถ และบริเวณพื้นผิวแบบทึบน้ํา


การทํารางตื้นซับน้ํา (Infiltration Trenches) จั ดทํ า พื้ น ที่ ร างตื้ น ซับน้ํ า ให้ ต่ํ า กว่ า ระดั บพื้น ที่ เดิมและใช้การปลูกหญ้าพรรณไม้กลางแจ้ง (ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ค ลุม ดิ น) เพื่ อ รองรั บการระบายน้ํ า เรี ยกว่ า วิ ธีการแบบ รางตื้นซับน้ํา ซึ่งวิธีการนี้เหมาะกับการพัฒนาเพื่อเพิ่มพื้นที่ สี เ ขี ย วริ้ ว ยาว ถนนรอบเมื อ งหรื อ หมู่ บ้ า น/โครงการ ริ้วแนวทางเดินหรือเขตทางเท้า สวนหย่อมบริเวณทางแยก ที่มีพื้นที่เชื่อมโยงกับทางระบายสาธารณะ

• การใช้พื้นปูวัสดุซึมน้ํา (Porous Paving) หลีกเลี่ยงการดาดผิวและให้ความสําคัญกับการใช้วัสดุท่ีน้ําซึมผ่านลงดินได้ อันเป็นการประยุกต์ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้หลากหลายในพื้นที่ต่างๆ เช่น บริเวณที่จอดรถ ลานกีฬากลางแจ้ง ลานอเนกประสงค์ใน โรงเรียน วัด/ศาสนสถาน ริ้วแนวทางเดินและเขตทางเท้า ที่โล่งในเมือง และพื้นที่อื่นๆ

การจัดทําที่ชุ่มน้ําที่สร้างขึ้น (Constructed Wetlands) พื้ น ที่ ชุ่ ม น้ํ า ที่ ส ร้ า งขึ้ น ทํ า หน้ า ที่ ก รองสิ่ ง ปนเปื้ อ นที่ ไ หลมากั บน้ํ า ฝน/น้ํ า เสี ย ช่ ว ยปรั บปรุ ง สภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น โดยปลูกพรรณไม้รอบพื้นที่ชุ่มน้ํา (การชะลอน้ําเป็นการเก็บความชื้นใต้ดินทําให้พืช สามารถเจริญเติบโตได้)


ก า ร ทํ า ส ว น บ น ห ลั ง ค า (Rooftop Garden) สวนบนหลั ง คา โดยเฉพาะ อาคารสู ง ที่ มี ห ลั ง คาราบ/ดาดฟ้ า จะ สามารถชะลอ/เก็บน้ําฝนซึ่งค่อยๆ ไหลลง ช่ อ งระบายน้ํ า (ที่ มี อ ยู่ เ ดิ ม บนหลั ง คา/ ดาดฟ้ า ) สวนบนหลั ง คา สามารถปลู ก หญ้า หรือพรรณไม้กลางแจ้ง ผักสวนครัว หรือไม้สมุนไพรได้

การทําสวนน้ําฝน (Rain Garden) บริเวณที่เหมาะสมสําหรับจัดสร้างสวนน้ํา ฝนคือ บริเวณพื้นที่ว่างที่เป็นลานอเนกประสงค์ของ เมือง/หมู่บ้าน เช่น สวนสาธารณะ สามารถปลูกพรรณไม้กลางแจ้ง (ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน) ควรมีพื้นที่มาก/ มี บ ริ เ วณกว้ า ง ใช้ วั ส ดุ ปู แ บบซึ ม น้ํ า ได้ จะช่ ว ยให้ ส ามารถเก็ บ น้ํ า และความชื้ น ในดิน ลดภาระการให้นํา้ งานภูมิทัศน์


การจัดทําระบบการกักเก็บน้ําด้วยพืชพรรณ (Bioretention System) ระบบเก็ บ กั ก น้ํ า ด้ ว ยพื ช พรรณ เป็ นพื้ น ที่กั ก เก็บน้ํ า ฝนที่ ปลู ก พื ช หลากหลาย ชนิด เพื่อลดความเร็วของน้ําและลดขนาดของ ท่อระบายน้ํา ประยุกต์ใช้ได้กับพื้นที่สวนสาธารณะ พื้ น ที่ ธ รรมชาติ บริ เ วณที่ จ อดรถกลางแจ้ ง พื้นที่ริ้วยาวตามแม่น้ํา/ลําคลอง พื้นที่สถาบัน ต่างๆ ริ้วแนวทางเดินและเขตทางเท้า

การสร้างระบบดักขยะแนวลําน้ํา (Litter Traps) เป็นลักษณะของเขื่อนกั้นน้ําตามธรรมชาติ อาจใช้ขอนไม้ หรือหินที่อยู่ในธรรมชาติวางขวางลําน้ํา เพื่อดักขยะและสิ่งปฏิกูลที่ทิ้งลงตามแม่น้ําลําคลอง การดักขยะมีประโยชน์ ๒ ทาง กล่าวคือ ๑. เป็นการทํา ความสะอาดลําน้ํา ๒. ชะลอการไหลของน้ํา เพิ่มความชื้นใต้ดินในพื้นที่โดยรอบ และเพิ่มปริมาณน้ําใต้ดิน ทําให้พืชพรรณสามารถเจริญเติบโตได้ดี

นอกจากนั้น แนวคิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ของการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเพิ่มเติม ได้แก่ การเชื่อมโยงระบบเครือข่ายพื้นที่สีเขียว (Green Web) ด้วยระบบเส้นทาง (Corridors) ที่เน้นความเป็นสีเขียว (Greenways) การกําหนดกิจกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่สีเขียวแต่ละประเภท สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของ พื้นที่และเอกลักษณ์ของชุมชน

Sustainable green urban sammary  

(Eng) This Paper describe about Green Urban concept and the way for change a space in city going to green **This Paper is perform in Thai...