Issuu on Google+


Thailand dB League Rule Thailand dB League คือการแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์ในประเทศไทย ภายใต้การรับรองจากสถาบันเครื่องเสียง รถยนต์ Asia Auto Audio ซึ่งเป็นองค์กรทางด้านเครื่องเสียงรถยนต์ที่มุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาเทคนิควิชาการทางด้าน เครื่องเสียงรถยนต์ให้กับแวดวงเครื่องเครื่องเสียงรถยนต์ในระดับสากล โดยที่การแข่งขัน Thailand dB League ที่จัดขึ้นนี้ มิได้มุ่งหวังให้เกิดผล “แพ้” หรือ “ชนะ” เป็นสาคัญ หากแต่มุ่งหวังให้เกิดการส่งเสริมเทคนิคทางด้านการติดตั้งเครื่องเสียง รถยนต์ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันได้เกิดการพัฒนา มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบและติดตั้งระบบเสียง อย่างถ่องแท้ สามารถใช้ศักยภาพของอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ติดดั้งลงไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งมุ่งหวังให้เกิดการ เจริญเติบโตแก่แวดวงเครื่องเสียงรถยนต์ในระดับประเทศอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์รายการ Thailand dB League ดาเนินการไปได้ตามวัตถุประสงค์ เกิดความ เป็นธรรม และเสมอภาคแก่ผู้ที่เข้าแข่งขัน ทาง Asia Auto Audio จึงได้กาหนดกฎเกณฑ์ วิธีการและรูปแบบของการ แข่งขันดังต่อไปนี้

ประเภทและรุ่นของการแข่งขัน ในการแข่งขัน Thailand dB League มีรูปแบบการแข่งขันที่มุ่งเน้นพลังเสียง (SPL) เป็นสาคัญ โดยมีการแบ่งประเภท และรุ่นออกตามลักษณะของการแข่งขันดังต่อไปนี้ ASPL คือ รูปแบบการแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์เพื่อวัดความสามารถในการทาความดัง (SPL) ได้ “สูงสุด” จากระบบ เสียงที่ติดตั้งลงไป ภายใต้กรอบกติกาที่กาหนด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท (Division) ตามลักษณะการตัดแปลงรถและ ห้องโดยสาร จากนั้นก็จะแบ่งย่อยออกเป็นรุ่น (Class) ดังนี้ Street แบ่งออกตามประเภทของรถที่ใช้แข่งขัน และแบ่งรุ่นตามค่าพลังงานไฟที่ใช้ ดังนี้ - Street Sedan & Van Flyweight (1-200) - Street Sedan & Van Middleweight (201-300) - Street Sedan & Van Heavyweight (301+) - Street Pick Up Flyweight (1-200) - Street Pick Up Middleweight (201-300) - Street Pick Up Heavyweight (301+) Modified ไม่มีการแบ่งประเภทของรถที่ใช้ในการแข่งขัน โดยแบ่งรุ่นตามค่าพลังงานไฟที่ใช้เท่านั้น ดังนี้ - Modified Flyweight (1-300) - Modified Middleweight (301-500) - Modified Heavyweight (501+) Monster ไม่มีการแบ่งรุ่นย่อย dB Challenge คือ รูปแบบการแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์ ที่วัดความสามารถในการทาความดัง “เฉลี่ย” ได้ใกล้เคียง กับค่า SPL ที่กาหนดในแต่ละรุ่นที่เข้าแข่งมากที่สุด แบ่งรุ่นย่อยออกเป็น - dB Challenge 119.99 - dB Challenge 129.99 - dB Challenge 139.99 - dB Challenge Special SPL Fun Class คือ รูปแบบการแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์ ที่วัดความสามารถในการทาความดังสูงสุดแบบ “ค่าเฉลี่ย” ของระบบเสียงที่ติดตั้งลงไป จากภายนอกตัวรถ ภายใต้กรอบกติกาที่กาหนด โดยมีการแบ่งรุ่น ดังนี้ - SPL Fun Class Sedan & Van (ยิงหน้า) - SPL Fun Class Pick Up (ยิงหน้า) - SPL Fun Class Sedan & Van (ลงพื้น) - SPL Fun Class Pick Up (ลงพื้น)

~1~


วิธีแบ่งและระบุรุ่นการแข่งขันในประเภท ASPL เมื่อผู้เข้าแข่งขันได้รับการแบ่งประเภทที่จะเข้าแข่งขันตามลักษณะการดัดแปลงสภาพของตัวรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรรมการจะทาการจับสลากเพื่อกาหนดลาดับการเข้าวัดค่าในสถานีแข่งขันสาหรับแต่ละประเภท “โดยยังไม่มีการ แบ่งรุ่น” ทั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับการระบุรุ่นการแข่งขันหลังจากที่ได้ทาการวัดค่าความดังเสร็จสิ้น ณ สถานีแข่งขันนั้น แล้ว โดยเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่งรุ่นการแข่งขัน จะดูจากอัตราการใช้พลังไฟที่เปิดใช้งานในขณะวัดค่า ด้วยเครื่องมือที่ได้ การรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Asia Auto Audio วิธีการตรวจวัดอัตราการใช้พลังไฟของรถระบบเสียงแต่ละคันนั้น จะทาการวัดค่าดังนี้

- ปริมาณกระแสไฟ (Amperage) ที่ไหลผ่านชุดฟิวส์หลัก (In-line Fuse) เพื่อจ่ายให้กับเพาเวอร์แอมป์ขับ ซับวูฟเฟอร์ของระบบเสียงคันนั้นๆ โดยเมื่อปลดชุดฟิวส์หลักนี้ออกแล้ว ระบบเสียงทั้งหมดที่ใช้จะต้องไม่มีการ ทางานใดๆ ทั้งสิ้น - ระดับแรงดันไฟ (Voltage) ที่จ่ายให้กับเพาเวอร์แอมป์ที่ใช้ขับซับวูฟเฟอร์ในระบบนั้น จากนั้นจะนามาทาการคานวณเพื่อหารุ่นของรถคันนั้น โดยมีสูตรการคานวณดังนี้ รุ่น (Class) = I + (V x 10) โดย I = ปริมาณกระแสไฟ หน่วยเป็นแอมแปร์ V = ระดับแรงดันไฟ หน่วยเป็นโวลท์ ตัวอย่างการหารุ่น เมื่อรถ A, B และ C สมัครแข่งขัน ประเภท Street Sedan และทาการวัดค่าเสร็จเรียบร้อย และมีอัตราการใช้ไฟของ ระบบเสียงออกมาดังนี้ 1. รถ A ใช้ค่าพลังไฟ I = 60 แอมแปร์ V= 12.85 โวลท์ Class รถ A = 60+(12.85 x 10) = 188.5 รถ A จะอยู่ในรุ่น Street Sedan Flyweight (ไม่เกิน 200)

2. รถ B ใช้ค่าพลังไฟ I = 160 แอมแปร์ V= 12.85 โวลท์ Class รถ B = 160 +(12.85 x 10) = 288.5 รถ B จะอยู่ในรุ่น Street Sedan Middleweight (มากกว่า 200 ไม่เกิน 300)

3. รถ C ใช้ค่าพลังไฟ I = 160 แอมแปร์ Class รถ C = 160 + (14.85 x 10) = 308.5 รถ C จะอยู่ในรุ่น Street Sedan Heavyweight (เกิน 300)

~2~

V= 14.85 โวลท์


การตัดสินผลการแข่งขันในแต่ละประเภท (DIVISION) ASPL 1. ก่อนทาการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับการจัดประเภท (Division) ของการแข่งขันก่อน ตามลักษณะของการดัดแปลงสภาพรถ ส่วนรุ่นของการแข่งขันนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับทราบว่าตนเองจะอยู่ในรุ่นการแข่งขันใด หลังจากได้ทาการวัดค่าในครั้งนั้นเสร็จสิ้น เรียบร้อยแล้ว 2. เมื่อรถเข้าสู่สถานีแข่งขัน ภายหลังจากผ่านการตรวจประเภท (Division) แล้วนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับสิทธิในการวัดค่าความดัง (SPL) 1 ครั้ง โดยระยะเวลาในการทาความดังของระบบเสียงให้ได้สูงสุดภายในระยะเวลา 30 วินาที โดยจะวัดค่าความดัง (SPL) ใน รูปแบบของค่าเฉลี่ย (Average) 3. การวัดค่าความดัง จะวัดด้วยเครื่อง Term Lab และติดตั้งเซ็นเซอร์สาหรับวัดค่าความดังไว้ที่ด้านในกระจกหน้ารถ ฝั่งด้าน ผู้โดยสาร ณ ตาแหน่งห่างจากเสา A 12 นิ้ว และสูงจากแดชบอร์ดหน้ารถ 4 นิ้ว 4. เมื่อผู้เข้าแข่งขันได้ทราบรุ่นที่แข่งขันภายหลังจากการวัดค่าในครั้งที่ 1 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่พอใจผลคะแนน ผู้แข่งขันมี สิทธิ์วัดค่าความดัง (SPL) ได้อีก 1 ครั้ง โดยหากผลการใช้พลังงานยังคงอยู่ในรุ่นเดิม ให้นับเอาผลคะแนนครั้งที่ดีที่สุดที่ทาได้เป็นผล คะแนนเพื่อการตัดสินต่อไป 5. ในกรณีที่ผลการวัดค่าในครั้งที่ 2 แล้ว ปรากฏว่ามีการย้ายรุ่นไปจากเดิม กรรมการจะยกเลิกผลคะแนนรุ่นเดิม และใช้ผลคะแนนที่ วัดได้ในครั้งใหม่เป็นคะแนนเพื่อการตัดสินสาหรับรุ่นใหม่นั้นโดยอัตโนมัติ 6. กรณีเป็นรถเก๋งและมีห้องเก็บสัมภาระอยู่ด้านหน้า เซ็นเซอร์จะถูกย้ายไปติดตั้งที่กระจกหลัง 7. ระหว่างการวัดค่า กรรมการจะติดตั้งเครื่องมือสาหรับการวัดอัตราการใช้พลังไฟของระบบเสียง โดยจะวัดค่ากระแสไฟ จาก สายไฟที่ต่อเข้าหาเพาเวอร์แอมป์ขับซับวูฟเฟอร์ และวัดค่าแรงดันไฟที่ขั้วต่อเพาเวอร์แอมป์สาหรับซับวูฟเฟอร์ หากกรรมการ ไม่สามารถติดตั้งเครื่องมือวัดได้ รถคันนั้นจะถูกกาหนดให้อยู่ในรุ่นใหญ่สุดของประเภทการแข่งขันนั้นโดยอัตโนมัติ 8. หลังจากรถที่เข้าแข่งขันผ่านการวัดค่า และทราบรุ่นพร้อมผลคะแนนที่ทาได้แล้ว รถที่สามารถทาคะแนนความดัง (SPL) ได้สูงสุด ของรุ่นนั้นๆ คือผู้ชนะ 9. กรณีที่ผู้เข้าแข่งขันในรุ่นเดียวกัน ทาการวัดค่าได้เท่ากัน และมีผลต่อการจัดอันดับ 1, 2 และ 3 ให้ดูที่อัตราการใช้พลังงานของรถ คันที่คะแนนเท่ากัน โดยรถที่มีอัตราการใช้พลังงานน้อยกว่าจะเป็นผู้ชนะ หากยังคงเท่ากันอีกให้ครองรางวัลร่วมกัน และตัดรางวัลที่ อยู่ในลาดับรองลงมาออก

SPL Fun Class 1.ก่อนทาการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับการตรวจสอบรถ ตามประเภทรถ และลักษณะของการดัดแปลงสภาพรถ 2.เมื่อรถเข้าสู่สถานีแข่งขัน ภายหลังจากผ่านการตรวจสภ���พการติดตั้ง ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับสิทธิในการวัดค่าความดัง (SPL) 1 ครั้ง โดยมีระยะเวลาในการทาความดังของระบบเสียงให้ได้สูงสุดแบบ “ค่าเฉลี่ย” ภายในระยะเวลา 3 นาที 3.การวัดค่าความดัง จะวัดด้วยเครื่อง Term Lab และติดตั้งเซ็นเซอร์สาหรับวัดค่าความดังบนขาตั้ง ซึ่งมีความสูงจากพื้น 1 เมตร และห่างจากส่วนปลายสุดของรถในตาแหน่งที่ตั้งเซ็นเซอร์ 1 เมตร 4.ประเภท SPL FUN CLASS (ยิงหน้า) จุดวางเซ็นเซอร์จะอยู่ด้านหน้าของตัวรถ ประเภท SPL FUN CLASS (ลงพื้น) จุดวาง เซ็นเซอร์จะอยู่ตั้งแต่หลังเสาบีของตัวรถลงมา 5.ไม่อนุญาติให้วางเซ็นเซอร์อยู่ด้านหน้าของท่อระบายเบส หรือหน้าดอกลาโพงโดยตรง 6.กรณีที่ผู้เข้าแข่งขันในรุ่นเดียวกัน ทาการวัดค่าได้เท่ากัน และมีผลต่อการจัดอันดับ 1,2 และ 3 ให้นารถที่มีคะแนนเท่ากันมาทาการ วัดค่าใหม่ โดยให้วัดค่าอีกเพียงครั้งเดียวเพื่อหาผู้ชนะ หากยังเท่ากันอีก ให้ครองรางวัลร่วมกัน และตัดรางวัลที่อยู่ในลาดับรองลงมา ออก

dB Challenge 1. เมื่อเข้าสู่สถานีแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะได้สิทธิ์ในการวัดค่า 2 ครั้ง โดยจะวัดค่าความดัง (SPL) ในรูปแบบของค่าเฉลี่ย (Average) และมีระยะเวลา 30 วินาที เพื่อทาความดังเฉลี่ยของระบบเสียงให้ใกล้เคียงค่าที่กาหนดในรุ่นนั้นให้มากที่สุด และจะใช้ผล

คะแนนในครั้งทีด ่ ีที่สุด เป็นผลคะแนนเพื่อการตัดสินต่อไป 2. การวัดค่าความดัง จะวัดด้วยเครื่อง Term Lab และติดตั้งเซ็นเซอร์สาหรับวัดค่าความดังไว้ ณ ตาแหน่งใดก็ได้ภายในตัวรถ ส่วน ของกระบะหลังถือเป็นส่วนหนึ่งของภายในตัวรถ 3. รถที่สามารถทาคะแนนความดังเฉลี่ย (Average SPL) ได้ใกล้ค่าที่กาหนดในรุ่นนั้นมากที่สุดคือผู้ชนะ 4. กรณีที่ผู้เข้าแข่งขันในรุ่นเดียวกัน ทาการวัดค่าได้เท่ากัน และมีผลต่อการจัดอันดับ 1,2 และ 3 ให้นารถที่มีคะแนนเท่ากันมาทา การวัดค่าใหม่ โดยให้วัดค่าอีกเพียงครั้งเดียวเพื่อหาผู้ชนะ หากยังเท่ากันอีก ให้ครองรางวัลร่วมกัน และตัดรางวัลที่อยู่ในลาดับ รองลงมาออก

~3~


สภาพภายในห้องโดยสารและการดัดแปลง ในการลงแข่งขันแต่ละประเภท (Division) นอกจากการแบ่งตามประเภทของรถแล้ว จะมีข้อกาหนดในส่วนของการดัดแปลงสภาพ ภายในห้องโดยสารที่แตกต่างกัน โดยจะมีข้อกาหนดและเงื่อนไขในแต่ละประเภทดังนี้

ประเภท Street Sedan 1. รถเก๋งทุกประเภทแบบ 4 ล้อ ซึ่งจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีการแบ่งแยกห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระออกจากกัน อย่างชัดเจน ทั้งนี้จะต้องคงสภาพการใช้งานทั้ง “ภายใน” และ “ภายนอก” ของห้องโดยสาร ให้อยู่ในลักษณะของการใช้งานได้จริง ตามปกติทั่วไป 2. ฝากระโปรงหน้าและหลังจะต้องสามารถเปิดปิดได้ตามปกติ 3. จานวนของประตูรถจะมี 2 หรือ 4 ประตูก็ได้ โดยจะต้องเปิดปิดใช้งานได้ตามปกติ 4. สภาพภายในห้องโดยสารจะต้องอยู่สภาพเดิม และกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตามสภาพการใช้งานจริงตามปกติทั่วไป มิใช่ งานที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลทางด้าน SPL โดยเฉพาะ โดยให้อยู่ภายใต้ดุลพินิจของผู้ตัดสินที่จะพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายในการทา และ ให้ถือการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด 5. คอนโซลกลาง ห้ามถอดออกหรือสร้างขึ้นใหม่ 6. สามารถสร้างแผงซาวด์คอนเซ็ปท์ที่บานประตูทุกบานเพื่อการติดตั้งลาโพงและความสวยงามได้ โดยงานซาวด์ที่ทาขึ้นมานั้นต้อง ดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวตามลักษณะการออกแบบงานซาวด์คอนเซ็ปท์ มิใช่งานที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลทางด้าน SPL โดยเฉพาะ โดยให้อยู่ภายใต้ดุลพินิจของกรรมการที่จะพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายในการทา และให้ถือการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด 7. ต้องมีเบาะนั่งและพนักพิงคู่หน้า และเบาะด้านหลังครบถ้วน (ไม่รวมหัวหมอน) โดยเบาะนั่งและพนักพิงต่างๆ จะต้องทาการยึดติด ให้แน่นหนา ไม่มีการตัดเจาะช่องเบาะให้ผิดเพี้ยนไปจากสภาพการใช้งานจริงตามปกติ ฝ้าเพดานและพื้นรถจะต้องอยู่ในสภาพเดิมของ ตัวรถ 8. กระจกหน้ารถ, กระจกหลังรถ และกระจกประตูในแต่ละด้านจะต้องอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีการเสริมเติมแต่งหรือเปลี่ยนไปใช้เป็น วัสดุอื่นใดแทนทั้งสิ้น เว้นเพียงสติ๊กเกอร์เพื่อความสวยงาม และยังต้องคงสภาพการมองจากภายในรถออกมาสูภ ่ ายนอกได้โดยสะดวก ชัดเจน ไม่เป็นอุปสรรคในการขับขี่ใช้งาน กระจกข้างประตูรถทุกด้านจะต้องสามารถเลื่อนขึ้นลงได้ตามปกติ 9. ห้ามมิให้มีส่วนหนึ่งใดของทั้งตู้ซับวูฟเฟอร์หรือตัวซับวูฟเฟอร์อยู่ภายในห้องโดยสารโดยเด็ดขาด โดยจะต้องอยู่ภายในห้องเก็บ สัมภาระด้านหลังเท่านั้น รูปแบบของตัวตู้และอุปกรณ์เครื่องเสียง ในห้องเก็บสัมภาระ จะต้องติดตั้งให้เรียบร้อย มีความแน่นหนามั่นคง และดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตามสภาพการใช้งานจริงตามปกติในชีวิตประจาวัน มิใช่งานที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลทางด้าน SPL โดยเฉพาะ โดยให้อยู่ภายใต้ดุลพินิจของผู้ตัดสินที่จะพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายในการทา และให้ถือการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด 10. ลาโพงที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 8 นิ้วขึ้นไปจะถือเป็นซับวูฟเฟอร์ด้วยเช่นกัน 11. การทาช่องระบายเบสเข้ามาภายในห้องโดยสาร อนุญาตให้เปิดช่องที่พักแขน (Arm Rest) หรือแผงเรียร์เด็ค (Rear Deck) ได้ 12. ขนาดของช่องที่พักแขนที่เปิดเข้ามายังภายในห้องโดยสาร จะมีขนาดความกว้างได้ไม่เกิน 10 นิ้ว สูงไม่เกิน 12 นิ้ว (ยกเว้น เพียง Arm Rest จริงที่ผลิตออกมาจากโรงงานรถยนต์รุ่นนั้น) และช่องที่พักแขนนี้ต้องสามารถเปิดหรือปิดได้ตามปกติ และมีการจัดเก็บ งานให้เรียบร้อยกลมกลืนกับสภาพของรถ 13. ช่องที่แผงเรียร์เด็ค (Rear Deck) จะมีขนาดความกว้างได้ไม่เกิน 10 นิ้ว และยาวไม่เกิน 12 นิ้ว โดยแผงเรียร์เด็ค (Rear Deck) นี้ จะต้องการมีการจัดเก็บงานให้เรียบร้อยกลมกลืนกับสภาพของรถ อาทิเช่น แผงซาวด์ หุ้มหนัง หรือพรมให้เรียบร้อย 14. แนวบนสุดของแผงเรียร์เด็คนี้จะต้องไม่อยู่สูงเกิน 6 นิ้ว จากแนวขอบบนของพนักพิงเบาะหลัง (ในตาแหน่งปกติ) โดยไม่นับรวม หมอนอิงศีรษะ 15. ไม่อนุญาตให้ติดตั้งแบตเตอรี่, คาปาซิเตอร์ ไว้ภายในห้องโดยสารโดยเด็ดขาด 16. การติดตั้งเพาเวอร์แอมป์ภายในห้องโดยสาร อนุญาตให้ติดตั้งใต้เบาะนั่งคู่หน้าเท่านั้น โดยจะต้องไม่มีความยาวเกินกว่าแนว เบาะในตาแหน่งการนั่งปกติ และเป็นอุปสรรคกีดขวางอันตรายต่อการใช้งานปกติทั่วไป 17. การเดินสายไฟ สายสัญญาณของระบบเสียง จะต้องมีการจัดเก็บงานให้เรียบร้อย มิให้กีดขวางหรือเป็นอุปสรรค และอันตรายต่อ การใช้งานตามปกติทั่วไป

ประเภท Street Pick Up 1. รถกระบะแบบ 4 ล้อ ซึ่งมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีส่วนของห้องโดยสาร และกระบะท้ายแยกออกจากกันอย่าง ชัดเจน โดยจะมีแค็ปหรือไม่ก็ได้ 2. เครื่องยนต์จะต้องอยู่ในส่วนของห้องเครื่องด้านหน้าเท่านั้น ฝากระโปรงหน้าจะต้องเปิดปิดได้ 3. ประตูรถจะมี 2 หรือ 4 ประตูก็ได้ โดยจะต้องเปิดปิดใช้งานได้ตามปกติ 4. สภาพภายในของห้องโดยสารจะต้องกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตามการใช้งานในสภาพตามปกติทั่วไป ไม่มีการเจาะกระบะ เพื่อเชื่อมต่อตู้ซับวูฟเฟอร์จากภายนอกเข้ามายังภายในห้องโดยสารแต่อย่างใดทั้งสิ้น 5. ต้องมีเบาะนั่งและพนักพิงคู่หน้าครบ (ไม่รวมหัวหมอน) โดยเบาะนั่งและพนักพิงจะต้องมีการยึดติดให้แน่นหนา ไม่มีการตัดเจาะ ช่องเบาะให้ผิดเพี้ยนไปจากสภาพการใช้งานปกติ ฝ้าเพดานและพื้นรถต้องอยู่ในสภาพเดิม 6. กระจกหน้ารถ รวมถึงกระจกของประตูทุกด้าน และกระจกหลังจะต้องอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีการเสริมเติมแต่งหรือเปลี่ยนไปใช้งาน วัสดุอื่นใดแทนทั้งสิ้น เว้นเพียงสติ๊กเกอร์เพื่อความสวยงาม โดยที่ยังต้องคงสภาพการมองจากภายในรถออกมาสูภ ่ ายนอกได้โดยสะดวก ชัดเจน กระจกของประตูทุกด้านจะต้องสามารถเลื่อนขึ้นลงได้ตามปกติ 7. กระบะตอนเดียว “พื้นที่ติดตั้ง” คือด้านหลังเบาะหน้า โดยให้เลื่อนเบาะหน้ามาข้างหน้าให้มากที่สุด ทั้งนี้ยังจะต้องคงระยะห่าง จากตาแหน่งเซ็นเซอร์ถึงพนังตู้ด้านหน้านั้นไม่น้อยว่า 30 นิ้ว แต่หากมีการเปลี่ยนเบาะหน้าและไม่สามารถเลื่อนได้ ให้นับจุดยึดน็อ ตฐานเบาะเป็นแนวเขตพื้นที่ติดตั้ง

~4~


8. กระบะแค็ป และกระบะ 4 ประตู “พื้นที่ติดตั้งซับวูฟเฟอร์” คือด้านหลังเสา B และอยู่ภายในห้องโดยสารเท่านั้น โดยจะต้องทา การจัดเก็บงานให้เรียบร้อย มีการยึดติดให้มั่นคงแน่นหนา แข็งแรง และดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตามสภาพการใช้งานจริง ตามปกติในชีวิตประจาวัน มิใช่งานที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลทางด้าน SPL โดยเฉพาะ ส่วนของกระบะหลังไม่ถือว่าเป็นภายในตัวรถ 9. การติดตั้งเพาเวอร์แอมป์ อนุญาตให้ติดตั้งใต้เบาะนั่งคู่หน้าได้ โดยจะต้องมีความยาวไม่เกินกว่าความยาวของเบาะนั่งในตาแหน่ง การนั่งปกติ และไม่เป็นอุปสรรคกีดขวางอันตรายต่อการใช้งานปกติทั่วไป 10. อุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ในการแข่งขันไม่อนุญาตให้ติดตั้งไว้ภายนอกตัวรถโดยเด็ดขาด 11. กรณีที่เป็นรถกระบะแค็ป และตีตู้ด้านข้างในแค็ป ความสูงของตู้ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องเสียงทั้งหมด อนุญาตให้เกินแนวขอบล่าง ของกระจกบานหลังของรถคันนั้นได้ไม่เกิน 6 นิ้ว และจะต้องมีพื้นที่เหลือแบบต่อเนื่องในแค็ปสาหรับใช้งานจริงตามปกติในชีวิตประจาวัน โดยพื้นที่ว่างนี้จะต้องมี - ความสูงจากพื้นไม่เกิน 35 เซนติเมตร - ความกว้างจากด้านซ้ายไปขวา สาหรับด้านนอกไม่น้อยกว่า 36 นิ้ว (90 เซนติเมตร) - ความกว้างจากด้านซ้ายไปขวา สาหรับด้านในไม่น้อยกว่า 24 นิ้ว (60 เซนติเมตร) - ความลึกจากด้านนอกไปด้านในไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร 12. คอนโซลกลาง ห้ามถอดออกหรือสร้างขึ้นใหม่ 13. สามารถสร้างแผงซาวด์คอนเซ็ปท์ที่บานประตูทุกบานเพื่อการติดตั้งลาโพงและความสวยงามได้ โดยงานซาวด์ที่ทาขึ้นมานั้น ต้องดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวตามลักษณะการออกแบบงานซาวด์คอนเซ็ปท์ มิใช่งานที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลทางด้าน SPL โดยเฉพาะ โดยให้อยู่ภายใต้ดุลพินิจของผู้ตัดสินที่จะพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายในการทา และให้ถือการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด 14. ลาโพงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 8 นิ้วขึ้นไปจะถือเป็นซับวูฟเฟอร์ด้วยเช่นกัน 15. การเดินสายไฟ สายสัญญาณของระบบเสียง จะต้องมีการจัดเก็บงานให้เรียบร้อย มิให้กีดขวาง หรือเป็นอุปสรรค และอันตรายต่อ การใช้งานตามปกติทั่วไป

ประเภท Street Van 1. รถยนต์ 4 ล้อ ที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย มีส่วนของห้องโดยสารต่อเนื่องกับพื้นทีส ่ ่วนเก็บสัมภาระด้านท้าย ไม่มีกั้นห้อง หรือ แบ่งแยกทั้ง 2 ส่วนออกจากกัน อาทิ TOYOTA YARIS, HONDA JAZZ, ISUZU MU7, TOYATA WISH, NISSAN MARCH, MITSUBICHI PAJERO ฯลฯ 2. เครื่องยนต์จะต้องอยู่ในส่วนหน้าของรถ มีฝากระโปรงที่ด้านหน้าของรถ สามารถเปิดปิดได้ตามปกติ 3. จานวนของประตู จะมี 3, 4 หรือ 5 ประตู ก็ได้ โดยจะต้องเปิดปิดใช้งานได้ตามปกติ 4. พื้นที่ติดตั้ง ตู้ซับวูฟเฟอร์ คือด้านหลังเบาะนั่งแถวสุดท้ายของรถรุ่นนั้น โดยความสูงของตู้ รวมถึงอุปกรณ์เครื่องเสียงทั้งหมด จะต้องสูงไม่เกิน 6 นิ้ว จากความสูงของพนักพิงของเบาะนั่งแถวสุดท้าย (ไม่รวมหัวหมอน) 5. สภาพภายในห้องโดยสาร นับตั้งแต่ในส่วนหน้าของเบาะนั่งแถวสุดท้ายของรถรุ่นนั้นจะต้องกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตาม การใช้งานในสภาพตามปกติทั่วไป ฝ้าเพดานและพื้นรถต้องอยู่ในสภาพเดิม 6. กระจกหน้ารถ กระจกของประตูทุกด้าน ต้องอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีการเสริมเติมแต่งหรือเปลี่ยนไปใช้งานวัสดุอื่นใดแทนทั้งสิ้น เว้น เพียงสติ๊กเกอร์เพื่อความสวยงาม โดยที่ยังต้องคงสภาพการมองจากภายในรถออกมาสู่ภายนอกได้สะดวกชัดเจน กระจกของประตูทุก ด้านจะต้องสามารถเลื่อนขึ้นลงได้ตามปกติ 7. ต้องมีเบาะนั่งและพนักพิงคู่หน้า และเบาะ ด้านหลังครบถ้วน ตามตาแหน่งเดิมจากโรงงานประกอบรถยนต์ โดยเบาะนั่งและพนัก พิงต่างๆ จะต้องทาการยึดติดให้แน่นหนา ไม่มีการตัดเจาะช่องเบาะให้ผิดเพี้ยนไปจากสภาพการใช้งานปกติ 9. อุปกรณ์เครื่องเสียง ที่เปิดใช้งาน จะต้องติดตั้งภายตัวรถเท่านั้น และต้องทาการจัดเก็บงานให้เรียบร้อย มีการยึดติดให้มั่นคงแน่น หนา แข็งแรง และดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตามสภาพการใช้งานจริงตามปกติในชีวิตประจาวัน มิใช่งานที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวัง ผลทางด้าน SPL โดยให้อยู่ภายใต้ดุลพินิจของผู้ตัดสินที่จะพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายในการทา และให้ถือการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด 10. คอนโซลกลาง ห้ามถอดออกหรือสร้างขึ้นใหม่ 11. สามารถสร้างแผงซาวด์คอนเซ็ปท์ที่บานประตูทุกบานเพื่อการติดตั้งลาโพงและความสวยงามได้ โดยงานซาวด์ที่ทาขึ้นมานั้น ต้องดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวตามลักษณะการออกแบบงานซาวด์คอนเซ็ปท์ มิใช่งานที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลทางด้าน SPL โดยเฉพาะ โดยให้อยู่ภายใต้ดุลพินิจของกรรมการที่จะพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายในการทา และให้ถือการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด 12. ลาโพงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 8 นิ้วขึ้นไปจะถือเป็นซับวูฟเฟอร์ด้วยเช่นกัน 13. การเดินสายไฟ สายสัญญาณของระบบเสียง จะต้องมีการจัดเก็บงานให้เรียบร้อย มิให้กีดขวาง หรือเป็นอุปสรรค และอันตรายต่อ การใช้งานตามปกติทั่วไป

ประเภท Modified 1. รถยนต์แบบ 4 ล้อ ที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 2. อนุญาตให้ดัดแปลงสภาพภายในของรถได้ตั้งแต่เสา B ไปทางด้านหลังรถ โดยสามารถดัดแปลงได้เต็มตลอดความสูงของห้อง โดยสาร ทั้งนี้ในส่วนที่เกินเสา B ไปทางหน้ารถจะต้องคงสภาพตามสภาพการใช้งานจริงตามปกติในชีวิตประจาวัน 3.กรณีรถกระบะทีม ่ ีการต่อเติมหลังคาในส่วนของพื้นที่ด้านหลังห้องโดยสาร ความสูงของส่วนที่ต่อเติมนี้จะต้องไม่เกิน 1 เมตร จาก หลังคาห้องโดยสาร 4. ต้องมีเบาะนั่งและพนักพิงคู่หน้าครบถ้วน (ไม่นับรวมหัวหมอน) โดยเบาะนั่งและพนักพิงจะต้องมีการยึดติดให้แน่นหนา ไม่มีการ ตัดเจาะช่องเบาะให้ผิดเพี้ยนตามสภาพการใช้งานปกติ

~5~


5. กระจกหน้ารถ กระจกของประตูทุกด้าน ต้องอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีการเสริมเติมแต่งหรือเปลี่ยนไปใช้งานวัสดุอื่นใดแทนทั้งสิ้น เว้น เพียงสติ๊กเกอร์เพื่อความสวยงาม โดยที่ยังต้องคงสภาพการมองจากภายในรถออกมาสู่ภายนอกได้โดยสะดวกชัดเจน กระจกของประตู ทุกด้านจะต้องสามารถเลื่อนขึ้นลงได้ตามปกติ 6. การลดระดับเพดาน (Roof Down) หรือยกพื้นขึ้น (Floor Up) ในส่วนที่เกินหน้าเสา B มาทางด้านหน้ารถ สามารถกระทาได้ แต่ ต้องไม่เกินขอบบนสุดของโครงประตูรถนั้นสาหรับเพดาน ส่วนพื้นสามารถยกได้ไม่เกินขอบล่างสุดของโครงประตูรถนั้น และจะต้องเก็บ งานให้เรียบร้อย มีการหุ้มหนังหร���อว่าบุพรมให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมของรถคันนั้นๆ 7. ต้องมีคอนโซลกลาง ซึ่งสามารถจัดสร้างขึ้นใหม่ได้ โดยชุดคอนโซลกลางที่สร้างใหม่จะมีขอ ้ จากัดดังนี้

- ต้องต่ากว่าแนวระนาบขอบบนของแผงแดชบอร์ดหน้าไม่น้อยว่า 20 ซม. - กว้างไม่เกิน 30 ซม. - ต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดติดกับตู้ซับวูฟเฟอร์โดยเด็ดขาด 8. ส่วนของ “พื้นที่ติดตั้งซับวูฟเฟอร์” คือตั้งแต่เสา B ไปทางด้านหลังรถเท่านั้น 9. การติดตั้งเพาเวอร์แอมป์สาหรับขับซับวูฟเฟอร์ แบตเตอรี่ และคาปาซิเตอร์ ไม่อนุญาตให้เลยเสา B ขึ้นมาทางหน้ารถโดยเด็ดขาด 10. สามารถสร้างแผงซาวด์คอนเซ็ปท์ที่บานประตูทุกบานเพื่อการติดตั้งลาโพงและความสวยงามได้ โดยงานซาวด์ที่ทาขึ้นมานั้น ต้องดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวตามลักษณะการออกแบบงานซาวด์คอนเซ็ปท์ มิใช่งานที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังผลทางด้าน SPL โดยเฉพาะ โดยให้อยู่ภายใต้ดุลพินิจของกรรมการที่จะพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายในการทา และให้ถือการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด

ประเภท Monster 1. รถยนต์แบบ 4 ล้อ มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 2. ส่วนของตู้ซับวูฟเฟอร์ จะต้องอยู่ไม่เกินเสา B มาทางด้านหน้ารถ โดยสามารถดัดแปลงได้เต็มตลอดความสูงของห้องโดยสาร กรณีรถกระบะที่มก ี ารต่อเติมหลังคาในส่วนของพื้นที่ด้านหลังห้องโดยสาร ความสูงของส่วนที่ต่อเติมนี้จะต้องไม่เกิน 1.5 เมตร จาก หลังคาห้องโดยสาร 3. การลดระดับเพดาน หรือยกพื้นขึ้น ในส่วนที่เกินหน้าเสา B มาทางด้านหน้ารถสามารถกระทาได้แต่ต้อง มีพื้นที่ว่างในแนวตั้งฉาก จากเพดานถึงพื้นรถไม่น้อยกว่า 30 นิ้ว 4. สามารถดัดแปลงหรือทาแดชบอร์ดหน้าใหม่ได้ โดยแดชบอร์ดที่สร้างใหม่จะมีข้อจากัดดังนี้

- แดชบอร์ดนั้นจะต้องสูงไม่เกินกว่า 3 นิ้ว นับจากขอบล่างของ Windshield (ขอบล่างของกระจกบานหน้า) - แดชบอร์ดนั้นจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 6 นิ้ว แต่ไม่เกิน 16 นิ้ว 5. สามารถจัดสร้างชุดคอนโซลกลางขึ้นใหม่ได้ โดยคอนโซลกลางที่สร้างใหม่จะมีข้อจากัดดังนี้

- ต้องต่ากว่าแนวบนของแผงแดชบอร์ดหน้าไม่น้อยว่า 20 ซม. - กว้างไม่เกิน 30 ซม. - ต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดติดกับตู้ซับวูฟเฟอร์โดดเด็ดขาด 6. วัสดุที่เป็นกระจก สามารถเปลี่ยนหรือใช้วัสดุอื่นได้ แต่จะต้องสามารถมองทะลุผ่านได้โดยสะดวกเช่นเดียวกับกระจก

ประเภท SPL Fun Class ใช้ข้อกาหนดในการดัดแปลงสภาพรถ เช่นเดียวกันกับการดัดแปลงสภาพรถในประเภทของ Monster

ข้อกาหนดทั่วไป 1. เครื่องเสียงทั้งหมดที่ใช้ในการแข่งขันจะต้องเป็นอุปกรณ์ที่มก ี ารออกแบบและผลิตขึ้นมาเพื่อการจัดจาหน่ายในท้องตลาด และ เพื่อการใช้งานตามจริงในธุรกิจเครื่องเสียงรถยนต์ 2. ตัวถ่ายทอดขั้นสุดท้ายออกมาเป็นเสียงจะต้องเป็นลาโพง (Loudspeaker) โดยลาโพงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 8 นิ้ว และ ใช้ในการเปิดเสียงระหว่างการวัดค่า จะนับเป็นซับวูฟเฟอร์ 3. รถที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในแต่ละประเภทได้ จะต้องนารถมาตรวจสอบเช็คสภาพรถ อุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ ณ จุดที่กรรมการ กาหนดก่อนเริ่มทาการแข่งขัน และหลังการตรวจเช็ค ห้ามนารถออกนอกพื้นที่จนกว่าจะได้แข่งขันจนเสร็จสิ้น 4. หากรถที่เข้าร่วมการแข่งขันไม่สามารถมาตรวจสภาพได้ทันภายในระยะเวลาที่ทางคณะกรรมการกาหนด จะถูกตัดสิทธิ์ในการ แข่งขันประเภท (Division) นั้น โดยไม่คืนค่าสมัคร 5. ไม่มีการแข่งขันข้ามประเภทของรถโดยเด็ดขาด 6. การเคลื่อนที่ของรถเข้าสู่สถานีการแข่งขัน จะต้องกระทาด้วยพลังงานจากเครื่องยนต์ที่อยู่ภายในตัวรถเท่านั้น 7. ระหว่างการเปิดแผ่นเพื่อวัดค่าความดัง ผู้แข่งขันจะต้องเปิดเสียงจากลาโพงกลางแหลม ที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถ เพื่อให้กรรมการ ผู้ควบคุมการแข่งขันสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้เข้าแข่งขันได้ทาการเปิดแทรคเพลงอย่างถูกต้อง 8. สาหรับรถแข่งประเภท Street, Modified, Monster ลาโพงกลางแหลมที่สามารถเปิดเสียงได้ ต้องมีขนาดไม่เกิน 7 นิ้ว และไม่เกินอย่างละ 3 คู่ หากเกินกว่านี้จะต้องปลดสายลาโพงออก โดยให้คณะกรรมการผู้ควบคุมการวัดค่าเห็นโดยแท้จริงเท่านั้น 9. ระบบเสียงที่เปิดใช้งานเพื่อวัดค่าพลังเสียง จะต้องใช้พลังงานจากระบบไฟของรถที่มาจากการทางานของไดชาร์จ และแบตเตอรี่ ที่ติดตั้งอยู่ภายในรถยนต์ที่เข้าแข่งขันเท่านั้น 10. ในการแข่งขันประเภท Street การติดตั้ง Front สาหรับเป็นต้นกาเนิดสัญญาณ จะต้องติดตั้งไว้ที่แผงแดชบอร์ดเท่านั้น และการ ควบคุมการทางานของระบบเสียงจะต้องกระทาจากภายในรถ หรือหากเปิดและควบคุมจากภายนอกรถ จะต้องกระทาด้วยรีโมท คอนโทรลของ Front ตัวนั้นเท่านั้น

~6~


11. ในการแข่งขันประเภท Street แหล่งพลังงานที่จ่ายให้ระบบเสียง ต้องมาจากภายในตัวรถ อุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมระดับความ ดังของเสียงที่เปิดใช้งานในระหว่างการวัดค่า จะต้องติดตั้งอยู่ภายในรถเท่านั้น ไม่อนุญาตให้อยู่ภายนอกตัวรถโดยเด็ดขาด ยกเว้นการ ควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล 12. ในการแข่งขันประเภท Modified, Monster, SPL Fun Class และ dB Challenge อนุญาตให้นา Front สาหรับเป็นต้นกาเนิด สัญญาณ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมระดับความดังของเสียง มาเปิดภายนอกรถได้ โดยจะต้องใช้ระบบไฟเดียวกับชุดเครื่องเสียงที่ ใช้ภายในตัวรถ ไม่อนุญาตให้ใช้ระบบไฟจากภายนอกในการหล่อเลี้ยงการทางาน 13. ในการแข่งขัน ระหว่างการวัดค่า สามารถพับเบาะนั่งแถวหน้าได้ แต่ไม่อนุญาตให้ถอดออก ในประเภท Street สาหรับรถเก๋งและ รถแวนเบาะนั่งแถวหลังจะต้องอยู่ในสภาพการใช้งานปกติ ไม่อนุญาตให้พับเบาะหรือถอดออก 14. ระหว่างการวัดค่า รถที่เข้าแข่งขันจะต้องเปิดประตูหน้าทั้ง 2 ด้านจนสุด จนถึง Step สุดท้าย และห้ามทาการกระพือโดยเด็ดขาด ส่วนประตูบานอื่นๆต้องปิดให้สนิท 15. กระจกทุกด้านของตัวรถจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีร้อยแตกร้อยใดๆ และในระหว่างทาการวัดค่า กระจกทุกด้านจะต้องปิด ให้สนิท 16. ระหว่างการวัดค่า ส่วนของฝากระโปรงหน้าและท้ายต้องปิดให้สนิท สาหรับรถเก๋ง ส่วนรถ Van ฝาประตูด้านหลังต้องปิดให้สนิท ส่วนรถกระบะ (Pick Up) ฝากระบะหลังจะปิดหรือไม่ก็ได้ 17. ระหว่างทาการวัดค่า ห้ามมีการเขย่า ขย่ม หรือทุบตัวรถโดยเด็ดขาด 18. ระหว่างการวัดค่า ไม่อนุญาตให้เร่งรอบเครื่องยนต์โดยเด็ดขาด 19. ระหว่างการวัดค่าอนุญาตให้มีทีมงานอยู่กับรถที่เข้าแข่งขันได้ 1 ท่านต่อรถ 1 คัน เท่านั้น ห้ามมีการยื่นบังประตู และ ใช้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือติดตั้งจัดสร้างสิ่งใด เพื่อบังเซ็นเซอร์ในการวัดค่า เป็นอันขาด 20. เมื่อรถเข้าสู่สถานีแข่งขัน และกรรมการได้ติดตั้งเซ็นเซอร์เรียบร้อย ผู้เข้าแข่งขันมีระยะเวลาในการปรับเซ็ทระบบเสียง 3 นาที ก่อนทาการเริ่มวัดค่า หากเกินจะถูกหัก 2 คะแนนต่อ 1 นาที (เศษของวินาทีคิดเป็น 1 นาที) การขอเวลานอกกระทาได้ 1 ครั้ง ก่อนการ วัดค่าเท่านั้น โดยมีเวลา 3 นาที 21. ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้แผ่นซีดีที่ทางคณะกรรมการเตรียมไว้เพื่อการวัดค่าแข่งขันเท่านั้น 22. ระหว่างทาการวัดค่า ต้องไม่มีแผ่นเพลงอื่นใดนอกจากที่คณะกรรมการเตรียมไว้เพื่อการแข่งขัน ใน FRONT หรือแมกกาซีนของ FRONT ที่ติดตั้งในรถแข่งขันทั้งสิ้น 23. การคัดค้านผลการแข่งขัน จะต้องเป็นผู้เข้าแข่งขันและเป็นผู้เปิดระบบเสียงใน “ประเภทเดียวกันเท่านั้น” ห้ามมอบอา���าจ ให้แก่ตัวแทนแต่อย่างใด โดยจะต้องคัดค้านต่อคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขัน และคณะกรรมการผู้ตัดสินในทันทีกอ ่ นที่กรรมการจะ ประกาศรับรองผลคะแนนในรุ่นนั้นอย่างเป็นทางการ 24. ในการแข่งขัน คณะกรรมการมีสิทธิ์เปิดสถานีการแข่งขันมากกว่า 1 สถานีได้ หากมีรถเข้าร่วมแข่งขันเป็นจานวนมาก และ ต้องการรักษาเวลาของการแข่งขัน โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการผู้ตัดสิน และคณะผู้จัดการแข่งขัน 25. คณะกรรมการจัดการแข่งขัน มีสิทธิ์ตรวจสอบรถที่ได้รางวัลทุกคันอีกครั้งก่อนการประกาศผลอย่างเป็นทางการ 26. กาหนดการแข่งขันต่างๆ สามารถยกเลิกหรือเลื่อนได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ หรือแรงกดดันจากสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเกิน กว่าเหตุผลที่ทางคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขันจะควบคุมได้ 27. คณะกรรมการจัดการแข่งขันไม่ต้องรับผิดชอบสาหรับการสูญเสีย และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้แข่งขันหรือบุคคลอื่น อันเป็น ผลมาจากการยกเลิก หรือเลื่อนการตัดสินสาหรับสถานการณ์ที่นอกเหนือกฎเกณฑ์ข้อบังคับข้างต้น 28. หัวหน้าคณะผู้ตัดสินในการแข่งขันแต่ละครั้ง มีอานาจสูงสุดในการคาตัดสิน, วินิจฉัย และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะทาการแข่งขัน โดยคาตัดสินของหัวหน้าคณะผู้ตัดสินถือเป็นทีส ่ ิ้นสุด

ASIAAUTOAUDIO

ควบคุมการแข่งขันโดย

*** สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับกติกาการแข่งขัน โทร.08-1666-9153***

~7~



กติกาการแข่งขัน Thailand dB League 2014