Issuu on Google+

การรวมสั ญญาณช่ องรายการท้ องถิน่ เข้ ากับซีที เอชแพลตฟอร์ ม ดร.วาริ นทร์ ชลหาญ ,กรรมการผูจ้ ดั การ บจก.ดิจิตอลเคเบิล เพชรบูรณ์ varin.cho@gamil.com หรื อ 056 020 215

บทนํา ด้วยสภาพการแข่งขันที่รุนแรง

การเกิดขึ้นของทีวีดาวเทียม

ทีวี

ดิจิตอล ไอพีทีวี กฎระเบียบของหน่วยงานกํากับ พัฒนาการทางเทคโนโลยีที่มี แต่จะก้าวไปข้างหน้าอย่าง

และความต้องการของผูบ้ ริ โภคที่เปลี่ยนแปลง

ตลอดเวลา ทําให้เคเบิลทีวีทอ้ งถิ่นจากนี้ไปจะต้องมีการปรับตัวในทุก ๆ ด้าน เพื่อความอยูร่ อด โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในด้านการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ใน การส่ งสัญญาณภาพและเสี ยงในรู ปแบบของแพ็กเกจดาต้า ผูป้ ระกอบการส่ วน หนึ่งได้เข้าร่ วมกับทาง บมจ.ซี ทีเอช และได้นาํ ซี ทีเอช แพลทฟอร์ม 142 ช่อง นั้นซึ่ งเป็ นการส่ งสัญญาณภาพและเสี ยงตรงจากสํานักงานใหญ่ บมจ.ซี ทีเอช ผ่านโครงข่าย Fiber Optice ของ บมจ.ทีโอที มายังผูใ้ ห้บริ การเคเบิลทีวีทอ้ งถิ่น (Local Cable Operator) เป็ นบริ การหลัก แต่เนื่องจากในแต่ละท้องถิ่นอาจจะมี ช่องรายการที่เป็ นที่ตอ้ งการของสมาชิกแตกต่างกันไปอยูบ่ า้ ง เช่น รายการข่าว ท้องถิ่น

รายการที่มาจากทีวีดาวเทียมหรื อรายการที่ไม่ปรากฏใน

ซี ทีเอช


แพลตฟอร์ม แต่ เป็ นช่องรายการเดิมที่เคยส่ งสัญญาณเป็ นอนาล็อกและสมาชิก ให้ความสนใจรับชมอยูเ่ ป็ นจํานวนมากจึงไม่สามารถที่จะละเลยตัดทิ้งไปได้ บทความนี้ จะขอนําเสนอในส่ วนของการเพิ่มช่องรายการท้องถิ่น เข้ากับช่อง รายการของ ซี ทีเอช แพลทฟอร์ม 142 ช่อง เพื่อเป็ นพื้นฐานให้ผปู ้ ระกอบการ ได้มีความรู ้ความเข้าในการเตรี ยมตัว เตรี ยมงบประมาณ บุคคลากรได้อย่าง ถูกต้องไม่ตอ้ งลองผิดลองถูก และตัดเนื้อหามาเฉพาะเท่าที่จาํ เป็ นเพียงพอต่อ การนําไปปฏิบตั ิได้เท่านั้น


ซีทเี อช แพลทฟอร์ ม บมจ.ซี ทีเอช ผูไ้ ด้รับสิ ทธิ ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรี เมียร์ลีก 3 ฤดูกาลแต่เพียงผูเ้ ดียวในประเทศไทย

ได้จดั ทําผังรายการมาตรฐานที่เรารู ้จกั

กันในชื่อ “CTH Platform: 142 Channels” ประกอบด้วยช่องรายการที่ตอ้ ง เข้ารหัสเพื่อการรับชม 68 ช่อง และใน 68 ช่องเป็ นช่องที่มีความละเอียดภาพ สู ง(high definition) ถึง 30 ช่อง ที่เหลืออีก 74 ช่องรายการเป็ นช่องรายการที่มิ ต้องเข้ารหัสในการรับชม และสิ่ งที่ถือได้วา่ เป็ นพระเอกของ ซี ทีเอช แพลท ฟอร์มก็คือ ฟุตบอลพรี เมียร์ลีกที่สามารถรับชมทางช่อง Stedium 1 – 6 ไม่ สามารถรับชมได้จากที่อื่นใดนอกจากที่ ซี ทีเอช แพลทฟอร์มเท่านั้น

รู ป 1 CTH Platform : 142 Channels


ในการรับชมช่องรายการระบบดิจิตอลของซี ทีเอช จะต้องรับชมผ่านกล่องรับ สัญญาณ(Set Top Box) เท่านั้น การรับบริ การของสมาชิกก็มีให้เลือก หลากหลายแพ็กเกจตั้งแต่ราคา 100 บาท จนถึง 899 บาท นอกจากนี้แล้ว บมจ. ซี ทีเอช ยังให้สิทธิ พิเศษแก่สมาชิกเก่าของเคเบิลท้องถิ่น รับกล่องรับสัญญาณ ฟรี ซึ่ งถือได้วา่ เป็ นตัวเร่ งให้สมาชิกเก่าสมัครใจเข้ารับบริ การระบบดิจิตอลซี ที เอช แพลทฟอร์มอย่างรวดเร็ ว

ช่ วงความถี่ในการส่ งสั ญญาณ บมจ.ซี ทีเอช ได้กาํ หนดช่วงความถี่ให้ผปู ้ ระกอบการเคเบิลท้องถิ่น ต้องปฏิบตั ิตาม เพื่อส่ งสัญญาณภาพและเสี ยงของซี ทีเอชแพลตฟอร์มไว้ตายตัว แน่นอน และยังได้กาํ หนดช่องความถี่ที่จะสามารถใช้เพื่อการเพิ่มช่องท้องถิ่น ไว้ตายตัวเช่นกัน ทั้งนี้กเ็ พื่อให้เป็ นมาตรฐานเดียวกัน ง่ายต่อการวิเคราะห์ แก้ไขปั ญหา และไม่ทบั ซ้อนกับความถี่หลักของซี ทีเอชแพลตฟอร์ม ไม่เกิด ปั ญหาสัญญาณทับซ้อนจนภาพและเสี ยงหาย

และมีให้เลือกใช้ตามความ

เหมาะสมของแต่ละพื้นที่ 3 แบคือ PLAN A , PLAN B และ PLAN C


ตาราง 1 กําหนดช่วงความถี่ ซี ทีเอช แพลตฟอร์ม PLAN A B C

CTH Platform Frequency S27(354Mhz) – U28(534Mhz) U46(672Mhz) – U68(848Mhz) U32(562Mhz) – U54(738Mhz)

Local Frequency

OTA

S11(226Mhz) – S20(298Mhz) S11(226Mhz) – S20(298Mhz) U59(778Mhz) – U68(850Mhz)

U29(538Mhz) U29(538Mhz) U29(538Mhz)

PLAN A จะเริ่ มตั้งแต่ช่องสัญญาณ S27 – U29 สําหรับ ซี ทีเอช แพลตฟอร์ม และ ช่องสัญญาณ S11 – S20 สําหรับการเพิ่มช่องท้องถิ่น ช่อง U29(538Mhz) ใช้สาํ หรับ OTA PLAN B จะเริ่ มตั้งแต่ช่องสัญญาณ U46 – U68 สําหรับ ซี ทีเอช แพลตฟอร์ม และ ช่องสัญญาณ S11 – S20 สําหรับการเพิ่มช่องท้องถิ่น ช่อง U29(538Mhz) ใช้สาํ หรับ OTA PLAN C จะเริ่ มตั้งแต่ช่องสัญญาณ U32 – U54 สําหรับ ซี ทีเอช แพลตฟอร์ม และ ช่องสัญญาณ U59 – U68 สําหรับการเพิ่มช่องท้องถิ่น ช่อง U29(538Mhz) ใช้สาํ หรับ OTA


การนําช่วงความถี่ที่ทางซี ทีเอชกําหนดไปใช้งานควรจะมีการ์ ดแบน(Guard Band) ก่อนความถี่เริ่ มต้น 1 แบน และหลังความถี่สุดท้าย 1 แบนเพื่อเป็ น หลักประกันว่าจะไม่เกิดการรบกวนสัญญาณภาพและเสี ยง รวมถึง OTA ของซี ทีเอชแพลตฟอร์ม

รูป 2 Frequency Assigend by CTH, ที่มา CTH


การที่จะเลือกใช้ PLAN ใดนั้นขึ้นอยูก่ บั ปั จจัยหลายประการ แต่อาจจะพอสรุ ป ได้เป็ นข้อ ๆ ดังนี้ 1. ความง่ายในการปรับตั้งอุปกรณ์ ส่ งสัญญาณ PLAN A จะสามารถปรับตั้ง อุปกรณ์ขยายสัญญาณ(Trunk Amplifier) ได้ง่ายที่สุดเนื่องจากใช้ความถี่ใน การส่ งสัญญาณภาพและเสี ยงสู งสุ ดที่ 550Mhz เท่านั้น และ ความถี่ช่อง ท้องถิ่นที่กาํ หนดไว้ ก็เริ่ มตั้งแต่ 226 – 298 Mhz ซึ่ งเป็ นช่วงที่ความถี่ไม่สูง PLAN A เป็ นช่วงความถี่ที่ไม่สูงมากปั ญหาเรื่ องการสู ญเสี ยในสายเนื่องจาก ความถี่กล็ ดน้อยลงไปมาก การปรับ Amplifier Output ให้ได้ขนาด 92dB สําหรับช่องความถี่ S27 และ 98dB สําหรับช่องความถี่ 538Mhz ก็ทาํ ได้ โดยง่าย แต่ PLAN A นั้นอาจจะไม่เหมาะสําหรับเคเบิลทีวีที่ประสงค์จะส่ ง สัญญาณอนาล๊อกควบคู่ไปกับสัญญาณดิจิตอลในสาย RG11 เส้นเดียวกัน ทั้งนี้กเ็ นื่ องจากซี ทีเอชแพลตฟอร์มและความถี่กาํ หนดเพื่อเพิ่มช่องท้องถิ่น ครอบคลุมย่านความถี่สาํ คัญ 2 ช่วงคือ 226 – 298Mhz และ 354 – 538 Mhz ซึ่ งจะไปตรงกับความถี่สัญญาณอนาล็อกเดิมของเคเบิลทีวีทอ้ งถิ่น การใช้ PLAN A จะต้องมัน่ ใจว่าจะไม่หนั หลังกลับมาใช้ระบบอนาล๊อกอีกแล้ว หรื อไม่กต็ อ้ งเดินอุปกรณ์และสายขนานกันไป 2 ชุด ซึ่ งเป็ นการสิ้ นเปรื อง ค่าใช้จ่ายมหาศาล หรื อถ้าจะใช้ PLAN A รวมถึงส่ งสัญญาณอนาล๊อกเดิมคู่ กันไปด้วย ก็มียา่ นความถี่เหลือสําหรับช่องอนาล็อกเดิมประมาณ 30 ช่อง เท่านั้น และเนื่องจากการส่ งสัญญาณที่ความถี่สูงสุ ดไม่เกิน 550Mhz จะ ได้รับประโยชน์จากการสู ญเสี ยในสายในสาย Coaxial ลดน้อยลงไป ทําให้


ความยาวระหว่างแอปปิ ไฟเออร์เพิ่มได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม CTH ก็ แนะนําให้ใช้ความยาวสู งสุ ดของสาย RG11 ระหว่างแอปปิ ไฟเออร์ไม่เกิน 150 เมตร เพื่อประโยชน์ในอนาคตเมื่อต้องมีสัญญาณ return เช่นที่จะ เกิดขึ้นจากการให้บริ การอินเตอร์เน็ตต่อไป แต่ท้ งั นี้ ท้ งั นั้นค่า 150 เมตรและ การตั้งความแรงสัญญาณ 92dB – 98dB ก็เป็ นเพียงค่าแนะนํา เคเบิลท้องถิ่น ควรมีวิศวกรหรื อช่างไฟฟ้ าที่สามารถคํานวณค่าการสู ญเสี ยในสายส่ งและ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ดว้ ยเพราะในงานติดตั้งแต่ละครั้งตําแหน่งเสาไฟฟ้ า หรื อ จุดที่จะวางอุปกรณ์อาจมีการสั้นหรื อยาวกว่า 150 เมตร ซึ่ งค่าการลดทอน สัญญาณสามารถขอได้จากผูข้ ายอุปกรณ์น้ นั เอง

รูป 3 ค่าการลดทอนสัญญาณของสายเคเบิล


2. PLAN B เป็ นทางเลือกที่ผปู ้ ระกอบการเคเบิลท้องถิ่นสามารถเลือกใช้ได้ โดยภาพและเสี ยงของซี ทีเอช แพลตฟอร์ มจะเริ่ มตั้งแต่ U46 ถึง U68 ซึ่ งเป็ น การใช้ยา่ นความถี่สูงที่สุด(848 – 672 Mhz)ในการส่ งภาพและเสี ยงของซี ที เอช การปรับตั้งแอปปิ ไฟเออร์สาํ หรับ PLAN B จะค่อนข้างทําได้ยาก พอสมควรเพราะภาพและเสี ยงอยูใ่ นย่านความถี่สูง และต้องให้ความ���ําคัญ กับการลดทอนสัญญาณในสาย

RG11

เพราะจะมีการสู ญเสี ยที่สูงกว่า

PLAN A เป็ นอย่างมาก ดังแสดงในรู ปที่ 3 จะได้วา่ ค่าการลดทอนในสาย RG 11 จะประมาณ 12.60 dB/100 เมตร แต่ประโยชน์สาํ คัญของ PLAN B ก็คือเปิ ดโอกาสให้เคเบิลท้องถิ่นสามารถส่ งสัญญาณอนาล๊อกไปพร้อมกับ สัญญาณดิจิตอลของ ซี ทีเอช โดยไม่ทบั ซ้อนกันได้มากสุ ดถึง 80 ช่อง เหมาะสําหรับเคเบิลท้องถิ่นที่มีการใช้แอปปิ ไฟเออร์ความถี่ 860Mhz เดิม อยูแ่ ล้ว และมีลูกค้าที่เป็ นสัญญาณอนาล๊อกอยูเ่ ป็ นจํานวนมาก หรื อมีการ แข่งขันในพื้นที่เดิมสู งโดยคู่แข่งก็ยงั เป็ นผูใ้ ห้บริ การแบบสัญญาอนาล๊อก 70 – 80 ช่องอยู่ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงสัญญาณลูกค้าแบบทันทีทนั ใด อาจ ทําให้ลกู ค้าย้ายไปใช้บริ การกับคู่แข่งได้ จึงต้องค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงโดย อาศัยการทําการตลาด หรื อสร้างการรับรู ้ถึงข้อดีของสัญญาณดิจิตอลและซี ทีเอช แพลตฟอร์ม แม้ PLAN B จะใช้ความถี่ในการส่ งสัญญาณสู งกว่า PLAN

A

มากแต่ทางซี ทีเอช

ก็ยงั คงกําหนดให้ใช้ช่องสัญญาณ

S11(226Mhz) – S20(298Mhz) เป็ นช่วงความถี่ในการเพิม่ ช่องท้องถิ่น ซึ่ ง ถ้าเคเบิลท้องถิ่นตัดสิ นใจเพิ่มช่องท้องถิ่นเข้าไปยัง

ซี ทีเอชแพลตฟอร์มก็


ต้องยอมรับช่องสัญญาณอนาล๊อกที่จะลดลงตามไปด้วย ซึ่ งโดยทัว่ ไปแล้ว 1 ย่านความถี่อนาล็อก สามารถบรรจุช่องรายการในรู ปแบบดิจิตอลได้ถึง 8 ช่องรายการ เช่น หากเคบิลท้องถิ่นเพิ่มรายการต่อท้าย ซี ทีเอช แพลตฟอร์ ม 8 รายการ ก็จะเสี ยช่องรายการอนาล๊อกไปเพียง 1 ช่องรายการเท่านั้น 3. PLAN C เป็ นการกําหนดช่วงความถี่ให้มีความง่ายในการปรับตั้งอุปกรณ์ กว่า PLAN B โดยความถี่ที่ใช้ในการส่ งสัญญาณภาพและเสี ยงของซี ทีเอช ก็นอ้ ยกว่า PLAN B และยังมีความถี่เหลือเพียงพอที่จะให้เคเบิลท้องถิ่นได้ ส่ งสัญญาณภาพและเสี ยงแบบอนาล๊อก 60 ช่อง ควบคู่ไปกับสัญญาณ ดิจิตอลของทางซี ทีเอช เคเบิลท้องถิ่นสามารถใช้ความย่านความถี่ต้ งั แต่ E2(48.25Mhz) – U28(527.25Mhz) ส่ งสัญญาณในระบบอนาล๊อกได้ ประมาณ 60 ช่องรายการ และใช้ความช่วงความถี่ U29(538Mhz) – U54(738Mhz) ในการส่ งสัญญาณดิจิตอลของ ซี ทีเอช และใช่ช่วงความถี่ ตั้งแต่ U59(778Mhz) – U68(850Mhz) ในการเพิ่มช่องท้องถิ่นเข้าไปยัง ซี ที เอช แพลตฟอร์ม ที่น่าสนใจคือความถี่ที่ใช้ในการเพิ่มช่องท้องถิ่นสําหรับ PLAN C นี้จะไม่ไปทับกับความถี่ของช่องอนาล๊อกเดิม ผูป้ ระกอบการ สามารถส่ งสัญญาณภาพอนาล๊อกได้ 60 ช่องเต็มไปในสายเคเบิลเดียวกัน


4. อุปกรณ์ขยายสัญญาณเดิมที่ใช้อยู่ ต้องนํามาพิจารณา

จะเป็ นอีกหนึ่งตัวแปรที่เคเบิลท้องถิ่น

หากอุปกรณ์เดิมที่ใช้ส่งสัญญาณภาพและเสี ยงใน

ระบบอนาล๊อกมีความถี่ใช้งานสู งสุ ดไม่เกิน 550Mhz และเคเบิลท้องถิ่น เห็นว่ายังไม่พร้อมที่จะลงทุนจัดหาในขณะนี้ ก็เป็ นเหตุให้ตอ้ งใช้ PLAN A ในการส่ งสัญญาณดิจิตอลเท่านั้น ถ้าได้ตดั สิ นใจเลือก PLAN A แล้วสิ่ งที่ ต้องยอมรับก็คือ ช่องสัญญาณอนาล๊อกเดิมจะลดลงเหลือเพียงไม่เกิน 30 ช่องเท่านั้นเพื่อไม่ให้ชนกับสัญญาณดิจิตอลของซี ทีเอช นอกจากนี้แล้วถ้า เคเบิลท้องถิ่นมัน่ ใจว่าจะไม่หนั กลับมาทําสัญญาณอนาล๊อกอีกแล้ว

จะ

เดินหน้าพัฒนาการส่ งสัญญาณดิจิตอลเพียงอย่างเดียว การเลือก PLAN A จะเป็ นทางเลือกที่ดีที่สุด

หากอุปกรณ์ขยายสัญญาณเดิมมีความถี่สูงสุ ด

862Mhz อยูแ่ ล้วก็สามารถที่จะเลือกได้ท้ งั 3 แผน แต่สิ่งที่ตอ้ งปรับแน่ ๆ ก็ คือระยะทางระหว่างอุปกรณ์ขยายสัญญาณซึ่ งทาง ซี ทีเอช ได้แนะนําให้ใช้ เพียง 150 เมตรเท่านั้น ด้วยเหตุผลสําคัญหลายประการเช่น สัญญาณดิจิตอล จะสมบูรณ์ตอ้ งมีคุณภาพสัญญาณ และ ความแรงของสัญญาณเหมาะสม จึง จะรับชมได้(ซึ่ งจะกล่าวถึงต่อไปว่าความเหมาสมคืออะไร)

อีกทั้งหาก

เคเบิลทีวีทอ้ งถิ่นมีความประสงค์จะพัฒนาเป็ นผูใ้ ห้บริ การอินเตอร์เน็ตแบบ Ethernet Over Coaxial(EOC) แล้ว ยิง่ ต้องคํานึงถึงคุณภาพสัญญาณเป็ น อย่างมาก ทั้งนี้อุปกรณ์ขยายสัญญาณเดิมจะต้องมีช่องทาง Return Path เพื่อ ส่ งสัญญาณกลับด้วย หากอุปกรณ์ขยายสัญญาณเดิมที่ใช้อยูแ่ ม้จะมีความถี่ สู งถึง 862Mhz รองรับได้ท้ งั PLAN A , PLAN B และ PLAN C แต่ไม่มี


คุณสมบัติรองรองสัญญาณวิ่งกลับ(Return Path) ก็จะไม่สามารถใช้อุปกรณ์ ขยายสัญญาณเดิมที่มีน้ นั ในการให้บริ การอินแตอร์เน็ต ซึ่ งถือเป็ นไฮไลท์ สําคัญที่เคเบิลทีวีทอ้ งถิ่นที่เข้าร่ วมกับ บมจ.ซี ทีเอช จะเตรี ยมความพร้อม เพื่อรองรับต่อการพัฒนาดังกล่าว

ข้ อกําหนดระบบ HFC เพือ่ รองรับสั ญญาณของ CTH บมจ.ซี ทีเอช โดย Regional Network Management ได้กาํ หนด มาตรฐานแนะนําในการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อให้สัญญาณภาพและเสี ยงในรู ปแบบ ดิจิตอล ส่ งตรงไปยังสมาชิก อย่างสมบูรณ์แบบ และรองรับการให้บริ การ อินเตอร์เน็ทในอนาคตอันใกล้ ซึ่ งการปฏิบตั ิตามมาตรฐานแนะนําดังกล่าวโดย ความเข้าใจหลักทฤษฏีควบคู่กนั ไปจะเป็ นหลักประกันให้สมาชิกได้รับ สัญญาณดิจิตอลที่มีคุณภาพ Head End ระดับความแรงสัญญาณ CTH ควรจะน้อยกว่า ระดับสัญญาณดิจิตอลหรื ออ นาล๊อกท้องถิ่นอยูป่ ระมาณ 6 – 8 dB โดยปกติแล้วสัญญาณดิจิตอลในรู ป 256QAM ของ ซี ทีเอช ที่ออกจาก RF Gate Way จะอยูท่ ี่ประมาณ 95 dB เพื่อมิ ให้สัญญาณแรงเกินไป วิศวกรของซี ทีเอช จะใส่ Inline 10dB Drop ไว้ให้ดว้ ย จึงทําให้สัญญาณของดิจิตอลของ

ซี ทีเอชผ่านตัวลดทอนแล้วเหลือก่อนเข้า


Transmitter ประมาณ 85dB หรื อจะให้ถกู ต้องแม่นยําก็ควรใช้ Level Meter วัดระดับสัญญาณ

เพราะฉะนั้นสัญญาณช่องท้องถิ่นดิจิตอลในรู ปแบบ

256QAM หรื อ สัญญาณอนาล๊อกเดิมควรมีระดับ 91 – 93dB สัญญาณดิจิตอล ท้องถิ่นในรู ป 256QAM สามารถกําหนดระดับสัญญาณได้ที่อุปกรณ์ QAM Modulator กรณี สัญญาณอนาล๊อกสามารถกําหนดระดับสัญญาณโดย Inline Drop Connector หรื อ Active Combiner ที่สามารถปรับระดับต่างของสัญญาณ ได้

รู ป 4 การต่อรวมสัญญาณท้องถิ่นและสัญญาณซีทีเอช

การปรับระดับสัญญาณของทุกสัญญาณให้เป็ นไปตามมาตรฐานแนะนําของซี ทีเอช

เป็ นเรื่ องที่สาํ คัญโดยประสบการณ์ของผูเ้ ขียนแล้วเมื่อปรับระดับ


สัญญาณของช่องท้องถิ่นให้สูงกว่าสัญญาณของซี ทีเอชจะทําให้กล่อง Set Top Box ทําการล๊อกสัญญาณ(Locked) สัญญาณช่องท้องถิ่นได้รวดเร็ ว และยัง รวมถึงระดับสัญญาณหลังถูกเปลี่ยนเป็ นสัญญาณแสงและเปลี่ยนกลับมาเป็ น สัญญาณ 256QAM โดย Optical Node มีความเหมาะสมไปด้วย Cascade Amplifier เมื่อ Optical Node ทําหน้าที่ในการแปลงสัญญาณแสงออกมาเป็ นสัญญาณ 256QAM แล้วก็จะจํากัดพื้นที่อยูใ่ นรัศมีรอบ ๆ ประมาณ 100 เมตร เพื่อให้ สัญญาณภาพและเสี ยงเดินทางไปยังจุดบริ การสมาชิกได้ไกลขึ้น เลาะเลี้ยวเข้า ตรอกซอย และคุณภาพสัญญาณยังคงสมบูรณ์เพียงพอต่อความต้องการตํ่าสุ ด ของกล่อง Set Top Box ทีม Regional Network Management ได้แนะนําคุณ สมบติและการใช้งานอุปกรณ์ขยายสัญญาไว้ดงั แสดงในตารางที่ 2 และแนะนํา ให้ต่ออุปกรณ์ขยายสัญญาณเป็ นอนุกรมกันไม่เกิน 4 ตัวเท่านั้น รวมถึงสายที่ ใช้เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ขยายสัญญาณควรเป็ น Coaxial RG11 เท่านั้น และ ใช้ความยาวสายระหว่างอุปกรณ์ขยายสัญญาณไม่เกิน 150 เมตร และใช้ Output Port 1 เป็ นช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ขยายสัญญาณโดยไม่มี การต่อ Splitter หรื อ Tap off ขั้นกลางระหว่างอุปกรณ์ขยายสัญญาณ ส่ วน Output Port 2 จะใช้เป็ นสายสัญญาณ Local เชื่อมต่อไปยัง Splitter , Tap Off และ Set Top Box ต่อไป Feature

Specification


Max Output Level 95-98 dBuV at 862Mhz Max Gain 35 dB(Forward) , 0dB (Passive Return) Flatness +/- 1dB Equaliser Range 0 – 20 dB Attenuation Range 0 – 20 dB CSO -66 dB CTB -68 dB Xmod -66 dB Noise Figure 8 dB (Maximum) Hum Modulation 65 dB Power Supply AC 30 – 60 VAC รู ป 5 ���้อแนะนําการจัดหาอุปกรณ์ขยายสัญญาณ การจัดหาอุปกรณ์ขยายสัญญาณให้เหมาะสมโดยใช้มาตรฐานแนะนําโดยซี ที เอช ตั้งแต่เริ่ มต้นดําเนินการติดตั้งระบบจะเป็ นหลักประกันว่าสัญญาณดิจิตอล จะมีคุณภาพดีเพียงพอ รองรับการให้บริ การอินเตอร์เน็ตในอนาคตโดยเฉพาะ อย่างยิง่ การเลือกหาอุปกรณ์ขยายสัญญาณที่มี Return Path หรื อสามารถ ปรับแก้ให้มี Return Path ได้เมื่อต้องการใช้งาน ก็เป็ นเรื่ องสําคัญที่ตอ้ ง คํานึงถึงก่อนการติดตั้ง หากไม่มีคุณสมบัติตามที่ทาง ซี ทีเอช ได้แนะนําไว้อาจ ทําให้ตอ้ งรื้ อเปลี่ยนกันอีกครั้งหนึ่งในอนาคตอันใกล้


อุปกรณ์ขยายสัญญาณควรเป็ น Bidirectional Amplifier เพื่อรองรับการส่ ง สัญญาณกลับ สามารถทํางานที่อุณหภูมิสูงถึง 55 C ได้โดยไม่ผิดเพี้ยน ในการปรับตั้งอุปกรณ์ขยายสัญญาณจะต้องให้ความสําคัญกับเรื่ อง

Input

Level เป็ นอย่างมาก โดยทัว่ ไปแล้วเสป็ คจะกําหนดว่า Input Level ควรอยู่ ในช่วง 72 – 78dB

ช่างหรื อวิศวกรผูอ้ อกแบบจะต้องออกแบบให้ระดับ

สัญญาณเข้าอยูใ่ นช่วงที่ผผู ้ ลิตกําหนด

หากอยูต่ ่าํ กว่าช่วงกําหนดจะพบกับ

ปั ญหาเร่ งสัญญาณมากไม่ได้เพราะเร่ งมากจะพบว่าค่า MER(Modulation Error Rate) และ ค่า BER(Bit Error Rate) จะผิดเพี้ยน หากสัญญาณ Input Level มากกว่าช่วงที่ผผู ้ ลิตกําหนดจะพบกับปั ญหาสัญญาณ Output มีระดับสู งแต่ ค่า MER และ BER น้อยกว่าที่ควรเป็ น เราจึงพบว่าหลาย ๆ ครั้งตําแหน่งวาง อุปกรณ์ขยายสัญญาณอยูใ่ กล้ Optical Node แต่ตอ้ งมีการม้วนสาย RG11 ให้


ได้ความยาว 150 เมตร ทั้งนี้ กเ็ พื่อให้สัญญาณ Input Level มีระดับที่เหมาะสม ตามผูผ้ ลิตกําหนดนั้นเอง

Tap Off , Splitter ต้องเลือกเฉพาะที่ออกแบบไว้ใช้งานภายนอกอาคารเท่านั้น(outdoor type) ช่าง หรื อ วิศวกร ออกแบบควรใช้การคํานวณการลดทอนสัญญาณเลือกใช้ค่า Tap Loss อย่างเหมาะสมลดหลัน่ กันไป

รูป 7 Outdoor Tap

ค่า Tap Loss ควรมีการเลือกใช้อย่างเหมาะสม มิใช่วา่ จะเลือกใช้แต่ค่า Tap Loss ตํ่า ๆ เสมอไป โดยทัว่ ไปแล้วตําแหน่งวาง Tap Off ที่อยูใ่ กล้กบั อุปกรณ์ ขยายสัญญาณควรมีค่า Tap Loss สู ง ๆ เพื่อมิให้สัญญาณใน


บริ เวณดังกล่าวนั้นแรงเกินความจําเป็ น Tap Off ที่มีค่า Tap Loss สู ง ๆ จะมีค่า Insert Loss ตํ่าทําให้สามารถเชื่อมต่อไปยัง Tap Off ตัวถัดไปได้ระยะทางไกล ขึ้น ซึ่ งมีให้เลือกค่า Tap Loss ตั้งแต่ -20dB -17dB -14dB -11dB และ -8dB

รู ป 8 ตัวอย่างการคํานวณ โดย KE & T CATV System Equipment Coaxial Cable ซี ทีเอช ได้แนะนํามาตราของสายเคเบิลที่จะใช้ไว้ และเท่าที่สาํ รวจจากผูจ้ ดั จําหน่ายก็พบว่าทุกรายมีสินค้าที่ได้มาตราฐานตามที่ทางซี ทีเอชได้แนะนําไว้ และถ้าในการสั่งซื้ อถ้ามีการแจ้งว่านําไปใช้ในระบบดิจิตอลแล้วผูจ้ าํ หน่ายจะ ทราบทันทีและจัดส่ งสิ นค้าที่ถูกต้องเหมาะสมให้ทนั ที RG11 with Messenger Trishied with Minimum 70% of Braid and 100% Foil Shield


RG6 with Messenger Trishield with Minimum 70% of Braid and 100% Foil Shield RG6 Indoor Double Shield with Minimum 60% of Braid and 100% Foil Shield RF Signal Level at Tap Port(Outdoor), Min Analog Channel (LCO)

70dBuV

Digital Channel (CTH)

62 dBuV

Carrier to Noise (LCO)

44 dB

RF Signal Level at Set Top Box, Min Analog Channel (LCO)

57 dBuV

Digital Channel (CTH)

50d dBuV

Carrier to Noise (LCO)

44 dB

MER

34 dB

BER

10e-8 (better 10e-9)

Tap Output Port คือจุดสุ ดท้ายหลังจากนั้นจะเป็ นการเชื่อมต่อเข้าไปยังจุด บริ การหรื อเข้าไปยังบ้านพักของสมาชิก การเดินสายภายในบ้านพักอาจมีความ


สลับซับซ้อน

มีการพ่วงต่อหลายจุดโดยใช้อุปกรณ์แบ่งสัญญาณภายใน

(Indoor Splitter) และการลดทอนสัญญาณในสายภายใน เพื่อมิให้ระดับ สัญญาณน้อยเกินไปจึงควรรักษาระดับสัญญาณที่จุด TAP output ให้ไม่นอ้ ย กว่า 62dBuV

รู ป 9 ภาพแสดงระดับสัญญาณสู งแต่คุณภาพสัญญาณไม่ดี

ในทางปฏิบตั ิเรามักใช้สาย RG6 เดิมที่ลูกค้าเดินไว้แล้วภายในบ้าน แม้จะมี การเตรี ยมระดับสัญญาณภายนอกบ้านพักไว้ที่ระดับ 62 dBuV แล้วก็ตามอาจมี ปั ญหาเรื่ องระดับสัญญาณไม่เพียงพอ หรื อ คุณภาพสัญญาณวัดได้จากค่า MER และ BER อยูน่ อ้ ยกว่าระดับที่ Set Top Box Specification ต้องการ ก็อาจเป็ น เหตุให้คุณภาพสัญญาณภาพละเสี ยงออกมาไม่ดี ก่อนการเชื่อมต่อสัญญาณเข้า บ้านลูกค้าควรถอดสายหลังทีวีลกู ค้าออกให้หมดก่อนแล้วจึงเชื่อมต่อสายเข้า บ้านลูกค้า ต่อไปให้ไปยังจุดที่คิดว่าอยูป่ ลายสายที่สุด หรื อจุดที่อาจมีการ เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์แยกสัญญาณหลายตัว และทําการวัดค่าด้วย Level Meter


ถ้าจุดดังกล่าวสามารถให้ค่าที่เหมาะสมตามคําแนะนํา RF Signal at Set Top Box ได้ จุดอื่น ๆ ที่มีความซับซ้อนน้อยกว่า หรื อ ระยะสายสั้นกว่าก็พอที่จะ สมมุติฐานไว้ก่อนว่าน่าจะได้ค่าความแรงสัญญาณและค่าคุณภาพสัญญาณที่ เหมาะสมเช่นกัน หากทุกจุดหรื อบางจุดไม่สามารถที่จะให้ค่าที่เหมาะสมได้ก็ ให้ทาํ การสํารวจการเดินสายภายในและเขียนออกมาเป็ น Diagram ทําการ คํานวณระดับสัญญาณที่ควรจะเป็ นในแต่ละจุด หากการคํานวณออกมาผิดไป จากค่าที่วดั ได้จริ ง

ก็ตอ้ งทําการค้นหาและแก้ไขสายภายในของบ้านสมาชิก

ต่อไป นอกจากค่ามาตรฐานแนะนําแล้วทาง Regional Network Management ได้ให้ คําแนะนําที่เป็ นประโยชน์ไว้ดงั ต่อไปนี้ • วัดและจดบันทึกระดับสัญญาณ ตลอดจนค่าต่าง ๆ ที่จาํ เป็ นต้องทราบ เช่น Carrier to Noise Ratio(CNR), CSO, Xmod • ทําความเข้าใจ Specification ต่าง ๆ ของ Amplifier เพื่อเปรี ยบเทียบกับ ค่าที่ต้ งั ไว้ เช่น ระดับสัญญาณ Input และ Output ที่สอดคล้องกับ Gain ของ Amp, ความสัมพันธ์ระหว่างจํานวนช่องโทรทัศน์กบั ระดับสัญญาณ Output เป็ นต้น • ติดตั้งระบบสายดินที่อุปกรณ์ Active และที่ End of Line ทุกจัด • ขั้วต่อต่าง ๆ ที่ไม่ใช้งาน ต้องใส่ โหลด(Terminator) ทุกจุด เพื่อป้ องกัน สัญญาณรบกวน


• ตรวจสอบความสมบูรณ์ของสาย Coaxial เช่น ไม่แตก ไม่แบน จุดโค้ง งอต้องไม่นอ้ ยกว่า 15 เท่าของเส้นผ่านสู ญกลาง • ตรวจสอบการต่อสายสัญญาณกับขั้วต่อต่าง ๆ ต้องสมบูรณ์เพื่อป้ องกัน สัญญาณรบกวน • ไม่ควร combine สัญญาณของ CTH ตรงตําแหน่ง Combiner เดิมที่ Head End เพราะจะจัดสัญญาณได้ยาก • สาย Coaxial ควรเลือกใช้หอ้ ที่ได้มาตรฐาน

MPEG Data Stream เพื่อความเข้าใจระบบการรวมสัญญาณดิจิตอลท้องถิ่นเข้ากับ ซี ทีเอช แพลตฟอร์ม จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงหัวข้อนี้ได้ แต่จะบรรยายเฉพาะเท่าที่ จําเป็ นและเพียงพอต่อการทําความเข้าใจระบบการรวมสัญญาณเท่านั้น MPEG ย่อมาจาก Moving Pictures Experts Group ซึ่ งก็หมายความว่า MPEG เกี่ยวข้องหลักกับส่ งภาพเคลื่อนไหว รู ปที่ 10 แสดงให้เราทราบถึงกระบวนการ ในการเปลี่ยนแปลงสัญญาณภาพและเสี ยงเป็ นข้อมูลภาพและเสี ยงในรู ปของ สัญญาณดิจิตอล


รู ป 10 กระบวนการเปลี่ยนภาพและเสี ยงไปเป็ น Video and Data Signals

สัญญาณภาพและเสี ยงจะถูกส่ งเข้าอุปกรณ์ Analog to Digital Converter ขนาด 8 – 10 Bits เพื่อเปลี่ยนให้อยูใ่ นรู ปของสัญญาณดิจิตอลที่มีลกั ษณะเรี ยงกันเป็ น อนุกรมต่อเนื่องที่อตั ราเร็ วข้อมูลภาพ 270 Mbit/s และ อัตราเร็ วข้อมูลเสี ยง 1.5 Mbit/s หลังจากนั้นจะนําข้อมูลที่ได้ผา่ นเข้าสู่ กระบวนการบีบอัดข้อมูลตาม รู ปแบบ MPEG จะได้ขอ้ มูลที่มีขนาดเล็กลง โดยข้อมูลภาพจะถูกบีบอัดอยูท่ ี่ 2 – 7 Mbit/s และข้อมูลเสี ยงจะถูกบีบอัดอยูท่ ี่เฉลี่ย 192 kbit/s ข้อมูลภาพและ เสี ยงที่ถกู บีบอัดแล้วในรู ป MPEG จะเรี ยกว่า “Elementary Stream ” หรื อเรี ยก สั้น ๆ ว่า ES ซึ่ งประกอบไปด้วยชุดของข้อมูลที่ถกู จัดเรี ยงเป็ นอนุกรม 3 ชุด ประกอบด้วย Video Streams , Audio Streams และ Data Streams ในแต่ละ Stream จะถูกแบ่งเป็ นชุดข้อมูลย่อย(Packet) เรี ยกว่า Packetized Elementary


Streams(PES) แต่ละชุดข้อมูลย่อยนี้สามารถมีขนาดไม่เท่ากันได้และขนาด สู งสุ ดของชุดข้อมูลย่อยนี้จะมีขนาดไม่เกิน 64 kbyte ดังแสดงในรู ปที่ 11

รู ป 11 MPEG Elementary Streams

ในแต่ละ PES จะประกอบไปด้วย ส่ วนหัว(Header) และส่ วนข้อมูล(Payload) ในส่ วน PES Header จะมีขอ้ มูลสําคัญ 3 อย่างคือ Start Code Prefix , Stream ID และ PES Packet length ดังแสดงในรู ปที่ 12 และจะได้กล่าวถึงความหมาย ต่อไป

รู ป 12 Packetized Elementary Stream


Packetized Elementary Stream (PES) PES จะมีขนาดข้อมูล 64 kbytes ประกอบไปด้วยส่ วน PES Header ขนาด 6 bytes ซึ่ ง 3 bytes แรกจะเรี ยกว่า “start code prefix” จะบรรจุขอ้ มูล 00 00 01 ทําให้เราทราบว่า PES แต่ละชุดข้อมูลเริ่ มต้นจากจุดนี้ ไป 1 byte ต่อมาที่บรรจุ อยูใ่ นส่ วน PES Header เรี ยกว่า “Stream ID” เป็ นตัวบอกชนิ ดของข้อมูลใน ส่ วน Payload ว่าเป็ น Video , Audio หรื อ Data 2 bytes สุ ดท้ายในส่ วน PES Header เรี ยกว่า “packet length” ใช้ในการบอกขนาดของ Payload ซึ่ งมีขนาด ใหญ่สุดได้ 64kbyte ทั้งสามส่ วนถูกบรรจุขอ้ มูลไว้ในส่ วน PES Header ดัง แสดงในรู ปที่ 12

MPEG 2 PES ซึ่ งมีขนาด 70 kbytes ประกอบขึ้นมาจาก Header 6 kbytes และ Payload 64 kbytes จะถูกแบ่งย่อยอีกครั้งหนึ่ง เป็ นชุดข้อมูลที่มีขนาดคงที่ ขนาด 188 bytes เรี ยกว่า “MPEG2 Transport Stream Packets(TS)” ดังแสดง ในรู ปที่ 13

รู ป 13 Transport Stream Pasckets(TS)


การมี Transport Stream Packets ย่อย ๆ เช่นนี้ทาํ ให้เราสามารถที่จะส่ งภาพ และเสี ยงมากกว่า 1 รายการผสมลงไปในแต่ละ PES โดยทัว่ ไปแล้ว TS จะมี ความเร็ วข้อมูลประมาณ 40 Mbit/s ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะผสมช่อง รายการ 6 – 8 ช่องรายการเข้าไว้ดว้ ยกัน MPEG 2 Transport Stream Packet MPEG2 Transport Stream Packet มีขนาดคงที่ 188 bytes ประกอบด้วย Header 4 bytes และ ส่ วนของข้อมูล Payload 184 bytes ในส่ วน Payload จะ บรรจุ ภาพ เสี ยง และข้อมูล ในส่ วนของ Header 4 bytes นั้นจะประกอบไปด้วยข้อมูลที่สาํ คัญ เช่น 1 byte แรกเรี ยกว่า “sync byte” จะมีค่า 0x47 เสมอเป็ นการบอกตําแหน่งเริ่ มต้นของ แพ็กเกจ 13 bits สําคัญต่อมาก็คือ Packet Identifier (PID) ซึ่ งใช้ในการบอกว่าข้อมูลใน ส่ วน Payload นั้นเป็ นภาพและเสี ยงของ รายการทีวีใด หรื อเป็ นตัวแยกว่า TS นั้นทําหน้าที่เป็ นอะไร 1bit ที่มีความสําคัญมากบ่งบอกถึงคุณภาพของสัญญาณภาพและเสี ยงนั้นก็คือ Transport error indicator bit ซึ่ งจะถูกเซตให้เป็ น 1 โดยอุปกรณ์รับสัญญาณ และหมายความว่าข้อมูลในส่ วน Payload ของ Transport Stream Packet ชุดนี้มี ความผิดพลาดอันเกิดจากการเดินทางผ่านตัวนํามากเกินกว่าที่จะปรับแก้ไขให้


ถูกต้องได้โดยกลไกลการแก้ไขข้อมูลผิดพลาดทางฝั่งอุปกรณ์รับสัญญาณ (Error Correction Mechanisms)

รู ป 14 MPEG2 Transport Stream Packet

Program Specific Information (PSI) TS นั้นอาจจะถูกกําหนดให้ทาํ หน้าที่เป็ น Video Elementary Stream , Audio Elementary Stream และ Data Elementary Stream ของช่องรายการ หลาย รายการ จึงจําเป็ นที่จะต้องมี TS เฉพาะที่จะบอกว่า Elementary Stream เหล่านี้ อยูท่ ี่ใด TS สามารถทําหน้าที่เป็ นตัวชี้วา่ Elementary Stream แต่ละตัวบรรจุ ข้อมูลภาพและเสี ยงของช่องรายการใด เรี ยกว่า Program Specific Information


(PSI) จะประกอบไปด้วย 2 ตารางคือ Program Specific Table(PAT) และ Program Map Table(PMT) Program Association Table (PAT) เราจะใช้ 1 TS ในการทําหน้าที่เป็ น PAT และจะถูกส่ งออกมาจาก MPEG2 Transmitter ทุก ๆ 0.5 Sec PAT จะบอกให้อุปกรณ์รับสัญญาณ (Set Top Box) ทราบว่ามีจาํ นวนรายการกี่รายการที่ผสมกันมาใน PES และอุปกรณ์รับ สัญญาณจะทราบได้วา่ TS ใดทําหน้าที่เป็ น PAT ได้จากค่า PID ในส่ วนของ TS Header โดยค่า PID = 0x00 เมื่ออุปกรณ์รับสัญญาณตรวจพบค่า PID= 0x00 ก็จะเข้าใจทันทีวา่ ส่ วน Payload ที่ติดตามมาเป็ น PAT ในส่ วน Payload ซึ่ งทําหน้าที่เป็ น PAT นั้นจะถูกบรรจุค่าตัวชี้ที่เรี ยกว่า PMT Pointer เช่นถ้ามีการผสมสัญญาณมาใน PES จํานวน 4 ช่องรายการ ค่าที่พบใน ตาราง PAT ก็จะเป็ นค่า PMT1, PMT2, PMT3 และ PMT4 ซึ่ งแต่ละค่าจะเป็ น ตัวชี้ไปยัง TS เฉพาะอีก 4 ตัวที่เรี ยกว่า Program Map Table Program Map Table (PMT) เป็ น TS เฉพาะที่ส่วน Payload ทําหน้าที่เป็ น Program Map Table โดยตารางนี้ จะเก็บค่า PID ชี้ต่อไปที่ Video Elementary Stream , Audio Elementary Stream และ Data Elementary Stream ของช่องรายการที่ได้เลือกมาจากตาราง PAT


รู ป 16 TS ทําหน้าที่เป็ น PAT และ PMT รู ป 15 Program Specific Information

ยกตัวอย่างถ้ามีการเลือกรับชมช่องรายการที่ 1 ตาราง PAT จะชี้มายังตาราง PMT ซึ่ งเป็ นที่เก็บของค่า PID ที่ช้ ีไปยัง TS ที่เก็บภาพ เสี ยง และข้อมูล ของ ช่องรายการที่ 1 เอาไว้ อุปกรณ์รับสัญญาณ (Set Top Box) ก็จะมองหา TS ที่มี ค่า PID ตรงตามที่บรรจุไว้ในตาราง PMT เท่านั้น เช่นตาราง PMT บรรจุค่า PID1=0x100(ภาพ) และ PID2=0x200(เสี ยง) Set Top Box จะทําการรวบรวม TS ที่มีค่า PID สองค่านี้ประกอบกลับขึ้นมาเป็ น Video PES packets Audio PES packets และ Data PES packets ซึ่งจะนําไปใช้ในการสร้างสัญญาณภาพ และเสี ยงรวมถึงข้อมูลอธิ บายรายการที่เรี ยกว่า Electronic Program Guide (EPG) ต่อไป


รู ป 17 ภาพและเสี ยงเฉพาะที่ตอ้ งการใน MPEG2 TS

Network Information Table (NIT) ตาราง NIT จะใช้เก็บข้อมูลลักษณะสําคัญต่าง ๆ ที่ใช้ในการส่ งข้อมูล เช่น ชนิดของการส่ งข้อมูล เป็ นการส่ งแบบดาวเทียม เคเบิล หรื อ ทางอากาศ และ ข้อมูลทางเทคนิคที่ใช้ในการส่ งข้อมูลเช่น ความถี่ที่ใช้ในการส่ ง วิธีการมอต ดูเลชัน่ สัญญาณ

ระบบป้ องกันความผิดพลาดของข้อมูล

ค่าพารามิเตอร์ที่

เกี่ยวข้องคือ • Original Network ID ( = 0x378) • Network ID (=0x378) • Transport Stream ID (= 51, 52, 53, 54 ตามความถี่ที่เลือกใช้)


• Logical Channel Number (501, 502, 503, 504….) • Frequency Output ( ขึ้นอยูก่ บั PLAN A , B , C) • QAM (256 QAM) • Symbol Rate(ตั้งให้ตรงกับ Set Top Box = 6592 KB/s) Service Descriptor Table (SDT) SDT ใช้เก็บข้อมูลช่องรายการ เช่น หมายเลขช่องที่สามารถกําหนดได้ ชื่อช่อง รายการที่ผชู ้ มสามารถเห็นได้ เช่น CNN , BBC อื่น ๆ การกําหนดหมายเลข ช่องรายการ(Service Id) จะต้องไม่ซ้ าํ กันถ้ามีการกําหนดซํ้ากันอาจทําให้ช่อง รายการหายได้ พารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องคือ • Service ID (=501 , 502, 503 , 504…..) • Service Name • Video PID (เรี ยงตามช่อง) • Audio PID (เรี ยงตามช่อง) ซึ่ งควรกําหนดให้การตั้งค่าต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับที่ ซี ทีเอช กําหนด หากมี การตั้งไม่ถูกต้องอาจเกิดปั ญหาช่องรายการท้องถิ่นหรื อไม่กข็ องซี ทีเอชหาย หรื อ กล่อง Set Top Box ไม่สามารถค้นหาช่องรายการท้องถิ่นได้พบ หรื อ ค้นหาพบแต่กห็ ายออกจาก Selection List ภายใน 10 นาที รวมถึงการเพิม่ ลด ช่องรายการของซี ทีเอชในอนาคตก็จะไม่มีปัญหาการทับซ้อนกับช่องท้องถิ่น การตั้งค่าให้ถูกต้องตรงตามกําหนดของ ซี ทีเอช จะได้พดู ถึงต่อไป นอกจากนี้


แล้วยังมีตารางและพารามิเตอร์อื่น ๆ อีกพอสมควร ซึ่ งจะไม่นาํ มาบรรยาย และมักจะเป็ นค่าที่ต้ งั เหมือน ๆ กันเสมอสามารถใช้ค่า Factory Default ได้โดย มิตอ้ งแก้ไขใด ๆ

256QAM Modulation สัญญาณภาพ เสี ยง และ ข้อมูล ของซี ทีเอช แพลตฟอร์มจะถูกมอต ดูเลชัน่ ในรู ป 256QAM เพราะฉะนั้นหากต้องการให้ Set Top Box ของซี ทีเอ ชมองเห็นสัญญาณภาพและเสี ยงของช่องท้องถิ่นก็ตอ้ งทําการมอตดูเลชัน่ ช่อง ท้องถิ่นให้อยูใ่ นรู ป QAM เช่นกัน QAM จะใช้การผสมกันระหว่าง Amplitude Modulation และ Phase Shift Keying เพื่อแทนความหมาย เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจขอยกตัวอย่าง 8QAM ซึ่ งจะใช้ 3 bits ในการแทน ข้อมูล 8 ค่า

รู ป 18 ระบบ 8QAM


เลขฐานสอง 000 แทนค่า 0 และ เลขฐานสอง 111 แทนค่า 7 ซึ่ งจะแทนค่า ทั้งหมดได้ 8 ค่าเราจึงเรี ยกว่าระบบ 8 QAM เมื่อเป็ นสัญญาณไฟฟ้ า เพื่อแทนค่า 000 จะใช้แอมปิ จูตของสัญญาณขนาด 1 และไม่มี Phase Shift เมื่อเป็ นสัญญาณไฟฟ้ า เพื่อแทนค่า 111 จะใช้แอมปิ จูตของสัญญาณขนาด 2 และมี ¾ Phase Shift ยกตัวอย่างว่าต้องการแทนข้อมูลด้วยสัญญาณไฟฟ้ า ดังนี้

จะได้สัญญาณไฟฟ้ าอันเป็ นผลมาจากการทํา 8QAM Modulation ดังรู ปที่ 18

รู ป 19 สัญญาณ 8QAM Wave Form Modulation Error Rate


คือความถูกต้องของสัญญาณ QAM เช่นถ้าต้องการแทนค่าเลขฐานสอง 110 จะต้องส่ งไซท์เวฟที่มีแอมปิ จูตเท่ากับ 1 และ ¾ Phase Shift ค่า MER ก็คือค่า ความห่างไกลจากความผิดผลาดจากการสร้างแอมปิ จูต และ ¾ Phase Shift นั้นเอง แต่จะแสดงในรู ปของ เดซิ เบล ค่า MER ยิง่ สู งจะยิง่ ดี Bit Error Rate หมายถึงจํานวนบิตข้อมูลที่ผิดพลาดที่ส่งออกมาเทียบกับจํานวนอ้างอิงจํานวน หนึ่ง โดยทัว่ ไปแล้วค่า BER = 10e-9 หมายถึงใน หนึ่งพันล้านบิตจะผิดผลาด เพียง 1 บิต เท่านั้น ซี ทีเอชแนะนําให้ค่า BER ไม่ควรมากไปกว่า 10e-7 ปั ญหาของค่า MER และ BER ที่พบบ่อย ๆ สามารถสรุ ปเป็ นประเด็นได้ • อินพุตของแอมปิ ไฟเออร์ เป็ นสัญญาณที่มีค่า MER และ BER ตํ่ามาก่อน • อินพุตของแอมปิ ไฟเออร์มีค่าน้อยหรื อมากกว่าที่ผผู ้ ลิตกําหนด • ปั ญหาค่า BER นั้นมักจะมาจากข้อต่อต่าง ๆ ไม่สมบูรณ์ เช่นล๊อกสายไม่ แน่น มีการลัดวงจรของสัญญาณ หรื อมีอุปสรรคขัดขวางการเดินของ ข้อมูล

Encoder


เป็ นอุปกรณ์ที่จะใช้ในการแปลงสัญญาณภาพและเสี ยง(AV) ไปเป็ น MPEG2 และยังทําหน้าที่เป็ น Multiplexer รวมและแปลงสัญญาณ AV ทั้งหมด ให้อยูใ่ นรู ป Transport Stream การทํางานของ Encoder สามารถแสดงได้โดย รู ปที่ 19

รู ป 20 การทํางานของ Encoder สัญญาณภาพและเสี ยง(AV) จะถูกเปลี่ยนจากสัญญาณอนาล็อกเป็ นดิจิตอลโดย อุปกรณ์ A/D Converter หลังจากนั้นจะถูกส่ งเข้าไปยัง Encoder Module ทําให้ ที่เปลี่ยนสัญญาณที่ได้ให้เป็ น MPEG2 ละนํา MPEG2 ทั้ง 4 ชุด(หรื อ 8 ชุด แล้วแต่รุ่น) เข้าไปรวมกันที่ FPGA Module ที่ทาํ หน้าที่เป็ น Multiplexer รวม สัญญาณที่ 4 สัญญาณและแปลงให้อยูใ่ นรู ป Transport Stream (TS) ส่ งออก ทาง ASI Output Port


รู ป 21 ภาพแสดงด้านหน้าและด้านหลังของ Encoder

QAM Modulator จะทําหน้าที่ในการเปลี่ยน TS ที่ได้จาก Encoder ให้กลายเป็ น RF QAM ซึ่ งสามารถเลือกได้วา่ จะเป็ น Constellation 64 , 128 หรื อ 256 และโดย ส่ วนใหญ่ QAM Modulator จะสามารถตั้งค่า RF Output Level ได้ซ่ ึ งควรตั้ง ให้มากกว่าสัญญาณของซี ทีเอช 6 – 9 dB

รู ป 22 แสดงการทํางานของ QAM Modulator


Encoder Setting การรวมช่องท้องถิ่นเข้ากับสัญญาณของ ซี ทีเอช จะต้องกําหนดค่า ให้กบั พารามิเตอร์ของอุปกรณ์อย่างเหมาะสมและจะต้องให้สอดคล้องกับที่ซีที เอชกําหนด Original Network ID (ONID) สัญญาณที่จะนํามารวมกันได้ตอ้ งมีค่า ONID เหมือนกัน ซึ่ งทาง ซี ทีเอชได้ใช้ค่าเลขฐานสิ บเป็ น 888 หรื อฐานสิ บหกเป็ น 0x378 Transport Stream ID (TSID) สัญญาณดิจิตอลของช่องท้องถิ่นจะต้อง กําหนดค่านี้ให้สอดคล้องกับความถี่ที่จะใช้ในการบรรจุช่องรายการท้องถิ่น และ ซี ทีเอช เองได้แนะนําให้กาํ หนดตาม PLAN A , PLAN B หรื อ PLAN C ที่เคเบิลท้องถิ่นได้เลือกใช้ดงั แสดงตามตารางที่ 2 ในแต่ละแปลนจะเลือกใช้ ความถี่สาํ หรับบวกช่องท้องถิ่นได้ 10 ความถี่ กล่อง Set Top Box จะทําการ Auto Scan เฉพาะความถี่ที่กาํ หนดไว้ 10 ความถี่น้ ีเท่านั้น หากเคเบิลท้องถิ่น เลือกใช้ความถี่ที่ต่างกันออกไปจะต้องทําการค้นหาช่องรายการที่ความถี่น้ นั ๆ เองเสมอไป เช่นถ้าทางซี ทีเอช ทําการปรับช่องรายการหรื อปรับปรุ งซอฟแวร์ ซึ่ งเป็ นคําสั่งแบบ Online มายังกล่อง Set Top Box หลังการปรับปรุ งแล้วจะมี การค้นหาช่องรายการใหม่อีก 1 รอบการใช้ความถี่นอกเหนือไปจากที่กาํ หนด จะไม่สามารถทํา Auto Scan ได้


ตาราง 2 แสดงการกําหนดค่า TSID, ที่มา CTH Service ID (SID) เป็ นการตั้งค่าหมายเลขช่อง ซึ่ งจะต้องไม่ตรงกับหมายเลขช่องของทาง ซี ทีเอช เพื่อมิให้การกําหนดหมายเลขช่องตรงกัน ทางซี ทีเอชได้กาํ หนดให้หมายเลข ช่องรายการท้องถิ่นเริ่ มตั้งแต่ 501 เป็ นต้นไป

Logical Channel Number (LCN) เป็ นหมายเลขช่องที่ตอ้ งการให้จดั เรี ยงโดย Set Top Box โดยทัว่ ไปแล้วจะตั้ง ให้ตรงกับ Service ID (ไม่ตอ้ งตรงกันก็ได้แต่ควรใช้ค่าที่ซีทีเอชแนะนํา)


ซี ทีเอชกําหนดให้ Set Top Box แสดงช่องท้องถิ่นได้ 2 ช่วงคือ ช่วงแรก กําหนดค่า LCN เป็ น 26 – 30 หรื อกําหนดในช่วงที่สองคือ เริ่ มตั้งแต่ค่า 501 เป็ นต้นไป เพื่อป้ องกันความสับสนก็มกั ตั้งให้ตรงกับ SID และเริ่ มต้นที่ ค่า 501 Service Name เป็ นชื่อช่องรายการที่ไม่ยาวมากนัก กล่อง Set Top Box จะนํา ชื่อที่กาํ หนดในพารามิเตอร์น้ ีมาแสดงใน Selection List ควรเป็ นชื่อที่ไม่ยาว มากนัก

QAM Modulator Setting Standard จะต้องกําหนดเป็ น J.83A(DVB-C) เป็ นมาตรฐานสําหรับการส่ ง สัญญาณของระบบสายส่ งเคเบิล Constellation กําหนดเป็ น 256QAM หากกําหนดเป็ นอย่างอื่นเช่น 64QAM กล่อง Set Top Box ก็สามารถอ่านข้อมูลภาพและเสี ยงได้ แต่จะเป็ นปั ญหาเมื่อ มีการทําการ Auto Scan เพราะกล่อง Set Top Box ของซี ทีเอชได้ถกู ตั้งค่าให้ Auto Scan เฉพาะ 256QAM ไว้เท่านั้น ซึ่ งควรกําหนดให้ตรงกับสัญญาณของ ซี ทีเอชจะดีกว่า มิฉะนั้นอาจต้องมีการส่ งช่างออกไป manual scan ให้ลูกค้าทุก หลังเมื่อ ซี ทีเอช มีการ Online Update ต่าง ๆ


Frequency จะต้องตั้งให้สอดคล้องกับค่า TSID และ ควรเป็ นความถี่ที่ทางซี ที เอช กําหนดมาให้ใช้ 10 ความถี่ เช่นกันหากมีการกําหนดความถี่อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ทางซี ทีเอชกําหนด กล่อง Set Top Box ก็สามารถที่จะอ่าน สัญญาณภาพและเสี ยงของช่องท้องถิ่นเอง แต่เคเบิลท้องถิ่นจะต้อง manual scan เองทั้งหมด Symbol Rate กําหนดให้ตรงกับ Set Top Box ของซี ทีเอช คือ 6,952 Kb/s RF Output Level มักจะให้เติมค่า Attenuation เช่นกําหนดเป็ น -15dB จะได้ ค่า Output Level = 110 – 15 = 95dB

PSI/SI Editor หลังจากได้ทาํ การ setting ค่าต่าง ๆ แล้วควรตรวจสอบความถูกต้อง โดยการใช้ PSI/SI Editor และควรใช้กบั จุดที่การ setting สมบูรณ์แล้วจาก QAM Modulator เพราะค่าที่ได้จาก QAM Modulator จะเป็ นค่าที่ส่งออกไป รวมกับ CTH Platform 256 QAM หากค่าที่อ่านได้จากตารางนี้ไม่ถกู ต้อง การ รวมช่องท้องถิ่นก็อาจจะมีความผิดเพี้ยนไป นอกจากใช้ Editor เพื่อการ ตรวจสอบแล้วเรายังสามารถ Manual setting ค่าต่าง ๆ ได้โดยตรง ซึ่ งต้องทํา อย่างระมัดระวัง


รู ป 23 PSI/SI Editor

รู ป 24 ตรวจสอบค่าในตาราง PAT และ PMT


รู ป 25 ตรวจสอบค่าในตาราง SDT

รู ป 26 ตรวจสอบค่าในตาราง NIT


สรุป การเพิ่มช่องท้องถิ่นเป็ นเรื่ องที่สาํ คัญเพราะแม้วา่

ซี ทีเอช

แพลตฟอร์ม จะได้รวบรวมรายการที่ดีไว้อย่างมากมาย แต่ถึงกระนั้นสมาชิก ในแต่ละท้องถิ่นก็อาจมีความต้องการรับชมรายการที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น ในบางพื้นที่มีการนําเสนอข่าวท้องถิ่น มีการทํารายการเฉพาะ หรื อสมาชิก ยังคงติดใจที่จะรับชมช่องรายการเดิมก่อนใช้ซีทีเอชแพลตฟอร์ม

เพื่อรักษา

จํานวนลูกค้ามิให้ลดลง การรวมช่องรายการดังกล่าวกับซี ทีเอชแพลตฟอร์มจึง มิอาจหลีกเลี่ยงได้ การดําเนินการดังกล่าวเป็ นเรื่ องใหม่และต้องอาศัยความรู ้ ความเข้าใจเป็ นอย่างสู ง ต้องอาศัยช่างหรื อวิศวกรที่มีความรู ้เฉพาะ บทความนี้ เป็ นเพียงการให้ความรู ้พ้ืนฐานเพื่อให้ผปู ้ ระกอบการได้ศึกษาทําความเข้าใจใน เบื้องต้น ซึ่ งผูเ้ ขียนได้รวบรวมขึ้นมาจากอาศัยเอกสารของทางซี ทีเอช และ ตําราทางวิชาการ หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใด ผูเ้ ขียนขอน้อมรับและจะนําไป แก้ไขในโอกาสต่อ

ไป

หรื อหากมีขอ้ ชี้แนะใดสามารถส่ งมาที่

varin.chol@gmail.com สุ ดท้ายนี้ ตอ้ งขอขอบพระคุณ ท่านนายกสมาคมเคเบิ้ล ทีวี แห่งประเทศ นาย สุ รพล ซี ประเสริ ฐ ที่ได้เปิ ดโอกาสให้ขา้ พเจ้าได้เข้ามา ทํางานร่ วมกันทางสมาคม พัฒนาวงการเคเบิลทีวี

เอกสารอ้ างอิง

บทความชิ้นนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็ นส่ วนหนึ่งในการ


1. Digital Video and Audio Broadcasting Technology, W. Fisher, Springer 2013 2. Using SI Tables to Create Electronic Program Guides. Hewlett Packard Application Note 3. An Introduction to Digital Modulation, Satellite & Cable TV Magazine 4. Digital and Analog Fiber Optic Communications for CATV and FTTx Application, Avidor Billant, Wiley Interscience 5. Modern Cable Television Technology, Walter Cicior, James Farmer, Divid Large, Micheal Adams, Elsevier Press 6. การเพิ่มช่องท้องถิ่น และ ช่องของ LCO, CTH Pub. 15-9-2013 7. ข้อกําหนดระบบ HFC เพื่อรองรับสัญญาณของ CTH, CTH , Regional Network Management, คุณปกรณ์ พงษ์พิพฒั น์ 8. Frequency Plan, CTH , Regional Network Management


คลิกอ่านบทความดิจิตอล