Issuu on Google+

๒ เลมที่

วารสารโรงเรียนวิถีพุทธ

ปที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ประจำเดือน สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ภาคกลาง-ตะวันออก รวบรวม ๑๕ บทความ

จากภูมิภาคกลาง-ตะวันออก จำนวน ๒๓ เขตพื้นที่การศึกษา


จดหมายจากผูบริหาร จากวารสารโรงเรียนวิถีพุทธ : รูตื่นและ เบิกบาน ฉบับที่ ๑ ทำใหผมไดขอมูลชัดเจนขึ้น ถึงเรื่องงดงามที่ครู นักเรียนในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานไดลงมือปฏิบตั ิ ในพืน้ ที่ ผานความยากลำบาก แตกม็ งุ มัน่ เสียสละ ไมยอทอตออุปสรรค อีกทั้งพยายามหาหนทางวิธี ใหมทจ่ี ะทำเรือ่ งทีม่ งุ หวังใหสำเร็จ แมครู นักเรียน เหลานี้ อาจไมใชผูที่เคยไดรางวัล ไมใชผูที่สังคม รูจ กั หรือไมใชผทู ไี่ ดรบั การยกยองจากหนวยงานใด แตนั่นแสดงแลววาครู และนักเรียนเจาของเรื่อง เปนครูดี นักเรียนดีอยางแทจริง วารสารโรงเรียน วิถีพุทธ : รูตื่นและเบิกบาน นับเปนการบันทึก คุณความดีที่เปนรูปธรรมอีกวิธีหนึ่ง ที่จะปรากฏ หลักฐานใหคนรุนหลังไดเรียนรู อยางไรก็ดี ผมยังเชือ่ อีกวาครู และนักเรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานที่ประกอบคุณงามความดี เปนตัวอยาง

เปนพลังแกผูอื่นไดมีไมนอยในแตละชวงจังหวะ ชีวติ แตยงั ขาดการสืบคนทีค่ รอบคลุม และเผยแพร ในวงกวาง หากทำไดผมจึงขอเชิญชวนผูที่มีความ สามารถดานงานเขียน และมีโอกาสประสบพบเห็น เรื่องราวดีๆ ไดถายทอดออกมาเปนตัวหนังสือให ปรากฏมากขึน้ ๆ ในวารสารโรงเรียนวิถพี ทุ ธ : รูต นื่ และเบิกบาน ฉบับตอๆ ไป ทั้งที่ผลิตภายใน สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา และผลิตโดยสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พลังความดี จะมีกำลังทวีคูณมหาศาล เกิดขึ้นไดบอยๆ ครั้ง และสามารถกระตุนจิตสำนึกใหครู นักเรียน และ ผูอานอื่นๆ รวมกันทำดี นำพาสังคมสูความสงบ สันติ อยางที่ทุกคนปรารถนา ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


แนวทาง

การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ

ทั้งระบบ

อรทัย มูลคำ ผูอำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.

เราคุนชินกับคำวา “โรงเรียนวิถีพุทธ” มานาน หลายยุคหลายสมัย (หลายรัฐบาล) บางคนตั้งคำถาม วา ประเทศไทยเปนเมืองพุทธศาสนา มีโรงเรียนที่ดูแล เด็กในวัยการศึกษาภาคบังคับ ๓๒,๐๐๐ กวาโรงเรียน ตั้งแตขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญมากกระจายไป ทุกภาคสวนในประเทศ เพื่อใหครอบคลุมการเขาถึง การศึกษาของเด็กทัง้ ทีม่ สี ญั ชาติไทยและไมมสี ญั ชาติไทย ทำไมไมทำใหทุกโรงเรียนเปนโรงเรียนวิถีพุทธใหหมด ถาเปนโรงเรียนที่ตั้งอยูในพื้นที่นับถือศาสนาอื่น ก็เปน “โรงเรียนวิถีธรรม” ก็ได ถาถามวา ทานคิดถึงอะไรเปนสิ่งแรกเมื่อนึกถึง โรงเรียนวิถพี ทุ ธ คำตอบทีม่ กั ไดรบั คือ ภาพเด็กนัง่ สมาธิ ภาพครู นักเรียนนุง หมสีขาว ภาพการไหวพระสวดมนต ทำนองสรภัญญะ ภาพพระ/ผูนำศาสนาสอนนักเรียน ภาพการแสดงโครงงานนักเรียนที่มีครูควบคุมกำกับ เปนตน จริงๆ แลวถาเรามองมิติใหมในการบริหาร จัดการโรงเรียนใหเปนวิถพี ทุ ธทัง้ ระบบ จะสามารถสราง รูปแบบวิถีพุทธที่ยั่งยืนใหเกิดขึ้นกับโรงเรียนได ไมวา ผูบริหารเกงหรือครูเกงจะยายไปโรงเรียนอื่นแลวก็ตาม ผูม าใหมจะสามารถสานตอได เพราะไดทำการฝงรากลึก ลงไปในโรงเรียนทั้งระบบแลว เราจะดำเนินการพัฒนา รูปแบบนี้ไดอยางไร (How to) ลองติดตามดูวามีความ เปนไปไดมากนอยเพียงใด การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ (วิถีธรรม) ทั้งระบบ (Whole School Approach) ประกอบดวย การพัฒนาโรงเรียนใหครบทั้ง ๔ ดาน ไดแก ดานการ บริหารจัดการ ดานการจัดการเรียนการสอน ดานการ ๒

จัดกิจกรรมสงเสริมการเรียนรู และดานการใหชุมชนมี สวนรวม โดยดำเนินการพัฒนาพรอมๆ กันไป วิธีการ ที่ทำแลวรับประกันไดวาประสบผลสำเร็จแนนอน ๑๐๐% “ไมมี” มีแตรับประกันไดวาแนวทางนี้แหละถานำไป ทดลองประยุกตใชใหเหมาะกับสภาพของโรงเรียนทาน นาจะไมผิดหวัง มาดูตั้งแตประเด็นแรก

๑.ดานการบริหารจัดการ ผูรับ ผิดชอบโดยตรงคือทานผูบริหารโรงเรียนและทีมงาน ดานบริหาร ตองเริ่มจากการประกาศนโยบายที่ชัดเจน วามีเจตจำนงจะเปนโรงเรียนวิถีพุทธ เหมือนประกาศ ตนเปนพุทธมามกะนั่นแหละ เมื่อมีนโยบายก็ตองมี วิสยั ทัศน พันธกิจและแผนดำเนินงานของโรงเรียนตามมา อยางเปนรูปธรรม เพื่อใหทุกคนในโรงเรียนรับรูและ ตระหนักอยูเสมอวาจะตองสอดแทรกเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมเขาไปในทุกกิจกรรม เรียกวาทำทุกวัน ทำทุก คนจนเปนนิสัยทีเดียว นอกจากนั้ น การจั ด สภาพบรรยากาศและ สภาพแวดลอมเพื่อใหเกิดวิถีชีวิตจริงตองทำควบคูกัน ไป ไดแก การสรางความรมรืน่ ดวยความเขียวของตนไม ใบหญา หรือจะเรียกวา ทำโรงเรียนใหเปนสีเขียว (Green School) ไมใชโรงเรียนสีน้ำตาล (Brown School) คือ โรงเรียนที่มีแตตึก มีแตซีเมนต พื้นดินไมมีหญา ไมมี ร ม เงาของธรรมชาติ คำว า “โรงเรียนสีเขียว” ใน ความหมายทีแ่ ทจริงคือโรงเรียนที่มุงอนุรักษสิ่งแวดลอม นั่นเอง และนั่นคือที่มาของ “จิตอาสา” ที่นักเรียนพึงมี บมเพาะจนเปนอุปนิสัยเบื้องตน อาสาที่จะคืนผืนดินให


ถ า โรงเรี ย นเป น โรงงานผลิ ต หล อ หลอมเด็ ก ออกไปสูสังคม บมเพาะไวตั้ง ๙-๑๒ ป เพื่อ ใหเด็กออกไปมีคุณสมบัติเดนคือ เปนคนเกง คนดี คนมีความสุขในสังคม กระบวนการผลิต คือผูบริหารและครู

ชุม ชืน้ คืนธรรมชาติสผู นื แผนดินแม สิง่ เหลานีท้ ำไดไมยาก ลงทุนไมสูง อาศัยความรวมมือรวมใจกัน ปลูกตนไม ยืนตนคนละตน อาจปลูกวันคลายวันเกิดของเด็กทุกคน ทีส่ ำคัญคือการเฝาดูแลใหตน ไมนนั้ ไดเติบใหญ แข็งแรง แผรมเงาใหแกทุกชีวิตที่เขามาพักพิงอาศัย (เมตตา) ไมจำเปนตองปลูกเฉพาะในโรงเรียนอาจปลูกในบาน ที่สาธารณะของชุมชน ริมหวยหนองคลองบึง ในวัด มัสยิด หรือโบสถคริสตจักร เปนตน เปนวิธีบมเพาะ ชี วิ ต ให ใ กล ชิ ด ธรรมชาติ รู จั ก การให การเสี ย สละ ฝกความสงบอิ่มเอิบใจที่ไดทำดี ทำใหเกิดระบบนิเวศ ทีส่ ำคัญพลิกฟน คืนความเขียวคืนสูธ รรมชาติ (กตัญู) ตอมา ตองพรอมใจกันรักษาความสะอาดของ โตะเรียน หองเรียน ตึกเรียน และบริเวณโรงเรียน เปนการ ฝกกวาดขยะ (กวาดกิเลส) ออกจากซอกมุมของหอง (จิตใจ) กำจัดขยะใหหมดไปเหมือนการกำจัดสิ่งไมดี ความคิดไมดอี อกไปจากจิตใจของตน ทีอ่ ยูท เ่ี รียนสะอาด

ครูนักเรียนก็จะอารมณดีแจมใส สมองก็จะรับรูซึมซับ วิชาความรูเ ขาไปไดงา ย เพราะจิตเปนกุศล ที่สำคัญคือ ครูผูสอนตองมีเมตตา ไมอารมณเสียหงุดหงิดใชวาจา ทำรายเด็ก ประเด็นสำคัญในดานการบริหารจัดการที่ถูก ละเลยมองขามไปคือตัวผูบริหารและครูที่ตองทำตัว เปนตนแบบสำคัญในการทำใหโรงเรียนเปนวิถพี ทุ ธอยาง ครบวงจร เพราะถาผูบริหารไมมีศีลไมมีสัตย ประพฤติ ปฏิบัติแบบรูทฤษฎีแตไมสรางนิสัยที่ดีใหเด็กไดเห็น กลายเปนโรงเรียนวิถีพุทธแตในนามไมใชแนวปฏิบัติ เชน การตรงตอเวลา การถือศีล ๕ เปนกิจวัตร การ บริหารแบบโปรงใส การใหอ���ัย การเสียสละ และอุทศิ ตน

๒. ดานการจัดการเรียนการ สอน ผูร บั ผิดชอบโดยตรงคือครูผูสอน คุณครูทุกคน ตองรับผิดชอบรวมกันในการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม ๓


ลงในกลุมสาระวิชาที่ตนสอน มิใชมอบใหเปนภาระ หนาทีข่ องครูกลุม สาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หรือเปนเรื่องของพระสงฆ/ผูนำศาสนา ครูทานอื่นอาจ มองวาจะสอนศาสนาผานวิชาที่รับผิดชอบไดอยางไร ไมตรงกับเนื้อหาหลักสูตรที่กำหนด ไมอยูในเนื้อหาวิชา ตรงไหน แตถามองยอนไปดูจุดหมายปลายทางของ หลักสูตรดานคุณลักษณะที่พึงประสงคของนักเรียน จะ พบถึงสัจธรรมวา ถาโรงเรียนเปนโรงงานผลิตหลอหลอม เด็กออกไปสูสังคม บมเพาะไวตั้ง ๙-๑๒ ป เพื่อใหเด็ก ออกไปมีคณุ สมบัตเิ ดนคือ เปนคนเกง คนดี คนมีความ สุขในสังคม กระบวนการผลิตคือผูบริหารและครู และ ที่ปนมากับมือก็คือครูทุกคนนั่นแหละเปนคนใกลชิด ที่สุดในหองเรียน จึงไมอาจปฏิเสธไดวาครูไมเกี่ยวของ ลองมายกตัวอยางวาจะสอดแทรกตรงไหนไดบา ง คอมพิวเตอร การไมคัดลอกงานคนอื่นมาเปน ของตน (copy file and paste) การไมเขาดูเว็ปไม พึงประสงค การสรางเว็ป E-book เปนตน คณิตศาสตร การตั้งคติธรรมแปลงคาใสลงใน เลขโจทย การคำนวณหาพืน้ ทีโ่ บสถ วิหาร วัด การตรง ตอเวลาในการทำงาน ความซื่อสัตยในการทำงาน ฯลฯ วิทยาศาสตร ดานการอนุรักษสิ่งแวดลอม การ ประหยัดพลังงาน สาเหตุโลกรอน เปรียบเทียบจักรวาล การศึกษามิติภาพชาติที่ซอนกัน ผีมีจริงหรือไม กลุม พลังงานคือผีหรือเปลา ฯลฯ ดนตรี ศิลปะ การวาด การปน การทอ การ แกะสลัก การยอมมัด การรอง การแสดง การเตน ทีน่ ำ เอาเรือ่ งราวทางศาสนาไปประยุกต ไมวา จะเปนคำสอน พุทธประวัติ ชาดก นิทานพื้นบาน เพื่อใหเกิดอารมณ สุนทรียศาสตรที่ซึมซับคุณธรรมเขาไปใหเกิดการรับรู และเกิดการกระตุนความคิดที่ดีๆ ฝงลงไปในจิตใจ สมารถขยายไปสูผ อู น่ื ได ทีส่ ำคัญเกิดสมาธิในการทำงาน มากขึ้น

สวนใหญครูมกั เขาใจผิดวาเปนหนาทีข่ องครู แตในความ เปนจริงแลวนักเรียนตองเปนผูริเริ่มคิดโครงการหรือ โครงงานขึ้นมาโดยการรวมตัวกันทำกิจกรรมใหเกิด ประโยชน ต อ ผู อื่ น เช น โครงการด า นสิ่ ง แวดล อ ม โครงการตอตานสารเสพติด โครงการทำดีถวายในหลวง โครงการรณรงคสะสมบุญทุกวันพระ กิจกรรมหนังสือ ทำมือเพือ่ นอง ฯลฯ โดยมีครูเปนเพียงทีป่ รึกษา ผูบ ริหาร เปนผูสนับสนุนเงินหรือทรัพยากรในการทำกิจกรรม/ โครงการ สิ่งที่ไดคือเด็กจะกลาแสดงออก เด็กเกิดการ กระตุนใหเกิดการคิดวิเคราะหและคิดสรางสรรค เด็ก ใชเวลาวางใหเปนประโยชน เด็กเกิดความภาคภูมิใจใน ตัวเอง เด็กเกิดการรวมพลังกันดานจิตอาสา ดานการ เสียสละ ดานการทำงานเปนทีม ดานการเสริมสราง คุณธรรมในวิถีชีวิตในโรงเรียนและในบาน

๔. ดานการใหชมุ ชนมีสว นรวม

ผูรับผิดชอบโดยตรงคือผูบริหารและครู ที่ตองประสาน สัมพันธใหชุมชนแสดงความคิดเห็นในการวางแผนการ ทำงานรวมกัน เปนวิทยากรทองถิ่น เปนปราชญชาว บานเลาเรื่องราวในอดีตของชุมชน เชน บานเมือง สมัยกอน การอยูรวมกัน ความสงบ การพึ่งพาอาศัย ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ วัฒนธรรมประเพณีพื้นบาน พื้นเมือง เปนตน นอกจากนั้ น โรงเรี ย นต อ งให ก ารสนั บ สนุ น ชุมชน รวมงานบุญ งานทำนุบำรุงศาสนาโดยสนับสนุนให เด็กเขาไปมีสวนรวมเต็มตัว นอกจากจะไดใจพอแก แม เ ฒ า และคนในชุ ม ชนแล ว เด็ ก ๆ จะได เ รี ย นรู นอกหองเรียนที่เปนวิถีชุมชนอีกสวนหนึ่งดวย เปนการ ถายโอนความรู ความเชื่อ ความศรัทธาใหเกิดการมี สวนรวมระหวางบาน วัด โรงเรียนอยางแทจริง ถึ งแม จะมี วิธีก ารการจัด การโรงเรียนวิถีพุท ธ (วิถีธรรม) ทั้งระบบ (Whole School Approach) แต สิ่งสำคัญกวานั้นก็คือผูปฏิบัติ หากขาดซึ่งสิ่งนี้ก็เกรงวา ๓. ดานการจัดกิจกรรมสงเสริม จะเป น เรื่ อ งยากที เ ดี ย วที่ เ ราจะได เ ห็ น ผลสำเร็ จ อั น การเรี ย นรู ผู รั บ ผิ ด ชอบโดยตรงคื อ นั ก เรี ย น จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ และประเทศของเรา


การศึกษาที่ ไมทำใหคนมีศีลธรรมนั้น

ไม ใชการศึกษา

...แผนการศึกษาของโลกสมัยนี้ ไมมกี ารทำให เด็กๆ รูว า เกิดมาทำไม? เมือ่ คนเราไมรวู า เกิด มาทำไม? มันก็ ไมรวู า จะไปทางไหน จะไปไดอะไร อันเปนสิ่งสูงสุด พุทธทาสภิกขุ


สารบัญ บทความ

หลากหลายแงคิด จากโอกาสและชีวิตจริง นนทบุรี เขต ๑

บุญแบบไหน? เด็กไทยทำได ชลบุรี เขต ๓

ชีวิตนี้...เพื่อเธอ จันทบุรี เขต ๒

ดี ที่ยังไมสาย อางทอง

จากศรัทธาถึงพระตถาคต ระยอง เขต ๒

พระผูเ มตตาตอเราชาววิถพ ี ทุ ธ นนทบุรี เขต ๒

สรางคนดวยการคิด... สูชีวิตที่สดใส ฉะเชิงเทรา เขต ๑

หนา

บทความ

รูตื่นและเบิกบาน พระนครศรีอยุธยา เขต ๒

๑๑ ๑๓ ๑๕ ๑๙ ๒๓ ๒๕

การบูรณาการวิถีพุทธ ฉะเชิงเทรา เขต ๒

วิถีพุทธจุดการเรียนรูคูชีวิต สมุทรปราการ

วิถีพุทธไทยสอดไสวิทย สูจิตอาสา สมุทรปราการ เขต ๑

“จิตใส...ใจอาสา” ปทุมธานี เขต ๑

จิตอาสา ตนกลาแหง...ความดี ชลบุรี เขต ๓

จิตอาสา ลดโลกรอน ปทุมธานี เขต ๑

เยาวชนดีดวยวิถีพุทธ กรุงเทพมหานคร เขต ๓

หนา

๒๘ ๓๓ ๓๗ ๔๐ ๔๕ ๔๙ ๕๑ ๕๕


นนทบุรี เขต ๑

หลากหลายแงคิด จากโอกาสและชีวิตจริง เรื่อง กรรณิการ เปลี่ยนคง เรียบเรียง ศิริวุฒิ บัวสมาน โรงเรียน อนุราชประสิทธิ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี

“...เช น เดี ย วกั บ การทำความดี ที่ ต อ งใช เวลาสั่งสมอันยาวนานกวาจะเห็นผล ซึ่งเปนเหตุ ใหคนไมอยากทำความดี เพราะตองใชเวลานาน กวาความดีจะสงผลหรือทำความดีไปแลว สิ่งที่ ไดรับมากลับกลายเปนความไมดี ความดีเปนสิ่ง ที่คนทำเทานั้นถึงจะสัมผัสไดวาเปนอยางไร...” คนเราแตละคนยอมมีวิถีชีวิตที่แตกตาง กันออกไปตามความรู ความสามารถ ความเชื่อ ความศรัทธาและโอกาสที่ไดรับแตกตางกันไป มีสักกี่คนที่เมื่อมีโอกาสเขามาแลวจะรีบไขวควา หรื อ รั บ โอกาสนั้ น ไว แต อ าจจะมี บ างคนหรื อ หลายคนที่ปลอยโอกาสนั้นใหหลุดลอยไปโดยไม คิดที่จะใสใจในโอกาสที่มาถึงนั้น ซึ่งกวาจะคิด หรือรับรูไดถึงโอกาสนั้นก็สายไปเสียแลว ดังคำ กลาวที่วา “ชีวิตของคนเราจะมีชวงทองของชีวิต ได แ ค ค รั้ ง เดี ย ว ถ า เราปล อ ยให ผ า นไปต อ ให พยายามอีกมากสักแคไหนก็ไมมีอีกแลว” ทุกๆ เชา เวลา ๐๗.๐๐ น. จะมีนักเรียน หญิ ง คนหนึ่ ง ยื น พู ด ที่ ห น า เสาธงของโรงเรี ย น อนุราชประสิทธิ์ เธอจะนำเกร็ดความรู ขอมูล และขาวสารมาเลาใหกับนองๆ เพื่อนๆ และ คุณครูไดฟง ซึ่งมีประโยชนสามารถนำไปใชใน ชีวิตประจำวันได แตสิ่งที่เธอภูมิใจก็คือ การที่ กระเปาเงินของนองๆ หายแลวไดรับคืนเพราะมี เด็ ก ดี ศ รี อ นุ ร าชเก็ บ ได แ ละนำมาให เ ธอ ประชาสัมพันธหาเจาของ เธอคิดวาสิ่งของไมวา

เปนของใครคนนั้นยอมรักและหวง ถาเธอเปน สวนหนึ่งที่ทำใหความทุกขของพวกเขาหายไปได ก็ควรทีจ่ ะชวยเขา เธอรูส กึ วาเปนคนทีไ่ ดรบั โอกาส ดี ๆ จากคุ ณ ครู ห ลายท า นที่ ช ว ยส ง เสริ ม และ สนับสนุนในดานกิจกรรมตางๆ จนทำใหเธอมี ชีวิตและความรูสึกที่ดีในทุกวันนี้ โอกาสที่ถือวา เปนกาวแรกคือ การไปแขงขันทอลกโชวประกอบ ลีลา ระดับยุวชน ครั้งที่ ๒ ซึ่งเธอไดรับเลือกเปน ตัวแทนของโรงเรียนพรอมดวยเพื่อนๆ อีก ๕ คน ไปแสดงความสามารถโดยมีคณุ ครูสภุ ตั รา ทาทราย เปนผูฝกซอม โดยที่ทุกคนในกลุมตางทำหนาที่ ของตนเองใหดีที่สุด ในการแขงขันครั้งนี้มีหลาย โรงเรียนเขารวมการแขงขัน แตก็สามารถผานเขา รอบที่ ๒ ไดสำเร็จและไดรับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๒ ซึ่งการแขงขันครั้งนี้ไดสอนใหเธอมีความอดทน มีความรับผิดชอบตอหนาที่ และที่สำคัญที่สุด คือ ความสามัคคีในกลุมที่ไมใชเธอคนเดียวเทานั้นที่ สำคั ญ แต ทุ ก คนในกลุ ม มี ค วามสำคั ญ เท า กั น ทั้ ง หมด ถ า ขาดคนใดคนหนึ่ ง ไปรั บ รองได ว า ผลงานยอมออกมาไมดี จากการแขงขันครั้งนี้ ทำใหเธอและเพื่อนๆ ไดมีโอกาสเขารวมกิจกรรม มหกรรมนักอานทีศ่ นู ยแสดงสินคาและการประชุม อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งในการแสดงครั้งนี้กลุม ของเธอได รั บ มอบหมายในหั ว ข อ “เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง เคี ย งคู ภ าษาไทย” เป น การจำลอง ครอบครัวสองครอบครัวในการใชจาย ครอบครัว หนึ่งมีลูกชวยทำมาหากิน รูจักเก็บออมไวใชโดย


ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ในขณะที่ อีกครอบครัวหนึ่งเลี้ยงลูกตามใจ ใหทุกอยางที่ลูก ตองการ ถึงแมไมมีก็ไปกูหนี้ยืมสินคนอื่นมาใช สุดทายก็ไดรับความลำบาก ดังกลอนที่กลาวใน การแสดงครัง้ นีว้ า “เงินหมดรันทดจิต อีกมวลมิตร เคยติดตาม หางไกลทุกโมงยาม เขามองขาม คนเชนเรา” การแสดงในครั้งนี้สอนใหนอมนำ หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมาใช โดยพึ่ง ตนเองใหไดกอนไปพึ่งผูอื่น และรูจักพอใจในสิ่งที่ ตนมีอยู เพราะคนที่รูจักพอ คือคนที่มีความสุข มากที่สุด ไมตองอยากได อยากมีหรืออยากเปน เหมือนคนอื่น ซึ่งจะทำใหตัวเองและครอบครัว เดือดรอนและทุกขใจในที่สุด นอกจากการแสดงเปนกลุมแลว เธอยังได รับเลือกใหเปนตัวแทนนักเรียนเขารวมการแขงขัน เลานิทานธรรมะที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ใน ครั้งนี้เธอไดนำเรื่องนอยหนาเด็กดีไปเลาพรอม ประกอบทาทาง โดยเปนเรือ่ งเกีย่ วกับความกตัญู ของนอยหนาทีไ่ ปตามหาดอกบัวสีทองมารักษาแม ที่ปวย ในระหวางทางไดพบกับอุปสรรคมากมาย ที่มาทดสอบความตั้งใจของนอยหนา จนในที่สุด ก็สามารถนำดอกบัวสีทองมารักษาแมไดสำเร็จ

พร อ มกั บ มี เ พื่ อ นใหม ที่ พ บกั น ระหว า งเดิ น ทาง ดวยผลงานในครั้งนี้ เธอไดรับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ ๑ ทำใหเธอไดยอนกลับมามองตัวเองวา ทุกวันนี้และที่ผานมา เธอไดใสใจดูแลคุณพอคุณ แมผูมีพระคุณมากพอหรือยัง เพราะความกตัญู เปนเครื่องหมายของคนดี ถาไมเริ่มลงมือทำเพื่อ ทานในวันนี้ แลวจะตองรอใหทานตองปวยหนัก หรือเสียชีวิตไปกอนหรือ แลวคอยทำ ก็คงไมมี ประโยชน เพราะคนที่เรารักไมไดมีโอกาสรับรูได และคนที่จะเสียใจที่สุดก็คงเปนตัวเราเอง นอกจากความสามารถทางการแสดงแลว เธอไดมีโอกาสเขารวมตอบปญหาวิชาการทาง พระพุทธศาสนาที่วัดเขมาภิรตารามและไดรับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๒ จากการแขงขัน ตอบปญหาครั้งนี้ ทำใหเธอตองมีความพยายาม ในการใฝหาความรูดวยตนเองใหมากขึ้น ทั้งจาก การอานหนังสือ การตัง้ ใจเรียน และการสอบถาม ผูรู ซึ่งการทุมเทในการหาความรูทำใหประสบ ความสำเร็จ ขอเพียงแคอยาทอใจ หลายคนมองวา ศาสนาเปนเรื่องนาเบื่อและมีความเขาใจที่ยุงยาก ถาลองตั้งใจทำความเขาใจใหม จะพบวาเปน เรื่องที่ไมยากเกินไป เพราะศาสนาเกี่ยวของกับ


การดำเนินชีวิตของเรา เราจะใชชีวิตอยางไรให ทุกขนอยที่สุด ทำอยางไรใหประสบความสำเร็จ ทุกอยางมีคำตอบในตัวของมันเอง ขอเพียงใหเรา เปดใจใหกวางพอสำหรับรับในสิ่งใหมๆ เขามา เรียนรู เธอไดนำความรูที่ไดรับจากการศึกษา พุทธศาสนาไปสอบธรรมศึกษาชั้นตรีและสามารถ สอบผานตามที่ตั้งใจไว สังคมทุกวันนี้ที่แตกแยกขาดความสามัคคี เพราะคนไมมีคุณธรรม หวังแตประโยชนสวนตน สังคมมีการพัฒนาเกือบทุกดานแตดานคุณธรรม เปนเรื่องยกเวน สังคมยิ่งเจริญทางวัตถุเทาใด คุณธรรมของคนยิง่ ถดถอยเทานัน้ คนบางคนยอม ทำความผิดเพื่อใหไดผลประโยชน แลวยังจะมอง วาศาสนานาเบื่อและไมมีความหมายไดอยางไร ถ า ยั ง คงเป น เช น นี้ ค งเป น ดั ง ที่ ท า นพุ ท ธทาส กลาวไววา “ถาศีลธรรมไมกลับมา โลกาจะวินาศ” เธอให ค วามใส ใ จกั บ ทุ ก ๆ สิ่ ง ที่ ไ ด รั บ โอกาส เพราะถือวามีผูมองเห็นความสามารถของเธอก็ ควรทำใหเต็ มความสามารถ ไมควรทำใหผูที่ มอบโอกาสตองผิดหวัง เธอไดขอคิดที่วา “อยาทอแทแมเราจะลม เรายังมีโอกาสที่ จะลุกขึ้นสูตอไปได เก็บประสบการณที่ไดรับไป ปรับปรุงและพัฒนาใหดียิ่งขึ้น ถอยออกมาตั้งสติ วาจุดใดที่เราทำพลาดไปและจะทำใหดีกวาเดิม สักวันสิ่งที่เราตั้งใจทำจะสำเร็จ แตอยาลืมวา

๑๐

ตองตั้งใจ อดทน มุงมั่น และไมทอถอย” ในดานการเรียนเธอตั้งใจที่จะไมทำใหพอ แมตองผิดหวังดวยการตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร รับ ผิดชอบในสิ่งที่ไดรับมอบหมาย มีการจัดระบบ และระเบียบในการเรียนวาชวงใดควรทำอะไร ควรอานหนังสือ ทบทวนหรือพักผอน ทำใหเธอ ไดรับโลและรางวัลเกียรติยศประเภทเรียนดี ซึ่ง เปนรางวัลที่ทำใหเธอภาคภูมิใจและตองพัฒนา ตนเองใหดีขึ้นกวาเดิมและตั้งใจเรียนใหมากยิ่งขึ้น ไปอีก นอกจากนั้นเธอยังไดทุมเทเวลาใหกับการ ทำประโยชนเพื่อโรงเรียน แมจะไมไดมากมาย อะไร แตก็เปนสวนเล็กๆ ที่ชวยใหโรงเรียนนาอยู จากการที่เธอใหความสำคัญ ใสใจ ทุมเท และเพียรพยายามกับโอกาสที่เธอไดรับและเคารพ ผูใหโอกาสทำใหเธอกาวไปสูความสำเร็จไดแมจะ มีอุปสรรคบางก็ไมใชปญหาสำหรับเธอ เชนเดียว กับการทำความดีที่ตองใชเวลาสั่งสมอันยาวนาน กวาจะเห็นผล ซึ่งเปนเหตุใหคนไมอยากทำความ ดี เพราะตองใชเวลาอันยาวนานกวาความดีจะสง ผลหรือทำความดีไปแลวสิ่งที่ไดรับมากลับกลาย เปนความไมดี ความดีเปนสิ่งที่คนทำเทานั้นถึงจะ สัมผัสไดวาเปนอยางไร ดังเชนนางสาวกรรณิการ เปลีย่ นคง นักเรียน ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ ๕ แหงโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต ๑ ที่ได สัมผัสดวยตนเองมาแลว สมดังทีค่ รูจนั ทนา อานมณี ซึ่งเปนครูที่ปรึกษาของเธอรับรองวา “เธอเปน นักเรียนทีม่ คี วามประพฤติเรียบรอย มีสมั มาคารวะ พู ด จาอ อ นน อ มถ อ มตน แต ง กายถู ก ต อ งตาม ระเบี ย บของโรงเรี ย น ด า นการเรี ย นเป น ผู ที่ มี ความตั้งใจเรียน ชอบศึกษาคนควาและแสวงหา ความรูอยูเสมอ มีผลการเรียนอยูในระดับดีมาก นอกจากนี้ ยังเปนผูมีความรับผิดชอบในหนาที่ ที่ไดรับมอบหมาย มีน้ำใจเอื้อเฟอเผื่อแผตอเพื่อน รวมหองและครูผูสอน บำเพ็ญประโยชนและชวย เหลือสังคมอยางสม่ำเสมอ จนไดรับคำยกยอง ชมเชยและเกียรติบัตร สมควรเปนแบบอยางที่ดี สำหรับนักเรียนทุกคน”


ชลบุรี เขต ๓

บุญแบบไหน?

เด็กไทยทำได

“บุญ” แปลว���าเครื่องชำระจิตใจใหสะอาด บริสุทธิ์ ทำแลวสงบเย็นเปนประโยชน ลดความ เห็นแกตัว ลดความเศราหมอง ทำจิตใจใหอิ่ม เอิบเบิกบาน และถารูจักทำอยางถูกตอง จะเปน ทั้งภูมิคุมกันตัว และรั้วปองกันใจ ไมใหอันตราย ลวงล้ำเขามาได และจะเปนบุญยิ่งขึ้น หากสิ่งที่ ทำนั้นเปนประโยชนแกผูอื่นดวย ขอใหมั่นใจไดวา นั่นแหละบุญ คนเราทุกคนตองการทำความดี การทำ ความดีชวยใหเปนมนุษยที่สมบูรณ เด็กไทยเปน ตนกลาหรือเมล็ดพันธุข องสังคมทีเ่ ราทุกฝาย ไมวา จะเปนสถาบันใดก็ตาม เชน ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และชาติไทย ตองมีสวนเขามาเกี่ยวของ รวมรับผิดชอบ คือรวมปลูกฝง อบรม บมเพาะ

ชี้นำ พาทำ ใหเด็กๆ ของเราไดเรียนรู ดูฟง พบเห็ น และปฏิ บั ติ ต าม โดยมี ต น แบบหรื อ เบาหลอมที่ดี คือพอแม ผูปกครอง ครูอาจารย พระภิกษุสงฆ และผูใหญในสังคม ที่ตองมีสวน ชวยชักนำใหเด็กไทยของเราไดเดินตามอยางถูก ทาง เพื่อสรางวิถแี หงการดำเนินชีวิตของเด็กไทย ใหสามารถเดินไปในสังคมแหงความเปลี่ยนแปลง ปลอมปน ปลิ้นปลอน และสารพัดของปญหาที่ ตามควบคูขนานกันมาจากเทคโนโลยีที่กาวหนา ทันสมัยไรขีดจำกัด ดังนั้นกรอบหรือแนวทางที่เราตองเรงปลูก ฝ ง ส ง เสริ ม ให แ ก เ ด็ ก ไทยได รู เ ท า ทั น และรู จั ก สรางภูมิคุมกันตัว รั้วปองกันใจไมใหหลงใหล มัวเมากับแสงสี เทคโนโลยีได ก็คือการใหปญญา

เรื่อง สมพร นิสัยสุข โรงเรียน มโนรม ต.ทุงศาลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ภาพ วราภรณ นาบำรุง

๑๑


ความรูควบคูกับคุณธรรม พรอมทั้งชี้นำ ทำใหดู อยูใ หเห็น เนนการปฏิบตั ติ ามแนวทางวิถแี หงพุทธ ตั้งแตยังเด็ก ใหไดรูจักเกลียดชั่ว กลัวบาป เห็น โทษ และพิษภัยของเทคโนโลยี สงเสริมการสราง ความรักเมตตาตอสัตว และเพื่อนมนุษย รูจัก สรางบุญกุศลที่งายๆ ทำไดไมจำกัดวัน เวลา สถานที่ เห็นประโยชนของความดี รูผลของการ เกิ ด เป น มนุ ษ ย ว า เกิ ด มาได เ พราะเหตุ แ ห ง การ สรางบุญกุศล รักษาศีล ๕ และเมื่อเกิดมาแลว ตองสรางบุญบารมีตอไปเพื่อสะสมคุณความดี บารมีใหสูงขึ้น นำไปสูการลวงพนจากความทุกข ทั้ ง ปวง หยุ ด การเวี ย นว า ยแห ง วั ฏ สงสารที่ ยาวนานให จ บลง คื อ ผู ห ลุ ด พ น ดั่ ง เช น องค สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา และพระอรหันต สาวกทั้งหลาย เปนตน เด็กไทยที่ไดเขาสูเสนทางแหงวิถีพุทธที่ ถูกตอง โดยเฉพาะเด็กที่อยูในโรงเรียนวิถีพุทธ (มโนรม) และมีครูอาจารยซึ่งเปนผูมองการณ ไกล เข า ใจป ญ หาที่ เ กิ ด ขึ้ น ในสั ง คม มี ค วาม รับผิดชอบตอลูกศิษย และมีจิตสำนึกตอสังคม สวนรวม ยอมคิดหาแนวทาง กลวิธีหรืออุบาย ที่ จะช ว ยให เ ด็ ก ไทยซึ่ ง เป น ลู ก หลานของเราได ปฏิบัติตนใหถูกตองในการสรางบุญกุศลดวยวิธี ตางๆ ที่เด็กไทยทุกคนสามารถทำได คือการ สวดมนต ทีเ่ ปนเครือ่ งมือในการฝกสติ สรางสมาธิ สงเสริมความจำทีด่ ี มีวนิ ยั ในตนเอง การฟงเทศน เพื่อใหไดรับความรูในเรื่องราวตางๆ เปนผูฟงที่ดี ๑๒

ก อ ให เ กิ ด ป ญ ญานำไปสู ก ารปฏิ บั ติ พั ฒ นา แกปญหาตนเองได สวนการทำบุญใสบาตรเพื่อ ปลูกฝงใหเด็กๆ ไดรูจักการเสียสละ แบงปน ลด ความเห็นแกตัว รูจักเปนผูให ไมใชผูรับเพียง อยางเดียว ในการสงเสริมใหเด็กไทยมีเมตตา กรุณาตอสัตวหรือเพื่อนมนุษย ในฐานะผูรวมเกิด แก เจ็ บ ตาย ก็ เ ป น ส ว นหนึ่ ง ในการลดการ เบียดเบียน ขมเหง รังแก เพื่อการอยูรวมกัน อยางสันติสุข และการหมั่นฝกปฏิบัติสมาธิ ซึ่ง ตองกระทำอยางสม่ำเสมอ ถึงจะเปนระยะเวลา สั้ น ๆ คื อ ๑๐-๒๐ นาที ในแต ล ะครั้ ง ก็ ต าม เปนการฝกใหเด็กไทยรูจักชำระจิต ดูใจ ไดสติมี ความระลึกรู ตื่นตัวอยูเสมอไมประมาท ซึ่งบุญ ทั้งหลายที่ไดกลาวมานี้ไมยากแกการปฏิบัติแมแต ขอเดียว การฝกหัด ปฏิบัติตนในการสรางบุญ ดวยวิธีตางๆ เหลานี้ โรงเรียนวัดมโนรมและครูทกุ คนในโรงเรียน ไดชวยกันสนับสนุน สงเสริม เปนกำลังใจ ให กำลังทรัพย และเปนกองหลังใหเด็กไทยไดทำ อยางสม่ำเสมอ ถึงแมจะตองใชเวลายาวนานใน การบมเพาะ เจาะลึกก็ตาม แตลึกๆ ทำใหเรา ผู ส ร า งมี ค วามคาดหวั ง ว า ผลผลิ ต ที่ ไ ด จ ากการ บมเพาะ รดน้ำ ใสปุย พรวนดิน เมล็ดพันธุ หรือ ตนกลา ซึ่งก็คือเด็กไทยของเราอยางสม่ำเสมอ แลว ผลผลิตที่จะตามมายอมสมบูรณ ออกดอก ออกผลคุมคานาภาคภูมิใจ และเปนพืชพันธุใหม ที่อิ่มเอิบ สดใส เบิกบาน พรอมจะเปนพอพันธุ แมพันธุแหงมนุษยชาติที่สมบูรณแบบ สูสังคม ไทยและสังคมโลกตอไป จงเชื่อมั่นในบุญเถอะ วาบุญแบบนี้แหละที่ เด็กไทยทำได และอยากใหทำมากๆ สม่ำเสมอ ตลอดไป ถึงแมจะดูเปนเรื่องธรรมดา แตความ ธรรมดายอมไมธรรมดา ถาเด็กๆ ทุกคนชวยกัน ทำ ทุกครอบครัว ทุกโรงเรียนชวยกันสงเสริมยอม มีอานิสงสสงผลแหงบุญนั้นเกิดเปนภูมิคุมกันตัว และรั้วปองกันใจใหเด็กไทยเปนผูรูตื่น เบิกบาน ทั้งในธรรมและในการดำเนินชีวิตไดอยางมีสติ รูตัวทั่วพรอมดวยตัวตนแหงตน


จันทบุรี เขต ๒

ชีวิตนี้...เพื่อเธอ แดดยามเชาสาดแสงออนๆ สูยอดหญา ดุจพรมสีเขียวขจีที่ปูเต็มสนามหนาอาคารเรียน มีเด็กนักเรียนชาย ๑๐ กวาคนวิ่งไลเตะบอลสีขาว เทาผสมน้ำตาลเกาๆ เลนกันอยางสนุกสนาน นักเรียนหญิงเลนกระโดดยางกันเปนกลุมๆ หนา อาคารเรียน ฉันยืนมองอยางเพลิดเพลิน ชางเปน บรรยากาศที่นาดูสำหรับฉันเสียจริงๆ วันนี้แลว สินะที่ฉันจะไดเขาพบครูใหญเพื่อรายงานตัวเปน คุณครูที่สมบูรณแบบกับเขาเสียที หลังจากใฝฝน และรอคอยมานานแรมป คิดแลวก็อดยิ้มอยาง ภู มิ ใ จให กั บ ตนเองและก ม มองชุ ด เครื่ อ งแบบ ใหมเอี่ยม ซึ่งฉันบรรจงรีดอยางเรียบกริบที่แตง อยูไมได “มาแตเชาเลยหรือ นั่งลงกอนสิ” ฉันนั่งลง หลังจากทำความเคารพคุณครูใหญเรียบรอยแลว “ผมขอต อ นรั บ ครู สู โ รงเรี ย นของเรานะ พรอมที่จะสอนวันนี้เลยหรือเปลา” ครูใหญถาม “พรอมคะ” ฉันตอบอยางมาดมั่นเปยม เต็มรอย แลววันนัน้ ฉันก็ไดเปนครูประจำชัน้ ประถม ปที่ ๖ และสอนควบชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ และ ๔ ดวย โรงเรียนนีเ้ ปนโรงเรียนเล็กอยูใ กลชายแดน ติดตอกับประเทศกัมพูชา มีนักเรียนไมถงึ รอยคน ครูที่บรรจุมาก็ยายออกไปสอนในโรงเรียนที่ใกล

กว า อยู เ นื อ งๆ และเคยเป น โรงเรี ย นตำรวจ ตระเวนชายแดนซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเคยเสด็จมาเยี่ยมเยียนและพระราชทาน พระนามใหวา “โรงเรียนสังวาลยวิทย ๖” หลังจากวันนั้นฉันก็ทำหนาที่คุณครูอยาง ขมีขมันสนุกสนานในการที่จะเขาสอนหองโนนที หองนี้ที สลับสับเปลี่ยนกับการเปนแมครัวเพื่อ เตรี ย มอาหารกลางวั น เป น พยาบาลเมื่ อ เด็ ก นักเรียนไดรับอุบัติเหตุหรือเจ็บปวย ฉันมีมาก มายหลายหนาที่ และบางวันที่คุณครูใหญตองไป ติ ด ต อ ราชการที่ ส ำนั ก งานการประถมศึ ก ษา อำเภอ ฉั น ก็ ต อ งทำหน า ที่ รั ก ษาการตำแหน ง

เรื่อง จันศรี ชำนาญศิลป โรงเรียน สังวาลยวิทย ๖ ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

๑๓


โรงเรียนของเราจัดการเรียนการสอน ที่เนนคุณธรรมนำความรูเปนหลัก มีการนำนักเรียนเขาปฎิบัติธรรมทุกป ฝกใหนักเรียนมีจิตอาสา มีการประสากันเปน “บวร” ระหวางบาน วัด โรงเรียน อยางใกลชิด

ครู ใ หญ ด ว ย...ใช แ ล ว ค ะ โรงเรี ย นของดิ ฉั น มี ครูใหญ ๑ คน ครูนอย ๑ คน และภารโรงอีก ๑ คน และนักเรียนอีก ๖๔ คน ฉันปฏิบัติภารกิจ ระหวางวันอยางเต็มวันเต็มเวลาจริงๆ โดยไม อยากจะบอกวาเมื่อกลับถึงบานพัก ฉันออนลา เพียงใด และจะไมยอมบอกดวยเพราะฉันเปนครู รุนใหมไฟแรงไงคะ ฉันและคุณครูใหญแกปญหาเฉพาะหนาใน การแกปญหาขาดแคลนครูในขณะนั้นโดยการ รวมปรึกษากับศึกษานิเทศกประจำอำเภอจัดทำ “แผนเรียนรวม” นำนักเรียน ๓ ชั้นมาเรียนรวม ในหองเดียวกันเพื่อใหนักเรียนไดเรียนครบทุกคน และเต็มตามสาระวิชา บางครั้งก็ใหนักเรียนรุนพี่ ชวยดูแลรุนนองโดยไมนึกหรอกคะวาการสอน แบบนั้น จะมาเปนวิธีการสอนคละชั้นที่โดงดัง ของวงการศึกษาไทยในปจจุบัน และในปตอมาก็ มีครูบรรจุใหมเพิ่มเขามาอีก ๑ คน ทำใหการ เรี ย นการสอนยิ่ ง มี ค วามเข ม ข น ขึ้ น โดยเน น ทั้ ง วิชาการ และวิชาทักษะชีวิต และแนนอนฉันก็ มีหนาที่เพิ่มขึ้นอีก ๑ อยาง คือ เปนพี่เลี้ยงใหครู คนใหมคะ โรงเรียนของเราจัดการเรียนการสอนที่เนน คุณธรรมนำความรูเปนหลัก มีการนำนักเรียนเขา ปฎิบัติธรรมทุกป ฝกใหนักเรียนมีจิตอาสา มีการ ประสานกันเปน “บวร” ระหวางบาน วัด โรงเรียน อยางใกลชิด ไดรับความอนุเคราะหจากวิทยาลัย การอาชีพสอนวิชาชีพใหอยางหลากหลาย เรามี ๑๔

ภูมิปญญาชาวบานมาสอนใหในบางครั้ง นักเรียน ที่จบในแตละปมีผลสัมฤทธิ์ดีทุกปไมเคยนอยหนา โรงเรียนอื่น กิจกรรมอื่นๆ ไดรับรางวัลอยูเนืองๆ ไม ว า จะเข า ร ว มประกวดกิ จ กรรมระดั บ อำเภอ จังหวัด (ทั้งวิชาการและกีฬา) ปจจุบันโรงเรียนของเรามีนักเรียน ๑๐๒ คนแลว มีครูผูสอน ๔ คน ครูพนักงานราชการ ๑ คน ครูอัตราจาง ๑ คน โรงเรียนของเรามี คุ ณ ครู ส อนครบชั้ น แล ว เราอยู กั น ฉั น พี่ น อ ง สมัครสมานกลมเกลียว เสียงสวนใหญวาอยางไร ก็วาตามกัน ซึ่งบางครั้งก็เปนเสียงคุณครูใหญ (ผูอำนวยการโรงเรียน) วาอยางไรก็วาตามเขา สวนฉันนั้นอยูโรงเรียนนี้มา ๑๙ ป แลวคะ ฉั น ทำหน า ที่ “ครู ” อย า งตั้ ง ใจ ทุ ม เทและ สนุกสนานไมเห็นแกเหน็ดแกเหนื่อย ตลอดเวลาที่ ผ า นมามี ทั้ ง สุ ข และทุ ก ข ป ะปนกั น ไป บางครั้ ง ปญหามากมายจนรูสึก “ทอ” คิดจะเขียนคำรอง ขอยายไปอยูในโรงเรียนที่มีความพรอมสะดวก สบายกวานี้เหมือนที่คนอื่นเขาทำกันบาง แตก็ไม สำเร็จสักครั้งเพราะอุปสรรคใหญที่ทำใหฉันตอง เลิกลมความคิดนั้นทุกครั้ง ก็คือ “ครู จะทิ้งพวกหนูไปอยูโรงเรียนไหนคะ” “ครู จะทิ้งพวกผมไปอยูโรงเรียนไหนครับ” “เห็นลูกฉันบอกวาครูจะยายไปอยูโรงเรียน อื่นเหรอ” จากกลุมผูปกครอง แล ว ฉั น จะพู ด คำไหนได ดี ก ว า ...ชี วิ ต นี้ เพื่อเธอ


อางทอง

ดี ที่ยังไมสาย คุณครูคะหนูอยากตาย หนูอยากฆาตัวตาย หนูนอยใจจริงๆ หนู ใ ห ลู ก ได ทุ ก อย า ง แค ข อให ลู ก เรี ย น หนังสือใหจบ ม.๓ หนูก็พอใจแลว แตลูก ฮือๆ เปนเสียงที่ฉันไดยินเต็มสองหู เปนภาพที่ ผู ห ญิ ง วั ย กลางคนคนหนึ่ ง นั่ ง คร อ มอยู บ นรถ จักรยานยนต พูดกับดิฉันดวยน้ำตานองใบหนา พรอมซบหนากับฝามือนอยๆ ของเธอ ฉันกำลัง ยื น ทำหน า ที่ ค รู เ วรประจำวั น อยู ที่ ห น า ประตู โรงเรียนในตอนเชา เพื่อรับนักเรียนเขาโรงเรียน ฉันตองยืนจังงังเหมือนถูกเวทมนตรสะกด ยิ่ง ตกใจหนักเมื่อรูวา ผูที่ทำใหผูหญิงคนนี้เสียใจ จนไม อ ยากมี ชี วิ ต อยู ก็ คื อ ลู ก ศิ ษ ย ตั ว ดี ที่ ชื่ อ ว า

นายเบนซนี่เอง “หนู เ ป น แม ข องเบนซ ห รื อ คะ ใจเย็ น ๆ คอยๆ เลาใหครูฟงวามันเกิดอะไรขึ้น” ฉันยืน กอดอกตั้งใจฟง เมื่อเธอเลาไป รองไหไป สงสาร และเห็นใจมาก “หนูเปนแมของไอเบนซ (คงโมโหนาดู) หนูอยูกับมันสองคน พอมันก็ไมไดอยูดวย หนู ทำงานโรงงาน ทำคนเดียว แตก็พอกินพอใชไม เดื อ ดร อ น พั ก ผ อ นก็ ไ ม เ ป น เวลาเปลี่ ย นกะไป เรื่อยๆ ลูกอยากไดอะไรหนูใหมันทุกอยาง มัน มากเกินไปใชไหมครู แตหนูขอแคใหมันเรียน หนังสือ แคนี้มันใหไมได อยากมาเรียนก็มา ไม อยากมาก็ไมมา หนูถูกครูประจำชั้นเรียกพบวา ลูกขาดเรียน เวลาเรียนไมพอ หนูตกใจ และอาย ครูที่หนูไมรูเรื่องลูกมากอนเลย”

เรื่อง สรวีย นำสินวิเชษฐชัย โรงเรียน ชุมชนวัดปราสาท อ.ปาโมก จ.อางทอง

๑๕


“ครูก็ไดขาว แตคิดวาปญหานี้มันจบไป แลว ไมเปนไรเรื่องนี้ครูไมปลอยแน ครูจะจัดการ เอง และจะรายงานใหแมทราบเปนระยะๆ นะ ตอนนี้หนูกลับบานไปพักผอนซะ เพิ่งออกกะมา ยังไมไดนอนไมใชหรือ” เธอยกมือไหวและกลาวฝากฝงลูกชายอีก ยกหนึ่ง ฉันมองภาพผูหญิงตัวเล็กๆ ที่หวังดีกับ ลูกไมอยากใหลูกลำบากเหมือนตัวเอง แตลูกไม รับรูและไมเขาใจอะไรเอาซะเลย ฉันยืนมองไป คิดไปวาจากนี้จะพูดและทำอะไรกับใครกอนดี ฉั น เดิ น ไปที่ โ ต ะ เพื่ อ ดู ต ารางสอนและ ตารางเวลาวางของตัวเอง โชคดีละนายเบนซ วัน นี้เราเจอกัน และฉันเองมีเวลาวางไมตองเปนเวร หองพิเศษ ฉันจึงโทรไปปรึกษาผูใหญทานหนึ่งที่ เคารพนั บ ถื อ และเป น กั ล ยาณมิ ต รของฉั น ยาม วิกฤตมาตลอด ทานมักมีคำแนะนำทีด่ ใี หฉนั เสมอ ในยามที่ฉันจนแตม ทานแนะนำใหฉันชวยเหลือ เด็กเถอะ เพราะฉันเปนครูแนะแนว ฉันทำไดไม ถือวาเปนการกาวกายงานคนอื่นหรอก ฉั น เข า สอนตามปกติ เมื่ อ มองไปที่ โ ต ะ นายเบนซหายหนาไปไมมาเรียน นายธวัชชัยหาย ไปไหน ทุกคนเงียบนั่งกมหนา คนเราถารักกัน จริงเขาตองจริงใจ เมื่อมีปญหาสติปญญาแบบ เด็กๆ แกไมได เราตองบอกผูใหญใหชวยเหลือ ไม ใ ช พ ากั น ปกป ด วั น นี้ ค รู จ ะได รู ว า คนอย า ง นายธวัชชัยยังมีเพื่อนที่ดี รักและจริงใจกับเขาสัก กี่คน บรรยากาศในหองเรียนยิ่งเงียบสงัดกวาเกา ไดยินแมกระทั่งเสียงลมหายใจ คืนนั้นฉันเขานอนเพราะนาฬกาบอกเวลา วาถึงเวลาที่ฉันตองเขานอนแลว ฉันเปนคนที่ดูแล เรื่องสุขภาพเปนอันดับหนึ่ง จะเขานอนและตื่น นอนเปนเวลาทุกวัน วันนี้ก็เชนกัน แมจะเขานอน เปนเวลานานแลวก็ตาม ฉัน นอนลื มตาอยู ใ นความมื ด พยายาม ขมตาขมใจใหหลับก็ไมสำเร็จ เสียงของแมนาย เบนซ ภาพของแมเขารองไห ภาพนักเรียนใน หอง ๓/๑ ที่มีทาทางอึดอัด มันวนเวียนสลับไป สลับมา ฉันลุกขึ้นนั่งไมนอนตอเพราะนอนไม ๑๖

หลับ ในที่สุดฉันก็วางแผนการทำงานเรื่องนี้ได ฉันจึงนอนใหมและหลับไปตอนไหนก็ไมรู เชาวันรุงขึ้นฉันไมใชครูเวร แตมีภารกิจอยู บริเวณดานหนาโรงเรียน ฉันจึงไปสั่งสภานักเรียน ไววา ถานายธวัชชัยมาโรงเรียนใหไปพบครูดวย ไปคนเดียวไมตอ งหาใครไปเปนเพือ่ น และระหวาง รอลุนนี้เอง ก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งเธอเปนประธาน นักเรียนเดินมาหาดิฉัน และบอกใหไปบานเธอ เย็นนี้ ฉันตอบตกลง วันนี้นายเบนซของฉันไมมา โรงเรียนอีกตามเคย (อยากจับมือถามจริงๆ วามี ปญหาอะไรกันนักก���นหนา) ตกตอนเย็ น ฉั น ขั บ รถไปบ า นผึ้ ง ขณะที่ กำลังนั่งคุยกันก็มีโทรศัพทเขามา ผึ้งใหสัญญาณ ใหเงียบและกดรับโทรศัพท คุยสักประเดี๋ยวก็สง โทรศัพทมาใหฉัน และใหสัญญาณไมใหพูด หูไม ไดฝาดเสียงเหมือนคนรองไห ผูชายนี่นา ใครเนี่ย “ผึ้งเขาใจเราไหม นะขอเบียรเรากินแกกลุมสัก


ขวดเถอะนะ เราไมสบายใจเลย เราจะพยายาม ปรับตัว เราสัญญาวาเราจะไมขาดเรียนอีก เราจะ มาเรียนนะผึ้งนะ เฮยพูดอะไรมั่งสิ คนกำลังกลุม นะโวย” “ครูนะ ไมใชผึ้ง เธอมีปญหาอะไรนักหนา พรุงนี้มาเรียนมาคุยกับครูที่โรงเรียน ครูสัญญาวา จะไมแพรงพรายเรื่องของเธอใหใครรูเปนอันขาด ถาเธอไมอนุญาต” ไมมีเสียงตอบรับแตโทรศัพท ถูกตัดสายไป “ครูคะหนูมีเรื่องจะเลาใหครูฟง และหนู ไมสะดวกที่จะคุยที่โรงเรียน หนูจึงชวนครูมาเพื่อ คุยกันทีบ่ า นหนู เธอบอกเบนซมปี ญ หาเรือ่ งผูห ญิง ทะเลาะกันบอย จนเขาทอไมอยากมาเรียน หนู เตื อ นเขาก็ ไ ม ฟ ง เขารั ก ผู ห ญิ ง คนนี้ ม าก เป น นักเรียนโรงเรียนเรานี่แหละคะ เขาเมาและโทรมา รองไหกับหนูแทบทุกครั้งที่ทะเลาะกัน” ฉันขอบใจผึ้งและนั่งคุยเรื่องอื่นๆ ตออีก

สักพักก็ลากลับ ฉันครุนคิดมาตลอดทางจะทำไง ดี นึกออกแลว พรุงนี้ฉันสอนแนะแนวหองนี้ เอา นิทานคุณธรรมไปเปดใหเด็กดูและใหเขาวิพากษ วิจารณเรื่องราวและตัวละครดีกวา ฉันนั่งพิมพ ใบงานไปนึกหนานายธวัชชัยไป เขาจะมาเรียน ไหมหนอ วัดดวงกัน ถาเขายังพอจะมีบุญเกาอยู ก็ขอใหมาเรียนในวันพรุงนี้ดวยเถอะ ฉันรีบเขา นอนเพราะตั้งใจจะตื่นไปโรงเรียนแตเชา “ครูคะเบนซมาโรงเรียน หนูบอกใหเขามา หาครูแลวนะคะ” ผึ้งกลาวแลวเดินจากไป ฉันยิ้ม ออกมาแบบลืมตัว ลืมไปวายืนอยูคนเดียว สักพัก นายเบนซก็เดินเลียบๆ เคียงๆ มาหาฉันแบบไม คอยมั่นใจ ฉันชวนเบนซไปนั่งคุยกันในศาลา ฉัน ใหสัญญากับเขาอยางจริงจังวาจะเก็บเรื่องนี้ไว เปนความลับ “ผมไมมีกำลังใจมาโรงเรียน ผม เบื่อ” เบนซเริ่มเลาเรื่องอยางอึดอัด “ใจเย็นๆ คอยๆ เริ่มและคอยๆ เลาอยางลำดับเหตุการณ วามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอ” เบนซเลาตอไปวา “แมไมรักผม แมไมมีเวลาใหผม ผมเกลียดการ อยูคนเดียว ผมเหงา แมมีแตวัตถุ ไมมีเวลา ไม เ คยไปไหนมาไหนกั บ ผมเหมื อ นแม กั บ ลู ก ทำแตงานแตงาน ผมอยากมีใครสักคนที่รักผม อย า งจริ ง ใจ คุ ย กั บ ผมได มี เ วลาให ผ ม และ รักผมจริง รักผมเพียงคนเดียว ผมตองการแคนี้ จริงๆ ครับ” ฉันจองหนาเขา ก็พบกับแววตาที่แหงผาก เด็กคนนี้ปากกับใจตรงกัน ดูเหมือนเขาจะเปน คนกลา แตทำไมเขาจึงไมเปดอกพูดกับแมเขา “หนูเคยพูดเรื่องนี้กับแมไหม” เขาพยักหนาแทน คำตอบ “แลวแมวาอยางไร” “แมตวาดแลวพูด วา ทุกวันนี้กูทำงานหนักและเหนื่อยแคไหน จะ เอาอะไรนักหนา มีหนาที่เรียนก็เรียนไป เอาอะไร ก็ทูนใหทุกอยางจะเอาอีก” ครู รู ม าว า เธอสู บ บุ ห รี่ ดมกาว และใช ยาเสพติดชนิดอื่นอีกจริงไหม เขากมหนาไมยอม ตอบ ฉันจึงรุกตอ เปนลูกผูชายกลาทำตองกลา รับ รูไหมวามันผิดและเปนอันตรายที่สุด ถาเลิก ไมไดอะไรจะเกิดขึ้น อนาคตอยูที่ไหน คนอื่น ๑๗


ก็คือคนอื่น ใครเขาจะมารักเรารวมทุกขรวมสุข กับเรา เธอจำไวนะ ในชีวิตเธอจะมีผูหญิง ๓ คน ที่รักเธอมาก คือ ภรรยาเธอ ลูกสาวเธอ และแม ของเธอ แตจะมีเพียงคนเดียวเทานั้นที่รักเธอ รัก มากไมมีวันเปลี่ยนแปลง พรอมที่จะรวมทุกขรวม สุขกับเธอไดตลอดเวลาจนกวาจะตายจากกันไป สามีภรรยารักกันก็จริง แตถาวันหนึ่งวันใดมีอัน ตองเลิกรากันไปก็เปนคนอื่น แตแมกับลูกฆากัน ไมตาย ขายกันไมขาด ครูเคยไปถือศีลที่วัดพิชัยญาติการาม แมชี ทศพรสอนวา ใครทำใหพอแมเสียใจ น้ำตาตก จะตองรับกรรมเวรรอยเทาพันเทา กฎตางๆ มี ขอยกเวน แตกฎแหงกรรมไมเคยละเวนใคร จะ ชาหรือเร็วทุกคนตองรับผลกรรมที่ทำไวทุกคน เธอลองคิดดูนะวาเหลือเวลาอีกไมนานก็ สอบปลายภาคแล ว เธอมี ค ะแนนเก็ บ ตั้ ง มาก มาสอบใหครบกระบวนการวัดผลประเมินผลเธอ ก็มีโอกาสจบแลว หรือมีบางวิชาที่เวลาเรียนไม พอ แตครูจะนำเรื่องเธอเสนอที่ประชุม เพราะ ทานผูอำนวยการโรงเรียนก็ใหโอกาสกับทุกคน ครูไมคาดคั้น วันนี้ครูมีตัวอยางชีวิตเด็กรุนราว คราวเธอนี่แหละ จะนำมาใหเธอดูเปนอุทธาหรณ เอาละ เธอไปทำงานของเธอตอได ออ เบนซ เธอมีบุญนะ เมื่อคืนครูอธิษฐานจิตใหเธอมาเรียน เพราะครูจะคุยและแกปญหานี้กับเธอ และเธอก็ มาจริงๆ ครูวาเธอกลับตัวกลับใจไดแนเลย ครู เปนกำลังใจใหนะ

๑๘

ในชั่วโมงแนะแนว ฉันเปดละครคุณธรรม ให เ ด็ ก ๆ ดู มี ห ลายคนที่ ก ม หน า น้ ำ ตาไหล เพราะเรื่องราวในละครชางสอดคลองกับชีวิตพวก เขาเหลือเกิน อีกไมนานก็จะจบจะจากกันแลว ดื้อพอแม ดื้อครู แตก็กลับตัวกลับใจได เชาวันรุงขึ้น นายเบนซมายืนลับๆ ลอๆ ครูครับผมมีเรื่องจะบอกครู เบนซยิ้มอายๆ ผม ขอโทษแมและสัญญากับแมวาจะมาเรียนและจะ จบ ม.๓ พรอมเพื่อนใหได ฉันดีใจและลูบศีรษะ นายเบนซดวยความเอ็นดู ฉันยอมรับวาฉันเคย หมั่นไสนายคนนี้มาก แตงตัวก็กวน ทาทางเดินก็ ไมสุภาพ แตมาสังเกตวาฉันเคยเอาชนะโดยการ ชวนเขาไปทำความดีเขาก็ไปแบบเต็มใจ เชนไป โครงการปนโตบุญ นำอาหารไปถวายพระที่วัดทุก เชาวันศุกร หรือสงเขาอบรมคายคุณธรรมเขาก็ เต็มใจไปและไมสรางปญหา ฉันจึงมาคิดวา คง เปนแรงบุญอันบริสุทธิ์นี่เองทำใหเขาผาวิกฤตใน ชีวิตมาได และวันที่หลายคนรอคอยก็มาถึง วันรับใบ ประกาศจบการศึ ก ษาของนั ก เรี ย นระดั บ ชั้ น มัธยมศึกษาปที่ ๓ นายธวัชชัย ศรรอด ก็เปนชื่อ หนึง่ ทีผ่ า นการรายงานตัว มาดวยใบหนาทีย่ มิ้ แยม แจมใส ฉันมีภาพประทับใจคือ นายเบนซกราบ คุณครูทุกคนในโรงเรียน โดยเฉพาะฉัน นายเบนซ มากราบ ๒ รอบ ด ว ยใบหน า ยิ้ ม แย ม แจ ม ใส ฉันจำคำพูดสุดทายที่พูดกับนายเบนซ ที่ทำใหเขา ยิ้มไมหยุด ก็คือ “สูๆ นะเบนซ ครูเปนกำลังใจ ให กรรมเวรมีจริง กรรมดีนำไปดีนะลูกรัก”


ระยอง เขต ๒

จากศรัทธาถึงพระตถาคต ฝรั่งเขาหัวเราะเยาะเราวา แตเหมือนไกไมนิยมชมของงาม หมายความวาการศึกษาที่จัดอยู ปริญญาทวมทนลนแผนดิน

เมื่อ ๒๐ ปที่แลว ขาพเจาก็เปนเชนบท รอยกรองขางตนเมื่อครั้งเปนครูโรงเรียนเอกชนใน กรุงเทพฯ การสอนทีม่ งุ เนนใหเด็กสอบเขาโรงเรียน ที่มีชื่อเสียงตามที่ผูปกครองตองการ จนบางครั้งก็ ละเลยที่จะเนนเรื่องศีลธรรมจริยธรรม ตอมาใน ป ๒๕๔๒ ข า พเจ า มี โ อกาสเป น ข า ราชการ ในพระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว ฯ จึ ง ตั้ ง สั ต ย

เสียแรงมีรัตนาจำนวนสาม มักตะกละตะกลามหาของกิน พาไปสูอาชีพเสียทั้งสิ้น แตขาดศีลขาดธรรมประจำตัวฯ (ม.ล.ปน มาลากุล) ปฏิญาณวาจะขอเปนขาราชการที่ดีถวายงานแด พระองคทาน ขาพเจาไดออกเยี่ยมบานนักเรียน และทำความรู จั ก กั บ ชุ ม ชนในป แ รกที่ ม าบรรจุ และเฝาสังเกตพฤติกรรมนักเรียนพบวา นักเรียน ส ว นใหญ มี ฐ านะทางบ า นยากจน บางคนมา โรงเรียนโดยไมมีเงินคาขนม ผูปกค���องมีอาชีพ รับจางเกือบรอยละ ๙๕ หัวหนาครอบครัวนิยม

เรื่อง พนิตนาฎ ลายสังข โรงเรียน บานยางเอน อ.เขาชะเมา จ.ระยอง

๑๙


ดื่มสุรา ครอบครัวสวนใหญมักประสบปญหาหยา ราง และมีพอเลี้ยง-แมเลี้ยง นักเรียนแตงกายไม เรียบรอย ไมรักษาความสะอาดของเสื้อผาและ รางกาย การใชคำพูดคอนขางไมสุภาพ สำหรับ นักเรียนหญิงเมื่อจบ ป.๖ มักไมเรียนตอแตจะมี ครอบครัว การพูดเรื่องเพศศึกษาคอนขางเปด เผยและไมสำรวม ทางดานการเรียน ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคอนขางต่ำ การแขงขันทางดาน วิชาการไมประสบผลสำเร็จเทาที่ควร เปนขอมูล ที่ผิดแผกแตกตางจากเด็กนักเรียนโรงเรียนเอกชน แทบทุกดาน หากตัดปญหาความยากจนออกไป ขาพเจาคิดวา มนุษยทุกคนเกิดมาพรอมกับความ ดีงาม แตสิ่งแวดลอม ตนแบบที่เห็น การอบรม สั่งสอน ทำใหคนแตกตางกัน บางคนหลงผิดและ หลายคนหลงทาง เด็กหลายคนใฝดีแตไมมีที่ไป ถึงเวลาแลวที่ตองเรงสรางพื้นที่ดๆี ใหกับเด็กๆ นี่จึงเปนการบานที่หนัก และไมทราบวา จะเริ่มตนที่ใด และจะทำอยางไรที่จะใหเด็กๆ เปนผูนำแหงการเปลี่ยนแปลง คุณพอ (ปจจุบัน เสียชีวิตแลว เมื่อป พ.ศ. ๒๕๔๕) ทานใหแนวคิด วา ตองสรางศรัทธา แลวใชศาสนามาหลอหลอม จิตใจ เมื่อไหรที่เราทำใหคนเกิดศรัทธาในสิ่งใด สิ่งหนึ่งได ก็เทากับเราไดหัวใจของคนเมื่อนั้น ขาพเจาเริ่มตนจากการสรางศรัทธาในตัวเองวา ตองทำได และเริม่ ลงมือทำ เพือ่ ทำใหคนรอบขาง และผูเกี่ยวของศรัทธาในตัวขาพเจา ซึ่งเปนงานที่ ยากมากจริงๆ แตก็ตองทำ เพราะหากทำไดก็จะ ทำให ผู ที่ เ กี่ ย วข อ งยอมรั บ และพร อ มที่ จ ะ เปลี่ยนแปลง ขาพเจาไดเริ่มศึกษาหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนาโดยการอานหนังสือ บทความ ของพระเดชพระคุณเจาหลายรูป หนังสือธรรมะ หนังสือแจกในงานฌาปนกิจ การสนทนาธรรมกับ พระคุณเจาวัดใกลโรงเรียน และรับฟงวิสัยทัศน ของผูหลักผูใหญในชุมชน ในที่สุดก็ไดเริ่มทดลองกับนักเรียนในชั้น เรียนตนเอง โดยเริ่มจากการใชคำพูด พฤติกรรม ของครู ที่ เ น น ความอ อ นโยน วาจาสุ ภ าพแฝง ธรรมะใหคิดสะกิดทุกวัน และฝกนักเรียนใหเปน ๒๐

ผูออนนอมยอมรับพระพุทธเจาเขามาอยูในจิตใจ โดยการไหวพระประจำโรงเรียน ซึ่งไมเคยเห็น เด็กๆ ปฏิบัติเลย ทำสมาธิกอนเรียนเพื่อเรียกสติ ฝกการสมาทานศีลทั้งบาลีและแปลเปนภาษาไทย เพื่อใหเห็นผิดชอบชั่วดี ใหนักเรียนสวดมนตกอน กลับบานทุกวัน ใหนักเรียนหัดไหวพอ-แม เพื่อ แสดงถึงความเคารพ และกตัญูตอบุพการี ซึ่ง นักเรียนจะเขินอายในระยะแรกๆ เพราะไมเคย ปฏิบัติ และที่นาแปลกผูปกครองก็รูสึกกระดาก อายเมื่อลูกไหวและพูดไพเราะขึ้น มักดุเด็กวา ดัดจริต ขาพเจาไดใหกำลังใจกับเด็กๆ และให พยายามพูดไพเราะแบบนี้ตอไป เมื่อวันเวลาผาน ไปสักระยะหนึ่งขาพเจาไดใหเด็กลองหันกลับไป พูดไมไพเราะผลปรากฏวาผูปกครองกลับอยากให ลูกพูดไพเราะเหมือนเดิม การทดลองดังกลาวจึง เปนบทพิสูจนความสำเร็จบทหนึ่งวาเด็กเปลี่ยน แปลงได และผูปกครองก็เห็นดีดวยเมื่อลูกมีการ เปลีย่ นแปลงทีด่ ขี นึ้ ขาพเจา เริ่ ม ชั ก ชวนเด็ ก ไปทำบุ ญ ที่ บ า น พระพุทธเจา เปนการชี้ใหเห็นความสำคัญที่มากก ว าคำวาวั ด และตระหนั กถึงการปฏิ บัติตนเอง เมื่อไปบานพระพุทธเจาเราจะตองสะอาดและสงบ ไมไปเพื่อเปลี่ยนที่คุยหรือแสดงอาการที่ไมเหมาะ สม แตตอ งศรัทธาทีจ่ ะทำดีจริงๆ แมแตคณะสงฆ ผูรักษาดูแลบานพระพุทธเจาก็กระตือรือรนและ ยินดีที่มีคนมาทำบุญ ทั้งนี้จากการสังเกตเห็นตั้ง แตในปแรกๆ ที่ขาพเจามาอยูที่นี่แลว วาคนใน ชุมชนไมคอยเขาวัด แทบจะไมเห็นภาพคนยืนใส บาตรในตอนเชาเลย เมื่อสอบถามพระคุณเจา ทราบวาบานไหนใสบาตรก็จะเปนอยูเฉพาะบาน นั้น บานอื่นๆ จะเรียกไดวาเปน ขาจรทำบุญ การไปทำบุญในวันพระจะรูสึกเงียบเหงา เพราะ ผูคนไมนิยมทำบุญวันพระนอกเทศกาลเขาพรรษา จะดวยเหตุผลอะไรไมทราบ แตถือวาเปนการ สรางคานิยมที่ไมถูกตอง เพราะทำใหเด็กเขาใจ วาการทำบุญและจะไดบุญเฉพาะเทศกาลงานบุญ เทานั้น ทายสุดศาสนาก็อยูนอกสายตาไปโดย ปริยาย


ตองสรางศรัทธา แลวใชศาสนามาหลอหลอมจิตใจ เมื่อไหรที่เราทำใหคน เกิดศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่งได ก็เทากับเราไดหัวใจของคนเมื่อนั้น

๒๑


ขาพเจาไดดำเนินกิจกรรมและมีการปรับ เปลี่ยนกิจกรรมหลายตอหลายครั้ง ในที่สุดจึง เสนอขอจัดตั้งชมรมยุวทูตธรรม เพื่อใหเกิดเปน รูปธรรมที่ชัดเจน และเพี่อตองการสรางเด็กเปน ผูนำทางธรรม โดยใชหลักไตรสิกขา หลักธรรมที่ ฝกจากภายนอกเขาไปหาภายใน ขัดเกลาความ หยาบใหละเอียดลง และฝกจากสิง่ งายๆ ไปสูส งิ่ ที่ยากลึกซึ้งกวา ซึ่งตรงกับกิจกรรมวงลอแหง ความดี คือ กิจกรรมในชมรมซึ่งมี ๘ กิจกรรม รอยรัดสอดคลองกันไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่ง สามารถฝกฝนและขัดเกลาเด็กๆ ไดครบภายใน ๑ วัน โดยกิจกรรมจะเริ่มตนจากที่บาน คือ (๑) ไหวพระพรหม (พอ-แม) ไหวพระประจำโรงเรียน ไหวครู ไหวพี่ (๒) กิจกรรม ๓ วลีตามวิถีของ ชาวพุทธ โดยเนนคำวา ธรรมะสวัสดี ธรรมะ ขอบคุณ ธรรมะขอโทษ เมื่อถึงเวลาเคารพธงชาติ จะนำเสนอ (๓) กิจกรรมธรรมะรับอรุณ กลางวัน นำเสนอ (๔) พุทธศาสนสุภาษิต ๑ นาที สำหรับ วันพระจะจัด (๕) กิจกรรม ๑ วันพระรวมพลัง สร า งบุ ญ -ละบาป ให เ ด็ ก ไปทำบุ ญ พร อ มกั บ ชักชวนผูปกครอง และชาวชุมชนมาทำบุญรวม กัน และในการดำเนินชีวิตประจำวันใหเด็กชวย กันชักชวนคนในครอบครัว (๖) ปลูกผักสวนครัว เพื่อประหยัดรายจาย และเมื่อเขานอนเด็กๆ จะ ทำ (๗) กิ จ กรรมธรรมะใกล ห มอนสวดมนต กรวดน้ำความดี พิจารณาตนเองในรอบวัน และ แผ เ มตตาให กั บ สรรพสิ่ ง ทั้ ง หลายและหลั บ ไป พรอมกับการมีสติ (๘) กิจกรรมวารสารแสงเทียน กลิ่นธูป ควันธรรม วารสารที่เปนสายใยเชื่อมโยง ธรรมะสูผูปกครองและชุมชน การดำเนินงานอยางตอเนื่องมาตลอด ๑๐ ป ความสำเร็จในวันนี้เด็กๆ ของขาพเจาพูด ชวยกัน สรางคน ใหเปน มนุษย ๒๒

เถิด อยาได ผลเหลือหลาย ดั่งแสงฉาย จักหลุดพน

ไพเราะขึ้น วางาย เด็กๆ จะทำวัตรเชาในชวงรอ ครูเขาสอนหลังเคารพธงชาติ ซึ่งเปนชวงที่วุนวาย แตชั้นเรียนขาพเจากลับสงบไดยินเสียงสวดมนต หวานหู และขาพเจาไมตองใชไมเรียวตีเด็กทั้งๆ ทีใ่ นหองมีไมเรียวเทากับจำนวนเด็ก ซึง่ ผูป กครอง จัดหามาให แตเด็กจะทำโทษตนเองเมื่อทำผิด ซึ่งนัยสำคัญไมไดอยูที่วาเขาจะตีตนเองแรงหรือ คอย แตจะอยูที่นาอายไหมเรื่องแคนี้ตองทำผิด หรือถาเผลอพูดคำหยาบเพื่อนๆ จะเตือนและเด็ก จะตีปากตนเอง ซึ่งจะแรงหรือคอยไมใชเรื่องที่จะ ตำหนิ แตที่นาตำหนิคือ คำพูดดีๆ มีตั้งมาก กลับพูดไมได และที่สำคัญคือความกตัญูตอ พอ-แม เปนสิ่งที่ตองเนน ลูกทำตัวดี หรือชั่ว จะ เปนอนุสาวรียของพอ-แม และที่สำคัญไมแพกันก็ คือ ลูกจะดี หรือชั่ว พอ-แม ก็คือผูอำนวยการ สรางเชนกัน จากศรัทธา ถึงตถาคต ถือไดวาเปนงาน วิจัยชิ้นใหญที่ไมมีใครจาง ไมมีเงินหรือรางวัล ตอบแทน แตเปนงานที่ทำดวยแรงศรัทธาที่ตอง อาศัยความอดทน รอคอย ความเขมแข็งของจิตใจ ผนวกกับหลักคำสอนของพระตถาคต และไม สามารถเห็นผลสำเร็จไดในระยะเวลาอันสั้น การ ปลู ก ต น ไม ก ว า จะได ผ ลมารั บ ประทานต อ งใช เวลาไมต่ำกวา ๓-๕ ปฉันใด การปลูกศีลธรรมให เกิดในใจเด็กก็เปนฉันนั้น งานครู จึงเปนงาน สรางคนใหเปนมนุษยไมมีใครเปลี่ยนนิสัยใครได ใน ๑ วัน เด็ก (บางคน) เปนมาตั้งแตยังไมลืมตา ดูโลกดวยซ้ำ ครูจึงตองอดทนเปนมือที่ชวยขจัด ความหยาบ และเติมเต็มความละเอียดออนลงใน ใจเด็กทุกๆ วัน ดังนั้นหนาที่ครู คือการสอนคน ใหเปนคนดี โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรูเพื่อ พัฒนาผูเรียนใหเกิดเปนนิสัย (routine) ดูดาย คาลน สอดสอง โลกแล สูดาว แดนเกษม

พระธรรมปญญาบดี (เพียร อุตฺตมมหาเถระ)


นนทบุรี เขต ๒

พระผูเมตตา

ตอเราชาววิถีพุทธ

โครงการวิถีพุทธและโรงเรียนคุณธรรมชั้น นำในทุกๆ เขตพื้นที่การศึกษา ถือวาเปนสถานที่ สำคัญตองอาศัยความรวมมือรวมใจกับบุคลากร ตางๆ ในชุมชนเขาชวยเหลือในเรื่องตางๆ มาก มาย เพราะในโรงเรียนเหลานี้ประกอบดวยเด็ก และเยาวชน ซึ่งถือวาเปนตนกลาของสังคมไทย จำเป น อย า งยิ่ ง ที่ จ ะต อ งปลู ก ฝ ง หลั ก ธรรมใน เยาวชนเหลานั้น เพราะถาหากเยาวชนเติบโตขึ้น ในทามกลางของสังคมที่ไรซึ่งคุณธรรมก็จะทำให คนเหลานั้นเปนคนไรคุณธรรมดวย การเผยแพร หลักธรรมสูเยาวชนจึงถือวาเปนการปองกันภาวะ

ความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมของสังคมไทยอันจะ เกิดขึ้นในอนาคต ดิฉันซึ่งเปนศึกษานิเทศก รับผิดชอบใน เรื่องพระพุทธศาสนา โรงเรียนวิถีพุทธ โครงการ พระสอนศี ล ธรรมในโรงเรี ย น โครงการฟ น ฟู ศีลธรรมโลก ฯลฯ เมื่อมารับภาระงานตรงนี้ดวย ผูรับผิดชอบคนเกาคือทานศึกษานิเทศกประนิช อัฒจักร ไดเกษียณอายุไป เราไดปรึกษา พูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรูซึ่งกันและกันอยางกวางขวาง ก็ พบความจริงวา งานนี้ไมยากเพราะมีองคกรและ บุคคลชวยเหลือมากมาย แต ถ า จะทำให เ กิ ด ผลดี อ ย า งยั่ ง ยื น และ ถาวรตอตัวเด็กและเยาวชนของเรา เราจำเปน ตองหากัลยาณมิตรที่จะชวยงานพระศาสนาให หยั่ ง ลึ ก ลงไปในตั ว เด็ ก และเยาวชนของเราได อยางสมบูรณ เมื่อเรามีแนวคิดตรงกันดังนี้แลว เราก็ใฝหากัลยามิตรทางคุณธรรมของเราอยาง ตอเนื่องและไดกัลยาณมิตรมากมาย ในวาระนี้ดิฉั นใครข อนำเสนอ บุ คคลที่ เป น กั ล ยาณมิ ต รที่ ดี ที่ สุ ด ท า นหนึ่ ง ของเรา คื อ ทานพระราชนันทมุนี (สำรวย อาภากโร) เจา อาวาสวัดละหาร รองเจาคณะจังหวัดนนทบุรี ประธานศู น ย พ ระสอนศี ล ธรรมประจำจั ง หวั ด นนทบุรี นามเดิมคือ สำรวย เกตุนาค เปนคน ตำบลบางรักใหญ อำเภอบางบัวทอง จังหวัด

เรื่อง นาถลดา ทองหยวก สน. ศึกษานิเทศก ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

๒๓


นนทบุรี อุปนิสัยของทานเปนคนเสียสละ กลาคิด กล า พูด กลา ทำในสิ่ งที่ ถูก ต องชอบธรรมกอน บุคคลอื่น ชอบคิดริเริ่มสิ่งใหมๆ เสมอ พระราชนันทมุนี ทานมองวา การศึกษา สามารถพัฒนาคนได การสนับสนุนการศึกษา ถื อ ว า เป น การพั ฒ นาคนด ว ย จึ ง ทำให ท า น สนับสนุนสถานศึกษา ทานไดรวบรวมทุนทรัพย สวนตัวของทานสรางอาคารเรียนและซื้ออุปกรณ การศึกษาใหแกโรงเรียนตางๆ ที่ตองการ จาก แนวคิดของทานที่วา เยาวชนวันนี้คือตนกลาที่จะ งอกงามเปนพลเมืองที่ดีในวันขางหนา ทำไฉน เยาวชนเหล า นั้ น จะงอกงามอย า งมี คุ ณ ธรรม เปนพุทธศาสนิกชนที่ดีและเปนพลเมืองที่ดีของ ชาติ หลวงพอไดจัดกิจกรรมตางๆ ดำริของทาน ตามคำขอพวกเราผูเกี่ยวของ ถาสิ่งใดเห็นดีมี ประโยชน ต อ เด็ ก และเยาวชนแล ว ท า นไม เ คย ขัดของ (เปนแนวทางอันหนึ่งสำหรับพวกเราเปน ผูประสานงานจาก สพฐ.กับชุมชน เขาไปพบ ไป เรียนปรึกษา ไปขอเถิดคะ ไดทกุ อยาง พระผูใ หญ ทานพรอมที่จะชวยถาเราพรอมที่จะทำงานเพื่อ พระพุทธศาสนา) เพื่อใหเยาวชนไดมีสวนรวม กิจกรรมตางๆ มากมาย จึงขอนำเสนออยาง ละเอียด คือ • การจัดตอบปญหาศีลธรรม • การประกวดสวดมนต ห มู ท ำนอง สรภัญญะ • การจั ด นิ ท รรศการในวั น สำคั ญ ทาง พระพุทธศาสนา เพื่อใหเยาวชนไดมา ๒๔

ศึกษาหาความรู • การจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา • มอบทุ น ให กั บ นั ก เรี ย นที่ เ รี ย นดี แ ต ขาดทุนทรัพย • จั ด ตั้ ง ศู น ย ศึ ก ษาพระพุ ท ธศาสนาวั น อาทิตย เพื่อเปดโอกาสใหเยาวชนใช เวลาวางใหเกิดประโยชน โครงการเขา วัดศึกษาเลาเรียนวันพระพุทธศาสนา • งานของโรงเรียนวิถีพุทธทุกอยางไดรับ ความเมตตาจากหลวงพอทุกเรื่อง จึง ใหงานสำเร็จลุลวงไปดวยดี • แม ง านใหญ ร ะดั บ ประเทศคื อ การ พัฒนาเพิ่มศักยภาพพระสอนศีลธรรม ในโรงเรี ย นอย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพของ จังหวัดนนทบุรี รวมถึงจังหวัดปทุมธานี สมุทรปราการ ก็ไดรับพระเมตตามา ตลอด จึงเปนบุคคลผูทรงกรุณาตอเรา ชาววิถีพุทธอยางยิ่ง กิจกรรมตางๆ ที่พวกเราชาววิถีพุทธได รวมกันทำมีมากมาย จึงบังเกิดผลดีตอเด็กและ เยาวชน งานพระพุทธศาสนาตองอาศัย ความ เสียสละ ไมหวังผลตอบแทนอื่นใด นอกเสียจาก การไดชวยสังคมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให เขาไดมีโอกาสดีมาก เลาเรียนทั้งทางโลกและ ทางธรรม เราจึ ง จะประสบผลสำเร็ จ ในการพั ฒ นา เด็กและเยาวชนของเราอยางตอเนื่องและยั่งยืน ตลอดไปเทอญ


ฉะเชิงเทรา เขต ๑

สรางคนดวยการคิด...

สูชีวิตที่สดใส

การศึ ก ษาเป น รากฐานสำคั ญ ของการ พั ฒ นา “คน” อั น จะนำชาติ ใ ห เ จริ ญ ก า วหน า หากเอยนาม ดร.โกวิท วรพิพัฒน แลว เปนที่ นาเชื่อวาคงไมมีใครไมรูจักทานผูนี้ โดยเฉพาะ บุ ค คลในวงการศึ ก ษา เนื่ อ งจาก ดร.โกวิ ท วรพิพัฒน เปน “ครู” เปน “นักการศึกษา” ที่ สร า งคุ ณ ประโยชน ต อ วงการศึ ก ษาไทยอย า ง อเนกอนันต ดร.โกวิ ท วรพิ พั ฒ น เกิ ด เมื่ อ วั น ศุ ก ร ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ เกิดที่ตำบลสาวชะโงก อำเภอบางคล า จั ง หวั ด ฉะเชิ ง เทรา ถึ ง แก อนิจกรรมเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ สิริรวม

อายุได ๖๗ ป ดร.โกวิท วรพิพัตน เปนผูที่ใฝรูใฝเรียน ชอบอานหนังสือมาตั้งแตเด็ก ดังที่นายบุญธรรม ตันกก ผูเปนนาไดเลาวา “เขาเปนคนชอบอาน หนังสือ จะมีหนังสือติดมืออยูเ สมอไมวา จะไปไหน ขนาดนั่งตกปลามัวแตอานหนังสือ ปลากินเบ็ด แล ว ยั ง ไม รู ตั ว เลยก็ มี ” นิ สั ย รั ก การอ า นของ ดร.โกวิท วรพิพัฒน ที่สั่งสมมาแตวัยเด็กมีสวน สำคัญ ยิ่งต อความสำเร็จในการศึกษาและการ ทำงาน โรงเรียนการทำมาหากินวัดโพธิ์เฉลิมรักษ (อนุสรณวันเด็กแหงชาติ ป ๒๕๓๗) เปนโรงเรียน

เรื่อง ครูโรงเรียนการทำมาหา กินวัดโพธิ์เฉลิมรักษ ต.ดอนเกาะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

๒๕


…ศึกษาที่ดี ตองฝงคุณธรรมเขาไปในตัวเด็กให ได สามารถปลูกฝงไดโดยการใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติจริงเทานั้น… …ควรมีการประเมินผลดานคุณธรรม จริยธรรม ควบคู ไปกับการประเมินผลดานความสามารถของผูเรียน …ทั้งนี้ เพื่อใหผูที่เกี่ยวของไดทราบเกี่ยวกับคุณลักษณะของผูเรียน ไปพรอมกับความรูความสามารถที่มีอยูดวย…

๒๖


รูปแบบใหมในวงก���รศึกษาไทยตามแนวคิดของ ดร.โกวิท วรพิพัฒน เมื่อครั้งดำรงตำแหนงอธิบดี กรมสามัญศึกษา สำหรับแนวคิดและนโยบายของ ดร.โกวิท วรพิพัตน ในการจัดตั้งโรงเรียนการทำมาหากิน ซึ่งเปนแหงแรกของประเทศและแหงแรกของโลก นั้น มีลักษณะพิเศษ ดังนี้ • มุงเนนในการนำวิชาความรูมาใชจริง ในกิจกรรมภาคปฏิบัติ • นั ก เรี ย นได รั บ การจั ด สรรที่ ดิ น ทำกิ น และเงินทุนจำนวนหนึ่งในการประกอบ อาชีพตามที่ถนัด และมีความสนใจ • ฝกใหนักเรียนทำงานเปนกลุม • ฝ ก ให นั ก เรี ย นแก ป ญ หา มี ค วามรั บ ผิดชอบตอหนาที่ • ส ง เสริ ม ให นั ก เรี ย นช ว ยเหลื อ ตนเอง รู จั ก การทำมาหากิ น มี ค วามอดทน สามารถกลอมเกลาจิตใจเยาวชนให เขาใจชีวิต และสามารถปรับตัวใหเขา กับสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไดตลอด เวลา จากแนวคิดสูการปฏิบัติ ทำใหพวกเรามี โอกาสทำงานร ว มกั น เป น กลุ ม โดยการจั ด ตั้ ง บริษัทจำลองในโรงเรียน ซึ่งเปนกิจกรรมการเรียน รูในชุมนุมยุวเกษตรกร แตละกลุมจะมีพื้นที่เปน ของตนเอง มีจำนวนสมาชิก ๘-๑๐ คน และมีครู ประจำกลุมคอยดูแลใหคำแนะนำนักเรียน กลุม ละ ๑ ทาน แตละกลุมจะปลูกผักชนิดตางๆ เชน ผักบุง ผักคะนา ผักกาดขาว ฯลฯ ที่เราเรียกวา ผักโรงเรียน หมายถึง ผักปลอดสารพิษ ที่ไมใช

สารเคมีฆาแมลง นอกจากนี้พวกเรายังปลูกพืชไร และพืชผลชนิดอื่นๆ อีกมากมาย การชวยกัน ทำงานทำใหพวกเรารูจักความอดทน ขยัน ไม ยอทอตอความยากลำบาก รูจักแกปญหาตางๆ ปรับปรุงตนเองและงานใหประสบความสำเร็จ เป น การพั ฒ นาคุ ณ ลั ก ษณะการอยู ร ว มกั น ใน สังคม และไดผลกำไรเปนของกลุม การเชื่อมโยง ความรู จ ากห อ งเรี ย นสู ก ารปฏิ บั ติ ส อดคล อ ง สัมพันธกับชีวิต และความตองการของผูเรียน โดยใหนกั เรียนเกิดคุณลักษณะตามที่กำหนดไวใน หลักสูตร โดยใหคิดเปน ทำเปน แกปญหาเปน และรูจักชวยเหลือตนเอง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม ที่ชวยสงเสริมคุณธรรม จริยธรรมอื่นๆ อีก เชน การนั่ ง สมาธิ ก อ นเรี ย นในแต ล ะวิ ช าเป น เวลา ๕ นาที และทุกวันศุกรนักเรียนจะทำกิจกรรม สวดมนต นั่งสมาธิเปนประจำ สุดทายขอยกคำคม ขอคิดของ ดร.โกวิท วรพิพัตน สู สานฝน ดร.โกวิท ยอนแนวคิด… ทำมาหากิน กลาวไววา… …ศึกษาที่ดี ตองฝงคุณธรรม เขาไปในตัวเด็กใหได สามารถปลูกฝงได โดยการใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติจริง เทานั้น… …ควรมีการประเมินผลดานคุณธรรม จริยธรรม ควบคูไปกับการประเมินผล ดานความสามารถของผูเรียน …ทั้งนี้ เพื่อใหผูที่เกี่ยวของไดทราบ เกี่ยวกับคุณลักษณะของผูเรียน ไปพรอมกับความรู ความสามารถที่มีอยูดวย…

๒๗


พระนครศรีอยุธยา เขต ๒

รูตื่นและเบิกบาน ไมมีอะไรที่จะทำไดยากเลย เพียงแตยึดมั่นใน หลักใหญๆ ๓ หลักคือ ๑. ตองเปนคนมีวินัย ๒. ตองเปนคนที่มีความอดทน ๓. ตองเปนคนที่รูจักความเคารพ

เรื่อง วัชรีวรรณ ชัยกิติศักดิ์ โรงเรียน วัดชุมพลนิกายาราม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนตเสนงคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย สถิตทั่วแตชั่วดี ประดับไวในโลกา (สมเด็จพระสมณเจา กรมพระปรมานุชติ ชิโนรส : กฤษณาสอนนองคำฉันท) เมื่อสมัยตอนยังเปนเด็กประถมตนมักจะมี คำถามในใจอยูเสมอวา เราจะตองทำความดี ความดีคืออะไร ทำความดีเพื่อใคร ทำไปทำไม ทำแลวจะไดอะไร และถาไมทำจะเปนอยางไร แตเมื่อมาถึงในปจจุบัน ในวัยใกลเกษียณ อายุราชการ จึงไดรูและเขาใจอยางถองแทแลววา ความดี นั้ น ไม ท ำไม ไ ด แ ล ว เพราะอะไรหรื อ ก็เพราะวาการทำความดี จะมีชีวิตความเปนอยู อยางปกติสุข ปราศจากความเดือดรอน และภัย อันตรายใดๆ และยังสงผลแหงการทำความดีไป ยังโลกหนา คนที่จะทำความดีไดนั้น จริงๆ แลว

๒๘

แนวคิดทั้ง ๓ หลักใหญๆ นี้ ไดมาจาก พระอาจารยทัตตชีโว รองเจาอาวาสวัดธรรมกาย ที่เปนที่รูจักกันดี เมื่อครั้งไดไปปฏิบัติธรรมที่สวน ปาพนาวัฒน เชียงใหม ตอมาไดไปปฏิบัติธรรม ที่เขาใหญ นครราชสีมา จึงไดมีโอกาสถามทาน หลวงพอวา ถาเราสามารถทำใหเด็กเกิดความมี วินัย ความอดทน และมีความเคารพแลว จะเกิด อะไรขึ้ น กั บ ตั ว เด็ ก ท า นตอบทั น ที ทั น ใดว า ผลจากการเด็กไดปฏิบัติตนจากการมีวินัยมีความ อดทน และรูจักมีความเคารพแลว สิ่งที่จะเกิดขึ้น กับตัวเด็กคือ สัมมาทิฐิ นั่นเอง จึงเขาใจไดทัน ทีวา สัมมาทิฐินี่เองที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใหเด็กกลาคิด กลาตัด สินใจและกลาทำในสิ่ งที่ ถู ก ต อ งและดี ง าม มี ผ ลทำให ก ารดำเนิ น ชี วิ ต ประจำวันอยางเปนสุข ไมเครียด ไมวิตกกังวล แตในขณะเดียวกันเด็กจะเกิดความเกรงกลัวตอ การกระทำที่ไมดี ความมี วิ นั ย จะทำให เ ด็ ก อยู ร ว มกั น ได อยางเปนสุข เปนที่รักใครของคนรอบขาง ทำให คนรอบขางรูสึกสบายใจ และมีความสุขไปดวย เชนกัน ความอดทน จะทำให เ ด็ ก พบกั บ ความ สำเร็จในสิ่งที่เด็กมุงหวัง ความเคารพ จะทำใหเด็กไดรับความรัก


แตปจจุบันนี้ เด็กสวนมากรูจักการอดทน กวาเริ่มปฏิบัติครั้งแรก และสามารถนั่งไดนาน กวาเดิม แสดงวาเด็กเริ่มรูจักความอดทนดีขึ้น สิ่งที่ไดฝกเด็กใหรูจักความเคารพคือ การนั่งเปน แถว นำสิ่งของไปถวายพระตามลำดับกอน-หลัง แลวกราบพระอยางถูกตองและสวยงาม เด็กได ปฏิบัติจนติดเปนนิสัยที่ดี และทำเองโดยที่ครูไม ตองบอก นอกจากนั้นเด็กจะรูจักไหวและทักทาย ครูเมื่อครูเดินผานหรือเวลาจะกลับบาน โดยที่ครู ไมตองคอยบอก ในภาวะของเด็กวัยรุนยุคปจจุบัน จัดไดวา กำลังเปนภาวะวิกฤตในสังคม มักจะมีเด็กวัยรุน ชอบคิดและตัดสินใจในสิ่งที่ผิดเพื่อนำมาซึ่งการ เอาชนะ เพื่อความสะใจของตนเอง จนกลายเปน คานิยมของวัยรุนในสังคม โดยไมคำนึงถึงความ เดือดรอนและความเสียหายของผูอื่น ยิ่งรายไป กวานั้นเมื่อมีอาการติดยาเสพติด ก็ยิ่งมีอาการ

ขาดสติ กระทำการรุนแรงยิ่งขึ้น จึ ง ได ตั ด สิ น ใจเริ่ ม นำเด็ ก ปฐมวั ย ชั้ น อนุบาลปที่ ๒/๑ ไปปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา เปนประจำในทุกวันศุกรของสัปดาหชวงตอนเชา และเพื่อเปนการทำความดีถวายแดองคพระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช กิจกรรมที่ ไดนำเด็กปฏิบัติคือ ๑. การถวายอาหาร สิ่งของ และปจจัย แดพระภิกษุสงฆในวัด ๒. การเดินจงกรมรอบพระอุโบสถ ๓. การสวดมนต การนั่งสมาธิ และการ แผเมตตาภายในพระอุโบสถ สำหรับกิจกรรมที่โรงเรียน จะบันทึกความ ดีของเด็กที่ทำความดี เชน การเก็บเงินไดแลว มอบใหครู การเก็บขยะในบริเวณโรงเรียน การ นั่งสมาธิกอนการเรียนรู และการฟงธรรมะกอน นอนกลางวัน

๒๙


นอกจากนี้ ยังสงแบบสอบถามติดตอไปยัง ผูปกครองเด็ก เชน การพาเด็กสวดมนตกอน นอน การกราบพอแมกอนนอน การไหวพอแม ก อ นไปโรงเรี ย นและหลั ง กลั บ จากโรงเรี ย น การช ว ยงานบ า นเท า ที่ พ อทำได ต ลอดจนการ ทำความดีอื่นๆ โดยเปนการสอบถามวาเด็กได ปฏิบัติตามที่ครูบันทึกคำสั่งใหปฏิบัติหรือไม หรือ ไม ผู ป กครองก็ จ ะให ค วามร ว มมื อ ตอบรั บ ใบ สอบถาม ซึ่งสวนมากจ���ไดรับคำตอบเปนที่นา พอใจ มีเพียงสวนนอยที่ตอบวา ไมคอยมีเวลาให กับลูก เพราะตองทำงานในตอนกลางคืน

๓๐

ที่ น า ยิ น ดี เ ป น อย า งยิ่ ง คื อ เด็ ก ในระดั บ ประถมก็มารวมกิจกรรมนี้ดวยเปนจำนวนมาก ทั้ ง ที่ เ ป น กลุ ม V-star และไม ใ ช ก ลุ ม V-star แตจะจัดนักเรียนในระดับประถมไปทำกิจกรรมที่ วัดในทุกวันพุธ นอกจากนี้ ยังไดจดั สรางเพลงเพื่อนำมาใช ในการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาเด็กใหมีคุณธรรม จริ ย ธรรม และเพื่ อ จะทำการวิ จั ย และพั ฒ นา พฤติกรรมอันพึงประสงคของเด็ก จึงนับไดวาการเริ่มปลูกฝงการทำความดี ใหเด็กๆ ในขณะที่ยังเล็กเปนการสรางภูมิคุมกัน ที่ดี ทำใหเด็กมีสติ คิดและรูจักตัดสินใจไดดวย ตนเองวา สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไมควรทำ โดยครูจะ ตองทำหนาที่สรางและพัฒนาเด็กใหเด็กเปนผูที่มี พฤติกรรมอันพึงประสงคในจิตใตสำนึก อยูแลว หากตองใชเวลาใชความอดทนกับปญหา แตทั้งนี้ ความสำเร็จของกิจกรรมนี้จะเกิดขึ้นไมได หากไม ไดรับความรวมมือและสนับสนุนจากทานผูบริหาร ทานผดุงศักดิ์ หงษทอง ผูอำนวยการโรงเรี ย น วัดชุมพลนิกายาราม คณะครูในโรงเรียนวัดชุมพล นิกายาราม ทานผูปกครองเด็ก ตลอดจนทานเจา อาวาส ทานพระครูวิชาญธรรมโชติ และพระที่อยู ในวัด ซึง่ ทางวัดใหการอบรมบมนิสยั เด็ก อนุญาต ใหเด็กและครูไดใชบริการสถานที่ภายในวัดอยาง สะดวกสบาย ผูที่มาทองเที่ยวที่วัดไดพบเห็นการ ปฏิบัติธรรมของเด็ก ใหความชื่นชมกับเด็ก และ เห็นดวยกับการจัดกิจกรรมแบบนี้ จึงอยากจะขอเชิญชวนเพื่อนครูทุกทานที่มี ความรักและความหวงใยในอนาคตของเด็ก มา ชวยกันสรางเครือขายในการทำความดีของเด็ก เพื่อเด็กของเราจะไดอยูในสังคมอยางมีความสุข ไมกอ ความเดือดรอนในสังคม และสูญเสียอนาคต ในวันขางหนา


เราไมควรตีความหมายของการศึกษา วาคือ การรูหนังสือ การศึกษามีความหมายลึกซึ้งยิ่งกวานั้น การศึกษาตองการจะปลูกฝงคุณธรรม ใหแกคน ตองการถายทอดวัฒนธรรม บรรจง ชูสกุลชาติ


ฉะเชิงเทรา เขต ๒

การบูรณาการวิถีพุทธ โรงเรียนวัดแสนภุมราวาส (เฉลิมชัยราษฎร อนุสรณ) ตั้งอยูเลขที่ ๑๑๓ หมูที่ ๔ ตำบลเมือง ใหม อำเภอราชสาสน จังหวัดฉะเชิงเทรา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต ๒ ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยนำหลัก พุทธธรรม องคความรูที่เปนคำสอนในพระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการจัดการศึกษา โดยนำ หลักธรรมมาใชในระบบการพัฒนาผูเรียนโดยรวม

ของสถานศึกษา มีการประสานความรวมมือกับ ชุมชนใหสอดคลองกับวิสัยทัศนของโรงเรียน คือ โรงเรี ย นวั ด แสนภุ ม ราวาสมุ ง เน น ให ผู เ รี ย นมี คุณธรรมนำความรู มีคณุ ภาพตามเกณฑมาตรฐาน ดำรงชี วิ ต แบบวิ ถี ไ ทยตามแนวทางวิ ถี พุ ท ธ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ประยุกตใชเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากรใหเปนบุคลากรมืออาชีพ ชุมชนมี สวนรวมในการจัดการศึกษา

เรื่อง วันทา รุงแสงธรรม โรงเรียน วัดแสนภุมราวาส (เฉลิมชัยราษฎรอนุสรณ) ต.เมืองใหม อ.ราชสาสน จ.ฉะเชิงเทรา

๓๓


มีการจัดสภาพในทุกๆ ดานและจัดกิจกรรม วิถีชีวิตประจำวันที่เปนการปฏิบัติบูรณาการทั้ง ศีล สมาธิ และปญญา เพื่อสนับสนุนใหผูเรียน พัฒนาชีวิตใหสามารถกิน อยู ดู ฟงเปน อยางมี สติสัมปชัญญะ มีวัฒนธรรม แสวงปญญา เพื่อ เปนไปตามคุณคาแทของการดำเนินชีวิตโดยมี กิจกรรมดังตอไปนี้ • จัดทำแผนการจัดการเรียนรูแ บบบูรณาการ สาระการเรี ย นรู ท อ งถิ่ น ตามหลั ก ไตรสิ ก ขาใน โรงเรียนวิถีพุทธ จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยนำหลักสูตรทองถิ่นของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่นำคำขวัญของจังหวัด “แมน้ำบางปะกงแหลง ชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพอพุทธโสธร พระยา สุนทรปราชญภาษาไทย อางฤๅไนปาสมบูรณ” มาบูรณาการ โดยใชหลักพุทธธรรม องคความรู ที่เปนคำสอนในพระพุทธศาสนามาประยุกตใช ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

๓๔

• กิจกรรมเศรษฐีตัวนอย เปนกิจกรรมที่ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการการ กิ น อยู ดู ฟ ง เป น ปลู ก ฝ ง ให นั ก เรี ย นรู จั ก ประหยัด รูจักเก็บออมเงินทรัพย • กิจกรรมการสอบธรรมศึกษา โดยการ จัดการเรียนการสอนโดยพระสงฆ นักเรียนไดรับ ความรูในดานพุทธประวัติ หลักธรรมทางพุทธ ศาสนา กระทูธรรมตางๆ นักเรียนสามารถนำ หลั ก ธรรมที่ ศึ ก ษาไปบู ร ณาการใช ด ำเนิ น ชี วิ ต ประจำวันใหเปนเยาวชนที่ดี เปนกำลังสำคัญใน การพัฒนาชาติตอไป • โครงการวั น สำคั ญ จั ด กิ จ กรรมให นักเรียนเขารวมกิจกรรมวันสำคัญทางพุทธศาสนา กับชุมชน เปนการสืบสานดำรงไวซึ่งพุทธศาสนา มิใหเสื่อม • โครงการเขาคายพุทธบุตร ใหนักเรียน เข า ร ว มกิ จ กรรมเข า ค า ยฝ ก ปฏิ บั ติ นั่ ง วิ ป ส สนา


๓๕


กรรมฐาน เปนการกลอมเกลาจิตใจฝกใหนกั เรียน มีสมาธิ ทำใหนักเรียนมีสมาธิในการเรียน มีผล การเรียนที่สูงขึ้น • โครงการ “ปลูกตนไมกันนะ ลดภาวะ โลกรอน” โดยกลุมพุทธบุตรกูโลก มีพระสงฆเปน พระอาจารยที่ปรึกษานักเรียนดำเนินกิจกรรมรวม กับชุมชนปลูกตนไมทั้งในชุมชนใกลโรงเรียนและ ที่บานของนักเรียน รวมกันรณรงคปลูกตนไมเพื่อ ลดภาวะโลกรอน จากการดำเนินงานโครงการและกิจกรรม ตางๆ ดังกลาวสงผลตอโรงเรียน ชุมชน และ นักเรียน ดังนี้

พื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต ๒ นำมาพัฒนา คุ ณ ภาพการจั ด การเรี ย นการสอนให ก า วหน า ยิ่งขึ้น โรงเรียนผานการประเมินคุณภาพรอบสอง ไดรบั การรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน)

ผลตอนักเรียน ๑. นั ก เรี ย นได รั บ การพั ฒ นาทั้ ง ในด า น ความรูและคุณธรรม ๒. นั ก เรี ย นได รั บ การพั ฒ นาทั ก ษะการ ดำเนินชีวิตประจำวัน ผลตอโรงเรียน ๓. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค โรงเรียนวัดแสนภุมราวาส (เฉลิมชัยราษฎร ๔. นักเรียนรักและภูมใิ จในทองถิน่ บานเกิด อนุสรณ) เปนโรงเรียนวิถีพุทธตนแบบผานการ ผลตอองคกรชุมชน ประเมินมาตรฐานโรงเรียนวิถพี ทุ ธ จากสำนักงาน ชุมชนไดรับการบริการดานความรู และ เขตพื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต ๒ อยูใน ระดั บ ดี ได รั บ การคั ด เลื อ กจากสำนั ก งานเขต การปฏิบัติจากการจัดนิทรรศการ พื้นที่การศึกษาฉะเชิงเทรา เขต ๒ เปนโรงเรียน คุณธรรมชั้นนำ เปดบานคุณธรรมชั้นนำเผยแพร บทเรียนที่ไดรับการปฏิบัติดีเปนเลิศ ผลงานสูสาธารณชน เขารวมกิจกรรมเปดบาน จากความสำเร็จของโรงเรียนทำใหโรงเรียน โรงเรียนวิถีพุทธ ทำใหไดแลกเปลี่ยนเรียนรูกับ ไดรบั ความรวมมือจากองคกรตางๆ ในการรวมกัน โรงเรียนวิถีพุทธตนแบบในสังกัดสำนักงานเขต พัฒนาคุณภาพการศึกษาใหกาวหนาตอไป

๓๖


สมุทรปราการ

วิถีพุทธ

จุดการเรียนรูคูชีวิต

ข า พเจ า ทำการสอนมาตั้ ง แต ป ๒๕๓๓ ในหลายโรงเรียนทั้งกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ไดวิธีการสอนแบบวิถีพุทธในป ๒๕๔๗ ดำเนิน การสอนโดยใชวิธีการทางพุทธศาสนามาตลอด และประสบความสำเร็จในการดำเนินการสอน เมื่อป ๒๕๕๐ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝาย ประถม โดยไดขอคิดจาก นพ.ประเวศ วะสี วา ความสุ ข ของเ���็ ก นั้ น เกิ ด จากสารเอ็ น โดฟ น ส ที่ หลั่งออกมา การหลั่งของสารก็มีสาเหตุมาจาก

๑. การออกกำลังกาย ถาออกกำลังตอเนือ่ ง นานพอสมควร เชน ประมาณ ๒๐ นาทีขึ้นไป ๒. ทำสมาธิ เมื่อจิตเปนสมาธิจะมีความ สุขยิ่งนักเพราะเอ็นโดฟนสออก ๓. เมื่อจิตไดเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่ใหญ โต เชน เอกภพ ทองฟา ทะเล เกิดความสุข ๔. เมื่อจิตใจมีความเมตตาอยางไพศาล การไดชวยเหลือผูอื่นก็มีความสุข ๕. การเรียนรูอะไรแลวแจมแจงแทงทะลุ

เรื่อง พระมหาอาภากร อาภากโร วัดใหญ อ.พระสมุทรเจดีย จ.สมุทรปราการ

๓๗


ทำใหเกิดความสุข ๖. การประสบความงาม ความงามตาม ธรรมชาติ หรือศิลปะ กอใหเกิดความสุข ๗. ความสุขในงาน (ฉันทะ) จะมีความสุข ตั้งใจทำใหประณีตกลายเปนความงามหรือศิลปะ ที่มาพัฒนาจิตใจใหสูงขึ้น โดยได เ น น การสอนแบบให ผู เ รี ย นเป น ศูนยกลาง บูรณาการสิ่งตางๆ ตามที่เด็กเห็น ยึดหลักประชาธิปไตย และสิ่งของที่เด็กนำมา ด ว ยวิ เ คราะห ใ ห เ ห็ น ถึ ง คุ ณ โทษประโยชน แ ละ มิใชประโยชน การกิน อยู ดู ฟงเปน เชน การ กิน และการบริโภคสิ่งตางๆ เนนใหเห็นคุณคา แทเปนหลัก การใชสิ่งของ ปากกา ดินสอ หรือ กระดาษ การเปนอยู ทำอยางไรจะอยูในสังคม ไดอยางมีความสุข ยกตัวอยางประกอบในเรื่อง ชาวนรกชาวสวรรค มีกฎใหอยูในที่เดียวกัน มี อาหารมากมาย แตบังคับใหใชชอนยาวสามเมตร ตักอาหารกิน ชาวนรกมีรางกายผอมเพราะไม สามารถตักอาหารใสปากได ตางคนตางแยงกัน จนอาหารหกเรี่ยราดหมดก็ไมไดกิน สวนชาว สวรรคกินอยูเหมือนกัน แตอวนสมบูรณ เพราะ ชาวสวรรคจิตใจดี ตางคนตางตักขาวปลาอาหาร ให กั น จึ ง กิ น อาหารได มี ค วามรั ก เมตตากั น ถอดความรูในเรื่องที่ยกมา วา ทำไมชาวสวรรค ๓๘

จึ ง อ ว น ชาวนรกจึ ง ผอม ไม ต อ งแย ง กั น กิ น แยงถิ่นกันอยู ในเรื่องการดู มองสิ่งตางๆ แบบใช ป ญ ญา เห็ น เหมาะควรหรื อ เปล า เท า ที่ เ ด็ ก ๆ จะคิดได ในเรื่องการฟง มีกระบวนการฝกเครื่องมือ การฟงใหเด็กรูจักฟงสิ่งตางๆ จากคนอื่นแบบมี ความใฝรู อยากเปนผูพูดและผูฟงที่ดี เริ่มการ สอนแบบปลูกฝงนิสัยที่ดีใหกับนักเรียน วานิสัยที่ ไม ดี เ กิ ด จากการไม อ ยากคิ ด เมื่ อ ไม อ ยากคิ ด ปญหาปญญาก็ไมเกิด เมื่อปญญาไมเกิดทำให เปนคนขี้ลืม มี เ ด็ ก ชายคนหนึ่ ง ชื่ อ เป น ต อ เป น เด็ ก ที่ ชอบลืมเอาหนังสือมาโรงเรียน สอบถามไดความ วา แมไมคอยไดจัดหนังสือใหตามตาราง พอถึง เวลาก็เอากระเปามาเลย จึงไมมีหนังสือเรียน ได บอกใหเปนตอฝกสมาธิและสวดมนตแปล โดยทำ ตอเนื่องทุกวันพรอมกับทุกคนในหอง ตอนแรก การจัดดูจะวุนวายพอสมควร เพราะเด็กๆ พอถึง เวลาเรียนมักจะยังวิ่งเลนอยู หรือบางทีก็เดินแถว มาจากการเรี ย นวิ ช าอื่ น ๆ พอมาถึ ง ห อ งเรี ย น สมาธิ ใ นการเรี ย นก็ น อ ยลง บางที ก็ เ บื่ อ หน า ย เพราะเสียงจากสถานที่อื่นรบกวน และเปนการ เรียนธรรมะดวย จึงไดมีวิธีการโดยหาเด็กที่เปน จิ ต อาสาคอยตรวจตราดู แ ลเพื่ อ นให ร ว มกั น สวดมนต คอยกระตุ น เตื อ นและเรี ย กให ม า สวดมนต และนั่งสมาธิรอกอนเรียนกัน ไดใช ความเปนกัลยาณมิตรกับนักเรียนดวยการบอก คุณคาของการมีหนังสือเรียน และเปรียบเทียบ กั บ เด็ ก คนอื่ น ที่ มี ห นั ง สื อ ตลอด สนใจเขาแบบ เสมอตนเสมอปลาย อธิบายในเรื่องประโยชนของ การมีศีล ทำใหเปนคนมีความระวังกาย วาจา และใจ ไมหลงลืม การทำสมาธิทำใหความจำดี และทำอะไรใหคิดหลายๆ ครั้ง บอกใหรูถึงการ ระมัดระวัง ตั้งใจ และใครครวญบอยๆ สี่อาทิตย เด็กชายเปนตอก็ไดมีหนังสือมาเรียนทุกวันไมขาด หากแตมีบางที่ลืม ก็พยายามตามดู สนใจจนเขา คิดวาเราเฝาดูเขาอยู ในเรื่องของการมีสมาธิใน ชั้ น เรี ย นนั้ น จะให ท ำก อ นเรี ย นทุ ก ครั้ ง โดย


ใหนักเรียนทำรอกอนที่จะเขาสอน การฝกนิสัย แบบนี้ เปนการฝกใหมนี สิ ยั เกีย่ วกับการมีสติสมาธิ ตองใชการทำบอยๆ เนนใหนักเรียนที่มีจิตอาสา ที่อยากจะชวย เปนคนชวยสอดสองดูแล และ กระตุน เตือนใหนกั เรียนคนอืน่ ๆ ไดทำการสวดมนต อยูด ว ย สังเกตไดประมาณ ๑ เดือน เด็กสามารถ ทำเองไดอยางสม่ำเสมอตอเนื่อง พรอมทั้งไดถอด ความรูในเรื่องการสวดมนตแปล ประโยชนที่ไดจากการนั่งสมาธิ โดยเรา เปนกัลยาณมิตรใหตลอดเวลา ดวยการบอกกลาว เตือนและกระตุนใหเห็นถึงประโยชนของการสวด มนต ตัวเขาไมรูสึกวาถูกบังคับใหทำ จนเขาเปน เด็กที่มีนิสัยดีกับการสวดมนตนั่งสมาธิ แตสมาธิ ก็เนนสมาธิทเี่ กิดปญญา คือมีสติ รูเ ทาทันสิง่ ตางๆ ไมใหหลงในสมาธิ โดยบูรณาการไตรสิกขาได ครบถวน และเนนการนำไปใชตลอดเวลา การเรียน ภาษาอังกฤษ คณิต วิทย จะอธิบายใหรูวา หาก เราไมใชหลักธัมมานุธมั มปฏิปต ติ คือการนำไปใช มันก็ไรประโยชน ตองใชปญญานำมันมาใชใหได แมที่บาน โดยการใชสโลแกนที่วา การ เรียนรูคูชีวิต คือการเปนอยูแมที่บานก็ตองเรียน การเรียนที่โรงเรียนเนนความรู การเรียนที่บาน เนนการปฏิบัติ โดยยึดการสอนแบบ ๕ หองแหง

ความดี ของหลวงพ อ ภาวนาวิ สุ ท ธิ์ ฝากเป น การบาน ตั้งแตกอนนอน ตื่นนอน เขาหองน้ำ แตงตัว ทานอาหาร วาหองแตละหอง ใหใชศีล สมาธิ ปญญา เปนตัวแปร นำไปใชตลอดเวลา ขอสำคัญคือ การฝกใหเกิดสติ สัมปชัญญะ ที่ บ า นให มี พ อ แม พี่ น อ งเป น กั ล ยาณมิ ต ร คอย เตือน อยูโรงเรียนมีพระและครูเปนกัลยาณมิตร เปนปรโตโฆสะ คอยเตือน แบบเสมอตนเสมอ ปลายไมทอดทิ้ง ไดสำรวจดูเด็กที่ไดนำไปปฏิบัติ ตอที่บาน เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการเปนคน ตามใจปาก ทานอาหารเนนความอรอย ก็เปลี่ยน เปนเนนคุณคา ตื่นนอนมา คิดเปนตองตั้งสติทำ สิ่งที่ดี สรางนิสัยที่ดีได เขาหองน้ำก็พิจารณา กอนออก แมแตการแตงตัวจัดกระเปามาเรียน หนังสือ ก็ไมลืมตารางสอนใหครบถวน ถือวาเด็ก มีความระมัดระวัง (ศีล) ตัง้ ใจ (สมาธิ) ใครครวญ กอนทำทุกครัง้ (ปญญา) ไดครบถวน มีการสำรวจ ตรวจสอบตัวเองกอนทุกครั้ง กอนที่จะไปกลาวไป วาบุคคลอื่นๆ สังเกตไดจากการที่เด็กจะพูดจะ คุยอะไร จะมีการยับยั้งชั่งใจตลอดเวลา เพราะ ผานกระบวนการฝกการเปนผูฟงที่ดี มีสมาธิใน การเรียน การเขาสังคม และการดูแลหองประจำ ชีวิตที่สรางนิสัยดีๆ ใหเกิดขึ้นกับตัวเอง

นำคำวิจัย รองศาสตราจารย ดร.สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี หัวหนาภาควิชาการ พยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายเพิ่มเติมดังนี้ เสียงสวดมนตดวยสมาธิเปนยา : ใหผลกับรางกายอเนกอนันต • สมองของเราเมื่อไดรับการกระตุนดวยคลื่นเสียงชาๆ สม่ำเสมอประมาณ ๑๕ นาที ขึ้นไป จะทำใหเซลลประสาทของระบบประสาทสมองสังเคราะหสารสื่อประสาทหลายๆ ชนิด บริเวณกานสมองจะหลั่งสารสื่อประสาทชื่อ ซีโรโทนิน (serotonin) เพิ่มขึ้นซึ่งมีฤทธิ์คลายยา นอนหลับ ชวยการเรียนรู ลดความเครียด ลดอาการซึมเศรา ลดระดับน้ำตาลในเลือด และ เปนสารตั้งตนในการสังเคราะหสารสื่อประสาทอื่นๆ เชน เมลาโทนิน ซึ่งเปรียบคลายกับยาอายุ วัฒนะ เพราะจะชวยยืดอายุการทำงานของเซลลประสาท เซลลรางกายใหชีวิตยืนยาวขึ้น และยังมีคุณสมบัติชวยใหนอนหลับ เพิ่มภูมิตานทาน ทำใหเซลลสดชื่นขึ้น

๓๙


สมุทรปราการ เขต ๑

วิถีพุทธไทยสอดไสวิทย

สูจิตอาสา เรื่อง ณัฐกานต แกวประเสริฐ โรงเรียน บานบางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

๔๐

ดิฉันเปนครูสอนวิชาวิทยาศาสตรประจำ โรงเรียนบานบางจาก จำไดวาในสมัยกอนเปน คนที่มีอารมณรอนอยางมาก อาจจะเปนเพราะ บุ ค ลิ ก ลั ก ษณะประจำตั ว หรื อ จริ ต ของตนเอง ทำให เ ป น คนอารมณ ร อ น เวลาที่ ท ำการเรี ย น การสอนเมื่อพบเห็นเด็กที่ไมสนใจ หรือเด็กเกเร มักจะเปนคนที่ดวนสรุป ดวนตัดสินมองภาพเด็ก ไปในทางเกเร หรือมองภาพลบกับเด็ก แตก็ได พยายามขมใจตัวเองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ เรียนการสอน บางครั้งก็มีไมเรียวบางเพื่อเปน การสะกดจิตใหเด็กมีความรูสึกกลัว สะกดเด็ก ดวยความดุ หลังจากที่ไดเขาวัดศึกษาพระธรรม ปฏิบัติธรรม ประกอบกับโรงเรียนบานบางจากได รับคัดเลือกใหเปนโรงเรียนคุณธรรมชั้นนำรุนที่ ๑ และไดขานรับกับโรงเรียนวิถีพุทธคือ โรงเรียน ระบบปกติทั่วไป ที่นำหลักธรรมทางพระพุทธ-

ศาสนามาประยุ ก ต ใ ช ใ นการบริ ห ารและการ พัฒนาผูเรียนโดยรวม เนนพัฒนาผูเรียนโดยใช หลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปญญา อยาง บูรณาการ ผูเรียนไดเรียนรูผานการพัฒนา “การ กิ น อยู ดู ฟ ง เป น ” คื อ มี ป ญ ญารู เ ข า ใจใน คุณคาแทแ ละคุ ณค าเทียมเป นอยางไร โดยใช กระบวนการทางวัฒนธรรมแสวงหาปญญา และมี วัฒนธรรมเมตตาเปนฐานการดำเนินชีวิตโดยมี ผู บ ริ ห าร คณะครู และพระสอนศี ล ธรรมเป น กัลยาณมิตร การพัฒนาเนนการจัดสภาพทุกๆ ดานเพื่อ สนับสนุนใหผูเรียนพัฒนาตามหลักพระพุทธธรรม อยางบูรณาการทีส่ ง เสริมใหเกิดความเจริญงอกงาม ตามลักษณะแหงปญญาวุฒิธรรม ๔ ประการ คือ สัปปุริสสังเสวะ การไดอยูใกล หรือสมาคมกับ คนดี สัทธัมมัสสวนะ การเอาใจใสศึกษาคำสั่ง สอน โยนิโสมนสิการ การคิดวิเคราะห มีเหตุผลที่ ดีถูกวิธี ธัมมานุธัมม-ปฏิปตติ ความสามารถนำ ไปใชไดอยางถูกวิธี ซึ่งโรงเรียนไดปรับการพัฒนา พรอมกับ ๕ ดี คือ คิดดี ทำดี พูดดี คบคนดี ไปสูสถานที่ดี ทำใหดิฉันสามารถพัฒนาตนเองให มี อ ารมณ เ ย็ น ขึ้ น มี ส ติ เ พิ่ ม ขึ้ น และมี วิ ธี คิ ด แบบใหม เนนการสอนและพูดเชิงบวกกับเด็กๆ พูดงายๆ วาเปนครูคนใหมดวยการสนใจเด็กมาก ขึ้น มองปญหาเด็กดวยเมตตา พูดเปรียบเทียบให เด็กเขาใจในเรื่องกระบวนการฟง และการเปน


ผูพูดที่ดีวามีผลดีรายอยางไร โดยเปรียบเทียบให เด็กๆ ไดฝก เปนครูดบู า ง นัน่ ก็คอื สรางบทสมมุติ ใหนักเรียนลองมาเปนครูสอนเพื่อนๆ แตเพื่อนไม สนใจเรียนนักเรียนรูสึกอยางไร ทำหลายๆ ครั้ง จนนักเรียนรูสึก มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในทาง เกรงใจ หรือรูหนาที่ของตัวเอง อิสระในความคิด ไม ก ดดั น ความคิ ด เด็ ก ความคิ ด แปลกๆ ใน เชิงสรางสรรคของเด็กคอยๆ ออกมาใหเห็นบาง ครั้งวา

๑. ๑+๑ = ๒ คือกฎเกณฑคณิตศาสตร ๒. ๑+๑ = ๓ คือแนวคิดสรางสรรค ชาย หนึ่ง หญิงหนึ่ง แตงงานกันไดลูกหนึ่งคน ๓. ๑+๑ = ๑ คือคิดแตกยอดออกไป นำ ทราย ๑ กอง มาเทรวมกับทราย ๑ กอง ๔. ๑+๑ = ๐ คือนำน้ำ ๑ แกว มาเทลง ดินและนำมาเทที่เดิมอีก ๑ เมื่ อ ความคิ ด แตกยอดแบบนี้ ก็ ไ ด ท ฤษฎี การเรี ย นการสอนสู ลู ก ศิ ษ ย แ บบใหม แ บบมี

๔๑


๔๒


ประสิทธิภาพ โดยการเปลี่ยนการสอนแบบตั้ง ประเด็นปญหาใหเด็กไดคิดเอาเองโดยดิฉันใน ฐานะครู คอยเปนกัลยาณมิตรให โดยเนนหลัก สั ง คหวั ต ถุ ๔ คื อ ทาน ให โ อกาส ให อ ภั ย ปยวาจา หัดพูดจาใหหวาน ขับขานใหไพเราะ อัตถะจริยา เด็กคนไหนไมเขาใจก็เอาใจใส คน ไหนมีปญหาก็ไปเยี่ยมบาน และชวยแกปญหาเด็ก และสุ ด ท า ย สมานั ต ตตา คื อ ไม ท ำตนเอง เหมือนเจานาย หรือทำตัวใหเด็กกลัว พรอมเปน ที่ปรึกษาหารือไดตลอดเวลา ทำใหเด็กมีความ คุนเคยและไววางใจเรามากขึ้น ใหเขาเห็นวามีเรา อยู เ คี ย งข า งเขาแบบสมานั ต ตตา ดิ ฉั น ค อ ยๆ เสริมกิจกรรมทีละอยาง เชน กอนเรียนก็ใหเด็ก ไดมีการสวดมนตแปล หรือนั่งสมาธิ บางครั้งก็ให ทำสมาธิประกอบทาทาง จนเด็กมีความนิ่งสงบ ถึงไดเขาสูบทเรียน บางครั้งก็มีการถอดความรู จากกิจกรรมฝกสติการสวดมนต เจริญสมาธิ แต พยายามใชเวลาใหนอยเพื่อไมใหเสียเวลาในสวน อื่น บางครั้งก็หาเพลงเย็นๆ ใหเด็กไดรองเพื่อ สรางความสุขใหเกิดกับเด็กๆ กอนทำแบบนี้อยู ระยะหนึ่งประมาณ ๓ เดือน ก็สังเกตดูเด็กกลา พูดกลาแสดงออก และการที่เด็กมีปญหากลามา ปรึกษาโดยไมกลัวครูลงโทษ ซึ่งจากการสอนแบบวิถีพุทธนั้นเด็กๆ ได เขาใจตามหลักที่วา กิน อยู ดู ฟงเปน สังเกตได จากโรงเรียนมีกิจกรรมสวดมนตทำวัตรเชา เย็น กอนเรียนและหลังเลิกเรียน พอถึงเวลา เด็กจะ แบ ง หน า ที่ กั น จั ด อาสนะมาปู ไ ว ร อเพื่ อ นๆ ทำ หนาที่วางหนังสือทำหนาที่ดูแลผูมาลงชื่อ ซึ่งเมื่อ มองดูแลวเด็กๆ มีความสุขกับสิ่งที่ตนเองไดทำ และรูกาลเทศะ นั่นก็คือ พอไดเวลาก็รีบไปเขา แถวเคารพธงชาติ และเตรียมตัวเรียนตอไป จาก กิจกรรมนี้ทำใหเด็กๆ ไดมีความคิดตอยอดไปถึง ในเรื่องโครงงานจิตอาสา นั่นคือ โครงงาน พูด ดวยนวดตัว ชวยคลายเสน ซึ่งสิ่งที่เขาทำเด็กๆ

ได ป ระโยชน ม ากมาย อย า งเช น ได วิ ช าศิ ล ปะ พื้นบาน การทำอาหาร การทำขนมพื้นบาน หรือ บางครั้งก็ไดนิทานพื้นบาน เคล็ดลับแปลกๆ เปน ศิลปะพื้นบานอันเปนภูมิปญญาชาวบานซึ่งคน ทั่วไปไมสามารถจะมีโอกาสรู แตเด็กๆ ไดโอกาส จากคุณยายคุณตาเพราะความสุขของคุณยาย คุณตาที่เกิดจากการใหเด็กเปนจิตอาสานวดให และการชางพูดชางเจรจาใหคุณยายคุณตาได มี ค วามสุ ข เมื่ อ คุ ณ ยายคุ ณ ตามี ค วามสุ ข แล ว ก็ อ ยากให เ ป น มู ล ค า นั่ น ก็ คื อ เงิ น แต เ ด็ ก ๆ มี มติเปนอันเดียวกันวาจิตอาสาไมรับเงิน เพราะ จิตอาสากระทำเพื่อความสุขของบุพการี และทำ เพื่ อ คลายความเหงาให กั บ คนชราที่ บ างครั้ ง ลูกหลานไมสนใจไยดี เพราะการทำเชนนี้เด็กก็ได สิ่งดีๆ จากคุณยายคุณตาที่ตัวเองไปนวดให นั่น ก็คือความรูที่เปนภูมิปญญาชาวบานที่เขาไดใช การเป น คนช า งพู ด และพู ด ด ว ยความซื่ อ ตาม ประสาเด็ก และตัวเด็กๆ เองก็มีความสุขจาก การที่ ตั ว เองเห็ น คุ ณ ยายคุ ณ ตามี ค วามสุ ข ด ว ย เปนสิ่งที่พวกเขาพอทำได การประหยัดโดยใช สิ่งของใหคุมคามากที่สุด โดยยึดหลักเศรษฐกิจ พอเพียงของในหลวง เด็กๆ ก็มีความคิดที่จะตอยอดจากโครง งานเดิมที่ทำอยู โดยพัฒนาจากแนวภูมิปญญา พื้นบานที่ไดรับการถายทอดมาจากคุณยายคุณตา ไดประยุกตกับวิทยาศาสตรที่ถายทอดจากคุณครู โดยมองปญหาจากป ๒๐๐๙ เปนปที่มีโรคระบาด กำเริบมาก นั่นก็คือไขหวัด ๒๐๐๙ ระบาดหนัก ทุกๆ คนจะตองมีความสะอาดตามสุขลักษณะ คือ กินรอน ชอนกลาง ลางมือ เด็กๆ ก็มีความ คิดที่จะชวยสังคมในระดับสูงๆ ขึ้น โดยการชวย เหลื อ ผู ป ว ยที่ ต อ งการไปพบแพทย ได มี จิ ต ใจ สบายๆ ก อ นที่ จ ะพบแพทย ด ว ยการทำน้ ำ ดื่ ม สมุนไพรและเจลลางมือเพื่อปองกันไวรัสไขหวัด ใหญ ๒๐๐๙ ภายใตสโลแกนวา นวดไป ดื่มไป

๔๓


พอคลายรอน กอนพบหมอ ซึ่งเด็กๆ ไดขอคิด จากการอยากชวยเหลือผูปวยแตละคนที่มารอพบ แพทย หรือตรวจโรคตองใชเวลานานกวาจะได พบแพทยจึงเกิดเจลลางมือจากสมุนไพรและน้ำ สมุนไพรก็ไดจากภูมิปญญาชาวบาน และมีแรง สนับสนุนจากผูใหญใจดีชวยใหขอคิด แนวทาง เรื่ อ ยๆ โดยเริ่ ม ทำก อ นเข า เรี ย นในตอนเช า ประมาณ ๐๖.๓๐-๐๗.๓๐ น. ที่ โ รงพยาบาล บางจากก็จะมีภาพของหนูนอยจิตอาสาประมาณ ๗-๑๐ คน ตางพากันหิ้วของพะรุงพะรังดวยการ หิ้วขวดน้ำสมุนไพรตางๆ พรอมดวยเจลลางมือ สมุนไพรที่ตัวเองไดฝกทำจากบาน เพื่อจะนำมา บริการผูปวยที่มาหาหมอ ประกอบกับความรู พื้น ฐานการนวดที่ ไ ดผู ใ หญ ใ จดีม าฝกสอนการ นวดให นำมาบริการดวยความเต็มใจของบรรดา เด็กๆ ที่ขาวทั้งรางกาย เสื้อผาอาภรณ ขางหลัง สกรีนชื่อวา โรงเรียนวิถีพุทธและขาวดวยจิตใจ พากันทำงานบริการน้ำดื่มสมุนไพร และนวดให สำหรั บ ผู ที่ ร อหมอนานให ห ายคลายปวดเมื่ อ ย หรื อ กระหายคลายร อ น จนได เ วลาประมาณ ๐๗.๓๐ น. จากนั้นก็รีบกลับเขามาโรงเรียนใหทันโดย ไมใหเสียการเรียน จากการทำกิจกรรมจิตอาสานี้ เกิดปญหามากมาย คือผูปวยสวนมากไมกลาให พวกเด็กๆ นวดและไมกลาดื่มน้ำเด็กๆ เพราะ อาจจะกลัวเสียเงินและกลัวทองเสีย ดิฉันในฐานะ เปนครูกัลยาณมิตรที่ปรึกษาของเด็กๆ แนะให เขาหาทางแกปญหาดวยตัวของเขาเอง เพราะ ตองการใหเด็กไดใชความคิดของตัวเอง ตาม อริ ย สั จ ๔ คื อ เมื่ อ มี ป ญ หาก็ ตั้ ง ประเด็ น หา ปญหา สาเหตุ เปาหมาย และวิธีการ (ทุกข สมุทัย นิโรธ มรรค) ตามหลักของพระพุทธเจาที่

๔๔

ทรงใชไดผลมาแลว ดิฉันใชวิธีการถาม แลวก็ ถามโดยเวนระยะใหเขาคิด สุดทายเด็กๆ ก็คิด เองได เด็กสามารถคนหาสาเหตุของปญหาและ วิธีการแกปญหาไดสำเร็จ สิ่งที่นาภาคภูมิใจคือ เด็กๆ ทำดวยความมีวินัยในตนเอง ไมมีการรับ อามิสสินจาง เคารพผูใหญ เชื่อในการตัดสินใจ ของตนเองและแกปญหาเปน ผลจากการสอน แบบวิถีพุทธทำใหนักเรียนสวนมากไมไดหมกมุน อยูกับสิ่งที่ไรสาระเสียเวลา อยางเชน การเลน เกมหรือติดเกม หรือการไปมั่วสุมกับสิ่งเสพติด ตรงขามพวกเขากลับไดพบกับกัลยาณมิตร นั่นก็ คือ คนดีๆ และก็ไดสิ่งดีๆ จากกัลยาณมิตรนำ ไปปรับใชในชีวิตของนักเรียนตามสมควร เปน เหตุใหชีวิตของนักเรียนทุกคนมีคุณคาในตัวเอง เด็กๆ มีความคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี (กลุม โครงงานจิตอาสา) และไปสูสถานที่ดีตามหลัก การของโรงเรียนบานบางจาก พรอมกันนี้บรรดาเด็กๆ ที่เปนแกนนำจิต อาสาก็พยายามตอยอดทอดบุญใหมีเครือขายที่จะ ทำความดีแบบนี้ที่ตัวเองไดทำแลวใหมากทีส่ ดุ เทา ที่จะทำได อันเปนการสืบทอดเจตนาที่ตัวเองและ หมูคณะไดรวมกันทำมาไมใหขาดสายเมื่อตัวเอง จบออกไป ดิฉันจึงไดมองสะทอนยอนหลังดูก็ไดเห็น วาวิถีชีวิตของตัวเองเปลี่ยนไปเพราะหลักธรรมที่ ไดนอมนำมาปฏิบัติ นำไปสูเด็กดวยใจเราอยาก ใหเขาเปน โดยพัฒนาไปพรอมกับเรา เด็กๆ ซึ่ง ถือวาเปนอนาคตของชาติใหเขาไดเปลี่ยนแปลง ตามในทางที่ดี (ตัวอยางที่ดีมีคากวาคำสอน) มัน เปนภาพที่ประทับใจไมรูลืมกับเด็กๆ โรงเรียน บานบางจากที่มีบุญไดรับการเรียนการสอนแบบ วิถีพุทธ


ปทุมธานี เขต ๑

“จิตใส...ใจอาสา” “จิตอาสา” คำที่ไดยินกันจนชินหู อาจ กลาวไดวาในหวงเวลานี้หากใครบอกวาไมเคย ไดยินคำนี้ จะกลายเปนคนตกยุคไปในทันที นา ชื่นชมผูที่คิดคำนี้ขึ้นใชเปนคนแรก เพราะเปนคำ ที่สั้น กระชับ แตไดความหมายลึกซึ้ง ชนิดที่วา ไมตองเปดพจนานุกรมเลยทีเดียว แตเมื่อเขาใจ ความหมายแลวจะปฏิบัติไดหรือไม นั่นเปนอีก เรื่องหนึ่ง แตนี่เปนคุณลักษณะที่โรงเรียนของเรา “โรงเรียนวัดถั่วทอง” กำลังปลูกฝงใหนักเรียนของ เราอยู และ “เรา” ก็มีความเชื่อมั่นศรัทธาวา กิจกรรมนี้นอกจากจะสามารถพัฒนาคุณธรรม

จริ ย ธรรมแก นั ก เรี ย นแล ว ยั ง สามารถพั ฒ นา ความรูและทักษะไดควบคูกันไป และเรามีเปา หมายเปนธงชัยเบื้องหนาวาโรงเรียนของเราจะ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดวยกิจกรรม “จิตใส...ใจอาสา” ถ า ล อ งเรื อ ตามลำน้ ำ เจ า พระยามาจาก จังหวัด พระนครศรี อยุธยา เมื่อเขาเขตอำเภอ สามโคก จังหวัดปทุมธานี ลัดเลาะสายน้ำมา จนถึงวัดไผลอม ซึ่งเปนวัดเกาแกโบราณตั้งแต สมัยอยุธยา และขึ้นชื่อวาเปนแหลงอาศัยของนก ปากหาง เลยวัดไผลอมมาประมาณ ๒ กิโลเมตร

เรื่อง เกศรา ศิริจันทร โรงเรียน วัดถั่วทอง ต.บานปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

๔๕


เหลียวมองทางซายมือก็จะเห็นอาคารเรียนหลัง เล็กๆ ของโรงเรียนวัดถั่วทอง โรงเรียนขนาดเล็ก สุด ของสำนั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ กษาปทุ ม ธานี เขต ๑ ตั้งอยูในบริเวณวัดถั่วทอง วัดเกาแกที่ได รั บ พระราชทานวิ สุ ง คามสี ม าตั้ ง แต รั ช สมั ย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย และที่ น า จะสะดุ ด ตาสะดุ ด ใจแก ผู เ ดิ น ทางผ า นคื อ โบสถเกาแก ซึ่งสรางขนานกับสายน้ำเจาพระยา และเป น โบสถ ห ลั ง เดี ย วในจั ง หวั ด ปทุ ม ธานี ซึ่ ง ปลู ก สร า งในลั ก ษณะนี้ โบสถ แ ห ง นี้ เ ป น ที่ ประดิษฐาน “หลวงพอโต” พระพุทธรูปปางมาร วิ ชั ย ที่ เ ป น ที่ นั บ ถื อ เลื่ อ มใสศรั ท ธาของคนใน ชุมชนและละแวกใกลเคียงอยางมาก นักเรียน โรงเรียนวัดถั่วทองเองก็รักและเลื่อมใสศรัทธา ทานทุกคน ๔๖

โรงเรียนวัดถั่วทองของเรามีนักเรียนตั้งแต อนุบาลศึกษาปที่ ๑ ถึงประถมศึกษาปที่ ๖ รวม กันทั้งสิ้น ๖๒ คน ถาจะมีการจัดขนาดโรงเรียน แบบจิ๋วพิเศษ โรงเรียนวัดถั่วทองก็คงอยูในขนาด นี้ เป น แน แต ไ ม วา โรงเรีย นจะมี ข นาดเล็ ก หรื อ ใหญ มีจำนวนเด็กมากหรือนอยเพียงใด ปญหา พฤติ ก รรมเด็ ก และป ญ หาการเรี ย นรู ก็ เ หมื อ น โรงเรียนอื่นโดยทั่วไป ตางกันแตวาปริมาณปญหา นาจะนอยกวากันมาก อยางไรก็ตาม เด็กแมเพียง ๑ คน ก็คืออนาคตของชาติ เปนองคประกอบ หนึ่งที่สำคัญในสังคม คนดี ๑ คน ก็ทำสังคมให เปนสุข รมเย็นได แตในทางกลับกัน คนเลวเพียง ๑ คน ก็ ส ามารถสร า งป ญ หาใหญ ห ลวงให แ ก สังคมไดเชนกัน


เรายึ ด เอาความศรั ท ธาที่ นั ก เรี ย นมี ต อ หลวงพอ โต เปน แรงบั น ดาลใจในการสงเสริม คุณธรรมจริยธรรมนักเรียน เดิมทีกอนที่จะจัด กิจกรรม “จิตอาสา” อยางเปนเรื่องเปนราวนั้น ครูที่โรงเรียนจะนำนักเรียนไปเรียนรูที่วัดและที่ โบสถเกาหลังนี้อยูเนืองๆ ไปเรียนรูพรอมกินลม ชมบรรยากาศที่ศาลาริมน้ำขางโบสถบาง หรือใน บางครั้งก็พานักเรียนไปสวดมนต นั่งสมาธิ และ ปดกวาดเช็ดถูในโบสถเกาบาง ซึ่งลวนแตเปน กิจกรรมที่นักเรียนชื่นชอบมาก และในวันหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการเรียนรูที่วัด นักเรียนก็เตรียม ตั้งแถวเดินกลับโรงเรียน ขณะที่กำลังจัดระเบียบ แถวอยูนั้น “ครูครับ เรานาจะจัดเวรกันมาทำความ สะอาดที่วัดนะครับ” ใครจะเชื่อ เด็กที่พูด คือเด็กที่ไดชื่อวา คอนขาง ”เหลือขอ” ในมุมมองของผูใหญบางคน เออหนอ! เราเปนครู บางทีเรื่องอยางนี้เรา ยังคิดไมถึงเลย “ผมมาบ���ยๆ จนตอนนี้ผมอยากทำความ ดีแลวละครับ” “จริ ง ด ว ยครั บ ...จริ ง ด ว ยค ะ ....” เสี ย ง ประสานก็ดังขึ้นอึงคะนึง ณ วินาทีนั้นสิ่งที่เกิดคือความปติ เด็กของ เรา “คิดดี” จึงได “พูดดี” ในฐานะที่เราเปนครู ตองรีบใชโอกาสนี้จัดกิจกรรมใหเด็กได “ทำดี” หลั ง จากพู ด คุ ย กั บ นั ก เรี ย น และปรึ ก ษากั บ ครู โรงเรียน ทุกคนมีความเห็นพองกันวา นาจะจัด กิจกรรมใหเด็กไดมีโอกาสทำสิ่งที่เปนประโยชน แก สว นรวม ทุ กเสี ย งสอดคล องกั น วา นา จะไป ทำความสะอาดบริเวณวัด จึงไดไปปรึกษาทาน พระครูวิบูลกัลยาณคุณ ทานเจาอาวาส วาจะขอ อนุ ญ าตนำนั ก เรี ย นมาพั ฒ นาทำความสะอาด โบสถและบริเวณวัดทุกวันพฤหัสบดี พรอมกับจะ ใหเรียนรูป ระวัตคิ วามเปนมาของวัด โบราณสถาน โบราณวัตถุและสิ่งตางๆ ภายในวัด ทานก็เมตตา

อนุญาต และมอบหมายใหพระนริศ นริสสโร เป น พระพี่ เ ลี้ ย งคอยดู แ ลอำนวยความสะดวก และเปนพระวิทยากรรวม จากนัน้ คณะครูกก็ ลับมา วางแผนรางกิจกรรมบูรณาการ เพื่อใหนักเรียนได เรียนรูอยางรอบดาน เปนการเรียนรูที่สอดคลอง กับความสนใจและวิถีชีวิตของนักเรียน กิจกรรม “จิตใส..ใจอาสา” จะบูรณาการ สาระวิชาตางๆ เขาดวยกันอยางกลมกลืนรอยรัด กันไปตามธรรมชาติ ในสวนสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมก็จะเปนการเก็บรวบรวม ขอมูลทางประวัติศาสตรเกี่ยวกับประวัติของวัด ถั่วทองและอาณาบริเวณโดยรอบ หลักธรรม และ พิธีกรรมทางศาสนา สาระวิทยาศาสตรก็จะเปน เรื่องราวเกี่ยวกับพันธุไมที่มีอยูภายในวัด สาระ ภาษาไทยก็จะเปนทักษะการเขียน การนำเสนอ ขอมูล สาระศิลปะก็เรียนเกี่ยวกับลักษณะพุทธศิลปตา งๆ สวนสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ก็จะเปนเรื่องของทักษะกระบวนการทำงาน การ ใชเครื่องมือและอุปกรณตางๆ เปนตน นักเรียนทุกคนที่เขารวมกิจกรรมจะตอง เขียนบันทึกประสบการณ “จิตใส ใจอาสา” ซึ่ง เป น บั น ทึ ก เล ม เล็ ก ๆ ที่ ป ระกอบด ว ยประมวล ความรูพื้นฐาน สวนเติมเต็มความรูใหมและการ สรุปองคความรูของนักเรียนเอง รวมไปถึงการ บันทึกประสบการณการรวมกิจกรรม “จิตใส... ใจอาสา” และสรุปคุณธรรมที่นักเรียนไดรับ ด.ช.วีรวัชร รัตนราศี “...รูสึกมีความสุขที่ ไดทำความดี เพื่อนๆ ชวยกันทำดี...” ด.ญ.ปนัดดา คำเพชร “...มีจิตใจที่แจมใส ขึ้น จิตใจสงบ ราเริง ไมเศราหมอง” ด.ญ.เบญจมาศ โตบัวงาม “...อยากใหมี กิจกรรมอีก จะไดสามัคคีกัน ไมทะเลาะกัน” ด.ช.วัชระพล มุมทอง “...เปนงานที่ทำให เด็กประพฤติตัวดี รูจักคำวาจิตอาสา และนำไป ปฏิบัติไดถูกตอง”

๔๗


ด.ช.ธนภัทร ประชารัฐไมตรี “ดีใจมากที่ ไดทำโบสถเกาแก ไดรับความสามัคคี และตั้งใจ ทำอยางดี” ฯลฯ ความรูสึกของนักเรียนที่เขียนออกมาตาม ประสาเด็กนั้น ภาษาที่ใชอาจไมสละสลวยนัก แตก็สื่อใหเห็นถึงความตั้งใจ ความสำนึกดี ผาน การกระทำที่ดี ดวยความเต็มใจ ผูปกครองก็มีสวนไดแสดงความยินดีและ ร วมประเมิ น ผลการเรีย นรูของนักเรียนในทาย บันทึกประสบการณดวยเชนกัน “...ดีใจที่เด็กมีโอกาสไดทำประโยชนตอ สวนรวม..” “ขอบคุณที่มีกิจกรรมดี ๆ ใหนักเรียนทำ” “...อยากให ท ำต อ ไป นั ก เรี ย นจะได ท ำ ความดียิ่งขึ้น” ฯลฯ นอกจากนั้นนักเรียนยังสามารถวิเคราะห คุณธรรมที่ตนเองไดรับจากกิจกรรมนี้ดวยตนเอง อาทิ ความขยั น ความซื่ อ สั ต ย ความอดทน ๔๘

ความเสียสละ ความสามัคคี และความรับผิด ชอบ ฯลฯ ซึ่งคุณธรรมเหลานี้ถาปลูกฝงจนเปน จิตสำนึกที่คงทน นักเรียนจะนำคุณธรรมเหลานี้ ไปใชเพื่อประโยชนตอตน ตอคนรอบขางและตอ สังคมโดยรวม และในดานของความรับผิดชอบ นั้น หากนักเรียนมีความรับผิดชอบตอตนเอง ตอ หนาที่ นักเรียนก็จะแสดงออกสมตามบทบาท ณ ขณะนั้นเปนลูกที่ดีของพอแม เปนกัลยาณมิตร ของเพื่อน เปนศิษยที่ดีของครู เปนนักเรียนที่ดี ตั้งใจเรียน ขวนขวายหาความรูอยูเสมอ และ เมื่อประสานสอดคล องกับสื่ อและกิจกรรมการ เรียนการสอนที่เหมาะสมของครู ผลการเรียนของ นักเรียนก็ยอมจะดีขึ้นอยางแนนอน นี่คือเหตุผลวาทำไมโรงเรียนวัดถั่วทองจึง ตั้ ง เป า หมายว า จะพั ฒ นาคุ ณ ธรรมเพื่ อ นำไปสู การยกระดับผลสัมฤทธิ์ดวยกิจกรรม “จิตใส... ใจอาสา”


ชลบุรี เขต ๓

จิตอาสา

ตนกลาแหง...ความดี

“ในเมื อ งใหญ ในความวุ น วาย ดิ้ น รน คนหา บางคนสูจนไมรูวาสูเพื่ออะไร บางคนหนี ความยากลำบาก โหดราย ดวยวิธีการที่เลวราย เคยคิดบางไหม คิดถึงวันเวลาเยาววัย ชีวิตสดใส ภายใตทอ งฟาสีคราม มิตรภาพระหวางผองเพือ่ น ความเอื้ออาทรของผูคน ไดเลือนรางจางหายไป จากหัวใจเนิ่นนานเพียงใด งานอาสาดูเหมือน เปนเรื่องเล็กๆ หลายคนบอกวามันไมไดชวยอะไร แตวาถามันสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของคน ที่คิดวาตัวเองไมสามารถชวยอะไรสังคมไดเลย กิจกรรมที่ทำนั้นรูสึกไดวา อยางนอย เราไมใช หมอ รั ก ษาคนไข ไ ม ไ ด แต ก ำลั ง ใจช ว ยได ไมมากนัก แตก็มีความสุขที่ไดทำจริงๆ”

ณ ภาคตะวันออกของประเทศไทย ในที่นี้ ขอกลาวถึงจังหวัดชลบุรี ซึ่งเปนจังหวัดที่มีเขต อุตสาหกรรมเปนจำนวนมาก ความเจริญมีมาก ผูคนไดรับวัฒนธรรมดานวัตถุกอใหเกิดความเห็น แกตัว ความมักงาย ซึ่งไดกอตัวขึ้นอยางไมรูตัว เมื่ อ สมั ย ที่ ข า พเจ า เป น นั ก เรี ย นเวลาที่ ขาพเจาไปโรงเรียนในแตละวันขาพเจาก็จะเห็น ขยะซึ่งอยูเต็มสองขางทางเปนประจำ แตก็ไมได มีจิตคิดทำดีอยากจะเก็บขยะพวกนั้นเลย ทั้งๆ ที่ ถังขยะก็อยูใกลนิดเดียว แตวาในวันนี้ขาพเจา ทำงานรับราชการครู ที่โรงเรียนของขาพเจาได จัดกิจกรรมโครงการจิตอาสาใหกับนักเรียน โดย คุณครูไดประกาศแจงวาจะใหนักเรียนมีจิตอาสา

เรื่อง ชลธิชา ตะเกิดมี โรงเรียน วัดนาพราว ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ภาพ กรรวีณ ไชยลาภ

๔๙


ไปบำเพ็ญประโยชนรอบๆ บริเวณโรงเรียน วัด สถานี อ นามั ย ชุ ม ชน บริ ก ารบี บ นวด และ อ า นหนั ง สื อ ให กั บ คนชราและชาวบ า นที่ อ ยู ใ น ละแวกโรงเรียน ขาพเจาเห็นนักเรียนหลายๆ คน ดี ใ จจนเนื้ อ เต น แต ไ ม ใ ช เ พราะว า จะได ไ ปทำ ความดีหรอก แตเพราะหวังวาอยางนอยก็ไมได เรียน ๒-๓ ชั่วโมงแนนอน พอเตรียมอุปกรณ สำหรับการบำเพ็ญประโยชนเรียบรอยแลว พอ มองออกนอกอาคารเรี ย นเท า นั้ น แหละความ ฮึกเหิมดีใจก็หายไป ความคิดที่ไมดีก็เกิดขึ้นวา ตองรอนแนนอน เหนื่อยแนนอนเลย ไมอยากไป แลว แตหลังจากบำเพ็ญประโยชนเรียบรอยแลว ความรู สึ ก ที่ ว า ต อ งร อ นแดดแน น อนก็ ห ายไป กลับเปนความรูสึกภูมิใจอยางบอกไมถูก ตอน เดินกลับโรงเรียนยังเดินไปยิ้มไป โครงการจิตอาสานี้เปนโครงการที่ทำให เด็ ก ได ห าเวลาทำประโยชน ถื อ เป น การเสริ ม ๕๐

ทักษะของชีวิตที่ไมอาจหาซื้อไดตามทองตลาด ทั่วๆ ไป สามารถขัดเกลาจิตใจของเด็กๆ ปรับ เปลี่ยนความคิดใหเปนคนมีเหตุผล มีความสุภาพ ออนโยน เปนผูให แบงปนความสุขแกผูอื่น การ ทำกิจกรรมตางๆ ในโครงการจิตอาสานี้ จะเขา ไปชวยตอยอดตนกลาแหงความดีใหรูจักบำรุง รักษาดวยคุณธรรม ความดีงาม จิตใจที่งดงาม มองโลกกวางไดอยางแจมใส มีชีวิตชีวา แตถา ต น กล า แห ง ความดี นี้ เ ต็ ม ไปด ว ยกิ เ ลส ตั ณ หา ไรคุณธรรม มองโลกในแงราย ความไมดีงาม ตางๆ ก็จะกัดกิน ทำลายหัวใจไปทุกวันทุกคืน ในที่สุดชีวิตก็จะแหงแลง หมองหมน ไรความสุข ในที่ สุ ด มาบำรุ ง ความคิ ด ด ว ยความคิ ด ที่ ใ ส สะอาด เติมอาหารใจดวยคุณธรรมเผื่อแผความ เบิกบานสูคนรอบขาง บรรยากาศในชีวิตก็จะเต็ม ไปดวยความสุข


ปทุมธานี เขต ๑

จิตอาสา ลดโลกรอน

โรงเรียนวัดเปรมประชากร เปนโรงเรียน ประถมศึ ก ษาขนาดใหญ จั ด การศึ ก ษาตั้ ง แต ระดับอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ จัดการ เรียนรูรูปแบบบูรณาการ การใชแหลงเรียนรูใน โรงเรียนเปนสำคัญ สงเสริมการเรียนรูจริงจากสิ่ง แวดลอมใกลตัว เพราะภายในโรงเรียนมีการจัด แหลงเรียนรูไวหลากหลาย บรรยากาศภายใน โรงเรียนจึงเปนบรรยากาศทางวิชาการควบคูกับ การเสริมสรางคุณธรรม ไดรับการคัดเลือกเปน โรงเรียนสิ่งแวดลอมดีเดนและเปนโรงเรียนคุณ ธรรมชั้นนำ และจัดไดวาเปนโรงเรียนที่ผูเรียนมี คุณภาพทางวิชาการแลวยังผสมผสานความเปนผู มี คุ ณ ธรรมอย า งลงตั ว ซึ่ ง ความโดดเด น ของ นักเรียนที่เห็นไดชัดเจนอีกขอหนึ่ง คือ ความเปน ผูมีจิตสำนึกดี มีจิตสาธารณะ โดยเฉพาะกระแส ความตื่นตัวเรื่องภาวะโลกรอน

ภาวะโลกรอนเปนกระแสที่กำลังตื่นตัวกัน มากที่สุดทั่วโลกในขณะนี้และยังคงตอเนื่องไปใน อนาคต ซึ่งทุกคนคงปฏิเสธไมไดวาเกิดจากการ ใชพลังงานอยางฟุมเฟอยและการไมตระหนัก ไม สำนึ ก ต อ ส ว นรวมของผู ค นนั่ น เอง “โรงเรี ย น วัดเปรมประชากร” จึงขอเปนสวนหนึ่งในการรวม รณรงคลดภาวะโลกรอนใหจงได ในแตละวันของโรงเรียนทุกโรงเรียนจะมี เด็กๆ มารวมกันอยูมากมาย วิถีชีวิตของเด็กๆ เหลานั้น หากไดรับการดูแลเอาใจใสในทางที่ดี ก็จะเปนกำลังสำคัญที่ดีในอนาคต และผูที่มีบท บาทมีอิทธพลตอพวกเขามากก็คือคุณครูนั่นเอง ดังนั้นการเริ่มตนตองเริ่มจากครู ผูที่ถือไดวาเปน ผูนำในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็ก ดวย เด็กๆ จะอยูใกลชิดกับคุณครูอยางนอยวันละไม ต่ำกวา ๗-๘ ชั่วโมง และเปนไปโดยหลักความ

เรื่อง นันทกิจ เที่ยงพูนโภค โรงเรียน วัดเปรมประชากร ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี

๕๑


เปนจริงที่วาเด็กมักจะเชื่อถือและเชื่อฟงคุณครู เสมอ ดังนั้นพฤติกรรมของครูจึงสามารถเปน แบบอยางได คุณครูในโรงเรียนของเรามีความ เปนอันหนึ่งอันเดียวกันอยูแลวที่เห็นความสำคัญ และตองการที่จะชวยกันลดภาวะโลกรอน ทุกคน จึงปรับตัวและใชชีวิตประจำวันในแนวทางแหง ความพอเพียง เริ่มจากการใชกระดาษสองหนา การแตงกายพอเหมาะ ไมเปนแฟชั่นที่จะใหเด็ก เห็นถึงความฟุมเฟอย การเดินมาโรงเรียนและใช รถจักรยานหากอยูไมไกลนัก การใชถุงผาแทนถุง พลาสติ ก การมาโรงเรี ย นแต เ ช า ทำหน า ที่ กั น อยางเต็มที่ ดูแลการใชน้ำใชไฟ ชวยกันปลูก ตนไมเพื่อใหโรงเรียนรมรื่นสวยงาม และใหรมเงา ใหความสดชื่น การชวยกันจัดบริเวณ จัดสถานที่ ใหนาอยู จัดลานธรรมชาติสำหรับทำกิจกรรม

๕๒

จั ด ศู น ย ก ารเรี ย นรู อ ย า งหลากหลายและอื่ น ๆ รวมถึงไมลืมที่จะนำเด็กใหรวมจัดทำดวย อีกทั้ง ยั ง คอยพร่ ำ บอกกล า วอยู เ สมอๆ เพื่ อ ปลู ก ฝ ง คุณธรรมที่ดีงามใหเกิดขึ้นในตัวเด็กโดยไมรูตัว จนเด็กๆ พลอยมีพฤติกรรมดีๆ เหลานี้ดวย นอกจากนี้ยังมุงมั่นในการจัดกิจกรรมให เด็กๆ มีสวนรวมอยางเปนรูปธรรม ดวยการจัด กิจกรรมการเรียนรูดวยการปฏิบัติจริงในการทำ ปุยหมักใบไมแหง แกนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ เพื่ อ เป น การจั ด การกั บ ใบไม ใ บหญ า ที่ มี อ ยู มากมายในโรงเรียน โดยนักเรียนจะชวยกันเก็บ ใบไมที่ลวงหลนทุกๆ วัน หรือทุกๆ ครั้งที่ภารโรง ตัดหญาในสนาม ตลอดจนถึงการนำเศษใบไม แหงมาจากบาน เพราะไมตองการกวาดทิ้งลง คลอง กลัวน้ำเนาเสีย เลยยิ่งทำใหโรงเรียนไดปุย


ไวใชปลูกตนไมมากขึ้น ผูปกครองบางคนยังมา เลาใหครูฟงวา ลูกจะบอกพอแมไมใหเผาขยะ เผาใบไมเพราะจะเกิดควันขึ้นไปในอากาศรบกวน คนอืน่ และตัวเราดวย ใหขดุ หลุมฝงกลบ อีกหนอย ก็ยอยไดกองดินพูนขึ้นมาดวย จัดกิจกรรมเพาะ ปลูกพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพรแกนักเรียน ชั้ น ประถมศึ ก ษาป ที่ ๕ เพื่ อ นำผลผลิ ต ของ พื ช ผั ก มาขายในราคาย อ มเยา และเผยแพร คุณประโยชนของพืชสมุนไพร อีกทั้งยังเปนการ เรียนรูถึงการปลูกผักสวนครัวไวกินเองแทนการซือ้ ที่มีราคาแพงกวาและไดผักสดสะอาดปราศจาก สารพิษ นักเรียนหลายคนยังนำไปทำที่บาน และ นำมาเลาสูกันฟงอยางมีความสุข จัดกิจกรรม ธนาคารขยะรีไซเคิล โดยใหนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปที่ ๔ เปนผูดำเนินการ ทั้งการรณรงค การคัดแยกขยะ นำขยะทีจ่ ำหนายไดมาใสภาชนะ ที่ทางโรงเรียนจัดไว ฝกการแยกขาย เรียนรูดวย ความภูมิใจ นักเรียนมีสำนึกที่ดี บางคนเดินมา โรงเรียนพบขยะขางทางจะเก็บมาทิ้งที่โรงเรียน โดยเฉพาะขวดแกว เขาบอกวากลัวรถทับแตกจะ เปนอันตรายหากคนไปเหยียบเขา รวมถึงเมื่อเขา

ได นั่งรถเมล ผานไปตามปายรถประจำทางที่มี ผูคนรอขึ้นรถ จะเห็นมีขวดแกว ขวดพลาสติก หรือขยะอื่นๆ ทิ้งเกลื่อนกลาด เขานึกอยากจะลง ไปเก็บจังเลย แตไมคอยสะดวกนัก นอกจากนี้ ยั ง มี เ ด็ ก ๆ อี ก หลายคนที่ มี จิ ต สำนึ ก ที่ ดี แ ละ กลาแสดงออก เชน มาทำบุ ญ ที่วัด ในวันพระ เมื่อเห็นเศษกระดาษ ถุง ขวดน้ำทิ้งอยูเขาก็จะ เก็บไปใสถังขยะที่ทางวัดจัดไว ผูคนที่พบเห็นยัง พูดชมเชยดวย เขารูสึกภูมิใจ จัดกิจกรรมปลูก กลวยรอบบริเวณโรงเรียนแกนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปที่ ๓ เพื่อเรียนรูเพราะกลวยที่ปลูกนั้นมี หลายอยาง ไดแก กลวยน้ำวา กลวยน้ำไทย กลวยเล็บมือนาง กลวยนาก กลวยหอม กลวย หักมุก รวมๆ กวา ๑๐ ชนิดและยังไดกินกลวย กั น ด ว ย นำส ว นประกอบเช น ใบตองมาฝ ก หอขนม นำกานใบมาทำมากานกลวย ทำกระทง ทำใหเด็กๆ ไดคลุกคลีกบั ตนไมใบหญา มีจติ ใจ เยือกเย็น สดชืน่ ยิม้ แยมแจมใส และจัดกิจกรรม ปลู ก ไม ด อกไม ป ระดั บ แก นั ก เรี ย นชั้ น ประถม ศึกษาปที่ ๑-๒ เด็กๆ จะปลูกเอง ดูแลเอง ไม เด็ดเลน ครูจะชี้นำใหเห็นความสดชื่นรื่นรมย

๕๓


เห็นคุณคาของการปลูกตนไม ซึ่งทุกๆ กิจกรรม ที่จัดขึ้นนั้น ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธกัน ชวยกัน เชน นองชั้นอนุบาล นองชั้น ป.๑ ป.๒ จะชวย พี่ๆ เก็บใบไมที่ลวงหลนอยางสนุกสนาน ฝก ตัวเองในการแยกขยะ นำขยะไปทิ้งในภาชนะ ที่โรงเรียนจัดไว พี่ๆ ก็จะชวยนองๆ รดน้ำตนไม ที่ ป ลู ก กั น ช ว ยกั น ซื้ อ ผั ก ไปบ า นเพื่ อ ประกอบ อาหาร สำหรับคณะกรรมการนักเรียนและหัวหนา หองเรียนจะไดรับการปลูกฝงเปนพิเศษ ในเรื่อง การดู แ ลการใช น้ ำ ใช ไ ฟ การป ด เป ด ดวงไฟ พั ด ลมหรื อ อุ ป กรณ อื่ น ๆ ดู แ ลการรั บ ประทาน อาหารใหเพียงพอ ดูแลการใชสิ่งของตางๆ จะใช อยางคุมคา รวมกันรักษาความสะอาดหองเรียน หองน้ำหองสวม โรงอาหาร ลานกิจกรรม ซึ่งเปน การแบงเบาภาระแกครูไปไดมาก และยังทำให ผู น ำทั้ ง หลายเหล า นี้ เ ป น ผู ที่ ป ระพฤติ ต นให มี

๕๔

ความรับผิดชอบ ขยันอดทน รูจักการวางแผน การคิดวิเคราะห ระมัดระวังตนเอง ทำตนใหเปน ตั ว อย า งที่ ดี ดู แ ลผู อื่ น ได ด ว ยความรั ก ความ เมตตา ทำใหไดรับความเชื่อถือมาก การที่เด็กๆ เหลานี้ไดรับการปลูกฝงความ รับผิดชอบ การสงเสริมการแสดงออกที่ดี การ ชวยเหลือเกื้อกูลกัน ใชชีวิตอยางพอเพียง ทำ ความดีอยางสม่ำเสมอในทุกๆ วัน คุณธรรมเกิด ขึ้นกับตัวทั้งดานความรับผิดชอบตอตนเองและ สวนรวม ความขยันขันแข็ง อดทน ความซื่อสัตย ความสุภาพ ความพอเพียง ความรักใคร เอือ้ อาทร ตอกัน และที่สำคัญคือความมีจิตสาธารณะ เขา เหลานั้นจึงเปนพลังสำคัญในการลดความรอนให โลกเราดวย และยังคงเปนสำนึกที่ดีงามติดตัวไป เมื่ อ เติ บ ใหญ จ ะได เ ป น พลเมื อ งที่ มี คุ ณ ภาพใน การนำพาพัฒนาชาติไทยใหเจริญกาวหนาสืบตอ กันไป


กรุงเทพมหานคร เขต ๓

เยาวชนดีดวยวิถีพุทธ “...ความรูทางวิชาการและทางปฏิบัติที่สอนในโรงเรียนเปนทั้งรากฐานและปจจัยที่สำคัญยิ่งของ คนทุกคน เพราะบุคคลไดอาศัยความรูเปนกำลังที่จะนำตัวกาวไปสูความสำเร็จ ความสุขและความ เจริญทั้งปวง และความรูดังกลาวนี้ไมขัดกับศาสนาไมวาศาสนาใด ตรงขาม กลับสนับสนุนกัน กลาว คื อ ความรู ช ว ยให เ รี ย นรู ศ าสนาได โ ดยกว า งขวาง และศาสนาช ว ยให เ รี ย นรู ไ ด โ ดยลึ ก ซึ้ ง และ ชัดแจง เพราะฉะนั้นทั้งวิชาและศาสนาจึงดำเนินควบคูกัน เปนสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตดวยกัน ผูใดมีทั้ง หลักวิชาหลักศาสนา ยอมดำเนินถึงความสำเร็จในชีวิตไดไมพลาดพลั้ง...”

เรื่อง ครูโรงเรียนวัดหนองแขม เขตหนองแขม จ.กรุงเทพมหานคร

พระบรมราโชวาทพระราชทานแก ครูใหญ โรงเรียนและนักเรียน ที่สมควรไดรับพระราชทานรางวัล ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปการศึกษา ๒๕๑๕

๕๕


จากพระบรมราโชวาทดังกลาว จึงเปน แสงสวางสองใหเห็นแนวทางที่จะนำมาปฏิบัติใน การจัดการศึกษา เพือ่ ใหเยาวชนเปนคนทีส่ มบูรณ และดวยโรงเรียนมัธยมวัดหนองแขมเปนโรงเรียน ที่ อ ยู ใ นเขตวั ด และได รั บ ความอุ ป ถั ม ภ จ ากวั ด และพระภิ ก ษุ ส งฆเป น อย า งดี ทั้งดานสถานที่ ทุ น ทรั พ ย และการให พ ระภิ ก ษุ ม าช ว ยสอน พระพุทธศาสนา โรงเรียนจึงตัดสินใจเขารวม โครงการ “โรงเรียนวิถีพุทธ” จนไดรับเกียรติให เปนประธานเครือขายโรงเรียนคุณธรรมชั้นนำ กลุ ม ที่ ๔ ของสำนั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษา กรุงเทพมหานคร เขต ๓ โรงเรียนมีหลักการ ดำเนินงานดานวิชาการและกิจกรรมโดยการนำ หลักไตรสิกขามาปรับใชใหเหมาะกับบริบทของ โรงเรียน ดังนี้ กิจกรรมทีเ่ กีย่ วเนือ่ งกับศีล คือ การปฏิบตั ิ ตามกฎ ระเบียบ ขอบังคับตางๆ การจะทำให นักเรียนมีการปฏิบัติตนที่ดี จึงตองจัดกิจกรรมที่ ทำใหนักเรียนไมรูสึกวาถูกบังคับ แตกลับรูสึกวา เมื่อปฏิบัติแลวเกิดความภาคภูมิใจ มีความสุข ๕๖

ความสบายใจ และเต็ ม ใจที่ จ ะปฏิ บั ติ ได แ ก กิจกรรมดานแนะจิตคิดดี และสงเสริมสามัคคีมี มารยาทงาม ประกอบดวย “นองไหวพี่ พี่รับไหว นอง” ทีป่ ฏิบตั ทิ กุ วันในเวลาเชา “ยิม้ ไหว ทักทาย ใหเกียรติกัน” เปนกิจกรรมที่เมื่อนองๆ เมื่อเดิน เขาประตูโรงเรียนมา จะมีพๆี่ ทีเ่ ปนคณะกรรมการ นักเรียนคอยตอนรับ จะทักทายกันดวยการไหว ยิ้มแยมแจมใส ทำใหนองเกิดความรูสึกอบอุน และพี่ๆ ที่มาตอนรับรูสึกมีความภาคภูมิใจใน สถาบัน “กิจกรรมเชิดชูเกียรติ” เปนกิจกรรมที่สง เสริมนักเรียนที่แตงกายถูกตองตามระเบียบของ โรงเรี ย น และมี ค วามประพฤติ ดี โรงเรี ย นจึ ง ยกย อ ง ด ว ยการมอบเกี ย รติ บั ต รแก นั ก เรี ย น ทำใหนักเรียนเกิดความภาคภูมิใจที่ไดทำความดี ซึ่งในแตละปมีนักเรียนที่ไดรับเกียรติบัตรมากกวา รอยละ ๗๐ ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด การที่ นั ก เรี ย นมี ค วามประพฤติ ดี ปฏิ บั ติ ต นอยู ใ น ระเบียบวินัยของโรงเรียน ทำใหนักเรียนมีความ ใฝรูใฝเรียน และมีจิตสำนึก รักโรงเรียนมากขึ้น สงใหผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนสูงขึ้นดวย


กิจกรรมที่สนับสนุนใหนักเรียนมีสมาธิ มุง มั่น ศึ กษาและทำกิจ กรรมใหบ รรลุ ค วามสำเร็จ ไดแก “กิจกรรมใตรมโพธิ์ทอง” ที่นักเรียนปฏิบัติ ดวยการตั้งจิตอธิษฐานวาจะทำความดี แลวจารึก เปนลายลักษณอักษรไวในใบโพธิ์เงินโพธิ์ทองที่ นักเรียนประดิษฐจากกระดาษเงิน กระดาษทอง เปนการใหคำมั่นสัญญากับตนเองวา จะกระทำ แตความดี เมื่อไหรที่จะทำความผิดก็จะนึกถึงคำ ที่ตนจารึกไวในใบโพธิ์เงินโพธิ์ทองนั้น “กิจกรรม สอบธรรมศึกษา” นักเรียนและครูจะใชเวลาวาง ศึ ก ษาธรรมะ เกิ ด ความซาบซึ้ ง ในหลั ก ธรรม แยกแยะความดีความชั่วได รูผลที่เกิดจากการ กระทำ ครูทำหนาที่ใหการศึกษา มีการสอนเสริม เพื่อสอบธรรมศึกษา ในปจจุบันมีนักเรียนและครู ที่ไดรับเกียรติบัตรรวมกวา ๕,๐๐๐ คน เปนธรรม ศึกษาเอกกวา ๑๐๐ คน ธรรมศึกษาโท ๑,๕๐๐ คน และธรรมศึกษาตรี มากกวา ๓,๕๐๐ คน “กิจกรรมขยับกายสบายชีวี” เปนกิจกรรม ที่ มุ ง ฝ ก สมาธิ ใ ห แ ก นั ก เรี ย น นั ก เรี ย นจะทำ กิจกรรมหนาเสาธงในชวงเชา ดวยการบริหาร

รางกายในทาตางๆ ตามที่กำหนด จังหวะของ การบริ ห ารร า งกายมาจากบรรเลงเพลงมาร ช โรงเรียน ทำใหนักเรียนสามารถปฏิบัติไดอยาง พรอมเพรียง เมื่อตั้งใจฟงเพลงจึงเกิดสมาธิ เมื่อ สมาธิเกิด ระเบียบวินัยก็จะตามมา ภาพที่เห็นจึง งดงามยิง่ เพราะนักเรียนเกือบสามพันคนเคลือ่ นไหว อยางพรอมเพรียงกัน “กิจกรรมเขาคายธรรมะ” เปนกิจกรรมที่ ทำใหนักเรียนไดปฏิบัติครบหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปญญา มีการปฏิบัติกิจกรรมตั้ง แตเชาจนถึงเย็น คือสวดมนตเชา สวดมนตเย็น เดิ น จงกรม นั่ ง สมาธิ ทำให มี จิ ต มั่ น คง เกิ ด การเรี ย นรู ที่ ดี ได รั บ ผลที่ เ กิ ด จากการปฏิ บั ติ โดยตรง คือ เปนคนตรงตอเวลา มีความสามัคคี และรูจักเสียสละ ฯลฯ สามารถนำสิ่งดีๆ เหลานี้ ไปใช ใ นการพั ฒ นา เรื่ อ งการเรี ย นของตนเอง รวมทั้งนำไปใชในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะกอให เกิ ด บุ ค คลที่ มี คุ ณ ภาพในสั ง คม เมื่ อ บุ ค คลใน สังคม มีคุณภาพดี จะเสริมสรางใหประเทศชาติ มั่นคง ๕๗


กิจกรรมสงเสริมนักเรียนดานปญญา คือ สงเสริมนักเรียนใหมีความรู และนำความรูไปใช เพื่อแกปญหาในการดำเนินชีวิต โรงเรียนไดจัด กิจกรรมเพือ่ เสริมใหนกั เรียนมีความฉลาด รูจ กั คิด วิเคราะห สังเคราะห ประเมินคา โดยมีกิจกรรม ที่หลากหลาย ไดแก “การพัฒนาตนเพื่อเพิ่มผล สัมฤทธิ์” “กิจกรรมความรูริมระเบียง” นอกจาก พั ฒ นาตนแล ว ยั ง มี “โครงการคนดี ศ รี น.ข.” ซึ่ ง พั ฒ นาคุ ณ ธรรม มี ก ารสร า งจิ ต สาธารณะ ดวย “กิจกรรมธนาคารขวด” “กิจกรรมอนุรักษ พลั งงานและสิ่ งแวดล อม” “กิ จกรรมของหาย ไดคืน” นั บ ว า ลู ก ๆ หนองแขมทุ ก คนได รั บ การ ปลูกฝงคุณธรรมจริยธรรมอยางสม่ำเสมอและ ตอเนื่อง ทำใหนักเรียนไดพัฒนาตนทั้งรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา สงผลให นักเรียนประสบผลสำเร็จในการศึกษา นักเรียน และโรงเรียนไดรับการยอมรับจากชุมชน เปนผล ใหผูปกครองนักเรียนสงบุตรหลานเขาศึกษาตอ ในโรงเรียนมัธยมวัดหนองแขมเปนจำนวนมาก รวมทั้งชุมชนไดสนับสนุนในดานตางๆ อาทิ ทุน การศึกษา เงินที่ใชในกิจกรรมดานดนตรี กีฬา จัดสรางอาคารเรียน และอื่นๆ สงผลใหโรงเรียน ๕๘

ไดรับรางวัลทั้งระดับประเทศและระดับเขตพื้นที่ การศึ ก ษา เช น โรงเรี ย นดี เ ด น ด า นคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม ประจำป พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๑ จาก ธนาคารออมสินและสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนอนุรักษพลังงานดีเดน ระดับ ๔ ดาว จากการไฟฟานครหลวงรวมกับ มหาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ล นั ก เรี ย นได รั บ ตำแหน ง รองทู ต รั ก ษ พ ลั ง งาน คื อ นายมนตรี เขี ย วทน นักเรียนสอบ O-NET วิชาคณิตศาสตรได ๑๐๐ คะแนนเต็ม คือ นายธีรัตต อภิวัฒนานุกูล และ นักเรียนชนะเลิศการประกวดมารยาทไทย ตาม โครงการนครหลวงไทยอนุ รั ก ษ เ อกลั ก ษณ ไ ทย ได รั บ พระราชทานถ ว ยรางวั ล จากสมเด็ จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การสร า งเยาวชนให เ ป น คนดี ข องสั ง คม ไมใชเรื่องงายๆ แตก็ไมยากเกินความสามารถ ของเราดวยสังคมไทยสวนใหญนับถือศาสนาพุทธ และดวยโรงเรียนมัธยมวัดหนองแขมเปนโรงเรียน วิถพี ทุ ธทีน่ ำหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปญญา ซึ่งเปนแนวคิดสำคัญของพุทธศาสนามาประยุกต ใชในการจัดการศึกษา จึงทำใหโรงเรียนมีชื่อเสียง ดานการปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมแกนักเรียน สมดังคำกลาวที่วา “ความรูคูคุณธรรม”


รากฐาน

ปราชญ แ ผ น ดิ น พระพรหมคุณาภรณ (ป.อ.ประยุตฺโต) คัดยอและเรียบเรียงจาก นิตยสาร ฅ.คน ปที่ ๔ ฉบับที่ ๒ (๓๘) ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เมื่อรวมแปดสิบปกอน ณ บานเลขที่ ๔๙ อำเภอศรีประจันต จังหวัดสุพรรณบุรี เปนที่ตั้ง รานคาผาจีนของสองสามีภรรยาที่รูจักกันทั่วไปวา ทานมหาสำราญ กับแมชนุ กี บานหลังนีเ้ ปนชุมชน ของตลาดใต ตลาดเล็กๆ ที่ประกอบไปดวยหมู เรือนแถวไมสองชั้นบุราณเรียงเปนแนวยาวขนาน ไปกั บ แม น้ ำ ท า จี น ร า นค า ในห อ งแถวอั น แสน ธรรมดานี้เองเปนที่ถือกำเนิดของเด็กชายเล็กๆ คนหนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มกราคม ๒๔๘๑ เด็กชายบอบบางขี้โรค แตมีสติปญญาเปน เลิศผูน ้ี เติบใหญขน้ึ มาเพือ่ เปนปราชญแทคนสำคัญ แหงยุคสมัย แมวัดบานกรางจะอยูหางเพียงชั่วพายเรือ ขามแมน้ำกั้น หากแตสำหรับเด็กชายผูออนนอม และเปนทีร่ กั เสนทางแหงชีวติ ใหมถกู กำหนดไวแลว ใหไกลจนไมอาจแมแตจะถวิลหาตักอุน เสนทางสู พรหมจรรยอันประเสริฐ มหาสำราญ อารยางกูร เจาของรานคาผาจีน เกิดที่ดอนเจดีย เคยบวชเรียนแลวไปจำพรรษาอยู ที่วัดเบญจมบพิตรที่กรุงเทพฯ สอบไดนักธรรมโท และพยายามสอบจนไดเปรียญ ๔ ประโยค แต แลวมีเหตุใหตัดสินใจ ดวยไดรับมอบหมายใหทำ หนาที่เลขานุการสวนตัวของพระชั้นผูใหญ แต ทานมหาฯไมตองการยุงเกี่ยวกับผูคนหลายฝาย มากหนา จึงลาสิกขาบทแลวกลับมาสุพรรณบุรี ๖๐

บานเกิด ตั้งตนชีวิตใหมแตงงานกับสาวลูกจีน ชื่อ แมชุนกี เปดรานคาขายที่ตลาดใต ริมแมน้ำ ทาจีน ที่อำเภอศรีประจันต มหาสำราญเป น คนซื่ อ ตรง เห็ น ความ สำคัญของการศึกษาเลาเรียน อีกทั้งผานการบวช เรียนจนไดนักธรรมจึงเปนที่เคารพนับถือของผูคน ในแถบนั้น รานใบรัตนาคารเปนรานคูหาเดียวจำหนาย ผาไหม ผาทอ กางเกงแพร กางเกงจีน ทีก่ อ ตัง้ ขึน้ เปนที่รูจักเชื่อถือของลูกคา จนเปนที่พูดติดปาก


กันวา “ซื้อผาไหม กางเกงแพร ตองไปรานแมกีทานมหาฯ” มหาสำราญเป น คนชอบริ เริ่ มสรา งสรรค ไมยอมอยูเฉย หลังจากปดกิจการจำหนายผาแลว ตอมาไมนานไดใชบานคาขายเปดเปนโรงเรียน มัธยมขึ้นเปนแหงแรกของอำเภอศรีประจันต ดวย เหตุผลที่วาตัวทานเปนผูมีวิชาความรู ผานการ บวชเรี ย นมาแล ว และสั ง เกตพบว า ที่ อ ำเภอ ศรี ป ระจั น ต ใ นครั้ ง กระโน น การคมนาคมยั ง ไม สะดวกเหมือนปจจุบัน การเดินทางตองอาศัยเรือ

เมลแดง หากจะไปกรุงเทพฯตองใชเวลารวม ๒ วัน หรือเดินทางไปตัวเมืองสุพรรณบุรกี ใ็ ชเวลานาหลาย ชัว่ โมง เด็กทีจ่ บชัน้ ประถมสีน่ อ ยคนนักจะมีโอกาส ไดเรียนตอ โรงเรียนมัธยมเล็กๆ ชื่อ บำรุงวุฒิราษฎร เปดขึน้ กลางตลาด มีวตั ถุประสงคเพือ่ ใหเด็กๆ ได มีโอกาสเรียนในระดับมัธยมเปนสำคัญ เปดสอน มาไดไมกี่ป การคมนาคมก็สะดวกขึ้น ประกอบ กับมีโรงเรียนมัธยมแหงใหมมาเปด โรงเรียนของ มหาสำราญจึงปดกิจการลง เพราะหมดหวงวา

เยี่ยมบานเจาคุณ ชาติภมู สิ ถาน ป. อ. ปยุตโฺ ต อ.ศรีประจันต จ.สุพรรณบุรี

๖๑


เด็กๆ จะไมมีโอกาสไดเรียนตอ ภายหลังจากเลิกกิจการไปแลว ทานมหาฯ เพิ่งมารูวานอกเหนือจากโตะ เกาอี้ กระดานดำ ที่ตกคางอยูภายในเรือนแถวที่ปดตัวเองไป ไดมี อีกสิ่งหนึ่งที่เจริญงอกงามเกินความคาดหมาย ก็ คือ จิตวิญญาณแหงครู ครูแทๆ ที่ปรากฏในตัว ลูกชายคนที่หก...

เมื่ อ เริ่ ม ต น ชี วิ ต ใหม กั บ ท า นมหาหนุ ม แมชุนกี หญิงสาวลูกจีนผูใจเย็น และเกงดานการ ตัดเย็บ งานฝมือตางๆ ก็ไดกลายเปนศูนยกลาง แหงความรักความอาทรของครอบครัว โดยเฉพาะ ในหมูลูกๆ ทั้งหมด เนื่องจากบุคลิกภาพเปน คนใจดี ขยันอยางยิ่งยวด ทั้งยังอดทนใหความ สำคัญแกคนอื่นกอนตนเอง ซึ่งคุณสมบัติเหลานี้ ลวนถายทอดมายังลูกชายคนเล็กที่แมรักอยางยิ่ง และบางที ด ว ยคุ ณ สมบั ติ เ หล า นี้ เ องได กลายเปนสิ่งที่สวางเรือง ประดับเหนือแกวปญญา อันสูงยอดแหงปราชญใหเพียบพรอมในกาลตอมา ครอบครัวอารยางกูร เปนครอบครัวคนชัน้ กลาง ทำธุรกิจการคา แตฐานะไมไดมั่งคั่ง เพราะมีคา ใชจา ยมาก อันเนือ่ งมาจากทานมหาฯมีลกู หลายคน และใหความสำคัญอยางยิ่งตอการศึกษาเลาเรียน พยายามสงเสียลูกชายใหไดเรียนสูงๆ ไปตามกำลัง

๖๒

ความสามารถ นอกเหนือไปจากการอบรมสั่งสอน ในครอบครัวในเรื่องความซื่อตรง ซึ่งทานเล็งเห็น วาเปนหัวใจสำคัญของการประกอบการคา ลำพังกิจการรานคาผาเล็กๆ ไมเพียงพอที่ จะเลี้ ย งดู ส ง เสี ย ลู ก ชายวั ย กำลั ง เรี ย นถึ ง ห า คน ชีวิตของทานมหาฯ จึงริเริ่มทำกิจการอื่นๆ อยู เสมอ ทั้งกิจการโรงสีที่รวมหุนกับญาติพี่นอง จน เปนโรงสีที่ได รับความเชื่ อถืออยางยิ่งในยุ คนั้น เนือ่ งจากทานมหาฯ ปฏิเสธระบบการชักเปอรเซ็นต เพราะถือวาตนเคยบวชเรียนมาแลว มีความรูสูง ไมควรเอาเปรียบชาวนา นอกจากไมเอาเปรียบยัง พรอมจะชวยเหลือเกื้อกูลผูอื่น นอกจากนี้ยังใชพื้นที่ของโรงสีเปดโรงเรียน สอนตัดเสื้อสตรีขึ้น เพราะเห็นวาภรรยามีความ สามารถทางการตัดเย็บ ทัง้ ไดเชิญครูจากโรงเรียน สอนตัดเสื้อจากกรุงเทพฯมาสอน และเปนตัวแทน จำหนายจักรเย็บผาของบริษทั หลุยส ที เลียวโนเวนส ตอมาในชวงหลังกิจการโรงสีไดเปลี่ยนมือ ไปอยูในความดูแลของญาติพี่นองฝายทานมหาฯ ตัวทานจึงหันมาทำโรงถาน และรับเหมาขนถม ดินลูกรัง หลายต อหลายครั้ งที่ ครอบครัวเผชิญกับ ปญหาตางๆ อันเนื่องมาจากความเจ็บปวยของ ทานมหาฯ เอง หรือคุณแมชุนกี ที่สงผลกระทบ ถึ ง รายได แต พื้ น ฐานของครอบครั ว ที่ รั ก ใคร กลมเกล���ยวกัน ประกอบกับคุณธรรมหลายขอที่ เด็กๆ ไดรับการพร่ำสอน อบรม รวมถึงความ อดทนเขมแข็งของบุพการี ทำใหสามารถผานพน วิกฤตนั้นมาไดเสมอ ตลอดชีวิตแมจะตองแบกภาระในการหา เลี้ยงครอบครัว แตทานมหาฯ ก็มิไดละเลยในการ อบรมสั่งสอนลูกใหดำเนินชีวิตไปบนครรลองที่ถูก ที่ควร สิ่งนี้กระมังที่เปนพื้นฐานอันสำคัญยิ่ง ที่จะ ทำใหเด็กๆ เติบโตขึ้นมาเปนคนดี


ทายเลม บทความจากกองบรรณาธิการ

จากกองบรรณาธิการกลางสถาบันอาศรมศิลป เรารอยเรียงใจความสำคัญของเรื่องเลาที่มาจาก ตนฉบับที่ไดรับการคัดเลือกแลวจาก ๘ ภูมิภาค ทั่วประเทศ สิ่งหนึ่งที่เราเห็นในความเปนโรงเรียน วิถพี ทุ ธ คือ ในนัน้ มีครูทม่ี คี วามรัก มีความหวงใย ในเด็ก มีเด็กที่ตองการความรัก ตองการเรียนรู มีชมุ ชนรอบโรงเรียนทีเ่ ปนสภาพแวดลอมการเรียนรู ใหแกเด็กครู และชุมชน อยางแยกออกจากกัน ไมได สัมพันธภาพทีก่ อ ตัวขึน้ นัน้ หยัง่ ราก ผลิดอก ออกผล ผานกิจกรรมในรูปแบบตางๆ และออก มาจากจิ ต ใจที่ ต อ งการพั ฒ นามนุ ษ ย โดยใช เครื่องมือเดียวกันที่เรียกวา “การศึกษา” การศึ ก ษา...เรื่ อ งเล า มากมายในเล ม ที่ ทำใหเราไดเห็นแลววาความเรียบงายของวิถไี ทยนัน้ ไปกันดวยดีกบั การศึกษา มันงดงามและเปย มดวย พลังความผูกผัน จากครูสเู ด็ก จากเด็กสูค รอบครัว จากครอบครัวสูชุมชม และสายใยความผูกผันนี้ ก็ถักรอยแผขยายออกไป จนทำใหเรารับรูวาทุก คนมีเปาหมายเหมือนกัน คือ ความสุข ความสุข ที่จะเกิดขึ้นในโรงเรียน ความสุขที่จะเกิดขึ้นใน ครอบครัว ความสุขที่จะเกิดขึ้นในชุมชน และมัน คงไมดเี ลยถา จะมีใครสักคนในชุมชน ในครอบครัว ในโรงเรียนหรือแมแตในหองเรียนไมมีความสุข...

*

เราเชือ่ วาขณะนี้ ทุกทานกำลังสรางสัมพันธ แหงความสุขและความดี เหมือนดังเชนบทความ ที่ทุกทานสงมา ที่ไดทำหนาอยางดี ทำใหเราได เห็นวาการทำความดีนั้นเปนรากฐากสูความสุข เรายังรูส กึ อบอุน และดีใจทีไ่ ดรวู า กำลังมีใครทำอะไร อยูท ไี่ หนบาง และทัง้ หมดนัน้ มุง ไปเพือ่ การศึกษาทีจ่ ะ นำเราไปสูค วามสุขเทาทีม่ นุษยพงึ่ มีตามหลักวิถพี ทุ ธ ทายนี้ทางกองบรรณาธิการกลางสถาบัน อาศรมศิลป อยากขอแนะนำหนังสารคดีเรือ่ งเยีย่ ม จากญี่ปุน “Children full of life” * สารคดี เรื่องนี้ไดการยอมรับดวยรางวัลชนะเลิศมาแลว เรือ่ งราวนัน้ เกิดขึน้ ทีโ่ รงเรียนประถมในเขตคานาซาวา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียว ครูโทชิโร คานามูริ ครูประจำชัน้ ของนักเรียน ป. ๔ ไดแสดง ใหเห็นถึงวิธีการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องความ เมตตาบนความเข า ใจในธรรมชาติ ข องเด็ ก ครูกานามูริ ใชวิธีใหนักเรียนของเขาเขียนสมุด บันทึกและอานใหเพื่อนฟงเปนประจำ ซึ่งทำให เด็กๆ ของเขาไดเรียนรูและเติบโต จนเขาใจถึง ความสำคัญของการใสใจในเพื่อน ความหมาย ของการมีชีวิต และหนทางที่จะสรางความสุข นี้ อาจเปนอีกตัวอยางเรื่องราว ที่สรางวิธีการและ พลังใจใหกับเราได ขอขอบคุณ

สามารถหาชมไดผานทางเว็ปไซตโดยพิมพ “Children full of life” Director by Noboru Kaetsu หรือทางเวปไซตอาศรมศิลป www.arsomsilp.ac.th ๖๓


รายชื่อโรงเรียนในวารสารวิถีพุทธฉฉับบที่ ๒ ภาคเหนือตอนบน โรงเรียนรองเคาะวิทยา ลำปาง เขต ๓ โรงเรียนบานหวยตม ลำพูนเขต ๒ พระอธิการหนุย ฐิติสัมปนโน พะเยา เขต ๓ โรงเรียนบานดอนสบเปอ นาน เขต ๓ โรงเรียนบานหวยกาน แพร เขต ๓ โรงเรียนบานวนาหลวง แมฮองสอน เขต ๑ รุจิรา เตชะนันท นาน เขต ๒ ศรีนวย สำอางศรี ลำปาง เขต ๒ โรงเรียนบานขอบดง เชียงใหม เขต ๓ โรงเรียนบานหลายฝาง เชียงใหม เขต ๓ โรงเรียนประชาราชวิทยา ลำปาง เขต ๑ โรงเรียนบานจอมแจง แมฮองสอน เขต ๓ โรงเรียนบานวังลุง (เพชรประชานุเคราะห) แมฮองสอน เขต ๒ โรงเรียนดงเจนวิทยาคม พะเยา เขต ๑ โรงเรียนปาตาลบานธิพิทยา ลำพูน เขต ๓ โรงเรียนธรรมราชศึกษา เชียงใหม เขต ๑ โรงเรียนวัดชางเคี่ยน เชียงใหม เขต ๑

ภาคเหนือตอนลาง โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม นครสวรรค เขต ๑ โรงเรียนบานหนองโมก กำแพงเพชร เขต ๒ โรงเรียนวัดวังมะเดื่อ พิจิตร เขต ๑ โรงเรียนบานหวยยศ อุตรดิตถ ๒ โรงเรียนบานน้ำกอ เพชรบูรณ ๒ โรงเรียนอนุบาลบรรพตพิสัย นครสวรรค เขต ๒ โรงเรียนวัดหวยเรียงใต พิจิตร เขต ๒ ประสมพร ประจันตะเสน พิษณุโลก เขต ๑ โรงเรียนบานหวยคอม อุตรดิตถ เขต ๒ โรงเรียนวัดปากหวยไมงาม ตาก เขต ๑ โรงเรียนวัดประชาสรรค นครสวรรค เขต ๓ โรงเรียนบานเขาวง อุทัยธานี เขต ๒ โรงเรียนบานยาวี-หวยโปง เพชรบูรณ เขต ๑ โรงเรียนจำรูญชัยพฤกษราษฎรวทิ ยา กำแพงเพชร เขต ๑ โรงเรียนวัดเสนาสน พิษณุโลก เขต ๓ โรงเรียนชุมชนไผลอมวิทยา อุตรดิตถ ๑

ภาคอีสานตอนบน โรงเรียนสามหมอโนนทัน ขอนแกน เขต ๒ โรงเรียนอนุบาลเลย เลย เขต ๑ โรงเรียนบานกอกโนนแต ขอนแกน เขต ๓ พิษณุ สิงหสถิตย เลย เขต ๓ โรงเรียนบานดอนกลาง นครพนม เขต ๒ โรงเรียนบานเพีย สกลนคร เขต ๓ โรงเรียนบานหนองผือ หนองคาย เขต ๑ โรงเรียนบานบอพนา หนองคาย เขต ๓ โรงเรียนบานโคกมุนเหลาสวรรค อุดรธานี เขต ๓ โรงเรียนบานกระนวนซำสูง ขอนแกน เขต ๔ ๖๔

โรงเรียนบานโนนนกหอ (เพ็งแสนวิทยา) อุดรธานี เขต ๑ โรงเรียนกุงแกววิทยาคาร หนองบัวลำภู เขต ๑ โรงเรียน บานหนองแรง ขอนแกน เขต ๓ โรงเรียนผาเทิบวิทยา มุกดาหาร โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล นครพนม เขต ๑

ภาคอีสานตอนลาง โรงเรียนบานสรางมวงสมเสี้ยว อุบลราชธานี เขต ๕ โรงเรียนบานทมอ (เดื่อราษฎรบำรุง) สุรินทร เขต ๓ โรงเรียนหนองพอกวิทยา รอยเอ็ด เขต ๓ โรงเรียนบานหัวชางโคกมวง มหาสารคาม เขต ๒ จำรูญศักดิ์ ศรีประทุม กาฬสินธุ ๑ โรงเรียนบานขามเรียน มหาสารคามเขต ๒ โรงเรียนบานหนองแสง มหาสารคาม เขต ๓ โรงเรียนตั้งใจวิทยาคม สุรินทร เขต ๑ โรงเรียนรอยเอ็ดวิทยาลัย รอยเอ็ด เขต ๑ โรงเรียนบานดอนกลอย อุบลราชธานี เขต ๑ โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา ศรีสะเกษ เขต๓ โรงเรียนบานทุงแต ยโสธรเขต ๑ โรงเรียนเมืองใหมสุวรรณภูมิ รอยเอ็ด เขต ๒ โรงเรียนบานแก ศรีสะเกษ เขต ๔ โรงเรียนบานโคกลาม มหาสารคาม เขต ๑ โรงเรียนขุมคำวิทยาคาร อุบลราชธานี เขต ๒ โรงเรียนบานนาแมด อุบลราชธานี เขต ๒ โรงเรียนฆองชัยวิทยาคม กาฬสินธุ เขต ๒ โรงเรียนบานน้ำคำใหญ ยโสธร เขต ๑

ภาคประตูอีสาน โรงเรียนนางรองพิทยาคม บุรีรัมย เขต ๓ โรงเรียนบานหนองศาลาปาชาด ชัยภูมิเขต ๒ โรงเรียนบานดอดถั่วแปปพัฒนา นครราชสีมา เขต ๖ โรงเรียนบานคลองตาหมื่น ปราจีนบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานซับเจริญสุข ชัยภูมิ เขต ๓ โรงเรียนปญญาประทีป นครราชสีมา เขต ๔ โรงเรียนบานคลองทราย สระแกว เขต ๑ โรงเรียนสุนทรวัฒนา ชัยภูมิ เขต ๑ โรงเรียนบานดาน (ราษฎรบำรุง) สระแกว เขต ๑ โรงเรียนบานหนองมะคา ลพบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานบุวิทยาสรรค บุรีรัมย เขต ๒ โรงเรียนโคกลำพานวิทยา ลพบุรี เขต ๑ โรงเรียนหนาพระลาน (พิบูลสงเคราะห) สะบุรี เขต ๑ โรงเรียนอุดมอักษรพิทยาคม บุรีรัมย เขต ๔

ภาคกลาง-ตะวันออก โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ นนทบุรี เขต ๑ โรงเรียนมโนรม ชลบุรี เขต ๓ โรงเรียนสังวาลยวิทย ๖ จันทบุรี เขต ๒ โรงเรียนชุม���นวัดปราสาท อางทอง โรงเรียนบานยางเอน ระยอง เขต ๒

สำนักศึกษานิเทศก นนทบุรี เขต ๒ โรงเรียนการทำมาหากินวัดโพธิ์เฉลิมรักษ ฉะเชิงเทรา เขต ๑ โรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม พระนครศรีอยุธยา เขต ๒ โรงเรียนวัดแสนภุมราวาส ฉะเชิงเทรา เขต ๒ วัดใหญ สมุทรปราการ โรงเรียนบานบางจาก สมุทรปราการ เขต ๑ โรงเรียนวัดถั่วทอง ปทุมธานี เขต ๑ โรงเรียนวัดนาพราว ชลบุรี เขต ๓ โรงเรียนเปรมประชากร ปทุมธานี เขต ๑ โรงเรียนวัดหนองแขม กรุงเทพมหานคร ๓

ภาคตะวันตก-ใตตอนบน โรงเรียนบานราชกรูด ระนอง โรงเรียนสามัคคีอนุสรณ สุราษฎรธานี เขต ๓ โรงเรียนบานตรอกสะเดา กาญจนบุรี เขต ๔ โรงเรียนบานสะเตย กาญจนบุรี เขต ๔ โรงเรียนดานสิงขร ประจวบคีรีขันธ เขต ๑ ปราณี โสภณ เพชรบุรี เขต ๒ โรงเรียนวัดพราว สุพรรณบุรี เขต ๑ โรงเรียนวชิรธรรมโศภิต เพชรบุรี เขต ๑ โรงเรียนธงชัยวิทยา ประจวบคีรีขันธ เขต ๑ โรงเรียนคงคาราม เพชรบุรี เขต ๑ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา สุพรรณบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานพุมวงราษฎรบำรุง ราชบุรี เขต ๑ โรงเรียนวัดสระพังลาน สุพรรณบุรี เขต ๒ โรงเรียนวัดชองลาภ ราชบุรี เขต ๑ โรงเรียนบานหนองตาเย็น ประจวบคีรีขันธ เขต ๒

ภาคใตตอนลาง พินสร ภูเก็ต โรงเรียนตนบากราษฎรบำรุง ตรัง เขต ๑ โรงเรียนบานเจะบิลัง สตูล โรงเรียนวัดโรงเหล็ก นครศรีธรรมราช เขต ๔ โรงเรียนบานจำปา นครศรีธรรมราช เขต ๒ โรงเรียนวัดรังสิตาวาส ยะลา เขต ๑ โรงเรียนบานตอหลัง นราธิวาส เขต ๒ โรงเรียนบานชะอวด นครศรีธรรมราช เขต ๓ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๕๒ (ชุมชนบานตนไพ) ปตตานี เขต ๒ โรงเรียนสตรีภูเก็ต ภูเก็ต โรงเรียนยะหาศิรยานุกูล ยะลา ๒ โรงเรียนบานบอทราย พัทลุง เขต ๑ โรงเรียนวัดชองเขา สงขลา เขต ๓ โรงเรียนบานยุโป (รุงวิทยา) ยะลา เขต ๑ โรงเรียนวัดควนกอ นครศรีธรรมราช เขต ๓ โรงเรียนวัดทรายขาว สงขลา เขต ๑


ทานเจาคุณฯ พูดเสมอวาหากจะพัฒนาเด็กไทย ตองสอนใหมี ความใฝรู เมื่อรูแลว แตยังไมชัด ก็มีความใฝใจที่จะหาความรูตอไป เพื่อใหรูชัดเจน แจมแจง อยางถึงที่สุด ถาเปนอยางนี้ไดเด็กนั้นจะมี ความสุขในการหาความรูในการเลาเรียนศึกษาเอง โดยไมตองใช ความสุขจัดตั้งอยางที่เปนอยู ความสุขจัดตั้งก็คือ ความสุขที่ผูใหญ คอยจัดสรร ปรุงแตง กระบวนการเลาเรียนศึกษาใหมันสนุก แตไม รูตัววาไมไดปลุก “ปจจัยภายใน” ใหเด็กมีความสุขดวยตัวเอง ตัวผูใหญเหมือนผูจัดสรร ใหบริการใหเด็กมีความสุข สนุกสนาน พอทำอยางนี้เด็กจะรูสึกสนุก แตโลกที่เปนจริงไมมีคนคอยมาจัดสรร หรือคอยใหบริการ อยางนั้นเด็กจึงตองมีความสามารถที่จะอยูได ในโลกที่เปนจริงได อยางมีความสุขและอยางดีที่สุดดวย ทำอยางไร เด็กจะมีความสุขได ก็ตองสรางปจจัยภายในใหเขาสามารถมี ความสุขไดดวยตนเอง ไมตองอาศัยความสุขจัดตั้ง สิ่งสำคัญก็คือ ทำอยางไรจะพัฒนาใหเด็กเกิดมีปจจัยภายในที่จะใหเด็กมีความสุข ในการเรียนรูจนกระทั่งไมตองอาศัยครู หรือพอแมมาคอยชวยเหลือ เด็กก็มีความสุขในการเรียนรูไดดวยตัวของตัวเอง จากหนังสือ วิถีแหงปราชญ : ปฏิปทา จริยาวัตร ของพระพรหมคุณาภรณ (ป.อ. ปยุตฺโต) บทที่ ๖๐

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สนใจอานวารสารของภูมิภาคอื่นไดที่เว็ปไซต

http://inno.obec.go.th


เล่ม ๒-๑ ภาคกลาง-ตะวันออก ปี ๕๓ สิงหาคม