Issuu on Google+


ปที่ ๔ เลมที่ ๑๐ วารสารการศึกษาวิถีพุทธเพื่อการตื่นรูและเบิกบาน

ประจำเดือน ธันวาคม ๒๕๕๖

บทบรรณาธิการ

“๗๖๐ เรื่องราวความดี ตลอดระยะ ๓ ปี ๖ เดือน” เสียงสะท้อนจากหนึ่งในกองบรรณาธิการของเราได้เล่าว่า “...เรื่องราวที่ส่งมานั้น ถึงจะมีความสุขบ้าง มีความทุกข์บ้าง แต่สิ่งส�ำคัญที่ได้เรียนรู้ก็คือ ทุกคนได้แก้ปัญหา ได้พยายาม ทีจ่ ะท�ำ และการทีไ่ ด้รวู้ า่ มีเด็ก มีครู หรือใครก็ตามทีท่ ำ� ความ ดีอยู่ตามที่ต่างๆ ก็ท�ำให้ฉันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก หาก ฉันเป็นครู คิดว่าคงได้นำ� ความรู้นี้ไปใช้แน่นอน เพราะในนี้มี เรื่องราวของเด็กเยอะมาก ท�ำให้รู้จักเด็กมากขึ้น” สุดท้ายนี้กองบรรณาธิการ “รู้ ตื่น และเบิกบาน” ขอ กล่าวค�ำขอบคุณและกล่าวลาผู้อ่าน นักเขียน และผู้เกี่ยวข้อง ทุกท่าน ขอจงสุขสันต์ในวันปีใหม่และตลอดไป กองบรรณาธิการ

สารบัญ

ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

“ให้ความรัก ก่อนให้ความรู้” บทเรียนจากครูสมพร ตักบาตร ตักบุญ สูตรคูณท่องได้ สุขภาพกายแข็งแรง บันทึกความดีมีคุณธรรม ตามพระราชด�ำรัส

๑๖

๔ ๖ ๘ ๙

สระน�้ำ ต้นยอ กอไผ่ สร้างวินัย ใส่ใจคนรอบข้าง ความสุขที่แท้จริงเกิดจาก สติ กิจกรรมล้างเท้าแม่ ศิลปะแม่ไม้มวยไทยพิชิตสูตรคูณ รู้ตื่น รู้เบิกบาน กิจกรรม “เธอ คือ แรงบันดาลใจ”

๑๙

๙ ๑๐ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓

ถึงครู ผู้ถ่ายทอด ๓ x ๘ = ๒๓ ?

๑๖

ประสบการณ์สอนใจ l รุ่นใหญ่

ครูคู่คุณธรรม หัวใจที่พองโต น�ำ้ ใจ... ยิ่งให้ยิ่งได้

๑๘ ๑๙ ๒๐


สารบัญ

พึง่ ตืน่ ...ไม่ชนื่ บาน หยาดเหงือ่ แรงกาย ขายร่าง สร้างคลังความรู้ สู่โรงเรียน เด็กหญิงยอดนักสู้ “หนูแอบ” จากฝันสู่ฝัน เงาที่ผ่านไป เธอคือความหวัง เมื่อฉันแก่ตัวลง... เชื่อหรือไม่...แรงอธิษฐานช่วยชีวิตคน ครูดีที่ฉันเห็น ครูพุทธสอนคริสต์ บังเอิญที่เป็นตัวส�ำรอง น้องอ้ายกับชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ ต้นกล้าความดีที่เรามองผ่าน พลิกผันสู่ชีวิตใหม่… จุดเริ่มต้น เบิกบานในวันร่วงโรย สะบายดีหลวงพระบาง จิตอาสา ยิ่งให้... ยิ่งได้... ยิ่งเก็บไว้... ยิ่งจน

๒๒ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๖ ๒๗ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๔ ๓๕ ๓๕ ๓๖ ๓๗

ประสบการณ์สอนใจ l รุ่นเล็ก

ผู้ประพฤติดีย่อมได้รับความสุข ค่าย “เติมรัก เติมหัวใจ ห่างไกลสิ่งเสพติด” ชีวิตเปลี่ยนไป เมื่อได้อ่านหนังสือ

๔๕

๓๓

๔๐ ๔๐

๔๑

เปิดบ้านรับอาเซียน เรื่องดีๆ ที่วัดป่าอุดมเจริญธรรม

เพลินเรียน เพลินรู้

๔๒ ๔๓

เด็กดีของสังคม ๔๔ ทัศนศึกษา ๔๔ ยิม้ ง่ายไหว้สวย...ตัวตนของการสะท้อน ๔๕ ธรรมชาติและวัฒนธรรม บวชสามเณรภาคฤดูร้อน ๒๕๕๖ ๔๕ ๔๖ สวดมนต์สร้างสมาธิ จิตสว่างทางสู่สวรรค์ ๔๖ “สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวิถพี ทุ ธล้านนา” ๔๗ ๔๗ ต้นทุน...ความดี ฮีโร่สายพันธุ์ดี ๔๗ เด็กดี เก็บได้ ๔๘ ค่ายอาสาพัฒนาพี่ช่วยน้อง ๔๘ สร้างแหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๔๙ นักเรียนจิตอาสาช่วยงานศพ ในความเป็นเอกลักษณ์ของต�ำบลไผ่ขอดอน ความพอเพียง...ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม ๔๙ สร้างทุน เพิ่มบุญ ครอบครัวอบอุ่น ๕๐ เรียนรู้ร่วมกันสานสัมพันธ์สร้างเครือข่าย ๕๐ นวัตกรรมสร้างคนดี ที่ท่าบอนฯ ๕๑ (ธนาคารบุญ) หนูน้อยจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุ ๕๑

๔๙

ความรู้พึงประสงค์

แพ้อย่างผู้ชนะ พระพุทธศาสนากับการแก้ปัญหา รักในวัยเรียน ก�ำลังใจ วิถีพุทธ วิถีไทย วิถีพะเยา เที่ยวชมประเพณีโบราณ ณ เมืองแพร่ ชีวิตเป็นสุขในสังคมธุรกิจ ยุคข้าวยากหมากแพง สังคมก้มหน้า น�ำได้ ตามเป็น พลวัต ผี ของชาวล้านนาไทย สร้างส�ำนึกการรับรู้ “ผี” ในความทรงจ�ำร่วมของผู้คน ปรัชญาการด�ำเนินชีวิตจาก... หนู ๕ ส. กับการพัฒนาคุณธรรม เคล็ด (ไม่) ลับในการท�ำข้อสอบ ให้ได้คะแนนดีๆ สิ่งที่เรามองข้าม สามัคคีเพื่อชาติ

๕๒ ๕๒ ๕๓ ๕๓ ๕๔ ๕๔ ๕๕ ๕๕ ๕๖ ๕๗ ๕๗ ๕๘ ๕๙ ๕๙

รายชื่อผู้ส่งบทความ ๖๐ ในวารสารวิถีพุทธ “รู้ ตื่น และเบิกบาน” ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๐

ทีป่ รึกษา ดร.บรรเจอดพร สูแ่ สนสุข ทีมงานทีป่ รึกษา น.ส.อัมพร หุตะสิทธิ์ นางเกศกัญญา อนุกลู น.ส.อุมาภรณ์ พัฒนะนาวีกลุ นายพรหมเทพ สุขศิริสัมพันธ์ นายสมประสงค์ อนุรักษ์ชื่นชม ที่ปรึกษาบรรณาธิการ รศ.ประภาภัทร นิยม กองบรรณาธิการ ณภัทร ชัยชนะศิริ เข็มเพชร ระหว่างงาน โชติกา นิตยนันภ์ ศุภสร จันทร์ศรีสุริยะวงษ์ ผู้สนับสนุน ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) (http://inno. obec.go.th) ขอขอบคุณ หนังสือ My King ในหลวงของเรา National Geographic Society, หนังสือ พลิกโลกเหนือความคิด จัดท�ำโดย สถาบันอาศรมศิลป์ (www.arsomsilp.ac.th) 2


ไม่มีเงินก็สามารถทำ�บุญได้ ด้วยการงดสิ่งเสพติด งดอบายมุข ก็ถือว่าได้บุญแล้ว รักษาศีล ไม่ประพฤติตนเป็น คนเกเรอันธพาล ไม่เป็นหนี้เป็นสินหรือไม่ใช้จ่ายให้เกินตัว ทำ�ชีวิตให้โปร่งเบา เหล่านี้ไม่ต้องใช้เงิน ก็นับเป็นการ ทำ�บุญที่อานิสงส์ไม่แพ้การให้ทานแต่ประการใด จากเรื่อง ทำ�บุญอย่างถูกวิธี ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน โรงเรียน วัดหนองหอย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

ดวงใจครูอุทิศศิษย์ที่รัก ชีวิตครูอยู่ปลอบขวัญจนวันตาย

กายสมัครเคียงข้างไม่ห่างหาย วิญญาณหมายรักศิษย์นิจนิรันดร์

จากเรื่อง การพาศิษย์รักทำ�ความดีเพื่อแผ่นดินเกิด ภาค อีสานตอนล่าง ผู้เขียน พิมพ์ใจ โควสุรัตน์ โรงเรียน ชุมชนบ้านหนองขุ่น ต.ยางโยภาพ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เขต ๑

นั ก การศึ ก ษาทั้ ง ในประเทศ และต่ า งประเทศ ได้ ศึ ก ษาและ กำ�หนดเป็นทฤษฎี หลักการ และแนวทางที่เกี่ยวกับคุณธรรม จริ ย ธรรมไว้ อ ย่ า งหลากหลาย โดยสรุ ป เชื่ อ ว่ า คุ ณ ธรรม จริยธรรมไม่ใช่สิ่งที่ติดมาแต่กำ�เนิด แต่จริยธรรมเกิดจาก สิ่งแวดล้อมเป็นสำ�คัญ แต่คุณภาพในการเรียนรู้ และสั่งสม จริยธรรมแต่ละคนแตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบที่มี ปฏิสัมพันธ์ของเด็กกับสิ่งแวดล้อม ๔ อย่าง คือ ความถี่ ของประสบการณ์เด็กจากสิ่งแวดล้อม ชีวิตเด็กในจุดใดที่มี สิ่งแวดล้อมให้ประสบการณ์ ต้นแบบของคนในสังคมที่อาศัย อยู่ และผลพวงของการแสดงออกทางจริยธรรมในสังคมนั้น

ความสุ ข ที่ แ ท้ จ ริ ง ไม่ ใ ช่ อ ยู่ ที่ วั ต ถุ ที่ ไ ด้ ม า แต่อยู่ที่การได้มาของวัตถุนั้นไม่สร้างความ เดือดร้อนให้กับตนเองและผู้อื่นต่างหาก จากเรื่อง คลิปวิดีโอ ภาค อีสานตอนล่าง ผู้เขียน กรกต วาสิทธิ์ โรงเรียน ทรายทองเฉลิมวิทย์ จ.ร้อยเอ็ด เขต ๓

จากเรื่อง สร้างคนดี...สร้างวิถีชีวิต และจิตที่เบิกบาน ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน ผู้เขียน ประสาน ลักษณาวงศ์ โรงเรียน ธงชัยวิทยา ม.๕ ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

ภาพจากเรื่อง สร้างคนดี...สร้างวิถีชีวิต และจิตที่เบิกบาน

3


ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

“ให้ความรัก ก่อนให้ความรู้” บทเรียนจากครูสมพร

ภาค เหนือตอนบน เรื่อง ปิยธิดา บุนนาค โรงเรียน โป่งแพร่วิทยา ม.๒ ถ.เด่นห้า-ดงมะดะ บ้านป่าซางใต้ ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลา จ.เชียงราย เขต ๒

ภาพ : oknation.net

4

หน้าทีข่ องครูไม่ใช่เพียงสอนหนังสือ แต่ครูทำ� มากกว่า นั้น คือ “สอนคนให้เป็นคน สอนด้วยความรักความเมตตา” “การเรียนหนังสือเป็นหน้าทีอ่ ย่างหนึง่ ทุกคนมีหน้าที่ ทีต่ อ้ งเรียน ถึงแม้วา่ จะอยากเรียนหนังสือหรือไม่กต็ าม ค�ำว่า หน้าที่หมายถึง สิ่งที่จะต้องท�ำ ถือเป็นความรับผิดชอบอย่าง หนึ่ง นักเรียนมีหน้าที่เรียน ครูมีหน้าที่สอน ดังนั้นเรามาท�ำ หน้าที่ของเรากันเถอะ” เป���นประโยคที่ฉันมักพูดกับนักเรียนเสมอ เมื่อเห็น สีหน้าแววตานักเรียนทีร่ สู้ กึ เบือ่ หน่ายกับวิชาทีฉ่ นั สอน เหมือน กับว่าถูกบังคับให้มาเรียน ฉันได้คดิ แต่วา่ เด็กสมัยนีช้ า่ งไม่มี ความอดทนเอาเสียเลย เอาแต่เล่นสนุกไปวันๆ.... “การศึกษาของเราทุกวันนีส้ ร้างความทุกข์ให้กบั คนทัง้ แผ่นดิน” เป็นข้อความที่ปรากฏในหนังสือครูสมพร คนสอน ลิง ที่มีใครไม่รู้ลืมทิ้งไว้ในห้องประชุม ฉันรีบหยิบขึ้นมาอ่าน เป็นเรื่องราวของชายแก่ไร้ปริญญาทางการศึกษาคนหนึ่ง แต่ สามารถสอนสัตว์ เช่น ลิง ให้สามารถเก็บมะพร้าวได้ “การเรียนอย่างมีความสุขโดยไม่ใช้เวลาสอนนานจน ศิษย์ลิงเบื่อ และไม่อยากเรียน แต่ศิษย์ลิงของครูสมพรได้ เรียนรู้จากการเล่น และเรียนอย่างมีความสุข” ฯลฯ ค�ำพูดของครูสมพรในหนังสือเล่มนั้นสะท้อนวนเวียน อยูใ่ นความรูส้ กึ ของฉัน การอ่านหนังสือเล่มนัน้ เป็นจุดเปลีย่ น มุมมองการเป็นครูครั้งใหญ่ในชีวิตของฉัน ฉันมองย้อนดู ตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นครู ฉันตระหนักถึงหน้าที่ของคน


การเรียนอย่างมีความสุขโดยไม่ใช้เวลาสอนนานจนศิษย์ลิงเบื่อ และไม่อยากเรียน แต่ศิษย์ลิง ของครูสมพรได้เรียนรู้จากการเล่น และเรียนอย่างมีความสุข เป็นครูคือตั้งใจถ่ายทอดความรู้ พร�ำ่ สอนลูกศิษย์ให้เขาเติบใหญ่ มีอนาคตทีด่ ี ความหมายของ “ครู” ทีฉ่ นั ยึดมัน่ มาตลอดเวลายีส่ บิ กว่าปีเพียงพอหรือยัง ณ วันนีค้ รูสมพรท�ำให้ฉนั พบว่า ครูทแี่ ท้จริง นอกจากจะมีคณุ สมบัตติ ามจรรยาบรรณ และมาตรฐานวิชาชีพแล้ว จะต้องสอนศิษย์ด้วยใจและความรัก ในวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ที่ สอนฉัน ฉันเริ่มเฝ้ามอง สังเกตนักเรียนอย่างละเอียดลออยิ่งขึ้น ลูกศิษย์ของฉันหลายตนเป็นเหา บางคนฟันผุ ผมสกปรก เล็บยาว เสือ้ ผ้าและเครือ่ งแต่งกายไม่สะอาด ซึง่ เป็นปัญหาด้านอนามัยส่วน บุคคลที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความส�ำเร็จในการเรียน ฉันเริ่มหาเทคนิควิธีการสอนอย่างหลากหลายเข้ามาเสริม การเรียนการสอนแบบเดิมๆ เพือ่ ตอบสนองความแตกต่างระหว่าง บุคคลให้มากขึ้น ใช้เกม นิทาน และกิจกรรมมากมายท�ำให้เด็ก ได้เรียนอย่างมีชวี ติ ชีวา และมีความสุขในการเรียน ไม่ดดุ า่ เฆีย่ นตี ท�ำให้มีบรรยากาศในการเรียนรู้ที่ดี เด็กได้เรียนรู้จากการท�ำโครง งานในเรื่องที่สนใจ โดยใช้เทคนิคหลากหลายรูปแบบน�ำมาผสม ผสาน ให้ฝกึ คิด ฝึกปฏิบตั ิ ฝึกเผชิญปัญหาเพือ่ ค้นหาค�ำตอบด้วย ตนเอง จากประสบการณ์ตรงกับแหล่งความรูเ้ บือ้ งต้น จนสามารถ สรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง แล้วฉันก็ได้ค้นพบสิ่งที่มีค่าสูงยิ่งจากการสอนด้วยใจ คือ ความสุข สนุกสนานจากการเรียนรู้ ทีส่ ง่ ผ่านทางแววตาใสซือ่ และ รอยยิม้ ของเด็กทีม่ องฉันอย่างชืน่ ชม เด็กๆ ได้เรียนรูน้ อกห้องเรียน อย่างไม่รจู้ กั เหน็ดเหนือ่ ย ปัญหาสุขภาพของเด็กถูกก�ำจัดหมดสิน้ ไปด้วยตัวของเขาเอง แต่ความส�ำเร็จแท้จริง คือฉันได้มอบอาวุธ ส�ำหรับการแสวงหาค�ำตอบในสิ่งที่พวกเขาสนใจไม่มีที่สิ้นสุด จุดประกายความคิด ผ่านวิธีการเรียนรู้ที่ต้องลงมือปฏิบัติและ หาค�ำตอบด้วยตนเอง

ฉันเขียนข้อความตัวใหญ่จากหนังสือครูสมพรสอนลิงคิด ไว้ข้างฝา ด้วยความภาคภูมิใจ และส่งความขอบคุณแด่ครูสมพร ผู้ล่วงลับที่ท�ำให้ฉันเข้าใจความหมายที่แท้จริงของค�ำว่า “ครู” “ครู” มิใช่มหี น้าทีเ่ พียงให้ความรู้ มิใช่เพียงท�ำหน้าทีเ่ ฉพาะ ในห้องเรียน แต่ครูคอื ผูท้ เี่ อาใจใส่ดแู ลศิษย์ทกุ คน ส่งเสริมให้ศษิ ย์ ได้เรียนตามความสนใจและความถนัด ครูคือผู้ที่ค้นพบศักยภาพ ผูเ้ รียน เป็นผูท้ สี่ ามารถชีแ้ นะแนวทางอนาคต และส่งเสริมให้ศษิ ย์ ก้าวไปในทิศทางทีค่ วรจะเป็น หน้าทีข่ องครูไม่ใช่เพียงสอนหนังสือ แต่ครูทำ� มากกว่านัน้ คือ สอนคนให้เป็นคน สอนด้วยความรักความ เมตตา

5


ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

ตักบาตร ตักบุญ ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง ธนวรรณ อิสโร โรงเรียน ถาวรานุกูล ต.แม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม

เมือ่ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึน้ แต่ละคนต่างพากันตืน่ ขึน้ จาก ที่นอนอันแสนนุ่ม อาบน�้ำ แต่งตัว และเดินทางไปโรงเรียน... หมดแล้วภารกิจยามเช้าของทุกวัน แต่วันนี้พวกเราหลายๆ คน คงไม่อยากจะตืน่ มันเช้าเกินไปและยังง่วงอยู่เลย ภารกิจยามเช้า ของวันนี้ไม่เหมือนวันก่อนๆ เพราะครูบอกว่า “อย่าลืม ตักบาตร ก่อนมาโรงเรียนนะคะ” ใช่แล้ว ครูบอกให้พวกเราตักบาตรยาม เช้า และเป็นทีแ่ น่นอนว่าย่อมมีเสียงบ่นพึมพ�ำตามมาติดๆ พร้อม กับใบหน้าฉงน จากนัน้ ครูกน็ งั่ ยิม้ เตรียมพร้อมรับฟังค�ำถามต่างๆ

6

มากมาย “แถวบ้านหนูไม่มพี ระเดินผ่านคะ” “บ้านผมอยูไ่ กล กลัว ว่าถ้ารอพระจะมาโรงเรียนไม่ทัน” “หนูอายคะ” ฯลฯ และสิ่งที่ครู ตอบกลับคือ “ครูเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอคะ” การจัดการเรียนรู้เรื่องหน้าที่ชาวพุทธเพื่อให้สอดคล้องกับ โลกในยุคปัจจุบัน ท�ำให้คุณครูต้องสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้จาก การปฏิบัติจริง มิใช่เรียนอยู่เฉพาะหน้ากระดาษ ท่องจ�ำเป็น นกแก้วนกขุนทอง แต่ไม่สามารถน�ำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจ�ำวัน แล้วการเรียนจะมีความหมายอะไร? อีกทั้งต้องประยุกต์ใช้


หน้ า ที่ ข องครู จึ ง ไม่ ใ ช่ เ พี ย งแค่ ผู้ สั่ ง การให้ นั ก เรี ย นทำ � เท่ า นั้ น แต่ ต้ อ งเป็ น ผู้ ส ร้ า งแรง บันดาลใจให้แก่นักเรียน เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์กับการเรียนรู้ การปฏิบัติจริงท� ำให้ นักเรียนเกิดการเรียนรู้ที่คงทน เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และแก้ ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างตรงประเด็น ดังนั้น “หน้าที่ของครูจึงไม่ใช่ เพียงแค่ผู้สั่งการให้นักเรียนท�ำเท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้สร้างแรง บันดาลใจให้แก่นกั เรียน” โดยการปฏิบตั ติ นเป็นแบบอย่าง จากนัน้ จึงรวมกันสร้างกติกาและเงื่อนไขร่วมกัน ครูจะไม่บอกว่าต้องท�ำ อะไร อย่างไร เมือ่ ไร แต่ครูจะเป็นผูส้ ร้างความสงสัยให้กบั นักเรียน จากนั้นนักเรียนจะเป็นผู้ตั้งค�ำถามและค้นหาค�ำตอบด้วยตนเอง เริ่มด้วยการตั้งชื่อกิจกรรมนี้ว่า “ตักบาตร ตักบุญ” แล้วก�ำหนด รายละเอียดกิจกรรม ทัง้ ด้านการแต่งกาย สถานที่ ชิน้ งาน รูปแบบ การส่งงาน และระยะเวลาส่งงาน ในกระบวนการนี้ครูจะต้อง กระตุ้นให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง และควบคุม ไม่ให้หลุดไปจากจุดประสงค์การเรียนรูท้ แี่ ท้จริง จากนัน้ ครูจะเป็น ผู้สรุปอีกครั้งเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน จึงได้ข้อสรุปดังนี้ ๑. การแต่งกาย : แต่งกายที่แสดงถึงความเป็นนักเรียน ได้แก่ ชุดนักเรียน ชุดพละ ชุดลูกเสือ-เนตรนารี ๒. สถานที่ : ตักบาตรยามเช้า ณ หน้าบ้าน ไม่ไปถวาย ภัตตาหารที่วัด ๓. ชิ้นงาน : ถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นจากกล้องถ่ายรูปหรือ โทรศัพท์มือถือ - รูปเห็นหน้าอย่างชัดเจนหรือสามารถระบุได้วา่ เป็นบุคคลใด - มีองค์ประกอบครบถ้วน คือ พระ นักเรียน และ บรรยากาศขณะตักบาตร ๔. รูปแบบการส่งงาน : ส่งไฟล์รูปที่ตัวแทนห้อง โดยเขียน ชื่อ นามสกุล เลขที่ ให้เรียบร้อย จากตัวแทนห้องรวบรวมไฟล์รูป ส่งครู ๕. ระยะเวลาส่งงาน : สามสัปดาห์หลังจากได้รบั มอบหมาย หลักจากเสร็จสิน้ กิจกรรม ครูจะส่งภาพกิจกรรม “ตักบาตร ตักบุญ” ให้ก���บสภาทูตคุณธรรมประจ�ำโรงเรียน เพื่อเผยแพร่

กิจกรรมการเรียนรูท้ สี่ ง่ เสริมคุณธรรมจริยธรรม อีกทัง้ เป็นการเชิญ ชวนนักเรียนในโรงเรียนให้ทำ� ความดี ภายใต้กจิ กรรม “ชวนเพือ่ น ตักบาตร ร่วมสร้างความดี” โดยการส่งภาพตักบาตรยามเช้า มาที่ Facebook Fan Page สภาทูตคุณธรรมโรงเรียนถาวรานุกลู หาก ภาพใดได้รับการกด Like มากที่สุดจะได้รับของที่ระลึก เช่น หนังสือธรรมมะ ซีดบี ทสวดมนต์ เพือ่ ใช้ประโยชน์กบั การเรียนต่อไป การจัดกิจกรรม “ตักบาตร ตักบุญ” และกิจกรรม “ชวน เพื่อนตักบาตร ร่วมสร้างความดี” เป็นแบบอย่างการสร้างความดี ง่ายๆ ทีท่ ำ� ได้ทกุ วัน เพือ่ ให้ได้รจู้ กั การให้โดยไม่มเี งือ่ นไข เป็นการ ละวางความตระหนี่ในใจ ได้สืบทอดวัฒนธรรมประเพณี และได้ บ�ำรุงเลี้ยงพระสงฆ์ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญสืบต่อไป โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่นักเรียนคุ้นชินและใช้กันเป็น ประจ�ำทุกวันในทางสร้างสรรค์ ผลจากการปฏิบัติกิจกรรมท�ำให้ นักเรียนเกิดการเรียนรูท้ งั้ ทางด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ เกิด ความสนุกกับการเรียน เกิดความสุขใจจากการได้ปฏิบัติตนตาม หน้าที่ชาวพุทธที่ดี ภาคภูมิใจที่ได้บอกต่อการกระท�ำความดี ทัศนคติการด�ำเนินชีวิตเปลี่ยนไป สามารถปรับพฤติกรรมการตื่น นอนท�ำให้นาฬิกาชีวิตสมดุลยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากต้องการให้นักเรียน มีพฤติกรรมที่คงทน ต้องมีการปฏิบัติอย่างสม�ำ่ เสมอและติดตาม เป็นระยะ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการปฏิบัติกิจกรรม เพื่อให้ ได้แนวคิดและมุมมองที่แตกต่าง ความส�ำเร็จจากการปฏิบตั ไิ ม่ได้อยูท่ คี่ ะแนนหรือค�ำชืน่ ชม แต่ความส�ำเร็จอยู่ที่ความสุขใจและการส่งต่อบุญให้ผู้อื่นรู้จักการ ท�ำความดี... 7


ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

สูตรคูณท่องได้ สุขภาพกายแข็งแรง

ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง นันทิยา รุ่งเรือง โรงเรียน บ้านในล็อค ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

“ ๒×๑ = ๒ ๒×๒ = ๔ ๒×๓ = ๖ … ๒×๑๒ = ๒๔ ” เด็กน้อยก�ำลังนัง่ จดจ่ออยูก่ บั การท่องสูตรคูณทีละแม่อย่าง ขะมักเขม้น เนื่องจากครูยืนมือเท้าเอว ตาจ้องเขม็งไปยังใบหน้า เล็กๆ ที่เวลานี้ก�ำลังส่งเสียงท่องสูตรคูณอยู่อย่างเอาจริงเอาจัง เพราะสายตาเพชฌฆาตจ้องมองอยู่ และสายตาแบบนีข้ องคุณครู ก็เป็นกันทุกรุน่ ทุกสมัย ครัง้ หนึง่ เคยคิดว่า การท่องสูตรคูณก็ดี อย่างน้อยก็ไม่ทำ� ให้เราสอบตกวิชาคณิตศาสตร์ แต่เป็นอะไรทีน่ า่ เบื่อหน่าย เพราะต้องท่องทุกวัน แม่ ๒ ถึงแม่ ๑๒ ยิ่งสมัยนี้ให้ ท่องถึงแม่ ๒๕ โรงเรียนบ้านในล็อค อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรขี นั ธ์ เป็นแหล่งรวมนักเรียนหลายเชื้อชาติ มีประเพณี วัฒนธรรม และ ค่านิยมที่แตกต่างกัน งานใดที่สั่งให้ท�ำถ้าไม่ท�ำให้เสร็จภายในชั่วโมงก็จะไม่ได้ เห็นงานนัน้ อีกเลย ยิง่ ในเรือ่ งของการท่องสูตรคูณด้วยแล้ว ยากยิง่ ที่จะหานักเรียนที่กลับไปท่องเองที่บ้าน นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ชอบ คณิตศาสตร์ แต่สังเกตได้ว่าพอถึงชั่วโมงพลศึกษาทุกคนจะ ดีใจมาก ท�ำอย่างไรที่จะน�ำ ๒ วิชานี้มาบูรณาการร่วมกัน 8

“สูตรคูณท่องได้ สุขภาพกายแข็งแรง” การน�ำเอากาย บริหารในวิชาพลศึกษา รวมกับการท่องสูตรคูณในวิชาคณิตศาสตร์ บูรณาการเป็นโครงงานคุณธรรม โดยให้นกั เรียนฝึกสติขนั้ พืน้ ฐาน ในรูปแบบการบริหารกายทีค่ วบคูไ่ ปกับการบริหารจิตด้านศาสตร์ และศิลป์ ในขั้นตอนแรกมี ๑๑ ท่า จาก ๑๑ แม่ เปลี่ยนอิริยาบถ โดยการยืน การนั่ง แต่ละท่าเน้นการบริหารลมหายใจเข้าออก พร้อมกับการบริหารโครงสร้างทุกระบบของร่างกาย ทั้งที่เป็น กระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท ระบบการไหล เวียนโลหิต และอื่นๆ พร้อมกับการท่องสูตรคูณ ถือเป็นการออก ก�ำลังกายที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างกายกับจิต โดยใช้หลัก กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ที่ประกอบด้วย ๓ วิธีปฏิบัติ คือ ๑. อาณาปานสติบรรพ คือ การมีสติ ระลึกรูล้ มหายใจเข้าและออก ๒. สัมปชัญญะบรรพ คือ มีสติรู้ว่าก�ำลังท่องสูตรคูณ ๓. อิริยาบถ บรรพ คือมีสติรู้อาการยืนเดินนั่งนอน โครงงานสูตรคูณท่องได้ สุขภาพกายแข็งแรง นอกจากเด็ก จะรูส้ กึ สนุกสนานกับการออกก�ำลังกายแนววิถพี ทุ ธและยังได้ทอ่ ง สูตรคูณ ซึง่ จะส่งผลให้นกั เรียนเป็นคนมีสมาธิ มีสติตงั้ มัน่ สุขภาพ แข็งแรง และมีการจัดระเบียบร่างกายในทางทีถ่ กู ต้อง ซึง่ สามารถ ฝึกฝนได้ในทุกวัน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานที่ ทุกเวลา โดยไม่ตอ้ ง ใช้อุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น


ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

บันทึกความดีมีคุณธรรม ตามพระราชด�ำรัส การได้อ่านหนังสือวัฒนธรรมของ อ� ำ เภอบางแพ กล่ า วถึ ง คุ ณ ธรรม ๙ ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสไว้ สรุปได้คือ พากเพียรอดทน สร้างเสริมคนดี รู้รักสามัคคี มีน�้ำใจ ใฝ่ ประหยัด ซื่อสัตย์สุจริต เศรษฐกิจพอเพียง เรี ย งร้ อ ยไมตรี หวั ง ดี มี เ มตตา ผมน� ำ ข้อความจ�ำนวน ๙ ข้อ น�ำมาจัดท�ำเป็น แบบบันทึกความดี ให้นกั เรียนบันทึกความ ดีที่ได้ท�ำตามสถานที่ต่างๆ เช่นที่บ้าน ที่ ชุมชน ที่วัด ที่โรงเรียน แล้วร่วมวิเคราะห์ กับครูว่าความดีที่นักเรียนเขียนเล่ามานั้น ตรงกับคุณธรรมข้อใด บูรณาการกับวิชา ศิลปะวาดภาพประกอบเหตุการณ์ ระบาย สีให้สวยงาม วิเคราะห์ผลดีเหตุการณ์ที่ท�ำ มาด้วย โดยมี ครู ผู้ปกครอง หรือ ครูพระ สอนศีลธรรม ช่วยวิเคราะห์ในช่วงแรก หลักการเรือ่ งบันทึกความดีนี้ ได้มา จากการอ่านหนังสือวิชาการของกระทรวง

ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง เอี่ยม สมบูรณ์ โรงเรียน วัดท่าราบ ต.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี เขต ๒

ศึกษาธิการ เรื่องการจัดการศึกษาของ ประเทศเวียดนาม ความว่า เขาให้นกั เรียน เขียนบันทึกความดีเกี่ยวกับการช่วยเหลือ ๕ ประการ คือ ช่วยเหลือครอบครัว ช่วย เหลือชุมชน ช่วยเหลือโรงเรียน ช่วยเหลือ ประเทศชาติ ช่วยเหลือส่วนรวม ได้หลัก การท�ำความดีจากหนังสือโอวาทสีข่ องท่าน เหลี ย วฝาน และได้ ห ลั ก การจากพุ ท ธ สุภาษิตว่า สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย (การ สะสมบุญน�ำสุขมาให้) ออกแบบบันทึก ความดีมีคุณธรรมตามพระราชด�ำรัส ๙ ประการ น� ำ พระบรมรู ป ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นสื่อน�ำเข้าสู่บท เรียนก่อนจะเขียนเรื่องเล่าเรื่องพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้นักเรียนฟัง และ บอกวัตถุประสงค์ว่า ในการเขียนบันทึก ความดีนี้ นอกจากจะเป็นการเก็บสะสม เพิ่ ม เติ ม ความดี ข องตนเองแล้ ว ยั ง จะ เป็นการท�ำความดีถวายในหลวงของเราด้วย

สระน�้ำ ต้นยอ กอไผ่ สระน�้ำ ... น�้ำค�ำ น�้ำใจ ต้นยอ ... ค�ำพูดยกย่อง ชมเชย กอไผ่ ... บทลงโทษที่เป็น มาตรฐานเดียวกัน จากการน� ำ ค� ำ สอนของท่ า นพระ ศรีปริยัติเมธีมาใช้ในการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอน ในชั้นเรียนข้าพเจ้ารู้สึกว่า นักเรียนส่วนใหญ่จะชอบครูทใี่ ช้สระน�ำ้ หรือ ค�ำพูดที่ไพเราะ และด้วยธรรมชาติของ

หลังจากสอนชั่วโมงสังคมศึกษาฯ (วิชาพระพุทธศาสนา) เสร็จ จะให้กจิ กรรม บันทึกความดีเป็นการบ้าน หากคนใดผ่าน เกณฑ์ประเมินจากการตรวจงานและสังเกต ความประพฤติ จะให้คำ� ชมเชยและบันทึก ความดีไว้ในขวดบรรจุความดี ส� ำหรับ นักเรียนคนที่เกเรจะมีขวดบรรจุความชั่ว เอาไว้ให้ โดยครูจะเป็นคนบันทึกความผิด ของนักเรียนเอง เสร็จสิ้นโครงการก���ให้ เกียรติบัตรยกย่องเป็นเด็กดีศรีสังคม (ท่า ราบ) ส่วนคนเกเรถ้าไม่เลิกละ ก็ขวู่ า่ จะเปิด ขวดให้ผอ.ดู หรือให้ผู้ปกครองดู ท�ำอยู่ ประมาณ ๓ ปี ความส�ำเร็จเกิดขึ้น ได้รับ ค�ำชมจากผูอ้ ำ� นวยการ เพือ่ นครู ประชาชน พระสงฆ์ ว่าเด็กโรงเรียนวัดท่าราบดีมาก เมื่อส่งกิจกรรมบันทึกความดีนี้ประกวด ก็ได้รับรางวัลทิชเชอร์อวอร์ด ๒ ปีซ้อน

ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง รุจิรัตน์ ฉายแสง โรงเรียน วังมะเดื่อ ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

นักเรียนเวลาท�ำความดี หรือท�ำสิ่งถูกต้อง มักอยากได้ต้นยอหรือค�ำชมเชย แต่สิ่งที่ นักเรียนไม่อยากได้เห็นจะเป็นกอไผ่หรือ การลงโทษ สิ่งที่ได้รับจากการน�ำทั้งสาม ค�ำนี้มาใช้กับนักเรียน ก็คือ เขาจะรักและ เคารพเราอย่างจริงใจ มีปัญหาใดก็จะเข้า มาปรึกษา มีความเชื่อใจและมั่นใจว่าเรา สามารถช่วยเขาได้ และในขณะเดียวกันเขา ก็จะเกรงกลัวไม่กล้าท�ำผิด ด้วยกลัวว่าจะได้

รับกอไผ่แทนสระน�้ำและต้นยอนั่นเอง ประโยชน์ของค�ำสามค�ำนี้นอกจาก จะใช้ในชั้นเรียนแล้ว เรายังสามารถน�ำมา ปรับใช้ทบี่ า้ นโดยคุณพ่อและคุณแม่เป็นผูใ้ ช้ เช่น คอยชืน่ ชมเวลาทีล่ กู ๆ ท�ำความดี หรือ ช่วยเหลืองานบ้าน และปลอบให้ก�ำลังใจ เวลาทีเ่ กิดความผิดพลาด ไม่วา่ เราจะใช้วธิ ใี ด ในการสอนหรือการเลีย้ งลูกก็ตาม สิง่ ทีค่ วร ค�ำนึงถึงคือ ตัวอย่างทีด่ มี คี า่ กว่าค�ำสอน 9


ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

สร้างวินัย

ใส่ใจคนรอบข้าง ภาค อีสานตอนล่าง เรื่อง พิศมัย บุญรอด โรงเรียน ฆ้องชัยวิทยาคม ต. ฆ้องชัยพัฒนา อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ สพม.๒๔

จุดเริ่มต้นในการสร้างวินัยให้กับผู้เรียน คือ ครูต้องรู้จัก สภาพความจริงนักเรียน โดยได้ข้อมูลจากการออกเยี่ยมบ้าน สอบถามพูดคุยกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง บางครั้งต้องสอบถามจาก เพือ่ นบ้านของนักเรียน และคนส�ำคัญทีใ่ ห้ขอ้ มูลครูได้ดคี อื เพือ่ นๆ ในห้องเรียน ที่ส�ำคัญคือความจริงใจและความปรารถนาดี เริ่มแรกให้นักเรียนที่มีวินัยในตนเองรวมกลุ่มกันท�ำเป็น โครงงาน นักเรียนเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลนักเรียนที่ขาดวินัยเรื่อง เวลา ห้องเรียนไหนบ้างที่ไม่ท�ำความสะอาดห้องเรียน ห้องไหน บ้างวางรองเท้าไม่เป็นระเบียบ แต่งกายไม่เรียบร้อย แล้วชักชวน นักเรียนกลุ่มนี้มาร่วมท�ำโครงงานสร้างวินัยโดยให้เป็นกลุ่มเป้า หมาย ศึกษาปัญหาและสาเหตุ ช่วยกันคิดหาวิธแี ก้ไขและฝึกความ มีวินัยให้กับเพื่อนๆ โดยใช้หลักอิทธิบาท ๔ ฉันทะ คือ รักที่จะ

ประพฤติตนดี วิรยิ ะคือพากเพียรทีจ่ ะประพฤติตนให้มวี นิ ยั จิตตะ คือความเอาใจใส่ ทีจ่ ะท�ำตนให้มวี นิ ยั และต้องมีวมิ งั สา คือความ ไตร่ตรองด้วยการใช้ปญั ญา พิจารณาวิเคราะห์เหตุผลว่าท�ำไมวินยั จึงไม่เกิด วิธีการสร้างวินัยให้ประสบความส�ำเร็จคือต้องได้ใจกลุ่ม เป้าหมายก่อน โดยหาผู้น�ำในกลุ่มเป้าหมายเพราะเขาจะสามารถ พูดให้คนในกลุ่มปฏิบัติตามได้ สิ่งแรกที่ต้องปลูกฝังคือความมี ระเบียบวินัยในการคิด แล้วค่อยให้ลงมือกระท�ำให้ตนเองมีวินัย บันทึกกิจวัตรประจ�ำวัน ขอความร่วมมือกับผูป้ กครองในการก�ำกับ ดูแลวินัยนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้าน ครูที่ปรึกษาคอยแนะน� ำพูดคุย เอาใจใส่ให้ก�ำลังใจ นักเรียนผู้รับผิดชอบ ติดตามความมีวินัยที่ บ้านของกลุ่มเป้าหมายโดยออกเยี่ยมบ้าน เมื่อนักเรียนมีวินัยแล้ว ต้องใส่ใจคนรอบข้าง เช่น ท�ำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ดูแล เรื่องการวางรองเท้าของนักเรียน การออกเยี่ยมคนชรา ช่วยกัน ท�ำความสะอาดบริเวณวัด การสร้างระเบียบวินยั เป็นสิง่ ทีด่ ที สี่ ามารถสร้างเยาวชนให้ เป็นผู้มีวินัยในการคิดและการกระท�ำ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นคนที่ ท�ำงานส�ำเร็จได้ดี ดังพุทธสุภาษิต “ยาทิสํ วปฺปาต พีชํ ตาทิสํ อภ เต ผลํ” หว่านพืชเช่นไร ได้ผลเช่นนั้น

ความสุขที่แท้จริงเกิดจาก สติ ภาค กลาง-ตะวันออก เรื่อง จุฑามาศ ภุชงค์ โรงเรียน วัดรำ�พัน ต.รำ�พัน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เขต ๑

การเรียนรู้ของคนเราเกิดขึ้นแตกต่างกันในแต่ละคน และ เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาจนไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน คน ทุกคนเกิดมาบนโลกมีทั้งสุข กลางๆ และทุกข์ ข้าพเจ้ามีโอกาส สนทนาธรรมกับพระ และได้ข้อคิดวิธีบรรเทาทุกข์ พระท่านสอน ให้ข้าพเจ้ามีสติ ท่านถามว่า “รู้จักสติไหม สติคือการรู้สึกตัวอยู่ ตลอดเวลา รู้ตัวทุกขณะ ฝึกใช้ความรู้สึกมองตัวเองให้หมดทั้ง ร่างกาย นัน่ แหละคือการมีสติ รูเ้ ท่าทันตนเองว่าก�ำลังท�ำอะไรอยู”่ ตอนที่พระท่านสอนข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจ แต่เมื่อกลับมาและลอง ท�ำตามในสิ่งที่พระท่านแนะก็ท�ำให้ข้าพเจ้าเข้าใจชัดเจนว่า การ รูจ้ กั ตนเองในทุกขณะหรือการมีสติเป็นการฝึกให้เกิดสมาธิแม้เพียง ในเวลาสั้นๆ ก็ท�ำให้ข้าพเจ้าเกิดการเรียนรู้ รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ชีวิตของเราได้อย่างดี สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับฟังเป็นค�ำสอนและค�ำแนะน�ำที่ดีมาก 10

ที่สุด ทั้งที่แต่ก่อนทุกคนอาจรู้จักกันดีอยู่แล้วและเคยได้ยินเสมอ ว่าท�ำอะไรต้องมีสติ นักเรียนต้องมีสมาธิในการเรียน แต่เป็น แค่สงิ่ ทีร่ มู้ าแบบการบอกต่อ ครัง้ นีส้ งิ่ ทีข่ า้ พเจ้าได้รบั มาเป็นความรู้ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านกระบวนการเรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติมาด้วย ตัวของข้าพเจ้าเอง ผลลัพธ์ที่ได้คือ ข้าพเจ้าได้นำ� ค�ำสอนของพระ ท่านมาช่วยในการอบรมศิษย์ที่โรงเรียน แนะน�ำให้นักเรียนรู้จัก ตนเองในทุกขณะ เป็นการช่วยให้นกั เรียนมีสติไม่เกิดความประมาท ความฟุ้งซ่าน แม้สมาธิที่มีเพียงเล็กน้อยก็ก่อให้เกิดการรับรู้ที่ ยิ่งใหญ่ได้ แต่จะเกิดได้ก็ต้องอาศัยการฝึกฝนสะสมเรื่อยไป เมื่อ วันเวลาผ่านไป ความเข้มข้นในสิ่งที่ฝึกฝน ก็ย่อมเกิดผลมากขึ้น ตามมา เพราะคนทุกคนหนีไม่พ้นความสุข ความทุกข์ ความสุข ถ้าหลงมากไปก็ยดึ ติดต้องการมีไม่รจู้ กั พอ ทัง้ ทีค่ วามเป็นจริงย่อม มีวันหมดแต่ไม่สูญหาย ทุกข์ยึดติดมากก็เป็นสิ่งที่ใจไม่ปรารถนา ใจย่อมต่อต้านไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ท�ำอย่างไรจึงจะสุขและทุกข์ สมดุลกันท�ำให้ชีวิตอยู่ในสภาวะกลางๆ นั่นคือการมีสติ รู้จัก ตนเองทุกขณะ เราก็จะอยู่แบบปกติได้มากที่สุด


ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

กิจกรรมล้างเท้าแม่ ภาค เหนือตอนบน เรื่อง สุมนต์ มอนไข่ โรงเรียน ศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ได้จัดกิจกรรมล้างเท้า แม่เพื่อระลึกพระคุณขึ้นเป็นปีแรก โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก อาจารย์สชุ น แซ่เฮง วิทยากรจิตอาสา ของมูลนิธฉิ อื จีป้ ระเทศไทย อาจารย์เล่าบรรยายความส�ำคัญและพิธีการล้างเท้าแม่ตามแนว ทางพุทธฉือจี้และแลกเปลีย่ นเรียนรู้จนมองเห็นแนวทางการน�ำไป ประยุกต์ใช้เพือ่ เป็นการฟืน้ ฟูความรักความผูกพันทีแ่ ม่ลกู มีตอ่ กัน และเป็นการระลึกถึงพระคุณแม่ตลอดจนเป็นการเทิดพระเกียรติ แม่ของแผ่นดินในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหา ราชินี ส่วนส�ำคัญของกิจกรรม คือ ต้องมีวิทยากรที่เข้าใจ กระบวนการสามารถบรรยายจูงใจได้ดี จึงได้คดั เลือกครูพร้อมทัง้ นิมนต์พระสงฆ์ที่มีคุณลักษณะดังกล่าวมาร่วมด�ำเนินการในพิธี ส�ำหรับสถานที่ ควรจัดเก้าอีท้ นี่ งั่ ให้สะดวกต่อกิจก���รมการล้างเท้า จัดเตรียมอุปกรณ์สิ่งของเช่นอ่างล้างเท้า น�้ำที่สะอาด ผ้า และ กระดาษเช็ดเท้า รวมทัง้ การตรวจสอบระบบเครือ่ งเสียงและกล้อง ถ่ายรูป วิดีโอบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด จากนั้นเริ่มกระบวนการโดยพระวิทยากรเป็นผู้ด�ำเนินการ โดยให้ลูกทุกคนกราบเท้าแม่ กล่าวค�ำบูชาแม่ และเพ่งพิจารณา เท้าแม่ เสียงเพลงคลอเคล้าบทบรรยายเล่าเรือ่ งเกีย่ วพระคุณแม่ที่ เฝ้ารักดูแลเลี้ยงดูลูกจนเติบใหญ่ เท้าทั้งสองข้างแม่ต้องเดินทาง นับเป็นระยะมากมายผ่านทั้งอุปสรรคขวากหนามในชีวิต เพื่อ คุ้มครองให้ลูกปลอดภัยเติบใหญ่จนถึงทุกวันนี้

พร้อมกันนั้นลูกเทน�้ำสะอาดที่เตรียมไว้บรรจงล้างเท้าแม่ และค่อยๆ เช็คเท้าอย่างทะนุถนอม พร้อมเก็บน�้ำล้างเท้าไว้เป็น น�้ำมนต์อาบน�้ำ ล้างหน้า ลูบหัว ซึ่งโบราณจารย์ถือเคล็ดนี้ว่า น�้ำ ล้างเท้าบิดามารดานี้ศักดิ์สิทธิ์มากๆ ส�ำหรับลูก เป็นการช�ำระจิตทีเ่ คยประมาทพลาดพลัง้ ไว้ตอ่ ผู้มีพระคุณ ผ่านการคารวะกรรมต่อบุพการีผู้เสมือนพระอรหันต์ ประจ�ำตัวลูก ระหว่างนี้แม่ให้พรแก่บรรดาลูก บรรยากาศแห่ง ความประทับใจเริ่มขึ้น แม่ลูกมองตากันอย่างซาบซึ้ง น�้ำตาแห่ง ความปิติเริ่มคลอเบ้า เสียงสะอื้นแผ่วเบาคลอเคล้าเสียงเพลง แม่ ลูกเริ่มโอบกอดกันอย่างสนิทแน่น ต่างหอมแก้มกันและกัน บางคู่ ช่วงแรกยังดูเหมือนเขินอาย เพียงสักครู่ก็โผเข้ากอด บางคู่ร้องไห้ ไม่อายใคร แม่ลูกต่างเช็ดน�้ำตาให้กันและกัน ต่างระบายความ รูส้ กึ ในความรัก คิดถึง ห่วงใยกัน บอกว่าไม่เคยมีโอกาสท�ำแบบนี้ มาก่อนในชีวิต นับเป็นโอกาสดีที่ได้พบกันหลังจากลูกออกจาก อ้อมอกแม่และครอบครัวมาอยู่โรงเรียนประจ�ำ ยิ่งตัวแทนแม่และ ลูกได้กล่าวความรู้สึกในช่วงท้ายยิ่งเป็นภาพที่น่ายินดี ซาบซึ้งใจ แก่ผู้ร่วมพิธี เสร็จพิธี แม่ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่เตรียมมา เป็นพิเศษกับลูกๆ สายใยรักได้ก่อตัวแน่นแฟ้นขึ้นพร้อมๆ กับ คุณธรรมความกตัญญูทเี่ กิดขึน้ ในตัวลูกทุกคน เป็นแรงบันดาลใจ ในการใฝ่หาความดีและแสดงความกตัญญู กตเวทีต่อแม่และ ผู้มีพระคุณ

11


ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

ศิลปะแม่ ไม้มวยไทย พิชิตสูตรคูณ

ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง สุพัตรา เหล่าทวีทรัพย์ โรงเรียน วัดวิมลมรรคาราม ต.บ่อกระดาน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เขต ๑

สูตรคูณเป็นปัญหาอย่างมากในการเรียนกลุ่มสาระการ เรียนรูค้ ณิตศาสตร์ เพราะผูเ้ รียนขาดทักษะด้านการหาผลคูณและ ผลหาร เนื่องจากจ�ำสูตรคูณไม่ได้ ซึ่งการฝึกให้เด็กท่องและจ�ำ ไม่ใช่การปิดกัน้ จินตนาการหรือปิดกัน้ กระบวนการคิดในเรือ่ งอืน่ ๆ จากการสอบถามนักเรียน “นักเรียนขาดความสนใจ ไม่เข้าใจถึง ความส�ำคัญของการท่องสูตรคูณ และวิธีการของครูที่ให้นักเรียน ท่องสูตรคูณแบบเดิมๆ ท�ำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่าย” จากเหตุผลที่กล่าวมา โรงเรียนจึงน�ำศิลปะแม่ไม้มวยไทย มาพิชิตสูตรคูณ ซึ่งบุคคลที่มีบทบาทมาก คือ ครูภูมิปัญญาด้าน

12

ศิลปะแม่ไม้มวยไทย หลักของความส�ำเร็จนัน้ นักเรียนต้องปฏิบตั ไิ ด้ ต้องน�ำไปใช้ในชีวิตจริงได้ ซึ่งกระบวนการส�ำคัญอยู่ที่การปฏิบัติ และเป็นการเรียนรู้มากกว่ารูปแบบ คือต้องพยายามเข้าไปให้ ลึกถึงจิตวิญญาณหรือตัวคุณค่า ส่งผลให้ผู้เรียนเพลิดเพลินกับการท่องสูตรคูณอย่างไม่ เบื่อหน่าย สามารถจดจ�ำสูตรคูณได้รวดเร็วและแม่นย�ำ พร้อมทั้ง ได้ออกก�ำลังกายด้วยท่าศิลปะแม่ไม้มวยไทย เกิดความมีระเบียบ วินัย มีความภาคภูมิใจในการสืบทอดและอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย อันทรงคุณค่า “สถานศึกษา คือ โรงที่จัดกระบวนการเรียนรู้อย่างได้ผล ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และครูภูมิปัญญา คือ นายโรง ที่จัดระบบกิจกรรมการแสดงละครชีวิต”


ความรู้ สู่แนวปฏิบัติ

รู้ตื่น รู้เบิกบาน

กิจกรรม “เธอ คือ แรงบันดาลใจ” ภาค เหนือตอนบน เรื่อง เจริญ กาละ โรงเรียน ดอกค�ำใต้วิทยาคม ม.๓ ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกค�ำใต้ จ.พะเยา สพม.๓๖

ค�ำว่า ข้าราชการนั้น แปลตามตรงแล้วก็คือ การน�ำงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาท�ำนั่นเอง การเป็นผู้บริหาร โรงเรียนนัน้ เราจะต้องเป็นแบบอย่างในการด�ำรงชีวติ ให้กบั ทุกคน เป็นเพื่อนคู่คิดและร่วมงานกับทุกคน กิจกรรมบูรณาการ “เธอ คือ แรงบันดาลใจ” คือการจัด กิจกรรมสร้างจิตส�ำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “ล�ำน�้ำร่องช้าง” แบบนิสัยพอเพียง เพื่อนร่วมอุดมการณ์พวกเรา คือ ยอดผู้นำ� ในองค์กร ยอด นักเรียนที่อาสาท�ำดี ทุกคนมีจิตส�ำนึกอันยิ่งใหญ่ ถึงแม้ว่าจะ เป็นการเริ่มต้นอันน้อยนิด ตรงกับหลักการทรงงานของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า ระเบิดจากภายในจิตใจพวกเราเอง ซึ่ง เราก�ำลังสร้างคุณค่าอันยิ่งใหญ่ แก่ชุมชน หมู่บ้าน แก่มนุษย์โลก ขั้นตอนการด�ำเนินกิจกรรมเป็นการบูรณาการหลายมิติ (Multi Dimention Model : MDI – Model) หมายถึง กระบวนการ แสวงหาข้อมูลของผูเ้ รียน เพือ่ สร้างองค์ความรูด้ ว้ ยตนเองจากการ ผสมผสานวิธีการและสาระที่หลากหลาย ขั้นที่ ๑ การมีส่วนร่วม (Participation) ขั้นที่ ๒ การสร้างองค์ความรู้ (Construction) ขั้นที่ ๓ การเสนอองค์ความรู้ (Presentation) ขั้นที่ ๔ การประยุกต์ความรู้ (Application) เราไปส�ำรวจ ศึกษา สร้างจิตส�ำนึก ศึกษาวิถีชีวิตความ เป็นอยู่ของประชาชนที่ได้ประโยชน์ตามล�ำน�ำ้ ร่องช้าง โดยการใช้ รถจักรยานเป็นพาหนะที่สำ� คัญ เป็นการเดินทางที่ประหยัด เรียบ ง่ายและได้ประโยชน์สูงสุด กล่าวคือ ไม่ต้องเสียเงินค่าน�้ำมันรถ ได้ออกก�ำลังกาย มีสติในการเดินทาง ระยะทางด�ำเนินกิจกรรม ครั้งนี้หากคิดไป - กลับแล้วประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ตลอดเส้น ทางนักเรียนและคณะครูได้ศึกษาธรรมชาติ ได้พบปะภูมิปัญญา

ภาพ : creativecommons.org

ชาวบ้าน ประวัตริ อ่ งช้างในอดีต รวมทัง้ ประวัตศิ าสตร์ของหมูบ่ า้ น ตนเอง ครูได้สอบถามวิถชี วี ติ ของชาวบ้านทีก่ ำ� ลังเก็บเกีย่ วผลผลิต จากการท�ำเกษตรกรรม และอาศัยน�้ำจากร่องช้างในการด�ำรงชีพ เลี้ยงครอบครัว เราเดินทางไปจนถึงยอดภูเขาซึ่งเป็นต้นก�ำเนิด ของล�ำน�้ำ โดยอาศัยพระวิทยากรจากวัดสุวรรณคูหา ซึ่งเป็น ผูเ้ ชีย่ วชาญในทางประวัตศิ าสตร์ของต้นน�ำ้ เป็นอย่างดี ทุกคนเดิน ทางกันอย่างมีความสุข หลั ง จากที่ ทุ ก คนได้ เ รี ย นรู ้ จ ากประสบการณ์ จ ริ ง ด้ ว ย ประสาทสัมผัสทัง้ ๕ ประกอบกับความอดทน มีวจิ ารณญาณ ภาย ใต้การเรียนรู้ที่มีความสุขและสนุกกับการเรียนรู้ นักเรียนจึงเกิด ปัญญาในการเขียนรายงานสะท้อนความคิด การร่วมสร้าง จิตส�ำนึกที่ดีต่อล�ำน�้ำร่องช้าง เพื่อเผยแพร่ให้กับทุกคนที่ได้รับ ประโยชน์จากร่องช้าง ร่วมกันดูแล รักษา อนุรักษ์ร่องช้างให้อยู่คู่ กับชาวอ�ำเภอดอกค�ำใต้สืบไป 13


การทำ�งานทุกอย่างถ้าไม่มีอุปสรรคและปัญหา เราคงไม่รวู้ า่ งานนัน้ มันสำ�คัญและยิง่ ใหญ่อย่างไร การทำ�งานถ้าไม่สำ�เร็จจงสู้ต่อไป สักวันความ สำ�เร็จต้องมาเยือน... จากเรื่อง สู้...คือ ประตูสู่ความสำ�เร็จ ภาค เหนือตอนบน ผู้เขียน ประเสริฐ จันทร์บุญ และทวี นันทศักดิ์ โรงเรียน บ้านหัวนา ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เขต ๓

การที่ เ ราได้ ป ลู ก ฝั ง ให้ เ ด็ ก นั ก เรี ย นเห็ น ความ สำ�คัญของต้นไม้ และปลูกต้นไม้ด้วยตัวของเขา เอง จ���ทำ�ให้เขาเกิดความรักและความภาคภูมิใจ เมื่ อ โตขึ้ น เราเชื่ อ ว่ า เขาคงจะไม่ ตั ด ไม้ ทำ � ลายป่ า อย่างแน่นอน จากเรื่อง ต้นไม้คือชีวิต มาปลูกต้นไม้กันเถอะ ภาค เหนือตอนล่าง ผู้เขียน พิมพ์ โพธิ์ทอง โรงเรียน บ้านหนองหัวปลวก ต.โรงช้าง อ.เมือง จ.พิจิตร เขต ๑

“เรียนรู้ธรรมะอย่างมีความสุข ฉุกให้คิดได้ นำ� ไปใช้ได้จริง”

จากเรื่อง ครู (พระ) ดีที่หนูรัก ภาค กลาง-ตะวันออก ผู้เขียน จิราพร ทองภักดี และคีระคิน (ครูก้อนหิน) ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดธรรมาภิมุข (ไร่ป่า) อ.เมือง จ.ตราด ภาพจากเรื่อง ครู (พระ) ดีที่หนูรัก

14

ความหมายของชีวิตอยู่ที่ตัวของเราเองว่าจะท�ำตัวให้มี ความหมายแค่ไหน ทรัพย์สินและชื่อเสียงเป็นสิ่งภายนอก ที่ลวงตา แต่ความดีจะเป็นเกียรติยศที่มั่นคงถาวร ทั้งใน โลกนี้และโลกหน้า เงิน ซื้อเตียงนอนได้ แต่ซื้อการหลับเป็นสุขไม่ได้ เงิน ซื้อกระดาษปากกาได้ แต่ซื้อความเป็นกวีไม่ได้ เงิน ซื้อความประจบสอพลอได้ แต่ซื้อความจริงใจไม่ได้ เงิน ซื้อเพื่อนร่วมทางได้ แต่ซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้ เงิน ซื้ออาหารดีๆ ได้ แต่ซื้อความอยากรับประทานไม่ได้ เงิน ซื้อการตามใจได้ แต่ซื้อความจงรักภักดีไม่ได้ เงิน ซื้อความสนุกชั่วครู่ได้ แต่ซื้อความสุขไม่ได้ เงิน ซื้ออ�ำนาจราชศักดิ์ได้ แต่ซื้อปัญญาไม่ได้ เงิน ซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ได้ แต่ซื้อสันติสุขไม่ได้ เงิน ซื้อเมียที่สวยได้ แต่ซื้อแม่ที่ดีให้ลูกไม่ได้ จากเรื่อง ความหมายของชีวิต ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน ผู้เขียน กันยา รุผักชี โรงเรียน วัดประชาราษฎร์บ�ำรุง จ.นครปฐม เขต ๑


การที่ท�ำให้เด็กนักเรียนเติบโตเป็นพลเมืองดีของชาติ มีระเบียบวินัย ผู้ใหญ่ในทุกหน่วยงาน และหมูบ่ า้ น บวร ทีใ่ กล้ตวั ของนักเรียนจะต้อง เป็นแม่พิมพ์ที่ดีให้แก่เด็กนักเรียนได้เห็นและตระหนักเพื่อน�ำไปเป็นแบบ อย่างที่ดีในการกิน อยู่ ดู ฟังเป็น อย่างสม�่ำเสมอ

จากเรื่อง เด็กดี คืออนาคตของชาติ ภาค เหนือตอนล่าง ผู้เขียน ไพวรรณ หาญแก้ว โรงเรียนบ้าน ท่าช้าง จ.เพชรบูรณ์ เขต ๒

โครงสร้างรากฐานของตึกทีแ่ ข็งแรงย่อมขึน้ อยูก่ บั โครงสร้างฐานราก ส่วนที่อยู่ใต้ดินซึ่งเรามองไม่เห็น เฉกเช่นเดียวกับความมั่นคงของ จิตใจที่ควรได้รับการพัฒนาปลูกฝังให้มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มี เมตตากรุณา และการมองเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น จากเรื่อง “ฝายกวางวิทยาคม” โรงเรียนสมาธิ เจริญสติ และปัญญา ภาค เหนือตอนบน ผู้เขียน พิมสิริ อ่อนนวล โรงเรียน ฝายกวางวิทยาคม ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ� จ.พะเยา สพม. ๓๖

โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว สื่อที่มีในปัจจุบันก็ เป็นสื่อที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แน่นอน ว่าสิ่งที่ส�ำคัญขึ้นอยู่กับเรา ผู้ ใช้งาน เลือกใช้งานอย่างไร ควรมีสติในการใช้ ไม่ใช่ลุ่มหลงมัวเมากับสื่อในปัจจุบันจน ไม่เป็นอันท�ำอะไร ดังนั้นเราควรที่จะมี สติในการใช้งาน ใช้แค่พอดี ไม่มากไป ไม่นอ้ ยเกินไป พูดคุยกับคนในครอบครัว เพือ่ นในทีท่ �ำงานให้มากขึน้ ดีกว่านัง่ คุย นั่งยิ้มอยู่คนเดียว จากเรื่อง สื่อเปลี่ยนโลก ภาค กลาง-ตะวันออก ผู้เขียน วราศิณี โพธิ์เจริญ โรงเรียน ไทยรัฐวิทยา แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.

บทเพลง เด็กดี ๑๐ ประการ คือ หนึ่งนับถือศาสนา สองรักษาธรรมเนียมมั่น สามช่วยพ่อแม่ ครู อาจารย์ สี่ วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน ห้ายึดมั่นกตัญญู หกเป็นผู้รู้รักการงาน เจ็ดต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ ต้องมานะ บากบั่นไม่เกียจ ไม่คร้าน แปดรู้จักออมประหยัด เก้าต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล น�้ำใจนักกีฬากล้าหาญ ให้เหมาะ แก่กาลสมัยชาติพัฒนา สิบท�ำตนให้เป็นประโยชน์ รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา เด็กสมัยชาติพัฒนา จะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ จากเรื่อง “อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนพึงเป็นที่พึ่งแห่งตน” ภาค เหนือตอนล่าง ผู้เขียน ณัฐฐินันท์ พราหมณ์สังข์ โรงเรียน บ้านเทพนคร ต.เทพนคร อ.เมือง จ.ก�ำแพงเพชร เขต ๑

ภาพจากเรื่อง “อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนพึงเป็นที่พึ่งแห่งตน”

15


ถึงครู ผู้ถ่ายทอด

๓ x ๘ = ๒๓ ? เรื่อง พระมหาดิเรก พุทธยานันโท

เอีย๋ นหุยใฝ่ศกึ ษา มีคณุ ธรรมงดงาม เป็นศิษย์รกั ของขงจือ้ มีอยู่วันหนึ่ง เอี๋ยนหุยออกไปท�ำธุระที่ตลาด เห็นผู้คนจ�ำนวนมาก ห้อมล้อมอยูท่ หี่ น้าร้านขายผ้า จึงเข้าไปสอบถามดู จึงรูว้ า่ เกิดการ พิพาทระหว่างคนขายผ้ากับลูกค้า ได้ยินลูกค้าตะโกนเสียงดัง โหวกเหวกว่า “๓ x ๘ ได้ ๒๓ ท�ำไมท่านถึงให้ขา้ จ่าย ๒๔ เหรียญล่ะ!” เอี๋ยนหุยจึงเดินเข้าไปที่ร้าน หลังจากท�ำความเคารพแล้ว ก็กล่าวว่า “พี่ชาย ๓ x ๘ ได้ ๒๔ จะเป็น ๒๓ ได้ยังไง? พี่ชาย คิดผิดแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก” คนซือ้ ผ้าไม่พอใจเป็นอย่างยิง่ ชีห้ น้าเอีย๋ นหุยและกล่าวว่า “ใครให้เจ้าเข้ามายุง่ ! เจ้าอายุเท่าไหร่กนั ! จะตัดสินก็มเี พียงท่าน ขงจือ้ เท่านัน้ ผิดหรือถูกมีทา่ นผูเ้ ดียวทีข่ า้ จะยอมรับ ไป ไปหาท่าน ขงจื้อกัน” เอีย๋ นหุยกล่าวว่า “ก็ดี หากท่านขงจือ้ บอกว่าท่านผิด ท่าน จะท�ำอย่างไร?” คนซื้อผ้ากล่าวว่า “หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้ หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ?” เอี๋ยนหุยกล่าวว่า “หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมถูก ปลดหมวก (ต�ำแหน่ง)” ทั้งสองจึงเกิดการเดิมพันขึ้น เมื่ อ ขงจื้ อ สอบถามจนเกิ ด ความกระจ่ า ง ก็ ยิ้ ม ให้ กั บ เอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “๓ x ๘ ได้ ๒๓ ถูกต้องแล้วเอี๋ยนหุย เธอ แพ้แล้ว ถอดหมวกของเธอให้พี่ชายท่านนี้เสีย” เอี๋ยนหุยไม่โต้แย้ง ยอมรับในการวินิจฉัยของท่านอาจารย์ จึงถอดหมวกที่สวมให้แก่ชายคนนั้น ชายผู้นั้นเมื่อได้รับหมวกก็ยิ้มสมหวังกลับไปต่อค�ำวินิจฉัย ของขงจื้อ ต่อหน้าแม้เอี๋ยนหุยจะยอมรับ แต่ในใจกลับไม่ได้คิด เช่นนัน้ เอีย๋ นหุยคิดว่าท่านอาจารย์ชรามากแล้ว ความคิดคงเลอะเลือน จึงไม่อยากอยูศ่ กึ ษากับขงจือ้ อีกต่อไป พอรุง่ ขึน้ เอีย๋ นหุยจึงเข้าไป ขอลาอาจารย์กลับบ้าน ด้วยเหตุผลทีว่ า่ ทีบ่ า้ นเกิดเรือ่ งราว ต้องรีบ 16

กลับไปจัดการ ขงจือ้ รูว้ า่ เอีย๋ นหุยคิดอะไรอยู่ ก็ไม่ได้สอบถามมาก ความ อนุญาตให้เอี๋ยนหุยกลับบ้านได้ ก่อนทีเ่ อีย๋ นหุยจะออกเดินทาง ได้เข้าไปกราบลาขงจือ้ ขงจือ้ กล่าวอวยพรและให้รีบกลับมาหากเสร็จกิจธุระแล้ว พร้อมกันนั้น ก็ได้ก�ำชับว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหาก ไม่ชัดแจ้ง” เอี๋ยนหุยค�ำนับพร้อมกล่าวว่า “ศิษย์จะจ�ำใส่ใจ” แล้วลา อาจารย์ออกเดินทาง เมือ่ ออกเดินทางไปได้ระยะหนึง่ เกิดพายุลม แรงสายฟ้าแลบแปลบ เอี๋ยนหุยคิดว่าต้องเกิดพายุลมฝนเป็นแน่ จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปอาศัยอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ฉุกคิดถึงค�ำ ก�ำชับของท่านอาจารย์ที่ว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่า ฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง” เราเองก็ติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานาน ลองเชื่อ อาจารย์ดูอีกสักครั้ง คิดได้ดังนั้น จึงเดินออกจากต้นไม้ใหญ่ ในขณะที่เอี๋ยนหุยเดินไปได้ไม่ไกลนัก บัดดล สายฟ้าก็ผ่า ต้นไม้ใหญ่นั้นล้มลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา เอี๋ยนหุยตะลึงพรึง เพริด ค�ำกล่าวของพระอาจารย์ประโยคแรกเป็นจริงแล้ว หรือตัวเรา จะฆ่าใครโดยไม่รู้สาเหตุ ? เอี๋ยนหุยจึงรีบเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว แต่ไม่ ก���้าปลุกคนในบ้าน เลยใช้ดาบที่น�ำติดตัวมาค่อยๆ เดาะดาล ประตูห้องของภรรยา


เมื่อเอี๋ยนหุยคล�ำไปที่เตียงนอน ก็ต้องตกใจ ท�ำไมมีคน นอนอยู่บนเตียงสองคน! เอี๋ยนหุยโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบดาบ ขึ้นมาหมายปลิดชีพผู้ที่นอนอยู่บนเตียง เสียงก�ำชับของอาจารย์ก็ ดังขึ้นมา “อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง” เมื่อเขาจุดตะเกียง จึงได้เห็นว่า คนหนึ่งคือภรรยา อีกคน หนึ่งคือน้องสาวของเขาเอง พอฟ้าสาง เอี๋ยนหุยก็รีบกลับส�ำนัก เมื่อพบหน้าขงจื้อจึงรีบคุกเข่ากราบอาจารย์และกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ ค�ำก�ำชับของท่านได้ช่วยชีวิตของศิษย์ ภรรยา และน้องสาวไว้ ท�ำไมท่านจึงรู้เหมือนตาเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ ศิษย์บ้าง?” ขงจื้อพยุงเอี๋ยนหุยให้ลุกขึ้นและกล่าวว่า “เมื่อวานอากาศ ไม่ค่อยสู้ดีนัก น่าจะมีฟ้าร้องฟ้าแลบเป็นแน่ จึงเตือนเธอว่า อย่า แฝงเร้นกายใต้ตน้ ไม้ใหญ่ และเมือ่ วาน เธอจากไปด้วยโทสะ แถม ยังพกดาบติดตัวไปด้วย อาจารย์จึ้งเตือนเธอว่า อย่าฆ่าผู้ใดหาก ไม่ชัดแจ้ง” เอี๋ยนหุยโค้งค�ำนับ “ท่านอาจารย์คาดการดังเทวดา ศิษย์ รู้สึกเคารพเลื่อมใสท่านเหลือเกิน” ขงจื้อจึงตักเดือนเอี๋ยนหุยว่า “อาจารย์ว่าที่เธอขอลากลับ บ้านนั้นเป็นการโกหก ที่จริงแล้วเธอคิดว่าอาจารย์แก่แล้ว ความ คิดเลอะเลือน ไม่อยากศึกษากับอาจารย์อีกแล้ว เธอลองคิดดูสิ อาจารย์บอกว่า ๓ x ๘ ได้ ๒๓ เธอแพ้ ก็เพียงแค่ถอดหมวก หาก

อาจารย์บอกว่า ๓ x ๘ ได้ ๒๔ เขาแพ้ นัน่ หมายถึงชีวติ ของคน คนหนึง่ เธอคิดว่าหมวกหรือชีวิตส�ำคัญล่ะ?” เอีย๋ นหุยกระจ่างในฉับพลัน คุกเข่าต่อหน้าขงจือ้ แล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์เห็นคุณธรรมเป็นส�ำคัญ โดยไม่เห็นแก่เรื่องถูกผิด เล็กๆ น้อยๆ ศิษย์คิดว่าอาจารย์แก่ชราจึงเลอะเลือน ศิษย์เสียใจ เป็นที่สุด” จากนัน้ เป็นต้นไป ไม่วา่ ขงจือ้ จะเดินทางไปยังแห่งหนต�ำบลใด เอี๋ยนหุยติดตามไม่เคยห่างกาย จากต�ำนานเรื่องเล่านี้ ท�ำให้ข้าพเจ้านึกถึงเพลงๆ หนึ่ง ของอิวเค่อหลี่หลิน (นักร้องดูโอของไต้หวัน) ที่ร้องว่า “หากสูญ เสียเธอไป ต่อให้เอาชนะทั้งโลกได้แล้วจะยังไง? เช่นกัน บางครั้ง คุณอาจเอาชนะคนอื่นด้วยเหตุผลของคุณ แต่อาจจะสูญเสียสิ่งที่ ส�ำคัญที่สุดไป” เรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหนักเบารีบช้า อย่าเป็น เพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วท�ำให้เสียใจไปตลอดชีวิต เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเล กว้างฟ้างาม ทะเลาะกับลูกค้า ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ส่งตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณก็จะรู้สึก) ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยูด่ ี (วันทีต่ รวจผลงาน ปลายปีมาถึง คุณก็จะรู้สึก) ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เธอไม่สนใจคุณ คุณก็หากับข้าวกินเองละกัน) ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เคลียร์ไม่ได้ คุณ อาจจะเสียเพื่อนไปเลย) ใบชา เกิดสีสวยและกลิ่นหอมน่าลิ้มลองได้ ก็เพราะโดน น�ำ้ ร้อนลวก ชีวติ ของคนเราก็เช่นเดียวกัน เพราะเผชิญกับอุปสรรค ครั้งแล้วครั้งเล่า จึงเหลือไว้ซึ่งเรื่องราวเป็นต�ำนานให้ได้เล่าขาน น่าตามติด ผู้ที่รู้สำ� นึกคุณอยู่เสมอ จึงเป็นผู้มีวาสนามากที่สุด 17


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

ครูคู่คุณธรรม ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง นุชนาฏ ม่านทอง โรงเรียน บ้านหนองเขมร จ.นครปฐม เขต ๑

ดิฉนั ได้รจู้ กั กับคุณครูทา่ นหนึง่ ท่านได้เล่าถึงประสบการณ์ การท�ำงานและเรื่องราวต่างๆ ให้ดิฉันฟัง ดิฉันรู้สึกประทับใจใน ความมีน�้ำใจของท่านที่มีต่อนักเรียนคนหนึ่ง เรื่องราวมีอยู่ว่า... นักเรียนคนหนึ่งในชั้น ม.๒ มีความประทับใจ รัก และ เคารพในตัวคุณครูท่านนี้ได้เขียนบรรยายความในใจลงในสมุด บันทึกเล่มหนึ่ง แล้วยื่นส่งให้คุณครูขณะที่ท่านปฏิบัติหน้าที่เวร ประจ�ำวันทีห่ น้าประตูโรงเรียนพร้อมรอยยิม้ เมือ่ คุณครูทา่ นนีเ้ ปิด อ่านเรื่องราวความรู้สึกและความประทับใจก็รู้สึกประทับใจและ สุขใจที่ได้รับรู้ว่านักเรียนรัก เคารพ และชื่นชมในตัวครู นักเรียน คนนี้เขียนว่า “...ตอนทีผ่ มเรียนอยูช่ นั้ ม.๒ ผมได้รจู้ กั กับคุณครูทา่ นหนึง่ ชื่อว่าคุณครูอุ๊ก คุณครูอุ๊กสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ตอนที่ผมเรียน วิชานี้ ผมมีความรู้สึกที่สนุกสนาน ไม่เครียด และชอบเรียนวิชานี้ ทั้งๆ ที่คุณครูให้จดอะไรไม่รู้มากมาย ท่องอะไรไม่รู้ยากจัง แต่ดี นะทีผ่ มท่องได้ เรียนผ่านมาได้จงึ ไม่ตดิ ศูนย์ มีอยูว่ นั หนึง่ ทีค่ ณุ ครู อุ๊กได้โดนขโมยขนมเค้กที่จะเอามาแจกคุณครูท่านอื่นๆ ในช่วง เทศกาลปีใหม่ ผมรู้สึกสนุกมากที่เห็นคุณครูอุ๊กท�ำหน้าท�ำตาตื่น แต่ผมก็รสู้ กึ เสียใจมากทีม่ เี ด็กไม่ดมี าเอาขนมของคุณครูไป แต่ถา้ เด็กคนที่เอาไปนั้นได้กินไปแล้วคงไม่ดีเพราะคุณครูอุ๊กได้เสก คาถาให้คนที่เอาไปนั้น... ตอนที่ผมถูกคัดเลือกไปท�ำโครงงาน วิทยาศาสตร์เพือ่ ไปแข่งขัน ผมมีความรูส้ กึ ว่าโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นโครงงานที่สอนให้ผมกล้าแสดงออก และเป็นสิ่งที่ดีมาก ซึ่ง ท�ำให้ผมได้รู้จักคุณครูอุ๊กมากขึ้นอีกด้วย คุณครูอุ๊กเป็นคุณครูที่ ใจดี เป็นคนทีก่ นิ จุมาก ยิง่ ถ้ามีขนมสาหร่ายด้วยนะคุณครูอกุ๊ ฟาด เรียบ และมีอีกอย่างที่ผมยังไม่ได้บอกไป คือ คุณครูอุ๊กเป็นครูที่ ผมรักมากทีส่ ดุ ทัง้ ไปส่งทีบ่ า้ นและไปส่งเพือ่ นทุกคนทีท่ ำ� โครงงาน ด้วยกัน คุณครูให้ผมยืมโทรศัพท์โทรหาป๋า เวลาที่ผมยังท�ำโครง 18

งานกับเพื่อนๆ ไม่เสร็จ ซื้อขนมให้พวกผมกินกับเพื่อนๆ ทั้งยัง ให้เบี้ยเลี้ยงอีก และยังเป็นคุณครูที่น่ารักมากอีกด้วย ซึ่งผมเองก็ มีความรู้สึกดีๆ ที่อยากให้คุณครูมาเป็นแม่ผม บางครั้งผมเองก็ ท�ำให้คุณครูเสียใจ แต่ถึงยังไงผมก็ยังรักคุณครูเสมอ” หลังจากทีค่ ณุ ครูอา่ นจบ ก็รสู้ กึ ดีใจและปลืม้ ใจทีไ่ ด้รบั รูว้ า่ มีนกั เรียนคนหนึง่ มีความรูส้ กึ ดีๆ ให้ ทัง้ ๆ ทีช่ ว่ งเวลานัน้ ทีไ่ ด้รว่ ม ท�ำโครงงานได้ผา่ นไปแล้วช่วงหนึง่ คุณครูจงึ ได้เรียกนักเรียนคนนี้ มาพูดคุยในเรื่องราวต่างๆ ว่าท�ำไมหนูถึงเขียนมาให้คุณครูอ่าน แล้วคุณครูถามนักเรียนคนนั้นว่า “ท�ำไมฟลุคอยากให้ครูเป็นแม่หนูล่ะครับ” “ผมไม่มแี ม่ ผมอยากมีแม่ครับ ครูอกุ๊ เป็นแม่ผมได้ไหมครับ” “ท�ำไมล่ะครับ ท�ำไมฟลุคถึงรักครูถงึ ขนาดอยากให้เป็นแม่” “ผมก็ไม่รเู้ หมือนกันครับ ผมบอกไม่ถกู ผมรูแ้ ต่วา่ ผมอยาก มีแม่ ผมไม่มีแม่ครับ ผมอยากให้ครูอุ๊กมาเป็นแม่ผม” คุณครูก็ให้ค�ำตอบกับเจ้าฟลุค ซึ่งเป็นค�ำตอบที่ท�ำให้เจ้า ฟลุคมีรอยยิ้มอย่างสุขใจว่า “ครับผม ครูยนิ ดีเป็นแม่หนูครับ เมือ่ ครูเป็นแม่หนูแล้ว หนู ต้องเชื่อฟังค�ำสอนของแม่คนนี้นะ สัญญาไหมครับ” “ครับ ผมสัญญาครับ ผมจะเป็นเด็กดี เป็นลูกชายที่ดีของ แม่ครับ ผมขอขอบคุณครับครูอุ๊ก” เรื่องราวจากคุณครูที่นอกจากจะปฏิบัติตามหน้าที่ด้วย ความรับผิดชอบในหน้าที่การงานแล้ว ท่านยังมีเมตตานักเรียน ใส่ใจในความรู้สึกของนักเรียน ท�ำให้ดิฉันเชื่อว่าคนที่มีความเป็น ครูอยูใ่ นตัว ย่อมมีคณุ ธรรมอยูใ่ นใจด้วยเสมอ ดิฉนั ขอยกตัวอย่าง คุณครูท่านนี้เป็นแบบอย่างของคุณครูดีด้วยอีกคนหนึ่ง


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

หัวใจที่พองโต ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง ดารารัตน์ ศรีนาราง โรงเรียน บ้านโป่งวัวแดง ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร เขต ๒

“ครูครับ! วันนี้ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าความรู้สึกเหมือน หัวใจพองโตด้วยความสุขเป็นอย่างนี้เอง ให้ผมกราบครูสักครั้ง นะครับ ผมอยากกราบคุณครูจริงๆ” อันทีจ่ ริงก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวนั นี้ ชายหนุม่ ตรงหน้าเป็น ชายวัยฉกรรจ์ที่มีอายุเกินกว่า ๓๐ ปี ด้วยสายงานที่ต้องติดต่อ ประสานกันในโครงการต่างๆ จึงได้มีโอกาสร่วมงานกันบ่อยๆ ท�ำให้คุ้นเคยกัน ชายหนุ่มเป็นผู้ชายที่มีกิริยาดี หน้าตาผิวพรรณ ผ่องใส เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี หน้าที่การงานเจริญ รุง่ เรือง มีความก้าวหน้าในสายงานทีร่ บั ผิดชอบ แต่ครัง้ ล่าสุดข่าว ที่ได้รับคือ ชายหนุ่มถูกจับในข้อหาเสพยาเสพติด ในฐานะที่เคย ร่วมงานและคุน้ เคยกับครอบครัวนีก้ ไ็ ด้แต่เศร้าใจ ท�ำได้กเ็ พียงให้ ก�ำลังใจกับทางครอบครัวทีค่ อ่ นข้างจะ “ช็อก” กับเหตุการณ์นี้ แต่ ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอกับชายหนุ่มอีก จนกระทั่งวันนั้น “สวัสดีครับคุณครู” เสียงทักเบาๆ เหมือนไม่แน่ใจใน ปฏิกิริยาตอบ ดวงตาที่หม่นหมอง ใบหน้าคล�้ำ ริมฝีปากด�ำซีด ไหล่ห่อ มือที่ไหว้นั้นเหมือนขาดความมั่นใจลังเล ครั้งแรกที่เงย หน้าเห็น ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้าจะเป็นชาย หนุ่มที่เคยรู้จัก ยาเสพติดมีพิษร้ายขนาดนี้เชียวหรือ ? ยอมรับว่า งงมาก ไม่แน่ใจ แต่ด้วยสายตาที่อ้างว้าง ส�ำนึกผิด บุคลิกที่ขาด ความเชือ่ มัน่ ในตนเอง ท�ำให้ตอ้ งเอือ้ มไปจับมือและดึงมานัง่ เก้าอี้ ข้างๆ บีบมือ ตบไหล่ให้กำ� ลังใจเบาๆ “เป็นไง เป็นอย่างไรบ้าง” ชายหนุม่ ข้างๆ จับมือบีบแน่น ก้มหน้าเหมือนเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ หลงทางต้องการทีพ่ งึ่ “ครูคงได้ขา่ วของผมนะครับ อนาคตผมหมด แล้วครับ ไม่รวู้ า่ ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ตอนนีผ้ มต้องบ�ำบัด ต้องมา รายงานตัวทีโ่ รงพยาบาลทุกสัปดาห์”... “ไม่เป็นไรหรอกลูก มันผ่าน ไปแล้ว” เพราะค�ำปลอบใจและสัมผัสที่จริงใจ เรื่องต่างๆ ก็พรั่ง พรูออกจากปากชายหนุ่ม เรื่องเกิดจากการอยากลอง และมั่นใจว่าตนเองโตพอที่จะ

ภาพ : creativecommons.org

ควบคุมได้ ด้วยความสนุก ความคะนองของวัยหนุ่มที่คิดว่า “บารมี” ของพ่อจะคุ้มครองได้ โดยไม่คิดว่าการกระท�ำนั้นจะ เป็นการท�ำลายพ่อมากขนาดไหน พ่อเองก็ไม่เคยรูว้ า่ ลูกชายตนเอง ติดยาเสพติด เพราะด้วยหน้าทีก่ ารงานของลูกชายห่างไกลจากสิง่ เสพติดมากมายนัก จนกระทัง่ วันทีต่ ำ� รวจเข้าจับกุมในขณะทีก่ ำ� ลัง เสพยา อุปกรณ์หลักฐานพร้อม ทุกคนจึง “ช็อก” ดีแต่ว่าไม่มีการ ซ�ำ้ เติมกันยามมีทกุ ข์ ให้กำ� ลังใจทัง้ พ่อและน้อง ถึงจะไม่ทรุดหนัก ทางกายแต่ทางด้านจิตใจต่างก็บอบช�ำ้ ไปตามๆ กัน ยาเสพติดไม่ เคยท�ำร้ายใครคนเดียว... ผู้อยู่ใกล้แม้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการ เสพยาก็จะต้องเจ็บปวดเสมอ เมื่อคนในครอบครัวติดยาเสพติด ดวงใจของพ่อและน้องไม่ว่าจะปวดร้าวสักเท่าใดก็ไม่เคยเอ่ยปาก ว่าซ�้ำเติม มีแต่การให้อภัย เป็นก�ำลังใจให้กัน เพราะรู้ว่าก�ำลังใจ ที่ดีจะช่วยรักษาใจท�ำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีเสมอ จากสภาพที่เห็น จากค�ำบอกเล่า พอจะประมาณได้ว่า ชายหนุ่มได้รับผลจากการกระท�ำมาอย่างหนักหนาสาหัสแล้ว ถึง แม้นว่าอนาคตข้างหน้าค่อนข้างจะเลือนราง แต่ดว้ ยการให้กำ� ลังใจ ไม่ซ�้ำเติมก็นับว่าเป็นพลังใจยิ่งใหญ่ที่จะผลักดันให้ผู้หลงทางได้มี ก�ำลังใจในการกลับตัวกลับใจใหม่... สร้างชีวติ ใหม่ดว้ ยความหวัง และตั้งใจ ดวงตานั้นแจ่มใส ปลอดโปร่ง โล่งใจ อาการที่เงยหน้าสูด ลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วผ่อนลมหายใจออกมาพร้อมรอยยิม้ ... “ยิ้มมาจากหัวใจที่เป็นสุขจริงๆ” เมื่อได้ระบายสิ่งที่เป็นทุกข์หนัก สิ่งที่ค้างคาใจให้ใครคนหนึ่งฟังอย่างหมดใจ ...หัวใจจึงโล่ง... โปร่งเบา...พร้อมที่จะเริ่มสิ่งใหม่ด้วยใจพิศุทธิ์ ก�ำลังใจ...จะช่วยให้โลกสดใสงดงาม... ขอเป็นก�ำลังใจ “ให้” ผู้คนมากมายที่ท�ำก�ำลังใจหายไป คุณจะไม่โดดเดี่ยว... ขอเป็นก�ำลังใจ “ให้คุณ” 19


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

น�้ำใจ... ยิ่งให้ยิ่งได้ ภาค เหนือตอนบน เรื่อง ณิชาภัทร ใจคำ� โรงเรียนฝายกวางวิทยาคม ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ� จ.พะเยา สพม.๓๖

ความสุขในชีวิต คือความสุขแบบไหนกันที่คนเราค้นหา เรามักมีความสุขจากการได้รับมากกว่าการมอบให้ ความจริงเรา น่าจะหาโอกาสสัมผัสกับความสุขจากการให้ กล่าวคือ ยิง่ ให้ยงิ่ สุข หรือ ยิ่งให้ยิ่งได้ นั่นเอง อาชีพครู คือมิตใิ หม่ทไี่ ด้เรียนรูส้ กู่ ารเป็นผูใ้ ห้อย่างดียงิ่ ครู เป็นวิชาชีพที่สร้างความรู้สึกภาคภูมิใจกับผู้ปฏิบัติ ครูไม่ได้เป็น แค่ผู้สอนวิชาความรู้ให้กับศิษย์เพียงด้านเดียว แต่ครูเป็นต้นแบบ ของศิษย์ในทุกด้านก็ว่าได้ ย้อนประสบการณ์กลับไป เมือ่ ปี พ.ศ.๒๕๔๘ ข้าพเจ้าสอบ บรรจุรบั ราชการครูได้และมีโอกาสสอนนักเรียนบนดอยม้งเก้า โรง เรียนม้งเก้าหลัง หรือชื่อว่า โรงเรียนสามัคคีพัฒนา เป็นโรงเรียน ที่มีพื้นที่ห่างไกล ข้าพเจ้าเดินทางมาถึงโรงเรียนด้วยสภาพที่ยาก ล�ำบากมาก ภูเขาทั้งชันและเปลี่ยว โค้งดอยแต่ละโค้งก็แสนจะ น่ากลัวยิง่ นัก ยิง่ ถ้าเป็นฤดูฝนยิง่ แย่ไปใหญ่ ขีร่ ถจักรยานยนต์ดว้ ย ความหวาดหวั่น ทางลื่นลาดชัน สายฝนปะทะตัวท�ำให้ประคอง ตัวล�ำบากมากขึ้น มันจึงไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตแขวนอยู่บน อุบัติเหตุ ความล�ำบากท�ำให้ข้าพเจ้ามีแรงฮึดที่จะต่อสู้ เพราะเรา มีหน้าที่ครูผู้ให้ และยิ่งเป็นครูบนดอยยิ่งต้องเสียสละมากมาย ข้าพเจ้าได้สอนเด็กนักเรียน ๔ ชนเผ่า ประกอบไปด้วย มูเซอ อาข่า ไทยใหญ่ และลีซอ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของนักเรียน ๔ รูปแบบ ข้าพเจ้าได้รู้จักกับนักเรียนคนหนึ่ง เป็นเด็ก ป.๓ ชนเผ่า ไทยใหญ่ ซึ่งมีความพิเศษไปกว่าคนอื่นๆ ตรงที่ เขาจะมาหาครู เสมอๆ และพยายามมาช่วยเหลือครู “โรงเรียนอยูไ่ กลและล�ำบาก มากท�ำไมผมถึงอยากเรียนหนังสือ” ข้าพเจ้าถามเด็กคนนี้และ ค�ำตอบที่ได้คือ “ผมอยากมีความรู้และอยากเป็นผู้ใหญ่บ้านครับ ครู” ค�ำตอบที่ได้ท�ำให้ข้าพเจ้าอดข�ำและเป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่า เด็กทีม่ คี วามพร้อมและโอกาสมากมายกลับมองไม่เห็นคุณค่าของ 20

การศึกษา แต่เด็กชายคนนีเ้ ป็นตัวอย่างของคนทีม่ คี วามตัง้ ใจจริง เขาเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำ� ชุมชน มีความรู้และสามารถน�ำพา หมูบ่ า้ นและชุมชนของเขาพัฒนาไปได้ ข้าพเจ้ายิม้ รับความสุขจาก การเป็นครูตั้งแต่เริ่มต้นถือเป็นสิริมงคลของชีวิตมาก นักเรียนทีน่ ถี่ า้ เป็นเด็กเล็กจะไม่ชอบสวมรองเท้า จะวิง่ เล่น กันด้วยเท้าเปล่าอย่างคล่องตัว และข้าพเจ้าก็สังเกตเห็นเด็กชาย จอมขยันของข้าพเจ้าไม่ใส่รองเท้ามาโรงเรียน จนมีโอกาสข้าพเจ้า ได้ซื้อรองเท้าให้ใส่ ปรากฏว่าเขาใส่แค่วันเดียว อีกวันก็เดินเท้า เปล่ามาเหมือนเดิม ข้าพเจ้าจึงเข้าไปถามว่า “รองเท้าที่ครูซื้อให้ อยู่ไหน ท�ำไมผมถึงไม่ใส่มาโรงเรียน” นักเรียนคนนี้ตอบว่า “ผม เอารองเท้าให้น้องใส่แล้วครับ ผมสงสารน้องเพราะน้องไม่มี รองเท้า ผมมีความสุขครับครูที่ผมมีรองเท้าใหม่ให้น้อง” ค�ำตอบ นีท้ ำ� ให้ครูคนนีย้ มิ้ ออกมา และบอกเด็กไปว่า ไม่เป็นไรเดีย๋ วครูซอื้ ให้ใหม่ และข้าพเจ���าก็ซื้อรองเท้าให้นักเรียนคนนี้อีกครั้ง แต่แล้ว วันรุง่ ขึน้ เด็กชายคนนีก้ ไ็ ม่ใส่รองเท้ามาโรงเรียนเหมือนเดิม “ท�ำไม ไม่ใส่รองเท้าอีก อย่าบอกครูนะว่าผมเอารองเท้าไปให้น้องอีก”


บ่อเกิดแห่งความสุขมีอยู่ที่เรา เพียงแต่เราจะมองข้ามไปหรือรู้จักใช้เท่านั้น ขอเพียงเรารู้จัก มอง ชื่นชมสิ่งที่ดีรอบๆ ข้างเราก็จะสัมผัสกับการให้อย่างเป็นสุข” “ครับครู ผมเอารองเท้าให้นอ้ งชายคนเล็กแล้วครับ ผมสงสารน้องครับ ให้อีกคนหนึ่งก็ยังเหลืออีกคน มันแย่งกันใส่ครับ” ข้าพเจ้าจึงได้ซอื้ รองเท้าให้เด็ก คนนี้สามคู่ แต่ความรู้สึกก็แสนสุขยิ่งนัก นี่แหละ ที่เขาว่า น�้ำใจ ยิ่งให้ยิ่งได้ วันนี้แม้ข้าพเจ้าจะไม่ได้อยู่โรงเรียนม้งเก้า หลังแล้ว แต่ความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ก็ยังคงค่าให้ สัมผัสเสมอ การมอบน�้ำใจมอบความรู้ให้เด็กๆ ก็สร้างความภูมใิ จแห่งอาชีพครู “บ่อเกิดแห่งความ สุขมีอยู่ที่เรา เพียงแต่เราจะมองข้ามไปหรือรู้จัก ใช้เท่านัน้ ขอเพียงเรารูจ้ กั มอง ชืน่ ชมสิง่ ทีด่ รี อบๆ ข้างเราก็จะสัมผัสกับการให้อย่างเป็นสุข” ป่านนี้ เด็กชายคนที่มอบความสุขให้ครูอาจเป็นผู้ใหญ่ บ้านหรือเป็นผู้น�ำของท้องถิ่นแล้วก็เป็นได้

เติบโตผ่าน ภูเขา ล�ำเนาป่า ได้รำ�่ เรียน เพียรรู้ แค่หมู่เฮา อยากจะเรียน เขียนอ่าน ผ่านความคิด แผ่นดินไทย ใจรัก ในเมตตา หนูไม่มี ความรู้ ครูมาสอน ไม่ต้องการ เงินทอง ของเลิศเลอ แม้ห่างไกล ใจหนู ยังมีหวัง อยู่ถิ่นแดน แผ่นดินไพร ในพนา เป็นครูดอย คอยดู หนูเติบใหญ่ เสียสละ ละความสุข นั่นแหละครู คือแสงไฟ ในชีวิต คิดสร้างสรรค์ ดั่งแสงทอง ส่องสว่าง ทางวิไล อย่าทิ้งหนู ให้อยู่ บนดอยสูง หนูจะตั้ง ใจเรียน เพียรวิชา

คือชีวา ชีวิต จิตชาวเขา เด็กชาวเขา เราคอย ครูดอยมา ครูมีจิต เอ็นดู หนูรอหา ปรารถนา ครูสงสาร พบพานเจอ ขอเพียงความ อาทร มาเสนอ ขอแค่เจอ ครูคนดี ที่ศรัทธา ครูก็ยัง ดั้นด้น มาค้นหา แค่ห่างไกล ไม่ห่างตา ค่าคุณครู เป็นครูดอย หัวใจ นั้นงามหรู พวกหนูหนู รอครูมา เป็นแสงไฟ คือแสงฝัน วันเวลา ฟ้าสดใส หนูภูมิใจ ได้เจอครู ผู้เมตตา ขอครูจูง ใจหนู รู้ศึกษา ใช้ปัญญา พาชีวิต คิดใฝ่ดี

21


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

พึ่งตื่น...ไม่ชื่นบาน

หยาดเหงื่อ แรงกาย ขายร่าง สร้างคลังความรู้ สู่โรงเรียน

ภาพ : creativecommons.org

ภาค เหนือตอนบน เรื่อง ดวงเนตร อินทร์แปลง โรงเรียน บ้านป่าแดงงาม อ. พาน จ.เชียงราย เขต ๒

“คุณครูคะจดหมายฉบับสุดท้ายที่หนูจะเขียนถึงคุณครู อันเป็นทีเ่ คารพและเทิดทูนบูชาของหนู หนูและเพือ่ นๆ ได้รวบรวม เงินงวดสุดท้ายที่สร้างอาคารห้องสมุดจ�ำนวนสี่แสนบาทโอนเข้า บัญชีของทางโรงเรียนแล้วเมื่อวานนี้ หนูไม่มีแรง มันล้าไปทั้งตัว หนูคงไม่ได้มาร่วมงานท�ำบุญเปิดป้ายอาคารห้องสมุดหลังนี้ ขอให้คุณครูมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไป ...ลาก่อน...” จันทร์ทอง แสงส่องทาง โยโกฮามา ๑๓ กุมภาพันธ์

บัดนี้ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว เรียนเชิญท่านประธานท�ำ พิธีเปิดป้ายนามอาคาร ณ บัดนี้ เสียงกล่าวรายงานเสร็จประธาน ในพิธีกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้าย เสียงเพลงมหาฤกษ์มหาชัยจาก วงโยธวาธิตของโรงเรียนหลังเขาวิทยาดังกระหึ่ม ท่านผู้มีเกียรติ มาร่วมงานลุกขึ้นยืน เสียงพุลหลายชุดถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าประธาน ในพิธีเดินน�ำแขกผู้มาร่วมงานเปิดป้ายอาคารห้องสมุดเข้าชมใน อาคาร เป็นอาคารสีฟา้ อ่อนสองชัน้ ชัน้ แรกเป็นหนังสือนานาชนิด หลายหมืน่ เล่ม จัดเป็นระเบียบ ติดพัดลมเย็นสบาย ชัน้ ทีส่ องเป็น ห้องอินเทอร์เน็ตมีเครื่องคอมพิวเตอร์ และห้องประชุมสัมมนา ขนาดหนึ่งร้อยคนติดแอร์สะดวกสบายให้นักเรียนในโรงเรียนนี้ได้ ค้นคว้าโลกกว้างและรู้ทันโลก ผมมาหยุดทีห่ อ้ งโถงชัน้ หนึง่ มีภาพถ่ายสีขนาดใหญ่กรอบ ไม้สกั ลงชะแล็กเห็นลายไม้สวยงามบุพนื้ หลังเป็นก�ำมะหยีส่ นี ำ�้ เงิน เข้ม เป็นภาพของจันทร์ทอง หญิงวัยเลยเบญจเพสไปไม่กปี่ ี ใบหน้า รูปไข่ ผิวขาว มีไฝมุมปากด้านซ้ายเป็นสัญลักษณ์ เวลายิ้มรู้สึก สดชื่นริมฝีปากเอิบอิ่มแดงระเรื่อ ฟันขาวเป็นระเบียบตากลมโต ขนตายาวงอนด�ำขลับรับกับคิ้วโค้งยาวเรียว จมูกโด่งเชิดรั้นนิดๆ 22

จันทร์ทองเป็นคนสวยคนหนึง่ เป็นหญิงสาวทีม่ เี สน่หใ์ นตัวเอง ใคร อยู่ใกล้อดสนใจไม่ไหว น�ำ้ เสียงพูดกังวานเล็กน้อย ตากลมคู่นั้น มักอมทุกข์เพราะความยากจน แต่ฉายแววอดทน ขยัน สู้! สู้! ผมนึกถึงความหลัง ผมจ�ำได้วา่ ย้ายมาอยูโ่ รงเรียนหลังเขา วิทยา ได้รับมอบหมายให้เป็นครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ต้องออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียน จันทร์ทองเป็นนักเรียนที่ยากจน ที่สุดในห้อง ม.๑ พ่อและแม่เสียชีวิตมาหลายปีแล้วด้วยโรคฮิต (เอดส์) ตากับยายเลี้ยงจันทร์ทองและน้องสาวอีกสองคน อาชีพ ตากับยายคือหาของป่ามาขายเพราะอยู่ติดเขา แกเก่งมากใน การหาเห็ดแดงมาขาย ได้เงินก็น�ำมาซือ้ ข้าวเลีย้ งหลานทัง้ สามคน ไปวันๆ จันทร์ทองเรียนหนังสือไม่เก่งแต่มีพรสรรค์ด้านฝีมือ เธอ แกะสลักผลไม้และเล่นกีฬาได้ดี จันทร์ทองชอบเล่นบาสเกตบอล ชุดนักเรียนมีชุดเดียวขาดแล้วขาดอีก ผมน�ำชุดกีฬาที่แม่บ้านผม ใส่ไม่ได้แล้วเอาไปให้ เพราะแกเป็นหัวหน้าทีมบาสฯ หญิง ขยัน ฝึกซ้อมสม�่ำเสมอ จนได้เป็นแชมป์บาสเกตบอลหญิงสามปีซ้อน ของกีฬาโรงเรียนขยายโอกาส จันทร์ทองเป็นเด็กนักเรียนที่มีเพื่อนรักใคร่เพราะคบใคร ก็ได้ ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่ใคร ชอบช่วยเหลืองานโรงเรียนและงาน เพื่อนในหมู่บ้านเสมอไม่เคยขาด พอจบ ม.๓ จันทร์ทองไปต่อวิทยาลัยอาชีวศึกษาในตัว จังหวัด ปีแรกของการเรียนเธอตื่นเต้นมากที่ได้ใส่ชุดใหม่ที่แปลก ไปกว่าเดิมไม่เหมือนเด็กมัธยม เธอกลับมาเยี่ยมคุณครูที่โรงเรียน เล่าให้ฟงั ถึงการไปเรียนทีว่ ทิ ยาลัยอาชีวศึกษา ได้เพือ่ นใหม่หลาย คนแต่ละคนมาจากหลายอ�ำเภอ เธอเล่าถึงนักศึกษาทีเ่ ป็นชาวเขา หลายเผ่ามาเรียนกัน พวกนีอ้ ดทน จะพักหอหรือเช่าบ้านเป็นหลัง


อยูร่ วมกัน พอเลิกเรียนก็จะหางานท�ำไม่วา่ เป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือปั้มน�้ำมัน จะมีชาวเขาที่เป็นนักศึกษาเหล่านี้ท�ำงาน เกิด ปัญหาด้านแรงงานจังหวัด เพราะมาแย่งอาชีพแรงงานเดิมไปหมด เด็กสาวชาวดอยหน้าตาดีกไ็ ปท�ำงานตามร้านอาหารคาราโอเกะ ผับ ที่เปิดกันเกลื่อนในเขตเทศบาล หลายคนก็ตกเป็นเหยื่อของความ ฟุ้งเฟ้อ เสี่ยใหญ่หรือเสือร้ายนักเที่ยวต่างเห็นเป็นตุ๊กตาน่าเคี้ยว ตกเป็นเหยื่อทางกามารมณ์ ผลที่ตามมาคือเด็กท้องไม่มีพ่อ โรค เอดส์ ปัญหาทางสังคม “ระวังตัวนะหนู ครูไม่อยากให้เธอผิดหวัง หน้าตาดีอย่างเธอ คงมีหนุม่ มาติดเยอะ มีแฟนหรือยัง” เธอยิม้ ๆ แล้วตอบผม “ยังหาไม่ ได้คะ่ ” ผมตักเตือนเธอไปเหมือนกับศิษย์หลายๆ คนทีไ่ ปเรียนต่อ ที่อื่นคนเดียว แต่ตอนกลับมาดันมาสองคนหรือสามคนอีกคนอยู่ ในท้องซึ่งเป็นความรู้ไม่เท่าทัน หลงแสงสีในเมืองใหญ่ เพื่อน ชักพาไป โดนหลอก ผมเสียดายหลายคนเป็นเด็กเรียนเก่งแต่เรียน ไม่จบ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นซ�ำ้ แล้วซ�ำ้ อีก เป็นวังวนของชีวิต ต่อมาจันทร์ทองต้องไปอยู่หอพักในตัวเมืองเพื่อประหยัด ค่าใช้จา่ ยเพราะตาได้เสียชีวติ เหลือแต่ยายคนเดียวหาเงินส่งไม���ไหว น้องๆ อีกตัง้ สองคน ภารอันหนักอึง้ ของยายเฒ่าวัย ๘๒ ปีมคี วาม รู้ไม่จบ ป.๔ แต่อดทนหาเช้ากินค�ำ่ หน้าด�ำเลี้ยงหลายตั้งสามคน นี่คือชีวิตของคนจน แสงแดดอ่อนๆ ลมหนาวโชยมาในเวลาบ่ายคล้อยใกล้คำ�่ ขณะที่ผมก�ำลังฝึกนักกีฬาบาสเกตบอลในสนามอยู่นั้น โครม! โครม! โครม!! เสียงดังสนั่นเมื่อรถปิ๊กอัพสีด�ำพุ่งเข้าชนร่างหญิง สาวผู้หนึ่งขี่จักยานมาซื้อของหน้าปากซอย ร่างของเธอกลิ้งไป หลายตลบลงข้างทาง “ครู ครู ครู โจ้ย อี ทอง จิ่ม! มันโดนรถ โจนหน้าโรงเรียน” เสียงป้าติ้บขายของหน้าโรงเรียนตะโกนดังลั่น อย่างตกใจ ผมกับนักกีฬาวิง่ หน้าตัง้ มาทีเ่ กิดเหตุ มองเห็นร่างของ จันทร์ทองนิ่งสนิท ผมกลับเข้าไปเอารถ นักกีฬา ชาวบ้านช่วยกัน หามร่างหมดสติของจันทร์ทองขึน้ รถน�ำส่งโรงพยาบาลประจ�ำอ�ำเภอ หมอช่วยชีวิตทั้งแม่และลูกปลอดภัย หมอเรียกเข้าไปพบ ค่าผ่าตัดและค่ารักษา ๕ พันบาท คุณเป็นพ่อของเด็กใช่ไหม? “เปล่าครับ ผมเป็นครูของเธอ” แต่ลูกของเธอไม่มีใครรับเป็นพ่อ ของเด็ก จะท�ำอย่างไรดีทางโรงพยาบาลต้องเขียนใบสูตบิ ตั ร “ครู รับเป็นพ่อของเด็กก็แล้วกัน ยังมีเวลาแกไขอีกหลายวัน” เอาก็เอา วะ ผมคิดในใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน อย่างอืน่ ค่อยว่ากัน ทีหลัง ห้าปีตอ่ มาขณะทีผ่ มก�ำลังอบรมเด็กหน้าเสาธงตอนเช้าของ วันจันทร์ รถปิ๊กอัพประตูใหม่เอี่ยมสีด�ำมันวาวพึ่งถอยไม่เกินสิบ วันมาจอดหลังเสาธง หญิงสาวหน้าตาสวยก้าวลงจากรถเดินตรง

มาหาผม โผเข้ามากอดเอวผม แล้วก้มลงกราบเท้าผม น�ำ้ ตาไหล อาบแก้มทั้งสองข้างเป็นทางยาว “คุณครูคะ จ�ำหนูได้ไหมคะ จั น ทร์ ท องไงคะ” เสี ย งสั่ น เครื อ มาจากปากหญิ ง สาวผู ้ นั้ น เธอขอบพระคุณที่ได้ช่วยเธอและลูกที่ถูกรถชนอาการปางตาย “ถ้าไม่มคี รูหนูคงไม่มวี นั นี”้ เธอบอกผม และเพือ่ เป็นการตอบแทน โรงเรียนเธออยากจะสร้างห้องสมุดของโรงเรียนเพื่อให้เด็กได้ ค้นคว้าจะได้ทันคนทันโลก ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของทรชน “หนู อยากจะสร้างห้องสมุดโรงเรียนจะหมดเงินสักเท่าไรคะ” เธอเอ่ย ปากขอค�ำปรึกษาผม “คงหลายแสนนะ จันทร์ทอง” ผมตอบเธอ “หนูอั้นไม่เกิน ๑ ล้านบาทคะ” เธอพูดเต็มเสียงอย่างจริงจัง อีก สามวันหนูจะมาหาคุณครู อยากจะขอให้คณุ ครูชว่ ยหาแบบอาคาร สองชั้นทาสีฟ้าอ่อนๆ หนูชอบสีฟ้า แล้วเธอก็ลาจากไป ผมคิดถึงค�ำบอกเล่าจากปากเธอว่าไปท�ำงานที่ประเทศ ญี่ปุ่น ขณะนี้ได้สร้างบ้านให้ยายและน้องๆ สองคนกับลูกสาวที่ คลอดวันนั้น ลูกของเธอเป็นผู้หญิง ชื่อจันทร์ดารา ขณะนี้ก�ำลัง น่ารักน่าชัง นอกจากนัน้ เธอยังซือ้ ทีน่ าเอาไว้ปลูกข้าวกินอีก ๕๐ ไร่ ฝากธนาคารให้ยาย น้องอีกสองคนและลูกอีกคน หลายวันต่อมา เธอได้มาหาผมทีโ่ รงเรียนเอาของฝากคุณครูทกุ คนและเลีย้ งอาหาร กลางวันเด็กนักเรียน เธอตกลงเลือกแบบอาคารห้องสมุดสองชั้น ทาสีฟ้าอ่อนซึ่งเป็นสีประจ�ำวันเกิดเธอ หลังนี้ราคา ๑ ล้านบาท สัญญาจ้าง ๑๘๐ วัน จ่าย ๓ งวด งวดแรกจ่าย ๓ แสน บาท งวด ที่สองจ่าย ๓ แสนบาท และงวดสุดท้ายจ่ายอีก ๔ แสนบาท เธอ ตกลงท�ำสัญญากับผู้รับเหมา มีผู้อ�ำนวยการและผมเป็นพยาน ก่อนจากกันเธอบอกผมว่าจะกลับไปประเทศญีป่ นุ่ เป็นครัง้ สุดท้าย อีกหกเดือนต่อมาอาคาร “แสงส่องทาง” สร้างเสร็จ ผู้ปกครอง นักเรียนและหมู่บ้านในเขตบริการของโรงเรียนมาร่วมงานฉลอง ไม่มเี งาของเธอมาร่วมงาน เหลือเพียงจดหมายกระดาษสีฟา้ เพียง แผ่นเดียวที่อยู่ในมือผม “ขอให้ไปดี ไปเป็นนางฟ้าบนสรวงสวรรค์เถอะศิษย์กตัญญู ผมร�ำพึงในใจ” ผมพับจดหมายใส่กระเป๋าเสื้อ ผมมองสบตากับรูปถ่าย อีกครัง้ เธอมองผมด้วยแววตาเศร้าสร้อยเหมือนจะขอบคุณทีช่ ว่ ย เหลือในการสร้างอาคารห้องสมุดจนเสร็จสมบูรณ์ เอดส์เป็นโรคร้ายทีค่ ร่าชีวติ เธอไปไม่มวี นั กลับ ผมเดินออก จากอาคาร มองไปยังสนามบาสฯ เห็นเด็กหญิงคนหนึง่ ครองลูกบาสฯ โยนหลอกล่อช่างละม้ายคล้ายกับจันทร์ทองตอนเป็นเด็กๆ ประถม มีลลี าการเล่นดีเหลือหลาย มีแววได้แชมป์แน่ๆ “หนูชอื่ อะไร” ผม ถามเด็กนั้น “หนูชื่อจันทร์ดาราค่ะ” รอยเกวียนรอยใหม่เริ่มฉาย แววจะบดทับรอยเกวียนเดิม สวรรค์เท่านั้นที่จะรู้ 23


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

เด็กหญิงยอดนักสู้

“หนูแอบ” ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง ณิชนันทน์ อาตวงษ์ โรงเรียน บ้านท่ามะไฟ ต.ป่ามะคาบ อ.เมือง จ.พิจิตร เขต ๑

ดิฉันสอนหนังสือมาตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน จ�ำได้ว่า เริม่ สอนในวันแรก รูส้ กึ กลัวเด็กๆ ไม่รวู้ า่ จะพูดกับพวกเขาอย่างไร ทั้งที่ได้มีประสบการณ์เมื่อตอนฝึกสอนมาก่อน แต่ก็อดจะกังวล ไม่ได้ เด็กๆ จะเชื่อฟังเราไหม ...เสียงระฆังดังขึ้น เหมือนนักมวยหมดยก... ดิฉันกลับ บ้านด้วยรอยยิม้ นึกถึงใบหน้าของเด็กๆ ทีต่ า่ งยกมือไถ่ถามตลอด เวลา ถึงแม้จะไม่เกี่ยวกับวิชาที่สอน คุณครูมาจากไหน? ครูชื่อ เล่นอะไร? ที่เด็ดสุด “ครูมีแฟนหรือยัง?” “เป็นอะไรยิม้ น้อยยิม้ ใหญ่เลยคุณครู” แม่ถามเมือ่ เห็นดิฉนั ยิ้มไม่หุบ จากวันนัน้ ถึงวันนีก้ ็ ๒๐ ปีกว่า เด็กผูห้ ญิงตัวเล็ก ชือ่ “แอบ” (ในตอนที่ดิฉันสอนเธออยู่ ป.๕) เด็กหญิงตัวเล็กๆ ผิวเข้มนิดๆ ผมหน้าม้าเสมอหู ท่าทางคล่องแคล่ว หยิบจับอะไรดูไม่เคอะเขิน เสื้อนักเรียนสีมัวๆ (ไม่สดใสเหมือนในโฆษณา) กระโปรงสีนำ�้ เงิน จีบจะเรียงตัวมาดีในตอนเช้า ตกเย็นจีบที่เรียงมาแย่งกันขึ้น “แอบ” เป็นเด็กที่กล้าแสดงออก พูดจาฉะฉาน งานอะไรที่ต้องให้ เธอช่วย เธอยินดีไม่เกี่ยงงอน อาสาท�ำให้หมดขอเพียงบอกเธอ

24

เมือ่ คราวทีโ่ รงเรียนจัดโครงการนวดฝ่าเท้าเพือ่ สุขภาพ ก็ได้ “แอบ” ที่ท�ำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ ติดใจในฝีมือนวด จนคิวไม่ ว่าง แต่เธอก็ไม่เคยบ่น เงินทีไ่ ด้จากน�้ำพักน�ำ้ แรงก็เอาไปช่วยเหลือ ครอบครัว บางครั้งยังเหลือฝากใส่กระปุกออมสินที่ดิฉันจัดหามา ให้เพื่อฝึกฝนให้ได้รู้จักประหยัดอดออม “แอบ” ยังไปรับจ้างโยน ต้นกล้าข้าวที่นาใกล้เคียง หรือต่างหมู่บ้าน ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เธอจะช่วยแม่ท�ำงานบ้าน หุงข้าว ถูบ้าน ตามก�ำลังที่จะ สามารถช่วยได้ บางวันก็ไปรับจ้างกับพ่อ-แม่ ในบางอาทิตย์ก็ไป รับจ้างตัดหัวปลาเพื่อท�ำเป็นปลาร้ากับคนแถวบ้าน ไม่น่าเชื่อว่า เด็กเล็กๆ จะท�ำอะไรได้มากมายขนาดนี้ มิน่าจะเห็นเธอเล่นซน ทัง้ วัน โดดหนังยาง หมากเก็บ วิง่ เปรีย้ ว เธอคงชดเชยในวันทีไ่ ม่มี โอกาส ส่วนผลการเรียนของ “แอบ” ก็อยู่ในเกณฑ์ดี ท�ำให้ดิฉันอดนึกไม่ได้ถึงเด็กหลายคนที่บ่นท้อถอย ไม่ อยากเรียน ไม่ว่าจะด้วยเงินทุน รวมถึงเวลา ที่นำ� มา (อ้าง) เป็น ตัวแปรในการไม่สนใจในการเรียน เพราะอะไร... บางทีดิฉันก็หา ค�ำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน... “การสอนเด็กๆ ก็เหมือนกับการตะโกนใส่กำ� แพง เด็กๆ จะฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่เมื่อใดที่เสียงนั้นสะท้อนกลับมา พวกเขา ได้นำ� มาใช้แม้เพียงสักส่วนหนึง่ เราในฐานะทีเ่ ป็นเรือจ้างก็อดทีจ่ ะ ดีใจไม่ได้” เพราะค�ำว่า “ลูกศิษย์” ท�ำให้เราอดเป็นห่วงไม่ได้ “แอบ” เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กล้าแกร่ง เธอจะเติบโตเป็นไม้ ใหญ่ที่แผ่ก้านกิ่งสาขา ร่มเงาของเธอจะประคองให้คนอื่นๆ ได้ สุขใจ เมื่อนึกถึงเธอขึ้นมาครั้งใด ท�ำให้ดิฉันนึกถึงวันที่เดินอมยิ���ม กลับบ้านหลังการสอนในวันแรก ถึงแม้นว่าจะแตกต่างจากวันนั้น เพราะคนที่ถามมิใช่คนเดิม “แม่เป็นอะไรยิ้มไม่หุบเลย” นี่คือเรื่องของเด็กหญิงถุงเงิน อินทร์เกตุ (แอบ) นักเรียน โรงเรียนบ้านท่ามะไฟ


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

จากฝันสู่ฝัน ภาค เหนือตอนบน เรื่อง ทรงวุฒิ บุญงาม โรงเรียน วาวีวิทยาคม ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เขต ๒ ภาพ : creativecommons.org

ความฝันของคนเรามีไม่เหมือนกัน แต่จะมีสักกี่คนที่จะ สานฝันจนส�ำเร็จ บ้างก็ได้แค่ฝัน เพราะไม่มีโอกาส ผมก็เป็นอีก คนหนึ่งที่มีความฝัน ตั้งแต่เริ่มจ�ำความได้ พ่อของผมมักจะถาม ผมว่า “ลูกโตขึ้นลูกอยากจะเป็นอะไร” ผมก็บอกพ่อผมเสมอว่า “โตขึน้ ผมอยากเป็นนักฟุตบอล” แต่ดว้ ยโอกาสและเหตุผลหลายๆ อย่าง ท�ำให้ผมไปไม่ถึงฝัน จนมาวันหนึ่งผมได้มารู้จักกับเด็กคน หนึ่ง ซึ่งเด็กคนนี้มีความฝันเช่นเดียวกันกับผมในวัยเด็ก ผมมาอยูท่ โี่ รงเรียนแห่งนีป้ ระมาณปีกว่าได้รจู้ กั กับนักเรียน หลากหลายความคิด หลากหลายความฝัน แต่มีเด็กคนหนึ่งที่มี ความฝันเหมือนผมตอนวัยเด็ก เด็กคนนี้ชื่อ ปริวัฒน์ ปั๋นแก้ว ชื่อ เล่น บอล เป็นนักเรียนประจ�ำชั้นของผมเอง ผมกับเจ้าบอลรู้จัก คุ้นเคยกันมากขึ้นก็เพราะได้ฝึกซ้อมฟุตบอลในช่วงตอนเย็นด้วย กันเสมอ ผมรูค้ วามฝันของเด็กคนนี้ เพราะการสอบกลางภาค ซึง่ ได้ให้นักเรียนเขียนเรียงความเรื่องอาชีพในฝันของข้าพเจ้า เจ้า บอลได้เขียนความฝันของตนเองว่า อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ท�ำให้ผมนึกถึงภาพของตัวเองในวัยเด็ก หลังจากนัน้ มา ผมกับเจ้า บอลมักจะพูดคุยกันเรือ่ งฟุตบอลเป็นประจ�ำ โดยเฉพาะทีมสโมสร เชียงรายยูไนเต็ด ซึง่ ตอนนัน้ ยังเล่นในระดับดิวชิ นั่ ๒ หรือฟุตบอล ลีกภูมิภาค (ปัจจุบันอยู่ดิวิชั่น ๑) ทุกครั้งที่ผมไปดูการแข่งขันผม จะมาเล่าให้เจ้าบอลฟังอยู่เสมอ เจ้าบอลก็ตั้งใจฟังมาก มากกว่า ตอนที่มันนั่งเรียนหนังสือกับผมอีกครับ และเมื่อไหร่ที่ผมพูดถึง เรื่องแข่งบอล เจ้าบอลก็อยากจะไปดูทุกครั้ง แต่ด้วยระยะทางที่ ไกล และส่วนใหญ่เขาจะแข่งขันกันในช่วงเย็นวันอาทิตย์ เจ้าบอล ก็เลยไม่มีโอกาสได้ไป ก้าวสู่ฝัน...เส้นทางเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่ความฝัน ของเจ้าบอล เริ่มจาก คืนหนึ่งผมได้เปิดดูเว็บไซต์สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด และทางสโมสรมีการแจ้งการรับสมัครต้นกล้านักฟุตบอล อาชีพโดยให้มาพบกันเวลาบ่าย ๒ โมงของวันรุง่ ขึน้ เพือ่ ท�ำการคัด เลือกจ�ำนวนไม่เกิน ๖๐ คน ผมเลยโทรศัพท์ไปหาเจ้าบอล ให้มัน ไปคัดเลือกในวันนั้น เจ้าบอลมันก็ไม่ทำ� ให้ผมผิดหวังเลย มันถูก เลือกเป็น ๑ ใน ๖๐ คนนั้น และจะต้องฝึกซ้อมทุกเย็นเป็นเวลา

๓ เดือน โดยสโมสรจะออกค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ ๑๕๐ บาท รองเท้า ฟุตบอลและชุดกีฬาให้ โอ้...เจ๋งจริง ไอ้เจ้าบอล ความฝันเริม่ มืดมนขึน้ อีกครัง้ เมือ่ วันทีท่ างสโมสรนัดให้ไป รายงานตัว เผอิญไปตรงกับวันสอบกลางภาคของโรงเรียนพอดี ส� ำ หรั บ นั ก กี ฬ าที่ ไ ม่ ไ ปรายงานตั ว วั น แรกเขาอาจคั ด ชื่ อ ออก เจ้าบอลเลยตัดสินใจขออนุญาตครูที่โรงเรียนและตามไปวันเวลา ดังกล่าว ส่วนผมก็ได้ตดิ ต่อโรงเรียนทีอ่ ยูใ่ กล้กบั สนามฝึกซ้อมหาก เจ้าบอลจ�ำเป็นต้องย้ายที่เรียนจริงๆ เมื่อเดินทางไปถึงสโมสร เจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งกับเจ้าบอลว่าได้เลื่อนการซ้อมโดยไม่มีกำ� หนด ๓ สัปดาห์ต่อมาทางสโมสรได้โทรมาให้ไปรายงานตัว แต่ เจ้าบอลต้องไปฝึก รด. ภาคสนามที่เวียงป่าเป้าเป็นเวลา ๓ วัน อีกทั้งก็ใกล้ช่วงสอบภาคปลาย เจ้าบอลตัดสินใจแจ้งปัญหานี้ให้ ทางสโมสรทราบ ผมก็ลุ้นต่อไป ความฝันเริ่มสดใสขึ้นอีกครั้ง เมื่อทางทีมงานโครงการต้น กล้านักฟุตบอลอาชีพได้ให้โอกาสแก่เจ้าบอล โดยให้เข้าร่วมฝึก ซ้อมในช่วงปิดภาคเรียน และให้พักร่วมกับนักฟุตบอลของสโมสร เจ้าบอลเล่าให้ผมฟังว่า ครูรู้ไหมครับ ตอนแรกที่ร่วมฝึกซ้อมกับ เพือ่ นร่วมทีมนัน้ มันไม่งา่ ยอย่างทีค่ ดิ ไว้เลย เพราะผมมาใหม่กเ็ ลย เล่นเข้ากับใครไม่ได้ และเล่นไม่เป็นระบบ เจ้าบอลรูส้ กึ ท้อแท้มาก แต่ด้วยใจรักในกีฬาฟุตบอลจึงแข็งใจสู้ และค่อยๆ ปรับตัวให้เข้า กับเพื่อนร่วมทีม ทุกวันนี้ตอนเช้าเจ้าบอลจะร่วมฝึกซ้อมกับพี่ๆ นักฟุตบอลของสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด ส่วนตอนเย็นก็จะฝึกซ้อม กับเพื่อนๆ ในโครงการต้นกล้านักฟุตบอลอาชีพ ในวันนีผ้ มสามารถตอบแทนเจ้าบอลได้เลยว่า เจ้าบอลมัน มีความสุขทีไ่ ด้ทำ� ในสิง่ ทีต่ วั เองรัก ตามหาความฝันของตนเอง ถึง แม้วา่ ตอนนีจ้ ะยังไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพก็ตาม แต่กถ็ อื ว่าเป็น เส้นทางหนึง่ ของการเดินไปสูค่ วามฝันให้สำ� เร็จได้ ไม่แน่ในอนาคต อาจจะมีนกั ฟุตบอลจากพืน้ ทีร่ าบสูงทีช่ อื่ “เจ้าบอล” ปริวฒั น์ ปัน๋ แก้ว หรือไม่อาจมีครูพละที่มีความถนัดในกีฬาฟุตบอลก็ได้ ใครจะ รู้ล่ะครับ 25


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

เงาที่ผ่านไป เกื อ บห้ า โมงเย็ น แล้ ว ฉั น ก� ำ ลั ง รวบรวมเอกสารทีน่ ำ� มาจัดเข้าทีเ่ พือ่ เตรียม กลับบ้าน แดดยามเย็นส่องลอดเข้ามาทาง บานหน้าต่าง ท�ำให้เห็นเงาของดิฉันทอด ยาวไปตามห้องเรียน แดดยามเย็นท�ำให้ รู ้ สึ ก สบายไม่ จ� ำ เป็ น ต้ อ งลุ ก ขึ้ น ไปปิ ด หน้าต่าง เสียงนักเรียนและหนุม่ น้อยแถวๆ โรงเรียน วิ่งไล่เตะบอลกันอยู่ที่สนาม เป็น มุมแห่ ง ความสุ ข เล็ ก ๆ ของฉัน แม้ว่า นักเรียนและครูจะกลับบ้านกันไปหมดแล้ว ฉันพลิกดูแฟ้มประวัติซึ่งก�ำลังเก็บ งานเข้าที่ โอ้โฮ...ปีนี้เราถ่ายส�ำเนาเอกสาร เกียรติบตั รเข้าแฟ้มไว้สบิ กว่าฉบับ เป็นของ โรงเรียน ของครูและของนักเรียน มันคือผล แห่งการปฏิบตั กิ จิ กรรมทีพ่ วกเราร่วมกันท�ำ ทั้งครูและนักเรียน ฉันแอบลูบคล�ำมันเล่น นึกถึงภาพที่ลูกศิษย์ออกไปรายงานโครง งานคุ ณ ธรรมระดั บ ภาคเพื่ อ แข่ ง ขั น กั บ

ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง กัลยา โพธิพรต โรงเรียน ชุมชนวัดโพธิ์ทอง (ปกาสิตวิทยา) ต.เนินมะกอก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เขต ๒

จังหวัดอื่นๆ ทั้งระดับประถม ระดับมัธยม เป็นบรรยากาศที่น่าจดจ�ำกันทั้งครูทั้งศิษย์ ฉันอดนึกถึงภาพเก่าๆ ทีเ่ คยท�ำงาน ร่วมกับสามีซึ่งเป็นผู้บริหารไม่ได้ ฉันต้อง อพยพติดตามไปทั่วเพราะสามีจะอยู่ใน แต่ละที่ไม่นาน มักจะสอบย้ายได้บ่อยๆ และจะชินกับภาพที่เห็นเขาเดินขึ้น เดินลง เดินเข้า เดินออกตามห้องเรียนอยู่ตลอด เขาชอบสอนนักเรียน สอนพอๆ กับครู ประจ�ำชั้น แต่ก็มีภาระที่จะเข้าไปตามงาน ไปนิเทศ ดูแลนักเรียนตามห้องต่างๆ มิได้ ขาด ทุกคนจึงมักเห็นเงาของเขาผ่านไปมา อยู่สม�่ำเสมอ แต่ก็ดีนะอย่างน้อยมันก็พอ ท�ำให้พวกเพื่อนครูตื่นตัวกันได้ตลอด สามี ข องฉั น มั ก จะรั บ ภาระงาน ใหม่ๆ มาให้เราได้ทำ� ก่อนเสมอ ทัง้ โรงเรียน แกนน�ำ การวิจัยในห้องเรียนในยุคแรกๆ ถึงเราจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กแต่ก็จะมี

รางวัลที่ได้รับมากกว่าหลายๆ โรงเรียน ท�ำให้เราภูมิใจในโรงเรียนของเรา ครูของ เรา และลูกศิษย์ของเรา หรือฉันจะโดนเงา ของใครทาบทับอยูใ่ นการท�ำงาน แม้วา่ สามี ของฉันจะลาออกจากราชการแล้ว นั ก เรี ย นที่ เ ล่ น ฟุ ต บอลอยู ่ ก ลาง สนามหยุดพัก มีสองสามคนเดินผ่านหลัง โรงเรียน เงาของพวกเขาผ่านแวบเข้ามาใน ห้องเรียนจนฉันต้องหันไปมองแล้วยิม้ ให้กบั พวกเขา ฉันเก็���แฟ้มเข้าที่เตรียมตัวกลับ บ้าน มองเงาของตัวเองที่ทอดยาวไปตาม ห้องอดยิ้มกับความฝันของตัวเองไม่ได้ ก่อนทีฉ่ นั จะเดินจากไปจากทีน่ ี่ ฉันอยากจะ ให้เงาของฉันทาบทับเข้าไปในใจของครูรุ่น น้องๆ ของฉันสักสองสามคน ฉันจะได้มี โอกาสหันกลับมายิม้ ให้กบั ทีท่ ฉี่ นั เคยนัง่ อยู่ อีกสักครั้ง

เธอคือความหวัง ภาค เหนือตอนบน เรื่อง เจริญศักดิ์ หาญภักดีสกุล โรงเรียน บ้านสันผักแค ต.ม่วงคำ� อ.พาน จ.เชียงราย เขต ๒

“น้องบีม” เด็กหญิงบุษกร ปาส�ำลี นับเป็นตัวอย่างที่ดีในการเรียน การเป็น แม่ค้าตั้งแต่เล็ก การรู้จักบวก ลบเลขในใจ เกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ ไม่ทราบว่าโรงเรียน ไหนบ้างทีม่ กี จิ กรรมให้นกั เรียนคิดเลขในใจ เหมือนกับเด็กโบราณที่ต้องเขียน ตอบเลข ในใจทุกๆ เช้า อย่างน้อย ๑๐ ข้อ ก�ำหนด เวลาสัน้ คิดให้เร็วโดยสมัยนัน้ ยังไม่มเี ครือ่ ง คิดเลข ถ้าช้าก็ใช้อวัยวะที่พอจะนับได้ให้ 26

เกิดประโยชน์ทั้งมือ เท้า แม้น้องบีมจะอยู่ ในสมัยเครื่องคิดเลขเฟื่องฟู เธอก็ไม่ใช้ เพราะคุณพ่อจะฝึกให้ใช้เทคนิคการคิดในใจ น�ำไปสู่การทอนเงิน ค้าขายของครอบครัว อย่างถูกต้องและรวดเร็ว งานบ้านไม่มี ความบกพร่อง แววการเป็นผูน้ ำ� มีมาตัง้ แต่ เด็ก มีความตั้งใจ ใส่ใจในการเรียนท�ำให้ เธอเป็นทีห่ นึง่ ในชัน้ เรียนอย่างไม่มใี ครล้มได้ นอกจากเรียนดีเธอยังชอบช่วยเหลือเพื่อน

ดูแลน้องอนุบาลเปรียบเสมือนน้องของตนเอง จิตอาสาที่มีมาตั้งแต่เล็กจนปัจจุบันก็ยังไม่ เสื่อมคลายกลับเพิ่มพูนขึ้นตามอายุขัยที่ เจริญวัยขึน้ สังคมแห่งโรงเรียนบ้านสันผักแค ยังมีดอกไม้ที่ก� ำลังจะเบ่งบานเป็นแบบ อย่างแห่งความกตัญญู เธอจะก้าวสู่แถว หน้าของโรงเรียน ทุกสิง่ ทีเ่ ธอท�ำจะเป็นแบบ อย่างที่ดี เพราะเธอ คือ ความหวัง...


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

เมื่อฉันแก่ตัวลง...

ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง วรลักษณ์ ร้อยแก้ว โรงเรียน สมาคมเลขานุการสตรี ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่เล่าให้ ฟังว่า... ครอบครัวผมมีพี่น้อง ๓ คน แม่ผมเป็นผู้หญิงที่เก่งมี อาชีพรับราชการครูส่งให้ผมเรียนจนปริญญาโท ผมเปลี่ยนที่ ท�ำงานหลายบริษัท จนในที่สุดเริ่มเบื่อเมืองไทย จึงหาหนทางไป ท�ำงานและเรียนต่อทีต่ า่ งประเทศ ระหว่างทีอ่ ยูต่ า่ งประเทศไม่คอ่ ย ได้กลับมาเยี่ยมแม่สักเท่าไร ได้แต่ติดต่อกันพูดคุยกับแม่ทาง โทรศัพท์และทางอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งคราว แม่เริ่มสนใจข่าวต่าง ประเทศเมื่อผมเดินทางไปนอก ทุกครั้งที่มีข่าวตึงเครียดใน ประเทศนัน้ ๆ แม่พดู อยูเ่ สมอว่า อยูน่ อกบ้านนอกเมือง ต้องระวังตัว ให้มากๆ แม่เป็นห่วงมาก ทุกครัง้ แม่กจ็ ะคอยเตือนให้ระวังสุขภาพ ของตัวเอง ตั้งใจเรียน ตั้งใจท�ำงาน ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ไม่ต้อง กลับมาเยีย่ มบ่อยๆ เพราะจะสิน้ เปลืองเงินทอง... ยิง่ พูดก็ยงิ่ ซ�ำ้ ๆ ซากๆ ผมรู้ดีว่าแม่เริ่มคิดถึงผมมาก จนกระทั่งปีใหม่ปีนี้ ผมจึง ตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่ โดยตั้งใจว่าจะอยู่สัก ๑ เดือน จะไม่ทำ� อะไรหรือไปไหนเป็นพิเศษ แต่ขอเป็นเพือ่ นแม่เพียงอย่างเดียว พอ บอกข่าวนี้ให้แม่ทราบ แม้จะมีเวลาอีกตั้งหลายเดือน แม่ก็เริ่ม เตรียมตัวในการต้อนรับการกลับมาเยี่ยมบ้านของลูก แม่เริ่มจด

บันทึกสิ่งที่ต้องตระเตรียม เตรียมรายการอาหารที่ลูกชอบ จัด เตรียมเอาที่นอน ผ้าห่มหมอนมุ้งที่ลูกเคยนอนสมัยอยู่เมืองไทย ออกมาปัดฝุน่ ผึง่ แดดด้วยตัวของแม่เองด้วยความสุขใจ ซึง่ ส�ำหรับ คนอายุเกือบจะ ๖๐ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เมือ่ ถึงวัน เวลาเดินทางกลับบ้าน ตอนอยูบ่ นเครือ่ งบิน คิด ตัง้ ใจว่ากลับถึงบ้านจะขอกอดแม่ให้ชนื่ ใจสักครัง้ แต่พอมาเห็นแม่ แม่ที่ยืนรออยู่ตรงหน้าบ้าน หน้าตาเหี่ยวย่น ช่างไม่เหมือนแม่คน ก่อนหน้านี้เลย... แต่นัยน์ตาของแม่เป็นประกายสดใสมีความสุข มากเหลือเกิน แม่ใช้เวลาหลายชั่วโมงเตรียมอาหารที่ลูกเคยชอบ โดยที่ไม่ทราบว่า เดี๋ยวนี้ลูกไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้นแล้ว เป็น เพราะแม่แก่ชรา ตาไม่ค่อยดี ลิ้นของแม่เริ่มบางลิ้มรสอาหารได้ ไม่เหมือนก่อน รสชาติอาหารทีแ่ ม่ทำ� ให้ลกู รับประทานจึงแย่มากๆ บางจานก็เค็มจัด บางจานก็จืดสนิท ผ้าห่มที่แม่อุตส่าห์เตรียมให้ ทัง้ หนาทัง้ หยาบ ไม่สบายกายเลย แม่ไม่รวู้ า่ เดีย๋ วนีล้ กู ของแม่นอน ห้องแอร์และใช้ผ้าห่มขนแกะแล้ว แต่ผมก็ไม่บ่นอะไร เพราะผม ตั้งใจจะกลับมาหาเแม่จริงๆ สองสามวันแรก แม่ยุ่งอยู่กับเรื่องจิปาถะ จนไม่มีเวลาพัก ผ่อน เพราะความดีใจที่ผมกลับมาอยู่กับแม่ พอเริ่มได้พัก แม่ก็ เริ่มพูดมาก สอนโน่นสอนนี่ เหมือนเมื่อครั้ง ๑๐ กว่าปีก่อนที่เคย พูดแล้ว พอลูกบอกให้แม่ฟังว่า ค�ำที่แม่พูดบางค�ำโบราณไม่ทัน 27


สมัยแล้ว แม่ก็เริ่มนิ่งเงียบและเศร้าซึม เด็กหนุ่มคนนั้นเล่าให้ฟัง ต่อว่า... เหตุการณ์เริม่ แย่ลงเรือ่ ยๆ สังเกตว่าสุขภาพแม่แย่ลง โดย เฉพาะสายตา อาหารทีแ่ ม่ทำ� ให้รบั ประทานบางจานมีแมลงวันด้วย บางทีอาหารหกตกหล่นบนเตา แม่ก็เก็บใส่จานตามเดิมเพราะ ความเสียดาย ครั้นผมพยายามชวนแม่ไปกินนอกบ้าน แม่ก็บอก อาหารข้างนอกไม่สะอาด ของแปลกปลอมเยอะ เมื่อผมบอกแม่ ว่าจะพาแม่ไปเที่ยวพักผ่อนชายทะเล แม่ก็ไม่ไป อ้างว่าแพงสิ้น เปลืองเงิน และเมื่อผมออกปากบอกแม่ว่าจะหาคนรับใช้มาช่วย แม่สักคน แม่ก็โวยวายว่า แม่ยังแข็งแรงสามารถท�ำงานบ้านเอง ได้อย่างสบาย ผมเลยพูดไม่ออก พอผมจะออกไปช้อปปิ้งกับ เพื่อนๆ แม่ก็จะตามไปด้วย ท�ำเอาวันนั้นทั้งวันผมไม่ได้ไป ช้อปปิง้ ... วันต่อมาพวกเราสามคนพีน่ อ้ งเริม่ คุยกันในเรือ่ งทันสมัย แม่กจ็ ะหาว่าพวกเราเพีย้ น… ผมก็เริม่ บอกแม่อย่างไม่คอ่ ยเกรงใจ ว่า “แม่…นีม่ นั สมัยใหม่แล้วแม่ตอ้ งหัดมองโลกในแง่ใหม่ๆ บ้าง...” ผมเริ่มขัดแม่มากขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกร�ำคาญแม่เพิ่มมากขึ้น แต่ ไม่เคยทะเลาะกัน พอผมขัดแม่ แม่ก็หยุดไม่พูดไม่จา ในตามีแวว เหม่อลอย-ซึมเศร้าแบบคนแก่ของแม่ชักหนักขึ้นเรื่อยๆ... พอถึงวันก�ำหนดเวลาที่ผมจะต้องเดินทางกลับเพื่อไป ท�ำงานต่อที่ต่างประเทศ ในระหว่างที่ผมก�ำลังนั่งรอรถแท็กซี่หน้า บ้านกับแม่เพือ่ ไปสนามบิน มีกระดาษแผ่นหนึง่ ปลิวหลุดลงมาจาก กระเป๋าเสื้อของแม่ แม่รีบเอื้อมไปหยิบใส่กระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน ผมรูส้ กึ เอะใจ เลยถามว่า “แม่ นัน่ กระดาษอะไร ขอผมดูหน่อยนะ” แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงล้วงออกมาวางบนมือของผมแล้วรีบเดิน หุนหันเข้าบ้านทันที ผมหยิบแผ่นกระดาษแผ่นนัน้ ขึน้ มาดู มันเป็น บทความบทหนึ่ง ชื่อว่า “เมื่อฉันแก่ตัวลง” ซึ่งแม่ได้มาจากใน อินเทอร์เน็ตและพรินต์เก็บไว้ ตอนทีผ่ มเริม่ ร�ำคาญแม่และเถียงกับ แม่ถี่มากขึ้นทุกที... ซึ่งบทความนั้นคัดมาจากนิตยสารฉบับหนึ่ง ของเม็กซิโกว่า... เมื่อฉันแก่ตัวลง ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น ขอโปรดเข้าใจฉัน มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้นอีกสักนิด ตอนฉันท�ำแกงหกใส่เสื้อตัวเอง หรือ ตอนฉันลืมวิธีผูกเชือก รองเท้า ขอให้คิดถึงตอนแรกๆ ที่ฉันใช้มือสอนเธอท�ำทุกอย่าง ตอนฉันเริ่มพร�่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆ ที่เธอรู้สึกเบื่อ ขอให้อดทนสักนิด อย่าเพิ่งขัดฉัน ตอนเธอยังเล็กๆ ฉันยังเคยเล่านิทานซ�ำ้ ๆ ซากๆ จนเธอหลับเลย ตอนฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน�ำ้ ให้ อย่าต�ำหนิฉันเลยนะ 28

ยังจ�ำตอนที่เธอยังเล็กๆ ฉันต้องทั้งกอดทั้งปลอบเพื่อให้เธอยอมอาบน�ำ้ ได้ไหม ตอนฉัน งง กับวิทยาการใหม่ๆ อย่าหัวเราะเยาะฉัน จ�ำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบค�ำถาม “ท�ำไม ท�ำไม” ทุกครั้งที่เธอถามได้ไหม ตอนฉันเหนื่อยล้าจนเดินต่อไม่ไหว ขอจงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน เหมือนตอนที่ฉันพยุงเธอให้หัดเดินในตอนที่เธอยังเล็กๆ หากฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำ� ลังสนทนากันอยู่ ให้เวลาฉันคิดสักนิด ที่จริงส�ำหรับฉันแล้ว ก�ำลังพูดเรื่องอะไรไม่สำ� คัญหรอก ขอเพียงมีเธออยู่ฟังฉัน ฉันก็พอใจแล้ว ตอนเธอเห็นฉันแก่ตัวลง ไม่ต้องเสียใจ ขอให้เข้าใจฉัน สนับสนุนฉัน ให้เหมือนตอนที่ฉันสนับสนุนเธอตอนเธอเพิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ ตอนนั้นฉันน�ำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิต ตอนนี้ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทาง ให้ความรักและอดทนต่อฉัน ฉันจะยิ้มด้วยความขอบใจ ในรอยยิ้มของฉันมีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของฉัน ที่มีให้กับเธอ ผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบเกือบกลั้นน�้ำตาไว้ไม่อยู่ ตอนนัน้ แม่เดินออกมา ผมแกล้งท�ำเป็นไม่มอี ะไรเกิดขึน้ คิดว่าแม่ คงตัง้ ใจจะพิมพ์สง่ ทางอีเมลและอยากให้ผมได้อา่ นบทความนีห้ ลัง จากผมกลับไปแล้วซึ่งแม่ผมพอจะใช้คอมพิวเตอร์ได้ดีพอสมควร ผมจึงขอกระดาษแผ่นนั้นจากแม่ติดตัวกลับไปในวันนั้นด้วยเลย รูส้ กึ แม่จะดีใจมาก เหมือนกับว่ากระดาษแผ่นนัน้ เป็นยันต์โชคลาภ ส�ำหรับผม และเหมือนกับว่าการทีผ่ มยอมรับกระดาษแผ่นนัน้ และ ขอกระดาษแผ่นนัน้ จากแม่ ผมได้กลับมาเป็นเด็กดีของแม่อกี ครัง้ หนึ่ง แม่ตามมาส่งผมจนถึงรถแท็กซี่ สิ่งของเสื้อผ้าใหม่ๆ ที่แม่ ซือ้ และบรรจงบรรจุใส่กระเป๋าเดินทางให้ผม ไม่ได้ทำ� ให้ผมตืน่ เต้น ดีใจเลย แต่บทความ “เมื่อฉันแก่ตัวลง” บทนั้นมันช่างมีความ หมายและมีคา่ กับตัวผมมากมายเสียเหลือเกิน ผมได้เก็บใส่ไว้ใน กรอบ เอาไว้ข้างตัวผมตลอดไป...


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

เชื่อหรือไม่...

แรงอธิษฐานช่วยชีวิตคน

ภาค เหนือตอนบน เรื่อง วนิดา จรัสวิชญ์ สพป.เชียงราย ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย เขต ๔

มนุษย์มีพลังในตนที่สามารถบันดาลให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ และนี้คือเรื่องราวของแรงอธิษฐานที่ช่วยชีวิตคนได้ วิจิตรา วุฒิ อายุ ๕๗ อดีตพยาบาลเทคนิค ระดับ ๖ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เล่าให้ดฉิ นั ฟังว่า เดิมคุณพ่อ มีรูปร่างท้วมและแข็งแรง เป็นก�ำนันที่ใครก็รัก ยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายทุกคน เป็นคนขยันออกก�ำลังกายทุกเช้าเย็น คอยดูแลสวน และต้นไม้ในบ้าน แล้วในวันหนึ่ง คุณพ่อก็ลื่นล้มลงในระหว่าง รดน�้ำต้นไม้ ไม่รู้สึกตัว คุณแม่สีนวลจึงรีบน�ำส่งโรงพยาบาลที่ พี่วิจิตราเป็นพยาบาลอยู่ คุณพ่ออมรไม่รู้สึกตัว ขยับไม่ได้ พูดไม่ได้ ความดันขึ้นสูง และกระดูกสันหลังคู่ที่ ๑๒ ทรุด หมอพยายามรักษา แต่ไม่ สามารถรักษาได้ พี่วิจิตราจึงน�ำกลับมาบ้านและลาออกจากการ เป็นพยาบาล ตัง้ ใจไว้วา่ จะตอบแทนพระคุณพ่อ จะช่วยชีวติ พ่อให้ได้ กิจวัตรประจ�ำวันทีท่ ำ� เพือ่ คุณพ่อคือตืน่ แต่เช้า เตรียมอาหาร และ ผลไม้ใส่ถุงและใส่ขันเงินไปวางที่โต๊ะหน้าบ้าน ซึ่งจะมีพระมารับ บิณฑบาตทุกวัน แต่กอ่ นจะน�ำไปถวายจะน�ำถุงอาหารไปแตะทีม่ อื คุณพ่อพร้อมทั้งพูดกับพ่อว่า “พ่อมาท�ำบุญใส่บาตรกับหนูนะคะ เพือ่ พระจะได้นำ� ทางพ่อกลับมาอยูก่ บั ลูกนานๆ ขอให้พอ่ หายจาก เจ็บป่วย มีอาการดีขึ้น กลับมาพูดคุยกับหนูเหมือนเดิม เราจะมี

ความสุขกันเหมือนเดิมนะ” หลังจากท�ำบุญก็กลับมาต้มข้าวให้พอ่ ทาน ค่อยๆ พยุง และเอาข้าวป้อนพ่อ จะว่ากรอกปากก็ได้ ข้าว ก็พงุ่ ออกมา คือร่างกายไม่รบั และระบบขับถ่ายไม่ทำ� งาน จะไหล ออกมาหมด น�้ำและข้าวที่ป้อนให้จะไหลออกมา ลูกทุกคนที่มา เยีย่ มจะช่วยกันป้อนข้าวพ่อและจะถูกข้าวพุง่ ออกมาใส่เปรอะเปือ้ น กันทุกคน พี่วิจิตราจะคอยเช็ดร่างกายให้พ่อ ทาแป้ง บีบนวด ร่างกายให้เบาๆ สมุนไพร่ทใี่ ครว่าดีอย่างไรก็จะน�ำมาป้อนพ่อ คอย จับร่างกายพ่อให้ขยับเขยือ้ นบ้าง เช็ดตัวบ้าง สลับกันไปมาไม่รสู้ กึ เบือ่ แล้วเอาห่วงยางทีเ่ ด็กใช้หดั ว่ายน�ำ้ มารองตรงหลังและตะโพก ของพ่อ ไม่ให้ผวิ ฟกช�ำ้ ด�ำเขียว และคอยอธิษฐานในใจตลอดเวลาว่า ขอให้พอ่ กลับมาเหมือนเดิม ก่อนนอนก็นงั่ สมาธิและอธิษฐานขอให้ พ่อหายป่วย ไม่วา่ จะท�ำงานบ้าน ท�ำความสะอาดบ้านก็จะอธิษฐาน ให้พ่อหายป่วย จะท�ำเช่นนี้ทุกวันทุกคืน เป็นเวลา ๖ เดือนกว่า แล้วสิง่ มหัศจรรย์กเ็ กิดขึน้ วลาสามทุม่ กว่าขณะทีท่ กุ คนนัง่ ดูทวี อี ยู่ ก็ต้องตกใจ ได้ยินเสียงพ่อ เสียงค่อนข้างดังมาก ตะโกนว่า “หิว ข้าว หิวข้าว” ทุกคนตกตะลึง นั่งนิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร ครั้น พอได้สติ รีบน�ำข้าวต้มมาป้อนให้พ่อ ค่อยๆ พยุงพ่อขึ้นได้นิด หน่อย พ่อรับประทานถึง ๒ ชาม ทุกคนดีใจมาก ช่างวิเศษเหลือเกิน พอรุง่ เช้าพีว่ จิ ติ ราก็ยงั คงใส่บาตร ป้อนข้าว ชวนพ่อคุย ท�ำ เหมือนปกติทกุ วันทีเ่ คยท�ำ พ่อก็มอี าการดีขนึ้ ผิวพรรณค่อยๆ ดีขนึ้ หน้าตาเริ่มรับรู้และค่อยๆ พูดมากขึ้น พี่วิจิตราค่อยๆ พยุงพ่อให้ พ่อหัดเดินโดยใช้ “walker” (โครงสแตนเลส) ค�้ำยันและพูดให้ ก�ำลังใจทุกเช้าและเย็น การเดินของพ่อและอาการพูดคุยของพ่อ ดีขึ้น... ดีขึ้น... และทุกวันจะต้มใบย่านางให้พ่อดื่มทุกเช้าเย็น ท�ำงานปรนนิบตั ดิ ว้ ยใบหน้ายิม้ แย้มแจ่มใส พูดด้วยถ้อยค�ำไพเราะ ใครที่พบเห็นก็ชื่นชมพี่วิจิตรา ปัจจุบัน พ่อเดินเกือบปกติ ออกก�ำลังกายเบาๆ ได้ จ�ำ เพื่อนฝูงได้ ครอบครัวกลับมามีความสุข พี่วิจิตราเชื่อว่าแรง อธิษฐานมีจริง พลังงานพลังใจพลังบุญมีจริง ข้าพเจ้าขอเอาใจ ช่วยและจะพยายามท�ำคุณความดี จะอธิษฐานให้คุณพ่อ คุณแม่ และทุกคนในครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ยอดหญิง กตัญญูได้พูดทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้าจะท�ำอะไรก็รีบท�ำ และท�ำวันนี้ให้ ดีที่สุด” แล้วท่านล่ะ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมาอธิษฐานใจถึง สิ่งดีๆ มาฝึกสมาธิ และยึดมั่นท�ำวันนี้ให้ดีที่สุด 29


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

ครูดีที่ฉันเห็น ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง พึงพิศ ศรีคำ�อ้าย โรงเรียน อนุบาลบ่อพลอย ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เขต ๔

ไม่กี่คนที่จะรัก เต็มใจอุทิศเวลาเพื่อศิษย์อย่างจริงจัง ยิ่ง มองก็ยิ่งไม่เห็นใครเลยในโรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนดีศรีตำ� บล อย่างโรงเรียนอนุบาลบ่อพลอย ซึ่งโรงเรียนตั้งอยู่ในชุมชน เรียก ได้ว่าเป็นโรงเรียนประจ�ำต�ำบล/อ�ำเภอก็ว่าได้ เชื่อได้แน่ๆ เลยว่า ไม่มี เพราะครูสว่ นใหญ่จะสอนพิเศษเป็นธุรกิจไปเสียแล้ว เดือนละ ๕๐๐ บาท หรือ ๓๐๐ บาท แล้วแต่กำ� ลังทรัพย์ของผู้ปกครอง มี ครูที่รับสอนพิเศษให้เลือกมากมาย คงไม่มีครูคนไหนสอนแบบ ฟรีๆ แน่ เพราะเหนื่อยเปล่า ไม่ได้อะไรเลย และแล้ววันหนึง่ ดิฉนั ก็เห็นกับตาเลยว่า ครูคนนัน้ มีตวั ตน จริงอยู่ในโรงเรียนนี้ บังเอิญว่าวันนั้นดิฉันได้กลับบ้านเย็นมาก ประมาณ ๑๗.๐๐ น. เพราะเคลียร์งานต่างๆ ที่อยู่บนโต๊ะให้แล้ว เสร็จ ระหว่างทางที่เดินไปขึ้นรถ ดิ���ันได้หยุดแวะคุยกับคุณครู ท่านนี้ที่ห้องอนุบาล ๒/๑ เห็นเด็กประมาณ ๔-๕ คน ก�ำลังนั่ง ท�ำการบ้านอยูใ่ นห้องเรียนและอีก ๒ คน นัง่ อยูห่ น้าห้องเรียน เห็น แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เย็นมากแล้ว เด็กๆ อนุบาลควรกลับบ้าน ได้แล้ว สอบถามจึงได้ความว่า คุณครูกำ� ลังสอนเด็กที่เรียนอ่อน เขาเรียนไม่ทนั เพือ่ น และรับฝากเด็กทีผ่ ปู้ กครองมารับช้า ดิฉนั ได้ ถามคุณครูว่า สอนพิเศษคิดเดือนละเท่าไหร่คะ คุณครูตอบว่า สอนฟรีจ้าลูก ครูไม่ได้รีบไปไหน สอนได้ทุกวันแหละ... อย่างนี้ต้องพิสูจน์... เช้าวันใหม่ วันนี้ดิฉันได้เดินผ่านห้อง คุณครูทา่ นนีอ้ กี ครัง้ เพือ่ ไปห้องประจ�ำชัน้ ของตนเอง มีผปู้ กครอง นักเรียนในชั้นอนุบาล ๒/๑ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของดิฉันเอง ได้มา ส่งบุตร-หลานที่ห้องนี้ ดิฉันได้ยิ้มทักทายเพื่อนบ้านเหล่านั้น พร้อมกับถามว่า ลูกเรียนเป็นอย่างไรบ้าง พวกเขาตอบเป็นเสียง เดียวกันว่า “ลูกเรียนห้องคุณครูปราณี บัวซ้อน” ผู้ปกครองดู เหมือนจะพอใจ ชื่นชมในความมุ่งมั่น ตั้งใจ ในการอบรมสั่งสอน ศิษย์ ที่ลูกของตนเองอ่านและเขียนได้ก็เพราะฝีมือการสอนของ ครู ป ราณี จากปากต่ อ ปากของผู ้ ป กครองท� ำ ให้ พ วกเขา เหล่านั้นส่งบุตร-หลานมาเรียนที่นี่ ท�ำให้เด็กๆ นอกเขตพื้นที่ บริการของโรงเรียนอนุบาลบ่อพลอย ไม่ว่าจะเป็น หนองแดง หนองจิก เสาหงส์ หนองกุ่ม หนองกระทุ่ม วังใหญ่ ช่องด่าน ฯลฯ 30

ต่างพาลูกหลานมาเข้าเรียนที่โรงเรียนอนุบาลบ่อพลอยแห่งนี้เป็น จ�ำนวนมาก ในทุกๆ วันดิฉันเองก็ได้ยินเสียงแหบๆ และเสียงไม้เรียว เคาะโต๊ะทีไ่ ด้ยนิ ติดหูเมือ่ เดินผ่านทุกครัง้ เห็นแล้วรูส้ กึ ชืน่ ชมคุณครู ปราณี บัวซ้อน ที่ยังท�ำงานสอนหนังสืออย่างขันแข็ง กว่า ๑๕ ปี ที่ช่วยพัฒนาการจัดประสบการณ์ให้กับนักเรียนชั้นอนุบาล ๒/๑ เพื่อเตรียมความพร้อมก้าวสู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ อย่างมั่นใจ นอกจากนั้ น แล้ ว คุ ณ ครู ก็ ยั ง น� ำ ชื่ อ เสี ย งและเกี ย รติ ย ศมา สู่โรงเรียนอนุบาลบ่อพลอยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ปฐมวัย ต้นแบบ ประจ�ำ สพป.กาญจนบุรี เขต ๔ ครูแกนน�ำครูปฐมวัย ผูป้ ระเมินกิจกรรมนักเรียนและครูปฐมวัย หนึง่ แสนครูดี โครงการ บ้านนักวิทยาศาสตร์นอ้ ย และขณะนีก้ ก็ ำ� ลังเขียนหลักสูตรอาเซียน ระดับปฐมอีก รางวัลต่างๆ เหล่านี้เป็นเครื่องการันตีถึงความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง... ในช่วงปิดเทอมใหญ่ทผี่ า่ นมา ๒/๒๕๕๕ ก็มงี านเข้าตลอด คุณครูปราณีได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของ สพป.กาญจนบุรี เขต ๔ ไปอบรมและขยายผล โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย และการเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียน แต่ดเู หมือนว่าคุณครูปราณี บัวซ้อน จะเหลือเวลาปฏิบัติราชการอีกประมาณ ๔ เดือนเท่านั้น ท่านก็ จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ไม่นา่ เชือ่ เลยว่ามันไม่เป็นอุปสรรค เลยที่ท่านจะคิดท�ำงานอย่างเต็มก�ำลังความสามารถ นี่แหละ ครูดีที่ฉันเห็น แล้วท่านล่ะ เห็นเหมือนกันหรือเปล่า?


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

ครูพุทธสอนคริสต์ ภาค เหนือตอนบน เรื่อง มยุเรศ จิโน โรงเรียน บ้านแม่แมะ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เขต ๓

ข้าพเจ้านับถือศาสนาพุทธ เป็นชาวพุทธร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้ เข้าไปบรรจุใหม่ในโรงเรียนทีน่ กั เรียนส่วนใหญ่นบั ถือศาสนาคริสต์ ปัญหาทีพ่ บคือนักเรียนทีน่ บั ถือศาสนาพุทธก็สวดมนต์ทำ� กิจกรรม ทางพุทธศาสนา ส่วนนักเรียนที่นับถือศาสนาคริสต์นั้นเล่นกันไม่ ยอมสนใจที่จะปฏิบัติกิจกรรม สอบถามคณะครูก็ได้ค�ำตอบคือ นักเรียนกลุม่ นีเ้ ป็นอย่างนีม้ านานเนือ่ งจากเขาไม่ได้นบั ถือศาสนา พุทธ ทัง้ ทีท่ กุ ศาสนาล้วนแต่มงุ่ สอนให้ทกุ คนเป็นคนดี ด้วยบทบาท ของตน นักเรียนควรเรียนรู้ร่วมกันโดยไม่แบ่งแยกทางศาสนา จึง ขอโอกาสจากคณะครูเพือ่ ท�ำความเข้าใจกับเด็กกลุม่ ดังกล่าว โดย ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของตนเองว่า วันหนึ่งมีโอกาสได้ เข้าไปสอนหนังสือให้กบั นักเรียนทีล่ ว้ นแล้วแต่นบั ถือศาสนาคริสต์ เพื่อนร่วมงานและผู้บริหารก็เป็นนักบวชคริสต์ (มาเซอร์) ทุกวัน เวลาเช้า กลางวัน และเย็นต้องสวด เป็นเวลานานถึง ๓ ปีกว่า ครูมีลูกชาย ๑ คนก�ำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนของศาสนาคริสต์ ทุก วันลูกจะมาเล่าให้ฟงั ว่าวันนีเ้ ขาสวดอย่างไร ครูกจ็ ะพูดกับลูกด้วย ความภาคภูมิใจว่า เราเป็นชาวพุทธแต่เราได้เรียนรู้ถึงศาสน พิธกี รรมทางศาสนาคริสต์ ถือว่าเราโชคดีทไี่ ด้เรียนรูด้ ว้ ยการลงมือ ปฏิบัติจริงเวลาไปพูดกับใครเราจะได้ไม่อายคนอื่นเขา ท�ำให้ ลูกชายครูเรียนรู้และอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างศาสนาอย่างมีความสุข เล่าจบก็ให้นักเรียนทุกคนช่วยตอบค�ำถาม ๓ ข้อ (โดยมีข้อแม้ว่า ให้นักเรียนคิดและตอบตนเองไม่ต้องตอบครู) คือ ๑. ครูซึ่งเข้าท�ำงานในโรงเรียนที่มีนักเรียน ครู เพื่อนร่วม งานและผู้บริหารที่เป็นชาวคริสต์ และปฏิบัติพิธีกรรมของศาสนา คริสต์ทุกๆ วันเป็นเวลาติดต่อกันถึง ๓ ปีกว่า ครูเปลี่ยนตนเอง จากการนับถือศาสนาพุทธไปเป็นศาสนาคริสต์หรือไม่ ๒. ครูนบั ถือศาสนาพุทธ ท�ำไมไม่กลัวว่าลูกชายจะเปลีย่ น ไปนับถือศาสนาคริสต์ และลูกชายครูเปลีย่ นไปนับถือศาสนาคริสต์ หรือไม่

๓. ครูในฐานะที่เป็นแม่ รักและปรารถนาดีต่อลูกเสมอ ต้องการให้ลูกเรียนรู้และเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณีของศาสนา คริสต์ และภูมใิ จทุกครัง้ ทีเ่ ห็นลูกมีความรู้ มีความสุข กับการเรียน รู้และสามารถตอบค�ำถามที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ซึ่งไม่ใช่ศาสนา ที่ลูกนับถือ ถามว่า ถ้าย้อนไปในความคิดของพ่อหรือแม่ของ นักเรียนคิดว่าท่านจะมีความคิดเช่นเดียวกับครูหรือไม่ สุดท้ายให้นกั เรียนคิดและพิจารณาว่าตนเองจะเลือกปฏิบตั ิ ตัวเช่นไร ซึ่งครูจะไม่บังคับนักเรียน หากนักเรียนคนใดไม่ปฏิบัติ ก็ ใ ห้ แ ยกกลุ ่ ม ไปนั่ ง ข้ า งหลั ง โดยมี ข ้ อ ตกลงว่ า จะต้ อ งเป็ น ผู้สังเกตการณ์และอยู่ในความสงบไม่ส่งเสียง หรือกระท�ำการใด อันเป็นการรบกวนเพื่อน ธรรมชาติของเด็กชนเผ่าเมือ่ เขามีขอ้ มูลทีต่ อ้ งตัดสินใจเขา จะร่วมกันวิพากษ์ด้วยการส่งภาษาชนเผ่าของเขาเองในกลุ่ม จากนั้นพวกเขาก็พากันมาหา แล้วบอกว่า พวกหนู / ผม จะฝึก ตนเองเพื่อการเรียนรู้ และในวันนั้นนักเรียนกลับไปร่วมกิจกรรม กับเพื่อนอย่างตั้งใจทุกครั้งที่มีการเรียนวิชาพระพุทธศาสนา จากเหตุการณ์ดังกล่าวท�ำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่า นักเรียน ทีด่ อื้ รัน้ แต่เขามีเหตุผล เมือ่ เขาเกิดความเข้าใจยอมรับด้วยตนเอง จะมีความพร้อมและปฏิบตั ดิ ว้ ยความเต็มใจ และช่วยพูดคุยชีแ้ จง กับเพื่อนที่นับถือศาสนาคริสต์ สุดท้ายนักเรียนคริสต์ในโรงเรียน พุทธก็ไม่เป็นปัญหาส�ำหรับครูอีกต่อไป

31


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

บังเอิญ

ที่เป็นตัวส�ำรอง ภาพ : creativecommons.org

จากการทีไ่ ด้รบั มอบหมายให้นำ� โครงงานคุณธรรม ไปร่วม กิจกรรมค่ายพัฒนาโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ พุทธชยัน ตีเฉลิมราช “เยาวชนไทย ท�ำดี ถวายในหลวง” และนักเรียนผู้รับ ผิดชอบโครงงานตัวจริงในปีที่แล้วถูกคัดเลือกไปแข่งขันในกลุ่ม สาระการเรียนรู้ต่างๆ จนหมด จึงเป็นปัญหาที่จะน�ำโครงงานไป ร่วมกิจกรรมทีช่ ลบุรี แต่นกึ ได้วา่ กลุม่ เพือ่ นทีเ่ ป็นคณะท�ำงานโครง งานยังพอมี เป็นกลุ่มเด็กที่เหลือจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ด้วยความจ�ำเป็นจึงเลือกนักเรียนตัวแทนสามคนตามที่ก�ำหนด ลักษณะของนักเรียนทัง้ สาม โดยใช้นามสมมุติ คนทีห่ นึง่ เด็กหญิง เปรม เป็นทอม ไม่กล้าแสดงออก หงุดหงิดง่าย ใจร้อน มี ประวัติการทดลองสูบบุหรี่ เคยน�ำบุหรี่มาแจกจ่าย ให้เพื่อนผู้ชาย คนทีส่ องเด็กชายบรีส มีนสิ ยั เรียบร้อยนุม่ นวล แต่ไม่กล้าแสดงออก คนที่สามคือเด็กชายเต้ย มีนิสัยกล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก แต่มีอาการที่ไม่ต้องตาผู้ใหญ่หรือคุณครู มักตัดผมทรงเพี้ยนๆ แต่งกายไม่คอ่ ยจะถูกระเบียบ บางครัง้ พูดกวนท�ำให้ผฟู้ งั เกิดโทสะ ได้ง่าย คุณครูที่ปรึกษาโครงงานรู้สึกไม่มั่นใจในการเป็นตัวแทน ของโรงเรียน และเป็นตัวแทนของเขตพื้นที่ โดยครูผู้ฝึกหวังเพียง ว่าได้ไปร่วมกิจกรรมตามที่ได้รับมอบเพื่อหาประสบการณ์ บรรยากาศของค่ายโครงงาน น�ำโดยพระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส และพระมหาวิชาญ สุวิชา มีนักเรียนที่เป็นเจ้าของ โครงงานมาจากแต่ละเขตพื้นที่ในภาคตะวันออก แต่ที่ทำ� ให้รู้สึก ประทับใจคือกระบวนการฝึกนักเรียนให้กล้าพูด มีความมั่นใจใน ตนเอง ปรับแนวคิดการแข่งขันเป็นการพัฒนา ด้วยหลักของพรหม วิหารธรรม กระบวนการทีท่ ำ� ให้มพี ลังทีจ่ ะขับเคลือ่ นความดี อย่าง มีปัญญา 32

ภาค ประตูอีสาน เรื่อง อำ�ไพ สารีบท โรงเรียน อนุบาลประจันตคาม ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เขต ๑

ในวันที่สองของการอบรม นักเรียนถูกแบ่งเป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มประเมิน ๒ กลุ่ม และกลุ่มน�ำเสนอ ๑ กลุ่ม โดยสลับกัน เป็นทัง้ ผูถ้ ามและผูต้ อบ ต่อให้เตรียมตัวกันมาดี ถ้าไม่ใช่โครงงาน ทีด่ ำ� เนินการมาอย่างถูกต้อง นักเรียนไม่สามารถตอบค�ำถามหลาย ร้อยค�ำถามจากผู้คนมากมาย ไม่คาดคิดว่านักเรียนที่ไปแบบขาด ความมั่นใจ พูดเก่งขึ้นมาก กล้าพูด กล้าตอบค�ำถามอย่างเป็น ธรรมชาติ ร่วมกิจกรรมกับเพือ่ นๆ ต่างโรงเรียนได้อย่างดี และทีส่ ำ� คัญ คือยอมรับในผลของการประเมินของคณะกรรมการแบบมีมทุ ติ าจิต ยังมีสงิ่ ทีค่ าดไม่ถงึ ตามมาอีก คือ เด็กทัง้ สามคนนีก้ ลับมา เป็นดาวเด่นของโรงเรียน โดยการได้ออกมาแสดงบทบาทสมมุติ เล่านิทานคุณธรรมหน้าเสาธงตอนเช้า แบบสนุกสนาน เรียกเสียง ฮาได้เป็นอย่างดี พฤติกรรมทีเ่ ป็นปัญหาลดลง เต้ยกลายเป็นพิธกี ร ของโรงเรียน ด้วยลีลาที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ส่งผลให้ได้รับ รางวัลระดับชาติในงานมหกรรมการน�ำเสนอชมรมถนนปลอดภัย ในสถานศึกษา เปรมและบรีสท�ำหน้าที่เป็นแกนน�ำ น�ำคณะ ผู้ตรวจเยี่ยมชมโรงเรียน และน�ำเสนอโครงงานอย่างมั่นใจ การ เปลี่ยนประเทศด้วยโครงงานคุณธรรม เราก็ไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยน ได้เมื่อไร แต่ที่เห็นชัดเจนคือโครงงานคุณธรรมท�ำให้เด็กของเรา เปลี่ยนอย่างแน่นอน


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

น้องอ้าย

กับชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ ภาค ประตูอีสาน เรื่อง อภิชาติ ฮาดภักดี โรงเรียน หนองใหญ่พฒ้ นา ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เขต ๓

น้องอ้าย เด็กชายวีรศักดิ์ พระมาตย์ อายุ ๑๒ ปี ปัจจุบัน อาศัยอยู่กับตายายเพียง ๓ คน ในเขตบริการของโรงเรียนบ้าน หนองใหญ่พัฒนา แม่ของน้องอ้ายเป็นคนสติไม่ค่อยสมประกอบ มาตั้งแต่เกิด แม่ของน้องอ้ายโดนเพื่อนของพ่อ (ตาของน้องอ้าย) ข่มขืน โดยบังคับไม่ให้แม่ของน้องอ้ายบอกเรื่องราว แม่ที่สติ ไม่สมประกอบก็ได้อุ้มท้องจนครบ ๙ เดือนและคลอดน้องอ้ายไว้ ให้เป็นภาระของตายาย พ่อของน้องอ้ายไม่เคยมาดูเลย ด้วยความ ทีว่ า่ แม่ของน้องอ้ายเป็นบุคคลทีม่ คี วามบกพร่อง น้องอ้ายจึงกลาย เป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา บกพร่อง ทางการเรียนรู้ หรือเรียกว่าบุคคลพิการซ�้ำซ้อน ท�ำให้ไม่ได้เรียน หนังสือมาตั้งแต่เล็กๆ จุดเปลี่ยนชีวิตของน้องอ้าย คือเมื่อครั้งตายายอยากให้ หลานชายเรียนหนังสือจึงได้มาปรึกษากับผู้อ�ำนวยการโรงเรียน และเล่าปัญหาทั้งหมดให้ฟัง เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางการศึกษา ทางโรงเรียนจึงรับเข้าศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ตาม ปกติแล้วเด็กอายุขนาดนี้ควรได้เรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ น้องอ้ายมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเพื่อนในห้องเรียน น้องอ้าย เริ่มฝึกท่อง เขียนพยัญชนะไทยทั้ง ๔๔ ตัว เขียนเลข ๑ - ๑๐ เขียน A - Z โดยมีครูประจ�ำชัน้ ครูประจ�ำวิชาคอยดูแลและเอาใจใส่

อยู่เสมอ น้องอ้ายเป็นเด็กชอบแสดงออก ชอบเต้น ชอบร้องเพลง เป็นสีสันของทุกคนในโรงเรียน ส�ำหรับตายายก็รับจ้างหาเงินเพื่อน�ำเงินมาเลี้ยงอ้าย กลัว หลานอด กลัวหลานล�ำบาก บางวันถ้าไม่มีเงินก็ต้องไปหยิบยืม เพื่อนกินตามมีตามเกิด บ้างก็ท�ำงานแลกข้าว บ้างก็ได้จาก ทางโรงเรียนที่แม่ครัวจะตักแยกใส่ถุงเพื่อให้น�ำกลับไปกินที่บ้าน ที่สำ� คัญกลัวว่าถ้าตายไปแล้วไม่รู้ว่าหลานจะอยู่กับใคร หลังเลิกเรียนน้องอ้ายก็คอยช่วยเหลือตากับยายท�ำความ สะอาดบ้าน หรือช่วยงานบ้านเท่าที่จะท�ำได้ น้องอ้ายบอกว่า มี พ่อแม่ก็เหมือนไม่มี เคยเห็นแต่หน้าแม่ ตาและยาย พูดแล้วน้อง อ้ายก็นำ�้ ตาไหล ไม่รวู้ า่ พ่อจะอยูห่ รือตาย น้องอ้ายฝันไว้วา่ อนาคต ข้างหน้าจะเป็นเด็กดีของตายายและจะตัง้ ใจเรียนหนังสือให้เก่งๆ เพื่อที่จะได้ท�ำงานดีๆ มีเงินมาเลี้ยงตากับยาย ถ้ามีโอกาสน้อง อ้ายอยากจะเป็นครู เพราะการเป็นครูคือการเสียสละ และครูคือ ผู้ให้ เห็นการเสียสละของคุณครูแล้วมีความสุข ชีวิตของน้องอ้ายไม่สามารถที่จะลิขิตเองได้ ฉะนั้นช่วงที่ น้องอ้ายก�ำลังเรียนทุกคนก็หวังอยากให้น้องอ้ายเป็นเด็กดีและให้ โอกาสทางการศึกษากับน้องอ้ายเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ บนพื้น ฐานส�ำคัญที่ว่า “ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้” 33


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

ต้นกล้าความดี ที่เรามองผ่าน

ภาค ใต้ตอนล่าง เรื่อง ธนพร เทียมกิ่งทอง โรงเรียน บ้านทุ่งชน ม.๖ ต.หัวตะพาน อ.ท่าศาลา จ.นาครศรีธรรมราช เขต ๔

“คนดีไม่ต้องเรียนเก่ง คนเก่งใช่ว่าเป็นคนดีทุกคน คนดีอยู่ที่รู้ผิดชอบชั่วดี มีความตระหนักมากน้อยกว่ากัน” เมือ่ คิดถึงคนอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ถกู คิดเลขไม่เป็น ทุกสายตามองไปทีเ่ ด็กชายตัวโต อ้วน เขาเป็นเด็กขาดความอบอุน่ ขาดปัจจัยที่ให้ความสะดวกสบายทั้งปวง แต่สิ่งหนึ่งที่เขามีมาก และมากจนล้นเผื่อไปถึงคนอื่นๆ นั่นก็คือการคิดที่จะท�ำในเรื่อง ดีๆ เพื่อคนอื่น

ต้นกล้าเล่าให้ครูฟงั ในวันหนึง่ ว่า “การเป็นคนดีของเขาคือ การบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียน” ดังนั้นเมื่อเขาพบเห็น อะไรทีไ่ ม่ดี ไม่ถกู ต้อง เขาก็จะเอามาบอกครู โดยไม่เกรงกลัวกับ การถูกรุ่นพี่ขู่ ตี หรือต่อว่าด้วยค�ำหยาบๆ ไม่มีความย่อท้อด้วย ความคิดทีว่ า่ เขาไม่ใช่คนเก่งของใครๆ แต่เขาจะพยายามเป็นคนดี ของใครๆ ทุกคน ครูมีความคิดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปว่า ถ้าต้น กล้าต้นนี้แข็งแรงและทนทานขนาดนี้ จะต้องแตกหน่อต้นกล้าขึ้น มาให้มาก นัน่ คือการหาความดีมาเล่าสูก่ นั ฟังอย่างน้อยวันละหนึง่ คนต่อห้าความดี ให้นกั เรียนเห็นว่าทีจ่ ริงแล้วความดีมอี ยูใ่ นตัวเรา เพียงแต่วา่ บางครัง้ เราลืมนึกถึง เมือ่ ให้มองหาความดีถงึ ได้รวู้ า่ ถ้า เราเก่งเราต้องช่วยคนไม่เก่���ให้เก่งขึ้นมา เราก็จะมีความดีด้วย ในทีส่ ดุ จากการแข่งขันกันเป็นคนเก่งก็กลายเป็นแข่งขันกัน ท�ำความดี เกิดกิจกรรมกลุ่มที่สนุกสนาน แบ่งปันความรู้แบ่งปัน ความคิด คนเรียนเก่งในโรงเรียนมีไม่กี่คน คนเรียนไม่เก่งแต่เป็น คนดีแล้วถูกมองผ่านมีอยูม่ ากมาย ถ้าเราช่วยกันค้นหาคนดี แล้ว ยอมรับเขาเข้ามามีสว่ นร่วมสร้างสังคม เชือ่ ว่าสังคมน่าจะมีความ สงบสุขมากขึ้น ด้วยต้นกล้าความดีที่เราช่วยกันค้นหา

พลิกผันสู่ชีวิตใหม่… ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง สุวรรณา ปิ่นแก้ว โรงเรียน วัดหนองกระทุ่ม อ.กำ�แพงแสน จ.นครปฐม เขต ๑

เคยมีผกู้ ล่าวไว้วา่ “ความกล้ากับความกลัวนัน้ อยูห่ า่ งกัน แค่เอื้อม” ยิง่ ใกล้วนั ทีด่ ฉิ นั ต้องไปรายงานตัวทีโ่ รงเรียนแห่งใหม่ บอก ได้เลยว่าทั้งรู้สึกกลัวและกล้าไปพร้อมๆ กัน กลัวความล�ำบากใน ทุกเรือ่ ง จากเมืองสูช่ นบท...คงไม่งา่ ยอย่างทีค่ ดิ ส่วนความกล้าล่ะ... กล้าอะไร?... ก็กล้าที่จะท�ำในสิ่งที่แปลกใหม่และท้าทาย เพราะ ตั้งแต่สอนหนังสือมาไม่เคยได้สอนเด็กเล็กเท่าไรนัก โรงเรียนวัดหนองกระทุม่ ... โรงเรียนเล็กๆ ท้ายสุดของเขต อ�ำเภอก�ำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่มีบรรยากาศแห่งความ อบอุน่ เป็นกัลยาณมิตรแห่งวิถพี ทุ ธ คุณครูทนี่ ที่ กุ คนด�ำเนินชีวติ ไม่ ฟุ้งเฟ้อแต่แบ่งปัน ช่วยเหลือกันตามโอกาสอันควร เมื่อคุณครู ประพฤติปฏิบตั ติ นเช่นนี้ คุณลักษณะอันดีจงึ ถ่ายทอดมาสูศ่ ษิ ย์รกั ตัวน้อยๆ แต่บางครั้งการจัดการเรียนการสอนก็ใช่ว่าจะประสบ 34

ความส�ำเร็จเสมอไป ต้องรู้จักปล่อยวางและปลอบใจตัวเอง หัด ตัง้ สติตามทันสิง่ ทีร่ บั รูเ้ กีย่ วข้อง เพือ่ ขจัดความกลัวในใจของตนเสีย “โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ.” ฆ่าความโกรธเสียได้ย่อมอยู่เป็นสุข เมื่อไม่พร้อมที่จะเรียนในห้อง ก็ต้องจัดบรรยากาศในการ เรียนการสอนเสียใหม่ แหล่งการเรียนรู้ภายนอกห้องเรียนถูกน�ำ มาดัดแปลงเป็นห้องเรียนชัว่ คราว (ทัง้ สวนหย่อมของโรงเรียนและ สวนสมุนไพรท้ายวัด) ลักษณะพิเศษของห้องเรียนห้องนีก้ ค็ อื ไม่มี ประตู และหน้าต่าง เป็นห้องทีไ่ ร้ขอบเขต ไร้ขอ้ จ�ำกัดและพรมแดน มีก็แต่เพียงความรู้ที่ได้รับกับประสบการณ์จริง ใส่ลงไปในสมอง น้อยๆ ของลูกศิษย์ตัวน้อย พร้อมกับการสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมทุกครั้ง กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป บัดนี้ดิฉันหายจากอาการ หวาดกลัว กล้าที่จะยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยในสถานศึกษาแห่งใหม่ ด้วยดวงใจที่มุ่งหวังสรรค์สร้างเด็กน้อยผู้ก�ำหนดอนาคตของชาติ ให้มีความกล้ามากกว่าที่จะมีความกลัวอย่างไร้เหตุผล


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

จุดเริ่มต้น ภาค กลาง-ตะวันออก เรื่อง พระอัครเดช ญาณเตโช วัดฉาง ต.ฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี

การเดินทางทุกอย่างนัน้ จะเกิดขึน้ ไม่ได้หากไม่มจี ดุ เริม่ ต้น ผู้เขียนเองก็มีจุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียน อันดับแรกก่อนที่จะ เขียนนั้นก็ต้องมีความสนใจก่อน คือผู้เขียนสนใจในหนังสือต่างๆ สนใจในนักเขียนหลายคนที่บุคคลเหล่านั้นสามารถสร้างสรรค์ผล งานทีม่ คี ณุ ภาพออกมาได้อย่างไร จนกระทัง่ วันหนึง่ ขณะทีผ่ เู้ ขียน ก�ำลังเดินไปยังห้องเรียนในมหาวิทยาลัย หน้าห้องนัน้ มีใบประกาศ รับสมัครเข้าอบรมพระนักเขียน เสมือนการจุดประกายให้กับผู้ เขียน ผู้เขียนผ่านการพิจารณาให้เข้าร่วมอบรมโครงการพระนัก เขียน ที่ค่ายอารยาภิวัทธ์ จ.สุพรรณบุรี ระยะเวลาการอบรมเพียง แค่สามวันเท่านั้น ด่านแรกทีเ่ จอก็คอื การเขียนบทความหนึง่ บทให้บรรณาธิการ ของส�ำนักพิมพ์แนะน�ำให้ ผู้เขียนก็ลองเขียนตามความเข้าใจ เขียนไปเขียนมา ปรากฏว่าเขียนได้สามหน้า แต่พอเอาไปตรวจ

เบิกบาน ในวันร่วงโรย

ภาค เหนือตอนบน เรื่อง อัมพิกา ไกรอ�่ำ โรงเรียน เชียงค�ำวิทยาคม ๔ ม.๘ ต.หย่วน อ.เชียงค�ำ จ.พะเยา สพม.๓๖

เกิด แก่ เจ็บและตาย ไม่มใี ครหนีพน้ หากแต่ไม่มใี ครชอบ กล่าวถึง ไม่อยากชิดใกล้ แต่ความตายกลับอยู่เพียงแค่ลมหายใจ ทีผ่ า่ นพ้นจมูก หลายครัง้ ได้รว่ มรูเ้ ห็นในเหตุการณ์การจากไปอย่าง ไม่มีวันกลับ สมัยเรียนมัธยม กลางดึกคืนหนึง่ สะดุง้ ตืน่ เพราะได้ยนิ เสียง โหยหวนปานประหนึ่งดวงใจแหลกสลาย จากแม่ผู้สูญเสียลูกชาย ที่เรียนจบได้งานท�ำ เพราะการยิงผิดตัว หน้าตาคล้ายกันกับคู่อริ วัยท�ำงาน คุณตาวัย ๙๐ ปี เสียชีวิตในอ้อมกอดของแม่ ก่อนลม หายใจแผ่วสุดท้าย ประดุจใบไม้สเี หลืองทีไ่ ด้เวลาปลิดปลิวจากขัว้ สีหน้าแดงระเรื่อเหมือนคนก�ำลังนอนหลับ แล้วก็ไม่มีลมหายใจ จากไปอย่างสงบและเป็นสุขเป็นเช่นนี้เอง วัยเกือบกลางคน พ่อ ป่วยต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายเดือน ช่วงอาการหนักหมอ

ภาพ : creativecommons.org

แล้ว ต้องแก้ไขอะไรต่างๆ มากมายกว่าทีจ่ ะเป็นบทความหนึง่ บท หนังสือหนึ่งเล่ม จึงได้รู้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเป็นนักเขียน และ เวลาสามวันช่างน้อยเหลือเกิน “ถึงแม้จะไม่เป็นบทความที่ดีที่สุด แต่ก็เกิดจากความ พยายามอันเป็นจุดเริม่ ต้นของพระนักเขียนคนหนึง่ ทีส่ ร้างสรรค์ผล งานด้วยใจ ไม่ใช่เพราะการถูกบังคับแต่อย่างใด” ประกายเล็กๆ ทีน่ ักเขียนมืออาชีพ บรรณาธิการและคณะผูจ้ ดั โครงการนีไ้ ด้จุดขึ้น ให้แก่ผู้เขียนตั้งแต่เริ่มต้นนี้จะไม่มีวันดับลง หลายคนอาจมองไม่ เห็นคุณค่า ไม่ใส่ใจกับจุดเริม่ ต้น ก้าวสัน้ ๆ แต่เป็นก้าวทีเ่ ดินอย่าง มั่นคง เพราะผู้เขียนเอาใจใส่ในทุกครั้งก้าวที่เดิน จะย้ายลงมานอนห้องรวม ภาพชีวิตที่เห็นสอนให้รู้จักค�ำว่า เจ็บ และตาย อย่างทีไ่ ม่ตอ้ งมีคำ� ใดมาอธิบาย แต่ในทุกข์กย็ งั มีสขุ แฝง อยู่ การตายก็เป็นสุขเพราะนั่นคือเวลาอันสมควร จึงควรไปอย่าง เตรียมพร้อมและสง่างาม ลุงชราข้างเตียงพ่อนอนพักหลายวันไม่มคี นมาเฝ้า กระโถน ฉีว่ างอยูข่ า้ งๆ พอมือเอือ้ มถึง ข้าวของเครือ่ งใช้จะวางอยูข่ า้ งเตียง พอมือเอือ้ มถึงเช่นเดียวกัน ลุงชราได้แต่เคลือ่ นไหวอยูบ่ นเตียงเท่า เช้าวันที่สามลุงตื่นแต่เช้ามืดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดา ด้วย ตนเอง ดัง่ คนทีฝ่ กึ ฝนการช่วยตนเองมาอย่างดี เก็บข้าวของทุกชิน้ ใส่ถงุ ประหนึง่ ก�ำลังท�ำงานศิลปะอันละเอียดอ่อน “วันนีล้ งุ จะกลับ บ้านแล้ว” แกพูดพลางยิ้มกับทุกคนที่เดินผ่านเตียงด้วยแววตาที่ เป็นสุข ฉันเฝ้ามองแกอยู่ตลอดเวลา อายุประมาณ ๘๐ ปี เจ็บ ป่วยแต่ก็พยายามช่วยเหลือตนเอง ไม่เป็นภาระของใคร ใบหน้า ของแกจะมีรอยยิ้มเสมอ กลางดึกก่อนวันรัฐธรรมนูญ พ่อก็หยุดลมหายใจลงอย่าง สงบ หมอถอดเครือ่ งช่วยหายใจออก ใบหน้าของพ่อยิม้ ละไมดั่งคน ที่ได้ปลดห่วงอันหนักอึ้งออกไปจากกาย ฉันยืนก�ำมือพ่ออยู่ขา้ ง เตียง น�้ำตาของฉันไหลย้อนกลับคืนเมื่อเมื่อเห็นรอยยิ้มของพ่อ ขอเพียงเรายอมรับว่าทุกสิง่ ย่อมเป็นไปเช่นนัน้ เราก็จะเบิกบานใน วันที่สังขารร่วงโรย 35


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

สะบายดี

หลวงพระบาง

ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง เสาวณี โคกทอง โรงเรียน วัดท่าข่อย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.พิจิตร เขต ๑

เมื่อค�ำว่าอาเซียนเข้ามาในประเทศไทยทุกคนเริ่มสงสัยว่า คืออะไร และต้องเปลีย่ นแปลงอะไรบ้าง ในฐานะทีฉ่ นั เป็นครู ฉัน เริม่ รูว้ า่ นักเรียนต้องเปลีย่ นแปลง ต้องเรียนรูท้ กุ ด้าน ด้วยความโชคดี ฉันได���มโี อกาสไปเทีย่ วทีเ่ มืองมรดกโลก หลวงพระบาง ประเทศลาว ฉันเดินทางไปกับคณะครูจากจังหวัดพิจิตร ถึงเชียงของ จังหวัดเชียงราย และต่อเรือไปหลวงพระบาง เรือล�ำใหญ่นงั่ ได้ ๔๐ คน ล่องผ่านแม่น�้ำโขงที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยโขดหินที่น่ากลัว ทิวทัศน์ ๒ ฟากฝั่งเต็มไปด้วยภูเขาสูงตระหง่าน ป่าไม้ที่สมบูรณ์ หาดทรายวิถีชีวิตของคนประเทศลาวริมแม่น�้ำโขงช่างเรียบง่าย และมีความสุข ฉันนั่งเรือล่องน�ำ้ โขง ๑ วันเต็มถึงหลวงพระบาง คนที่หลวงพระบางต้อนรับเราอย่างดี มีบายศรีสู่ขวัญร�ำ พื้นเมืองต้อนรับ อาหารต้อนรับคือซุบไก่ แต่อาหารที่นั่นรสจืด ค�ำแรกที่เขาทักทายเราคือ สะบายดี ซึ่งแปลว่า สวัสดี การแต่ง กายใส่ผา้ ซิน่ ลาว เสือ้ แขนกระบอกใส่กนั แบบนัน้ ทุกคน เขารักษา วัฒนธรรมได้ดีมาก ฉันใจจดใจจ่อที่จะเห็นพิธีกรรมทางศาสนา การตักบาตรพระสงฆ์ ๑๐๐ กว่ารูป รถพาคณะครูไปที่วัดแห่งหนึ่ง ริมถนนมีเสื่อผืนเล็กๆ ปูไว้ ให้เรานั่ง มีสไบ ๑ ผืนและกระติบข้าว ๑ ใบ ฉันนั่งอยู่สักครู่ก็เห็น พระภิกษุเริ่มเดินมาทางซ้ายมือที่ฉันนั่งอยู่ ๑๐๐ กว่ารูปเป็นแถว ยาว ภาพนั้นท�ำให้ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก พระภิกษุประเทศลาว เคร่งครัดมาก เราปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อน ตั้งจิตอธิษฐานเมื่อภิกษุ 36

เดินมาถึงพวกเราก็หยิบใส่บาตร ทุกคนมีความรู้สึกเดียวกันคือ ประทับใจและมีความสุข ต่อมาเราได้ท่องเที่ยวไปไหว้พระดูวิถีชีวิตของชาวหลวง พระบางซึ่งเป็นธรรมชาติและเรียบง่าย ไม่วุ่นวาย เขารักษาความ เป็นหลวงพระบางได้โดยไม่ให้วัฒนธรรมของชาวต่างชาติมา เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต วันรุ่งขึ้นเราเดินทางออกจากหลวงพระบางไปเวียงจันทน์ การเดินทางที่มีแต่ภูเขาและเหว หนทางคดเคี้ยว ๓,๐๐๐ กว่าโค้ง ทั้งน่ากลัวและตื่นเต้น นั่งรถไปนานๆ จะเจอหมู่บ้านรถจะพักให้ เข้าห้องน�ำ้ เสียเงินครั้งละ ๑๐ บาท สกุลเงินของประเทศลาวเป็น กีบ แต่เราไม่คอ่ ยได้ใช้เพราะใช้เงินไทยได้ ขนมและของฝากส่วน มากมาจากประเทศไทย จีนและเวียดนาม เวียงจันทน์เมืองหลวง ของประเทศลาวนั้น ความเจริญน้อยมาก ภาษาที่พูดก็พอจะฟัง เข้าใจ รูปร่างของคนประเทศลาวเหมือนคนไทย ฉั น น� ำ ความรู ้ ที่ ไ ด้ จ ากการท่ อ งเที่ ย วประเทศอาเซี ย น ประเทศแรกมาเล่าให้นกั เรียนฟัง ท�ำให้นกั เรียนตัวน้อยของฉันได้ รูจ้ กั ประเทศอาเซียนไปพร้อมๆ ฉันด้วย นักเรียนสนใจทีไ่ ด้สบื ค้น ข้อมูลและค้นคว้าในห้องสมุดเพิ่มเติม ถึงแม้วิถีชีวิตของแต่ละ ประเทศจะต่างกัน นับถือศาสนาต่างกัน อาหาร ภาษา การแต่ง กายและวัฒนธรรมทีต่ า่ งกัน แต่เราก็สามารถรวมกันเป็นหนึง่ เดียว มีสันติภาพ และมั่นคง


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นใหญ่

จิตอาสา

ยิ่งให้... ยิ่งได้... ยิ่งเก็บไว้... ยิ่งจน ภาค เหนือตอนบน เรื่อง รัตนโชติ สิงห์แก้ว โรงเรียน บ้านเมืองน้อยฯ ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เขต ๒

ชุมชนข้างล่างมีปราชญ์ มีผู้รู้ มีทรัพยากรมากมาย ไม่มีท่านก็ไม่เสียหายอะไร แต่บนดอย (บ้านเมืองน้อย) หากขาดท่านคงล�ำบาก ข้าพเจ้าได้มีโอกาสย้ายไปอยู่โรงเรียนประถมที่อยู่บนดอย ชื่อ โรงเรียนบ้านเมืองน้อย (นิมมานเหมินทานุสรณ์) เปิดสอน ระดับประถมศึกษา มีนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวเขาชนเผ่ามูเซอ พูดภาษาไทยไม่ชัด ฟังภาษาไทยเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เป็น โรงเรียนที่ยังขาดแคลนปัจจัยหลายอย่าง เช่น ขาดน�้ำกินน�้ำใช้ การคมนาคมไม่สะดวก ผู้ปกครองฐานะยากจน เป็นต้น แต่ใน ความไม่พร้อม ข้าพเจ้าก็ได้เห็นสิ่งดีๆ ที่จะขอแบ่งบันให้ได้รับรู้ นั่นก็คือ ความดีของพระอุดม ธัมมวโร เจ้าอาวาสวัดเปมาราม ที่ เสียสละและทุม่ เท (รับใช้) ให้กบั ชาวบ้าน เพือ่ หวังให้ชาวบ้านและ หมู่บ้านมีความเจริญ วันหนึง่ หลังจากอบรมเด็กท่านก็กล่าวกับข้าพเจ้า “วันนีไ้ ป ส่งอาตมาที่บ้านมูเซอห้วยน�้ำรินนะ อาตมามีกิจนิมนต์ที่นั่น ท�ำ แต่เมื่อวานแล้วยังไม่เสร็จ” “กิจนิมนต์อะไรหรือครับพระอาจารย์ ต้องท�ำข้ามวันข้ามคืน” “โยมมูเซอเขามานิมนต์อาตมาไปติดไฟ ให้เขา...ตั้งแต่อาตมามาอยู่ที่นี่ก็ติดไฟให้ชาวบ้านมาตลอด” ต่อมาได้มโี อกาสพูดคุยกับท่านอีก ท่านได้เล่าให้ฟงั ว่าเมือ่ ท่านได้รับนิมนต์มาอยู่ที่หมู่บ้านเมืองน้อย...ขณะที่สร้างวัดก็ สังเกตเห็นเด็กมาเล่นทีว่ ดั ไม่ไปเรียนหนังสือ ท่านก็เลยมีความคิด อยากให้เด็กเหล่านีไ้ ด้เรียนหนังสือ ตอนนัน้ คนทัง้ หมูบ่ า้ นมีคนพอ อ่านออกเขียนได้ไม่เกิน ๔ คน ท่านเองก็เรียนจบแค่ชนั้ ป.๔ ดังนัน้ ท่านจึงไปหาต�ำรับต�ำราขึน้ ไปสอนเด็ก ตอนแรกใช้วหิ ารเป็นทีเ่ รียน ต่อมาท่านได้นำ� ชาวบ้านท�ำอาคารเรียนชัว่ คราวขึน้ โดยมุง่ เน้นให้ เด็กอ่านออกเขียนได้ เด็กคนไหนเรียนหนังสือชั้น ป.๑ จบก็สอบ

ถ้าสอบได้ก็เรียนหนังสือชั้น ป.๒ ไปเรื่อยๆ จนถึงชั้น ป.๔ ท�ำเช่น นี้โดยไม่จ�ำกัดเวลา ต่อมาก็มีกองชาวเขา กรมประสงเคราะห์ ส่ ง เจ้ า หน้ า ที่ ม าช่ ว ยสอน และเปลี่ ย นไปใช้ ห นั ง สื อ ของกรม ประชาสงเคราะห์ เนื้อหาจะเป็นเรื่องของชาวเขาต่างๆ ต่อมาได้ โอนให้กับกระทรวงศึกษาธิการ และเมื่อมีคหบดีจากเชียงใหม่ ใจบุญ มาบริจาคที่พร้อมสร้างอาคารเรียนให้ โรงเรียนจึงได้ย้าย จากวัดมาอยู่ ณ โรงเรียนบ้างเมืองน้อย (นิมมานเหมินทานุสรณ์) ปัจจุบัน เมื่ อ โรงเรี ย นได้ ย ้ า ยจากวั ด ท่ า นก็ ยั ง ตามมาสอนเด็ ก นักเรียนอยู่ เนื่องจากครูไม่พอ เมื่อเด็กนักเรียนที่ท่านสอนได้ขึ้น ชั้น ป.๕ สูงกว่าท่าน ท่านก็เลยไปเรียนต่อจนจบระดับปริญญาโท และได้มาช่วยคณะสงฆ์อำ� เภอเวียงป่าเป้าจัดตัง้ โรงเรียนพระปริยตั ิ ธรรม เมื่อโรงเรียนเข้าที่เข้าทางท่านก็ลาออกกลับมาอยู่วัดบ้าน เมืองน้อย โดยให้เหตุผลว่า “ชุมชนข้างล่าง มีปราชญ์ มีผู้รู้ มีทรัพยากรมากมาย ไม่มที า่ นก็ไม่เสียหายอะไร แต่บนดอย (บ้าน เมืองน้อย) หากขาดท่านคงล�ำบาก” ทุกวันนีใ้ นกุฏทิ า่ นจะเต็มไปด้วยข้าวของเครือ่ งใช้ทชี่ าวบ้าน ส่งมาให้ทา่ นซ่อมโดยท่านก็ไม่คดิ ราคาแต่อย่างใดแม้คา่ อะไหล่ถา้ ไม่แพงเกินไปท่านก็ยงั ออกให้ชาวบ้าน ด้วยเหตุแห่งการให้อย่างนี้ จึงท�ำให้ทา่ นเป็นทีร่ กั ทีน่ บั ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน เป็น เพราะผู้ให้ (ผู้รับใช้) ของชาวบ้านมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน แล้วคุณล่ะเป็นผู้ให้แล้วหรือยัง? 37


ผมแสวงหาความสุ ข แบบง่ า ยๆ แบบพอเพี ย ง โดย การปลูกดูแลต้นไม้ที่ตนเองชอบ ซึ่งช่วยให้เราจิตใจ สงบและเพลิดเพลินได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเงิน เสียทอง ไม่ต้องพึ่งพาแสง สี เสียงต่างๆ มีเวลาว่างก็จะพา แม่และครอบครัวไปทำ�บุญที่วัด พยายามให้ทุกคนใน ครอบครัวและนักเรียนที่ตนเองสอนได้เรียนรู้ธรรมะ เพราะคิ ด ว่ า ผู้ ที่ รู้ จั ก นำ � ธรรมะไปประยุ ก ต์ ใ ช้ ใ นชี วิ ต จะสามารถอยู่ บ นโลกใบนี้ ไ ด้ อ ย่ า งมี ค วามสุ ข อย่ า ง แท้จริง

จากเรื่อง คุณจะเลือกเดินไปทางไหน? ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน ผู้เขียน ณรงค์ สมบูรณ์โชคดี โรงเรียน บ้านหนองเขมร จ.นครปฐม เขต ๑

นอกจากครู จ ะต้ อ งเป็ น แบบอย่ า งของความดี ใ ห้ นักเรียนดูแล้ว ยังต้องส่งเสริมให้นักเรียนได้ปฏิบัติ ทุกวัน ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ดังหลักธรรมที่ ว่า ภาวนา มย ปัญญา “ปัญญาเกิดจากการฝึกฝน” จากเรื���อง คุณธรรม ทำ�ทุกวัน ร่วมกันทุกคน ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน ผู้เขียน อัมพิกา ทองกัลยา โรงเรียน บ้านดอนสง่า ต.กำ�เนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ ภาพจากเรื่อง คุณธรรม ทำ�ทุกวัน ร่วมกันทุกคน

38

การปฏิบัติให้เกิด “ความพอดี” ไม่มากและไม่น้อย เกินไปไม่ว่าในส่วนกายหรือใจก็ตาม ก็ย่อมจะเกิด ความสุขโดยปราศจากความทุกข์ ที่แอบแฝงตามมา จากเรื่อง ความสุขคืออะไร ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน ผู้เขียน ชลิดา พูลสวัสดิ์ โรงเรียน บ้านหนองมะค่า ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

ครู บุคลากรทางการศึกษาต้องเป็น แบบอย่างใน การนำ�คุณค่ามหาศาลของพุทธธรรมมาสู่สังคม ไทยโดยผ่า นกระบวนการจัดการเรียนรู้ ที่เ น้ น ให้ ผู้บริหารและครูผู้สอน นำ�หลักธรรมทางพระพุทธ ศาสนามาประยุกต์ใช้ ในการบริหารจัดการโรงเรียน ทุกด้าน เพือ่ ให้ผูเ้ รียนนำ�หลักธรรมไปใช้ในการดำ�รง ชีวิต สร้างเจตคติที่ดี ปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ ดีงาม จากเรื่อง ผู้นำ�ที่เป็นแบบอย่าง ภาค เหนือตอนล่าง ผู้เขียน ธนกรกฤษ อินมล สพป.กำ�แพงเพชร ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.กำ�แพงเพชร เขต ๑


เพชรมีค่ามากกว่าถ่านหลายล้านเท่าทั้งๆ ที่เพชรเป็นธาตุ คาร์บอนเหมือนกัน ไม้ผ่านการอบการเผา ไม่นานก็กลาย เป็นถ่านแต่เพชรผ่านความร้อนไม่ต�่ำกว่า ๕,๐๐๐ องศา ฟาเรนไฮต์ ได้รับความกดดันมากกว่า ๑ ล้านปอนด์ต่อ ตารางนิ้ ว ด้ ว ยระยะเวลาอั น ยาวนานถึ ง จะกลายเป็ น เพชร เครื่องประดับอันงดงาม พร้อมๆ กับเป็นของที่มีความแข็ง มากที่สุดในโลก ถ้าท่านก�ำลังได้รับความกดดันอยู่ จงอดทน จงอดทน ถ้าท่านก�ำลังถูกเคี่ยวถูกสับอยู่ ให้คิดว่าเพียงแค่นี้ จะท�ำให้เป้าหมายเราสั่นคลอนได้หรือ ถ้าสถานการณ์ก�ำลัง บีบคั้นท่าน แสดงว่าชัยชนะก�ำลังรออยู่ข้างหน้า ถ้ายังถูกโหม กระหน�่ ำ อี ก ให้ รู ้ ตั ว ว่ า ท่ า นก�ำลั ง ใกล้ จ ะเป็ น เพชรเต็ ม ที แ ล้ ว จงมุ่งมั่นอาจหาญสง่างามเสมือนดั่งเพชร แม้จะตกอยู่ใน สภาวะทุกข์ยากล�ำบาก อ้างว้างและโดดเดี่ยว แต่เพชรไม่เคย ย่อท้อต่อสู้เรื่อยไป ทุกอย่างเป็นบทเรียนและบทฝึกตัวเอง เสมอ และด้ วยความอดทนจนถึงที่สุดนั่น เองเพชรจึ ง เป็ น อั ญ มณี ล�้ ำ ค่ า ควรแก่ ก ารประดั บ มงกุ ฎ ของพระราชา ผู้ยิ่งใหญ่จากอดีต… ปัจจุบัน… ตลอดไปในอนาคต จากเรื่อง ถ้าท้อเป็นเพียงถ่าน ถ้าผ่านจึงเป็นเพชร ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน ผู้เขียน พัทธนันท์ ชนะภัย โรงเรียน บ้านหนองมะค่า ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

ครู ผู้ ส อนต้ อ งให้ โ อกาสเด็ ก ได้ อ ยู่ ใ กล้ ค นดี ใกล้ผู้รู้ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ดังคำ�กล่าวที่ ว่า “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำ�เอง”

จากเรื่อง วิถีพุทธ…ความคาดหวังของสังคมไทย ภาค เหนือตอนบน ผู้เขียน ทรายคำ� ด้วงนิล โรงเรียน ร่องธารวิทยา ม.3 ต.ทรายขาว อ.พาน จ. เชียงราย เขต ๒

เกี ย รติ นิ ย มจากสถาบั น ไหนก็ ไ ม่ สำ � คั ญ ถ้ า ครูไม่ได้ทำ�หน้าที่ครูอย่างเต็มความสามารถ ไม่ ไ ด้ ส อนเด็ ก นั ก เรี ย นด้ ว ยใจรั ก ไม่ ไ ด้ เ ป็ น ตั ว อย่ า งที่ ดี ใ ห้ แ ก่ นั ก เรี ย น ครู ก็ จ ะไม่ ไ ด้ รั บ ความรัก ความเคารพนับถือจากเด็ก การ เป็นครูก็จะล้มเหลว แล้ววันไหว้ครูนักเรียน จะไหว้ ใคร... จากเรื่อง ครูที่เป็นมากกว่าครู ครูทรีอินวัน ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน ผู้เขียน ลักขณา นิลสลับ โรงเรียน วัดแก้วเจริญอำ�นวยวิทย ต.วัดประดู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

ภาพจากเรื่อง ครูที่เป็นมากกว่าครู ครูทรีอินวัน

39


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นเล็ก

ผู้ประพฤติดี

ย่อมได้รับความสุข ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง ปนัดดา วรรณะ โรงเรียน บ้านท่าช้าง ม.๒ ต.ห้วยไร่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เขต ๒

หนูเป็นเด็กทีเ่ กิดมาในครอบครัวทีม่ ฐี านะยากจน ครอบครัว แตกแยก พ่อและแม่ต่างมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่หนูยังจ�ำความ ไม่ได้ ปัจจุบนั หนูอาศัยอยูก่ บั แม่ พ่อใหม่ ตา ยาย และน้องอีกหนึง่ คน ในสภาพบ้านที่มีแต่หลังคา ผนังฟากไม้ไผ่ที่กั้นพอบังลมได้เล็ก น้อย ถ้าวันไหนที่มีฝนตกแรง บ้านของหนูจะถูกฝนสาดจนพื้น เปียกแทบจะหาที่แห้งไม่ได้ ในทุกวัน หนูต้องรับหน้าที่เลี้ยงน้องหลังกลับจากโรงเรียน และท�ำงานบ้านทุกอย่าง บางวันต้องท�ำกับข้าวเพื่อรอพ่อกับแม่ กลับมาจากทีท่ ำ� งาน หนูตอ้ งป้อนข้าวน้องและอาบน�ำ้ ให้นอ้ งด้วย

ค่าย “เติมรัก เติมหัวใจ ห่างไกลสิ่งเสพติด” สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนุ่นนะคะ เป็นแกนน�ำโครงงานคุณธรรม รุ่นที่ ๗ ที่สืบสานความดีต่อจากรุ่นพี่ ฉันได้รับโอกาสให้มาเข้า ค่าย “เติมรัก เติมหัวใจ ห่างไกลสิ่งเสพติด” การใช้ชีวิตในการอยู่ค่ายไม่ได้สะดวกสบายเหมือนอยู่ที่ บ้าน มีทั้งความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า แต่ก็มีความสุขจริงๆ เป็นการฝึกทักษะการใช้ชีวิตของตัวฉันเอง อีกอย่างที่ฉันได้จาก ค่ายนี้คือฉันได้รู้ว่า การที่เด็กเหนือและเด็กใต้ได้มาเจอกัน ระยะ ทางไม่ได้เป็นอุปสรรคส�ำคัญอะไรเลย ถึงแม้จะนั่งรถมาไกลแค่ ไหนแต่ฉันก็เต็มใจที่จะมา แม้ว่าเรามีอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ เหมือนกัน ทัง้ ภาษา วัฒนธรรม แต่ฉนั มองเห็นบางอย่างทีเ่ หมือน กันคือเรามีเป้าหมายท�ำตัวเองให้เป็นคนดี และพร้อมช่วยเหลือ เพื่อนเยาวชน เหมือนกับเพลง ร่วมด้วยช่วยกัน ที่เราร้องด้วยกัน 40

รายได้ของพ่อกับแม่แทบจะไม่พอค่าใช้จา่ ย หนูและทุกคนต้องช่วย กันประหยัด ในวันเสาร์และอาทิตย์หนูตอ้ งไปหาท�ำงานพิเศษ เช่น รับจ้างเก็บพริก เก็บมะเขือ หักข้าวโพด บางครั้งหนูก็รู้สึกท้อบ้าง ที่ว่าท�ำไมไม่ได้อยู่กับพ่อที่แท้จริงเหมือนกับคนอื่นเขา หนูอยาก เห็นหน้าพ่อสักครั้ง ได้อยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของพ่อ ถึงแม้จะ คิดถึงพ่อที่แท้จริง แต่หนูก็ไม่เคยลืมพระคุณของพ่อคนนี้เลย พ่อ ที่คอยอบรมสั่งสอนหนูให้เป็นเด็กดี และหาเงินมาเลี้ยงหนูและ ครอบครัว หนูสำ� นึกในพระคุณของท่านเป็นอย่างมาก หนูจงึ ตัง้ ใจ ว่าหนูจะไม่ทำ� ให้ทุกคนผิดหวังในตัวหนู โดยเฉพาะพ่อ แม่ และ คณะครูโรงเรียนบ้านท่าช้างทุกท่าน หนูฝนั ไว้วา่ “โตขึน้ หนูอยากจะเป็นครู เพราะครูเป็นอาชีพ ทีค่ อยเป็นแรงผลักดันให้หนูตงั้ ใจเรียน คอยอบรมสัง่ สอนและเป็น ก�ำลังใจให้หนูตลอดมา” ท�ำให้หนูได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ทั้งหมดนี้เป็นแรงผลักดันให้หนูตั้งมั่นในความดี ประพฤติตนเป็น คนดีของสังคมและประเทศชาติสืบไป สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ ว่า “ธัมมะ จารี สุขัง เสติ” ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข

ภาค เหนือตอนบน เรื่อง จารุมาศ สิงกา โรงเรียน เวียงมอกวิทยา ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำ�ปาง เขต ๒

ที่ค่าย ฉันชอบเพลงนี้มาก หลังจากกลับมาค่าย ฉันร้องเพลงนี้ ทุกวันเลย “บนแผ่นดินแผ่นนีท้ เี่ รามีกนิ ใช้ เติบโตกันมากมายผ่าน ไปวัน เดือน และปี บนแผ่นดินแผ่นนี้ได้มีสิ่งอันมากมายหล่อ หลอมใจเราและกาย จึงได้มกี นั วันนีท้ ดี่ กี ว่าเดิม… (ท่อนนีฉ้ นั ชอบ มาก) พวกเรายาวชนตระหนักกันในสิ่งนี้ จึงรวมพลังที่มีท�ำดีและ คอยแก้ไข” ฉันคิดเสมอว่าการทีจ่ ะสอนคนอืน่ จะช่วยคนอืน่ ต้องพิสจู น์ ให้เขาเชื่อว่าเราท�ำได้โดยเริ่มท�ำที่ตัวเราก่อนเสมอ


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นเล็ก

ชีวิตเปลี่ยนไป

เมื่อได้อ่านหนังสือ

ภาค เหนือตอนบน เรื่อง ณัฐชัย มะหิธิ โรงเรียน ร่องธารวิทยา ม.๓ ต. ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย เขต ๒

ภาพ : creativecommons.org

โรงเรียนร่องธาร เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ได้จัดกิจกรรม ตามแนววิถีพุทธ ซึ่งกิจกรรมบันทึกการอ่านนี้เป็นกิจกรรมที่ผม รูส้ กึ อึดอัดทีส่ ดุ เนือ่ งจากผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือและไม่ชอบ บันทึกตั้งแต่เด็ก บ่ายวันหนึ่งผมได้พบความมหัศจรรย์จากการ อ่านไม่ใช่จากที่คุณครูหรือคนอื่นเล่าให้ฟัง ผมทึ่งเพราะได้ จินตนาการภาพและเรื่องราวผ่านตัวหนังสือ ชัดเจนกว่าที่ฟังจาก คนอื่นเล่า มันเหมือนกับว่าได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นหรือเป็น ส่วนหนึ่งของเรื่องราวเลยทีเดียว ผมเพลินกับการอ่านจนลืมเล่น ไปหลายชั่วโมง เป็นหนังสือเรื่องแรกที่ผมอ่านจนจบเล่ม ตั้งแต่วันนั้น ผมเริ่มหยิบหนังสือมาอ่านเวลาว่าง โดยเริ่ม จากการอ่านในสิง่ ทีผ่ มสนใจ การอ่านในสิง่ ทีช่ อบนัน้ ยิง่ ท�ำให้รสู้ กึ อยากอ่าน บวกกับความรู้เดิมที่ผมมีอยู่ ท�ำให้ผมท�ำความเข้าใจ กับสิ่งที่อ่านง่ายขึ้น และถ่ายทอดออกมาเป็นความคิดของตัวเอง เพือ่ บันทึกลงในสมุดบันทึกการอ่าน นอกจากนีท้ างโรงเรียนยังมีกจิ กรรมนิทานคุณธรรมน�ำชีวติ กลุ่มละ ๑ เล่ม/ภาคเรียน โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มแต่งนิทาน คุณธรรมแล้วท�ำเป็นหนังสือนิทานวาดภาพประกอบเรือ่ ง มีขอ้ คิด

คติสอนใจ แล้วน�ำผลงานไปเล่าให้นอ้ งๆ อนุบาลฟัง ท�ำให้ผมและ เพื่อนเรียนสนุกเพราะได้สร้างสรรค์ และมีความภูมิใจที่ได้ท�ำ หนังสือแลกเปลีย่ นกันอ่านในโรงเรียนอีกด้วย ในชั่วโมงโฮมรูมทุกวันมีกิจกรรมให้นักเรียนทุกคนได้น�ำ เรือ่ งจากการบันทึกความดีหรือบันทึกการอ่านทีเ่ กีย่ วกับคุณธรรม มาเล่าหน้าชั้นคนละ ๑ ครั้ง/สัปดาห์ โดยต้องบอกข้อคิดคติธรรม หรือคุณธรรมทีไ่ ด้จากเรือ่ งด้วย และคุณครูยงั สอนพวกเราเกีย่ วกับ คุณธรรมจากพระราชด�ำรัสหรือพระบรมราโชวาทของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทุกวัน ท�ำให้ผมซึมซับ คุณธรรมโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งยังเกิดความอยากรู้เรื่องราวของ พระองค์ท่านมากขึ้นเป็นล�ำดับ ผมได้รู้จักการอ่านหนังสือและการรู้จักเลือกหนังสือที่ดีมี คุณค่ามาอ่านท�ำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปจากที่เรียนไม่เก่ง สอบ ได้ล�ำดับที่เกือบท้ายสุด ขยับมาอยู่ในล�ำดับต้นๆ ของห้อง จาก เคยมีนสิ ยั ใจร้อน เห็นแก่ตวั ไม่รบั ผิดชอบ กลับมีเหตุผลและเข้าใจ ผู้อื่นมากขึ้น รู้จักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม แล้วคุณล่ะเริ่มอ่านหนังสือแล้วหรือยัง...?

41


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นเล็ก

เปิดบ้าน รับอาเซียน ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง นักเรียนชั้น ม.๒ โรงเรียน บ้านโป่งวัวแดง ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร เขต ๒

อีก ๒ ปี เราจะต้องเป็นหนึ่งในอาเซียนแล้ว เพื่อนๆ เตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง? โรงเรียนบ้านโป่งวัวแดง เป็นโรงเรียนเล็กๆ ในจังหวัด พิจติ ร ซึง่ เป็นโรงเรียนทีอ่ ยูห่ า่ งไกลความเจริญมีความเป็นอยูต่ าม สภาพ แต่เราก็โชคดีที่คุณครูที่นี่มีความทันสมัย มีเพื่อนครูเป็น ชาวต่างชาติหลายคน ทุกปีเราจึงมีโอกาสได้พบปะกับครูต่าง ประเทศมากมาย เมือ่ ๒ - ๓ ปีกอ่ น มีครูชาวเวียดนามมาอยูด่ ว้ ย บางโอกาสจะได้เห็นคุณครูชาวเวียดนามแต่งชุดประจ�ำชาติ เราก็ ตื่นเต้นกันใหญ่ แต่ก็ไม่กล้าคุยด้วย ได้แต่ยิ้มให้กัน คุณครูบอก ว่าพวกเราต้องรู้จักใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์ด้วยการท�ำความคุ้น เคยกับชาวต่างชาติที่มาอยู่โรงเรียน และพวกเราจะสามารถใช้ ภาษาในการสื่อสารได้ ไม่กลัวที่จะพูดกับต่างชาติ วันหนึ่งคุณครูปุ๊ (ครูสอนสาระสังคมฯ) มาบอกว่า จะพา คุณครูชาวเวียดนามไปเที่ยวดูประวัติศาสตร์เมืองพิจิตร พวกเรา จึงอาสาน�ำเทีย่ วโดยพาไปสักการะพระเจ้าเสือ กษัตริยส์ มัยอยุธยา ที่มีถิ่นก�ำเนิด ณ อ�ำเภอโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งคุณครูเวียดนามทั้ง สองดูจะแปลกใจมากทีเ่ ห็นรูปปัน้ ไก่ชนมากมายทีศ่ าลพระเจ้าเสือ โดยเฉพาะไก่ชนตัวใหญ่มากที่ข้างศาลพระเจ้าเสือ เลยช่วยกัน อธิบายให้ฟังว่าพระเจ้าเสือชอบไก่ชน คุณครูเวียดนามก็บอกว่าที่ ประเทศเวียดนามก็มไี ก่ชน แต่ไม่มรี ปู ปัน้ อย่างนี้ ต่อมาเราไปแวะ ทานอาหาร คุณครูปุ๊บอกว่าคนเวียดนามก็นิยมกินข้าว และ ก๋วยเตีย๋ วเหมือนเรา แต่อาหารของเวียดนามจะรสชาติจดื กว่าของ เรา พวกเราก็เลยช่วยกันน�ำเสนออาหารที่มีในร้าน ซึ่งคุณครู เวียดนามเลือกสั่งข้าวมันไก่ และข้าวหมูกรอบ สังเกตว่าคงอร่อย เพราะคุณครูเวียดนามกินหมดเลย จากนัน้ เราก็พาไปเทีย่ วอุทยานเมืองเก่า ซึง่ ภายในจะมีวดั มหาธาตุวัดโบราณสมัยสุโขทัย เสาหลักเมือง และพระยาโคตร 42

บอง พ่อปู่ผู้สร้างเมือง คุณครูเวียดนามดูจะสนใจและเข้าใจดี เพราะมีป้ายเป็นภาษาอังกฤษบอกความส�ำคัญของสถานที่ และ สอนภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวให้พวกเราด้วย เราไปเที่ยว พิพธิ ภัณฑ์เมืองพิจติ รต่อ เจ้าหน้าทีน่ า่ รักมากพาเราชมห้องต่างๆ คุณครูชาวเวียดนามดูจะชอบห้องที่แสดงเครื่องมือจับปลา ห้อง เหมืองทองค�ำและห้องวัฒนธรรมทีม่ กี ลุม่ คนโบราณเชือ้ สายต่างๆ ที่ เข้ามาตั้งถิ่นฐาน จากนั้นก็ไปวัดท่าหลวงเพื่อไหว้หลวงพ่อเพชรพระประจ�ำ จังหวัด ครูครูเวียดนามสงสัยถังส�ำหรับถวายสังฆทาน และ น�้ำมนต์ ครูครูปุ๊เลยอธิบายว่า คนไทยเมื่อมาท�ำบุญก็จะมีการ ถวายสังฆทาน ปล่อยนกปล่อยปลา และน�ำน�้ำมนต์ไปฝากคนที่ บ้าน คุณครูบอกว่าคนเวียดนามส่วนหนึง่ จะนับถือศาสนาพุทธแต่ เป็นพุทธแบบจีน ที่มีเทพเจ้าต่างๆ และพุทธแบบกัมพูชา เพราะ มีพรมแดนติดกันซึง่ คนกัมพูชาส่วนหนึง่ ก็อยูใ่ นเวียดนามด้วย แต่ พุทธแบบไทยจะไม่มี แล้วก็ไปเทีย่ วบึงสีไฟ แหล่งเพาะพันธุส์ ตั ว์นำ�้ มีบ่อเลี้ยงจระเข้ สัตว์สัญลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร แวะดูถำ�้ วิจิตร จินดา ถ�ำ้ จ�ำลองทีม่ กี ารใช้พลังงานน�ำ้ มาผลิตกระแสไฟฟ้าในการ ท�ำความเย็นทีส่ วยงาม คุณครูชาวเวียดนามสนใจมากแต่มนี ดั ตอน เย็นเราจึงยุติการเที่ยวชมจังหวัดพิจิตรเพียงเท่านี้ ระหว่างทาง คุณครูแวะซื้อฝักบัวสดให้กินกัน คุณครูชาวเวียดนามบอกว่าที่ เวียดนามก็มี เพราะดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเวียดนาม การได้พาคุณครูเวียดนามไปเทีย่ วในครัง้ พวกเราประทับใจ มากเพราะได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารอย่างสนุกสนานเป็น ธรรมชาติกันดี และก็คิดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะตั้งใจเรียนใน สาขาทีส่ ามารถท�ำงานได้ใน ๑๐ ประเทศอาเซียน เป็นโอกาสทีเ่ รา จะได้พฒั นาตัวเองและสร้างโอกาสให้ชวี ติ วันหน้าของเราให้ดอี ย่าง มีคุณภาพ เพื่อนชาววิถีพุทธพร้อมหรือยัง?


ประสบการณ์สอนใจ รุ่นเล็ก

เรื่องดีๆ

ที่วัดป่าอุดมเจริญธรรม ภาค เหนือตอนบน เรื่อง วชิราภรณ์ ขจรจิรพันธ์ โรงเรียน เชียงคำ�วิทยาคม ม.๘ ต.หย่วน อ.เชียงคำ� จ.พะเยา สพม.๓๖

ไม่ว่าเราจะกระท�ำอะไรที่เราไม่เคยท�ำมาก่อน ขอให้ ใช้การฝึกฝน ความอดทน และความ พยายาม ทั้ง ๓ อย่างนี้ จะช่วยท�ำให้โยมนั้น ท�ำงานที่ไม่เคยท�ำมาก่อน ส�ำเร็จได้ การไปเข้าค่ายธรรมะเป็นอย่างไร เมือ่ ไปแล้วจะรูส้ กึ น่าเบือ่ ไหม? แล้วถ้าไปเราจะอยู่ กิน นอน อย่างสบายไหม นีเ่ ป็นค�ำถาม ที่ฉันตั้งไว้ ก่อนที่จะไปเข้าค่ายธรรมะ ที่วัดป่าอุดมเจริญธรรม ต�ำบลอ่างทอง อ�ำเภอเชียงค�ำ จังหวัดพะเยา ฉันไม่เคยรู้มาก่อน ว่าการเข้าค่ายธรรมะเป็นอย่างไร เพราะฉันไม่เคยไปและไม่เคย จากบ้านไปประมาณ ๒-๓ วัน ท�ำให้ดิฉันตั้งค�ำถามกับตัวเอง ฉันกังวลมาก การที่ไปเข้าค่ายแต่ละครั้งต้องเตรียมตัว เตรียม สัมภาระหลายๆ อย่าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ก่อนที่จะเข้าค่ายหนึ่งวัน ฉันได้โทรไปสอบถามกับคุณครู ร�ำเพย ค�ำแดงดี ซึง่ ท่านเป็นครูผปู้ ระสานงานการเข้าค่ายและเป็น ผู้เชิญชวนให้ดิฉันไปเข้าค่าย ฉันได้สอบถามท่านว่า การเข้าค่าย เป็นอย่างไร เรื่องอาหาร ที่นอน เป็นอย่างไรบ้าง แต่คำ� ถามตอบ ที่คุณครูท่านให้มาคือ “เธอลองไปเข้าค่ายสิ แล้วเธอจะรู้ว่าเป็น อย่างไร ค่ายนีค้ รูไม่ได้ให้เธอไปล�ำบาก แต่ครูจะให้เธอได้มคี วามรู้ และประสบการณ์จากการเข้าค่าย” ดิฉันจึงตัดสินใจไปเข้าค่าย ทันที จากค�ำเชิญชวนของคุณครู เมือ่ ถึงวันเข้าค่าย ฉันต้องบอกลาจากคุณแม่ เพราะได้จาก บ้าน ๓ วัน วันแรกที่ได้เข้าค่าย ดิฉันได้รับประสบการณ์ต่างๆ มากมาย นั่นก็คือ ความอดทน ซึ่งพระอาจารย์ท่านได้ให้เราฝึก ความอดทนกับการนัง่ สมาธิ การนัง่ สมาธิเป็นการท�ำให้จติ ใจสงบ นิ่ง ท�ำให้จิตใจไม่วอกแวก และท�ำให้จิตใจบริสุทธิ์ การอดทนกับ การนอนดึก ตื่นเช้า ซึ่งต้องท�ำทุกวัน กิจกรรมเหล่านี้ทำ� ให้ฉันได้ พัฒนาตนเองและจิตใจ วันที่สอง ฉันรู้สึกล�ำบากเรื่องการสวดมนต์เพราะรู้สึกว่า กิจกรรมทั้งหมดที่พระอาจารย์ให้ดิฉันท�ำนั้น มันยากเย็นมาก

สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ มันไม่น่าสนุกเลย แต่ท�ำไมผู้ใหญ่ ถึงบอกว่าการปฏิบตั ธิ รรมมันดี ในเมือ่ อยากเป็นคนดีอยากพัฒนา ตนเองจึงต้องฝืนใจท�ำ ฉันแอบอธิฐานในใจว่าขอผลบุญกุศลจง ส่งผลให้ฉันได้รับคัดเลือกเป็นประธานนักเรียน ส่วนวันที่สาม พระอาจารย์ให้ดิฉันท�ำกิจกรรม ท�ำสวย ดอกไม้ไปวัด การท�ำสวยท�ำจากใบตอง ท�ำให้ฉนั ได้รวู้ า่ คนโบราณ ให้คุณค่ากับการถวายวัตถุทาน ต้องท�ำด้วยความประณีต ด้วย ความศรัทธา การท�ำสวยดอกไม้ถวายเป็นพุทธบูชา เป็นการสร้าง ศรัทธา ฝึกสมาธิ จิตใจก็ประณีตตามผลงาน นอกจากนั้นยังได้ รับความรู้เกี่ยวกับประเภทของสวยดอกไม้ ท�ำให้เห็นถึงความ สุนทรีของจิตใจคนโบราณ ก่อนทีจ่ ะออกจากค่าย พระอาจารย์ได้ ให้ข้อคิดให้กับดิฉัน ซึ่งท่านได้พูดว่า “ไม่ว่าเราจะกระท�ำอะไรที่ เราไม่เคยท�ำมาก่อน ขอให้ใช้การฝึกฝน ความอดทน และความ พยายาม ทั้ง ๓ อย่างนี้ จะช่วยท�ำให้โยมนั้น ท�ำงานที่ไม่เคยท�ำ มาก่อน ส�ำเร็จได้” ดิฉันได้รับรู้และประสบการณ์จากพระพุทธศาสนา และ การเข้าค่ายธรรมะว่าเป็นสิ่งที่ดีงามมาก ถือว่าเป็นประสบการณ์ ครัง้ หนึง่ ทีไ่ ด้ทงั้ ความรูแ้ ละประสบการณ์จากพระพุทธศาสนา สิง่ ที่พระอาจารย์สอน ก็ทำ� ให้ดิฉันได้พัฒนาจิตใจและพัฒนาตนเอง ให้เป็นคนดีของสังคม เป็นคนที่มีจิตอาสา และเป็นคนที่เปี่ยมล้น ไปด้วยความดี สุดท้ายดิฉันจะน�ำสิ่งที่พระอาจารย์ได้สอนมาน�ำ ไปเผยแพร่ให้กับพี่ น้อง นักเรียน โรงเรียน หมู่บ้าน และชุมชน ในฐานะประธานนักเรียนของโรงเรียนเชียงค�ำวิทยาคมตามค�ำ อธิฐานที่ตั้งไว้ในตอนเข้าค่าย 43


เพลินเรียน เพลินรู้

เด็กดีของสังคม “โครงงานสุ ข าสะอาดปราศจาก กลิ่นในถิ่นวัด” เป็นกิจกรรมที่ฝึกนักเรียน ให้มีความรับผิดชอบ ความอดทน มีจิต อาสา มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพการท�ำความ สะอาดห้องสุขา ซึ่งก�ำหนดเวลาในการไป ท�ำความสะอาดห้องสุขาที่วัดก่อนวันพระ ทุ ก ครั้ ง และวั น ที่ วั ด มี ง านบุ ญ การไป ท�ำความสะอาดที่วัดได้สร้างความประทับ ใจให้กบั พระและผูป้ กครองทีม่ าท�ำบุญเป็น อย่างยิง่ และหากสอบถามนักเรียนว่าครูให้ มาช่ว ยใช่ หรื อ ไม่ นั กเรียนตอบว่าเป็น กิ จ กรรมโครงงานที่ พ วกตนได้ ท� ำ อยู ่ ใ น โรงเรียนและขอขยายต่อเนื่องมาที่วัด โดย ขออนุญาตผูบ้ ริหาร คุณครูและเจ้าอาวาสแล้ว

ภาค ภาคตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง สุภาพ จัดละ สพป.กาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เขต ๒

กระทั่งมีสมาชิกองค์การบริหารส่วนต�ำบล (อบต.พงตึก) ท่านหนึ่ง ได้เห็นการปฏิบัติ กิจกรรมของนักเรียนจึงขอมีส่วนร่วมด้วย โดยการปรับปรุงห้องน�ำ้ ที่ช�ำรุดและทาสีให้ สวยงามน่าใช้ยิ่งขึ้น ท�ำให้นักเรียนมีก�ำลัง ใจที่จะท�ำความดีมากขึ้น วั น หนึ่ ง ผู ้ ป กครองซึ่ ง เป็ น ผู ้ ดู แ ล ห้องน�้ำ ห้องสุขาของตลาดสด ซึ่งอยู่ฝั่ง ตรงข้ามกับโรงเรียนเกียรติวัธนเวคิน ๑ ได้ มาพบเด็กชายกฤษณะและเด็กหญิงกัลยา เกษประทุม ไปช่วยญาติขายผักที่ตลาด ลูกแก และจ�ำได้วา่ เคยพบเด็กนักเรียนสอง คนนี้ ท�ำความสะอาดห้องสุขาทีว่ ดั ปากบาง จึงได้ติดต่อให้ไปท�ำความสะอาดห้องสุขา

ที่ตลาดสดลูกแกในตอนเย็นหลังเลิกเรียน ทั้ง ๒ คนจึงได้ไปท�ำความสะอาดห้องสุขา ทีต่ ลาดสดทุกวัน ตัง้ แต่อยูช่ นั้ ประถมศึกษา ปีที่ ๔ ปัจจุบนั นีเ้ รียนอยูช่ นั้ ประถมศึกษาปี ที่ ๖ ก็ยังไปท�ำอยู่ ท�ำให้นักเรียนมีรายได้ ระหว่างเรียน มีเงินไว้ซื้อขนม ซื้อเครื่อง เขียนแบบเรียน และช่วยเหลือครอบครัวด้วย การท�ำงานทีค่ นอืน่ ๆ อาจจะไม่ชอบ ไม่สนใจแต่คุณครูท�ำให้นักเรียนท�ำได้ คิด เป็ น จึ ง เป็ น ความภาคภู มิ ใ จ ปลื้ ม ใจ จนสุดที่จะบรรยาย และเชื่อว่านักเรียนทั้ง สองคนจะเจริญเติบโตเป็นคนทีด่ ขี องสังคม ในอนาคตอย่างแน่นอน

ทัศนศึกษา ภาค เหนือตอนบน เรื่อง วริศรา มณีวงศ์ โรงเรียน บ้านป่าตาล ม.๒ ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำ�ปาง เขต ๒

โรงเรียนบ้านป่าตาลได้เปิดโอกาสให้เด็กบ้านนอกอย่าง ข้าพเจ้าได้เห็นสิ่งต่างๆ นอกเมือง อ.เถิน โดยใช้ยานพาหนะรถตู้ มีคุณลุงผู้ใจดีเป็นคนขับรถ สถานที่ไปทัศนศึกษาในครั้งนี้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยาและจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อมาถึงจุดหมาย สถานทีแ่ รกคือวัดพนัญเชิงวรวิหาร และแวะรับประทานอาหารเช้า ภายในบริเวณวัด ทานเสร็จจึงเข้าไปท�ำบุญสักการะหลวงพ่อโต ข้าพเจ้าประทับใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุด ต่อมาเดินทางไปพิพิธภัณฑ์ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาเพื่อ ศึกษาหาอาณาจักรอยุธยาที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยก่อนและเป็น มรดกของไทย ทางพิพธิ ภัณฑ์ได้อนุเคราะห์วทิ ยากรพานักเรียนไป ชมภาพยนตร์ ๓๖๐ องศา เนือ้ หาเกีย่ วกับอาณาจักรอยุธยา จากนัน้ ก็ได้เข้าไปชมสิ่งของ ถ้วยชามสังคโลก การติดต่อค้าขายกับชาว ต่างชาติ ได้เห็นบ้านเรือนจ�ำลองความเป็นอยู่ในสมัยอดีตกาล เป็นสิง่ ทีน่ า่ ภาคภูมใิ จของคนรุน่ หลัง ต่อมาได้เดินทางโดย รถราง และมีวิทยากรประจ�ำรถให้ความรู้เกี่ยวกับเมืองเก่าและได้ เห็นวัดต่างๆ ในสมัยนั้น อิฐเก่าที่แสดงถึงความเก่าแก่และความ มีมนต์ขลังในสมัยอยุธยา 44

จากนั้นเดินทางไปยังตลาดน�้ำอโยธยา เป็นตลาดน�้ำที่มี ความสวยงาม มีผคู้ นจับจ่ายใช้สอยกันเป็นจ�ำนวนมาก แล้วคุณลุง ก็ออกรถไปยังวัดป่าเลไลยก์เพื่อไปไหว้พระ ท�ำบุญ เป็นสิริมงคล พอตกเย็นได้เดินทางกลับโรงเรียน ในมือของพวกเราเต็ม ไปด้วยของฝาก อิ่มบุญ อิ่มกายและอิ่มใจกันทุกคน ต้องขอบคุณ คณะครูทุกคนและคุณลุงผู้ใจดีผู้ขับรถที่ท�ำให้พวกเราทุกคนกลับ บ้านอย่างปลอดภัย ความประทับใจในสิ่งที่ได้จากการไปทัศนศึกษาครั้งนี้ คือ คุณค่าแห่งความเป็นไทยที่เป็นเมืองพุทธศาสนา ดีใจที่ได้เกิดมา เป็นชาวพุทธ ไม���ว่าจะไปที่ไหนๆ ก็จะพบกับเอกลักษณ์ของความ ดีงาม ทีไ่ ด้มองเห็น แล้วท�ำให้จติ ใจรูต้ นื่ และเบิกบาน คอยเติมสติ ให้เราระลึกรู้ถึงการเป็นคนดีของพ่อแม่และของทุกๆ คน


เพลินเรียน เพลินรู้

ยิ้มง่ายไหว้สวย... ตัวตนของการสะท้อน ธรรมชาติและวัฒนธรรม ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง เอนก บุตรสิงห์ โรงเรียน บ้านปากคลองลาน ๑๑ ม.๔ ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำ�แพงเพชร เขต ๒

“คลองลานเมืองคนงาม น�้ำตกสวย เต็มไปด้วยไม้สัก อนุรักษ์วัฒนธรรมมากมี ของดีเครื่องเงิน” ถ้าเอ่ยถึงคลองลาน หลายคนจะนึกถึงน�ำ้ ตกทีส่ วยงาม “แต่ ถ้าพูดถึงโรงเรียนบ้านปากคลองลาน...อะไรคือจุดเด่นหรือตัวตน” ...และแล้วพายุทเี่ ตรียมโหมกระหน�ำ่ สูโ่ รงเรียนของเราก�ำลังมา นัน่ คือ สมศ. “มาตรฐานอืน่ ๆ เราก็มคี รบ O-Net ก็ผา่ น แต่อตั ลักษณ์ ของเราล่ะคืออะไร” จากพื้นฐานของการมีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ วัฒนธรรมที่ หลากหลาย เกิดการผสมผสานจนส่งผลต่อการมีสภาพจิตใจที่ งดงาม นี่แหละ...จะเป็นภาพที่สะท้อนตัวตนที่ออกมาจากจิตใจ

บวชสามเณร ภาคฤดูร้อน ๒๕๕๖ โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูรอ้ น ที่จัดเสมอช่วงปิดเทอมใหญ่ ทุกปีข้าพเจ้า จะมีหน้าที่พานักเรียนที่สมัครใจบวชไป รายงานตัว ท�ำพิธีบวช แต่ปีนี้พิเศษกว่าปี ที่ผ่านมาคือ บุตรชายจะบวชด้วย ท�ำให้ ครอบครัวตื่นเต้นกันใหญ่ “ยังเล็กอยู่หรือ เปล่า?” ทั้งที่จริงๆ แล้วก�ำลังจะขึ้นชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๖ ถือว่าก�ำลังพอดีตาม เกณฑ์ พิธีการเริ่มจากการโกนผมซึ่งคุณ ยายปลื้ ม ใจนั ก หนาที่ ไ ด้ ข ริ บ ผมตาม

“ยิ้มง่าย ไหว้สวย” คือจุดรวมทางความคิดที่สะท้อนตัวตนอันจะ เป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียนบ้านปากคลองลาน การตอกย�ำ้ “ยิ้ม ง่าย ไหว้สวย” เริ่มเด่นชัดมากขึ้นจนเป็นกระแสของ “มารยาท ฟีเวอร์” เนือ่ งจากมีการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนในการเข้าร่วมการ ประกวดมารยาทไทย ทีส่ ะท้อนออกมาสูว่ ถิ ที างแห่งการปฏิบตั จิ น กลายเป็นตัวตนอย่างทรงคุณค่าและงดงาม ...ต่อไปนี้ไม่ว่า สมศ. หรือหน่วยงานใดจะมาประเมิน โรงเรียนอีกสักกีค่ รัง้ แต่อตั ลักษณ์ “ยิม้ ง่าย ไหว้สวย” ของโรงเรียน บ้านปากคลองลาน จะยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะนี่คือ...ตัว ตนที่แท้จริงของคน “เมืองคลองลาน”

ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง ดารารัตน์ ศรีนาราง โรงเรียน บ้านโป่งวัวแดง ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร เขต ๒

ประเพณีที่ดีงาม หลวงพี่พระมหาฯ ลงมือ โกนผมและบอกว่า “วันนี้ดีนะโกนได้ไม่มี รอยเลย” เด็กในชุดนาคสีขาวดูงามตา กิริยาส�ำรวมดูดีและยิ่งเมื่อเข้าพิธีบวชเป็น สามเณรน้อย ข้าพเจ้าความรู้สึกปลื้มใจที่ ได้มีส่วนส่งเสริมกิจกรรมนี้ การบวชสามเณรมีหลายอย่างทีเ่ ด็ก จะได้รบั รูจ้ ากการปฏิบตั จิ ริง เริม่ ตัง้ แต่ การ เอื้ออาทรต่อกันในการนุ่งห่มที่จะต้องช่วย เหลือกัน การข่มใจใช้สติ การอยูใ่ นระเบียบ แบบแผน การตื่นแต่เช้าเพื่อท�ำวัตรและ

เตรียมตัวบิณฑบาต การฉันอาหารอย่างมี ระเบียบวินัย อีกเรื่องที่ประทับใจในการ ปลู ก ฝั ง ลู ก เณรคื อ ประวั ติ ศ าสตร์ พระ พี่เลี้ยงจะสอนให้เณรน้อยเกิดจิตส�ำนึกใน การรักถิ่นฐานบ้านเกิด การรู้จักแทนคุณ แผ่นดินที่เหล่าบรรพบุรุษไทยสร้างและ รักษา เช่น พระเจ้าเสือ กษัตริยอ์ ยุธยาทีไ่ ม่ เคยลืมถิ่นก�ำเนิด ซึ่งชนรุ่นหลังควรยึดเป็น แบบอย่างในการคืนถิน่ ฐานเพือ่ สร้างความ เจริญให้ถิ่นก�ำเนิดของตน เป็นเยาวชนที่มี คุณภาพดี 45


เพลินเรียน เพลินรู้

สวดมนต์ สร้างสมาธิ

ภาค อีสานตอนล่าง เรื่อง ธิดา ฉุนแสนดี โรงเรียน บ้านเสกกอง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เขต ๓

โรงเรียนบ้านเสกกอง ด้วยสภาพของนักเรียนขยายโอกาส ทีม่ นี กั เรียนอนุบาล ประถม และมัธยมศึกษาตอนต้นรวมอยูด่ ว้ ยกัน จึงมักเกิดการทะเลาะวิวาทกันในช่วงหลังรับประทานอาหารกลางวัน ทั้งในชั้นเรียนเดียวกัน ข้ามห้องเรียน พี่รังแกน้อง โรงเรียนจึงได้ ด�ำเนินกิจกรรมของโรงเรียนวิถพี ทุ ธมาอย่างต่อเนือ่ ง เช่น กิจกรรม ค่ายคุณธรรม กิจกรรมเนือ่ งในวันส�ำคัญทางศาสนา กิจกรรมโครง งานคุณธรรม เป็นต้น ผลของกิจกรรมสามารถแก้ปญั หาต่างๆ ได้ ในระดับหนึง่ ด้วยสภาพจริงของนักเรียนในชนบท จึงยังมีนกั เรียน แหวกแนวที่ยังก่อปัญหาทะเลาะวิวาทในช่วงพักเที่ยง โรงเรียนจึง ให้นักเรียนท�ำกิจกรรมพิเศษ ด้วยการสวดมนต์สร้างสมาธิหลัง

รับประทานอาหาร ซึง่ ครูสามารถสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรม หลังจากที่นักเรียนเริ่มนิ่งสงบ จนกลายเป็นกิจวัตรประจ�ำวัน เสียงระฆังดังขับขาน นักเรียนทุกคนรู้บทบาทของตนเอง แม้บางวันไม่ได้ตีระฆัง นักเรียนส่วนใหญ่จะเข้าไปพร้อมกันใน สถานที่สวดมนต์ ผลจากการสวดมนต์ก่อนเข้าเรียนในภาคบ่าย ช่วยลดปัญหาการทะเลาะวิวาทกันของนักเรียน จิตใจนักเรียนสงบ มากขึ้น สามารถท�ำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ที่ส�ำคัญ ชุมชนมีความพึงพอใจ ผูป้ กครองส่วนใหญ่มคี วามเห็นว่ากิจกรรมนี้ ดีมาก ควรด�ำเนินการให้ตอ่ เนือ่ ง ให้บตุ รหลานของตนสามารถน�ำ ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้

จิตสว่างทางสู่สวรรค์ ภาค อีสานตอนล่าง เรื่อง ธารกมล ไชยลี โรงเรียน บ้านนาแวง จ.อุบลราชธานี เขต ๒

46

“โครงการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน” คือกิจกรรมที่ข้าพเจ้าได้ รับมอบหมายให้น�ำทีมงานสภานักเรียนไปศึกษาการจัดรายการวิทยุหรือเสียง ตามสาย ทีส่ ถานีวทิ ยุของวิทยาลัยการอาชีพเขมราฐ และสถานีวทิ ยุพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ เพื่อน�ำความรู้มาประยุกต์ใช้ในโรงเรียน เช่น ก่อนกิจกรรม หน้าเสาธงตอนเช้า และตอนพักรับประทานอาหารจะมีรายการเสียงตามสาย ของ (ดีเจวัยใสต้านภัยโรคเอดส์) หรือ (ดีเจ อ.ย. น้อย) เพื่อน�ำเสนอข้อมูล ข่าวสารด้านสุขอนามัย ตลอดจนด้านคุณธรรมน�ำความรูใ้ นเรือ่ งต่างๆ เป็นการ ฝึกให้นักเรียนได้เตรียมเรื่องส�ำหรับพูด มีความรับผิดชอบร่วมกัน ก่อให้เกิด ความรักและความสามัคคีกนั เป็นการจุดประกายเล็กๆ ทีจ่ ะท�ำให้ประเทศไทย มีคนที่อยากจะท�ำความดี และมีประโยชน์ต่อไป


เพลินเรียน เพลินรู้

“สืบฮีต สานฮอย ตามรอยวิถีพุทธล้านนา” ภาค เหนือตอนบน เรื่อง สนธิชัย สมเกตุ โรงเรียน บ้านแม่จ้อง ต.ตลาดใหญ่ อ.ดอยสะเก็ด จ.ชียงใหม่ เขต ๑

กิจกรรมดาวเทียม ดาวธรรม ช�ำระจิตใจ โรงเรียนบ้านแม่จ้อง ได้ติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อรับคลื่นรายการที่ส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรมช่องต่างๆ แล้วต่อเชื่อมมายังจุดพื้นที่ในโรงเรียน เพื่อให้ครู และบุคลากรได้ ศึกษารายการธรรมะในโอกาสและเวลาที่เหมาะสม และได้จัด ตารางให้นักเรียนได้ศึกษา จากสื่อดาวเทียมธรรมะในชั่วโมงวิชา พระพุทธศาสนา

ต้นทุน...ความดี ฮีโร่สายพันธุ์ดี ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง สุทิน จำ�ปากลัด โรงเรียน วัดกำ�มะเสน ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง อรทัย จินดาประสาน โรงเรียน ศรีคีรีมาศวิทยา ต.ศรีคีรีมาศ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย เขต ๑

ความดี นั้ น แม้ ไ ม่ มี ใ ครเห็ น เราผู ้ ก ระท� ำ ก็ รู ้ เ ห็ น ในใจ การพัฒนาคนให้มีความดีได้นั้น ไม่จ�ำเป็นต้องอยู่ในช่วงอายุของ การท�ำงาน หรือช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต หากแต่สามารถสั่งสม ความดีได้ตงั้ แต่เด็กจนสิน้ อายุขยั โดยเฉพาะช่วงในวั���เด็กหรือวัย ศึกษาเล่าเรียน ดังเช่นกิจกรรม “อิฐความดี” กิจกรรมทีใ่ ห้นกั เรียน ได้รู้จักหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาโดยการปฏิบัติตน ปฏิบัติ ความดี สะสมความดีทกุ ครัง้ ทีม่ กี ารปฏิบตั กิ จิ กรรมในทุกวันส�ำคัญ ทางพระพุทธศาสนา วันส�ำคัญต่างๆ เช่น วันไหว้ครู วันท�ำบุญ โรงเรียน เป็นต้น เป็นการเรียนรู้ด้วยการลงมือท�ำ

“ธุรกิจคุณธรรม” น�ำเงินรายได้ชว่ ยเหลือคนชราฐานะ ยากจนในชุมชน กิจกรรม “ธุรกิจคุณธรรม” เป็นการใช้เวลาว่างทีเ่ ป็น ประโยชน์ และปลูกจิตส�ำนึกดี ให้นกั เรียนชายกลุม่ เป้าหมาย ลด ละ เลิก เหล้า เบียร์ บุหรี่ ใช้เวลาช่วงเย็นหรือวันเสาร์วันอาทิตย์ ท�ำขนมไทย ของใช้ ของเล่น ของประดับตกแต่ง จ�ำหน่ายในชุมชน น�ำเงินรายได้ไปซื้อขนม และของใช้ที่ จ�ำเป็น ไปเยี่ยมคนชราที่มีฐานะยากจน พร้อมช่วยแบ่งเบา ภาระในบ้านทุกสัปดาห์ตอ่ เนือ่ งมาเป็นปีที่ ๖ ท�ำอย่างเป็นวิถี สร้างความสุข ท�ำให้ท่านคลายเหงา และรับรู้ถึงความรู้สึก ห่วงใยจากลูกๆ หลานในชุมชน ท�ำให้เกิดภาพความร่วมมือ จากหน่วยงานในชุมชนไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วน ต�ำบล พัฒนาสังคมจังหวัดสุโขทัย ได้ลงมาให้ความช่วย เหลือโดยจัดเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท กว่า ๕๐ ราย ซ่อมแซมบ้านกว่า ๑๐ หลังคาเรือน เด็กที่ร่วม กิจกรรม และนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย ต่างพูดเป็นเสียง เดียวกันว่ามีความสุขที่เห็นรอยยิ้มของคนชรา ท่านมีความ สุขเด็กก็มีความสุข ท่านจะให้พรทุกครั้งก่อนกลับ และบอก เด็กๆ ว่าจะรอการกลับมาของเด็กๆ ตลอดไป 47


เพลินเรียน เพลินรู้

เด็กดี เก็บได้

กิจกรรม “เด็กดี เก็บได้” เริ่มจาก นักเรียนเก็บเงินได้แล้วน�ำมาให้คณุ ครู เพือ่ ประกาศตามหาเจ้าของ เมื่อตามเจ้าของ ไม่เจอ เงินนั้นจะกลายเป็นเงินไร้เจ้าของที่ ไม่ไร้ค่า คุณครูจึงมีแนวคิดดีๆ ว่าแทนที่ ครูจะเอาเงินที่ได้ คืนนักเรียนที่เก็บได้ แต่ ไม่ท�ำ เพราะถ้าหากคืนนักเรียนที่เก็บได้ จะเป็นการสร้างนิสยั เห็นแก่ตวั ทีส่ ำ� คัญคือ

ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง ชลิดา พูลสวัสดิ์ โรงเรียน บ้านหนองมะค่า ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

นักเรียนจะไม่รจู้ กั การให้ คุณครูจงึ หากระปุก ออมสิน เด็กดีเก็บได้ มาหยอดเงินดังกล่าว และคุ ณ ครู จ ะบั น ทึ ก “เด็ ก ดี เก็ บ ได้ ” ทุกครั้ง และให้นักเรียนที่เก็บได้กลับไป เขียนบันทึกความดีของตัวเอง ไม่เพียง เท่านั้นโรงเรียนยังมีรางวัลให้กับเด็กดีอีก ส่วนเงิน “เด็กดี เก็บได้” จะสะสมรวบรวมไว้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนักเรียน และน�ำ

มาใช้ในยามจ�ำเป็น อาทิ ซื้อของรางวัลใน วันเด็ก งานกีฬาสีโรงเรียน และสารพัดงาน กิจกรรมนักเรียน เงินหนึ่งบาทสองบาท ไม่ได้ท�ำให้นักเรียนของเราอิ่มท้อง แต่ให้ นักเรียนของเรารู้จักการประหยัดอดออม รูจ้ กั การให้ และซือ่ สัตย์ตอ่ ตนเอง สิง่ เหล่านี้ เป็นคุณธรรมจริยธรรมที่จะติดตัวนักเรียน ตลอดไป

ค่ายอาสาพัฒนาพี่ช่วยน้อง

สร้างแหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านน�้ำสร้างหนองบะ จะมีอาหารกลางวันรับประทานจากปลา ที่เลี้ยง ไก่สามสายพันธุ์ ที่จะน�ำมาจัดท�ำประกอบเป็นอาหาร เงิน โครงการอาหารกลางวันจะหมุนเวียนในโรงเรียน เพื่อช่วยเหลือ นางสาวพัทยา ลามี ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน�ำ้ สร้างหนองบะ ภาระรับผิดชอบจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ขอปรบมือให้รุ่นพี่ที่ รุ่นที่ ๑๐ นักศึกษาชั้นปีที่สามวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เป็นแบบอย่างทีด่ แี ก่รนุ่ น้อง ช่วยสร้างคน สร้างงาน และสร้างชาติ มหาสารคาม ด้วยจิตส�ำนึก ความรัก ความผูกพันบวกกับความ ให้มั่นคงยั่งยืนตลอดไป ภาคภูมิใจกับสถาบันการศึกษาเดิมที่เคยเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล -ม.๓ ได้เสนอโครงการค่ายอาสาพัฒนาพี่ช่วยน้อง สร้ างแหล่ ง เรี ยนรู้เ กษตรทฤษฎีใ หม่ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เช่น สร้างแหล่งเรียนรู้ บ่อปลาพลาสติก และ สร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่จากไม้ไผ่และวัสดุที่มีในท้องถิ่น เพื่อ สนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน สร้างโรงเรือนคอก หมูเพื่อขยายพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ให้โรงเรียนในอนาคต แนะแนวการศึกษาให้น้องในช่วงพักกลางวัน รวมถึงชวนน้องๆ ออกให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ฉีดยาบ�ำรุง และให้ยาถ่าย พยาธิแก่สัตว์เลี้ยงแก่เกษตรกรในสังกัดเขตบริการโรงเรียน ๕ หมู่บ้าน การออกค่ายอาสาพัฒนา เป็นโครงการทีด่ เี พราะนักศึกษา ได้ปฏิบัติภาคสนามจริง ฝึกความเสียสละ ความอดทน รู้จักการ วางแผนการท�ำงานเป็นทีม ซึ่งรุ่นพี่ได้ถ่ายทอดให้รุ่นน้อง และที่ ส�ำคัญทุกคนได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง เกิดการซึมซับในการ ด�ำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม เปิดเทอมใหม่ปกี ารศึกษา ๒๕๕๖ นักเรียนรุน่ น้องโรงเรียน ภาค อีสานตอนล่าง เรื่อง สุวรรณ สุริยา โรงเรียน บ้านน�ำ้ สร้างหนองบะ ต.นาสีนวล อ.พยัคฆภูมพิ สิ ยั จ.มหาสารคาม เขต ๒

48


เพลินเรียน เพลินรู้

นักเรียนจิตอาสาช่วยงานศพ

ในความเป็นเอกลักษณ์ของต�ำบลไผ่ขอดอน ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง สมชาย ภัทรวิวัฒนพงศ์ โรงเรียน ชุมชนที่ ๑๑ วัดสุวรรณประดิษฐ์ ม.๓ ต.ไผ่ขอดอน อ.เมือง จ.พิษณุโลก เขต ๑

โครงงานนักเรียนจิตอาสาช่วยงานศพของคนในชุมชน ท้องถิน่ ต�ำบลไผ่ขอดอน ช่วยให้นกั เรียนรูจ้ กั เสียสละและสมัครใจ ที่จะท�ำประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น อันเป็นแผ่นดินที่เกิด แผ่น ดินที่เรียน และแผ่นดินที่ด�ำเนินชีวิตประจ�ำวัน โดยนักเรียนจิต อาสาช่วยงานฌาปนกิจศพ เฉพาะที่วัดสุวรรณประดิษฐ์ ไม่เว้น วันหยุดราชการหรือวันเสาร์อาทิตย์ ปัดกวาดบริเวณเมรุและจัด เก้าอี้ส�ำหรับผู้มาร่วมงานฌาปนกิจศพ ช่วยบริการน�ำ้ ดื่ม ดอกไม้ จันทน์ ธูป ฯลฯ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงพญาโศกขณะแห่ศพรอบ เมรุวดั นักเรียนจิตอาสาจะช่วยถือพานใส่ผา้ บังสุกลุ และท�ำดอกไม้ ไว้ที่โรงอาหารโรงเรียน การรวบรวมขวดแก้ว พลาสติกในบริเวณ จันทน์ (จากข้าวโพด) ครั้งละ ๓๐ อัน ให้เจ้าภาพทุกศพ ส�ำหรับ วัดและโรงเรียนไปขาย และขอรับบริจาคจากชุมชน เป็นต้น แหล่งเงินที่น�ำมาใช้เป็นกองทุนนั้น ได้แก่ การตั้งตู้รับเงินบริจาค

ความพอเพียง...

ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม

ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง เอกชัย พันธุลี โรงเรียน บ้านวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เขต ๒

“๗ พลังความดี สู่วิถีพอเพียงในชุมชน” หนึ่งกลวิธีในการ พัฒนานักเรียนของโรงเรียนบ้านวังตะเคียนตามหลักความพอ เพียง ผสมผสานกับหลักคุณธรรม ด้วยการส่งเสริมให้นักเรียน ลงมือลงแรงในการท�ำกิจกรรมยุวเกษตร การปลูกข้าว ปลูกพืชผัก สวนครัว เพาะเห็ดนางฟ้า เลี้ยงสุกร เลี้ยงปลา รวมถึงเลี้ยงนก กระจอกเทศ ซึง่ มีกจิ กรรมย่อย คือ กิจกรรมมารยาทงาม กิจกรรม ตักบาตรเติมบุญ กิจกรรมออมทรัพย์ กิจกรรมยกย่องคนดี กิจกรรมของขวัญสูช่ มุ ชน กิจกรรมจิตอาสาเด็กวังฯ และกิจกรรม ตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมเหล่านี้สามารถเป็นสะพานในการเชื่อมความ สัมพันธ์ระหว่างบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) ให้เกิดขึ้น จุดหมาย ส�ำคัญของโรงเรียนบ้านวังตะเคียน หาใช่รางวัลหรือของขวัญใดๆ แต่เป็นการสร้างต้นแบบของการด�ำเนินชีวิตท���่ดีและถูกต้องให้ เกิดขึ้นกับนักเรียน ...ผู้ที่จะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดของ ประเทศชาติต่อไป 49


เพลินเรียน เพลินรู้

สร้างทุน เพิ่มบุญ ครอบครัวอบอุ่น

ภาค เหนือตอนบน เรื่อง วโรดม พันเลิศ โรงเรียน บ้านป่าลาน ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เขต ๑

พรรษานี้มีค่าถ้าเรามีปัญญามองเห็นทางสว่างสร้างสิ่งที่ดี ให้กบั คนทีเ่ รารักและรักเราให้พบทางสะอาดสว่างสงบในเบือ้ งต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดคล้าย กันรวมตัวกันคิดสร้างสิง่ ทีด่ ใี ห้ตวั เองและคนทีร่ กั โดยใช้ชอื่ กลุม่ ว่า สโมสรหมัน่ โถ ซึง่ เปรียบกับตัวเองว่ามีความคิดบริสทุ ธิท์ งั้ ภายนอก และภายในทีต่ ั้งใจท�ำความดี ต่างจากชาลาเปาทีข่ าวแต่ภายนอก ได้ไปชักชวนคุณพ่อคุณแม่ท�ำวัตรเย็นร่วมกันและรักษาศีล ๘ ใน วันพระ และรักษาศีล ๕ พ่อเพื่อนคนไหนที่สูบบุหรี่และดื่มสุราก็ ชักชวนให้หยุดในช่วงเข้าพรรษา บางครอบครัวก็ท�ำได้ตาม เป้าหมายทีว่ างไว้ แต่บางครอบครัวก็ท�ำได้บางส่วน แต่กถ็ อื ว่าเป็น จุดเริ่มต้นแห่งความดีต่อไป

เรียนรู้ร่วมกัน

สานสัมพันธ์สร้างเครือข่าย ภาค เหนือตอนบน เรื่อง ร�ำเพย ค�ำแดงดี โรงเรียน เชียงค�ำวิทยาคม ต.หย่วน อ.เชียงค�ำ จ.พะเยา สพม.๓๖

โครงการสืบชะตาสู่ขวัญสายสัมพันธ์คนกับต้นไม้ร้อยใจ เทิดพระเกียรติ ๘๕ พรรษา มหาราชัน เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ แบบบูรณาการภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ เพือ่ แก้ปญั หาในระดับสากล โดย อาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ตัง้ แต่การระดมทุนจากกิจกรรม จองไม้มงคลเสริมดวงชะตา การเตรียมเวทีประดับด้วยต้นไม้ มงคล เครื่องประกอบพิธีสืบชะตาสู่ขวัญ นิทรรศการให้ความรู้ เรือ่ งพิธสี บื ชะตา และปัญหาภาวะโลกร้อนและการเพิม่ พืน้ ทีส่ เี ขียว 50

การจัดการเรียนรู้ร่วมกัน ท�ำให้ผู้เรียนสนุกสนานทั้งเรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่นและภาวะโลกร้อน เกิดความภาคภูมิใจในการ แก้ปญั หาภาวะโลกร้อน สร้างพันธมิตรในการจัดการเรียนรูร้ ว่ มกัน หวังว่านโยบายทางการศึกษาเรือ่ งการลดเวลาในห้องเรียน และเพิ่มเวลาการเรียนรู้นอกห้องเรียนจะสามารถลงสู่การปฏิบัติ จริงได้ในอนาคตอันใกล้นี้


เพลินเรียน เพลินรู้

นวัตกรรมสร้างคนดี ที่ท่าบอนฯ (ธนาคารบุญ)

โรงเรียนท่าบอนมิตรภาพที่ ๙๐ ขอน�ำเสนอนวัตกรรมสร้าง คนดี (ธนาคารบุญ) เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สนใจน�ำไปปรับใช้ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ร่วมกันคิดขึ้นระหว่าง ครู นักเรียน ผู้ปกครอง โดยสิ่งที่เป็นก�ำลังใจและกระตุ้นให้พวกเราได้คิด กิจกรรมนี้ขึ้นมา คือ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทาน ความว่า

“การท�ำดีนั้นท�ำยาก และเห็นผลช้า แต่ก็จ�ำเป็นต้องท�ำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งท�ำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และพอกพูนขึ้น อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจ และเพียร พยายามให้สุดก�ำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี” (พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ผสู้ ำ� เร็จการศึกษา ร.ร. นายร้อยต�ำรวจ ๑๔ ส.ค. ๒๕๒๕) ด้วยพระบรมราโชวาทที่พวกเราตระหนักดีที่จะต้องน�ำสู่ การปฏิบัติ พวกเราจึงมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะร่วมกันวาง รากฐานให้นักเรียนเป็นคนดี กิจกรรมธนาคารบุญจัดขึน้ เพือ่ เสริม สร้างอุปนิสัยให้นักเรียนรู้จักการให้ การเสียสละ เป็นพื้นฐานใน การพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดีรอบด้านของสังคมต่อไป การด�ำเนินการเริม่ จากคณะครู นักเรียน ตัวแทนผูป้ กครอง มาร่วมกันคิดวิธีการ รูปแบบ ก�ำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายคือ ให้นกั เรียน ครู หยอดเงินในธนาคารบุญ วันละ ๑ บาท หรืออย่าง น้อยสัปดาห์ละ ๑ บาท เพือ่ น�ำเงินไปร่วมสร้างบุญ และสร้างความ ดีต่อไป มีคณะกรรมการที่สภานักเรียนเป็นผู้คัดเลือกให้ควบคุม ดูแล บริหารกิจกรรมต่างๆ ของธนาคาร และจะเปิดหีบทุกวันสิ้น เดือน น�ำเงินฝากกับธนาคารโรงเรียน เมื่อมีผู้เดือดร้อน หรือใน โอกาสส�ำคัญต่างๆ คณะกรรมการจะร่วมกันพิจารณาตามความ เหมาะสมต่อไป

หนูน้อยจิตอาสา

ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง สุรพล รุ่งเรือง โรงเรียน บ้านบ่อตะคร้อ ต.บ่อกระดาน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เขต ๑

ภาค ใต้ตอนล่าง เรื่อง สุนันต์ ธีระบัญชร โรงเรียน ท่าบอนมิตรภาพที่ ๙๐ ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา เขต ๑

ดูแลผู้สูงอายุ การพัฒนาสุขภาพเป็นหน้าที่ที่ทุก คนจะต้องแสวงหา สร้างเสริมให้เกิดกับ ตนเอง พร้อมทั้งช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้อื่น กิจกรรม “หนูน้อยจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุ” ถือว่าเป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เพือ่ มุง่ หวังทีจ่ ะสร้าง “จิตสาธารณะ” ให้ กั บนั ก เรี ย นและชุม ชน หัวใจในการ

ด�ำเนินงานเกิดจากกระบวนการท�ำงานร่วม กันในแนวคิด “โรงเรียนใช้ชุมชนเป็นห้อง ปฏิบัติการทดลองประสบการณ์ชีวิตให้แก่ นักเรียน เมือ่ นักเรียนได้ปฏิบตั จิ ริงน�ำความ รู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจ�ำวัน โรงเรียนก็จะ เป็นโรงเรียนของชุมชนอย่างแท้จริง”

ขั้นตอนการด�ำเนินงาน ๑) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ความรู้ ในการดูแลผู้สูงอายุแก่ผู้เรียน ๒) นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม “จิต อาสาดู แ ลผู ้ สู ง อายุ ” ณ โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจ�ำต�ำบลบ่อกระดาน เดือนละ ๑ ครั้ง 51


ความรู้ พึงประสงค์

แพ้อย่างผู้ชนะ ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง สุภาพร อุย่ เจริญศักดิ์ โรงเรียน วัดราชช้างขวัญ ต.ปากทาง อ.เมือง จ.พิจติ ร เขต ๑

ครูเป็นเสาหลักของการศึกษาไทย ต้องหมั่นฝึกให้เยาวชน เป็นผู้รู้จักยอมแพ้ก่อน โดยเป็นผู้ชี้แนะหาเหตุผลให้เด็กรู้จักคิด อย่างมีระบบ ใช้กรอบคุณธรรมมาก�ำกับ หาตัวอย่างมาเปรียบ เทียบแยกแยะสิ่งดี สิ่งไม่ดีให้ชัดเจน ดังเช่นกรณีตัวอย่าง “เด็ก ชาย กาย” ขาดเรียนอ้างว่าป่วยและไม่ชอบครู ให้นกั เรียนร่วมกัน วิเคราะห์พฤติกรรม ส่วนใหญ่จะสรุปว่า เด็กชายกายไม่มเี หตุผล มีอคติที่ไม่ดีต่อครูผู้สอน แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งคือเด็กต้องการ เอาชนะครู จึงแสดงพฤติกรรมหนีเรียน ผลลัพธ์คือเด็กต้องพ่าย แพ้ในการเรียน จากเหตุการณ์นี้ครูต้องชี้แนะให้เด็กรู้จักการ ยอมรับในสิง่ ทีไ่ ม่ถกู ใจ เพราะเราเลือกครูสอนไม่ได้แต่เราสามารถ เลือกแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติมได้ เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต เป็นต้น คุณค่าของการยอมรับความพ่ายแพ้ของตนโดยรู้จักท�ำใจ ให้กว้าง ใช้จิตภาวนาขัดเกลากิเลสลดทิฐิแห่งตน ใช้ปัญญามา แก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ประเทศไทยก็จะสงบร่มเย็นตามค�ำสอน ที่ว่า “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานในธรรม”

พระพุทธศาสนา

กับการแก้ปัญหารักในวัยเรียน ภาค เหนือตอนบน เรื่อง อัมพิกา ไกรอ�ำ่ โรงเรียน เชียงค�ำวิทยาคม ต.หย่วน อ.เชียงค�ำ จ.พะเยา สพม.๓๖

ความรัก อิสรเสรีภาพ เป็นค�ำที่ กล่าวขานจนแทบจะไม่รู้ความหมายที่แท้ จริง การมีความรักในวัยเรียนซึ่งก็ไม่ใช่ เรื่องแปลก แต่การประพฤติปฏิบัติขณะมี ความรักในวัยเรียนนัน้ ต่างหากทีค่ วรน�ำมา พิจารณา ยิ่งรักยิ่งหลงการเรียนก็ยิ่งตก ต�่ำลง การตังครรภ์ก่อนวัยอันควร การผิด หวังจากความรักอันน�ำไปสู่การคิดฆ่าตัว ตาย การท�ำร้ายตนเอง ท�ำร้ายผู้อื่น จากข้อมูลของส�ำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบ ว่า วัยรุ่นไทย อายุ ๑๕-๑๙ ปี จ�ำนวน ๕ ล้านคน มีพฤติกรรมเสี่ยง ๑.๒๕ ล้านคน 52

มีอัตราการตั้งครรภ์อยู่ที่ ๒.๕ แสนคน/ปี ครึ่งหนึ่งเลือกท�ำแท้งและในจ�ำนวนนี้มีถึง ๕๐% ท�ำแท้งโดยไม่ปลอดภัย รักในวัยเรียนมีทงั้ ช่วงแห่งความสุข และเคร่งเครียดปานใจจะสลายเมือ่ ผิดหวัง แต่เมื่อพบปัญหาพวกเขากลับหาทางออก ไม่พบ พุทธศาสนามีศีล ๕ ข้อเบื้องต้นที่ ช่วยป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา ได้ มีแนวปฏิบัติให้เราหลุดพ้นจากกิเลส และตัณหาทีม่ เี ปรียบเหมือนปัญหาความรัก ในวัยเรียน เมื่อจิตใจขุ่นมัวก็มองอะไรไม่ เห็นตามความเป็นจริง เห็นความน่าเกลียด เป็นความน่ารัก เห็นความขีเ้ หร่เป็นความงาม

และแม้กระทัง่ เห็นผิดไปว่า เขาเป็นทีร่ กั รัก ยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง วิปัสสนากรรมฐานจะน�ำเราออก จากโลกอันมืดมิด จากนิสัยที่เกียจคร้าน และปลดปล่อยเราออกจากความประมาท ถ้าเราประมาท เมื่อสิ่งที่เรารักมีอัน เป็นไป เราก็จะกินไม่ได้นอนไม่หลับ อาจ ถึงกับผูกคอตายหรือกินยานอนหลับเกิน ขนาดก็ได้ มาช่วยกันแก้ปญั หาทางจิตใจให้ กับวัยรุ่นกันเถิด เพราะปัญหามีไว้ให้แก้ พระพุทธศาสนาสอนให้แก้ปัญหาไม่ใช่ สร้างปัญหา ปัญหาเกิดที่ไหนต้องแก้ที่นั่น


ความรู้ พึงประสงค์

ก�ำลังใจ

ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง บดินทร์เดช แสงสุวรรณ โรงเรียน บ้านอ่างทอง ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

“ดี-ชั่ว รู้หมด... แต่อดใจไม่ไหว” หมายถึง ทั้งๆ ที่เราก็ รู้ว่า อะไรดี อะไรชั่ว แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะเผลอใจพลาดพลั้งไป ท�ำความชัว่ หรือรูว้ า่ ความดีเป็นสิง่ ควรท�ำแต่เราก็ผดั ผ่อนไปเรือ่ ย ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเราขาดก�ำลังใจ คือ ใจของเรามีกำ� ลัง ไม่พอทีจ่ ะทัดทานต่อสิง่ ไม่ดี และมีกำ� ลังไม่พอทีจ่ ะผลักดันให้เกิด ความดี

เทคนิคการสร้างก�ำลังใจและเพิ่มพูนก�ำลังใจให้ตัวเองให้ ได้ผล คือการน�ำใจไปสู่แหล่งของก�ำลังใจที่ดี คือ ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ โดยนั่งสมาธิทุกวันไม่ให้ขาด และควรจะผูกใจไว้กับที่ สูง โดยการนึกถึงพระพุทธเจ้าจะท�ำให้เราไม่อยากท�ำความชั่ว ใจเราจะใสเป็นปกติ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุได้ง่าย ใจจะมีกระแส บางอย่างที่ท�ำให้เรารู้สึกพึงพอใจที่จะท�ำความดีโดยอัตโนมัติ พัฒนาความดีในตัวเองอย่างยิ่งยวดนั่นเอง

วิถีพุทธ วิถี ไทย วิถีพะเยา ภาค เหนือตอนบน เรื่อง ศุภวิชญ์ วรรณภพ โรงเรียน ฟากกว๊านวิทยาคม ๒๑๗ ม.๖ ต.บ้านตุน่ อ.เมือง จ.พะเยา สพม.๓๖

ในวันพระ ชาวพะเยาจะหยุดปฏิบัติการงานที่เป็นอกุศล เช่น ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ละอบายมุข เช่น สุรา บาง คนนั้นมีศรัทธามากก็นุ่งขาวห่มขาว ถือศีล ๕ บ้าง ศีล ๘ บ้าง ยามว่างก็สนทนาธรรมกัน เด็กๆ เห็นผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างก็พา กันประพฤติปฏิบัติตาม สังคมอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข วิถีพุทธ คือวิถแี ห่งปัญญาที่จะน�ำความร่มเย็นเป็นสุข และความเจริญทาง ด้านจิตใจมาสู่สังคมไทย กิจกรรมชาวพะเยาที่ท�ำเป็นประจ�ำ คือ ตักบาตรข้าว เหนียว ต้องใส่กบั ข้าวของหวานและน�ำ้ ลงในบาตรพระทีท่ างกว๊าน พะเยาได้กางโต๊ะเตรียมไว้ให้ก่อน จากนั้นก็นั่งรอพระสงฆ์บริเวณ เสื่อยาวๆ ที่ทางกว๊านพะเยาได้เตรียมไว้ให้อีกเช่นกัน บนเสื่อ ยาวๆ ผืนแดงนัน้ ก็จะมีน�้ำเปล่าใส่ขวดไว้ส�ำหรับกรวดน�ำ้ อุทศิ ส่วน กุศลที่ได้ทำ� บุญกันไป การตักบาตรข้าวเหนียวนั้นก็ใช้วิธีหยิบข้าว เหนียวด้วยมือจากกระติบที่ซื้อไว้ จากนั้นก็ตั้งจิตให้สงบแล้วหยิบ ข้าวเหนียวใส่บาตรพระได้เลย เมื่อพระสงฆ์ทุกรูปรับบาตรเสร็จ เรียบร้อยก็ถึงเวลาให้พร เวลานี้พุทธศาสนิกชนก็จะหยิบขวดน�ำ้ ที่ กรวดน�้ำแล้วอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ ญาติ พี่น้อง เจ้ากรรม นายเวร เมื่อกรวดน�้ำรับพรเป็นที่เรียบร้อยก็น�ำน�้ำไปเทตรงโคน ต้นไม้ พิธีการตักบาตรยามเช้าริมกว๊านพะเยา ก็เป็นอันสิ้นสุดลง โดยสมบูรณ์

ภาพ : siamphotography.com

ในวันวิสาขบูชา ชาวพะเยาจะน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยการไปชุมนุมตามพระอารามต่างๆ ได้แก่ วัดพระเจ้าตนหลวง จากนั้นก็จะเวียนเทียนรอบพระธาตุ เจดีย์ ด้วยการเดินเวียนขวาสามรอบ รอบแรกจะสวดบทสรรเสริญ พระพุทธคุณ รอบที่สองจะสวดบทสรรเสริญพระธรรมคุณ และ รอบที่สามสวดบทสรรเสริญพระสังฆคุณ เมื่อครบ ๓ รอบแล้วจึง น�ำดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระธาตุเจดีย์ อีกสถานที่หนึ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะไปเวียนเทียนคือวัดติโลก อาราม เป็นวัดเดียวในโลกเลยก็วา่ ได้ ทีม่ กี ารเวียนเทียนกลางน�ำ้ โดยจะนั่งเรือเวียนเทียนไปรอบๆ ๓ รอบ โดยบนพื้นที่วัดจะมี พระสงฆ์ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาไปพร้อมๆ กันด้วย 53


ความรู้ พึงประสงค์

เที่ยวชมประเพณีโบราณ

ณ เมืองแพร่

ประเพณีตากธรรม เป็นประเพณีที่ไม่ค่อยปรากฏในท้อง ถิน่ อืน่ ๆ นอกจากภาคเหนือของประเทศไทย และอาจมีเพียงหนึง่ เดียวที่วัดสูงเม่น จังหวัดแพร่ โดยครูบากัญจนอรัญญวาสี แห่งวัด สูงเม่น ท่านได้ใช้วิธีการเชิงประเพณีที่คล้ายคลึงกับความเชื่อพื้น ฐานของชาวล้านนาทั่วไปที่มีความเชื่อในเรื่องอานิสงส์การสร้าง คัมภีร์ธรรมถวาย ประเพณีตากธรรมจัดในวันขึ้น ๑๓ -๑๕ ค�่ำ เดือน ๔ หรือ ประมาณเดือนมกราคมของทุกปี ณ วัดสูงเม่นนั้น โดยมีการจัด ขบวนแห่พระคัมภีรอ์ ย่างยิง่ ใหญ่ มีการอัญเชิญพระบรมสารีรกิ ธาตุ จากประเทศพม่าร่วมในขบวน น�ำรูปหล่อครูบามหาเถรพร้อมทั้ง บริขารแห่ตาม และอาราธนาภิกษุสามเณรกว่า ๑๐๐ รูป ให้ถือ คัมภีร์โบราณ เดินตามขบวนแห่ นอกจากนั้นยังได้มีการจ�ำลอง เหตุการณ์ครัง้ สมัยอัญเชิญคัมภีรม์ าจากประเทศลาวโดยการขนส่ง ด้วยเกวียน ใช้ช้างและม้าในการเคลื่อนย้ายคัมภีร์มาที่วัดสูงเม่น ประเพณีนปี้ ระชาชน นักเรียนได้มโี อกาสย้อนอดีตระลึกถึงเรือ่ งราว

ภาค กลาง-ตะวันออก เรื่อง พระอัครเดช ญาณเตโช วัด ฉาง ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ทางประวัติศาสตร์ในการขนย้ายพระคัมภีร์ ในขบวนยังมีการละเล่นดนตรีแบบชาวล้านนาเพือ่ สร้างสรรค์ และความสนุกสนาน มีการท�ำข้าวตอก การกวนข้าวเหนียวแดง แจกจ่ายให้แก่ผู้คนที่มาร่วมงาน พร้อมการแสดงร่ายร�ำตามแบบ ล้านนา การตีกลองสะบัดชัย การแสดงดนตรีพื้นบ้านล้านนา “ประเพณีตากธรรม” เป็นกระบวนการรักษาคัมภีร์ผ่าน พิธีกรรมความเชื่อ โดยการน�ำคัมภีร์โบราณ ปั๊บสาที่อยู่ในหอไตร ออกมาตากแดด ควบคุมความชื้น เก็บรักษาโดยการห่อผ้าและ การเขียนคัมภีร์ชุดใหม่ขึ้นมาโดยมีความเกี่ยวข้องกับการสร้าง ความรู้ใหม่และการสืบทอดคัมภีร์ใบลาน ด้วยเหตุนี้เองจึงท�ำให้ วัดสูงเม่นในปัจจุบันเป็นสถานที่แห่งเดียวในประเทศ ที่มีการ รวบรวมคัมภีร์โบราณล้านนาไว้มากที่สุด กว่า ๑,๑๙๓ มัด เป็น สถานที่อันควรจะรักษาหวงแหนไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาส ศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ ภาษาล้านนา และเรื่องราวเกี่ยวกับ พุทธศาสนา

ชีวิตเป็นสุข

ในสังคมธุรกิจยุคข้าวยากหมากแพง ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง นันทิยา รุ่งเรือง โรงเรียน บ้านในล็อค ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

การด�ำเนินชีวิตของคนเราท่ามกลางสังคมธุรกิจที่มีสิ่ง ยั่วยวนใจให้อยากซื้อหามาเป็นเจ้าของไม่จบสิ้น ใครที่ไม่เข้มแข็ง พอ หรือไม่มีหลักยึดประจ�ำใจ ย่อมไหลไปตามกระแส���วาม ต้องการของตนเอง ดังนั้น เมื่อเราจ�ำเป็นต้องอยู่ท่ามกลางสังคม ทุนนิยมนี้ เราจึงต้องสร้างแรงต้านทานไว้ต่อสู้ ในสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิม คนไทยใช้ชีวิตแบบพอเพียง ที่แท้จริง มีความพอดีและพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ดังที่คนโบราณมัก สอนวิธีต่อสู้กับความฟุ่มเฟือย เช่น การบริหารรายได้อย่างชาญ ฉลาด โดยให้แบ่งเงินออกเป็น ๓ กอง ดังนี้ กองที่หนึ่งเอาไว้ใช้ ในปัจจุบัน กองที่สองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน และกองสามที่เอา ไว้เป็นเงินเก็บ 54

บางคนประหยัดโดยการไม่ค่อยแตกธนบัตรใหญ่ๆ ถ้า ไม่จำ� เป็น บางคนไม่ทำ� บัตรเครดิตอย่างเด็ดขาด บางคนพึง่ ตนเอง มากกว่าพึ่งเครื่องอ�ำนวยความสะดวก เช่น การตากลมธรรมชาติ มากกว่าการใช้พัดลมหรือแอร์คอนดิชั่น บางคนเดินทางโดยการ เดิน หรือใช้จกั รยาน เพราะนอกจากประหยัดแล้ว ยังเป็นการออก ก�ำลังกายอีกด้วย บางคนน�ำเสือ้ ผ้าเก่ามาใช้ใหม่ ปะชุนเสือ้ ผ้าขาด ให้ใช้ได้ บางคนปลูกผักสวนครัวไว้รบั ประทาน บางคนรับประทาน อาหารหรือขนมไทยเพราะมีราคาถูกกว่าอาหารจานด่วนของฝรั่ง การประหยัด การออม จะปฏิบัติให้ได้จริงๆ ต้องกระท�ำ ด้วยใจที่แน่วแน่ เข้มแข็ง เมื่อเริ่มเคยชินกับการด�ำเนินชีวิตใหม่นี้ แล้ว ความสุขทีแ่ ท้จริงก็จะเริม่ เข้ามา และนัน่ คือ การประคองชีวติ ให้เป็นสุขอยู่ในสังคมธุรกิจยุคข้าวยากหมากแพงได้


ความรู้ พึงประสงค์

สังคมก้มหน้า

ภาพ : trueplookpanya.com

ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง สุภาพร อุ่ยเจริญศักดิ์ โรงเรียน วัดราชช้างขวัญ ต.ปากทาง อ.เมือง จ.พิจิตร เขต ๑

เยาวชนไทยก�ำลังอยูใ่ นยุค ๔ จอ คือ จอโทรทัศน์ จอโทรศัพท์ จอแท็บเล็ตและจอคอมพิวเตอร์ ที่กล่าวมานี้ล้วนมีประโยชน์ ๒ ด้าน ด้านดี ท�ำให้เราสามารถรับรูข้ า่ วสาร ทันสถานการณ์ ด้าน มืด มีสื่อที่ยั่วยุให้หลงระเริงอย่างเมามันไม่รู้ตัว พระราชบัญญัตกิ ารศึกษา ๒๕๔๒ การศึกษาของไทยได้ใช้ คอมพิวเตอร์เป็นสือ่ ในการเรียนรูท้ กุ กลุม่ สาระการเรียนรู้ ต่อมาปี การศึกษา ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ผู้ใหญ่เล็งเห็นแท็บเล็ตเป็นสื่อส�ำหรับ

เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จะได้ใช้สืบค้นข้อมูล อีกทั้งสามารถ พกพากลับบ้านได้ ราคาเครื่องละ ๑,๕๐๐ บาท ทั้งเด็กและ ผู้ปกครองต่างให้ความสนใจราวกับว่าเป็นของวิเศษ เวลาผ่านไป ๑ ปีเด็กที่ใช้แท็บเล็ตต่างขะมักเขม้นจ้องที่หน้าจอท�ำตัวราวกับ ผู้คงแก่เรียนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ละทิ้งการเล่นวิ่งไล่จับ การเล่น หม้อข้าวหม้อแกง เพราะมัวแต่กม้ หน้าก้มตาเพือ่ จะเอาชนะเกมที่ โหลดเล่น อีกทั้งรุ่นพี่ก้มหน้าเล่นไลน์ตอบโต้กันอย่างสนุกสนาน สังคมในบ้านตัง้ แต่รนุ่ เด็กถึงผูป้ กครองจะใช้เวลาอยูก่ บั จอโทรทัศน์ จอโทรศั พ ท์ และจอแท็ บ เล็ ต ทั้ ง สิ้ น ซึ่ ง เป็ น ที่ ม าของสั ง คม ก้มหน้า ทุกคนต่างมีพฤติกรรมที่เหมือนกันคือ ใจจด สร้างสังคม ในออนไลน์เพื่อสร้างภาพของตนเอง โดยไม่ให้ความส�ำคัญต่อ ครอบครัวและคนรอบข้าง ผลที่ตามมาคือเด็กไทยจะไม่มีสัมมา คารวะต่อผู้ใหญ่ ไม่กล้าแสดงออก คุณธรรมจะหดหาย เพราะมุ่ง เห็นแต่ความทันสมัยมากว่าจิตใจ สารสนเทศเป็นสังคมใหม่ การอยู่ร่วมกันจ�ำเป็นต้องมีกฎ เกณฑ์ เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยสันติและสงบสุข เอื้อประโยชน์ซึ่ง กันและกัน ดังพุทธภาษิตทีว่ า่ “สนาถา วิหรถ มา อนาถา : จงอยู่ อย่างมีหลักยึดเหนี่ยวใจ อย่าเป็นคนไร้ที่พึ่ง”

น�ำได้ ตามเป็น ภาค เหนือตอนล่าง เรื่อง วาสนา สุรัตน์สุขเกษม โรงเรียน อนุบาลพิจิตร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร เขต ๑

ค�ำว่า น�ำ เป็นค�ำกริยา หมายถึง ไปข้างหน้า ออกหน้า มนุษย์เราทุกคนล้วนเป็นผูน้ ำ� ตอนทีเ่ รายังเด็ก เราอาศัยพ่อแม่นำ� มาก่อน เมื่อโตขึ้นก็น�ำตัวเองไปโรงเรียน สูงขึ้นก็นำ� หมู่คณะ เป็น หั ว หน้ า ชั้ น เมื่ อ มี ค รอบครั ว ก็ ต ้ อ งน� ำ ครอบครั ว ของตนเอง พระพุทธเจ้าวางหลักลักษณะของคนทีจ่ ะเป็นผูน้ ำ� ทีด่ ไี ว้ ๖ ข้อ คือ หนึ่ง ต้องมีความอดทนดี, สอง ต้องตื่นตัวอยู่เสมอ, สาม ต้อง เป็นคนขยันหมั่นท�ำการงานตามหน้าที่, สี่ ต้องใจกว้าง โอบอ้อม อารี เอือ้ เฟือ้ เผือ่ แผ่, ห้า ต้องเอ็นดูกนั และกัน สงสารกัน, หก ต้อง มีปัญญาดี

นอกจากการเป็นผู้น�ำได้แล้ว เราต้องรู้จักการเป็นผู้ตาม บ้าง ลักษณะผู้ตามที่ดีนั้น พระพุทธเจ้าได้วางหลักไว้ มี ๖ ข้อ เช่นกัน คือ หนึง่ ต้องมีหดู ี ตัง้ ใจฟังให้เข้าใจ ไม่เข้าใจก็ถาม, สอง ต้องอดทนดี พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้วา่ คนทีช่ คี้ วามผิดให้เหมือน กับคนบอกขุมทรัพย์ให้, สาม ไม่ลอุ ำ� นาจ กิเลสตัณหา แม้อารมณ์ นั้นไม่ถูกใจ แต่เป็นประโยชน์ ก็ต้องอดทนไว้, สี่ เตรียมพร้อม, ห้า รักษาหน้าทีข่ องตนเองให้ดที สี่ ดุ , หก ขยันท�ำงานในหน้าทีข่ อง ตนให้สมบูรณ์ 55


ความรู้ พึงประสงค์

พลวัต ผี ของชาวล้านนาไทย

สร้างส�ำนึกการรับรู้ “ผี” ในความทรงจ�ำร่วมของผู้คน ภาค เหนือตอนบน เรื่อง เพิก พงษ์ไทย โรงเรียน ห้วยน�้ำขุ่นวิทยา ต.ห้วยน�้ำขุ่นวิทยา อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เขต ๒

ภาพ : youtube.com

เมือ่ กล่าวถึง ผี ในสังคมไทย เราจะส�ำนึกว่าผีคอื สิง่ ทีห่ ลอก หลอนผู้คน น่ากลัว เป็นสิ่งที่เลวร้าย โดยที่เราไม่ได้เข้าใจเลยว่า ผี คืออะไร ที่จริงแล้วเรามีความผูกพันกับผีมานาน โดยเฉพาะใน สังคมชาวล้านนา การนับถือผีเป็นระบบทีม่ คี วามสัมพันธ์กบั โครงสร้าง ทางสังคม เป็นกลไกที่ช่วยก�ำหนดบทบาทและควบคุมพฤติกรรม ทางสังคมของผู้คนในชุมชนให้ด�ำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น โลกทัศน์ชาวล้านนาเห็นว่า โลกของมนุษย์กับโลกของ ผีนนั้ ซ้อนกันอยูแ่ ละมีความเกีย่ วข้องกัน โดยเชือ่ ว่าผีนนั้ มีในทุกหน ทุกแห่งทัง้ ในเมือง หมูบ่ า้ น ทุง่ นา แม่นำ�้ เป็นต้น ในบ้านเรือนจะมีผี ปกปักรักษาอยู่ สะท้อนให้เห็นวิถชี าวบ้านทีส่ บื ทอดกันมาหลายรุน่ ในบรรดาผี ดี จ ะมี ล� ำ ดั บ ขั้ น ตามอ� ำ นาจและหน้ า ที่ ใ น อาณาเขตของตน ล่างสุดของล�ำดับขั้นก็จะเป็นผีวิญญาณของ เครื่องใช้ประจ�ำบ้านต่างๆ เช่นเตาและหม้อนึ่ง ในระหว่างกลาง ก็มีผีวิญญาณ เช่น ผีวิญญาณประจ�ำทางเดิน ประจ�ำวัด และ ประจ�ำเรือน ไกลออกไปจากหมู่บ้านและไร่นา มีผีวิญญาณอเนก อนันต์ทคี่ มุ้ ครองบริเวณทีต่ า่ งๆ ทีส่ ำ� คัญทีส่ ดุ คือ ผีเจ้าป่า เจ้าเขา ในล�ำดับสูงมักจะเป็นผีวิญญาณประเภทเจ้าหรือเทวบุตรเทวดา สัญลักษณ์ที่แสดงถึงการนับถือผี ก็คือ หิ้งหรือหอ หิ้งจะ อยูบ่ นบ้านเรียกว่า หิง้ ผีปยู่ า่ ส่วนหอจะอยูใ่ นบริเวณบ้าน เรียกหอ ผีบ้าน (ผีเรือน) เนื่องจากคนล้านนามีความเชื่อว่า ทิศเหนือกับ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นทิศที่หมายถึงความมีชีวิตและความ 56

แข็งแรง ส่วนทิศตะวันตกและทิศใต้หมายถึงความตายและความ เน่าเหม็น ดังนั้นจึงพบว่าหอผีจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของตัวบ้าน ส่วนหิ้งมักอยู่ติดไว้กับฝาบ้านทางทิศเหนือ ชาวล้านนามีความเชื่อในเรื่องกรรมที่ได้กระท�ำทั้งกรรมดี และกรรมชัว่ เมือ่ ไม่สามารถหลุดพ้นวัฏสงสาร ตายแล้วก็มสี ภาพ เป็นผีสาง เทวดา มีความทุกข์ ความสุขได้ เพราะค�ำว่าผีในความ หมายของคนล้านนานัน้ ไม่ได้อยูห่ า่ งไกลจากคนทีม่ ชี วี ติ อยู่ มีการ ติดต่อและเจรจาต่อรองกันได้ โดยผ่านคนกลาง ผีปอบ ผีปยู่ า่ ซึง่ มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขแล้ว ยังสามารถควบคุมค���ามประพฤติของ ลูกหลาน ไม่ให้ประพฤตินอกลู่นอกทาง ส่วนผีหม้อนึ่ง ผีเจ้านาย ท�ำหน้าที่บอกสาเหตุของความเจ็บป่วย แล้วท�ำหน้าที่เป็นหมอ รักษาพยาบาล ส�ำหรับผีมด มีเม็ง ผีนางดัง มีหน้าที่ให้ความ สนุกสนานครื้นเครง คนล้านนาจะใช้คำ� ว่า ฟ้อนผีมด ผีเม็ง และ เล่นผีนางดัง เป็นต้น ส�ำนึกการรับรู้ ผี ในความทรงจ�ำร่วมของผูค้ นเริม่ จางหายไป โดยเฉพาะคนรุน่ ใหม่ ท�ำให้คณุ ค่าและความส�ำคัญของการนับถือ ผีลดลง ความเป็นปัจเจกชนมากขึ้น การช่วยเหลือเกื้อกูลกันใน กลุม่ เครือญาติเดียวกันเริม่ หายไป ประวัตศิ าสตร์รว่ มกันของคนใน ท้องถิน่ ถูกมองข้ามและหายไปกับปราชญ์ผทู้ รงรูข้ องชุมชน การน�ำ กฎเกณฑ์โครงสร้างทางสังคมในเรือ่ งผีมาศึกษาและสร้างการรับรูใ้ หม่ น่าจะสร้างส�ำนึกให้กบั คนรุน่ ใหม่ในการขัดเกลาทางสังคมได้


ความรู้ พึงประสงค์

ปรัชญาการด�ำเนินชีวิต

จาก... หนู

ภาค เหนือตอนบน เรื่อง ธนากิสุทธิ์ ยุทธวงศ์ โรงเรียน ห้วยน�้ำขุ่นวิทยา ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เขต ๒

“ดีชั่วอยู่ที่ตัวท�ำ สูงต�่ำอยู่ที่ท�ำตัว” ชีวิตของเด็กบนพื้นที่ สูงคนหนึง่ นายยอดะ เชอหมือ่ สัญชาติไทย เชือ้ ชาติอาข่า นับถือ ศาสนาคริสต์ พ่อและแม่ตา่ งแยกทางกัน ทุกคืนทุกวันรอคอยการ กลับมาของพ่อและแม่ ปัจจุบันก�ำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และด้วยความดีที่สั่งสมจึงท�ำให้ได้รับทุน ยุวพัฒน์ เพื่อจะได้ เรียนต่อและพัฒนาชีวิตที่ดีต่อไป ทุกวันนี้อาศัยอยู่ใต้ร่มชายคา บ้านมีเพียง ๒ ชีวติ รายได้สว่ นใหญ่จงึ มาจากพีส่ าว ส่วนรายจ่าย ก็ใช้จ่ายเพียงวันละ ๕๐-๑๐๐ บาท ใช้ชีวิตแบบไม่ทุกข์ไม่ร้อน มีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ภายในบ้านหลังคามุงใบจาก เวลาฝนตก ก็นอนฟังเสียงน�้ำฝน อากาศร้อนก็ไม่ตอ้ งพึง่ พาเครือ่ งปรับอากาศ มีเพียงโทรทัศน์ โทรศัพท์เก่าๆ มีไฟฟ้าใช้ แค่นี้ก็สุขใจ เดินไป โรงเรียน เดินกลับบ้าน ไม่จ�ำเป็นต้องพึ่งรถ วันเสาร์ก็ออกไป รับจ้าง วันอาทิตย์ก็เข้าโบสถ์หรือออกไปเที่ยวกับเพื่อน ข้าพเจ้า เคยถามว่า “ท�ำไมดูเธอมีความสุขกับชีวิตจังเลย” ยอดะตอบว่า “กระผมมีขอ้ คิดการด�ำเนินชีวติ ทีว่ า่ ท�ำวันนีใ้ ห้ดที สี่ ดุ วันข้างหน้า ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

๕ ส.

กับการพัฒนาคุณธรรม

ท�ำให้ข้าพเจ้านึกถึงสัตว์ตัวหนึ่ง นั้นคือ หนู เมื่อน�ำมา เปรียบเทียบกับปรัชญาการด�ำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมได้ ๔ ประเภท คือ ๑. หนูบางตัวสร้างรัง สร้างที่อยู่อาศัย แต่ไม่ได้อยู่อาศัย ในรัง เปรียบเสมือนผู้คนที่เคยศึกษาหลักธรรม แต่ไม่ได้น�ำเอา หลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิต ๒. หนูบางตัวไม่ได้สร้างรัง ไม่ได้สร้างที่อยู่อาศัย แต่มีที่ อยูอ่ าศัยเป็นหลักแหล่งให้ความปลอดภัยเปรียบเสมือนคนทีไ่ ม่เคย ศึกษาในหลักธรรม แต่ใช้ชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะ ๓. หนูบางตัวไม่ได้สร้างรัง ไม่ได้สร้างทีอ่ ยูอ่ าศัย และไม่มี ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ใช้ชีวิตแบบเสี่ยงภัยอันตราย เปรียบเสมือน คนทีไ่ ม่เคยสนใจศึกษาและน�ำหลักธรรมมาปฏิบตั ิ ท�ำให้ชวี ติ เป็น ไปอย่างยากล�ำบาก ๔. หนูบางตัวสร้างรัง สร้างทีอ่ ยูอ่ าศัยและมีทอี่ ยูอ่ าศัยเป็น หลักแหล่งปลอดภัย เปรียบเสมือนคนที่ได้ศึกษาและน�ำเอาหลัก ธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิต ท�ำให้ดำ� เนินชีวิตด้วยความปกติสุข หากนิยามความหมายของค�ำว่า ธรรมะ คือ ธรรมชาติ และธรรมะไม่ใช่เรือ่ งของการแบ่งแยกศาสนา ชีวติ ของยอดะ เชอหมือ่ เด็กชนเผ่าอาข่าอาศัยอยู่บนพื้นที่สูง นับถือศาสนาคริสต์ แต่มี ความดีงามความพอเพียงมีความสุขตามธรรมชาติ ท่านก็คงมีคำ� ตอบอยูใ่ นใจเช่นกัน หวังว่าทุกท่านคงมีธาตุแห่งความเป็นพุทธะ (ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน) ผู้ใดเข้าถึงศาสนาของตนเองอย่างแท้ ผู้นั้น ย่อมเข้าถึงศาสนาอื่นๆ ได้เช่นกัน

ภาค ใต้ตอนล่าง เรื่อง ภูริตา มหาสวัสดิ์ โรงเรียน ชุมชนบ้านบางโหนด ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เขต ๔

กิจกรรม ๕ ส. ประกอบไปด้วย สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสยั โรงเรียนชุมชนบ้านบางโหนด ได้นำ� กิจกรรม ๕ ส. มาช่วยในกระบวนการจัดสถานทีท่ ำ� งานให้เรียบร้อย ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการท�ำงาน ช่วยปลูกฝังคุณธรรมพืน้ ฐาน ๘ ประการ และยังตอบสนองคุณลักษณะตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานอีกด้วย นโยบายการบริหารงาน ๕ ส. ๑. จัดท�ำเป้าหมายกิจกรรม ๕ ส. ให้สอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียน ๒. แจ้งเป้าหมายกิจกรรม ๕ ส. และนโยบายให้บุคลากรในโรงเรียนทราบ ๓. แต่งตั้งคณะกรรมการกิจกรรม ๕ ส. และครูผู้ประสานงาน ๕ ส. ของโรงเรียน ๔. จัดท�ำแผนการด�ำเนินงาน ๕ ส. และตัวชี้วัดความส�ำเร็จของงานที่ชัดเจน ๕. ก�ำหนดวันท�ำความสะอาดใหญ่ (Big Cleaning Day) ประจ�ำปี กิจกรรม ๕ ส. จะประสบความส�ำเร็จเพียงใดนัน้ ขึน้ อยูก่ บั ความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ทีจ่ ะช่วยกันพัฒนาให้ผเู้ รียนมีคณุ ธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์อันจะเติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป 57


ความรู้ พึงประสงค์

เคล็ด(ไม่)ลับ

ในการท�ำข้อสอบให้ได้คะแนนดีๆ ภาค เหนือตอนบน เรื่อง แมนสรวง แซ่ซิ้ม โรงเรียน ด�ำรงราษฎร์สงเคราะห์ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย สพม.๓๖

สวัสดีครับนักเรียนทุกคนที่กำ� ลังเตรียมตัวสอบ NT, ONET, ANET, GAT, PAT (ส�ำนักทดสอบทางการศึกษา), PISA หรือจะสอบ ปลายภาค วันนี้ ก่อนสอบ (เทคนิค ๓ ต) ๑. เตรียมตัว วางแผนการสอบก่อน ต้องรู้ว่าสอบอะไร สอบที่ไหน สอบวิชาอะไร สอบวันไหน สอบเวลาใด ใช้เวลาเท่า ไหร่ในแต่ละวิชา รหัสประจ�ำตัวสอบอะไร เลขที่นั่งสอบคืออะไร และที่ส�ำคัญต้องวางแผนการเดินทางไปสอบให้ดี ๒. เตรียมอุปกรณ์ บัตรเข้าห้องสอบ บัตรประจ�ำตัว ประชาชน ดินสอ ๒B (ซือ้ ของทีม่ คี ณุ ภาพอย่าไปซือ้ แถวร้านสินค้า ราคาถูกอาจไม่ได้ดนิ สอคาร์บอนแท้) ปากกาสีนำ�้ เงินหรือด�ำ น�ำ้ ยา ลบค�ำผิด ยางลบ กบเหลาดินสอ ฯลฯ ๓. เตรียมความรู้ ความรู้ นั่นคือการอ่านหนังสือ อ่านยัง ไง? เราต้องวางแผนการอ่านให้ดี เลือกวิชาทีจ่ ะสอบเป็นวิชาแรก ในวันแรกมาอ่านก่อน อ่านรอบแรก ให้อา่ นเฉพาะหัวข้อหลัก อ่าน รอบที่สอง ให้อ่านรายละเอียดในแต่ละเรื่องด้วยให้ครบถ้วน ท�ำความเข้าใจกับเนือ้ หา เพราะสมองของคนเราจะรับรูเ้ รือ่ งหลักๆ ก่อนแล้วจึงจะโยงไปหาส่วนที่เป็นรายละเอียด ขณะที่อ่านให้จด บันทึกสิ่งที่ส�ำคัญ เพื่อจะน�ำไปอ่านทบทวนในวันสอบ จดบันทึก แบบผังความคิด (Mind Map) โดยใช้ปากกาสีทไี่ ม่เหมือนกัน (แต่ อย่าให้เกินสามสีนะครับ) สมองเราจะสามารถจดจ�ำเป็นภาพ และ สามารถแยกสีได้ดีกว่าตัวอักษร ถ้ารู้สึกง่วงนอนอย่าฝืนอ่านต่อ ให้นอนหลับแบบนอนหงาย สัก ๑๐-๒๐ นาที (ไม่ควรนอนฟุบอยู่ กับโต๊ะ เพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก) วันสอบ ควรไปถึงสถานทีส่ อบก่อนเวลาประมาณ ๓๐ นาที น�ำสมุดจดบันทึกความรู้มาอ่านทบทวน ฟังประกาศรายละเอียด จากประชาสัมพันธ์ของศูนย์สอบ และห้ามน�ำเครื่องมือสื่อสาร เข้าไปในห้องสอบอย่างเด็ดขาด 58

ในห้องสอบ นัง่ ตามเลขทีน่ งั่ สอบให้ถกู ต้อง ท�ำใจให้สบาย ปฏิบัติตามค�ำสั่งและระเบียบการสอบ อย่าลืมกรอกรายละเอียด ในกระดาษค�ำตอบให้ถูกต้อง และชัดเจน อ่านรายละเอียดหน้า ข้อสอบในแต่ละรายวิชาให้เข้าใจจนครบทุกข้อ ตัดค�ำตอบทีค่ ดิ ว่า ถูกต้องน้อยที่สุดออกไปก่อน และการฝนด้วยดินสอ ๒B ควรฝน ให้เต็มวง ไม่ต้องกดแรงมาก จนท�ำให้กระดาษค�ำตอบฉีกขาด หากข้อใดที่แก้ไขควรลบด้วยยางลบให้สะอาด ถ้าข้อใดท�ำไม่ได้ ให้ขา้ มไปก่อน (อย่าลืมกลับมาท�ำใหม่อกี รอบนะครับ) รักษาเวลา ในการท�ำข้อสอบให้เต็มที่ หากข้อใดที่ทำ� ไม่ได้จริงๆ ให้เลือก ข้อ ค. (เป็นความเชือ่ ส่วนบุคคลควรใช้วจิ ารณญาณ) เมือ่ ท�ำเสร็จแล้ว ให้ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งก่อนส่งกระดาษค�ำตอบ ยิ้มและไหว้ ขอบคุณคณะกรรมด้วยความจริงใจ ออก (นอก) ห้องสอบ ไม่ควร คุยกันเสียงดังหน้าห้อง ไม่ต้องเครียดกับเสียงบ่นของเพื่อน น�ำ สมุดโน้ตวิชาต่อไปขึ้นมาอ่านทบทวน เทคนิคในการท�ำข้อสอบ ที่สำ� คัญที่สุด คือ “ความรู้” ถ้า เราไม่มคี วามรู้ ไม่เข้าใจในสิง่ ทีท่ ำ� เราก็ทำ� ได้ไม่ดใี ช่ไหมครับ และ ความรู้นั้นต้องคู่คุณธรรมด้วยนะครับ สวัสดีครับ


ความรู้ พึงประสงค์

สิง่ ทีเ่ รามองข้าม ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง ชลิดา พูลสวัสดิ์ โรงเรียน บ้านหนองมะค่า ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้น แต่ความอดกลั้น น้อยลง เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง เรามี ยาใหม่ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง เราไปถึงโลกพระจันทร์ มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้าน กลับยากเย็น เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับ ไม่อาจสัมผัสถึง ดังนั้น ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดีๆ ไว้

โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ โอกาสทีพ่ เิ ศษสุดแล้ว จงใช้เวลากับครอบครัว เพือ่ นฝูงคนทีร่ กั ให้ มากขึน้ ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ ให้รอด เอาค�ำพูดที่ว่า สักวันหนึ่ง ออกไปเสียจากพจนานุกรม บอกคนทีเ่ รารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านัน้ แค่ไหน เพราะเรา ไม่รู้เลยว่าเมื่อไรชีวิตจะสิ้นสุดลง

สามัคคีเพื่อชาติ ภาค ตะวันตก-ใต้ตอนบน เรื่อง คงกฤช แพงเวียง โรงเรียน วัดประชาราษฎร์บำ� รุง อ.ก�ำแพงแสน จ.นครปฐม เขต ๑

ภาพ : creativecommons.org

ความสามัคคี เปรียบดังพลังที่เล็กน้อย แต่รวมตัวกันจึง เป็นพลังที่มีความยิ่งใหญ่ และแทบจะไม่มีพลังไหนที่จะหยุดยั้ง ความสามัคคีได้ แต่ยงั มีอกี หนึง่ สามัคคี คือ สามัคคีในเรือ่ งทีไ่ ม่ดี ท�ำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และปัญหาก็จะตกมาที่ตัวเรา ท�ำให้เราทุกข์ ทางที่ดีที่สุด คือ คบเพื่อนดี เพื่อนที่ดีสามารถท�ำให้เรา หลุดพ้นจากการท�ำไม่ดีทั้งหลาย แล้วผู้คนก็จะรู้จักเราในคนใหม่ จากคนไม่ดีเป็นคนที่ดีของสังคมได้ แต่ถ้าเรายังสามัคคีในทางที่ ผิด เราอาจถูกจับไปด้วย ทั้งที่เราแค่ถูกชักน�ำเล็กน้อย เห็นเป็น เรื่องสนุกสนานของเรา ไม่ได้นึกถึงว่าคนอื่นเขาจะเป็นเช่นไรหรือ

ว่าจะเดือดร้อนเพียงใด จึงท�ำให้สังคมไทยเป็นแบบในปัจจุบัน มีการดูภาพลามก คนค้ายาบ้า ชาวป่าชาวเขาลักลอบปลูกต้น กัญชา การก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่ม คนเสื้อแดง กลุ่มคนเสื้อเหลือง เป็นต้น ท�ำให้เกิดการประท้วง สู้กัน มีคนได้รับบาดเจ็บและตาย ขอถามว่ามารบราฆ่าฟันกัน จะได้อะไรขึ้นมา? ถ้าคนไทยมีความสามัคคีกันไม่แบ่งพรรคแบ่ง พวกก็จะท�ำให้ปญั หาทัง้ หลายคลีค่ ลายลงและผ่านไปด้วยดี สังคม ก็จะน่าอยู่ ประเทศชาติก็เจริญก้าวหน้า 59


รายชื่อผู้ส่งบทความ ในวารสารวิถีพุทธ “รู้ ตื่น และเบิกบาน” ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๐ ภาคเหนือตอนบน

ปิยธิดา บุนนาค โรงเรียน โป่งแพร่วิทยา จ.เชียงราย เขต ๒ สุมนต์ มอนไข่ โรงเรียน ศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เจริญ กาละ โรงเรียน ดอกค�ำใต้วิทยาคม จ.พะเยา สพม. ๓๖ ประเสริฐ จันทร์บุญ และทวี นันทศักดิ์ โรงเรียน บ้านหัวนา จ.เชียงใหม่ เขต ๓ พิมสิริ อ่อนนวล โรงเรียนฝายกวางวิทยาคม จ.พะเยา สพม. ๓๖ ณิชาภัทร ใจค�ำ โรงเรียนฝายกวางวิทยาคม จ.พะเยา สพม. ๓๖ ดวงเนตร อินทร์แปลง โรงเรียน บ้านป่าแดงงาม จ.เชียงราย เขต ๒ ทรงวุฒิ บุญงาม โรงเรียน วาวีวิทยาคม จ.เชียงราย เขต ๒ เจริญศักดิ์ หาญภักดีสกุล โรงเรียนบ้านสันผักแค จ.เชียงราย เขต ๒ วนิดา จรัสวิชญ์ สพป.เชียงราย จ.เชียงราย เขต ๔ มยุเรศ จิโน โรงเรียน บ้านแม่แมะ จ.เชียงใหม่ เขต ๓ อัมพิกา ไกรอ�ำ ่ โรงเรียน เชียงค�ำวิทยาคม จ.พะเยา สพม. ๓๖ รัตนโชติ สิงห์แก้ว โรงเรียน บ้านเมืองน้อยฯ จ.เชียงราย เขต ๒ ทรายค�ำ ด้วงนิล โรงเรียน ร่องธารวิทยา จ. เชียงราย เขต ๒ ณัฐชัย มะหิธิ โรงเรียน ร่องธารวิทยา จ.เชียงราย เขต ๒ วชิราภรณ์ ขจรจิรพันธ์ โรงเรียน เชียงค�ำวิทยาคม จ.พะเยา สพม. ๓๖ วริศรา มณีวงศ์ โรงเรียน บ้านป่าตาล จ.ล�ำปาง เขต ๒ สนธิชัย สมเกตุ โรงเรียน บ้านแม่จ้อง จ.ชียงใหม่ เขต ๑ วโรดม พันเลิศ โรงเรียน บ้านป่าลาน จ.แม่ฮ่องสอน เขต ๑ ร�ำเพย ค�ำแดงดี โรงเรียน เชียงค�ำวิทยาคม จ.พะเยา สพม. ๓๖ ศุภวิชญ์ วรรณภพ โรงเรียน ฟากกว๊านวิทยาคม จ.พะเยา สพม. ๓๖ เพิก พงษ์ไทย โรงเรียน ห้วยน�้ำขุ่นวิทยา จ.เชียงราย เขต ๒ ธนากิสุทธิ์ ยุทธวงศ์ โรงเรียน ห้วยน�้ำขุ่นวิทยา จ.เชียงราย เขต ๒ แมนสรวง แซ่ซิ้ม โรงเรียน ด�ำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย สพม. ๓๖ จารุมาศ สิงกา โรงเรียน เวียงมอกวิทยา ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ล�ำปาง เขต ๒

ภาคเหนือตอนล่าง

ไพวรรณ หาญแก้ว โรงเรียน บ้านท่าช้าง จ.เพชรบูรณ์ เขต ๒ พิมพ์ โพธิ์ทอง โรงเรียน บ้านหนองหัวปลวก จ.พิจิตร เขต ๑ ณัฐฐินันท์ พราหมณ์สังข์ โรงเรียน บ้านเทพนคร จ.ก�ำแพงเพชร เขต ๑ ดารารัตน์ ศรีนาราง โรงเรียน บ้านโป่งวัวแดง จ.พิจิตร เขต ๒ ณิชนันทน์ อาตวงษ์ โรงเรียน บ้านท่ามะไฟ จ.พิจิตร เขต ๑ กัลยา โพธิพรต โรงเรียน ชุมชนวัดโพธิ์ทอง (ปกาสิตวิทยา) จ.พิจิตร เขต ๒ เสาวณี โคกทอง โรงเรียน วัดท่าข่อย จ.พิจิตร เขต ๑ ธนกรกฤษ อินมล สพป.ก�ำแพงเพชร จ.ก�ำแพงเพชร เขต ๑ ปนัดดา วรรณะ โรงเรียน บ้านท่าช้าง จ.เพชรบูรณ์ เขต ๒ นักเรียนชั้น ม.๒ โรงเรียน บ้านโป่งวัวแดง จ.พิจิตร เขต ๒ เอนก บุตรสิงห์ โรงเรียน บ้านปากคลองลาน จ.ก�ำแพงเพชร เขต ๒ ดารารัตน์ ศรีนาราง โรงเรียน บ้านโป่งวัวแดง จ.พิจิตร เขต ๒ อรทัย จินดาประสาน โรงเรียน ศรีคีรีมาศวิทยา จ.สุโขทัย เขต ๑ สมชาย ภัทรวิวฒั นพงศ์ โรงเรียน ชุมชนที่ ๑๑ วัดสุวรรณประดิษฐ์ จ.พิษณุโลก เขต ๑ เอกชัย พันธุลี โรงเรียนบ้านวังตะเคียน จ.ตาก เขต ๒ สุภาพร อุ่ยเจริญศักดิ์ โรงเรียน วัดราชช้างขวัญ จ.พิจิตร เขต ๑ วาสนา สุรัตน์สุขเกษม โรงเรียน อนุบาลพิจิตร จ.พิจิตร เขต ๑

60

ภาคอีสานตอนล่าง

พิมพ์ใจ โควสุรัตน์ โรงเรียน ชุมชนบ้านหนองขุ่น จ.อุบลราชธานี เขต ๑ กรกต วาสิทธิ์ โรงเรียน ทรายทองเฉลิมวิทย์ จ.ร้อยเอ็ด เขต ๓ พิศมัย บุญรอด โรงเรียน ฆ้องชัยวิทยาคม จ.กาฬสินธุ์ สพม. ๒๔ ธิดา ฉุนแสนดี โรงเรียน บ้านเสกกอง จ.สุรินทร์ เขต ๓ ธารกมล ไชยลี โรงเรียน บ้านนาแวง จ.อุบลราชธานี เขต ๒ สุวรรณ สุริยา โรงเรียน บ้านน�้ำสร้างหนองบะ จ.มหาสารคาม เขต ๒

ภาคประตูอีสาน

อ�ำไพ สารีบท โรงเรียน อนุบาลประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เขต ๑ อภิชาติ ฮาดภักดี โรงเรียน หนองใหญ่พ้ฒนา จ.นครราชสีมา เขต ๓

ภาคกลาง - ตะวันออก

จุฑามาศ ภุชงค์ โรงเรียน วัดร�ำพัน จ.จันทบุรี เขต ๑ จิราพร ทองภักดี และคีระคิน (ครูก้อนหิน) ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดธรรมาภิมุข (ไร่ป่า) จ.ตราด วราศิณี โพธิ์เจริญ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา กทม. พระอัครเดช ญาณเตโช วัดฉาง ต.ฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ภาคตะวันตก - ใต้ตอนบน

โรงเรียนวัดหนองหอย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ ประสาน ลักษณาวงศ์ โรงเรียน ธงชัยวิทยา จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ ธนวรรณ อิสโร โรงเรียน ถาวรานุกูล จ.สมุทรสงคราม นันทิยา รุ่งเรือง โรงเรียน บ้านในล็อค จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ เอี่ยม สมบูรณ์ โรงเรียน วัดท่าราบ จ.ราชบุรี เขต ๒ กันยา รุผักชี โรงเรียน วัดประชาราษฎร์บ�ำรุง จ.นครปฐม เขต ๑ รุจิรัตน์ ฉายแสง โรงเรียน วังมะเดื่อ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ สุพัตรา เหล่าทวีทรัพย์ โรงเรียน วัดวิมลมรรคาราม จ.ราชบุรี เขต ๑ นุชนาฏ ม่านทอง โรงเรียน บ้านหนองเขมร จ.นครปฐม เขต ๑ วนิดา จรัสวิชญ์ โรงเรียน อนุบาลบ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เขต ๔ พึงพิศ ศรีค�ำอ้าย โรงเรียน อนุบาลบ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เขต ๔ สุวรรณา ปิ่นแก้ว โรงเรียน วัดหนองกระทุ่ม จ.นครปฐม เขต ๑ ณรงค์ สมบูรณ์โชคดี โรงเรียน บ้านหนองเขมร จ.นครปฐม เขต ๑ ชลิดา พูลสวัสดิ์ โรงเรียน บ้านหนองมะค่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ พัทธนันท์ ชนะภัย โรงเรียนบ้านหนองมะค่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ ลักขณา นิลสลับ โรงเรียน วัดแก้วเจริญอ�ำนวยวิทย์ จ.สมุทรสงคราม สุภาพ จัดละ สพป.กาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เขต ๒ สุรพล รุ่งเรือง โรงเรียน บ้านบ่อตะคร้อ จ.ราชบุรี เขต ๑ บดินทร์เดช แสงสุวรรณ โรงเรียน บ้านอ่างทอง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ วรลักษณ์ ร้อยแก้ว โรงเรียน สมาคมเลขานุการสตรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ สุทิน จ�ำปากลัด โรงเรียน วัดก�ำมะเสน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ คงกฤช แพงเวียง โรงเรียน วัดประชาราษฎร์บ�ำรุง จ.นครปฐม เขต ๑ อัมพิกา ทองกัลยา โรงเรียน บ้านดอนสง่า อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑

ภาคใต้ตอนล่าง

ธนพร เทียมกิ่งทอง โรงเรียน บ้านทุ่งชน จ.นครศรีธรรมราช เขต ๔ สุนันต์ ธีระบัญชร โรงเรียน ท่าบอนมิตรภาพที่ ๙๐ จ.สงขลา เขต ๑ ภูริตา มหาสวัสดิ์ โรงเรียน ชุมชนบ้านบางโหนด จ.นครศรีธรรมราช เขต ๔



รู้ตื่น และ เบิกบาน