Issuu on Google+

๒ เลมที่

วารสารโรงเรียนวิถีพุทธ

ปที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ประจำเดือน สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ภาคอีสานตอนบน รวบรวม ๑๕ บทความ

จากภูมิภาคอีสานตอนบน จำนวน ๒๓ เขตพื้นที่การศึกษา


จดหมายจากผูบริหาร จากวารสารโรงเรียนวิถีพุทธ : รูตื่นและ เบิกบาน ฉบับที่ ๑ ทำใหผมไดขอมูลชัดเจนขึ้น ถึงเรื่องงดงามที่ครู นักเรียนในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานไดลงมือปฏิบตั ิ ในพืน้ ที่ ผานความยากลำบาก แตกม็ งุ มัน่ เสียสละ ไมยอทอตออุปสรรค อีกทั้งพยายามหาหนทางวิธี ใหมทจ่ี ะทำเรือ่ งทีม่ งุ หวังใหสำเร็จ แมครู นักเรียน เหลานี้ อาจไมใชผูที่เคยไดรางวัล ไมใชผูที่สังคม รูจ กั หรือไมใชผทู ไี่ ดรบั การยกยองจากหนวยงานใด แตนั่นแสดงแลววาครู และนักเรียนเจาของเรื่อง เปนครูดี นักเรียนดีอยางแทจริง วารสารโรงเรียน วิถีพุทธ : รูตื่นและเบิกบาน นับเปนการบันทึก คุณความดีที่เปนรูปธรรมอีกวิธีหนึ่ง ที่จะปรากฏ หลักฐานใหคนรุนหลังไดเรียนรู อยางไรก็ดี ผมยังเชือ่ อีกวาครู และนักเรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานที่ประกอบคุณงามความดี เปนตัวอยาง

เปนพลังแกผูอื่นไดมีไมนอยในแตละชวงจังหวะ ชีวติ แตยงั ขาดการสืบคนทีค่ รอบคลุม และเผยแพร ในวงกวาง หากทำไดผมจึงขอเชิญชวนผูที่มีความ สามารถดานงานเขียน และมีโอกาสประสบพบเห็น เรื่องราวดีๆ ไดถายทอดออกมาเปนตัวหนังสือให ปรากฏมากขึน้ ๆ ในวารสารโรงเรียนวิถพี ทุ ธ : รูต นื่ และเบิกบาน ฉบับตอๆ ไป ทั้งที่ผลิตภายใน สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา และผลิตโดยสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พลังความดี จะมีกำลังทวีคูณมหาศาล เกิดขึ้นไดบอยๆ ครั้ง และสามารถกระตุนจิตสำนึกใหครู นักเรียน และ ผูอานอื่นๆ รวมกันทำดี นำพาสังคมสูความสงบ สันติ อยางที่ทุกคนปรารถนา ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


แนวทาง

การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ

ทั้งระบบ

อรทัย มูลคำ ผูอำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.

เราคุนชินกับคำวา “โรงเรียนวิถีพุทธ” มานาน หลายยุคหลายสมัย (หลายรัฐบาล) บางคนตั้งคำถาม วา ประเทศไทยเปนเมืองพุทธศาสนา มีโรงเรียนที่ดูแล เด็กในวัยการศึกษาภาคบังคับ ๓๒,๐๐๐ กวาโรงเรียน ตั้งแตขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญมากกระจายไป ทุกภาคสวนในประเทศ เพื่อใหครอบคลุมการเขาถึง การศึกษาของเด็กทัง้ ทีม่ สี ญั ชาติไทยและไมมสี ญั ชาติไทย ทำไมไมทำใหทุกโรงเรียนเปนโรงเรียนวิถีพุทธใหหมด ถาเปนโรงเรียนที่ตั้งอยูในพื้นที่นับถือศาสนาอื่น ก็เปน “โรงเรียนวิถีธรรม” ก็ได ถาถามวา ทานคิดถึงอะไรเปนสิ่งแรกเมื่อนึกถึง โรงเรียนวิถพี ทุ ธ คำตอบทีม่ กั ไดรบั คือ ภาพเด็กนัง่ สมาธิ ภาพครู นักเรียนนุง หมสีขาว ภาพการไหวพระสวดมนต ทำนองสรภัญญะ ภาพพระ/ผูนำศาสนาสอนนักเรียน ภาพการแสดงโครงงานนักเรียนที่มีครูควบคุมกำกับ เปนตน จริงๆ แลวถาเรามองมิติใหมในการบริหาร จัดการโรงเรียนใหเปนวิถพี ทุ ธทัง้ ระบบ จะสามารถสราง รูปแบบวิถีพุทธที่ยั่งยืนใหเกิดขึ้นกับโรงเรียนได ไมวา ผูบริหารเกงหรือครูเกงจะยายไปโรงเรียนอื่นแลวก็ตาม ผูม าใหมจะสามารถสานตอได เพราะไดทำการฝงรากลึก ลงไปในโรงเรียนทั้งระบบแลว เราจะดำเนินการพัฒนา รูปแบบนี้ไดอยางไร (How to) ลองติดตามดูวามีความ เปนไปไดมากนอยเพียงใด การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ (วิถีธรรม) ทั้งระบบ (Whole School Approach) ประกอบดวย การพัฒนาโรงเรียนใหครบทั้ง ๔ ดาน ไดแก ดานการ บริหารจัดการ ดานการจัดการเรียนการสอน ดานการ ๒

จัดกิจกรรมสงเสริมการเรียนรู และดานการใหชุมชนมี สวนรวม โดยดำเนินการพัฒนาพรอมๆ กันไป วิธีการ ที่ทำแลวรับประกันไดวาประสบผลสำเร็จแนนอน ๑๐๐% “ไมมี” มีแตรับประกันไดวาแนวทางนี้แหละถานำไป ทดลองประยุกตใชใหเหมาะกับสภาพของโรงเรียนทาน นาจะไมผิดหวัง มาดูตั้งแตประเด็นแรก

๑.ดานการบริหารจัดการ ผูรับ ผิดชอบโดยตรงคือทานผูบริหารโรงเรียนและทีมงาน ดานบริหาร ตองเริ่มจากการประกาศนโยบายที่ชัดเจน วามีเจตจำนงจะเปนโรงเรียนวิถีพุทธ เหมือนประกาศ ตนเปนพุทธมามกะนั่นแหละ เมื่อมีนโยบายก็ตองมี วิสยั ทัศน พันธกิจและแผนดำเนินงานของโรงเรียนตามมา อยางเปนรูปธรรม เพื่อใหทุกคนในโรงเรียนรับรูและ ตระหนักอยูเสมอวาจะตองสอดแทรกเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมเขาไปในทุกกิจกรรม เรียกวาทำทุกวัน ทำทุก คนจนเปนนิสัยทีเดียว นอกจากนั้ น การจั ด สภาพบรรยากาศและ สภาพแวดลอมเพื่อใหเกิดวิถีชีวิตจริงตองทำควบคูกัน ไป ไดแก การสรางความรมรืน่ ดวยความเขียวของตนไม ใบหญา หรือจะเรียกวา ทำโรงเรียนใหเปนสีเขียว (Green School) ไมใชโรงเรียนสีน้ำตาล (Brown School) คือ โรงเรียนที่มีแตตึก มีแตซีเมนต พื้นดินไมมีหญา ไมมี ร ม เงาของธรรมชาติ คำว า “โรงเรียนสีเขียว” ใน ความหมายทีแ่ ทจริงคือโรงเรียนที่มุงอนุรักษสิ่งแวดลอม นั่นเอง และนั่นคือที่มาของ “จิตอาสา” ที่นักเรียนพึงมี บมเพาะจนเปนอุปนิสัยเบื้องตน อาสาที่จะคืนผืนดินให


ถ า โรงเรี ย นเป น โรงงานผลิ ต หล อ หลอมเด็ ก ออกไปสูสังคม บมเพาะไวตั้ง ๙-๑๒ ป เพื่อ ใหเด็กออกไปมีคุณสมบัติเดนคือ เปนคนเกง คนดี คนมีความสุขในสังคม กระบวนการผลิต คือผูบริหารและครู

ชุม ชืน้ คืนธรรมชาติสผู นื แผนดินแม สิง่ เหลานีท้ ำไดไมยาก ลงทุนไมสูง อาศัยความรวมมือรวมใจกัน ปลูกตนไม ยืนตนคนละตน อาจปลูกวันคลายวันเกิดของเด็กทุกคน ทีส่ ำคัญคือการเฝาดูแลใหตน ไมนนั้ ไดเติบใหญ แข็งแรง แผรมเงาใหแกทุกชีวิตที่เขามาพักพิงอาศัย (เมตตา) ไมจำเปนตองปลูกเฉพาะในโรงเรียนอาจปลูกในบาน ที่สาธารณะของชุมชน ริมหวยหนองคลองบึง ในวัด มัสยิด หรือโบสถคริสตจักร เปนตน เปนวิธีบมเพาะ ชี วิ ต ให ใ กล ชิ ด ธรรมชาติ รู จั ก การให การเสี ย สละ ฝกความสงบอิ่มเอิบใจที่ไดทำดี ทำใหเกิดระบบนิเวศ ทีส่ ำคัญพลิกฟน คืนความเขียวคืนสูธ รรมชาติ (กตัญู) ตอมา ตองพรอมใจกันรักษาความสะอาดของ โตะเรียน หองเรียน ตึกเรียน และบริเวณโรงเรียน เปนการ ฝกกวาดขยะ (กวาดกิเลส) ออกจากซอกมุมของหอง (จิตใจ) กำจัดขยะใหหมดไปเหมือนการกำจัดสิ่งไมดี ความคิดไมดอี อกไปจากจิตใจของตน ทีอ่ ยูท เ่ี รียนสะอาด

ครูนักเรียนก็จะอารมณดีแจมใส สมองก็จะรับรูซึมซับ วิชาความรูเ ขาไปไดงา ย เพราะจิตเปนกุศล ที่สำคัญคือ ครูผูสอนตองมีเมตตา ไมอารมณเสียหงุดหงิดใชวาจา ทำรายเด็ก ประเด็นสำคัญในดานการบริหารจัดการที่ถูก ละเลยมองขามไปคือตัวผูบริหารและครูที่ตองทำตัว เปนตนแบบสำคัญในการทำใหโรงเรียนเปนวิถพี ทุ ธอยาง ครบวงจร เพราะถาผูบริหารไมมีศีลไมมีสัตย ประพฤติ ปฏิบัติแบบรูทฤษฎีแตไมสรางนิสัยที่ดีใหเด็กไดเห็น กลายเปนโรงเรียนวิถีพุทธแตในนามไมใชแนวปฏิบัติ เชน การตรงตอเวลา การถือศีล ๕ เปนกิจวัตร การ บริหารแบบโปรงใส การใหอภัย ก���รเสียสละ และอุทศิ ตน

๒. ดานการจัดการเรียนการ สอน ผูร บั ผิดชอบโดยตรงคือครูผูสอน คุณครูทุกคน ตองรับผิดชอบรวมกันในการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม ๓


ลงในกลุมสาระวิชาที่ตนสอน มิใชมอบใหเปนภาระ หนาทีข่ องครูกลุม สาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หรือเปนเรื่องของพระสงฆ/ผูนำศาสนา ครูทานอื่นอาจ มองวาจะสอนศาสนาผานวิชาที่รับผิดชอบไดอยางไร ไมตรงกับเนื้อหาหลักสูตรที่กำหนด ไมอยูในเนื้อหาวิชา ตรงไหน แตถามองยอนไปดูจุดหมายปลายทางของ หลักสูตรดานคุณลักษณะที่พึงประสงคของนักเรียน จะ พบถึงสัจธรรมวา ถาโรงเรียนเปนโรงงานผลิตหลอหลอม เด็กออกไปสูสังคม บมเพาะไวตั้ง ๙-๑๒ ป เพื่อใหเด็ก ออกไปมีคณุ สมบัตเิ ดนคือ เปนคนเกง คนดี คนมีความ สุขในสังคม กระบวนการผลิตคือผูบริหารและครู และ ที่ปนมากับมือก็คือครูทุกคนนั่นแหละเปนคนใกลชิด ที่สุดในหองเรียน จึงไมอาจปฏิเสธไดวาครูไมเกี่ยวของ ลองมายกตัวอยางวาจะสอดแทรกตรงไหนไดบา ง คอมพิวเตอร การไมคัดลอกงานคนอื่นมาเปน ของตน (copy file and paste) การไมเขาดูเว็ปไม พึงประสงค การสรางเว็ป E-book เปนตน คณิตศาสตร การตั้งคติธรรมแปลงคาใสลงใน เลขโจทย การคำนวณหาพืน้ ทีโ่ บสถ วิหาร วัด การตรง ตอเวลาในการทำงาน ความซื่อสัตยในการทำงาน ฯลฯ วิทยาศาสตร ดานการอนุรักษสิ่งแวดลอม การ ประหยัดพลังงาน สาเหตุโลกรอน เปรียบเทียบจักรวาล การศึกษามิติภาพชาติที่ซอนกัน ผีมีจริงหรือไม กลุม พลังงานคือผีหรือเปลา ฯลฯ ดนตรี ศิลปะ การวาด การปน การทอ การ แกะสลัก การยอมมัด การรอง การแสดง การเตน ทีน่ ำ เอาเรือ่ งราวทางศาสนาไปประยุกต ไมวา จะเปนคำสอน พุทธประวัติ ชาดก นิทานพื้นบาน เพื่อใหเกิดอารมณ สุนทรียศาสตรที่ซึมซับคุณธรรมเขาไปใหเกิดการรับรู และเกิดการกระตุนความคิดที่ดีๆ ฝงลงไปในจิตใจ สมารถขยายไปสูผ อู น่ื ได ทีส่ ำคัญเกิดสมาธิในการทำงาน มากขึ้น

สวนใหญครูมกั เขาใจผิดวาเปนหนาทีข่ องครู แตในความ เปนจริงแลวนักเรียนตองเปนผูริเริ่มคิดโครงการหรือ โครงงานขึ้นมาโดยการรวมตัวกันทำกิจกรรมใหเกิด ประโยชน ต อ ผู อื่ น เช น โครงการด า นสิ่ ง แวดล อ ม โครงการตอตานสารเสพติด โครงการทำดีถวายในหลวง โครงการรณรงคสะสมบุญทุกวันพระ กิจกรรมหนังสือ ทำมือเพือ่ นอง ฯลฯ โดยมีครูเปนเพียงทีป่ รึกษา ผูบ ริหาร เปนผูสนับสนุนเงินหรือทรัพยากรในการทำกิจกรรม/ โครงการ สิ่งที่ไดคือเด็กจะกลาแสดงออก เด็กเกิดการ กระตุนใหเกิดการคิดวิเคราะหและคิดสรางสรรค เด็ก ใชเวลาวางใหเปนประโยชน เด็กเกิดความภาคภูมิใจใน ตัวเอง เด็กเกิดการรวมพลังกันดานจิตอาสา ดานการ เสียสละ ดานการทำงานเปนทีม ดานการเสริมสราง คุณธรรมในวิถีชีวิตในโรงเรียนและในบาน

๔. ดานการใหชมุ ชนมีสว นรวม

ผูรับผิดชอบโดยตรงคือผูบริหารและครู ที่ตองประสาน สัมพันธใหชุมชนแสดงความคิดเห็นในการวางแผนการ ทำงานรวมกัน เปนวิทยากรทองถิ่น เปนปราชญชาว บานเลาเรื่องราวในอดีตของชุมชน เชน บานเมือง สมัยกอน การอยูรวมกัน ความสงบ การพึ่งพาอาศัย ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ วัฒนธรรมประเพณีพื้นบาน พื้นเมือง เปนตน นอกจากนั้ น โรงเรี ย นต อ งให ก ารสนั บ สนุ น ชุมชน รวมงานบุญ งานทำนุบำรุงศาสนาโดยสนับสนุนให เด็กเขาไปมีสวนรวมเต็มตัว นอกจากจะไดใจพอแก แม เ ฒ า และคนในชุ ม ชนแล ว เด็ ก ๆ จะได เ รี ย นรู นอกหองเรียนที่เปนวิถีชุมชนอีกสวนหนึ่งดวย เปนการ ถายโอนความรู ความเชื่อ ความศรัทธาใหเกิดการมี สวนรวมระหวางบาน วัด โรงเรียนอยางแทจริง ถึ งแม จะมี วิธีก ารการจัด การโรงเรียนวิถีพุท ธ (วิถีธรรม) ทั้งระบบ (Whole School Approach) แต สิ่งสำคัญกวานั้นก็คือผูปฏิบัติ หากขาดซึ่งสิ่งนี้ก็เกรงวา ๓. ดานการจัดกิจกรรมสงเสริม จะเป น เรื่ อ งยากที เ ดี ย วที่ เ ราจะได เ ห็ น ผลสำเร็ จ อั น การเรี ย นรู ผู รั บ ผิ ด ชอบโดยตรงคื อ นั ก เรี ย น จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ และประเทศของเรา


ปญหา คือ ครูชีวิต

“เราจะเปนครูทด่ี มี คี ณ ุ ภาพได จำเปนตองผาน ความยากลำบากของชีวิตมากอน จนกระทั่ง ่ ง ตองรูส กึ ไดวา ความยากลำบากไม ใชเรือ

ลำบากแตเปนเรื่องธรรมดาของชีวิต” ศ.ระพี สาคริก


สารบัญ บทความ

รุงอรุณแหงความดี ขอนแกน เขต ๒

หิ่งหอย…ในดงดาว เลย เขต ๑

วันนี้ที่เปลี่ยนไป ขอนแกน เขต ๓

ชีวิตนี้ดีงาม เลย เขต ๓

เลี้ยงลูกอยางไร…ใหเปนคนดี นครพนม เขต ๒

พระคุณ…อันยิ่งใหญ สกลนคร เขต ๓

มหัศจรรย แคน CAN CAN หนองคาย เขต ๑

อนุรักษผญา หนองคาย เขต ๓

หนา บทความ

๘ พระอภัยมณี อุดรธานี เขต ๓

๑๓ ปนรัก…ดวยรักจากใจ ขอนแกน เขต ๔

๑๖ สิ่งแปลกใหม ในโรงเรียน อุดรธานี เขต ๑

๑๘ ชีวิตตองสู

หนองบัวลำภู เขต ๑

๒๑ ครูขา…หนูขอโทษ ขอนแกน เขต ๓

๒๗ ขยัน อดทน ชนะความจน มุกดาหาร

๓๐ เพชรในตม นครพนม เขต ๑

๓๓ ไมมีสูตรสำเร็จ

หนา

๓๖ ๓๘ ๔๑ ๔๔ ๔๗ ๕๐ ๕๔ ๕๘


ขอนแกน เขต ๒

รุงอรุณ

แหงความดี


เรื่อง ณัฐกิตติ์ นาทา โรงเรียน สามหมอโนนทัน อ.บานไผ จ.ขอนแกน

แสงแหงความดีที่สาดสองลงมายังพสุธา ผืนนี้ เปนแสงแหงความดีที่ฉันและโรงเรียนของ ฉันไดสัมผัสมาโดยตลอด เปนแสงที่สาดสองตั้ง แตกอนที่ฉันจะมาอยูที่นี่ ที่ที่ไดชื่อวาเปนโรงเรียน วิถีพุทธ เปนโรงเรียนคุณธรรมชั้นนำที่พรอมจะ ทำความดีทุกเมื่อ และที่แหงนี้เองเปรียบเสมือน แสงสวางของรุงอรุณแหงความดีที่รอรับวันตื่น และวันเบิกบาน แมเวลาจะผันผานไปหลายตอหลายปแต ฉันยังจำโรงเรียนของฉันไดเสมอ โรงเรียนสาม หมอโนนทั น โรงเรี ย นที่ ไ ด รั บ สมญานามจาก

คนในชุมชนวา “โรงเรียนดีใกลบาน” ฉันเคย เรี ย น ณ โรงเรี ย นแห ง นี้ ใ นสมั ย ประถมศึ ก ษา และมัธยมศึกษาตอนตน และขณะนี้ฉันไดกลับ มารับใชบานเกิดในฐานะครูคนหนึ่งของโรงเรียน แหงนี้ ฉันเฝามองมาโดยตลอดถึงความเจริญ รุงเรือง ไมวาจะดานวัตถุภายนอกหรือวาดาน จิตใจ ฉันเห็นนักเรียนของฉันหลายคนที่เพียร พยายามในการทำงาน ตั้งใจเรียนหนังสือ ถึง แมวาบางครั้งอาจจะเรียนปนเลน แตฉันก็พอใจ กับพฤติกรรมของเขาเหลานั้น มีคนเคยบอกฉัน ว า โรงเรี ย นขยายโอกาสทางการศึ ก ษา เป น โรงเรียนที่คอนขางมีปญหาเพราะนักเรียนที่มา เรียนส วนมากก็เปนนักเรียนที่มี ฐานะคอนขาง ยากจน พอแมหยาราง เปนตน แตพอฉันไดมา สัมผัสจริงๆ ก็พบวาในปญหาตางๆ เหลานั้น เรืองรองไปดวยแสงสวางแหงปญญาและความนา รักอยูดวย ฉันและเพื่อนครูของฉันจะมาโรงเรียนแต เช า เพื่ อ มารั บ ลู ก ๆ ของฉั น ฉั น จะได ยิ น เสี ย ง ทักทาย “สวัสดีครับ สวัสดีคะ” ระหวางนักเรียน และครูเสมอ ทุกๆ เชา ฉันจะเห็นนักเรียนวิ่งมา รับของจากครูพรอมกับกลาวคำวา “คุณครูครับ ผมช ว ยถื อ ของครั บ ” การแต ง กายที่ ส ะอาด เรียบรอยผสมผสานกับความออนนอมถอมตน บวกกับรอยยิ้มอันออนหวานที่พกติดตัวมาเกิน ๙


รอย ฉันเห็นแลวอดที่จะปลื้มใจไมได ภาพการ ทำความสะอาดบริ เ วณโรงเรี ย น เช น การ ทำความสะอาดหองน้ำ หองเรียน โรงอาหาร สวนหย���อม และสนามกีฬา เปนตน เปนภาพที่ นักเรียนของฉันไดรวมมือรวมใจกันทำ ตางคน ตางชวยเหลือซึ่งกันและกัน และเวลาเพียงไมกี่ นาทีบริเวณตางๆ ในโรงเรียนก็สะอาดประหนึ่ง ว า เป น ศู น ย แ ห ง การเรี ย นรู ที่ พ ร อ มจะอำนวย ประโยชนใหแกผูเรียน เวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. เสียงออดดังขึ้น นักเรียนทุกคนตางก็รีบมาเขา แถวที่หนาเสาธง เสียงเพลงชาติที่ดังกึกกองไปทั่ว บริเวณ เสียงสวดมนตและแผเมตตาที่นอมนำ จิตใจอันบริสุทธิ์ของนักเรียนสูวิถีแหงธรรมะก็ดัง ขึ้นประหนึ่งวาอยูทามกลางบวรพระพุทธศาสนา และหลั ง จากที่ ส วดมนต เ สร็ จ นั ก เรี ย นก็ จ ะนำ เสนอพุทธศาสนสุภาษิตและภาษาอังกฤษวันละ คำ ฉันเห็นนักเรียนของฉันแสดงความสามารถ ดานตางๆ ไดอยางเต็มศักยภาพยิ่งทำใหฉันเชื่อ มั่นวาฉันจะอบรมสั่งสอนใหนักเรียนทุกคนเปนดี และคนเกงควบคูกันไป นอกจากนี้นักเรียนทุกคน ยั ง ได ท ำแปลงผั ก เกษตรพอเพี ย งสำหรั บ ไว รั บ ประทานและจำหนายใหแกทางโรงเรียน ฉันเห็น ๑๐

แปลงผักเกษตรที่มีผักขึ้นเต็มริมสระน้ำมากมาย เชน ผักกาด คะนา ผักบุง ผักชี เปนตน ฉันและ เพื่อนครูของฉันไดแนะนำใหนักเรียนทุกคนเปน คนรูจ กั คุณคาของเงิน การนอมนำปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพี ย งของพระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว มา ยึดถือเปนแนวปฏิบัติเสมอ การทำดอกไมจากผา ใยบัว การทำโมบายจากหลอด การทำหมอนขิด ซึ่ ง มี ล วดลายสวยงาม ตลอดจนการทอเสื่ อ ที่ ดูแลวหาที่ไหนเปรียบไมได ซึ่งตรงนี้เองถือวา เป น อี ก นวั ต กรรมหนึ่ ง ที่ นั ก เรี ย นและครู ทุ ก คน ภาคภูมิใจที่สุด นอกจากนี้ ก ารช ว ยเหลื อ ชุ ม ชนเป น อี ก กิ จ กรรมหนึ่ ง ที่ นั ก เรี ย นช ว ยกั น ทำด ว ยความ เต็มใจมาโดยตลอด ไมวาจะเปนงานแตงงาน งานบวช หรืองานศพ นักเรียนแตละชั้นก็จะผลัด กันมาชวยงาน โดยจะชวยในเรื่องบริการอาหาร และน้ำดื่ม ตอนรับแขกที่มางาน ถือของชำรวย หรือแมกระทั่งลางถวยชามหลังการจัดงานเสร็จ ซึง่ บงบอกถึงความเปนผูม จี ติ สาธารณะอยางเต็มตัว ฉันและเพื่อนครูของฉันก็มารวมงานทุก ครั้งที่มีเวลาวาง โดยจะทำหนาที่เปนพิธีกรและ สนั บ สนุ น เงิ น บางส ว นให แ ก ท างเจ า ภาพ และ


ขอเปนหนึ่งโรงเรียนแหงความดี ขอเปนศรีแหงชาติศาสนา ขอเปนหนึ่งภักดีตอกษัตรา ขอเปนหนึ่งสายธาราแหงความดี

เวลาที่ชุมชนหรือวัดตองการความชวยเหลือใน ดานใด ทางโรงเรียนก็จะนำนักเรียนไปชวย เชน การทำความสะอาดและตกแตงบริเวณวัดหรือ ชุ ม ชน และเมื่ อ มี ง านประเพณี ต า งๆ เช น บุญผเหวด สงกรานต บุญบั้งไฟ ออกพรรษา เปนตน นักเรียนทุกคนก็จะเขารวมกิจกรรมของ ทางชุ ม ชน โดยนั ก เรี ย นจะเข า ร วมขบวนฟอน และชวยกันตกแตงขบวนรถ ตลอดจนตอนรับ แขกที่มารวมงานเปนอยางดี จนอาจกลาวไดวา “โรงเรี ย นของชุ ม ชน ชุ ม ชนของโรงเรี ย น” ผู อำนวยการทานเคยแนะนำคณะครูเสมอวา การ ทำตัวเปนแบบอยางที่ดีและสอนใหนักเรียนนำมา ใชใหเกิดประโยชนจะเปนสิ่งที่ทานและคณะครู พึงปฏิบัติ ดังคำกลาวที่วา “ตัวอยางที่ดีมีคามาก กวาคำสอน” ฉันยังเชื่อเสมอนะวาการไดอบรม สั่ ง สอนสิ่ ง ที่ ดี ๆ ให กั บ เขา สั ก วั น หนึ่ ง ความดี เหลานั้นก็จะปรากฏเปนผลผลิตแหงความดีซึ่งจะ หาสิ่งใดเปรียบไมได ไมเพียงเฉพาะผลผลิตใน โรงเรียน แตเปนผลผลิตในชุมชน สังคม และ ประเทศชาติ และผลผลิตชิ้นนี้จะก็นำไปสูการ เปนพลเมืองไทยและพลโลก กิจกรรมเหลานั้นนักเรียนและเพื่อนครูของ

ฉันไดทำเปนประจำ ซึ่งผูอยูเบื้องหลังในการทำ นั้นก็คือทานผูอำนวยการ ซึ่งทานใหกำลังใจและ สนับสนุนในการทำความดีมาโดยตลอด ทานเปน ผูบริหารนักวิชาการ ทานทุมเทใหกับโรงเรียน บานเกิดของทาน ทานจะอุทิศกาย ใจ และเวลา ตลอดจนทุ น ทรั พ ย ใ ห กั บ ทางโรงเรี ย นมาโดย ตลอด นอกจากนี้ฉันและเพื่อนครูของฉันมุงมั่น ตั้งใจในการสอนนักเรียน ฉันเห็นเพื่อนครูของฉัน หลายคนที่ ม าโรงเรี ย นแต เ ช า กว า จะกลั บ ก็ พระอาทิตยลาลับขอบฟา ไมวาจะฝนตก แดดจะ ออก หรือลำบากมากนอยเพียงใดก็ตาม ความ มุงมั่นและตั้งใจเหลานั้นก็ไมเคยจางหายจากใจ ครูผูบมเพาะตนกลาเล็กๆ เหลานั้น บางครั้งฉัน เห็นภาพแหงความปลื้มใจและรอยยิ้มเวลาที่สอน ฉันอดที่จะระลึกถึงความหมายของคำวา ครู ไม ได ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยลาแทบจะไมปรากฏ ใหเห็นเลย หลายอยางที่ฉันและเพื่อนครูของฉัน ทำมากกว า คำว า ครู นั่ น ก็ คื อ การเอาใจใส นั ก เรี ย น ดู แ ล ช ว ยเหลื อ ให ค วามรั ก ความ เมตตามาโดยตลอด ฉั น และเพื่ อ นครู ข องฉั น ระลึกอยูเสมอวานักเรียนทุกคนเปรียบเสมือนลูก ซึ่งเปนแกวตาดวงใจของพวกฉัน นอกจากนี้ทาง ๑๑


โรงเรียนยังไดนิมนตพระมาสอนศีลธรรมตลอด จนอบรมบมนิสัยใหกับนักเรียน โดยนักเรียนก็ได นอมนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันอยูเสมอ สิ่งทั้งหมดนี้ฉันและเพื่อนครูของฉันทำได ทุกคน สำหรับฉันเองเปนคนเกิดที่หมูบานนี้ แผน ดินที่หลอเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณของฉันอยูที่นี่ ฉันพรอมที่จะกลับมารับใชบานเกิดของฉันอยาง เต็มใจ ฉันเฝาอบรมสั่งสอนฝกซอมนักเรียนเขา ร ว มกิ จ กรรมต า งๆ มากมาย ฉั น ไม เ คยหวั ง รางวั ล จากการแขงขัน แต สิ่ ง หนึ่ งที่ฉั นมุ งหวั ง เสมอนั่นก็คือ การที่ทำใหนักเรียนของฉันไดรับ ประสบการณจากการแขงขันที่ดี ฉันแนะนำให เขารูแพ ชนะ และอภัย มีน้ำใจเปนนักกีฬา นอก เหนือจากนี้ระหวางที่ฝกซอมกอนแขงขัน ฉันยัง สอนใหเขาเปนคนใชชีวิตอยางคุมคามากที่สุด การดำเนิ น ชี วิ ต ตามแนวทางพระพุ ท ธศาสนา การแห เ ที ย นเข า พรรษา การเข า วั ด ฟ ง ธรรม ตลอดจนการบำเพ็ญตนเพื่อประโยชนตอสวนรวม จึงเปนหลักคำสอนหนึ่งที่ฉันไดปลูกฝงและบม เพาะใหเขาตลอดมา นอกจากนี้ฉันยังสอนใหเขา ทำโครงงานเกี่ยวกับภูมิปญญาทองถิ่น โดยนำ วรรณกรรมทองถิ่นมาประยุกตใช เชน นิทาน ผญา เพลงพื้นบาน เปนตน และเมื่อเดือนที่ผาน มาฉันไดนำนักเรียนสวนหนึ่งเขารวมแขงขันการ บรรยายธรรมในหัวขอ “วีถีไทยเขาใจวิถีพุทธ” และหัวขอ “สามัคคีรวมชาติ” ซึ่งไดรับรางวัล ๑๒

ระดับภาค นอกจากนี้ก็เขาแขงขันสวดมนตหมู ทำนองสรภัญญะระดับภาค ที่จังหวัดกาฬสินธุ และแข ง ขั น สรภั ญ ญะเทิ ด พระเกี ย รติ พ ระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัว ฉันเห็นนักเรียนมุงมั่นตั้งใจ ในการแขงขันยิ่งทำใหฉันภูมิใจอยางยิ่ง การที่ให เด็กและเยาวชนเห็นความสำคัญของวัฒนธรรม หรือภูมิปญญาทองถิ่น ซึ่งเปนมรดกของบรรพ บุรุษยอมแสดงใหเห็นถึงความดีงามภายในจิตใจ อันบริสุทธิ์ของเด็กและเยาวชน ทุกวันนี้ฉันเฝารอวันตนกลาแหงความดี ของฉันงอกงาม การที่แสงแรกแหงรุงอรุณเบิกฟา ยอมสรางความอบอุน ความสดชื่น มีชีวิตชีวา ฉันใด การที่แสงแรกแหงความดีเบิกบานก็จะ ทำใหมวลมนุษยเปนผูมีจิตใจอันสงบและบริสุทธิ์ ฉันนั้น ฉันเชื่อเสมอวาความดีแมทำแลวไมมีคน เห็น แตสักวันยอมปรากฏใหเห็นอยางแนนอน และฉันยังเชื่อเสมอวาคนที่คิดดี พูดดี ทำดี ยอม นำสิ่งดีๆ มาใหผูทำเสมอ


เลย เขต ๑

หิ่งหอย…ในดงดาว

อยากเล า ให ฟ ง ...ขณะที่ ฉั น เขี ย นเรื่ อ งนี้ ฉั น นั่ ง อยู บ นเก า อี้ ริ ม ประตู ห น า ห อ งเรี ย นชั้ น อนุบาลปที่ ๑/๑ วันนี้ถึงจะเปนเวลาบายอากาศ ก็ เ ย็ น สบาย มั น เป น เวลานอนของเด็ ก อนุ บ าล เด็กๆ นอนเรียงรายบนที่นอนผืนเล็กๆ ที่พอแม เตรียมมาให บรรยากาศภายในหองเรียนเงียบ สงบ มี เ พี ย งเสี ย งพั ด ลม และเสี ย งเพลงสวด ชินบัญชรที่ครูเปดอยางแผวเบา กลอมใหเด็กๆ นอนอยางเปนสุข กอนอื่นฉันขอแนะนำตัวเองกอนก็แลวกัน ฉันเปนครูที่ยายมาจากโรงเรียนประถมศึกษาแถบ ชานเมื อ ง เข า มาเป น ครู ใ นเมื อ ง มาอยู ที่ นี่ ประมาณ ๑ ขวบปเห็นจะได ฉันภูมิใจหนักหนา ที่ไดมาอยูที่โรงเรียนแหงนี้ ตั้งใจวาอยากเกษียณ

ตัวเองที่นี้ดวยซ้ำไป (ถาเปนไปได) ฉันไดรับมอบ หมายใหเปนครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๑/๑ เด็กๆ เรียกชื่อฉันวาครูตี้ โรงเรี ย นนี้ มี ชื่ อ ว า โรงเรี ย นอนุ บ าลเลย เปนโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด ตั้งอยูในตัว เมื อ งย า นชุ ม ชน มี ร ถราวิ่ ง ผ า นหน า โรงเรี ย น ตลอดเวลา ดานหลังโรงเรียนอยูรั้วเดียวกันกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลยเขต ๑ พื้นที่ ของโรงเรี ย นถึ ง จะไม ก ว า งขวางนั ก แต ก็ เ ป น โรงเรียนที่นาอยู สะอาด รมรื่น หอหุมดวยความ รัก รอยยิ้ม ความปรารถนาดีตอกัน และรมเย็น เปนสุขใจดวยกลิ่นอายของโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนอนุบาลเลยเปดสอนตั้งแตระดับ ปฐมวั ย ถึ ง ระดั บ ประถมศึ ก ษา มี นั ก เรี ย น

เรื่อง กัญฐณา ษรจันทรศรี โรงเรียน อนุบาลเลย ต.กุดปอง อ.เมือง จ.เลย

๑๓


ประมาณ ๑,๕๐๐ คน เห็นจะได เห็นวาเขาเปน โรงเรียนวิถีพุทธมาตั้งแตป ๒๕๔๗ มีกิจกรรมวิถี พุทธเยอะมาก เปนตนวา กิจกรรมอบรมคุณธรรม จริยธรรมนักเรียน กิจกรรมกระเชามหาบารมี ทำดี เ พื่ อ ส ว นร ว ม กิ จ กรรมสวดมนต ท ำนอง สรภัญญะทุกชั้นทุกวันศุกร กิจกรรมยุวทูตความ ดี ของหายไดคืน กิจกรรมอนุรักษสิ่งแวดลอม กิจกรรมที่เลามา เขาทำไดดีและประสบ ความสำเร็จนะ เพราะเขาทำอยางตอเนื่องและ ตั้งใจ จนเปนที่ประจักษ นำชื่อเสียงมาสูโรงเรียน ก็ ม ากมาย ที่ ส ำคั ญ ก็ ตั ว เด็ ก นั่ น แหละที่ ไ ด อานิสงส เชน ไดเปนตัวแทนระดับจังหวัดในการ แขงขันสวดมนตทำนองสรภัญญะ เปนโรงเรียน คุณธรรมตนแบบของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาลัย เปนโรงเรียนวิถีพุทธดีเดน ฉันขอเลาเรื่องเดนแคนี้กอนนะ เพราะมี เรื่อง...เด็ด ที่อยากเลาใหฟง ในบายวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังนั่งทำงาน อยูหนาหองเรียนชั้นอนุบาลปที่ ๑/๑ ซึ่งอยูชั้น ลางของอาคารเรียนอนุบาล หองที่ฉันสอนอยูใกล กับหองน้ำ หองน้ำอยูหลังหองเรียน เด็กๆ ที่จะ ใชหองน้ำตองเดินผานหนาหองเรียนของฉัน ใน วันนี้...ก็เชนกัน ฉันรูสึกวามีเด็กอนุบาลกลุมหนึ่ง กำลังจะเดินผานหนาหองของฉัน ฉันจึงชะโงก หนาออกไปดู ภาพที่ ฉั น เห็ น มั น เป น ภาพเด็ ก อนุ บ าล กลุมที่กำลังเดินมา...หยุดยืนตรง และประนมมือ ไหวอยางตั้งใจ “เด็กๆ เขาหยุดไหวอะไรกันนะ“ ฉันคิด อยูในใจ แลวฉันก็นั่งทำงานตอไป สักครูหนึ่ง เด็กกลุมเดิม หลังจากไปเขา หองน้ำเสร็จก็เดินกลับมา คราวนี้ฉันเกิดอาการ แปลกใจมากขึ้ น เมื่ อ เห็ น เด็ ก กลุ ม นี้ เ ดิ น ไป หยุ ด ...อยู ที่ เ ดิ ม พร อ มประนมมื อ ไหว อ ย า ง สวยงามและตั้งใจ แลวก็เดินผานไป ความอยากรู...วิ่งขึ้นสูสมองฉันทันที ฉัน ๑๔

อยากรูวาเด็กๆ ไหวอะไรกัน จึงลุกออกจากโตะ ทำงานเดินไปตรงจุดเกิดเหตุการณเมื่อสักครูที่ ผานมา สิ่งที่ฉันเห็น...คือภาพพระบรมฉายาลักษณ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูห วั และภาพพระพุทธรูป บนแผนภาพขนาดใหญที่ติดอยูกับฝาผนังหนา หองเรียนคุณครูอรพินนั่นเอง น้ำใสๆ...มันเริ่ม ไหลออกมาจากดวงตาของฉันดวยความปติยินดี อิ่ ม เอมใจ สุ ข ใจ และชื่ น ชม ที่ เ ด็ ก ตั ว เล็ ก กระจิริด...มีจิตสำนึกที่ดีขนาดนี้ ฉันเก็บอาการ ดีใจไมไหว รีบเดินไปเลาใหครูพี่เลี้ยงและครูที่อยู หองขางๆ ฟง “เราไมไดบังคับหรือบอกใหเด็กไหวเลยนะ คะ” ครูพี่เลี้ยงคนหนึ่งพูดขึ้น “ใช เด็กตัวแคนี้ คิดทำอยางนี้ไดอยางไร” คุณครูอีกคนพูดขึ้นบาง “พี่ ว า กิ จ กรรมวิ ถี พุ ท ธที่ พ วกเราช ว ยกั น


ขัดเกลา บมเพาะ คงจะบังเกิดผล ใหเด็กๆ เรา มีจิตสำนึกที่ดี และพฤติกรรมที่ดีงามนะ” คุณครู ตุนตั้งขอสังเกต ฉั นแอบยิ้ มและเป น สุ ขใจ ฉัน คิด ว า การ กลอมเกลาเด็กใหเปนคนดี คิดดี ประพฤติดีที่ ถาวรไมสามารถทำไดชั่วขามคืน แตมันตองใช เวลาและความอดทนของครู (รวมถึงพอแมดวย นะ) เหตุการณที่ฉันเห็น มันคงเปนเหตุการณบาง สวน ฉันคิดวาพฤติกรรมดีๆ ที่นาชื่นชมคงจะ เกิดขึ้นกับเด็กที่นี่อีกมากมาย ฉันอยากจะเปรียบครูโรงเรียนนี้หรือแมแต โรงเรียนวิถีพุทธทั้งหลาย เหมือนดวงดาวที่รับเอา แสงแหงความดีจากดวงอาทิตย (องคสัมมาสัม พุทธเจา) สอง...สงแสงแหงความเปนผูตื่น ผูเบิก บาน มาสู . ..หิ้ ง ห อ ยตั ว น อ ย (นั ก เรี ย น) จน สามารถสรางแสงแหงความดี จิตสำนึกที่ดี ให เกิดขึ้นในตัวเองไดในที่สุด

“ครูตี้ครับ หนูปวดฉี่“ มือนอยๆ ของเด็ก ชายไอดิ น จั บ แขนครู เ ขย า พร อ มกั บ พู ด เบาๆ ขณะที่ฉันกำลังนั่งเขียนเรื่องนี้อยู “ปวดฉี่หรือลูก ไปเถอะครูอนุญาต เดิน เบาๆ นะเพื่ อ นหลั บ อยู “ ฉั น เงยหน า ขึ้ น มอง พรอมกับพูดกับเด็กชายไอดิน ทานผูอานคะ…ฉันคงตองหยุดเลาเรื่องไว เทานี้ ขอไปทำหนาที่ดูแล (หิ่งหอยตัวนอย) ที่ กำลังจะตื่นนอนกอนก็แลวกัน...สวัสดีคะ

๑๕


ขอนแกน เขต ๓

วันนี้ที่เปลี่ยนไป เรื่อง สมหมาย กุลสังขาร โรงเรียน บานกอกโนนแต อ.หนองสองหอง จ.ขอนแกน

ภาพ : creativecommons.com ๑๖


เสียงระฆังหงางเหงงวังเวงแวว ชะเงอแลวเหลียว แลชะแงหา ถึงเวลาเขาเรียน จำเนียรจา ถึงเวลา หมั่นสรางคุณความดี สิ้นสุดเสียงระฆังครั้งแรก นักเรียนทุกคนก็ ชวยกันทำหนาที่เวรประจำวันตามที่ไดรับมอบ หมายไดอยางดียิ่ง มองเห็นทุกคนทำงานอยาง ขมีขมัน ทำใหขาพเจามองดูอยางมีความสุข บน ความภาคภู มิ ใ จของความเป น ครู มองดู ลู ก ๆ นักเรียนกลุมหนึ่งทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน กลุ ม หนึ่ ง ทำความสะอาดห อ งน้ ำ กลุ ม หนึ่ ง ทำความสะอาดสนามหญ า โดยครู ไ ม ต อ งยื น กำกั บ ชี้ นิ้ ว เหมื อ นเมื่ อ ก อ น มี เ พี ย งรุ น พี่ ๆ พา นองๆ ทำความสะอาดตามที่ไดรับมอบหมาย อยางแข็งขัน ซึ่งผิดกับแตกอนมาก ครูตองคอย ควบคุมกำกับทุกขั้นตอน กอนหนานี้ชวงเดือน พฤษภาคม ทางโรงเรี ย นได พ านั ก เรี ย นไป ทำความสะอาดถนนภายในหมูบานและบริเวณ วัด กอนกลับไดนิมนตหลวงพอเจาอาวาส เทศน อบรมนักเรียนซึ่งเนื้อความตอนหนึ่งทานไดพูดวา “การทำความดีนั้นทำไดไมยาก เราเริ่มทำจากสิ่ง ใกลตัวกอน เชน เราเห็นเพื่อนวางรองเทาไมเปน ระเบี ย บ เราก็ ก ม ลงเก็ บ หรื อ นั่ ง เก็ บ ให เ ป น ระเบียบ การที่เรากมลงเก็บรองเทาที่เราคิดวา เปนของต่ำโดยไมรังเกียจ เราทำอยางเต็มใจ นั่น แสดงวาเราลดทิฐิมานะ ความเห็นแกตัว ความ หยิ่งจองหองของเราเอง ทำใหเราสูงขึ้นในทาง ความดี โดยที่���รามองไมเห็น หรือหองน้ำหอง สวมที่เรามองเห็นวาต่ำ สกปรกโสโครกนั้นถาเรา ไดกมลงและทำความสะอาดเพื่อใหคนอื่นไดสุข สบายนั้น แสดงวาใจเราสูง ใจเราสะอาด เราก็ จะเปนคนสูงในทางความดี ฯลฯ” ตั้งแตวันนั้นเปนตนมาขาพเจาจะนำคำ สอนของหลวงพอเจาอาวาสมาพูดใหนักเรียนฟง เสมอ ชวงแรกๆ ขาพเจาและคณะครูจะลงมือ

ปฏิบัติเอง แตในปจจุบันนี้นักเรียนของขาพเจาจะ เก็ บ รองเท า เป น ระเบี ย บ การทำความสะอาด ห อ งน้ ำ ก็ ไ ม ต อ งคอยกำกั บ เหมื อ นเช น เคย นั ก เรี ย นก็ จ ะช ว ยกั น ทำอย า งเต็ ม ใจ ซึ่ ง ทำให ข า พเจ า และคณะครู มี ค วามภู มิ อ กภู มิ ใ จกั บ นักเรียนมาก นักเรียนกลุมนี้ทำใหไฟในกายของ ครู ที่ ก ำลั ง มอดดั บ ได ลุ ก โชนขึ้ น อี ก ครั้ ง หนึ่ ง มี กำลังใจที่จะอบรมสั่งสอนใหลูกศิษยไดเปนคนดี อยูในสังคมไดอยางเปนสุข ไมวาเด็กคนนั้นจะเปนใคร ลูกคนยากจน มั่งมี เศรษฐี หรือดีชั่วอยางไร เขาจะมาในสภาพ ใดๆ ก็แลวแต เมื่อมาอยูในรั้วของโรงเรียน เขา เปนลูกของเรา เราตองอบรมดูแลเขาใหเปนคนดี ของครอบครัว ของชุมชน ของสังคม และเปน อนาคตที่ดีของชาติสืบไป

๑๗


เลย เขต ๓ เรื่อง พิษณุ สิงหสถิตย ต.ดานซาย อ.ดานซาย จ.เลย

ชีวิตนี้ดีงาม

ภาพ : creativecommons.com ๑๘


เสียงทำวัตรเชาของสามเณรนอยรวมรอย รูปดังจากศาลาราย ลีลาทวงทำนอง ออนโยน เยือกเย็น ชวนสงบสงัด และนาศรัทธา สายลม ยามเชามืดปลายเดือนมีนาคมของที่นี่ยังเยือกเย็น โดยความเชื่อพื้นฐานวาหนึ่งในกระบวนการบม เพาะเยาวชนบุตรหลานใหเปนคนดีได การฉีด อุดมการณทางพุทธศาสนาลงสูจิตใจจะเปนกลไก หนึ่งในการสรางมนุษยใหเปนมนุษยแหงคุณภาพ ได การบรรพชาหมูสามเณรภาคฤดูรอนของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๓ จึงถือ เปนกิจกรรมหนึ่งที่สำนักงานเขตฯ ถือเปนหนาที่ โดยรวมกับโรงเรียนในสังกัด และผูปกครอง นำ เยาวชนในระดับชั้น ป.๕ ป.๖ เขารวมกิจกรรมใน ครั้งนี้ เราเริ่มพิธีการในวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ วัดเนรมิตวิปส สนา อ.ดานซาย จังหวัดเลย ผู เขาบรรพชา ๙๘ คน แตละคนแวดลอมไปดวย บิ ด า มารดา ญาติ พี่ น อ ง ทำให บ ริ เ วณร ม ไม คับคั่งไปดวยผูคน ซึ่งก็เปนสวนหนึ่งในสีสันแหง วันบรรพชาสามเณรหมูครั้งนี้ ขอฉายภาพใหเห็นถึงความอลังการของวัด แหงนี้พอหอมปากหอมคอ วัดแหงนี้กอสรางเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยหลวงพอพระมหาพันธ สีลวิทสุ ทโธ ตั้งอยูบนเขาสูง อุโบสถสรางดวยศิลาแลงที่ มี ข นาดใหญ มี ค วามสวยงามเป น ศิ ล ปะไทย ประยุ ก ต ผ สมผสานศิ ล ปะแบบเขมร ภายใน ประดิ ษ ฐ ส ถานพระพุ ท ธรู ป พระชิ น ราชจำลอง เปนองคประธานที่มีความสวยงาม ภายในอุโบสถ มีภาพวาดที่วิจิตรสวยงามภายในอุโบสถ มีที่พัก สำหรับผูมาปฏิบัติธรรม จำนวนประมาณ ๘๐ หอง พรอมดวยหองน้ำที่สะอาดหลายสิบหลัง

เรี ย กได ว า ที่ นี่ คื อ สถานธรรมเพื่ อ ปฏิ บั ติ ธ รรม สำหรับผูแสวงหาธรรมโดยแท กลับเขาสูบรรยากาศการบรรพชาในวันนี้ บรรดาเหลาผูปกครองบิดามารดาที่รวมอาบอิ่ม บุ ญ มี จ ำนวนมากนั บ ร อ ยนั บ พั น ที่ เ ราเห็ น และ สัมผัสได สายตาความภาคภูมิใจที่ผูปกครองใน ฐานะเปนผูใหความรักลูก สละลูกสูความเปน พุทธบุตรในชวงกลางภาคฤดูรอนนี้ “ปดเทอม แลวที่บานไมมีอะไรทำ การไดบวชแมชวงระยะ เวลาสั้นๆ ก็คงเปนสวนหนึ่งที่ทำใหลูกเปนผูที่ โชคดีอยางนอยที่สุดไดรูศีล ฝกสมาธิ และสราง ปญญา ความดื้อดึงก็คงลดนอยลงไป เปนคำ กลาวของมารดาเด็กชายคนหนึ่ง” กิจกรรมเริ่ม ดำเนินการอยางเขมขนหลังเด็กชายเปลี่ยนชุดนุง ผาสีเหลืองเปนสามเณรเต็มตัว สำหรับกิจกรรม เป น เรื่ อ งการอบรมธรรมะ การฝ ก สมาธิ การ ทำวัตรเชา ทำวัตรเย็น การออกบิณฑบาต พระ วิ ท ยากรกล า วกั บ ผมว า เด็ ก มาจากหลายพ อ หลายแม จากครอบครั ว ที่ แ ตกต า งกั น ต อ ง ทำความเขาใจกับเด็กเปนรายๆ ไป การสอนเด็ก ตองใชคำงายๆ เนื้อหาตรงไปตรงมา ไมซับซอน แฝงไวดวยความออนโยนนารัก และที่สำคัญตอง เติมสีสันความตลกขบขันใหแงคิดเชิงบวก ผมนั่ง ดูการสอนของพระมหาพิชัยก็ประทับใจไมรูลืม สามเณรน อ ยสนุ ก เฮฮาตามประสาเด็ ก สาระ ธรรมะของทานผานประโยคสัน้ มีความคลองจอง เขาใจ และจดจำงาย กาลเวลาผันผานไปกำหนดวันสึกสามเณร กลุมนี้ก็มาถึง ผมขับรถออกจากบานแตเชามืด เลื่อนกระจกรถลงสูดรับอากาศบริสุทธิ์ยามเชา ขับรถวนเวียนออมเชิงเขาเขาสูรั้วอุโบสถหลังใหญ ๑๙


“เสียงสวดมนตทำวัตรเชาของเหลาสามเณรนอย ร ว มร อ ยรู ป ดั ง ก อ งมาจากศาลารายริ ม อุ โ บสถ ลีลาทวงทำนองออนโยนเยือกเย็น ชวนใหรูสึกใจ สงบและนาศรัทธา สายลมยามเชายังทำหนาที่ เยือกเย็นสบายๆ แมจะเปนฤดูแหงการยางเขาสู ฤดูรอน” ผมรำพึงกับตัวเองกอนกาวลงจากรถ เดินลอดผานประตูโขลงเขาสูเจตบริเวณวัดดวย อาการสงบ ทามกลางเสียงสวดมนตเบาๆ ลอย มา จบจากการทำวัตรเชาสามเณรทั้งหลายคอย ลุกจากที่นั่งดวยอาการสำรวม เดินออกจากศาลา รายเปนกลุมๆ ภาพที่เห็นชางดูเปนชีวิตที่ดีงาม ผิดกับวันแรกที่เขาเหลานี้เขามาสวัสดี สามเณร นอย ผมโปรยคำพูดอยางไมเจาะจงวาจะทักทาย กับเณรรูปใดรูปหนึ่ง สามเณรรางทวมนาตานารัก หันมาตามเสียงที่ผมทัก บอกวาสบายดีครับ ผม เดินเขาไปในกลุมสามเณรกลุมนี้เพื่อถามทุกขสุข ที่ผานมาไดรับคำตอบวา สนุก สบายดี บางก็ บอกวาปหนาจะมาบวชอีก มีบางรูปบอกวายังไม ๒๐

อยากสึกจนกวาจะเปดเทอม ผมโยนคำถามไปวา “ไมอยากเลนสงกรานตกับเขาบางหรือ” สามเณร รูปที่ยังไมสึกบอกวาตั้งใจจะบวช ตั้งใจอยากจะ ฝกตน ฝกสติ เพื่อพัฒนาตนเอง และหากเปนไป ไดจะบวชเรียนเมื่อจบชั้น ป.๖ แลว มีซักกี่รูป หนอที่คิดเชนนี้ ผมถามตอ มีสามรูปครับ เรายัง ไมสึกพรอมเพื่อน คำยืนยันของสามเณรนอยเมื่อ ครู มั น เป น ความอิ่ ม ใจที่ คิ ด วิ เ คราะห เ องว า กิจกรรมการบรรพชาหมูในครั้งนี้ ประสบความ สำเร็จในระดับหนึ่ง อยางนอยที่สุดก็เปนหนึ่งใน กระบวนการหัดคนใหมองคน มองโลกในดานดี มีปฏิสัมพันธกับผูอื่นดวยความคิดอานที่ดีขึ้น ประสบการณ สิ บ กว า วั น นั บ เป น หนึ่ ง ใน มหัศจรรยที่ดลใหชีวิต ความคิด และทัศนคติ ของสามเณรนอยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่มองเห็น คุณคาชีวิต ในแงความงดงามและเชื่อวาความ งดงามเหล า นี้ ม าจากผลึ ก ของกระบวนการ บมเพาะในหวงวันบรรพชานี้


นครพนม เขต ๒

เลี้ยงลูกอยางไร...ใหเปนคนดี นักจิตวิทยาหลายๆ คนเปรียบเด็กแรก เกิดเสมือนผาขาว เพราะศักยภาพของลูกแรก เกิดนั้น เหมือนผาขาวที่พรอมรองรับน้ำยอมผา (คำสอน) ทุกรูปแบบ ถาคนเปนพอแมเอาสิ่งที่ดี ไปยอมให ลูกก็จะซึมซับสิ่งดี แตถาพอแมเปนนัก ย อ มผ า ที่ ไ ม ฉ ลาดก็ จ ะเอาน้ ำ ยาย อ มที่ ไ ม ดี ไ ป เปรอะเปอนผาขาวผืนนั้น ก็ยอมทำใหผาขาวสี หมองไป เราจะมีวิธีอยางไรที่จะทำใหผาขาวนั้น ยังคงความขาวไวได คำถามคำนี้หลายๆ ฝายไม วาจะเปนภาครัฐหรือเอกชน พยายามหาแนวทาง แกปญหาและหาคำตอบอยูเสมอ

เรื่อง ครูบานดอนกลาง โรงเรียน บา���ดอนกลาง ต.หนองแวง อ.บานแพง จ.นครพนม

๒๑


เนือ่ งจากสังคมโลกปจจุบนั มีการเปลีย่ นแปลง อยางรวดเร็วในทุกดาน โดยเฉพาะในยุคขาวสาร ไรพรมแดนที่ถูกกลาวขานวาเปนยุคของคลื่นลูกที่ สาม บทบาทของสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศจะเขามามีอิทธิพลตอวิถีชีวิต ความ เป น อยู ข องคนในสั ง คมไทยที่ เ รี ย กว า กระแส โลกาภิวัตน ความกาวหนาทางวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยี ความแกงแยงกันในสังคม พอ แม ไมมีเวลาในการอบรมดูแล ใชเงินในการเลี้ยงดู เพียงอยางเดียว ทำใหความเจริญทางดานวัตถุได ลํ้าหนากวาความเจริญทางดานจิตใจอยางมาก ทำใหเกิดชองวางที่หางไกลระหวางวัฒนธรรม ทางวัตถุและวัฒนธรรมทางจิตใจ แม ว า ความเจริ ญ ทางด า นวั ต ถุ จ ะทำให ชีวิตความเปนอยูของมนุษยเราสะดวกสบายขึ้น สามารถเดินทางไดสะดวกรวดเร็วขึ้น สามารถ ติดตอขาวสารถึงกันไดอยางรวดเร็ว แตความ เจริญทางดานจิตใจที่ลาหลังกวาความเจริญทาง ดานวัตถุ ก็ไดกอใหเกิดปญหาทางสังคมมากยิ่ง ขึ้นและรุนแรงขึ้น เชน ปญหาความเสื่อมโทรม ทางศีลธรรมและจิตใจ ปญหาสิ่งแวดลอมเปนพิษ ปญหายาเสพติด ปญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับ เด็กไทยตลอดทุกเวลา สังคมไทยกำลังประสบ กับปญหาความเสื่อมทรามทางดานศีลธรรมและ คุณธรรมของประชาชน โดยเฉพาะปญหาที่เกิด ขึ้นกับเยาวชนไทย ที่จำนวนไมนอยไดเหินหาง จากคำสอนของพระพุ ท ธศาสนาซึ่ ง เป น หลั ก ที่ พึ่ ง พาและที่ ยึ ด เหนี่ ย วทางจิ ต ใจ พระพุ ท ธ ศาสนาจึงเปนสถาบันหลัก ๑ ใน ๓ สถาบันที่ สำคัญของชาติ มีความเกีย่ วของกับวิถกี ารดำเนิน ชีวติ ของคนไทยทุกแงมมุ พระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว ไดพระราชทานพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับ เรื่องศาสนามีขอความตอนหนึ่งวา “คนเราตองมี ศาสนา คือความคิดหรือสิ่งที่คิดประจำใจ อัน เปนแนวทางปฏิบัติในใจประจำตัว และตองมีการ ศึกษาคือความรูตางๆ ทั้งในดานจิตใจ ทั้งใน ๒๒

ดานวัตถุ เพื่อประกอบกับตัว เพื่อที่จะมีชีวิตอยู ไดทั้งสองอยางเปนสิ่งสำคัญและจะแยกจากกัน ไมได” อยางไรก็ตาม ปญหาที่เกิดขึ้น การหาทาง เลือกและทางออกที่ดีใหกับลูกหลานของเรายังไม ถึงทางตัน ตราบใดที่ทุกฝายยังใหความรวมมือ กันในการปองกัน โรงเรียนบานดอนกลาง อำเภอ บานแพง จังหวัดนครพนม เล็งเห็นความสำคัญ ในเรื่องนี้ จับมือกับผูปกครองและผูนำชุมชน จัด กิจกรรมที่หลากหลายขึ้นในโรงเรียน เชน การจัด กิจกรรมใหเด็กนักเรียนไดใชความรูค วามสามารถ ที่มีอยูในตนนี้ใหเปนไปในทางที่สรางสรรค การ เขาไปรวมกิจกรรมในชมรมตางๆ ภายในโรงเรียน การนำเอาเด็กนักเรียนทั้งกลุมเสี่ยงและไมเสี่ยง ไปทัศนศึกษาตามสถานพินิจและคุมครองเด็ก และเยาวชน ตามสถานฟนฟูและบำบัด ตาม ทัณฑสถาน สถานที่จองจำตางๆ เพื่อเปนการ เตือนสติและปองกันมิใหพวกเขากระทำสิ่งที่ผิด กฎหมายบานเมืองและผิดตอศีลธรรมอันดีของ ศาสนาและสังคม กิจกรรมออกคายอาสาเปนอีก กิจกรรมสรางสรรคเพื่อสังคมใหพวกเขาไดรูจัก แบงปนความสุขใหกับผูดอยโอกาสกวา เปนการ


บุตรธิดา คือ กระจกเงาของพอแม ลูกศิษย คือ กระจกเงาของครูอาจารย

ฝกใหพวกเขารูจักอดทน เสียสละ การไมทำตน ใหเปนปญหาใหกับผูอื่น เชนนี้ยอมเปนทางเลือก ทางออกประการหนึ่งที่ควรกระทำ จากการรวม มือของโรงเรียนและบาน นางวิ ไ ลวรรณ เพชรดี ค าย ผู ป กครอง ของเด็กชายมินทรบุรี เพชรดีคาย อายุ ๙ ป เปนนักเรียนชั้นประถมปที่ ๓ จากประสบการณที่ พบเห็น และปญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดลอม ในชุ ม ชนที่ ไ ม ค อ ยดี นั ก มี ป ญ หาของเด็ ก และ เยาวชนมากมาย และที่สำคัญในปจจุบันนี้เด็ก หางเหินวัดมาก บางคนไมเคยเขาวัดเลย ทำให เด็กมีจิตใจที่กระดาง ไมรับรูถึงบาปบุญคุณโทษ ไมมีความเมตตา ไมรูจักแบงปน สวนมากมีนิสัย เอาแตใจตนเองเปนใหญ จึงเปนจุดสำคัญหรือ สาเหตุที่ทำใหนางวิไลวรรณ เพชรดีคาย มีความ คิ ด ที่ จ ะดู แ ลแก ว ตาดวงใจโดยใช วั ด หรื อ พระ (ธรรมะ) ในการเลี้ ย งลู ก ให เ ป น คนดี เป น ที่ ขัดเกลาจิตใจและปลูกฝงใหลูกไดซึมซับธรรมะ ตั้งแตเด็ก ไดคาดหวังไววาเมื่อลูกโตขึ้นจะไดรับ แตสิ่งดีๆ เปนเยาวชนที่ดีของประเทศชาติ ไม สรางปญหาใหกับสังคม โดยเมื่อมีโอกาสในเสาร อาทิตย และวันหยุดตางๆ จะพาบุตรเขาทำบุญ

ตักบาตรที่วัด จนปจจุบันนี้เด็กชายมินทรบุรี มี ความผูกพันกับวัด เชาเย็นของทุกวันถามีโอกาส จะเขาไปรับใชที่กุฏิทานพระครูที่วัดเปนประจำ ไดซึมซับสิ่งดีๆ หลายอยาง เปนคนที่ใจเย็น มี เมตตา รูบาปบุญคุณโทษตั้งแตเด็ก และมีความ คิดที่จะบวชทุกปในวันปดภาคเรียน (บรรพชา ภาคฤดู ร อ น) มาเป น เวลา ๒ ป แ ล ว นี่ ก็ เ ป น ตัวอยางที่ดีตัวอยางหนึ่งในการเลี้ยงลูกใหเปนคน ดีได ทานละมีวิธีที่ดีในการเลี้ยงลูกของทานให เปนคนดีหรือยัง เราจะสอนธรรมะลูกตอนไหนละ? เริ่มสอนธรรมะลูกตอนไหนดีละ พระมหา วุฒิชัย วชิรเมธี เจาของนามปากกา ว.วชิรเมธี ทานบอกวา “การสอนธรรมะใหลูกนั้น พอแม ตองเริ่มตั้งแตลูกอยูในครรภ ระหวางที่ตั้งครรภ พอแมก็ควรดำเนินชีวิตใหอยูในศีลธรรม ก็จะ เปนการปลูกฝงเมล็ดพันธุแหงความดีงามที่จะ เติบโตขึ้นในวันพรุง แตถาเรามาปลูกฝงเขาวันที่ เราคลอดออกมาแลวอาจจะชาเกินไป” แตการดำเนินงานและกิจกรรมไมควรเกิด ขึ้นภายในเพียงสถาบันการศึกษาแหงใดแหงหนึ่ง เท า นั้ น ควรเกิ ด ขึ้ น อย า งทั่ ว ถึ ง เพื่ อ การปรั บ ๒๓


เปลี่ ย นพฤติ ก รรมที่ ดี จ ะได เ กิ ด ขึ้ น กั บ เด็ ก และ เยาวชน ซึ่งเปนลูกหลานในสังคมเราอยางทั่วถึง การที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนใหเจริญกาวหนา จึงจำเปนอยางยิ่งที่จะตองเนนดานคุณธรรมและ จริยธรรม เพื่อใหลูกหลานในสังคมเรามีจิตใจที่ งดงามมี ค วามประพฤติ ที่ ดี การที่ ใ ห เ ด็ ก และ เยาวชนมีทั้งความรูและความประพฤติที่ดีจึงเปน สุดยอดของการจัดการศึกษา ตราบใดที่พวกเขา ไดรับเพียงความรูความเขาใจเทานั้นยังไมเพียง พอ จำเปนที่จะตองเนนทางดานความประพฤติ ใหเปนไปในทางที่ดีควบคูกันไปจึงจะถือวาไดผล ที่ผานมาเราเนนเรื่องความเปนเลิศทาง ดานความรูหรือทางดานสติปญญาเพียงดานเดียว โดยมองขามดานจริยธรรมไป ทานจะเอาอะไรใสมือใหลูกสุดที่รักของ ทาน หากนำดอกไมใสมือเด็ก เขาจะกลายเปน คนที่จิตใจดีงาม หากนำเอาความรักใสมือเด็ก เขาจะกลาย เปนคนที่เปยมดวยเมตตา หากนำเหตุผลใสมือเด็ก เขาจะกลายเปน นักวิทยาศาสตร หากนำหนังสือใสมือเด็ก เขาจะกลายเปน ปญญาชน หากนำนิสัยแหงการใหใสมือเด็ก เขาจะ กลายเปนคนที่มีจิตสำนึกสาธารณะ หากนำธรรมะใสมือเด็ก เขาจะกลายเปน คนดี หากนำสมบัติผูดีใสมือเด็ก เขาจะกลาย เปนสุภาพชน หากนำดนตรีใสมือเด็ก เขาจะกลายเปน คนอารมณดี หากนำธรรมชาติใสมือเด็ก เขาจะกลาย ๒๔

เปนคนสงบสุข หากนำความก า วร า วใส มื อ เด็ ก เขาจะ กลายเปนอันธพาล หากนำความตามใจใส มื อ เด็ ก เขาจะ กลายเปนจอมบงการ หากนำเงินใสมือเด็ก เขาจะกลายเปนคน มักงาย หากนำป น ใส มื อ เด็ ก เขาจะกลายเป น ฆาตกร หากนำวัตถุแพงๆ ใสมือเด็ก เขาจะกลาย เปนคนบาวัตถุ หากนำความรักสบายใสมือเด็ก เขาจะ กลายเปนคนหยิบโหยงออนแอ หากนำความไมรับผิดชอบใสมือเด็ก เขา จะกลายเปนคนที่สูญเสียสามัญสำนึก หากนำความริษยาใสมือเด็ก เขาจะเปน คนที่ขาดความสุขของชีวิต หากนำแตวิชาชีพใสมือเด็ก เขาจะกลาย เปนคนสมองโตแตใจตีบ ทานเอง...ในฐานะเปนพอแม วันนี้ทานเอา อะไรใสมือลูกๆ ของทาน


๒๕


สมบัติทิพยที่นาจะนำมาใชเปนพื้นฐานของ

การจัดการศึกษาไทยคือ วัฒนธรรม ปญญาธรรม และเมตตาธรรม ศ.สุมน อมรวิวัฒน

๒๖


สกลนคร เขต ๓

พระคุณ...อันยิ่งใหญ

เรื่อง สุทธี กำทองดี โรงเรียน บานเพีย อ.คำตากลา จ.สกลนคร

“แมนี้มีบุญคุณอันใหญหลวง ที่เฝาหวงหวงลูกแตหลัง เมื่อครั้งนอนเปล แมเราเฝาโอละเห กลอมลูกนอยนอน เปล ไมหางหันเหไปจนไกล”

๒๗


นาน เขต ๒

“คาน้ำนม” บทเพลงล้ำคาที่ไดกลาวมา ขางตนนี้ หากไดฟงกันเมื่อไรตางก็ตองซาบซึ้งกับ เนื้อหาที่กินใจ ยามใดที่คนเปนลูกไดรองเพลงนี้ นอยคนนักที่จะกลั้นน้ำตาเอาไวได บางคนรอง เพลงนี้ก็อาจจะมีน้ำตาซึมเพราะคิดถึงแมขึ้นมา อยางจับใจ เพราะแมคือบุคคลที่ยิ่งใหญในชีวิต ของลูกทุกคน แมผูเปนบุพการีที่ไดมอบความรัก ความหวง ความหวงใย และความปรารถนาดีแก ลู ก ไม มี วั น ลดน อ ยถอยลงเลยแม แ ต นิ ด เดี ย ว แมวาลูกของแมจะทำความผิดรายแรงขนาดไหน หรือถูกใครตอใครกลาวใหรายมากนอยเพียงไร แมก็ยังรักและใหอภัยลูกเสมอ เพราะลูกก็คือลูก ของแมตลอดไปไมมีวันเปลี่ยนแปลง หากจะให ลูกกลาวถึงพระคุณของแม ตลอดทั้งชีวิตของเรา ก็คงจะพูดถึงทานไมมีวันหมด เพราะชีวิตคนเรา กวาจะเกิดมาไดและกวาจะโตมาไดจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะแมนั่นเอง โรงเรียนบานเพีย สำนักงานเขตพื้นที่การ ศึกษาสกลนคร เขต ๓ ไดจดั งานวันแม ๑๒ สิงหา เปนประจำทุกป เพื่อใหนักเรียนไดระลึกถึงพระ มหากรุ ณ าธิ คุ ณ สมเด็ จ พระนางเจ า สิ ริ กิ ติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเปนแมของชาวไทยทั้ง แผนดินและทรงสงเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี อั น ดี ง ามของไทยในการแสดงออกถึ ง ความ ๒๘

กตัญูกตเวทีและเคารพตอผูมีพระคุณ ซึ่งเปนผู ใหกำเนิด งานนี้ไดรับความสนใจจากผูปกครอง นักเรียนเปนพิเศษ โดยเฉพาะอยางยิ่งจากคุณแม ของนักเรียนในเขตบริการของโรงเรียน ในวัน สำคั ญ นี้ คุ ณ แม แ ต ล ะท า นแต ง ตั ว ด ว ยชุ ด ที่ สวยงามที่สุด ใบหนาเปอนดวยรอยยิ้ม แววตาสง ประกายเบิ ก บานภาคภู มิ ใ จ ที่ ลู ก จะได แ สดง ความรัก นักเรียนแตละคนตื่นเตนที่จะไดกราบ แทบเทาแม พรอมมอบชอดอกมะลิกลิน่ หอมละมุน ที่เด็กทุกคนเตรียมมาดวยตนเอง แทนความรักที่ มีตอแม บางคนสวมกอดแมพรอมกับน้ำตาที่ไหล อาบแกมดวยความตื้นตันใจ บรรยากาศในวันนั้น อบอวลไปดวยความรักอันบริสุทธิ์ มีลีลาทาทางที่ งดงามเกินที่จะพรรณนาใหผูอื่นไดรับรูและเขาใจ แมคือใคร หลายคนคงใหความหมายของ แมไดแตกตางกันไมมากนัก แมคือผูใหกำเนิด แมเปนผูใหกำเนิดแก ลูก เฝาทะนุถนอมเลี้ยงดูลูกใหเติบใหญ แมแม จะเหนื่อยยากสักเพียงไรแมก็ไมเคยบน และยัง เปนการลงทุนที่แมไมหวังสิ่งใดตอบแทนจากลูก ดวย และความรักของแมที่มีตอลูกเปนความรักที่ ไมมีเงื่อนไขใด สองมือแมนี้เองที่ไดสรางโลกให ยิ่งใหญและงดงาม แม คื อ ครู ค นแรกของลู ก แม ไ ด ใ ห ก าร


“แมคนเดียวเลี้ยงลูกไดเปนสิบ แตลูกหลายคนไม สามารถเลี้ ย งแม ค นเดี ย วได ” อย า ให ค ำกล า วนี้ เปนความจริงกับเราเลย

อบรมสั่งสอนลูก สอนใหลูกรูจักชีวิต รูจักโลกที่ กวางใหญใบนี้ สอนใหลูกเปนคนดี มีการศึกษาที่ ดี มีอาชีพที่ดี แมคือครูที่ยิ่งใหญที่ใหการศึกษา ตลอดชีวิตแกลูก และไมมีครูคนใดเสมอเหมือน ครูคนแรกของลูกคนนี้ แมคือแบบอยางที่ดีใหลูก แมเปนแมแบบ ใหลูกไดศึกษาเรียนรูและเปนแบบอยางที่ดี ใหลูก ไดกาวเดินตามแม ตามคำกลาวที่วา “ดูชาง ให ดู ห าง ดู น างให ดู แ ม ” ซึ่ ง แสดงให เ ห็ น ถึ ง แบบ อยางที่ดี แมคือแมพระของลูก แมคือพรหมของลูก แมมีพรหมวิหารธรรม คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เปนหลักในการดำรงชีวติ แมอนุเคราะห ลูกดวยสิ่งอันเปนมงคลในชีวิต สอนใหลูกละเวน ความชั่วใหตั้งอยูในความดี หน า ที่ ข องลู ก ที่ ค วรปฏิ บั ติ ต อ แม กล า ว โดยยอคือ คอยดูแลทานใหดี ตั้งแตเรื่องอาหาร เสื้อผา ที่อยูอาศัย ยามเจ็บปวยก็ชวยพยาบาล รักษาใหดีที่สุด ทำใหสม่ำเสมอ ประพฤติตนใหดี สรางชื่อเสียงใหแกวงศตระกูล เพื่อใหพอแมภาค ภูมิใจ ประพฤติตนใหเหมาะสมกับการที่จะเปน ผูรับมรดก ทำกิจการงานแทนทานไมใหบกพรอง ชักชวนหรืออำนวยความสะดวกสนับสนุนใหทาน ไดมีโอกาสทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา

หน า ที่ นี้ เ ป น หน า ที่ ส ำคั ญ ที่ สุ ด ที่ ลู ก ทุ ก คนต อ ง ปฏิบัติตอพอแม แมทุกคนก็หวังอยากใหลูกนั้นเปนคนดีทั้ง กายและใจ ตั้งใจเรียนหนังสือใหสำเร็จมีงานทำ เลี้ยงตนเองได มีครอบครัวที่อบอุน เพียงเทานี้ที่ แมหวังอยากใหลูกเปน อยากใหลูกมี คงไมมีแม คนไหนอยากมีลูกเปนคนไมดี ติดยาเสพติด ไม สนใจเรี ย นหนั ง สื อ เพราะแม ห วั ง อยากเห็ น อนาคตที่ ดี ข องลู ก ทั้ ง นั้ น และเพื่ อ เป น การ ตอบแทนพระคุณของแม เราควรแสดงความรัก ตอแมอยางตอเนื่องสม่ำเสมอ แมในสายตาของ ใครบางคนจะเห็นเปนเพียงเรื่องเล็กนอย แตเรื่อง เล็กนอยยอมแฝงดวยความยิ่งใหญเสมอมิใชหรือ การสวมกอด การหอมแกม การกราบเทาแม การเตรียมอาหารเครื่องดื่มมาให หรือการกลาว คำวา รักแม เรื่องเล็กนอยนี้มีใครเคยปฏิบัติตอ แมของตนเองบาง จงหันมาทุมเทเวลาใสใจดูแล แม ผูซึ่งรักเรามากเทาชีวิต ทานผูรักเราประหนึ่ง แกวตาดวงใจ ทานผูรักเราโดยปราศจากเงื่อนไข ใดๆ ในโลก “แมคนเดียวเลี้ยงลูกไดเปนสิบ แต ลูกหลายคนไมสามารถเลี้ยงแมคนเดียวได” อยา ใหคำกลาวนี้เปนความจริงกับเราเลย

๒๙


หนองคาย เขต ๑

มหัศจรรย

แคน CAN CAN เรื่อง ชัยณรงค ศรีสุข โรงเรียน บานหนองผือ อ.ทาบอ จ.หนองคาย

๓๐


เสนหเสียงแคน มิใชเพียงใหหญิงหมาย ในอดีตที่หลงใหล เพียรพยายามสรางนวัตกรรม เครื่องดนตรี ใหเหมือนเสียงนกการะเวก เทานั้น แตมันเปนแรงบันดาลใจใหผูบริหารโรงเรียนบาน หนองผือ เฝาดูความสามารถของเด็กนักเรียนใน ความรับผิดชอบ ดวยมุงมั่นที่จะสงเสริมใหไดรับ โอกาสตามศักยภาพ ตามความเชื่อ นโยบาย/ แนวการจัดการศึกษาที่ระบุชัดเจน ในมาตรา ๒๒ แหงพระราชบัญญัญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่วา การจัดการศึกษาตองยึดหลักวาผูเรียนทุก คนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองได และถือวาผูเรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการ จั ด การศึ ก ษาต อ งส ง เสริ ม ให ผู เ รี ย นสามารถ พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ซึ่ง นักเรียนระดับชวงชั้นที่ ๒ โรงเรียนบานหนองผือ มี ความส���มารถในการเปา แคน ลำกลอน ซึ่ง ทำไดจริงอยางมหัศจรรย ความมหัศจรรยเกิดขึ้นจริงๆ จากที่ไดไป รวมงานมหัศจรรยเด็กไทยในปนั้น ดวยแนวคิด จากบทลำกลอน “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งไดนำ มาจากครูหมอลำจังหวัดกาฬสินธุ อนุญาตใหเผย แพรได มีความตอนหนึ่งวา “...กะแมนวา เดอ นาย....ฟงเดอทาน ตุลาการ นอยใหญ ประเทศ ไทยสูมื้อกำลังฟนพัฒนา เฮาอยาชา มารีบสอย ทำกิน อยูใน ดินแดนทอง หมูเฮาจำได เคย ได ยิ น หรื อ ไม สวนครั ว เครื่ อ งปลู ก บอกให ถู ก กะไดจำไวอยาหลง โฉมยงค มาฟงสวนครัวกัน หนอยพืชผักนอยนอยหลายอยางนานาพันธุ เห็น แลวคุณจะอัศจรรรย (ซ้ำ) พืชผักหลายพันธุ มี พริกแดง แตงไทย เห็นไหม ตนขิง ตนขา ทางนี้

หนา มะเขือออน ก็มี หัวตะไคร ของฉันก็มี (ซ้ำ) ตนหอมอยางดี มีอยูในสวนครัว... ตอเนื่องดวย เสี ย งแคนของเพื่ อ นร ว มชั้ น เด็ ก ชายกฤษณะ สุ ภ าสิ พี เสี ย งแคนที่ โ หยหวนตามถ ว งลี ล า แสดงออกถึงความคึกคัก บางลีลาก็แสดงออกถึง ความคลองแคลว และทำใหผูฟงรูสึกครื้นเครง ไปกั บ เสี ย งแคน คำว า แคน สะกดออกเสี ย ง เปนภาษาอังกฤษ เขียนวา C A N ตามศัพทเปน คำกิริยา แปลวา สามารถ ทำได เสียงแคน และคำวา CAN จึงเปนแรง บันดาลใจใหระลึกถึงหลัก ๓ ค. ของพระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัว ในการปฏิบัติหนาที่ ตอง คึกคัก คลองแคลว และครื้นเครง เนื่องจากผล การประเมิ น มาตรฐานการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน ระดับประถมศึกษา รอบสอง ป ๒๕๔๙ สมศ. ๓๑


มี ข อ เสนอแนะให โ รงเรี ย นบ า นหนองผื อ ซึ่ ง หมายถึง ผูบริหาร ครู และนักเรียน เรงพัฒนา กระบวนการ ในหนาที่ทั้งระบบ ใหเกิดนวัตกรรม ทางการศึ ก ษา อั น จะส ง ผลให นั ก เรี ย นมี พัฒนาการตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานที่ ๔ ผูเรียนมีความสามารถในการคิด วิเคราะห คิดสังเคราะห มีวิจารณญาณ มีความ คิดสรางสรรค คิดไตรตรอง และมีวิสัยทัศน จาก นิ ย ายปรั ม ปราของยายแม ห ม า ย หมั่ น พั ฒ นา เครื่องมือหลายครั้งหลายครากวาจะไดมาของ เครื่องดนตรีที่เรียกวา แคน จึงเปนแรงบันดาลใจ ให ผู บ ริ ห ารโรงรี ย นบ า นหนองผื อ หมั่ น พั ฒ นา นวัตกรรมทางการศึกษาอยางไมทอดทิ้ง และ ทอถอย จึงเกิดเปนแนวคิดนำเอาองครวมของ แคน มาเชื่อมโยงกับคำวา CAN และ CAN เพื่อ เปนสโลแกนของการพัฒนาทั้งระบบของโรงเรียน บานหนองผือ ดวยคำวา แคน CAN CAN แคน เปนคำนาม ตามพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง เครื่อง ดนตรีทางถิ่นอีสาน ทำดวยไมซางผูกเรียงตอกับ เต า แคน สำหรั บ เป า เป น เพลง ในที่ นี้ ใ ช เ ป น เครื่ อ งมื อ ฝ ก ฝนนั ก เรี ย นให มี ค วามรั ก ในสิ่ ง ที่ ตนเองถนัด หมั่นฝกปฏิบัติดวยความอดทนให บรรลุตามความตองการของตนในทุกดานดวย ความคึกคัก คลองแคลว และครื้นเครง CAN ความสามารถ ตัวแรก ประกอบ ดวย C=Constructivism A=Action N=Natural นั้นหมายถึง ผูบริหาร ครู และนักเรียน รวมกัน สร า งองค ค วามรู ที่ เ กิ ด จากการปฏิ บั ติ ด ว ย ธรรมชาติประสาทสัมผัสทั้งหก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ CAN ความสามารถ ตัวที่สอง ประกอบ ดวย C=Coaching Team A=Approach N= National นั้นหมายถึง บ ว ร หนองผือกัลยาณ มิตร (บาน วัด โรงเรียน) รวมกันเปนทีมเปน คณะในการเปนผูชี้แนะ สอนแนะในการสราง และเชื่อมโยงองคความรู สูความเปนสากลดวย ความมุงมั่น ๓๒

ดังนั้น แคน CAN CAN เมื่อนำมาเรียง องค ร วมในตั ว บุ ค คลคนเดี ย วได สิ่ ง ที่ สั ง คม ตองการ คือ ดี เกง และมีความสุข ยอมปรากฏ อยางมหัศจรรย ไทยเฮานี้ สามัคคี ฮักพอ สามัคคีฮักไว ไทยเฮาฮักกัน สีนานวล แคนซวน ไวกอ น ทอนีน้ า บทส ง ท า ยของกลอนลำ “เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง” ของเด็กหญิงจินตนา แกวอาษา นักเรียนชัน้ ป.๕ มีพี่ๆ นองๆ ครูและผูบริหารโรงเรียนบานหนอง ผือ ที่ไดไปแสดงความจงรักษภักดี ถวายพระพร พระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู หั ว ที่ โ รงพยาบาล ศิริราช ป ๒๕๕๐ เมื่อจบลงผูสื่อขาวตางก็วิ่งกรู กันมาถามวา หนูมาจากจังหวัดอะไร ดวยความ ภาคภูมิใจ หนูมาจากจังหวัดหนองคายคะ พวก เรารั ก ในหลวง เรามาแสดงถวายพระพรให พระองคทานหายจากพระประชวร กอนจะไดนำ เสนอในงานมหัศจรรยเด็กไทย โดยสำนักงาน คณะกรรมการการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐานกระทรวง ศึ ก ษาธิ ก าร ที่ เ มื อ งทองธานี ในวั น ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ดวยลำกลอน ประกอบเสียง แคน


หนองคาย เขต ๓

อนุรักษผญา ภูมิปญญา ผญาเวาอีสานเฮาแตเกากอน เผิ่นแตงสอนลูกเตา เปนความเวาใหมวนหู มวลนักปราชญผูฮูแตมแตงแเปลงคำจา ทางเฮา เสาะแสวงหารวมเอามาฝากตอนมีกลอนยาวกลอนสั้นสารภัญญ ให เลือกอานภูมิปญญาอีสานใหสอยกันสืบไวอยาไลถิมสิเสื่อมหาย คันบมีเฮื้อยฮายพอและแมเปนแฮงจูง หลานผูเกิดลูนใสสิ ใส ใจ ผญาเจาหรือหมูเฮาสิปาใหมันสูญไปบสานตอขอใหคิดถวนๆ เดอมวล ทานผูอานเอย...

เรื่อง รุงทวี ประพันธ โรงเรียน บานบอพนา ต.โสกกาม อ.เซกา จ.หนองคาย

พระมหาวิชัยชาญ กับอาจารยรุงทวี ประพันธ

๓๓


สืบเนื่องมาจากโรงเรียนบานบอพนาเปน โรงเรียนขนาดเล็กตัง้ อยูท บี่ า นบอพนา ตำบลโสกกาม อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย โรงเรียนบานบอพนา ไดรับคัดเลือกเปนโรงเรียนคุณธรรมชั้นนำของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต ๓ โรงเรี ย นได จั ด กิ จ กรรมเพื่ อ พั ฒ นาผู เ รี ย นตาม นโยบายสถานศึกษา ๓ ดี (3D) คือ D = Democracy = สงเสริมประชาธิปไตย D = Decency = สงเสริมคุณธรรมความ เปนไทย D = Drug = หางไกลยาเสพติด ดังนั้นโรงเรียนบานบอพนาจึงไดประชุม คณะกรรมการสถานศึ ก ษาหารู ป แบบพั ฒ นา ผูเรียนตามนโยบายสถานศึกษา ๓ ดี (3D) ดัง กลาวโดยที่ประชุมตกลงวาควรจะตั้งวงดนตรีพื้น เมืองคือวงดนตรีโปงลางมูนมังไทยอีสานจากลูก หลานโรงเรียนบานบอพนา ซึ่งวัตถุประสงคของ การจัดตั้งวงดนตรีดังกลาวเพื่อสนองนโยบาย ๓ ดี (3D ) คือ สงเสริ มประชาธิ ป ไตย การตั้งวงดนตรี โปงลางเป น การปลู ก ฝ ง การใช วิ ถี ชี วิ ต แบบ ๓๔

ประชาธิปไตย โดยการแบงหนาทีค่ วามรับผิดชอบ รั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ของผู อื่ น ปลู ก ฝ ง ความรั ก สามัคคีในหมูคณะ คุณธรรมและความเปนไทย ดนตรีจะเปน สื่อใหนักเรียนมีจิตใจออนโยนเอื้อเฟอเผื่อแผ และ ที่สำคัญคือเปนการสืบสานวัฒนาธรรมทองถิ่น ดังคำกลาวที่วา “ลีลาบันเทิงอนุรักษศิลปะพื้น เมืองอีสานสืบตำนานคนรักถิ่น” หางไกลยาเสพติด ดนตรีจะเปนเครื่อง ชวยดึงนักเรียนใหมาสนใจดนตรีพื้นเมือง ทำให ไมมีเวลาที่จะไปลองสิ่งเสพติดซึ่งเปนสิ่งไมดีตอ สุขภาพ จากการดำเนิ น งานตั้ ง แต ป พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๔๙ เปนตนมา ปรากฏวาไดผลเปนที่นาพอใจ อยางยิ่ง คือนักเรียน คณะครู ชุมชน มีวิถีชีวิต แบบประชาธิปไตย เปนผูมีคุณธรรมจริยธรรมรัก ความเปนไทย และหางไกลยาเสพติดรอยละรอย ซึ่งเปนความภูมิใจของชาวบอพนาเปนอยางยิ่ง จนทำใหโรงเรียนบานบอพนาไดรับคัดเลือกเปน โรงเรียนศูนยเครือขายโรงเรียนคุณธรรมชั้นนำ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต


๓ และปพุทธศักราช ๒๕๕๑ โรงเรียนไดรับการ ประเมินจากสวนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามโครงการประเมิน เสนอแนะและพั ฒ นาโรงเรี ย นคุ ณ ธรรมชั้ น นำ ระด���บการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับดีมาก และ ปจจุบันโรงเรียนไดรับการเสนอเพื่อคัดเลือกเปน โรงเรียนคุณธรรมชั้นนำตนแบบ ตอมาในปพุทธศักราช ๒๕๕๐ โรงเรียนจึง ไดตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปญญาอีสาน คือผญา ซึ่งนับวันเยาวชนคนรุนหลังมักจะลืม และไมสนใจ ซึ่งในอนาคตผญาคงจะสูญหายไป จากสังคมไทยอยางแนนอน ดังนั้นเราจึงไดจัด กิจกรรม “ผญาคุณธรรม” ผญา เปนคำพื้นเมืองอีสาน ความหมาย ตรงกั บ ภาษาบาลี สั น สกฤต ว า ป ญ ญาและ ปรัชญา หมายถึงองคความรูดานภาษา ซึ่งผญา อีสานนั้นถาจะเรียกวาสุภาษิตอีสานก็คงจะได เพราะผญานั้น จะเนนการอบรมสั่งสอนใหเปน คนดี ทั้งสอนการครองตน ครองคน ครองงาน ตลอดจนการครองเรือน ฯลฯ

คุ ณ ธรรม ตามพจนานุ ก รมฉบั บ ราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๒ หมายถึง สภาพคุณงามความดี ดังนั้น เมื่อนำคำวา ผญา และคุณธรรม มารวมกัน จึงกลายเปน “ผญาคุณธรรม” ซึ่ง หมายถึงการนำผญาหรือสุภาษิตคำสอนของชาว อีสาน โดยเลือกเฉพาะผญาที่เนนใหเกิดคุณธรรม จริยธรรมใหเกิดแกนักเรียนและเพื่อใหผญาคุณ ธรรมมีความแปลกใหมและจูงใจใหนักเรียนอยาก เรียนรูผญาคุณธรรมโรงเรียนจึงไดนำดนตรีพื้น เมืองคือพิณ มาบรรเลงประกอบผญาคุณธรรม ทำใหเปนทีส่ นใจของคณะครู นักเรียน และผูป กครอง เปนอยางยิ่ง จากการดำเนินงานสงผลใหนักเรียน คณะ ครู ผูปกครองไดพูดผญา และโรงเรียนไดนิมนต พระสงฆ ต ลอดจนเชิ ญ ผู เ ฒ า ผู แ ก ใ นชุ ม ชนได มาสอนผญา และอธิ บ ายความหมายให ลู ก ๆ นักเรียน ซึง่ ถือวานอกจากจะไดอนุรกั ษภมู ปิ ญ ญา อีสานแลว ยังสรางความสัมพันธที่ดีระหวางบาน วัด โรงเรียนไดเปนอยางดียิ่ง

อนุรักษศิลปะอันล้ำคา เด็กนักเรียนบอพนารัก ดนตรีพื้นเมือง

๓๕


อุดรธานี เขต ๓

พระอภัยมณี เรื่อง ทิพยณิชากร จันดาวัลย โรงเรียน บานโคกมุนเหลาสวรรค ต.สรอยพราว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

๓๖

ชื่อเหมือนตัวละครในวรรณคดีไทย พวก เราภูมิใจและดีใจที่ไดพระอภัยมณีเปนพระสอน ศีลธรรมในโรงเรียนของเรา โรงเรียนบานโคกมุน เหลาสวรรค สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๓ เขาโครงการ โรงเรียนวิถีพุทธตั้งแตปพุทธศักราช ๒๕๔๙ การ ดำเนิ น งานใช ห ลั ก การบริ ห ารโรงเรียนวิถี พุทธ ตามเกณฑ ม าตรฐานตั ว ชี้ วั ด การดำเนิ น งาน โรงเรียนวิถีพุทธของกระทรวงศึกษาธิการ แรกเริ่ ม ผู บ ริ ห ารโรงเรี ย นได จั ด ประชุ ม คณะครู แ ละคณะกรรมการสถานศึ ก ษา ให มี ความรู ความเขาใจในกระบวนการเรียนการสอน แบบวิถีพุทธ จากนั้นจึงจัดประชุมใหญในภาค เรียนที่ ๑ ปการศึกษา ๒๕๔๙ ใหผูปกครองและ ชุมชนรับทราบมติที่ประชุมจัดใหมีการทำบุญพิธี เปดปายประกาศตนเองเปนโรงเรียนวิถีพุทธ และ เฉลิมฉลองพระพุทธรูปประจำโรงเรียน เหตุการณ ครั้งนี้ทำใหเกิดประโยชนหลายประการคือ ๑. ไดปายโรงเรียนวิถีพุทธและพระพุทธ รูปประจำโรงเรียน ๒. คณะครู ผู ป กครอง นั ก เรี ย น และ ชุ ม ชน เกิ ด ความร ว มมื อ สมานสามั ค คี กลม

เกลียวกันดี ๓. นักเรียนไดใกลชิดพระสงฆ ไดรวม ศาสนพิธีอยางใกลชิด โดยทางโรงเรียนไดมอบ หมายใหนักเรียนเปนผูดำเนินการดานศาสนพิธี แบบรวมดวยชวยกัน หลวงพ อ พระอภั ย มณี สิ ริ ป ฺ โ ญ เจ า อาวาสวัดเหลาหวาพุทธคุณ หมูที่ ๘ บานเหลา หวา ตำบลสรอยพราว อำเภอหนองหาน จังหวัด อุดรธานี ไดปรารภกับผูบริหารโรงเรียนตอนหนึ่ง วา “...โรงเรียนบานเราเปนโรงเรียนวิถีพุทธแลว หลวงพอเองก็จะขอเปนแรงหนึ่งนะ ในการที่จะ ชวยสอนธรรมะใหกับเด็กได.....หาก ผอ.อยากให หลวงพอชวยก็บอกไดเลยนะ....หลวงพอก็อายุ มากแล ว อยากทำบุ ญ เป น ครั้ ง สุ ด ท า ยในชี วิ ต อยากสอนลูกสอนหลานใหรูจักพระพุทธศาสนา เพิ่ ม มากขึ้ น ดั ง คำสุ ภ าษิ ต ที่ ว า “สพฺ พ ทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ” การใหธรรมะเปนทานชนะการ ใหทั้งปวง” นับวาเปนนิมิตหมายที่ดี ผูบริหารโรงเรียน ได น ำคำพู ด ของหลวงพ อ พระอภั ย มณี ไ ปเป น ประเด็นในที่ประชุมคณะครูในโรงเรียน ทุกคนมี ความเห็นดวยทุกประการ จึงไดชวยกันจัดแบง


เวลาเรียนจัดตารางกิจกรรมการเรียนการสอนให กับหลวงพอพระอภัยมณี ไดเขาสอนในวันศุกร ทุกสัปดาหที่เปดทำการ เวลา ๑๔.๐๐น. ถึงเลิก เรียน เริ่มตนเดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ จนถึงปจจุบัน หลวงพอพระอภัยมณีเปนผูมีความตั้งใจ สั่งสอนแนะนำการปฏิบัติ ไมเคยละทิ้งหนาที่ที่รับ ผิดชอบ คนหาสื่อ นิทาน วีดีทัศน และกิจกรรม เสริมประสบการณตางๆ มาฝากนักเรียนเปน ประจำ ทำใหการเรียนรูนาสนใจไมเบื่อหนาย ทุ ก วั น ศุ ก ร สุ ด สั ป ดาห นั ก เรี ย นจะมี ค วามสุ ข กระตือรือรนในการเขารวมกิจกรรมกับหลวงพอ พระอภัยมณี จนถึงปพุทธศักราช ๒๕๕๐ หลวง พ อ ได รั บ แต ง ตั้ ง ให เ ป น พระสอนศี ล ธรรมใน โรงเรี ย นตามโครงการครู พ ระสอนศี ล ธรรมใน โรงเรียน ของกระทรวงวัฒนธรรม แตหลวงพอ บอกวา “ถึงไมมเี งินเดือนหลวงพอก็สอนได วาแต ผอ.อนุญาตใหสอน หลวงพอก็จะสอนตลอดไป” หลวงพอพระอภัยมณี นอกจากทานจะมี ความมุงมั่นในการสอนคุณธรรมใหกับนักเรียน แลว ทานยังเปนผูนำชุมชนในการกอสรางศาลา การเปรี ย ญและทำนุ บ ำรุ ง ศาสนสถานและให

บริการในการจัดคายอบรมเยาวชน “คายโครง งานคุณธรรม เยาวชนไทยทำดี ถวายในหลวง” ใหกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๓ จัดฝกอบรมการปฏิบัติธรรมใหกับประชาชน จนเกิ ด ผลงานเป น ที่ ป ระจั ก ษ จึ ง ได รั บ แต ง ตั้ ง สมณศั ก ดิ์ เ ป น พระครู ป ญ ญาสิ ริ ส าร ในป พุ ท ธ ศักราช ๒๕๕๑ ทางโรงเรียนและชุมชนไดรวมมือ กันจัดงานฉลองพัดยศใหกับทาน เพื่อเปนการ แสดงมุทิตาจิตและความกตัญูกตเวทิตาตอผูมี พระคุณ นั บ ว า หลวงพ อ พระอภั ย มณี สิ ริ ป ฺ โ ญ หรือพระครูปญญาสิริสาร เปนพระสอนศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียนวิถีพุทธที่เปนได มากกวาเปนผูสอน หมายถึง ทานเปนแบบอยาง ใหกับผูเรียนดานการกิน อยู ดู ฟง เปน เย็น สัมผัสไดนั่นเอง

๓๗


ขอนแกน เขต ๔

ปนรัก...

ดวยรักจากใจ เรื่อง ทองพูน เอกตาแสง โรงเรียน บานกระนวนซำสูง ถ.มิตรภาพ อ.น้ำพอง จ.ขอนแกน

๓๘

สั ง คมไทยในป จ จุ บั น มี แ ต ค วามวุ น วาย แกงแยงชิงดีชิงเดน มีการแขงขันที่รอนแรงใน ทุกๆ ดาน ไมวาจะเปนการทำลายสิ่งแวดลอม การเอาเปรียบผูดอยโอกาสกวา ผูที่ไมมีทางสู การวารายสอเสียดตางๆ สวนใหญมาจากความ เห็นแกตัว จิตใจแข็งกราว เห็นแกประโยชนสวน ตนเปนใหญ “จิตอาสา” มีอยูในตัวของมนุษยทุกคน เปนจิตที่มีความออนโยน หวังดีตอผูอื่น มีน้ำใจ ชวยเหลือผูอื่นอยางจริงใจ ไมหวังสิ่งตอบแทน การกระทำเชนนี้สงผลใหเกิดความสุขทางจิตใจ สุขที่ไดทำอะไรใหกับผูอื่นบางไมมากก็นอยตาม กำลังของตนเอง ผูที่มีจิตอาสาควรจะมีลักษณะที่ สำคัญ ๔ ประการ ไดแก การบำเพ็ญประโยชน


“จิตอาสา” มีอยู ในตัวของมนุษยทุกคน เปนจิตที่ มีความออนโยน หวังดีตอผูอื่น มีน้ำใจชวยเหลือ ผูอื่นอยางจริงใจ ไมหวังสิ่งตอบแทน

ตอสวนรวม การกระทำที่เปนประโยชนโดยความ สมัครใจไมมุงหวังสิ่งตอบแทนในรูปของสินจา��� รางวัล เปนการอุทิศกำลังกาย กำลังใจ และ เวลาใหแกสวนรวม ปนรัก...ดวยรักจากใจ สานสายใย เด็ก จิ ต อาสา เป น กิ จ กรรมหนึ่ ง ที่ ค ณะกรรมการ นักเรียนโรงเรียนบานกระนวนซำสูง สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาขอนแกน เขต ๔ รวมกลุมกัน สานสัมพันธจิตอาสา ชักชวนกันชวยเหลือคนชรา ในชุมชนใหพนจากความทุกข นักเรียนในกลุมนี้ จะเริ่มตนจากการรวมกลุมกันอยางสมัครใจใน การบำเพ็ญประโยชนเพื่อสวนรวม เมื่อไดสมาชิก ในกลุมจำนวนหนึ่ง นักเรียนจะเรียนเชิญคุณครู ในโรงเรียนมาคอยชวยเหลือเปนที่ปรึกษาคอย แนะนำในการใหความชวยเหลือคนชรา จากนั้น ก็จะออกพื้นที่สำรวจคนชราในหมูบานและเขต พื้นที่บริการของโรงเรียน โดยพิจารณาขอมูลวา ใครที่มีฐานะยากจนหรือพิการ ขาดคนดูแล ลูก หลานไปทำงานในกรุงเทพฯและตางถิ่น หรือมี คนชราที่ชวยเหลือตัวเองลำบาก อยูบานเลี้ยง หลานตัวเล็กๆ เพียงลำพังหรือไม เมื่อไดขอมูล แลว นักเรียนกลุมนี้จะแบงกลุมกันออกไปดูแล โดยมีคุณครูคอยเปนที่ปรึกษา บางก็เปนเพื่อนคุย บางก็อานหนังสือ เลานิทานหรือรองเพลงใหฟง บางก็ชวยงานบาน เชน ลางถวย ลางจาน กวาด บาน ถูบาน หรือบีบนวดใหเวลาทานปวดเมื่อย แมจะเปนเพียงมือเล็กๆ แตคุณตา คุณยายก็มี ความสุ ข อบอุ น เหมื อ นมี ลู ก หลานคอยดู แ ลอยู ใกลๆ ชีวิตที่เงียบเหงากลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีเด็กๆ กลุมนี้มาคอยดูแล

คุณยายรอด แสงจันทร หญิงชราวัย ๘๓ ป เปนหนึ่งในคนชราของโรงเรียน ที่นักเรียนออกไป ดูแล คุณยายอยูตัวคนเดียว สามีเสียชีวิตไปนาน แลว ไมมีบุตร ไมมีญาติ ไรซึ่งที่อยูอาศัย ไรที่ดิน ทำกิน สุขภาพรางกายไมแข็งแรง เดินหลังคอม จะไปไหนมาไหนก็ลำบากมาก ชาวบานขางเคียง สงสารจึ ง แบ ง ที่ ดิ น ให ป ลู ก บ า นพั ก อาศั ย และ อบต.ใหความชวยเหลือมอบเงินสรางบานอีกสวน หนึ่ง เด็กหญิงธิติมา สีเสมอ เปนนักเรียนที่อาศัย อยูใกลบานคุณยาย ไดชักชวนเพื่อนในกลุมออก ไปดูแลอยูเปนประจำ บางวันคุณยายไมมีขาวกิน นักเรียนกลุมนี้ก็จะไปขอขาวจากหลวงตาที่วัดมา ใหคุณยาย หากเดือนใดมีวันพระตรงกับวันเสารอาทิตย เด็กๆ ก็จะไปหาคุณยายชวยกันพยุง ๓๙


ทานไปทำบุญที่วัด บางวันก็รองเพลงใหคุณยาย ฟง อานหนังสือ ทำงานบาน บางวันชวยคุณยาย เก็บฟนมาไวสำหรับหุงหาอาหาร การปฏิบัติตน ของนักเรียนกลุมนี้สรางความตื้นตันใจใหกับคุณ ยายมาก คุณยายเลาวา “ยายรูสึกซาบซึ้งใจ เพราะ ชีวิตของยายอยูตัวคนเดียวมาตั้งแตคุณตาเสีย ชีวิตไป มีแตความลำบาก มีชาวบานบางคนชวย เหลือ ใหขาวกินบาง เพราะคุณยายหาเงินเลี้ยง ตั ว เองไม ไ ด มี เ พี ย งเบี้ ย ยั ง ชี พ ไม มี ร ายได อื่ น บางครั้งก็เก็บฟนเล็กๆ นอยๆ แลกอาหารจาก ชาวบาน บางวันไมสบายก็ไมสามารถหาเงินมา ซื้อขาวกิน ลำบากมาก ตั้งแตมีเด็กๆ กลุมนี้มา ดูแลยาย ชวยทำงานบานให พาไปทำบุญที่วัด ซึ่ ง ยายอยากไปแต ก ารเดิ น เหิ น ก็ ล ำบากมาก เด็ ก ๆ กลุ ม นี้ ท ำงานให ย ายด ว ยความเต็ ม ใจ เพราะยายสังเกตวาเด็กกลุมนี้ไมเคยบน ยิ้มแยม แจ ม ใส ชวนยายคุ ย ตลอด ทำให ย ายรู สึ ก ว า ตนเองไมไรคา มีความหวัง เหมือนมีลูกมีหลาน มาคอยดูแล อยากมีชีวิตอยูตอไป อยากขอบใจ เด็กกลุมนี้และคุณครูจริงๆ ที่ไมทิ้งคนแกอยาง ยาย” คุณยายกลาวดวยเสียงอันสั่นเครือ น้ำตา คลอ สิ่งที่นักเรียนโรงเรียนบานกระนวนซำสูง รวมกันทำนั้น แมเปนเพียงสิ่งเล็กๆ นอยๆ ที่ ๔๐

กำลังของตนเองจะพอทำได เสียสละเวลาของ ตนเองที่ควรจะไดเลนสนุกๆ กลับนำเวลานั้นมา ทำใหคนชราหลายคนมีความสุข มีกำลังใจที่จะ ดำเนินชีวิตตอไป สิ่งที่เด็กเหลานั้นไดรับกลับไป คือพรที่คุณตา คุณยายทุกทานให นับเปนความ สุ ข ใจ ปลื้ ม ใจ ภู มิ ใ จ ที่ ต นเองสามารถสร า ง ความสุข สรางรอยยิ้มใหกับผูอื่นได นับวาการ กระทำเชนนี้เปนการใหที่ไมหวังสิ่งตอบแทนโดย แทจริง ถาคนทุกคนเติมความมีจิตอาสาอีกคนละ นิ ด มี ใ จคิ ด ถึ ง ผู อื่ น บ า ง ไม เ พี ย งแต คิ ด ถึ ง แต ตนเอง ยื่นมือออกมาชวยคนอื่นบางคนละหนึ่ง มือ สรางสิ่งดีงามใหเกิดขึ้นในสังคม อยางนอย คนละนิด การเบียดเบียนผูอื่นอันเกิดจากความ เห็นแกตัวจะลดลง สภาพสังคมของพวกเราคงจะ งดงามขึ้นอีกไมนอย ความสุขในสังคมจะกลับมา เราลองมาสำรวจตัวเราดูซิวา “วันนี้เรามีจิตอาสา ใหกับใครบางหรือยัง” ถายัง “พรุงนี้ก็ยังไมสาย เกินไปสำหรับการรอคอยของผูที่รอความหวัง”


อุดรธานี เขต ๑

สิ่งแปลกใหม ในโรงเรียน เรื่อง ธิดาวัน นาคเสน โรงเรียน บานโนนนกหอ (เพ็งแสนวิทยา) ต.โนนนกหอ อ.สรางคอม จ.อุดรธานี

๔๑


โครงการเลี้ยงปลาเพื่อ อาหารกลางวัน

๔๒

ทามกลางแสงแดดอุน อุดมดวยแมกไม นานาพั น ธุ แต ที่ เ ห็ น ได ชั ด คงเป น ต น ยางใหญ และตนสักที่รมรื่น มีโรงเรียนเล็กๆ (นักเรียน ๔๓ คน) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต ๑ ตั้งอยูติดกับเขตพื้นที่จังหวัดหนองคาย ชื่อโรงเรียนบานโนนนกหอ (เพ็งแสนวิทยา) วั น หนึ่ ง โรงเรี ย นได จั ด ทำโครงการเลี้ ย ง ปลา เลี้ยงกบ เพื่อใชประกอบการทำอาหารกลาง วันสำหรับนักเรียน เนื่องจากมีวัสดุที่เหลือจาก การปรับปรุงซอมแซมอาคารเรียน จึงทำอางเลี้ยง ปลาและเลี้ยงกบ การทำอางนั้น ตองทำสูงพอ ประมาณ เนื่องจากปลาตัวเล็ก นักเรียนก็ตัวเล็ก ปองกันการพลัดตกของนักเรียนดวย หลังจากกอ อิฐฉาบปูนทำอางเรียบรอยแลว ก็เปดน้ำและนำ ตนกลวยมาแชไว ๒ สัปดาห เพื่อดูดซึมความ เปนดางของปูน (ตามภูมิปญญาของชาวบาน) เมื่อครบตามกำหนด คุณครูก็นำปลาดุกและกบ จำนวน ๓๐๐ ตัว มาปลอยลงในอางเลี้ยงปลา เช า วั น นี้ ทุ ก คนตื่ น เต น มากที่ จ ะได เ ลี้ ย ง ปลาและกบไวสำหรับเปนอาหารรับประทาน หลัง จากที่ ทุ ก คนเคารพธงชาติ สวดมนต ไ หว พ ระ เสร็จเรียบรอยแลว คุณครูเวรประจำวันไดใหการ อบรมนักเรียนประจำวันวา วันนี้คุณครูไดนำพันธุ

ปลาและกบมาปลอยไวที่อางเลี้ยงปลา และอาง เลี้ยงกบ เพื่อเลี้ยงไวสำหรับเปนอาหารกลางวัน สำหรับนักเรียนทุกคน ใหนักเรียนชวยกันดูแล และเนื่องจากปลาตัวเล็ก การใหอาหารตองจำกัด ไมควรใหมากเกินไปจะทำใหน้ำเนาเสีย และไม ควรนำเศษอาหารอื่ น ๆ ลงในอ า งเลี้ ย งปลา เพราะอาจทำใหปลาตายได เนื่องจากเปนสิ่งแปลกใหมที่เกิดขึ้นภายใน โรงเรียน เด็กๆ ตื่นเตน สนใจมากเปนพิเศษ มา ถึ ง โรงเรี ย นแต เ ช า นั ก เรี ย นชอบไปดู แ ละให อาหารปลาและกบ แตแ ลวพอถึ งตอนบายก็มี นักเรียนมารายงานคุณครูวา เด็กชายซิกส เอาไม แทงปลาตาย ๕ ตัว หลังจากนั้นคุณครูจึงเรียก เด็กชายซิกสมาซักถามวาทำไมจึงเอาไมแทงปลา จนมันตาย และตักเตือนไมใหทำ เด็กชายซิกสก็ รับปากกับคุณครูวาจะไมทำอีก เชาวันตอมาปรากฏวามีปลาตายเพิ่มอีก ๑๐ ตัว วางอยูบนขอบอาง คุณครูจึงประกาศ หามนักเรียนไปเลนที่อางเลี้ยงปลา ยกเวนเวรที่ รับผิดชอบการใหอาหารประจำวันเทานั้น หลายวันผานไป นักเรียนมารายงานวามี ปลาเพิ่มขึ้นและตัวโตกวาเดิมมาก ทุกคน���็สงสัย วาเกิดอะไรขึ้น จึงสอบถามนักเรียน พบวา เด็ก


ชายซิกสเห็นปลาตาย และปลาในอางเหลือนอย จึงไปขอปลาที่เลี้ยงไวที่บานของคุณยา มาใสใน อางเลี้ยงปลาของโรงเรียนแทนปลาที่ตายไป ในวั น ต อ มานั ก เรี ย นที่ รั บ ผิ ด ชอบเวรให อาหารปลามารายงานคุณครูวามีปลาตายอีกแลว คุณครูและนักเรียนจึงชวยกันคิดหาสาเหตุที่ทำให ปลาตาย เมื่อสอบถามกับชาวบานที่เคยเลี้ยง พบ วาสาเหตุการตายของปลาเกิดจากอางเลี้ยงปลา เปนอางใหม และน้ำที่ใชเปนดางทำใหปลาตาย ไมไดมีสาเหตุมาจากเด็กชายซิกสใชไมทิ่ม แตใน ทางกลับกัน เมื่อปลาตายเด็กชายซิกสเอาไมจิ้ม ปลาที่ตายออกจากอางมาไวขอบอาง เพื่อไมให น้ำเนา เชาวันรุง ขึน้ หลังจากเคารพธงชาติสวดมนต

ไหวพระเสร็จเรียบรอยแลว คุณครูเวรประจำวัน จึงเรียกเด็กชายซิกสออกมาหนาเสาธง และให นักเรียนทุกคนปรบมือแสดงความชื่นชมที่เด็ก ชายซิกสเปนแบบอยางที่ดี มีความรับผิดชอบตอ ตนเองและสวนรวม ชวยดูแลรักษา เอาใจใสใน การเลี้ยงปลาเปนอยางดี ทำใหเด็กชายซิกสมี ความภาคภูมิใจเปนอยางยิ่ง และกอใหเกิดผลดี มาจนถึงปจจุบัน ณ วันนี้ นักเรียนโรงเรียนบานโนนนกหอ (เพ็งแสนวิทยา) ทุกคนมีความสุข สนุกสนานกับ การไดดูแลปลาและกบ มองดูปลาแหวกวายใน อางเลีย้ งปลา อีกทัง้ ยังมีความภาคภูมใิ จทีส่ ามารถ เลี้ ย งปลาและกบมาทำเป น อาหารกลางวั น อั น แสนโอชามารับประทานกัน นั ก เรี ย นทุก คนมี ค วามสุ ข ที่ ไ ด เ ลี้ ย งปลา และเลี้ยงกบ

๔๓


หนองบัวลำภู เขต ๑

ชีวิตตองสู เรื่อง กฤษณะ แสงมี โรงเรียน กุงแกววิทยาคาร ต.กุงแกว อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู

๔๔

ทุ ก ชี วิ ต ที่ เ กิ ด มาบนโลกนี้ ล ว น แล ว แต ต อ งต อ สู ชี วิ ต อย า ไป ทอถอยตออุปสรรคมากมาย ไม วาจะตองเหน็ดเหนื่อย ลำบากสัก เพียงไหน ก็ตองดิ้นรนตอชีวิตที่ ยากลำบาก เพื่อให ในวันขางหนา จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เด็กหญิงสุภาวรรณ ชัยบัง นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ ๒ โรงเรียนกุงแกววิทยาคาร ก็ เปนอีกคนหนึ่ง ที่เกิดมาในครอบครัวที่ไมมีความ เพียบพรอมเหมือนคนอื่น เครื่องอำนวยความ สะดวกที่บานอื่นๆ ใชกันนั้น แทบไมรูจัก ที่พอมี ติดบานก็แคพัดลมเกาๆ ที่พอใชปดเปาความ รอนไปไดบาง บานของเธอเองยังสรางไมเสร็จ แถมยังไมมีรถจักรยานยนตเหมือนเพื่อน การเดิน ทางไปโรงเรียนจึงตองอาศัยกำลังขาเดินไปมา ดวยระยะทาง ๒ กิโลเมตร ทุกวัน ถือวาเปนการ ออกกำลังกายที่ทำใหรางกายเธอแข็งแรง ครอบครัวของเธอนั้นก็ดันมาแตกแยกไม ไดอบอุนเหมือนครอบครัวคนอื่น “แมของหนูปวย ตั้งแตเธอยังอยูในทองแม พอแมคลอดหนูออกมา ก็ไมสามารถใหนมได หนูจึงไมไดรับน้ำนมจาก


แมเลยแมแตหยดเดียว ความอบอุนจากออมอก แมในเวลาที่ใหนมลูก หนูจึงไมเคยไดสัมผัสมัน” แตแมก็เลี้ยงดูและใหความรัก ความอบอุนตอลูก อยางดีที่สุดเทาที่แมคนหนึ่งจะสามารถทำใหลูก ไดตลอดมา พอเธออายุได ๑๑ ป แมของเธอก็ ปวยหนักอีกครั้ง เธอจำเปนตองหยุดเรียนเพื่อที่ จะไดดูแลแมไดอยางเต็มที่ หนำซ้ำแมเองก็ยัง ปวยหนักมากขึ้นทุกวัน “หนูรูสึกสงสารแมจับ หัวใจ แตสิ่งที่หนูทำไดในเวลานั้นก็คือใหกำลังใจ ใหกำลังใจจนกระทั่งลมหายใจสุดทายของแมโรย ออนและดับสิ้นลง” ในเวลาแคเพียงหนึ่งสัปดาห เทานั้น เหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตอหนา สูญ สิ้ น ทุ ก อย า งแล ว ในชี วิ ต นี้ ชี วิ ต ที่ ข าดแม ดู มั น อางวาง หนาวเหน็บเหลือเกิน และแลวงานศพ ของแมก็ผานไป เธอไดอาศัยอยูกับพอและพี่ชาย แตโชคชะตายังเลนตลกกับเธอไมยอมเลิก แม จากไปยังไมถึงเดือน พอก็มาจากเธอไปอีกคน แตไมใชความตายที่พรากพอไป กลับเปนพอที่นำ ผู ห ญิ ง คนใหม ที่ พ อ ยกมาไว แ ทนที่ แ ม ข องเธอ เทานั้นเอง เธอกับพี่ชายก็เลยกลายเปนลูกกำพราทั้ง แมและพอ ใชชีวิตอยูใตชายคาบานหลังเดิมเพียง ๒ คนพีน่ อ ง เมือ่ ไรบคุ คลทีเ่ ปนเสาหลัก จึงสงผล ใหครอบครัวของเธอมีความลำบาก อัตคัดเพิ่ม ขึ้น พี่ชายของเธอจึงตัดสินใจเดินหนาตอสูกับ โชคชะตา เขาหางานทำที่กรุงเทพมหานคร เพื่อ หวังในใจวาชีวิตนี้จะมีอะไรดีขึ้นมาบาง จากนั้น เธอจึงไดมาอาศัยอยูกับนา เธอไมเคยปลอยเวลา ใหเดินเลยผานไปอยางไรคาแมสักวินาทีเดียว ทั้ง งานในบาน และงานนอกบาน “หนูเต็มใจทำงาน ชวยทานไมเคยบนคะ จนถึงวันนี้หนูอยูก บั ทานมา ได ๓ ปแลว ตอนนีห้ นูอายุ ๑๔ ป ยาง ๑๕ ป แมวาชีวิตครอบครัวจะมีปญหามากมาย แตในใจ หนู ยั ง อดทนและมุ ง มั่ น ที่ จ ะดำเนิ น ชี วิ ต อย า ง

มั่นคงที่สุดคะ” ความเปนจริงแลวปญหานั้นลวน มีกันทุกคน อยูที่วาใครจะมีความสามารถ วิธี การในการฝาฟนปญหานั้นไปไดเทานั้นเอง “ในคราวที่มีปญหาใหขบคิด หนูไมคอยที่ จะปรึ ก ษาใครต อ ใคร อาจเป น เพราะสภาพ ครอบครัวที่ทำใหหนูไมกลา แตหนูเองก็ไมเคย คิดที่จะเดินทางไปในหนทางที่ผิด ไมเคยคิดที่จะ พึ่งพายาเสพติด หรือทำตัวใหไรคา ใหกำลังใจ ตัวเอง ปลอบใจตัวเองยามออนลา นั่นคือสิ่งที่หนู ทำเสมอในเวลาที่รูสึกทอแทเหนื่อยใจ” และผล การเรียนของเธอก็ดูจะคอนขางดี แตที่ยังขาดก็ คือทุนทรัพยที่จะชวยผลักดันใหชีวิตของเธอไดมี โอกาสกาวสูงขึ้นเหมือนคนอื่นบาง ในวันหยุด เสาร-อาทิตย เด็กคนอื่นมีโอกาสวิ่งเลนหรือไมก็ นอนดูโทรทัศนที่บาน แตตัวเธอนั้นตองดิ้นรน ๔๕


“หนูไมเคยคิดเลยที่จะนอยใจในโชคชะตา ไมโทษ ดวง เพราะหนูจะทำใหดวงของหนูดีขึ้นเรื่อยๆ”

รับจางทั่วไป “หนูไมมีเวลาที่จะไปวิ่งเลนหรอกคะ หนูเองก็ไดแตทำงานไมวาจะเปน ปลูกออย ตัด ออย ดายหญา ขุดมัน เปนตน แลวแตใครจะ จางทำอะไร หนูแคยิ้มรับ ดีใจที่มีงานทำ มีราย ไดแบงเบาภาระครอบครัวเก็บออมไวใชในยาม จำเปนก็เพียงพอแลว” ถึงแมวาครอบครัวของเด็กหญิงสุภาวรรณ จะยากจนแตก็ยังคงใชชีวิตอยางพอดี เดินตาม รอยเท า พ อ หลวงอย า งมั่ น คงบนเส น ทางของ ความพอเพียง โดยการปลูกพืชผักสวนครัวไวรับ “หนูจะพยายามเดินเขาไปหาโอกาส และ ประทานเอง แบงใหเพื่อนบานบาง เหลือกินเราก็ สร า งโอกาสให กั บ ตั ว เอง แต ยั ง แอบหวั ง ในใจ ขาย เปนรายไดเสริมคะ แมในวันนี้เธอจะใชชีวิตอยูในครอบครัวที่ เสมอวา สักวันหนึ่งโอกาสคงจะมองเห็นหนูบาง ไมสมบูรณนัก แตเธอก็สามารถเลือกที่จะปฏิบัติ เชนกัน” ตนให เ ป น ประโยชน ต อ ตนเอง สั ง คม และ ประเทศชาติได “หนูไมเคยคิดเลยที่จะนอยใจใน โชคชะตา ไมโทษดวง เพราะหนูจะทำใหดวงของ หนูดีขึ้นเรื่อยๆ” โดยเธอเองไดยึดหลักดวงเฉพาะ ตัว ด คือ ดี จะพูดดี คิดดี และทำดี ว คือ วิชา จะศึกษาหาความรูอยูเสมอ และ ง คือ งาน จะ ตั้งใจทำงาน เพราะการทำงานทำใหชีวิตเรามี คุณคา เปนอยางไรครับเด็กหญิงสุภาวรรณ ชัยบง มี หลักการที่นาสนใจมากเลยทีเดียวนะครับ ไมวา เรื่องรายๆ ที่ผานมาถือวาเปนบทพิสูจนความ อดทนฝกใหเธอเปนคนเขมแข็งมากกวาคนอื่น ไดเปรียบคนอื่น ใหกำล���งใจตัวเอง ปลอบใจตัว เอง นั่นคือสิ่งที่ตองทำอยางสม่ำเสมอ อดทนเขา ไวเพื่อนาคตที่ดีขึ้น

๔๖


ขอนแกน เขต ๓

ครูขา...หนูขอโทษ

เรื่อง สมพงษ อัสสาภัย โรงเรียน บานหนองแรง อ.หนองสอง จ.ขอนแกน

๔๗


แมนี้มีบุญคุณอันใหญหลวง แมเฝาหวง หวงลูกแตหลังเมื่อยังนอนเปล...แมเราเฝาโอละเห กลอมลูกนอยนอนเปลไมหางหันเหไปจนไกล “นี่เบญจมาศเธอจะไปไหน เวลากลางวัน โรงเรียนไมอนุญาตใหนักเรียนออกนอกโรงเรียน นะ” “คุณครูขาหนูมีความจำเปนที่จะตองไป ทำธุระจริงๆ นะคะ” เบญจมาศมองครูเวรดวย สายตาละหอยประหนึ่งวิงวอนคุณครูวา...”หนูจำ เปนจริงๆ ที่จะตองไปใหได” คุณครูพรรณี ครูแนะแนวของโรงเรียนและ เป น ครู ผู ท ำหน า ที่ ค รู เ วรวั น นั้ น มองมายั ง เบญจมาศอยางไมเขาใจและพยายามที่จะคาด คั้ น เอาความจริ ง จากเบญจมาศให ไ ด “ทุ ก วั น คุณครูเวรเขาจะมารายงานครูเสมอนะวาเธอขอ อนุญาตออกนอกโรงเรียนตอนพักเที่ยง หรือบาง ครั้งเธอก็แอบปนรั้วโรงเรียนออกไป เธอมีเหตุผล อะไรบอกครูไดไหม คะแนนความประพฤติเธอ ถูกครูฝายปกครองตัดใกลจะหมดแลวนะ เดี๋ยวก็ ไมมีสิทธิสอบหรอก” คำพูดและสายตาของครู แฝงไปดวยความออนโยนและพยายามที่จะคาด คั้นเอาความจริงจากเธอใหได เบญจมาศมองครู ด ว ยสายตาละห อ ยที่ วิ ง วอน ประหนึ่ ง วิ ง วอน คุณครูวาหนูจำเปนจริงๆ ที่จะตองไปใหได ท า มกลางพฤติ ก รรมดั ง กล า วของ เบญจมาศที่เกิดขึ้นวันแลววันเลาทำใหขาพเจา เกิดความสงสัยวา เบญจมาศเด็กผูหญิงตัวเล็กๆ ๔๘

ร า งกายผอมคล า ยๆ กั บ คนขาดสารอาหาร เสื้ อ ผ า ที่ ใ ส ก็ เ ก า ดู ซ อมซ อ เป น นั ก เรี ย นชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาป ที่ ๒ ที่ ข า พเจ า สอนอยู เธอมี ภารกิจอันใดที่เธอบอกวาเปนความจำเปนของ เธอ เที่ ย งวั น หนึ่ ง ข า พเจ า จึ ง ชวนเพื่ อ นของ เบญจมาศซ อ นท า ยมอเตอร ไ ซค ท า มกลาง แสงแดดอันรอนผาว เธอไดบอกเสนทางไปบาน ของเบญจมาศ พอขาพเจาไปถึงดูเหมือนวาเธอ จะตกใจกลัวขาพเจา บานหลังเกาๆ ชั้นเดียว สังกะสีเปนรูโหวพอกันแดดกันฝนไดในระดับหนึ่ง ขาพเจามองเห็นผูหญิงวัยประมาณ ๔๐-๔๕ ป นอนอยูบนแครดวยสีหนาที่อิดโรย ดวงตาที่แหง ผาก พยายามพยุงกายลุกขึ้นเมื่อเห็นขาพเจา ยก สองมื อ อั น สั่ น เทาพยายามสวั ส ดี ข า พเจ า ... ขาพเจาฉุกคิดขึ้นทันทีวา นี่กระมังที่เบญจมาศ เธอบอกวาเปนความจำเปนของเธอ เด็กนอยรีบ บอกขาพเจา “คุณครูขาแมหนูไมสบาย เปนโรค เหนื่ อ ยหอบ ไม มี แ รง แขนขาก็ ย กแทบไม ขึ้ น กลางวันหนูตองรีบมาปอนขาวปอนน้ำใหแมคะ” ขาพเจารูสึกจุกในอก พยายามพูดออกมาดวย ความยากลำบากวาไมตองลุกหรอกปา นอนตาม สบายเถอะ แลวขาพเจาก็มองมาที่เบญจมาศที่ กำลังพยายามพยุงแมใหลุกขึ้น “เบญจมาศ แม เธอไมมีคนดูแลเหรอ คุณพอไปไหนหละ” เด็ก นอยตอบขาพเจาดวยใบหนาเศราวา “คุณพอเสีย ชีวิตเมื่อสามปกอนคะ หนูอยูกับแมและนองชาย อีกหนึ่งคนคะ”


“คุ ณ ครู ข าแม ห นู ไ ม ส บาย เป น โรคเหนื่ อ ยหอบ ไมมีแรง แขนขาก็ยกแทบไมขึ้น กลางวันหนูตอง รีบมาปอนขาวปอนน้ำใหแมคะ”

หลังจากที่ไปเยี่ยมเบญจมาศวันนั้นทำให ขาพเจาไดทราบวา ครอบครัวของเบญจมาศมีกัน สามคนคือแม เบญจมาศ และนองชายที่กำลัง เรียนอยูชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ สมบัติที่มีก็เปน เพียงที่ดินประมาณ ๖๐ ตารางวา พรอมกับบาน เกาคร่ำคราหลังที่อยูในปจจุบัน ตื่นเชาขึ้นมาเธอ จะให น อ งชายไปขอข า วก น บาตรจากวั ด ใน หมูบาน สวนเธอจะหาอาหารเทาที่จะหาไดมาทำ กิ น ในครอบครั ว เสาร อาทิ ต ย มี ค นจ า งไป ทำงานเธอจะไปหมดไมมีการเลือกงาน สวนคา ตอบแทนที่ไดแลวแตเขาจะให เธอไมเคยเรียก รองเลย เพราะเธอมองวาเธอเปนเพียงเด็กหญิง ตัวเล็กๆ แคเขาจางใหทำงานก็นับวาเปนบุญแลว พอฟงเรื่องราวของเธอจบ ขาพเจาน้ำตา รวงไหลออกมาโดยไมรูตัว ขาพเจาอยากชวย เหลือลูกศิษยตัวนอยๆ คนนี้ใหพนจากวังวนแหง ความทุกขนี้เสียเหลือเกิน ขาพเจาจึงนำเรื่องนี้ไป ปรึ ก ษาผู อ ำนวยการโรงเรี ย นและคณะครู ใ น โรงเรียน โดยนำเขาในระเบียบวาระการประชุม ประจำเดื อ นของโรงเรี ย น เมื่ อ ที่ ป ระชุ ม ได ฟ ง ขาพเจาพูดจบ ทุกคนตางก็คิดไมถึงวาจะมีลูก ศิษยทมี่ คี วามทุกขยากขนาดนีอ้ ยู พอรูเ รือ่ งทุกคน ตางก็เสียสละเงินทองเทาที่พอจะชวยได บาง ทานก็นำเสื้อผา รองเทาทั้งเกาและใหมที่มีสภาพ ดี และอุปกรณที่จำเปนอื่นๆ มามอบให เพื่อให ครอบครัว ของเบญจมาศมี ค วามเปน อยูที่ดีขึ้น โรงเรียนไดนำระบบดูแลชวยเหลือนักเรียนเขามา

ชวยเหลือทันที โดยใหทุนการศึกษาทั้งเบญจมาศ และนองชาย อีกทั้งแมครัวที่มาทำอาหารกลาง วันก็แบงอาหารหอใสถุงใหเบญจมาศนำกลับไป ทานที่บานทุกวัน ทานผูอำนวยการโรงเรียนไดทำ เรื่องไปยังกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุ ษ ย เพื่ อ ขอความช ว ยเหลื อ ให กั บ ครอบครัวเบญจมาศ ซึ่งไดรับการชวยเหลือใน ระดับหนึ่ง ปจจุบันนี้เบญจมาศไดรับสิทธิพิเศษ จากทางโรงเรียนใหออกไปดูแลแมตอนเที่ยงทุก วัน ทามกลางสายตาอันชื่นชมจากคณะครูใน ความกตัญูกตเวทีของเธอ โครงการเยี่ยมบาน ของนักเรียน และโครงการกิฟ๊ แอนดเทคของโรงเรียน ปนี้ก็ไดชวยเชนกันในเรื่องการซอมแซมบานของ เธอใหดูเปนบานและนาอยูมากขึ้น “บวชเรี ย นพากเพี ย รจนสิ้ น หยดหนึ่ ง น้ำนมกินทดแทนไมสิ้นพระคุณแมเอย...” ความดี ของเธอทำใหความพยายามที่เธอมี ความดีที่เธอ สั่งสม ขอใหเธอไดพบแตสิ่งดีๆ และดำรงชีวิตอยู ดวยความสุขนะเบญจมาศ เด็กดีของคุณครู...

๔๙


มุกดาหาร

เรื่อง พิชิต ปาระพิมพ โรงเรียน ผาเทิบวิทยา ต.บานแกง จ.มุกดาหาร

ขยัน อดทน ชนะความจน

ขยันอยางอดทน ขยันในทางที่ถูกตอง ขยันอยางมีสติปญญา ชวยรอดพนจากความจน

๕๐


ความขยั น ตามพจนานุ ก รมฉบั บ ราช บัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (๒๕๔๖ : ๑๖๖) ให ความหมายของคำวา ขยัน หมายถึง การทำงาน อยางแข็งขันไมปลอยปละละเลย หรือประพฤติ ตนเป น ปกติ ส ม่ ำ เสมอ ส ว นคำว า อดทน ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ (๒๕๔๖ : ๑๓๒๒) ให ค วามหมายไว ว า อดทน หมายถึ ง ความ บึกบึน ยอมรับสภาพความลำบาก ตรงกับคำ สอนของพระพุ ท ธศาสนา ซึ่ ง ใช ค ำว า ขั น ติ หมายถึง ความอดทน เมื่อมนุษยเรายึดหลักความขยัน ความ อดทนไวใชในชีวิตประจำวันแลว ความอดอยาก ความยากจนคงไมมีโอกาสมาเปนสวนหนึ่งของ การดำรงชีวิตของเราอยางแนนอน

นายไพรวัลย ศรีลาศักดิ์ หรือ ขวัญ เด็ก หนุมผูมีความขยันและอดทนในตัว ญาติพี่นอง และเพื่อนตางใหสมญานามวา “เด็กหนุมผูระลึก อดี ต ชาติ ไ ด ” ขณะนี้ ก ำลั ง ศึ ก ษาในระดั บ ชั้ น มัธยมศึกษาปที่ ๕ โรงเรียนผาเทิบวิทยา ตำบล บานแกง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ขวัญอาศัยอยูกับพี่ชายเพียงลำพังสองคน เพราะผูเปนพอไดเสียชีวิตตั้งแตขวัญยังเด็ก ซ้ำ รายผูเปนแมยังมาเสียชีวิตดวยโรคภายในชอง ทองอีกเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๓ จึงทำให วิถีชีวิตของขวัญตองลำบากกวาเพื่อนรุนราวคราว เดียวกัน เพราะขวัญขาดเสาหลักอันสำคัญที่คอย ช ว ยพยุ ง ชี วิ ต ของขวั ญ ให ตั้ ง มั่ น อยู บ นฐานของ ความดี จะเหลือก็แคพี่ชายคนเดียวและญาติพี่

ฝูงวัวนับยี่สิบตัวทั้งที่เปน ของตัวเองและของโรงเรียน ซึ่งขวัญไดนำไปเลี้ยงตาม ทองทุงนาที่แหงแลง

๕๑


นองที่คอยใหกำลังใจขวัญอยูในขณะนี้ ดังนั้น ตั้ง แตตื่นนอนจรดพระอาทิตยลับขอบฟา ขวัญแทบ ไม มี เ วลาว า งเป น ของตั ว เอง เพราะคอยหา กิจกรรมตางๆ ที่สรางสรรคอันเกิดจากสติปญญา ของตนทำอยู เ สมอ เช น ทำม า นั่ ง ด ว ยเศษไม เปนตน ถึ ง แม ว า ขวั ญ จะเรี ย นไม ค อ ยเก ง แต มี วิญญาณแหงความขยันติดตัว จึงทำใหขวัญมีวิถี ชีวิตอยูแบบพอเพียง ตอนเชา ขวัญรีบตื่นนอน กอนใครเพื่อเปดรานขายของชำเล็กๆ ที่ตั้งอยู กลางหมูบาน รอลูกคามาจับจายสินคาที่จำเปน ตอการดำรงชีวติ ในแตละวัน บางวันก็ขายดี บางวัน ก็ขายไดเงินเพียงนอยนิด แตขวัญก็ไมเคยทอและ ไม เ คยคิ ด ที่ จ ะเลิ ก ค า ขาย ถึ ง แม จ ะขาดแม ไ ป อีกคน เวลาสาย ขวัญตองเตรียมสำรับอาหาร พรอมกระเปาสะพายที่ถักทอดวยฝายพื้นเมืองสี ขาว มุงหนาสูทองทุงอันแหงแลงที่เต็มไปดวยตอ ขาวซึ่งไกลจากหมูบานเปนหลายกิโลเมตร ทั้งนี้ เพื่อนำวัวของตนทั้งยี่สิบตัวและวัวในโครงการ โรงเรียน ปวช. ของโรงเรียนผาเทิบวิทยา ซึ่งขวัญ อาสารับเอาไปเลี้ยงในชวงปดภาคเรียนโดยไมคิด คาตอบแทน ออกหาเล็มหญาที่แหงกรอบเพราะ พลังอำนาจจากแสงของดวงอาทิตย บริเวณใดที่ ๕๒

ไมมีหญาใหวัวไดกินอยางเต็มอิ่ม ขวัญตองคอย ไลตอนฝูงวัวออกหากินหญาในบริเวณที่ไกลออก ไป นับไดวาเปนนักเรียนที่มีจิตอาสาคนหนึ่งของ สังคมที่ควรคาแกการยกยอง ในขณะที่ ฝู ง วั ว ออกกิ น หญ า ตามลำพั ง ขวัญไมปลอยเวลาใหวางเปลา ขวัญยังไดเตรียม อุปกรณจับกิ้งกาซึ่งประดิษฐจากไมไผลำเล็กๆ โดยมีเชือกผูกเปนบวงที่ปลายไมแลวนำไปคลอง กิ้ ง ก า ตามป า ดิ บ แล ง หรื อ ไม ก็ ใ ช ส วิ ง มาช อ น ลูกปลาตามลำหวย ไดบางไมไดบางขึ้นอยูกับฤดู แตขวัญก็ไมเคยยอทอตอความยากลำบาก บาง ครั้งการที่ขวัญจะไดมาซึ่งเงินทอง ขวัญตองสู แดดสูลมรับจางดายหญาในไรมันสำปะหลังที่ชาว บานมาวาจาง เพื่อแบงเบาภาระจากผูเปนแมได อีกทางหนึ่ง นอกจากขวัญจะมีความขยันอดทนติดตัว แลว ยังเปนผูมีอารมณสุนทรียในเรื่องดนตรีดวย โดยดนตรีที่ขวัญประทับใจและชอบบรรเลงมาก ที่สุดคือ “พิณ” ดนตรีแหงภาคอีสาน ทุกครั้งที่มี งานมงคลตางๆ เชน งานบวช งานบุญประจำป บุ ญ อุ ทิ ศ ส ว นกุ ศ ลแก ผู ล ว งลั บ ไปแล ว เป น ต น ขวัญจะรวมกลุมกับนักดนตรีรุนพอตระเวนมอบ ความบันเทิงใหกับผูเฒาผูแกแลกกับคาจางครั้ง ละ ๑๐๐-๓๐๐ บาท ถึงแมจะไดคาจางไมมาก


เทาใดนัก แตขวัญก็ภาคภูมิใจที่ไดเปนสวนหนึ่ง ของการอนุ รั ก ษ วั ฒ นธรรมอั น ดี ง ามของภาค อีสานเอาไว ถาวันไหนขวัญไดคาจางมากหนอยก็จะ แบงใหแมเก็บไวเปนคาใชจายภายในครอบครัว ตลอดจนเปนทุนสำรองเพื่อซื้ออุปกรณการเรียนที่ นอกเหนือจากรัฐบาลชวยเหลือ การดำเนินชีวิตของขวัญในแตละวันก็จะ คลายกัน หมุนเปนวัฏจักรไปเรื่อยๆ เพราะขาด เสาหลักของครอบครัว คือพอและแม ขวัญจึง ตองขยันทำมาหากิน อดทนตอความเหนื่อยยาก ลำบาก “การที่เรามีความขยันโดยใชสติปญญา อดทนโดยไมคำนึงถึงความเหนื่อยยากลำบาก ทำใหผมอยูแบบพอเพียง ไมอดอยาก ถึงแมวา พอและแมผมจะเสียชีวิต ทิ้งใหผมกับพี่ชายอยู เพียงลำพังนั้น ไมถือวาเปนอุปสรรคสำหรับผม เลย ถึงแมวาวาผมจะเรียนไมคอยเกง ผมจะใช

ความขยัน ความอดทนที่ฝงลึกอยูในใจผม มาใช ในการดำเนิ น ชี วิ ต ซึ่ ง อาจทำให ค วามจนของ ครอบครัวผมที่ประสบตอนนี้ผอนคลายลงได” นี่ คือคำพูดของขวัญที่กลั่นกรองออกจากสวนลึก ของหัวใจผานงานเขียนนี้ ถึงแมวาความขยันของ ขวัญอาจยังไมสมบูรณ หากสังคมมีเยาวชนที่มี ความขยัน อดทนอยางขวัญ ประเทศชาติเราคง ไมมีความยากจนอีกตอไป

๕๓


นครพนม เขต ๑

เพชรในตม เรื่อง เดนอุดร กัตติยบุตร โรงเรียน เรณูนครวิทยานุกูล อ.เรณูนคร จ.นครพนม

๕๔


ในน้ ำ ครำที่ เ น า เหม็ น เราอาจจะเห็ น ดอกบัวที่ชูชองามเดน และในทามกลางโคลนตม เราอาจคนพบเพชรเม็ดงามสักเม็ด เฉกเชนคน เราแมเกิดในสภาพแวดลอมของสังคมที่เลวรายมี ความเปนอยูที่ยากจนแรนแคน เราก็อาจคนพบ คนดีๆ ปะปนอยูเชนเดียวกับชีวิตของ แป เด็ก หญิงตัวเล็กๆ ที่มีสภาพชีวิตที่นาสงสาร แป...ได ย า ยเข า มาเรี ย นต อ ในระดั บ ชั้ น มัธยมศึกษาปที่ ๔ ในโรงเรียนที่ขาพเจาทำการ สอนอยู แป เปนคนที่รูปรางผอม ผิวคอนขาง คล้ำ แววตาเศราๆ สีหนาเครียดๆ จนดูเปนคน เงียบขรึม ไมคอยพูดจากับใคร ตอนขาพเจาพบ กับแปครั้งแรกขาพเจามีความรูสึกวา แปเปนเด็ก ที่ไมนารักเลย เหมือนเด็กมีปญหา เหมือนเด็ก ครอบครัวแตกแยก และแปก็ขาดเรียนคอนขาง บอย และไมคอยเขารวมกิจกรรมกับทางโรงเรียน โดยเฉพาะในชวงฤดูการทำนา ทั้งที่แปเปนเด็ก เรียนดีและขยันทำงาน แปไปโรงเรียนโดยการ ป น จั ก รยานไปกั บ เพื่ อ นสนิ ท คนหนึ่ ง ชื่ อ หลิ ว ระยะทางหากิโลเมตรกวาจะถึงโรงเรียน ต อ มาข า พเจ า ได รั บ มอบหมายจาก ผูอำนวยการโรงเรียน ใหรับผิดชอบสอนในกลุม สาระการเรี ย นรู สั ง คมศึ ก ษา ศาสนา และ วัฒนธรรม และทุกครั้งที่ขาพเจาไดเขาสอนในชั้น ที่แปเรียนอยู ขาพเจารูสึกแปลกและทึ่งมากๆ ที่ แปไมไดเปนอยางที่ขาพเจาคิดไว แปเปนเด็กที่ ตั้งใจเรียน รับผิดชอบงานที่ขาพเจามอบหมายให แตแปก็ยังคงเปนเด็กที่เงียบขรึม พูดนอยจนดู ท า ทางออกจะหยิ่ ง ในความรู สึ ก ของคนทั่ ว ไป และเมื่อถึงฤดูทำนา แปมักขาดเรียนบอย และ เมื่อขาพเจาไดสอบถามจากเพื่อนนักเรียนก็ได

รับคำตอบวาแปชวยยายทำนา และบางวันก็ไป รับจางดำนา จากคำตอบที่ไดรับทำใหขาพเจาอด สงสัยไมไดวาแปมีความเปนอยูที่ลำบากขนาดนี้ เชี ย วหรื อ คำถามต อ มาคื อ แปไม มี พ อ แม ดู แ ล หรือ? ขาพเจาไดเก็บคำถามนี้ไวในใจ จนวั น หนึ่ ง ข า พเจ า ได ไ ปเยี่ ย มแปที่ บ า น สภาพบานของแปเปนบานไมชั้นเดียว ใตถุนสูง ประมาณ ๒ เมตร ใตถุนบานซีกหนึ่งกอดวยอิฐ ยังไมไดฉาบ เพียงเพื่อใหหลานไดอาศัยนอนตอน กลางคื น มี แ คร ไ ม ไ ผ เ ก า ๆ ไว นั่ ง เล น และไว รับแขกที่ไปมาหาสูกันไดนั่ง ขางๆ แครก็มีไหน้ำ ขนาดเล็กไวใชดื่มในครอบครัวและรับแขกเหมือน บานในชนบททั่วไป ฝาบานใชใบตองกุงขัดแตะ ปดไวทุกดาน หลังบานมีหองน้ำที่ไมมีหลังคา ถัดออกไปมีคอกควาย และกระตอบเกาๆ ใชเปน หองครัวไวสำหรับทำกับขาว พื้นขางลางเฉอะ แฉะดวยน้ำฝนที่พึ่งจะหยุดตกทำใหเดินเขาไป ลำบาก ขาพเจามองลอดเขาไปขางในเห็นแป กำลั ง วุ น อยู กั บ การก อ ไฟเพื่ อ นึ่ ง ข า วและทำ กั บ ข า ว “แป แม (ข า พเจ า ) มาเยี่ ย มแป” ขาพเจากลาวทักทาย แปหันหนามามองขาพเจา พลางยกมือขึ้นไหวดวยสีหนาเปอนยิ้มแบบตื่นๆ “แมมาทำไมหรือคะ” แปถามพรอมกับเชื้อเชิญ ใหขาพเจานั่ง “แมไปนั่งรอหนูที่แครกอนนะคะ แมไมตองเขามาเดี๋ยวรองเทาแมจะเปอน” “ไม เปนไรเดี๋ยวแมจะชวยแปดีกวา” แปนึ่งขาว และ ปนปลาหมอตัวเล็กๆ แลวลวกผักตำลึงไวเปน อาหารมื้อเย็น ทำกับขาวเสร็จพอดียายขึ้นมาจาก ดำนาขาพเจาก็เลยนั่งคุยกับยายและแป ยายเปน หญิงชราในวัย ๖๘ ป รูปรางทวมผิวคล้ำ ยายชื่อ กร ยายมีลูกอยู ๓ คน สามียายไดเสียชีวิตไปตั้ง ๕๕


แตลูกยังเล็กๆ ปลอยใหยายเผชิญชะตากรรมกับ ภาระที่หนักอึ้งเพียงลำพังกับมรดกคือผืนนา ๒ ไรไวทำกินเลี้ยงชีวิต ยายเลาวาทุกปชวงหมดฤดูทำนาแมของ แปก็จะไปทำงานเก็บผลไมตางจังหวัด ปนี้แม ของแปบอกวามีสามีแลว และแมของแปกำลังตั้ง ท อ งจะขึ้ น มาคลอดที่ บ า น ตอนแม ข องแปมา คลอดแปนั้น พอของแปไมไดตามมาดวย แปจึง ไมเคยเห็นหนาพอแปเลยวามีหนาตาเปนอยางไร จนแปอายุได ๔ ปแมก็มีสามีใหมและแมก็มีนอง ชายใหแปอีกหนึ่งคน นองชายอายุไดสองเดือน แมก็ตายจากแปและนองไป จากนั้นเปนตนมาแป ก็ไดอาศัยอยูกับยายตลอดมา ชวงที่ยายเลาเรื่อง ใหขาพเจาฟง ขาพเจาสังเกตเห็นแปนั่งกมหนา น้ำตาเริ่มคลอเบา แปแคะเล็บมือตัวเองตลอด เวลา ภาพนั้นมันสะกดความรูสึกของขาพเจาจน แนนหนาอกน้ำตาเหมือนจะไหลเพราะความรูสึก เวทนาสงสารแปมาก ต อ มาข า พเจ า ได รั บ มอบหมายจาก ผูอำนวยการโรงเรียน ใหเปนครูที่ปรึกษาโครง งานคุณธรรม เยาวชนไทย ทำดีถวายในหลวง โดยทำหนาที่เปนครูท่ีปรึกษาโครงงานความรัก ห ว งใยผู สู ง วั ย เทิ ด ไท อ งค ร าชั น ข า พเจ า ได ประชาสัมพันธโครงการใหนักเรียนในแตละระดับ ๕๖

ชั้นไดรับทราบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติ งานของโครงการฯ ซึ่งไดประกาศรับสมาชิกและ แปก็ เ ป น คนหนึ่ ง ที่ เ ข า มาสมั ค รเป น สมาชิ ก ใน โครงการนี้ดวย กิจกรรมของโครงการคือการออก เยี่ยมบานผูสูงวัยในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน และยายของแปก็เปนหนึ่งในสมาชิกผูสูงวัยของ โครงการดวย หลังจากกลุมเยาวชนไดออกเยี่ยมบานผู สูงวัยในเขตพื้นที่บริการแลว แปกับเพื่อนๆ ได พบเห็นความเปนอยูของแตครอบครัว และยังมี อีกหลายครอบครัวที่มีความเปนอยูที่ขัดสนมาก กวาครอบครัวของแป ทำใหแปมีแรงพลังและ กำลังใจที่จะตอสูกับชีวิตตอไป ตอมาโครงงานความรัก หวงใย ผูสูงวัย เทิ ด ไท อ งค ร าชั น ได รั บ โล ร างวั ล จากสมเด็ จ พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทำให ทางโรงเรียนและผูใหญในจังหวัดดีใจ ที่ไดมอบ ทุนการศึกษาใหกับกลุมเยาวชนกลุมนี้ จากความสำเร็จของโครงการนี้สงผลให ชีวิต และพฤติกรรมของแปเปลี่ยนไปมาก แปมา โรงเรียนทุกวันดวยใบหนาที่ยิ้มแยมแจมใส ผล การเรียนดีเกินคาดจนไดเปนอันดับหนึ่งของหอง เปนที่รักของครู และเพื่อนๆ แปสามารถเขารวม กิจกรรมกับทางโรงเรียนไดเต็มที่ และที่สำคัญ


แปบอกวา “แม (ขาพเจา) คะหนูจะเปนแมพิมพ ที่ดีของชาติ และหนูจะกลับมาสอนโรงเรียนนี้เพื่อ แทนคุณสถาบันคะ” ผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการจนไดรับ รางวัลระดับชาติ สงผลใหแปกาวเขาสูรั้วมหาลัย ดวยเกียรติบตั รทีไ่ ดรบั จากโครงงาน ณ ปจจุบนั นี้ แปกำลังศึกษาอยูที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร วิ ช าเอกคณิ ต ศาสตร ตามโครงการให โ อกาส ทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยคือ โครงการบาน บานตะวันที่เปดโอกาสใหนักศึกษาที่เรียนดี มีคุณ ธรรมไดเขาศึกษาตอโดยใหที่พักฟรี มีงานใหทำ และมีรายไดระหวางเรียน แป...คือภาพชีวิตของเด็กที่ไมทอถอยใน โชคชะตาที่เลือกเกิดไมได ไมมีเงินที่จะใชจาย อยางฟุมเฟอย ไมมีโทรศัพทมือถือใชตามยุคสมัย และไมมีรถมอเตอรไซคใชขี่ไปโรงเรียนเหมือน เพื่ อ นในวั ย เดี ย วกั น ...แต แ ปก็ มี ค วามรั ก อั น บริสุทธิ์ที่ยายมอบให ยายมิไดเลี้ยงแปดวยเงิน แตยายเลี้ยงแปดวยความรัก...ยายพยายามที่จะ ทำหนาที่ที่เปนทั้งพอและแมในคราวเดียวกันเพื่อ ทดแทนสิ่งที่แปขาดหายไป ความยากลำบากในการดำเนิ น ชี วิ ต ทามกลางกระแสสังคมในยุคโลกาภิวัตน แทนที่ จะทำใหแปทอแทสิ้นหวัง แตตรงกันขาม มันกับ

ทำใหแปเขมแข็งมุมานะที่จะสรางความฝนของ ตนเองใหเปนจริง เปนคนดีของยาย เปนศิษยที่ดี ของครู เปนพลเมืองดีของประเทศชาติ แปบอก ขาพเจาวา... “แม (ขาพเจา) เปนอีกคนหนึ่งที่ เปนกำลังใจใหแป และคอยที่จะเติมความฝนของ แปใหเปนจริงเสมอมา แปรักแม” บัดนี้เพชรเม็ดนี้กำลังถูกเจียระไนจากเบา หลอมที่ดีที่สุดเพื่อเปนแบบอยางที่ดีของเยาวชน และกำลั ง จะเป น แม พิ ม พ ที่ ดี ข องชาติ ใ นอี ก ไม นานประเทศไทยก็จะมีคุณครูคุณภาพอีกคนหนึ่ง ที่มีชื่อวา นางสาวกิตติยา เพ็งเวลุน แป...แมรักเธอ...

๕๗


ไมมีสูตรสำเร็จ ศรีวรา อิสสระ เรียบเรียง

ทั้งๆ ที่ชีวิตเต็มไปดวยความไมแนนอน แต ก็ มี ค นจำนวนไม น อ ยที่ ต อ งการสู ต รสำเร็ จ ท า นอาจารย เ ล า เรื่ อ งเด็ ก วั ด สองคน เพื่ อ เป น ตัวอยางวา สูตรสำเร็จมักจะใชการไมได ดังนี้ เปนเรื่องปกติของพระนิกายเซน ที่มักจะ ลับสติปญญาดวยการสนทนาโตตอบกันชนิดที่ ตองใชปฏิภาณไหวพริบ แมแตบรรดาเด็กวัดก็ไม ละเวนที่จะตองพิสูจนกันวาใครจะมีปญญามาก กวากัน เด็กวัดปาไผมีหนาที่ตองไปจายตลาด เขามักเจอเพื่อนเด็กวัดปาสนบนถนนเกือบทุกวัน เด็กวัดปาไผ “หวัดดีเพื่อน นายกำลังจะ ไปไหนนะ” เด็กวัดปาสน “แลวแตขาจะพาไป” เด็กวัดปาไผ “! ? !” เมื่ อ กลั บ ถึ ง วั ด เขาเข า ไปกราบท า น อาจารย เลาเรื่องใหทานฟงแลวสรุปวา เด็กวัดปาไผ “พอเขาตอบวาแลวแตขาจะ พาไป ผมก็จนปญญาเลยละครับ ไมรูจะตอบ กลับไปวายังไง แพเขาหลุดลุยเลยครับ” ทานอาจารย “เจาจงจำไวนะ ทีนี้ถาเขา พูดอยางนั้นอีก เจาก็จงยอนถามเขากลับไปวา ‘แล ว ถ า ไม มี ข าล ะ จะไปไหน’ เจ า รู มั้ ย ว า ธรรมบทกลาวไววา สิ่งทั้งหลายสำเร็จดวยใจ ใจ เปนใหญ ใจเปนประธาน เขาใจมั้ย ถายังไม เขาใจ เจาก็จำเอาไวกอนแลวกันนะ” เด็กวัดปาไผ “ครับๆ ผมจำไดแนครับ” ๕๘

วั น รุ ง ขึ้ น เด็ ก วั ด ป า ไผ เ จอเด็ ก วั ด ป า สน อีกครั้ง

เด็กวัดปาไผ “หวัดดีเพื่อน วันนี้นายกำลัง จะไปไหนนะ” เด็กวัดปาสน “แลวแตลมจะพัดไป” เด็กวัดปาไผ “! ? !” เมื่อกลับถึงวัดเขาไปรายงานทานอาจารย เด็กวัดปาไผ “ทานอาจารยครับ วันนี้ผม ถามเขาแลว แตเขาไมยอมตอบวาแลวแตขาจะ พาไป เขาดันตอบวา แลวแตลมจะพัดไป มันผิด สูตรทีท่ า นอาจารยใหไว ผมเลยงง ไมรจู ะตอบยังไง ผมก็เลยตองแพเรียบรอยโรงเรียนจีนอีกแลวละ ครับ” ทานอาจารย “อาว! เจาก็ตองยอนถาม เขาไปสิวา แลวถาไมมีลม จะไปไหน...(แอบถอน ใจ)...เฮอ...” เหตุการณ ณ กลางถนนในเขาวันตอมา เด็กวัดปาไผมั่นใจมากๆ วา วันนี้จะเปนทีของ เขาแน ไมวาเพื่อนจะตอบวา แลวแตอะไรๆ จะ พาไป เขาก็จะยอนกลับไดวา ถาไมมีอะไรๆ นั้น เลา จะไปไหน ทานอาจารยใหสูตรเด็ดมา เขา จะไมทำใหทานเสียชื่อแน ทันทีที่พบเด็กวัดปาสน เขาจึงรีบถามดวยอาการกระหยิ่มยิ้มย���อง เด็กวัดปาไผ “หวัดดีเพื่อน นายกำลังจะ ไปไหนนะ” ...เขารอคอยคำตอบแบบพร อ มจะตอก กลั บ อย า งมั่ น ใจสุ ด ๆ ด ว ยสู ต รสำเร็ จ ครอบ จักรวาลจากทานอาจารย... เด็ ก วั ด ป า สน “ก็ ไ ปตลาดนะสิ , ,,ป ด โธ...ถามอยูดาย,,,ย” เด็กวัดปาสน “! ? !”


รากฐาน

ปราชญ แ ผ น ดิ น พระพรหมคุณาภรณ (ป.อ.ประยุตฺโต) คัดยอและเรียบเรียงจาก นิตยสาร ฅ.คน ปที่ ๔ ฉบับที่ ๒ (๓๘) ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เมื่อรวมแปดสิบปกอน ณ บานเลขที่ ๔๙ อำเภอศรีประจันต จังหวัดสุพรรณบุรี เปนที่ตั้ง รานคาผาจีนของสองสามีภรรยาที่รูจักกันทั่วไปวา ทานมหาสำราญ กับแมชนุ กี บานหลังนีเ้ ปนชุมชน ของตลาดใต ตลาดเล็กๆ ที่ประกอบไปดวยหมู เรือนแถวไมสองชั้นบุราณเรียงเปนแนวยาวขนาน ไปกั บ แม น้ ำ ท า จี น ร า นค า ในห อ งแถวอั น แสน ธรรมดานี้เองเปนที่ถือกำเนิดของเด็กชายเล็กๆ คนหนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มกราคม ๒๔๘๑ เด็กชายบอบบางขี้โรค แตมีสติปญญาเปน เลิศผูน ้ี เติบใหญขน้ึ มาเพือ่ เปนปราชญแทคนสำคัญ แหงยุคสมัย แมวัดบานกรางจะอยูหางเพียงชั่วพายเรือ ขามแมน้ำกั้น หากแตสำหรับเด็กชายผูออนนอม และเปนทีร่ กั เสนทางแหงชีวติ ใหมถกู กำหนดไวแลว ใหไกลจนไมอาจแมแตจะถวิลหาตักอุน เสนทางสู พรหมจรรยอันประเสริฐ มหาสำราญ อารยางกูร เจาของรานคาผาจีน เกิดที่ดอนเจดีย เคยบวชเรียนแลวไปจำพรรษาอยู ที่วัดเบญจมบพิตรที่กรุงเทพฯ สอบไดนักธรรมโท และพยายามสอบจนไดเปรียญ ๔ ประโยค แต แลวมีเหตุใหตัดสินใจ ดวยไดรับมอบหมายใหทำ หนาที่เลขานุการสวนตัวของพระชั้นผูใหญ แต ทานมหาฯไมตองการยุงเกี่ยวกับผูคนหลายฝาย มากหนา จึงลาสิกขาบทแลวกลับมาสุพรรณบุรี ๖๐

บานเกิด ตั้งตนชีวิตใหมแตงงานกับสาวลูกจีน ชื่อ แมชุนกี เปดรานคาขายที่ตลาดใต ริมแมน้ำ ทาจีน ที่อำเภอศรีประจันต มหาสำราญเป น คนซื่ อ ตรง เห็ น ความ สำคัญของการศึกษาเลาเรียน อีกทั้งผานการบวช เรียนจนไดนักธรรมจึงเปนที่เคารพนับถือของผูคน ในแถบนั้น รานใบรัตนาคารเปนรานคูหาเดียวจำหนาย ผาไหม ผาทอ กางเกงแพร กางเกงจีน ทีก่ อ ตัง้ ขึน้ เปนที่รูจักเชื่อถือของลูกคา จนเปนที่พูดติดปาก


กันวา “ซื้อผาไหม กางเกงแพร ตองไปรานแมกีทานมหาฯ” มหาสำราญเป น คนชอบริ เริ่ มสรา งสรรค ไมยอมอยูเฉย หลังจากปดกิจการจำหนายผาแลว ตอมาไมนานไดใชบานคาขายเปดเปนโรงเรียน มัธยมขึ้นเปนแหงแรกของอำเภอศรีประจันต ดวย เหตุผลที่วาตัวทานเปนผูมีวิชาความรู ผานการ บวชเรี ย นมาแล ว และสั ง เกตพบว า ที่ อ ำเภอ ศรี ป ระจั น ต ใ นครั้ ง กระโน น การคมนาคมยั ง ไม สะดวกเหมือนปจจุบัน การเดินทางตองอาศัยเรือ

เมลแดง หากจะไปกรุงเทพฯตองใชเวลารวม ๒ วัน หรือเดินทางไปตัวเมืองสุพรรณบุรกี ใ็ ชเวลานาหลาย ชัว่ โมง เด็กทีจ่ บชัน้ ประถมสีน่ อ ยคนนักจะมีโอกาส ไดเรียนตอ โรงเรียนมัธยมเล็กๆ ชื่อ บำรุงวุฒิราษฎร เปดขึน้ กลางตลาด มีวตั ถุประสงคเพือ่ ใหเด็กๆ ได มีโอกาสเรียนในระดับมัธยมเปนสำคัญ เปดสอน มาไดไมกี่ป การคมนาคมก็สะดวกขึ้น ประกอบ กับมีโรงเรียนมัธยมแหงใหมมาเปด โรงเรียนของ มหาสำราญจึงปดกิจการลง เพราะหมดหวงวา

เยี่ยมบานเจาคุณ ชาติภมู สิ ถาน ป. อ. ปยุตโฺ ต อ.ศรีประจันต จ.สุพรรณบุรี

๖๑


เด็กๆ จะไมมีโอกาสไดเรียนตอ ภายหลังจากเลิกกิจการไปแลว ทานมหาฯ เพิ่งมารูวานอกเหนือจากโตะ เกาอี้ กระดานดำ ที่ตกคางอยูภายในเรือนแถวที่ปดตัวเองไป ไดมี อีกสิ่งหนึ่งที่เจริญงอกงามเกินความคาดหมาย ก็ คือ จิตวิญญาณแหงครู ครูแทๆ ที่ปรากฏในตัว ลูกชายคนที่หก...

เมื่ อ เริ่ ม ต น ชี วิ ต ใหม กั บ ท า นมหาหนุ ม แมชุนกี หญิงสาวลูกจีนผูใจเย็น และเกงดานการ ตัดเย็บ งานฝมือตางๆ ก็ไดกลายเปนศูนยกลาง แหงความรักความอาทรของครอบครัว โดยเฉพาะ ในหมูลูกๆ ทั้งหมด เนื่องจากบุคลิกภาพเปน คนใจดี ขยันอยางยิ่งยวด ทั้งยังอดทนใหความ สำคัญแกคนอื่นกอนตนเอง ซึ่งคุณสมบัติเหลานี้ ลวนถายทอดมายังลูกชายคนเล็กที่แมรักอยางยิ่ง และบางที ด ว ยคุ ณ สมบั ติ เ หล า นี้ เ องได กลายเปนสิ่งที่สวางเรือง ประดับเหนือแกวปญญา อันสูงยอดแหงปราชญใหเพียบพรอมในกาลตอมา ครอบครัวอารยางกูร เปนครอบครัวคนชัน้ กลาง ทำธุรกิจการคา แตฐานะไมไดมั่งคั่ง เพราะมีคา ใชจา ยมาก อันเนือ่ งมาจากทานมหาฯมีลกู หลายคน และใหความสำคัญอยางยิ่งตอการศึกษาเลาเรียน พยายามสงเสียลูกชายใหไดเรียนสูงๆ ไปตามกำลัง

๖๒

ความสามารถ นอกเหนือไปจากการอบรมสั่งสอน ในครอบครัวในเรื่องความซื่อตรง ซึ่งทานเล็งเห็น วาเปนหัวใจสำคัญของการประกอบการคา ลำพังกิจการรานคาผาเล็กๆ ไมเพียงพอที่ จะเลี้ ย งดู ส ง เสี ย ลู ก ชายวั ย กำลั ง เรี ย นถึ ง ห า คน ชีวิตของทานมหาฯ จึงริเริ่มทำกิจการอื่นๆ อยู เสมอ ทั้งกิจการโรงสีที่รวมหุนกับญาติพี่นอง จน เปนโรงสีที่ได รับความเชื่ อถืออยางยิ่งในยุ คนั้น เนือ่ งจากทานมหาฯ ปฏิเสธระบบการชักเปอรเซ็นต เพราะถือวาตนเคยบวชเรียนมาแลว มีความรูสูง ไมควรเอาเปรียบชาวนา นอกจากไมเอาเปรียบยัง พรอมจะชวยเหลือเกื้อกูลผูอื่น นอกจากนี้ยังใชพื้นที่ของโรงสีเปดโรงเรียน สอนตัดเสื้อสตรีขึ้น เพราะเห็นวาภรรยามีความ สามารถทางการตัดเย็บ ทัง้ ไดเชิญครูจากโรงเรียน สอนตัดเสื้อจากกรุงเทพฯมาสอน และเปนตัวแทน จำหนายจักรเย็บผาของบริษทั หลุยส ที เลียวโนเวนส ตอมาในชวงหลังกิจการโรงสีไดเปลี่ยนมือ ไปอยูในความดูแลของญาติพี่นองฝายทานมหาฯ ตัวทานจึงหันมาทำโรงถาน และรับเหมาขนถม ดินลูกรัง หลายต อหลายครั้ งที่ ครอบครัวเผชิญกับ ปญหาตางๆ อันเนื่องมาจากความเจ็บปวยของ ทานมหาฯ เอง หรือคุณแมชุนกี ที่สงผลกระทบ ถึ ง รายได แต พื้ น ฐานของครอบครั ว ที่ รั ก ใคร กลมเกลียวกัน ประกอบกับคุณธรรมหลายขอที่ เด็กๆ ไดรับการพร่ำสอน อบรม รวมถึงความ อดทนเขมแข็งของบุพการี ทำใหสามารถผานพน วิกฤตนั้นมาไดเสมอ ตลอดชีวิตแมจะตองแบกภาระในการหา เลี้ยงครอบครัว แตทานมหาฯ ก็มิไดละเลยในการ อบรมสั่งสอนลูกใหดำเนินชีวิตไปบนครรลองที่ถูก ที่ควร สิ่งนี้กระมังที่เปนพื้นฐานอันสำคัญยิ่ง ที่จะ ทำใหเด็กๆ เติบโตขึ้นมาเปนคนดี


ทายเลม บทความจากกองบรรณาธิการ

จากกองบรรณาธิการกลางสถาบันอาศรมศิลป เรารอยเรียงใจความสำคัญของเรื่องเลาที่มาจาก ตนฉบับที่ไดรับการคัดเลือกแลวจาก ๘ ภูมิภาค ทั่วประเทศ สิ่งหนึ่งที่เราเห็นในความเปนโรงเรียน วิถพี ทุ ธ คือ ในนัน้ มีครูทม่ี คี วามรัก มีความหวงใย ในเด็ก มีเด็กที่ตองการความรัก ตองการเรียนรู มีชมุ ชนรอบโรงเรียนทีเ่ ปนสภาพแวดลอมการเรียนรู ใหแกเด็กครู และชุมชน อยางแยกออกจากกัน ไมได สัมพันธภาพทีก่ อ ตัวขึน้ นัน้ หยัง่ ราก ผลิดอก ออกผล ผานกิจกรรมในรูปแบบตางๆ และออก มาจากจิ ต ใจที่ ต อ งการพั ฒ นามนุ ษ ย โดยใช เครื่องมือเดียวกันที่เรียกวา “การศึกษา” การศึ ก ษา...เรื่ อ งเล า มากมายในเ��� ม ที่ ทำใหเราไดเห็นแลววาความเรียบงายของวิถไี ทยนัน้ ไปกันดวยดีกบั การศึกษา มันงดงามและเปย มดวย พลังความผูกผัน จากครูสเู ด็ก จากเด็กสูค รอบครัว จากครอบครัวสูชุมชม และสายใยความผูกผันนี้ ก็ถักรอยแผขยายออกไป จนทำใหเรารับรูวาทุก คนมีเปาหมายเหมือนกัน คือ ความสุข ความสุข ที่จะเกิดขึ้นในโรงเรียน ความสุขที่จะเกิดขึ้นใน ครอบครัว ความสุขที่จะเกิดขึ้นในชุมชน และมัน คงไมดเี ลยถา จะมีใครสักคนในชุมชน ในครอบครัว ในโรงเรียนหรือแมแตในหองเรียนไมมีความสุข...

*

เราเชือ่ วาขณะนี้ ทุกทานกำลังสรางสัมพันธ แหงความสุขและความดี เหมือนดังเชนบทความ ที่ทุกทานสงมา ที่ไดทำหนาอยางดี ทำใหเราได เห็นวาการทำความดีนั้นเปนรากฐากสูความสุข เรายังรูส กึ อบอุน และดีใจทีไ่ ดรวู า กำลังมีใครทำอะไร อยูท ไี่ หนบาง และทัง้ หมดนัน้ มุง ไปเพือ่ การศึกษาทีจ่ ะ นำเราไปสูค วามสุขเทาทีม่ นุษยพงึ่ มีตามหลักวิถพี ทุ ธ ทายนี้ทางกองบรรณาธิการกลางสถาบัน อาศรมศิลป อยากขอแนะนำหนังสารคดีเรือ่ งเยีย่ ม จากญี่ปุน “Children full of life” * สารคดี เรื่องนี้ไดการยอมรับดวยรางวัลชนะเลิศมาแลว เรือ่ งราวนัน้ เกิดขึน้ ทีโ่ รงเรียนประถมในเขตคานาซาวา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียว ครูโทชิโร คานามูริ ครูประจำชัน้ ของนักเรียน ป. ๔ ไดแสดง ใหเห็นถึงวิธีการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องความ เมตตาบนความเข า ใจในธรรมชาติ ข องเด็ ก ครูกานามูริ ใชวิธีใหนักเรียนของเขาเขียนสมุด บันทึกและอานใหเพื่อนฟงเปนประจำ ซึ่งทำให เด็กๆ ของเขาไดเรียนรูและเติบโต จนเขาใจถึง ความสำคัญของการใสใจในเพื่อน ความหมาย ของการมีชีวิต และหนทางที่จะสรางความสุข นี้ อาจเปนอีกตัวอยางเรื่องราว ที่สรางวิธีการและ พลังใจใหกับเราได ขอขอบคุณ

สามารถหาชมไดผานทางเว็ปไซตโดยพิมพ “Children full of life” Director by Noboru Kaetsu หรือทางเวปไซตอาศรมศิลป www.arsomsilp.ac.th ๖๓


รายชื่อโรงเรียนในวารสารวิถีพุทธฉฉับบที่ ๒ ภาคเหนือตอนบน โรงเรียนรองเคาะวิทยา ลำปาง เขต ๓ โรงเรียนบานหวยตม ลำพูนเขต ๒ พระอธิการหนุย ฐิติสัมปนโน พะเยา เขต ๓ โรงเรียนบานดอนสบเปอ นาน เขต ๓ โรงเรียนบานหวยกาน แพร เขต ๓ โรงเรียนบานวนาหลวง แมฮองสอน เขต ๑ รุจิรา เตชะนันท นาน เขต ๒ ศรีนวย สำอางศรี ลำปาง เขต ๒ โรงเรียนบานขอบดง เชียงใหม เขต ๓ โรงเรียนบานหลายฝาง เชียงใหม เขต ๓ โรงเรียนประชาราชวิทยา ลำปาง เขต ๑ โรงเรียนบานจอมแจง แมฮองสอน เขต ๓ โรงเรียนบานวังลุง (เพชรประชานุเคราะห) แมฮองสอน เขต ๒ โรงเรียนดงเจนวิทยาคม พะเยา เขต ๑ โรงเรียนปาตาลบานธิพิทยา ลำพูน เขต ๓ โรงเรียนธรรมราชศึกษา เชียงใหม เขต ๑ โรงเรียนวัดชางเคี่ยน เชียงใหม เขต ๑

ภาคเหนือตอนลาง โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม นครสวรรค เขต ๑ โรงเรียนบานหนองโมก กำแพงเพชร เขต ๒ โรงเรียนวัดวังมะเดื่อ พิจิตร เขต ๑ โรงเรียนบานหวยยศ อุตรดิตถ ๒ โรงเรียนบานน้ำกอ เพชรบูรณ ๒ โรงเรียนอนุบาลบรรพตพิสัย นครสวรรค เขต ๒ โรงเรียนวัดหวยเรียงใต พิจิตร เขต ๒ ประสมพร ประจันตะเสน พิษณุโลก เขต ๑ โรงเรียนบานหวยคอม อุตรดิตถ เขต ๒ โรงเรียนวัดปากหวยไมงาม ตาก เขต ๑ โรงเรียนวัดประชาสรรค นครสวรรค เขต ๓ โรงเรียนบานเขาวง อุทัยธานี เขต ๒ โรงเรียนบานยาวี-หวยโปง เพชรบูรณ เขต ๑ โรงเรียนจำรูญชัยพฤกษราษฎรวทิ ยา กำแพงเพชร เขต ๑ โรงเรียนวัดเสนาสน พิษณุโลก เขต ๓ โรงเรียนชุมชนไผลอมวิทยา อุตรดิตถ ๑

ภาคอีสานตอนบน โรงเรียนสามหมอโนนทัน ขอนแกน เขต ๒ โรงเรียนอนุบาลเลย เลย เขต ๑ โรงเรียนบานกอกโนนแต ขอนแกน เขต ๓ พิษณุ สิงหสถิตย เลย เขต ๓ โรงเรียนบานดอนกลาง นครพนม เขต ๒ โรงเรียนบานเพีย สกลนคร เขต ๓ โรงเรียนบานหนองผือ หนองคาย เขต ๑ โรงเรียนบานบอพนา หนองคาย เขต ๓ โรงเรียนบานโคกมุนเหลาสวรรค อุดรธานี เขต ๓ โรงเรียนบานกระนวนซำสูง ขอนแกน เขต ๔ ๖๔

โรงเรียนบานโนนนกหอ (เพ็งแสนวิทยา) อุดรธานี เขต ๑ โรงเรียนกุงแกววิทยาคาร หนองบัวลำภู เขต ๑ โรงเรียน บานหนองแรง ขอนแกน เขต ๓ โรงเรียนผาเทิบวิทยา มุกดาหาร โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล นครพนม เขต ๑

ภาคอีสานตอนลาง โรงเรียนบานสรางมวงสมเสี้ยว อุบลราชธานี เขต ๕ โรงเรียนบานทมอ (เดื่อราษฎรบำรุง) สุรินทร เขต ๓ โรงเรียนหนองพอกวิทยา รอยเอ็ด เขต ๓ โรงเรียนบานหัวชางโคกมวง มหาสารคาม เขต ๒ จำรูญศักดิ์ ศรีประทุม กาฬสินธุ ๑ โรงเรียนบานขามเรียน มหาสารคามเขต ๒ โรงเรียนบานหนองแสง มหาสารคาม เขต ๓ โรงเรียนตั้งใจวิทยาคม สุรินทร เขต ๑ โรงเรียนรอยเอ็ดวิทยาลัย รอยเอ็ด เขต ๑ โรงเรียนบานดอนกลอย อุบลราชธานี เขต ๑ โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา ศรีสะเกษ เขต๓ โรงเรียนบานทุงแต ยโสธรเขต ๑ โรงเรียนเมืองใหมสุวรรณภูมิ รอยเอ็ด เขต ๒ โรงเรียนบานแก ศรีสะเกษ เขต ๔ โรงเรียนบานโคกลาม มหาสารคาม เขต ๑ โรงเรียนขุมคำวิทยาคาร อุบลราชธานี เขต ๒ โรงเรียนบานนาแมด อุบลราชธานี เขต ๒ โรงเรียนฆองชัยวิทยาคม กาฬสินธุ เขต ๒ โรงเรียนบานน้ำคำใหญ ยโสธร เขต ๑

ภาคประตูอีสาน โรงเรียนนางรองพิทยาคม บุรีรัมย เขต ๓ โรงเรียนบานหนองศาลาปาชาด ชัยภูมิเขต ๒ โรงเรียนบานดอดถั่วแปปพัฒนา นครราชสีมา เขต ๖ โรงเรียนบานคลองตาหมื่น ปราจีนบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานซับเจริญสุข ชัยภูมิ เขต ๓ โรงเรียนปญญาประทีป นครราชสีมา เขต ๔ โรงเรียนบานคลองทราย สระแกว เขต ๑ โรงเรียนสุนทรวัฒนา ชัยภูมิ เขต ๑ โรงเรียนบานดาน (ราษฎรบำรุง) สระแกว เขต ๑ โรงเรียนบานหนองมะคา ลพบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานบุวิทยาสรรค บุรีรัมย เขต ๒ โรงเรียนโคกลำพานวิทยา ลพบุรี เขต ๑ โรงเรียนหนาพระลาน (พิบูลสงเคราะห) สะบุรี เขต ๑ โรงเรียนอุดมอักษรพิทยาคม บุรีรัมย เขต ๔

ภาคกลาง-ตะวันออก โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ นนทบุรี เขต ๑ โรงเรียนมโนรม ชลบุรี เขต ๓ โรงเรียนสังวาลยวิทย ๖ จันทบุรี เขต ๒ โรงเรียนชุมชนวัดปราสาท อางทอง โรงเรียนบานยางเอน ระยอง เขต ๒

สำนักศึกษานิเทศก นนทบุรี เขต ๒ โรงเรียนการทำมาหากินวัดโพธิ์เฉลิมรักษ ฉะเชิงเทรา เขต ๑ โรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม พระนครศรีอยุธยา เขต ๒ โรงเรียนวัดแสนภุมราวาส ฉะเชิงเทรา เขต ๒ วัดใหญ สมุทรปราการ โรงเรียนบานบางจาก สมุทรปราการ เขต ๑ โรงเรียนวัดถั่วทอง ปทุมธานี เขต ๑ โรงเรียนวัดนาพราว ชลบุรี เขต ๓ โรงเรียนเปรมประชากร ปทุมธานี เขต ๑ โรงเรียนวัดหนองแขม กรุงเทพมหานคร ๓

ภาคตะวันตก-ใตตอนบน โรงเรียนบานราชกรูด ระนอง โรงเรียนสามัคคีอนุสรณ สุราษฎรธานี เขต ๓ โรงเรียนบานตรอกสะเดา กาญจนบุรี เขต ๔ โรงเรียนบานสะเตย กาญจนบุรี เขต ๔ โรงเรียนดานสิงขร ประจวบคีรีขันธ เขต ๑ ปราณี โสภณ เพชรบุรี เขต ๒ โรงเรียนวัดพราว สุพรรณบุรี เขต ๑ โรงเรียนวชิรธรรมโศภิต เพชรบุรี เขต ๑ โรงเรียนธงชัยวิทยา ประจวบคีรีขันธ เขต ๑ โรงเรียนคงคาราม เพชรบุรี เขต ๑ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา สุพรรณบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานพุมวงราษฎรบำรุง ราชบุรี เขต ๑ โรงเรียนวัดสระพังลาน สุพรรณบุรี เขต ๒ โรงเรียนวัดชองลาภ ราชบุรี เขต ๑ โรงเรียนบานหนองตาเย็น ประจวบคีรีขันธ เขต ๒

ภาคใตตอนลาง พินสร ภูเก็ต โรงเรียนตนบากราษฎรบำรุง ตรัง เขต ๑ โรงเรียนบานเจะบิลัง สตูล โรงเรียนวัดโรงเหล็ก นครศรีธรรมราช เขต ๔ โรงเรียนบานจำปา นครศรีธรรมราช เขต ๒ โรงเรียนวัดรังสิตาวาส ยะลา เขต ๑ โรงเรียนบานตอหลัง นราธิวาส เขต ๒ โรงเรียนบานชะอวด นครศรีธรรมราช เขต ๓ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๕๒ (ชุมชนบานตนไพ) ปตตานี เขต ๒ โรงเรียนสตรีภูเก็ต ภูเก็ต โรงเรียนยะหาศิรยานุกูล ยะลา ๒ โรงเรียนบานบอทราย พัทลุง เขต ๑ โรงเรียนวัดชองเขา สงขลา เขต ๓ โรงเรียนบานยุโป (รุงวิทยา) ยะลา เขต ๑ โรงเรียนวัดควนกอ นครศรีธรรมราช เขต ๓ โรงเรียนวัดทรายขาว สงขลา เขต ๑


ทานเจาคุณฯ พูดเสมอวาหากจะพัฒนาเด็กไทย ตองสอนใหมี ความใฝรู เมื่อรูแลว แตยังไมชัด ก็มีความใฝใจที่จะหาความรูตอไป เพื่อใหรูชัดเจน แจมแจง อยางถึงที่สุด ถาเปนอยางนี้ไดเด็กนั้นจะมี ความสุขในการหาความรูในการเลาเรียนศึกษาเอง โดยไมตองใช ความสุขจัดตั้งอยางที่เปนอยู ความสุขจัดตั้งก็คือ ความสุขที่ผูใหญ คอยจัดสรร ปรุงแตง กระบวนการเลาเรียนศึกษาใหมันสนุก แตไม รูตัววาไมไดปลุก “ปจจัยภายใน” ใหเด็กมีความสุขดวยตัวเอง ตัวผูใหญเหมือนผูจัดสรร ใหบริการใหเด็กมีความสุข สนุกสนาน พอทำอยางนี้เด็กจะรูสึกสนุก แตโลกที่เปนจริงไมมีคนคอยมาจัดสรร หรือคอยใหบริการ อยางนั้นเด็กจึงตองมีความสามารถที่จะอยูได ในโลกที่เปนจริงได อยางมีความสุขและอยางดีที่สุดดวย ทำอยางไร เด็กจะมีความสุขได ก็ตองสรางปจจัยภายในใหเขาสามารถมี ความสุขไดดวยตนเอง ไมตองอาศัยความสุขจัดตั้ง สิ่งสำคัญก็คือ ทำอยางไรจะพัฒนาใหเด็กเกิดมีปจจัยภายในที่จะใหเด็กมีความสุข ในการเรียนรูจนกระทั่งไมตองอาศัยครู หรือพอแมมาคอยชวยเหลือ เด็กก็มีความสุขในการเรียนรูไดดวยตัวของตัวเอง จากหนังสือ วิถีแหงปราชญ : ปฏิปทา จริยาวัตร ของพระพรหมคุณาภรณ (ป.อ. ปยุตฺโต) บทที่ ๖๐

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สนใจอานวารสารของภูมิภาคอื่นไดที่เว็ปไซต

http://inno.obec.go.th


เล่ม ๒-๗ ภาคอีสานตอนบน ปี ๕๓ สิงหาคม