Page 1

๒ เลมที่

วารสารโรงเรียนวิถีพุทธ

ปที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ประจำเดือน สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ภาคใตตอนลาง รวบรวม ๑๖ บทความ

จากภูมิภาคใตตอนลาง จำนวน ๒๔ เขตพื้นที่การศึกษา


จดหมายจากผูบริหาร จากวารสารโรงเรียนวิถีพุทธ : รูตื่นและ เบิกบาน ฉบับที่ ๑ ทำใหผมไดขอมูลชัดเจนขึ้น ถึงเรื่องงดงามที่ครู นักเรียนในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานไดลงมือปฏิบตั ิ ในพืน้ ที่ ผานความยากลำบาก แตกม็ งุ มัน่ เสียสละ ไมยอทอตออุปสรรค อีกทั้งพยายามหาหนทางวิธี ใหมทจ่ี ะทำเรือ่ งทีม่ งุ หวังใหสำเร็จ แมครู นักเรียน เหลานี้ อาจไมใชผูที่เคยไดรางวัล ไมใชผูที่สังคม รูจ กั หรือไมใชผทู ไี่ ดรบั การยกยองจากหนวยงานใด แตนั่นแสดงแลววาครู และนักเรียนเจาของเรื่อง เปนครูดี นักเรียนดีอยางแทจริง วารสารโรงเรียน วิถีพุทธ : รูตื่นและเบิกบาน นับเปนการบันทึก คุณความดีที่เปนรูปธรรมอีกวิธีหนึ่ง ที่จะปรากฏ หลักฐานใหคนรุนหลังไดเรียนรู อยางไรก็ดี ผมยังเชือ่ อีกวาครู และนักเรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานที่ประกอบคุณงามความดี เปนตัวอยาง

เปนพลังแกผูอื่นไดมีไมนอยในแตละชวงจังหวะ ชีวติ แตยงั ขาดการสืบคนทีค่ รอบคลุม และเผยแพร ในวงกวาง หากทำไดผมจึงขอเชิญชวนผูที่มีความ สามารถดานงานเขียน และมีโอกาสประสบพบเห็น เรื่องราวดีๆ ไดถายทอดออกมาเปนตัวหนังสือให ปรากฏมากขึน้ ๆ ในวารสารโรงเรียนวิถพี ทุ ธ : รูต นื่ และเบิกบาน ฉบับตอๆ ไป ทั้งที่ผลิตภายใน สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษา และผลิตโดยสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พลังความดี จะมีกำลังทวีคูณมหาศาล เกิดขึ้นไดบอยๆ ครั้ง และสามารถกระตุนจิตสำนึกใหครู นักเรียน และ ผูอานอื่นๆ รวมกันทำดี นำพาสังคมสูความสงบ สันติ อยางที่ทุกคนปรารถนา ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


แนวทาง

การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ

ทั้งระบบ

อรทัย มูลคำ ผูอำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.

เราคุนชินกับคำวา “โรงเรียนวิถีพุทธ” มานาน หลายยุคหลายสมัย (หลายรัฐบาล) บางคนตั้งคำถาม วา ประเทศไทยเปนเมืองพุทธศาสนา มีโรงเรียนที่ดูแล เด็กในวัยการศึกษาภาคบังคับ ๓๒,๐๐๐ กวาโรงเรียน ตั้งแตขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญมากกระจายไป ทุกภาคสวนในประเทศ เพื่อใหครอบคลุมการเขาถึง การศึกษาของเด็กทัง้ ทีม่ สี ญั ชาติไทยและไมมสี ญั ชาติไทย ทำไมไมทำใหทุกโรงเรียนเปนโรงเรียนวิถีพุทธใหหมด ถาเปนโรงเรียนที่ตั้งอยูในพื้นที่นับถือศาสนาอื่น ก็เปน “โรงเรียนวิถีธรรม” ก็ได ถาถามวา ทานคิดถึงอะไรเปนสิ่งแรกเมื่อนึกถึง โรงเรียนวิถพี ทุ ธ คำตอบทีม่ กั ไดรบั คือ ภาพเด็กนัง่ สมาธิ ภาพครู นักเรียนนุง หมสีขาว ภาพการไหวพระสวดมนต ทำนองสรภัญญะ ภาพพระ/ผูนำศาสนาสอนนักเรียน ภาพการแสดงโครงงานนักเรียนที่มีครูควบคุมกำกับ เปนตน จริงๆ แลวถาเรามองมิติใหมในการบริหาร จัดการโรงเรียนใหเปนวิถพี ทุ ธทัง้ ระบบ จะสามารถสราง รูปแบบวิถีพุทธที่ยั่งยืนใหเกิดขึ้นกับโรงเรียนได ไมวา ผูบริหารเกงหรือครูเกงจะยายไปโรงเรียนอื่นแลวก็ตาม ผูม าใหมจะสามารถสานตอได เพราะไดทำการฝงรากลึก ลงไปในโรงเรียนทั้งระบบแลว เราจะดำเนินการพัฒนา รูปแบบนี้ไดอยางไร (How to) ลองติดตามดูวามีความ เปนไปไดมากนอยเพียงใด การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ (วิถีธรรม) ทั้งระบบ (Whole School Approach) ประกอบดวย การพัฒนาโรงเรียนใหครบทั้ง ๔ ดาน ไดแก ดานการ บริหารจัดการ ดานการจัดการเรียนการสอน ดานการ ๒

จัดกิจกรรมสงเสริมการเรียนรู และดานการใหชุมชนมี สวนรวม โดยดำเนินการพัฒนาพรอมๆ กันไป วิธีการ ที่ทำแลวรับประกันไดวาประสบผลสำเร็จแนนอน ๑๐๐% “ไมมี” มีแตรับประกันไดวาแนวทางนี้แหละถานำไป ทดลองประยุกตใชใหเหมาะกับสภาพของโรงเรียนทาน นาจะไมผิดหวัง มาดูตั้งแตประเด็นแรก

๑.ดานการบริหารจัดการ ผูรับ ผิดชอบโดยตรงคือทานผูบริหารโรงเรียนและทีมงาน ดานบริหาร ตองเริ่มจากการประกาศนโยบายที่ชัดเจน วามีเจตจำนงจะเปนโรงเรียนวิถีพุทธ เหมือนประกาศ ตนเปนพุทธมามกะนั่นแหละ เมื่อมีนโยบายก็ตองมี วิสยั ทัศน พันธกิจและแผนดำเนินงานของโรงเรียนตามมา อยางเปนรูปธรรม เพื่อใหทุกคนในโรงเรียนรับรูและ ตระหนักอยูเสมอวาจะตองสอดแทรกเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมเขาไปในทุกกิจกรรม เรียกวาทำทุกวัน ทำทุก คนจนเปนนิสัยทีเดียว นอกจากนั้ น การจั ด สภาพบรรยากาศและ สภาพแวดลอมเพื่อใหเกิดวิถีชีวิตจริงตองทำควบคูกัน ไป ไดแก การสรางความรมรืน่ ดวยความเขียวของตนไม ใบหญา หรือจะเรียกวา ทำโรงเรียนใหเปนสีเขียว (Green School) ไมใชโรงเรียนสีน้ำตาล (Brown School) คือ โรงเรียนที่มีแตตึก มีแตซีเมนต พื้นดินไมมีหญา ไมมี ร ม เงาของธรรมชาติ คำว า “โรงเรียนสีเขียว” ใน ความหมายทีแ่ ทจริงคือโรงเรียนที่มุงอนุรักษสิ่งแวดลอม นั่นเอง และนั่นคือที่มาของ “จิตอาสา” ที่นักเรียนพึงมี บมเพาะจนเปนอุปนิสัยเบื้องตน อาสาที่จะคืนผืนดินให


ถ า โรงเรี ย นเป น โรงงานผลิ ต หล อ หลอมเด็ ก ออกไปสูสังคม บมเพาะไวตั้ง ๙-๑๒ ป เพื่อ ใหเด็กออกไปมีคุณสมบัติเดนคือ เปนคนเกง คนดี คนมีความสุขในสังคม กระบวนการผลิต คือผูบริหารและครู

ชุม ชืน้ คืนธรรมชาติสผู นื แผนดินแม สิง่ เหลานีท้ ำไดไมยาก ลงทุนไมสูง อาศัยความรวมมือรวมใจกัน ปลูกตนไม ยืนตนคนละตน อาจปลูกวันคลายวันเกิดของเด็กทุกคน ทีส่ ำคัญคือการเฝาดูแลใหตน ไมนนั้ ไดเติบใหญ แข็งแรง แผรมเงาใหแกทุกชีวิตที่เขามาพักพิงอาศัย (เมตตา) ไมจำเปนตองปลูกเฉพาะในโรงเรียนอาจปลูกในบาน ที่สาธารณะของชุมชน ริมหวยหนองคลองบึง ในวัด มัสยิด หรือโบสถคริสตจักร เปนตน เปนวิธีบมเพาะ ชี วิ ต ให ใ กล ชิ ด ธรรมชาติ รู จั ก การให การเสี ย สละ ฝกความสงบอิ่มเอิบใจที่ไดทำดี ทำใหเกิดระบบนิเวศ ทีส่ ำคัญพลิกฟน คืนความเขียวคืนสูธ รรมชาติ (กตัญู) ตอมา ตองพรอมใจกันรักษาความสะอาดของ โตะเรียน หองเรียน ตึกเรียน และบริเวณโรงเรียน เปนการ ฝกกวาดขยะ (กวาดกิเลส) ออกจากซอกมุมของหอง (จิตใจ) กำจัดขยะใหหมดไปเหมือนการกำจัดสิ่งไมดี ความคิดไมดอี อกไปจากจิตใจของตน ทีอ่ ยูท เ่ี รียนสะอาด

ครูนักเรียนก็จะอารมณดีแจมใส สมองก็จะรับรูซึมซับ วิชาความรูเ ขาไปไดงา ย เพราะจิตเปนกุศล ที่สำคัญคือ ครูผูสอนตองมีเมตตา ไมอารมณเสียหงุดหงิดใชวาจา ทำรายเด็ก ประเด็นสำคัญในดานการบริหารจัดการที่ถูก ละเลยมองขามไปคือตัวผูบริหารและครูที่ตองทำตัว เปนตนแบบสำคัญในการทำใหโรงเรียนเปนวิถพี ทุ ธอยาง ครบวงจร เพราะถาผูบริหารไมมีศีลไมมีสัตย ประพฤติ ปฏิบัติแบบรูทฤษฎีแตไมสรางนิสัยที่ดีใหเด็กไดเห็น กลายเปนโรงเรียนวิถีพุทธแตในนามไมใชแนวปฏิบัติ เชน การตรงตอเวลา การถือศีล ๕ เปนกิจวัตร การ บริหารแบบโปรงใส การใหอภัย การเสียสละ และอุทศิ ตน

๒. ดานการจัดการเรียนการ สอน ผูร บั ผิดชอบโดยตรงคือครูผูสอน คุณครูทุกคน ตองรับผิดชอบรวมกันในการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม ๓


ลงในกลุมสาระวิชาที่ตนสอน มิใชมอบใหเปนภาระ หนาทีข่ องครูกลุม สาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หรือเปนเรื่องของพระสงฆ/ผูนำศาสนา ครูทานอื่นอาจ มองวาจะสอนศาสนาผานวิชาที่รับผิดชอบไดอยางไร ไมตรงกับเนื้อหาหลักสูตรที่กำหนด ไมอยูในเนื้อหาวิชา ตรงไหน แตถามองยอนไปดูจุดหมายปลายทางของ หลักสูตรดานคุณลักษณะที่พึงประสงคของนักเรียน จะ พบถึงสัจธรรมวา ถาโรงเรียนเปนโรงงานผลิตหลอหลอม เด็กออกไปสูสังคม บมเพาะไวตั้ง ๙-๑๒ ป เพื่อใหเด็ก ออกไปมีคณุ สมบัตเิ ดนคือ เปนคนเกง คนดี คนมีความ สุขในสังคม กระบวนการผลิตคือผูบริหารและครู และ ที่ปนมากับมือก็คือครูทุกคนนั่นแหละเปนคนใกลชิด ที่สุดในหองเรียน จึงไมอาจปฏิเสธไดวาครูไมเกี่ยวของ ลองมายกตัวอยางวาจะสอดแทรกตรงไหนไดบา ง คอมพิวเตอร การไมคัดลอกงานคนอื่นมาเปน ของตน (copy file and paste) การไมเขาดูเว็ปไม พึงประสงค การสรางเว็ป E-book เปนตน คณิตศาสตร การตั้งคติธรรมแปลงคาใสลงใน เลขโจทย การคำนวณหาพืน้ ทีโ่ บสถ วิหาร วัด การตรง ตอเวลาในการทำงาน ความซื่อสัตยในการทำงาน ฯลฯ วิทยาศาสตร ดานการอนุรักษสิ่งแวดลอม การ ประหยัดพลังงาน สาเหตุโลกรอน เปรียบเทียบจักรวาล การศึกษามิติภาพชาติที่ซอนกัน ผีมีจริงหรือไม กลุม พลังงานคือผีหรือเปลา ฯลฯ ดนตรี ศิลปะ การวาด การปน การทอ การ แกะสลัก การยอมมัด การรอง การแสดง การเตน ทีน่ ำ เอาเรือ่ งราวทางศาสนาไปประยุกต ไมวา จะเปนคำสอน พุทธประวัติ ชาดก นิทานพื้นบาน เพื่อใหเกิดอารมณ สุนทรียศาสตรที่ซึมซับคุณธรรมเขาไปใหเกิดการรับรู และเกิดการกระตุนความคิดที่ดีๆ ฝงลงไปในจิตใจ สมารถขยายไปสูผ อู น่ื ได ทีส่ ำคัญเกิดสมาธิในการทำงาน มากขึ้น

สวนใหญครูมกั เขาใจผิดวาเปนหนาทีข่ องครู แตในความ เปนจริงแลวนักเรียนตองเปนผูริเริ่มคิดโครงการหรือ โครงงานขึ้นมาโดยการรวมตัวกันทำกิจกรรมใหเกิด ประโยชน ต อ ผู อื่ น เช น โครงการด า นสิ่ ง แวดล อ ม โครงการตอตานสารเสพติด โครงการทำดีถวายในหลวง โครงการรณรงคสะสมบุญทุกวันพระ กิจกรรมหนังสือ ทำมือเพือ่ นอง ฯลฯ โดยมีครูเปนเพียงทีป่ รึกษา ผูบ ริหาร เปนผูสนับสนุนเงินหรือทรัพยากรในการทำกิจกรรม/ โครงการ สิ่งที่ไดคือเด็กจะกลาแสดงออก เด็กเกิดการ กระตุนใหเกิดการคิดวิเคราะหและคิดสรางสรรค เด็ก ใชเวลาวางใหเปนประโยชน เด็กเกิดความภาคภูมิใจใน ตัวเอง เด็กเกิดการรวมพลังกันดานจิตอาสา ดานการ เสียสละ ดานการทำงานเปนทีม ดานการเสริมสราง คุณธรรมในวิถีชีวิตในโรงเรียนและในบาน

๔. ดานการใหชมุ ชนมีสว นรวม

ผูรับผิดชอบโดยตรงคือผูบริหารและครู ที่ตองประสาน สัมพันธใหชุมชนแสดงความคิดเห็นในการวางแผนการ ทำงานรวมกัน เปนวิทยากรทองถิ่น เปนปราชญชาว บานเลาเรื่องราวในอดีตของชุมชน เชน บานเมือง สมัยกอน การอยูรวมกัน ความสงบ การพึ่งพาอาศัย ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ วัฒนธรรมประเพณีพื้นบาน พื้นเมือง เปนตน นอกจากนั้ น โรงเรี ย นต อ งให ก ารสนั บ สนุ น ชุมชน รวมงานบุญ งานทำนุบำรุงศาสนาโดยสนับสนุนให เด็กเขาไปมีสวนรวมเต็มตัว นอกจากจะไดใจพอแก แม เ ฒ า และคนในชุ ม ชนแล ว เด็ ก ๆ จะได เ รี ย นรู นอกหองเรียนที่เปนวิถีชุมชนอีกสวนหนึ่งดวย เปนการ ถายโอนความรู ความเชื่อ ความศรัทธาใหเกิดการมี สวนรวมระหวางบาน วัด โรงเรียนอยางแทจริง ถึ งแม จะมี วิธีก ารการจัด การโรงเรียนวิถีพุท ธ (วิถีธรรม) ทั้งระบบ (Whole School Approach) แต สิ่งสำคัญกวานั้นก็คือผูปฏิบัติ หากขาดซึ่งสิ่งนี้ก็เกรงวา ๓. ดานการจัดกิจกรรมสงเสริม จะเป น เรื่ อ งยากที เ ดี ย วที่ เ ราจะได เ ห็ น ผลสำเร็ จ อั น การเรี ย นรู ผู รั บ ผิ ด ชอบโดยตรงคื อ นั ก เรี ย น จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ และประเทศของเรา


ความรู

คือ การเรียนรูบางสิ่งทุกวัน

ปญญา

คือ การปลอยวางบางอยางทุกวัน วาทะเซน


สารบัญ บทความ

…แสงแหงความเขาใจ… ภูเก็ต

วินัยรองเทา ตรัง เขต ๑

จิ๊กซอวที่หายไป… สตูล

จากประสบการณจริง สรางจิตสำนึกได

หนา บทความ

๘ แมเหน็ดเหนื่อย… ก็คุมคาที่ฝาฟน ๑๑ ปตตานี เขต ๒ ชีวิตผม…ในกำมือของครู ๑๔ ภูเก็ต จริงหรือ! บุญบันดาล… ๑๗ ยะลา เขต ๒ ดาวแหงความดีที่บอทราย

นครศรีธรรมราช เขต ๔

พัทลุง เขต ๑

อยากเปน…พี่สม

๒๐ รุงอรุณที่ชองเขา

นครศรีธรรมราช เขต ๒

สงขลา เขต ๓

เสียงใดในแดนหลา… เสียงตนกลาที่ถูกลืม ยะลา เขต ๑

เรือจางที่เกยตื้น… นราธิวาส เขต ๒

เด็กละคร นครศรีธรรมราช เขต ๓

๒๓ จิตตื่น ใจเบิกบาน ดวยการสวดสรภัญญะ

หนา

๓๓ ๓๖ ๓๘ ๔๐ ๔๔ ๔๗

ยะลา เขต ๑

๒๖ สมาธิทำให ใจสงบ

๕๒

นครศรีธรรมราช เขต ๓

๓๑ คานิยมการประหยัดอดออม สรางไดตามแนวทางวิถีพุทธ สงขลา เขต ๑

๕๕


ภูเก็ต

...แสงแหงความเขาใจ...

เรื่อง พินสร สน.ศึกษานิเทศก อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ค่ ำ แล ว …พระนพคุ ณ มองทอดสายตา ออกไปนอกหนาตางอยางไรจุดหมาย ความมืด คอยๆ กอตัวคืบคลานปดฉากฟาลงทีละเล็กทีละ นอย สะเก็ดดาวเริ่มรำไรทอแสงฉาบไลความมืด สลับประหนึ่งดังจะอวดโฉมความเจิดจรัสระหวาง กันและกัน ความมีชีวิตชีวาบนฟากฟากลับมา เปดฉากการแสดงอีกคราหนึ่ง มันจะเปนวัฏจักร อยางนี้ไปอยางไมรจู บ


วิ นั ย เป น นั ก เรี ย นที่ ดี พ ร อ มในทุ ก เรื่ อ ง เปนตัวอยางที่ครูเกือบทุกคนในโรงเรียนตองยก มากลาวอางถึงดวยความภาคภูมิใจอยูเสมอๆ จนหลายๆ คนมองเห็นเปนเรื่องธรรมดาๆ และ มักเดาทางครูผูสอนไดถูก ก็เปนเรื่องที่เหมาะสม ซึ่ ง เกื อ บทุ ก คนก็ ย อมรั บ โดยดุ ษ ฎี ยกเว น ด.ช.นพคุณ ซึ่งเปนนักเรียนที่นาจะเรียกไดวา มี คุ ณ สมบั ติ เ กื อ บทุ ก อย า งตรงกั น ข า มกั บ ด.ช. วินัย ราวฟากับเหว หากเปนเรื่องที่ดี ด.ช.วินัยจะ ไดรับการกลาวถึง หากเปนเรื่องที่ไมนาจะเอา เปนแบบอยาง คงหนีไมพน ด.ช.นพคุณ ...จึงเปนเรื่องราว ๒ เรื่อง ๒ หนา ที่มัก จะเกิดอยูซ้ำแลวซ้ำเลาภายในหองเรียนแหงนี้ แต ห ลายคนก็ ดูมีค วามสุ ข เรี ย นกัน ดวยความ สนุกสนาน ทามกลาง ๒ ตัวอยางในดานบวก และดานลบ ที่เปนตัวอยางซ้ำๆ เกิดขึ้นทุกวัน “นพคุณ เอาการบานที่ใหไปเมื่อวาน มา สงครูซิ” ครูอารีรองตะโกนบอก ขณะที่กาวเดินสู ห อ งเรี ย น สายตาเกื อ บทุ ก คู ภ ายในห อ งเรี ย น มองตรงไปยั ง ด.ช.นพคุ ณ แทบจะเป น จุ ด เดียวกัน ด.ช.นพคุณ คอยๆ เงยหนาขึ้นตอบ คำถามครูอารี “ ค รู ค รั บ ผ ม ยั ง ไ ม ไ ด ท ำ เ ล ย ค รั บ คือ...วา...” ด.ช.นพคุณ กมหนาตอบเสียงออยๆ ในลำคอ “เธอไมตองพูด...คิดแลวเชียว วาคำตอบที่ ไดจากเธอ คงเหลวอีกตามเคย ครูถามเธอจริงๆ นะ นายนพคุณ เธอยังคิดอยากจะเรียนอยูที่นี่อยู หรือเปลา ทำไมเธอจึงมักทำตัวแตกตางจากคน อื่นอยูเรื่อย เธอดูวินัยซิ วินัยเขาไมเคยเอาการ บานที่ครูใหไปทำที่บาน เขาใชเวลาวาง แลวก็ทำ เสร็จที่โรงเรียนนี่แหละ ทำไมสิ่งดีๆ ตัวอยางดีๆ

เธอถึงไมเอาเปนแบบอยาง” ครูอารีเริ่มมีน้ำเสียง ไมคอยพอใจ “เอาละ ชั่วโมงนี้ เธอไมตองเรียนก็แลว กัน เพราะถึงเรียน เธอก็คงเรียนไมรูเรื่อง จะไป ไหนก็ไป” ครูอารี พูดเสียงดังอยางเกรี้ยวกราด แสดงถึงความไมพอใจอยางมาก ด.ช.นพคุณนั่งนิ่ง กมหนา ในใจดูจะมืด มิ ด ไ ป ห ม ด สั ก พั ก ก็ ค อ ย ๆ ห มุ น ตั ว หั น กลับ...หยิบกระเปา แลวกาวออกจากหองเรียนไป อยางเงียบๆ ทามกลางสายตาของทุกคนที่มอง สงไปจนลับตา “ถูกไลออกจากหองเรียนตามเคยอีกแลวซิ นะ ไอนพ ชางมันเถอะวะ เอ็งจะมัวเสียใจไป ทำไม ขาก็อยากรูเหมือนกัน คนเราถาไมไดเรียน แลว ชีวิตมันจะตองมีอันไมตองไดเกิดก็ใหมันรู ไป ในเมื่อทางโลกเขาไมตองการเอ็ง เอ็งก็ไปหา ทางอื่นก็แลวกัน ไอโชค ไอรวย ไอสน พวกมัน รอเอ็ ง อยู ที่ ห อ งแน ะ รี บ ไปสิ ” น้ ำ เสี ย งเนิ บ ๆ ทุ ม ๆ แต แ ฝงไปด ว ยความรั ก ความเมตตา ความอบอุน ที่นพคุณรับความรูสึกได “ครับ” นพคุณ ตอบรับ ยกมือไหว พรอม วางกระเปาลง แลวรีบเดินตรงไปยังหองซึ่งเปน จุดหมายทันที “มาแลวเหรอ นายนพ พวกเรากำลังรอ นายอยูเชียว นั่งเลยๆ เดี๋ยวเราเริ่มกันเลยนะ” ความเงี ย บ ความสงบ เข า คลอบงำ ภายในห อ งอี ก ครั้ ง หนึ่ ง ภายในห อ งสี่ เ หลี่ ย ม เล็ ก ๆ ด า นหน า วางโต ะ หมู บู ช าเก า ๆ มี ชั้ น หนังสือเล็กๆ วางอยูดานขาง แสงแดดออนๆ รำไรๆ ลอดมาจากหนาตาง ...เวลาผานไปนาน เทาไรไมมีใครรู รูเพียงวา ความเงียบ ความสงบ ทามกลางความรูสึกที่ดี ที่ทุกคนมีใหตอกัน มัน ๙


ยากจะอธิบายได มันเปนความรูสึกที่นพคุณไม เคยไดพบ ไดสัมผัสมากอน ดูมันอบอุนและอิ่ม เอิบไปดวยความเปนมิตร เปนเพื่อน วันนี้ ณ เวลานี้ อยาเลย... ทุกอยางมันก็เกิดขึ้นซ้ำแลวซ้ำ เลา หลายคนก็เบื่อ คนรอบขางหลายคนตางก็ อิดหนาระอาใจ ทำไมนพคุณจะไมรูสึก ไมเขาใจ ถึงทาทีของคนเหลานั้น นพคุณตัดสินใจอยางเด็ด ขาดแลว วันพรุงนี้ และวันตอๆ ไป นพคุณจะไม ไปในสถานที่ แ ห ง นั้ น อี ก สถานที่ ที่ ไ ม มี ใ คร ตองการ สถานที่ที่ถูกกลาวถึงใหเปนตัวอยางที่ไม ควรเอาเยี่ยงอยางซ้ำแลว ซ้ำเลา วันนี้ พระนพคุณมีความสุข สงบเย็นภาย ใตรมผากาสาวพัสตร พระนพคุณหมดสิ้นหวง พันธนาการจากทางโลก โยมพอโยมแมไดจาก นพคุณไปอยางไมมีวันกลับดวยโรครายที่กอตัว คุกคามอยางหนัก ทิ้งเปนภาระอันหนักอึ้งใหกับ ด.ช.นพคุณ ตองดิ้นรนหาเลี้ยงดูพอและแมตาม ลำพังจนแทบจะไมเปนอันเลาเรียน จนถูกสังคม ภาคการศึกษามองวาเปนตัวถวง ตราหนาวาเปน ตัวอยางที่ไมควรเอาเยี่ยงอยาง แตโลกก็ยังไม ๑๐

หมดสิ้นแสงแหงความเมตตาไปซะทีเดียว ดวย ความรักความเขาใจที่หลวงตาสิน ลุงของนพคุณ มีใหกับนพคุณ ที่พึ่งพิงทางใจ ทางกาย เมื่อครา ที่ มี ค วามทุ ก ข ความระทม ด ว ยการได พึ่ ง พิ ง อาศัยความสุข สงบ ชั่วครั้งชั่วคราวจากการนั่ง สมาธิ รวมกับเพื่อนๆ เด็กวัดดวยกัน จนหลอ หลอมฝงตัวเปนกิจนิสัยถาวรติดในตัวนพคุณมา จนกระทั่งถึงปจจุบัน (ขอคิดของเรื่องนี้...เปนเรื่องที่เกิดขึ้นบอย มากในสังคมเราทุกวันนี้ สถานศึกษาหลายแหง ไดมีการวางแนวทางแกไข มีการจัดระบบการ ดูแลชวยเหลือนักเรียน มีนักเรียนหลายคน หลาย ครอบครั ว ที่ ไ ด รั บ การดู แ ลช ว ยเหลื อ อย า งทั น ทวงที แตก็ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ถูกมองขาม มองเห็ น เพี ย งแค ผิ ว ชี วิ ต ภายนอกของนั ก เรี ย น โดยเฉพาะในสังคมดอยโอกาสกึ่งความเจริญ ที่ มักปลอยใหเกิดปญหาในลักษณะเชนนี้ซ้ำแลว ซ้ำเลา)


ตรัง เขต ๑

วินัยรองเทา เมื่อ ๒๒-๒๕ มีนาคม ๒๕๕๐ ขาพเจา นายสุรพล มุสิกพันธ ผูอำนวยการโรงเรียนตน บากราษฎร บ ำรุ ง ได เ ข า ร ว มโครงการพั ฒ นา ศั ก ยภาพแกนนำองค ก รเครื อ ข า ยส ง เสริ ม คุ ณ ธรรม ดานจิตอาสา กับศูนยสงเสริมและพัฒนา พลังแผนดินเชิงคุณธรรม สำนักงานบริหารและ พั ฒ นาองค ค วามรู (องค ก ารมหาชน) สำนั ก นายกรัฐมนตรี และไดรับคัดเลือกใหไปศึกษาดู งาน ณ มู ล นิ ธิ พุ ท ธฉื อ จี้ ไต ห วั น โดยการ

สนั บ สนุ น งบประมาณจากศู น ย ส ง เสริ ม และ พั ฒ นาพลั ง แผ น ดิ น เชิ ง คุ ณ ธรรม สั ง กั ด สำนั ก นายกรัฐมนตรี ในการไปศึ ก ษาดู ง านในครั้ ง นั้ น ได รั บ ความรูมากมายจากการเยี่ยมชมสถานีรีไซเคิล (ปาเตอ) ศึกษาดูงานโรงเรียนประถม มัธยม และ อาชีวะอยูในสถาบันเดียวกัน ดูงานมหาวิทยาลัย ฉือจี้ รับฟงทานธรรมาจารยเจิ้งเหยียน และชม ส ม ณ ร า ม จิ้ น ซื อ เ ยี่ ย ม ช ม โ ร ง พ ย า บ า ล

เรื่อง สุรพล มุสิกพันธ โรงเรียน ตนบากราษฎรบำรุง ต.นาพละ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง

๑๑


ฮวาเหลียนฉือจี้ โรงพยาบาลชินเตี้ยนฉือจี้ ชม สถานีรีไซเคิล (เนยหู) ชมสถานีโทรทัศนตาอาย (ศูนยวัฒนธรรมของฉือจี้) คณะที่ศึกษาดูงานดวยกันหลายทานไม สนใจในสถานที่ที่ไปเรียนรูมากนัก แตกลับสนใจ บุ ค ลากรของมู ล นิ ธิ พุ ท ธฉื อ จี้ ม ากกว า เพราะ บุคลากรเหลานั้นมีความรับผิดชอบ มีระเบียบ มี วินัย มีความตรงตอเวลา ซึ่งสิ่งเหลานี้หาไดยาก มากในประเทศไทย “เขาฝกกันอยางไร” นี้เปน คำถามในใจขาพเจาตลอดเวลาในขณะที่ศึกษาดู งาน ณ ประเทศไตหวัน และพยายามคนหาคำ ตอบตลอดเวลา ในที่สุดสิ่งที่ไมเคยมีมากอนนาจะเปนคำ ตอบใหขาพเจาไดอยางชัดเจนที่สุด คือตอนเขา ชมโรงพยาบาลซินเตี้ยนฉือจี้ กอนเขาเยี่ยมชม ๑๒

โรงพยาบาลตองถอดรองเทาแลวมีถุงสำหรับเก็บ รองเทาหิ้วติดตัวไปดวย ตลอดเวลาที่ศึกษาดูงาน ณ โรงพยาบาลแห ง นี้ ขณะที่ เ ดิ น ศึ ก ษาดู ง าน พรอมหิ้วถุงรองเทาก็คิดไดวานี่คือวิธีการหนึ่งที่จะ ฝ ก ให เ ยาวชนของชาติ มี ค วามรั บ ผิ ด ชอบต อ รองเทาของตนเอง รับผิดชอบตอตนเองกอนที่จะ รับผิดชอบตอผูอื่น แลวจึงจะรับผิดชอบงานใหญ ในอนาคตตอไป เมื่อศึกษาดูงานเสร็จก็ออกกลับ อีกประตูหนึ่ง ใชแลวไมตองกลับไปเอารองเทา เพราะหิ้วมาแลว ดูเหมือนวาวิธีการนี้จะเปนการ สอนคุณธรรมใหกับผูมาเยี่ยมชมไดเปนอยางดี เมื่ อ ถึ ง เมื อ งไทย ทางศู น ย ส ง เสริ ม และ พัฒนาพลังแผนดินเชิงคุณธรรมเรียกประชุมเพื่อ สรุปประเมินผลการศึกษาดูงานที่ประชุมใหขอคิด เห็นอยางหลากหลาย และพูดเปนเสียงเดียวกัน


คณะที่ศึกษาดูงานดวยกันหลายทานไมสนใจในสถานที่ที่ ไปเรียนรูมากนัก แตกลับสนใจบุคลากรของมูลนิธิพุทธฉือจี้มากกวา เพราะบุคลากรเหลา นั้นมีความรับผิดชอบ มีระเบียบ มีวินัย มีความตรงตอเวลา ซึ่งสิ่งเหลานี้ หาไดยากมากในประเทศไทย “เขาฝกกันอยางไร”

ส ว นใหญ ว า บุ ค ลากรของมู ล นิ ธิ พุ ท ธฉื อ จี้ เ ป น บุ ค ลากรที่ มี วิ นั ย มี ค วามรั บ ผิ ด ชอบ ส ว นตั ว ขาพเจาก็ยังติดใจเรื่องรองเทาเพราะเปนเรื่องที่ แปลกมากโดยเฉพาะการหิ้วรองเทาเดินชมสถาน พยาบาลไมนาจะเปนธรรมเนียมปฏิบัติของผูมา เยี่ยม จากการศึ ก ษาดู ง านมู ล นิ ธิ พุ ท ธฉื อ จี้ ขาพเจาไดนำเอาเรื่องรองเทามาเผยแพรใหกับ บุคลากรในโรงเรียนตนบากราษฎรบำรุง หมูที่ ๗ ตำบลนาพละ อำเภอเมื อ งตรั ง จั ง หวั ด ตรั ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตรังเขต ๑ และได ติ ด ตามดู พ ฤติ ก รรมของนั ก เรี ย นแต ล ะ ห อ งเรี ย นในฐานะผู บ ริ ห ารโรงเรี ย นสั ง เกตดู นักเรียนที่ถอดรองเทาและวางรองเทาแตกตางกับ นักเรียนในประเทศไตหวัน คือ เดินเขาชิดฝาผนัง แลวถอดรองเทาเขาหองเรียนโดยไมไดคำนึงวา จะวางเปนระเบียบหรือไม ขณะที่ถอดรองเทาก็ เหยียบรองเทาของนักเรียนคนอื่น ทำใหรองเทา ของคนอื่นสกปรก เวลาจะสวมรองเทาก็ตรงไปที่ ฝาผนังหองแลวยื่นเทาสวมรองเทาทำใหรองเทา ของผูอื่นที่วางเปนระเบียบเรียบรอยกลับไมนาดู จึงเปลี่ยนวิธีการใหมใหกับนักเรียนทุกคน ดังนี้ ๑. ถอดรองเทาแลวหยิบไปวางไว ณ ที่ วางรองเท า โดยหั น ส น รองเท า เข า หาฝาผนั ง (เพื่อปองกันเวลาสวมรองเทาจะไดหยิบรองเทา ออกมาสวม) วางรองเทาใหเปนระเบียบ ที่ของ ใครก็ของคนนั้น

๒. เวลาสวมรองเทา ใหหยิบรองเทาออก มาจากที่ ว างรองเท า แล ว นั่ ง สวมรองเท า ให เรียบรอยกอนที่จะไปทำกิจกรรมอยางอื่น เป น เวลา ๓ ป แ ล ว ที่ โ รงเรี ย นต น บาก ราษฎรบำรุงไดฝกนักเรียนตั้งแตชั้นอนุบาลถึงชั้น ประถมศึกษาปที่ ๖ ใหถอดรองเทาแลวนำไปวาง ไว ณ ที่สำหรับวางรองเทา เวลาสวมรองเทาก็ให หยิ บ รองเท า ของตนเองมานั่ ง สวมรองเท า ให เรียบรอยกอน แลวจึงจะไปทำกิจกรรมอยางอื่น ผลที่ไดรับก็คือนักเรียนโรงเรียนตนบากราษฎร บำรุงทุกคนมีวินัยในการถอดวางรองเทา มีความ รับผิดชอบตอรองเทาของตนเองและรองเทาของ ผูอื่นที่วางอยูกอน การฝกการรับผิดชอบไมใชจะ สอนกันไดงายๆ ถาไมมีการฝกใหปฏิบัติเปนนิสัย เมื่อมีการฝกจนเปนนิสัยก็กอใหเกิดวินัย และ ความรับผิดชอบจะตามมาในโอกาสตอไป และ จะเปนพื้นฐานในการฝกวินัยและความรับผิดชอบ ในระดับตอไป นี่เปนสวนหนึ่งที่บุคลากรของมูล นิธิพุทธฉือจี้ ไตหวัน เปนคนมีวินัยและความรับ ผิดชอบ ปจจุบันนักเรียนโรงเรียนตนบากราษฎร บำรุ ง ก็ เ ป น เช น เดี ย วกั น วิ นั ย เกิ ด จากการวาง รองเท า เป น แนวปฏิ บั ติ เ ดี ย วกั น ทั้ ง องค ก ร คื อ วินัยรองเทา นั่นเอง

๑๓


สตูล

จิ๊กซอวที่หายไป... เรื่อง สุจิกา ยีมัสซา โรงเรียน บานเจะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล

๑๔

วันดีคืนดี นโยบายเด็กพิเศษเขามา นาชีอีนตองเรียนรวม กับเพื่อนๆ เรียนรวมบาง เรียนแยกบางตามศักยภาพ ของเขา จากนั้ น เป น ต น มา นาชี อี น เปลี่ ย นสถานะจาก “ศิษยคนพิเศษ” เปน “เด็กพิเศษ” แทน


ชองวาง ชวงคาบเกี่ยวระหวางนโยบายซ้ำ ชั้นไดบาง ไมไดบาง ปฏิสัมพันธของโรงเรียน ผ า นบทบาทครู แ นะแนว ครู ฝ า ยปกครอง ครู ประจำชั้น ไมมีใครผิด เด็กคนหนึ่งที่เกิดมาตรง กับชวงคาบเกี่ยวของความเปนเด็กเรียนไมเกงกับ เด็กพิ เ ศษ เส นแบ งระหว า งเด็ ก เกี ย จคร า นกับ เด็กขยัน “ผมทำไมไดจริงๆ ครับ” ผลพวงที่ได คือ แลว นาชีอีน...หายไปไหน “นาชีอีน...เอาเอกสารนี้ไปใหครู ป.๓/๒ เซ็น แลวรอเอากลับมาใหครูดวย ถาไมเจอครูก็ อยาวางไวนะ เดี๋ยวหาย” “นาชีอีน หิวน้ำ คอแหงจัง อยูเปนเพื่อน เด็ก หรือจะไปเอาน้ำที่โรงอาหารใหครูดี” “เดะๆ บังรอรับอยูขางลาง เดะกระโดด ลงมาไดเลย ไมตองกลัวนะ” “เดะๆ ไปโยนบอล รับบอลกับบังที่สวน สนดีกวาตรงนี้อีกนะ” “ครูขอขี้วัวที่บานสัก ๒ ถุงเย็นนี้ ครูใหกิน ขนม ๔๐ บาทนะ วางไวขางรถไดเลย” บทสนทนาประจำวั น ที่ น าชี อี น และ บรรดาครูในโรงเรียนทั้ง ๒๒ คนที่วนเวียนมาใช บริการนาชีอีน แสดงความเปนกันเอง สนิทสนม ใหความอบอุนใจมิตรจิตมิตรใจที่ใหกันระหวาง เพือ่ นนักเรียน ครู กับ “ศิษยคนพิเศษ” ทีช่ อื่ นาชีอนี ถูกตองแลว นาชีอีนเปน “ศิษยคนพิเศษ” สำหรั บ โรงเรี ย นนี้ นาชี อี น ไม ต อ งเรี ย นใน ห อ งเรี ย นตลอดทั้ ง วั น ถ า เขาเบื่ อ เมื่ อ ไหร เ ขา

สามารถเปลี่ยนอิริยาบถไปทำอยางอื่นไดทันที โดยเพื่ อ นก็ ไ ม มี ใ ครเลี ย นแบบ หรื อ เรี ย กร อ ง หมูบานสังคมญาติที่นี่สามารถเรียนรูกันตอจาก สังคมที่บาน สวนมากนาชีอีนเลือกที่จะใหความ สนิ ท ชิ ด เชื้ อ กั บ ครู ม ากกว า เด็ ก ๆ ครู แ ต ล ะคน สำหรับเขานาสนใจทั้งนั้น บางคนเกงงานชาง เหลือเกิน คอยอยูใกล ยื่นคอนยื่นตะปูใหก็ดูหรู แลว ในเมื่อเด็กคนอื่นๆ ทำไมไดเชนเขา ครูบาง คนก็ ดู โ ก ก ว า คื อ สามารถเป น เจ า ของห อ งที่ มี สินคามากมาย ขนมอรอยๆ ไอศกรีมเต็มตู ครู บางคนยิ่งแลวใหญ สามารถทำบุญเลี้ยงขาวคน ทั้งโรงเรียนไดทุกวัน ไมรูเอาเงินมาจากไหนไมรู จักหมดสิ้น พวกครูๆ นี้ชางนาสนใจจริงๆ เมื่อกอนจะมีนโยบายการศึกษาพิเศษนั้น นาชีอีนเรียนแตละชั้นมากกวา ๑ ป แมไมชอบ การเรียน แตก็ไมชอบเลน เขาชอบกิจกรรมรวม กับครู มันดูโกกวาอยูกับเด็กๆ ที่ผานมาผานไป แต ล ะป นาชี อี น ชอบบริ ก ารครู เ ป น พิ เ ศษโดย เฉพาะคนที่พูดดีกับเขา พูดนุมหู ใหความเปน กันเอง ใหเกียรติเขา และเปนคนที่เปดรับเขาเปน “ศิษยคนพิเศษ” วันดีคนื ดี นโยบายเด็กพิเศษเขามา นาชีอนี ตองเรียนรวมกับเพื่อนๆ เรียนรวมบาง เรียนแยก บางตามศักยภาพของเขา จากนั้นเปนตนมานาชี อี น เปลี่ ย นสถานะจาก “ศิ ษ ย ค นพิ เ ศษ” เป น “เด็กพิเศษ” แทน จนกระทั่งตองเรียนหองเรียน ครูประจำชั้นผูชาย ครูไมคอยมีเวลาให นโยบาย ๑๕


ที่ไมใหเด็กซ้ำชั้นมา บทบาทครูแนะแนวก็เริ่มชัด ขึ้ น ในขณะที่ ค รู พ ละคนใหม ก็ ต ามรู ป แบบคื อ เปนครูฝายปกครองดวยก็เขมงวดกับระเบียบวินัย ของโรงเรียน เพราะโรงเรียนเริ่มหยอนระเบียบ วินัยมากขึ้น จากนั้นมานาชีอีนก็ไดเลื่อนชั้นทั้งๆ ที่ยัง อานไมออก เขียนไมได แตอีคิวกลับเปนเลิศกวา เพื่อน นาชีอีนแมจะเปนที่รักของทุกคน แตก็ไม ตองตาตองใจนักในสายตาครูฝายปกครอง ภาพ การเรี ย นตามความสนใจกลั บ ถู ก มองเป น เกียจคราน ภาพอยากอยูใกลครูเกงๆ ทั้งหลาย กลับกลายเปนไรระเบียบวินัย ทำตัวไมเหมือน เพื่อน เริ่มถูกทำโทษบางเมื่อมาสายหรือขาดเรียน การไมมาเรียนถูกแปลเปนหนีเรียน เมื่อโรงเรียน ไมสนุกเหมือนกอน นาชีอีนตัดสินใจไปเลี้ยงวัว กับพอตาบอดบอยขึ้น

“ครูครับ ครูรูหรือยังวานาชีอีนถูกครูพละ จับสอบสวน บอกวามันอยูแกงเดียวกับพวกวัยรุน ที่มางัดหองสหกรณ ครูวาพวกครูๆ ถูก “ศิษย คนพิ เ ศษ” หลอก ไม ทั น เด็ ก แบบมั น ” เด็ ก ๆ เพื่อนชวยกันสืบไดวา นาชีอีนถูกวัยรุนหลอกให เข า ไปเอาขนมทางด า นฝาห องที่ผุ นาชีอีนถู ก สอบสวนคราวเดียวกับแกงวัยรุน ๑๖

ตั้งแตวันนั้นนาชีอีนหายหนาไป มีคนบอก วาเขาอยูแตในนากับพอตาบอด สภาพนาชีอีนดู ไมจืด ผมยาวรุงรัง ตัวดำเมื่อม เสื้อผา สกปรก มอมแมม หนี ห น า คน ชื่ อ นาชี อี น ค า งอยู ใ น สารบบทะเบียนนักเรียน หลายป ผ า นไป ชื่ อ นาชี อี น ถู ก จำหน า ย ดวยเหตุผลอายุเกิน ๑๕ ป เวลาที่ผานไปเยียวยา ทุกสิ่งทุกอยางตลอดจนความรูสึกของนาชีอีนเอง นาชีอีนเริ่มปรากฏตัวในโรงเรียน เขาจะอยูใกล ชิดครูสาวที่เปนคนทองถิ่นเดียวกับเขา ครูพูด เสียงเบาจนนาชีอีนอยากชวยดูแลเด็กอนุบาลที่ครู รับผิดชอบแทน นาชีอีนเริ่มกลับมาเปนคนเดิม เขาเปนพี่เลี้ยง เพื่อนเลน คอยดูแลเรื่องการบรรจุ นมลงถังประจำหอง ควบคุมการกินขาว การเลน เครื่องเลนสนาม และทุกอยางที่จะชวยครูได เขา ไมเคยปฏิเสธ เขามีเสื้อผาใหมที่ไดรับบริจาคใส ไมคอยซ้ำ นาชีอีนมีขาว มีนมกินทุกวัน ครูดูแล ให เ กี ย รติ เ ขามาก มี แ ต ค วามอบอุ น ใจในรั้ ว โรงเรียนนี้ นาชี อี น ไม ต อ งถู ก บ ว งระบบใดๆ มา จัดการใดๆ กับชีวิตเขาแลว หนาตาเขาดูมีความ สุขมากกวากอนหนาที่หายไปมา ครูที่เคยรูจัก และสัมผัสเขาไดแตแอบมองดวยความสุข ชื่นชม รูสึกเขาเปนสวนหนึ่งของโรงเรียน ชีวิตขางหนาของนาชีอีนจะเปนอยางไร คอยแอบมองกันตอไป


นครศรีธรรมราช เขต ๔

จากประสบการณจริง

สรางจิตสำนึกได เรื่อง สุภา ทวีแกว โรงเรียน วัดโรงเหล็ก ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช

๑๗


คนเฒาคนแกและครูมักจะสอนวา เกิดมา ทั้งทีอยาเสียชาติเกิด จงทำแตความดี อยาลัก เล็กขโมยนอย อยาเอาสิ่งของผูอื่นที่ไมใชของ ตนเองมาเปนของเรา ของของใครใครก็รัก ของ ของใครใครก็หวงและหวงดั่งดวงใจ และถาเอา ของของผูอื่น เขาก็จะรูสึกเสียใจ ซึ่งการกระทำ อยางนี้เปนการกระทำความผิด ผูที่กระทำความ ผิดยอมไมมีความสุขทั้งกายและใจ เพราะตลอด เวลาจะรูสึกตนวากระทำความผิดและจะตกอยู ในสภาพหวาดผวา กลัววาสิ่งที่ตนเองจะกระทำ จะมีคนรูหรือกลัวถูกจับได เมื่อถูกจับไดก็จะเกิด ความละอาย สังคมก็จะไมยอมรับ จากคำสอนนี้ ไดผานหูของเด็กชายนัฎพงค ชายทุย ซึ่งเปน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ โรงเรียนวัดโรง เหล็กอยูเสมอ แตเด็กชายนัฎพงคก็จะฟงและนั่ง อมยิ้ม บอยครั้งที่ครูพูดตักเตือนเด็กชายนัฎพงค เพราะทราบวาทุกครั้งที่สิ่งของของเพื่อนๆ หาย ๑๘

เพื่อนๆ จะสงสัยวาเด็กชายนัฎพงคเปนคนขโมย แตไมเคยจับได และถาพบเงินก็ไมมอบครู หรือ คืนกลับเจาของ กลับยึดไวเปนของตนเอง ครู ประจำชั้ น ก็ จั บ ไม ไ ด เ พราะเขาไม รั บ เมื่ อ ครู ซักถามก็มักจะพูดจาบายเบี่ยงเกง อยูมาวันหนึ่ง เด็กชายนัฎพงค ชายทุย ก็ นำเงินจำนวน ๕๐ บาท มอบใหกับครูหนาเสาธง เพื่อนๆ ปรบมือใหเสียงดังสนั่นมากกวาคนอื่นๆ ที่พบเงินมอบครู พรอมตะโกนออกมาวา “เกงจัง เลย วันนี้เด็กชายนัฎพงคพบเงินมอบครู” ครู ประจำชั้นก็รูสึกชื่นชมและรูสึกแปลกใจวาทำไม วันนี้เด็กชายนัฏพงคจึงนำเงินที่พบมอบครูได ทั้ง ที่ผานมาไมเคยพบวาเด็กชายนัฏพงคนำเงินมา มอบครูเลย ครูทราบจากเพื่อนสนิทของ เด็กชา ยนัฎพงควาที่ผานมา เด็กชายนัฏพงคมักจะเก็บ เงินหรือสิ่งของมีคาที่พบไวเอง และยังชักชวน เพื่อนๆ คนอื่นๆ ไมใหมอบครูหรือคืนของที่พบ


“เมื่อไมกี่วันมานี้เงินของตนเองหาย ๓๐ บาท จึง ทำใหทราบดีวามีความรู สึกอยางไรเมื่อเงินหาย รูสึกอยางไรที่ตองกินน้ำลูบทองแทนอาหารมื้อ กลางวัน”

กลับคืนเจาของ โดยใหเหตุผลวา “เราพบเราไม ผิด เราพบของ ของนั้นก็ตองเปนของเรา เธอไม ตองมอบหรอก เอาเสีย” ซึ่งทราบจากเพื่อนอีก คนวา บางคนก็ทำตาม แตบางคนก็เอาเงินมา มอบครู แตเมื่อเพื่อนคนไหนเอาของที่พบมามอบ ครูเด็กชายนัฎพงคก็จะลอวา “ไอโง มันโงมากๆ อยาคบ” เมื่อครูปราโมทยทราบอยางนั้นก็เรียก เด็กชายนัฎพงคมาถามวาเพราะสาเหตุใดครั้งนี้ เธอจึงมามอบเงินครู เพราะครูเองก็ยังรูสึกงงและ แปลกใจ และดีใจที่เธอเปนคนดี เปนคนเกงที่นา ชื่นชม เด็กชายนัฏพงคยิ้มพรอมเลาใหครูฟงวา “เมื่อไมกี่วันมานี้เงินของตนเองหาย ๓๐ บาท จึง ทำใหทราบดีวามีความรูสึกอยางไรเมื่อเงินหาย รูสึกอยางไรที่ตองกินน้ำลูบทองแทนอาหารมื้อ กลางวัน” และเด็กชายนัฎพงคยังเลาใหฟงวา เขาไดเสียสละเงินใหเพื่อนกินอาหารมื้อเที่ยงดวย

ตอนนี้เขาสัญญากับตัวเองเอาไวแลววา เขาจะไม เอาสิ่งของและเงินเพื่อนอีก ถาพบสิ่งของหรือเงิน ของเพื่อนเมื่อไหรก็จะคืนกลับเจาของหรือมอบครู วันนี้เขาพบเงิน ๕๐ บาท จึงนำมอบครูเพื่อหา เจาของมารับ และยังเลาใหฟงตอไปวา เขารูสึก สบายใจมากที่วันนี้เขาไดทำตามคำสัญญาที่เขา ไดสัญญากับตัวเองแลว จากประสบการณจริงที่เงินตนเองหายทำ ใหเด็กชายนัฎพงคมีจิตสำนึกวาตนเองจะไมเอา สิ่งของหรือเงินของใครอีกเลย นี่แหละที่วา สอน เทาสอนถาไมพบกับของจริง ก็จะไมรูสึก หรือ จากประสบการณจริงสรางจิตสำนึกได

๑๙


นครศรีธรรมราช เขต ๒

อยากเปน...พี่สม

เรื่อง พรศักดิ์ ธนาวุฒิ โรงเรียน บานจำปา ต.ถำใหญ อ.ทุงสง จ.นครศรีธรรมราช

๒๐

“ขอใหเพื่อนๆ และนองๆ ทุกคนรีบขึ้นมา เขาแถว ปฏิบัติกิจกรรมประจำวันดวยคะ” ทุก คนจะไดยินเสียงนี้เจื้อยแจวจนคุนหูทางเสียงตาม สายในทุกวันเปดเรียน ในเวลาเชากอนเขาแถว เคารพธงชาติ ทุกคนจำไดดีวาเปนเสียงของเด็ก หญิ ง เกศิ ณี ย ขอสวั ส ดิ์ หรื อ ที่ ทุ ก คนเรี ย กกั น ติดปากวา “พี่สม” ที่เรียกเพื่อนๆ และนองๆ นักเรียนทุกคนใหมาเขาแถว สมเปนเด็กผูหญิงที่ นารักคนหนึ่ง เธอพูดจาไพเราะออนหวาน สุภาพ เรียบรอย เปนเด็กที่ขยันเรียน ขยันทำงาน สม

เปนเด็กที่อาภัพ เธอไมมีโอกาสที่จะไดอาศัยอยู กับพอแม เพราะพอแมแยกทางกันตั้งแตสมเพิ่ง ลืมตาดูโลกไดไมนาน ทิ้งเธอไวกับปูและยา แต อยางไรก็ตาม สภาพครอบครัวที่แตกแยกมิได เปนอุปสรรคในการทำความดีของเธอเลย ในทาง กลับกันเธอทำตัวเปนเด็กดีเปนที่รักใครของทุก คน สมเปนที่รักของคุณปูคุณยาและทุกๆ คนใน หมูบานที่เธออาศัยอยู ทุกๆ เชาสมจะรีบตื่นนอน ตั้งแตตอนเชา ชวยเหลืองานบานเล็กๆ นอยๆ ชวยคุณยาหุงขาว ลางจาน กวาดบาน กอนอาบน้ำ


แตงตัวไปโรงเรียน สมจะรับประทานอาหารเชา กอนไปโรงเรียนเสมอ กอนออกจากบานสมจะ ไหวคุณปูคุณยาทุกครั้ง เพราะคุณปูคุณยาสอน สมเสมอวา “สมจะ เราเปนเด็กจะตองมีสัมมาคารวะ ตอผูใหญ เด็กตองไหวผูใหญ ไมเฉพาะแตกับปู กับยาเทานั้น กับคนอื่นๆ ก็เหมือนกัน จำไวนะ ลูก” ทุ ก เช า ไม ว า คุ ณ ปู ห รื อ คุ ณ ย า ไปส ง ส ม ที่ โรงเรียน เมื่อถึงโรงเรียนลงจากรถ สมไมลืมที่จะ ยกมือไหวและกลาวคำวา “สวัสดีคะ” เวลาเลิก เรียนเหมือนกัน สมจะสวัสดีคุณปูคุณยาทุกครั้ง เมื่อกลับถึงบาน ป นี้ ส ม เรี ย นอยู ชั้ น ประถมศึ ก ษาป ที่ ๖ ตลอดเวลาที่อยูในโรงเรียน เธอเปนที่รักใครของ คุณครูและเพื่อนๆ มาโดยตลอด เพราะเธอตั้งใจ เรียนเสมอ ขยันทำการบานเสร็จทุกครั้ง มีจิต อาสาชอบชวยเหลือเพื่อน ไมเห็นแกตัว กิริยา มารยาทงดงาม พบครู ที่ ไ หนก็ แ ล ว แต ส ม จะ เขาไปยกมือไหวทักทายทุกครั้งที่โอกาสจะอำนวย ดวยความเปนเด็กดีมีคุณธรรมของสมทำใหเธอ ได รั บ ความไว ว างใจจากเพื่ อ นเลื อ กให เ ป น ประธานนักเรียนในปการศึกษา ๒๕๕๒ สมทำ หนาที่ไดอยางสมบูรณแบบ ไมทำใหเพื่อนผิดหวัง เริ่มตั้งแตอานขาวออกอากาศทางเสียงตามสาย ของโรงเรียน ชวยเหลือครูในการดูแลใหเพื่อน นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมหนาเสาธง นำสวดมนต ไหวพระ นำรองเพลงสดุดีมหาราชา ชวยเหลือครู ในการตรวจสุขภาพนักเรียนประจำวัน รวมทั้ง ชวยเสนอความคิดในการพัฒนาโรงเรียนบอยครั้ง

ทุ ก วั น ตอนเช า เมื่ อ คุ ณ ครู ไ ปถึ ง โรงเรี ย น นั ก เรี ย นทุ ก คนจะไหว แ ละทั ก ทายว า “คุ ณ ครู ...ครับ (ขา) สวัสดีครับ (คะ)” สมและเพื่อนหรือ นักเรียนคนอื่นๆ จะเดินไปอาสาชวยถือของให คุณครูเมื่อกาวลงจากรถ ซึ่งเปนภาพที่ปรากฏให เห็นจนชินสายตาของทุกคน แมแตเปนครูจาก โรงเรียนอื่นหรือบุคคลภายนอกที่มาเยี่ยมเยียน ติดตอราชการที่โรงเรียนบานจำปา นักเรียนจะ เขาไปทักทายและอาสาชวยถือของใหดวย พฤติกรรมเหลานี้เปนคุณธรรมจริยธรรม อันงดงามของนักเรียนโรงเรียนบานจำปา ซึ่งเกิด ขึ้ น มาจากแนวความคิ ด ของคณะกรรมการ นักเรียนที่มีเด็กหญิงเกศิณีย ขอสวัสดิ์ หรือ “พี่ สม” ของทุกคน เปนประธานนั่นเอง คุ ณ งามความดี ข องส ม ยั ง มี อี ก มากมาย เวลาโรงเรียนมีกิจกรรมใดๆ เธอจะอาสาเขามา ชวยเหลือ ช วยครูจัด นิทรรศการแสดงผลงาน นักเรียนในวันประชุมผูปกครอง กิจกรรมเสริม สรางความสัมพันธกับชุมชน เปนผูนำนักเรียนใน การประกอบพิธีการทางศาสนาเนื่องในวันสำคัญ ตางๆ ทั้งที่โรงเรียนและที่วัด แมวาจะเปนวัน หยุดก็ตาม กับเพื่อนๆ เธอก็มีจิตอาสาชวยเหลือ เพื่ อนโดยไมหวังผลตอบแทนเชนกั น ที่ ส ำคัญ ไมมีครูหรือเพื่อนคนไหนไดยินสมบนวาเหนื่อย หรือแสดงอาการเบื่อหนายทอแทใหเห็น ไมเคย เห็นสมหนาหงิกงอ เธอมีสีหนายิ้มแยมอยูตลอด เวลา สมไมเคยถูกครูตำหนิหรือลงโทษเลย เธอ ยั ง อาสาเข า ร ว มกิ จ กรรมการประกวดแข ง ขั น ต า งๆ ทั้ ง ในระดั บ โรงเรี ย นและที่ ห น ว ยงาน ภายนอกจัดขึ้นเสมอ จากความตั้งใจฝกฝนทำให ๒๑


เธอไดรับรางวัลตางๆ มากมาย ทั้งกิจกรรมทาง วิ ช าการและกิ จ กรรมที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ คุ ณ ธรรม จริยธรรม เชน การแขงขันประดิษฐเศษวัสดุ การ สวดมนตหมูทำนองสรภัญญะ การประกวดเรื่อง เลาเราความดี ประกวดหนังสือเลมเล็ก แขงขัน ตอบปญหาธรรมะ เปนตน สรางเกียรติยศชื่อ เสียงใหกับวงศตระกูลและโรงเรียนเสมอมา ผา พั น คอสี ส ม ที่ ค ล อ งคอเธออยู ทุ ก วั น เป น เครื่ อ งหมายแห ง คุ ณ ภาพที่ รั บ รองว า ส ม คื อ ประธานนักเรียน เปนผูนำของทุกคนที่ทำหนาที่ ได ส มบู ร ณ แ บบที่ สุ ด คนหนึ่ ง ในสายตาของครู เพื่อนและนองๆ ดวยอานิสงสแหงคุณงามความดีที่สมได กระทำตลอดเวลาที่อยูโรงเรียนบานจำปา สงผล ใหเธอกลายเปนขวัญใจของครูและนักเรียนดวย ๒๒

กัน นักเรียนทุกคนตั้งแตชั้นอนุบาลถึงชั้นประถม ศึกษาปที่หกรูจักเด็กหญิงเกศิณีย ขอสวัสดิ์ ใน นาม “พี่ ส ม ” เป น อย า งดี ใครไม รู จั ก ส ม ไม มี หลายคนตั้งใจอยางแนวแนวาจะประพฤติปฏิบัติ ตนเปนเด็กดีมีคุณธรรมอยางพี่สมใหได อยาก เปน...พี่สม


ยะลา เขต ๑

เสียงใดในแดนหลา...

เสียงตนกลาที่ถูกลืม

เรื่อง จริยา จันทรศรี โรงเรียน วัดรังสิตาวาส ต.ทาธง อ.รามัน จ.ยะลา

“ไม อ ยากให ป ระเพณี อั น ล้ ำ ค า หายไปกั บ สั ง คมไทยใน ปจจุบัน ความผูกพันในวิถีชาวบาน รอยยิ้มที่เคยมี ใหยัง คงแจ ม ใสเหมื อ นดอกไม ที่ แ ย ม บาน เพื่ อ ให มี ป ระเพณี สืบสานถึงคนรุนตอไป”

๒๓


ความทุกขที่เกินทน จะหลอมคนใหทนทาน

๒๔

โมง...โมง...ทึง...โมง...ทึง...โมง...ทึง...โมง... เสียงดังกึกกองในเขตของโรงเรียนวัดรังสิตาวาส เป น กิ จ กรรมที่ มี ม าช า นานคู กั บ ชุ ม ชนบ า นสา เมาะ “กลองยาว” เปนกิจกรรมหนึ่งที่มีชื่อเสียง ของหมูบานสาเมาะ ซึ่งเริ่มตนมาชานานในสมัย เจาอาวาส... (ทานเพชรแกว) ในอดีต ซึ่งทานได ทำกลองยาวขึ้นเองจากไมขนุนใชหนังวัวหุมหนา กลอง กลองยาวบานสาเมาะเคยรวมการแขงขัน มาหลายครั้งในอดีต โดยอดีตผูใหญบานนายจวง อิ น โท ซึ่ ง เป น ลู ก ศิ ษ ย ค นสำคั ญ ของอดี ต เจ า อาวาส (ทานเพชรแกว) แตเมื่อวันวานเจาอาวาส (ทานเพชรแกว) ไดจากเราไป...แตทานไดสราง ความทรงจำและการเรียนรูการตีกลองยาวไวใน หมูบานแหงนี้... นายจวง อินโท ชาวบานสาเมาะ ครู ภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น ที่ ไ ด น ำกลองยาวกลั บ มา สอนใหกับนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง ลุงจวงบอกกอนจะนำกลองยาวมาใชตอง มีการไหวครูกอน ไมวาจะทำอะไรเราตองไหวครู ใหนักเรียนทุกคนจำเอาไว ในการไหวครูกอนนำ กลองยาวมาใช ลุงจวงใชอุปกรณ คือ ธูป เทียน ดอกไม น้ำ ๑ แกว ลุงจวงเริ่มทำพิธีประมาณ ๑๕ นาที แลวจึงนำกลองยาวมาใชได นองแม็กเปนนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียน กำลังเรียนอยูชั้นประถมศึกษาปที่ ๕ ซึ่งชอบตี กลองยาวมาก นองแม็กเปนเด็กดีของครอบครัว ชวยคุณแมปลูกผัก กวาดบาน หุงขาว ทุกวัน นองแม็กบอกวาเคยเห็นพวกผูใหญตีกลองยาวกัน ในงานตางๆ เชน งานบวช งานแตงงาน มีการ แขงการตีกลองยาวในงานทอดกฐินดวย “ครูครับ ผมอยากตีกลองยาวดวยครับ ผมชอบมากครับ” เป น สิ่ ง ที่ แ ม็ ก บอกและมี ค วามตั้ ง ใจอย า งมาก แม็กเริ่มตีกลองยาวไดสักระยะหนึ่งก็นั่งเศรา ครู เขาไปถาม แม็กบอกวานอยใจวาทำไมเพื่อนๆ ถึงไดตีกลองยาวกันเกงจัง แตผมยังตีไมเกงเลย ครู บ อกแม็ ก ว า ให ตั้ ง ใจซ อ ม..สู . .สู . ..จะคอยให กำลังใจ ในไมชานองแม็กสามารถตีกลองยาวได เกงไมแพเพื่อนๆ อีกดวย เมื่อซอมตีกลองยาว เสร็จแลวกิจกรรมที่แม็กจะตองทำอีกหนึ่งอยาง


คือ ซอมมวยไทย เปนกิจกรรมที่นองแม็กชอบ และชวยคุณครูสอนมวยไทยใหกับนองๆ อีกดวย การตีกลองยาวของแม็กสรางความภาค ภูมิใจใหกับคุณแมมาก กิจกรรมแรกที่แม็กได ร ว มตี ก ลองยาวกั บ เพื่ อ นๆ เป น งานบวชที่ วั ด รังสิตาวาส เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๓ แม็กบ อกวาตื่นเตนมาก ตีกลองไมถูกบางตอน แมวา ในวันนั้นอากาศจะรอน กลองจะหนัก และเริ่มหิว น้ำ แตแม็กและเพื่อนๆ ในทีมงานก็บอกวาภาค ภูมิใจมาก มีคุณแมและเพื่อนๆ มาใหกำลังใจ คณะทีมกลองยาวของเราทำใหหายเหนื่อยไปได มาก แม็กบอกกับครูวา ผมดีใจมากที่คุณครูได นำกลองยาวมาสอนใหกับพวกเรากันอีก เพราะ วาตอนนี้กลองยาวในหมูบานของเราเริ่มหายไป ทุกคนหันมาเลนดนตรีสากลกันเปนสวนใหญ ผม จะแบงเวลาในการทำกิจกรรมดวยครับครู ผมจะ ซอมกลองยาว, ซอมมวยไทยใหกับนองๆ, ตั้งใจ เรียน, ชวยเพื่อนๆ ปลูกผัก เปนตน แม็กยังบอกอีกวาผมจะชวนนองๆ และ

พี่ๆ มารวมกันอนุรักษการตีกลองยาวของบาน สาเมาะไวนะครับครู และผมยังเห็นอีกวาการตี กลองยาวสอนใหแม็กรูจักการใชเวลาวางใหเปน ประโยชนอีกดวย จากการมุงมานะของแม็กทำใหแม็กได รูจักคำวาเสียสละ อดทน มีน้ำใจ ดังเชนที่วา “ความทุ ก ข ที่ เ กิ น ทน จะหลอมคนให ทนทาน” ถาเราไมเริ่มชวยกันตั้งแตวันนี้แลวตอ ไปจะมีอะไรเหลือไวในชุมชนของเราอีกบางไหม หนอ...

๒๕


นราธิวาส เขต ๒ เรื่อง อัญญาณี รองสวัสดิ์ โรงเรียน บานตอหลัง ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

เรือจางที่เกยตื้น...

ภาพ : creativecommons.com

๒๖


...ถาหากจาเพียร ขาเหล็ก วีรบุรุษแหง เทือกเขาบูโด ไมเสียชีวิตจากการลอบซุมโจมตี ของกลุม ผู กอ ความไม ส งบ ก็ อี ก ๑ ป ที่น าย ตำรวจทานนี้ก็คงเปนแคตำรวจแกๆ ที่ถูกปลด ระวางอยู บ า น เลี้ ย งหลาน “กิ น น้ ำ ชานิ น ทา เพื่อน” อยางที่ทานเคยใหสัมภาษณสื่อ... ...ถาหากราชาเพลงปอป “King of pop” ไมเคิล แจ็คสัน ไมตายจากไปดวยวัยแค ๕๑ ป จากการที่หมอประจำตัวฉีดยาเกินขนาด เขาก็ แคนักรองตกยากคนหนึ่ง ตั้งแตโดนฟองในคดี อนาจารเด็ ก เมื่ อ ๑๐ กว า ป ที่ แ ล ว จนต อ งอยู อยางทรมาน เกือบลมละลาย ไรเงิน ไรเพื่อน... คดียังไมสิ้นสุด ตองเปนเชลยของสังคมโลก... ทำไม? ถึ ง ได ย กย อ ง สรรเสริ ญ สดุ ดี “คนที่ไมมีลมหายใจ” ...ทำไม? คานิยมของคนไทย หรือคนทั้ง โลกจึงมีอะไรคลายๆ กันจนยากที่จะแยกความดี ความเลว ความเห็นแกตัว และการใหอภัย... ...ภาพผูชายรางสูงขาว ผมสลับสีขาวมาก กวาดำ ถึงจะบงบอกถึงความชรา แตหนาตาอิ่ม เอิบเปยมไปดวยรอยยิ้มปรากฏกายในทุกๆ งาน ทุกๆ กิจกรรม ที่ไดชื่อวาเปนงานสวนรวมของ ชุมชนในหมูบานตอหลัง หมู ๓ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไมมีใครไมรูจัก “คุณครูแดง ยอมเต็ม” ปูชนียบุคคลของโรงเรียน บานตอหลัง... ทานเปนคนตอหลัง บรรจุเปนครูครั้งแรก ก็ที่โรงเรียนบานตอหลัง เหตุการณหลายๆ อยาง จากสังคมในหมูบานบีบบังคับจนเรือจางลำนี้ตอง พิจารณาตัวเองออกจากวงราชการครูดวยวัยแค ๕๖ ป กลายเปนเรือจางที่เกยตื้นไปไมถึงฝงทั้งที่

...คุณอาจไดอะไรมากมาย จากการเห็นแกตัว แตสงิ่ ทีค่ ณ ุ ไมมที างไดเลย คือโอกาสเขาไปนัง่ ใน ใจคน... พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี

ผานมาเกือบ ๓๐ ป ทานไดสั่งสอนศิษยรุนแลว รุนเลาใหประสบผลสำเร็จในชีวิต ปจจุบันเกิน ครึ่งของครูโรงเรียนบานตอหลังตางก็ลวนเปน ศิษยของทาน ดิฉันก็เปนคนหนึ่งที่เปนศิษยของ ทานเชนกัน… หลังการจากไปของครู ภายในโรงเรียน ไม มี ค ำใดๆ มาบรรยายได ถึ ง ความรู สึ ก เงียบ...วังเวง...หอเหี่ยว...มีครูแค ๓ คน รวมทั้ง ดิฉัน สอนนักเรียน ๗ หอง รอคอย อะไรตางๆ มากมาย...รอ? ดิ ฉั น เชื่ อ ว า เวลารั ก ษาอะไรได ห ลายๆ อย า ง รวมทั้ ง จิ ต และหั ว ใจของครู แ ดงด ว ย โรงเรียนขาดครู หมูบานขาดบุคลากร คนดีมี ปญญา มีความสามารถเต็มหมูบาน แตจะหาคน ที่ดี และเสียสละเพื่อหมูบานละ... หายากจริงๆ แลววันหนึ่งวันที่เรือจางที่เคยเกยตื้นตอง ๒๗


สอนพิเศษวิชาประวัติศาสตร และศีลธรรม

กลับมาทำหนาที่อีกครั้ง คณะครูโรงเรียนบานตอ หลั ง และชาวบ า นได เ ชิ ญ ท า นมาเป น ประธาน กรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน ไมมีคำปฏิเสธ มีแตรอยยิ้มที่รูสึกไดดวยสายตา ดิฉันไมรูวา...ทานจะลืมความเจ็บช้ำที่เคย รั บ จากที่ นี่ ไ ด ห รื อ ไม ? ทุ ก วั น นี้ ท า นได ด ำรง ตำแหน ง มั ค นายกของวั ด , ประธานกองทุ น หมูบาน, ประธานกลุมโรงสี ฯลฯ ฟาหลังฝนยอมสดใส น้ำใจที่มีใหแกกัน ของครูแดงกับชาวบาน กลายมาเปนน้ำที่ผลักดัน ใหเรือจางลำนั้นกลับมารับสงศิษยไดอีกครั้ง ใน ฐานะครูสอนพิเศษ “วิชาประวัติศาสตร และศีล ธรรม” โดยไดรับคาจางจาก สพฐ. นราธิวาส เขต ๒ แตเงินทุกบาททุกสตางคที่เปนคาจาง ครู แดงกลั บ มอบให เ ป น ทุ น การศึ ก ษาแก เ ด็ ก ใน โรงเรียน ...คุณครูแดง ยอมเต็ม อาจไมใชคนดี คน เดน คนดัง หรือวิเศษวิโสในสายตาคนหมูบาน อื่นๆ แตสำหรับดิฉัน นางอัญญาณี รองสวัสดิ์ ผู เขียนบทความนี้ ซึ่งอยูในฐานะลูกศิษยของทาน คนหนึ่ง ขอยกยองนับถือ สักการะ ใหทานเปน บุคคลตนแบบในเรื่องความดีมีน้ำใจ เชื่อและ ๒๘

ศรัทธาในอาชีพที่ตนรัก นั่นคือการเปน “ครู” ดิฉันคิดวาทุกวันนี้ทานเปนครูดีที่ไดเขาไปอยูใน ดวงใจของคณะครู และชาวบาน บานตอหลัง ทุกๆ คน อยางปฏิเสธมิได…


๒๙


ครูธรรมดาทั่วๆ ไปจะบอกเลา ครูที่ดีจะอธิบาย ครูที่ดีกวาจะสาธิตใหดูเปนตัวอยาง

ครูที่ยิ่งใหญจะสรางแรงบันดาลใจ วิลเลียม อาเธอร วอรด

๓๐


นครศรีธรรมราช เขต ๓

เด็กละคร เรื่อง วิจิตร ทองปาน โรงเรียน บานชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

บนเวที . ..เด็ ก หญิ ง ตั ว น อ ยๆ กำลั ง เล า นิ ท าน น้ ำ เสี ย ง ลี ล า ท า ทาง และเรื่ อ งราว สะทอนความกตัญูกตเวทีของ เย็น ผูพิการ... แตดูเหมือนวาเธอกำลังแสดงละครประกาศคำ สอนสำคัญแหงองคพระสัมมาสัมพุทธเจาอยาง เปนรูปธรรม...เด็กละครยอดกตัญู เด็กหญิงกัลยาณัฐ กิติยามาศ นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ ๓ โรงเรียนบานชะอวด ผูไดรับ รางวัลเหรียญทองจากการประกวดเลานิทานคุณ ธรรมในงานมหกรรมวิชาการเปดโลกการศึกษา ขั้ น พื้ น ฐาน สำนั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษา นครศรีธรรมราช เขต ๓ และงานศิลปหัตถกรรม ภาคใต ปการศึกษา ๒๕๕๒ จากการเลานิทานที่ ดู เ หมื อ นการแสดงละครเธอสามารถถ า ยทอด อารมณ ค วามรู สึ ก และบทบาทของตั ว ละครใน นิทานไดอยางยอดเยี่ยม เธอจึงไดรับเชิญไปรวม งานตางๆ เพื่อเลานิทานใหเด็กๆ และเยาวชน รวมทั้งครูและผูปกครองไดฟง ทุกครั้งที่นิทาน “เย็นยอดกตัญู” จบลง เสียงปรบมือพรอมกับ คำชมก็ดังขึ้น สีหนา แววตาและรอยยิ้มที่ปรากฏ บงบอกถึงความสุข ...”หนูชอบเลานิทาน”... วันที่ ๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๓ งานตลาดนัด คุณธรรม เมล็ดพันธุแหงความดี ป ๔ ตอนนาย คุ ณ ธรรม กั บ นางสาวทำดี โรงเรี ย นชะอวด โรงเรี ย นวิ ถี พุ ท ธสำนั ก งานเขตพื้ น ที่ ก ารศึ ก ษา

นครศรี ธ รรมราช เขต ๓ เด็ ก หญิ ง กั ล ยาณั ฐ กิติยามาศ ไดรับเชิญใหไปเลานิทานคุณธรรม เรื่อง “เย็นยอดกตัญู” เวทีการแสดงไดรับการ ออกแบบและตกแต ง ไว อ ย า งสวยงาม น้ ำ ตก จำลองถูกโอบดวยผาหิน ตนไม และดอกไมสีสัน สวยงามใหความรูสึกรมรื่น เย็นสบาย ฉากหลังมี ข อ ความ “ตลาดนั ด คุ ณ ธรรม เมล็ ด พั น ธุ แหงความดี” เปนคำเขียนที่ใหความรูสึกถึงสิ่งที่ วาดหวัง เด็กผูหญิงคนหนึ่งยืนอยูกลางเวทีพรอม อุ ป กรณ ป ระกอบในการเล า นิ ท าน มี ข าเที ย ม แขนเทียม ซึ่งดัดแปลงมาจากกระบอกไมไผ มี เคียวและจอบวางอยูบนโตะ มีเวทีจำลองฉาก หลังเปนภาพเขียนของ ”เย็น” ที่กำลังทำงานอยู ในทุงหญาที่ไกลออกไปเปนปาไมและภูเขา เธอ ทำหนาที่โดยสวมบทบาทตัวละครในนิทานและ เริ่มเลานิทานโดยเดินไปที่โตะหยิบขาเทียมมาใส ๓๑


สวมบทเปน “เย็น” ซึ่งเปนเด็กพิการขาขวาและ แขนทั้ง ๒ ขาง พอของเย็นติดเหลา แมมีอาชีพ เพาะปลูกและรับจาง พี่ชายและพี่สาวไปทำงาน ที่ ก รุ ง เทพฯ น อ งสาวกำลั ง เรี ย นอยู ชั้ น ประถม ศึกษาปที่ ๔ สวนเย็นกำลังเรียนอยูชั้นประถม ศึกษาปที่ ๖ ...หลายครั้งที่เพื่อนๆ หยอกลอ รวม ทั้งพอที่ไมเคยภาคภูมิใจในตัวเย็นเลย หลายครั้ง เมื่อพอเมาเหลา พอจะพูดและประชดประชันให นอยใจ แตเย็นก็ไมโกรธเพราะมีแมคอยปลอบ และใหกำลังใจเย็นตลอดเวลา “อยาโกรธพอนะ ลูก...พอเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน...พอทำเพื่อ

ลูกทำเพื่อพวกเราทุกคน” เย็นฟงแมดวยความ สนใจ “ครับแม” เย็นจบชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ สอบไดอันดับที่ ๑ เย็นตองการใหพอรัก และมี ความภาคภู มิ ใ จจึ ง นำผลการเรี ย นไปบอกพ อ “พ อ ครั บ เย็ น สอบได ที่ ๑” “ครู ที่ ไ หนหลั บ หู หลับตาใหมึงวะ...สอบไดที่ ๑ แลวยังไง...โตขึ้น มึงจะเปนอะไร...มึงจะหาเงินมาเลี้ยงกูไดไหม” เย็นฟงพอดวยอาการสงบ รูสึกนอยใจกับคำพูด ของพอ เย็นรองไหแตเย็นไมโกรธพอ กลับนำคำ พูดของพอไปคิดทำใหเกิดมีมานะและมุงมั่นใน การทำงาน คุณพอของเย็นลมปวยลงดวยพิษสุรา เรื้อรัง และเปนอัมพาตไปไหนไมได เย็นอยูดูแล พออยางใกลชิดเอาขาวและน้ำใหพอ เย็นอยาก ๓๒

ชวยแมหาเงินเพื่อจะไดนำเงินไปซื้อยาและนำพอ ไปหาหมอ เย็นขอใหนองจำปไปตัดไมไผมาทำ เปนขาเทียมและแขนเทียมฝกใชจนชำนาญ เย็น ออกไปรั บ จ า งตั ด หญ า ในทุ ง นาทุ ก วั น ได เ งิ น จำนวนหนึ่งจึงเอาไปใหพอ “พอครับ เย็นทำงาน เอาเงินมาใหพอ พอไปหาหมอนะครับ พอจะได หายปวย” มือพอรับเงินจากเย็น “พอภูมิใจลูก มาก พอรักลูก” ตาพอเหมอลอยมือทั้ง ๒ ขาง ยื่นมาจับแขนของเย็นไปแนบไวที่อก แลวพูดกับ เย็นวา “เย็น พอเสียใจพี่ทั้งสองของเจาเสียแรงที่ พอรัก ไปอยูกรุงเทพฯ ไมเคยมาเยี่ยม ไมเคยสง ขาวคราว ไมเคยสงเงินมา” พอรองไห น้ำตาพอ ไหลพรอมกับดึงตัวของเย็นไปกอดไว “เย็น เอย! พอรักลูก ลูกเปนคนดี” สิ่งที่พอพูดและปฏิบัติกับ เย็นทำใหเย็นมีกำลังใจทำงานจนกระทั่งพอเสีย ชีวิต เย็นก็ยังทำงานชวยแมและสงนองจำปเรียน หนังสือ คนในหมูบานชื่นชมในการทำความดี ของเย็น ยกยองใหเย็นเปนแบบอยางของความ กตัญูกตเวที ทุกคนในชุมชนเรียกเย็นวา “เย็น ยอดกตัญู” เย็นยังคงทำงานและ มีความสุข มากที่ไดชวยเหลือแมและนอง กัลยาณัฐ กิติยามาศ เด็กผูหญิงตัวนอยๆ เด็กเลานิทาน ผูถายทอดอารมณความรูสึกทุกตัว ละครในนิทาน ใหผคู นไดซมึ ซับ ซาบซึง้ และอิม่ เอิบ ในคุณคาแหงความรักและความกตัญูกตเวทีตอ ผู มี พ ระคุ ณ ในขณะที่ ผู ช มชื่ น ชมในความ สามารถการเปนนักแสดง ผูถายทอดเรื่องราวของ ความกตัญูกตเวที เธอผูแสดงละครประกาศคำ สอนสำคัญแหงองคพระสัมมาสัมพุทธเจา เธอมี ความสุขมาก และยังคงแสดงละคร “เย็นยอด กตัญู” ตอไป เธอคือ “เด็กละคร”


ปตตานี เขต ๒

แมเหน็ดเหนื่อย... ก็คุมคาที่ฝาฟน

เรื่อง อรพินท แสนรักษ โรงเรียน ไทยรัฐวิทยา ๕๒ (ชุมชน บานตนไพ) ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปตตานี

“เปนมนุษยเปนไดเพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูงมีดีที่แววขน ถาใจต่ำเปนไดแตเพียงคน ยอมเสียทีที่ตนไดเกิดมา...”

๓๓


เสียงเจื้อยแจวที่คุนหูทำใหผูเขียนตองหยุด ฟงดวยความตั้งใจทุกครั้งที่ไดยิน เธอผูนี้หลงใหล บทกลอนบทนี้ตั้งแตเรียนอยูชั้นประถมศึกษาปที่ ๖ และทองจำจนขึ้นใจ... แมปจจุบันนี้เธอกำลัง เรียนอยูชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ แลวก็ตาม ผูเขียน เคยถามวาทำไมจึงชอบบทกลอนบทนี้นัก “หนู ชอบทองกลอนบทนี้ เพราะทำใหหนูไมลืมตัว ไม ทำตัวไรคาคะคุณครู” และนี่คือคำตอบของคอดี เยาะ หะยีอาซา เด็กหญิงผูมีผิวคอนขางคล้ำ รูป รางสูงโปรง หนาตาสะสวย ผูเขียนรูจักและเริ่มสนิทสนมกับเธอครั้ง เมื่อไดสอนวิชาภาษาไทย ตอนเธอเรียนอยูชั้น มัธยมศึกษาปที่ ๑ บุคลิกที่ฉายแววผูนำปรากฏ เด น ชั ด ... จนทำให ค รู ห ลายคนไม ล ะเลยที่ จ ะ สนับสนุนในทุกดาน และไดรับการยอมรับจาก เพื่อนนักเรียนใหเปนประธานนักเรียนในปการ ศึกษา ๒๕๕๒ ชีวิตของคอดีเยาะอาจจะไมเพียบพรอม เหมือนเด็กคนอื่นๆ ...มารดาเสียชีวิตตั้งแตเธอยัง เล็ก มีพี่นองรวมมารดาและตางมารดาจำนวน ๑๖ คน เธออาศัยอยูกับบิดาผูชรา ฐานะทางบาน คอนขางขัดสน... แตเด็กรักดีอยางคอดีเยาะไม เคยปลอยเวลาและโอกาสใหหลุดลอยไปอยางไร คา เวลาวางไมวาที่บานหรือที่โรงเรียนเธอจะนั่ง วาดภาพอยางสงบ จนผลงานการวาดภาพของ เธอได รั บ รางวั ล มากมาย เธอมี บุ ค ลิ ก ที่ ส งบ เสงี่ยม พูดจาสุภาพเรียบรอยและนิ่งอยางคนใช ความคิดอยูตลอดเวลา เธอเปนผูนำในการรณรงคใหนองๆ และ เพื่อนๆ มีจิตอาสาชวยเหลือชุมชน ชักชวนกันไป พัฒนามัสยิด และสรางจิตสำนึกใหทุกคนรักโลก และถิ่ น กำเนิ ด ของตนเอง โดยรวมกลุ ม กั บ เพื่อนๆ จำนวน ๘ คน จัดทำโครงงานคุณธรรม ทำดีถวายในหลวงจนสามารถควารางวัลชนะเลิศ ในระดับเขตพื้นที่ ผูเขียนมีความเชื่อวาสิ่งที่สอนคนเราไมได ก็ คื อ “สามั ญ สำนึ ก ” แต . ..คอดี เ ยาะ มี ใ นตั ว อยางเต็มเปยม ๓๔


วั น นั้ น เป น วั น เสาร เป น วั น ที่ ผู เ ขี ย น กระวนกระวายใจเป น ที่ สุ ด เพราะวั น ที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ จะมีการประกวดโครงงานคุณ ธรรมของสำนักงานเขตพื้นที่ ทั้ง ๓ เขตใน “งาน ชบาเบ ง บาน การศึก ษาป ตตานี” แต เป น ชวง เวลาที่ตรงกับทางโรงเรียนนำนักเรียนชวงชั้นที่ ๒ และ ๓ ไปรวมกิจกรรมวันวิทยาศาสตร ที่อำเภอ หาดใหญ จั ง หวั ด สงขลา ซึ่ ง ไม ส ามารถ เปลี่ยนแปลงได และในจำนวนนั้นมีนักเรียน ๘ คน ที่จะตองนำเสนอโครงงานอยูดวย ผูเขียนรีบ โทรศัพทไปหาคอดีเยาะซึ่งเปนประธานในการนำ เสนอดวยหัวใจที่ไมเปนสุขนัก.. ...ถามวา...เราจะทำอยางไรดีกับการนำ เสนอโครงงานในวันที่ ๑๘ นี้ เพราะทุกคนตอง ไปงานวันวิทยาศาสตรกันหมด...... “ครูขา ครูไมตองตกใจหรอกคะ หนูขอ เปนผูเสียสละ หนูไมขอไปสงขลา ใหเพื่อนๆ ไป เถอะคะ...หนูจะอยูชวยครู ถาโรงเรียนเราไมนำ เสนอ โรงเรียนก็จะเสียชื่อและครูก็ตองถูกตำหนิ จากเขตพื้นที่” นี่คือคำตอบของเด็กผูหญิงคนนี้ เธอ...ผู มี บ ทบาทเป น ผู น ำนั ก เรี ย นของ โรงเรียน เธอ...ผูที่ทำใหผูเขียนรองไหดวยความตื้น ตันใจ ความเสียสละของคอดีเยาะ สงผลใหเธอ ไดรับรางวัลชนะเลิศการนำเสนอโครงงานคุณ ธรรมในครั้งนั้น และไดเปนตัวแทนไปนำเสนอใน ระดั บ ภาคจนสามารถคว า รางวั ล เหรี ย ญเงิ น สรางความภาคภูมิใจใหแกโรงเรียนและเขตพื้นที่ เปนอยางยิ่ง ผลจากการทำความดีของคอดีเยาะเปน แบบอยางทีด่ แี กนอ งๆ และเพือ่ นๆ ในการปฏิบตั ิ ตนเปนผูมีน้ำใจ รับผิดชอบ เสียสละความสุข ส ว นตั ว เพื่ อ ประโยชน ส ว นรวม ส ง ผลให ไ ด รั บ รางวัลเด็กดี ในวันเด็กแหงชาติประจำป ๒๕๕๓ จากผูอ ำนวยการเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาปตตานี เขต ๒ ผู เ ขี ย นเชื่ อ ว า ไม มี เ ชื้ อ โรคใดเจาะผ า น

ภู มิ คุ ม กั น ของเราได หากมี จิ ต ใจที่ คิ ด แต สิ่ ง ดี เฉกเชน เด็กหญิงคอดีเยาะ หะยีอาซา ผูนี้ ภาย ใตวิกฤตที่เลวรายในยุคนี้ หากใชสติและเหตุผล พิจารณาอยางรอบคอบ เราอาจจะไดเห็นดานดีๆ ของชีวิตที่ซอนอยูก็ได เพราะเราตางมีแสงสวาง ในตัวเอง ซึ่งพรอมที่จะสองสวางเมื่อสังคมให โอกาส เด็กหญิงคอดีเยาะ หะยีอาซา เปนเพียง ตัวอยางหนึ่งที่หยิบยกใหเห็นถึงความเสียสละ เธอสอนใหเรารูวา เวลาของทุกๆ คนนั้นมีเทากัน เพียงแตจะแบงเวลามาใหกับสวนรวมมากนอย เพียงไรนี่สิสำคัญ ตลอดระยะเวลา ๖ ป ที่ผูเขียนและเพื่อน ครูไดฝาฟน เพื่อใหนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๕๒ (ชุ ม ชนบ า นต น ไพ) เป น ผู มี คุ ณ ธรรม จริยธรรม... วันนี้...ทำใหเราหายเหนื่อยแมวาจะ ตองแลกกับอะไรหลายๆ อยางในชีวิต ไมวาจะ เปนความมานะอดทน ความบากบั่น หรือเวลาที่ สูญเสียไป สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผูชนะจึงมิใชแค เรื่องการตอสู หรือการแขงขันกับใครๆ หรือสิ่ง ใด แตชัยชนะที่แทจริงคือความอิ่มเอมใจที่ทำให ลูกศิษยเปนคนดี และมีที่ยืนในสังคม ไมสราง ความเดื อ ดร อ นให สั ง คมส ว นรวม แม จ ะเป น ความเบิ ก บานในใจที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ เสี้ ย วหนึ่ ง ของ ความสำเร็ จ แต เ ราก็ ภู มิ ใ จที่ ไ ด ล งมื อ ทำ แม เหน็ดเหนื่อย...ก็คุมคาที่ฝาฟน มิใชหรือ

๓๕


ภูเก็ต

ชีวิตผม...ในกำมือของครู เรื่อง พิทักษ สวนอักษร โรงเรียน สตรีภูเก็ต ต.ตลาดใหญ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

๓๖

ขณะที่ครูจรรยากำลังเช็คชื่อนักเรียนหลัง เขาแถวเคารพธงชาติ อันเปนภารกิจประจำวัน ของครูประจำชั้น ณัฐพงษ ก็กระหืดกระหอบเขา มาพรอมหนีบกระเปาหนังสือใบเกา “ขออนุญาตครับ” เด็กหนุมบอกดวยเสียง เรียบ ขณะเดินยองๆ เขาไปที่โตะเรียน “สายอี ก แล ว ” ครู จ รรยาตวาดเสี ย งดั ง สีหนามีอารมณโกรธ “ออกมานี่ซิ” คำสั่งของครูทำใหเด็กหนุม ชะงัก หันกลับและเดินมายืนหนาชั้น “เธอนี่สอนยากจริงๆ เมื่อวานก็สาย วันนี้ เหมื อ นเดิ ม อี ก ทำไมดื้ อ ด า น พู ด ยากพู ด เย็ น เหลือเกิน ฉันละเบื่อจริงๆ” ณัฐพงษกมหนานิ่ง ไมมีคำพูดใดหลุดจากปากของเขา “ถาเปนอยางนี้อยูอีก” ฉันจะสงเธอใหฝาย

ปกครองจัดการ ณ โรงอาหารของโรงเรียน ครูจรรยานั่ง สนทนาอยู กั บ ครู วิ นั ย เรื่ อ งพฤติ ก รรมของ นักเรียนที่มีปญหา ณัฐพงษ เปนนักเรียนคนหนึ่งที่อยูในหัวขอ ของการสนทนา “ชั่ ว โมงวิ ท ย ข องผมก็ เ หมื อ นกั น เขาดู ซึมๆ เหมือนงวงนอน สงสัยจะนอนดึก เด็กสมัย นี้ไมแชตคุยกับเพื่อน ก็เลนเกม” “เผลอๆ อาจเล น พนั น บอลก็ ไ ด ” ครู จรรยาเสริมขึ้นบาง พฤติ ก รรมการมาสายและนั่ ง หลั บ ของ ณัฐพงษเปนที่เอือมระอาของบรรดาครูที่หวังดี และตั้งใจสอนหนังสือทั้งหลาย ครูหลายคนใชคำ พูดคอนขางแรง เชน


แลว”

“ถาครูเปนแมเธอ ครูใหลาออกไปนาน

“อยางพวกเธอนี่เขาเรียกวา ตัวถวงความ เจริญของเพื่อน” “นิ สั ย แก ไ ม ห ายแบบนี้ เขาเรี ย กว า ดื้ อ เหมือนควาย” คำดุดาที่ไดรับทำใหณัฐพงษทอแท หมด กำลังใจ “ผมอยากลาออกครับแม จะไดมาชวยแม ทำงานไดเต็มที่ อยูโรงเรียนก็อายเพื่อนมัน ครูดา ทุกวัน” ณัฐพงษรำพันกับแม “อดทนหนอยนะลูก ตองเรียนใหสูง จะได มีงานดีๆ ทำ ไดเลี้ยงแมตอนแกเฒา เราก็มีกัน สองคนนี่แหละ” แมพูดใหกำลังใจ เชาวันหนึ่งขณะครูจรรยากับครูวินัย มา ทำธุ ร ะที่ ส ำนั ก งานสหกรณ อ อมทรั พ ย ค รู ใ น จั ง หวั ด และแวะมาทานก ว ยเตี๋ ย วที่ ร า นเล็ ก ๆ แหงหนึ่ง แมคาเปนหญิงวัยกลางคน ขะมักเขมน อยูกับการปรุงกวยเตี๋ยวและใหบริการลูกคา แม จะเป น ร า นเล็ ก แต ก็ ดู ส ะอาด ลู ก ค า อุ ด หนุ น หนาตา แมคานอกจากปรุงแลวยังคิดเงิน และนำ กวยเตี๋ยวไปเสิรฟใหลูกคาดวย ตอนหนึ่งแมคา ตะโกนเขาไปหลังราน “พงษ พงษ ออกมาชวยหนารานหนอย จานเดี๋ยวคอยลาง” “ครับแม” มีเสียงตะโกนตอบออกมา สิ้น เสียงเด็กหนุมในชุดนักเรียนมัธยมปลาย กุลีกุจอ ออกมาหนารานขณะที่มือยังคงเปยก และแลวกวยเตี๋ยว ๒ ชามก็ถูกเด็กหนุม นามวา “ณัฐพงษ” ยกมาเสิรฟ ใหกบั คุณครูทงั้ สอง “อาว เธอเองหรือนี่” ครูทั้งสองอุทานขึ้น เกือบจะพรอมกัน แมคาวางมือจากงานที่กำลังทำอยู เดิน เขามาทักทายคุณครูของลูกชาย “สวัสดีจะคุณครู” “แมของผมครับ” ณัฐพงษแนะนำแมให คุณครูรูจัก ขณะนั้นใกลจะแปดนาฬกาแลว

“ดิฉัน ...ตองขอโทษคุณครูดวยนะคะ ที่ ลูกไปโรงเรียนสายบอย พงษตองตื่นตั้งแตตีสี่ชวย ดิฉันเตรียมขาวของ หกโมงเปดรานก็ชวยบริการ ลูกคาสลับเขาไปลางจาน ตอนนี้ครอบครัวของ เราก็เหลือกันแคดิฉันกับลูกสองคน เหนื่อยสัก หนอย” แมพูดพรอมรอยยิ้ม ขณะที่ณัฐพงษยืน กมหนานิ่ง ระหวางเดินทางกลับโรงเรียน “ถารูอยางนี้ตั้งแตแรก ผมจะไมดาใหแก เสียกำลังใจ” ครูวินัยเอยขึ้น “เด็กกตัญูอยางนี้ ควรไดรับการยกยอง ใหเปนเยี่ยงอยางดวยซ้ำไป” ครูจรรยาเสริมขึ้น บาง “เดี๋ยวผมจะเสนอฝายแนะแนวพิจารณา หาทุ น การศึ ก ษาให สั ก ทุ น เด็ ก ดี ๆ อย า งนี้ โรงเรี ย นต อ งสนั บ สนุ น นี่ ยั ง ดี ที่ เ ขาไม เ สี ย ใจ ทอแท ลาออกไปเสียกอน” ขาวเด็กกตัญูของณัฐพงษลือกระฉอนไป ทั่ ว โรงเรี ย น จากความเอื อ มระอา เบื่ อ หน า ย เปลี่ยนเปนรอยยิ้มและความชื่นชม เมื่ อ ครู เ ข า ใจนั ก เรี ย น อะไรๆ ก็ ดี ขึ้ น ณัฐพงษมีความสุข ผลการเรียนดีขึ้น ครูมีรอยยิ้ม และคำปลอบใจใหเด็กกำพราพออยาง ณัฐพงษ เด็กหนุมเองก็ปรับตัว และมาสายนอยลง ภาคเรี ย นต อ มาเมื่ อ ได รั บ ทุ น การศึ ก ษา แม ข องณั ฐ พงษ ก็ จ า งเด็ ก ไว ช ว ยงานที่ ร า น กวยเตี๋ยวคนหนึ่ง ตั้งแตนั้นมาณัฐพงษก็ไมเคยมา โรงเรียนสายอีกเลย

๓๗


ขอนแกเขต ยะลา น เขต ๒ ๔

จริงหรือ! บุญบันดาล… เรื่อง ครูแมนิตย โรงเรียน ยะหาศิรยานุกูล อ.ยะหา จ.ยะลา

๓๘

เด็กผูหญิงคนนั้น หนาตาดี สูงโปรง ผอม ดูเดนเปนสงาในหมูเพื่อนดวยกัน น้ำเสียงใสกอง กังวาน เปนความประทับใจ ดึงดูดใหผูคนมองไป ที่เจาของเสียงนั้นเปนตาเดียว เธอ คือ กลวย เมื่อมองรูปลักษณภายนอก ไมนาเชื่อวา เธอจะมีความสามารถมากมาย เธอมีความมุงมั่น ในการปฏิบัติงาน จากความประทับใจในเสียง สวดมนตของเธอวันนั้น ทำใหครูนิตยสอบถามพี่ ชายซึ่ ง กำลั ง ศึ ก ษาอยู ชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษาป ที่ ๔ ทราบว า กล ว ยตั้ ง ใจศึ ก ษาต อ โรงเรี ย นในเมื อ ง ทำใหนึกเสียดายอยูในใจวา หากนักเรียนคนนี้มา เรียนที่โรงเรียนของเรา คงจะทำใหมีผูนำที่ดีเพิ่ม ขึ้นอีกคนหนึ่ง วั น เป ด ภาคเรี ย นวั น แรก ป ก ารศึ ก ษา ๒๕๔๗ นักเรียนใหมเดินกันมาเปนกลุมใหญ ฉัน ตะลึ ง เมื่ อ เห็ น กล ว ยยื น อยู ใ ต ต น พิ กุ ล พร อ มกั บ เพื่อนๆ ของเธอ สิ่งที่ประทับใจครั้งแรกที่พบเห็น คื อ การแต ง กายสะอาดเป น ระเบี ย บเรี ย บร อ ย เหมาะกับบุคลิกหนาตาดี ฉันตรงเขาไปหา เธอ

ยกมือไหว พูดวา “สวัสดีคะคุณครู” ฉันรับไหว และพูดวา “หนูนารักจริง อยูชั้น ม.๑ หองไหน คะ” เธอตอบวา “ม.๑ หอง ๑ คะ” หลังจาก วันนั้นฉันไมไดเจอเธออีกเลย หนึ่งภาคเรียนตอ มา ในชัว่ โมงวิชาพระพุทธศาสนา พบวา “กลวย” เปนผูนำมาตลอด เริ่มตั้งแตการสวดมนตทำนอง สรภั ญ ญะ น้ ำ เสี ย งกั ง วาน ชั ด เจน จั ง หวะดี เราใจ หลังจากนั้นโรงเรียนรับสมัครผูนำกลุมใน การสวดมนต กลวยสมัครเปนกลุมแรกพรอมทีม งานอีก ๔ คน และทำการฝกซอมเพื่อเขาแขงขัน ระดับจังหวัด เปนผูนำกลุมนักเรียนทั้งโรงเรียน สวดมนตในกิจกรรมอบรมประจำสัปดาหทุกวัน ศุกร และเขารวมการประกวดสวดมนตระดับ จังหวัดทุกป จนกระทั่งไดรับรางวัลชนะเลิศ เปน ความภาคภูมิใจของโรงเรียนและของเธอเองดวย เธอได แ สดงความขอบคุ ณ คุ ณ ครู ที่ ใ ห โ อกาส แสดงใหเห็นถึงความเปนคนรูคุณคนและมีน้ำใจ เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๓ กลวยก็


ยั ง คงเป น กล ว ยคนเดิ ม อ อ นน อ มถ อ มตน มารยาทดี พูดจาสุ ภ าพไพเราะ มี น้ ำ ใจ กลา แสดงออก ปฏิบัติงานอยางทุมเทดวยความมุงมั่น เป น ที่ รั ก ของเพื่ อ นๆ พี่ ๆ น อ งๆ และครู บ า อาจารยทุกทานในโรงเรียน กลวยพูดกับนองๆ เสมอวา ใหตั้งใจทำความดี แมใครจะไมเห็นแต ตัวเรารู ยึดตัวอยางพอหลวง พระองคทานทรง งานอยางไมยอทอเพื่อปวงชนชาวไทย กลวยจึง ตั้งใจทำความดีตลอดมา ความดีของกลวยสงผลใหเธอไดรับทุนการ ศึกษาในพระบรมราชูปถัมภสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ ไดศึกษาตอในชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๔ กลวยบอกวา “ถาไมมีแมนิตยคนนี้ กลวยคงไม ไดศึกษาตอ” ครอบครัวของกลวยมีฐานะยากจน พ อ แม แ ยกทางกั น แต ก็ ไ ม ไ ด เ ป น อุ ป สรรคกั บ กลวย กลับทำใหเธอมุมานะพยายาม ไมยอทอ กลวยตั้งปณิธานไววาจะศึกษาตอทางสาขาแพทย หรื อ พยาบาล จะได ช ว ยเหลื อ ผู ค นที่ เ จ็ บ ป ว ย ประสบความลำบากในชี วิต เธอแสดงออกถึง ความเปนคนมีเมตตากรุณา มีจิตอาสา กลวย เปนผูริเริ่มโครงงานจิตอาสาชวยเหลือผูเจ็บปวย ผูสูงอายุ บำเพ็ญประโยชนตอสังคม รวมปฏิบัติ งานเปนคณะทีมงาน ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระ ยุพราช อำเภอยะหา ศูนยคนชรา ออกเยี่ยม เยียนผูปกครองของเพื่อนๆ ที่เจ็บปวย กลวยเปน ผูนำและไดรับการยอมรับจากทุกคน กลวยบอก กั บ ดิ ฉั น ว า “คนที่ มี จิ ต ใจบริ สุ ท ธิ์ คิ ด ดี ทำดี ปฏิบัติดี มีใจยึดหลักธรรมขององคสมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจา โดยเฉพาะหลักธรรมอิทธิบาท ๔ (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) และพรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) จะประสบ ความสำเร็จในชีวิต เปนหลักธรรมที่หนูใชเปนสิ่ง เตือนใจ สงผลใหหนูพบกับความสำเร็จในชีวิต ระดับหนึ่ง” การปฏิบัติของกลวยดวยจิตสำนึกที่ ดี มีความรับผิดชอบ ตั้งใจศึกษาเลาเรียน รูจัก ใชจายทรัพย เก็บออมไวใชในโอกาสที่จำเปน นำ เงินที่สะสมไวซื้อหนังสืออานเสริมเพิ่มเติมชวงปด

“เพราะความดีที่หนูกระทำตางหาก โดยการปฏิบัติ ธรรม หลักอิทธิบาท ๔ พรหมวิหาร ๔ มีสัมมา คารวะ รูจักเก็บออม รับผิดชอบตอหนาที่ มุงมั่น พยายาม อดทน เปนผลบุญหนุนนำใหหนูประสบ ความสำเร็จ” ภาคเรียน เติมเต็มใหกับตัวเอง หาสถานที่เรียน ติวเขมเพื่อไดรับความรูใหมๆ เพื่อจะเขาเรียนตอ ในสาขาแพทย และพยาบาล ความหวังของเธอเปนความจริง วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๓ เปนวันที่กลวยดีใจเปนที่สุดเมื่อ ทราบวาสอบผานแพทยแผนจีนในเครือขายโรง พยาบาลพระมงกุฎเกลา กรุงเทพมหานคร จาก สถาบันราชภัฏ จันทร เกษม กล วยพู ด กับครูว า “สวรรคบันดาลหนูจริงๆ ใหประสบความสำเร็จ ดังที่ตั้งความฝนไว” แตครูบอกวา “เพราะความ ดีที่หนูกระทำตางหาก โดยการปฏิบัติธรรม หลัก อิทธิบาท ๔ พรหมวิหาร ๔ มีสัมมาคารวะ รูจัก เก็บออม รับผิดชอบตอหนาที่ มุงมั่น พยายาม อดทน เป นผลบุญ หนุนนำใหหนูประสบความ สำเร็จ” ครูดีใจเปนที่สุด และขอบอกวา “ไมวา หนูจะอยูที่ไหน จงรักษาความดี ปฏิบัติคุณธรรม ตลอดไป” ความดีของ “กลวย” นางสาวณิชกุลโรชา แก ว บั น ดาล ได ฝ ากบทเรี ย น ประสบการณ อุดมการณอันคุมคาไวใหนองๆ ที่ใครๆ คิดวา กลวยๆ แตกลวยคนนี้คิดดี ทำดี ปฏิบัติดี มีคุณ ธรรมเปนที่ประจักษ กุศลผลบุญสนองตอบให ประสบความสำเร็จ เปนแบบอยางที่ดี มีคาตอ สังคมประเทศชาติในอนาคตสืบไป จริงหรือ! บุญ บันดาล...

๓๙


พัทลุง เขต ๑

ดาวแหงความดีที่บอทราย

เรื่อง ประสพ เพชรจันทร โรงเรียน บานบอทราย ต.บานพราว อ.ปาพะยอม จ.พัทลุง

๔๐

เด็ ก เปรี ย บเหมื อ นผ า ขาวที่ ยิ น ยอมให ผูใหญแตงแตมสีตามที่เห็นวาผานั้นจะเกิดความ สวยงาม ทามกลางกระแสโลกาภิวัตนเปนโลก แห ง การเรี ย นรู การเรี ย นรู ส ามารถเกิ ด ขึ้ น ได ตลอดเวลา ทำใหเด็กไทยรวมทั้งเด็กนักเรียนของ โรงเรียนบานบอทราย ตกอยูภายใตสังคมแหง การเรียนรู ที่รับเอาเทคโนโลยีและวัฒนธรรมจาก ทั่ ว โลกมาใช อ ย า งขาดความรอบคอบ ส ง ผล กระทบตอคุณธรรมและจริยธรรมของเด็กซึ่งนับ วันยิ่งรุนแรง จึงมีความจำเปนที่เราจะตองกลับ ไปจัดการศึกษาเหมือนเมื่อหลายสิบปกอน คืนครู ใหกับศิษย คืนการศึกษาใหกับชุมชน ครอบครัว หรือวัด เพื่อใหเกิดการเรียนรูอยางสรางสรรค การจัดการศึกษาตองเปนไปเพื่อพัฒนาเด็กใหมี ความพรอม สมบูรณทั้งดานรางกาย จิตใจ สติ

ปญญา มีความรูและคุณธรรม เปนผูมีจริยธรรม ในการดำเนินชีวิต สามารถอยูรวมกับผูอื่นได อยางมีความสุข โรงเรียนบานบอทราย ไดมองเห็นความ สำคั ญ ของป ญ หาเหล า นี้ จึ ง ได จั ด กิ จ กรรมส ง เสริ ม และพั ฒ นาคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรมนั ก เรี ย น อยางหลากหลาย โดยเนนกิจกรรมโรงเรียนวิถี พุทธ เนื่องจากเห็นวากิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ เปนแนวทางที่จะแกปญหาเหลานี้ไดเปนอยางดี เนนการนำหลักธรรมของพระพุทธเจามาประยุกต ใชในการบริหารจัดการ และพัฒนาผูเรียนโดย รวมของโรงเรียน เนนกรอบการพัฒนาตามหลัก ไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ และปญญาอยางบูรณา การ เป น การพั ฒ นาผู เ รี ย นให เ ป น มนุ ษ ย ที่ สมบู ร ณ ด ว ยภาวนา ๔ คื อ พั ฒ นาทางกาย


สังคม จิต และปญญา การสงเสริมและพัฒนา คุณธรรม จริยธรรมใหเกิดขึ้นในตัวนักเรียน ตาม แนวทางโรงเรียนวิถีพุทธ จึงมีสวนสำคัญยิ่งใน การพัฒนาผูเรียน นอกจากจะเปนคนเกง คนดี และมีความสุขแลว ยังมีการปฏิสัมพันธแบบเกื้อ หนุนสงเสริมซึ่งกันและกันอีกดวย เชน การเปน คนดีดวยศีล จะทำใหมีวินัยในการเรียน ผลที่ ตามมาคือเรียนเกงขึ้น การเปนคนมีความสุขดวย สติและสมาธิ จะทำใหตั้งใจเรียนและเรียนเกงขึ้น การเปนคนเกงดวยปญญาจะทำใหผูเรียนเปนคน ดีที่ไมเห็นแกตัว เพราะปญญาจะชวยใหผูเรียน รูจักเอาใจเขามาใสใจเรา กิจกรรมโรงเรียนวิถี พุ ท ธ เน น การมี ส ว นร ว มของบ า น วั ด และ โรงเรียน เพื่อมุงหวังใหเกิดผลดีตอนักเรียนในทุก ด า น มี คุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกที่ดี มี

คุณลักษณะ อันพึงประสงค เปนที่พอใจของครู ผู ปกครองนักเรียน และเปนที่ยอมรับของชุมชน นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมุงที่จะสรางนักเรียน เปนผูนำเยาวชนตนแบบดานศีลธรรม หรือ ดาว แหงความดี โดยผานบทฝกในกิจวัตรประจำวัน อย า งต อ เนื่ อ งจนเป น นิ สั ย ควบคู กั บ การทำ กิจกรรมสรางสรรคสังคม โดยความรวมมือของ สถาบันหลักในสังคม คือ บาน วัด และโรงเรียน ซึ่งเปนมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่จะชวยปลูกฝง รากลึกทางคุณธรรม จริยธรรมเขาสูจิตใจของ ผูนำเยาวชนตนแบบไดอยางยั่งยืน และสามารถ ถายทอดศีลธรรม คุณธรรม ความดี แนวทาง การดำเนินชีวิตที่ถูกตองสูเพื่อนเยาวชน คนรอบ ขาง และสังคมตอไป เพื่ อ ให ก ารดำเนิ น กิ จ กรรมวิ ถี พุ ท ธของ ๔๑


โรงเรียนบานบอทรายเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการโรงเรียนวิถีพุทธของโรงเรียนได ร ว มกั น กำหนดกิ จ กรรมอย า งหลากหลาย ต อ เนื่อง โดยกำหนดกิจกรรม ๔ ลักษณะ ดังนี้ กิจกรรมเสริมเนื้อหาสาระตามหลักสูตร ไดแก สอดแทรกหลักทางพุทธธรรม และบูรณาการ ในการจัดหนวยการเรียนรู ของกลุมสาระตางๆ ทุกกลุมสาระ รวมทั้งกิจกรรมพัฒนาผูเรียน จัด ทำโครงงานคุณธรรม พิธีแสดงตนเปนพุทธมา มกะ ณ วั ด โดนคลาน เป น ประจำทุ ก ป การ ประกวดมารยาทไทย กิ จ กรรมค า ยคุ ณ ธรรม กิจกรรมบริหารจิตเจริญปญญา กิ จ กรรมประจำวั น / ประจำสั ป ดาห ไดแก กิจกรรมรักษาความสะอาดเขตรับผิดชอบ สวดมนตไหวพระ แผเมตตา ยกยองผูที่ทำความ ดี มี ค วามรั บ ผิ ด ชอบ ครู เ วรอบรมคุ ณ ธรรม ๔๒

จริยธรรม สวดมนตทำนองสรภัญญะในวันสุด สัปดาห กิ จ กรรมเนื่ อ งในโอกาสวั น สำคั ญ ทาง พระพุทธศาสนา ไดแก กิจกรรมวันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเขาพรรษา วันมาฆบูชา วัน สารทไทย ซึ่งในวันสำคัญเหลานี้ ทางโรงเรียนจัด กิจกรรมรวมกับผูปกครองและชุมชน ณ วัดโดน คลาน เชน ฟงพระเทศน เวียนเทียน พัฒนาวัด ถวายเทียนพรรษา และผาอาบน้ำฝน รวมกับ ชุมชน ทำขนมเทศกาลเดือนสิบ กิจกรรมพิเศษอื่นๆ ไดแก หิ้วปนโตไปวัด ทุกวันพระ โดยผลัดเปลี่ยนกันไปครั้งละ ๑ ชั้น โดยผูปกครองนักเรียนไปรวมดวยทุกครั้ง แตละ ครั้งมีการสวดมนต ฟงพระเทศน และพัฒนาวัด รวมกับชุมชน ทำบุญตักบาตรปใหมที่โรงเรียน เป น ประจำทุ ก ป กิ จ กรรมวั น แม การอบรม


กิ จ กรรมพิ เ ศษอื่ น ๆ ได แ ก หิ้ ว ป น โตไปวั ด ทุ ก วันพระ

จริยธรรมโดยพระอาจารย การเรียนธรรมศึกษา ในโรงเรียน กิจกรรมบันทึกความดี โดยการฝก ทำความดีในกิจวัตรประจำวัน ๑๐ ขอ ไดแก ไม นอนตื่นสาย/เก็บที่นอนหลังตื่นนอน แตงกาย สุภาพ สมาทานศีลกอนออกจากบาน หรือหนา เสาธง การออมทรัพย สวดมนตไหวพระกอน นอน ไหวพอ-แม ญาติและผูใหญ เขียนความดี ของครู เพื่อน และคนรอบขาง นั่งสมาธิ ชวย เหลื อ ทำงานบ า น และอ า นหนั ง สื อ เรี ย น หรื อ หนังสือที่มีประโยชน กิจกรรมปนน้ำใจแกผูสูงวัย ในชุมชน จากการที่โรงเรียนบานบอทรายไดดำเนิน การพัฒนาสูโรงเรียนวิถีพุทธ โดยนำหลักธรรม ทางพระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการจัดการ ศึกษา โดยมีจุดเนนที่สำคัญคือนำหลักธรรมมา ใชในระบบการพัฒนาผูเรียน นำไปสูการพัฒนาผู เรียนใหสามารถกิน อยู ดู ฟง เปน คือใชปญญา ในการแกปญหา จนนักเรียนไดรับรางวัลตางๆ อาทิ รางวัลนักเรียนผูมีความประพฤติดี และ บำเพ็ญตนเปนประโยชนตอสังคม ของกระทรวง วัฒนธรรม ตั้งแตป ๒๕๕๑, ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๓ รางวัลชนะเลิศในการประกวดโครงงานคุณธรรม ชวงชั้นที่ ๒ ในระดับ สำนักงานเขตพื้นที่การ ศึกษาพัทลุง เขต ๑ รางวัลเหรียญทอง ในการ ประกวดโครงงานคุณธรรม ชวงชั้นที่ ๒ ในงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต รางวัลเหรียญ ทอง ในการประกวดแตงเพลงและรองเพลงคุณ ธรรม ชวงชั้นที่ ๒ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

ภาคใต นอกจากนี้ยังสามารถปรับพฤติกรรมและ จิตใจ ซึ่งถือเปนวิถีทางหนึ่งที่ทำใหนักเรียนของ โรงเรียนบานบอทรายเติบโตอยางมีความรูคูคุณ ธรรม เจริญกาวหนาบนพื้นฐานการศึกษาธรรมะ ตามพุทธวิธี เพื่อจะไดเปนคนดี จะเห็นไดจากผล การประเมินพฤติ กรรมนักเรียน พบวา มีการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้นอยางชัดเจน ผ า นเกณฑ ก ารประเมิ น ที่ โ รงเรี ย นกำหนด นั ก เรี ย นได รั บ การพั ฒ นาคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงคตางๆ พรอมกับ การพัฒนาสติปญญาเปนดาวแหงความดี ที่เปน แบบอยางแกเพื่อนๆ และคนรอบขางตอไป

๔๓


สงขลา เขต ๓ เรื่อง สุดใจ ใหมคง โรงเรียน วัดชองเขา ต.คลองเปย อ.จะนะ จ.สงขลา

รุงอรุณ

ที่ชองเขา

๔๔


เมื่อยอนอดีตไปประมาณ ๔๐ กวาป ผูคน หลายคนในยุคนั้นรวมทั้งผูเขียนดวย ก็ยังจดจำ สิ่งที่ดีๆ ในโรงเรียนไดอยางแมนยำ ถึงแมวา เวลาจะผานไปนานแลวก็ตาม หากมีใครถามวา ประทับใจเรื่องอะไรบางในอดีต ผูเขียนก็จะคิดถึง เรื่ อ งที่ คุ ณ ครู ส อนให เ รามี ป ระสบการณ ต รง ฝกหัดทำและปฏิบัติสิ่งตางๆ ดวยตัวเอง คิดถึง คุณครูที่มีจิตใจดี เปนแบบอยางที่ดี มุงมั่นสั่ง สอนเราใหเปนคนดี ใหเรามีน้ำใจ ใหชวยเหลือ ในสิ่งตางๆ เทาที่จะทำได ไมนิ่งดูดาย ทั้งยัง ปลูกฝงใหเรายึดมั่นในศาสนาที่เรานับถือ โดย คุ ณ ครู จ ะฝ ก ผู เ ขี ย นรวมทั้ ง เพื่ อ นๆ ที่ นั บ ถื อ ศาสนาพุทธใหสวดมนตทุกเชาและกอนกลับบาน สวนวันศุกรทุกคนจะมาพรอมกันทุกชั้นเรียน มา นั่งสวดมนตไหวพระและสวดสรภัญญะเพื่อสวด สรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระ สัง ฆคุณ จนเชี่ยวชาญ มี ค วามรูสึ ก ลึ ก ซึ้ ง ได กลาวบทสวดเมื่อใดก็จะรูสึกอิ่มเอิบใจอยางบอก ไมถูก และที่ผูเขียนไมเคยลืมเมื่อถึงวันสุดทาย ของภาคเรี ย น คุ ณ ครู ก็ จ ะนิ ม นต พ ระมาที่ โรงเรียน นักเรียนทุกคนจะนำอาหารหวานคาว มาถวายพระ ใสปนโตหิ้วกันมาคนละสาย พอแม มีความยินดีที่ลูกๆ นำอาหารมาถวายพระ ทำ อาหารจนสุดฝมือ เมื่อทำพิธีทางศาสนาเสร็จ ทุก คนจะรับประทานอาหารรวมกัน รอฟงผลการ สอบแลวจึงกลับบานดวยความสุขใจ จะเห็นไดวาในอดีตเด็กๆ และเยาวชนมี พฤติ ก รรมในทางที่ ดี ต า งจากในป จ จุ บั น เนื่องจากแบบที่ดีก็นอยลง มีปญหาตางๆ ทั้ง

ดานเศรษฐกิจ ครอบครัว และปญหาสังคม เด็ก ในปจจุบันไมมีสัมมาคารวะ มีความประพฤติไม เรียบรอย แลงน้ำใจ เมื่อทำกิจกรรมทางศาสนาก็ จะเมิ น เฉยไม ส นใจ พฤติ ก รรมเหล า นี้ ม าจาก ปญหาขาดการอบรมสั่งสอนดูแลอยางใกลชิดจาก พอแม หรือผูปกครอง ขาดการใหประสบการณ ตรงที่ดีแตรับประสบการณที่เลวรายโดยไมรูตัว เพราะเด็กไดรับสื่อที่ไมดีเชนดูโทรทัศนรายการที่ ไมมีสาระ บางก็ดูรายการที่มีการฆาฟนกัน แกง แยงชิงดีชิงเดนกันในหนัง ในละคร โดยที่เด็กดู เพียงลำพังไมมีใครแนะนำบอกกลาววาเปนสิ่งไม ดี ทุกอยางไดซึมซับเขาไปโดยไมรูตัว ผูเขียนใน ฐานะที่ เ ป น ครู ผู รั บ ผิ ด ชอบกิ จ กรรมพั ฒ นาคุ ณ ธรรมในสถานศึ ก ษาของโรงเรี ย นวั ด ช อ งเขา ตระหนั ก และเห็ น ความสำคั ญ ในการพั ฒ นา นักเรียนใหเปนผูที่มีคุณธรรม มีพฤติกรรมที่พึง ประสงค เปนที่ตองการของสังคม ใหอยูในสังคม ไดอยางมีความสุข จึงรวมกับคณะครู ผูบ ริหาร คณะกรรมการ สถานศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน วางแนวทางการจั ด กิจกรรมที่พัฒนานักเรียนอยางหลากหลายเชน การชวยเหลือทำความสะอาดในบริเวณโรงเรียน การสวดมนตไหวพระในตอนเชา การสมาทาน ศีล การนั่งสมาธิกอนเรียน การออมทรัพย การ ฝ ก วิ ถี ชี วิ ต ตามแนวเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง การ ประชุ ม พร อ มกั น ในวั น สุ ด สั ป ดาห โ ดยสวด สรภัญญะ นั่งสมาธิพรอมกันทุกคนในกิจกรรม กอนเรียนตอนบาย การไปรวมบุญในวันสำคัญ ทางศาสนา และขาดไมไดก็คือกิจกรรมวันปด ๔๕


หากมี ใครถามวาประทับใจเรื่องอะไรบางในอดีต ผู เ ขี ย นก็ จ ะคิ ด ถึ ง เรื่ อ งที่ คุ ณ ครู ส อนให เ รามี ประสบการณตรง ฝกหัดทำและปฏิบัติสิ่งตางๆ ด ว ยตั ว เอง คิ ด ถึ ง คุ ณ ครู ที่ มี จิ ต ใจดี เป น แบบ อยางที่ดี

ภาคเรียนซึ่งคลายคลึงกับประสบการณในอดีต ของผูเขียน โดยใหนักเรียนนำอาหารหวานคาว มาถวายพระ เชิ ญ ผู ป กครองมาร ว มกิ จ กรรม นักเรียนจะเปนผูดำเนินการเอง เชน การจัดโตะ หมูบูชา การเปนประธานจุดธูปเทียนบูชาพระ รัตนตรัย การเปนพิธีกรทางศาสนา การกลาวบท สวดมนต ต ามธรรมเนี ย มประเพณี ข องท อ งถิ่ น การถ า ยอาหารใส ภ าชนะถวายพระ การร ว ม ทำบุญตักบาตร ทุกอยางนักเรียนเปนผูปฏิบัติ ด ว ยตนเอง เมื่ อ รั บ ประทานอาหารร ว มกั น นักเรียนจะไดรูจักการแบงปนกัน สรางมิตรภาพ ที่ดีตอกัน มีความรักความอบอุน ไดพูดคุยกัน ขณะรั บ ประทานอาหาร กิ จ กรรมนี้ ถื อ ได ว า โรงเรียนไดสรางแนวทางการปฏิบัติที่ดีใหนักเรียน ไดมีประสบการณที่สรางสรรค ผูเขียนเชื่อวาหาก นักเรียนไดรับการขัดเกลาจิตใจโดยผานกิจกรรม ที่หลากหลาย เห็นครู พอแม ผูปกครอง หรือ เห็นแบบอยางที่ดี ก็จะชวยสั่งสมประสบการณ กิจกรรมที่กลาวมานั้น ตองทำอยางตอเนื่องทุก ภาคเรียน จากชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษา ปที่ ๖ ปละ ๒ ครั้ง ในเวลา ๗ ป ประสบการณ เหลานีก้ ค็ งจะไดซมึ ซาบสูต วั นักเรียนไดเปนอยางดี อยางเชนผูเขียนในอดีต ผูเขียนเห็นวาถึงเวลาแลวที่ทุกคน ทุกฝาย ทั้งบาน วัด โรงเรียน ซึ่งมีพอแม ผูปกครอง ครู พระหรือโตะครู ตองรวมใจกันพัฒนาคุณธรรม ของเด็กๆ ซึ่งเปนอนาคตของชาติใหเปนคนดี มี ๔๖

นิสัยที่ดี เปนแบบอยางที่ดี สรางความรักความ ศรั ท ธาในศาสนาที่ ต นเองนั บ ถื อ เป น เครื่ อ งยึ ด เหนี่ยวจิตใจ เด็กๆ จะไดนำเอาประสบการณ ต า งๆ มายึ ด ถื อ เป น แนวทางในการปฏิ บั ติ ไ ด อยางเชนผูเขียนที่มีแนวปฏิบัติที่ดีในอดีตแลวนำ มาพัฒนาลูกศิษยใหเปนเด็กดีอยูในสังคมไดอยาง มี ความสุข โดยอยาให สิ่งที่ดี ๆ ในอดีตถู กลบ เลือนหายไป เมื่อทุกคนรวมแรงรวมใจกันการ เดินทางของเราคงจะบรรลุผลไดอยางแนนอน รุงอรุณของวันใหมของโรงเรียนแตละโรงที่มุงหวัง ใหนักเรียนไปตามเปาหมายคงสำเร็จไดดังเชน รุงอรุณที่ชองเขา


ยะลา เขต ๑

จิตตื่น ใจเบิกบาน

ดวยการสวดสรภัญญะ พลิกแนวการสอนพุทธศาสนา ๓ จังหวัดภาคใต คำ เสียงสัมผัส และความหมาย ฝกสมาธิ สราง ศรัทธา ใชปญญาพัฒนาจิต ใหรูตื่น รูเบิกบาน

เรื่อง อัญชลี กัณหผะลา โรงเรียน บานยุโป (รุงวิทยา) อ.เมือง จ.ยะลา

๔๗


นับเปนเวลา ๒๕๕๓ ป ที่พุทธศาสนาใช ทำนองสวดสรภั ญ ญะเพื่ อ จดจำพระไตรป ฎ ก จำนวน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขั น ธ ไ ด อ ย า งมี ประสิทธิภาพมาจนถึงปจจุบัน ซึ่งทำนองสวด สรภัญญะนั้น นับเปนกระบวนการเรียนรูโบราณที่ ควรคาแกการปรับปรุงพัฒนาตอยอดใหสามารถ นำมาใชไดอยางเหมาะสมในกระบวนการเรียน การสอนยุคใหม และจากแนวคิดดังกลาวสงผล ใหเกิดวิธีสอนวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาดวย บทสวดสรภัญญะขึ้น วิธีสอนวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาดวย บทสวดสรภั ญ ญะ ใช ใ นการเรี ย นหนั ง สื อ อ า น ประกอบการเรียนสาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริ ย ธรรม ช ว งชั้ น ที่ ๒ กลุ ม สาระการเรี ย นรู สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วัน สำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยวิธีสอนดวยบท ๔๘

สวดสรภั ญ ญะ ซึ่ ง ประกอบด ว ยวั น สำคั ญ ทาง ศาสนาตางๆ เชน วันอาสาฬหบูชา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันเขาพรรษา และวันออกพรรษา ที่เขียนเปนบทรอยกรอง ตามเทคนิคในการชวย ความจำ ๓ วิ ธี คื อ การสร า งเสี ย งสั ม ผั ส (Rhymes) การสร า งคำเพื่ อ ช ว ยความจำ (Acronym) การสรางประโยคที่มีความหมาย (Acrostic) เชน ในการใชวิธีสอนวันสำคัญทางพระพุทธ ศาสนาดวยบทสวดสรภัญญะ เรียนรูวันสำคัญ ทางพระพุ ท ธศาสนา โดยวิ ธี ส อนด ว ยบทสวด สรภัญญะนั้นมีขั้นตอนสำคัญ ๔ ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ ๑ ฝกสมาธิ นำไปสูความใสใจ และเขาใจ ซึ่งจะใชเวลาประมาณ ๕ นาที เพื่อ ทำจิตใจของผูเรียนใหอยูในความสงบเย็น โดย นั่งในทาที่สบาย ปลอยตัวตรง สงบนิ่ง หลับตา


บทสวดสรภัญญะ เรื่อง อาสาฬหปุณฺณมี พระธรรมคำสอนศาสดา ทรงประทานมา โปรดแกชาวพุทธทั่วกัน เดือนแปดวันเพ็ญเห็นจันทร เกิดสิ่งสำคัญ ไตรรัตนเริ่มเปลี่ยนปญญา เปนอาสาฬหบูชา ทรงเทศนา ใหหมูปจวัคคีย

มยํ โข เอตรหิ อิมํ อาสาฬฺหปุณฺณมีกาลํ โกณฑัญญะมากบารมี ขอบรรพชาทันที คือสงฆองคแรกเรืองรอง ชาวพุทธทั่วแควนแดนทอง กิเลศลดกอง มุงสรางทางบุญทั่วไทย

ในสภาพปกติ หยุดการเคลื่อนไหว ทำใหความ คิดลอยอยูเบื้องหนาของตน แลวฟงบรรยายถึง ความเปนมา และสาระสำคัญของวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนาที่จะเรียนรู เด็ ก หญิ ง สรธิ ช า ศรี พ ลอย นั ก เรี ย นชั้ น ประถมศึกษาปที่ ๕ โรงเรียนบานยุโป (รุงวิทยา) กลาววา “หนูชอบนั่งสมาธิ เพราะชวยทำใหหนู มีใจสงบไมกังวล กอนนอนหนูก็นั่งสมาธิ คุณแม ก็ บ อกว า ลู ก เก ง มาก หนู รู สึ ก ภู มิ ใ จในตั ว เอง เพราะการมีสติทำใหหนูเรียนไดดี คุณครูชมวา หนูเรียนเกงและหนูก็ตั้งใจเรียนจริงๆ คะ” ขั้นตอนที่ ๒ สรางศรัทธา เพิ่มแรงจูงใจ ใหปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหมือนแบบ ขั้นตอนนี้ จะใชเวลาประมาณ ๑๐ นาที เพื่อทำจิตใจของ ผูเรียนใหเกิดความเลื่อมใส ศรัทธาในเนื้อหา ใน ตัวผูสอนซึ่งเปนตนแบบซึ่งจะเปนประโยชนตอ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผูเรียนเอง ทั้งนี้ โดยใชกระบวนการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู ความเปนมาและสาระสำคัญของวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา พรอมทั้งฟงตนแบบการสวด สรภั ญ ญะอย า งสงบเย็ น สร า งศรั ท ธาเพิ่ ม แรง จูงใจใหปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขั้นตอนที่ ๓ ใชปญญาสูการจำ รูจักและ ระลึกได เปนขั้นตอนการฝกใชปญญาพัฒนาการ เรียนรูของตน โดยปลอยใหผูเรียนเปนศูนยกลาง (Learner-centered) อยางแทจริง ซึ่งผูเรียนจะ ตองเขาใจเนื้อหา และคำศัพทตางๆ พรอมฝก อานและสวดตามทำนองสรภัญญะ จนไปสูการ จำ ทั้งจำแบบรูจัก (Recognition) โดยรูสึกวาได คุนเคย ไดพบ หรือไดสัมผัสมากอน และจำแบบ ระลึกได (Recall) ที่นึกยอนถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นได เอง โดยไมตองอาศัยแรงจูงใจ ๔๙


๕๐


หากผูเรียนไมศรัทธา ก็จะไมมีสมาธิ และเมื่อไมมี สมาธิ ปญญายอมไมเกิดขึ้นอยางแนนอน

ขั้นตอนที่ ๔ ประเมินผลการเรียนรู เปน กระบวนการสำคัญที่จะบงบอกถึงความสำเร็จ ของการจัดการศึกษา ซึ่งจะชวยใหทั้งผูสอนและ ผูเรียน รวมทั้งผูบริหารสถานศึกษาไดทราบวา การเรียนการสอนไดผลตามความคาดหวังที่ตั้งไว หรือไม ซึ่งแนวทางในการประเมินผลการเรียนรู กำหนดใหดำเนินการทั้งกอนเรียน ระหวางเรียน และหลังเรียน โดยใชเครื่องมือและวิธีการ ๓ รูป แบบ คือ ทดสอบโดยใชแบบทดสอบ สังเกตโดย ใชแบบสังเกตพฤติกรรมและตรวจผลงานจากผล งานที่ปฏิบัติ นอกจากนี้ยังใชชุดการเรียนการ สอนครบวงจร ตูไปรษณียมหัศจรรย มาใชใน การประเมินผลการเรียนรูดวย เด็ ก ชายปาณั ส ม ชู ม ณี นั ก เรี ย นชั้ น ประถมศึกษาปที่ ๖ โรงเรียนบานยุโป (รุงวิทยา) กล า วว า “ผมชอบเล น เกมตู ไ ปรษณี ย เพราะ ทำใหผมหาคำตอบที่ถูกได ถาผมหาคำตอบที่ถกู ไมได รูปภาพที่ไดจะไมเปนรูป ดูไมรูเรื่อง แตถา

คำตอบถูกทั้งหมด รูปภาพที่ไดจะสวยงาม ดูรู เรื่อง การเลนเกมตูไปรษณียทำใหผมรูไดทันทีวา ผมเกงหรือไม” การใช วิ ธี ส อนวั น สำคั ญ ทางพระพุ ท ธ ศาสนาดวยบทสวดสรภัญญะนั้น องคประกอบ สำคัญที่จะทำใหประสบผลสำเร็จ คือตัวแบบที่ จะนำไปสูการลอกเลียนพฤติกรรม ทั้งนี้เพราะวา หากผูเรียนไมศรัทธา ก็จะไมมีสมาธิ และเมื่อ ไมมีสมาธิ ปญญายอมไมเกิดขึ้นอยางแนนอน “การสอนพุทธศาสนาในพื้นที่นี้มีปญหา มาก แตวิธีสอนแนวใหมนี้ นักเรียนตั้งใจรวม กิ จ กรรมและมี ค วามสุ ข ในการเรี ย นรู ร ว มกั น ดี มาก” นางเบญจณี โลหะปณิธาน ผูอำนวยการ โรงเรียนบานยุโป (รุงวิทยา) กลาวยืนยันดวย ความภาคภูมิใจ

๕๑


นครศรีธรรมราช เขต ๓

สมาธิ

ทำให ใจสงบ

๕๒


จากประสบการณที่ตนเองไดปฏิบัติธรรม สมัยตอนเด็กๆ อายุประมาณ ๘-๙ ขวบ ตอนที่ ยังเรียนอยูชั้นประถมศึกษา คุณครูจะสอนใหสวด มนต ไหวพระทุกวันสุดสัปดาห โดยเฉพาะบท สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และชอบไป ทำบุญฟงพระเทศนา โดยเฉพาะวันเขาพรรษา ๓ เดือน จะไปกับคุณยาย คุณแม ฟงพระธรรม เทศนาทุกคืน รูสึกวาตอนนั้นมีความสุข และ สนุกดวยที่ไดเขาวัดทำบุญจนติดเปนนิสัย และ ปจจุบันนี้โรงเรียนไดมอบหมายใหรับผิดชอบงาน โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ก็นึกถึงตอนที่เปนเด็ก นาจะนำประสบการณที่ตนเองไดปฏิบัติมา มา ฝกกับนักเรียน เพราะการที่ไดปฏิบัติจะทำให จิตใจสงบ มีความสุข จิตใจเยือกเย็น อารมณดี ไมโกรธ ไมโลภ ไมหลง พบคนอื่นๆ ทุกคนก็ เปนกัลยาณมิตรทั้งหมด ก็นำประสบการณนี้มาใชฝกกับนักเรียน ทุกวันตอนเชากอนเรียน โดยเฉพาะนักเรียนชั้น ประถมศึกษาป ๒ เพราะตนเองสอนประจำชั้น ประถมศึกษาป ๒ จึงมีเวลาไดพูดคุยกับนักเรียน ทุกๆ วันตอนเชา และยังบอกใหนักเรียนสวด มนต ไหวพระ ไหวคุณพอคุณแม และนั่งสมาธิ กอนนอน วันพระจะพานักเรียนไปวัด สวดมนต ไหวพระ ฟงพระธรรมเทศนาเปนประจำ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จะนำ นั ก เรี ย นไปร ว มกิ จ กรรมกั บ ชุ ม ชนที่ วั ด ส ว น กิจกรรมที่โรงเรียน กอนเขาชั้นเรียน นักเรียนจะ ไหวพระ สวดมนต สรรเสริญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ อาราธนาศี ล แผ เ มตตา นั่ ง สมาธิ ประมาณ ๑๕ นาที กิจกรรมดังกลาวนักเรียนได รวมปฏิบัติทุกวันจนเปนนิสัย จากการสอบถาม

เรื่อง ลำไย ไกรสิทธิ์ โรงเรียน วัดควนกอ อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช

๕๓


ตัวนักเรียน นักเรียนเลาวา การไดทำกิจกรรมดัง กลาวทำใหมีความสุข จิตใจสงบ และขอบคุณ คุณครูที่นำธรรมะมาสั่งสอนรวมกับการศึกษา ภายในชั้นเรียน เมื่อไดฟงเชนนั้นแลวทำใหรูสึก ปลื้ ม และดี ใ จที่ ส ามารถทำให นั ก เรี ย น เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดี นักเรียนบาง คนก็ ไ ด น ำกิ จ กรรมต า งๆ ที่ เ กี่ ย วกั บ พระพุ ท ธ ศาสนาไปแนะนำใหเพื่อนๆ ฟงวา กอนนอนจะ สวดมนต ไหวพระ ไหวพอแม นั่งสมาธิ และยัง ไหวพระพรอมกับคุณยายดวย เด็กๆ บอกวามี ความสุขมาก และจากการที่ไดติดตอสอบถาม ผูปกครองวานักเรียนไดปฏิบัติจริงหรือไม ก็ได รั บ คำตอบกลั บ มาว า ได ป ฏิ บั ติ จ ริ ง และยั ง ขอบคุณคุณครูที่สอนใหลูกของเขาเปนคนดี ชอบ ทำบุญ เขาวัด และมีจิตใจชอบชวยเหลือคนอื่นๆ ชอบชวยเหลือกิจกรรมที่วัด ใหครูพาไปวัด ชวย เช็ดถูปดกวาดธรรมศาลา บริเวณวัด วันไหนที่ครู บอกว า จะพาไปวั ด นั ก เรี ย นจะดู ตื่ น เต น และ เตรี ย มอุ ป กรณ เช น ไม ก วาด ผ า ขี้ ริ้ ว ถั ง น้ ำ โดยที่คุณครูไมตองสั่งวาจะตองเตรียมอะไรไป บาง นักเรียนจะจัดไปเองทั้งหมด เมื่อถึงที่วัดก็ ๕๔

จะชวยกันเช็ดถู ปดกวาดอยางขะมักเขมน ดูแลว นักเรียนมีความสุขสนุกสนาน วั น ไหนเป น วั น พระนั ก เรี ย นบางคนจะ เตือนคุณครู บอกคุณครูวาพรุงนี้เปนวันพระ แลว ก็นัดแนะวาใครจะเอาอาหารอะไรไปถวายพระที่ วัด บางครั้งก็มีการเรี่ยไรเงินภายในโรงเรียน เพื่อ ใสซองถวายพระ ตอนฤดูผลไมนักเรียนก็จะนำ ผลไมใสกระเชาไปถวายพระ จากประสบการณที่ ตนเองไดปฏิบัติ และไดนำมาสั่งสอนนักเรียน ทำให ส ามารถมองเห็ น การเปลี่ ย นแปลงของ นักเรียนในทางที่ดีขึ้น ทำใหตนเองมีความสุข และดีใจกับนักเรียนที่ไดเห็นนักเรียนเปนคนดี มี น้ำใจ ชวยเหลือผูอื่น และหวังวานักเรียนจะนำ สิ่งที่ดีไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพราะจะทำให ตนเอง ครอบครัว และผูอื่นมีความสุข ถาทุกคน มี ธ รรมะภายในใจก็ จ ะเกิ ด สั น ติ สุ ข ภายใน ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติตอไป


สงขลา เขต ๑

คานิยมประหยัดอดออม

สรางได เรื่อง ประทีป เพ็ชรจำรัส โรงเรียน วัดทรายขาว อ.เมือง จ.สงขลา

๕๕


จากภาวะวิ ก ฤตเศรษฐกิ จ ตกต่ ำ อย า ง รุนแรงตั้งแตป พ.ศ. ๒๕๓๙ เปนตนมา ทำให เกิ ด ป ญ หาเพิ่ ม พู น ขึ้ น หลายด า นทั้ ง ป ญ หา เศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม อันสง ผลกระทบต อ ชี วิ ต ความเป น อยู ข องประชาชน อย า งมาก ก อ ให เ กิ ด ป ญ หาทางคุ ณ ธรรม จริยธรรม สังคมขาดระเบียบวินัย ขาดความรับ ผิดชอบ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ( ส ก ศ . ) ก ระทรวงศึ ก ษ า ธิ ก า ร ร วมกั บ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต “สวนดุสิตโพล” ไดสำรวจพฤติกรรมอันไมพึงประสงคของเยาวชน ไทย เมื่อวันที่ ๑๐-๑๘ มีนาคม ๒๕๕๐ สรุปผล การสำรวจปญหาคุณธรรมดานการประหยัดและ ออม จากนั ก เรี ย น นั ก ศึ ก ษา ผู บ ริ ห าร ครู อาจารย ผูปกครอง พบวา คานิยมการใชสินคา ฟุมเฟอย ๑๓.๐๑ % จากขอมูลดังกลาวจะเห็นได วาคานิยมการใชสินคาฟุมเฟอยเปนพฤติกรรมที่ ไมพึงประสงคของเยาวชนในระดับตนๆ อันมี สาเหตุมาจากภาวะวิกฤตคุณธรรมของเยาวชน ไทย ๕๖


“เงินทองนั้นเปนของมีคา ตองไดมาดวยความ วิริยะ สุจริต และใชจายออกไปดวยความมัธยัสถ และไตรตรอง”

โรงเรียนวัดทรายขาว เปนโรงเรียนวิถี พุ ท ธ นำหลั ก ธรรมของพระพุ ท ธศาสนามา ประยุกตใชในการบริหารและการพัฒนาผูเรียน โดยใชหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปญญา ใน การสรางฐานความรู สรางฐานของความดีงามให แกผูเรียน มีเปาหมายใหผูเรียนเปนคนเกง คนดี และมีความสุข การจัดการเรียนรูในโรงเรียนวิถี พุทธ จึงเนนการพัฒนาพรอมกันในทุกๆ ดาน ได แ ก ด า นป ญ ญา สั ง คม จิ ต ใจและร า งกาย อยางไมแยกสวน เขตบริการของโรงเรียนมีแหลง บันเทิง รานเกม สื่อสิ่งพิมพ รานมินิมารท มี สภาพสิ่ ง แวดล อ มที่ ไ ม ดี มี สิ่ ง ล อ ใจที่ ชั ก จู ง ให เยาวชนมีพฤติกรรมใชจายที่ไมประหยัด นักเรียน มีพฤติกรรมใชจายเงินฟุมเฟอย ใชจายเงินสิ้น เปลืองโดยไมจำเปน จากปญหาดังกลาว หากไมมีการปองกัน ลวงหนา จะกอใหเกิดความเสียหาย กอใหเกิด เป น นิ สั ย ที่ ไ ม พึ ง ประสงค ติ ด ตั ว นั ก เรี ย นไปใน อนาคต และจะเป น ผู ใ หญ ที่ ไ ม มี คุ ณ ภาพของ สังคม ประเทศชาติ จะกอใหเกิดความเสียหาย

ทางดานสังคม เศรษฐกิจนานัปการ จึงมีความ จำเป น อย า งยิ่ ง ที่ จ ะต อ งนำหลั ก ธรรมของ พระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการเสริมสราง คุณลักษณะการประหยัดอดออมใหกับนักเรียน ดวยกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตที่หลากหลาย ชึ่ง เปนคุณธรรมที่มีความสำคัญอยางยิ่งที่จะมีติดตัว นักเรียนไปทุกคน การประหยัดและอดออมเปน หัวใจของการตั้งหลักตั้งฐานใหมั่ นคง ซึ่งพระ สัมมาสัมพุทธเจาทรงสอนเอาไววา การที่ใครจะ ตั้งหลักตั้งฐานใหไดนั้น มีหลักอยู ๔ ประการ ดวยกัน เรียกวา ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน ไดแก ๑.อุฏฐานสัมปทา แปลวา ถึงพรอมดวยความ หมั่น หรือวา หาเปน ๒.อารักขสัมปทา แปลวา ถึ ง พร อ มด ว ยการรั ก ษา หรื อ ว า เก็ บ เป น ๓.กัลยาณมิตตตา แปลวา ความมีเพื่อนเปนคนดี หรือวา สรางเครือขายคนดีเปน ๔.สมชีวิตา แปล วา การเลี้ยงชีวิตตามสมควรแกกำลังทรัพยที่หา ได หรือวา ใชเปน การจัดการศึกษาโดยสรางความตระหนัก ปลูกจิตสำนึกในคุณคาของการประหยัดอดออม ๕๗


ครูสอนสอดแทรกใหนักเรียนรูจักคาของเงิน คาของงาน คาของสินคา

ของนักเรียน การจัดตั้งธนาคารนักเรียน เปนการ สงเสริมการออม การจัดทำบันทึกรายรับ-ราย จาย เปนกิจกรรมที่บมเพาะนิสัยความละเอียด รอบคอบในการใชจายเงินและเห็นคุณคาของเงิน การรณรงคลดความฟุมเฟอยในการใชจายเงินสิ้น เปลื อ งโดยไม จ ำเป น เช น ขนม น้ ำ อั ด ลม รองเท า ปากกา แชมพู ฯลฯ เป น ต น เพื่ อ เปนการลดความฟุมเฟอยสิ้นเปลืองเงินโดยไม จำเป น ดั ง กล า ว โรงเรี ย นต อ งประสานกั บ เจ า หนาที่สถานีอนามัย และหนวยงานที่เกี่ยวของ จัดประชุมใหความรูกับผูปกครองและนักเรียน เพื่ อ ให ผู ป กครองและนั ก เรี ย นมี ค วามรู ค วาม เขาใจ รูเทาทันการโฆษณาชวนเชื่อของสินคา ผู ปกครองซึ่งเปนคุณพอคุณแมของนักเรียนตอง ทำให นั ก เรี ย นดู การประพฤติ ป ฏิ บั ติ ต นด ว ย ความประหยัดและอดออมใหลูกดู คือวิธีการสอน ที่วิเศษที่สุด เพราะเมื่อพอแมทำใหดู ทำใหเห็น อยูเปนประจำ ลูกก็จะมีแนวคิด แนวพูด แนว การกระทำ ตามอยางที่คุณพอคุณแมทำใหดูนั้น เพราะฉะนั้น นิสัยประหยัด นิสัยอดออมของลูก แนนอนและชัดเจนลงไปเลยวา ยอมไดจากคุณ พอคุณแมเปนหลัก การคบเพื่อนที่มีนิสัยประหยัด มีนิสัยอดออม หาทางชวนใหแกมาที่บานบอยๆ เพื่ อ ส ง เสริ ม ให ค บกั บ ลู ก ๆ ของเรา แล ว การ ซึมซับนิสัยดีๆ จากเพื่อนก็จะเกิดขึ้น หาครูดีให ลูก พาไปเรียนหนังสือ หรือหาครูดีๆ มาสอน ๕๘

หนังสือที่บานใหลูกของเราเปนพิเศษ ซึ่งครูนั้น นอกจากจะมีความรูดานวิชาการดีแลว ยังตองมี นิสัยประหยัด มีนิสัยอดออมดวย เดี๋ยวแกก็จะ ซึมซับนิสัยดีๆ เหลานั้นจากคุณครูเขามาในตัว ของแกไดเอง สรุ ป ฉะนั้นหลักการประหยัด จึ งเป น วิธี การหนึ่งที่ใชไดทุกยุคสมัย เปนไปตามแนวทาง ปฏิบัติตนตามแนวทางโรงเรียนวิถีพุทธโดยแท นักเรียนในทุกชวงวัยทุกคนเกิดความตระหนัก และเห็นคุณคาของการประหยัด เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการใชจาย ลด ละ เลิกพฤติกรรมที่ใช จายฟุมเฟอย มีการวางแผนการใชจาย รูจักจัด ทำบัญชีรายรับ-รายจาย นักเรียนมีความสุขกับ การออมทรัพย ผูปกครองมีสวนรวมและมีความ พึงพอใจในการสรางเสริมคานิยมการประหยัดให กับบุตรหลาน ครูสอนสอดแทรกใหนักเรียนรูจัก คาของเงิน คาของงาน คาของสินคา จึงเปนการ สอนที่ควบคูไปกับการเรียนรู ซึ่งสอดคลองกับคำ ว า “เงิ น ทองนั้ น เป น ของมี ค า ต อ งได ม าด ว ย ความวิริยะ สุจริต และใชจายออกไปดวยความ มัธยัสถและไตรตรอง”


รากฐาน

ปราชญ แ ผ น ดิ น พระพรหมคุณาภรณ (ป.อ.ประยุตฺโต) คัดยอและเรียบเรียงจาก นิตยสาร ฅ.คน ปที่ ๔ ฉบับที่ ๒ (๓๘) ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เมื่อรวมแปดสิบปกอน ณ บานเลขที่ ๔๙ อำเภอศรีประจันต จังหวัดสุพรรณบุรี เปนที่ตั้ง รานคาผาจีนของสองสามีภรรยาที่รูจักกันทั่วไปวา ทานมหาสำราญ กับแมชนุ กี บานหลังนีเ้ ปนชุมชน ของตลาดใต ตลาดเล็กๆ ที่ประกอบไปดวยหมู เรือนแถวไมสองชั้นบุราณเรียงเปนแนวยาวขนาน ไปกั บ แม น้ ำ ท า จี น ร า นค า ในห อ งแถวอั น แสน ธรรมดานี้เองเปนที่ถือกำเนิดของเด็กชายเล็กๆ คนหนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มกราคม ๒๔๘๑ เด็กชายบอบบางขี้โรค แตมีสติปญญาเปน เลิศผูน ้ี เติบใหญขน้ึ มาเพือ่ เปนปราชญแทคนสำคัญ แหงยุคสมัย แมวัดบานกรางจะอยูหางเพียงชั่วพายเรือ ขามแมน้ำกั้น หากแตสำหรับเด็กชายผูออนนอม และเปนทีร่ กั เสนทางแหงชีวติ ใหมถกู กำหนดไวแลว ใหไกลจนไมอาจแมแตจะถวิลหาตักอุน เสนทางสู พรหมจรรยอันประเสริฐ มหาสำราญ อารยางกูร เจาของรานคาผาจีน เกิดที่ดอนเจดีย เคยบวชเรียนแลวไปจำพรรษาอยู ที่วัดเบญจมบพิตรที่กรุงเทพฯ สอบไดนักธรรมโท และพยายามสอบจนไดเปรียญ ๔ ประโยค แต แลวมีเหตุใหตัดสินใจ ดวยไดรับมอบหมายใหทำ หนาที่เลขานุการสวนตัวของพระชั้นผูใหญ แต ทานมหาฯไมตองการยุงเกี่ยวกับผูคนหลายฝาย มากหนา จึงลาสิกขาบทแลวกลับมาสุพรรณบุรี ๖๐

บานเกิด ตั้งตนชีวิตใหมแตงงานกับสาวลูกจีน ชื่อ แมชุนกี เปดรานคาขายที่ตลาดใต ริมแมน้ำ ทาจีน ที่อำเภอศรีประจันต มหาสำราญเป น คนซื่ อ ตรง เห็ น ความ สำคัญของการศึกษาเลาเรียน อีกทั้งผานการบวช เรียนจนไดนักธรรมจึงเปนที่เคารพนับถือของผูคน ในแถบนั้น รานใบรัตนาคารเปนรานคูหาเดียวจำหนาย ผาไหม ผาทอ กางเกงแพร กางเกงจีน ทีก่ อ ตัง้ ขึน้ เปนที่รูจักเชื่อถือของลูกคา จนเปนที่พูดติดปาก


กันวา “ซื้อผาไหม กางเกงแพร ตองไปรานแมกีทานมหาฯ” มหาสำราญเป น คนชอบริ เริ่ มสรา งสรรค ไมยอมอยูเฉย หลังจากปดกิจการจำหนายผาแลว ตอมาไมนานไดใชบานคาขายเปดเปนโรงเรียน มัธยมขึ้นเปนแหงแรกของอำเภอศรีประจันต ดวย เหตุผลที่วาตัวทานเปนผูมีวิชาความรู ผานการ บวชเรี ย นมาแล ว และสั ง เกตพบว า ที่ อ ำเภอ ศรี ป ระจั น ต ใ นครั้ ง กระโน น การคมนาคมยั ง ไม สะดวกเหมือนปจจุบัน การเดินทางตองอาศัยเรือ

เมลแดง หากจะไปกรุงเทพฯตองใชเวลารวม ๒ วัน หรือเดินทางไปตัวเมืองสุพรรณบุรกี ใ็ ชเวลานาหลาย ชัว่ โมง เด็กทีจ่ บชัน้ ประถมสีน่ อ ยคนนักจะมีโอกาส ไดเรียนตอ โรงเรียนมัธยมเล็กๆ ชื่อ บำรุงวุฒิราษฎร เปดขึน้ กลางตลาด มีวตั ถุประสงคเพือ่ ใหเด็กๆ ได มีโอกาสเรียนในระดับมัธยมเปนสำคัญ เปดสอน มาไดไมกี่ป การคมนาคมก็สะดวกขึ้น ประกอบ กับมีโรงเรียนมัธยมแหงใหมมาเปด โรงเรียนของ มหาสำราญจึงปดกิจการลง เพราะหมดหวงวา

เยี่ยมบานเจาคุณ ชาติภมู สิ ถาน ป. อ. ปยุตโฺ ต อ.ศรีประจันต จ.สุพรรณบุรี

๖๑


เด็กๆ จะไมมีโอกาสไดเรียนตอ ภายหลังจากเลิกกิจการไปแลว ทานมหาฯ เพิ่งมารูวานอกเหนือจากโตะ เกาอี้ กระดานดำ ที่ตกคางอยูภายในเรือนแถวที่ปดตัวเองไป ไดมี อีกสิ่งหนึ่งที่เจริญงอกงามเกินความคาดหมาย ก็ คือ จิตวิญญาณแหงครู ครูแทๆ ที่ปรากฏในตัว ลูกชายคนที่หก...

เมื่ อ เริ่ ม ต น ชี วิ ต ใหม กั บ ท า นมหาหนุ ม แมชุนกี หญิงสาวลูกจีนผูใจเย็น และเกงดานการ ตัดเย็บ งานฝมือตางๆ ก็ไดกลายเปนศูนยกลาง แหงความรักความอาทรของครอบครัว โดยเฉพาะ ในหมูลูกๆ ทั้งหมด เนื่องจากบุคลิกภาพเปน คนใจดี ขยันอยางยิ่งยวด ทั้งยังอดทนใหความ สำคัญแกคนอื่นกอนตนเอง ซึ่งคุณสมบัติเหลานี้ ลวนถายทอดมายังลูกชายคนเล็กที่แมรักอยางยิ่ง และบางที ด ว ยคุ ณ สมบั ติ เ หล า นี้ เ องได กลายเปนสิ่งที่สวางเรือง ประดับเหนือแกวปญญา อันสูงยอดแหงปราชญใหเพียบพรอมในกาลตอมา ครอบครัวอารยางกูร เปนครอบครัวคนชัน้ กลาง ทำธุรกิจการคา แตฐานะไมไดมั่งคั่ง เพราะมีคา ใชจา ยมาก อันเนือ่ งมาจากทานมหาฯมีลกู หลายคน และใหความสำคัญอยางยิ่งตอการศึกษาเลาเรียน พยายามสงเสียลูกชายใหไดเรียนสูงๆ ไปตามกำลัง

๖๒

ความสามารถ นอกเหนือไปจากการอบรมสั่งสอน ในครอบครัวในเรื่องความซื่อตรง ซึ่งทานเล็งเห็น วาเปนหัวใจสำคัญของการประกอบการคา ลำพังกิจการรานคาผาเล็กๆ ไมเพียงพอที่ จะเลี้ ย งดู ส ง เสี ย ลู ก ชายวั ย กำลั ง เรี ย นถึ ง ห า คน ชีวิตของทานมหาฯ จึงริเริ่มทำกิจการอื่นๆ อยู เสมอ ทั้งกิจการโรงสีที่รวมหุนกับญาติพี่นอง จน เปนโรงสีที่ได รับความเชื่ อถืออยางยิ่งในยุ คนั้น เนือ่ งจากทานมหาฯ ปฏิเสธระบบการชักเปอรเซ็นต เพราะถือวาตนเคยบวชเรียนมาแลว มีความรูสูง ไมควรเอาเปรียบชาวนา นอกจากไมเอาเปรียบยัง พรอมจะชวยเหลือเกื้อกูลผูอื่น นอกจากนี้ยังใชพื้นที่ของโรงสีเปดโรงเรียน สอนตัดเสื้อสตรีขึ้น เพราะเห็นวาภรรยามีความ สามารถทางการตัดเย็บ ทัง้ ไดเชิญครูจากโรงเรียน สอนตัดเสื้อจากกรุงเทพฯมาสอน และเปนตัวแทน จำหนายจักรเย็บผาของบริษทั หลุยส ที เลียวโนเวนส ตอมาในชวงหลังกิจการโรงสีไดเปลี่ยนมือ ไปอยูในความดูแลของญาติพี่นองฝายทานมหาฯ ตัวทานจึงหันมาทำโรงถาน และรับเหมาขนถม ดินลูกรัง หลายต อหลายครั้ งที่ ครอบครัวเผชิญกับ ปญหาตางๆ อันเนื่องมาจากความเจ็บปวยของ ทานมหาฯ เอง หรือคุณแมชุนกี ที่สงผลกระทบ ถึ ง รายได แต พื้ น ฐานของครอบครั ว ที่ รั ก ใคร กลมเกลียวกัน ประกอบกับคุณธรรมหลายขอที่ เด็กๆ ไดรับการพร่ำสอน อบรม รวมถึงความ อดทนเขมแข็งของบุพการี ทำใหสามารถผานพน วิกฤตนั้นมาไดเสมอ ตลอดชีวิตแมจะตองแบกภาระในการหา เลี้ยงครอบครัว แตทานมหาฯ ก็มิไดละเลยในการ อบรมสั่งสอนลูกใหดำเนินชีวิตไปบนครรลองที่ถูก ที่ควร สิ่งนี้กระมังที่เปนพื้นฐานอันสำคัญยิ่ง ที่จะ ทำใหเด็กๆ เติบโตขึ้นมาเปนคนดี


ทายเลม บทความจากกองบรรณาธิการ

จากกองบรรณาธิการกลางสถาบันอาศรมศิลป เรารอยเรียงใจความสำคัญของเรื่องเลาที่มาจาก ตนฉบับที่ไดรับการคัดเลือกแลวจาก ๘ ภูมิภาค ทั่วประเทศ สิ่งหนึ่งที่เราเห็นในความเปนโรงเรียน วิถพี ทุ ธ คือ ในนัน้ มีครูทม่ี คี วามรัก มีความหวงใย ในเด็ก มีเด็กที่ตองการความรัก ตองการเรียนรู มีชมุ ชนรอบโรงเรียนทีเ่ ปนสภาพแวดลอมการเรียนรู ใหแกเด็กครู และชุมชน อยางแยกออกจากกัน ไมได สัมพันธภาพทีก่ อ ตัวขึน้ นัน้ หยัง่ ราก ผลิดอก ออกผล ผานกิจกรรมในรูปแบบตางๆ และออก มาจากจิ ต ใจที่ ต อ งการพั ฒ นามนุ ษ ย โดยใช เครื่องมือเดียวกันที่เรียกวา “การศึกษา” การศึ ก ษา...เรื่ อ งเล า มากมายในเล ม ที่ ทำใหเราไดเห็นแลววาความเรียบงายของวิถไี ทยนัน้ ไปกันดวยดีกบั การศึกษา มันงดงามและเปย มดวย พลังความผูกผัน จากครูสเู ด็ก จากเด็กสูค รอบครัว จากครอบครัวสูชุมชม และสายใยความผูกผันนี้ ก็ถักรอยแผขยายออกไป จนทำใหเรารับรูวาทุก คนมีเปาหมายเหมือนกัน คือ ความสุข ความสุข ที่จะเกิดขึ้นในโรงเรียน ความสุขที่จะเกิดขึ้นใน ครอบครัว ความสุขที่จะเกิดขึ้นในชุมชน และมัน คงไมดเี ลยถา จะมีใครสักคนในชุมชน ในครอบครัว ในโรงเรียนหรือแมแตในหองเรียนไมมีความสุข...

*

เราเชือ่ วาขณะนี้ ทุกทานกำลังสรางสัมพันธ แหงความสุขและความดี เหมือนดังเชนบทความ ที่ทุกทานสงมา ที่ไดทำหนาอยางดี ทำใหเราได เห็นวาการทำความดีนั้นเปนรากฐากสูความสุข เรายังรูส กึ อบอุน และดีใจทีไ่ ดรวู า กำลังมีใครทำอะไร อยูท ไี่ หนบาง และทัง้ หมดนัน้ มุง ไปเพือ่ การศึกษาทีจ่ ะ นำเราไปสูค วามสุขเทาทีม่ นุษยพงึ่ มีตามหลักวิถพี ทุ ธ ทายนี้ทางกองบรรณาธิการกลางสถาบัน อาศรมศิลป อยากขอแนะนำหนังสารคดีเรือ่ งเยีย่ ม จากญี่ปุน “Children full of life” * สารคดี เรื่องนี้ไดการยอมรับดวยรางวัลชนะเลิศมาแลว เรือ่ งราวนัน้ เกิดขึน้ ทีโ่ รงเรียนประถมในเขตคานาซาวา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียว ครูโทชิโร คานามูริ ครูประจำชัน้ ของนักเรียน ป. ๔ ไดแสดง ใหเห็นถึงวิธีการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องความ เมตตาบนความเข า ใจในธรรมชาติ ข องเด็ ก ครูกานามูริ ใชวิธีใหนักเรียนของเขาเขียนสมุด บันทึกและอานใหเพื่อนฟงเปนประจำ ซึ่งทำให เด็กๆ ของเขาไดเรียนรูและเติบโต จนเขาใจถึง ความสำคัญของการใสใจในเพื่อน ความหมาย ของการมีชีวิต และหนทางที่จะสรางความสุข นี้ อาจเปนอีกตัวอยางเรื่องราว ที่สรางวิธีการและ พลังใจใหกับเราได ขอขอบคุณ

สามารถหาชมไดผานทางเว็ปไซตโดยพิมพ “Children full of life” Director by Noboru Kaetsu หรือทางเวปไซตอาศรมศิลป www.arsomsilp.ac.th ๖๓


รายชื่อโรงเรียนในวารสารวิถีพุทธฉฉับบที่ ๒ ภาคเหนือตอนบน โรงเรียนรองเคาะวิทยา ลำปาง เขต ๓ โรงเรียนบานหวยตม ลำพูนเขต ๒ พระอธิการหนุย ฐิติสัมปนโน พะเยา เขต ๓ โรงเรียนบานดอนสบเปอ นาน เขต ๓ โรงเรียนบานหวยกาน แพร เขต ๓ โรงเรียนบานวนาหลวง แมฮองสอน เขต ๑ รุจิรา เตชะนันท นาน เขต ๒ ศรีนวย สำอางศรี ลำปาง เขต ๒ โรงเรียนบานขอบดง เชียงใหม เขต ๓ โรงเรียนบานหลายฝาง เชียงใหม เขต ๓ โรงเรียนประชาราชวิทยา ลำปาง เขต ๑ โรงเรียนบานจอมแจง แมฮองสอน เขต ๓ โรงเรียนบานวังลุง (เพชรประชานุเคราะห) แมฮองสอน เขต ๒ โรงเรียนดงเจนวิทยาคม พะเยา เขต ๑ โรงเรียนปาตาลบานธิพิทยา ลำพูน เขต ๓ โรงเรียนธรรมราชศึกษา เชียงใหม เขต ๑ โรงเรียนวัดชางเคี่ยน เชียงใหม เขต ๑

ภาคเหนือตอนลาง โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม นครสวรรค เขต ๑ โรงเรียนบานหนองโมก กำแพงเพชร เขต ๒ โรงเรียนวัดวังมะเดื่อ พิจิตร เขต ๑ โรงเรียนบานหวยยศ อุตรดิตถ ๒ โรงเรียนบานน้ำกอ เพชรบูรณ ๒ โรงเรียนอนุบาลบรรพตพิสัย นครสวรรค เขต ๒ โรงเรียนวัดหวยเรียงใต พิจิตร เขต ๒ ประสมพร ประจันตะเสน พิษณุโลก เขต ๑ โรงเรียนบานหวยคอม อุตรดิตถ เขต ๒ โรงเรียนวัดปากหวยไมงาม ตาก เขต ๑ โรงเรียนวัดประชาสรรค นครสวรรค เขต ๓ โรงเรียนบานเขาวง อุทัยธานี เขต ๒ โรงเรียนบานยาวี-หวยโปง เพชรบูรณ เขต ๑ โรงเรียนจำรูญชัยพฤกษราษฎรวทิ ยา กำแพงเพชร เขต ๑ โรงเรียนวัดเสนาสน พิษณุโลก เขต ๓ โรงเรียนชุมชนไผลอมวิทยา อุตรดิตถ ๑

ภาคอีสานตอนบน โรงเรียนสามหมอโนนทัน ขอนแกน เขต ๒ โรงเรียนอนุบาลเลย เลย เขต ๑ โรงเรียนบานกอกโนนแต ขอนแกน เขต ๓ พิษณุ สิงหสถิตย เลย เขต ๓ โรงเรียนบานดอนกลาง นครพนม เขต ๒ โรงเรียนบานเพีย สกลนคร เขต ๓ โรงเรียนบานหนองผือ หนองคาย เขต ๑ โรงเรียนบานบอพนา หนองคาย เขต ๓ โรงเรียนบานโคกมุนเหลาสวรรค อุดรธานี เขต ๓ โรงเรียนบานกระนวนซำสูง ขอนแกน เขต ๔ ๖๔

โรงเรียนบานโนนนกหอ (เพ็งแสนวิทยา) อุดรธานี เขต ๑ โรงเรียนกุงแกววิทยาคาร หนองบัวลำภู เขต ๑ โรงเรียน บานหนองแรง ขอนแกน เขต ๓ โรงเรียนผาเทิบวิทยา มุกดาหาร โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล นครพนม เขต ๑

ภาคอีสานตอนลาง โรงเรียนบานสรางมวงสมเสี้ยว อุบลราชธานี เขต ๕ โรงเรียนบานทมอ (เดื่อราษฎรบำรุง) สุรินทร เขต ๓ โรงเรียนหนองพอกวิทยา รอยเอ็ด เขต ๓ โรงเรียนบานหัวชางโคกมวง มหาสารคาม เขต ๒ จำรูญศักดิ์ ศรีประทุม กาฬสินธุ ๑ โรงเรียนบานขามเรียน มหาสารคามเขต ๒ โรงเรียนบานหนองแสง มหาสารคาม เขต ๓ โรงเรียนตั้งใจวิทยาคม สุรินทร เขต ๑ โรงเรียนรอยเอ็ดวิทยาลัย รอยเอ็ด เขต ๑ โรงเรียนบานดอนกลอย อุบลราชธานี เขต ๑ โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา ศรีสะเกษ เขต๓ โรงเรียนบานทุงแต ยโสธรเขต ๑ โรงเรียนเมืองใหมสุวรรณภูมิ รอยเอ็ด เขต ๒ โรงเรียนบานแก ศรีสะเกษ เขต ๔ โรงเรียนบานโคกลาม มหาสารคาม เขต ๑ โรงเรียนขุมคำวิทยาคาร อุบลราชธานี เขต ๒ โรงเรียนบานนาแมด อุบลราชธานี เขต ๒ โรงเรียนฆองชัยวิทยาคม กาฬสินธุ เขต ๒ โรงเรียนบานน้ำคำใหญ ยโสธร เขต ๑

ภาคประตูอีสาน โรงเรียนนางรองพิทยาคม บุรีรัมย เขต ๓ โรงเรียนบานหนองศาลาปาชาด ชัยภูมิเขต ๒ โรงเรียนบานดอดถั่วแปปพัฒนา นครราชสีมา เขต ๖ โรงเรียนบานคลองตาหมื่น ปราจีนบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานซับเจริญสุข ชัยภูมิ เขต ๓ โรงเรียนปญญาประทีป นครราชสีมา เขต ๔ โรงเรียนบานคลองทราย สระแกว เขต ๑ โรงเรียนสุนทรวัฒนา ชัยภูมิ เขต ๑ โรงเรียนบานดาน (ราษฎรบำรุง) สระแกว เขต ๑ โรงเรียนบานหนองมะคา ลพบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานบุวิทยาสรรค บุรีรัมย เขต ๒ โรงเรียนโคกลำพานวิทยา ลพบุรี เขต ๑ โรงเรียนหนาพระลาน (พิบูลสงเคราะห) สะบุรี เขต ๑ โรงเรียนอุดมอักษรพิทยาคม บุรีรัมย เขต ๔

ภาคกลาง-ตะวันออก โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ นนทบุรี เขต ๑ โรงเรียนมโนรม ชลบุรี เขต ๓ โรงเรียนสังวาลยวิทย ๖ จันทบุรี เขต ๒ โรงเรียนชุมชนวัดปราสาท อางทอง โรงเรียนบานยางเอน ระยอง เขต ๒

สำนักศึกษานิเทศก นนทบุรี เขต ๒ โรงเรียนการทำมาหากินวัดโพธิ์เฉลิมรักษ ฉะเชิงเทรา เขต ๑ โรงเรียนวัดชุมพลนิกายาราม พระนครศรีอยุธยา เขต ๒ โรงเรียนวัดแสนภุมราวาส ฉะเชิงเทรา เขต ๒ วัดใหญ สมุทรปราการ โรงเรียนบานบางจาก สมุทรปราการ เขต ๑ โรงเรียนวัดถั่วทอง ปทุมธานี เขต ๑ โรงเรียนวัดนาพราว ชลบุรี เขต ๓ โรงเรียนเปรมประชากร ปทุมธานี เขต ๑ โรงเรียนวัดหนองแขม กรุงเทพมหานคร ๓

ภาคตะวันตก-ใตตอนบน โรงเรียนบานราชกรูด ระนอง โรงเรียนสามัคคีอนุสรณ สุราษฎรธานี เขต ๓ โรงเรียนบานตรอกสะเดา กาญจนบุรี เขต ๔ โรงเรียนบานสะเตย กาญจนบุรี เขต ๔ โรงเรียนดานสิงขร ประจวบคีรีขันธ เขต ๑ ปราณี โสภณ เพชรบุรี เขต ๒ โรงเรียนวัดพราว สุพรรณบุรี เขต ๑ โรงเรียนวชิรธรรมโศภิต เพชรบุรี เขต ๑ โรงเรียนธงชัยวิทยา ประจวบคีรีขันธ เขต ๑ โรงเรียนคงคาราม เพชรบุรี เขต ๑ โรงเรียนสระยายโสมวิทยา สุพรรณบุรี เขต ๒ โรงเรียนบานพุมวงราษฎรบำรุง ราชบุรี เขต ๑ โรงเรียนวัดสระพังลาน สุพรรณบุรี เขต ๒ โรงเรียนวัดชองลาภ ราชบุรี เขต ๑ โรงเรียนบานหนองตาเย็น ประจวบคีรีขันธ เขต ๒

ภาคใตตอนลาง พินสร ภูเก็ต โรงเรียนตนบากราษฎรบำรุง ตรัง เขต ๑ โรงเรียนบานเจะบิลัง สตูล โรงเรียนวัดโรงเหล็ก นครศรีธรรมราช เขต ๔ โรงเรียนบานจำปา นครศรีธรรมราช เขต ๒ โรงเรียนวัดรังสิตาวาส ยะลา เขต ๑ โรงเรียนบานตอหลัง นราธิวาส เขต ๒ โรงเรียนบานชะอวด นครศรีธรรมราช เขต ๓ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๕๒ (ชุมชนบานตนไพ) ปตตานี เขต ๒ โรงเรียนสตรีภูเก็ต ภูเก็ต โรงเรียนยะหาศิรยานุกูล ยะลา ๒ โรงเรียนบานบอทราย พัทลุง เขต ๑ โรงเรียนวัดชองเขา สงขลา เขต ๓ โรงเรียนบานยุโป (รุงวิทยา) ยะลา เขต ๑ โรงเรียนวัดควนกอ นครศรีธรรมราช เขต ๓ โรงเรียนวัดทรายขาว สงขลา เขต ๑


ทานเจาคุณฯ พูดเสมอวาหากจะพัฒนาเด็กไทย ตองสอนใหมี ความใฝรู เมื่อรูแลว แตยังไมชัด ก็มีความใฝใจที่จะหาความรูตอไป เพื่อใหรูชัดเจน แจมแจง อยางถึงที่สุด ถาเปนอยางนี้ไดเด็กนั้นจะมี ความสุขในการหาความรูในการเลาเรียนศึกษาเอง โดยไมตองใช ความสุขจัดตั้งอยางที่เปนอยู ความสุขจัดตั้งก็คือ ความสุขที่ผูใหญ คอยจัดสรร ปรุงแตง กระบวนการเลาเรียนศึกษาใหมันสนุก แตไม รูตัววาไมไดปลุก “ปจจัยภายใน” ใหเด็กมีความสุขดวยตัวเอง ตัวผูใหญเหมือนผูจัดสรร ใหบริการใหเด็กมีความสุข สนุกสนาน พอทำอยางนี้เด็กจะรูสึกสนุก แตโลกที่เปนจริงไมมีคนคอยมาจัดสรร หรือคอยใหบริการ อยางนั้นเด็กจึงตองมีความสามารถที่จะอยูได ในโลกที่เปนจริงได อยางมีความสุขและอยางดีที่สุดดวย ทำอยางไร เด็กจะมีความสุขได ก็ตองสรางปจจัยภายในใหเขาสามารถมี ความสุขไดดวยตนเอง ไมตองอาศัยความสุขจัดตั้ง สิ่งสำคัญก็คือ ทำอยางไรจะพัฒนาใหเด็กเกิดมีปจจัยภายในที่จะใหเด็กมีความสุข ในการเรียนรูจนกระทั่งไมตองอาศัยครู หรือพอแมมาคอยชวยเหลือ เด็กก็มีความสุขในการเรียนรูไดดวยตัวของตัวเอง จากหนังสือ วิถีแหงปราชญ : ปฏิปทา จริยาวัตร ของพระพรหมคุณาภรณ (ป.อ. ปยุตฺโต) บทที่ ๖๐

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สนใจอานวารสารของภูมิภาคอื่นไดที่เว็ปไซต

http://inno.obec.go.th

เล่ม ๒-๓ ภาคใต้ตอนล่าง ปี ๕๓ สิงหาคม  

"รู้ ตื่น และเบิกบาน" เป็นวารสารเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาไทยตามหลักพุทธศาสนา โดยรู้ดีว่าประสบการณ์ของแต่ละคนมีค่าต่อการเรียนรู้ ต่อยอดได้ จึ...