Page 1

ธรรมาสน์ ฝี มือชา่ งดอยสะเก็ด อานนท์ นงค์ยา


ฝี มื อ ช่ า ง ด อ ย ส ะ เ ก็ ด


ธรรมาสน์เป็ นศิลปกรรมที่เกี่ ยวเนื่ องด้วยประเพณี ทางพระพุทธศาสนาของ ไทยอย่า งหนึ่ ง ซึ่ งจัด เป็ นงานประณี ต ศิ ล ป์ ที่ มี ล ัก ษณะน่ า สนใจและน่ า ศึ ก ษา โดยเฉพาะธรรมาสน์ทางล้านนา นับว่าเป็ นศิลปกรรมที่มีลกั ษณะพิเศษ แตกต่างจาก ธรรมาสน์ในภาคอื่น ๆ ด้วยลักษณะรู ปทรง ลวดลาย การประดับตกแต่ง ซึ่ งแปลก ออกไป สื บเนื่องมาจากล้านนาเป็ นดินแดนที่มีขนบธรรมเนี ยมประเพณี ด้ งั เดิมของ ตน เพื่อ ผสมผสานกับวัฒนธรรมที่ หลัง่ ไหลเข้า มา ส่ งผลให้เ ป็ นวัฒ นธรรมที่ มี ลักษณะเฉพาะตัวธรรมาสน์ เป็ นงานสถาปั ตยกรรมที่เกี่ยวเนื่ องในพุทธศาสนา เป็ น ที่ สู ง ส าหรั บ พระใช้นั่ง แสดงธรรม บางแห่ ง เรี ย กว่ า ธรรมาสน์ ธ รรมาสน์ แ ก้ว อาสนะแก้ว กระดานดา กระดานทอง มณเฑียรคา แท่นธรรมาสน์ ปราสาทแก้ว ชื่อ เหล่านี้ มกั จะเรี ยกตามท้องถิ่นล้านนา ธรรมาสน์ในล้านนานิ ยมทาเป็ นรู ปปราสาท รู ปมณเฑียรหรื อปรางทองขนาดเล็ก โดยย่อส่ วนมาจากของจริ งหรื อจินตนาการว่า พระผูเ้ ทศเป็ นผูแ้ ทนเทพ เรี ยกว่า วิสุทธิ เทพ อันหมายถึง องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรื ออนุ พุทธะ ได้แก่ พระอรหันต์ สาวกของพระองค์ จึงควรจะนั่งที่ งดงามวิจิตร ประหนึ่งว่าเป็ นวิมานปราสาทราชมณเฑียรของพระราชาทีเดียว


จากศิลปกรรมของธรรมาสน์ ในเขตอาเภอ ดอยสะเก็ด จังหวัดเชี ยงใหม่ ลักษณะ รู ป ทรงธรรมาสน์ ท รงปราสาท ซึ่ งมี ล ัก ษณะแตกต่ า งกัน ไปในแต่ ล ะท้อ งถิ่ น ลักษณะงานศิลปกรรมของธรรมาสน์ทรงปราสาทแบ่งออกเป็ น 3 ส่ วน คือ ส่ วน ฐาน ส่ วนกลาง และส่ วนยอด ในแต่ละส่ วนก็ยงั มีรายละเอียดปี กย่อยอีกเป็ นจานวน มากและมี ชื่อเรี ยกแตกต่างกันไป และมี ลกั ษณะงานศิ ลปกรรมในแต่ ละถิ่ น การ ประดับตกแต่งธรรมาสน์ ได้แก่ การประดับกระจก การทาสี การเขี ยนลายลดน้ า ลวดลายฉลุ วัส ดุ ที่ใช้ในการสร้ างและประดับตกแต่ งธรรมาสน์ ไม้ รั ก กระจก ทองคาเปลว


ฐานส่ วนใหญ่ มีโครงสร้างฐานเป็ นไม้ เป็ นธรรมาสน์ที่มีขนาดใหญ่ ชั้นล่างมีฐาน เขียง 3 ชั้น เป็ นฐานเขียงขนาดใหญ่ 1 ชั้น ขนาดเล็ก 2 ชั้น ต่อมาเป็ นฐานบัวคว่า ลูกแก้วอกไก่ 2 ชั้น ส่ วนบนเป็ นบัวหงาย ฐานเขียง และหน้ากระดานรับเสาของ ธรรมาสน์มีการประดับตกแต่งโดยใช้เทคนิค ลงรักปิ ดทอง


ส่ วนกลางของธรรมาสน์ส่วนใหญ่ โครงสร้างเป็ นไม้ เสามีลกั ษณะย่อมุมไม้สิบสอง ประกอบไปด้วยเสา 12 ต้น มีแผงกั้นธรรมาสน์ 3 ด้านเป็ นลายเทวดา และแผงกัน ช่ อ งเล็ก ระหว่า งเสาเป็ นลายดอกไม้มี เ ครื อ เถาขดเป็ นแถว ฐานเสาทุ ก เสาจะมี ลักษณะเป็ นบัวควา่ บัวลูกแก้ว บัวหงาย


ลักษณะของหลังคาประกอบด้วยชั้นหลังคา 6 ชั้น ชั้นแรกเป็ นซุ้มทันแถลง เป็ น ลวดลายกนกและใบระกา มีการประดับด้วยกระจก ส่ วนยอดของบันแถลงไม่ช่อฟ้ า มุมทั้ง 4 ของหลังคาประดับด้วยนาค มุมละ 3 ตัว ชั้นที่ 2 เป็ นซุม้ จรนามีขนาดลดลัน่ กันขึ้นไป มีการประดับช่ อฟ้ าทุกชั้น ส่ วนบนปลี ยอดเป็ นฉัตรมี ลกั ษณะเป็ นดอก พุทธตาล 4 ชั้น เป็ นดอกบาน 3 ชั้น และบนสุ ดเป็ นดอกตูม


ส่ วนยอดของธรรมาสน์


การประดับตกแต่ งธรรมาสน์ ทรงปราสาท การประดับตกแต่งธรรมาสน์ทรงปราสาทของอาเภอ ดอยสะเก็ด คือ ประดับตกแต่ง ลวดลาย เช่นลายนาค การประดับกระจก การทาสี และการเขียนลายรดน้ า ลวดลายที่ ปรากฏอยูต่ ามโบราณสถานโบราณวัตถุในภาคเหนื อ ส่ วนใหญ่จะประดับด้วยรู ป พญานาค พญานาคนั้นจะได้รับการประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยทอง สี หรื อ กระจก การปั้ นหรื อการแกะสลักพยายามให้ใกล้เคียงลักษณะจริ งประชาชนทาง ภาคเหนือให้ ความนับถือ พญานาค มาด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ 1) นาคมีความเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ เช่น ขดตัวเป็ นบัลลังก์และแผ่พงั พาน เป็ นร่ ม เงาถวายแก่ พ ระพุ ท ธเจ้า พญานาคปลอมตัว เป็ นมานพเข้า มาบวชเป็ น พระภิ ก ษุ ต่ อ มาความลับ ถู ก เปิ ดเผยเพราะเวลานอนจะกลับ เป็ นนาคตามเดิ ม พญานาคจึ งต้องลาออกจากการเป็ นบรรพชิ ตเพราะถื อว่านาคเป็ นเดรั จฉานมิ ใช่ มนุ ษ ย์จ ะบวชเป็ นพระภิ ก ษุ ไ ม่ ไ ด้ แต่ พ ญานาคขอให้เ รี ย กนามบุ ค คลผูท้ ี่ จ ะเข้า อุปสมบทว่านาคเพื่อระลึ กถึ งตนจนเรี ย กมาถึ งทุ กวันนี้ เหตุ ดงั กล่ าวนี้ อาจทาให้ พญานาคปรากฏยู่ในลวดลายเครื่ องประดับตกแต่งตามโบราณสถานโบราณวัตถุ ต่าง ๆ2) ความนับถื อในอิ ทธิ ฤทธิ์ อานาจของพญานาค ตามตานานเกี่ ยวกับการ ก่อตั้งอาณาจักรล้านนากล่าวว่า ดินแดนต่าง ๆ ภูเขา ถ้ า ห้วย หนอง คลอง บึง แม่น้ า ที่เกิ ดขึ้ นในปั จจุบนั นี้ เกิ ดจากอิ ทธิ ฤทธิ์ อานาจของพญานาคราช 2 ตนกับบริ วาร กษัตริ ยห์ รื อบ้านเมื อ งใดไม่ต้ งั อยู่ในศี ลธรรมนาคจะบันดาลให้บา้ นเมื องนั้นพัง พินาศล่มจม


การประดับกระจก การประดับกระจกของธรรมาสน์ทรงปราสาทของภาคเหนื อแตกต่างกับภาคกลาง เล็กน้อยคือช่างของภาคกลางมักจะประดับกระจกแทรกเข้าในบางส่ วนของลวดลาย ปิ ดทอง ส่ วนช่างกระจกภาคเหนือยังประดับกระจกแผ่นใหญ่ ๆ สลับสี กนั หรื อเป็ น ลวดลาย เกือบพื้นที่ท้งั หมดของธรรมาสน์ ฐานส่ วนใหญ่เป็ นฐานปูน วิธีประดับบน ผิวปูนแตกต่างจากไม้ คือต้องใช้ปูนขาวที่กรองจนละเอียดโขลกคลุกกับน้ ามันตั้ง อิ้วจนเหนียว ทาพื้นแล้วปิ ดกระจกทับบางแห่ งใช้น้ าอ้อยเคี่ยวจนเหนี ยวผสมกับปูน ขาวละเอี ย ด อย่างเดี ย วกับวิธีแรกแล้วทาบนพื้นปู นหรื อบางครั้ งก็ใช้รักทาก่ อ น กระจกภาคเหนื อสี ใกล้เคี ย งกับภาคกลาง แต่ สี เข้ม และสดใสกว่า มาก นอกจาก ประดับที่ฐานแล้ว ยังนาไปประดับที่เสา ผนังหน้าบัน และช่อฟ้ าใบระกาด้วย


การทาสี เครื่ องประดับที่เป็ นปูนปั้ นบางอย่าง ช่ างภาคเหนื อนิ ยมระบายสี ให้เป็ นธรรมชาติ หรื อตามทัศนคติของตน เช่น ภาคนาค ดอกไม้ ใบไม้ แม้แต่พระพุทธรู ปบางองค์ก็มี การแต้ม สี ที่ พ ระขนง พระเนตร พระโอษฐ์ ตลอดจนจี ว ร สิ่ ง เหล่ า นี้ อาจได้รั บ อิทธิพลมาจากพม่า เพราะส่ วนใหญ่เป็ นลักษณะงานศิลปะของพม่า


ลวดลายฉลุ มักจะเป็ นลวดลายที่เน้นเกี่ ยวกับธรรมชาติ เสี ยส่ วนใหญ่ อาทิ เช่น ลวดลายเกี่ยวกับใบไม้ กนกเทวดาหรื อนางฟ้ า เป็ นต้น โดยในแต่ละลายนี้ ก็มี ความเชื่ อ ทางด้านพื้นฐานที่ อ อกจะแตกต่ า งกัน แต่ โดยส่ ว นรวมแล้ว มักจะเน้น ทางด้านการให้การเคารพแก่สิ่งที่ออกจะเป็ นสิ่ งที่ไม่ค่อยมีเป็ นตัวเป็ นตนนัก มักจะ เป็ นตัวแทนเสี ยมากกว่า


การประดับตกแต่งเทคนิคลวดลายฉลุ


ลายพันธุ์พฤกษา อาจจะกล่าวออกมาได้วา่ ลวดลายในประเภทนี้ เป็ นลวดลายที่มีลกั ษณะเด่นใน เรื่ องเฉพาะตัวของล้านนา แรงบันดาลใจที่ได้รับมาเป็ นครั้งแรกอาจเกิดการรับเอา แนวคิดและอิทธิพลที่ดีมีลกั ษณะทางศิลปกรรมจากแหล่งอื่น ๆ เข้ามา แต่แล้วต่อมา ก็ได้มีการทาการดัดแปลงนาเอามาใช้ในรู ปร่ างและลักษณะต่ าง ๆ จนกลายเป็ น ตัวอย่างในลักษณะของความเป็ นเอกลักษณ์ทอ้ งถิ่น โดยมีการนาเอาต้นแบบหรื อแม่ ลายที่จะสามารถใช้ในการผลิตมาทาการตกแต่งหรื อทาการประดับดัดแปลง เพื่อให้ มีความเหมาะสมกับการที่จะต้องนาออกไปใช้งาน ลายพันธุ์พฤกษานี้ มักจะปรากฏในรู ปแบบเครื อเถามากกว่าที่จะมีการพบใน รู ปแบบของการเป็ นดอกเดี่ยว ๆ บางครั้งเราก็อาจจะทาการสันนิ ษฐานอย่างคร่ าว ๆ ได้ว่าเราได้รับอิทธิ พลมาจากจีน โดยการส่ งทูตเพื่อการเจริ ญสัมพันธไมตรี จีนกับ สุ โขทัยในปี พ.ศ. 1825


ลายเทพ-เทวดา เป็ นความเชื่ อเกี่ยวกับตานานที่มีความเป็ นที่พ่ ึงทางจิตใจ เป็ นสิ่ งที่สูงที่สุดใน บรรดาของลวดลายที่ทาการฉลุหรื อทาการแกะสลัก หรื อเป็ นตัวแทนของสัญลักษณ์ ในการปกป้ องคุ ม้ ครอง การให้การปกปั กษ์รักษา ลวดลายประเภทนี้ มกั มี การพบ บริ เวณแผงกั้นหน้าเวลามีการเทศน์ และสามารถพบได้ท้ งั สามด้านของธรรมาสน์


รู ปลายเทวดาเทคนิคการแกะสลักปิ ดทอง


สรุป รู ปแบบทางศิลปกรรมของธรรมาสน์ ในเขตอาเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชี ยงใหม่ ธรรมาสน์เป็ นเครื่ องใช้ประจาวัด ที่ใช้สาหรับเป็ นที่นงั่ ของพระสงฆ์ในการเทศนา ธรรม ธรรมาสน์จึงถูกนามาใช้ในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเทศน์ต่าง ๆ เช่น เทศน์ มหาชาติ ห รื อที่ รู้ จ ัก กัน ในทางล้า นนาว่ า พิ ธี ต้ ัง ธรรมหลวง ความเป็ นมาของ ธรรมาสน์แบบมียอดหลังคา และธรรมาสน์แบบไม่มียอดหลังคา ลักษณะของธรรมาสน์แบบมียอดพบว่ามีอายุมากกว่า 100 ปี จะมียอดทรงสู ง มีลกั ษณะเหมือนปราสาท ฐานส่ วนมากจะเป็ นสี่ เหลี่ยมย่อมุม มีช้ นั หลังคา 3-5 ชั้น เทคนิคการตกแต่งที่นิยม คือ ประดับกระจกสี เขียนลายทอง และฉลุลาย ส่ วนธรรมาสน์แบบไม่มียอดหลังคา ลักษณะของรู ปทรงที่พบจะมีท้ งั ทรง 4 เหลี่ยมตรง 4 เหลี่ยมปากผาย ทรง 8 เหลี่ยม และย่อมุมไม้ 12 นอกจากนี้ ยงั มีรูปทรง ธรรมาสน์ที่คล้ายเก้าอี้ มีพนักหลังและพนักท้ายแขน ขานิ ยมทาเป็ นขาสิ งห์ และ ตกแต่งด้วยการแกะสลักปิ ดทองล่องชาดเข้าใจว่าคงเป็ นรู ปแบบที่รับมาจากที่อื่น นิยมเทคนิคเขียนลายและทาสี ลายที่นิยมมีท้ งั ลายพันธุ์พฤกษา และรู ปสัตว์ต่าง ๆ สี ที่ใช้มีสีแดง น้ าเงิน ขาว และเหลือง ธรรมาสน์จดั เป็ นงานศิลปะ เพราะมีความงาม ทั้งในด้านรู ปทรง การตกแต่ง และความงามที่เกิดจากความเชื่ อความศรัทธา แต่ใน ปัจจุบนั พบว่าธรรมาสน์ฝีมือดี ๆ และงาม ๆ ได้ถูกทาลายและปล่อยให้ทรุ ดโทรม ผุ พังลงตามกาลเวลา จึงเป็ นที่น่าเสี ยดายที่ศิลปกรรมที่มีคุณค่าจะสู ญสิ้ นไป


ธรรมาสน์ ผีมือช่างดอยสะเก็ด  

ธรรมาสน์ ผีมือช่างดอยสะเก็ด

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you