Issuu on Google+

Jor MornitaL เขียน

“หนังขายยา” รีเทิร์น!! ปริเยศ แก้วเศวตพันธุ์ เขียน เราว่าจ้างรัฐบาลให้ “ฆ่าประชาชน”

ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 ประจำ�เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2553

www.issuu.com/arnguneang , http://arnguneang.blogspot.com

DjimiDoy

เขียน

Curse of Africa

ที่แห่งนี้ “เซ็นทรัลเวิล์ด”!?


บทบรรณาธิการ

เกรงจะชักหน้าไม่ถึง อ่านกันเองฉบับที่ท่านกำ�ลังอ่านอยู่นี้เป็นฉบับที่สามของนิตยสาร ออนไลน์รายเดือนที่กำ�ลังตั้งไข่ครับ สามเดือนที่ผ่านมาเราเริ่มตั้งต้นจาก กลุ่มคนกลุ่มเล็กๆที่ต้องการเพียงพื้นที่เพื่อ “ปล่อยของ” และ “ทดลองงาน” จนกระทั่งฉบับนี้เรามี “เพื่อน” ร่วมเขียน ร่วมคิดและร่วมอ่านมากขึ้นเกือบ 150คนแล้วในเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook พร้อมทั้งกระแส ตอบรับที่ดังบ้างเบาบ้าง ที่มีตั้งแต่ติชมเนื้อหาไปจนกระทั่งถามวิธีการอ่าน นิตยสารออนไลน์เล่มนี้ ส่วนตัวแล้วผมยังไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้ทำ�การสร้างมาเท่าไรนักว่า จะดำ�เนินมาได้และมีคนติดตามมากมายขนาดนี้ เพราะด้วยความที่นิตย สารเล่มนนี้เกิดจากความคิดที่มาจากการว่างงานเท่านั้น ก็ทำ�ให้เกิดสิ่งที่ ยิ่งใหญ่และใหญ่ยิ่งจนน่าภูมิใจสำ�หรับชาว “อ่านกันเอง” ได้ แต่วันนี้ผมอาจจะต้องมีความจำ�เป็นที่จะบอกข่าวที่อาจจะเป็นข่าว ร้ายสำ�หรับพวกเราทั้ง “คนเขียน” และ “คนอ่าน” หลายๆคนครับ ผมกำ�ลังจะบอกว่า เราอาจต้องมีการพิจารณาในการตีพิมพ์ฉบับ ถัดไปว่าควรจะดำ�เนินต่อไปหรือไม่และอย่างไร? เพราะกระบวนการกว่าจะเป็น “อ่านกันเอง” นั้น ไม่เพียงที่จะต้อง ใช้เวลาในการเขียนและร้อยเรียงเรื่องราวเท่านั้น แต่ “อ่านกันเอง” ก็มี กระบวนการอื่นที่หนักหนาสาหัส ต้องใช้เวลาในการผลิต “อ่านกันเอง” ได้ ไม่แพ้กับเวลาในการเขียนเช่นกัน ในขณะที่เวลาว่างของชาวอ่านกันเองส่วนใหญ่ได้หมดลงพร้อมๆ กับการสิ้นสุดช่วงเวลาปิดเทอม และกำ�ลังเข้าสู่ภาวะคับขันอีกครั้งในการ เริ่มต้นเปิดเทอมในภาคเรียนใหม่ ผมจึต้องบอกกับคุณผู้เขียนและคุณผู้อ่านอย่างเศร้าใจว่า เรา อาจจะต้องประกาศ “ยุติ” การผลิตนิตยสารออนไลน์อ่านกันเองเป็นการ ชั่วคราว เพื่อให้พวกเราต่างไปทำ� “หน้าที่หลัก” ของตนเองให้ลุล่วง ก่อนที่ จะมาพบกันใหม่ในโอกาสที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้น เรายังคงสามารถเขียนเรื่องราวและแบ่งปันบทความ “อ่านกันเอง” ของทุกคนอย่างสม่ำ�เสมอผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์และ เว็บไซต์ของเรา เสมือนเราลดขนาดของ “เวที” ลงแต่ “พื้นที่” ในการ “ปล่อย ของ” และ “ทดลองงาน” ของเรายังคงอยู่ แล้วเราทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่ “หน้าที่หลัก” และทำ�มันให้ลุล่วงและ เป็นไปอย่างดีที่สุด เพราะหากชาวอ่านกันเองยังคง “จับปลาสองมือ” ทำ�ทุกสิ่งอย่าง ในนิตยสารออนไลน์อันยิ่งใหญ่ของพวกเราเล่มนี้ต่อไป เราก็อาจจะต้อง ประสบกับภาวะ ชักหน้าไม่ถึง “อ่านกันเอง”

1


สารบัญ 6 15

3 4 6 8 15 18 20

4

ปณ.อ.อ่านกันเอง ฟุ้งเฟ้อประเทศไทย เราว่าจ้างให้รัฐบาล “ฆ่าประชาชน”

ทีวีล้านช่อง “หนังขายยา” รีเทิร์น!!!

ที่แห่งนี้ “เซ็นทรัลเวิล์ด”!? D-League By DjimiDoy Curse of Africa

กินกับกั๊ด “ข้าวเหนียวหัวหงอก” ที่ท่าอิฐ

JML ก้าวแรกตลาดทุนลาว ก้าวต่อไปเศรษฐกิจอาเซียน

เจ้าของ Arnguneang Publishing บรรณาธิการบริหาร JML กองบรรณาธิการ Thatim , Jiida

2

20


ปณ.อ.อ่านกันเองฉบับนี้เราได้ Comment จากนัก เขียนและนักอ่านคนสำ�คัญอีกคนหนึ่งของอ่านกันเอง ครับ สำ�หรับชาวอ่านกันเองแล้วคนนี้คือผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำ�นิตยสารเราก็ว่า ได้ เพราะชายหนุ่มผู้นี้มักมีเรื่องสนุกๆในวงการวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีให้เราได้อ่านเป็นประจำ� โดยเฉพาะ การเปิดประเด็นเรื่องเครื่องเร่งอนุภาค LHC ที่เป็นการ เปิดประเด็นและเปิดฤกษ์นิตยสารของเราไปในตัว ขอ ขอบคุณ ismith นะครับสำ�หรับ Comment ที่คุณกำ�ลัง จะได้อ่านต่อไปนี้

เอ้อ คือว่า รู้สึกฉบับนี้ ไม่ค่อยมี feedback เห็น แล้วมัน “โหวงๆเหวงๆ” เดี๋ยวคนทำ�จะน้อยใจ 55555 มีติงเรื่องรูปภาพนิดหน่อยละกัน เห็น ตั้งแต่เล่มแรกแล้ว อยากให้คงสัดส่วนรูปภาพให้ เหมือนต้นฉบับอะ เหมือนบางรูปมันยืดๆแล้วดู ไม่สวยแล้วก็ตัวหนังสือประกอบรูป มันอ่านยาก ไปหน่อยสุดท้ายก็ขอเป็นกำ�ลังใจให้ กองบก. นัก เขียน แล้วก็นักอ่านทุกๆคนค้าบ ismith 18 พฤษภาคม 2553 14.50 น.

3


เราว่าจ้างให้รัฐบาล

“ฆ่าประชาชน”?? ภายหลั ง

จากการอภิ ป รายไม่ ไ ว้ วางใจผ่านพ้น ยิ่งตอกย้ำ�ให้ภาคสังคมรับรู้”ความ ไม่ยี่หระ”ของรัฐบาลภายใต้การนำ�ของนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ด้วยผลมติที่ให้คณะรัฐมนตรีสมควรแก่ การ “ไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป” ทั้งที่มีความ ผิดอันน่าคลางแคลงสงสัยอยู่หลายประการ แต่ สามารถ “ประคับประคอง” รัฐบาลดำ�เนินต่อ ไปได้ ภายใต้สภาวะของสังคมในการสนับสนุน รัฐบาลให้อยู่สถานะ “พ้นผิด” ของกระทำ�ที่นัยยะ ของความรุนแรงที่รัฐบาลนั้น ใช้ปราบปรามกลุ่ม บุคคลเสื้อแดงอย่างเด็ดขาด ด้วยภายใต้คำ�สวย หรูอย่าง “กระชับพื้นที่” หรือแม้กระทั้งความไม่ ชอบมาพากลของโครงการบางแห่ง แต่ยังไม่ สามารถ “สกัดกั้น” การเดินหน้าของรัฐบาลได้ ความสำ�เร็จบน “ศพ” ของรัฐบาลนั้นเป็น เรื่องน่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับรัฐบาลที่เคย ดำ � รงตำ � แหน่ ง ในประเทศไทยและเจ้ า หน้ า ที่ ใ ช้ กำ�ลังปราบปรามผู้ชุมนุมเฉกเช่นเดียวกัน ทั้ง ในรัฐบาลของ จอมพลถนอม กิตติขจร ในวัน ที่14 ตุลาคม 2516 หรือแม้กระทั่งรัฐบาลของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ใช้แก๊สน้ำ�ตาสลายกลุ่มบุคคล พันธมิตร ซึ่งสุดท้ายรัฐบาลเหล่านี้ได้ไม่สามารถ ต้านทานแรงกดดันของสังคมในขณะนั้น และ ต้ อ งแสดงความรั บ ผิ ด ชอบในการกระทำ � นั้ น ๆ 4

แต่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนั้น

กลับตาลปัตรอย่างยิ่ง รัฐบาลชุดนี้ได้สังคมผลัก ดันให้ “ลอยตัว”เหนือปัญหาและความรับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในวันที่ 10 เมษายน 2553 และ 19 พฤษภาคม 2553 ทั้งที่มีการกระทำ� ที่รุนแรง มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด มากถึง 85 ราย ซึ่ง นับได้ว่ามากที่สุดจากกรณีต่อต้านรัฐบาลในอดีต แต่การกระทำ�ในครั้งนี้ถูกมองว่า “ชอบธรรม” ใน สายตาของคนส่วนใหญ่ โดยการสนับสนุนในครั้งนี้ เกิดจากผลพวงของความสำ�เร็จของรัฐบาลในการ “วาทกรรมเกินจริง” ที่เรียกว่า “โฆษณาชวนเชื่อ” การตั้ ง ศู น ย์ อำ � นวยการแก้ ไ ขสถานการณ์ ฉุกเฉิน การปิด Website บางแห่ง การเสนอ รายการเฉพาะกิจชี้แจงเหตุผลชองรัฐบาล การออก สื่อสิ่งพิมพ์ และการชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศนั้น ล้วนเป็นการ “สกัดกั้น” ฝ่ายตรงข้าม โดยเป็นการ ครอบงำ � ความคิ ด ให้ ป ระชาชนมี ทั ศ นคติ แ ละ สนับสนุน พร้อมทั้งโดยดำ�เนินการ “ยัดเยียด” ให้ บุคคลที่มีความคิดต่างจากรัฐบาลว่ามีความผิดทั้ง ในทางกฎหมายและสังคม ดังตัวอย่าง คำ�กล่าว ของนายอับดุลเราะมัน มอลอ โฆษกสหพันธ์ นิสิต นักศึกษาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังได้เปรียบ เทียบ คำ�ว่า “การก่อการร้าย” ในกรุงเทพฯว่า การ ใช้ M79 ในกรุงเทพฯเป็นการกระทำ�ที่ถูกรัฐเรียก ว่า “ผู้ก่อการร้าย” แต่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มีทั้ง วางระเบิด อาวุธสงคราม ฯลฯ แต่รัฐใช้คำ�ว่า “ผู้ก่อ ความไม่สงบ” หรือแม้กระทั่ง “แผนผังล้มเจ้า” นั้น ได้ผลทางจิตใจสูง ด้วยความเป็น “ศูนย์รวมจิตใจ”


ในมโนภาพที่ถูกปลูกฝังเป็นระยะเวลาท���่ยาวนาน ประการแรก รัฐบาลกระทำ�ผิดไม่จำ�เป็น ทั้งวาทกรรม “ผู้ก่อการร้าย” และ “ล้มเจ้า” ต้องแสดงความรับผิดชอบ กล่าวคือ หลังจากนี้นั้น นั้นนับว่า เป็นความ “ฉลาด” ของรัฐบาลที่ “รู้จัก” รัฐบาลต่อไปนั้นสามารถมี “อาญาสิทธิ์” ถือมั่น ใช้คำ�แต่งเติมสถานการณ์ให้มีความได้เปรียบ แต่ ในการใช้อำ�นาจอย่างเด็ดขาด และใช้เหตุการณ์ เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า มีความพยายามทำ�นองดัง นี้ เ ป็ น ข้ อ อ้ า งว่ า ไม่ จำ � เป็ น ต้ อ งลาออกหรื อ แสดง กล่าวจริง แต่มิได้เป็น ความรั บ ผิ ด ใดๆต่ อ การกระ ปรากฎเป็ น รู ป ธรรมอย่ า ง ทำ� แค่เพียงหาเหตุผลชอบ ชัดเจนเท่าใดนัก อีกทั้ง ธรรมเท่านั้น หมายถึง ต่อไปนี้ ยั ง เป็ น การดำ � เนิ น ที่ น อก รัฐบาลจะ “ทรงอำ�นาจ” โดยอ้าง เหนือของกลุ่มบุคคล และ เหตุผลของความนิติรัฐ โดยไม่ มิ ไ ด้ ตั้ ง อยู่ อุ ด มการณ์ ข อง จำ � เป็ น ต้ อ งคำ � นึ ง หลั ก นิ ติ ธ รรม กลุ่มต่อต้าน แต่รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประการที่สอง ทหารจะ นั้ น เ ลื อ ก ใ ช้ ว า ท ศิ ล ป์ “ตลบแตลง”ให้มีความน่าจะเป็นเกิดขึ้น รวม เริ่มมีบทบาทมากขึ้นอีกครั้ง จะเริ่มเข้ามีอำ�นาจ ทั้งโฆษณาชวนเชื่อแกมบังคับ และโครงการ พร้อมทั้งรัฐบาล ในลักษณะเกื้อกูลอาศัยกันมาก “ปลุกจิตสำ�นึก” แอบแฝงนั้นเป็นส่วนสนับสนุน ขึ้น ในดำ�รงไว้ซึ่งอำ�นาจมากขึ้น ซึ่งอาจจะนำ�ไป ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น มี ค ว า ม เ ห็ น พ้ อ ง ต่ อ รั ฐ บ า ล สู่การเผด็จการแบบเชิงลึก ประสานผลประโยชน์ ต่อเนื่องไปในอนาคต ซึ่งในการกระทำ�ครั้งนี้ ถือว่า แต่วาทกรรมนี้จะเห็นผลไม่ได้ถ้าประชาชน เป็นการ “ฉีกทฤษฎี” ของทหารที่จะข้องเกี่ยวกับ นั้ น ไม่ มี ค วามรู้ สึ ก ร่ ว มเช่ น เดี ย วกั น กั บ รั ฐ บาล การเมือง เพราะความรับผิดชอบนั้นเป็นสิ่งต้อง ประชาชนต่างหลงเชื่อคำ�พูด หน่วยข่าวกรองของ เกิดหลังจากการกระทำ� “เปื้อนเลือด” ในแต่ละ รัฐบาลมากขึ้นทุกขณะ รวมทั้ง “สัมผัส” ต่อกระแส ครั้ง แต่ครั้งนี้ ความรับผิดชอบนั้นไม่ต้องมี และ เชิงลบที่กลุ่มบุคคลเสื้อแดงมีลักษณะเรียกร้องที่ ยังได้รับการสนุน จึงนับว่าเป็นความ “น่ากลัว” ขัดต่อหลักประชาธิปไตย อีกทั้งยังสร้างความเดือด อย่างยิ่ง เพราะฝ่ายทหารสามารถนำ�เหตุการณ์ ร้อนให้เกิดขึ้น ยิ่งเป็นฉนวนให้โฆษณาชวนเชื่อนั้น ในครั้ ง นี้ ม าเป็ น บรรทั ด ฐานในครั้ ง ต่ อ ไปได้ ได้ผล และความรุนแรงถูกปะทุเร็วมากทุกขณะ แต่โดยแท้จริงแล้ว ปัญหานี้จะไม่เกิด นั้นคือเหตุผลที่แท้จริงว่า ทำ�ไมถือรัฐบาล ขึ้น ถ้าภาคประชาชนนั้นไม่ยอมรับต่ออำ�นาจ จึงพร้อมจะสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้น รวมทั้ง “สกปรก” นี้ ซึ่งจะทำ�ให้ภาครัฐนั้นไม่มีการกระ สร้าง “บรรทัดฐานใหม่” ให้ทหารนั้นเข้ามาข้อง ทำ�ตามอำ�เภอใจ ซึ่งเหตุการณ์นี้เมื่อมองลงไป เกี่ยวกับการเมืองอีกครั้งหนึ่ง เพราะในการปราบ ให้ลึกนั้น จะพบว่า ประชาชนนั้นเป็นตัวปัจจัย ปรามครั้งนี้ รัฐบาลนั้นไม่เรียกร้องให้ทหารนั้น หลักให้ “เกื้อหนุน” ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งมีนัยยะ พร้อมทั้งยัง “ยินยอม” ให้มีความ “อ่อนแอ” ของ สนับสนุน เหตุการณ์จะกำ�หนดเหตุการณ์พร้อมทั้ง ภาคประชาชนที่ถูกลดรอนสิทธิเสรีภาพ และ ถูกใช้เป็นข้ออ้าง ซึ่งประเด็นหลัก 2 ประเด็นดังนี้ สนับสนุนให้ “เผด็จการ” เกิดขึ้น โดยที่เราไม่รู้ตัว 5


หนังขายยา “รีเทิร์น”!!

“จุรินทร์” สั่งฟัน “จิ่วเจิ้งปู่เซินเจียว หนัง-ชาขาว White Nature-เอโดซี่-Majic Irisสมุนไพรหลงหลง” มติชนออนไลน์ 6 มิถุนายน 2553 จั บ ยาสมุ น ไพรอวดอ้ า งสรรพคุ ณ ครั้งนี้อาจดูเป็นเรื่องปกติในยุคปัจจุบัน หากแต่เรื่อง ดังกล่าวกลับเป็นเรื่องที่น่าสนใจเมื่อยาที่กล่าวถึง ข้างต้นเป็นยาที่มีการโฆษณาในโทรทัศน์ดาวเทียม อย่างแพร่หลาย นั บ ตั้ ง แต่ ที วี ด าวเที ย มเริ่ ม มี บ ทบาทและ เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านความนิยมในจาน ดาวเทียมในระบบ C-Band หรือจานดำ�ที่มีราคา ในการติ ด ตั้ ง ต่ำ � ลงจนชาวบ้ า นทั่ ว ไปสามารถติ ด ตั้งได้ ทั้งยังมีความคมชัด ไม่กลัวฝน และยังมีช่อง รายการที่หลากหลายที่สามารถรับชมได้ “ฟรี” ตลอดชีพเป็นของแถมอีกด้วย จึงทำ�ให้ตลาดของ จานดาวเทียม C-Band (จานดำ�) มาประกบคู่กับ เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นและเคเบิ้ลทีวีผ่านดาวเทียมราย ใหญ่ และเติบโตแซงหน้าเสารับสัญญาณแบบ เดิมๆ ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่รายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการเก็บค่าบริการ

การ

6

ในการรับชม ทำ�ให้ช่องรายการผ่านดาวเทียม ของจานดำ� (C-Band) ต้องหารายได้อื่นเพื่อเลี้ยง สถานีของตนให้อยู่รอด ซึ่งตามหลักของการตลาด แล้ว “โฆษณา” จะสามารถตอบคำ�ถามและความ ต้องการนี้ได้ และด้วยความเป็น “ทีวีดาวเทียม” แล้วการขายโฆษณาก็ไม่จำ�เป็นต้องอิงตามกรอบ กฎเกณฑ์ที่ช่องรายการหลัก 6 ช่องเดิมนำ�เสนออยู่ ตลอดเวลาอีกต่อไป

จานดาวเทียมระบบ C-band หรือ “จานดำ�” ที่ กำ�ลังได้รับความนิยมตามค่าติดตั้งที่ต่ำ�ลง เพราะความเป็น “ทีวีดาวเทียม” ได้แหก กฎค่ า โฆษณาที่ สู ง ลิ บ ลิ่ ว ของช่ อ งหลั ก เหล่ า นั้ น เสีย เพราะจากเดิมที่สินค้าแต่ละชนิดต้องซื้อ เวลาของสถานีเป็นหลักวินาทีหรือนาทีด้วยอัตรา


ที่สูงลิบ(หลักหมื่นถึงแสน) ทีวีดาวเทียมได้ทำ�ให้ อัตราโฆษณาดังกล่าวเปลี่ยนแปลงลงอย่างสิ้นเชิง เพราะถ้าสินค้านั้นมีเงินเพียงหลักพันถึงหลักหมื่น ก็สามารถโฆษณาในสถานีเหล่านั้นได้ตลอดทั้งวัน ประกอบกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับเรื่องเนื้อหา ในการโฆษณาผ่ า นสถานี ด าวเที ย มนั้ น ก็ ยั ง ไม่ ได้เป็นระเบียบชัดเจนเหมือนกับกฎระเบียบที่ใช้ บังคับแล้วของสถานีหลัก เช่นเดียวกับกฎเกณฑ์ใน การสร้างช่องรายการผ่านดาวเทียมที่อยู่ในช่วงของ การถกเถียงอย่างไม่จบสิ้น

ช่องรายการดาวเทียมผ่านระบบ C-band ที่กำ�ลังเพิ่มมากขึ้น

สถานีผ่านดาวเทียมจึงสร้าง “รอยยิ้ม” ให้ กับผู้ประกอบการรายย่อยลงไปที่อาจยังไม่มีกำ�ลัง ในการซื้อโฆษณาผ่านสถานีหลักได้อย่างเพียงพอ หรือผู้ประกอบการที่ต้องการพุ่งเป้าการโฆษณาไป ยังฐานลูกค้าโดยตรงผ่านช่องรายการที่มีกลุ่มผู้ชม คล้ายๆกัน การโฆษณาบนช่องรายการผ่านดาวเทียม ในยุคแรกนั้น เน้นการโฆษณาที่มีความยาวเกิน กว่า 30 วินาทีขึ้นไป โดยอาศัยความได้เปรียบใน เวลาที่สามารถโฆษณาได้มากกว่าสถานีหลัก ซึ่ง นำ � ไปสู่ ก ารผลิ ต รายการเพื่ อ โฆษณาสิ น ค้ า นั้ น โดยตรงผ่านการพูดคุยกับเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ ที่เคยทดลองใช้ จนกระทั่ ง กระแสที วี ด าวเที ย มถึ ง ขี ด สุ ด

เพราะการเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป เจ้าของสินค้าหรือ ผลิตภัณฑ์หลายชนิดก็เลือกที่จะลงทุนเพื่อสร้าง สถานี โทรทัศน์ผ่ านดาวเทียมของตัวเองเพื่ อ การ “โฆษณา” ผลิตภัณฑ์ตลอด 24 ชั่วโมง สลับกับ รายการเพลง สารคดีหรือวาไรตี้อื่นๆเพื่อให้ผู้ชม สนใจ ทุกวันนี้บนหน้าจอของทีวีดาวเทียมเราจึง เห็นช่องรายการที่เต็มไปด้วยโฆษณาอย่างไม่สิ้น สุดตั้งแต่เครื่องออกกำ�ลังกาย ดาวน์โหลดริงโทน ไปจนกระทั่งของขลังและการสักยันต์!! แต่ โ ฆษณายอดนิ ย มบนที วี ด าวเที ย มกว่ า ครึ่งก็น่าจะเป็น “ยา-ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม” ที่ โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณผ่านผู้เคยทดลองใช้ ผู้ ประสบปัญหา กระทั่���นำ�ดารา-นักกีฬาชื่อดังมา เป็นพรีเซนเตอร์ จนเป็นข่าวครึกโครมในหน้า หนังสือพิมพ์ ในยุคสมัยคุณพ่อยังหนุ่มคุณแม่ยังสาวของ หลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกับ “หนังขายยา” ที่หอบ อุปกรณ์การฉายอันพะรุงพะรังตระเวนฉายทั่วทุก สารทิศเพื่อหวังผลในการ “ขายยา” ของตนพร้อมๆ กับการมอบความสุขกับชาวบ้าน “หนังขายยา” ที่ลูกบ้านแต่ละท้องที่ต่างรอ คอยที่จะมาหาความสุขบนจอกว้างกับภาพยนตร์ และดาราที่โด่งดัง พร้อมๆไปกับการนั่งฟังการเร่ ขายและอวดอ้างสรรพคุณของตัวยาที่ชวนให้ใช้ “หนังขายยา” ที่เป็นหน่วยที่สำ�คัญของห้าง ขายยาต่างๆและเป็นผลลัพธ์ของความสำ �เร็จจน กระทั่งทุกวันนี้ เพราะเป็นหน่วยที่ขายและเสนอ ขายได้ “ถึงเนื้อถึงตัว” ลูกค้ามากที่สุด ในวันนี้ “หนังขายยา” แบบเดิมๆ ตั้งแต่อดีต อาจไม่จำ�เป็นต้องมีอีกต่อไปแล้ว เพราะวันนี้ “หนังขายยา” ไม่ต้องตระเวน เสียค่าแรง ค่ารถอีกต่อไปแล้ว เพราะมันย่อตัวเอง ลงและมาเสนอสินค้าถึงใน “ห้องนอน” ของคุณ 7


8

เรื่อง : จอมพล ดาวสุโข ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


หลัง

จากการชุมนุมกว่า 2 เดือน ของ กลุ่ ม คนเสื้ อ แดงหรื อ แนวร่ ว มประชาธิ ป ไตยต่ อ ต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และกว่า 1 เดือน หลังจากการปักหลักชุมนุมบนสี่แยกราชประสงค์ พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่ส�ำ คัญอีกแห่งหนึ่งของ กรุงเทพฯ จนกระทั่งสิ้นสุดลงในวันที่ 19 พฤษภาคม ผ่ า นการประกาศยุ ติ ก ารชุ ม นุ ม ของแกนนำ � คน สำ�คัญอย่างณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ที่ว่า “เรายุติการต่อสู้ ในวันนี้ เพื่อเดินหน้าการต่อสู้ต่อไปได้” พร้อมๆกับ พาแกนนำ�ส่วนหนึ่งไปมอบตัวที่สำ�นักงานตำ�รวจ แห่งชาติ เหตุ ก ารณ์ ไ ม่ ไ ด้ จ บลงอย่ า งที่ ห ลายคน เคยคาด เพราะผลจากการยุติการชุมนุมดังกล่าว ได้ ก่ อ ให้ เ กิ ด เหตุ จ ลาจลและเผาสถานที่ ต่ า งๆ ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทั้งสถานที่ ราชการ ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร และสถานที่ สำ � คั ญ หลายแห่ ง ต่ า งได้ รั บ ผลกระทบถ้ ว นหน้ า และหนึ่งในนั้น คือห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็น อันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นก็คือ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ดที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก ราชประสงค์ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อ แดงนั่นเอง เสี ย งวิ พ ากษ์ วิ จ ารณ์ ห ลั ง จากการจลาจล ครั้งดังกล่าว เป็นไปในทิศทางที่หลากหลาย ซึ่ง ส่วนใหญ่ก็พากันวิเคราะห์ไปในทางการเมืองต่างๆ นานา แต่มีบางส่วนเช่นกันที่ได้พูดถึงอาถรรพ์เจ้า ที่ในบริเวณดังกล่าวว่ามีความเร้นลับและศักดิ์สิทธิ์ มากไปกว่าเป็นที่ตั้งของเทวสถานสำ�คัญๆแหล่ง ใหญ่ของกรุงเทพฯ หลายคนมองย้อนไปถึงตำ�นาน ของที่ดินผืนนี้ที่มีเรื่องราวสืบทอดมายาวนานนับ ร้อยปี ที่เป็นอดีตวังเดิมของเจ้านายในสมัยรัชกาล ที่ 6

ที่แห่งนี้ “สระปทุม” จากที่นาอันกว้างขวางที่ห่างไกลพระนคร อย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 3 ถูกแปรเปลี่ยนด้วย การสร้างวังสระปทุมซึ่งเป็นพระราชประสงค์ของ รัชกาลที่ 4 เนื่องจากพระองค์ท่านโปรดทัศนียภาพ แบบท้องทุ่งเป็นพิเศษ แต่ครั้นจะเสด็จไปประทับ ที่ต่างจังหวัด เช่น เพชรบุรี บ่อยครั้งก็จะเป็นการ ลำ�บากเกินไป พระองค์ท่านจึงรับสั่งให้สร้างวังที่ ประทับบริเวณพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็นทุ่งนาที่แม้จะ ห่างไกลจากพระนคร แต่ก็ไม่มาก โดยโปรดให้ขุด สระบัวขึ้นมา 2 สระที่ต่อเชื่อมถึงกันและผันน้ำ� จากคลองเข้ามาไว้เพื่อเล่นเรือ ในสระนั้นเต็มไป ด้วยดอกบัว จึงเรียกชื่อว่า “วังสระปทุม” พระองค์ ท่านยังสร้างพระอารามไว้คู่วังแล้วอาราธนาพระ สงฆ์สายธรรมยุตินิกายเข้ามาจำ�วัด พร้อมทั้ง พระราชทานนามว่า “ปทุมวนาราม” หลังจากสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2400 ด้วย บรรยากาศที่สงบเงียบเพราะยังห่างไกลพระนคร อยู่ จึงทำ�ให้พระองค์โปรดวังนี้เป็นพิเศษ และมัก เสด็จมาที่วังนี้เพื่อนั่งสมาธิใน “กุฏ” ที่พระองค์ รับสั่งให้นำ�ดินที่ได้จากการขุดสระมาก่อเป็นถ้ำ�ใน วันพระใหญ่อยู่เสมอ ต่อมาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 สระที่รัชกาล ที่ 4 ทรงขุดไว้แห่งนี้ยังคงใช้สำ�หรับแล่นเรือเรื่อย มา จนกระทั่งน้ำ�เริ่มเหือดแห้งลง สระบัวใหญ่จึง ถูกเปลี่ยนเป็นที่นาและแหล่งแสดงกสิกรรม ทั้ง ยังมีการตัดถนน “ราชดำ�ริ” เข้ามายังบริเวณสระ ปทุมตามความเจริญที่เริ่มเข้ามาอย่างมากในสมัย สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 9


ที่แห่งนี้ “วังเพ็ชรบูรณ์” พระราชบิ ด าของพระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว ต่ อ ม า ใ น ส มั ย พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ รัชกาลปัจจุบัน พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ได้ นอกจากจะรับราชการ พระราชทานที่ดินบริเวณสระปทุมเดิมให้กับ “ ในสายอาชี พ อาจารย์ แ ล้ ว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก “ทูลกระหม่อมติ๋ว” ยังทรง กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย” พระราชโอรสองค์ที่ ด น ต รี เ ป็ น ง า น อ ดิ เ ร ก อี ก 72 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วย ทั้งเปียโน ไวโอลิน และ ไว้สำ�หรับสร้างวังที่ประทับจนกระทั่งเป็น “วังเพ็ชร โดยเฉพาะฮาร์พ ซึ่งหลาย บูรณ์” ในที่สุด คนสั น นิ ษ ฐานว่ า ฮาร์ พ ของ พระองค์ เ ป็ น ฮาร์ พ ตั ว แรกที่ นำ�เข้ามาในสยาม เจ้าฟ้าจุฑาธุชฯ ทรงมีพระวรกายที่ไม่ใคร่ จะแข็งแรงนัก จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ด้วยโรคพระ วักกะพิการ(ไตวาย) ในขณะที่พรองค์มีพระชนม์มา ยุเพียง 31 พรรษา อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงเป็นต้นสกุล “จุฑาธุช” และวังของพระองค์ยังคงสวยงาม โดดเด่ น ด้ ว ยความสามารถในการออกแบบของ พระองค์ตราบจนกระทั่งวันเวลาผ่านไป

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจุฑาธุช ธราดิลกกรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจุฑาธุช ธราดิลกกรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย หรือ “ทูลกระ หม่อมติ๋ว” ประสูติเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2435 ณ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี จึงเป็นสาเหตุให้พระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนาม เขตพระราชฐาน ณ บริเวณเกาะสีชังว่า “พระจุฑา ธุชราชฐาน”พระองค์ทรงศึกษาที่ประเทศอังกฤษ ตามพระประสงค์ของพระราชบิดาก่อนกลับมารับ ราชการเป็นอาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนเพาะช่างในเวลาต่อ มา โดยมีหนึ่งในเจ้าฟ้าร่วมรุ่นที่เสด็จไปศึกษา พร้อมกับพระองค์ คือ “เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช” 10


จาก “วัง” สู่ “ห้าง” หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ.2475 ที่ แห่ ง นี้ ไ ด้ เ ปลี่ ย นแปลงโอนย้ า ยกลายมาเป็ น ของ สำ�นักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้ เป็นสถานที่ตั้งของวิทยาลัยพาณิชยการอินทราชัย จนกระทั่งสำ�นักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ เ ริ่ ม เปิ ด ประมู ล เพื่ อ นำ � ที่ ดิ น ไปใช้ ป ระโยชน์ ใ น ปี พ.ศ.2525 วิทยาลัยดังกล่าวก็ถูกย้ายไปใน ซอยรามคำ�แหง 39 พร้อมๆกับเป้าหมายในการ สร้างศูนย์การค้าที่ทันสมัยที่สุดอย่าง “เวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์” โดยตระกูลพ่อค้าและเจ้าพ่อธนาคารชื่อ ดังอย่าง “เตชะไพบูลย์” “เตชะไพบูลย์” ฝันแล้วล้ม บน “เวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์” ในอดีตไม่มีใครไม่รู้จักตระกูล “เตชะ ไพบูลย์” ผู้โด่งดังจากสัมปทานเหล้ารายใหญ่ ผูกขาดและเจ้าของกิจการธนาคารศรีนครที่เป็นที่ นิยมในหมู่พ่อค้าชาวจีน จากตระกูลเล็กๆเสื่อผืน หมอนใบสู่กิจการ���รงฝิ่น โรงเหล้าและโรงรับจำ�นำ� ทำ�ให้ “เตชะไพบูลย์” ก้าวสู่ตระกูลธุรกิจรายใหญ่ ของประเทศผ่านสัมปทานเหล้า “แม่โขง” ในยุคแรก นำ�ไปสู่การระดมทุนผ่านกิจการธนาคารและวาณิช

อุเทน เตชะไพบูลย์ ผู้เป็นเสาหลักให้กับตระกูล

ธนกิจหลายแห่ง โดยมีฐานสำ�คัญทางการเงิน คือ “ธนาคารศรีนคร” ที่ “อุเทน เตชะไพบูลย์” เสาหลัก ของตระกูลรับหน้าที่ดูแลด้วยตนเองตลอดระยะ เวลาเกือบ 50 ปี ทำ�ให้เขาและธนาคารแห่งนี้เป็น สัญลักษณ์ที่พิงกันอย่างยากที่จะแยกออก หากแต่ไม่มีสิ่งใดอยู่ยั้งยืนยง เมื่อสัมปทาน เ ห ล้ า ผู ก ข า ด ข อ ง ต ร ะ กู ล มี คู่แข่งคือ กลุ่ม “ เ ถ ลิ ง ( เ ห ล่ า จิ น ด า ) เจริ ญ (สิ ริ วั ฒ น ภักดี)” ที่เดิมทั้งสองเคยอยู่ใต้ร่มเงา “เตชะไพบูลย์” แต่แยกตัวออกมาแข่งขันกับ “แม่โขง” ของเตชะ ไพบูลย์เสียเอง ผ่านชื่อ “หงส์ทอง” ด้วยสูตรเหล้า ที่เหมือนกันเพราะคนปรุงคนเดียวกัน แต่ราคาที่ ถูกกว่าและการใช่เล่ห์กลธุรกิจที่ได้เปรียบ จึงทำ�ให้ “แม่โขง” เป็น “แม่ขม” ในลำ�คอของเตชะไพบูลย์ และธนาคารศรีนคร เนื่องจากการแข่งขันกับ “หงส์ ทอง” นั้นก่อให้เกิดภาวะ “เข้าเนื้อ” กับธนาคาร ศรีนคร ฐานการเงินของ “เตชะไพบูลย์” จนเกิด เป็นภาวะหนี้สินที่สั่นสะเทือนมาถึงธนาคาร จน ท้ายที่สุดตระกูลดังกล่าวจึงต้องล้างมือจากวงการ น้ำ�เมาไปตลอดกาลตามคำ�แนะนำ�ของเจ้าหนี้ราย ใหญ่ทั้งหลาย แต่ “เตชะไพบูลย์” ก็ยังคงเป็นตระกูลธุรกิจ ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศในอีกหลายกิจการ กิจการ อสังหาริมทรัพย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อบริษัทวังเพ็ชร บูรณ์ที่ตระกูลตั้งขึ้นตัดสินใจจะพัฒนาที่ดินบริเวณ ราชประสงค์เพื่อเป็นศูนย์การค้าชื่อดังของไทยใน นาม “เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์” แต่ก็เปิดกิจการได้ไม่ นาน ก็ต้องเลิกกิจการให้รายใหม่มาดำ�เนินการต่อ ซึ่งท้ายที่สุด “กลุ่มเซ็นทรัล” ก็ได้เข้ามาบริหารพื้นที่ การค้าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ และสร้างห้างสรรพ สินค้าแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้อย่าง “เซ็นทรัลเวิล์ด”

11


“จิราธิวัฒน์” กับ “เซ็นทรัล” เมื่อ 65 ปีที่แล้ว “ห้างเซ็นทรัลเทรดดิ้ง” สาขา แรกเกิดขึ้นที่ปากตรอกกัปตันบุช ย่านสี่พระยาด้วย ฝีมือ แรงกายและใจของ “เตียง จิราธิวัฒน์” ที่ข้าม บ้านข้ามเมืองมาหาลู่ทางทำ�กินในเมืองไทยพร้อม กับภรรยาและลูกชายคนแรกที่เพิ่งมีอายุเพียง 2 ขวบ “เตียง” หรือ “เจ็งนี่เตียง” เดินทางมา ประเทศไทยหลังจากที่บิดาของเขาเสียชีวิตโดยที่ เขาเป็นเพียงหนุ่มวัย 21 ปีเท่านั้น โดยเริ่มต้นจาก การค้าขายตั้งแต่แรกจนกิจการรุ่งเรืองกลายเป็น ห้างเซ็นทรัลในที่สุด พร้อมๆกับกิจการที่ขยายให้ ก้าวหน้า การศึกษาของลูกของเขาก็ต้องเป็นไป อย่าง “Perfect” เพราะไม่ว่าจะเป็นลูกกับภรรยา คนใด เตียงก็จะส่งเสียให้ลูกชายลูกสาวของเขาได้ เรียนรู้ทางการค้าและภาษาอังกฤษจากโรงเรียน และมหาวิ ท ยาลั ย ชั้ น นำ � ทั้ ง ของไทยและต่ า ง ประเทศ จะมีก็แต่ “สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์” ลูกชาย คนแรกเท่ า นั้ น ที่ ไ ม่ มี โ อกาสได้ เ รี ย นต่ อ ในระดั บ มหาวิทยาลัย หากแต่ความรู้ของเขาก็อยู่ในระดับ “ดีมาก” โดยเฉพาะการใช้ภาษาอังกฤษที่เขาได้มา จากการเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ

12

สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ลูกชายคนแรกของเตียง ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวที่เกิดที่เมืองจีนและไม่ ไ ด้ เรียนจบมหาวิทยาลัย แต่ด้วยความที่เขามีความ สามารถด้านภาษาอังกฤษสูงมากจึงทำ�ให้สัมฤทธิ์ ผ่านการทำ�งานหลายอย่าง โดยเฉพาะงานเกี่ยวกับ ศุลกากรและการค้า ซึ่งทำ�ให้เขาฝึกฝนสู่การเป็น “พ่อค้า” ได้ดีไม่แพ้พ่อ สัมฤทธิ์เริ่มเห็นลู่ทางการขายหนังสือต่าง ประเทศก่อนบิดาของเขาเพราะเขาเชื่อว่าสามารถ สร้างรายได้ได้ โดยเขาเป็นผู้นำ�เข้านิตยสารที่เหลือ ขายจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งใน ช่วงนั้นนอกจากค่าเงินของไทยจะได้เปรี ย บแล้ ว ภาษีหนังสือที่นำ�เข้าก็ไม่ต้องเสีย อีกทั้งหนังสือ เหลื อ ขายเหล่ า นั้ น ถู ก ขายให้ สั ม ฤทธิ์ ใ นราคาต่ อ กิโลกรัม เมื่อสัมฤทธิ์นำ�มาแยกขายเป็นเล่ม ยิ่ง ทำ�ให้เขาได้กำ�ไรเป็นกอบเป็นกำ�อย่างมาก กำ�ไรที่เป็นกอบเป็นกำ�ทำ�ให้ “เตียง” บิดา ที่ไม่เคยเชื่อว่าธุรกิจนี้จะสร้างรายได้ต้องกลับมา คิดใหม่ และร่วมหุ้นกับลูกชายในที่สุดด้วยการเปิด “ห้างเซ็นทรัลเทรดดิ้ง” สาขาแรกที่ตรอกกัปตันบุช ที่นอกจากห้างนี้จะขายหนังสือแล้ว ยังขายสินค้า ที่ลงโฆษณาในหนังสืออีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือน้ำ�หอม จึงเป็นที่โปรดปรานของ ชนชั้นนำ�และนักเรียนนอกที่เพิ่งกลับมาเมืองไทย มากมายยิ่ง จากวันนั้นถึงวันนี้ เกือบ 7 ทศวรรษบนถนน เซ็นทรัลของจิราธิวัฒน์ เซ็นทรัลกรุ๊ปในวันนี้ไม่ได้มี เพียงแค่ห้าง แต่กิจการดังกล่าวมีทั้งโรงแรม พัฒนา อสังหาริมทรัพย์ โรงงานผลิตสินค้า ฟาสต์ฟู๊ด แต่ถึง กระนั้นรายได้หลักที่เข้าสู่เซ็นทรัลกรุ๊ปก็ยังเป็น “ค้า ปลีก” หรือห้างสรรพสินค้าที่เป็นกิจการเริ่มแรก นี่คือจุดสำ�คัญที่ทำ�ให้ “เซ็นทรัล” รับช่วงต่อ “เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์”!!


เสาะเหตุอาถรรพ์ มี “อะไร” ในวังเพ็ชร บูรณ์ เป็นที่ลือลั่นกันมานานแล้วว่าที่ดินบริเวณ “วังเพ็ชรบูรณ์” ที่กลายเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ นั้นมีอาถรรพ์และพลังลึกลับที่ค่อนข้าง “แรง” เหลือ เกิน

รัชกาลที่ 1 เคยสาปแช่งไว้ว่าหากผู้ใดที่ไม่ใช่เชื้อ สายมาครอบครองก็จะ “มีอันเป็นไปตายโหงสาม ชั่วโคตร” ที่ดินผืนที่เป็นวังหน้าจึงไม่มีใครกล้าแตะ ต้องและนำ�มาเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ” จนถึงปัจจุบัน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ “วังหน้า” เดิม เพราะนอกจากพลังความเป็น “สี่แยก ใหญ่” ที่หลายคนคาดการณ์ว่าเป็นที่พำ�นักพักพิง ของเหล่าเจ้าที่และผีไร้ญาติแล้ว บริเวณแยกราช ประสงค์ยังมีการ “แก้เคล็ด-หนุนดวง” จากแหล่ง ธุรกิจใกล้เคียงอีกด้วย หลายคนจึงบอกว่า ที่นี่มีพลังที่ดึงกันไป ดึง กันมา!! โดยเฉพาะสำ�หรับวังเพ็ชรบูรณ์แล้ว มีผู้ เชี่ ย วชาญและผู้ เ กี่ ย วข้ อ งหลายท่ า นได้ ใ ห้ ข้ อ มู ล เกี่ยวกับพลังเร้นลับจนเป็นเหตุให้เกิด “อาเพศ” กับ สิ่งปลูกสร้างและธุรกิจบนที่ดินผืนนี้ อ.ไพศาล พืชมงคล ทนายความชื่อดังและ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสมัยรัฐบาล คมช. ได้เล่าถึงอาถรรพ์ ข อ ง วั ง เ พ็ ช ร บู ร ณ์ ผ่ า น ร ะ บ บ เ ค รื อ ข่ า ย สั ง ค ม ออนไลน์อย่าง Twitter ของ ตนเอง (@paisalvision) ว่าที่แห่งนี้เป็น 1 ใน 2 ที่ที่ มีอาถรรพ์จาก “คำ�สาป” ที่ค่อนข้างร้ายแรง โดยอีก ไพศาล พืชมงคล ที่หนึ่งนั้นคือ “วังหน้า” ที่

อีกที่หนึ่งที่มีพลังคำ�สาปอยู่นั่นคือวังเพ็ชร บูรณ์ โดยรัชกาลที่ 6 ได้ทรงสาปแช่งไว้เพื่อป้องกัน ไม่ให้ผู้ใดครอบครองนอกจากลูกหลานของเจ้าฟ้า จุฑาธุชฯ เจ้าของวังที่พระองค์พระราชทานที่ดิน ให้ เนื่องจากขณะนั้นเจ้าฟ้าจุฑาธุชฯยังทรงพระ เยาว์ แต่การสาปแช่งที่ประทับไว้กับวังเพ็ชรบูรณ์ ของรัชกาลที่ 6 ไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับการสาปแช่งใน ที่ดิน “วังหน้า” ของรัชกาลที่ 1 เพราะพระองค์ทรง ระบุทางแก้ไว้ว่าผู้ใดมีวาสนาที่จะครอบครองก็ต้อง สร้างศาลเจ้าพ่อเสือในที่ดินผืนหนึ่งบริเวณรังสิต เป็นการทดแทน อ.ไพศาลกล่ า วว่ า ตนได้ ���ี โ อกาสรู้ เ รื่ อ ง นี้ เ พราะได้ มี โ อกาสไปเป็ น พยานในการเปิ ด พินัยกรรมในที่ดินผืนนี้ ทั้งยังเคยเตือนไปยังตระกูล “เตชะไพบูลย์” ผ่านเพื่อนร่วมรุ่น วปอ.(วิทยาลัย ป้องกันราชอาณาจักร) ที่เป็นลูกหลานของเตชะ ไพบูลย์มาแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อ “เขาก็บอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะคุณอุเทน เตชะไพบูลย์ มีความรู้เรื่องพวกนี้เยอะ และมีซินแส ส่วนตัว หลังจากนั้นเขาก็ไปทำ�พิธีแก้ที่หัวมุมตึก และทำ�เนินดินขึ้นมาเหมือนฮวงซุ้ยเลย ทำ�เพื่อแก้ อะไรของเขาก็ไม่รู้ แต่น่าจะเป็นการแก้แบบจีน”

13


เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตาม “เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์” ก็ อวสานลงเพราะพิษเศรษฐกิจต้มยำ�กุ้งพร้อมๆกับ ตระกูลธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่าง “เตชะไพบูลย์” จน กระทั่งเข้าสู่ยุคของ “เซ็นทรัลเวิล์ด” ที่ยังไม่ได้มี การแก้เคล็ดตามที่อ.ไพศาลได้กล่าวไว้ เพราะห้าง สรรพสินค้าดังกล่าวได้ใช้วิธีแบบพราหมณ์เข้ามา แก้ไข ซึ่งอ.ไพศาลบอกว่าเป็นการแก้ที่ “ไม่ถูกจุด” “เขาหวังว่าพอมีพระพิฆเนศ ซึ่งเป็นเทพแห่ง ความสำ�เร็จก็จะดึงพลังจากพระพรหมมาหนุนด้วย แต่ก็เกิดเหตุร้ายขึ้นจนได้ เพราะการแก้ไขไม่ถูกจุด” แต่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเร้นลับของ อ.ไพศาล พืชมงคลก็มีข้อท้วงจาก ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัต น์ ผู้จัดการมรดกของทายาทเจ้าฟ้าจุฑาธุชฯ ทั้ง ม.ร.ว.ถนัดศรียังเกิดในวังเพ็ชรบูรณ์และมีความ สนิทสนมกับทายาทของเจ้าของวัง ม.ร.ว.ถนัดศรี กล่ า วว่ า ข้ อ มู ล คำ � สาปดั ง กล่ า วไม่ เ ป็ น ความจริ ง พร้อมกับเล่าถึงต้นเหตุของอาเพศต่างๆว่าน่าจะ เกิดมาจากการรื้อทำ�ลาย “กุฎ” หรือที่นั่งสมาธิ ของรัชกาลที่ 4 ในช่วงของการสร้าง “เวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์” ม . ร . ว . ถ นั ด ศ รี เ ล่ า ย้อนกลับไปสมัยสร้าง “วัง สระปทุม” ในรัชกาลที่ 4 ว่า นอกจากมีการขุดสระ สร้าง วังและพระอารามที่พระราช นามว่า “ปทุมวนาราม” แล้ว ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ พระองค์ ยั ง มี รั บ สั่ ง ให้ ส ร้ า ง 14

“กุฏ” โดยนำ�ดินที่ได้จากการขุดสระก่อเป็นถ้ำ�ดิน ขนาดเท่าตัวคนไว้ข้างวัดปทุมวนาราม โดยถ้ำ�ดิน หรือ “กุฏ” ดังกล่าวนั้นจะเป็นที่สำ�หรับพระองค์ทรง นั่งสมาธิในวันพระใหญ่ เนื่องจากพระองค์ยังทรง คุ้นเคยกับกิจวัตรนี้หลังจากทรงผนวชนาน 26 ปี “ทุกวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำ�และแรม 15 ค่ำ� พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ มายังกุฏเพื่อนั่งสมาธิ” ต่อมาเมื่อมีการสร้างวังเพ็ชรบูรณ์ กุฏของ รัชกาลที่ 4 จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือศาลพระภูมิ ประจำ�วังเพ็ชรบูรณ์ หากแต่เมื่อครั้งปรับพื้นที่ใหญ่ เพื่อสร้างห้างสรรพสินค้าในปี พ.ศ.2525 ได้มีการ ถมสระบัวและรื้อกุฏดังกล่าว จึงน่าจะเป็นสาเหตุ ให้เกิดอาเพศมาจนถึงปัจจุบัน แม้ ว่ า ทั้ ง สองเรื่ อ งเร้ น ลั บ ในวั ง เพ็ ช รบู ร ณ์ ที่ดูแล้วอาจจะแตกต่างและมีข้อถกเถียงระหว่าง กัน แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นความจริงก็คือความเสียหาย กับเซ็นทรัลเวิล์ดได้เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ มีหลายคน โกรธ เกลียด เคียดแค้น และชิงชังกับผู้กระทำ�การ ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องมีความผิดตาม กฎหมาย แต่การจะสัมทับด้วยความโกรธแค้น ชิงชังนั้นยิ่งจะเพิ่ม “เชื้อไฟ” ในการเผามอดไหม้ไป ยิ่งกว่า “เซ็นทรัลเวิล์ด” เพราะนั่นคือการสร้าง “ดินปืน-ระเบิดเพลิง” เข้าไปวางไว้ในใจคน!! บรรณานุกรม หนังสือ กรรณิการ์ ตันประเสริฐ. (2545). อุเทน เตชะไพบูลย์ เจ้าสัวผู้ปลูกกุศลไว้ในแผ่นดิน. กรุงเทพฯ: มติชน วิรัตน์ แสงทองคำ� และคณะ. (2546). 70 ปี จิราธิวัฒน์ Central ยิ่งสู้ ยิ่งโต. กรุงเทพฯ: บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำ�กัด(มหาชน) วิรัตน์ แสงทองคำ� เขียน, สุปราณี คงนิรันดรสุข บรรณาธิการ. (2548). The Fall of Thai Banking. กรุงเทพฯ: บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำ�กัด(มหาชน) อธิวัฒน์ ทรัพย์ไพฑูรย์. (2547). ตระกูลนักธุรกิจดัง. กรุงเทพฯ: วรรณสาส์น หนังสือพิมพ์ ปัญญา ทิ้วสังวาลย์. ผ่าอาถรรพณ์ “เซ็นทรัลเวิล์ด” ต้องคำ�สาป “วังเพ็ชรบูรณ์”. หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับ วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 เผยเหตุอาเพศ “วังเพ็ชรบูรณ์”. หนังสือพิมพ์เอ็กซ์ไซท์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2553 เว็บไซต์ ลลิตา หิงคานนท์. ย้อนอดีตวังเพ็ชรบูรณ์. จาก http://61.19.244.116/tkpark/index.php... สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 ประวัติวิทยาลัยอินทราชัย. จาก www.intrachai.ac.th/intrachai/index.php?opt... สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 วิกิพีเดีย twitter @paisalvision และ @sapatvthai


ว่าการที่จะแยกนักเตะที่ดีที่สุดในยุค กับนักเตะที่ดี ที่สุดตลอดกาลได้ คือการที่นักเตะคนนั้นสามารถ พาทีมคว้าแชมป์โลกได้ มีนักเตะที่ฝีเท้าเหลือรับ ประทานมากมาย แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นนักเตะ ที่ดีที่สุดตลอดกาลได้

Lionel Messi (นักเตะที่ดีที่สุดในโลก แต่ยังไม่ใช่นัก เตะที่ดีที่สุดตลอดกาล)

คำ�สาปแห่งฟุตบอลโลก 2010

ณ ขณะทีป่ ระเทศไทยกำ�ลังประสบ

ปัญหาความแตกแยกทางการเมืองมากมายเช่นนี้ นอกจากข่าวการเมืองที่ทุกคนต่างให้การติดตาม กันอย่างหน้าดำ�คร่ำ�เครียดแล้ว กระแสของฟุตบอล โลกก็เป็นกระแสหนึ่งที่มาแรงเช่นกัน เพราะเป็น ครั้งแรกที่ทวีปแอฟริกาใต้ได้เป็นเจ้าภาพในการจัด ฟุตบอลโลก สำ�หรับชีวิตของนักเตะอาชีพแล้วฟุตบอล โลกคือรายการที่สำ�คัญที่สุดในชีวิตของทุกคน เคย มีคำ�กล่าวจากหนังสือ four-four-two ของอังกฤษ

แน่ น อนว่ า เมื่ อ มี ก าร หยิบยกประเด็นของนักเตะที่ดี ที่สุดตลอดกาลมาพูดถึง ย่อม มีชื่อของนักเตะอย่าง “Lionel Messi” ทุกคนต่างยอมรับว่า เมซซี่เป็นนักเตะที่ฝีเท้าดีที่สุด ในยุค แต่ยังมีข้อกังขามากมาย ถึงฟอร์มของเมซซี่ในการเล่ น ให้ทีมชาติ แต่ถ้าฟุตบอลโลก ครั้งนี้เมซซี่สามารถพาทีมฟ้าขาวก้ า วขึ้ น มาเป็ น แชมป์ โ ลก ได้ ย่อมทำ�ให้คำ�ครหาทั้งหมดหมดไปได้ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ที่ความสามารถในการดึงศักยภาพ จากตัวนักเตะของมาราโดน่า การวางแผน และที่ สำ�คัญคือสภาพร่างกายของเมซซี่เอง ฟุตบอลโลกครั้งนี้ทุกทีมต่างพบกับปัญหา บาดเจ็บมากมาย ตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่ปิดหลายทีม เสียนักเตะที่เป็นกำ�ลังสำ�คัญของทีมไป และเมื่อ มาถึ ง การเก็ บ ตั ว และอุ่ น เครื่ อ งบางที ม ก็ เ สี ย นั ก เตะของทีมไปมากกว่าเก่า รวมถึงบางทีมโชคร้าย 15


ขนาดเสียนักเตะที่เป็นกัปตันทีมไปเลยทีเดียว นั ก เตะรายแรกที่ บ าดเจ็ บ และมี ผ ลกระ ทบต่อทีมอย่างมากคือ David Beckham และ Michale Owen ทั้งคู่เป็นนักเตะที่เป็นกำ�ลังของ อังกฤษในรายการใหญ่ๆ มาแล้วหลายครั้ง และ การเสีย 2 กำ�ลังหลักครั้ง นี้ทำ�ให้ Fabio Capello เฮ้ ด โค้ ช ของที ม สิ ง โต คำ � รามถึ ง กั บ ออกปาก ว่ า เป็ น การสู ญ เสี ย ครั้ ง Fabio Capello และ Da- ยิ่งใหญ่ของอังกฤษ ถึง vid Beckham ในสมัยที่ แม้ ฟ อร์ ม ของทั้ ง คู่ จ ะไม่ ร่วมงานกันที่มาดริด ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ ประสบการณ์ ข องทั้ ง คู่ ล้ ว นมี ป ระโยชน์ อ ย่ า ง มากกับทีมชาติอังกฤษ โดยเฉพาะในรายของ David Beckham และ เบ็คแฮม ถ้าเรายังจำ� Michale Owen 2 สตาร์ที ความกั น ได้ ใ นสมั ย ที่ มชาติอังกฤษ ที่ต้องพลาด ฟุตบอลโลกครั้งนี้ คาเปลโล่ คุมทีมเรอัล มาดริด ในครึ่งฤดูกาลแรก คาเปลโล่ให้โอกาส อดีต นักเตะแมนยู รายนี้น้อยมาก และผลงานของเรอั ล มาดริดก็ไม่ดีอย่างที่ทุกคนวาดฝันไว้ แต่เมื่อครึ่ง ฤดูกาลหลังทุกอย่างเปลี่ยนไป หลังจากที่ คาเปล โล่ให้เริ่มให้โอกาสเจ้าพ่อฟรีคิกรายนี้มากขึ้น และ ตัวเบ็���แฮม เองก็แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทที่เขา มีให้กับทีม ท้ายที่สุดมาดริดสามารถพลิกกลับมา คว้าแชมป์ลีก ของสเปนได้ แต่คาเปลโล่ก็ตัดสินใจ ลาออก เพราะไม่ถูกกับ ฟอเลติโน่ เปเลซ ประธาน ของสโมสรในเวลานั้น นั ก เตะรายต่ อ มาที่ ต้ อ งโบกมื อ ลาที ม ชาติ อังกฤษไปคือ Rio Ferdinand กัปตันทีมชาติอังกฤษ คนปัจจุบัน หลังจากที่ John Terry ทำ�เรื่องอื้อฉาว เอาไว้ ถึงแม้ในฤดูกาลนี้ เฟอร์ดินาน จะผลงานไม่ ได้ดีเด่นแบบทุกฤดูกาลเพราะมีปัญหาเรื่องอาการ 16

Steven Gerrard ได้ก้าวขึ้นมาเป็น กัปตันทีมแทนการขาดหายไปของ Rio Ferdinand บาดเจ็บ แต่ความแน่นอนและประสบการณ์ของ นักเตะรายนี้ก็เป็นสิ่งที่จำ�เป็นของทีมชาติอย่างมาก ยิ่งเมื่อเป็นกัปตันทีมชาติด้วยแล้ว ความสำ�คัญยิ่ง มากขึ้นเป็นเท่าตัว และการขาดหายไปของเขาก็ ทำ�ให้ ส้มหล่นมาที่ Steven Gerrard ที่ได้รับการ แต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีม โดนส่วนตัวแล้วการที่เจอร์ ราดได้เป็นกัปตันทีม น่าจะเป็นผลดีกว่าเฟอร์ดิน านในเรื่องของพลัง และความทุ่มเท แต่ในเรื่องของ อารมณ์และวุฒิภาวะนั้น เจอร์ราดยังถูกตั้งคำ�ถาม อยู่มากมาย เพราะหลายครั้งที่เขาโดนไล่ออกอย่าง น่าเขกกะโหลกอย่างมาก นั ก เตะรายต่ อ ไปที่ ต้ อ งพลาดฟุ ต บอลโลก ครั้งนี้คือ Michael Ballack กัปตันทีมชาติเยอรมัน ก่อนหน้านี้เยอรมันได้สูญเสีย Mike Hinke ผู้ รั ก ษ า ป ร ะ ตู ฝี มื อ ดี ม า ก ประสบการณ์ คนหนึ่ง ในราย Michael Ballack ต้องกำ�ลังหลักของ ของบั ล ลั ค เอง ทีมอินทรีย์เหล็ก ที่ต้องอดไปฟุตบอลโลกนี่ น่ า จ ะ เ ป็ น เพราะอาการบาดเจ็บ


ฟุ ต บอลโลกครั้ ง สุ ด ท้ า ยของเขากั บ เยอรมั น แล้ ว เพราะอายุที่ปาเข้าไปกว่า 33 ปี ทำ�ให้ในอีก 4 ปี ข้างหน้าหากเขายังคงเล่นฟุตบอลอยู่เขาจะมีอายุ ถึง 37 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างเยอะสำ�หรับ ตำ�แหน่งกองกลาง

John Obi Mikel และ Michael Essien สองกำ�หลังหลักของทีมจากแดน กาฬทวีปที่อดเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้

คำ�สาปแห่งกาฬทวีปยังดำ�เนินไปอย่างต่อ เนื่องและนักเตะรายต่อมาที่โดนคำ�สาปครั้งนี้เล่น งานได้แก่ Michael Essien และ John Obi Mikel 2 มิดฟิลล์ จากค่ายสิงห์ไฮโซเชลซี ทั้งคู่เป็นกำ�ลัง หลักของทีมชาติกาน่าและไนจีเรียตามลำ�ดับ โดย เฉพาะในรายของเอสเซียงเป็นถึงกัปตันทีมชาติกา น่า และการหายไปของเขาย่อมส่งผลให้กาน่าอย่าง มหาศาลแน่นอน เหยื่อรายล่าสุดของคำ�สาปชุดนี้ได้แก่ Louis Nani ปีกตัวจี๊ดของผีแดงที่ฤดูกาลนี้โชว์ฟอร์มได้ สะดุดตาเอามากๆ จนได้รับการคาดหมายว่าน่า จะมาเป็ น ตั ว แทนของ Cristiano Ronaldo ที่ ย้ า ยไปอยู่ กั บ สโมสรเรอั ล มาดริดได้ แต่ท้าย ที่ สุ ด แล้ ว อนาคตของนา นี่ กั บ ที ม ชาติ โ ปรตุ เ กส ในรายการฟุ ต บอลโลก 2010 นี้ก็ต้องจบลงไป Louis Nani อย่างน่าเสียดาย แต่ยัง

ไงโปรตุเกสก็ยังมีตัวแทนชั้นเยี่ยมอีกมากมาย ทั้ง โรนัลโด้ หรือ ซิเมา ทำ�ให้การขาดหายไปของนานี่ อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อทีมชาติโปรตุเกสมากนัก นอกจากนี้ยังไม่ได้พูดถึงนักเตะหลายคนที่ ต้องเรียกความฟิตอย่างหวุดหวิด เพื่อที่จะได้เล่น ในรายการนี้ ทั้ง Robben, Drogbra และ Pirlo ซึ่ ง ทั้ ง หมดที่ ก ล่ า วมานั้ น ล้ ว นเป็ น กำ � ลั ง หลั ก ของ ทีมชาติของตัวเองทั้งสิ้น โดยเฉพาะในรายของ Drogbra ที่เป็นกองหน้าตัวหลักของทีมชาติ ไอวอรี โคสต์ และเป็นกัปตันทีมด้วยเช่นกัน ท้ า ยที่ สุ ด แล้ ว รายการฟุ ต บอลโลกครั้ ง นี้ ก็ ยังต้องดำ�เนินต่อไป ถึงแม้จะขาดนักเตะซุปเปอร์ สตาร์ไปอย่างมากหน้าหลายตา แต่ยังไงก็ตาม ฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็น่าจะเป็นการพักผ่อนที่ดี ใน ยามที่สถานการณ์บ้านเมืองตรึงเครียดเช่นนี้ และ จะดีมากหากทุกคนดูฟุตบอลโลกเพื่อผ่อนคลาย อย่างเดียว โดยไม่เล่นการพนัน (แต่เราสามารถ ทายผล โดยมีเงินมาเกี่ยวข้องได้นะครับ ฮาๆ ล้อ เล่นนะครับ)

เหยื่อรายล่าสุดของคำ�สาป

17


“ข้าวเหนียวหัวหงอก” ที่ท่าอิฐ “ท่าอิฐ”

18

เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คณะ เดิ น ทางล่ อ งเรื อ เลี ย บแม่ น้ำ � เจ้ า พระยาเดิ น ทาง ไป สถานที่แห่งนี้มีความสำ�คัญอย่างมากในเชิง ประวั ติ ศ าสตร์ โ ดยเฉพาะกลุ่ ม คนมุ ส ลิ ม ที่ อ ยู่ ริ ม น้ำ�เจ้าพระยาแห่งนี้ ที่มีที่มาที่ไปมาตั้งแต่ต้นกรุง รัตนโกสินทร์ ที่ท่าอิฐนอกจากมี “มัสยิดท่าอิฐ” ที่โด่งดัง และมีประวัติที่ยาวนานแล้ว ยังมี “สุเหร่าบ้านสวน” สุเหร่าไม้หลังแดงที่สร้างขึ้นโดยไม้ที่พระราชทาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนกระทั่งปัจจุบัน สุเหร่าแห่ง นี้ ก็ ยั ง คงไม้ เ ดิ ม ไว้ ใ ห้ ม ากที่ สุ ด จากการซ่ อ มแซม ส่วนที่ผุพังไปตามกาลเวลานับร้อยปี เราขึ้นเรือจากท่าเรือหน้ามัสยิดท่าอิฐ ชาว บ้ า นบริ เ วณนั้ น ต่ า งพากั น ต้ อ นรั บ เราเป็ น อย่ า ง ดี บรรยากาศชุมชนที่สวยงามไปด้วยรอยยิ้มและ มิตรภาพ และยินดีที่คณะเดินทางอย่างพวกเราไป เยี่ยมชม เป็นประสบการณ์ที่ดีพร้อมๆกับการได้

เห็นบ้านไม้รูปแบบเดิมๆของชาวบ้านเป็นฉากหลัง แค่นี้ก็อิ่มตาอิ่มใจแล้ว!! แต่อิ่มตาอิ่มใจไม่ได้ทำ�ให้หายหิว คงต้องหา อะไรประทั ง ท้ อ งซึ่ ง กำ � ลั ง สั่ ง ให้ ต าสอดส่ า ยหา อาหารอย่างเร่งด่วน ในชุมชนของคนมุสลิมที่เรามี โอกาสน้อยครั้งที่จะได้ไปเยือน ที่นี่มีทั้งเนื้อแดดเดียว เนื้อสวรรค์ เนื้อฝอย ซึ่งขึ้นชื่อเป็นอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันในบริเวณท่า อิฐก็มีร้านสเต็กเจ้าหนึ่งที่โด่งดังจากการนำ�เนื้อมา ทำ�สเต็กอย่างนุ่มนวล แต่สำ�หรับตอนนั้นคงไม่ใช่ เวลาสำ�หรับการกินสเต็กหรือเนื้อสวรรค์เป็นแน่ จนกระทั่ ง ได้ พ บร้ า นเล็ ก ๆตั้ ง โต๊ ะ อยู่ ข้ า ง ท่าเรือ บนโต๊ะมีข้าวเหนียว มะพร้าว และอะไรบาง อย่างที่ดูข้นๆสีน้ำ�ตาล ซึ่งคิดคำ�นวณดูแล้วไม่น่าจะ เกี่ยวข้องอะไรกันได้เลย สอบถามเจ้าของร้านซึ่งเป็นชาวมุสลิมบอก ว่านี่คือ “ข้าวเหนียวหัวหงอก” เป็นอาหารโบราณ


นานมาแล้ว วิธีในการรับประทานคือนำ�ข้าวเหนียว ที่ไม่มูน(ข้าวเหนียวธรรมดาที่ไว้กินกับส้มตำ�) มา โรยด้วยมะพร้าวขูด แล้วใส่น้ำ�ตาลกิน เป็นอาหาร หวานยามว่าง

บาท แค่กล่องเดียวก็ทำ�ให้อิ่มได้ แต่ถ้าจะเบิ้ลเพิ่ม เติมก็ยังพอไหว แค่นี้การเยี่ยมเยือนท่าอิฐในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ ทำ�ให้ “อิ่ม” ครบถ้วนทั้งตัวและหัวใจแล้ว อิอิ!!

“เนื้อหวาน” ราดบนข้าวเหนียวหัวหงอก สอบถามถึงจุดนี้จึงฉงน ว่าแล้วน้ำ�ข้นๆสี น้ำ�ตาลมันคืออะไร จึงได้ความว่าน้ำ�ข้นๆดังกล่าว เป็นอาหารที่ดัดแปลงใหม่ โดยการนำ�เนื้อวัวมา เคี่ยวกับน้ำ�ตาลปี๊บและเกลือ เนื้อที่ได้จะหวานๆ ข้นๆเพื่อการอธิบายที่ชัดเจนขึ้น ขออภัยนะครับ เหมือนหมูหวานทีใ่ ช้หมูสบั เป็นส่วนประกอบนัน่ เอง เจ้าเนื้อหวานดังกล่าวเมื่อนำ�มาราดกับข้าว เหนียวแล้วโรยด้วยมะพร้าว ก็จะทำ�ให้จากอาหาร หวานกลายเป็นอาหารคาว ที่มีรสชาติหวานมัน ทานอร่อย และที่สำ�คัญคืออิ่มง่าย จากข้าวเหนียวหัวหงอกซึ่งเป็นอาหารหวาน พื้นเพดั้งเดิมของชาวสยาม ที่ดูแล้วจะทำ�ง่าน ทาน ง่าย ไม่ยุ่งยาก ถูกดัดแปลงให้มีความแปลกใหม่ อร่อยและถูกปากชาวชุมชนมุสลิมท่าอิฐ สำ�หรับข้าวเหนียวหัวหงอกราดเนื้อหวานที่ ถูกจัดใส่ไว้ในกล่องโฟมเล็กๆ 1 ชุด ราคาเพียง 10 19


ก้าว

สำ�หรับ

แรกตลาดทุนลาว ต่อไปเศรษฐกิจอาเซียน

แวดวงการ ค้าการลงทุนในลาวถือว่าปีนี้เป็น นิมิตรหมายที่ดีเพราะลาวกำ�ลัง จะเปิด “ตลาดหลักทรัพย์” แห่ง แรกโดยใช้ฤกษ์ 10-10-10 ห���ือ วันที่ 10 ตุลาคม 2010 นี้เป็นวัน แรกของการดำ�เนินงาน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 สองประเทศเพื่ อ นบ้ า นในอนุ ภูมิภาคนี้ คือ ลาวและกัมพูชา มี ค ว า ม คิ ด ริ เ ริ่ ม ที่ จ ะ จั ด ตั้ ง “ตลาดหลักทรัพย์” จนกระทั่งวัน นี้ฤกษ์งามยามดีของประเทศลาว ก็ประกาศออกมานับได้ 5 ปีพอดี 5 ปี ของการเตรียมการ เพื่ อ สร้ า งตลาดหลั ก ทรั พ ย์ แ ห่ ง แรกของประเทศลาวนั้นถือเป็น งานที่ “หิน” มากๆของทั้งประเทศ ลาวที่ตั้งใจจะมีและประเทศไทย ที่ตั้งใจจะช่วย ด้วยทางไทยหวัง ว่าการช่วยเหลือลาวในครั้งนี้จะ เป็นประโยชน์ต่อไทยมหาศาล แ ต่ ไ ท ย ก็ ถู ก ตั ด ห น้ า ด้ ว ย คู่ แ ข่ ง แ ด น กิ ม จิ อ ย่ า ง เกาหลีใต้ ที่ได้สิทธิ์ในการพัฒนา ตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่การสร้าง ตึก จนกระทั่งวางฐานระบบ การข้ามน้ำ�ข้ามทะเลเช่น นี้ น อกจากทำ � ให้ เ ห็ น ถึ ง ความ สนใจในการลงทุ น ในประเทศ ลาวของประเทศอุ ต สาหกรรม ยักษ์ใหญ่ประเทศนี้แล้ว ยังทำ�ให้ 20

เราแอบเห็นการ “จับตา” อย่าง ไม่กระพริบของคนเอเชียที่มีต่อ ภูมิภาคนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อไทยไม่ ได้พัฒนาอย่างเต็มรูปแบบตาม ที่หวัง แต่ไทยในฐานะประเทศ เ พื่ อ น บ้ า น ที่ มี พ ร ม แ ด น ติ ด กัน ก็ขอ “เอี่ยว” ในการพัฒนา ทรัพยากรบุคคลทั้งพนักงานและ บริษัทห้างร้านที่เตรียมใส่เสื้อสูท เดิ น หน้ า เข้ า ตลาดหลั ก ทรั พ ย์ ที่ กำ�ลังจะเปิดในเวลาอันใกล้นี้ ซึ่ง การพั ฒ นาบุ ค คลในแบบที่ ไ ทย กำ�ลังปฏิบัตินั้นเป็นสิ่งที่ “ไทย” ถนั ด และได้ เ ปรี ย บกว่ า ประเทศ อื่น ซึ่งนั่นเป็นเพราะวัฒนธรรม และภาษาที่ ใ กล้ เ คี ย งกั น จนไม่ ต้องใช้ภาษาสากลอย่าง “ภาษา อังกฤษ” ในการสื่อความ สำ � หรั บ การลงทุ น ในลาว เพื่ อ นบ้ า นอย่ า งไทยก็ มี ส่ ว น เข้ า ไปมี บ ทบาททางเศรษฐกิ จ อยู่มากผ่านทั้งสินค้านำ�เข้า และ การลงทุนในภาคส่วนต่างๆของ ประเทศลาว การเปิดตลาดหลักทรัพย์ ล า ว ใ น ค รั้ ง นี้ จึ ง เ ป็ น ที่ น่ า สนใจของคนไทยจำ � นวนไม่ น้อย พร้อมๆกับความฝันของ ประเทศไทยในการเป็น “เบอร์ หนึ่ง” ของตลาดทุนในอินโดจีน (Indochina Leader) หลังจากที่ เราเคย “เพลี้ยงพล้ำ�” และ “คิด

ไม่ทัน” เวียดนามไปแล้วก้าวหนึ่ง แม้ ห ลายคนอาจบอกว่ า ฝันนี้อาจจะ “ไปไม่ไกล” เกิน ความจริงแต่ถ้าประมาทและเพ ลี้ ย งพล้ำ � อี ก ครั้ ง ก็ อ าจเป็ น ฝั น ที่ “ใกล้ไม่ถึง” ก็เป็นได้ เพราะ ก า ร เ ปิ ด ต ล า ด ห ลั ก ท รั พ ย์ ที่ ประเทศลาวในปีนี้ เป็นไปอย่าง มี พั ฒ นาการควบคู่ กั บ ความ พยายามปรับปรุงระบบทางการ เงินให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน พูเพ็ด คำ�พูนวง ผู้ว่าการ ธ น า ค า ร แ ห่ ง ส ป ป . ล า ว ใ ห้ สั ม ภาษณ์ กั บ นิ ต ยสารผู้ จั ด การ 360 ว่าทุกวันนี้แม้ธนาคารใน ลาวจะสามารถฝากเงินสกุลต่าง ประเทศได้ แต่การถอนเพื่อใช้ ในประเทศต้ อ งถอนเป็ น เงิ น กี บ เท่านั้น ร ะ บ บ ก า ร เ งิ น ที่ ดู ไ ร้ เสถียรภาพในค่าเงินของตัวเองนี้ อาจจะดูเป็นปัญหาใหญ่ภายใน ประเทศ แต่สำ�หรับนักลงทุนต่าง ชาติแล้ว นี่อาจจะเป็น “ตัวเลือก” สำ�คัญที่ทำ�ให้ประเทศเล็กๆอย่าง ลาวได้เปรียบไทยไปหลายขุม เราจึ ง ไม่ ส ามารถปฏิ เ สธ เส้นทางอันขรุขระ เป็นหลุมเป็น บ่ อ ในการเดิ น ทางเพื่ อ ให้ ไ ปถึ ง ความฝันในการเป็น “Indochina Leader” หรือผู้นำ�ด้านตลาดเงิน ตลาดทุ น ในอิ น โดจี น อย่ า งยาก เย็นได้เลย!!


21


22


"อ่านกันเอง" ฉบับเดือนมิถุนายน 2553