Page 1

กินกับกั๊ด เขียน

ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

Sam Alexman เขียน

ครูมดแดงกับทรรศนะการศึกษาส่วนตัว ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ประจำ�เดือนเมษายน พุทธศักราช 2553

ป้อหยัน เขียน

http://arnguneang.blogspot.com กว่าจะถึงเชียงตุงก็ตายไปหลายรอบแล้ว


ทำ�ไม?? ต้อง

หลายคนอาจได้ยินรายละเอียดของนิตยสารออนไลน์ “อ่านกันเอง” รายเดือน เพียงแค่สโลแกนหรือคำ�ขวัญสั้นๆว่า “ไม่มีใครอ่าน เราก็อ่านกันเอง” และรู้เพียงแค่นั้น จริงๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ วันนี้ “อ่านกันเอง” ได้คลอดออกมาเป็นนิตยสารออนไลน์ขนาดพกพาอย่าง แท้จริงแล้ว ก็อยากจะเล่าให้ฟังว่า ทำ�ไม?? ต้อง “อ่านกันเอง” “อ่านกันเอง” อาจเป็นชื่อที่ลงตัวที่สุดหลังจากที่ผมนั่งคิดไปคิดมาหลังจากบอก กับตัวเองว่า อยากที่จะเห็นพื้นที่สักที่หนึ่ง ที่จะสามารถ “ปล่อยของ” และ “ทดลอง งาน” ได้ เพราคำ�ว่า “อ่านกันเอง” มันจะสามารถแปลความหมายได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรก ความหมายของ “อ่านกันเอง” ก็เป็นไปตามสโลแกนที่ได้กล่าวไว้ ข้างต้น คือ นิตยสารที่ “ทำ�กันเอง” “เขียนกันเอง” และ “อ่านกันเอง” ส่วนความหมายของ “อ่านกันเอง” ในลักษณะที่สอง คือ การเปิดนิตยสารฉบับ นี้เพื่อ “อ่าน” อย่าง “เป็นกันเอง” ไม่เคร่งเครียด ซีเรียส ซึ่งนอกจากผู้อ่านจะได้รับสาระ บันเทิงจากบทความต่างๆในเล่มแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้อ่านได้รับไปคือ การรับรู้ความคิด ความรู้สึกของผู้เขียนบทความ อย่างเป็นกันเอง เป็นผลพลอยได้อีกด้วย กลายเป็นว่าเมื่อนำ�ทั้งสองความหมายมารวมกัน พื้นที่สื่อสารบนโลกไซเบอร์ แห่งนี้จึงเป็นมากกว่าพื้นที่ของการ “ปล่อยของ” และ “ทดลองงาน” ไปเสียแล้ว มิ หนำ�ซ้ำ� “อ่านกันเอง” ยังให้ “ผู้อ่าน” มากกว่าการรับรู้สาระบันเทิง แต่ “อ่านกันเอง” ยัง ให้ความเป็นกันเองแก่ผู้อ่านไปพร้อมๆกัน จึงเป็นคำ�ตอบให้กับผู้อ่านทุกท่านว่า ทำ�ไม?? ต้อง “อ่านกันเอง” และทำ�ไม?? ต้องอ่าน “อ่านกันเอง”

ขอให้ ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขอย่าง “เป็นกันเอง” นะครับ

จอมพล ดาวสุโข นักเขียน “กันเอง”

ติดต่อเรา นิตยสารออนไลน์ “อ่านกันเอง”

E-mail : arnguneang@gmail.com weblog : http://arnguneang.blogspot.com 1


สารบัญ 12

14 3 4 6 8

ปณ.อ.อ่านกันเอง หมายเหตุการณ์

12 14 16 18 20 22

จัดไปอย่าให้เสีย

22

10 เมษายน 2553

ฟุ้งเฟ้อประเทศไทย

ฤา เราจะเกลียดชังความเท่าเทียม? เครื่องเร่งอนุภาค LHC กับภารกิจอันยิ่งใหญ่ของ มนุษยชาติ

16 18 2

ครูมดแดงกับทรรศนะการศึกษาส่วนตัว

แบกเป้ท่องล่อง SEA กว่าจะถึงเชียงตุงก็ตายไปหลายรอบแล้ว

กินกับกั๊ด “ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

VP Work&Travel (1) D-League By DjimiDoy (เมื่อไหร่) บอลไทยจะไปบอลโลก

JML ชีพจรแม่โขงกับอนาคตหลังการประชุมผู้นำ�เอ็มอาร์ซี


“ไม่มีอะไรที่ดีไปเสียหมดหรอกครับ” สิ่งนี้คือสิ่งที่เราตระหนักดีในการสร้าง “อ่านกันเอง” ขึ้นมา เราจึงสร้างพื้นที่หนึ่งหน้านอกเหนือจากเอาไว้ให้ “เขียน กันเอง” “ทำ�กันเอง” แล้ว เรายังสร้างพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้สำ�หรับ “ติกันเอง” “ชม กันเอง” อีกด้วย จึงเกิดเป็นคอลัมน์ “ปณ.อ.อ่านกันเอง” ครับ เป็นพื้นที่ของผู้อ่านล้วนๆ ในการเสนอแนะความคิดเห็นของตัวเองถึงบทความต่างๆ รวมทั้งรูปแบบของ นิตยสารเล่มนี้ในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้พวกเราทีมงาน “อ่านกันเอง” ไปพัฒนา ปรับปรุง และเป็นกำ�ลังใจให้ “อ่านกันเอง” เดินหน้าต่อไปเป็นนิตยสารที่มีคุณภาพ ทั้งสาระและบันเทิงอย่างเต็มตัว ตอนนี้ตู้ ปณ.อ.อ่านกันเองยังว่างครับ เพราะฉะนั้นหลังจากอ่านสาระ บันเทิงดีๆในหน้าถัดๆไปจนจบแล้ว คงจะต้องขอความกรุณาผู้อ่านทุกท่านให้ช่วย เขียนแนะนำ�ติชมมายังพวกเราด้วยนะครับ อย่าลืมว่าสามารถแนะนำ�ติชมและแลก เปลี่ยนหรืออะไรก็ได้เลยนะครับ ทั้งเนื้อหาและรูปแบบของนิตยสารเล่มนี้ แล้วส่ง มาที่เรานะครับ ที่อีเมล์ arnguneang@gmail.com หรือทางเว็บบล็อก http://arnguneang.blogspot.com และเฟซบุ๊คของนิตยสารออนไลน์ “อ่านกันเอง” ของเราก็ได้ครับ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านได้เชื่อว่า ทุกข้อความที่ส่งหาพวกเรา มันเป็นประโยชน์ กับพวกเราจริงๆครับ

3


“ปัญหาที่เกิดมาตลอด เพราะว่าผู้ชุมนุมต้องการยกระดับการชุมนุม อีกด้านสังคมต้องการเห็นการบังคับใช้กม.” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงการณ์พิเศษ 10 เมษายน 2553 “นี่คือบทเรียนของผู้ที่ต้องการให้รัฐบาลเด็ดขาด” ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

“ทุกพรรคต้องการให้ยุติป ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และเ ยุบสภาเป็นทางออก แต นปช.ในกรอบเวลา ซึ่ง มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา โดยไม่ต้องม สมศัก กรรมการที่ปรึกษาพร

“สหรัฐหวังเป็นอย่าง ช่วงเวลาของการ ฮีล

“เมื่อรัฐบาลไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายเดียวที่ใช้กำ�ลัง “A House divided นี่ก็อาจนำ�ไปสู่ภาวะอนาธิปไตย” (บ้านที่แตกแย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ “นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องแสดง ความรับผิดต่อการตัดสินใจสลายการชุมนุมจน นำ�ไปสู่การนองเลือดในวันที่ 10 เม.ย. 53 ด้วยการขอโทษต่อผู้ชุมนุม” แถลงการณ์เครือข่ายสันติประชาธรรมข้อที่ 2 11 เมษายน 2553

“ผมประเมินว่าต้อ ต้องจบอยู่ท

“การร ยังจำ�เป็นต้องได้ร

“ยังไม่สายที่ทุกฝ่ายจะละเว้นความรุนแรง” พระไพศาล วิสาโล

4

ควรเลิกกร

10 เมษายน 2553 รัฐบาลนำ�โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “ขอคืน” พื้นที่การชุมนุมจาก กลุ่ม นปช. จนเกิดการปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมหลายครั้ง กระทั่งช่วง คำ�่ การปะทะกันระหว่างสองฝ่ายรุนแรงขึ้นจนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คน และ บาดเจ็บอีกกว่า 800 คน ซึ่งประกอบด้วยทหาร กลุ่มผู้ชุมนุม และชาวบ้านบริเวณนั้น


ปัญหาความรุนแรง เห็นว่าแนวทางการ ต่ต้องเจรจากับกลุ่ม งรัฐบาลต้องการให้ ญก่อนมีการเลือกตั้ง าประมาณ 6 เดือน มีการทำ�ประชามติ” กดิ์ ปริศนานันทกุล รรคชาติไทยพัฒนา

“ต่อจากนี้ขอส่งสัญญาณว่า นายอภิสิทธิ์ อยู่ที่ไหน คนเสื้อแดงมีหน้าที่ ที่จะต้องนำ�นายอภิสิทธิ์ ส่งตำ�รวจ ฐานฆ่าประชาชน” จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ� นปช.

“ไม่มียุคใดที่ทหารอ่อนแอ ทหารจะเอาจริงแต่รัฐบาลก็ บอกให้หยุด ทหารทำ�ดีขึ้นก็บอกให้ถอย” พลตรีจำ�ลอง ศรีเมือง แกนนำ�พันธมิตรฯ “เราจะระวังการรายงานข่าวจริงๆ ค่ะ งยิ่งว่าการขึ้นปีใหม่แบบไทยปีนี้จะเป็น รเริ่มต้นใหม่และสร้างความปรองดอง” เพราะไม่ควรอย่างยิ่งที่การรายงานจะมี ลารี คลินตัน รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ส่วนเพิ่มความร้อนแรงใดๆ แม้ไม่ตั้งใจ ก็ตามสถานการณ์แบบนี้ สื่อควรมีส่วน d against itself cannot stand” ร่วมในการสื่อข้อมูลระหว่างฝ่ายให้ถึงกัน ยกกันเอง ไม่อาจตั้งอยู่ได้) เท่าที่จะทำ�ได้ และควรช่วยกันมองไปข้าง เอบราแฮม ลิงคอล์น หน้าเพื่อให้เกิดทางออกค่ะการรายงาน คนเสียชีวิต-บาดเจ็บที่ระบุเป็นพลเรือนองกลับไปที่การเมือง และทุกอย่าง ทหารเพียงเพื่อรายงานรายละเอียด ที่นั้นจะพอใจหรือไม่พอใจต้องหยุด” ไม่ใช่เพื่อแบ่งแยก เพราะสุดท้ายคือ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เราสูญเสียร่วมกัน” จอมขวัญ หลาวเพ็ชร รักษากฎหมายของบ้านเมือง เนชั่นทีวี รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดังนั้นผู้ชุมนุม ระทำ�การในสิ่งที่ผิดกฎหมาย” สามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียนี้ได้ตั้งนานแล้ว” แถลงการณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แถลงการณ์ 303 อาจารย์ 11 เมษายน 2553 11 เมษายน 2553 ภาพ : Manager Online , Matichon Online , หนังสือพิมพ์คมชัดลึก , BBC News 5


"ความเท่าเทียม" หนึ่งในปัญหาที่ถูก หยิ บ ยกมากล่ า วอ้ า งถึ ง ปั ญ หาในสั ง คมจาก การตีกรอบของคำ�ว่า"อำ�มาตยาธิปไตย" โดย กลุ่มบุคคลเสื้อแดงชี้แจงว่า ระบอบนี้ทำ�ให้เกิด ปั ญ หาของความไม่เท่าเทียมในระบบของสังคม และเศรษฐกิจ และนำ�ไปสู่การต่อต้านระบอบนี้ ขึ้น ด้วยความเชื่อที่ถูกสร้างจากข่าวคราวต่างๆ อันเป็นทางลับหรือทางสาธารณะ เชื่อมโยงให้ เกิ ด ความอคติ แ ละคำ � กล่ า วอ้ า ง"สองมาตรฐาน" แต่ เ มื่ อ มองถึ ง ในต้ น เหตุ ข องความไม่ เ ท่ า

เทียมโดยแท้จริง ข้าพเจ้ามองว่านั้นอยู่มีสาเหตุจาก ระบบทุนนิยม (capitalism) เป็นโดยการแลกเปลี่ยน สินค้าและการบริการ การตัดสินใจทางเศรษฐกิจ เป็นกิจกรรมส่วนบุคคล ที่มีการรองรับทาง กฎหมายกำ � หนดขึ้ น และสร้ า งการแข่ ง ขั น การใน เชิงโดยเสรีในเชิงการค้าเพื่อมุ่งเน้นกำ�ไรสูงสุดอัน เป็นสมรรถะ กล่าวคือ เงินตรานั้นเป็นสิ่งชอบธรรม และสามารถหาผลกำ�ไรได้อย่างอิสระ ซึ่งระบบ ของประเทศไทยนั้นเป็นการผสมผสานกับ ระบบ เศรษฐกิจแบบมีส่วนกลางดูแลในองค์การที่ผลกระ ทบต่อประชาชนอย่างสูงและแทรกแซงในกิจการ บางส่วน เพื่อลด"ช่องว่างระหว่างรายได้"ให้น้อยลง  ซึ่งตัวปัจจัยของระบบทุนนิยม ทำ�ให้เกิด แรงผลั ก ดั น ให้ ตั ว บุ ค คลนั้ น แสวงหากำ � ไรอย่ า ง

ฤา

เราจะเกลียดชังความเท่าเทียม? 6


ที่ไม่มีสิ้นสุดตามระบบนี้ ทำ�ให้เงินตรานั้นเป็น สิ่ ง ชี้ แ จงถึ ง ระบบความแบ่ ง แยกทางชนชั้ น ใน ระบบเศรษฐกิ จ และลุ ก ลามไปยั ง ระบบสั ง คม เพราะเมื่อมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีในตัวบุคคลนั้น ย่ อ มมี คุ ณ สมบั ติ แ ละลั ก ษณะอั น เหมาะสมที่ จ ะ ทำ�การใดๆในการใช้จ่าย หรือการสร้างโอกาส ทางการเงินมากกว่า ซึ่งนำ�ไปสู่บุคคลในสังคม นั้นจะต้อง"ดิ้นรน"มากขึ้นเพื่อสร้างฐานะการเงิน ซึ่งตรงจุดนี้ชี้ว่า ถ้าบุคคลใดไม่สร้าง ฐ า น ะ ใ ห้ มี ค ว า ม ทั ด เ ที ย ม ใ ห้ ม า ก ขึ้ น ต า ม ระบบทุนนิยม บุคคลจะถูกเปลี่ยนระดับ ฐานะทางสังคมโดยทันที ตามกลไกความ รู้ สึ ก ข อ ง บุ ค ค ล แ ล ะ ฐ า น ะ ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ เมื่ อ เรามองในบริ บ ทหนึ่ ง จะพบว่ า เป็ น ผลั ก ดั น ให้ บุ ค คลไม่ ย อมรั บ สภาพของฐานะของ เศรษฐกิจและสังคมอันถูกกำ�หนดด้วยระบบเงิน ตราตามเศรษฐกิจ จะพยายามผลักดันตนขึ้น แต่ เมื่อไม่สามารถจะดำ�เนินตนได้ตามกลไก จึงนำ�ไป สู่การแสดงนัยยะการเรียกความเท่าเทียมให้เกิด ขึ้น โดยอันเป็นจุดมุ่งหมายเพื่อ"ยกระดับ"ฐานะ ของตนเองให้"ทัดเทียม"มากขึ้นกว่าเดิม มิใช่ เป็นการ"เท่าเทียม"แต่อย่างใด เพราะระบบ ทุนนิยมนั้น เปิดโอกาสให้บุคคลนั้นแสวงหาผล ประโยชน์ตามกติกาอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งข้าพเจ้า มองว่า การชุมนุมในลักษณะนี้นั้นเสมือนการไม่ ปฎิบัติตนตามกลไกที่ตั้งไว้ และเป็นการหลีกเลี่ยง การใช้ความสามารถในการแสวงกำ � ไรตามปกติ ซึ่งทำ�ไปให้สู่คำ�ถามต่อไปว่า ระบอบใด จะสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นได้ คำ�ตอบคือ ไม่มี เมื่อเรามองในระบอบของสังคมนิยม เพื่อ สร้างความเท่าเทียมต่อบุคคลนั้น จะพบว่าใน ประวัติศาสตร์ไม่สามารถดำ�รงความเท่าเทียมกัน ตามอุดมการณ์ที่ต้องการได้ เพราะขัดหลักต่อ

ความต้องการอันไม่สิ้นสุด 5 ประการ และสกัดแรง จูงใจของมนุษย์ ตามทฤษฎี Hierarchy of Needs ของ Abraham Maslow และระบบทุนนิยมนั้นนำ�

Abraham Maslow

มาใช้ในประเทศต่างๆ เพราะสนองตอบต่ อ ความต้ อ งการของ มนุษย์ได้ดีกว่า เมื่ อ เรามองถึ ง ความ ไม่ เ ท่ า เที ย มที่ ก ลุ่ ม บุ ค คลเสื้ อ แดงกล่ า ว ถึง มักจะถูกเรียกร้อง

ของบุคคลที่ไม่สามารถอยู่ในกลไกในระบบได้ตาม ปกติ อนึ่ง เป็นชี้แจงว่าไร้ความสามารถต่อการ ดำ�รงในระบบ จึงจะจำ�เป็นต้องพึ่งพาเครื่องมือใน ด้านอื่นๆ อาทิ การเรียกร้องต่อรัฐบาล ในระบบ ทุนและรัฐนิยมกำ�หนดไว้ เพื่อหวังว่าจะได้สร้าง ความทัดเทียมให้แก่ตนเอง ซึ่งอย่างที่กล่าวมาข้าง ต้นจะพบว่า ไม่สามารถสร้างความเท่าเทียมได้ เป็นรูปธรรมได้ ได้เพียงแต่การช่วยเหลือให้บุคคล นั้ น สามารถดำ � เนิ น ตามกลไกอี ก ครั้ ง หนึ่ ง เท่ า นั้ น และมิใช่การแก้ไขปัญหาในระยะยาวแต่อย่างใด ข้าพเจ้ามองว่า มนุษย์นั้นต่างล้วนเกลียด ชังความเท่าเทียมกัน โดยตามธรรมชาติที่เชื่อม โยงความต้องการตามพื้นฐานของมษุนย์ และเมื่อ ผสมผสานระบบทุนนิยม ทำ�ให้มนุษย์นั้นเกลียด ชังความเท่าเทียมมากขึ้นเพราะไม่อาจจะตกอยู่ สภาพความการแบ่งแยกในระบบฐานะเศรษฐกิจ และสังคมที่มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันอันเป็น ส่วนใหญ่ ต่างล้วนพยายามผลักดันให้ตนเองให้อยู่ ระดับที่สูงขึ้น  มนุษย์ไม่ได้ต้องการเท่าเทียมกัน แต่ ต้องการพัฒนาฐานะต่างๆอันเป็นการสร้างอำ�นาจ สิทธิ ทางสังคมให้มากขึ้น โดยปราศจากจุดที่สิ้น สุดในของความต้องการ และมีแนวโน้มที่มากขึ้น เรื่อยๆทุกขณะ 7


CERN องค์กรวิจัย นิวเคลียร์แห่งยุโรป the European Organization for Nuclear Research เรียกย่อๆว่า CERN ก่อตั้ง มานานกว่า 50 ปี ภายใน CERN มีนักวิทยาศาสตร์ หลายเชื้อชาติ ทำ�งานวิจัย โดยอาศัยความพร้อมทาง เครื่องมือของCERN เจ้า หน้าที่ซึ่งทำ�งานโดยตรงมี หากท่านผู้อ่านคนไหนเคยอ่านหนังสือ หรือ ชมภาพยนตร์อันโด่งดังอย่าง Angels & Demons ในชื่อภาษาไทยว่า เทวากับซาตาน ซึ่งมีการอ้างอิง ถึง องค์กร CERN เจ้าของประดิษฐกรรมชิ้นใหม่ อย่างเครื่องเร่งอนุภาคขนาดมหึมาที่มีชื่อว่า LHC หรื อ อาจจะเคยทราบเรื่ อ งการเริ่ ม เดิ น เครื่ อ งเร่ ง อนุภาค LHC ที่เป็นข่าวเด่นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2551 ก็คงจะเกิดคำ�ถามมากมายเกี่ยวกับเจ้า เครื่อง LHC และองค์กร CERN ไม่น้อยเลย วันนี้ ผมจะพาท่านผู้อ่านไปทำ�ความรู้จักกับเครื่องเร่ง อนุภาค LHC แห่ง CERN กัน

สำ�นักงานใหญ่ของCERN ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ 8

2,500คน ขณะที่มีนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก อีก ราว 8,000คนแวะเวียนมาทำ�วิจัยที่นี่ ปัจจุบันCERN มีสมาชิกจาก 20ประเทศใน ยุโรปซึ่งมีหน้าที่และได้รับสิทธิพิเศษ โดยประเทศ เหล่านี้จะต้องร่วมลงทุนในค่าใช้จ่ายสำ�หรับการ ดำ�เนินงานของCERNและมีส่วนร่วมในการตัดสิน ใจเกี่ยวกับองค์กร ส่วนประเทศไทยในฐานะที่ เป็ น ประเทศกลุ่ ม ไม่ ใ ช่ ส มาชิ ก เช่ น เดี ย วกั บ จี น เกาหลี อินเดีย อเมริกา ที่แม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมใน การลงทุนและกำ�หนดทิศทางการวิจัย แต่ก็ได้ใช้

ภาพจำ�ลองโครงสร้างและที่ตั้งของLHC


ประโยชน์ทางการศึกษาจากข้อมูลการทดลอง ผลงานของ CERN ที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จัก กันดีก็คือการให้กำ�เนิดเวิลด์ ไวด์ เว็บ (www) อัน เป็นการปฏิวัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของ คนทั้งโลกในปี 2533 และการทดลองเร่งอนุภาคใน ระดับพลังงานต่างๆที่เพิ่มขึ้นตามลำ�ดับ ทำ�ให้เกิด การค้นพบอนุภาคมูลฐานเพิ่มมากขึ้น โครงการLHC จนเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา CERN ได้ตัดสินใจ สร้างเครื่องเร่งอนุภาค Large Hadron Collider หรือ LHC ซึ่งเป็นเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีการสร้างขึ้นในโลก เครื่องเร่งอนุภาค LHC นี้อยู่ลึกลงไปในอุโมงค์ใต้ดิน 100 เมตรใต้ เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และชายแดนฝรั่งเศส ขดเป็นวงกลมเส้นรอบวงยาวถึง 27 กิโลเมตร มี อุปกรณ์เซ็นเซอร์เพื่อตรวจวัดและเก็บข้อมูลการ เปลี่ยนแปลงของอนุภาคที่ สามารถเก็บข้อมูล ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากการชนกันอนุภาค ได้ที่มีปริมาณ ของข้อมูลเทียบเท่ากับการถ่ายภาพ

ภาพภายในอุโมงค์ใต้ดินของเครื่อง LHC เครื่องเร่งอนุภาคLHC เครื่องเร่งอนุภาคLHC จะเร่งลำ�อนุภาค โปรตอน 2 ลำ�ให้เคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามไป ตามท่อที่วางขนานกัน ภายใต้ภาวะสุญญากาศ แล้วชนกันที่ความเร็ว 99.999991% ของความเร็ว แสง ที่พลังงานสูงระดับ TeV (ล้านล้านอิเลก

ตรอนโวลต์) ทั้งนี้ลำ�อนุภาคจะถูกควบคุมให้ เคลื่อนที่ไปตามเครื่องเร่งอนุภาครูปวงแหวนด้วย สนามแม่ เ หล็ ก ความเข้ ม สู ง ที่ ส ร้ า งขึ้ น จากแม่ เหล็กไฟฟ้าตัวนำ�ยิ่งยวดซึ่งช่วยนำ�ไฟฟ้าได้อย่าง มีประสิทธิภาพโดยไม่มีการสูญเสียพลังงาน โดย ต้องรักษาความเย็นให้แม่เหล็กเหล่านั้นที่อุณหภูมิ -271องศาเซลเซียส หรือ 2เคลวิน จึงต้องเชื่อมต่อ ระบบที่หล่อเย็นด้วยฮีเลียมเหลว ความละเอียดสูง 150 ล้านพิกเซลวินาทีละ 600 ล้านภาพ โครงการนี้มีมูลค่ารวมถึง 100,000 ล้านส วิสฟรังก์ (ประมาณ 300,000ล้านบาท) ทั้งหมด นี้ต้องใช้นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และเจ้าหน้าที่ เทคนิคจากกว่า30ประเทศ รวมกว่า 5,000 คนร่วม กันสร้างขึ้น สิ่ ง ที่ นั ก วิ ท ยาศาสตร์ เ ฝ้ า รอคอยคื อ การ ชนกันของลำ�อนุภาคที่มีความเร็วสูงซึ่งอาจทำ�ให้

สถานีตรวจวัด ATLAS อุณหภูมิ ณ จุดดังกล่าวสูงถึงระดับที่สูงกว่า อุณหภูมิของดวงอาทิตย์ถึง 100,000 เท่า ทีมนัก วิทยาศาสตร์ในโครงการคาดหมายกันว่า เมื่อเกิด การชนกันดังกล่าว จะทำ�ให้เกิดลักษณะคล้ายคลึง กับเมื่อครั้งเกิด “บิ๊กแบง” (ที่เชื่อกันว่าเป็นต้น กำ�เนิดของจักรวาลเมื่อ 13,700 ล้านปีก่อน ไม่ใช่ ศิลปินเกาหลีแต่อย่างใด) 9


เครื่ อ งตรวจวั ด อนุ ภ าคต่ า งๆจะวิ เ คราะห์ ข้อมูลที่เกิดจากการชนกันนี้เพื่อพิสูจน์สิ่งที่เครื่อง ตรวจวั ด แต่ ล ะเครื่ อ งตรวจวั ด แต่ ล ะเครื่ อ งถู ก ออกแบบมา เครื่องตรวจวัดที่สำ�คัญมีดังนี้ 1.สถานีตรวจวัดอลิซ (ALICE) หน้า ที่ ข องเครื่ อ งตรวจวั ด ที่ ส ถานี นี้ คื อ การตรวจวั ด ส ถานะพลาสมาควาร์ก-กลูออน  (quark-gluon plasma) ซึ่งเชื่อว่าเป็นสถานะที่เกิดขึ้นหลังบิ๊ก แบง  ขณะที่เอกภพยังร้อนสุดขีด โดยการชนกัน ของอนุภาคที่จะเกิดขึ้นในเครื่องเร่งอนุภาค LHC นั้นจะทำ�ให้เกิดอุณหภูมิสูงมาก จนโปรตอนและ นิ ว ตรอนจะปลดปล่ อ ยควาร์ ก ออกจากพั น ธะ        ทีมวิจัยในส่วนของอลิซวางแผนที่จะศึกษา สถานะพลาสมาควาร์ก-กลูออนเมื่อขยายตัวและ เย็นลง รวมถึงสังเกตว่าสถานะพิเศษนี้ค่อยๆ กลาย เป็ น อนุ ภ าคซึ่ ง ประกอบขึ้ น เป็ น สสารในเอกภพ อย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร        2.สถานี ต รวจวั ด อนุ ภ าคแอตลาส (ATLAS)  มีหน้าที่อย่างกว้างๆ คือตรวจหา อนุภาคฮิกส์(เชื่อว่าเป็นต้นกำ�เนิดมวล) มิติ พิเศษ (extra dimension) และอนุภาคที่ อาจก่อตัวขึ้นเป็นสสารมืด (dark matter) 3.สถานี ต รวจวั ด อนุ ภ าคซี เ อ็ ม เอส (CMS)  เป็นเครื่องตรวจวัดอนุภาคที่มีเป้าหมายเดี ยวกับแอตลาส แต่มีความแตกต่างในรูปแบบการ ทำ�งานและระบบแม่เหล็กในการตรวจวัดอนุภาค 4.สถานี ต รวจวั ด อนุ ภ าคแอลเอชซี บี (LHCb)  ซึ่งจะทำ�การทดลองเพื่อสร้างความเข้าใจ ว่าทำ�ไมเราจึงอาศัยอยู่ในเอกภพที่เต็มไปด้วยสส าร แต่กลับไม่มีปฏิสสาร โดยมีหน้าที่พิเศษในการ 10

ศึกษาอนุภาคที่เรียกว่า “บิวตี ควาร์ก” (beauty quark) เพื่อสังเกตความแตกต่างเพียงเล็กน้อย ระหว่างสสารและปฏิสสาร ผลที่คาดว่าจะได้รับ ก็คือการพิสูจน์ทฤษฎีต่อไปนี้ - ทฤษฎีสมมาตรยิ่งยวด  (supersymmetry theory) ที่อธิบายว่าอนุภาคมูลฐานมีคู่ “ซูเปอร์พาร์ ทเนอร์” หรือคู่ยิ่งยวดที่คาดว่ามีมวลมากกว่า คู่ ยิ่งยวดเหล่านี้มีอยู่ในช่วงสั้นๆ หลังเกิดบิกแบง โดย เกิดขึ้นและสลายตัวอย่างรวดเร็วเนื่องจากมวลที่ มากทำ�ให้ไม่เสถียร           - ทฤษฎีซูเปอร์สตริง (Superstring theory) ซึ่ง เป็นทฤษฎีที่พยายามอธิบายอนุภาคและแรงพื้น ฐานในธรรมชาติด้วยทฤษฎีเดียว โดยจำ�ลองให้ อนุ ภ าคและแรงพื้ น ฐานเหล่ า นั้ น คื อ การสั่ น ของ เส้นเชือกสมมาตรเล็กๆ โดยมีแบบจำ�ลองอย่างใน ทฤษฎีนี้ที่ผลการทดลองของเครื่องเร่งอนุภาค LHC -  แบบจำ�ลองที่สมมติว่าเอกภพมีมิติมา กกว่า 4 มิติ (Large extra-dimensions theories) โดยเราสามารถรั บ รู้ ไ ด้ ถึ ง มิ ติ ข องความกว้ า ง ความยาว ความสูงและเวลา แต่มีทฤษฎีที่เสนอว่า เอกภพมีมิติที่มากกว่านี้ - การคงอยู่ของ อนุภาค ฮิกส์ ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ อนุภาคฮิกส์และสภาวะ ฮิกส์ โบซอน ในชั่วระยะ เวลา เสี้ยววินาทีหลังเกิดบิ๊กแบง ได้เกิดสภาวะที่ เรียกกันว่าสภาวะ ฮิกส์โบซอน ขึ้นซึ่งจะมีอนุภาค ส่วนหนึ่งเรียกว่าอนุภาคฮิกส์ถูก ดึงดูดเข้ารวมกับ อนุภาคอีกส่วนหนึ่งทำ�ให้เกิดคุณสมบัติของมวล และเป็นส่วนประกอบของจักรวาลในเวลาต่อมา


ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยทำ�มา ให้โปรตอนพุ่งชนกัน สำ�เร็จท่ามกลางความคาดหวัง ความยินดีของนัก วิทยาศาสตร์ทั่วโลก โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่า จะสามารถเร่ ง อนุ ภ าคโปรตอนให้ ช นกั น ที่ ร ะดั บ พลังงานรวม 14TeV ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ LHC ได้ในอีกไม่นาน นับเป็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ ที่จะศึกษาอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอม เพื่อต่อยอด ความรู้ที่มีอยู่อย่างไม่ลดละ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ต่อธรรมชาติ ต่อจักรวาล อันเป็นปริศนาที่มนุษย์ ครุ่นคิดมาตั้งแต่กำ�เนิดอารยธรรมมนุษย์ และ 19 กันยายน 2551 เครื่องเร่งอนุภาค LHC คำ�ถามในใจหลายๆคน ต้ อ งหยุ ด การทำ � งานจากความขั ด ข้ อ งของส่ ว น เชื่ อ มต่ อ ระหว่ า งระหว่ า งแม่ เ หล็ ก ไฟฟ้ า ทำ � งาน ล้มเหลวและเกิดร้อนขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้ฮีเลียม มนุ ษ ย์ เ ฝ้ า มองดวงดาวมาหลายหมื่ น ปี ปริมาณมากรั่วออกมาจนต้องหยุดเดินเครื่องยาว ปัจจุบันสิ่งที่มนุษย์เข้าใจ ก็เทียบได้แค่ดาวดวงหนึ่ง เพื่อซ่อมแซมระบบ จนเดือนพฤศจิกายน 2552 จึง บนท้องฟ้าที่มีดาวอีกล้านล้านดวง เริ่มเดินเครื่องอีกครั้ง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของ CERN http://cern.ch/ 30 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา (CERN เรียก ที่มา วันนี้ว่า LHC First Physics) เครื่งเร่งอนุภาค http://www.electron.rmutphysics.com/ LHC เร่งโปรตอน 2 ลำ�อนุภาคด้วยพลังงานลำ� science-news/index.php ละ 3.5TeV รวม 7 TeV ซึ่งเป็นระดับพลังงานที่สูง http://cern.ch/ http://www.boston.com/bigpicture/2008/08/ ความคืบหน้าของโครงการ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2551 CERN ได้ เริ่มเดินเครื่อง LHC โดยมีการทดลองยิงอนุภาค โปรตอนเป็นระยะๆ หลายครั้ง เริ่มจากระยะ 3 กิโลเมตร และค่อยๆเพิ่มระยะทางมากขึ้นตาม ลำ�ดับ จนประสบความสำ�เร็จในการยิงอนุภาค โปรตอนจนครบรอบอุโมงค์ทดลอง ท่ามกลาง ความตื่นเต้นยินดีของนักฟิสิกส์ทั่วโลกที่รอคอยมา นานกว่า20 ปี

ภาพจำ�ลองการชนกันของอนุภาคโปรตอนจากเครื่อง ตรวจจับทั้ง4 เมื่อวันที่30 มีนาคม ที่ผ่านมา 11


หมายถึงการคุยครั้งนี้สด 100% แนะนำ�ตัวหน่อย ? ชื่อ ไพฑูรย์ วงศ์ ชนะ ตอนนี้เป็นครูสอนวิชา ดนตรี ไ ทยที่ ร .ร.พนมเบญจา อ.เขาพนม จ.กระบี่ จ บ จ า ก ไ ห น มี ประสบการณ์ด้านการสอนจาก ที่ไหนมาบ้าง ? จบ ป.ตรี จากคณะ ครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต จบ ป.โทด้านบริหารการ ครูมดแดงกับทรรศนะการศึกษาส่วนตัว ศึกษา คณะบัณฑิตวิทยาลัย ช่วงนี้ผมกำ�ลังหนีปัญหาวุ่นๆยุ่งๆในเมือง กรุงเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ที่คาดว่าจะ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดก่อน เมื่อ มาถึงก็แทบไม่ได้ทำ�อะไรมากนอกจากอ่านหนังสือ ทั้งบทเรียนและทั่วๆไป(เน้นเกี่ยวกับฟุตบอล) และ ไปช่วยงานกับครอบครัว ช่ ว งเย็ น ตามปกติ จ ะไปเล่ น ฟุ ต บอลกั บ เพื่อนๆและพี่ๆแถวละแวกบ้านที่สนามฟุตบอล แต่ เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าด้านซ้ายทำ�ให้ไม่ สามารถไปเล่นได้จึงมีเวลาว่างมากกว่าเดิม (อ้วนฉุ เลย) จึงคิดว่าจะทำ�อะไรดี ไปเที่ยวมาหลายที่เพื่อ คลายร้อนสุดท้ายก็เหมือนเดิม บังเอิญว่าครูคนหนึ่งมาแวะเวียนแถวบ้าน ย่าของผม ชื่อเล่นของเขาคือ มดแดง คนนี้เป็น ถึงครูสอนดนตรีไทยในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่อีกทั้งตอนนี้ก็มีวารสารออนไลน์ที่ชื่อ อ่าน กันเอง ไว้ให้เขียนอีก เอาล่ะเลยตัดสินใจเขียนเป็นเรื่องเป็นราวซะ เลยโดยไปติดต่อกันซึ่งๆหน้า เขาก็ตกลง แน่นอน ครับว่าเป็นเช่นนี้ก็รีบคุยกันเลย ไม่มีคำ�ถามที่ เตรียมไว้ ไม่มีสคริปต์ มาปะติดปะต่อใดๆทั้งสิ้น นั่น 12

ม.เกษตรศาสตร์ ประสบการณ์เป็นลูกจ้างมาก่อน 2 ปี ก่อนได้บรรจุเป็นครูที่ ร.ร.วัดเกษตรธิการาม อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พอได้ปีกว่าๆจึงย้ายไปสอ นทีร.ร.บ้านไม้เลียบ จ.ภูเก็ต 1 ปี ย้ายมาสอนที่ ร.ร.บ้านถ้ำ�โกบ อ.เขาพนม จ.กระบี่ 2ปี และย้ายมา สอนที่ ร.ร.พนมเบญจา อ. เขาพนม จ.กระบี่ ตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 52 เป็นต้นมา อยากเป็นครูเพราะใจรัก ? คือเห็นตัวอย่างของครูสอนดนตรีไทยท่าน หนึ่ง ชื่อ อ.โชติ ไกรศิริ อีกทั้งความถนัดและสนใจ ในด้านนี้อยู่แล้ว ทั้งระนาดเอก ซอด้วง และขลุ่ย สิ่งนี้แหละที่ทำ�ให้มาถึงจุดนี้ ผมเองก็มีใจรักด้านนี้ ด้วย ไม่ว่าจะทำ�อะไร หากมีใจรักก็ทำ�ได้ทุกอย่าง ประสบการณ์ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ? นักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม การที่ จะได้ยินเด็คุยภาษาไทยระหว่างกันแทบน้อยมาก หากไม่พอใจ เผลอโดนด่าเป็นภาษายาวี ผมก็ฟัง ไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ) แต่ก็ประทับใจตรงที่ว่า หากมี เรื่องขอความช่วยเหลือ ชาวบ้านแถบนั้นก็ช่วยได้ เสมอในทุกๆด้าน สภาพการสอนตอนเป็นนักเรียนกับตอนนี้ ?


เมื่อก่อนนะ ครูก็อยู่กับนักเรียนเยอะ มีส่วน ร่วมกับนักเรียนบ่อย แถมเอาใจใส่ทุกเรื่องเด็กจึง สนิทกับครูมากกว่าตอนนี้ที่อะไรๆก็เปลี่ยนไปหมด ทั้งสภาพแวดล้อมก็เยอะ ไหนจะมีภาระที่มากขึ้น ของครูและเด็กอีก เด็กก็เลยห่างจากครูมากขึ้น ไม้เรียวทำ�ให้เด็กได้ดีจริงเหรอ ? ดีจริง เพราะทำ�ให้เด็กตื่นตัวในความรับผิด ชอบต่อหน้าที่มากกว่าเดิม ผมเองก็เคยโดนมาแล้ว ตอนเป็นนักเรียน หากซ้อมไม่ดีก็โดนจนน่องลาย สุดท้ายก็ตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิมและขยันมากขึ้น ปัจจุบันที่มีการยกเลิกไม้เรียวเพราะคิดว่า ครูใช้อารมณ์ในการตีเด็ก ทำ�ให้เด็กเจ็บตัวจนเป็น ข่าวผมมองว่ามันเกิดได้น้อยนะ เพียงแค่ 0.001% เอง แต่ก็นะทำ�ให้โดนเหมารวมหมด อีกอย่างพ่อแม่ ก็เอาแต่ใจกับเด็กมากเกิน พอครูตีเท่านั้นแหละ พ่อ แม่เด็กก็มาด่าครูถึงโรงเรียนก็มี K-pop ทำ�เด็กเปลี่ยน ? มันแล้วแต่ละคน บางคนก็ชอบนะแต่ก็ พอดี แต่บางคนก็เลยเถิดไปจนฝืนกฎระเบียบของ โรงเรียนก็มี การเรียนรู้โดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง (Child Centre) เด็กมันก็มีการ เรี ย นรู้ ด้ ว ยตั ว เองก็ จริง แต่ครูก็ต้องปรับ เปลี่ ย นวิ ธี ก ารสอนที่ มากขึ้ น ตามไปด้ ว ย แ ต่ ทั้ ง นี้ ทั้ ง นั้ น ก็ ขึ้ น กับครูและว่าจะจัดการเรียนการสอนอย่างไร และ มีส่วนร่วมกับเด็กมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกัน นักเรียนเองก็ต้องขยันมากขึ้นกว่าเดิมไปอีกเพราะ แน่นอนว่าการเรียนรู้ไม่มีเพียงแค่ในตำ�ราเรียน การศึกษากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ผมว่าทุกภาคส่วนควรช่วยกันเพราะว่า ประ เทสมันไม่ได้มีแค่วัฒนธรรมเดี่ยว แต่มีความหลาก หลายทางศิลปวัฒนธรรม เด็กเมืองหลวงบางคน

ยังไม่รู้จักเครื่องมือหากินในท้องถิ่นเลย มันน่าเป็น ห่วงน่ะ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เมื่อก่อนโรงเรียนมีห้องสมุดไว้ให้เด็กอ่าน มี ลานกว้างไว้ให้เด็กเล่นตอนพักเที่ยงแต่ปัจจุบันนี้มี การส่งเสริมให้มีการใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งบางโรงเรียน อาจจะมีไม่เพียงพอ และบางโรงเรียนก็มีการติดตั้ง อินเตอร์เน็ตให้สืบค้นข้อมูล จึงมีการส่งเสริมในวง กว้าง เด็กๆบางคนก็เล่นไม่เป็นหนักใจอยู่เหมือน กัน บางคนไม่มีคอมนะแต่เล่นเป็น !!! เออ แปลกดี แต่ผมคิดว่าเด็กบางคนไม่ได้ใช้หาความรุ้หรอกแต่ มัวไปหาสิ่งอื่นๆอยู่ เช่น เกมที่มีความรุนแรงหรือสื่อ ลามกทำ�ให้เด็กมีปัญหาสังคมตามมา การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรที่มั่วเหมือนข้าวยำ� นโยบายของรัฐบาลทำ�ให้การศึกษาอยู่ไม่ นิ่งทั้งกระทรวงศึกษาธิการเอง สพฐ.เอง ที่ต้องปรับ เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ครุก็เลยต้องเปลี่ยนแปลง ตามไปด้วย มันมั่วไปหมด มั่วเหมือนข้าวยำ�เด็กก็ ปรับตัวไม่ทัน Admission ที่สับสน มีการคิดวิเคราะห์เยอะ บางข้อก็กำ�กวม เด็กก็เลยสับสนอย่างที่เป็นข่าวน่ะ อนาคตของครูต่อสังคม คนเราเกิดมาต้องมีความรู้ ครูจึงกลายเป็น กำ�ลังสำ�คัญของวงการศึกษาตลอดไป แน่นอนว่า หากไม่มีครูจะอยุ่ในสังคมลำ�บาก มันกระทบไป หมด การศึกษาจึงต้องมีครู นี่ คื อ มุ ม ม อ ง ข อ ง ค รู ส อ น ใ น ร ะ ดั บ มัธยมศึกษาคนหนึ่งที่กล่าวเรื่องการศึกษาในขณะ นี้ หากใครที่มีทรรศนะที่แตกต่าง ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร หรอกครับ เพราะนี่เพียงแค่ข้อคิดเห็นส่วนบุคคลแค่ นั้นเองครับ

13


เส้นทางสู่เชียงตุง ตอนในการดำ � เนิ น การ เพื่อเข้าไปยัง อ.ท่าขี้เหล็ก นั้นง่ายๆ ไม่จำ�เป็นต้อง ใช้หนังสือเดินทาง เพียง แต่ ทำ � ใบผ่ า นแดนเท่ า นั้ น

กว่าจะถึงเชียงตุงก็ตายไปหลายรอบแล้ว จากคำ�กล่าวของนักเดินทางหลายๆคนที่ ว่า “กว่าจะถึงปายก็เกือบตายเสียแล้ว” ได้ห่างหาย จากความรู้สึกของตัวฉันไปอย่างลิบลับ เมื่อครั้ง หนึ่งฉันได้มีโอกาสได้สัมผัสเมืองเล็กๆอย่างเชียง ตุง ที่มากไปด้วยมนต์เสน่ห์ ซึ่งห้อมล้อมไปด้วย เทือกเขาอันสลับซับซ้อน เสมือนดั่งเมืองลับแล จน ทำ�ให้เพื่อนร่วมทางของฉันหลายๆคนต้องเมารถ ด้วยเหตุของโค้งที่มากกว่าร้อยโค้ง จึงอาจกล่าว ได้ว่า “กว่าจะถึงเชียงตุงก็ตายไปหลายรอบแล้ว” เชียงตุง เป็นจังหวัดหนึ่งทางใต้ในรัฐ ฉานและทางตอนเหนื อ ของประเทศสหภาพ พม่า มีรูปร่างเหมือนแอ่งกระทะ ซึ่งตัวเมือง เชียงตุงจะเป็นที่ราบโดยมีภูเขาล้อมรอบ เมืองนี้

ขั้ น ตอนการทำ � ใบ ผ่ า นแดนก็ ไ ม่ ใ ช่ เ รื่ อ งยาก อีกเช่นกัน ซึ่งต้องเตรียม เอกสารดังนี้ บัตรประจำ�

ตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราการออกให้ โดย ต้องมีภาพถ่ายของเจ้าของบัตรแล้วติดต่อ ทำ� ใบผ่านแดนชั่วคราวที่จุดทำ�บัตรผ่านแดน เชิง สะพานแม่สาย หรือที่ ป้อมทำ�บัตรหน้าที่ว่าการ อ.แม่สาย ค่าใช้จ่าย 40 บาท ต่อ คน  เป็นค่า เอกสาร 30 บาท และค่า ถ่ายสำ�เนาอีก 10 บาท (ใบผ่านแดนชั่วคราวนี้ ใช้ได้ครั้งเดียว อยู่ในเขต พม่าได้ 7 วัน ในรัศมีไม่เกิน 5 กม. จากชายแดน) เมื่อข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ�แม่สาย ต้องเสียค่า ธรรมเนียมให้กับเจ้าหน้าที่พม่าอีกคนละ 10 บาท

เ ชี ย ง ตุ ง มี ลั ก ษ ณ ะ ผั ง เ มื อ ง เ ป็ น รู ป วงกลม และมีแนวสันเขาเป็นกำ�แพงทาง ธรรมชาติ ซึ่งมีจุดสูงสุดเป็นหลักหมายสำ�คัญ อยู่ด้วยกัน3ที่ คือ ต้นไม้หมายเมือง วัดจอม เส้นทางจากอ.แม่สาย สู่อ.ท่าขี้เหล็ก คำ� และพระยืนชี้นิ้ว ดังนั้นการเดินทางเข้าสู่ เมืองเชียงตุงนั้นค่อนลำ�บาก และหากใครใจไม่ เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองท่าขี้เหล็ก ก็จะพบกับ ถึงจริง ก็ไม่สามารถไปถึงเมืองนี้อย่างแน่นอน ตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองแห่งนี้ มีนักเดินทาง และนักช็อปปิ้งทั้งหลายต่างแวะ การเดินทางเข้าสู่เมืองเชียงตุงนั้นมีหลาย นักท่องเที่ยว เส้นทาง แต่จะขอแนะนำ�ในแบบฉบับแบกเป้ เวียนมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดดังกล่าว ที่อ.ท่า เที่ยวท่องล่องSEA โดยเริ่มต้นจาก อ.แม่สาย ขี้เหล็ก เราจะสามารถเห็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้า ของไทย เดินทางเข้าสู่ อ.ท่าขี้เหล็กในพม่า ซึ่ง บุเรงนอง หรือผู้ชนะสิบทิศยืนตระหง่านนั่นเอง หลั ง จากนั้ น ก็ เ ดิ น ทางออกจากเมื อ งท่ า ขี้ มีสายน้ำ�เป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทย-พม่า ขั้น 14


อนุสาวรีย์บุเรงนอง ตั้งอยู่ที่อ.ท่าขี้เหล็ก

เหล็กเพื่อตรงไปยังเมืองเชียงตุง ในระหว่างทางจะ สังเกตเห็นได้ว่า เมื่อรถฝั่งไทยได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ ประเทศพม่า จะต้องเปลี่ยนเส้นทางของการเดินรถ จากชิดซ้าย เป็นชิดขวา เนื่องจากประเทศพม่านั้น พยายามลดวัฒนธรรมที่ได้รับมาจากอังกฤษเมื่อ ครั้งที่เคยตกเป็นอาณานิคมนั่นเอง การเดินทาง นั้ น จะสามารถสั ง เกตเห็ น ได้ ว่ า มี ใ นช่ ว งสายของ วั น ยั ง มี ส ามเณรจำ � นวน หนึ่ ง ออกมาบิ ณ ฑบาต อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยั ง สามารถเห็ น สถานที่ ราชการ และโรงเรียน ซึ่ง ทางรัฐบาลทหารพม่าจะ ติ ด ป้ า ยเพื่ อ กำ � กั บ การ สามเณร ดูแลที่แตกต่างกัน โดย

เชียงตุง อยู่หลังเขาลูกแรก รูปร่างเหมือนแอ่งกระทะ

หากเราลองพิ จ ารณาถึ ง ขั้ น ตอนของ การผ่านด่าน5ด่านซึ่งสามารถแสดงถึง การ ควบคุมและดูแลประชาชน และนักท่องเที่ยว ต่างชาติของรัฐบาลทหารพม่า โดยการที่พวก เขาสามารถตรวจสอบได้ ว่ า ในขณะนี้ ร ถคั น นี้ อยู่ในช่วงใดของการเดินทาง หากเกิดเหตุวิสุทธิ์ วิ สั ย ก็ ส ามารถเข้ า ไปดู แ ลได้ อ ย่ า งทั น ถ่ ว งที

ระหว่ า งทางจะพบกั บ กลุ่ ม เจ้ า ที่ ที่ อ อก มาเดินทางหากิน เจ้าที่ที่ว่านี้ก็คือสัตว์ต่างๆที่ ออกมาเร่ร่อนตามท้องถนน อาทิ หมู หมา ไก่ เป็ด และอื่นๆ ทั้งนี้หากเกิดอุบัติเหตุโดยการ ที่เจ้าที่เหล่านี้ถูกรถชน ก็จะถือว่ารถคันนั้นมี ความผิด และหากเกิดอุบัติเหตุโดยรถใหญ่ชน พากันออกมาบิณฑบาตร กับรถเล็ก ทางการก็จะตัดสิให้รถที่ใหญ่กว่าต้อง เฉพาะสถานที่ราชการ รัฐบาลจะติดป้ายสีแดงเพื่อ ชดใช้ ค่ า เสี ย หายให้ ร ถคั น ที่ เ ล็ ก กว่ า ไม่ ว่ า กรณี ห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวถ่ายรูปนั่นเอง (เสีย ใดๆก็ตาม (ประเทศพม่าไม่มีกฎหมายจราจร) ดายมากๆ จึงไม่มีโอกาสให้ผู้อ่านได้เห็นด่านตรวจ) ข้ อ ความข้ า งต้ น ทั้ ง หมดได้ แ สดงถึ ง เส้ น การเดินทางเข้าสู่เมืองเชียงตุง จะต้อง ทางการเดินทางเข้าสู่เชียงตุงนั้นลำ�บากอย่างยิ่ง ผ่ า นด่ า นชั่ ง น้ำ � หนั ก และด่ า นตรวจคนเข้ า เมื อ ง เพราะด้วยลักษณะภูมิประเทศทางตอนเหนือของ ทั้งหมด5ด่าน ซึ่งด่านชั่งน้ำ�หนักเหล่านั้นไม่มีมี พม่ามีแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน ทำ�ให้เส้นทางโค้ง ตัวเลขใดๆแสดงขึ้น แต่พอถึงเวลาก็ต้องจ่ายตาม ชันอย่างมาก โดยรวมแล้วกินระยะเวลา2-3ชั่วโมง ความเหาะสม (ที่รัฐบาลเรียกเก็บ) ส่วนด่านตรวจ จึ ง ไ ม่ แ ป ล ก เ ล ย กั บ ก า ร ใ ห้ คำ � นิ ย า ม คนก็เช่นเดียวกันบางทีก็อาจต้องเสียค่าเงินเพื่อน้�ำ เมื อ งแห่ ง นี้ ว่ า ”ก ว่ า จ ะ ถึ ง เ ชี ย ง ตุ ง ก็ ต า ย ไ ป หมึกปากกาจำ�นวนหนึ่ง การเดินทางเข้าเมืองเชียง หลายรอบแล้ ว ”ตายเพราะเส้ น ทางที่ โ ค้ ง ชั น ตุ ง โดยเฉลี่ ย แล้ ว ต้ อ งเสี ย ค่ า หั ว คนละ1000จ๊ า ด และตายเพราะกระเป๋ า แห้ ง กั น เลยที เ ดี ย ว หรื อ คิ ด เป็ น เงิ น ไทยโดยประมาณ30บาทนั่ น เอง 15


เส้นหมี่แห้งเนื้อ

ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ไม่รู้ว่าออฟฟิศของพี่อู๊ดจากละครซิทคอม อารมณ์ดี “เป็นต่อ” จะอยู่ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภู มิรึเปล่า แต่วลีเด็ด “ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ” เวลาพี่แก จะชิ่งหนีก็ยังคงเป็นคำ�ฮิตของหมู่วัยรุ่นเสมอ วันนี้เลยขออนุญาตท่านผู้อ่าน “ไปกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ที่นักชิม(นัก กิน) สายฮาร์ดคอร์ไม่เคยพลาดการกินแบบสร้าง สถิ ติ จำ � นวนชามที่ จ ะกองพะเนิ น ท่ ว มหั ว โดยเอา ราคาไว้ทีหลัง ไม่ทราบว่าร้านก๋วยเตี๋ยวเรือประเภทนี้เริ่ม มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ด้วย จำ�นวนร้านที่เพิ่มมากขึ้นจากหนึ่งเป็นสอง และจาก สองเป็นหลายๆร้านในปัจจุบัน ก็คงสามารถพิสูจน์ ให้เห็นถึงความนิยมของผู้คนที่ยังคงหลั่งไหลมากิน ก๋วยเตี๋ยวเรือชามจิ๋วที่บางคนดูแล้วยังไงก็ไม่คุ้มค่า เลยกับราคาของแต่ละชาม แต่พวกเขาและเธอก็ยัง หาโอกาสมากินอย่างสม่ำ�เสมอ ตั้งแต่ผมจำ�ความได้ ผมกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่ นี่ตั้งแต่ชามละ 6 บาทในสมัยที่ตัวยังเล็กๆ จะกิน แต่ละครั้งก็ได้อย่างมากไม่เกิน 5 ชามก็ถือว่าอิ่ม ท้องอยู่รอดปลอดภัยไปได้อีกหนึ่งวัน 16

วั น นี้ ผ มกลั บ มากิ น ก๋ ว ยเตี๋ ย วเรื อ ที่ อ นุ ส าว รีย์ชัยฯอีกครั้ง ผมเลือกร้านที่ใกล้ที่สุดนับจากตัว ผมเอง คือร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร ที่ลงมาจาก สะพานลอยอันแสนยาวฝั่งขาเข้าอนุสาวรีย์ชัย ก็จะ เจอพอดี จากวันนั้นถึงวันนี้ ราคาค่างวดของเจ้าชาม จิ๋วนี้เพิ่มขึ้นถึง 50% คือ จาก 6 บาทเป็น 9 บาท โดยที่ปริมาณเส้น เนื้อ หรือลูกชิ้นก็ไม่ได้แตกต่าง จากแต่ก่อนมากนัก แน่นอนว่า หากเทียบราคากับปริมาณ ก๋วยเตี๋ยวในชามอาจจะเบือนหน้าหนี แต่ถ้านึกถึง ความสะใจของ “ผู้กิน” แล้วก็สามารถลบเลือน เหตุผลเรื่องความคุ้มค่าไปได้ ยิ่งถ้า “ผู้กิน” กลาย เป็น “กลุ่มผู้กิน” ความสะใจในการกินที่ประจันหน้า กันระหว่างชามก๋วยเตี๋ยวก็ยิ่งจะเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ครั้งก่อน ผมกับเพื่อนรวม 3 คน ก็เคยกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือที่นี่เพื่อความสะใจถึง 75 ชามมา แล้ว!! ยิ่งไปกว่านั้น กลวิธีส่งเสริมการขายเพื่อ ดึงดูดใจ “ผู้กิน” ก็ยิ่งเป็นจุดสนใจ โดยเฉพาะ การท้าทายเป้าหมายจำ�นวนชามแลกเป๊ปซี่ที่ร้าน


ก๋วยเตี๋ยวเรือทุกร้านนำ�มาใช้ ยิ่งสร้าง “ความสะใจ” ของผู้กินเป็นการใหญ่ เพราะนั่น หมายถึงการ “หมายมั่น ปั้นมือ” ในการจะ “กิน” ให้ถึงจำ�นวนชามที่กำ�หนด เพื่อการ ได้มาซึ่ง “เครื่องดื่ม” ที่เป็นดั่งของรางวัลเมื่อถึงเส้น ชัย และครั้งก่อนเช่นกัน ที่ทำ�ให้ผมและเพื่อนได้ “เป๊ปซี่” ถึง 3 ขวด รวม 3 ลิตร!! การกลับมากินก๋วยเตี๋ยวเรือในครั้งนี้ไม่ได้ เพื่อที่จะลบล้าง ทำ�ลายสถิติเดิมที่เคยทำ�ไว้ แต่ คงเป็นการกลับมาเยี่ยมเยียนจานโปรดและสร้าง ความสะใจอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนาน ถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ “พระนคร” จะเป็นร้าน ที่ผมเพิ่งเคยมารับประทานครั้งแรก แต่ผมก็จำ�ได้ ถึงลักษณะร้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่แตกต่าง ไปอย่างไม่น่าเชื่อ สภาพร้านปัจจุบันไม่ต่างอะไร กับร้านอาหารชั้นดีร้านหนึ่งของกรุงเทพฯ เพราะ บรรยากาศห้องแอร์ปรับอากาศพร้อมการตกแต่ง ร้านมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ จะมีลักษณะที่บ่งบอกถึง ความเป็น “ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ” ก็ตรงที่ภาพติดผนัง ขนาดใหญ่ที่เป็นรูปร้านก๋วยเตี๋ยวบนเรือ และหม้อ น้ำ�ซุปที่เดือดปุดๆตลอดเวลาข้างๆร้านเท่านั้น ชั ด เจนว่ า การขายก๋ ว ยเตี๋ ย วเรื อ ชามจิ๋ ว ที่ ราคาเพิ่ ม ขึ้ น มาตลอดระยะเวลาของการดำ� เนิ น กิจการ สร้างรายได้อย่างเพิ่มพูนให้กับผู้ประกอบ การจนกระทั่งขยายร้านได้ใหญ่โต แต่นั่นกไม่ใช่ เหตุผลที่เราจะ “ไม่กิน” ก๋วยเตี๋ยวเรือชามนี้ ผมเริ่มสั่ง “เส้นเล็กเนื้อ” เปิดประเดิมมา 3 ชาม ก๋วยเตี๋ยวได้อย่างรวดเร็วและหมดอย่าง รวดเร็วเช่นกัน คราวนี้ผมและผู้ร่วมทางของผมอีก คนก็เริ่มสนใจ “เครื่องดื่ม” ที่ต้องแลกมาด้วยกติกา ว่าต้องกิน “ก๋วยเตี๋ยวเรือ” 20 ชามเสียแล้ว ผมและผู้ร่วมเดินทางสั่งอีกเรื่อยๆ นอกจาก ก๋วยเตี๋ยวเรือแล้ว ผู้ร่วมเดินทางของผมยังได้สั่ง “ลูกชิ้นปิ้ง” มาดับกระหายหิวอีกด้วย ผมว่า “ลูกชิ้นปิ้ง” ไม้ละสิบบาทของร้านนี้ไม่

ลูกชื้นปิ้งไม้ยักษ์ ค่อยอร่อยเท่าไรนัก ผมคิดว่าการเป็น “ลูกชิ้นปิ้ง” นั้น ไม่จำ�เป็นจะต้องมีร่างกายอันกำ�ยำ�ล่ำ�สันขนาด นี้ก็ได้ ขอเพียงแค่ลูกกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ “ไม่ แป้ง” ก็น่าจะเพียงพอแล้ว หลังจากปฏิบัติการกับลูกชิ้นปิ้งได้ 1 ไม้ ผม ก็หันมาจัดการกับก๋วยเตี๋ยวเรือต่อ และสิ่งที่ผมคิด ว่า “เข้าท่า” ที่สุดบนโต๊ะอาหารวันนี้คือ “เส้นหมี่ แห้ง” เพราะผมคิดว่ามันเป็นชามที่ลงตัวมากที่สุด ในช่วงที่ท้องไส้เริ่มเดินทางสู่ “ความอิ่ม” เข้าทุกที และแล้วชามสุดท้ายเพื่อแลกกับ “เครื่อง ดื่ม” ก็มาถึงด้วยสภาพที่อิ่มเต็มแก่ แต่เมื่อตกอยู่ใน ที่นั่งลำ�บาก จะกลับตัวก็ไม่ได้ เพราะ “เป๊ปซี่” ก็สั่ง มาแล้ว จึงจำ�เป็นต้อง “จัดการ” กับชามสุดท้ายไป อย่างเนือยๆ จนสำ�เร็จ ก๋วยเตี๋ยวเรือ 20 ชามกับ “กลุ่มผู้กิน” 2 คน คราวนี้ก็เสร็จสิ้น เราได้ “เป๊ปซี่” ขนาด 1 ลิตรเป็น รางวัล แต่ที่น่าเสียดายคือ ขนมถ้วยคู่ละ 5 บาท ที่เราไม่ได้ลิ้มลองถึงรสชาติของมันเพียงเอื้อมมือ เท่านั้น เราออกจากร้ า นพร้ อ มก๋ ว ยเตี๋ ย วที่ ถึ ง ลำ � คอ ค่างวดมื้อนี้ 184 บาท (ก๋วยเตี๋ยว 20 ชามและ น้ำ�แข็งเปล่า 2 แก้ว) พร้อมกับกระดาษใบเล็กที่ สามารถแลก “เครื่องดื่ม” ได้ในครั้งต่อไป ซึ่งผม เข้าใจว่าเขาต้องเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง เพราะผม ได้ “แลก” ไปแล้ว แต่เอาเถอะ เพราะกว่าผมจะไปกินอีกครั้ง ก็ คงอีกพักใหญ่เหมือนกัน!!! 17


ต้องดูให้ดีก่อนว่าบริษัทนี้เชื่อถือได้หรือเปล่า กรณี ที่ผมไปนั้นถือว่าโอเคครับ แม้จะไม่เคยได้ยินชื่อ บริษัทนี้มาก่อน แต่ก็ยังมีบุคคลที่ให้การรับรองได้ ครับ เพราะพี่ของเพื่อนผม ไอ้เอิร์น เขาเคยไปมา แล้วเมื่อปีก่อน ถ้าหากมีปัญหาถูกหลอกก็ ด่ามัน

สวัสดีครับ กระผมนาย VP เป็นชายหนุ่มที่ได้รับเกียรติเป็นอย่างมากในการ เขียนบทความในนิตยสารอ่านกันเองฉบับนี้ ซึ่งมีหลายคนเลยทีเดียวที่ไม่รู้จักผม.... ส่วนตัวผมก็ไม่อยากจะปกปิดข้อมูลอะไรมากมายหรอกครับ แต่เนื่องจากความสะดวก ผมขอใช้นามว่า VP นะครับ ชื่อ: VP ชาตะ: 2534 เพศ: ผู้ การศึกษา: อนุบาลเจริญพงศ์, โรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ, มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ความสำ�เร็จ: เยอะน่ะ...วิ่งเปี้ยวเอย วิ่งมาราธอน เปตองเอย หวังว่าทุกคนคงจะรู้ประวัติคร่าวๆของผมแล้วนะครับ บางคนอาจจะคิดว่า ผมมันไม่มีสาระ แต่ไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่อ่อนภาษาไทย เลยมักพิมพ์ภาษาไม่เป็น ทางการแบบที่เห็นแหละครับ พูดถึง work and travel แล้ว หลายๆคนน่า จะรู้จัก เพราะไม่น้อยที่เหล่าญาติมิตรชิดสหายของ เราต้องมีบ้างล่ะ ที่ได้ไปตะลุยโลกใหม่กับอเมริกา แล้วมาโม้ๆให้ฟัง บางคนไปแล้วสำ�เร็จเอย บางคน ไปแล้วได้เสียกับฝรั่งเอย บางคนไปแล้วโดนไล่กลับ ประเทศบ้างล่ะ โอ้ว หลายคนๆคงนึกในใจ “แหม่ เพื่อนเรามันแน่จริงๆ” แต่ !! หยุดก่อนเลยครับ !! หากท่านคิด ว่าการไป Work ที่ USA นั้น ไม่ต้องยุ่งยาก แค่สมัคร แล้วให้เจ้าหน้าที่ที่บริษัทดำ�เนินงาน ง่ายเหมือน โหลดบิดแล้วล่ะก็ ผิดอย่างแรงครับ เพราะว่าถ้า มันง่ายจริง บทความต่อไปนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นหรอก ครับ ขั้นต้น การจะไปสมัครกับบริษัทนายหน้า น่ะง่ายยยย ใครๆก็อยากรับเราไปฟัน หัวละ หมื่น อย่างต่ำ� เผลอๆมากกว่าอีก แต่ก่อนเราสมัคร เรา 18

เอาครับ ฮ่าๆ เมื่อสมัครแล้ว ทางทีมงานบริษัทก็จะเป็น ฝ่ายแนะนำ�เราในภายหลังในการจัดเตรียมเอกสาร ผมต้องบอกตรงๆครับ ว่าผมกับเพื่อนนั้น ชุ่ยเอา มากๆ เอกสารไม่พร้อม จ่ายเงินล่าช้า พาสปอร์ต จะหมดอายุเอา โอย พูดแล้วเซ็งครับ นิสัยตัวเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจจะเกิดจากการที่เราหน้ามืด ตัดสินใจไปสมัครก่อนที่จะมารู้ทีหลังว่า เราไม่ อยากไปแล้ว ((กรณีนี้เกิดขึ้นกับผมครับ ผมตอน แรกอยากได้เงินมากมาย แต่ตอนหลังนึกเสียดาย เวลาปิดเทอมสามเดือน ที่จะไปเที่ยวกับเพื่อน ไป รับน้องรุ่นถัดไป และก็เล่นน้ำ�สงกรานต์ครับ)) และ พอเราชุ่ยกับเอกสารอีก การที่เราจะเป็นคิวรับรอง งานก็ล่าช้าครับ ผมตอนแรก หวังที่จะไป Hard rock Café ที่ Tennessee ครับบรรยากาศเป็นร้าน นั่งดื่มที่ค่อนข้างสงบ อยู่ในตัวเมือง …น่าเที่ยวอ่ะ ครับบบ


แต่เนื่องจากเอกสารล่าช้า การสอบสัมภาษณ์กับนายจ้างก็ปิ๋วไป พวกผมเลยต้องไปชิงงานกับ คนอื่นๆเอา พวกที่ไม่แข็งภาษาอ่ะครับ งานของพวกนี้จะฟังแล้วรู้สึกตะหงิดๆในใจ แบบ เหมือนคนละ ระดับกับพวก Hard Rock ที่กล่าวมาเลยล่ะครับ ประมาณพวก โรงงานต่างๆ ร้านอาหารฟาสฟู้ต เงี้ยครับ หลายๆคนอาจจะไม่เห็นภาพความแตกต่างของงานพวกนี้เท่าไหร่ ผมเลยจะยกตัวอย่างให้ฟัง กบ: ทำ�งาน work and travel ที่ไหนมาเนี่ย กานต์: อ๋อ เราไปทำ�ที่ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส ปิแอร์ อองรี มาน่ะ …และอีกตัวอย่าง ต๊อก: ไอ้เลี้ยง ไป work มาหรอวะ ไปที่ไหนมาเนี่ย เลี้ยง: เอ่อ กูทำ�งานผลิตแปรงสีฟันว่ะ วันๆนั่งเอา ขนติดกับแปรง จักจี้ดีนะเว้ย …. อ่ะ มันก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวอ่ะครับ แต่ถ้ามองแต่บรรยากาศ พวกท่านก็คงทราบดีว่า กานต์หรือ เลี้ยง ใครดูดีกว่ากัน งานหลังนี่ดูน่าอยู่กว่าเยอะเนอะ ที่ผมจะกล่าวคือ เพราะความชุ่ยในการเตรียมตัวของผม ทำ�ให้ผลลัพธ์คือ ผมได้ไปทำ�งานในสถาน ที่ๆผมไม่ต้องการจะทำ�เท่าไหร่นัก ซึ่งถ้าพวกท่านสนใจจะเข้าร่วมโครงการ work and travel ละก็ ท่าน ต้องศึกษาบริษัท ตัวงาน และเอกสารให้ดีพร้อม นอกจากนี้ สิ่งที่สำ�คัญที่สุดคือ “ใจ”ครับ เตรียมใจไปให้ ดี 3 เดือนนี่นานว่าที่จะตัดสินใจได้ภายใน 1 วันหรอกครับ ((นึกแล้วอยากเดินไปชกหน้าตัวเองในตอนนั้น มากกก ฮ่าๆ)) เจอกันบทความต่อไปครับ

19


ก่อนอื่นต้องขอกราบสวัสดีงามๆกับผู้อ่าน ทุกคนที่เช้ามาอ่าน คอลัมน์กีฬาในนิตยสารอ่าน กันเองเล่มนี้ ก็ถือว่าเป็นนิตยาสารที่ทำ�ขึ้นมาเพื่อ “ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์” หรือภาษาบ้านๆ คือเขียนเพราะไม่มีอะไรทำ�นั่นเอง ต้องขอแนะนำ� ตัวก่อนว่าผมชื่อด๊อยขณะที่เขียนนี้เรียน ชั้นปีที่ 2 คณะศิลปศาสตร์ สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

เราแล้ว “เมื่อไหร่บอลไทย จะไปบอลโลก ?” นี่เป็น คำ�ถามที่เป็นปริศนาและรอคนมาไขคำ�ตอบอยู่ แต่ ถึงแม้ว่าเราจะเปลี่ยนโค้ช ไปกี่คนก็ตามแต่ก็ยังไม่มี ทีท่าว่าบอลไทยจะไปบอลโลกได้ ลำ�พังเพียงแค่ แชมป์ ซีเกมส์ยังรักษากันไว้ลำ�บากขนาดนี้ บ้างก็ บอกว่าเพราะสมาคมฟุตบอลบ้าง บ้างก็บอกว่ารัฐ ไม่สนับสนุนกีฬาบ้าง บ้างก็บอกว่าเพราะคอรัปชั่น กันบ้าง ก็นานาจิตตังกันไป แต่สำ�หรับผมมี 2-3

(เมื่อไหร่) บอลไทย...จะไปบอลโลก ก่อนจะนั่งลงเขียนต้นฉบับเรื่องนี้ก็ได้เข้าไป เช็คใน facebook แล้วเห็นเพื่อนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการเมืองกันอย่างออกรสชนิดที่ว่าทำ�เอา เครื่องคอมพิวเตอร์ผมร้อนขึ้นมาถนัดตา ยิ่งอากาศ ภายนอกร้อนจนทำ�น้ำ�อุ่นได้สบายๆ ทำ�ให้ยิ่งปวด หัวเข้าไปใหญ่ ผมจึงพยายามหาเรื่องที่มันเบาๆมา ผ่อนคลายอารมณ์ผู้อ่านได้ ในตอนแรกก็กะจะนั่ง วิเคราะห์ม้ามืดในฟุตบอลโลกที่กำ�ลังจะมาถึง อีก 2 เดือนกว่าๆนี้ แต่ก็ต้องขอผลัดไปเป็นฉบับหน้า ก็แล้วกัน เพราะฤดูกาลของลีคชั้นนำ�ในยุโรปก็ยัง เหลือเวลากันอีกเดือนกว่าๆ ยังไม่รู้ว่าจะมีใครเจ็บ เพิ่มหรือใครจะฟื้นตัวไวจนหายเจ็บกลับมา 20

ประเด็นที่คิดว่าเป็นปัจจัยสำ�คัญที่จะผลักดันบอล ไทยไปบอลโลก

ประเด็นแรกเลยที่สำ�คัญมากคือ การทำ�ทีม ในบรรดาโค้ชชาวอังกฤษที่ผ่านมา จะเห็นว่าบ๊อบ บี้ ร๊อบสันอดีตตำ�นานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ดูจะมีสไตล์การทำ�ทีมที่ชัดเจนที่สุดคือ เป็นบอล อังกฤษขนานแท้ ที่ใช้จังหวะในการทำ�ประตูเพียง 2-3 จังหวะและเน้นไปที่ลูกโด่งและร่างกายอัน แข็งแกร่งของผู้เล่นเป็นหลัก แต่ทีมชาติไทยของ เราไม่ค่อยมีนักเตะตัวใหญ่ที่จะไปชนกับบรรดานัก เตะกองหลังของทีมคู่แช่งที่เห็นจะพอไปวัดไปวาได้ ก็คงจะเป็น “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ที่มีความสูง พล่ามกันมาพอสมควรได้เวลาเข้าเรื่องของ 1.85 เซนติเมตร แต่ถ้าไปเจอพวกกองหลังของทีม


ตะวันออกกลางแล้วก็ต้องบอกว่าความแข่งแกร่ง ของเราไม่น่าจะสู้กับเขาได้ จุดเด่นของบอลไทยอยู่ ที่ความว่องไวและความคล่องตัวไม่ใช่การโยนบอล ข้ามฝั่งไปมา สไตล์ที่เหมาะสมของไทยคือการต่อ บอลแบบอาเซนอล หรือ บาเซโลน่า ที่อาศัยความ แม่นยำ�ในการต่อบอลและความคล่องตัวในการ นวดคู่แข่งและชิงจังหวะกัน เพราะนักเตะของไทย ทุกคนมีความเร็วเป็นพื้นฐานอยู่แล้วบ่อยครั้งที่เรา เห็นผู้เล่นกองหลังของเราสปีดแซงกองหน้าฝั่งตรง ข้าม การเล่นประเภทนี้อาจต้องใช้เวลาสักระยะ หนึ่งในการฝึกฝนให้เกิดความเข้าใจ แต่ก็ดูจะดีกว่า การโยนและไปลุ้นเอาข้างหน้าแบบที่เราทำ�ทุกวันนี้ ประเด็นถัดมาคือการวางรากฐานของระบบ เยาวชน สำ�หรับผู้ที่ติดตามข่าวกีฬามาอย่างต่อ เนื่ อ งจะเห็ น ได้ ว่ า บ่ อ ยครั้ ง ที่ มี ค ลิ ป ของนั ก เตะไว กระเตาะ (ลูกบอลยังใหญ่กว่าหัวผู้เล่น) ของต่าง ประเทศโชว์ทักษะฟุตบอลอย่างอัศจรรย์ โดยคลิป ล่าสุดที่ผมได้ดูเป็นคลิปของ มนุษย์ต่างดาว ลิ โอเนล เมซซี่ ปีกที่มาจากนอกโลกของบาเซโลน่า ที่เลี้ยงบอลหลอกล่อผู้เล่นฝั่งตรงข้ามให้หัวหมุนตั้ง ตาอายุเพียง 5 ชวบ ยิ่งทำ�ให้เห็นว่าเมื่อสื่อมวลชน ต่างช่วยกันจุดกระแสฟุตบอลไทยให้เป็นที่รู้จักใน บรรดาของคอบอลบ้านเราได้ขนาดนี้แล้ว เห็นทีจะ ต้องเป็นทีของสโมสรต่างๆ ที่ต้องลงแรงสร้างระบบ เยาวชนของตนให้เด่นชัดมากขึ้น ซึ่งบรรดาเด็กๆ เหล่ า นี้ จ ะมี ฟุ ต บอลอยู่ ใ นสายเลื อ ดของพวกเขา และถือเป็นกำ�ลังหลักที่สำ�คัญของประเทศชาติ นำ� มาซึ่งประเด็นที่สาม ญี่ปุ่น

ฮอนดะ(CSKA Moscow) , นากามู ระ (Espanyol) , โมริโมโตะ (Catania) เกาหลีใต้ ปาร์ค จีย์ ซุง (Man utd) , ปาร์ค จู ยัง (Monaco) , ลี ชูน ยอง (Bolton) เกาหลีเหนือ ฮอง ยอง โจ (Elfsborg)

ประเด็นที่สามเป็นเรื่องของการมีนักเตะที่ เล่นอยู่ในลีคชั้นนำ�ของยุโรป ในแต่ละทีมของเอเชีย ที่ผ่านเข้าไปเล่นในยุโรปแล้วเราจะสังเกตได้ว่าทุก ทีมจะมีนักเตะอย่างน้อย ๆ 1-2 คนที่ไปเล่นอยู่ใน ลีคต่างๆของยุโรป จะสั ง เกตได้ ว่ า มี เ พี ย งเกาหลี เ หนื อ ที่ ไ ด้ เข้ า มาเล่ น บอลโลกครั้ ง แรกในรอบหลายปี แต่ ข่าวล่าสุดก็นับเป็ น นิ มิ ต หมายอันดีที่ สโมสรบาง กวิน ธรรมสัจจานนท์ กอกกลาสได้ ส่ ง ตั ว กอง หลังดาวรุ่งทีมชาติไทยไปฝึกฝีเท้ากับสโมสรเลเวอร์ คูเซ่นในเยอรมัน และสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เองก็แสดงความสนใจต้องการได้ตัวกวิน ธรรมสัจ จานันท์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งของสโมสรเมืองทอง หนองจอกยูไนเต็ดและทีมชาติไทยไปทดสอบฝีเท้า แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ผมก็ คิ ด ว่ า น่ า จะมี ท าง ลั ด ที่ จ ะทำ � ให้ เ มื อ งไทย มี นั ก เตะฝี เ ท้ า ดี ไ ด้ ด้ ว ย การนำ � ยื ม DNAบรรดา ตำ�นานฟุตบอลอย่าง มา ราโดน่า , เปเล่ , คันโตน่า Paolo & Cristian Maldini และบรรดานักเตะฝีเท้าระดับโลก(โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งตระกูล Maldini เชื้อเขาดีมากๆสืบทอดกันมา แล้วกว่า 3 รุ่น) ให้มาไข่ไว้ในเมืองไ”ทย ผมเชื่อว่า น่าจะมีนักเตะที่มาจากลูกของบรรดานักเตะเหล่านี้ อย่างน้อย 1-2 คน ที่จะก้าวมาเป็นกำ�ลังหลักของ ทีมชาติไทยในอนาคตได้อย่างแน่นอน ยังไงก็ต้อง ขอฝากนโยบายนี้ให้กับ “บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล ที่ล่าสุดก็ได้ตั้งพรรคการเมืองกีฬาไทยให้เป็นทาง เลือกหนึ่งของคอกีฬาที่เบื่อการเล่นกีฬาสีของกลุ่ม ต่างๆ (ฮาๆ) เอาไว้ ณ ที่นี้ด้วย และพบกันใหม่ใน ฉบับหน้า สวัสดีประเทศไทย 21


ภาพ : มติชนออนไลน์ 22

ชีพจรแม่โขงกับอนาคต

หลังการประชุมผู้นำ�เอ็มอาร์ซี การประชุ ม ผู้ นำ � ลุ่ ม น้ำ � โขงครั้ ง แรกที่ เ พิ่ ง ผ่ า นพ้ น ไป เมื่ อ ต้ น เดื อ นมี น าคมที่ ผ่ า นมา อาจจะกร่ อ ยลงไปทั น ที ห าก ไม่ มี เ รื่ อ งความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า ง ไทยกับกัมพูชาที่ (อาจจะ) ดูดี ขึ้ น จากท่ า ที ข องนายกรั ฐ มนตรี ฮุ น เซนและรั ฐ บาลของนายก รัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่เคยที่ท่าทีที่ แข็ ง กร้ า วมาตลอดตั้ ง แต่ พ รรค ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน โดย เฉพาะวาทะดุ ดั น บนเวที พั น ธมิตรฯของนายกษิต ภิรมย์บน เวทีพันธมิตร ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะ หายไปกับสายลมเป็นที่เรียบร้อย แล้ว ที่บอกว่าการประชุมครั้งนี้ “กร่อย” ก็เพราะว่าเราไม่อาจรับ รู้ ข่ า วสารจากหน้ า หนั ง สื อ พิ ม พ์ วิทยุและโทรทัศน์ได้เทียบเท่ากับ เหตุการณ์ทางการเมืองของบ้าน เราที่ครองพื้นที่สื่อไปเกือบหมด แล้ว การประชุมครั้งนี้สำ�หรับ ชาวบ้ า นร้ า นตลาดทั่ ว ไปคงรั บ รู้ ว่ า นายกฯไปหั ว หิ น และมี ท่ า ที หวาดหวั่นมากว่า “กลุ่มคนเสื้อ แดง” จะมาล้มการประชุมครั้งนี้ หรือไม่ ส่วนเป้าหมายของการ ประชุมและผลสุดท้ายที่ออกมา หลังจากการประชุมครั้งนี้คงเป็น เรื่องรองลงไปที่หลายคนอาจจะ ยังไม่รับรู้ ก า ร ป ร ะ ชุ ม ค รั้ ง นี้ เ กิ ด ขึ้ น เพื่ อ เป็ น การยื น ยั น ถึ ง จุ ด ยื น

ของคณะกรรมาธิ ก ารแม่ น้ำ � โขง (MRC) ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเทศสมาชิ ก แม่ น้ำ � โขงตอน ล่ า งที่ จ ะพั ฒ นาแม่ น้ำ � โขงอย่ า ง ยั่งยืนตามข้อตกลงเมื่อ 15 ปีที่ แล้ว!!! ครับ ฟังไม่ผิดครับ 15 ปีผ่านไป องค์กรนี้เพิ่งเริ่มต้น ประชุมกันในระดับผู้นำ�ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรก พร้อมๆกับการ เกิดวิกฤตการณ์ “แม่น้ำ�โขงแห้ง” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มากๆของชาว บ้านกว่า 60 ล้านคนตามเส้นทาง ที่แม่น้ำ�โขงผ่าน ซึ่งหลายฝ่าย เชื่อว่าสาเหตุของปัญหาดังกล่าว ได้แก่การสร้างเขื่อนบนแม่น้ำ�โขง ตอนบนในประเทศจีน เป้าหมายอีกข้อหนึ่งของ การประชุ ม ในครั้ ง นี้ จึ ง มี ค วาม สำ�คัญขึ้นมาทันที เพราะการ ประชุ ม ครั้ ง นี้ จ ะดึ ง เอาประเทศ จีนและพม่าเข้ามามีส่วนร่วมใน การร่ ว มพั ฒ นาแม่ น้ำ � โขงอย่ า ง ยั่งยืนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศจี น ที่ ห ลายฝ่ า ยเชื่ อ ว่ า การสร้ า งเขื่ อ นเพื่ อ ผลิ ต ไฟฟ้ า บนแม่น้ำ�โขงของจีนเป็นปัญหา สำ � คั ญของการเกิ ด วิ ก ฤตการณ์ ทางธรรมชาติของแม่น้ำ�โขง ซึ่ ง ท่ า ที ข องจี น ต่ อ การ ประชุ ม ในครั้ ง นี้ ก็ เ ป็ น ไปอย่ า ง ดี จากการให้สัมภาษณ์ของ นายสง เตา รัฐมนตรีช่วยว่าการ ต่ า งประเทศจี น ที่ ว่ า ทางการจี น

พร้อมที่จะร่วมพัฒนาแม่น้ำ�ล้าน ช้าง (แม่น้ำ�โขง) อย่างยั่งยืนด้วย การใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำ�และ ยกเลิ ก สร้ า งเขื่ อ เมงสงที่ เ ชื่ อ ว่ า จะส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปลาใน แม่น้ำ�โขง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เขื่อน ทางตอนบนของแม่ น้ำ � โขงใน ประเทศจีนก็มีมากกว่าเขื่อนเมง สงที่จีนบอกว่าจะยกเลิก โดย เฉพาะเขื่ อ นเสี่ ย วหวานซึ่ ง เป็ น เขื่อนใหญ่เท่าตึก 100 ชั้นที่กัก เก็ บ น้ำ � ตั้ ง แต่ กั น ยายนปี ที่ แ ล้ ว จนน่าเชื่อว่าอาจเป็นสาเหตุของ วิกฤตการณ์ “แม่น้ำ�โขงแห้ง” ก็ เป็นได้ ยิ่งไปกว่านั้น การสร้าง เขื่ อ นบนแม่ น้ำ � โขงตอนล่ า งก็ มิได้ยุติลงไป โดยเฉพาะประเทศ ลาวที่ยังคงเดินหน้าแผนการเป็น “แบตเตอร์รี่แห่งเอเชีย” ด้วยการ สร้ า งเขื่ อ นผลิ ต ไฟฟ้ า บนแม่ น้ำ � โขงโดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของ ไทยเป็นผู้ลงทุนร่วม นี่อาจจะเป็น “บทพิสูจน์” ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำ�โขง หลั ง จากการประชุ ม ในครั้ ง นี้ ว่าจะทำ�หน้าที่ในการ “พัฒนา แม่น้ำ�โขงอย่างยั่งยืน” ได้หรือไม่ ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์จาก หลายฝ่ า ยมาตลอดถึ ง บทบาท การเป็น “คณะกรรมาธิการแม่น้ำ� โขง” โดยเฉพาะเรื่องท่าทีของการ สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า ที่อาจขัด กับหลักการของการก่อตั้งองค์กร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา


โปรดติดตาม

ฉบับเดือนพฤษภาคมนี้

นิตยสารออนไลน์อ่านกันเอง ฉบับเมษายน 2553  

"อ่านกันเอง" นิตยสารออนไลน์รายเดือน ไม่มีใครอ่าน เราก็ "อ่านกันเอง"

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you