Page 1

1

บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มำและควำมสำคัญของปัญหำ ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางอินเตอร์เน็ต ได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจาวัน เป็นอย่างมาก ซึ่ง เป็นยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศได้รับการพัฒนา ซึ่งความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านการจัดระบบและเผยแพร่และเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้สอดคล้องกับ ความต้องการของมนุษย์ เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็นปัจจัยหนึ่งของการพัฒนาในทุกวงการและทุก วิชาชีพ ในปัจจุบัน คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ารองเท้า ได้มีบทบาทในชีวิตประจาวัน ซึ่งรองเท้านั้นเป็นสิ่งที่ สาคัญต่อทุกคน และก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าที่จะไม่ใส่รองเท้า เพราะเป็นทั้งเครื่องป้องกันเท้าเราจากสิ่ง ต่างๆ ที่จะอันตรายกับเท้าของเราในปัจจุบันธุรกิจการค้าขายมีการแข่งขั นกันเพื่อการดึงดูดในลูกค้า เพราะลูกค้าต้องการความสะดวกสบาย และทันสมัย อินเตอร์เน็ตจึงมีบทบาทเข้ามาในการค้าขาย ซึ่ง ไม่ว่าจะเป็น โฆษณาสินค้า ประกาศ การสืบค้นข้อมูล การหาความรู้ และการติดต่อสื่ อสารเพราะ อินเตอร์เน็ตเป็นของใกล้ตัวคนส่วนมากและประหยัดค่าใช้จ่าย ดังนั้นผู้จัดทาจึงมองเห็นความสาคัญและให้ความสนใจที่จะนาเสนอเว็บไซต์เกี่ยวกับการทา ระบบร้านขายรองเท้าด้วยเว็บเซอร์วิส เพราะการค้าขายในระบบอินเตอร์เน็ตมีบทบาทที่สาคัญในการ ทาธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อสามารถให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนในด้านต่างๆ เช่น พนักงาน ค่าเช่าที่ ค่าตกแต่ง เป็นต้น ซึ่งในการจัดทาระบบร้านขายรองเท้าด้วยเว็บเซอร์วิส ครั้งนี้เพื่อ นาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ได้จริง และเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบร้านค้าออนไลน์ในรูปแบบ ต่างๆ อันเกิดประโยชน์ต่อการศึกษาต่อไป

1.2 วัตถุประสงค์ของโครงกำร 1.2.1 เพื่อพัฒนาระบบร้านขายรองเท้าด้วยเว็บเซอร์วิส 1.2.2 เพื่อพัฒนาระบบที่สามารถช่วยในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการ 1.2.3 เพื่ออานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของลูกค้า


2

1.3 สมมติฐำนของโครงกำร 1.3.1 ได้พัฒนาระบบร้านขายรองเท้าด้วยเว็บเซอร์วิส 1.3.2 ได้พัฒนาระบบที่สามารถช่วยในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการได้ใน ระดับดีมาก 1.3.3 ได้อานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของลูกค้า

1.4 ขอบเขตของโครงกำร ระบบร้านขายรองเท้าด้วยเว็บเซอร์วิสนั้น มีลักษณะเป็นเว็บเซอร์วิสที่มีรูปแบบการทางานใน ลักษณะการบริการเชื่อมโยง โดยสามารถรับส่งข้อมูลถึงกันได้สามารถจะเชื่อมบริการเข้าด้วยกันทาให้ เว็บเซอร์วิสติดต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยแบ่งขอบเขตการใช้งาน ได้แก่ ระบบหน้าร้าน,ระบบ หลังร้าน และข้อมูลผู้ใช้งานระบบแบ่งขอบเขตการใช้งานของผู้ใช้ได้ 3 ส่วน มีดังนี้ 1.4.1 ผู้จัดการ 1.4.1.1สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข ทุกอย่างในระบบได้ 1.4.1.2 ข้อมูลสินค้า 1.4.1.3 ข่าวประชาสัมพันธ์ 1.4.1.4 สามารถเรียกดูข้อมูลสินค้า, ข้อมูลลูกค้า 1.4.1.5 สามารถจักการเกี่ยวกับ การรับ การสั่งซื้อ การจัดส่ง 1.4.1.5 สามารถออกบิลสินค้า 1.4.2พนักงาน 1.4.2.1ลงบันทึกการจัดส่งสินค้าได้ 1.4.2.2 สามารถตรวจสอบการขอเปลี่ยน คือสินค้าได้ 1.4.2.3 ทาการเพิ่ม ลบ ข่าวประชาสัมพันธ์ต่างๆ บนเว็บได้ 1.4.2.4 ทาการเพิ่ม ลบ แก้ไข ข้อมูลสินค้าได้ 1.4.2.5 สามารถเรียกดูสินค้าภายในร้านได้ 1.4.2.5 สามารถจัดการข้อมูลลักษณะสินค้าได้ เช่น สินค้ามาใหม่ และสินค้าทั่วไป 1.4.2.5 สามารถแก้ไขบิลสินค้า 1.4.3 ผู้ใช้งานทั่วไป 1.4.3.1 สามารถเลือกดูข้อมูลสินค้าภายในเว็บได้ 1.4.3.2 สามารถค้นหาข้อมูลสินค้าได้


3

1.5 นิยำมศัพท์ที่ใช้ในโครงกำร เว็บเซอร์วิส คือเทคโนโลยีที่มีการเปิดให้ใช้บริการแอพพลิเคชั่น (Application – Programming Interfaces) ซึ่งเครื่ อง Client และ Sever ต่างๆ สามารถเรียกใช้ บริ ห ารได้ Web – services จะ เปิดเผย Method หรือ Function การทางาน ที่สามารถเรียกใช้จากอุปกรณ์ต่างๆ ผ่าน เครือข่าย อินเตอร์เน็ตและเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย เช่น ระหว่างเครื่อง Server กับ Client หรือ ระหว่างเครื่อง Server คอมพิวเตอร์ กับ Client ที่เป็น Pocket Pc หรือ โทรศัพท์มือถือ หรือระหว่าง โทรศัพท์มือถือ ด้วยกันเอง

1.6 ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1.6.1 ได้ความรู้เกี่ยวกับการติดต่อของระบบฐานข้อมูล 1.6.2 ได้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะการติดต่อระหว่าง Server กับ Client 1.6.3 สามารถนาเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ 1.6.4 มีความคิดริเริ่มสร้างระบบฐานข้อมูลเพื่อนาไปใช้ประโยชน์ 1.6.5 ได้ความรู้ในการออกแบบระบบ ควบคุมระบบ และพัฒนาระบบ


4

บทที่ 2 ทฤษฎีและงำนวิจัยที่เกีย่ วข้อง

ในการดาเนินโครงการระบบร้านค้าออนไลน์ กรณีศึกษา : ร้านขายรองเท้า NM Shoes ผู้จัดทา ได้ทาการศึกษา ค้นคว้าทฤษฎี เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทาระบบร้านขายรองเท้าออนไลน์ด้วย โปรแกรม Dreamweaver 2.1 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1.1 Adobe Dreamweaver 2.1.2 PHP MySQL 2.1.3 PHP MyAdmin 2.1.4 AppServ 2.1.5 Adobe Photoshop 2.1.6 HTML 2.2 งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.2.1 ร้านขายหนังสือมือสองผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 2.2.2 ระบบจัดการร้านขายกล้องดิจิทัลผ่านเว็บไซต์ 2.1 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1.1 Adobe Dreamweaver Dreamweaver เป็ น โปรแกรมประเภท Web Design ซึ่งมีคุณสมบัติในการใช้งานใน แบบ WYSIWYG อ่านว่า วิส สิ วิก (What You See Is What You Get) คือ โปรแกรมประเภทคุณ ออกแบบหน้าเว็บเพจ หรือเว็บไซต์ มาอย่างไรในโปรแกรม คุณก็จะเห็นงานของคุณเป็นแบบนั้นการ ใช้ ง านของโปรแกรมจะอ านวยความสะดวกให้ กั บ การออกแบบ webpage เป็ น อย่ า งมาก โดย โปรแกรมจะทางานในลักษณะ HTML Generator นั่นคือโปรแกรมจะสร้างรหัสคาสั่ง HTML โดยเรา ไม่จาเป็นต้องมานั่งเรียนรู้ CODE ของ HTML เลย เราก็สามารถสร้าง website ได้อย่างมืออาชีพแล้ว ในลักษณะ HTML Generator นั่นคือโปรแกรมจะสร้างรหัสคาสั่ง HTML โดยเราไม่จาเป็นต้องมานั่ง


5

เรี ย นรู้ CODE ของ HTML เลย เราก็ ส ามารถสร้ า ง website ได้ อ ย่า งมื อ อาชี พ แล้ ว โดยโปรแกรมมี ลักษณะการทางาน คล้ายๆกับการพิมพ์เอกสารด้วย Word Processing ที่สามารถใช้เครื่องมือ (Tool bars) หรือแถบคาสั่ง (Menu bar) ควบคุมการทางาน ช่วยให้การใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็ว 2.1.1.1ส่วนประกอบของโปรแกรม Dreamweaver 2.1.1.1.1แถบชื่อเรื่อง (Title Bar) แสดงชื่อแฟ้มข้อมูลที่กาลังใช้งานอยู่ 2.1.1.1.2แถบค าสั่ ง (Menu Bar) เป็ น ส่ ว นที่ เ ก็ บ ค าสั่ ง ต่ า ง ๆ ที่ ใ ช้ ง านในโปรแกรม Dreamweaver 2.1.1.1.3 แถบ Document Tool Bar เป็ น ส่ ว นที่ ใ ช้ ใ นการจั ด การกั บ เว็ บ เพจ ณ ขณะนั้น เช่นการเปลี่ยนมุมมองในการดูหน้าเว็บเพจ 2.1.1.1.4 แถบ Insert Bar เป็นกลุ่มเครื่องมือที่ใช้สร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ในเว็บเพจ ซึ่ง ประกอบด้วยชุดเครื่องมือ 8 ชุดด้วยกัน 2.1.1.1.5 พื้นที่ออกแบบ เป็นส่วนที่ใช้สาหรับใส่เนื้อหาและจัดองค์ประกอบของเว็บ เพจ โดยประกอบด้วยมุมมองการทางาน 3 รูปแบบด้วยกันคือ 1.Design ให้แสดงแต่หน้าเว็บเพจปกติไม่ต้องแสดงโค้ด HTML 2.Code เป็นหน้าต่างที่ให้แสดงเฉพาะโค้ด HTML ของหน้าเว็บ 3.Splitเป็นหน้าต่างที่ให้แสดงทั้งโค้ดHTML 2.1.1.2 การทางานกับภาษาต่างๆ Dreamweaver สามารถทางานกับภาษาคอมพิวเตอร์ในการเขียนเว็บไซต์แบบไดนามิค ซึ่ง มีการใช้ HTMLเป็นตัวแสดงผลเช่น ASP, ASP.NET, PHP, JSP และ ColdFusion รวมถึงการจัดการ ฐานข้อมูล ต่างๆ อีกด้วย และในเวอร์ชันล่ าสุ ดยังสามารถทางานร่วมกับ XML และ CSS ได้อย่าง ง่ายดาย 2.1.2 PHP MySQL MySQL จัดเป็นระบบจัดฐานข้อมูลซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจาก MySQL เป็นฟรีแวร์ ทางด้านฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถรองรับจานวนผู้ใช้ และรองรับขนาดของข้อมูลได้มาก รองรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น ระบบปฏิบัติการวินโดว์ หรือระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ รองรับภาษาได้หลายภาษา เช่น ภาษาซี ภาษาจาวา ภาษาพีเอชพีนอกจากนี้ MySQL เป็นซอฟต์แวร์ ที่สามารถดาวน์โหลดซอร์สโค้ดจากอินเทอร์เน็ตโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทุกวันนี้ได้มีการนา MySQL ไปใช้ในระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบฐานข้อมูลการซื้อขาย สินค้าคงคลัง โดยฐานข้อมูลจะรองรับ ระบบที่ต้องการใช้งานฐานข้อมูลในระดับเล็กไปถึงระบบที่ต้องการใช้งานข้อมูลระดับปานกลาง เช่น


6

ระบบอีคอมเมิร์ซต่างๆ เนื่องจาก MySQL มีลักษณะเป็นซอฟต์แวร์แบบภาษาเปิดเผยรหัสต้นฉบับ เช่ น เดีย วกับ พีเ อชพี ผู้ ใช้ ง านจึ ง เลื อ กใช้ MySQL เป็ นตั ว จั ดการระบบฐานข้ อมู ล อี กทั้ ง MySQL สามารถดูแลจัดการระบบฐานข้อมูลได้ง่ายเมื่อใช้งานร่วมกับ Php Myadmin ซึ่งเป็นโปรแกรมดูแล จัดการระบบฐานข้อมูล MySQL โดยใช้พื้นฐานการพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษา Php 2.1.3 PHP MyAdmin PHP MyAdmin เป็ น โปรแกรมดู แ ลจั ด การระบบฐานข้ อ มู ล MySQL โดยใช้ พื้ น ฐานการ พัฒ นาโปรแกรมด้ว ยภาษา Php ที่แ สดงผลกราฟฟิก สามารถดูแ ลจัด การ MySQL ผ่ า นทางเว็ บ เบราว์เซอร์ ซึ่งทาให้การใช้งาน MySQL สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.1.4 AppServ คือโปรแกรมที่รวบรวมเอา Open Source Software หลายๆ อย่างมารวมกันโปรแกรม ต่ า งๆ ที่ น ามารวบรวมไว้ ทั้ ง หมดนี้ ได้ ท าการดาวน์ โ หลดจาก Official Release ทั้ ง สิ้ น โดยตั ว AppServ จึงให้ความสาคัญว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องให้เหมือนกับต้นฉบับ เราจึงไม่ได้ตัดทอนหรือ เพิ่มเติมอะไรที่แปลกไปกว่า Official Release แต่มีบางส่ วนเท่านั้นที่เราได้เพิ่มประสิทธิภาพการ ติดตั้งให้ส อดคล้องกับ การทางานแต่ล ะคน โดยที่ประสิทธิภาพนี้ไม่ได้ไปยุ่ง ในส่ วนของ Original Package เลยแม้แต่น้อยเพียงแต่เป็นการกาหนดค่า Config เท่านั้น เช่นApache ก็จะเป็นในส่วนของ httpd.conf, PHP ก็จะเป็นในส่วนของ php.ini, MySQL ก็จะเป็นในส่วนของ my.ini ดังนั้นเราจึง รับประกันได้ว่าโปรแกรม AppServ สามารถทางานและความเสถียรของระบบ ได้เหมือนกับ Official Release ทั้งหมดจุดประสงค์หลักของการรวมรวบ Open Source Software เหล่านี้เพื่อทาให้การ ติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ที่ได้กล่าวมาให้ง่ายขึ้น เพื่อลดขั้นตอนการติดตั้งที่แสนจะยุ่งยากและใช้เวลานาน โดยผู้ใช้งานเพียงดับเบิ้ลคลิก setup ทุกอย่างก็ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ระบบต่างๆ ก็พร้อมที่จะทางานได้ ทันทีทั้ง Web Server, Database Server เหตุผลนี้จึงเป็นเหตุผลหลักที่หลายๆ คนทั่วโลก ได้เลือกใช้ โปรแกรม AppServแทนการที่จะต้องมาติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ที่ละส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ความชานาญ ในการติดตั้ง Apache, PHP, MySQL ก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย เนื่องจากการติดตั้งโปรแกรมที่แยกส่วน เหล่านี้ให้มารวมเป็นชิ้นอันเดียวกัน ก็ใช้เวลาค่อนข้างมากพอสมควร แม้แต่ตัวผู้พัฒนา AppServ เอง ก่อนที่จะ Release แต่ละเวอร์ชั่นให้ดาวน์โหลด ต้องใช้ระยะเวลาในการติดตั้งไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อทดสอบความถูกต้องของระบบ ดังนั้นจึงจะเห็นว่าเราเองนั้นเป็นมือใหม่หรือมือเก่า ย่อมไม่ใช่เรื่อง


7

ง่ า ยเลยที่ จ ะติ ด ตั้ ง Apache, PHP, MySQL ในพริ บ ตาเดี ย วมี บ างค าถามที่ พ บบ่ อ ยว่ า AppServ สามารถนาไปเป็น Web Server หรือ Database Server ได้ทันทีหรือไม่ ข้อนี้ต้องตอบว่าได้แน่นอน 100% แต่ทางผู้พัฒนาเองขอแนะนาว่า ระบบจัดการ Memory และ CPU บน Windows ที่ทางาน เกี่ยวกับ Web Server หรือ Database Server ไม่เหมาะกับการใช้งานหนักๆ เป็นอย่างยิ่ง เพราะ Windows นั้นจะกลืนกินทรัพยากรอันมหาศาล และหากเทียบอัตรารองรับระบบงานกับ OS ตัวอื่น เช่น Linux/Unix จะยิ่งเห็นได้ชัดว่า OS ที่เป็นWindows ที่มีขนาด Memory และ CPU ที่เท่าๆ กัน OS ที่เป็น Linux/Unix นั้น จะรองรับงานได้น้อยกว่ามากพอสมควร เช่น Windows รับได้ 1000 คน พร้อมๆ กัน แต่Linux/Unix หากท่านต้องทางานหนักๆ ทางผู้พัฒนาแนะนาให้เลือกใช้ Linux/Unix OS จึงจะเหมาะสมกว่า 2.1.5 Adobe Photoshop CS6 Photoshop เป็นโปรแกรมในตระกูล Adobe ที่ใช้สาหรับตกแต่งภาพถ่ายและภาพกราฟฟิก ได้

อย่างมีประสิทธิ์ภาพ งานด้านสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และงานด้านมัลติมีเดีย อีกทั้งยังสามารถ retouching ตกแต่งภาพและสร้างภาพ ซึ่งกาลังเป็นที่นิยมสูงมากในขณะนี้ เราสามารถนาโปรแกรม Photoshop ในการแต่งภาพ การใส่ Effect ต่าง ๆให้กับภาพและตัวหนังสือ การทาภาพขาวดาและการทาภาพถ่าย เป็ น ภาพเขี ย น การน าภาพต่ างๆ มารวมกัน การ Retouch ตกแต่ง ภาพเป็น ต้ น นอกจากนี้แ ล้ ว โปรแกรม Photoshop ยังเป็นโปรแกรมสร้างและแก้ไขรูปภาพอย่างมืออาชีพโดยเฉพาะนักออกแบบใน ทุกวงการย่อมรู้จักโปรแกรมตัวนี้ดี โปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือมากมายเพื่อ สนั บ สนุ น การสร้ างงานประเภทสิ่ งพิมพ์ งานวิดีทัศน์ งานนาเสนอ งานมัล ติ มีเดีย ตลอดจนงาน ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ในชุดโปรแกรม Adobe Photoshop จะประกอบด้วยโปรแกรมสองตัว ได้แก่ Photoshop และ ImageReady ลักษณะงานที่เหมาะสมกับโปรแกรม Photoshop งานที่เหมาะสม กับการใช้งานโปรแกรม Photoshop CS6 มีหลากหลายมา แล้วแต่ความต้องการของผู้ออกแบบเช่น งานรีทัชภาพงานอาร์ทเวิรค์ งานโปสเตอร์ โปรชัวร์ แบนเนอร์ เป็นต้น 2.1.6 HTML ความที่ภาษา HTML เป็นภาษาที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมายเป็นภาษาที่มี ความสามารถในการจั ดรู ป แบบเอกสารอย่ างเต็มรูป แบบ สิ่ งกระตุ้น แรกที่ก่อให้ เกิ ดการพัฒ นา ดังกล่าว เกิดขึ้นในปี 1993 เมื่อโปรแกรม Web browser มีความสามารถจะดูเอกสารแบบ Hypertext


8

พร้อมกับมีรูปภาพประกอบได้พร้อมๆ กัน และในระยะหลังจากนั้นอีก 5 ปี ภาษา HTML ก็ได้พัฒนา ตนเองมาเรื่อยๆ จนเป็นเวอร์ชัน ปัจจุบัน — เวอร์ชัน 4.0 สิ่งที่ทาให้ HTML เวอร์ชันปัจจุบัน มีความสามารถในการจัดรูปแบบเอกสารอย่างเต็มรูปแบบ คือ ความสามารถในการใช้ Cascading Style Sheet เพิ่มเติมจากเวอร์ชันก่อนหน้านี้ (เวอร์ชัน 3.2) ซึ่งมี ความสามารถจัดรูปแบบเอกสารอยู่ในขั้นมาตรฐานปีค.ศ. 1961 อินเตอร์เน็ตได้เกิดและเติบโตขึ้น พร้อมกับภาษาคอมพิวเตอร์และโปรโตคอล ( Protocol) จานวนมาก เพื่อรองรับกับ การเติบโตอย่าง รวดเร็วของอินเตอร์เน็ต หนึ่งในภาษาคอมพิวเตอร์และโปรโตคอลนั้นคือ ภาษา HTML และ TCP/IP (Transmission Control Protocol/ Internet Protocol) ทั้งนี้เพราะ World Wide Web แม้จะเป็นเพียงส่วน หนึ่งของอินเตอร์เน็ต แต่ได้รับความนิยม อย่างสูง และรวดเร็ว โปรโตคอล HTTP (ซึ่งเป็นส่วนย่อยของ โปรโตคอล TCP/IP) จึ งได้รับการพัฒ นาเพื่อสนับสนุนภาษา HTML ซึ่ง ใช้ในการจัดเก็บเอกสารบน World Wide Web

ภาษา HTML ในยุคแรกเริ่ม ถูกใช้เพื่อจัดทารูปแบบตัวอักษรบนเอกสารประเภท Hypertext ความสามารถจึงยังคงจากัดอยู่มาก เพียงทาได้แต่ การกาหนดรูปแบบ heading แต่สาหรับตัวอักษรทา ได้แค่ bold และ italic เท่านั้นถึง เวอร์ชัน 4.0 จึงได้เพิ่มขีดความสามารถจากเดิม ที่มีความสามารถ เพียงเพื่อจัดรูปแบบตัวอักษร กล ในอดี ต สิ่ ง ที่ ท าให้ ผู้ เ ขี ย นภาษา HTML ประสบกั บ ปั ญ หามากมาย คื อ การที่ โ ปรแกรม browser หลักๆ ยังคงมี ความแตกต่างทาง ด้านเทคโนโลยีกันอย่างมาก และต่างก็ได้พัฒนาภาษา HTML ของตนเพิ่มเติมจากมาตรฐานในเวอร์ชัน 3.2 กันเอง โดยไม่ได้มีการตกลง ระหว่างกัน เป็นผล ให้ผู้เขียนภาษา HTML โดยถือตามมาตรฐาน หรืออ้างอิงค่ายใดค่ายหนึ่งไม่สามารถจะแสดงรูปแบบ ของเอกสาร ให้เป็นอย่า งที่ต้องการได้ ในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวกลับไม่ลดน้อยลงไป แม้ว่าจะได้มี การจั ดตั้งคณะกรรมการ เพื่อกาหนดมาตรฐาน ให้ โ ปรแกรม browser ในเวอร์ชันใหม่ๆ นาเอา HTML เวอร์ชัน 4.0 เป็น มาตรฐานก็ตาม แต่ปัญหายังคงมีอยู่ ต่อไป ด้ว ยเหตุที่คณะกรรมการชุด ดังกล่าวไม่สามารถผลักดันให้โปรแกรม browser รับเอามาตรฐานดังกล่าวไปใช้อย่างรวดเร็ว เพียงพอ HTML หรือ HyperText Markup Language เป็นภาษา script ประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้ทา Web page เป็นงานหลัก ในระบบ World Wide Web ในแรกเริ่ม วัตถุประสงค์หลักของ HTML ถูกเสนอ โดยนาย ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee) แห่งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยทางอนุภาคฟิสิกส์ของยุโรป (CERN) ซึง่ ตัง้ อยูท่ ก่ี รุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ได้กาหนดไว้วา่


9

เพื่อสร้างสื่อที่นักวิทยาศาสตร์สามารถจะเผยแพร่ผลงาน และใช้อ้างอิง ได้ตลอด 24 ช.ม. เพื่อสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ที่รองรับภาษาท้องถิ่ น ที่ไม่ขึ้นกับระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Platform) หรือระบบเครือข่ายใดๆ และด้วยวัตถุประสงค์ข้างต้น ภาษา HTML จึงถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในสังคมของนักวิทยาศาสตร์ และกาหนดให้เครื่องมือที่ใช้เขียน เป็นโปรแกรม text editor ทั่วๆ ไป สาหรับภาษา HTML ในอินเตอร์เน็ต ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนทุกๆ ชาติบน โลก สามารถเข้าถึง เผยแพร่ และอ้างอิง วิทยาการความรู้ได้ ด้วยการเชื่อมโยงไปมาแบบ hyperlink อาจจะด้วยตัวอักษร และ/หรือ รูปภาพ โดยอาจเชื่อมโยงเฉพาะภายใน เอกสารนั้น หรือเชื่อมโยงข้าม ไปยังเอกสารอื่นๆ ได้ ภาษา HTML มีต้นแบบมาจากภาษา SGML (Standard Generalized Markup Language) ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ได้เฉพาะ กับประเภท ของคอมพิวเตอร์ และสิ่งที่ HTML รับมาจาก SGML คือ การ ประกาศค่า และ การกาหนดรูปแบบเอกสาร (Document Type Definition –DTD) สิ่ ง ที่ ท าให้ ภาษา HTML ได้ รั บ ความนิ ย มอย่ า งมาก และรวดเร็ ว ก็ คื อ HTML รวมถึ ง โปรโตคอล HTTP (HyperText Transfer Protocol) เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกันได้ทั่ว โลก โดยที่ตัว ภาษาและโปรโตคอล ไม่ขึ้นกับ ระบบเครือข่าย และประเภทของคอมพิวเตอร์ (Platform) ซึ่งมีความ หลากหลาย อันเนื่องมาจากเทคโนโลยีและประเภทการใช้งาน เป็นผลให้เอกสารที่เขียนโดย HTML สามารถถ่ายโอน ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในรูปแบบของ ตัวอักษร ภาพ และเสียง HTML เวอร์ชันต่างๆ HTML เวอร์ ชั น แรกๆ ยั ง ไม่ ส มบู ร ณ์ ดี นั ก จนกระทั่ ง ในปี 1994 HTML 2.0 จึ ง ได้ รั บ การ ยอมรับเป็นมาตรฐานที่สมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ดี Netscapeและ Microsoft ต่างก็เพิ่มคาสั่งใหม่ๆลงใน โปรแกรมของตนเอง เพื่อให้ผู้ให้ออกแบบเพจสามารถใช้ฟังก์ชันอื่น นอกเหนือไปจาก HTML 2.0 ต่อมา W3C ได้พัฒนามาตรฐาน HTML 3.0 ขึ้นมา แต่ปรากฏว่ามาตรฐานใหม่นี้ ไม่เป็นที่ ยอมรับของ Netscape,Microsoft และบริษัทอื่นๆ โดยแต่ละบริษัทต่างก็พยายามให้มาตรฐานใหม่มี ฟังก์ชันที่ตนเองต้องการ จนในที่สุด W3C จึงต้องกลับไปแก้ไขใหม่ และก็คือ HTML 3.2 HTML 3.2 และ HTML 4.0


10

HTML 3.2 เป็นมาตรฐานในปัจจุบันของ W3C โปรแกรมเราเซอร์เกือบทั้งหมดได้รับการ พัฒนาให้สามารถทางานตามคาสั่งที่กาหนดในมาตรฐานของ HTML 3.2 นี้ HTML 3.2 เพิ่งจะได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐานเมื่อ ม.ค.1997 แต่กระนั้นก็ดียังมีขีดจากัด บางประการที่นักออกแบบเพจต้องการที่จะให้ HTML 3.2 มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น นักออกแบบ จานวนมากนิ ยมใช้คาสั่งใหม่ๆ ที่ยั งไม่ถือว่าเป็นมาตรฐาน ทั้งๆที่รู้ว่า การทาเช่นนี้ จะทาให้ ต้อง เสียเวลาในการเปลี่ยน เบราเซอร์ใช้หลายๆตัว แต่ก็เป็นการท้าทายความสามารถของนักออกแบบ ความต้องการของนักออกแบบที่เพิ่มมากขึ้น ทาให้องค์กร W3C ตกลงใจประกาศใช้ HTML 4.0 ฉบั บร่ างขึ้น เมื่อ 8 ก.ค. 1997 ทุกๆบริษัทก็พยายามปรับปรุงโปรแกรมเบราเซอร์ของตน ให้ สามารถใช้คาสั่งใหม่ๆ ตามมาตรฐาน HTML 4.0 ความสามารถใหม่ที่เพิ่มขึ้นใน HTML 4.0 จะช่วย ให้ผู้ออกแบบเพจ สามารถควบคุมรูปแบบเอกสาร และรูปภาพได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้โปรแกรมเบราเซอร์นั้น จะต้องสนับสนุนฟังก์ชันของ HTML 4.0 ด้วย คุ ณ สมบั ติ บ างประการของ HTML 4.0 ได้ มี ก ารน าไปใช้ ใ น Netscape และ Microsoft ก่อนที่จะมีการพัฒนา HTML 4.0 เสียอีก หลังจากนั้นจึงเพิ่มความสามารถนี้ลงในมาตรฐาน HTML 4.0 แต่ก็มีคุณสมบั ติบ างประการของ HTML 4.0 ที่ไม่เคยมีอยู่ในเบราเซอร์ใดๆ มาก่อนเลยก็คือ ความสามารถในการจัดการกับ Object Model (ฟังก์ชันยอดนิยมของโปรแกรมเมอร์)

2.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.2.1 ร้ำนขำยหนังสือมือสองผ่ำนระบบอินเทอร์เน็ต การศึ กษาโครงการเฉพาะเรื่ องนี้ไ ด้พั ฒ นาระบบร้า นขายหนั ง สื อ มือ สองผ่ านระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยโปรแกรมภาษาจาวา ร่วมกับระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลไมโครซอฟท์ เอสคิวแอลเซิร์ฟเวอร์ (Microsoft SQL Server) โดยทาการออกแบบ ซอฟท์แวร์แบบเอ็มวีซี (ModelViewController : MVC) และติดตั้งบนกลาสฟิชเซิร์ฟเวอร์ (Glassfish Server) ซึ่งพบว่า สามารถ สร้างเว็บไซต์ได้ตรงตามความต้องการของผู้พัฒนา และสามารถใช้งานเว็บไซต์ร้านขายหนังสือมือสอง เป็นทางเลือกทดแทนการซื้อขาย หนังสือผ่านทางหน้าร้านได้


11

2.2.2 ระบบจัดกำรร้ำนขำยกล้องดิจิทัลผ่ำนเว็บไซต์ ระบบจัดการร้านค้าขายกล้องดิจิทัลผ่านเว็บไซต์ ได้มีการออกแบบระบบและฟังก์ชันกา รท างานที่ เป็ น ประโยชน์ ต่ อ การใช้ งาน เข้ า ช่ ว ยในการพั ฒ นาส่ ว นของเว็บ แอปพลิ เ คชั น (Web Application)และใช้ฐ านข้อมูล มายเอสคิวแอล (MySQL) เพื่อจัดเก็บข้อมูลสิ นค้าและ ข้อมูลผู้ ซื้อ สินค้า ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการระบบร้านค้าขายกล้องดิจิทัลผ่านเว็บไซต์ให้สามารถ ตอบสนองความต้องการในการซื้ อสินค้ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังอานวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการใน การบริการจัดการร้านค้าผ่านเว็บไซต์และ สะดวกรวดเร็วในการปรับแต่ งข้อมูลสินค้าให้ทันสมัย ตรง กับความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ ส่งผลให้เกิดผลกาไรและประสบความสาเร็จในการดาเนินธุรกิจ มากยิ่งขึ้น


12

บทที่ 3 วิธีดำเนินกำรโครงกำร ขั้นตอนการดาเนินงานของระบบร้านค้าออนไลน์ กรณีศึกษา :ร้านขายรองเท้า NM Shoes เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการมีขั้นตอนดังนี้ 3.1 แผนภำพคอนเท็กซ์ (Context Diagram) แผนภาพคอนเท็กซ์แสดงถึงการทางานภาพรวมของระบบสั่งซื้อสินค้าเครื่องมือช่างออนไลน์ ซึ่ง แสดงเป็นภาพโดยรวมของระบบทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าระบบมีผู้เกี่ยวข้องกับระบบอยู่ทั้งหมด 2 กลุ่ม ได้แก่เจ้าของร้านลูกค้า รายละเอียดแสดงได้ดังรูปที่ 3.1

สินค้าที่ต้องการสั่งซื้อ ยืนยันการสั่งซื้อ ข้อมูลการส่งสินค้า ข้อมูลการชาระเงิน

ชื่อผู้ใช้งาน ชนิดสินค้า ข้อมูลสินค้า สถานการณ์ชาระเงิน

0 ลูกค้า

ข้อมูลผู้ใช้งาน รายการสินค้าและราคา สถานการณ์ชาระเงิน

ระบบร้านค้าออนไลน์

ข้อมูลสมาชิก รายละเอียดใบสั่งซื้อ รายละเอียดชาระเงิน

รูปที่ 3.1 แผนภาพคอนเท็กซ์ของระบบร้านค้าออนไลน์

เจ้าของร้าน


13

3.2 แผนภำพกระแสข้อมูลระดับที่ 0 (Data Flow Diagram Level 0: DFD) แผนภาพกระแสข้อมูลระดับที่ 0 แสดงถึงการทางานที่แบ่งย่อยออกมาจากแผนภาพคอนเท็กซ์ ไดอะแกรม โดยแบ่งการทางานของระบบสั่งซื้อสินค้าเครื่องมือช่างออนไลน์เป็น 4 กระบวนการคือ ลงทะเบียน สมัครสมาชิก จัดการข้อมูลสินค้า สั่งซื้อสินค้า และแจ้งข้อมูลการชาระเงิน รายละเอียด แสดง ได้ดังรูปที่ 3.2

ลูกค้า

ข้อมูลส่วนตัว

1.0

ข้อมูลสมาชิก

ลงทะเบียนสมัครสมาชิก

ชนิดสินค้า ข้อมูลสินค้า ข้อมูลแก้ไขสินค้า

เจ้าของร้าน

2.0 จัดการข้อมูลสินค้า

รายละเอียดข้อมูลส่วนตัว รายละเอียดข้อมูลสมาชิก

D1

ข้อมูลสมาชิก

D2

ข้อมูลสินค้า

รายละเอียดสินค้า ข้อมูลสินค้าเดิม ข้อมูลสินค้าใหม่

ข รายละเอียดสินค้าที่ต้องการ

สินค้าที่ต้องการจะซื้อ รายการสินค้าและราคารวม ข้อมูลยืนยันการสั่งซื้อ

3.0 สั่งซื้อสินค้า

รายละเอียดใบสั่งซื้อ รายละเอียดข้อมูลการชาระเงิน ข้อมูลชาระเงิน

เจ้าของร้าน ลูกค้า

ข้อมูลสินค้าที่ต้องเลือก ข้อมูลสินค้าที่ต้องการ รายการสินค้าเดิม รายการสินค้าใหม่ รายการสินค้าและราคา

D3

ข้อมูลใบสั่งซื้อ

D4

ข้อมูลการชาระเงิน

รายการสินค้าทั้งหมด ข้อมูลการสัง่ ซื้อสินค้า

4.0 แจ้งข้อมูลการชาระ เงิน

รหัสใบสั่งซือ้ รายละเอียดการชาระเงิน ข้อมูลการชาระเงินที่ต้องการ

รูปที่ 3.2 แผนภาพกระแสข้อมูลระดับที่ 1 ของระบบร้านค้าออนไลน์


14

3.3 แผนภำพกระแสข้อมูลระดับที่ 1 (Data Flow Diagram Level 1: DFD) เจ้าของร้าน

ชนิดสินค้า

2.1

ข้อมูลสินค้า

เพิ่มข้อมูลสินค้า

รายละเอียดสินค้า

ข้อมูลแก้ไขสินค้า

2.2

ข้อมูลสินค้าเดิม

ข้อมูลแก้ไขชนิดสินค้า

แก้ไขข้อมูลสินค้า

ข้อมูลสินค้าใหม่

2.3 รหัสสินค้า แสดงข้อมูล

ข้อมูลสินค้า

D2

รหัสสินค้า ข้อมูลสินค้า

สินค้า

รูปที่ 3.3 แผนภาพกระแสข้อมูลระดับที่ 1 ของกระบวนการการจัดการข้อมูลสินค้า จากรูปที่ 3.3 แสดงแผนภาพกระแสข้อมูลระดับที่ 1 ของกระบวนการการจัดการข้อมูลสินค้า ซึ่ง แบ่งกระบวนการออกเป็นกระบวนการย่อยๆทั้งหมด 3 กระบวนการได้แก่ เพิ่มข้อมูลสินค้า แสดง ข้อมูลสินค้าและแก้ไขข้อมูลสินค้าโดยกระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล สินค้าโดย เจ้าของ ร้านจะทาการเพิ่มแก้ไขข้อมูลรายละเอียดของสินค้าแต่ละชนิด D3

4.1

ลูกค้า

เจ้าของร้าน

ข้อมูลการชาระเงิน

รายละเอียดข้อมูลการชาระเงิน ตรวจสอบข้อมูลการชาระเงิน

แจ้งข้อมูลการชาระเงิน

รหัสใบสั่งซื้อ

ข้อมูลใบสั่งซื้อ

D4

ข้อมูลการชาระเงิน

รายละเอียดการชาระเงิน

4.2

ข้อมูลการชาระเงิน

ตรวจสอบการชาระเงิน

ข้อมูลการชาระเงินที่ตอ้ งการ

รูปที่ 3.4 แผนภาพกระแสข้อมูลระดับที่ 1 ของกระบวนการการแจ้งข้อมูลการชาระเงิน


15

จากรูปที่ 3.4 แสดงแผนภาพกระแสข้อมูลระดับที่ 1 ของกระบวนการการแจ้งข้อมูลการชาระ เงิน โดยแบ่ งออกเป็ น กระบวนการย่อยทั้งหมด 2 กระบวนการได้แก่แจ้ง ข้อมูล การช าระเงินและ ตรวจสอบการชาระเงินเมื่อลูกค้าได้ทาการโอนเงินเรียบร้อยลูกค้าจะทาการแจ้งข้อมูลรายละเอียด เกี่ยวกับการชาระเงินพร้อม รหัสใบสั่งซื้อนั้นและเจ้าของร้านสามารถตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการ ชาระเงินจากลูกค้าเพื่อทาการจัดส่งสินค้าต่อไป

3.4 แผนภำพแสดงควำมสัมพันธ์กลุ่มข้อมูล (Entity-Relationship Diagram : ERD) แผนภาพแสดงความสั มพัน ธ์กลุ่ ม ข้อมูล อธิบ ายถึง โครงสร้า งความสั ม พันธ์ข องแต่ล ะตาราง ภายในฐานข้อมูลดังแสดงในรูปที่ 3.5

รูปที่ 3.5 แผนภาพแสดงความสัมพันธ์กลุ่มข้อมูล จากรู ป ที่ 3.5 อธิ บ ายความสั ม พันธ์ระหว่างเอนทิตี้ (Entity) ของระบบโดยประกอบไปด้ว ย เอนทิตี้ดังนี้ 1. Member (สมาชิกของระบบ) เก็บรายละเอียดข้อมูลสมาชิกของระบบซึ่งประกอบไปด้วย รหัสสมาชิกของระบบ ชื่อ-นามสกุล รหัสผ่าน ที่อยู่ของสมาชิก จังหวัด รหัสไปรษณีย์ อีเมล์ เบอร์โทร ติดต่อ และรายละเอียดอื่นๆ


16

2. Product (สินค้า) เก็บรายละเอียดของสินค้าซึ่งประกอบไปด้วย รหัสสินค้า ชื่อสินค้า ชนิดสินค้า ราคาสินค้า และรายละเอียดสินค้า 3. Cart (สั่งซื้อสินค้า) เก็บข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า ซึ่งประกอบไปด้วย รหัสตะกร้าสินค้า รหัสสมาชิก ของระบบ รหัสสินค้าราคาสินค้าจานวนสินค้าราคารวมสินค้าของตะกร้า 4. Order (รายการสั่งซื้อสินค้า) เก็บรายละเอียดของรายการสั่งซื้อสินค้า ซึ่งประกอบไปด้วย รหัส สั่งซื้อสินค้า รหัสตะกร้าสินค้า วันและเวลาสั่งซื้อ สถานะการสั่งซื้อ และสถานะการ ชาระเงิน 5. Payment (แจ้งชาระเงิน) เก็บรายละเอียดของรายการสั่งซื้อสินค้าซึ่งประกอบไปด้วย รหัสการ ชาระเงิน รหัสสั่งซื้อสินค้า จานวนเงินที่โอน วันและเวลาที่โอน ชื่อธนาคาร

3.5 แผนผังของเว็บไซต์ (Site Map) หน้าหลัก

ผู้ดูแล ระบบ

ลูกค้า Login

เข้าระบบ

สมัครสมาชิก

จัดหมวดสินค้า

เลือกสินค้า

จัดการสินค้า

สั่งซื้อสินค้า

รายการสั่งซื้อ

ยืนยันการสั่งซื้อ

รายชื่อสมาชิก

แจ้งชาระเงิน

แจ้งข่าวสาร

เช็คเลขพัสดุ

รูปที่ 3.6 แผนภาพแสดงแผนผังของเว็บไซต์ จากรูปที่ 3.6 เป็นระบบสั่งซื้อสินค้าเครื่องมือช่างออนไลน์ ประกอบไปด้วยการทางานของ หน้า เว็บไซต์หลักอยู่2 ส่วน คือส่วนของลูกค้าและส่วนของผู้ดูแลระบบ


17

บทที่ 4 ผลกำรดำเนินงำนโครงกำร

ผลจากการดาเนินโครงการ ระบบร้านค้าออนไลน์ กรณีศึกษา :ร้านขายรองเท้า NM Shoes มา จากขั้นตอนการปฏิบัติโครงการและการดาเนินการวิจัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

4.1 กำรใช้งำนระบบ เว็บไซต์ระบบร้านค้าออนไลน์ มีส่วนการเข้าใช้งานของหน้าเว็บไซต์หลัก อยู่ 2 ส่วน คือส่วนของ ลูกค้าและส่วนของผู้ดูแลระบบ 4.1.1 กำรใช้งำนระบบในส่วนของผู้ใช้ที่เป็นลูกค้ำ 1. ลู กค้ าสามารถสมัค รสมาชิก และท าการเข้า สู่ ร ะบบโดยใช้ ชื่อ ผู้ ใ ช้ (Username) และ รหั สผ่ าน (Password) ที่ได้ทาการสมัครไว้ทาการเข้าสู่ ระบบโดยแบ่งประเภทของลู กค้าออกเป็น 2 ประเภทคือ ลูกค้าที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วกับลูกค้าที่เป็นสมาชิกใหม่ หน้าแรกของโปรแกรม เมื่อเริ่มเข้าสู่ ระบบผู้ใช้ที่ยังไม่เคยสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตหรือยัง ไม่ได้ลงทะเบียนสั่งซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ต้องลงทะเบียนครั้งแรกก่อนการใช้งาน แสดงได้ดังรูปที่ 4.1

ภาพที่ 4.1 หน้าจอเข้าสู่ระบบ


18

2. หน้าเว็บไซด์ที่ใช้ในการสมัครสมาชิกซึ่งผู้ใช้ใหม่จะต้องทาการสมัครสมาชิกก่อนเริ่มทาการ สั่งซื้อสินค้าทางเว็บไซต์โดยให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลส่วนตัวลงในแต่ละหัวข้อดังรูปให้ครบ สมัครสมาชิก แสดงได้ดังรูปที่ 4.2

ภาพที่ 4.2 หน้าจอสมัครสมาชิก 3. หน้าเว็บไซด์แสดงรายการสินค้าลูกค้าสามารถเลือกสินค้า ได้จากหน้าเว็บไซด์นี้เมื่อลูกค้า

คลิกเลือกสินค้าที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว หน้าจอจะแสดงราคา รูปถ่ายและรายละเอียดของสินค้าแต่ ละชิ้นตามสินค้าที่ลูกค้าเลือก แสดงได้ดังรูปที่ 4.3

ภาพที่ 4.3 หน้าจอแสดงสินค้า


19

4. หน้าเว็บไซต์ที่แสดงหลังจากลูกค้าเลือกสินค้าที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว เราจะเห็นได้ว่า ระบบ จะนาลูกค้าเข้าสู่หน้าจอรายการสั่งซื้ อดังรูป ซึ่งหน้าจอดังกล่าวจะแสดงชื่อสินค้าที่ลูกค้าเลือก จานวนราคาและราคารวมในหน้าจอนี้หากลูกค้าประสงค์จะยกเลิกรายการสินค้าที่เลือกไว้ลู กค้า สามารถลบ รายการสินค้านั้นออกจากรายการสินค้าที่เลือกได้ โดยกดไปที่รูปถังขยะ นอกจากนี้ หาก ลูกค้าต้องการ เลือกสินค้าใหม่เพิ่มเติม ลูกค้าก็สามารถทาได้โดยการกดไปที่หัวข้อซื้อสินค้าต่อ ได้จาก หน้าจอนี้เช่นกัน สั่งซื้อสินค้าแสดงได้ดังรูปที่ 4.4

ภาพที่ 4.4 หน้าจอแสดงการสั่งซื้อ 5.หน้าจอการยืนยันสั่งซื้อสินค้าจะเป็นการดูว่าผู้ใช้งานได้เลือกสินค้าไปกี่จานวน และเป็น การตรวจสอบว่าผู้ใช้งานได้เลือกสินค้าถูกหรือผิด สามารถจะเข้าไปเลือกสินค้าอื่นได้อีก พร้อมเลข บัญชีธนาคาร แสดงได้ดังรูปที่ 4.5


20

ภาพที่ 4.5 หน้าจอยืนยันสั่งซื้อสินค้า

4.1.2 กำรใช้งำนระบบในส่วนของผู้ที่ดูแลระบบ 1. Login เข้าสู่ระบบของผู้ดูแล หน้านี้ก็จะแสดงหน้าให้เราล็อกอินเข้าสู่ระบบของ ผู้ดูแล เพื่อเข้าไปแก้ไขส่วนต่างๆ ในระบบ แสดงได้ดังภาพที่ 4.6

ภาพที่ 4.6 หน้าจอเข้าสู่ระบบของผู้ดูแล


21

2. หน้าจัดการระบบ เมื่อเราเข้าสู่ระบบผู้ดูแลมาแล้ว ก็จะมาเจอหน้าจัดการระบบ ให้เราแก้ไขส่วนต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย ดังนี้ จัดการหมวดสินค้า จัดการสินค้า รายการสั่งซื้อ รายชื่อสมาชิก แจ้งข่าวสารไปถึงสมาชิก เปลี่ยนรหัสผ่าน และออกจากระบบ แสดงได้ดังภาพ ที่ 4.7

ภาพที่ 4.7 หน้าจอจัดการระบบ 3. หน้าจัดการหมวดสินค้า ในส่วนของหน้านี้ก็จะให้เราจัดการหมวดสินค้าออกเป็น หมวดหมู่ แสดงได้ดังภาพที่ 4.8

ภาพที่ 4.8 หน้าจอการจัดการหมวดสินค้า


22

4. หน้าการจัดการสินค้า ในส่วนของหน้านี้ ก็จะสามารถ ลบสินค้า เพิ่มสินค้า แก้ไข สินค้า แสดงได้ดังภาพที่ 4.9

ภาพที่ 4.9 หน้าจอการจัดการหมวดสินค้า 5.หน้ารายการสั่งซื้อ ในส่วนของหน้านี้ เป็นหน้าที่ดูรายการสั่งซื้อจากผู้ซื้อสินค้า สามารถลบรายการสั่งซื้อได้ แสดงได้ดังภาพที่ 4.10

ภาพที่ 4.10 หน้าจอรายการสั่งซื้อ


23

6. หน้ารายชื่อสมาชิก ในส่วนของหน้านี้เป็นรายชื่อคนที่มาสมัครสมาชิกกับเว็บไซต์ ของทางร้าน ผู้ดูแลสามารถ ดูรายละเอียด และลบข้อมูลของสมาชิกได้ แสดงได้ดังภาพที่ 4.11

ภาพที่ 4.11 หน้ารายชื่อสมาชิก 7. หน้าแจ้งข่าวสมาชิก ในส่วนของหน้านี้จะเป็นการแจ้งข่าวสารไปถึงผู้ที่เป็นสมาชิก โดยจะแจ้งข่าวสารไปถึงสมาชิกผ่านทางอีเมล แสดงได้ดังภาพที่ 4.12

ภาพที่ 4.12 หน้าแจ้งข่าวสมาชิก


24

8. หน้าเปลี่ยนรหัสผ่าน ในสาวนของหน้านี้ก็สามารถเปลี่ยนรหัสภาพของผู้ที่ดูแล ระบบ แสดงได้ดังภาพที่ 4.12

ภาพที่ 4.13 หน้าเปลี่ยนรหัสผ่าน


25

บทที่ 5 สรุป อภิปรำยผลและข้อเสนอแนะ การทาโครงการระบบร้ านค้าออนไลน์ กรณีศึกษา : ร้านขายรองเท้า NM Shoes มี วัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาระบบร้านขายรองเท้าด้วยเว็บเซอร์วิส 2) เพื่อพัฒนาระบบที่สามารถ ช่วยในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการ 3) เพื่ออานวยความสะดวกและตอบสนอง ความต้องการของลูกค้า 5.1 สรุปและอภิปรายผล ตามสมมติฐานของโครงการสามารถสรุปได้ว่า ในการพัฒนาระบบขายรองเท้าออนไลน์ ได้พัฒนาระบบอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่ การศึกษา ข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์และออกแบบระบบการพัฒ นาและทดสอบระบบ การ ปรั บปรุ งแก้ไขระบบ การติดตั้งระบบ และจัดทาคู่มือเอกสารซึ่งในขั้นตอนของการวิเคราะห์และ ออกแบบระบบ ได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น ศึกษาจากหนังสือ จากเว็บไซต์ต่างๆ เป็นต้น อีกทั้งยังศึกษาหลักการขั้นตอนในการจัดทาโครงงาน รวมไปถึงข้อมูลต่างๆที่มีความจาเป็นใน การจัดทาโครงงาน กระบวนการทางานและปรับแต่งระบบ เพื่อนามาปรับใช้และพัฒนาความสามารถ เพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นสาหรับใช้ในการพัฒนาระบบให้ถูกต้องและตรงตามความต้องการ มากที่สุด มีการออกแบบฐานข้อมูลเพื่อเก็บข้อมูลออกแบบการทางานของระบบในรูปแบบเว็บเซอร์วิส ให้ ส ามารถเข้าใช้งานระบบร่ว มกันได้ผ่ านเว็บไซต์ เมื่อทาการศึกษาข้อมูลของระบบขายรองเท้า ออนไลน์ อย่างละเอียดแล้ว ทางคณะผู้จัดทาได้ทาการออกแบบหน้าจอของแต่ละเมนูขึ้น โดยการ ออกแบบหน้าจอจะคานึงถึงการใช้งานของผู้ใช้ระบบเป็นหลัก 5.2 ข้อเสนอแนะ 5.2.1 ในการสร้างฐานข้อมูลนั้นยังไม่สอดคล้องกับการใช้งานของระบบ ควรศึกษาการออกแบบ ฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพตรงตามการใช้งานของระบบจริง 5.2.2 ผู้ออกแบบระบบควรมีการศึกษาระบบและวิเคราะห์ระบบซื้อขายมาอย่างดี 5.2.3 สาหรับในการพัฒนาระบบนั้นจาเป็นอย่างยิ่งที่นักวิเคราะห์และออกแบบระบบควรมีการ จัดเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ได้ระบบที่ใช้งานได้สอดคล้องกับการทางานจริง


26

5.2 ข้อเสนอแนะ 5.2.1 ในการสร้างฐานข้อมูลนั้นยังไม่สอดคล้องกับการใช้งานของระบบ ควรศึกษาการออกแบบ ฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพตรงตามการใช้งานของระบบจริง 5.2.2 ผู้ออกแบบระบบควรมีการศึกษาระบบและวิเคราะห์ระบบซื้อขายมาอย่างดี 5.2.3 สาหรับในการพัฒนาระบบนั้นจาเป็นอย่างยิ่งที่นักวิเคราะห์และออกแบบระบบควรมีการ จัดเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ได้ระบบที่ใช้งานได้สอดคล้องกับการทางานจริง 5.3 ปัญหำและอุปสรรค ข้อมูลในการทาโครงการยังมีไม่เพียงพอ การจัดทาเว็บก็ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ โค้ดก็ยังไม่ เพียงพอต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต อีกทั้ง เว็บไซต์ที่ทาขึ้นมาผู้ใช้งานหรือลูกค้ายังไม่ทราบ ว่ามีเว็บไซต์ของทางร้านค้าแล้ว จึงต้องใช้เวลาในการโฆษณาผ่านทางร้าน หรือทางเว็บไซต์อื่นที่เป็น สินค้าแฟชั่นเหมือนกันเพื่อที่จะเข้าถึงฐานลูกค้าได้

1 5  
1 5  
Advertisement