Page 1


ROJANA INDUSTRIAL PARK PUBLIC COMPANY LIMITED

สารบัญ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สาส์นจากประธานกรรมการ รายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบ รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินของบริษัท ข้อมูลทั่วไป หลักทรัพย์ของบริษัท ข้อมูลทางการเงินโดยสรุป ลักษณะการประกอบธุรกิจ ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน กิจกรรมด้านสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม ปัจจัยความเสี่ยง โครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ ประวัติของคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัท รายการระหว่างกัน คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน ปัจจัยอื่น งบการเงิน

2 3 4 5 6 7 8 13 18 19 21 37 42 46 50 51

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


2 สาส์นจาก ประธานกรรมการ ในปี 2554 ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ประสบปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ทั้งในด้านการใช้จ่ายภายในประเทศและในด้านการผลิตโดยเฉพาะ คือ ภาคอุตสาหกรรม โดยด้านการใช้จ่ายภายใน ประเทศมีแนวโน้มทีก่ ารบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวในอัตราชะลอลง ประกอบกับรายได้ของผู้ ใช้แรงงานลดลงจาก การหยุดการจ้างงานของสถานประกอบการที่ประสบภัย รวมถึงการสูญเสียรายได้ของเกษตรกรอันเนื่องจากผลผลิต ทางการเกษตรได้รับความเสียหายในวงกว้าง ล้วนส่งผลกระทบให้การบริโภคภาคเอกชนโดยรวมชะลอตัวลง สำหรับในส่วนของบริษัท โครงการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ประสบเหตุการณ์อุทกภัย ทำให้บริษัทมี สินทรัพย์เป็นจำนวน 25,952 ล้านบาท หนี้สิน 19,638 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของ 6,314 ล้านบาท ผลการดำเนิน งานมีขาดทุนสุทธิ 838 ล้านบาท สืบเนื่องมาจากการตั้งสำรองขาดทุนจากน้ำท่วม 966 ล้านบาท, ขาดทุนจากการ ด้อยค่าของเงินลงทุนและหนี้สงสัยจะสูญ (เงินให้กู้ยืมระหว่างกัน) 553 ล้านบาท ประกอบกับการเปลี่ยนแปลง มาตรฐานการบัญชีในเรื่องการรับรู้รายได้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากเดิม การรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ ทำเสร็จ มาเป็นวิธรี บั รูร้ ายได้เมื่อได้ โอนความเสีย่ งและผลตอบแทนทีเ่ ป็นสาระสำคัญของความเป็นเจ้าของให้กบั ผูซ้ อ้ื แล้ว แต่ทั้งนี้การตั้งสำรองและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการตั้งตามมาตรฐานการบัญชีเท่านั้น มิได้ทำให้ปัจจัย พื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป สำหรับการดำเนินงานในปี 2555 บริษัทได้จัดสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมรอบโครงการ มีระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร ความสูง 6.05 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยเขื่อนจะเป็นแบบระบบเข็มพืด ซึ่งการก่อสร้างคาดว่าจะ แล้วเสร็จประมาณปลายเดือนสิงหาคม 2555 เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าภายในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ และ ในโอกาสนี้ทางคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และพนักงาน มีความเชื่อมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้บรรลุตามเป้าหมายที่ ตั้งไว้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ รวมทั้งหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้บริษัทสามารถเจริญเติบโตต่อไปในอนาคต

(นายสุกิจ หวั่งหลี) ประธานกรรมการ


3 รายงานจาก คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยกรรมการอิสระ 3 ท่าน ได้แก่ นายพงษ์ศกั ดิ์ อังสุพนั ธุ์ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ, นางอิงอร ประกฤติเวศย์ และนางสาวอมรา เจริญกิจวัฒนกุล เป็นกรรมการตรวจสอบ ซึ่งกรรมการตรวจสอบทุกท่านเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่ จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน และมีคุณสมบัติของกรรมการอิสระตามที่กำหนด ในปี 2554 คณะกรรมการตรวจสอบมีการประชุมรวม 4 ครั้ง กรรมการตรวจสอบเข้าประชุมครบองค์ประชุม ทุกครั้ง โดยประชุมร่วมกับฝ่ายจัดการ และผู้สอบบัญชีเพื่อให้มั่นใจว่ารายงานทางการเงินของบริษัทฯได้จัดทำขึ้น อย่างถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ ครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ ใช้งบการเงิน โดยการประชุมทั้งหมด คณะกรรมการตรวจสอบได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อทราบและอนุมัติ ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. การสอบทานงบการเงิน พิจารณาสอบทานรายงานทางการเงินรายไตรมาสและงบการเงินปี 2554 ร่วมกับ ฝ่ายจัดการที่เกี่ยวข้องและผู้สอบบัญชี แล้วเห็นว่ามีความถูกต้องและเชื่อถือได้ โดยได้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการ บัญชีที่รับรองทั่วไป 2. สอบทานให้มรี ะบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และระบบการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 3. สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ 4. การทำรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เป็นการทำธุรกรรมหรือ ซื้อขายสินค้าที่มีเงื่อนไขและราคาตามปกติธุรกิจทั่วไป และมีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอ 5. พิจารณา คัดเลือกผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนประจำปี 2555 โดยได้พิจารณาคัดเลือกนายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล ผู้สอบบัญชีทะเบียนเลขที่ 430 หรือ ดร.จรรยาภรณ์ เตชะมนตรีกุล ผู้สอบบัญชีทะเบียนเลขที่ 6720 แห่งบริษัท สหการบัญชี พี เค เอฟ จำกัด ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในมาตรฐานการบัญชีและมีความเป็นอิสระ ประกอบกับไม่มีความสัมพันธ์ ใด ๆ กับบริษัท และบริษัทย่อย โดยกำหนดค่าตอบแทนในการสอบบัญชีเฉพาะส่วน ของบริษัทฯเป็นเงิน 810,000 บาท เพื่อนำเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2555 ต่อไป

(นายพงษ์ศักดิ์ อังสุพันธุ์) ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ


4 รายงานความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการ ต่อรายงานทางการเงินของบริษัท

คณะกรรมการบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการจัดทำงบการเงินเพื่อแสดงฐานะ การเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงข้อมูลสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปี ตามข้อ บังคับของบริษัทฯ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศ คณะกรรมการของบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบงบการเงินและรายงานประจำปีต่อความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูล การเปิดเผยอย่างเพียงพอ โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ตามมาตรฐานการ บัญชีที่รับรองทั่วไป ใช้ดุลพินิจอย่างระมัดระวังโดยถือหลักปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท คณะกรรมการของบริษทั ฯ ได้แต่งตัง้ คณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าทีส่ อบทานนโยบายบัญชีและคุณภาพ ของรายงานทางการเงิน, การปฏิบตั งิ านของบริษทั ให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษทั และกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง, สอบทาน ระบบการควบคุมภายในในด้านต่างๆ รวมทั้งมีการประเมินตามเพียงพอของระบบการควบคุมภายในทุกปี โดยความ เห็นของคณะกรรมการตรวจสอบได้ปรากฎในรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งแสดงไว้ ในรายงานประจำปี จากการประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน ใน 5 องค์ประกอบ คือ โครงสร้างองค์กรและ สภาพแวดล้อม การบริหารความเสี่ยง กิจกรรมการควบคุม สารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล และการติดตามการ ปฏิบัติงาน คณะกรรมการบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า ระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ โดยรวมอยู่ในระดับที่น่า พอใจ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นอย่างมีเหตุผลได้ว่า งบดุลรวมและเฉพาะของบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นและงบกระแสเงินสด ถูกต้องตามที่ควร โดยถือปฏิบัติ ตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ตามความเห็นที่ผู้สอบบัญชีได้แสดงไว้ ในรายงานของผู้สอบบัญชี โดยบริษัท สหการบัญชี พี เค เอฟ จำกัด นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามงบการเงินของบริษัท และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554

(นายสุกิจ หวั่งหลี) ประธานกรรมการ

(นายจิระพงษ์ วินิชบุตร) กรรมการผู้จัดการ


5 ข้อมูลทั่วไป ชื่อบริษัท ชื่อย่อหลักทรัพย์ เว็บไซด์ เลขทะเบียนบริษัท ทุนจดทะเบียน ทุนที่เรียกชำระแล้ว ลักษณะการประกอบธุรกิจ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา โทรศัพท์ โทรสาร E-mail : Address ที่ตั้งโครงการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ตั้งโครงการ จังหวัดระยอง

: : : : : : : : : : :

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ROJNA www.rojana.com 0107537000840 1,594,956,678 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 1,594,956,678 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท 1,159,827,701 บาท ( ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554) พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท เขต/สวนอุตสาหกรรม 32/32 ชั้น 11 อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) กรุงเทพมหานคร 10110 0-2259-2400-3, 0-2259-0494, 0-2259-2923, 0-2260-1248, 0-2260-1288 0-2259-2394, 0-2261-0799 rojana@rojana.com, acrojana@truemail.co.th

:

1 หมู่ 5 ถนนโรจนะ ตำบลคานหาม อำเภออุทัย โทร. (035) 330000-8 โทรสาร (035) 330009

:

3/7 หมู่ 2 ถนนบ้านค่าย-บ้านบึง ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย โทร. (038) 961870-2 โทรสาร (038) 961875

นายทะเบียนหลักทรัพย์ ชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน โทรศัพท์ โทรสาร

: : : :

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 62 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 0-2229-2800, 0-2654-5599 0-2359-1259

ผู้สอบบัญชี ชื่อผู้สอบบัญชี ชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน โทรศัพท์ โทรสาร

: : : : :

นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 430 บริษัท สหการบัญชี พี เค เอฟ จำกัด เลขที่ 100 ถนนพระราม 4 เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพฯ 10100 0-2623-3300 0-2623-3021


6 หลักทรัพย์ของบริษัท

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 บริษทั มีทนุ จดทะเบียน 1,594,956,678 บาท แบ่งเป็นหุน้ สามัญ 1,594,956,678 หุน้ มูลค่า ที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เรียกชำระแล้ว 1,159,827,701 บาท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 และมติที่ชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2552 มีมติอนุมัติให้บริษัทเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน โดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 897.16 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 897,163,131 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท) เป็น 1,196.22 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 1,196,217,508 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท) เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญครั้งที่ 2 (ชื่อย่อ “ROJNA-W2” เป็นการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทโดยไม่คิดมูลค่า และเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2552 เป็นต้นไป) ซึ่งบริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2552 การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 299,050,518 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะ ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ในอัตราการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ในราคาใช้สิทธิ 4 บาท ต่อหุ้น โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 2/2554 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 และมติที่ชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554 มีมติอนุมัติให้บริษัทเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน โดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 1,196,217,508 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 1,196,217,508 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท) เป็น 1,594,956,678 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุน้ สามัญ 1,594,956,678 หุน้ มูลค่าหุน้ ละ 1 บาท) เพื่อรองรับการใช้สทิ ธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิทจ่ี ะซือ้ หุน้ สามัญ ครั้งที่ 3 (ชื่อย่อ “ROJNA-W3” เป็นการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทโดยไม่คิดมูลค่าและเริ่มทำการซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์ฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป) ซึ่งบริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 การจัดสรรหุน้ สามัญเพิม่ ทุนของบริษทั จำนวน 398,739,170 หุน้ เพื่อรองรับการใช้สทิ ธิตามใบสำคัญแสดง สิทธิทจ่ี ะซือ้ หุน้ สามัญของบริษทั ในอัตราการใช้สทิ ธิใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสทิ ธิซอ้ื หุน้ สามัญได้ 1 หุน้ ในราคาใช้สทิ ธิ 4 บาทต่อหุ้น โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ

พันธะผูกพันในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ บริษัทมีพันธะผูกพันในการออกหุ้นสามัญในอนาคต เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ของบริษัท ตามรายละเอียดดังนี้ 1. ROJNA-W2 จำนวน 299,050,518 หุน้ ใบสำคัญแสดงสิทธิดงั กล่าวมีอายุ 5 ปี นับจากวันออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2552 กำหนดให้ ใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายนของแต่ละปี และการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายจะใช้ ในวันที่ใบสำคัญแสดงสิทธิมอี ายุครบ 5 ปี (ทัง้ วันใช้ สิทธิครัง้ แรกและครัง้ สุดท้ายจะตรงกับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 และ 30 กรกฎาคม 2557 ตามลำดับ) และตาม มติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554 มีมติอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ทีจ่ ะซือ้ หุน้ สามัญ ครัง้ ที่ 3 (ROJNA-W3) ทำให้ราคาเฉลีย่ ต่อหุน้ ของหุน้ สามัญทีจ่ ะออกใหม่เพื่อรองรับสิทธิดงั กล่าว มีราคาต่ำกว่าราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทในอัตราเกินกว่าร้อยละ 10 จึงทำให้ต้องมีการปรับอัตราและ ราคาการใช้สทิ ธิ ตามหนังสือข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าทีข่ องผูอ้ อกใบสำคัญแสดงสิทธิ เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของผู้ถือหุ้นใบสำคัญแสดงสิทธิไม่ให้ด้อยไปกว่าเดิม ดังนี้ อัตราการใช้สิทธิ (หน่วย) ราคาการใช้สิทธิ (บาท)

เดิม 1.00 4.00

ใหม่ 1.19982 3.334


7 ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเริ่มตั้งแต่การใช้สิทธิของวันที่ 31 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป ในปี 2554 ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (ROJNA-W2) ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญทั้งหมด 4 ครั้งรวมจำนวน หุ้น 191,089,127 หุ้น ในมูลค่าหุ้นละ 4.00 และ 3.334 บาท โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ซึ่งบริษัทฯได้จดทะเบียน เพิ่มทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 8 มีนาคม, 6 มิถุนายน, 5 กันยายน และ 7 ธันวาคม 2554 คงเหลือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 36,505,489 หุ้น (แปลง เป็นหุ้นสามัญเท่ากับ 43,800,015 หุ้น) คิดเป็นร้อยละ 3.78 ของทุนที่ชำระแล้ว 2. ROJNA-W3 จำนวน 386,369,385 หุน้ ใบสำคัญแสดงสิทธิดงั กล่าวมีอายุ 5 ปี นับจากวันออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2554 กำหนดให้ ใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม, มิถุนายน, กันยายน และ ธันวาคมของแต่ละปี และการใช้สทิ ธิครัง้ สุดท้ายจะใช้ ในวันที่ใบสำคัญแสดงสิทธิมอี ายุครบ 5 ปี (ทัง้ วันใช้สทิ ธิครัง้ แรกและครั้งสุดท้ายจะตรงกับวันที่ 30 ธันวาคม 2554 และ 18 กรกฎาคม 2559 ตามลำดับ) ในวันที่ 30 ธันวาคม 2554 มีการใช้สทิ ธิเป็นครัง้ แรกสำหรับผูถ้ อื ใบสำคัญแสดงสิทธิทจ่ี ะซือ้ หุน้ สามัญ (ROJNA-W3) ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ เป็นจำนวนหุ้น 737,586 หุ้น ในมูลค่าหุ้นละ 4.00 โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ซึ่งบริษัทฯได้จด ทะเบียนเพิม่ ทุนทีอ่ อกและเรียกชำระแล้วกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เสร็จสิน้ เมื่อวันที่ 9 มกราคม คงเหลือ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 385,631,799 หุ้น

ข้ อมู ลทางการเงินโดยสรุป

สินทรัพย์รวม (ล้านบาท) หนี้สินรวม (ล้านบาท) ส่วนของผู้ถือหุ้น (ล้านบาท) รายได้ขายที่ดิน, อาคารชุด, ค่าไฟฟ้า, บริการ, ค่าเช่า (ล้านบาท) รายได้อื่น (รวมส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วม) (ล้านบาท) ต้นทุนขายที่ดิน, อาคารชุด, ไฟฟ้า, บริการ, ค่าเช่า (ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายอื่น (ล้านบาท) กำไรขั้นต้น (ล้านบาท) กำไรสุทธิ (ล้านบาท) กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท) มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น (บาท) อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้ (%) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ก่อนรายการพิเศษ (%) อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นก่อนรายการพิเศษ (%)

2554

25,951.68 19,638.12 6,313.57 6,327.70 236.52 4,910.30 2,929.43 1,417.40 -837.86 -0.75 1.00 -13.21 0.57 2.04

2553

2552

23,181.80 15,826.71 7,355.09 8,180.70 133.08 6,336.69 1,100.85 1,844.01 666.23 0.71 1.00 8.10 4.00 11.80

20,739.17 13,218.31 7,520.86 6,880.54 185.81 5,057.99 1,124.48 1,822.55 757.37 0.85 1.00 10.72 3.64 10.52

ข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ถือหุ้น วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2555 วันและเวลาประชุม สถานที่ เงินปันผลเสนอจ่าย

วันที่ 24 เมษายน 2555 เวลา 10.30 น ณ ห้องกรุงศรีอยุธยา 1 ชั้น 3 โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ เลขที่ 27/2 หมุ่ 11 ถนนโรจนะ ตำบลกระมัง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา งดจ่ายเงินปันผล


8 ลักษณะการประกอบธุรกิจ ภาพรวมการประกอบธุรกิจของบริษทั บริษทั ย่อย และบริษทั ร่วมในปัจจุบนั บริษทั ฯ ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงาน และแผนกลยุทธ์ตา่ งๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาและการ ขยายกิจการของบริษทั ฯ ทีเ่ สริมและสนับสนุนธุรกิจของบริษทั ปัจจุบนั บริษทั ฯ ลงทุนในบริษทั ย่อยและร่วม ซึง่ ประกอบ ธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และกิจการด้านสาธารณูปโภค ดังนี้

1. บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทใหญ่ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2531 ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท โครงการเขต/สวนอุตสาหกรรมเพื่อขาย พร้อมระบบสาธารณูปโภค ต่างๆ ซึ่งดำเนินการโดยภาคเอกชน การดำเนินงานมี 2 โครงการ โครงการที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ใน เขตส่งเสริมการลงทุนเขตที่ 2 บนเนื้อที่ 11,834 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่พัฒนาและกำลังพัฒนาแล้ว 9,754 ไร่ (แบ่งการพัฒนาเป็น 8 ระยะ), เนื้อที่รอการพัฒนา 2,080 ไร่ และโครงการที่ จ.ระยอง อยู่ในเขตส่งเสริม การลงทุนเขตที่ 3 บนเนื้อที่ประมาณ 2,373 ไร่ ซึ่งพัฒนาแล้วเสร็จพร้อมขาย

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ดูรายละเอียดในหน้าโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ

2. บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด เป็นบริษัทย่อย บริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 41 ของทุนจดทะเบียน 2,800 ล้าน บาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 265 เมกกะวัตต์, ไอน้ำกำลังการผลิต 65 ตันต่อชั่วโมง ให้บริการด้านสาธารณูปโภคแก่ลูกค้าในสวนอุตสาหกรรมที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โครงสร้างผู้ถือหุ้น

3. บริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นบริษัทย่อย บริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 90 ของทุนจด ทะเบียน 170 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำใช้อตุ สาหกรรม และบำบัดน้ำเสียจากโรงงาน อุตสาหกรรม ปัจจุบันมีกำลังการผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม 75,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน, โรงบำบัดน้ำเสีย มีจำนวน 3 โรง แบ่งเป็นที่โครงการอยุธยา จำนวน 2 โรง มีกำลังการผลิตโรงละ 6,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน โครงการระยองมีโรงบำบัดน้ำเสีย 1 โรง มีกำลังการผลิต 14,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน

โครงสร้างผู้ถือหุ้น

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) บริษทั สึมิกิน บูสซัน คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ผู้ถือหุ้น บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) บริษัท สึมิกิน บูสซัน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เคปิค เนเธอร์แลนด์ บี.วี.

ร้อยละ 41.00 20.00 39.00

ร้อยละ 90.00 10.00


9

4. บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นบริษัทย่อย บริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทการก่อสร้างอาคารชุดเพื่อเช่าและขาย

5. บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด เป็นบริษัทย่อย บริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 410 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตสุรากลั่นประเภทวิสกี้ บรั่นดี สุราขาว และสุราแช่ โครงการตั้งอยู่ที่จังหวัด นครราชสีมา

6. บริษทั โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด เป็นบริษทั ย่อย บริษทั ถือหุน้ ร้อยละ 70 ของทุนจดทะเบียน 714 ล้านบาท (ทุนทีอ่ อกและเรียกชำระแล้ว 200.64 ล้านบาท) เพื่อดำเนินธุรกิจเกีย่ วกับกระแสไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ ในไตรมาสที่ 3/2554 บริษัทฯได้จำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 30% ของบริษัทย่อย โดยเดิมมีทุนจดทะเบียน และเรียกชำระแล้ว 1,000,000 บาท โดยบริษัทฯถือหุ้นในสัดส่วน 100%) ให้แก่ บริษัท สึมิกัน บุสสัน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ) ในราคาพาร์ท คิดเป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นคงเหลือ 70%) และในช่วงเวลาเดียวกันทางบริษัทย่อยได้ทำการเพิ่มทุนและเรียก ชำระบางส่วนตามสัดส่วนที่ถือ

7. บริษัท 148 ดีสทริบิวชั่น จำกัด (เป็นบริษัทย่อยของบริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด) บริษัทมีอำนาจใน การควบคุมทางอ้อม ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจขายส่ง ขาย ปลีกสุรากลั่นประเภทวิสกี้ บรั่นดี สุราขาว สุราแช่ โครงสร้างผู้ถือหุ้น

ผู้ถือหุ้น บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด

8. บริษทั อาร์พดี ี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (เป็นบริษทั ย่อยของบริษทั โรจนะ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด) บริษัทมีอำนาจในการควบคุมทางอ้อม ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทการก่อสร้างอาคารชุดเพื่อขายและให้เช่าในประเทศจีน โครงสร้างผู้ถือหุ้น

ผู้ถือหุ้น บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด

9. บริษัท เค พี ดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นบริษัทย่อยของบริษัท บริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 25 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทการก่อสร้าง อาคารชุดเพื่อขายและให้เช่าในประเทศจีน

ร้อยละ 100.00

ร้อยละ 100.00


10

10. บริษทั โรจนะ อินทีเรียร์ จำกัด (เป็นบริษทั ย่อยของ บริษทั อาร์พดี ี พร็อพเพอร์ต ้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) บริษทั มีอำนาจในการควบคุมทางอ้อม ถือหุน้ อยูร่ อ้ ยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 1 ล้านหยวน เพื่อดำเนิน ธุรกิจบริการตกแต่งภายใน โครงสร้างผู้ถือหุ้น

ผู้ถือหุ้น บริษัท อาร์พีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

11. บริษัท ออปอเรชั่นแนล เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทร่วม บริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 25 ของทุนจด ทะเบียน 30 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการบำรุงรักษา และการบริการเกีย่ วกับการผลิตของโรงไฟฟ้า โครงสร้างผู้ถือหุ้น

12. บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทร่วม บริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 21.35 (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554) ของทุนทีช่ ำระแล้ว 781.01 ล้านบาท (ทุนจดทะเบียน 1,117.25 ล้านบาท) เพื่อดำเนินธุรกิจจัดสร้างโรงงานมาตรฐานในเขตนิคมอุตสาหกรรมและเขต/สวนอุตสาหกรรมเพื่อให้เช่า และ/หรือเพื่อขาย โครงสร้างผู้ถือหุ้น (ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2554)

ผู้ถือหุ้น บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์ เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็นจิเนียริ่ง เทคนิคอล ซัพพลาย จำกัด บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ถือต่ำกว่า ร้อยละ 10

ผู้ถือหุ้น บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) นางยุพดี ควน และนางสาวมาริษา ควน กลุ่มซิตี้เรียลตี้ นายประชา กิจวรเมธา ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ถือต่ำกว่า ร้อยละ 5

ร้อยละ 100.00

ร้อยละ 30.00 26.00 25.00 19.00

ร้อยละ 21.35 6.48 6.22 5.53 60.42


11 โครงสร้างการถือหุน้ แยกตามกลุม่ ธุรกิจของบริษทั ในกลุม่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยบริษัทย่อยและบริษัทร่วม แยกประเภทตาม กลุ่มธุรกิจ ดังนี้

1. ธุรกิจสาธารณูปโภค ประกอบด้วย บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด

บริษัทถืออยู่ 41% บริษัทถืออยู่ 90% บริษัทถืออยู่ 70%

2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัท อาร์พีดี พร็อพเพอร์ตรี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท เค พี ดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

บริษัทถืออยู่ 100% บริษัทย่อยทางอ้อม ถือ 100% บริษัทถืออยู่ 100%

3. ธุรกิจการตกแต่งภายใน บริษัท โรจนะ อินทีเรียร์ จำกัด

บริษัทย่อยทางอ้อม ถือ 100%

4. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด บริษัท 148 ดิสทริบิวชั่น จำกัด

บริษัทถืออยู่ 100% บริษัทย่อยทางอ้อม ถือ 100%

5. ธุรกิจ FACTORY RENTAL & LOGISTICS บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด

บริษัทถืออยู่ 21.35%

6. ธุรกิจ OPERATION AND MAINTENANCE บริษัท ออปอเรชั่นนอล เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด

บริษัทถืออยู่ 25%


12 โครงสร้างรายได้ของบริษทั บริษทั ย่อย และบริษทั ร่วม ตามงบการเงินรวม รายการในงบการเงินรวม รายได้จากการขายที่ดิน รายได้จากการขายอาคารชุด รายได้ค่าบริการ รายได้จากการบริการโรงแรม รายได้ค่าเช่า รายได้จากการขาย ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วม รายได้อื่น รวมรายได้

2554 (ล้านบาท) ร้อยละ 767.36 11.88 833.24 12.90 389.78 6.03 206.91 3.20 44.95 0.70 4,085.45 63.23 120.11 1.86 12.97 0.21 6,460.77 100.00

2553 (ล้านบาท) ร้อยละ 686.27 8.15 2,159.69 25.66 433.33 5.15 - - 52.24 0.62 4,849.16 57.61 191.19 2.27 45.33 0.54 8,417.21 100.00

2552 (ล้านบาท) ร้อยละ 1,051.73 1,123.85 354.92 - 64.02 4,286.03 167.45 18.36

14.88 15.90 5.02 - 0.91 60.65 2.37 0.26

7,066.36 100.00

รายละเอียดเกีย่ วกับโครงสร้างรายได้ของบริษทั บริษทั ย่อย และ บริษทั ร่วม ตามงบการเงินรวมสามารถสรุปได้ดงั ต่อไปนี้

1. รายได้จากการขายที่ดิน รายได้ค่าบริการ และรายได้ค่าเช่า เป็นรายได้ของบริษัท 2. รายได้จากการขายสินค้า เป็นรายได้ของบริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด (บริษัทย่อย) ซึ่งประกอบธุรกิจผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ, บริษัท ดิซทีลเลอรี่ จำกัด (บริษัทย่อย) ประกอบธุรกิจผลิตสุรากลั่น และ บริษัท 148 ดิสทริบิวชั่น จำกัด (บริษัทย่อยทางอ้อม) ประกอบธุรกิจขายส่ง ขายปลีก สุรากลั่นประเภท วิสกี้ บรั่นดี สุราขาวและสุราแช่ 3. รายได้จากการบริการโรงแรม เป็นรายได้ส่วนของบริษัท อาร์ พี ดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด 4. บริษทั โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ เป็นบริษทั ย่อย ได้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายน้ำใช้ ในนิคมอุตสาหกรรม และบำบัดน้ำเสียในสวนอุตสาหกรรม จัดอยู่ในหมวดของรายได้ค่าบริการแต่เป็นการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยว ข้องกับบริษัทบางส่วน จึงทำการตัดรายการที่เกี่ยวข้องระหว่างกันออกในงบการเงินรวม 5. รายได้จากการขายอาคารชุดเป็นรายได้ของ บริษทั โรจนะ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด, บริษทั อาร์ พี ดี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษทั เค พี ดี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึง่ เป็นบริษทั ย่อย ดำเนิน ธุรกิจเกี่ยวกับพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทการก่อสร้างอาคารชุดเพื่อเช่า 6. ส่วนแบ่งผลกำไรในบริษทั ร่วม เป็นส่วนแบ่งผลกำไรในบริษทั ร่วมจากบริษทั ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชัน่ จำกัด กับบริษัท ออปอเรชั่นนอล เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด 7. รายได้อื่น เป็นรายได้ที่มิใช่จากการดำเนินงานโดยตรง


13 ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของโลกและประเทศไทย สำหรับปี 2554 เศรษฐกิจโลกในปี 2554 IMF คาดว่าขยายตัวร้อยละ 4.0 เศรษฐกิจหลายๆ ประเทศเผชิญกับปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐฯ ที่เริ่มฟื้นตัวจากปัญหาวิกฤตทางการเงิน แต่ก็ส่งผลให้ประเทศต้องเผชิญกับปัญหาหนี้ สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของสหภาพยุโรปที่ขณะนี้กำลังลุกลามสู่ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็น ประเทศทีม่ เี ศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรป ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศจีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล และอาเซียน ชะลอตัว นอกจากนีป้ ระเทศญีป่ นุ่ ได้รบั ผลกระทบจากเหตุภยั พิบตั ิ และเหตุการณ์นำ้ ท่วมของประเทศไทยส่งผลกระทบ ต่อภาคอุตสาหกรรมในหลายๆ ประเทศ เช่น ญีป่ นุ่ สหรัฐฯ โดยเฉพาะในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิน้ ส่วน อิเลคทรอนิกส์ เป็นต้น เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมดังกล่าว เศรษฐกิจเอเชีย เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียในปีที่ผ่านมา IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว ร้อยละ 6.2 ต่ำกว่าในปี 2553 ทีเ่ ศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 8.2 เศรษฐกิจเอเชียขยายตัวในระดับปานกลาง และมีขนาด ของการขยายตัวชะลอลง เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งการเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป และ ปัญหาการเงินในสหรัฐฯ ส่งผลให้ความต้องการภายนอกชะลอตัวลง ซึ่งเห็นได้จากการส่งออกของประเทศในภูมิภาค ที่ขยายตัวชะลอลง อย่างไรก็ตามความต้องการภายในประเทศที่เข้มแข็งจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจเอเชียยัง คงขยายตัวต่อในปี 2555 เศรษฐกิจจีน IMF คาดว่า GDP ขยายตัวร้อยละ 9.5 โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเศรษฐกิจประเทศจีนขยาย ตัวร้อยละ 9.4 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีกอ่ น ทีข่ ยายตัวร้อยละ 10.6 อันเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบาย ที่เข้มงวดของรัฐบาล เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ และปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว มูลค่าการค้าปลีกในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาของปี 2554 ขยายตัวร้อยละ 17.0 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 104.2 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ขยายตัวร้อยละ 25.2 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรขยายตัวเพิ่มขึ้นจากความต้อง การทีเ่ พิม่ ขึน้ ของภาคอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 14.0 ภาวะเงินเฟ้อในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาของปี 2554 มีอัตราเงินเฟ้อโดยทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 5.7 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่ง อยู่ที่ร้อยละ 3.0 เป็นผลมาจากราคาพลังงานและสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น อัตราการว่างงานใน 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2554 อยู่ที่ร้อยละ 4.1 ทางด้านการเงิน ธนาคารกลางจีน คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 1 ปี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 เป็นต้นมา อยูท่ ร่ี อ้ ยละ 6.56 นอกจากนีธ้ นาคารกลางจีนได้ผอ่ นคลายมาตรการคุมเข้มทางการเงิน เพื่อกระตุน้ เศรษฐกิจ ที่ชะลอตัวจากผลกระทบของเศรษฐกิจต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจของจีน ในปี 2555 มีแนวโน้มจะขยายตัว ร้อยละ 9.0 ชะลอตัวเล็กน้อยจากปี 2554 อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่ความต้องการภายในประเทศ ที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจประเทศจีนยังคงขยายตัว เศรษฐกิจญี่ปุ่น IMF คาดว่า GDP ของปี 2554 จะหดตัวร้อยละ 0.5 โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเศรษฐกิจ ประเทศญี่ปุ่นหดตัวร้อยละ 0.6 ภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่นใน 9 เดือนของปี 2554 หดตัวร้อยละ 0.2 ลดลงเมื่อเทียบกับ 9 เดือนของปี 2553 ซึ่งขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.9 เนื่องจากการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศ การบริโภค ภาคเอกชน หดตัวร้อยละ 0.2 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.5 ดัชนีความเชื่อมั่น ผู้บริโภค อยู่ที่ระดับ 38.6 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 41.0 การลงทุนภาคก่อสร้าง ขยายตัวร้อยละ 7.5 เพิม่ ขึน้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ทีห่ ดตัวร้อยละ 0.9 ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 92.4 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 94.3 ภาวะเงินเฟ้อ มีอัตราเงินเฟ้อโดย ทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 0.2 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ -0.9 สาเหตุมาจากราคา พลังงานและอาหารทีเ่ พิม่ ขึน้ ทางด้านสถานการณ์การเงิน มติทป่ี ระชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคาร กลางญีป่ นุ่ ให้คงอัตราดอกเบีย้ นโยบายอยูท่ ร่ี อ้ ยละ 0.1 (เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2554) เนื่องจากเศรษฐกิจเริม่ ฟืน้ ตัวจากปัญหาภัยพิบตั ิ แต่ปญ ั หาน้ำท่วมในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อการฟืน้ ตัวของเศรษฐกิจ เพื่อกระตุน้ การฟืน้ ตัว ทางเศรษฐกิจจึงคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป แต่อย่างไรก็ตามในปี 2555 คาดว่า GDP จะขยายตัวร้อย ละ 2.3 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2554 อันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวจากผลกระทบของภัยพิบัติในปี 2554


14 เศรษฐกิจไทยในปี 2554 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 ขยายตัว ร้อยละ 3.5 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2554 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.7 แต่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับ ไตรมาสที่ 3 ของปี 2553 ที่ขยายตัวร้อยละ 6.6 โดยปัจจัยที่ทำให้อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2554 คือ อุปสงค์ต่างประเทศขยายตัวสูงขึ้นในขณะที่อุปสงค์ ในประเทศรวมขยายตัวชะลอลง โดยการใช้จ่ายเพื่อ การอุปโภคของครัวเรือนและการลงทุน ขยายตัวชะลอลง ในขณะที่การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคของรัฐบาล ขยายตัวสูงขึ้นเล็กน้อย การส่งออกสินค้าขยายตัวสูงขึ้น ในภาคอุตสาหกรรม ในช่วง 10 เดือนของปี 2554 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิต ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอุตสาหกรรม Hard Disk และยานยนต์ เป็นอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ ดัชนีลดลง ส่วนการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของ ปี 2553 สถานการณ์การค้าต่างประเทศของปี 2554 ในเดือน มกราคม ถึง ตุลาคม 2554 นั้นการค้าของไทยมีมูลค่า ทั้งสิ้น 389,266.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวของปีก่อนร้อยละ 25.9 โดยเป็นมูลค่าการส่งออก เท่ากับ 196,768.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมูลค่าการนำเข้าเท่ากับ 192,498.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่ามูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.8 และมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.1 ส่งผล ให้ดุลการค้าเกินดุล 4,270.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมูลค่าการส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นมา จนถึงเดือนตุลาคม มูลค่าการส่งออกชะลอลงมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้น ที่หลายจังหวัด และกระทรวงพาณิชย์คาดว่าการส่งออกทั้งปี 2554 จะขยายตัวร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปี 2553 คิดเป็นมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 220,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภาพรวมภาวะอุตสาหกรรมไทย จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ทั้ง ในด้านการใช้จ่ายภายในประเทศและในด้านการผลิตซึ่งในภาคการผลิตที่สำคัญ ก็คือ ภาคอุตสาหกรรม โดยในด้าน การใช้จ่ายภายในประเทศมีแนวโน้มที่การบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวในอัตราชะลอลงจากการที่การจับจ่ายใช้สอย ของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยมีการหยุดชะงักลง ประกอบกับรายได้ที่ลดลงของผู้ ใช้แรงงานจากการ หยุดการจ้างงานของสถานประกอบการที่ประสบภัย รวมถึงการสูญเสียรายได้ของเกษตรกรเนื่องจากผลผลิตทางการ เกษตรได้รับความเสียหายในวงกว้าง ล้วนส่งผลกระทบให้การบริโภคภาคเอกชนโดยรวมชะลอตัวลง ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

สภาพการแข่งขัน ธุรกิจพัฒนาที่ดิน ประเภท เขต/สวนอุตสาหกรรม เป็นการพัฒนาที่ดิน โดยมีวัตถุประสงค์ ให้ โรงงาน อุตสาหกรรมไปตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งนี้รวมถึงการจัดและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้าน ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภายในโครงการ ซึ่งการดำเนิน ธุรกิจดังกล่าวเหมือนกับธุรกิจประเภทนิคมอุตสาหกรรม เพียงแต่แตกต่างกันในเรื่องของความเป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งแบ่งประเภทได้ดังนี้ 1. นิคมอุตสาหกรรมที่เป็นเจ้าของและบริหารงานโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (“กนอ.”) 2. นิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ. ร่วมเป็นเจ้าของและร่วมบริหารงาน โดยบริษัทเอกชน 3. เขต/สวนอุตสาหกรรม ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมที่เป็นเจ้าของและบริหารงานโดยเอกชน


ข้อดีและข้อเสียของนิคมอุตสาหกรรมเทียบกับเขต/สวนอุตสาหกรรม มีดังต่อไปนี้ นิคมอุตสาหกรรม ข้อดี 1. เนื่องจากมีเจ้าของ หรือร่วมเป็นเจ้าของ โดยหน่วยงานราชการ จึงมีความสะดวกใน การติดต่อกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง มากกว่าเขต/สวนอุตสาหกรรม ซึ่งบริหาร งานโดยเอกชน ข้อเสีย 1. ขั้นตอนการอนุมัติแบบ และระบบต่างๆ รวมทั้งการให้บริการหลังการขายของโครงการ อาจล่าช้า เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ของทางราชการ

15

เขต/สวนอุตสาหกรรม ข้อดี 1. บริหารงานโดยเอกชน ทำให้มีข้อได้เปรียบในด้านการ ดำเนินงาน และการให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าเมื่อ เทียบกับนิคมอุตสาหกรรม เพราะสามารถดำเนินการได้ อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนตามกฎระเบียบของ ทางราชการ 2. บริหารงานโดยเอกชน ทำให้มีความยืดหยุ่นในการปรับ ปรุงและพัฒนาการให้บริการได้มากกว่า ทำให้เขต/สวน อุตสาหกรรมบางแห่ง สามารถนำเสนอรูปแบบของบริการ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ ได้ดีกว่า ข้อเสีย 1. เนื่องจากมีเจ้าของเป็นเอกชนจึงอาจมีความสะดวกใน การติดต่อกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องน้อยกว่านิคม อุตสาหกรรมซึ่งมีเจ้าของ หรือร่วมเป็นเจ้าของเป็นหน่วย งานราชการ

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรพื้นที่ให้กับโรงงานอุตสาหกรรม แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และสิทธิประโยชน์ไม่เท่ากับนิคมอุตสาหกรรม และเขต/สวนอุตสาหกรรม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. เขตประกอบการอุตสาหกรรม จัดตั้งโดยได้รับการอนุมัติตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ดำเนินงานโดยจัดสรรที่ดินในโครงการสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โดยทั่วไปนั้น เมื่อเขตประกอบการอุตสาหกรรม ได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งแล้ว โรงงานต่างๆ ที่จะตั้งในเขตประกอบการอุตสาหกรรม ไม่ต้องขออนุญาตตั้งโรงงาน ซึ่งเขตประกอบการอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ เมื่อขออนุญาตจัดตั้งได้แล้วก็จะขอรับการส่งเสริมการลงทุนด้วย อย่างไร ก็ดีการดำเนินการในรูปของเขตประกอบการอุตสาหกรรมมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ตามประกาศ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรการการสนับสนุนสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย วันที่ 1 พฤศจิกายน 2539 (ปรับปรุงใหม่วันที่ 10 มีนาคม 2540) ซึ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมเพียงบางประเภท ดังนั้นหากผู้ประกอบการที่จะขอ จัดตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรม ดำเนินกิจการที่ไม่อยู่ในขอบข่ายดังกล่าวก็ ไม่สามารถที่จะจัดตั้งได้ 2. เขตคลังสินค้าทัณฑ์บน จัดตั้งโดยอาศัยเขตอุตสาหกรรมซึ่งได้รับการอนุมัติตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งแต่เดิมนั้นไม่ได้มีการจำกัดประเภทอุตสาหกรรม หรือมีกองทุนซ่อมสร้างในเขตประกอบการ ต่อมา ภายหลังจากที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีประกาศอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรการการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้า หมาย เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2539 (ปรับปรุงใหม่วันที่ 10 มีนาคม 2540) โดยกำหนดกลุ่มสินค้าที่จะได้รับการส่ง เสริมอุตสาหกรรมไว้ ทำให้เขตประกอบการอุตสาหกรรมรายใหม่ตอ้ งดำเนินการภายใต้ประกาศดังกล่าว และมีสภาพ เป็นเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนที่ปลอดจากภาระภาษีอากร โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน ซึ่งมีลักษณะคล้ายเป็น Free Trade Zone หรือ เขตอุตสาหกรรมส่งออกในนิคมอุตสาหกรรม 3. ชุมชนอุตสาหกรรม ดำเนินงานภายใต้การดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เนื่อง มาจากนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะส่งเสริมให้ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ได้มาอยู่รวมในแหล่งเดียวกัน เพื่อให้เป็นผลดีต่อการรักษาสภาพแวดล้อม สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจะได้รับจากการเข้ามาลงทุน ในชุมชนอุตสาหกรรมนั้นน้อยกว่าการเข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมและเขต/สวนอุตสาหกรรม แต่ก็เป็นรูปแบบที่ ผู้ประกอบการพึงพอใจ เช่น การได้รับการสนับสนุนจากกรมโรงงาน การขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานที่สะดวกรวด เร็วกว่า รวมถึงไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมในการจัดตั้งเป็นชุมชนอุตสาหกรรม แบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ อาคาร โรงงานแบบตึกแถว อาคารโรงงานแบบเรือนแถว (Factory House) และอาคารโรงงานแบบเอกเทศ โดยทั่วไปการแข่งขันของตลาดเขต/สวนอุตสาหกรรมนั้น จะแข่งขันภายในเขต (Zone ที่ได้รับการส่งเสริม การลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากโครงการที่ตั้งอยู่ต่างเขตส่งเสริมการลงทุนจะได้ รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งนี้ นอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว ลูกค้าซึ่งจะเข้ามาลงทุน เขต/สวนอุตสาหกรรม จะพิจารณาถึงความพร้อมในการให้บริการด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมด้านอื่นๆ


16

สรุปสิทธิประโยชน์ ตามประกาศที่ 1/2543 และ ที่ 7/2547

สิทธิประโยชน์

เขต 1

เขต 2 เขต 3 (36 จังหวัดและ*นิคม เขต 3 (22 จังหวัด) อุตสาหกรรมแหลมฉบังนิคม/เขต อุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง

อากรขาเข้า เครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลและ เงินปันผล ยกเว้นอากรขาเข้า วัตถุดบิ /วัสดุจำเป็น เพื่อผลิตส่งออก ลดหย่อนภาษี เงินได้ นิติบุคคล ร้อยละ 50 หักค่าขนส่ง ไฟฟ้า ประปา 2 เท่า หักค่าติดตั้งสิ่ง อำนวยความ สะดวก

ร้อยละ 50

ร้อยละ 50

ร้อยละ 50

3 ปี

x

7 ปี *

3 ปี

8 ปี

1 ปี

1 ปี

1 ปี

1 ปี

x

x

x

x

x

x

x

ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต ในนิคม/เขตอุตสาหกรรม นอกนิคม/เขต ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม ที่ ได้รับส่งเสริม(ไม่รวมนิคม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม ที่ ได้รับส่งเสริม อุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคม ที่ ได้รับส่งเสริม /เขตอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ยกเว้น/ลดหย่ อน ลดหย่อน ลดหย่ ลดหย่อน ยกเว้ อน ยกเว้ น * น ยกเว้น

ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม ที่ได้รบั ส่งเสริม

ยกเว้น

ยกเว้น

8 ปี

8 ปี

8 ปี

5 ปี

5 ปี

5 ปี

5 ปี

x

5 ปี

x

5 ปี

5 ปี

x

x

x

x

x

สรุปสิทธิประโยชน์ ตามประกาศที่ 1/2543 และ ที่ 7/2547 สิทธิประโยชน์

เขต 1

อากรขาเข้า เครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคลและเงิน ปันผล ยกเว้นอากรขาเข้า วัตถุดบิ /วัสดุจำเป็น เพื่อผลิตส่งออก ลดหย่อนภาษีเงินได้ นิตบิ คุ คล ร้อยละ 50 หักค่าขนส่ง ไฟฟ้า ประปา 2 เท่า หักค่าติดตั้งสิ่ง อำนวยความสะดวก

ร้อยละ 50

ร้อยละ 50

ร้อยละ 50

3 ปี

x

7 ปี *

3 ปี

8 ปี

8 ปี

8 ปี

8 ปี

1 ปี

1 ปี

1 ปี

1 ปี

5 ปี

5 ปี

5 ปี

5 ปี

x

x

x

x

5 ปี

x

5 ปี

5 ปี

x

x

x

x

x

x

x

x

x

ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม ที่ ได้รับส่งเสริม ยกเว้น/ลดหย่ อน ลดหย่อน ลดหย่ อน

เขต 2 เขต 3 (36 จังหวัดและ*นิคม อุตสาหกรรมแหลมฉบังนิคม/เขต อุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง

เขต 3 (22 จังหวัด)

ในนิคม/เขตอุตสาหกรรม นอกนิคม/เขต ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต ที่ ได้รับส่งเสริม(ไม่รวมนิคม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคม ที่ ได้รับส่งเสริม ที่ ได้รับส่งเสริม /เขตอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ลดหย่อน ยกเว้ ยกเว้ น * น ยกเว้ น ยกเว้น ยกเว้น


17

สรุปสิทธิประโยชน์ ตามประกาศที่ 1/2543 และ ที่ 7/2547 สิทธิประโยชน์

เขต 1

ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม ที่ ได้รับส่งเสริม ลดหย่อนอากรขา x x

เข้าวัตถุดิบ/วัสดุ จำเป็นเพื่อผลิต จำหน่ายในประเทศ

เขต 2 เขต 3 (36 จังหวัดและ*นิคม เขต 3 (22 จังหวัด) อุตสาหกรรมแหลมฉบังนิคม/เขต อุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง ในนิคม/เขตอุตสาหกรรม นอกนิคม/เขต ที่ ได้รับส่งเสริม(ไม่รวมนิคม อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมแหลมฉบัง นิคม /เขตอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง x x

* สำหรับคำขอ ฯที่ยื่นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557

ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม ที่ ได้รับส่งเสริม

ในนิคม/เขต นอกนิคม/เขต อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม ที่ ได้รับส่งเสริม

* ลดหย่อนร้อยละ 75 เป็นเวลา 5 ปี ให้ ค ราวละ 1 ปี ยกเว้นนิคมอุตสา-ง หกรรมแหลมฉบั และนิ คม/เขตอุตสาหกรรมในจั ระยองงหวัด

* ลดหย่อน x

x

ร้อยละ 75 เป็นเวลา 5 ปี ให้คราวละ 1 ปี

แหล่งที่มาของข้อมูล : www.boi.go.th หมายเหตุ: = ได้รับสิทธิประโยชน์ x = ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์

ทัง้ นี้ คูแ่ ข่งของบริษทั ฯ ทีอ่ ยูใ่ นพืน้ ทีเ่ ขตส่งเสริมการลงทุน เขต 2 ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค),นิคมอุตสาหกรรม บางปะอิน ส่วนในพืน้ ทีเ่ ขตส่งเสริมการลงทุน เขต 3 ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิต,้ี นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิรน์ ซีบอร์ด แต่บริษทั ฯมีขอ้ ได้เปรียบเมื่อเทียบกับนิคมอุตสาหกรรมอื่น ๆ ดังนี้ 1. ทำเลที่ตั้งของโครงการ เป็นทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาและการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงเนื่องจากโครงการทั้ง 2 ตั้งอยู่บนถนนที่เอื้ออำนวยต่อการคมนาคมขนส่งไปยังภูมิภาคต่างๆ โดยโครงการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ถนนโรจนะ (ทางหลวงหมายเลข 309) เชื่อมต่อกับถนนสายเอเชีย(ทางหลวงหมายเลข 32 และถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ใช้เวลา เดินทางประมาณ 45-60 นาทีจากกรุงเทพฯ และโครงการทีจ่ งั หวัดระยอง ตัง้ อยูถ่ นนบ้านค่าย-บ้านบึง(ทางหลวงหมายเลข 3138) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชัว่ โมงจากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี นอกจากนี้ในบริเวณรอบๆ ตัวเมือง และภายในตัวเมืองมีความเจริญ มีโรงพยาบาล สถานศึกษา ธนาคาร สถานที่ราชการที่จะอำนวยความสะดวกได้ครบถ้วน 2. คุณภาพในการพัฒนาโครงการ ระบบสาธารณูปโภคของบริษทั ฯและบริษทั ย่อย ไม่วา่ จะเป็นในเรื่องเกีย่ วกับ การผลิต ไฟฟ้า และไอน้ำ การผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม การบริการบำบัดน้ำเสียอย่างมีคุณภาพมาตรฐานและเพียงพอ ต่อความต้องการ ที่พักอาศัยในสภาพแวดล้อมที่ดี โดยโครงการทั้งหมดมีการคำนึงถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสังคม ของคนที่อยู่อาศัยทั้งในและ นอกโครงการ 3. บริการสาธารณะภายในโครงการ ได้จดั ให้มกี ารให้บริการในด้านสถานพยาบาล ธนาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซือ้ และร้านค้าอื่นๆ พร้อมลานจอดรถและมีการจัดการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ 4. การบริการก่อนและหลังการขาย บริษัทฯมุ่งเน้นในเรื่องการบริการทั้งก่อนและหลังการขายโดยยึดหลักว่า “การบริการ คือหัวใจของการขาย” เริ่มตั้งแต่การจัดตั้งบริษัท การขอใบอนุญาตต่างๆกับทางราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การให้ความ รู้ ในเรื่องพิธีการต่างๆ ของหน่วยงานราชการ การติดต่อการขอรับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนให้คำแนะนำ ตรวจสอบเกีย่ วกับระบบ ระบายน้ำเสียและระบบ บำบัดน้ำเสียเบือ้ งต้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทีก่ ำหนด การจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการ การจัดให้ได้มาซึง่ ผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย ทีด่ นิ จัดเป็นวัตถุดบิ ทีส่ ำคัญของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทเขต/สวนอุตสาหกรรม การจัดให้ได้มาซึง่ ทีด่ นิ เพื่อการ จำหน่ายนัน้ ขึน้ อยูก่ บั ความต้องการ และปริมาณทีค่ าดว่าจะขายได้ ในแต่ละช่วงเวลา โดยบริษทั มีนโยบายในการถือครองทีด่ นิ ใน แต่ละช่วงเวลาเป็นจำนวนไม่มากนัก ตามแผนงานขายและการลงทุน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยอันอาจจะเกิดขึ้นจากการสะสมที่ดิน จำนวนมาก ซึง่ ยังไม่มโี ครงการรองรับและยังไม่สามารถขายได้ ยกเว้นในกรณีทท่ี ด่ี นิ เป็นผืนใหญ่ตดิ กันและมีราคาถูกมาก ๆ อย่างไรก็ดี หากในช่วงใด ความต้องการซือ้ ทีด่ นิ ในเขต/สวนอุตสาหกรรมโรจนะ สูงกว่าทีบ่ ริษทั ได้ตง้ั ประมาณการไว้ บริษทั จะจัดซือ้ ทีด่ นิ ทีอ่ ยูบ่ ริเวณรอบโครงการของบริษทั เพิม่ เติมผ่านนายหน้าซือ้ ขายทีด่ นิ ซึง่ มีประสบการณ์และมีความสามารถในการ เจรจาต่อรองสูง โดยมีการกำหนดราคาเป้าหมายทีต่ อ้ งการสำหรับทีด่ นิ แต่ละแปลงเอาไว้ เพื่อป้องกันการซือ้ ทีด่ นิ ในราคาทีส่ งู เกิน ไปจนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษทั กระบวนการพัฒนาทีด่ นิ ในการพัฒนาโครงการเขต/สวนอุตสาหกรรม บริษทั จะต้องจัดเตรียมทีด่ นิ จำนวน ไม่ตำ่ กว่า 500 ไร่ โดยมีหลักเกณฑ์ ในการ พิจารณาซือ้ ทีด่ นิ ได้แก่ ทำเลทีต่ ง้ั แหล่งน้ำ ระบบสาธารณูปโภค นโยบายและข้อกำหนดต่าง ๆ ของภาครัฐบาลทำการออกแบบ และวางผังโครงการ ศึกษาผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อม แล้วจึงก่อสร้างและพัฒนาโครงการ ในระยะทีผ่ า่ นมาบริษทั ได้วา่ จ้างบริษทั ผู้ รับเหมาจากประเทศไทย ซึง่ มีความเชีย่ วชาญในการออกแบบและการก่อสร้างโครงการพร้อมทัง้ ได้รบั การรับรองมาตรฐาน ISO


18 กิจกรรมด้านสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้าหมายความสำเร็จภายใต้มิติการสร้างผลตอบแทนที่ เป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ความสำเร็จที่วัดด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Economic Performance) การดูแล สิง่ แวดล้อม (Environmental Performance) และการมีสว่ นร่วมตอบแทนสร้างสรรค์สงั คม (Social Performance) เริ่มจากการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไข และควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ได้กำหนดไว้ ในรายงานการ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ทั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดระยอง โดยบริษทั ฯ ได้กำหนดเป็นภารกิจของพนักงานทุกคนในทุกหน่วยงานทีจ่ ะต้องมีสว่ นร่วมดูแลสิง่ แวดล้อม โดยป้องกัน ผลกระทบทีจ่ ะเกิดในทุกส่วนงาน โดยบริษทั ฯ ให้การสนับสนุนด้านทรัพยากรเพื่อให้สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล พร้อมทั้งมีการควบคุมและตรวจติดตามจากหน่วยงานจัดการสิ่งแวดล้อมภายในบริษัทฯ ตลอดจน รายงานกิจกรรมและทบทวนการจัดการสิง่ แวดล้อมในการประชุมผูบ้ ริหาร โดยในปีทผ่ี า่ นมา บริษทั ฯได้มกี ารจัดกิจกรรม เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่องดังนี้ - มอบอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - การช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นนำเครื่องสูบน้ำ ไปสูบน้ำ ออกจากพื้นที่ นอกจากนี้เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับ ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ - สถานการศึกษา ซ่อมแซมอาคารเรียนและมอบอุปกรณ์การเรียน สำหรับโรงเรียนที่ประสบภัยจากน้ำท่วม - จัดกิจกรรมและสนับสนุนการจัดงานวันประเพณีต่าง ๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น - การทำนุบำรุง บูรณะปฏิสังขรณ์ ตามวัดต่างๆ ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยการบริจาคทั้งเงินและสิ่งของ


19 ปัจจัยความเสี่ยง

ความเสีย่ งทีเ่ กีย่ วข้องกับธุรกิจหลักของบริษทั 1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงการจัดจำหน่ายกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท บริษัท สึมิกิน บูสซัน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“Sumikin Bussan Corporation” หรือ “สึมิกิน”) เป็นหนึ่งใน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท และยังเป็นผู้ถือหุ้นของโรจนะเพาเวอร์ โดยสึมิกินเป็นตัวแทนการจัดจำหน่ายที่ดินราย ใหญ่ของบริษัท ซึ่งมีสัดส่วนการขายผ่านสึมิกินปีละประมาณ 70-80 ของการขายที่ดิน ทั้งนี้สึมิกินได้รับผลตอบแทน ในรูปของค่านายหน้าจากการขายที่ดิน ในอัตราร้อยละ 4 ของยอดขายที่ดิน ดังนั้นความเสี่ยงจากการที่สึมิกินอาจ ยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับบริษัท จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นเวลานาน ประกอบกับการมีผลประโยชน์ร่วมกันทั้งทางตรงและทาง อ้อม ความเสี่ยงในการยกเลิกเป็นตัวแทนจำหน่ายดังกล่าวจึงมีน้อยมาก นอกจากนี้บริษัทมีการพัฒนาทีมงานขายของบริษัทเองอีกส่วนหนึ่งเพื่อทำการตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสามารถช่วย ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงการจัดจำหน่ายผ่านสึมิกินลงได้อีกทางหนึ่ง 2. ความเสี่ยงจากการมีนโยบายไม่สะสมที่ดินเป็นจำนวนมาก โดยปกติ การทีบ่ ริษทั มีนโยบายในการถือครองทีด่ นิ ในแต่ละช่วงเวลาเป็นจำนวนไม่มากนัก และจะจัดหาซือ้ ที่ดินเมื่อมีโครงการรองรับแล้วเท่านั้น เว้นแต่จะเป็นที่ดินที่บริษัทฯเล็งเห็นว่ามีศักยภาพสูงในการพัฒนาและราคาอยู่ ในระดับที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนสูง หรือที่ดินที่เป็นผืนใหญ่ๆ ติดต่อกันแต่ราคาค่อนข้างต่ำ ด้วยเหตุเหล่านี้ทำให้ บริษทั ไม่ตอ้ งรับภาระดอกเบีย้ และแบกภาระต้นทุนทีด่ นิ ทีย่ งั ไม่สามารถขายได้ แต่ทำให้บริษทั มีความเสีย่ งทีร่ าคาทีด่ นิ อาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการสร้างรายได้และทำกำไรของบริษัท จากประสบการณ์ของบริษัทในระยะที่ผ่านมาจะพบว่าความเสี่ยงดังกล่าวมีไม่มากนัก เนื่องจากปัจจุบันที่ดินที่ อยู่บริเวณรอบโครงการของบริษัทเป็นที่ดินของรายย่อย มีอำนาจต่อรองไม่สูงนัก ประกอบกับ บริษัทจะทำการซื้อที่ ดินผ่านนายหน้า ซึ่งมีประสบการณ์ และมีความสามารถในการเจรจาต่อรองสูง โดยมีการกำหนดราคาเป้าหมายที่ ต้องการสำหรับที่ดินแต่ละแปลงเอาไว้ เพื่อป้องกันการซื้อที่ดินในราคาที่สูงเกินไปจนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และ กำไรของบริษัท นอกจากนี้เนื่องจาก บริษัทมีการกำหนดกลยุทธ์ ในการตั้งราคาแบบ Cost Plus ซึ่งเป็นการกำหนด ราคาขายโดยใช้ราคาทุนเป็นฐานในการคำนวณ ดังนั้นเมื่อที่ดินที่รับซื้อเข้ามามีราคาแพงขึ้น ราคาขายก็จะสูงขึ้นตาม ไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาราคาของที่ดินที่ซื้อเพิ่มอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และราคาขายก็ ได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อว่าอยู่ใน ระดับที่สมเหตุสมผล 3. ความเสี่ยงจากการทำสัญญาค้ำประกันปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ บริษัทได้ทำสัญญาค้ำประกันปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติตามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติของลูกค้าของบริษัทที่ ประกอบธุรกิจภายในเขต/สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดระยอง กับ ปตท. จำนวน 3 สัญญา มีวงเงินรวม 90.15 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับตัง้ แต่วนั ทีผ่ ซู้ อ้ื รายใดรายหนึง่ รับก๊าซธรรมชาติจาก ปตท. โดยบริษทั ได้ชำระเงินสดให้กบั ปตท. เพื่อเป็นหลักประกัน และได้บนั ทึกรายการดังกล่าวไว้ ในงบการเงินของบริษทั ในรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น บริษทั จะได้รบั เงินสดทีเ่ ป็นหลักประกันคืนจาก ปตท. ในแต่ละปีตามปริมาณการใช้กา๊ ซธรรมชาติของลูกค้าของบริษทั ในอัตรา 12.91 บาทต่อล้านบีทียู แต่ทั้งนี้ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติรวมกันจะต้องไม่ต่ำกว่า 6.98 ล้านบีทียูต่อปี จากการทำสัญญาค้ำประกันกันดังกล่าว บริษัทมีความเสี่ยงในการได้รับเงินคืนจาก ปตท. ต่ำกว่าวงเงินประกัน หาก ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติรวมของลูกค้าของบริษัทที่ประกอบธุรกิจภายในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดระยอง น้อยกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ ในสัญญาดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากในการทำสัญญาซือ้ ขายก๊าซธรรมชาติระหว่างลูกค้าของบริษทั กับ ปตท. นัน้ มีการกำหนด เงื่อนไขของสัญญาอย่างชัดเจนและรัดกุม โดยภายในสัญญาได้ระบุปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติขั้นต่ำต่อปีที่ลูกค้า ของบริษัทต้องใช้หรือซื้อ ซึ่งมีการประมาณการปริมาณการใช้ก๊าซร่วมกันระหว่างบริษัทและลูกค้าของบริษัทอย่าง ใกล้ชดิ และทีผ่ า่ นมาลูกค้าของบริษทั ไม่เคยมีปญ ั หาในการปฏิบตั ติ ามสัญญาซือ้ ขายก๊าซธรรมชาติดงั กล่าว จึงคาดว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าว บริษัทจะสามารถได้รับเงินคืนในจำนวนที่เท่ากันกับวงเงิน ตามสัญญาค้ำประกัน


20 4. ความเสี่ยงด้านกฎหมาย การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมีความเสี่ยงเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรที่ดิน การใช้ พื้นที่ ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543, ประกาศคณะกรรมการการจัดสรรที่ดินกลางเรื่อง กำหนดขั้น ตอนหลักเกณฑ์และวิธีการ พิจารณาแผนผังโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดิน และการขอแก้ไขและเปลี่ยนแปลง แผนผังโครงการ, ประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินฯ เรื่องกำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม, พระราชบัญญัติผังเมือง, พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงกฎหรือข้อบังคับต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษทั แต่อย่างไรก็ตามบริษทั ได้ตดิ ตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกฎระเบียบ ที่ออกมาและปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของกฎหมายอยู่เสมอ 5. ความเสี่ยงจากเงินลงทุนและลูกหนี้การค้า บริษทั และบริษทั ย่อยไม่มคี วามเสีย่ งจากการกระจุกตัวของเงินลงทุนและลูกหนีก้ ารค้าทีเ่ กิดจากเงินสดและ เงินลงทุนระยะสั้นที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทย่อยได้นำเงินสดไปลงทุนในเงินลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกับธนาคาร พาณิชย์และสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือ และบริษัทมีนโยบายโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ขายเมื่อลูกค้าชำระเงิน ครบถ้วนแล้ว 6. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษทั ย่อยแห่งหนึง่ มีความเสีย่ งจากอัตราแลกเปลีย่ นทีเ่ กิดจากรายการซือ้ สินทรัพย์ทเ่ี ป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งผู้บริหารมีนโยบายในการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า โดยการทำสัญญาระยะสั้นตามจำนวนเงิน ทีต่ อ้ งชำระในระหว่างปี เพื่อป้องกันความเสีย่ งในระยะสัน้ ของอัตราแลกเปลีย่ น ซึง่ เกิดจากความผันผวนของเงินตรา ต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีสัญญาซื้อขายเงินต่างประเทศล่วงหน้าคงเหลือ โดยมีสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ จำนวนเงิน 8.13 ล้านเหรียญสหรัฐ 7. ความเสี่ยงจากการเกิดอุทกภัย บริษัทและบริษัทย่อย 2 แห่ง ตั้งโรงงานในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความเสี่ยงจะเกิดอุทกภัยได้ ใน ฤดูน้ำหลาก เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทและบริษัทย่อยได้ทำประกันครอบคลุมถึงภัยธรรมชาติ รวมทั้ง ได้สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมรอบโครงการ โดยเขื่อนจะเป็นแบบระบบเข็มพืด คอนกรีต (พื้นผิวแบบลอนลูกฟูก) ความสูง 6.05 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ความเสีย่ งด้านการเงิน ณ สิ้นปี 2554 บริษัทและบริษัทย่อย มีเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 8,527.70 ล้านบาท จากสถาบันการเงิน เพื่อลงทุนในโครงการการพัฒนาที่ดินและขยายธุรกิจ โดยจะต้องชำระคืนเงินต้นทุกๆ ไตรมาสและชำระค่าดอกเบี้ย ทุกๆ เดือน โดยบริษัทมีข้อตกลงกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ว่าจะต้องดำรง D/E ไว้ไม่ให้เกิน 2.75 เท่า ตลอดอายุ สัญญากู้เงิน โดยปัจจุบันบริษัทมี D/E เท่ากับ 3.11 เท่า ซึ่งตามงบการเงินเป็นการตั้งสำรองค่าเผื่อความเสียหาย เหตุการณ์นำ้ ท่วม ทางธนาคารและสถาบันการเงินเจ้าหนีท้ กุ แห่งได้เข้าใจในสถานการณ์ทเ่ี กิดขึน้ และให้ความยินยอม ผ่อนผันเงื่อนไขต่างๆ จนกว่าเหตุการณ์จะสู่ภาวะปกติ


21 โครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ โครงสร้างการถือหุน้ รายชื่อผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่

กลุ่มผู้ถือหุ้นของบริษัท ที่มีชื่อปรากฏตามสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ประกอบด้วย

ชื่อผู้ถือหุ้น/กลุ่มผู้ถือหุ้น

สัญชาติ

จำนวนหุ้น

ร้อยละของหุ้นที่มีสิทธิ ออกเสียงทั้งหมด (ทุนที่เรียกชำระแล้ว)

กลุ่มวินิชบุตร SUMIKIN BUSSAN CORPORATION บริษัท มาซาฮิโร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด SMK ASIA LTD. บริษัท กิมฟอง จำกัด นายประชา กิจวรเมธา นางสาวจุฑารัตน์ แซ่คู ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 2.00%

ไทย ญี่ปุ่น ไทย MAURITIAN ไทย ไทย ไทย

365,676,610 246,447,322 97,351,125 83,261,668 47,259,309 28,471,858 26,708,333 263,933,679

31.55 21.26 8.40 7.18 4.08 2.46 2.30 22.77

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทที่ถือหุ้นเกินร้อยละ 10 ของทุนที่ชำระแล้ว ประกอบด้วย : บริษัท SUMIKIN BUSSAN CORPORATION ประกอบธุรกิจประเภท : ธุรกิจส่งออก & นำเข้าสินค้าประเภทเหล็ก, สิ่งทอ, ผลิตภัณฑ์อาหาร กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ : SUMITOMO METAL INDUSTRIES, LTD. THE MASTER TRUST BANK OF JAPAN

JAPAN TRUSTEE SERVICES BANK, LTD. KYOEI STEEL LTD.

กลุ่มวินิชบุตรประกอบด้วย :

นายดิเรก วินิชบุตร นายชาย วินิชบุตร นายเมธี วินิชบุตร นางสาววรวรรณ วินิชบุตร

นายจิระพงษ์ วินิชบุตร นางวีรวรรณ วินิชบุตร นายวศิน วินิชบุตร นางสาวเชอรี่ วินิชบุตร

(ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลผู้ถือหุ้นที่เป็นปัจจุบันได้จาก Website ของบริษัทก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี)


22 การจัดการ

โครงสร้างการจัดการ

คณะกรรมการของบริษัท มีทั้งหมด 2 ชุด ดังนี้ 1. คณะกรรมการบริษัท 2. คณะกรรมการตรวจสอบ

โครงสร้างการจัดการ ณ 31 ธันวาคม 2554

คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ

ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาด

ผู้จัดการทั่วไป (สาขาอยุธยา)

ผู้จัดการทั่วไป (สาขาระยอง)

ผู้จัดการฝ่ายบัญชี และการเงิน

ฝ่ายขาย และการตลาด

ฝ่ายบริหารโครงการ สาขาอยุธยา

ฝ่ายบริหารโครงการ สาขาระยอง

ฝ่ายบัญชี และการเงิน


23 คณะกรรมการบริษทั ณ 31 ธันวาคม 2554 ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 10 ท่านดังนี้ โดยมีนางวิไล เปล่งวิทยา เป็นเลขานุการบริษทั ชื่อ - สกุล

ตำแหน่ง

1. นายสุกิจ 2. นายดิเรก 3. นายจิระพงษ 4. นายพงส์ 5. นายพงษ์ศักดิ์ 6. นางอิงอร 7. น.ส.อมรา 8. นางสุธิรา 9. นายโอซามุ 10. นายชาย

ประธานกรรมการ และกรรมการอิสระ กรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ กรรมการ และกรรมการอิสระ กรรมการอิสระ และประธานคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ กรรมการ กรรมการ

หวั่งหลี วินิชบุตร วินิชบุตร สารสิน อังสุพันธุ์ ประกฤติเวศย์ เจริญกิจวัฒนกุล งานดี นูนาตะ วินิชบุตร

หมายเหตุ ดูความสัมพันธ์/บริการวิชาชีพ, การดำรงตำแหน่งกรรมการแต่ละท่านกับบริษัท บริษัทย่อยและบริษัทร่วม ในหัวข้อประวัติ ของคณะกรรมการ และหัวข้อรายชื่อกรรมการ ผู้บริหาร และผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัท บริษัทย่อยและบริษัทร่วม

1. กรรมการผูม้ อี ำนาจลงนามแทนบริษทั

2. องค์ประกอบและการแต่งตัง้ คณะกรรมการบริษทั

เพื่อดำรงความเป็นอิสระของกรรมการอิสระ บริษทั ฯได้กำหนดไว้ ในหนังสือรับรองของบริษทั ฯ ให้กรรมการ ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท คือ นายดิเรก วินิชบุตรและ นายจิระพงษ์ วินิชบุตร กรรมการ 2 ท่านนี้ ลงลายมือ ชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท เป็นผู้มีอำนาจผูกพันบริษัท โดยคณะกรรมการมีอำนาจกำหนดหรือแก้ไข เพิ่มเติมชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท 1. คณะกรรมการบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน และกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรและต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเลือกตั้ง และถอดถอนโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น 2. ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง (2) ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม (1) เลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคน เป็นกรรมการก็ ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้ (3) บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวน กรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมา หากมีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้นให้ผู้เป็นประธาน เป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด


24 3. ในการประชุมสามัญประจำปีทกุ ครัง้ ให้กรรมการออกจากตำแหน่งหนึง่ ในสาม ถ้าจำนวนกรรมการทีจ่ ะแบ่ง ออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งใน ปีแรกและปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ให้ ใช้วิธีจับสลากกันว่าผู้ ใดจะออก ส่วนปีหลังๆ ต่อไป ให้กรรมการ ท่านทีอ่ ยู่ในตำแหน่งนานทีส่ ดุ นัน้ เป็นผูอ้ อกจากตำแหน่ง กรรมการทีอ่ อกตามวาระนัน้ อาจถูกเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่ง ใหม่ได้ 4. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย หรือลาออก หรือขาด คุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด หรือ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้ออก หรือศาลมีคำสั่งให้ออก 5. กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัทฯ การลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไป ถึงบริษัทฯ 6. ในกรณีทต่ี ำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอนื่ นอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้ฝา่ ยจัดการเป็นผูค้ ดั เลือก และเสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสม ให้คณะกรรมการพิจารณาเลือกเข้าเป็นกรรมการแทนในการประชุม คณะกรรมการคราวถัดไปก็ ได้ เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่าสองเดือน บุคคลซึ่งเป็นกรรมการแทน ดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระทีย่ งั เหลืออยูข่ องกรรมการทีต่ นแทน ทัง้ นี้ มติของคณะกรรมการ ในกรณีนี้ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่ 7. ในการลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า สามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน หุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

3. อำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการ

อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบที่สำคัญของคณะกรรมการบริษัทฯ สรุปได้ดังนี้ - ดูแลและจัดการบริษัทฯ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ นโยบาย และข้อบังคับ ของบริษัทฯ ตลอดจนมติของที่ประชุม - แต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และแต่งตั้งกรรมการอีกคนหนึ่ง หรือหลายคนเป็นรอง ประธานกรรมการ - แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อประสานงานกับฝ่ายตรวจสอบและดูแลปฏิบัติงานภายใน - กำกับดูแลการบริหารงานของฝ่ายจัดการให้ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง - จัดให้มรี ะบบบัญชี การรายงานทางการเงิน และการสอบบัญชี โดยจัดให้มกี ารทำงบดุลและการบัญชีกำไร ขาดทุน ณ วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัทฯ และจัดให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบให้เสร็จก่อนนำเสนอต่อที่ ประชุมผู้ถือหุ้น - แต่งตั้งบุคคลอื่นใดให้ดำเนินกิจการของบริษัทฯ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการ หรือมอบอำนาจ เพื่อให้บคุ คลดังกล่าวมีอำนาจตามทีค่ ณะกรรมการเห็นสมควรและภายในเวลาทีค่ ณะกรรมการเห็นสมควร และคณะกรรมการอาจยกเลิกเพิกถอนเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอำนาจนั้น ๆ ได้ - ประชุมคณะกรรมการ จัดให้มแี ละเรียกประชุมผูถ้ อื หุน้ จัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการ และรายงาน การประชุมผู้ถือหุ้น - พิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เมื่อบริษัทฯมีกำไรสมควรพอ และรายงานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทราบในการประชุมคราวต่อไป - พิจารณาให้ความยินยอมกรณีมีการทำธุรกรรมรายการระหว่างบริษัท/บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน


25

4. อำนาจหน้าทีค่ ณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ณ 31 ธันวาคม 2554 ชื่อ-สกุล

1. นายพงษ์ศักดิ์ อังสุพันธุ์ ** 2. นางอิงอร ประกฤติเวศย์ ** 3. น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล **

ตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ

** เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน ดูรายละเอียดใน หัวข้อประวัติของคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัท

อำนาจหน้าทีข่ องคณะกรรมการตรวจสอบ สรุปได้ ดังนี้

1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ 2. สอบทานให้บริษทั มีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และระบบการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้าง หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับ ผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน 3. สอบทานให้บริษทั ปฏิบตั ติ ามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท 4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคล ซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และ เสนอค่าตอบแทน รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทัง้ นีเ้ พื่อให้มน่ั ใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สงู สุดต่อบริษทั 6. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ ในรายงานประจำปีของบริษทั ซึง่ รายงานดังกล่าว ต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้ คือ - ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท - ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท - ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาด หลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท - ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี - ความเห็นเกี่ยวกับรายงานที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ - จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน - ความเห็นชอบหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (Charter) - รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท 7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ด้วยความเห็นจากคณะกรรมการตรวจสอบ


26

ผูบ้ ริหารของบริษทั ณ 31 ธันวาคม 2554

ชื่อ-สกุล

1. นายดิเรก 2. นายจิระพงษ์ 3. นายวิทยา 4. นายคูนีอาคิ 5. นายสุวัฒน์ 6. นางสาวผ่องศรี

วินิชบุตร วินิชบุตร เลื่องลือยศ ฮายาชิ วรศักดิ์ สุนัยยศ

ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม กรรมการผู้จัดการ และ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผู้จัดการทั่วไป สาขาระยอง สมุห์บัญชี

5. ขอบเขตอำนาจหน้าทีข่ องประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร

- กำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด - สร้างวิสัยทัศน์และกำหนดพันธกิจ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานและพัฒนาองค์กรในระยะยาว - ดำเนินกิจการและอนุมตั เิ รื่องดำเนินการตามทีค่ ณะกรรมการบริษทั กำหนดไว้ ในอำนาจดำเนินการ เช่น - การลงนามในสัญญาเช่า/ซื้อที่ดินและสัญญาให้เช่าพื้นที่/ให้บริการของบริษัท - การอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท - การแต่งตั้งบุคลากรของบริษัท เป็นต้น ยกเว้น การดำเนินการใดที่ตาม ข้อบังคับของบริษัท หลักเกณฑ์ของกฎหมาย หรือหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่ ควบคุมดูแลบริษัทกำหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวทั้งหมด - สำหรับการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจต่างๆ และการกู้ยืมเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะนำเรื่องเสนอ ต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นคราวๆ ไป - สำหรับการดำเนินงานที่เกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยง และรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินของ บริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์

ทัง้ นี้ การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหารนัน้ กำหนดให้ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร หรือผูร้ บั มอบอำนาจจากประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร ไม่สามารถอนุมตั ริ ายการทีต่ น หรือบุคคลทีอ่ าจมีความขัดแย้ง มีสว่ นได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ในลักษณะอื่นใด ทำกับบริษทั ฯ หรือบริษัทย่อย เว้นแต่ เป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามปกติธุรกิจ และ รายการที่มีการกำหนดขอบเขตการอนุมัติที่ชัดเจน ได้แก่ การอนุมตั ใิ ห้บริษทั หรือบริษัทย่อย เข้าทำข้อตกลงหรือสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวกับการซื้อขายไฟฟ้า การให้บริการ หรือการรับบริการ ซึ่งเป็นการดำเนินการค้าปกติระหว่างบริษทั หรือบริษทั ย่อยกับบุคคลทีอ่ าจมีความขัดแย้งใน วงเงินของการทำข้อตกลงหรือสัญญาในแต่ละครั้งไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งนโยบายการคิดราคาเป็นราคาที่ สามารถเทียบเคียงได้กับราคาที่คิดกับบุคคลอื่น


27

6. ขอบเขตอำนาจหน้าทีข่ องกรรมการผูจ้ ดั การ

- จัดการและควบคุมดูแลการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท - พัฒนาองค์กรและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเต็มศักยภาพ สร้างวัฒนธรรมองค์กร - พัฒนาบริษัทฯ ให้ประกอบธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ปฏิบัติตามกฎหมาย ศีลธรรมและวัฒนธรรม อันดีงาม - ดำเนินการตามที่คณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการบริหารได้มอบหมาย ตลอดจนให้อำนาจ กรรมการผู้จัดการในการมอบหมายให้บุคคลอื่นที่กรรมการผู้จัดการเห็นสมควร ทำหน้าที่จัดการ และ ดำเนินการแทนกรรมการผู้จัดการในเรื่องที่จำเป็นและสมควร โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของกรรมการ ผู้จัดการ ซึ่งอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมาย และ กฎระเบียบข้อบังคับของบริษัท ยกเว้น ไม่สามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งมีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์ ในลักษณะอื่นใด ทำกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย เว้นแต่เป็นรายการที่เป็นไปตามปกติ ธุรกิจ และ รายการทีม่ กี ารกำหนดขอบเขตการอนุมตั ทิ ช่ี ดั เจน ได้แก่การอนุมตั ใิ ห้บริษทั หรือบริษทั ย่อย เข้าทำข้อตกลงหรือสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวกับการซื้อขายไฟฟ้า การให้บริการ หรือการรับบริการ ซึ่งเป็น การดำเนินการค้าปกติระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในวงเงินของการ ทำข้อตกลงหรือสัญญาในแต่ละครั้งไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งนโยบายการคิดราคาเป็นราคาที่สามารถ เทียบเคียงได้กับราคาที่คิดกับบุคคลอื่น

อนึ่ง ทุก ๆ ปีที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯได้ทำการพิจารณาและทบทวนมติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่ เป็นข้อตกลงทางการค้าทีม่ เี งื่อนไขโดยทัว่ ไปเกีย่ วกับกรรมการ ผูบ้ ริหาร หรือบุคคลทีม่ คี วามเกีย่ วข้อง เพื่อใช้ เป็นหลักปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยมีหลัก ปฏิบัติดังนี้ บริษัทและบริษัทย่อยอาจมีรายการ รายการระหว่างกัน กับกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มี ความเกี่ยวข้องในอนาคต บริษัทจึงขออนุมัติในหลักการให้ฝ่ายจัดการสามารถอนุมัติการทำธุรกรรมดังกล่าว หากธุรกรรมเหล่านั้น มีข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับคู่สัญญาทั่วไปใน สถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพลในการที่ตนมีสถานะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจะจัดทำรายงานสรุปการทำธุรกรรมดังกล่าว เพื่อรายงาน ในการประชุมคณะกรรมการ

7. คุณสมบัติ การสรรหากรรมการ, ผูบ้ ริหาร และกำหนดค่าตอบแทน

บริษัทยังไม่มีการจัดตั้งคณะกรรมการสรรหาและคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน โดยในการคัดเลือก บุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ จะพิจารณาจากคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่เป็น ประโยชน์ต่อการบริหารจัดการให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดไว้และมีความ เข้าใจในธุรกิจของบริษัทอย่างดี ตลอดจนมีเวลาที่จะเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริษัทโดยสม่ำเสมอ ทั้งนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการโดยใช้เสียงข้างมากตามหลักเกณฑ์และวิธีการ (ดูข้อ 2 เรื่อง องค์ประกอบและการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท) เลขานุการบริษัท มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้ 1. จัดทำและเก็บรักษาเอกสาร ทะเบียนกรรมการ, หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการ, รายงานการประชุม คณะกรรมการและรายงานประจำปีของบริษัท, หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น 2. เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการหรือผู้บริหาร 3. ดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด


28

8. ค่าตอบแทนกรรมการและผูบ้ ริหาร

8.1 ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน

ค่าตอบแทนกรรมการ เบี้ยประชุมกรรมการและ บำเหน็จกรรมการ

ปี 2553 ปี 2554 จำนวนราย (คน) จำนวนเงิน (บาท) จำนวนราย (คน) จำนวนเงิน (บาท)

ค่าตอบแทนกรรมการ เงินเดือน เงินกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพ และโบนัส

ปี 2553 ปี 2554 จำนวนราย (คน) จำนวนเงิน (บาท) จำนวนราย (คน) จำนวนเงิน (บาท)

9

6

6

6,648,889

12,198,042

ค่าตอบแทน ภาษีที่บริษัท จำนวนครัง้ ทีเ่ ข้าประชุม ออกให้ (จำนวนการประชุม 9 ครัง้ ) ค่าตอบแทนที่ได้รบั จากบริษัทย่อยและ บริษัทร่วม

1. นายสุกิจ หวั่งหลี 2. นายดิเรก วินิชบุตร 3. นายจิระพงษ์ วินิชบุตร 4. นายพงส์ สารสิน 5. นายพงษ์ศักดิ์ อังสุพันธุ์ 6. นางอิงอร ประกฤติเวศย์ 7. น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล 8. นางสุธิรา งานดี 9. นายโอซามุ นูมาตะ 10. นายชาย วินิชบุตร

11,662,266

9

ค่าตอบแทนคณะกรรมการ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ชื่อ-สกุล

6,648,889

1,200,000 600,000 600,000 1,200,000 600,000 600,000 600,000 600,000 - 600,000

24,444 24,444 -

9 8 9 6 8 9 9 8 1 9

1,165,000 1,235,000 -

8.2 ค่าตอบแทนอื่น ๆ - ไม่มี –

9. การกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทได้ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน ตามแนวทางของ ตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับของบริษัททุกประการ


29 รายงานการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี 1. สิทธิของผูถ้ อื หุน้ บริษัทตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นในความเป็นเจ้าของ ซึ่งจะควบคุมบริษัทโดยผ่านการแต่งตั้งคณะ กรรมการให้ทำหน้าที่แทน และมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ บริษัทจึงได้ทำการ ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ ใช้สิทธิของตน และได้รับการคุมครองสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นได้รับ ข่าวสารข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่ง ตั้งกรรมการ กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดจำนวนเงินค่าสอบบัญชี รวมถึง การใช้สิทธิลงคะแนนในเรื่องสำคัญของบริษัท เป็นต้น โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับ ดูแลกิจการไว้ชัดเจนว่า บริษัทจะส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ ใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน โดยบริษัทจะไม่กระทำการใดๆ อัน เป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น ในการจัดประชุมสามัญผูถ้ อื หุน้ บริษทั ได้กำหนดวันประชุม ซึง่ ไม่ใช่วนั หยุดต่อเนื่อง หรือวันนักขัตฤกษ์ และกำหนดเวลาประชุมไม่เช้าหรือเย็นเกินไป และกำหนดสถานที่ประชุม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการคมนาคม สะดวก มีสถานที่จอดรถเพียงพอ พร้อมแนบแผนที่สถานที่ประชุม ในปี 2554 บริษัทจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2554 ณ ห้องซากุระ ชั้นแอล โรงแรมจัสมิน ซิต้ี เลขที่ 2 ถนนสุขมุ วิท 23(ประสานมิตร) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554 ทั้งนี้ บริษัทได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ บน เว็บไซต์ของบริษัท (www.rojana.com) เป็นการล่วงหน้า 30 วันก่อนวันประชุม พร้อมทั้งได้จัดส่งหนังสือ เชิญประชุมให้กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทเป็น ผู้จัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นล่วงหน้า 14 วันก่อนประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาพิจารณารายละเอียดของแต่ละวาระ และหากผู้ถือหุ้นมีวาระเพิ่มเติมใดๆ ก็สามารถเสนอในที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาได้ ในการจัดส่งเอกสารการ ประชุมได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารประกอบการเข้าร่วมประชุมและหนังสือมอบฉันทะ ในรูปแบบตาม ที่กฎหมายกำหนด บริษัทได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม โดยจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลต้อนรับและให้ ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้น ทั้งก่อน-หลัง และก่อนการประชุม จัดให้มีของว่างสำหรับผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทได้ ให้ความสำคัญในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อตอบข้อซักถามและรับ ฟังข้อเสนอแนะจากผู้ถือหุ้น โดยในปี 2554 กรรมการทุกท่านเข้าร่วมประชุมครบพร้อมทั้งผู้บริหารของ บริษัทยกเว้น นายพงส์ สารสิน เนื่องจากท่านติดภารกิจสำคัญ ในการประชุมดำเนินไปตามลำดับตามระเบียบวาระการประชุมที่กำหนดไว้ ในหนังสือเชิญประชุม และ เปิดโอกาสให้ผถู้ อื หุน้ แสดงความคิดเห็นและซักถามเรื่องต่างๆ ในแต่ละวาระอย่างเต็มทีโ่ ดยก่อนเริม่ การประชุม เลขานุการบริษัทได้ชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นทราบวิธีลงคะแนนเสียงดังนี้ การลงคะแนนเสียงแต่ละวาระ ถ้าไม่มีผู้ถือหุ้นท่านใดไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ให้ถือว่าท่านผู้ถือ หุ้นเห็นชอบหรือเห็นด้วยตามมติที่นำเสนอ หากมีผู้ถือหุ้นท่านใดไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ให้ทำเครื่อง หมายตามความประสงค์ของท่านลงในบัตรลงคะแนนที่บริษัทจัดให้ พร้อมกับลงลายมือชื่อในบัตร และกรุณา ชูมือขึ้น เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯจะเก็บบัตรลงคะแนน โดยถือว่า หนึ่งหุ้นเท่ากับหนึ่งเสียง

สำหรับวาระปกติ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนน วาระ เพื่อรับทราบไม่มกี ารลงมติ และวาระการออกและเสนอขายหุน้ กู,้ การออกใบสำคัญแสดงสิทธิทจ่ี ะซือ้ หุน้ สามัญ, การเพิ่มทุน และการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับของบริษัท เป็นวาระพิเศษ ให้ถือคะแนน เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของ จำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น ซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ทั้งนี้ การรวบรวมผลคะแนนเสียง บริษัทจะนำคะแนนเสียงที่ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงหักออกจาก จำนวนเสียงทัง้ หมดของผูท้ เ่ี ข้าร่วมประชุม และส่วนทีเ่ หลือจะถือว่าเป็นคะแนนเสียงทีเ่ ห็นด้วยในระเบียบวาระ นัน้ ๆ และวาระพิเศษต้องใช้คะแนนเสียงไม่นอ้ ยกว่าสามในสีข่ องจำนวนเสียงทัง้ หมดของผูถ้ อื หุน้ ซึง่ มาประชุม และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ส่วนกรณีผู้ถือหุ้นที่ทำหนังสือมอบฉันทะ ให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุม และเป็นแบบออกเสียงลงคะแนน ตามความประสงค์ของท่านผู้ถือหุ้นนั้น บริษัทได้นำคะแนนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ตามความ ประสงค์ของท่านผู้ถือหุ้นบันทึกรวมไว้ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อการลงมติตามวาระไว้แล้ว สำหรับรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้บันทึกข้อมูลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับรายชื่อกรรมการที่เข้า ร่วมประชุม พร้อมมติที่ประชุม โดยเผยแพร่รายงานผ่านเว็บไซต์ของบริษัท www.rojana.com ภายใน 30 วัน หลังจากวันประชุมผู้ถือหุ้น


30

2. การปฏิบตั ติ อ่ ผูถ้ อื หุน้ อย่างเท่าเทียมกัน บริษัทให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ - ดำเนินการประชุมผูถ้ อื หุน้ ตามลำดับระเบียบวาระที่ได้แจ้งไว้ ในหนังสือเชิญประชุม และไม่เพิม่ ระเบียบ วาระในที่ประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูล ประกอบการพิจารณาระเบียบวาระต่าง ๆ - จัดให้มีบัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกระเบียบวาระ พร้อมทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ในการจัดเก็บบัตรลงคะแนนเสียงในห้องประชุม - บริษัทได้จัดทำและบันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเผยแพร่รายงานการประชุม ให้ผถู้ อื หุน้ ทุกรายรับทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษทั ภายหลังจากที่ได้จดั ส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย แล้วหลังการประชุมเสร็จสิ้น 14 วัน พร้อมทั้งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัท - บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถเสนอเพิ่มวาระการประชุม, เสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติดำรงตำแหน่ง กรรมการ สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ของบริษัทได้ล่วงหน้าก่อนการประชุม ซึ่งบริษัท ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นรับทราบโดยทั่วกันผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท ทั้งนี้คณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณา ความเหมาะสมของการบรรจุหรือไม่บรรจุระเบียบวาระการประชุมตามที่ผู้ถือหุ้นเสนอ และสำหรับ บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการ ฝ่ายจัดการจะนำเสนอคณะกรรม การบริษัทและที่ประชุมผุ้ถือหุ้นต่อไป - บริษัทได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ของกรรมการและผู้บริหาร โดยแจ้งให้ทกุ ท่านทราบบทบาทภาระหน้าทีท่ ต่ี อ้ งรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของตน คูส่ มรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งถือหลักทรัพย์ของบริษัท และรับทราบการจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลง การถือหลักทรัพย์ทกุ ครัง้ ทีม่ กี ารซือ้ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ภายใน 3 วันทำการหลังจากวันทีซ่ อ้ื ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ นอกจากนีก้ รรมการและผูบ้ ริหาร ยังได้รับทราบหน้าที่ และความรับผิดชอบตามที่กำหนดรวมถึงบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และบริษัทได้กำหนดห้ามผู้บริหารที่ได้รับทราบข้อมูล ภายในกระทำการใดๆ ซึ่งเป็นการขัดต่อมาตรา 241 ของ พระราชบัญญัติฯดังกล่าว รวมถึงกฎเกณฑ์ อื่นที่เกี่ยวข้อง 3. บทบาทของผูม้ สี ว่ นได้เสีย บริษทั ได้ ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผูม้ สี ว่ นได้เสียทุกกลุม่ ไม่วา่ จะเป็นผูม้ สี ว่ นได้เสียภายในได้แก่ พนักงาน และผูบ้ ริหารของบริษทั และบริษทั ย่อย หรือผูม้ สี ว่ นได้เสียภายนอก ได้แก่ คูแ่ ข่ง เจ้าหนี้ ภาครัฐ และหน่วยงาน อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบริษัทตระหนักถึงแรงสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ซึ่งจะสร้างความสามารถ ในการแข่งขันและสร้างกำไรให้กับบริษัท ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความสำเร็จในระยะยาวของบริษัทได้ โดยมี รายละเอียดดังนี้ : - พนักงาน : บริษัทได้ปฏิบัติกับพนักงานอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม - คู่ค้า : บริษัทมีการซื้อสินค้าและบริการจากคู่ค้าเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้า รวมถึงการปฏิบัติตาม สัญญาต่อคู่ค้า - เจ้าหนี้ : บริษัทได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง - ลูกค้า : บริษัทเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า รักษาความลับของลูกค้า และมีหน่วยงานหรือบุคคล ที่ทำหน้าที่รับข้อร้องเรียนของลูกค้าเพื่อรีบดำเนินการให้แก่ลูกค้าโดยเร็วที่สุด - คู่แข่ง : บริษทั ประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันทีด่ ี รักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบตั ใิ นการแข่งขัน หลีกเลี่ยงวิธีการไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่แข่ง - ชุมชน : มีความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมของชุมชน และสังคม ทั้งนี้ บริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สิทธิของผู้มีส่วน ได้เสียเหล่านี้ ได้รับการดูแลอย่างดี


31

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส คณะกรรมการบริษัทมีโยบายให้บริษัทมีการดำเนินงาน ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการเปิดเผย ข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมทั้งดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และน่าเชื่อถือ และทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน ในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญของบริษทั นอกจากเผยแพร่ตามเกณฑ์ทก่ี ำหนดผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย บริษัทจะทำการเผยแพร่ไว้ ในเว็บไซต์ของบริษัท อาทิเช่น รายงานประจำปี, แบบแสดงราย การข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1), ข้อมูลบริษัท, รายชื่อคณะกรรมการ, งบการเงิน, การลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทร่วม เป็นต้น พร้อมทั้งได้แจ้ง E-mail Address, ที่อยู่ และ เบอร์ โทรศัพท์ ที่ใช้ ในการติดต่อกับ บริษัทในรายงานประจำปีแล้ว เพื่อให้บริการข้อมูลและข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทกับผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์และประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถติดต่อขอทราบข้อมูลบริษัทได้ที่ โทร. 0-2259-2400-3, 0-2260-1248, 0-2260-1288 และ 0-2260-1289 แฟกซ์. 0-2259-2394, 0-2261-0799 หรือที่ e-mail address : rojana@rojana.com, acrojana@truemail.co.th หรือเข้าชมได้ที่ website : www.rojana.com คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินของ บริษัท(รายละเอียดดูได้จาก หัวข้อ รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินของ บริษัท) และรายงานของผู้สอบบัญชี(รายละเอียดดูได้จาก หัวข้อ งบการเงิน) คณะกรรมการให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลสำคัญทีเ่ กีย่ วข้องกับบริษทั อย่างถูกต้องครบถ้วนโปร่งใส ทั่วถึง และทันเวลา โดยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ดังกล่าว สำหรับผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ใช้ประกอบ การตัดสินใจลง ผ่านช่องทางและสื่อสารเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนัก งานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัท ในปี 2554 บริษัทได้ทำการนัดหมาย (COMPANY VISIT) กับนักวิเคราะห์ นักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องมา พบกับผู้บริหาร เพื่อสอบถามข้อความความคืบหน้าการดำเนินกิจการ นำนักวิเคราะห์และสถาบันการเงินเข้าเยี่ยมชมนิคม 15 ครั้ง COMPANY VISIT / CONFERENCE CALL 238 ครั้ง นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผูบ้ ริหาร บริษทั ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่าง ชัดเจนและโปร่งใส โดยค่าตอบแทนอยู่ในระดับเดียวกับอุตสาหกรรม และสูงเพียงพอที่จะดึงดูดและรักษา กรรมการที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ และได้ขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว กรรมการที่ได้รับมอบหมายให้มี หน้าที่ และความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่ และความรับผิดชอบที่ได้รับ มอบหมายเพิ่มมากขึ้น - ค่าตอบแทนผู้บริหาร : ค่าตอบแทนผู้บริหารเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัท กำหนด ซึ่งเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัท และผลการดำเนินงานของผู้บริหารแต่ละท่าน - จำนวนค่าตอบแทนในปี 2553 และ ปี 2554 : บริษัทได้เปิดเผยค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ของบริษัท ไว้ ในเรื่องค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 1. โครงสร้างคณะกรรมการ โครงสร้างคณะกรรมการของบริษทั ประกอบด้วยบุคคลผูท้ รงวุฒิ จำนวน 10 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการ ที่เป็นผู้บริหาร 2 ท่าน กรรมการที่เป็นอิสระ 6 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผูบ้ ริหาร 2 ท่าน ซึง่ ถือว่ามีการ ถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผูบ้ ริหาร โดยบริษทั มีกรรมการทีเ่ ป็นอิสระ 6 ท่าน คิดเป็น 2 ใน 3 ของกรรมการ ทั้งคณะ สำหรับการรวมหรือแยกตำแหน่งแบ่งเป็นดังนี้ - ประธานกรรมการเป็นกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร และไม่ได้ถือหุ้นบริษัท - ประธานกรรมการเป็นกรรมการที่เป็นอิสระและไม่มีความสัมพันธ์ ใดๆ กับฝ่ายบริหาร - ประธานกรรมการไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหรือ กรรมการผู้จัดการ เพื่อ เป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการกำกับดูแลการบริหารงานประจำ


32

บริษัทได้กำหนดคุณสมบัติของ กรรมการอิสระ เป็นดังนี้ - ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของทุนชำระแล้วของบริษัท, บริษัทย่อย, บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่ อาจมีความขัดแย้ง โดยให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องและกำหนดคุณสมบัติอื่นตามที่สำนัก งาน กลต. กำหนด - ไม่มสี ว่ นร่วมบริหาร ไม่เป็นพนักงาน/ลูกจ้าง/ทีป่ รึกษา ที่ได้รบั เงินเดือนประจำ หรือเป็นผูม้ อี ำนาจ ควบคุมของบริษัท, บริษัทย่อย และบริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งในปัจจุบันและ ช่วง 2 ปีก่อนได้รับการแต่งตั้ง - ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรกับผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือ บุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย - ไม่มคี วามสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษทั , บริษทั ย่อย, บริษทั ร่วม หรือนิตบิ คุ คลทีอ่ าจมีความขัดแย้ง ในปัจจุบันและ 2 ปีก่อนได้รับการแต่งตั้งในลักษณะของการให้บริการทางวิชาชีพ เช่น ผู้สอบ บัญชี ผู้ ให้บริการทางวิชาชีพ, ที่ปรึกษาทางกฎหมาย, ที่ปรึกษาทางการเงิน, ผู้ประเมินราคา ทรัพย์สิน เป็นต้น หรือไม่มีความสัมพันธ์ทางการค้า/ทางธุรกิจซึ่งมีมูลค่ารายการตั้งแต่ 20 ล้าน บาทขึ้นไป หรือตั้งแต่ร้อยละ 3 ของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัท แล้วแต่จำนวนใด จะต่ำกว่า ทั้งนี้ในการพิจารณามูลค่ารายการให้รวมรายการที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6 เดือนก่อนวัน ที่มีการทำรายการในครั้งนี้ด้วย - ไม่เป็นกรรมการที่ได้รบั การแต่งตัง้ ขึน้ เพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการบริษทั ผูถ้ อื หุน้ รายใหญ่ หรือ ผู้ถือหุ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท - ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างอิสระได้ 2. คณะกรรมการชุดย่อย ปัจจุบัน บริษัทยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการสรรหา เนื่องจาก ระบบงานภายในบริษัทไม่ซับซ้อน และกรรมการมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ในด้านต่างๆ อย่าง เพียงพอ ประกอบมีเวลาทำงานให้กับบริษัทได้เต็มที่ อีกทั้งค่าตอบแทนที่กรรมการได้รับจะอยู่ในมาตรฐาน เดียวกันกับอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน 3. บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 3.1 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลในวงการธุรกิจ และจากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งมีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในด้านต่าง ๆ และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมคณะกรรมการได้มีส่วนร่วมในการกำหนด(หรือให้ความ เห็นชอบ) วิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแล ให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนธุรกิจ และงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผล เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่กิจการ และความมั่นคงสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น - คณะกรรมการได้จัดให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และมาตรการบริหาร ความเสี่ยงที่มีประสิทธิผล รวมทั้งมีการติดตามการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอใน การประชุมคณะกรรมการบริษัท - คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาการกำหนด แยกบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างคณะ กรรมการ และฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการสื่อสารบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังกล่าวต่อกรรมการ ฝ่ายจัดการ และพนักงานของบริษัทอย่างสม่ำเสมอ - คณะกรรมการกำกับดูแลให้คณะกรรมการบริหารดำเนินการตามนโยบายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ไม่รวม ถึงรายการที่มีความขัดแย้งหรือมีส่วนได้เสีย รวมทั้งรายการที่ต้องขอความเห็นจากผู้ถือหุ้น ตามข้อ กำหนดของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์


33

3.2 คณะกรรมการมีนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ เนื่องจากเห็นว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ และ จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ให้มีความเจริญเติบโตที่ยั่งยืน คณะกรรมการมีความมุ่งมั่น และตั้งใจที่จะปฏิบัติ ตามหลักการดังกล่าว โดยได้กำหนดนโยบาย ทิศทางการดำเนินงานของบริษัท ให้ความสำคัญต่อระบบการ ควบคุม การตรวจสอบภายใน การกำกับดูแลฝ่ายบริหารให้ดำเนินการตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อ ประโยชน์ ในระยะยาวของผู้ถือหุ้น ภายใต้กรอบข้อกำหนดของกฎหมาย และจริยธรรมทางธุรกิจ - การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเท่าเทียมกัน เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย - คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการในระยะยาว บริหารงานด้วยความรอบ คอบและระมัดระวัง รับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียงพอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น ดูแลมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และรับ ผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำของตนเอง - การดำเนินงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ผู้ที่ เกี่ยวข้องทุกฝ่าย - การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความเสีย่ งอยูเ่ สมอ โดยมีการควบคุมและบริหารความเสีย่ งทีเ่ หมาะสม - บริษัทมีการกำหนดจริยธรรมธุรกิจเพื่อให้กรรมการและพนักงานถือปฏิบัติแล้ว 3.3 จรรยาบรรณทางธุรกิจ บริษัทได้ออกข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และพนักงาน เพื่อให้ผทู้ เ่ี กีย่ วข้องยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบตั หิ น้าทีต่ ามภารกิจของบริษทั ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเทีย่ งธรรม ทัง้ การปฏิบตั ติ อ่ บริษทั และผูม้ สี ว่ นได้เสียทุกกลุม่ สาธารณชน และสังคม โดยผูท้ เ่ี กีย่ ว ข้องได้ลงนามรับทราบ และตกลงที่จะถือปฏิบัติ และบริษัทได้ติดต่อสื่อสารกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ และ ติดตามการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวเป็นประจำ รวมถึงกำหนดบทลงโทษทางวินัยไว้ด้วย 3.4 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการได้ดแู ลอย่าง รอบคอบเมื่อเกิดรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดนโยบายและขั้นตอนการอนุมัติ รายการที่เกี่ยวโยงกัน รวมทั้งกำหนดนโยบายและวิธีการดูแลไม่ให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องนำข้อมูลภายใน ของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ดังนี้ - รายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ : คณะกรรมการได้ทราบถึงรายการที่มีความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ และรายการทีเ่ กีย่ วโยงกัน และได้พจิ ารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบทุกครัง้ รวมทั้งมีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ โดยราคาและเงื่อนไขเสมือนทำรายการกับ บุคคลภายนอก (Arm’s Length Basis) - การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน - กำหนดให้ผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 - ห้ามไม่ให้ผบู้ ริหาร หรือหน่วยงานที่ได้รบั ทราบข้อมูลภายในเปิดเผยข้อมูลภายในแก่บคุ คลภายนอก หรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง 3.5 ด้านการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริษัทได้ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงเป็น อย่างมาก บริษัทได้มีการกำหนดและประเมินความเสี่ยงของกิจการ มีการกำหนดมาตรการป้องกันและจัดการ ความเสี่ยง ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่มีผลต่อการดำเนินงานของบริษัท มีการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และมีการจัดทำรายงานบริหารความเสี่ยง 3.6 ระบบการตรวจสอบและควบคุมภายใน บริษัทได้ ให้ความสำคัญต่อระบบควบคุมภายในทั้งในระดับ บริหาร และระดับปฏิบัติงานเพื่อความมีประสิทธิภาพ จึงได้กำหนดภาระหน้าที่ อำนาจการดำเนินการของผู้ บริหาร และผูป้ ฏิบตั งิ านไว้ มีการควบคุมการใช้ทรัพย์สนิ ของบริษทั ให้เกิดประโยชน์ และมีการแบ่งแยกหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ติดตามควบคุมและประเมินผลออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุล และตรวจสอบระหว่างกัน อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมภายในที่เกี่ยวกับระบบการเงิน โดยบริษัทได้จัดให้มีระบบรายงาน ทางการเงินเสนอผู้บริหารสายงานที่รับผิดชอบ และต่อกรรมการบริษัท


34

บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจำนวน 3 ท่าน โดยกรรมการตรวจสอบเป็นกรรมการที่เป็นอิสระ ทั้งหมด กรรมการตรวจสอบได้มีการสอบทานระบบการควบคุมภายใน เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทมีความ รัดกุมและมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส รวมทัง้ สอบทานงบการเงินของบริษทั ก่อนนำเสนอต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้ ยังได้สอบทานให้บริษัทได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต. และ ตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท ปัจจุบัน บริษัทไม่มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมตรวจสอบและอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ของบริษัททำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคณะกรรมการตรวจสอบ ในการดูแลและตรวจ สอบระบบการทำงาน และความเรียบร้อยต่างๆ ภายในบริษัท โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะรายงานโดยตรงให้กับ คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท 4. การประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการมีกำหนดการประชุมกรรมการตามปกติอย่างสม่ำเสมอ และมีการประชุมพิเศษเพิม่ ตามความ จำเป็น โดยมีการกำหนดวาระชัดเจน ล่วงหน้า และมีวาระพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำ โดย บริษทั ได้จดั หนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารก่อนการประชุมล่วงหน้า 7 วัน เพื่อ ให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม ปกติการประชุมแต่ละครั้งจะใช้เวลา ประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยในปี 2554 มีการจัดประชุมกรรมการทั้งสิ้น 9 ครั้ง กรรมการเข้าประชุมครบองค์ ประชุมทุกครัง้ มีการส่งและได้มกี ารจดบันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อกั ษร โดยได้จดั เก็บรายงานการประชุม ที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ พร้อมทั้งให้คณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและรับรองรายงาน (ดูรายละเอียดได้จาก ข้อ 8. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร) 5. การประเมินตนเองของคณะกรรมการ ในปี 2554 คณะกรรมการได้มีการประชุมเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานโดยรวมในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งจะ นำผลที่ได้มาประเมินเพื่อใช้ ในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย และข้อบังคับของบริษัทฯ

6.

ค่าตอบแทน จะแยกพิจารณาเป็นดังนี้ - ค่าตอบแทนกรรมการ : บริษทั ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยค่าตอบแทนอยู่ในระดับเดียวกับอุตสาหกรรม และสูงเพียงพอที่จะดึงดูดและรักษากรรมการ ที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ และได้ขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว กรรมการที่ได้รับมอบหมายให้มี หน้าที่ และความรับผิดชอบเพิม่ มากขึน้ ได้รบั ค่าตอบแทนทีเ่ หมาะสมกับหน้าที่ และความรับผิดชอบ ที่ได้รับมอบหมายเพิ่มมากขึ้น - ค่าตอบแทนผูบ้ ริหาร : ค่าตอบแทนผูบ้ ริหารเป็นไปตามหลักการและนโยบายทีค่ ณะกรรมการบริษทั กำหนด ซึง่ เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษทั และผลการดำเนินงานของผูบ้ ริหารแต่ละท่าน - จำนวนค่าตอบแทนในปี 2553 และ ปี 2554 : บริษัทได้เปิดเผยค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ของบริษัท ไว้ ในเรื่องค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

7. การพัฒนากรรมการและผูบ้ ริหาร คณะกรรมการและผูบ้ ริหารระดับสูงให้ความสนใจต่อการพัฒนาตนเอง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และส่งเสริมทักษะในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัทจดทะเบียนได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงมีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการได้เข้าร่วมในการสัมมนาที่จัดโดยหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) (รายละเอียดดูได้จากประวัติของคณะกรรมการและผู้บริหาร)


35 10. การดูแลเรื่องการใช้ขอ้ มูลภายใน

กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ ประชุมผู้ถือหุ้น การเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่มีสาระสำคัญและมีผลกระทบต่อบริษัท ถ้าเป็นข้อมูลทางการดำเนินงานให้ ผ่านความเห็นชอบจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แต่ถ้าข้อมูลใดที่มีผลกระทบต่อผู้ลงทุนต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ ประชุมคณะกรรมการบริษัท นโยบายและวิธีการติดตามดูแลในการนำข้อมูลภายในไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนนั้น บริษัทมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้ดูแลและพิจารณาตัดสินความผิด ในกรณีที่มีกรรมการ และ/หรือ ผู้ บริหารมีการใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และมอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้พิจารณาความผิด ตามมาตรการการลงโทษที่เป็นไปตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการบริษัท หากพนักงานของบริษัทกระทำความผิด ดังกล่าว

11. บุคลากร

11.1 ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน ค่าตอบแทนพนักงาน ปี 2553 ปี 2554 จำนวนราย (คน) จำนวนเงิน (บาท) จำนวนราย (คน) จำนวนเงิน (บาท) เงินเดือน เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และโบนัสประจำปี 83 29,757,333 81 27,967,819 11.2 การเปลี่ยนแปลงจำนวนพนักงานอย่างมีนัยสำคัญ - ไม่มี – 11.3 ข้อพิพาทด้านแรงงานที่สำคัญในระยะ 3 ปีที่ผ่านมานัยสำคัญ - ไม่มี 11.4 นโยบายการพัฒนาพนักงาน บริษัทมีการจัดอบรมพนักงานให้มีความรู้ความสามารถตามลักษณะงานของแต่ละฝ่าย โดยการจัดส่ง พนักงานไปอบรมเพิ่มเติมความรู้ และวิวัฒนาการใหม่ๆ ตามความเหมาะสมของงานแต่ละฝ่าย เช่น การสัมมนา เกี่ยวกับความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การสัมมนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีของโรงไฟฟ้า การสัมมนาเกี่ยวกับการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี และการสัมมนาเฉพาะด้านต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้บริหารเป็นผู้พิจารณาในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้พนัก งานนำความรู้และวิวัฒนาการใหม่ๆ ดังกล่าวมาปรับปรุงและประยุกต์ ใช้กับระบบงานของบริษัท

12. ระบบการควบคุมภายในของบริษทั

ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 โดยมีกรรมการตรวจ สอบของบริษัทรวม 3 ท่านเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการได้ประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของ บริษัทในด้านต่างๆ ทั้ง 5 ด้าน คือ องค์กรและสภาพแวดล้อม การบริหารความเสี่ยง การควบคุมการปฏิบัติงานของ ฝ่ายบริหาร ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล และระบบการติดตาม คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าบริษัท มีระบบการควบคุมภายในดังกล่าวเพียงพอแล้ว ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการพิจารณาอนุมัติธุรกรรมดังกล่าวได้คำนึงถึงผล ประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี บริษัทได้เพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมดังกล่าวมากขึ้น โดยในการพิจารณาอนุมัติธุรกรรมดังกล่าวในอนาคตจะกระทำโดยผู้ไม่มีส่วนได้เสียในธุรกรรมเท่านั้น


36 สำหรับการควบคุมภายในในหัวข้ออื่นของระบบการควบคุมภายใน คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าปัจจุบัน บริษัท ยังไม่มีฝ่ายตรวจสอบภายในเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ตามระบบการควบคุมภาย ในที่วางไว้อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ของบริษัททำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคณะกรรมการ ตรวจสอบ ในการดูแลและตรวจสอบระบบการทำงาน และความเรียบร้อยต่างๆ ภายในบริษัท โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าว จะรายงานโดยตรงให้กับคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีการสอบทานระบบการควบคุมภายในโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งได้แก่บริษัท สหการบัญชี พี เค เอฟ จำกัด ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ทั้งนี้ การตรวจสอบในปีที่ผ่านมา ผู้บริหารและผู้ตรวจ สอบไม่พบสถานการณ์ หรือการปฏิบตั งิ านในขัน้ ตอนใดทีจ่ ะก่อให้เกิดความเสีย่ งหรือความเสียหายกับบริษทั ดังรายงาน ทีแ่ จ้งกับบริษทั นอกจากนี้ บริษทั ยังมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้ามาสอบทานระบบการควบคุมภายใน และระบบการ ปฏิบัติงานของบริษัท โดยมีการประสานงานกับผู้สอบบัญชีและผู้บริหาร เกี่ยวกับการสอบทานรายงานทางการเงินให้ มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอและเชื่อถือได้ พร้อมทั้งจัดทำรายงานการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท และรายงานในรายงานประจำปีของบริษัท โดยรายงานดังกล่าวลงนามโดยประธาน คณะกรรมการตรวจสอบ

13. นโยบายการจ่ายเงินปันผล

บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม อย่างไรก็ดี บริษัทมีนโยบายในการสำรองเงินทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน และจะนำเงินส่วนที่เหลือจากการ สำรองเงินทุนดังกล่าวมาพิจารณาในการจ่ายเงินปันผลให้กบั ผูถ้ อื หุน้ โดยในปี 2554 บริษทั มีการจ่ายเงินปันผล 2 ครัง้ โดยครั้งที่ 1 จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานของปี 2553 ในอัตราหุ้นละ 0.40 และครั้งที่ 2 จ่ายเงินปันผล ระหว่างกาลของผลการดำเนินงานของปี 2554 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 687.03 ล้านบาท บริษทั ร่วม – ออปอเรชัน่ นอล เอ็นเนอร์ย่ี กรุป๊ ประกาศและจ่ายเงินปันผลในปี 2554 รวมทัง้ สิน้ 21 ล้านบาท และบริษัทได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้น (ร้อยละ 25) เป็นจำนวนเงิน 5.25 ล้านบาท บริษัทร่วม – ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น ประกาศและจ่ายเงินปันผลในปี 2554 รวมทั้งสิ้น 924.34 ล้านบาท และบริษัทได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้น เป็นจำนวนเงินรวม 200.08 ล้านบาท


1. 2.

-ไม่ม-ี 17.34 จำนวนหุน้ 201,099,345

- Diploma : International Business, London School of Foreign Trade, England - Director Accreditation Program (DAP) สมาคมส่งเสริมกรรมการ บริษทั ไทย (IOD)

พีช่ าย

-ไม่ม-ี 14/10/52- ปัจจุบนั 2552-ปัจจุบนั 2548-ปัจจุบนั 2546-ปัจจุบนั 2546-ปัจจุบนั 2545-ปัจจุบนั 2540-ปัจจุบนั 2533-ปัจจุบนั 2532-ปัจจุบนั

2545-ปัจจุบนั 2539-ปัจจุบนั 2539-ปัจจุบนั 2539-ปัจจุบนั 2553-ปัจจุบนั 2527-ปัจจุบนั 2525-ปัจจุบนั

บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ บริษทั พูนผล จำกัด บริษทั รังสิตพลาซ่า จำกัด บริษทั สยามมอดิฟายด์ สตาร์ช จำกัด บมจ. อุตสาหกรรมถังโลหะไทย บริษทั สยามซานิทารีแวร์ จำกัด บริษทั ล็อกเล่ย ์ จำกัด (มหาชน)

กรรมการผูม้ อี ำนาจและประธาน บริษทั โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด เจ้าหน้าทีบ่ ริหาร กรรมการผูม้ อี ำนาจ บริษทั ซูมโิ ซ (ไทยแลนด์) จำกัด ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร บริษทั โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร บริษทั โรจนะ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด กรรมการผูม้ อี ำนาจลงนาม บมจ. ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชัน่ กรรมการผูม้ อี ำนาจลงนาม บริษทั ออปอเรชัน่ นอล เอ็นเนอร์ย่ี กรุป๊ จำกัด ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร บริษทั โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด กรรมการ บริษทั โรจนะดิสทรีบวิ ชัน่ เซ็นเตอร์ จำกัด กรรมการผูม้ อี ำนาจและประธาน บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เจ้าหน้าทีบ่ ริหาร

ประธานกรรมการ ประธานกรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการ ประธานกรรมการ กรรมการ รองประธานกรรมการ

สัดส่วนการถือ ความสัมพันธ์ ประสบการณ์ทำงาน โดยสังเขป หุน้ ในบริษทั ทางครอบครัว (ร้อยละ) ระหว่างผูบ้ ริหาร ช่วงเวลา ตำแหน่ง ชื่อหน่วยงาน/ บริษทั

- Mechanical Engineering, Leicester College, England - Director Accreditation Program (DAP) สมาคมส่งเสริมกรรมการ บริษทั ไทย (IOD)

อายุ คุณวุฒทิ างการศึกษา (ปี)

นายสุกจิ หวัง่ หลี 81 ประธานกรรมการ และ กรรมการอิสระ นายดิเรก วินชิ บุตร 69 กรรมการ ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร และ กรรมการผูม้ อี ำนาจ ลงนาม

ลำดับ ชื่อ-สกุล/ ตำแหน่ง ที ่

รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการ ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2554

37


- ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - Master of Commerce, University of Canterbury, New Zealand - Director Accreditation Program (DAP) สมาคมส่งเสริมกรรมการ บริษทั ไทย (IOD)

5. นายพงษ์ศกั ดิ์ อังสุพนั ธุ ์ กรรมการอิสระ และ ประธานคณะกรรมการ ตรวจสอบ

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

- B.S. in Business Administration, Boston University, U.S.A.

73

1.45 จำนวนหุน้ 16,817,872

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

น้องชาย

2549-ปัจจุบนั 2548-ปัจจุบนั 2545-ปัจจุบนั 2544-ปัจจุบนั 2542-ปัจจุบนั 2542-ปัจจุบนั

2537-ปัจจุบนั 2536-ปัจจุบนั 2534-ปัจจุบนั 2533-ปัจจุบนั 2533-ปัจจุบนั

14/10/2552 -ปัจจุบนั 2551-15/02/2553 2546-ปัจจุบนั 2545-ปัจจุบนั 2540-ปัจจุบนั 2539-ปัจจุบนั 2536-ปัจจุบนั

กรรมการและประธาน คณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการและประธาน คณะกรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการ ประธานกรรมการ กรรมการและประธาน คณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการและประธาน คณะกรรมการตรวจสอบ

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

บริษทั ดี-จิก้ จำกัด บริษทั สาระกรุป๊ จำกัด บมจ. ศูนย์บริการเหล็กสยาม

บริษทั ยูนมิ ติ เอนจิเนียริง่ จำกัด (มหาชน)

บริษทั ที.ซี.เจ. เอเชีย จำกัด (มหาชน)

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ บริษทั บางกอกกล๊าส จำกัด บริษทั ผลิตอุปกรณ์กอ่ สร้าง จำกัด บริษทั ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) บริษทั ไทยน้ำทิพย์ จำกัด

บมจ. แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ บมจ. ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชัน่ บจ. ออปอเรชัน่ นอล เอ็นเนอร์ย่ี กรุป๊ บจ. โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ บริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

กรรมการอิสระ กรรมการผูม้ อี ำนาจลงนาม กรรมการผูม้ อี ำนาจลงนาม กรรมการผูจ้ ดั การ กรรมการผูจ้ ดั การ กรรมการผูม้ อี ำนาจและ กรรมการผูจ้ ดั การ กรรมการอิสระ กรรมการ กรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการบริหาร

บริษทั โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด

กรรมการผูจ้ ดั การ

สัดส่วนการถือ ความสัมพันธ์ ประสบการณ์ทำงาน โดยสังเขป หุน้ ในบริษทั ทางครอบครัว (ร้อยละ) ระหว่างผูบ้ ริหาร ช่วงเวลา ตำแหน่ง ชื่อหน่วยงาน/ บริษทั

- MBA (International Business), George Washington University, U.S.A. - Director Accreditation Program (DAP) สมาคมส่งเสริม กรรมการบริษทั ไทย (IOD)

อายุ คุณวุฒทิ างการศึกษา (ปี)

3. นายจิระพงษ์ วินชิ บุตร 61 กรรมการ กรรมการผูจ้ ดั การ และ กรรมการผูม้ อี ำนาจลงนาม 4. นายพงส์ สารสิน 84 กรรมการ และ กรรมการอิสระ

ลำดับ ชื่อ-สกุล/ ตำแหน่ง ที ่

รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการ ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2554

38


นางสุธริ า งานดี กรรมการอิสระ

นายโอซามุ นูมาตะ กรรมการ

8.

9.

64

- ปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เมอีจิ ประเทศญีป่ นุ่

-ไม่ม-ี

- ปริญญาตรี -ไม่ม-ี เศรษฐศาสตร์บณ ั ฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - Director Accreditation Program (DAP) สมาคมส่งเสริมกรรมการ บริษทั ไทย (IOD)

- ปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - ปริญญาตรีบญ ั ชี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ - Director Accreditation Program -ไม่ม-ี (DAP) สมาคมส่งเสริมกรรมการ บริษทั ไทย (IOD)

น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล 52 กรรมการอิสระ และ กรรมการตรวจสอบ

69

- ปริญญาตรีบญ ั ชี -ไม่ม-ี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - Director Accreditation Program (DAP) สมาคมส่งเสริมกรรมการ บริษทั ไทย (IOD)

73

นางอิงอร ประกฤติเวศย์ กรรมการอิสระ และ กรรมการตรวจสอบ

6. 7.

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

15/08/2548 -ปัจจุบนั 2550-ปัจจุบนั

2547-ปัจจุบนั 2541-2546

2542-ปัจจุบนั 2540-ปัจจุบนั

2543-ปัจจุบนั

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ Sumikin Bussan Corporation

กรรมการ และเจ้าหน้าที ่ บริหารอาวุโส

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

บริษทั โพรเจ็ค ยูนติ ้ี จำกัด

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

กรรมการ

กรรมการ ผูช้ ว่ ยผูจ้ ดั การทัว่ ไป อาวุโส

กรรมการและกรรมการ ตรวจสอบ กรรมการ

กรรมการและกรรมการ ตรวจสอบ

สัดส่วนการถือ ความสัมพันธ์ ประสบการณ์ทำงาน โดยสังเขป หุน้ ในบริษทั ทางครอบครัว (ร้อยละ) ระหว่างผูบ้ ริหาร ช่วงเวลา ตำแหน่ง ชื่อหน่วยงาน/ บริษทั

อายุ คุณวุฒทิ างการศึกษา (ปี)

ลำดับ ชื่อ-สกุล/ ตำแหน่ง ที ่

รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการ ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2554

39


- B.S., Southeastern State College, U.S.A. - ปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาวาย

- Bachelor of Agriculture Kyoto Institute of Technology Kyoto

61

46

11. 12.

43

14. น.ส.ผ่องศรี สุนยั ยศ สมุหบ์ ญ ั ชี

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

0.003 จำนวนหุน้ 37,333

6.67 จำนวนหุน้ 77,330,578

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

-ไม่ม-ี

ลูกชาย

2548-ปัจจุบนั

12/11/2551 -ปัจจุบนั

28/11/2552 -ปัจจุบนั 2549-2552 2534-2549

2543-ปัจจุบนั

2553-ปัจจุบนั 2550-ปัจจุบนั 2550-ปัจจุบนั 2547-ปัจจุบนั

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ บริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษทั โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด บริษทั โรจนะ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด

บริษทั 148 ดิสทริบวิ ชัน่ จำกัด

สมุหบ์ ญ ั ชี

ผูจ้ ดั การทัว่ ไป สาขาระยอง

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

Rojana Project Department Sumikin Bussan Corporation Chemical Department Sumikin Bussan Corporation

ผูจ้ ดั การฝ่ายการตลาด

ผูจ้ ดั การทัว่ ไปอาวุโส

กรรมการผูม้ อี ำนาจและ ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร กรรมการ กรรมการผูม้ อี ำนาจลงนาม กรรมการผูจ้ ดั การ กรรมการผูจ้ ดั การ

สัดส่วนการถือ ความสัมพันธ์ ประสบการณ์ทำงาน โดยสังเขป หุน้ ในบริษทั ทางครอบครัว (ร้อยละ) ระหว่างผูบ้ ริหาร ช่วงเวลา ตำแหน่ง ชื่อหน่วยงาน/ บริษทั

- ปริญญาตรี -ไม่ม-ี การเงินและการธนาคาร มหาวิทยาลัยรามคำแหง - ปริญญาตรี บัญชี มหาวิทยาลัยสยาม

50 - ปริญญาตรี รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

13. นายสุวฒ ั น์ วรศักดิ ์ ผูจ้ ดั การทัว่ ไป สาขาระยอง

นายวิทยา เลื่องลือยศ ผูจ้ ดั การทัว่ ไปอาวุโส นายคูนอี าคิ ฮายาชิ ผูจ้ ดั การฝ่ายการตลาด

37

10. นายชาย วินชิ บุตร กรรมการ

- Business Administration, Boston University, Massachusetts, U.S.A. - Director Accreditation Program (DAP) สมาคมส่งเสริมกรรมการ บริษทั ไทย (IOD)

อายุ คุณวุฒทิ างการศึกษา (ปี)

ลำดับ ชื่อ-สกุล/ ตำแหน่ง ที ่

รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการ ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ณ 31 ธันวาคม 2554

40


41 รายชื่อกรรมการ ผู้บริหาร และผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัท บริษัทย่อย และบริษัท ร่วม ณ 31 ธันวาคม 2554 รายชื่อ บริษทั บริษทั ย่อย 1 2 3 4 5 6 1. นายสุกจิ หวัง่ หลี X,/, 0 2. นายดิเรก วินชิ บุตร XX, / XX, / XX, / XX, / XX, / 3. นายจิระพงษ์ วินชิ บุตร //, / //, / //, / //, / 4. นายพงษ์ สารสิน / , 0 5. นายพงษ์ศกั ดิ ์ อังสุพนั ธุ ์ XXX, /, ///, 0 6. นางอิงอร ประกฤติเวศย์ ///, /, 0 7. น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนากุล ///, ,/, 0 8. นางสุธริ า งานดี /, 0 9. นายโอซามุ นูมาตะ / / 10. นายชาย วินชิ บุตร / / // // 11. นายวิทยา เลื่องลือยศ MM 12. นายคูนอี าคิ ฮายาชิ M 13. นายสุวฒ ั น์ วรศักดิ์ M 14. น.ส.ผ่องศรี สุนยั ยศ AM

หมายเหตุ : X = ประธานกรรมการ XX = ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / = กรรมการ // = กรรมการผู้จัดการ 0 = กรรมการอิสระ M = ผูจ้ ัดการทั่วไป A M = สมุห์บัญชี

บริษทั ร่วม 7

8

X, /

/ /

9

/ /

XXX = ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ /// = กรรมการตรวจสอบ MM = ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส

1 = บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) 2 = บริษัท โรจนะอินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด 3 = บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด 4 = บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 5 = บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด 6. = บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด 7. = บริษัท 148 ดิสทริบิวชั่น จำกัด 8. = บริษัท ออปอเรชั่นนอล เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด 9. = บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน)


บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด

90

100

100

100

บริษัทย่อย

บริษัทย่อย

บริษัทย่อย

บริษัทย่อย

- เงินกู้ - ดอกเบี้ยรับ

- เงินกู้ - ดอกเบี้ยรับ

- เงินกู้ - ดอกเบี้ยรับ

- รายได้จากการขายที่ดิน - รายได้ค่าบริการ - รายได้ค่าเช่า - ต้นทุนค่าน้ำและน้ำเสีย - เจ้าหนี้การค้า - หนี้สินอื่น-เงินมัดจำรับ

- 6,200 ตามต้นทุนทางการเงิน 245 83 ตามต้นทุนทางการเงิน

538,390 409,360 ตามต้นทุนทางการเงิน 24,931 16,849 ตามต้นทุนทางการเงิน

1,498,364 1,268,064 ตามต้นทุนทางการเงิน 76,654 36,170 ตามต้นทุนทางการเงิน

138,432 - เป็นไปตามปกติธุรกิจของบริษัท 915 1,002 โดยกำหนดราคาเทียบเคียงได้กบั ราคาตามท้องตลาด ทั่วไป 6,659 7,249 โดยกำหนดราคาเทียบเคียงได้กบั ราคาตามท้องตลาด ทั่วไป 185,553 243,247 13-14 บาท /ลูกบาศก์เมตร 7,326 24,178 6,054 6,054

- 80,936 เป็นไปตามปกติธุรกิจของบริษัท 29,268 51,873 โดยกำหนดราคาเทียบเคียงได้กบั ราคาตามท้องตลาด 9,627 9,627 ทั่วไป 1,800 600 14,406 16,700 88,624 -

41

บริษัทย่อย

- รายได้จากการขายที่ดิน - รายได้ค่าบริการ - รายได้ค่าเช่า - รายได้อื่น - ลูกหนี้การค้า - ค่างวดที่ยังไม่รับรู้รายได้

ปี 2554 ปี 2553 นโยบายการกำหนดราคา (พันบาท) (พันบาท)

ลักษณะความสัมพันธ์ บริษัท ลักษณะรายการ ที่มีต่อบริษัท ถือหุน้ ร้อยละ

สรุปรายการระหว่างกันในปี 2554 และ ปี 2553

รายการระหว่างกัน

42


ลักษณะรายการ - ค่าบริการ - ค่าบริการค้างจ่าย - ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย - ค่าบริการ - ค่าบริการค้างจ่าย - ค่าซ่อมแซมค้างจ่าย - ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร

บริษัท ถือหุ้นร้อยละ 41 25 41 -

1,500 1,500 119,644 -

3,000 1,500 177,059 47,565

213,244 188,679 72,949 31,442 - 18,000

ปี 2554 ปี 2553 (พันบาท) (พันบาท)

ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบครั้งที่ 2/2554 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2554, ครั้งที่ 3/2554 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2554, ครั้งที่ 4/2554 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 และ ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 3 ท่าน ได้พิจารณาและมีความเห็นว่ารายการระหว่างกันดังกล่าวเป็นรายการที่มี ความจำเป็น และมีเหตุผลสมควรของการทำรายการเพื่อประโยชน์ของบริษัท และเป็นการทำรายการที่เกิดจากการทำธุรกิจโดยปกติทั่วไปของบริษัท และมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการ ทำรายการระหว่างกันของบริษัท กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ดังกล่าว

บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ลักษณะความสัมพันธ์ ที่มีต่อบริษัท บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษัทย่อย กับ กับ บริษัท ออปอเรชั่นนอล บริษัท ออปอเรชั่นแนล บริษัทร่วม เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป จำกัด บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษัทย่อย กับ กับ บริษัท สึมิกิน บูสซัน บริษัท สึมิกิน บูสซัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ คอร์ปอเรชั่น จำกัด คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท

- ค่านายหน้าจ่าย 10,231 18,239 ค่านายหน้าเป็นไปตามปกติธุรกิจ - ค่านายหน้าค้างจ่าย - 3,358 โดยกำหนดราคาเทียบเคียงได้กับ - ค่านายหน้าจ่ายล่วงหน้า 6,598 - ราคาตามท้องตลาดทั่วไป

-

1,085 431 โดยกำหนดราคาเทียบเคียงได้กับราคาลูกค้าทั่วไป 51,692 - เป็นไปตามปกติธุรกิจของบริษัท

- รายได้ค่าบริการ - รายได้ขายที่ดิน

บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล บริษัทร่วม คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) บจ. ไทคอน โลจิสติคส์ พาร์ค บริษัท สึมิกิน บูสซัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท ซึ่งถือหุ้นอยู่ ร้อยละ 28.92

20.79

ปี 2554 ปี 2553 นโยบายการกำหนดราคา (พันบาท) (พันบาท)

บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ลักษณะความสัมพันธ์ บริษัท ลักษณะรายการ ที่มีต่อบริษัท ถือหุน้ ร้อยละ

สรุปรายการระหว่างกันในปี 2554 และ ปี 2553

รายการระหว่างกัน

43


44 ความสมเหตุสมผลของการทำรายการ รายการระหว่างกัน บริษัทได้พิจารณาการทำรายการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท ทั้งนี้ หากมีรายการใดที่ กรรมการมีส่วนได้เสีย จะต้องผ่านมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เช่น การทำรายการระหว่างบริษัทกับสึมิกิน ซึ่ง เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เพื่อให้เป็นตัวแทนจำหน่ายให้บริษัท บริษัทจะมีการพิจารณาอนุมัติจ่ายค่าคอมมิชชั่น ในอัตราเดียวกันกับราคาตลาดโดยทั่วไปของธุรกิจนี้ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทเลือกตัวแทนจำหน่ายดังกล่าวเป็นตัว แทนจำหน่ายของบริษทั เนื่องจาก สึมกิ นิ เป็นบริษทั ในเครือของกลุม่ บริษทั ซูมโิ ตโม จำกัด ซึง่ มีเครือข่ายธุรกิจจำนวน มาก และมีสาขาหลายแห่งในต่างประเทศและเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีส่วนทำให้บริษัทเพิ่ม ศักยภาพในการดึงดูด และชักชวนผู้ลงทุนที่ต้องการขยายการลงทุนออกนอกประเทศ ให้มาลงทุนในชุมชน/สวนอุตสาหกรรมของบริษัทได้มากยิ่งขึ้น มาตรการป้องกันการทำรายการระหว่างกัน ตามนโยบายของบริษัท ขั้นตอนการทำรายการระหว่างกันของบริษัทหรือบริษัทย่อยกับบุคคลที่อาจมีความขัด แย้งจะต้องมีการเสนอแก่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา โดยต้องมีกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาและอนุมตั กิ ารทำรายการระหว่างกันด้วย ซึง่ รายการระหว่างกันดังกล่าวต้องปฏิบตั ใิ ห้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสัง่ หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย ซึ่งผู้ที่อาจมีความขัดแย้งหรือมีส่วนได้เสียในการทำรายการระหว่างกัน จะไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติในการทำ รายการระหว่างกันนั้นๆ เว้นแต่กรณีที่เป็นการทำรายการระหว่างกันของบริษัทหรือบริษัทย่อยกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ซึ่งเป็น รายการที่คณะกรรมการของบริษัทได้มีการกำหนดขอบเขตการอนุมัติรายการดังกล่าวให้แก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสามารถอนุมัติรายการที่เป็นไปตามปกติธุรกิจ และ รายการที่มีการกำหนดขอบ เขตการอนุมัติที่ชัดเจน ได้แก่การอนุมัติให้บริษัทหรือบริษัทย่อย เข้าทำข้อตกลงหรือสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวกับ การซื้อขายไฟฟ้า การให้บริการ หรือการรับบริการ ซึ่งเป็นการดำเนินการค้าปกติระหว่างบริษัทหรือบริษัท ย่อยกับบุคคลทีอ่ าจมีความขัดแย้ง ในวงเงินของการทำข้อตกลงหรือสัญญาในแต่ละครัง้ ไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งนโยบายการคิดราคาเป็นราคาที่สามารถเทียบเคียงได้กับราคาที่คิดกับบุคคลอื่น 2. กรรมการผู้จัดการสามารถอนุมัติรายการที่เป็นไปตามปกติธุรกิจ และ รายการที่มีการกำหนดขอบเขตการ อนุมัติที่ชัดเจน ได้แก่การอนุมัติให้บริษัทหรือบริษัทย่อย เข้าทำข้อตกลงหรือสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวกับการซื้อ ขายไฟฟ้า การให้บริการ หรือการรับบริการ ซึ่งเป็นการดำเนินการค้าปกติระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยกับ บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในวงเงินของการทำข้อตกลงหรือสัญญาในแต่ละครั้งไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่ง นโยบายการคิดราคาเป็นราคาที่สามารถเทียบเคียงได้กับราคาที่คิดกับบุคคลอื่น โดยการอนุมัติรายการระหว่างกันของบริษัท หรือบริษัทย่อยกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งภายใต้ขอบเขต ดังกล่าวไม่ต้องเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณา


45 หลักการเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าที่มีเงื่อนไขโดยทั่วไป บริษัทและบริษัทย่อยอาจมีรายการ รายการระหว่างกัน กับ กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อ งในอนาคต บริษัทจึงขออนุมัติในหลักการให้ฝ่ายจัดการสามารถอนุมัติการทำธุรกรรมดังกล่าวหากธุรกรรมเหล่านั้น มี ข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับคู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจ ต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพลในการที่ตนมีสถานะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจะจัดทำรายงานสรุปการทำธุรกรรมดังกล่าวเพื่อรายงานในการประชุมคณะกรรมการ นโยบายหรือแนวโน้มการทำรายการระหว่างกันในอนาคต บริษทั มีนโยบายในการทำรายการระหว่างกันทีเ่ กิดขึน้ ในปัจจุบนั และต่อไปในอนาคต โดยบริษทั จะมีการกำหนด ข้อตกลงและเงื่อนไขต่างๆ ในการทำรายการระหว่างกันดังกล่าวให้เป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้าปกติทั่วไปและเป็น ไปตามราคาตลาด ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับราคาที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก ทั้งนี้ บริษัทจะได้ ให้คณะกรรมการ ตรวจสอบ หรือผู้สอบบัญชีของบริษัท หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระ แล้วแต่กรณี พิจารณาตรวจสอบและให้ความเห็นถึง ความเหมาะสมของราคา และความสมเหตุสมผลของการทำรายการด้วย รายการระหว่างกันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั้น คณะกรรมการบริษัทจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมตลอดถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการเกี่ยวโยงและการได้มาหรือจำหน่าย ทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัท ทัง้ นี้ หากบริษทั มีการทำรายการระหว่างบุคคลทีอ่ าจมีความขัดแย้งเกิดขึน้ ในอนาคต บริษทั จะจัดให้คณะกรรมการ ตรวจสอบ เป็นผู้ ให้ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของรายการดังกล่าว หากคณะกรรมการตรวจสอบไม่มีความ ชำนาญในการพิจารณารายการระหว่างกันทีเ่ กิดขึน้ บริษทั จะจัดให้มบี คุ คลทีม่ คี วามรูค้ วามชำนาญพิเศษ เช่น ผูส้ อบบัญชี ของบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญอิสระเป็นผู้ ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายการระหว่างกันดังกล่าว ความเห็นของคณะกรรมการ ตรวจสอบหรือบุคคลทีม่ คี วามรูค้ วามชำนาญพิเศษ จะถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจของคณะกรรมการหรือผูถ้ อื หุน้ แล้วแต่กรณี และบริษทั จะทำการเปิดเผยรายการระหว่างกันดังกล่าวไว้ ในหมายเหตุประกอบงบการเงินตามมาตรฐาน บัญชีที่กำหนดโดยสมาคมนักบัญชี เงื่อนไขการทำรายการระหว่างกัน เงื่อนไขการทำรายการระหว่างกันจะต้องเป็นไปตามรายละเอียด เรื่องระบบการควบคุมภายในของบริษทั เพื่อ ประโยชน์สงู สุดของบริษทั ในกรณีเกีย่ วกับการทำธุรกรรมทีเ่ ป็นข้อตกลงทางการค้าทีม่ เี งื่อนไขโดยทัว่ ไปเกีย่ วกับกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้ บริษัทและบริษัทย่อยอาจมีรายการ รายการระหว่างกัน กับ กรรมการ ผูบ้ ริหาร หรือบุคคลทีม่ คี วามเกีย่ วข้องในอนาคต บริษทั จึงขออนุมตั ใิ นหลักการให้ฝา่ ยจัดการสามารถอนุมตั ิ การทำธุรกรรมดังกล่าวหากธุรกรรมเหล่านั้น มีข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับคู่ สัญญาทัว่ ไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าทีป่ ราศจากอิทธิพลในการทีต่ นมีสถานะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจะจัดทำรายงานสรุปการทำธุรกรรมดังกล่าว เพื่อรายงานในการ ประชุมคณะกรรมการ


46 คำอธิบายและการวิเคราะห์ ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานฐานะทางการเงิน สินทรัพย์ บริษทั มีสนิ ทรัพย์รวม ณ สิน้ ปี 2554 จำนวน 25,952 ล้านบาท เมื่อทียบกับปีกอ่ น ซึง่ มีจำนวน 23,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 11.95 เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สำหรับขยายกำลังการผลิตของโรง ผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ในโครงการเฟส 8 มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มูลค่าการก่อสร้าง โดยประมาณ 490 ล้านบาท, โรงบำบัดน้ำเสียในโครงการเฟส 5 กำลังการผลิต 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มูลค่า การก่อสร้าง 110 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างของโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า สำหรับโครงการ SPP 1 เฟส 5 มีกำลังการผลิต 46 เมกะวัตต์และ SPP 2 กำลังการผลิตอยู่ที่ 131 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้เป็นธุรกิจที่ ก่อให้เกิดรายได้ ในอนาคต หนี้สิน บริษัทมีหนี้สินรวมทั้งสิ้นจำนวน 19,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีจำนวน 15,827 ล้านบาท หรือเพิ่ม ขึน้ คิดเป็นร้อยละ 24.08 โดยส่วนใหญ่เกิดจากเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าทีเ่ ป็นของโครงการในประเทศจีนซึง่ ยังไม่เข้า เกณฑ์การรับรู้รายได้ตามมาตราฐานการบัญชีของไทย, เงินรับล่วงหน้าจากบริษัทประกันภัยของโรงงานผลิตกระแส ไฟฟ้า เป็นเงินชดเชยความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในเดือนตุลาคม 2554, หนี้สินอื่น อันประกอบไป ด้วยการค่าเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญจากเงินให้กยู้ มื ระหว่างกัน และค่าเผื่อการด้อยค่าจากเงินลงทุนในบริษทั ย่อย (ในเดือน กุมภาพันธ์ 2555 บริษทั ฯได้ทำการจำหน่ายหุน้ สามัญของบริษทั ย่อยทัง้ หมดออกไป โดยมีมลู ค่าซือ้ ขาย 400 ล้านบาท) นอกจากนี้ในต้นปี 2554 บริษทั ฯได้ทำการออกหุน้ จำหน่ายให้กบั นักลงทุนสถาบันเป็นจำนวน 712 ล้านบาท อายุ 3 ปี, 5 ปี และ 7 ปี เพื่อนำเงินดังกล่าวไปขยายธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย ส่วนของผู้ถือหุ้น บริษทั มีสว่ นของผูถ้ อื หุน้ รวม 6,314 ล้านบาท ลดลงจาก 7,355 ล้านบาทในปี 2553 เป็นผลมาจากบริษทั มีผล ขาดทุนสุทธิประจำปี 838 ล้านบาทอันเนื่องจากมีการตัง้ สำรองความเสียหายจากเหตุอทุ กภัย ประกอบกับมีการใช้สทิ ธิ ตามใบสำคัญแสดงสิทธิทจ่ี ะซือ้ หุน้ สามัญ และส่วนเกินมูลค่าหุน้ สามัญ ปรับลดลงด้วยเงินปันผลทีจ่ า่ ยให้แก่ผถู้ อื หุน้ ผลการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวม บริษัทมีผลการดำเนินงานในรอบปี 2554 ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 ดังนี้ 2554 (ล้านบาท)

2554 2553 ผลแตกต่าง (ล้านบาท) %

รายได้รวม (ยกเว้นส่วนแบ่งผลกำไรจากเงินลงทุนฯ) กำไรสุทธิ

8,226 666

6,341 -838

-22.92 -225.83

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาจากปัจจัยสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ 1. รายได้จากการดำเนินงานแยกตามประเภทธุรกิจ 2554 (ล้านบาท)

2554 2553 ผลแตกต่าง (ล้านบาท) %

ขายที่ดิน ขายอาคารชุด ขายสินค้า บริการโรงแรม ค่าบริการและค่าเช่า ส่วนแบ่งผลกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม

686 2,160 4,849 - 486 191

767 833 4,085 207 435 120

11.81 -61.44 -15.76 100.00 -10.49 -37.17


47

2. ต้นทุนจากการดำเนินงาน

2554 (ล้านบาท) ต้นทุนที่ดิน 340 ต้นทุนอาคารชุด 479 ต้นทุนขายสินค้า 3,691 ต้นทุนบริการโรงแรม 166 ต้นทุนค่าบริการและค่าเช่า 233

2554 2553 ผลแตกต่าง (ล้านบาท) % 406 -16.26 1,532 -68.73 4,131 -10.65 - 100.00 269 -13.38

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาจากปัจจัยสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ รายได้จากการขายที่ดิน อันเนื่องจากการรับรู้รายได้และต้นทุนจะเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีฉบับใหม่ จากเดิม วิธีการรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ มาเป็นวิธีรับรู้รายได้เมื่อได้ โอนความ เสีย่ งและผลตอบแทนทีเ่ ป็นสาระสำคัญของความเจ้าของให้กบั ผูซ้ อ้ื แล้ว สำหรับในปี 2554 มีลกู ค้าทีถ่ งึ กำหนดโอนกรรมสิทธิใ์ นทีด่ นิ เนือ้ ทีร่ วม 268 ไร่ มูลค่าการขาย 906 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2553 ซึ่งมีเนื้อที่รวม 280 ไร่ มูลค่าการขาย 767 ล้านบาท รายได้จากการขาย เปลีย่ นแปลงลดลงจากปีกอ่ น อันเนื่องจากโครงการแรกในประเทศจีน เริม่ ทำการโอนห้อง อาคารชุด ชุดให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2553 ประกอบกับมีลูกค้าที่ถึงกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ เป็นจำนวนมาก การขายไฟฟ้า เปลี่ยนแปลงลดลงเนื่องจากปลายปีได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย ทำให้ต้องหยุดประกอบการ ชั่วคราว การบริการโรงแรม โครงการในประเทศจีน ในส่วนของโรงแรมได้เริ่มเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในปีนี้ ค่าบริการและค่าเช่า เปลี่ยนแปลงลดลงเนื่องจากปลายปีได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย ทำให้ต้องหยุดประกอบการ ชั่วคราว ต้นทุนขาย เพิ่มขึ้น อยู่ในอัตราใกล้เคียงกับของปีก่อน (ลดลง) ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากปีก่อน คือประมาณ 9-10% ของรายได้รวม ส่วนหนึ่ง และบริหาร มาจากการเปิดให้บริการด้านโรงแรม ค่าใช้จ่ายอื่น ที่เกิดในปี 2554

ประกอบไปด้วยขาดทุนจากน้ำท่วมค่าใช้จ่ายดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นของโรงงานผลิตกระแส ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีโรงผลิตน้ำและโรงบำบัดน้ำเสีย เสียหายเล็กน้อย และขาดทุนจาก การด้อยค่าของเงินลงทุนกับหนี้สงสัยจะสูญ ที่เกิดจากการจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดของ บริษัทย่อยให้แก่นิติบุคคลอื่น

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งผลกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ตามสัดส่วนการถือหุ้นและตัดรายการระหว่างกัน การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบัญชี อนึ่งในปี 2554 จากการที่สภาวิชาชีพบัญชีได้มีการออกประกาศเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบัญชี ในเรื่องการ เปลี่ยนแปลงนโยบายการบันทึกบัญชีรับรู้รายได้และต้นทุนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมวิธีการรับรู้ราย ได้ตามอัตราส่วนของงานทีท่ ำเสร็จ มาเป็นวิธรี บั รูร้ ายได้เมื่อได้ โอนความเสีย่ งและผลตอบแทนทีเ่ ป็นสาระสำคัญของ ความเป็นเจ้าของให้กับผู้ซื้อแล้ว ซึ่งจะมีผลต่อการรับรู้กำไร(ขาดทุน)สุทธิของบริษัทและบริษัทย่อย แต่ทั้งนี้ การ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเท่านั้น มิได้ทำให้ปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป(งบการเงินปี 2553 ได้ทำการปรับปรุงใหม่ตามมาตรฐานการบัญชีดังกล่าว)


48 การรายงานสถานการณ์น้ำท่วมและการป้องกันน้ำท่วม จากสถานการณ์น้ำท่วมในเดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา น้ำได้เข้าท่วมทั้งหมดของโครงการที่จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา ทางบริษัทฯได้ทำการสูบน้ำออกจากโครงการเสร็จประมาณต้นเดือนธันวาคม 2554 และเข้าทำการสำรวจ ความเสียหายและฟื้นฟูทันที จากการได้เข้าทำการสำรวจความเสียหายของสิ่งปลูกสร้างและเครื่องจักรปรากฎว่า ถนนภายในโครงการ, เขื่อนคันดิน, ที่พักอาศัย มีความเสียหายเล็กน้อย, โรงงานผลิตน้ำและโรงงานบำบัดน้ำเสีย มี ความเสียหายบางส่วน ใช้เวลาในการซ่อมแซมประมาณ 2 เดือน ซึ่งปัจจุบันสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ตามปกติ โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า มีความเสียหาย เพราะเครื่องจักรที่ใช้เป็นเทคโนโลยีเฉพาะ ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับปรุง ประมาณ 6-8 เดือน แต่ทั้งหมดนี้ทางบริษัทและบริษัทในเครือมีประกันครอบคลุมทั้งหมด บริษัทฯและบริษัทในเครือ ประเมินความเสียหายเป็นจำนวนเงินประมาณ 3,529 ล้านบาท และสามารถเคลมประกัน ได้ประมาณ 2,563ล้านบาท ไม่รวมค่าชดเชยจากการหยุดประกอบธุรกิจชั่วคราว การสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม บริษทั ฯได้เซ็นสัญญากับ บริษทั อิตาเลียนไทย จำกัด (มหาชน) ในการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมรอบโครงการ ซึ่งมีระยะทาง 77 กิโลเมตร โดยเขื่อนจะเป็นแบบระบบเข็มพืด คอนกรีต (พื้นผิวแบบลอนลูกฟูก) ความสูง 6.05 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะเวลาในการก่อสร้าง ประมาณ 7 เดือน กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2555 การจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด ในไตรมาสที่ 3/2554 บริษัทฯได้จำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 30% ของ บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด (ทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) โดยบริษัทฯถือหุ้น ในสัดส่วน 100% ) ให้แก่ SUMIKIN BUSSUN CO.,LTD. (เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ) ในราคาพาร์ คิดเป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาท) ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นคงเหลือ 70% การจำหน่ายหุ้นสามัญของ บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 บริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมด (100%) ของ บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด มูลค่าที่ขายเป็นจำนวนเงิน 400 ล้านบาท (บริษัทฯมีลงทุนจำนวนเงิน 410 ล้านบาท และมีเงินให้กู้ยืมจำนวน 542.99 ล้านบาท) สำหรับเงินที่ได้จากการจำหน่ายนำไปขยายธุรกิจของบริษัทฯ

สภาพคล่อง

อัตราส่วนสภาพคล่อง ในปี 2554 คิดเป็น 3.11 เท่า เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ซึ่งคิดเป็น 2.15 เท่า การเพิ่มขึ้น ดังกล่าวมิได้เกิดจากบริษทั สภาพคล่องทีแ่ ท้จริง แต่เกิดจากการเปลีย่ นแปลงมาตรฐานการบัญชี และเหตุจากอุทกภัย ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีบริษัทยังมีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินงาน พร้อมยังคงมีสถานะภาพทางการเงินที่ดี โดยมีกระแสเงินสดรับสุทธิจากการดำเนินงาน 1,707 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน 2,855 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 1,162 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดที่ใช้ไปส่วนใหญ่เพื่อซือ้ สินทรัพย์ ที่ก่อให้เกิดรายได้ ในอนาคตทั้งของบริษัทและบริษัทย่อย จากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นว่าบริษัทมีสภาพคล่องอยู่ในเกณฑ์ดีแม้ว่าจะยังมีการขยายตัว อย่างต่อเนื่อง โดยมีการพัฒนาที่ดินและให้บริการเพิ่มขึ้นตามความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ดีหากบริษัทและ บริษทั ย่อยคาดว่ามีปจั จัยใดเป็นปัจจัยทีก่ อ่ ให้เกิดความเสีย่ ง หรือมีแนวโน้มทีจ่ ะมีผลกระทบต่อบริษทั บริษทั จะดำเนิน การหาทางป้องกันและแก้ไขปรับปรุงเพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยดังกล่าวให้น้อยลงหรือหมดไป เพื่อประโยชน์สูงสุด ของบริษัทหรือบริษัทย่อย


49

แบบยืนยันความถูกต้องครบถ้วนของค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่ผู้สอบบัญชี รอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี (Audit Fee) รายการที ่ ชื่อบริษัทผู้จ่าย

ชื่อผู้สอบบัญชี

ค่าสอบบัญชี

1 2 3 4 5 6 7

นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล

770,000 380,000 155,000 130,000 105,000 10,000 40,000

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด บริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด บริษัท 148 ดิสทริบิวชั่น จำกัด

รวมค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี

1,590,000

ค่าบริการอื่น (Non-Audit Fee) ค่าตรวจสอบผลการดำเนินงานเพื่อการใช้สทิ ธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นติ บิ คุ คลตามประกาศสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ ป.4/2544 รายการที ่ ชื่อบริษัทผู้จ่าย

ชื่อผู้สอบบัญชี

1 2 3

นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล 45,000 นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล 45,000 นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล 60,000

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด

รวมค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี

ค่าสอบบัญชี

150,000

ข้อมูลข้างต้น X ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอยืนยันไม่มีข้อมูลการให้บริการอื่นที่บริษัท และบริษัทย่อยจ่ายให้ข้าพเจ้า สำนักงานสอบบัญชีที่ข้าพเจ้าสังกัดและบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าและสำนักงานสอบบัญชีที่ ข้าพเจ้าสังกัด ที่ข้าพเจ้าทราบและไม่มีการเปิดเผยไว้ข้างต้น ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน กล่าวคือ........................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................... เมื่อปรับปรุงข้อมูลข้างต้น (ถ้ามี) แล้ว ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดในแบบฟอร์มนี้แสดงค่าตอบแทนสอบ บัญชี และค่าบริการอื่นที่บริษัทและบริษัทย่อยจ่ายให้ข้าพเจ้า สำนักงานสอบบัญชีที่ข้าพเจ้าสังกัด และบุคคลหรือ กิจการที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า และสำนักงานสอบบัญชีดังกล่าว ที่ถูกต้องครบถ้วน

นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล สังกัด บริษัท สหการบัญชี พี เค เอฟ จำกัด ผู้สอบบัญชีของ บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ


50 ปัจจัยอื่น ๆ ข้อพิพาททางกฎหมาย - ไม่มี -


51

บริษัท สหการบัญชี พี เค เอฟ จำกัด UNITED AUDITING PKF LIMITED

รายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เสนอ ผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) 1) ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบงบแสดงฐานะการเงินรวมของบริษทั สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษทั ย่อย และงบแสดงฐานะการเงินเฉพาะกิจการของบริษทั สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 งบกำไรขาดทุนรวม งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม งบแสดงการเปลีย่ นแปลงส่วนของเจ้าของรวมงบกระแสเงินสดรวม งบกำไร ขาดทุน งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบแสดงการเปลีย่ นแปลงส่วนของเจ้าของ และงบกระแสเงินสดเฉพาะกิจการสำหรับปีสน้ิ สุด วันเดียวกัน ซึง่ ผูบ้ ริหารของกิจการเป็นผูร้ บั ผิดชอบต่อความถูกต้อง และครบถ้วนของข้อมูลในงบการเงินเหล่านี้ ส่วนข้าพเจ้าเป็น ผูร้ บั ผิดชอบในการแสดงความเห็นต่องบการเงินดังกล่าว จากผลการตรวจสอบของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้ตรวจสอบงบการเงิน ของบริษทั อาร์พดี ี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษทั เคพีดี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษทั โรจนะ อินทีเรียร์ จำกัด ซึง่ เป็นบริษทั ย่อยในต่างประเทศและรวมอยู่ในงบการเงินรวมสำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 งบ การเงินของบริษทั ย่อยดังกล่าว มียอดรวมสินทรัพย์คดิ เป็นร้อยละ 19.93 ของยอดสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และยอดรวมรายได้คดิ เป็นร้อยละ 15.87 ของยอดรายได้รวมสำหรับปีสน้ิ สุดวันเดียวกัน งบการเงินของบริษทั อาร์พดี ี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษทั เคพีดี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษทั โรจนะ อินทีเรียร์ จำกัด ตรวจสอบโดยผูส้ อบ บัญชีอนื่ ของบริษทั ย่อย โดยข้าพเจ้าได้รบั รายงานการตรวจสอบของผูส้ อบบัญชีอนื่ นัน้ แล้ว และรายงานของข้าพเจ้าในส่วนที่ เกีย่ วข้องกับจำนวนเงินของรายการต่างๆ ของบริษทั ย่อยดังกล่าว ซึง่ รวมอยูใ่ นงบการเงินรวม ได้ถอื ตามรายงานการตรวจสอบของ ผูส้ อบบัญชีอนื่ นัน้ งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ตรวจสอบโดยผูส้ อบ บัญชีอนื่ ทีอ่ ยู่ในสำนักงานเดียวกันกับข้าพเจ้า โดยแสดงความเห็นอย่างไม่มเี งื่อนไขตามรายงานลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 2) ข้าพเจ้าได้ปฏิบตั งิ านตรวจสอบตามมาตรฐานการสอบบัญชีทร่ี บั รองทัว่ ไป ซึง่ กำหนดให้ขา้ พเจ้าต้องวางแผน และปฏิบตั ิ งาน เพื่อให้ได้ความเชื่อมัน่ อย่างมีเหตุผลว่างบการเงินแสดงข้อมูลทีข่ ดั ต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญหรือไม่ การตรวจสอบรวม ถึงการใช้วธิ กี ารทดสอบหลักฐานประกอบรายการทัง้ ทีเ่ ป็นจำนวนเงินและการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน การประเมินความเหมาะสม ของหลักการบัญชีทก่ี จิ การใช้และประมาณการเกีย่ วกับรายการทางการเงินทีเ่ ป็นสาระสำคัญ ซึง่ ผูบ้ ริหารเป็นผูจ้ ดั ทำขึน้ ตลอดจน การประเมินถึงความเหมาะสมของการแสดงรายการทีน่ ำเสนอในงบการเงินโดยรวม ข้าพเจ้าเชื่อว่าการตรวจสอบดังกล่าวให้ขอ้ สรุปทีเ่ ป็นเกณฑ์อย่างเหมาะสมในการแสดงความเห็นของข้าพเจ้า 3) จากการตรวจสอบของข้าพเจ้าและรายงานของผูส้ อบบัญชีอนื่ ข้าพเจ้าเห็นว่างบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ แสดงฐานะการเงินของบริษทั สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษทั ย่อย และของบริษทั สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ผลการดำเนินงานรวม กระแสเงินสดรวมผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด เฉพาะกิจการสำหรับปีสน้ิ สุดวันเดียวกัน โดยถูกต้องตามทีค่ วรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีทร่ี บั รองทัว่ ไป 4) โดยทีม่ ใิ ช่เป็นการแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขตามทีก่ ล่าวไว้ ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 2.1 และ 3 ในระหว่าง ปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บริษทั ได้ ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินทีอ่ อกใหม่ และปรับปรุงใหม่ ซึง่ ออกโดย สภาวิชาชีพบัญชี ซึง่ กำหนดให้ถอื ปฏิบตั กิ บั งบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีทเ่ี ริม่ ใน หรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป เพื่อจัดทำและนำเสนองบการเงินนี้ งบการเงินสำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ทีน่ ำมาแสดงเปรียบเทียบ ได้จดั ประเภทรายการตามรูปแบบใหม่และเปลีย่ นแปลงนโยบายการบัญชีใหม่โดยการปรับย้อนหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับงบการ เงินสำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 5) ตามที่กล่าวไว้ ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 29 ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ได้เกิดอุทกภัยอย่างร้ายแรงใน ประเทศไทย โดยน้ำได้เข้าท่วมนิคมสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึง่ เป็นสถานประกอบการแห่งหนึง่ ของ บริษทั และบริษทั ย่อยสองแห่ง ทำให้สนิ ทรัพย์ของบริษทั และบริษทั ย่อยได้รบั ความเสียหายรวมทัง้ การดำเนินงานได้หยุดชะงักลง โดยฝ่ายบริหารของบริษทั และบริษทั ย่อยได้ประมาณและบันทึกความเสียหายทีเ่ กิดขึน้ ในบัญชีขาดทุนจากน้ำท่วมแล้ว

กรุงเทพมหานคร วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นายสมสิทธิ์ เตชะมนตรีกุล บริษัท สหการบัญชี พี เค เอฟ จำกัด ผู้สอบบัญชีรับอณุญาตเลขทะเบียน 430


52

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 (หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ

2554

สินทรัพย์ สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินลงทุนชั่วคราวที่ใช้เป็นหลักประกัน ลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ รายได้ค้างรับประกันภัย เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บุคคลและ กิจการที่เกี่ยวข้องกัน - สุทธิ ต้นทุนการพัฒนาที่ดิน สินค้าคงเหลือ อะไหล่ - สุทธิ เงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับซื้อที่ดิน และก่อสร้าง สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น รวมสินทรัพย์หมุนเวียน สินทรัพย์ ไม่หมุนเวียน เงินฝากธนาคารที่ใช้เป็นหลักประกัน เงินลงทุนในบริษัทร่วม เงินลงทุนในบริษัทย่อย-สุทธิ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน-สุทธิ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน รวมสินทรัพย์

หมายเหตุ 7 8 9 29.1

272,005,622 253,040,495 1,446,492,085 273,136,248 175,773,692 650,307,836 100,680,895 -

35.3 10 11 12

40,000,000 - 1,893,764,000 5,717,386,143 5,789,680,089 2,274,542,490 171,028,567 136,607,931 - 137,392,768 170,794,934 -

2553 “ปรับปรุงใหม่”

2554

2553 “ปรับปรุงใหม่”

33,365,254 168,071,804 - 59,149,887 56,841,652 55,192,325 1,683,624,000 1,882,964,604 -

848,876,226 839,330,491 458,365,650 74,516,495 562,601,920 288,053,413 47,565,196 42,637,749 9,472,237,918 8,400,951,437 4,821,944,802 3,908,656,304 6,547,417 9,097,859 100,990 2,620,000 35.1 1,902,897,284 1,796,436,908 1,329,610,463 1,139,369,447 35.2 - - 2,678,161,695 2,825,712,995 13 2,279,855,457 2,478,476,389 1,137,698,289 1,498,638,527 14 12,089,048,580 10,257,287,699 726,015,066 710,686,974 15 152,204,724 166,268,031 - - 48,891,346 73,281,720 43,089,538 68,360,654 16,479,444,808 14,780,848,606 5,914,676,041 6,245,388,597 25,951,682,726 23,181,800,043 10,736,620,843 10,154,044,901

หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้


บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบแสดงฐานะการเงิน (ต่อ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553

53 (หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553 “ปรับปรุงใหม่”

2554

2553 “ปรับปรุงใหม่”

หนี้สินและส่วนของเจ้าของ หนี้สินหมุนเวียน หมายเหตุ เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น จากสถาบันการเงิน 16 2,426,423,280 3,090,996,298 2,365,000,000 2,870,000,000 เจ้าหนี้การค้า 17 614,080,262 377,792,816 45,497,645 61,092,939 เจ้าหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 162,638,527 100,913,087 30,795 3,357,553 เจ้าหนี้ซื้อสินทรัพย์ 356,947,332 56,993,742 - เงินกู้ยืมระยะสั้น 18 578,269,548 - - เจ้าหนี้เช่าซื้อสินทรัพย์ที่ถึงกำหนด ชำระภายในหนึ่งปี 87,678 116,904 - เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ ภายในหนึ่งปี 21 1,086,392,449 1,145,744,355 232,160,449 529,347,555 เงินประกันผลงานค้างจ่าย 149,359,829 47,475,684 133,026 356,658 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 135,127,460 200,195,779 95,845,320 37,136,601 ค่างวดที่ยังไม่รับรู้รายได้ 1,464,342,126 1,524,038,949 1,488,787,800 706,845,520 เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 19 2,701,346,158 1,873,681,567 4,037,000 6,920,600 เงินรับล่วงหน้าจากบริษัทประกันภัย 29.2 1,030,120,270 - - หนี้สินหมุนเวียนอื่น 40.1 144,369,093 107,687,536 59,018,028 7,258,773 หนี้สินอื่น 20 552,989,300 - - - รวมหนี้สินหมุนเวียน 11,402,493,312 8,525,636,717 4,290,510,063 4,222,316,199 หนี้สินไม่หมุนเวียน เจ้าหนี้เช่าซื้อสินทรัพย์ - 87,678 - เจ้าหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 29,985,650 112,444,993 - เงินกู้ยืมระยะยาว 21 7,441,304,619 7,158,812,819 2,116,727,630 2,216,727,630 หุ้นกู้ 22 712,000,000 - 712,000,000 - หนี้สินอื่น - เงินมัดจำรับ 31,531,401 29,729,023 35,770,001 34,237,623 ภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงาน หลังออกจากงาน 23 20,800,411 - 8,093,179 - รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน 8,235,622,081 7,301,074,513 2,872,590,810 2,250,965,253 รวมหนี้สิน 19,638,115,393 15,826,711,230 7,163,100,873 6,473,281,452 หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้


54

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบแสดงฐานะการเงิน (ต่อ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ

2554

2553 “ปรับปรุงใหม่”

2554

2553 “ปรับปรุงใหม่”

หนี้สินและส่วนของเจ้าของ (ต่อ) ส่วนของเจ้าของ หมายเหตุ ทุนเรือนหุ้น 24 ทุนจดทะเบียน หุ้นสามัญ 1,594,956,678 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท 1,594,956,678 1,594,956,678 หุ้นสามัญ 1,196,217,508 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท 1,196,217,508 1,196,217,508 ทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว หุ้นสามัญ 1,159,827,701 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท 1,159,827,701 1,159,827,701 หุ้นสามัญ 968,738,574 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท 968,738,574 968,738,574 ส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ 24.1 1,991,655,263 1,418,865,940 1,991,655,263 1,418,865,940 กำไรสะสม จัดสรรแล้ว ทุนสำรองตามกฎหมาย 26 119,621,751 119,621,751 119,621,751 119,621,751 ยังไม่ได้จัดสรร 988,149,532 2,526,269,947 302,415,255 1,173,537,184 องค์ประกอบอื่นของส่วนของเจ้าของ 13,535,239 (28,188,433) - - รวมส่วนของบริษัทใหญ่ 4,272,789,486 5,005,307,779 3,573,519,970 3,680,763,449 ส่วนของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 2,040,777,847 2,349,781,034 - - รวมส่วนของเจ้าของ 6,313,567,333 7,355,088,813 3,573,519,970 3,680,763,449 รวมหนี้สินและส่วนของเจ้าของ 25,951,682,726 23,181,800,043 10,736,620,843 10,154,044,901

หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้


บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบกำไรขาดทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553

55 (หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ

หมายเหตุ 2554 2553 2554 2553 “ปรับปรุงใหม่” “ปรับปรุงใหม่” รายได้ รายได้จากการขายที่ดิน 767,362,200 686,273,625 905,794,200 767,209,625 รายได้จากการขายอาคารชุด 833,241,673 2,159,693,735 - รายได้จากการขาย 4,085,448,099 4,849,164,560 - รายได้จากการบริการโรงแรม 206,914,655 - - รายได้ค่าบริการ 389,777,277 433,334,276 368,082,974 432,835,041 รายได้ค่าเช่า 44,953,564 52,236,417 61,239,124 69,112,410 กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน - 21,002,409 - รายได้เงินปันผล 35.1, 35.2 - - 205,334,006 381,393,914 รายได้อื่น 12,974,229 24,332,510 109,879,337 64,404,010 รวมรายได้ 6,340,671,697 8,226,037,532 1,650,329,641 1,714,955,000 ค่าใช้จ่าย 28 ต้นทุนขายที่ดิน 340,212,246 405,578,446 406,334,468 448,069,778 ต้นทุนขายอาคารชุด 479,465,431 1,531,731,509 - ต้นทุนขาย 3,691,101,443 4,130,737,438 - ต้นทุนบริการโรงแรม 166,309,339 - - ต้นทุนค่าบริการ 201,828,320 213,375,841 315,517,266 405,627,924 ต้นทุนค่าเช่า 31,386,256 55,262,270 31,386,256 55,262,270 ค่าใช้จ่ายในการขาย 184,157,985 213,356,233 40,416,842 33,322,740 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 661,051,991 427,522,655 231,513,056 139,779,329 ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร 42,024,453 39,641,077 18,846,931 18,311,155 ขาดทุนจากน้ำท่วม 29 965,630,827 - 1,194,457 ขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุน 35.2 409,999,300 - 409,999,300 หนี้สงสัยจะสูญ 35.3.2 142,990,000 - 142,990,000 - รวมค่าใช้จ่าย 7,316,157,591 7,017,205,469 1,598,198,576 1,100,373,196 กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (975,485,894) 1,208,832,063 52,131,065 614,581,804 ต้นทุนทางการเงิน (523,574,775) (420,328,266) (228,889,958) (181,063,546) ส่วนแบ่งผลกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 120,107,957 191,185,327 - - กำไร(ขาดทุน)ก่อนภาษีเงินได้ (1,378,952,712) 979,689,124 (176,758,893) 433,518,258 ภาษีเงินได้ 30 - (101,889,963) - - กำไร(ขาดทุน)สำหรับงวด (1,378,952,712) 877,799,161 (176,758,893) 433,518,258 การแบ่งปันกำไร (ขาดทุน) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (837,855,210) 666,227,876 (176,758,893) 433,518,258 ส่วนที่เป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (541,097,502) 211,571,285 - - รวม (1,378,952,712) 877,799,161 (176,758,893) 433,518,258 กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้น 31 กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (0.75) 0.71 (0.16) 0.46 กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นปรับลด (0.61) 0.62 (0.13) 0.40 หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้


56 บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ

หมายเหตุ 2554 กำไรสำหรับงวด (1,378,952,712) กำไร(ขาดทุน)เบ็ดเสร็จอื่น ส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนการ ถือหุ้นในบริษัทร่วม 35.1 1,445,409 กำไร(ขาดทุน)จากการแปลงค่างบ การเงินจากการดำเนินงานใน ต่างประเทศ 40,278,263 รวมกำไร(ขาดทุน)เบ็ดเสร็จอื่น 41,723,672 กำไร(ขาดทุน)เบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด (1,337,229,040) การแบ่งปันกำไร(ขาดทุน)เบ็ดเสร็จรวม ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (796,131,538) ส่วนที่เป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (541,097,502) รวม (1,337,229,040)

หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

(หน่วย : บาท)

2553 “ปรับปรุงใหม่”

2554

2553 “ปรับปรุงใหม่”

877,799,161 (176,758,893) 433,518,258 -

-

-

- - - - - - 877,799,161 (176,758,893) 433,518,258 666,227,876 (176,758,893) 433,518,258 211,571,285 - - 877,799,161 (176,758,893) 433,518,258


(หน่วย : บาท)

หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

ยอดคงเหลือต้นงวด วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 - ตามที่รายงานไว้เดิม ผลสะสมจากการเปลีย่ นแปลงนโยบายการบัญชี ยอดคงเหลือต้นงวดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 - ปรับปรุงใหม่ หุ้นสามัญ 24 เงินปันผลจ่าย 27 ส่วนเกินจากการเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้น ในบริษัทร่วม กำไร(ขาดทุน)จากการแปลงค่างบการเงิน ของบริษัทย่อย กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด ยอดคงเหลือปลายงวด วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ยอดคงเหลือต้นงวด วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 - ตามที่รายงานไว้เดิม ผลสะสมจากการเปลีย่ นแปลงนโยบายการบัญชี 3.2 ยอดคงเหลือต้นงวดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 - หลังปรับปรุง ผลกระทบจากการเปลีย่ นแปลงนโยบายการบัญชี 3.3 ยอดคงเหลือต้นงวดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 - ปรับปรุงใหม่ หุ้นสามัญ 24 เงินปันผลจ่าย 27 กำไร(ขาดทุน)เบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด ยอดคงเหลือปลายงวด วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

1,090,407

968,738,574 1,418,865,940 119,621,751 2,526,269,947 189,701,059 (217,889,492) 59,244,660 5,005,307,779 2,349,781,034 7,355,088,813

- 1,090,407 1,090,407 -

1,159,827,701 1,991,655,263 119,621,751 988,149,532

191,146,468

(177,611,229)

13,535,239 4,272,789,486 2,040,777,847 6,313,567,333

968,738,574 1,418,865,940 119,621,751 2,513,039,410 189,701,059 (217,889,492) (28,188,433) 4,992,077,242 2,344,683,349 7,336,760,591 191,089,127 572,789,323 - - - - - 763,878,450 237,192,000 1,001,070,450 - - - (687,034,668) - - - (687,034,668) - (687,034,668) - - - (837,855,210) 1,445,409 40,278,263 41,723,672 (796,131,538) (541,097,502) (1,337,229,040)

968,738,574 1,418,865,940 119,621,751 2,526,269,947 189,701,059 (217,889,492) (28,188,433) 5,005,307,779 2,349,781,034 7,355,088,813 - - - (13,230,537) - - - (13,230,537) (5,097,685) (18,328,222)

968,738,574 1,418,865,940 119,621,751 3,332,238,613 189,701,059 (156,954,919) 32,746,140 5,872,211,018 2,349,781,034 8,221,992,052 - - - (805,968,666) - (60,934,573) (60,934,573) (866,903,239) - (866,903,239)

1,090,407

- - - - (161,460,299) (161,460,299) (161,460,299) - (161,460,299) - - 666,227,876 - - - 666,227,876 211,571,285 877,799,161

-

- -

-

-

-

899,357,861 1,210,723,801 119,621,751 2,429,709,966 188,610,652 (56,429,193) 219,614,552 4,791,594,838 2,099,209,449 6,890,804,287 69,380,713 208,142,139 - - - - - 277,522,852 177,000,300 454,523,152 - - - (569,667,895) - - - (569,667,895) (138,000,000) (707,667,895)

899,357,861 1,210,723,801 119,621,751 2,972,334,768 188,610,652 31,003,900 219,614,552 5,421,652,733 2,099,209,449 7,520,862,182 - - - (542,624,802) - (87,433,093) - (630,057,895) - (630,057,895)

รวม ส่วนของ เจ้าของ และเรียก หุ้นสามัญ ทุนสำรอง จัดสรร เปลีย่ นสัดส่วน จากการแปลงค่า องค์ประกอบอื่น ควบคุม ชำระแล้ว ตามกฎหมาย การถือหุ้น งบการเงินของ ของส่วนของ ในบริษัทร่วม บริษัทย่อย เจ้าของ หมายเหตุ

บริ ษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) งบการเงินรวม และบริ ษัทย่อย ส่วนของบริษัทใหญ่ ส่วนของผู้มี งบแสดงการเปลี ย ่ นแปลงส่ ว นของเจ้ า ของ องค์ประกอบอื่นของส่วนของเจ้าของ ทุนเรือนหุ้น ส่วนเกิน กำไรสะสม รวมส่วนของ ส่วนได้เสีย ณ วั น ที ่ 31 ธั น วาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ที่ออก มูลค่า จัดสรรแล้ว ยังไม่ได้ ส่วนเกินจากการ กำไร(ขาดทุน) รวม บริษัทใหญ่ ที่ ไม่มีอำนาจ

57


58

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ (ต่อ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553

(หน่วย : บาท)

งบการเงินเฉพาะกิจการ ทุนเรือนหุ้น ส่วนเกินมูลค่า กำไรสะสม รวม ที่ออกและ หุ้นสามัญ จัดสรรแล้ว ยังไม่ได้จัดสรร ส่วนของเจ้าของ เรียกชำระแล้ว ทุนสำรอง ตามกฎหมาย หมายเหตุ ยอดคงเหลือต้นงวด วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 - ตามที่รายงานไว้เดิม 899,357,861 1,210,723,801 119,621,751 1,440,504,802 3,670,208,215 ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลง นโยบายการบัญชี 3.2 - - - (130,817,981) (130,817,981) ยอดคงเหลือต้นงวดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 - ปรับปรุงใหม่ 899,357,861 1,210,723,801 119,621,751 1,309,686,821 3,539,390,234 หุ้นสามัญ 24 69,380,713 208,142,139 - - 277,522,852 เงินปันผลจ่าย 27 - - - (569,667,895) (569,667,895) กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด - - - 433,518,258 433,518,258 ยอดคงเหลือปลายงวด วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 968,738,574 1,418,865,940 119,621,751 1,173,537,184 3,680,763,449 ยอดคงเหลือต้นงวด วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 - ตามที่รายงานไว้เดิม 968,738,574 1,418,865,940 119,621,751 1,706,844,036 4,214,070,301 ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลง นโยบายการบัญชี 3.2 - - (533,306,852) (533,306,852) ยอดคงเหลือต้นงวดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 - หลังปรับปรุง 968,738,574 1,418,865,940 119,621,751 1,173,537,184 3,680,763,449 ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลง นโยบายการบัญชี 3.3 - - - (7,328,368) (7,328,368) ยอดคงเหลือต้นงวดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 - ปรับปรุงใหม่ 968,738,574 1,418,865,940 119,621,751 1,166,208,816 3,673,435,081 หุ้นสามัญ 24 191,089,127 572,789,323 - - 763,878,450 เงินปันผลจ่าย 27 - - - (687,034,668) (687,034,668) กำไร(ขาดทุน)เบ็ดเสร็จรวม สำหรับงวด - - - (176,758,893) (176,758,893) ยอดคงเหลือปลายงวด วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 1,159,827,701 1,991,655,263 119,621,751 302,415,255 3,573,519,970

หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้


บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553

งบการเงินรวม

2554 2553 กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน กำไร(ขาดทุน)สุทธิก่อนภาษีเงินได้ (837,855,210) 768,117,839 รายการปรับกระทบ หนี้สงสัยจะสูญ 142,990,000 - ขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุน 409,999,300 - ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร 615,396,449 544,070,186 ตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 14,063,307 14,291,406 การแบ่งปันกำไร(ขาดทุน)ส่วนที่เป็น ของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (541,097,502) 211,571,285 (กำไร)ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่ยังไม่เกิดขึ้น 10,598,656 (18,021,230) (กำไร)ขาดทุนจากการขายและเลิกใช้ สินทรัพย์ถาวร (2,062,328) (3,312,051) กำไรจากการขายที่ดิน (427,149,954) (405,578,446) กำไรจากการขายอาคารชุด (353,776,242) (627,962,226) ขาดทุนจากน้ำท่วม 965,630,827 - ภาษีธุรกิจเฉพาะจ่ายล่วงหน้าไม่ขอคืน 7,917,209 - ภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงาน หลังออกจากงาน 2,472,189 - รายได้เงินปันผล - - ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (120,107,957) (191,185,327) รายได้ดอกเบี้ย (10,119,136) (7,815,508) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 525,075,658 402,522,780 401,975,266 686,698,708 (เพิ่มขึ้น)ลดลงในเงินลงทุนระยะสั้นที่ถือ เป็นหลักประกัน (1,347,355,837) (33,065,846) (เพิ่มขึ้น)ลดลงในลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ 2,075,138,017 3,247,082,653 (เพิ่มขึ้น)ลดลงในอะไหล่ (18,639,905) (13,535,393) (เพิ่มขึ้น)ลดลงในต้นทุนการพัฒนาที่ดิน (152,704,018) (1,713,688,767) (เพิ่มขึ้น)ลดลงในสินค้าคงเหลือ (34,420,636) (32,700,093) (เพิ่มขึ้น)ลดลงในเงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับ ซื้อที่ดินและก่อสร้าง (9,545,735) (511,614,174) (เพิ่มขึ้น)ลดลงในสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น (235,252,888) (99,418,701) (เพิ่มขึ้น)ลดลงในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (371,112,506) (999,602,881) (เพิ่มขึ้น)ลดลงในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 16,473,165 (3,554,896) หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

59

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

(176,758,893) 142,990,000 409,999,300 44,447,120 -

433,518,258 54,506,873 -

-

-

-

-

(265,417) (499,459,732) - 1,194,457 7,917,209

(1,773,399) (319,139,847) -

764,811 (205,334,006) - (107,373,255) 228,889,958 (152,988,448)

(381,393,914) (55,659,277) 176,633,919 (93,307,387)

- 903,485,965 769,584,623 - (228,178,916) (302,205,301) - (383,849,155) (74,516,495) (8,753,359) 693,716 (208,793,200) (310,073,922) 17,353,907 (28,188)


60

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบกระแสเงินสด (ต่อ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน(ต่อ) เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในเจ้าหนี้การค้าและตั๋วเงินจ่าย เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในเจ้าหนี้ซื้อสินทรัพย์ เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในเจ้าหนี้บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในเจ้าหนี้เงินประกันผลงาน เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในค่างวดที่ยังไม่รับรู้รายได้ เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในหนี้สินหมุนเวียนอื่น เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในหนี้สินอื่น-เงินมัดจำรับ กำไร(ขาดทุน)จากการแปลงค่างบการเงินใน บริษัทย่อย เงินสดรับจากการดำเนินงาน เงินสดรับดอกเบี้ย เงินสดรับล่วงหน้าจากบริษัทประกันภัย เงินสดจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำท่วม เงินสดจ่ายดอกเบี้ย เงินสดจ่ายภาษีเงินได้ เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ ไปใน)กิจกรรม ดำเนินงาน กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน (เพิ่มขึ้น)ลดลงในเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่ กิจการที่เกี่ยวข้องกัน (เพิ่มขึ้น)ลดลงในเงินลงทุนชั่วคราวที่ใช้เป็น หลักประกัน (เพิ่มขึ้น)ลดลงในเงินฝากธนาคารที่ใช้เป็น หลักประกัน เงินสดจ่ายเพื่อซื้อเงินลงทุนในบริษัทย่อย เงินสดจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เงินสดรับจากการขายที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เงินปันผลรับจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและ บริษัทย่อย เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ ไปใน)กิจกรรมลงทุน

งบการเงินรวม

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ

2554

2553

2554

2553

236,287,446 (34,829,421) (26,213,219) 97,545,288 (94,162,456) (59,696,823) 827,664,591 35,901,074 1,802,378

42,716,743 (36,448,965) 11,544,748 (3,565,852) 201,758,819 (127,367,079) 94,548,606 2,410,964 (5,680,588)

(15,595,294) - (3,326,758) (223,632) 23,546,046 781,942,280 (2,883,600) 51,759,255 1,532,378

(20,391,616) 2,748,631 94,795 3,427,848 490,975,839 (450,000) (5,817,020) (5,920,588)

32,094,701 1,340,948,482 10,119,136 1,030,120,270 (57,981,100) (593,122,758) (23,251,335)

(174,975,745) - - 531,542,261 775,027,469 454,814,935 7,815,508 107,455,842 55,576,689 - - - (24,428,178) (435,771,715) (214,039,191) (180,459,320) (87,903,936) (7,225,762) (10,214,732)

1,706,832,695 15,682,118 636,790,180 319,717,572 (40,000,000) -

(353,130,000)

(533,124,000)

174,000,000 (24,000,000)

2,550,442 396,982 (190,241,016) - (3,010,864,462) (856,998,147) - (2,268,200) 3,945,021 1,926,280

2,519,010 (452,689,016) (59,775,214) - 265,420

(2,520,000) (435,500,000) (42,689,015) 1,869,180

205,334,006 119,393,914 205,334,006 (2,855,276,009) (761,549,171) (657,475,794)

381,393,914 (630,569,921)

หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

-

-


61

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย งบกระแสเงินสด (ต่อ) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553

งบการเงินรวม

2554 กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืม ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (664,573,018) เพิ่มขึ้น(ลดลง)ในเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคล และกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 578,269,548 เงินสดจ่ายเจ้าหนี้เช่าซื้อสินทรัพย์ (116,904) เงินสดรับจากเงินกู้ยืมระยะยาว 1,316,900,000 เงินสดจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว (1,124,428,906) เงินสดรับจากการออกหุ้นกู้ 712,000,000 เงินสดรับค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุน 763,878,450 เงินสดรับค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น ส่วนน้อย 237,192,000 เงินสดจ่ายเงินปันผล (687,712,280) เงินสดจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นส่วนน้อย - กำไร(ขาดทุน)จากการแปลงค่างบการเงิน ในบริษัทย่อย 30,668,800 เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ ไปใน)กิจกรรม จัดหาเงิน 1,162,077,690 ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเงินสดและ รายการเทียบเท่าเงินสด 5,330,751 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น (ลดลง)สุทธิ 18,965,127 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันต้นงวด 253,040,495 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วัน ปลายงวด 272,005,622

หมายเหตุประกอบงบการเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินนี้

2553

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

1,146,780,292 (505,000,000) 1,177,000,000 - (19,484) 1,897,174,205 (2,674,900,379) - 277,522,852

- - - 868,379,255 (397,187,106) (1,643,108,965) 712,000,000 763,878,450 277,522,852

177,000,300 - (567,418,436) (687,712,280) (567,418,436) (138,000,000) - -

-

-

118,139,350 (114,020,936) 112,374,706 (23,031,824) - - (650,759,527) (134,706,550) (198,477,643) 903,800,022 168,071,804 366,549,447 253,040,495 33,365,254 168,071,804


62 บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย หมายเหตุประกอบงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 1. การดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย 1.1 การดำเนินงานของบริษัท บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยและเป็น บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 32/32 อาคาร ซิโน-ไทย ทาวน์เวอร์ ชั้น 11 ซอยอโศก ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจ พัฒนาสวนอุตสาหกรรมและให้บริการสาธารณูปโภคที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและระยอง 1.2 การดำเนินงานของบริษัทย่อย บริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 32/32 อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์ ชั้น 11 ซอยอโศก ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจให้บริการผลิตและจำหน่ายน้ำใช้ ในการอุปโภค สำหรับธุรกิจเพื่อการอุตสาหกรรมใน นิคมอุตสาหกรรม และบริการบำบัดน้ำเสีย บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 32/32 อาคารซิโน-ไทย ทาวน์เวอร์ ชั้น 11 ซอยอโศก ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า บริษัท โรจนะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 148 ซอยสุขมุ วิท 23 (ประสานมิตร) ถนนสุขมุ วิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทการก่อสร้างอาคารชุดเพื่อขายและให้เช่า บริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 148 ซอยสุขมุ วิท 23 (ประสานมิตร) ถนนสุขมุ วิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจ ผลิตสุรากลั่นประเภทวิสกี้ บรั่นดี สุราขาวและสุราแช่ บริษทั โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด เป็นบริษทั ทีจ่ ดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตง้ั อยู่ เลขที่ 32/32 อาคารซิโน-ไทย ทาวน์เวอร์ ชั้น 11 ซอยอโศก ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบธุรกิจซือ้ ขายและพัฒนาในธุรกิจเกีย่ วกับกระแสไฟฟ้า พลังงานความร้อน ระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท 148 ดิสทริบิวชั่น จำกัด เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 148 ซอยสุขมุ วิท 23 (ประสานมิตร) ถนนสุขมุ วิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ประกอบธุรกิจ ขายส่ง ขายปลีก สุรากลั่นประเภทวิสกี้ บรั่นดี สุราขาวและสุราแช่ บริษทั อาร์พดี ี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นบริษทั ทีจ่ ดทะเบียนในประเทศจีน โดยมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนตงเจียง ฉางโจว เจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท การก่อสร้างอาคารชุดเพื่อขายและให้เช่า บริษทั เคพีดี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นบริษทั ทีจ่ ดทะเบียนในประเทศจีน โดยมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนตงเจียง ฉางโจว เจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท การก่อสร้างอาคารชุดเพื่อขายและให้เช่า บริษัท โรจนะ อินทีเรียร์ จำกัด เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศจีน โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 1 ถนนตงเจียง ฉางโจว จังหวัดเจียงซู ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบธุรกิจให้บริการตกแต่งภายใน


63 2. เกณฑ์การจัดทำและการนำเสนองบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ 2.1 งบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการได้จดั ทำขึน้ ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและวิธปี ฏิบตั ทิ าง การบัญชีทร่ี บั รองทัว่ ไปในประเทศไทย โดยกำหนดรูปแบบการนำเสนองบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 (ปรับปรุง 2552) เรื่อง “การนำเสนองบการเงิน” ซึง่ มีผลบังคับใช้สำหรับ งบการเงินทีม่ รี อบระยะเวลาบัญชี ที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป และเป็นไปตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554 เรื่องกำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2554 งบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ที่นำมาแสดงเปรียบเทียบได้จัดประเภทรายการตาม รูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 งบการเงินนี้ ได้ จัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์ราคาทุนเดิมในการวัดมูลค่าขององค์ประกอบของงบการเงิน ยกเว้นตามที่ได้เปิดเผยใน นโยบายการบัญชี 2.2 งบการเงินรวมนี้ ได้จัดทำขึ้นโดยรวมงบการเงินของบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทย่อย ดังนี้ จัดตัง้ ขึน้ ประเภทธุรกิจ อัตราการถือหุน้ ในประเทศ โดยบริษทั (%) 2554 2553 บริษทั ย่อยทางตรง บริษทั โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด ประเทศไทย จำหน่ายน้ำใช้ ในนิคมอุตสาหกรรม บำบัดน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรม 90 90 บริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด ประเทศไทย โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า 41* 41* บริษทั โรจนะ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด ประเทศไทย พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท การก่อสร้างอาคารชุดเพื่อขายและ ให้เช่า 100 100 บริษทั โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด ประเทศไทย ผลิตสุรากลัน่ ประเภทวิสกี้ บรัน่ ดี สุราขาวและสุราแช่ 100 100 บริษทั เคพีดี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ประเทศจีน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท การก่อสร้างอาคารชุดเพื่อขาย และให้เช่า 100 100 บริษทั โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด ประเทศไทย พัฒนาในธุรกิจทีเ่ กีย่ วกับกระแส ไฟฟ้าพลังงาน ความร้อน ระบบ ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 70 100 บริษทั ย่อยทางอ้อม บริษทั 148 ดิสทริบวิ ชัน่ จำกัด บริษทั อาร์พดี ี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษทั โรจนะ อินทีเรียร์ จำกัด

ประเทศไทย

ขายส่ง ขายปลีกสุรากลัน่ ประเภท วิสกี้ บรัน่ ดี สุราขาว สุราแช่ 100

ประเทศจีน ประเทศจีน

พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท การก่อสร้างอาคารชุดเพื่อขาย และให้เช่า บริการตกแต่งภายใน

100 100

* บริษทั และผูถ้ อื หุน้ รายหนึง่ ถือหุน้ รวมกันเกินกว่าร้อยละ 60 และมีนโยบายในการบริหารงานไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้บริษทั มีอำนาจในการควบคุม ดังนัน้ งบการเงินรวมจึงได้รวมงบการเงินของบริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด

100

100 100


64 2.3 บริษัทนำงบการเงินของบริษัทย่อยมารวมในการจัดทำงบการเงินรวมตั้งแต่วันที่ ได้มา(วันที่บริษัทมีอำนาจ ในการควบคุมบริษัทย่อย) จนถึงวันที่บริษัทสิ้นสุดการควบคุมบริษัทย่อยนั้น 2.4 งบการเงินของบริษัทย่อยซึ่งจัดตั้งขึ้นในต่างประเทศได้แปลงค่าเป็นเงินบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ในงบดุลสำหรับรายการที่เป็นสินทรัพย์และหนี้สินและใช้อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยสำหรับรายการที่ เป็นรายได้ และค่าใช้จา่ ย ผลต่างซึง่ เกิดขึน้ จากการแปลงค่าดังกล่าวได้แสดงไว้เป็นรายการ “กำไร(ขาดทุน) จากการแปลงค่างบการเงิน” ในส่วนของเจ้าของ 2.5 งบการเงินรวม เป็นการรวมรายการบัญชีของบริษัทกับบริษัทย่อย โดยได้ตัดรายการค้าและยอดคงเหลือ ระหว่างกัน ตลอดจนกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นออกจากงบการเงินนี้แล้ว นโยบายการบัญชีสำหรับบริษัท ย่อยจะเปลี่ยนแปลงเพื่อใช้นโยบายการบัญชีเช่นเดียวกับบริษัทใหญ่ ในการจัดทำงบการเงินรวม ข้อมูล เกี่ยวกับส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยได้แสดงเป็นรายการแยกต่างหากในงบแสดงฐานะการเงินรวมและใน งบกำไรขาดทุนรวม 3. การนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่มีผลบังคับใช้แล้วมาถือปฏิบัติ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บริษัทและบริษัทย่อยได้ ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ ออกใหม่และปรับปรุงใหม่ ที่ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี ซึ่งกำหนดให้ถือปฏิบัติกับงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลา บัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป โดยการถือปฏิบัติดังกล่าวไม่มีผลกระทบอย่างเป็น สาระสำคัญต่องบการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย ยกเว้นมาตรฐานการบัญชีดังต่อไปนี้ 3.1 มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 (ปรับปรุง 2552) เรื่อง “การนำเสนองบการเงิน” มาตรฐานการบัญชีฉบับนีม้ กี ารเปลีย่ นแปลงข้อกำหนดเกีย่ วกับการแสดงรายการในงบการเงิน จึงมีผลกระทบ ต่อการจัดประเภทรายการใหม่ สำหรับงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งนำมา แสดงเปรียบเทียบ เพื่อให้สอดคล้องกับงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 3.2 มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 18 (ปรับปรุง 2552) เรื่อง “รายได้” เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 บริษทั และบริษทั ย่อยได้เปลีย่ นแปลงนโยบายการบัญชีเรื่องการรับรูร้ ายได้ จากการขายที่ดินและอาคารชุด จากวิธีการรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ มาเป็นวิธีรับรู้รายได้ เมื่อได้ โอนความเสีย่ งและผลตอบแทนทีเ่ ป็นสาระสำคัญ ของความเป็นเจ้าของให้กบั ผูซ้ อ้ื แล้ว ตามหมายเหตุ ข้อ 5.1 ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าว ได้ปรับงบการเงินย้อนหลังเพื่อการเปรียบ เทียบเสมือนว่าบริษัทและบริษัทย่อย ใช้วิธีรับรู้รายได้เมื่อโอนความเสี่ยงมาโดยตลอด ผลสะสมจากการ เปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีมีผลกระทบต่อรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 และงบกำไรขาดทุน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ดังนี้ ลูกหนีก้ ารค้าและตัว๋ เงินรับ

ต้นทุนการพัฒนาทีด่ นิ เงินจ่ายล่วงหน้าสำหรับซือ้ ทีด่ นิ และก่อสร้าง สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ค่าใช้จา่ ยค้างจ่าย ค่างวดทีย่ งั ไม่รบั รูร้ ายได้ เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า หนีส้ นิ หมุนเวียนอื่น กำไรสะสมยังไม่ได้จดั สรร ขาดทุนจากการเปลีย่ นแปลงค่างบการเงินของบริษทั ย่อย

(หน่วย : บาท) งบแสดงฐานะการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ตามที ่ ผลกระทบสะสม ตามที่ รายงานไว้เดิม เพิม่ ขึน้ (ลดลง) ปรับปรุงใหม่ 877,403,289 (227,095,453) 650,307,836

4,658,867,200 607,916,548 287,934,063 307,052,327 1,178,001,464 110,743,775 107,652,297 3,332,238,613 (156,954,919)

1,130,812,889 231,413,943 119,350 (106,856,548) 346,037,485 1,762,937,792 35,239 (805,968,666) (60,934,573)

5,789,680,089 839,330,491 288,053,413 200,195,779 1,524,038,949 1,873,681,567 107,687,536 2,526,269,947 (217,889,492)


65 ลูกหนีก้ ารค้าและตัว๋ เงินรับ

(หน่วย : บาท) งบแสดงฐานะการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ตามที ่ ผลกระทบสะสม ตามที่ รายงานไว้เดิม เพิม่ ขึน้ (ลดลง) ปรับปรุงใหม่ 283,924,632 (227,082,980) 56,841,652

(หน่วย : บาท) งบกำไรขาดทุนรวม สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ต้นทุนการพัฒนาทีด่ นิ สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ค่าใช้จา่ ยค้างจ่าย ค่างวดทีย่ งั ไม่รบั รูร้ ายได้ กำไรสะสมยังไม่ได้จดั สรร

1,529,806,731 42,518,399 64,734,026 19,747,000 1,706,844,036

353,157,873 119,350 (27,597,425) 687,098,520 (533,306,852)

1,882,964,604 42,637,749 37,136,601 706,845,520 1,173,537,184

รายได้จ ากการขายทีด่ นิ

ตามที ่ รายงานไว้เดิม 1,261,570,703

รายได้จ ากการขายทีด่ นิ

(หน่วย : บาท) งบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการ สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ตามที ่ ผลกระทบสะสม ตามที่ รายงานไว้เดิม เพิม่ ขึน้ (ลดลง) ปรับปรุงใหม่ 1,342,506,703 (575,297,078) 767,209,625

รายได้จากการขายอาคารชุด รายได้อนื่ ต้นทุนขายทีด่ นิ ต้นทุนขายอาคารชุด กลับรายการภาษีธรุ กิจเฉพาะค้างจ่าย ค่าใช้จา่ ยในการขาย ภาษีเงินได้ กำไรสำหรับงวด กำไรส่วนทีเ่ ป็นของบริษทั ใหญ่ กำไรต่อหุน้ ขัน้ พืน้ ฐาน กำไรต่อหุน้ ปรับลด

ต้นทุนขายทีด่ นิ กลับรายการภาษีธรุ กิจเฉพาะค้างจ่าย ค่าใช้จา่ ยในการขาย กำไรสำหรับงวด กำไรส่วนทีเ่ ป็นของบริษทั ใหญ่ กำไรต่อหุน้ ขัน้ พืน้ ฐาน กำไรต่อหุน้ ปรับลด

2,083,392,617 22,979,565 556,252,610 1,620,408,340 (5,551,509) 248,807,677 66,938,184 1,141,143,025 929,571,740 0.98 0.86

598,743,942 (5,551,509) 61,008,292 836,007,129 836,007,129 0.89 0.77

ผลกระทบสะสม ตามที่ เพิม่ ขึน้ (ลดลง) ปรับปรุงใหม่ (575,297,078) 686,273,625 76,301,118 2,159,693,735 1,352,945 24,332,510 (150,674,164) 405,578,446 (88,676,831) 1,531,731,509 5,551,509 (35,451,444) 213,356,233 34,951,779 101,889,963 (263,343,864) 877,799,161 (263,343,864) 666,227,876 0.27 0.71 0.24 0.62

(150,674,164) 5,551,509 (27,685,552) (402,488,871) (402,488,871) (0.43) (0.37)

448,069,778 33,322,740 433,518,258 433,518,258 0.46 0.40


66

3.3 มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 19 เรื่อง “ผลประโยชน์ของพนักงาน” มาตรฐานการบัญชีฉบับนี้กำหนดให้กิจการรับรู้ผลประโยชน์ที่ให้กับพนักงานเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อกิจการได้รับ บริการจ้างงานจากพนักงานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทและบริษัทย่อยจะต้องประเมินและบันทึกหนี้สิน เกีย่ วกับผลประโยชน์ของพนักงานเนื่องจากเกษียณอายุ และผลประโยชน์ระยะยาวอื่นที่ให้กบั พนักงาน โดยใช้ การคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยซึง่ เดิมบริษทั รับรูผ้ ลประโยชน์ท่ใี ห้กบั พนักงานดังกล่าวเมื่อเกิดรายการ ในระหว่างปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บริษัทและบริษัทย่อยได้นำมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 19 เรื่อง “ผลประโยชน์ของพนักงาน” มาใช้เป็นครัง้ แรก โดยฝ่ายบริหารคำนวณประมาณการเกีย่ วกับหนีส้ นิ ผล ประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงานตามพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองแรงงานจากข้อสมมุตฐิ านทางคณิตศาสตร์ ประกันภัย ณ วันสิน้ รอบระยะเวลารายงาน ทัง้ นีบ้ ริษทั และบริษทั ย่อยเลือกรับรูต้ น้ ทุนบริการในอดีต โดยการ ปรับปรุงกำไรสะสม ณ วันต้นงวดของงวดปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามการปฏิบัติในช่วงการเปลี่ยนแปลงที่กำหนด ไว้ ในมาตรฐานการบัญชีฉบับดังกล่าว ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 มีดังนี้

งบแสดงฐานะการเงิน ภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงานเพิ่มขึ้น กำไรสะสมต้นงวดลดลง ส่วนที่เป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมลดลง

งบการเงินรวม 18,328,222 (13,230,537) (5,097,685)

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ 7,328,368 (7,328,368) -

3.4 มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 เรื่อง “อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน” ภายใต้มาตรฐานการบัญชีฉบับนี้ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองเพื่อหา ประโยชน์จากรายได้ค่าเช่า หรือจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์หรือทั้งสองอย่าง บริษัทและบริษัทย่อย เลือกวิธีราคาทุนสำหรับการบันทึกบัญชีอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ภายใต้มาตรฐานฉบับปรับปรุงใหม่ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีได้มีการจัดประเภทรายการใหม่ ในงบแสดงฐานะการเงินจากที่ดินรอการ พัฒนา เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อ งบการเงินในปี พ.ศ. 2553 ทั้งนี้รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนได้เปิดเผยไว้ ในหมายเหตุ ประกอบงบการเงินข้อ 13

4. มาตรฐานการรายงานทางการเงินทีอ่ อกใหม่และปรับปรุงใหม่ทป่ี ระกาศแล้วแต่ยงั ไม่มผี ลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2554 สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกประกาศที่เกี่ยวกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่มีผลบังคับใช้สำหรับงบการเงิน ที่มีรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้ มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 12 ฉบับที่ 20 ฉบับที่ 21 (ปรับปรุง 2552) การตีความมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 10 ฉบับที่ 21 ฉบับที่ 25

ภาษีเงินได้ การบัญชีสำหรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความ ช่วยเหลือจากรัฐบาล ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ความช่วยเหลือจากรัฐบาล-กรณีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องอย่างเฉพาะเจาะจงกับ กิจกรรมดำเนินงาน ภาษีเงินได้-การได้รบั ประโยชน์จากสินทรัพย์ท่ีไม่ได้คดิ ค่าเสื่อมราคาทีต่ รี าคาใหม่ ภาษีเงินได้-การเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางภาษีของกิจการหรือของผู้ถือหุ้น

ฝ่ายบริหารของบริษัทและบริษัทย่อยคาดว่าจะนำมาตรฐานรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องมาเริ่มถือปฏิบัติกับงบการ เงินของบริษทั และบริษทั ย่อยเมื่อมาตรฐานดังกล่าวมีผลบังคับใช้ โดยฝ่ายบริหารของบริษทั อยูร่ ะหว่างการประเมินผล กระทบต่องบการเงินในปีที่เริ่มใช้มาตรฐานดังกล่าว


67

5. สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ 5.1 การรับรูร้ ายได้และค่าใช้จา่ ย มีดงั นี้ 5.1.1 รายได้จากการขายทีด่ นิ รับรูเ้ ป็นรายได้เมื่อได้ โอนกรรมสิทธิใ์ นทีด่ นิ หรือโอนความเสีย่ งแล้ว 5.1.2 รายได้จากการขายอาคารชุดรับรูเ้ ป็นรายได้เมื่อได้ โอนความเสีย่ งและผลตอบแทนทีเ่ ป็นสาระสำคัญของ ความเป็นเจ้าของห้องชุดให้กบั ผูซ้ อ้ื แล้ว โดยกิจการไม่เกีย่ วข้องในการบริหาร หรือควบคุมห้องชุดทีข่ าย ไปแล้วทัง้ ทางตรงและทางอ้อม มูลค่าทีร่ บั รูร้ ายได้และต้นทุนทีเ่ กิดขึน้ เนื่องมาจากรายการนัน้ สามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ 5.1.3 รายได้จากการขายกระแสไฟฟ้า รายได้จากการจำหน่ายน้ำใช้ ในการอุปโภคและรายได้จากการขายสุรากลัน่ บันทึกรับรูร้ ายได้เมื่อส่งมอบสินค้า 5.1.4 รายได้จากการบริการโรงแรมบันทึกรับรูเ้ มื่อให้บริการแก่ลกู ค้าแล้ว 5.1.5 รายได้คา่ บริการบันทึกรับรูร้ ายได้ตามอัตราความสำเร็จของงาน 5.1.6 รายได้คา่ เช่าบันทึกรับรูร้ ายได้ตามระยะเวลาการเช่า 5.1.7 รายได้อนื่ และค่าใช้จา่ ยบันทึกรับรูต้ ามเกณฑ์คงค้าง 5.2 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด หมายถึง เงินสดในมือและเงินฝากสถาบันการเงิน ไม่รวมเงินฝาก ซึ่งมี กำหนดรับคืนเกินกว่า 3 เดือน และเงินฝากสถาบันการเงินทีม่ ภี าระผูกพัน 5.3 ลูกหนีก้ ารค้าแสดงมูลค่าสุทธิทค่ี าดว่าจะได้รบั บริษทั และบริษทั ย่อยบันทึกค่าเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญ จากจำนวนเงิน ทีค่ าดว่าจะเรียกเก็บเงินไม่ได้จากประสบการณ์ ในอดีต สภาวะเศรษฐกิจและความสามารถในการชำระหนีข้ องลูกหนี้ 5.4 สินค้าคงเหลือแสดงในราคาทุน หรือมูลค่าสุทธิทจ่ี ะได้รบั แล้วแต่มลู ค่าใดจะต่ำกว่า มูลค่าสุทธิทจ่ี ะได้รบั ประมาณ การจากราคาขายที่คาดว่าจะขายได้ตามปกติของธุรกิจหักด้วยประมาณการต้นทุนในการผลิตสินค้านั้นให้เสร็จ และต้นทุนทีจ่ ำเป็นต้องจ่ายไปเพื่อให้ขายสินค้านัน้ ได้ ราคาทุนคำนวณโดยวิธดี งั นี้ - สินค้าสำเร็จรูป วัตถุดบิ และอะไหล่คำนวณโดยวิธเี ข้าก่อน-ออกก่อน - สินค้าระหว่างผลิตคำนวณโดยวิธถี วั เฉลีย่ ถ่วงน้ำหนัก 5.5 ต้นทุนการพัฒนาที่ดินแสดงตามราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับแล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า ราคาทุน ประกอบด้วยต้นทุนในการได้มาซึ่งที่ดิน ค่าพัฒนาที่ดินและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการ รวมทั้ง ต้นทุนการกูย้ มื บริษทั และบริษทั ย่อยบันทึกต้นทุนการกูย้ มื เป็นต้นทุนการพัฒนาทีด่ นิ ตัง้ แต่วนั เริม่ โครงการจน ถึงวันทีก่ ารพัฒนาแล้วเสร็จอยู่ในสภาพพร้อมทีจ่ ะขาย 5.6 อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน บริษทั และบริษทั ย่อยบันทึกทีด่ นิ รอการพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยแสดงตามวิธรี าคาทุนสุทธิ จากค่าเผื่อการด้อยค่า(ถ้ามี) 5.7 เงินลงทุน 5.7.1 เงินลงทุนในบริษทั ย่อย - เงินลงทุนในบริษทั ย่อยทีแ่ สดงในงบการเงินเฉพาะกิจการ แสดงตามวิธรี าคาทุนโดยไม่ตดั จำหน่ายค่า ความนิยม ในกรณีทเ่ี กิดการด้อยค่าของเงินลงทุนจะรับรูผ้ ลขาดทุนนัน้ ในงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการ - เงินลงทุนในบริษทั ย่อยเป็นการลงทุนในกิจการทีบ่ ริษทั ถือหุน้ มากกว่าร้อยละ 50 ของสิทธิในการออก เสียงทัง้ หมด หรือกิจการทีบ่ ริษทั มีอำนาจในการควบคุมทัง้ ทางตรงและทางอ้อม 5.7.2 เงินลงทุนในบริษทั ร่วม - เงินลงทุนในบริษทั ร่วมทีแ่ สดงในงบการเงินเฉพาะกิจการ แสดงตามวิธรี าคาทุนโดยไม่ตดั จำหน่ายค่า ความนิยม ในกรณีที่มีการด้อยค่าของเงินลงทุนจะรับรู้ผลขาดทุนนั้นในงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการ - เงินลงทุนในบริษทั ร่วมทีแ่ สดงในงบการเงินรวม แสดงตามวิธสี ว่ นได้เสีย ในกรณีทม่ี กี ารด้อยค่าของ เงินลงทุนจะรับรูผ้ ลขาดทุนนัน้ ในงบกำไรขาดทุนรวม - เงินลงทุนในบริษทั ร่วมเป็นการลงทุนในกิจการทีบ่ ริษทั ถือหุน้ ระหว่างร้อยละ 20 ถึงร้อยละ 50 ของสิทธิ ในการออกเสียงทัง้ หมด หรือกิจการทีบ่ ริษทั และบริษทั ย่อยมีอทิ ธิพลอย่างเป็นสาระสำคัญแต่ไม่ถงึ กับ ควบคุม กำไรขาดทุนทีย่ งั ไม่เกิดขึน้ ได้ตดั ออกจากงบการเงินนีแ้ ล้ว เว้นแต่มหี ลักฐานว่าสินทรัพย์ทโ่ี อน ระหว่างกันเกิดการด้อยค่า เงินลงทุนในบริษัทร่วมรวมถึงค่าความนิยมที่เกิดจากการลงทุนเมื่อได้มา วธิ สี ว่ นได้เสียจะไม่นำมาใช้เมื่อมูลค่าเงินลงทุนในบริษทั ร่วมเป็นศูนย์ เว้นแต่ผลู้ งทุนมีภาระผูกพันหรือ ต้องจ่ายเงินเพื่อชำระภาระผูกพันของบริษทั ร่วม ซึง่ บริษทั ได้คำ้ ประกันหรือให้การยินยอมไว้


68

5.7.3 เงินลงทุนในตราสารหนีท้ จ่ี ะถือจนครบกำหนดในระยะเวลา 1 ปี จัดประเภทเป็นเงินลงทุนชัว่ คราว แสดง ในราคาทุนตัดจำหน่ายสุทธิจากค่าเผื่อการด้อยค่า (ถ้ามี) ในกรณีที่หลักทรัพย์ เกิดการด้อยค่า ขาดทุน จากการด้อยค่าจะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยในงบกำไรขาดทุน ส่วนเกินหรือส่วนลดจากตราสาร หนี้ที่จะถือจนครบกำหนดจะโอนปรับเพิ่มหรือลดรายได้ดอกเบี้ยตามวิธีเส้นตรงตามระยะเวลาของตรา สารหนี้ที่ค้างชำระ รายได้ดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดบันทึกตามเกณฑ์คงค้าง 5.8 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 5.8.1 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ บันทึกด้วยราคาทุนซึง่ คำนวณจากราคาซือ้ สินทรัพย์ ทัง้ ทีเ่ ป็นเงินสดและจำนวนเทียบเท่าเงินสดบวกค่า ใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการทำให้สินทรัพย์น้นั มาอยู่ในสถานที่หรือในสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้ตามที่ประสงค์ไว้ สินทรัพย์ที่บริษัทสร้างขึ้นเองบันทึกด้วยราคาต้นทุนการก่อสร้าง ซึ่งประกอบด้วย ค่าวัสดุ ค่าแรงงาน ทางตรง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ซึ่งปันส่วนมาตามระบบการปันส่วนต้นทุนที่วางไว้ สินทรัพย์ทกุ ประเภทยกเว้นทีด่ นิ แสดงในงบแสดงฐานะการเงินด้วยราคาทุนหลังหักค่าเสื่อมราคาสะสม 5.8.2 ค่าเสื่อมราคาคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามอายุการใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย์ ดังต่อไปนี้ ยกเว้น ที่ดินซึ่งมีอายุการใช้งานไม่จำกัด โรงงานผลิตไฟฟ้า เครื่องจักร อาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่น เครื่องตกแต่งและติดตั้งสำนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ ยานพาหนะ ระบบต่าง ๆ

ปี 2554 ปี 2553 25 ปี 25 ปี 15-25 ปี 15-25 ปี 20-35 ปี 20 ปี 5 ปี 5 ปี 5 ปี 5 ปี 5 ปี 5 ปี 5 ปี 5 ปี 20 ปี 20 ปี

5.8.3 ในกรณีที่ราคาตามบัญชีสูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ซึ่งคำนวณจากมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงิน สดที่คาดว่าจะเกิดในอนาคตจากการใช้สินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง หรือจำนวนที่จะได้รับจากการจำหน่าย สินทรัพย์หักด้วยต้นทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์นั้นแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่าราคาตามบัญชีจะถูก ปรับลดให้เท่ากับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน 5.8.4 ต้นทุนการกูย้ มื ของเงินกูท้ ่ีใช้ ในการก่อสร้างสินทรัพย์ ให้เสร็จสมบูรณ์หรือเตรียมสินทรัพย์ ให้อยู่ในสภาพ พร้อมทีจ่ ะใช้ได้ตามประสงค์ได้บนั ทึกรวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์ ต้นทุนการกูย้ มื ประกอบด้วยดอกเบีย้ และต้นทุนอื่นที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมนั้น 5.8.5 รายจ่ายเกี่ยวกับการต่อเติม การต่ออายุ หรือการปรับปรุงสินทรัพย์ ให้ดีขึ้น ซึ่งทำให้ราคาเปลี่ยนแทน ในปัจจุบนั ของสินทรัพย์เพิม่ ขึน้ อย่างเป็นสาระสำคัญจะรวมเป็นราคาทุนของสินทรัพย์สว่ นค่าซ่อมแซม และค่าบำรุงรักษารับรู้เป็นค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เกิดขึ้น

5.9 บริษัทและบริษัทย่อยบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ดังนี้ 5.9.1 สินทรัพย์ไม่มีตัวตนของบริษัทย่อยแสดงในราคาทุนสุทธิจากการตัดจำหน่ายสะสม การตัดจำหน่าย สินทรัพย์ไม่มีตัวตนคำนวณโดยวิธีเส้นตรงตามระยะเวลาที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ดังนี้ สิทธิการใช้ระบบท่อส่งก๊าซ 19 ปี ค่าความช่วยเหลือทางเทคนิค 10 ปี ค่าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อผลิตสุรากลั่น 10 ปี ค่าโปรแกรมบัญชี 3 ปี


69

5.9.2 ค่าความนิยมทีเ่ กิดจากการซือ้ ธุรกิจ ได้แก่ ส่วนต่างระหว่างต้นทุนการซือ้ ธุรกิจ ณ วันซือ้ หุน้ ทีส่ งู กว่า มูลค่ายุตธิ รรมของสินทรัพย์สทุ ธิทร่ี ะบุได้เฉพาะส่วนทีเ่ ป็นของผูซ้ อ้ื ค่าความนิยมติดลบทีเ่ กิดจากการซือ้ ธุรกิจ ได้แก่ ส่วนต่างระหว่างมูลค่ายุตธิ รรมของสินทรัพย์สทุ ธิทร่ี ะบุได้เฉพาะส่วนทีเ่ ป็นของผูซ้ อ้ื ทีส่ งู กว่า ต้นทุนการซื้อธุรกิจ บริษัทแสดงมูลค่าค่าความนิยมสุทธิจากค่าเผื่อการด้อยค่า (ถ้ามี) 5.10 สัญญาเช่า 5.10.1 สัญญาเช่าดำเนินงาน การเช่าสินทรัพย์ซง่ึ ความเสีย่ งและกรรมสิทธิใ์ นสินทรัพย์ทเ่ี ช่าเป็นของผู้ ให้เช่าได้จดั ประเภท เป็น การเช่าดำเนินงาน ค่าเช่าทีจ่ า่ ยภายใต้การเช่าดำเนินงานได้บนั ทึกเป็นค่าใช้จา่ ยภายใต้อายุสญ ั ญาเช่า 5.10.2 สัญญาเช่าทางการเงิน สัญญาเช่าซึ่งได้ โอนผลประโยชน์และความเสี่ยงในกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้แก่บริษัท และบริษัทมีความตั้งใจที่จะซื้อทรัพย์สินเหล่านี้เมื่อสิ้นสุดอายุสัญญาเช่า จะบันทึกบัญชีโดยถือเป็น สัญญาเช่าการเงิน โดยเมื่อเริ่มต้นทำสัญญาเช่าการเงิน ต้นทุนของทรัพย์สินจะถูกบันทึกบัญชีพร้อม กับการบันทึกหนี้สินที่เกิดจากการจ่ายค่าเช่าในอนาคต โดยไม่รวมส่วนของดอกเบี้ยซึ่งเป็นค่าใช้จ่าย ทางการเงิน ค่าใช้จ่ายทางการเงินนี้จะถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของงวดปีปัจจุบันตามสัดส่วนของยอด คงเหลือของหนี้สิน 5.11 ผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงาน 5.11.1 ผลประโยชน์ระยะสั้น - บริษทั และบริษทั ย่อยบันทึกการจ่ายเงินสมทบกองทุนทดแทนเป็นค่าใช้จา่ ยของรอบระยะเวลาบัญชี - บริษทั และบริษทั ย่อยบันทึกการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลีย้ งชีพเป็นค่าใช้จา่ ยของรอบระยะ เวลาบัญชี 5.11.2 ผลประโยชน์ระยะยาว บริษทั และบริษทั ย่อยมีภาระสำหรับเงินชดเชยทีต่ อ้ งจ่ายให้แก่พนักงานเมื่อออกจากงานตามกฎหมาย แรงงาน ซึ่งถือว่าเงินชดเชยดังกล่าวเป็นโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานสำหรับพนักงาน บริษัทและบริษัทย่อยคำนวณหนี้สินตามโครงการผลประโยชน์หลังออกจากงานของพนักงาน โดยใช้ วิธีคิดลดแต่ละหน่วยที่ประมาณการไว้ (Projected Unit Credit Method) โดยฝ่ายบริหารได้ทำการ ประเมินภาระผูกพันดังกล่าวตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งหลักการประมาณการดังกล่าวต้อง ใช้ข้อสมมติฐานที่หลากหลาย รวมถึงข้อสมมติฐานเกี่ยวกับอัตราคิดลด อัตราการขึ้นเงินเดือนใน อนาคต อัตราการเปลีย่ นแปลงในจำนวนพนักงาน ผลกำไรหรือขาดทุนจากการประมาณการตามหลัก คณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial gains and losses) สำหรับโครงการผลประโยชน์หลังออกจาก งานของพนักงานจะรับรู้ทันทีใน งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ 5.12 เงินตราต่างประเทศใช้อัตราแลกเปลี่ยน ดังนี้ - รายการที่เกิดขึ้นระหว่างปีแปลงค่าเป็นเงินบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการ - สินทรัพย์และหนี้สิน ณ วันสิ้นปีแปลงค่าเป็นเงินบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศของธนาคาร แห่งประเทศไทย ณ วันที่ในงบแสดงฐานะการเงิน - กำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนบันทึกเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน 5.13 บริษัทและบริษัทย่อยบันทึกภาษีเงินได้เป็นค่าใช้จ่ายตามรอบระยะเวลาบัญชี โดยใช้อัตราภาษีที่ประกาศใช้ ณ วันที่ในงบแสดงฐานะการเงิน 5.14 กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้น 5.14.1 กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน คำนวณโดยการหารกำไร(ขาดทุน)สุทธิประจำปีของแต่ละปีด้วย จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกระหว่างปีของแต่ละปี 5.14.2 กำไร(ขาดทุน)ต่อหุน้ ปรับลด คำนวณโดยหารกำไรสุทธิประจำปีดว้ ยผลรวมของหุน้ สามัญถัวเฉลีย่ ถ่วง น้ำหนักที่ออกในระหว่างปีกับจำนวนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นสามัญที่บริษัทอาจต้องออกเพื่อแปลง หุ้นสามัญเทียบเท่าปรับลดทั้งสิ้นให้เป็นหุ้นสามัญ โดยสมมติว่าได้มีการแปลงเป็นหุ้นสามัญ ณ วัน ออกหุ้นสามัญเทียบเท่า


70

5.15

นโยบายการบัญชีที่ใช้ดุลยพินิจของผู้บริหารและการประมาณการ เพื่อให้การจัดทำงบการเงินเป็นไปตามหลักการบัญชีทร่ี บั รองทัว่ ไป ฝ่ายบริหารต้องใช้การประมาณการ และข้อสมมุตฐิ านเกีย่ วกับมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์และหนีส้ นิ ที่ไม่มแี หล่งอ้างอิงใดทีช่ ดั เจน การประมาณ การ และสมมุตฐิ านทีเ่ กีย่ วข้องขึน้ อยูก่ บั ประสบการณ์ ในอดีตและปัจจัยอื่นทีเ่ กีย่ วข้องของสภาวะเศรษฐกิจที่ เป็นอยู่ในปัจจุบนั และประมาณการและข้อสมมุตฐิ านต่างๆ ทีบ่ ริษทั พิจารณาแล้วว่าเหมาะสมในสถานการณ์ ปัจจุบนั ผลทีเ่ กิดขึน้ จริงอาจแตกต่างไปจากจำนวนทีป่ ระมาณการไว้ ทัง้ นีฝ้ า่ ยบริหารต้องใช้ดลุ ยพินจิ และการ ประมาณการในส่วนทีเ่ ป็นสาระสำคัญ ซึง่ มีผลกระทบต่อจำนวนเงินและการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน ดังนี้ 5.15.1 ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ บริษัทและบริษัทย่อยประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ โดยการประเมินผลของฝ่ายบริหารเกี่ยว กับความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากยอดลูกหนี้ที่คงค้างอยู่ ณ วันสิ้นงวด การประเมินผลดังกล่าว ได้คำนึงถึงประสบการณ์การชำระเงินในอดีตและปัจจัยอย่างอื่น ตลอดจนสภาวะทางเศรษฐกิจ ภายในประเทศ 5.15.2 ค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม บริษทั จะตัง้ ค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษทั ย่อยและบริษทั ร่วม เมื่อฝ่ายบริหารใช้ดลุ ยพินจิ ในการพิจารณาว่ามูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนดังกล่าวได้ลดลงอย่างมีสาระสำคัญและเป็นระยะ เวลานานหรือเมื่อมีข้อบ่งชี้ของการด้อยค่า การที่จะสรุปว่าเงินลงทุนดังกล่าวได้ลดลงอย่างมีสาระ สำคัญเป็นระยะเวลานานหรือไม่นั้นจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจของฝ่ายบริหาร 5.15.3 ค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน สินทรัพย์ไม่มตี วั ตนประกอบด้วย สิทธิการใช้ระบบท่อส่งก๊าซ ค่าความช่วยเหลือทางเทคนิค ค่าวิจยั และพัฒนาผลิตภัณฑ์ และค่าโปรแกรมบัญชี ซึ่งจะทำการทดสอบการด้อยค่า เมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าสิน ทรัพย์ดังกล่าวจะเกิดการด้อยค่า และค่าความนิยมมีอายุการใช้งานไม่จำกัด ซึ่งจะทำการทดสอบ การด้อยค่าทุกปี โดยใช้วิธีประมาณมูลค่ายุติธรรมจากการคำนวณมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสด ที่คาดว่าจะได้รับ 5.15.4 การด้อยค่าของสินทรัพย์ สินทรัพย์คงเหลือตามบัญชีของบริษทั และบริษทั ย่อยมีการทบทวน ณ ทุกวันที่ในงบแสดงฐานะการ เงินว่ามีข้อบ่งชี้เรื่องการด้อยค่าหรือไม่ ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้บริษัทจะทำการประมาณมูลค่าที่คาดว่า จะได้รับคืน 5.15.5 ประมาณการหนี้สิน ประมาณการหนีส้ นิ จะรับรู้ ในงบแสดงฐานะการเงินเมื่อบริษทั และบริษทั ย่อยมีภาระหนีส้ นิ ทีเ่ กิดขึน้ ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ ในอดีต และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่จะสูญเสียทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจ เพื่อจ่ายชำระภาระผูกพันดังกล่าว โดยสามารถประมาณมูลค่าภาระผูกพันได้อย่างน่าเชื่อถือ 5.15.6 มูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินที่ไม่มีการซื้อขายในตลาดและไม่สามารถ หาราคาได้ ในตลาดซื้อขายคล่อง ฝ่ายบริหารได้ ใช้ดุลยพินิจในการประมาณมูลค่า ยุติธรรมของ เครื่องมือทางการเงินดังกล่าว โดยคำนวณตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าทีเ่ ป็นทีย่ อมรับกันทัว่ ไป ซึ่งตัวแปรที่ใช้ ในการคำนวณมาจากการเทียบเคียงกับตัวแปรที่มีอยู่ในตลาด โดยคำนึงถึงสภาพ คล่องและข้อมูลความสัมพันธ์และการเปลีย่ นแปลงของมูลค่าของเครื่องมือทางการเงินในระยะยาว

6. ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระแสเงินสด รายการกิจกรรมดำเนินงานและกิจกรรมลงทุนที่ไม่เป็นตัวเงิน ซึ่งไม่ได้แสดงในงบกระแสเงินสด สำหรับ ปี สิน้ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 มีดงั นี้ - รายการเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ที่แสดงไว้ ในกิจกรรมลงทุนในงบกระแสเงินสดรวมและงบกระแสเงินสด เฉพาะกิจการ เป็นยอดสุทธิของสินทรัพย์ทเ่ี พิม่ ขึน้ หักเจ้าหนีซ้ อ้ื สินทรัพย์จำนวนเงิน 310.41 ล้านบาท และบวกด้วย ต้นทุนการกูย้ มื จำนวนเงิน 57.75 ล้านบาท


71

7. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย (หน่วย : บาท)

เงินสด เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากประจำ 6-12 เดือน เงินฝากธนาคารสกุลเงินต่างประเทศ รวม

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

2554

2553

547,000 241,446,360 972,611 113,119 28,926,532 272,005,622

538,076 184,884,422 5,435,137 3,339,360 58,843,500 253,040,495

60,000 33,278,006 27,248 - - 33,365,254

60,000 165,295,310 2,716,494 - 168,071,804

8. เงินลงทุนชัว่ คราวที่ใช้เป็นหลักประกัน เงินลงทุนชัว่ คราวที่ใช้เป็นหลักประกัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย (หน่วย : บาท)

เงินฝากสถาบันการเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน รวม

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

2554

2553

316,492,085 99,136,248 - 1,130,000,000 174,000,000 - - 1,446,492,085 273,136,248 - -

บริษทั ย่อยได้นำเงินฝากสถาบันการเงินและตัว๋ สัญญาใช้เงินเป็นหลักประกันวงเงินสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์และ สถาบันการเงิน ตามสัญญาวงเงินสินเชื่อบริษัทย่อยไม่สามารถนำเงินฝากธนาคารในบัญชีบางบัญชีไปใช้เพื่อวัตถุ ประสงค์อื่น นอกเหนือจากการใช้ชำระเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยจ่ายซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากธนาคารพาณิชย์และ สถาบันการเงิน (ดูหมายเหตุ 21.2) 9. ลูกหนีก้ ารค้าและตัว๋ เงินรับ ลูกหนีก้ ารค้าและตัว๋ เงินรับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย

ลูกหนีจ้ ากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ ลูกหนี้ค่าบริการและค่าเช่า ลูกหนี้ค่าน้ำ ลูกหนี้ค่าบริการไฟฟ้า ลูกหนี้การค้า ตั๋วเงินรับ รวม

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

2554

31,283,643 44,743,433 11,237,878 66,118,201 22,385,233 5,304 175,773,692

1,500,000 38,641,273 6,216,678 590,730,581 13,167,913 51,391 650,307,836

12,480,000 46,669,887 - - - - 59,149,887

2553 13,980,000 42,861,652 56,841,652


72 ลูกหนีก้ ารค้า แยกตามอายุหนีท้ ค่ี า้ งชำระ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ดังนี้

ไม่เกิน 3 เดือน มากกว่า 3 เดือน ถึง 6 เดือน มากกว่า 6 เดือน ถึง 12 เดือน มากกว่า 12 เดือน ขึ้นไป รวม

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

2554

114 34 22 6 176

609 39 - 2 650

44 1 1 13 59

2553 43 14 57

10. ต้นทุนการพัฒนาทีด่ นิ ต้นทุนการพัฒนาทีด่ นิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย (หน่วย : บาท)

ที่ดิน สิทธิในการใช้ที่ดิน ต้นทุนการพัฒนา ต้นทุนการกู้ยืม หัก จำนวนสะสมที่โอนเป็นต้นทุน ขายจนถึงปัจจุบัน ต้นทุนการพัฒนาที่ดิน – สุทธิ

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

2554

2553

6,937,229,335 1,240,286,437 7,590,204,014 497,026,883 16,264,746,669

6,560,743,087 1,077,149,849 7,338,945,138 472,080,608 15,448,918,682

5,920,341,526 - 3,244,749,088 384,113,415 9,549,204,029

5,554,692,068 2,812,486,191 384,113,415 8,751,291,674

(10,547,360,526) (9,659,238,593) (7,274,661,539) (6,868,327,070) 5,717,386,143 5,789,680,089 2,274,542,490 1,882,964,604

บริษัทย่อยแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศจีนในปี พ.ศ. 2551 ได้มีการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสิทธิในการใช้ที่ ดินให้กับรัฐบาลจีน ในมูลค่าตามสัญญาที่ประมูลได้จำนวนเงิน 296 ล้านหยวน โดยมีกำหนดจ่ายงวดแรกจำนวนเงิน 150 ล้านหยวน งวดที่สองจำนวนเงิน 70 ล้านหยวน และงวดสุดท้าย จำนวนเงิน 76 ล้านหยวน ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ค้างชำระจำนวนเงิน 56 ล้านหยวน บริษัทและบริษัทย่อยได้จำนองที่ดินที่แสดงในต้นทุนการพัฒนาที่ดิน ในอัตราร้อยละ 85 ของพื้นที่รวมและที่ดิน ในโครงการบางส่วนของบริษัทย่อยที่ดำเนินงานในต่างประเทศและที่ดินที่แสดงรวมอยู่ในที่ดินอาคารและอุปกรณ์ไว้ กับสถาบันการเงินเพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินและเงินกู้ ยืมระยะยาว (ดูหมายเหตุ 16, 21)


73

11. สินค้าคงเหลือ สินค้าคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย

สินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ งานระหว่างทำ รวม

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

2554

17,610,302 15,104,483 9,772,889 128,540,893 171,028,567

9,780,318 2,784,242 8,300,876 115,742,495 136,607,931

- - - -

12. อะไหล่ - สุทธิ อะไหล่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย

อะไหล่ หัก ค่าเผื่อสินค้าเสียหาย สุทธิ

2553 -

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

2554

2553

189,434,839 170,794,934 - (52,042,071) - - - 137,392,768 170,794,934 - -

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 บริษทั ย่อยได้รบั ผลกระทบจากอุทกภัยทำให้อะไหล่บางส่วนของบริษทั ย่อยได้รบั ความ เสียหาย บริษัทย่อยได้มีการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสียหายตามราคาทุนของอะไหล่ที่เสียหายใช้งานไม่ได้ และบางส่วนตั้ง ค่าเผื่อจากค่าซ่อมที่ต้องจ่ายเพื่อให้อะไหล่ใช้งานได้ (ดูหมายเหตุ 29) 13. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย (หน่วย : บาท)

ทีด่ นิ ต้นทุนการพัฒนาทีด่ นิ เพื่อขาย ต้นทุนการกูย้ มื รวม

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554 2,242,776,726 31,202,405 5,876,326 2,279,855,457

2553

2554

2,421,983,905 1,127,066,726 50,616,158 4,755,237 5,876,326 5,876,326 2,478,476,389 1,137,698,289

2553 1,442,206,043 50,556,158 5,876,326 1,498,638,527

อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการมีมูลค่ายุติธรรมจำนวนเงินประมาณ 2,891 ล้านบาท และ 1,300 ล้านบาท ตามลำดับ ประเมินโดยฝ่ายบริหาร ซึง่ เทียบเคียงจากราคาซือ้ ขายทีด่ นิ ปัจจุบนั บริษทั ได้นำอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนบางส่วนไปจดจำนองเพื่อเป็นหลักประกันเงินกูย้ มื ระยะยาว (ดูหมายเหตุ 21)


74 14. ทีด่ นิ อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ ทีด่ นิ อาคารและอุปกรณ์ มีรายการเคลื่อนไหว ดังนี้ (หน่วย : บาท) งบการเงินรวม ยอดคงเหลือ ซื้อหรือได้มา จำหน่าย โอน ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 ราคาทุน ที่ดิน 559,390,039 71,174,342 - - 630,564,381 ส่วนปรับปรุงที่ดิน 11,605,102 - - - 11,605,102 อาคารโรงงานและสิ่งปลูกสร้าง 3,873,138,968 1,062,706,523 - 191,753,250 5,127,598,741 บ้านพักคนงาน 3,747,282 - - - 3,747,282 อุปกรณ์และเครื่องตกแต่ง สำนักงาน 118,820,082 261,972,098 (67,011) - 380,725,169 เครื่องจักร เครื่องมือ และ อุปกรณ์ 8,277,159,835 9,873,242 (38,572,148) 3,000,283 8,251,461,212 ยานพาหนะ 97,235,015 39,405,009 (15,603,438) - 121,036,586 สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง 779,493,664 1,933,896,538 - (194,753,533) 2,518,636,669 รวมราคาทุน 13,720,589,987 3,379,027,752 (54,242,597) - 17,045,375,142 ค่าเสื่อมราคาสะสม ส่วนปรับปรุงที่ดิน (1,537,365) (796,772) - - (2,334,137) อาคารโรงงานและสิ่งปลูกสร้าง (1,038,710,281) (173,012,257) - - (1,211,722,538) บ้านพักคนงาน (1,391,041) (408,166) - - (1,799,207) อุปกรณ์และเครื่องตกแต่ง สำนักงาน (84,557,303) (39,121,569) 60,867 - (123,618,005) เครื่องจักร เครื่องมือ และ อุปกรณ์ (2,274,803,531) (387,608,981) 8,546,068 - (2,653,866,444) ยานพาหนะ (62,302,767) (14,448,704) 13,720,746 - (63,030,725) รวมค่าเสื่อมราคาสะสม (3,463,302,288) (615,396,449) 22,327,681 - (4,056,371,056) ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิ 10,257,287,699 2,763,631,303 (31,914,916) - 12,989,004,086 หัก ค่าเผื่อการด้อยค่า - (899,955,506) สุทธิ 10,257,287,699 12,089,048,580 ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ประจำปี 544,070,186 615,396,449 ที่ดินของบริษัทและที่ดิน อาคารโรงงานและสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ของบริษัทย่อย ได้นำไปจดจำนองเพื่อ ค้ำประกันเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และเงินกู้ยืมระยะยาว (ดูหมายเหตุ 16, 21) บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์ที่หักค่าเสื่อมราคาหมดแล้ว แต่ยังใช้งานอยู่มีราคาตามบัญชีก่อนหักค่าเสื่อมราคาสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 จำนวนเงิน 142.73 ล้านบาท และ 137.11 ล้านบาท ตามลำดับ สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2554 และ 2553 ได้รวมต้นทุนการกู้ยืมจำนวนเงิน 57.75ล้านบาท และ 4.18 ล้าน บาท ตามลำดับ ในปีพ.ศ. 2554 บริษัทย่อยสองแห่งที่ได้รับผลกระทบจากจากเหตุการณ์น้ำท่วมเสียหายนั้น ได้มีการตัดจำหน่ายเครื่องจักร และ อุปกรณ์ทช่ี ำรุดมูลค่า 30.02 ล้านบาท (สุทธิจากค่าเสื่อมราคาสะสม จำนวนเงิน 8.54 ล้านบาท) และบันทึกค่าเผื่อการด้อยค่า สำหรับ เครื่องจักรที่ต้องซ่อมแซมจำนวน 899.95 ล้านบาท โดยบันทึกในบัญชีขาดทุนจากน้ำท่วม (ดูหมายเหตุ 29)


75 (หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ ยอดคงเหลือ ซื้อหรือได้มา จำหน่าย โอน ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 ราคาทุน ที่ดิน 145,877,470 - - - 145,877,470 อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 860,783,626 2,835,027 - 32,025,956 895,644,609 อุปกรณ์และเครื่องตกแต่ง สำนักงาน 45,143,084 320,938 (56,700) - 45,407,322 เครื่องมือและอุปกรณ์ 111,063,421 7,664,746 - - 118,728,167 ยานพาหนะ 51,619,615 30,981,928 (1,079,700) - 81,521,843 งานระหว่างก่อสร้าง 50,214,446 17,972,576 - (32,025,956) 36,161,066 รวมราคาทุน 1,264,701,662 59,775,215 (1,136,400) - 1,323,340,477 ค่าเสื่อมราคาสะสม อาคารและสิ่งปลูกสร้าง (429,701,431) (29,574,793) - - (459,276,224) อุปกรณ์และเครื่องตกแต่ง สำนักงาน (42,317,191) (1,416,848) 56,698 - (43,677,341) เครื่องมือและอุปกรณ์ (45,499,438) (5,374,228) - - (50,873,666) ยานพาหนะ (36,496,628) (8,081,251) 1,079,699 - (43,498,180) รวมค่าเสื่อมราคาสะสม (554,014,688) (44,447,120) 1,136,397 - (597,325,411) ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์- สุทธิ 710,686,974 15,328,095 (3) - 726,015,066 ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ประจำปี 54,506,873 44,447,120 ที่ดินของบริษัทได้นำไปจดจำนอง เพื่อค้ำประกันวงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และเงินกู้ยืมระยะ ยาว (ดูหมายเหตุ 16, 21) บริษัทมีสินทรัพย์ที่หักค่าเสื่อมราคาหมดแล้ว แต่ยังใช้งานอยู่มีราคาตามบัญชีก่อนหักค่าเสื่อมราคาสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 จำนวนเงิน 96.92 ล้านบาท และ 94.78 ล้านบาท ตามลำดับ 15. สินทรัพย์ ไม่มตี วั ตน - สุทธิ สินทรัพย์ไม่มตี วั ตน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม ยอดคงเหลือสุทธิ ซื้อหรือได้มา จำหน่าย โอน ยอดคงเหลือสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554

สิทธิในการใช้ท่อส่งก๊าซ 135,691,672 ค่าความช่วยเหลือทางเทคนิค 8,116,747 ค่าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 22,154,341 โปรแกรมสำเร็จรูป 305,271 รวม 166,268,031

- 135,691,672 - 8,116,747 - 22,154,341 - 305,271 166,268,031

(10,155,313) (1,047,600) (2,860,394) - (14,063,307)

125,536,359 7,069,147 19,293,947 305,271 152,204,724


76 (หน่วย : บาท) งบการเงินรวม ยอดคงเหลือสุทธิ ซื้อหรือได้มา จำหน่าย โอน ยอดคงเหลือสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 สิทธิในการใช้ท่อส่งก๊าซ 145,846,985 - 145,846,985 (10,155,313) 135,691,672 ค่าความช่วยเหลือทางเทคนิค 9,164,347 - 9,164,347 (1,047,600) 8,116,747 ค่าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 25,242,834 - 25,242,834 (3,088,493) 22,154,341 โปรแกรมสำเร็จรูป 305,271 - 305,271 - 305,271 รวม 180,559,437 180,559,437 (14,291,406) 166,268,031 ในปี พ.ศ. 2548 บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ทำหนังสือมอบโอนกรรมสิทธิ์ในระบบท่อส่งก๊าซ สำหรับรับก๊าซจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่เชื่อมต่อกับระบบท่อของ ปตท. ตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายก๊าซ โดยบริษัทย่อยยังคงมีสิทธิในการใช้ท่อส่งก๊าซดัง กล่าวตามระยะเวลาของสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีอายุ 21 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาออกไปได้อีก 4 ปี บริษัทย่อย ได้บันทึกสิทธิการใช้ท่อส่งก๊าซดังกล่าวในราคาทุนหลังหักค่าเสื่อมราคาสะสมจำนวนเงิน 192.95 ล้านบาท โดยแสดงไว้ ในบัญชี “สินทรัพย์ ไม่มีตัวตน” และตัดจำหน่ายโดยวิธีเส้นตรงตามอายุของสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติที่คงเหลือ 19 ปี บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ทำสัญญาช่วยเหลือทางเทคนิคกับบริษัทต่างประเทศแห่งหนึ่งในการผลิต สินค้า และมีการทำวิจัยและ พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อผลิตสุรากลั่น ซึ่งจะเริ่มตัดจำหน่ายเมื่อมีการผลิตสินค้าเป็นเวลา 10 ปี 16. เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกูย้ มื ระยะสัน้ จากสถาบันการเงิน เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกูย้ มื ระยะสัน้ จากสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย (หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ

อัตราดอกเบีย้ 2554 2553 2554 2553 เงินเบิกเกินบัญชี MOR 67,280 996,298 - เงินกู้ยืมระยะสั้น ตามที่สถาบันการเงินกำหนด 2,426,356,000 3,090,000,000 2,365,000,000 2,870,000,000 รวม 2,426,423,280 3,090,996,298 2,365,000,000 2,870,000,000 บริษทั ได้ทำสัญญากูเ้ บิกเงินเกินบัญชีกบั ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึง่ วงเงิน 20 ล้านบาท อัตราดอกเบีย้ ร้อยละ MOR ต่อปี และได้ทำ สัญญารับชำระหนีว้ งเงิน 340 ล้านบาท และไม่มกี ำหนดวงเงินกับสถาบันการเงินหลายแห่ง โดยการออกตัว๋ สัญญาใช้เงินและตัว๋ แลกเงิน บริษทั ย่อยสองแห่งได้ทำสัญญาเงินเบิกบัญชีกบั ธนาคารพาณิชย์วงเงินรวม 50 ล้านบาท และได้ทำสัญญาวงเงินกูย้ มื ระยะสัน้ วงเงิน 470 ล้านบาท เงินกู้ยืมดังกล่าวค้ำประกันร่วมกับเงินกู้ยืมระยะยาว โดยการจดจำนองที่ดินอาคารพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรและงานระหว่าง ก่อสร้างของบริษัทและบริษัทย่อย (ดูหมายเหตุ 21) บริษัทย่อยแห่งหนึ่งที่ดำเนินงานในประเทศจีนได้กู้ยืมเงินระยะสั้นกับสถาบันการเงินจำนวนเงิน 12 ล้านหยวน อัตราดอกเบี้ยตาม ที่รัฐบาลกำหนด + 10% ต่อปี ค้ำประกันโดยจดจำนองที่ดินของบริษัทย่อยอีกแห่งหนึ่งที่ดำเนินงานในประเทศจีน


77

17. เจ้าหนีก้ ารค้า เจ้าหนีก้ ารค้า ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ

2554 2553 เจ้าหนีก้ ารค้า - กิจการทีเ่ กีย่ วข้องกัน - - เจ้าหนีก้ ารค้า - กิจการอื่น 614,080,262 377,792,816 รวม 614,080,262 377,792,816

2554 7,326,186 38,171,459 45,497,645

2553 24,177,747 36,915,192 61,092,939

18. เงินกูย้ มื ระยะสัน้ ในปี พ.ศ. 2554 บริษทั ย่อยสองแห่งทีด่ ำเนินงานในประเทศจีนได้กยู้ มื เงินระยะสัน้ จากบุคคลอื่นและบริษทั อื่นหลายแห่งจำนวน เงินรวม 113.10 ล้านหยวน เทียบเท่า 578.27 ล้านบาท กำหนดชำระคืนภายในปี พ.ศ. 2555 เงินกูย้ มื ดังกล่าวไม่มดี อกเบีย้ และไม่มหี ลักทรัพย์คำ้ ประกัน 19. เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า บริษัทย่อยแห่งหนึ่งที่ดำเนินงานในประเทศจีนได้มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายอาคารสำนักงานในโครงการกับลูกค้ารายหนึ่ง มูลค่าตามสัญญา 43.80 ล้านหยวน โดยได้รับเงินแล้ว 20 ล้านหยวน ซึ่งบริษัทย่อยอยู่ในระหว่างแบ่งแยกเอกสารสิทธิ์จาก โครงการคอนโดและมีกำหนดโอนภายในปี พ.ศ. 2555 20. หนีส้ นิ อื่น หนีส้ นิ อื่น ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม

ค่าเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญ - เงินให้กยู้ มื ระยะสัน้ แก่บริษทั ย่อย 142,990,000 ค่าเผื่อการด้อยค่า - เงินลงทุนในบริษทั ย่อย 409,999,300 - รวม 552,989,300 -

2554

2553

21. เงินกูย้ มื ระยะยาว เงินกูย้ มื ระยะยาว ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ประกอบด้วย

เงินกูย้ มื ระยะยาว หัก เงินกูย้ มื ระยะยาวทีถ่ งึ กำหนด ชำระภายในหนึง่ ปี คงเหลือ

(หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

2554

2553

8,527,697,068 8,304,557,174 2,348,888,079 2,746,075,185 (1,086,392,449) (1,145,744,355) (232,160,449) (529,347,555) 7,441,304,619 7,158,812,819 2,116,727,630 2,216,727,630


78

21.1 บริษัท มีสัญญากู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศหลายแห่ง ดังนี้ 21.1.1 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 บริษัทได้ทำบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญากู้ยืมเงินกับ ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง โดยขอปลอดชำระคืนเงินต้นของงวดที่ขอเลื่อนชำระเป็นเวลา 1 ปี และ 1 ปี 9 เดือน โดยมีเงื่อนไขการชำระคืนใหม่ของวงเงินลำดับที่ 2-5 ดังนี้

ลำดับ วงเงิน อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน (ล้านบาท) (ต่อปี)

เงื่อนไขการชำระคืน

หลักประกัน

1

1,950 อัตราเงินฝากประจำสำหรับบุคคล ปลอดชำระคืนเงินต้นเป็นเวลา 12 เดือน ธรรมดา 12 เดือน + 2.50 และในปีที่ 2-5 ชำระคืนไม่น้อยกว่าไตรมาส ละ 80 ล้านบาท และในปีที่ 6-7 ชำระคืน ไม่น้อยกว่าไตรมาสละ 83.75 ล้านบาท เริ่มงวดแรกในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553 และชำระงวดสุดท้ายในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ซึง่ ในปี พ.ศ. 2554 บริษทั ได้ชำระ คืนเงินต้นก่อนกำหนดทั้งจำนวนแล้ว

จดจำนองที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในโครงการ และโอน สิทธิเรียกร้องเงิน ฝากของผู้กู้ที่มีกับ ธนาคารผู้ ให้กู้

2

400

ปีท่ี1-5 อัตราเงินฝากประจำบุคคล ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน งวดละไม่ จดจำนองที่ดิน ธรรมดา 12 เดือน + 2.50 และ น้อยกว่า 50 ล้านบาท เริ่มเดือนธันวาคม พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตัง้ แต่วนั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2555 และชำระงวดสุดท้ายในเดือน ในโครงการ เป็นต้นไป อัตรา เงินฝากประจำ มิถุนายน พ.ศ. 2558 12 เดือน + 3

3

500

ปีท่ี1-4 อัตราเงินฝากประจำบุคคล ธรรมดา 12 เดือน บวกด้วย 2.50 ต่อปี ปีท่ี 5 เป็นต้นไป อัตราดอกเบีย้ เงินฝากประจำบุคคลธรรมดา 12 เดือน บวกด้วย 3 ต่อปี

ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน งวดละไม่ จดจำนองที่ดินใน น้อยกว่า 20 ล้านบาท เริ่มเดือนธันวาคม โครงการของบริษทั พ.ศ. 2555 และชำระให้เสร็จสิน้ ภายในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2560

4

750

MLR – 1.5 ต่อปี

ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน งวดละไม่ น้อยกว่า 70 ล้านบาท เริม่ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2555 และชำระให้เสร็จสิ้น ภายในเดือน มีนาคม พ.ศ. 2563

โอนสิทธิเรียกร้อง การรับเงินปันผล ทัง้ หมดที่ได้จากหุน้ ของบริษัท อาร์พีดี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยบริษัทย่อยจะ ต้องไม่นำที่ดินใน โครงการไปทำนิติ กรรมใดๆ และหาก บริษทั ย่อยขายกิจ การโรงแรมต้องนำ เงินที่ ได้ชำระหนี้ ให้เสร็จสิ้น

5 300 อัตราเงินฝากประจำ 12 เดือน ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน ไม่น้อยกว่า จดจำนองทีด่ นิ และ สำหรับบุคคลธรรมดา + 3.5 45 ล้านบาท เริ่มเดือนตุลาคม พ.ศ. 2555 ใช้หลักประกันร่วม กับวงเงินสินเชื่อเดิม


79

21.1.2 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บริษัทได้ทำบันทึกเพิ่มเติมต่อท้ายสัญญาสินเชื่อ โดยพักชำระคืน ต้นเงินกู้เป็นเวลา 1 ปี โดยมีเงื่อนไขใหม่ดังนี้

ลำดับ วงเงิน อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน (ล้านบาท) (ต่อปี)

เงื่อนไขการชำระคืน

1

ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน งวด จดจำนองที่ดิน (บางส่วน) ละ ไม่น้อยกว่า 47.16 ล้านบาท และ ต้นทุนการพัฒนาทีด่ นิ และ งวด สุดท้ายชำระ 94.32 ล้านบาท ภายใน อสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุน 1 มีนาคม พ.ศ. 2560 บางส่วนและจำนำหุน้ สามัญของ บริษทั ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชัน่ จำกัด (มหาชน) ที่บริษัทถืออยู่ทั้งหมด

1,132

อัตราเงินฝากประจำ 6 เดือน + ร้อยละ 2.375 ต่อปี

หลักประกัน

21.2 บริษัทย่อยได้ทำสัญญากู้ยืมกับธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง ดังนี้ ลำดับ วงเงิน อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน (ล้านบาท) (ต่อปี)

เงื่อนไขการชำระคืน

หลักประกัน

1

4,344 MLR-1.5 และอัตรา MLR-1 ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป

กำหนดชำระคืนเงินต้นทุกงวด 6 เดือน ตามจำนวนเงินทีร่ ะบุในสัญญาเริม่ งวด แรกในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 และ ต้องชำระให้เสร็จสิ้น ภายในเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2561

จดจำนองทีด่ นิ อาคารโรงงาน และสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้ง เครื่องจักรและอุปกรณ์ของ บริษทั ย่อย โดยมีมลู ค่าสุทธิ ตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 จำนวน 9,510.67 ล้านบาท และค้ำประกันโดย เงินฝากสถาบันการเงินและ พั น ธบั ต รของบริ ษั ท ย่ อ ย จำนวน 1,446.49 ล้านบาท

2

2,001 MLR-1.5 และอัตรา MLR-1 ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป

กำหนดชำระคืนเงินต้นทุกงวด 6 เดือน ตามจำนวนเงินที่ระบุในสัญญา

จดจำนองทีด่ นิ อาคารโรงงานและสิง่ ปลูกสร้าง รวม ทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ ของบริษทั ย่อย โดยมีมลู ค่า สุทธิตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 จำนวน 9,510.67 ล้านบาท และค้ำ ประกันโดยเงินฝากสถาบัน การเงินและพันธบัตรของ บริษทั ย่อยจำนวน 1,446.49 ล้านบาท

3 3,600 MLR-1.5 และอัตรา MLR-1 กำหนดชำระคืนเงินต้นทุกงวด 6 เดือน ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป ตามจำนวนเงินที่ระบุในสัญญา


80 ลำดับ วงเงิน อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน (ล้านบาท) (ต่อปี)

เงื่อนไขการชำระคืน

หลักประกัน

4 306 ปีท่ี 1 - 3 อัตรา MLR-1.5 ต่อปี และ ปีท่ี 4 เป็นต้นไปอัตรา MLR -0.5 ต่อปี 5 94 ปีท่ี 1-3 อัตรา MLR - 1.5 ต่อปี และปีท่ี 4 เป็นต้นไป อัตรา MLR -0.5 ต่อปี 6 260 ปีท่ี 1-2 อัตรา MLR - 1.25 ต่อปี ปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตรา MLR -0.25 ต่อปี 7 300 MLR - 1.25 ต่อปี และตั้งแต่ เดือนที่ 25 เป็นต้นไป อัตรา MLR - 0.5 ต่อปี 8 600 อัตราเงินฝากประจำ 3 เดือน + ร้อยละ 1.80 ต่อปี 9 90 อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ล้านหยวน

ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน รวม 20 งวดงวดละ 15.30 ล้านบาท เริม่ งวดแรกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 และชำระงวดสุดท้ายในเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2554 ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน รวม 20 งวด งวดละ 4.7 ล้านบาท เริม่ งวด แรกในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 และ ชำระงวดสุดท้ายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน รวม 18 งวด 20 ล้านบาท เริม่ งวดแรกใน เดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 และชำระ งวดสุดท้ายในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 บริษัท ย่อยได้ทำสัญญากู้เงิน (ฉบับแก้ไข เพิ่มเติม) โดยเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข การชำระคืน เงินต้นทุกงวด 3 เดือน เริ่มงวดแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 ดังนี้ - งวดที่ 1-4 งวดละ 5 ล้านบาท - งวดที่ 5-8 งวดละ 27.50 ล้านบาท - งวดที่ 9-12 งวดละ 20 ล้านบาท - งวดที่ 13-16 งวดละ 22.50 ล้านบาท - งวดที่ 17 ชำระในส่วนทีเ่ หลือทัง้ หมด ชำระคืนเงินต้นทุกงวด 3 เดือน เริม่ งวดแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556 ดังนี้ - งวดที่ 1-8 งวดละ 10 ล้านบาท - งวดที่ 9-12 งวดละ 30 ล้านบาท - งวดที่ 13-20 งวดละ 32.50 ล้านบาท - งวดที่ 21 ชำระส่วนทีเ่ หลือทัง้ หมด ภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 กำหนดชำระคืนเงินต้นภายใน 28 เดือน นับแต่วันที่เบิกเงินกู้ ในแต่ละงวด

จดจำนองที่ดิน เครื่องจักร และระบบต่างๆ รวมทั้ง งานระหว่างก่อสร้างของ บริษัทย่อย โดยมีมูลค่า สินทรัพย์สทุ ธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 จำนวนเงิน 1,248.08 ล้านบาท และ 1,036.40 ล้านบาท ตามลำดับ

จดจำนองทีด่ นิ เครื่องจักร และระบบต่างๆ รวมทัง้ งาน ระหว่างก่อสร้างของบริษทั ย่อย โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ สุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 จำนวนเงิน 1,248.08 ล้านบาท และ 1,036.40 ล้านบาท ตามลำดับ จดจำนองทีด่ นิ ในโครงการ ของบริษัทย่อย


81 เงินกู้ยืมดังกล่าวมีข้อตกลงที่กำหนดในสัญญาเงินกู้ ว่าบริษัทต้องดำรงอัตราส่วนทางการเงินไว้ดังนี้ งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ อัตราส่วนหนีส้ นิ รวมต่อส่วนของผูถ้ อื หุน้ ซึง่ สถาบันการเงินผู้ ให้กยู้ นิ ยอมผ่อนผันเงื่อนไขดังกล่าว

ไม่เกิน 2.5 เท่า

ไม่เกิน 1.75 เท่า

22. หุ้นกู้ ตามรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี พ.ศ. 2554 เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554 มีมติให้ออก และเสนอขายหุ้นกู้จำนวนมูลค่าไม่เกิน 3,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับใช้ ในการดำเนินงาน รวมทั้งการขยายธุรกิจของบริษัท และ/หรือชำระคืนหนี้คงค้าง ซึ่งเป็นหุ้นกู้ทุกประเภท ชนิดระบุชื่อผู้ถือหรือไม่ ระบุชอื่ ผูถ้ อื มีประกันหรือไม่มปี ระกัน มีหรือไม่มผี แู้ ทน ผูถ้ อื หุน้ กู้ ทัง้ นีข้ น้ึ อยูก่ บั ความเหมาะสมของสภาวะตลาด ในขณะออกและเสนอขายหุ้นกู้ ในแต่ละครั้ง มูลค่ารวมของหุ้นกู้ของบริษัท (ตามมูลค่าที่ตราไว้) ที่เสนอขายใน แต่ละครั้ง เมื่อนับรวมกับมูลค่ารวมของหุ้นกู้ของบริษัท (ตามมูลค่าที่ตราไว้) ที่ยังมิได้ไถ่ถอนทั้งหมดทุกประเภท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 3,000 ล้านบาท มีอายุไม่เกิน 10 ปี โดยสามารถกำหนดให้มีการ ไถ่ถอนก่อนครบกำหนดอายุหรือไม่ก็ ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของหุ้นกู้ที่ออกในแต่ละครั้ง เพื่อเสนอขายภายใน ประเทศและ/หรือ ต่างประเทศ ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือ ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง และ/หรือ ผู้ลงทุน รายใหญ่ และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบันในต่างประเทศ ซึ่งอาจเสนอขายครั้ง เดียวเต็มจำนวนวงเงินหรือเสนอขายเป็นคราวๆ ไป อัตราดอกเบีย้ ขึน้ อยูก่ บั สภาวะตลาดในขณะทีอ่ อกและเสนอ ขายหุ้นกู้ ในแต่ละครั้ง บริษัทได้ออกหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือประเภทไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีหลักประกันจำนวนรวม 712,000 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000 บาท ในราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวม 712 ล้าน บาท โดยหุน้ กู้มีสาระสำคัญดังนี้

ครัง้ ที ่ วันทีอ่ อก

จำนวนหน่วย จำนวน อัตราดอกเบีย้ อายุหนุ้ กู ้ วันครบกำหนดไถ่ถอน (ล้านหน่วย) (ล้านบาท) (ร้อยละต่อปี)

1/2554 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 0.40 1/2554 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 0.21 1/2554 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 0.10 0.71

400 4.00% 212 4.35% 100 4.75% 712

3 ปี 5 ปี 7 ปี

13 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

หุ้นกู้ดังกล่าวมีขอ้ กำหนดการดำรงอัตราส่วนหนี้สินโดยไม่รวมถึงหนี้ในทางการค้าปกติ (Trade Payable- debt) ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินรวมในอัตราส่วนไม่เกินกว่า 2.75:1 (ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 อัตราส่วนหนีส้ ินต่อส่วนของเจ้าของตามงบการเงินรวมมีอัตราส่วน 1.94:1)


82 23. ภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงาน บริษัทและบริษัทย่อยมีโครงการผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรง งาน ซึ่งจัดเป็นโครงการผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ที่ไม่ได้จัดให้มีกองทุน การเปลี่ยนแปลงในมูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันตามโครงการผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 มีดังนี้ (หน่วย : บาท)

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ

2554 2553 2554 2553 ยอดยกมาของภาระผูกพันตามโครงการ ผลประโยชน์ทก่ี ำหนดไว้ - - - บวก ปรับปรุงเนื่องจากการเปลีย่ นแปลง นโยบายการบัญชี (ดูหมายเหตุขอ้ 3.3) 18,328,222 - 7,328,368 - ยอดยกมาของภาระผูกพันตามโครงการ ผลประโยชน์ทก่ี ำหนดไว้-หลังปรับปรุง 18,328,222 - 7,328,368 ผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงาน เพิม่ ในระหว่างงวด 2,472,189 - 764,811 - ยอดยกไปของภาระผูกพันตามโครงการ ผลประโยชน์ทก่ี ำหนดไว้ 20,800,411 - 8,093,179 - ข้อสมมติฐานหลักในการประมาณการตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่ใช้ ในการคำนวณภาระผูกพันภายใต้ โครงการผลประโยชน์ที่กำหนดไว้สำหรับงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ มีดังนี้

ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

ข้อสมมติฐานทางการเงิน อัตราคิดลด การเพิม่ ขึน้ ของเงินเดือนในอนาคต อัตราการลาออก อายุเกษียณ

3.96% 5% 5% 60 ปี

5% 5% 5% 60 ปี

24. ทุนเรือนหุน้ 24.1 กระทบยอดทุนทีอ่ อกและเรียกชำระแล้ว จำนวนหุน้ ทุนชำระแล้ว ส่วนเกินมูลค่าหุน้ วันทีจ่ ดทะเบียนกับ (หุน้ ) (บาท) (บาท) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 968,738,574 968,738,574 1,418,865,940 การใช้สทิ ธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิซอ้ื หุน้ สามัญ - ROJNA - W2 ครัง้ ที่ 6 169,293,145 169,293,145 507,879,435 8 มีนาคม พ.ศ. 2554 - ROJNA - W2 ครัง้ ที่ 7 21,078,184 21,078,184 63,234,552 6 มิถนุ ายน พ.ศ. 2554 - ROJNA - W2 ครัง้ ที่ 8 618,624 618,624 1,443,865 5 กันยายน พ.ศ. 2554 - ROJNA - W2 ครัง้ ที่ 9 99,174 99,174 231,471 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 1,159,827,701 1,159,827,701 1,991,655,263


83

24.2 ตามรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี พ.ศ. 2554 เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554 และ รายงานการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 4/2554 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 มีมติให้เพิ่มทุนจด ทะเบียนจากเดิม 1,196.22 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 1,196,217,508 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท) เป็น 1,594.96 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 1,594,956,678 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท) เพื่อรองรับการใช้สิทธิ ตามใบสำคัญแสดงสิทธิทจ่ี ะซือ้ หุน้ สามัญครัง้ ที่ 3 ซึง่ บริษทั ได้จดทะเบียนเพิม่ ทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

24.3 การจัดการส่วนทุน วัตถุประสงค์ของบริษัทและบริษัทย่อยในการบริหารทุนของบริษัทและบริษัทย่อยนั้นเพื่อดำรงไว้ซึ่ง ความสามารถในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของบริษทั และบริษทั ย่อย เพื่อสร้างผลตอบแทนต่อ ผูถ้ อื หุน้ และเป็นประโยชน์ตอ่ ผูท้ ม่ี สี ว่ นได้เสียอื่นและเพื่อดำรงไว้ซง่ึ โครงสร้างของทุนทีเ่ หมาะสมเพื่อลดต้นทุนทาง การเงินของทุนในการดำรงไว้หรือปรับโครงสร้างของทุน บริษัทและบริษัทย่อยอาจปรับนโยบายการจ่าย เงินปันผล ให้กับผู้ถือหุ้น การคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น การออกหุ้นใหม่ หรือการขายทรัพย์สินเพื่อลดภาระหนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 งบการเงินรวมแสดงอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของเจ้าของเป็น 3.11:1 (งบการเงินเฉพาะกิจการ : อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของเจ้าของเป็น 2.0:1)

25. ใบสำคัญแสดงสิทธิ 25.1 ใบสำคัญแสดงสิทธิทจ่ี ะซือ้ หุน้ สามัญของบริษทั ในระหว่างปีมกี ารเปลีย่ นแปลง ดังนี้ จำนวนใบสำคัญ จำนวนใบสำคัญ จำนวนใบสำคัญ จำนวนใบสำคัญ แสดงสิทธิคงเหลือ แสดงสิทธิ แสดงสิทธิ แสดงสิทธิคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ทอ่ี อกใน ที่ใช้สทิ ธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ระหว่างปี ในระหว่างปี พ.ศ. 2554 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ROJNA – W2 227,475,075 - (190,969,586) 36,505,489 ROJNA – W3 - 386,369,385 - 386,369,385 รวม 227,475,075 386,369,385 (190,969,586) 422,874,874

25.2 ตามรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี พ.ศ. 2554 เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554 และ รายงานการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 4/2554 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 มีมติให้ออกใบ สำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 3 โดยมีรายละเอียดดังนี้ ใบสำคัญ เสนอขายให้แก่ วันทีอ่ อก แสดงสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิ ROJNA - W3 ผูถ้ อื หุน้ เดิม

จำนวนใบสำคัญ อายุใบสำคัญ อัตราส่วน แสดงสิทธิทอ่ี อก แสดงสิทธิ การให้สทิ ธิ

ภายใน 1 ปี นับแต่วนั ที ่ 386,369,385 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

5 ปี

ราคาใช้สทิ ธิ

3 หุน้ สามัญ : 1 หน่วย หุน้ ละ 4 บาท

ใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าว จะทำการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 386,369,385 หน่วย กำหนดให้ ใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมของแต่ละ ปี และการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายจะใช้ ในวันที่ใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุครบ 5 ปี (ทั้งนี้ ใช้สิทธิครั้งแรก ได้ ในวันทำการสุดท้ายของเดือนธันวาคม พ.ศ. 2554)


84

26. ทุนสำรองตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 บริษัทจะต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุน สำรองตามกฎหมายไม่นอ้ ยกว่าร้อยละห้าของกำไรสุทธิประจำปีหลังหักด้วยยอดขาดทุนสะสมยกมา(ถ้ามี) จนกว่า ทุนสำรองนีจ้ ะมีจำนวนไม่นอ้ ยกว่าร้อยละสิบของทุนจดทะเบียน ทุนสำรองตามกฎหมายนี้ จะไม่สามารถนำไปจ่าย เงินปันผลได้ 27. เงินปันผลจ่าย บริษทั ใหญ่ ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทประจำปี พ.ศ. 2554 เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554 มีมติให้จ่าย เงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท เป็นจำนวนเงิน 455.21 ล้านบาท และตามมติที่ประชุมคณะ กรรมการครั้งที่ 5/2554 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554 มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นใน อัตราหุ้นละ 0.20 บาท เป็นจำนวนเงิน 231.82 ล้านบาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 687.03 ล้านบาท ซึ่ง บริษัทได้จ่ายเงินปันผลแล้วในไตรมาส 2 และ 3 ปี 2554 ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทประจำปี พ.ศ. 2553 เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553 มีมติให้จ่าย เงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท เป็นจำนวนเงิน 284.83 ล้านบาท และตามมติที่ประชุมคณะ กรรมการครั้งที่ 9/2553 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553 มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นใน อัตราหุ้นละ 0.30 บาท เป็นจำนวนเงิน 284.83 ล้านบาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 569.66 ล้านบาท ซึ่ง บริษัทได้จ่ายเงินปันผลแล้วในไตรมาส 2 และ 3 ปี พ.ศ. 2553 บริษทั ย่อย บริษทั โรจนะอินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทประจำปี พ.ศ. 2553 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553 มีมติให้จ่าย เงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 11.76 บาท เป็นจำนวนเงิน 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลแล้ว ในไตรมาส 1 ปี พ.ศ. 2553 บริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด ตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2553 ของบริษัทเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 มีมติให้จ่าย เงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.83 บาท เป็นจำนวนเงิน 200 ล้านบาท บริษัทได้จ่ายเงินปันผลแล้วใน เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 28. ค่าใช้จา่ ยตามลักษณะ ค่าใช้จ่ายตามลักษณะ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 ที่เกิดจากค่าใช้จ่ายที่สำคัญ มีดงั นี้ (หน่วย : บาท)

การเปลีย่ นแปลงในสินค้าสำเร็จรูป และงานระหว่างทำ วัตถุดบิ และวัสดุสน้ิ เปลืองใช้ไป ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ค่าบริหารจัดการโรงไฟฟ้า ค่าใช้จา่ ยพนักงาน ค่าตอบแทนผูบ้ ริหาร

งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554

2553

21,049,525 2,899,648,737 615,396,449 14,063,307 102,812,400 227,857,050 35,424,453

29,286,163 3,351,922,152 544,070,186 14,291,406 98,788,000 115,478,715 33,041,077

2554 - - 44,447,120 - - 26,474,535 12,246,931

2553 54,506,873 30,139,078 11,711,155


85 29. ขาดทุนจากน้ำท่วม ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 เกิดอุทกภัยอย่างร้ายแรงในประเทศไทย น้ำได้เข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานประกอบการบางส่วนของบริษัทและโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าและโรง จำหน่ายน้ำและบริการบำบัดน้ำเสียของบริษัทย่อยอีกสองแห่ง เป็นเหตุให้อะไหล่และอาคารและอุปกรณ์ของ บริษัทและบริษัทย่อยได้รับความเสียหาย รวมทั้งการดำเนินงานได้หยุดชะงักลง ซึ่งได้บันทึกในงบการเงินดังนี้ 29.1 บริษัทและบริษัทย่อยแห่งหนึ่งมีค่าใช้จ่ายต่างๆในการดำเนินการเพื่อป้องกัน ฟื้นฟูและซ่อมแซมสินทรัพย์ ภายหลังน้ำท่วม โดยได้เรียกเงินชดเชยจากบริษทั ประกันภัยแล้ว ซึง่ ภายหลังรอบระยะเวลารายงานบริษทั และบริษทั ย่อยได้รบั หนังสือยืนยันเงินชดเชยทีจ่ ะได้รบั จากบริษทั ประกันภัยแล้ว โดยแสดงไว้ ในบัญชีราย ได้คา้ งรับประกันภัยเป็นจำนวนเงิน 55.19 ล้านบาทและ 45.49 ล้านบาท ตามลำดับ บริษทั และบริษทั ย่อย ได้บนั ทึกขาดทุนจากน้ำท่วมในงบกำไรขาดทุน ดังนี้ (หน่วย : บาท) งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ ตัดจำหน่ายสินทรัพย์เสียหาย (ดูหมายเหตุ 14) 30,032,222 อะไหล่ชำรุดและต้องซ่อมแซม (ดูหมายเหตุ 29.2) 52,042,071 เครื่องจักรทีต่ อ้ งซ่อมแซม (ดูหมายเหตุ 29.2) 899,955,506 ค่าใช้จา่ ยในการป้องกัน ซ่อมแซมและฟืน้ ฟูหลังน้ำท่วม 84,281,923 56,386,782 รวมความเสียหายทีเ่ กิดขึน้ 1,066,311,722 56,386,782 เงินชดเชยทีจ่ ะได้รบั จากบริษทั ประกันภัย (100,680,895) (55,192,325) ขาดทุนจากน้ำท่วม-สุทธิ 965,630,827 1,194,457

29.2 บริษัทย่อยแห่งหนึ่งที่ประกอบธุรกิจโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้อะไหล่ และเครื่องจักรเสียหาย โดยฝ่ายบริหารได้ประมาณความเสียหายทีเ่ กิดขึน้ เป็นจำนวนเงิน 3,362 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับชดเชยจากบริษัทประกันภัยเป็นจำนวนเงิน 2,462 ล้านบาท บริษัทย่อยต้องซ่อมแซม และเปลี่ยนแทนอะไหล่และเครื่องจักร จึงได้บันทึกค่าเผื่ออะไหล่เสียหายเป็นจำนวนเงิน 52.04 ล้านบาท และบันทึกค่าเผื่อการด้อยค่าของเครื่องจักรเป็นจำนวนเงิน 899.96 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทย่อยได้รับเงิน ชดเชยจากบริษัทประกันภัยงวดแรกเป็นจำนวนเงิน 1,030.12 ล้านบาท โดยแสดงรายการไว้ ในบัญชีเงิน รับล่วงหน้าจากบริษัทประกันภัย

30. ภาษีเงินได้ บริษัทและบริษัทย่อยสองแห่งได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนหลายฉบับ ซึ่งอยู่ในระหว่างการใช้สิทธิยกเว้นภาษี เงินได้นิติบุคคลบางฉบับ แต่ทั้งนี้บริษัทย่อยแห่งหนึ่งมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานบางส่วนของกิจการที่สิ้นสุด ระยะเวลาการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและบวกกลับด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่อนุญาตให้ถือเป็นราย จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร จึงมีภาษีเงินได้ ในงบกำไรขาดทุนรวม


86

31. กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้น กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นขั้นพื้นฐานคำนวณโดยการหารกำไร(ขาดทุน)สุทธิประจำปีของแต่ละปี ด้วยจำนวนหุ้น สามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกระหว่างปีของแต่ละปี ดังนี้ (หน่วย : บาท) งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม กำไร(ขาดทุน)สุทธิ (บาท) จำนวนหุน้ สามัญถัวเฉลีย่ ถ่วงน้ำหนัก(หุน้ ) กำไร(ขาดทุน)ต่อหุน้ ขัน้ พืน้ ฐาน ผลกระทบของหุน้ สามัญเทียบเท่า ปรับลด จำนวนหุน้ สามัญปรับลด(หุน้ ) กำไร(ขาดทุน)ต่อหุน้ ปรับลด

2554

2553

2554

2553

(837,855,210) 666,227,876 (176,758,893) 433,518,258 1,119,696,020 943,885,174 1,119,696,020 943,885,174 (0.75) 0.71 (0.16) 0.46 1,367,590,982 1,081,979,080 1,367,590,982 1,081,979,080 (0.61) 0.62 (0.13) 0.40

ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บริษัทมีใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant 2) คงเหลือจำนวน 36,505,489 หน่วย ซึ่งมีราคาการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเท่ากับ 3.334 บาท ในอัตราส่วน 1.19982 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นสามัญ และ Warrant 3 คงเหลือ 386,369,385 หน่วย ซึ่งมีราคาใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเท่ากับ 4 บาท ในอัตราส่วน 1 ใบสำคัญ แสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญ ในการคำนวณกำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นปรับลดคำนวณโดยสมมติว่ามีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ โดยผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธินั้น มูลค่ายุติธรรมของหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยที่ใช้ ในการคำนวณกำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นปรับลด เท่ากับ 9.28 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 บริษัทมีใบสำคัญแสดงสิทธิคงเหลือจำนวน 227,475,075 หน่วย ซึ่งมีราคา การใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเท่ากับ 4 บาท ในอัตราส่วน 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ในการคำนวณกำไร (ขาดทุน)ต่อหุ้นปรับลดคำนวณโดยสมมติว่ามีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญโดยผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธินั้น มูลค่ายุติธรรม ของหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยที่ใช้ ในการคำนวณกำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นปรับลดเท่ากับ 10.18 บาท 32. ข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินกิจการในส่วนงานหลักคือส่วนงานอสังหาริมทรัพย์ ส่วนงานโรงผลิตไฟฟ้า ส่วนงานโรงงานผลิตน้ำ ส่วนงานผลิตเอธิลแอลกอฮอลล์และส่วนงานบริการตกแต่งภายในและดำเนินธุรกิจทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ ข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงานของบริษัทและบริษัทย่อย สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 มีดังนี้ ส่วนงานทางธุรกิจ (หน่วย : บาท) สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 อสังหาริมทรัพย์ โรงงานผลิตไฟฟ้า โรงงานผลิตน้ำ โรงงานผลิต บริการตกแต่ง รวม เอธิลแอลกอฮอลล์ ภายใน

รายได้ 2,190,371,436 4,000,605,696 51,877,933 84,842,403 - 6,327,697,468 ผลการดำเนินงาน ตามส่วนงาน 987,015,753 360,659,695 36,032,024 33,686,961 - 1,417,394,433 รายได้อนื่ 12,974,229 ส่วนแบ่งกำไรจากเงิน ลงทุนในบริษทั ร่วม 120,107,957 ต้นทุนที่ไม่สามารถปันส่วนได้ (2,929,429,331) ส่วนของผูถ้ อื หุน้ ส่วนน้อย 541,097,502 ขาดทุนสุทธิ (837,855,210) สินทรัพย์ดำเนินงาน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554) 13,212,180,867 10,813,038,440 1,292,865,530 633,428,947 168,942 25,951,682,726


ส่วนงานทางธุรกิจ

87 (หน่วย : บาท)

สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 อสังหาริมทรัพย์ โรงงานผลิตไฟฟ้า โรงงานผลิตน้ำ โรงงานผลิต บริการตกแต่ง รวม เอธิลแอลกอฮอลล์ ภายใน

รายได้ 3,278,163,939 4,822,109,986 53,374,114 27,054,574 - 8,180,702,613 ผลการดำเนินงาน ตามส่วนงาน 1,083,959,243 711,239,172 41,630,744 7,187,950 - 1,844,017,109 รายได้อนื่ 24,332,510 กำไรจากอัตราแลกเปลีย่ น 21,002,409 ส่วนแบ่งกำไรจากเงิน ลงทุนในบริษทั ร่วม 191,185,327 ต้นทุนที่ไม่สามารถปันส่วนได้ (1,202,738,194) ส่วนของผูถ้ อื หุน้ ส่วนน้อย (211,571,285) กำไรสุทธิ 666,227,876 สินทรัพย์ดำเนินงาน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553) 12,250,078,417 9,344,767,434 1,006,290,848 578,946,094 1,717,250 23,181,800,043

ส่วนงานทางภูมศิ าสตร์

(หน่วย : บาท)

สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ พ.ศ.2553 ส่วนงานในประเทศไทย ส่วนงานในต่างประเทศ รวม 2554 2553 2554 2553 2554

2553

รายได้สทุ ธิ 5,322,592,140 6,096,513,878 1,005,105,328 2,084,188,735 6,327,697,468 8,180,702,613 ผลการดำเนินงาน ตามส่วนงาน 1,031,651,411 1,233,783,836 385,743,022 610,233,273 1,417,394,433 1,844,017,109 ทีด่ นิ อาคารและ อุปกรณ์ – สุทธิ 10,833,332,324 10,246,087,676 1,255,716,256 11,200,023 12,089,048,580 10,257,287,699

บริษทั และบริษทั ย่อยใช้เกณฑ์ ในการกำหนดราคาระหว่างตามทีก่ ล่าวไว้ ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 35.6 33. สิทธิประโยชน์ที่ ได้รับจากการส่งเสริมการลงทุน บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์บางประการในฐานะผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการ ลงทุน พ.ศ. 2520 ซึ่งรวมถึงการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิเป็นเวลา 7 ปี นับแต่วันที่เริ่มมี รายได้จากการประกอบกิจการของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมของนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโครงการในเขตจังหวัดระยองของบริษัทยังอยู่ในระยะที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน บริษัทต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ต่างๆ ที่กำหนดไว้ ในบัตรส่งเสริม บริษัทย่อยสองแห่งได้รับสิทธิประโยชน์บางประการในฐานะผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ซึ่งรวมถึงการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิเป็นเวลา 8 ปี นับ แต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ ทั้งนี้บริษัทต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้ ในบัตรส่งเสริม 34. การรายงานรายได้สำหรับผู้ ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ ป.14/2541 เรื่องกำหนดวิธีการรายงานรายได้ สำหรับผู้ได้รับการส่งเสริม ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2541 โดยให้บริษัทแสดงยอดรายได้แยกเป็นส่วนที่ได้รับ การส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริม บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและรายได้อื่นที่เป็นส่วนที่ได้รับการส่งเสริม และไม่ได้รับการส่งเสริมดังนี้


88

(หน่วย : บาท) งบการเงินรวม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ธุรกิจที่ ได้รับ ธุรกิจที่ ไม่ได้รับ รวม การส่งเสริม การส่งเสริม รายได้ รายได้จากการขายที่ดิน 541,868,200 225,494,000 767,362,200 รายได้จากการขายอาคารชุด - 833,241,673 833,241,673 รายได้จากการขาย 2,435,112,618 1,650,335,481 4,085,448,099 รายได้ค่าบริการ 67,805,091 321,972,186 389,777,277 รายได้ค่าเช่า - 251,868,219 251,868,219 รายได้ดอกเบี้ย 20,000 10,099,136 10,119,136 รายได้อื่น 860 2,854,233 2,855,093 รวมรายได้ 3,044,806,769 3,295,864,928 6,340,671,697 (หน่วย : บาท) งบการเงินรวม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ธุรกิจที่ ได้รับ ธุรกิจที่ ไม่ได้รับ รวม การส่งเสริม การส่งเสริม รายได้ รายได้จากการขายที่ดิน 581,200,125 105,073,500 686,273,625 รายได้จากการขายอาคารชุด - 2,159,693,735 2,159,693,735 รายได้จากการขาย 3,007,011,509 1,842,153,051 4,849,164,560 รายได้ค่าบริการ 27,476,526 405,857,750 433,334,276 รายได้ค่าเช่า - 52,236,417 52,236,417 กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 10,146,272 10,856,137 21,002,409 รายได้ดอกเบี้ย 20,000 7,795,508 7,815,508 รายได้อื่น - 16,517,002 16,517,002 รวมรายได้ 3,625,854,432 4,600,183,100 8,226,037,532 รายได้ รายได้จากการขายที่ดิน รายได้ค่าบริการ รายได้ค่าเช่า รายได้ดอกเบี้ย รายได้อื่น เงินปันผลรับ รวมรายได้

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ธุรกิจที่ ได้รับ ธุรกิจที่ ไม่ได้รับ รวม การส่งเสริม การส่งเสริม 680,300,200 225,494,000 905,794,200 17,888,967 350,194,007 368,082,974 - 61,239,124 61,239,124 - 107,373,255 107,373,255 860 2,505,222 2,506,082 - 205,334,006 205,334,006 698,190,027 952,139,614 1,650,329,641


89

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ธุรกิจที่ ได้รับ ธุรกิจที่ ไม่ได้รับ รวม การส่งเสริม การส่งเสริม รายได้ รายได้จากการขายที่ดิน 662,136,125 105,073,500 767,209,625 รายได้ค่าบริการ 27,476,526 405,358,515 432,835,041 รายได้ค่าเช่า - 69,112,410 69,112,410 รายได้ดอกเบี้ย - 55,659,277 55,659,277 รายได้อื่น - 8,744,733 8,744,733 เงินปันผลรับ - 381,393,914 381,393,914 รวมรายได้ 689,612,651 1,025,342,349 1,714,955,000

35. รายการบัญชีกับบุคคลและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 35.1 เงินลงทุ นในบริษัทร่วม

ชื่อบริษทั

ประเภทกิจการ

(หน่วย : บาท) งบการเงินรวม ทุนชำระแล้ว สัดส่วนเงิน มูลค่าเงินลงทุน ส่วนแบ่งกำไรจากเงิน (ล้านบาท) ลงทุน (%) วิธสี ว่ นได้เสีย ลงทุนในบริษทั ร่วม ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553

บริษทั ร่วม บริษทั ไทคอน อินดัสเทรียล พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คอนเน็คชัน่ จำกัด (มหาชน) โดยการสร้างโรงงาน 781 ให้เช่า/ขาย บริษทั ออปอเรชัน่ นอล ให้บริการบำรุงรักษา เอ็นเนอร์ย่ี กรุป๊ จำกัด การจัดการและดำเนิน 30 งานโรงไฟฟ้า รวม

686.34

21.35

20.79 1,811,806,677 1,716,829,568 103,374,690 168,899,437

30

25

25

91,090,607 79,607,340 16,733,267 22,285,890 1,902,897,284 1,796,436,908 120,107,957 191,185,327

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ ทุนชำระแล้ว สัดส่วนเงิน มูลค่าเงินลงทุน ส่วนแบ่งกำไรจากเงิน (ล้านบาท) ลงทุน (%) วิธสี ว่ นได้เสีย ลงทุนในบริษทั ร่วม ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่

31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553

ชื่อบริษทั

ประเภทกิจการ

บริษทั ร่วม บริษทั ไทคอน อินดัสเทรียล พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คอนเน็คชัน่ จำกัด (มหาชน) โดยการสร้างโรงงาน 781 ให้เช่า/ขาย บริษทั ออปอเรชัน่ นอล ให้บริการบำรุงรักษา เอ็นเนอร์ย่ี กรุป๊ จำกัด การจัดการและดำเนิน 30 งานโรงไฟฟ้า รวม

686.34

21.35

20.79 1,305,539,463 1,716,829,568 103,374,690 168,899,437

30

25

25

24,071,000 79,607,340 16,733,267 22,285,890 1,329,610,463 1,139,999,447 205,334,006 119,393,914


90

ในปี พ.ศ. 2554 บริษัทได้นำใบสำคัญแสดงสิทธิ (TICON-W4) ไปใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 24.06 ล้านหุ้น ในอัตราหุ้นละ 7.908 บาท เป็นจำนวนเงิน 190.24 ล้านบาท ทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้น บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ได้มีผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่ จะซือ้ หุน้ สามัญ (TICON-W2 และ TICON-W4) มาใช้สทิ ธิซอ้ื หุน้ สามัญ รวมทัง้ มีการออกหุน้ เพิม่ ทุนให้แก่บคุ คล เป็นการเฉพาะเจาะจง มีผลทำให้สดั ส่วนการถือหุน้ ในบริษทั ร่วมเปลีย่ นแปลงไป ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 บริษัทได้คำนวณผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าวใหม่ โดยบันทึกมูลค่าเงิน ลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น และได้แสดงบัญชี “ส่วนเกินทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทร่วม” ในองค์ประกอบอื่นของส่วนของเจ้าของรวมจำนวนเงิน 191.15 ล้านบาท และ 189.70 ล้านบาท ตามลำดับ 35. รายการบัญชีกับบุคคลและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 35.1 เงินลงทุนในบริ ษัทร่วม

ชื่อบริษทั

ทุนชำระแล้ว (ล้านบาท) ณ วันที ่ ณ วันที ่ 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553

สัดส่วนเงิน ลงทุน (%) วิธรี าคาทุน เงินปันผลรับ ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ ณ วันที ่ สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553

2,700 170 400 410

41 90 100 100

บริษทั ย่อย บริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด บริษทั โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด บริษทั โรจนะ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด บริษทั โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด บริษทั เคพีดี พร็อพเพอร์ต้ี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษทั โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด รวม หัก ค่าเผื่อการด้อยค่า สุทธิ

(หน่วย : บาท)

งบการเงินเฉพาะกิจการ

2,450 170 400 410

25 ล้านเหรียญ 25 ล้านเหรียญ 100 สหรัฐ สหรัฐ 200.64 1 70

41 1,160,764,465 1,037,764,465 - 90 152,999,930 152,999,930 - 100 399,999,300 399,999,300 - 100 409,999,300 409,999,300 -

82,000,000 180,000,000 -

100 823,950,000 823,950,000 - 100 140,448,000 1,000,000 - - 3,088,160,995 2,825,712,995 - 262,000,000 (409,999,300) - 2,678,161,695 2,825,712,995

ตามมติทป่ี ระชุมใหญ่สามัญผูถ้ อื หุน้ ของบริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด ประจำปี พ.ศ. 2554 เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554 มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 2,400 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 240,000,000 หุ้น มูลค่า หุ้นละ 10 บาท) เป็น 2,800 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 280,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) โดยเรียก ชำระค่าหุน้ ทีเ่ พิม่ ทุนเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุน้ สามัญ 40,000,000 หุน้ มูลค่าหุน้ ละ 2.50 บาท) บริษัทย่อยได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 และเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บริษัทย่อยได้เรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มเติมอีกหุ้นละ 5 บาท เป็น จำนวนเงิน 200 ล้านบาท โดยบริษัทได้ ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วนร้อยละ 41 เท่าเดิม ตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด ครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554 มีมติให้เพิม่ ทุนจดทะเบียนจากเดิม 1 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุน้ สามัญ 100,000 หุน้ มูลค่าหุน้ ละ 10 บาท) เป็น 714 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 71,400,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) โดยเรียกชำระค่าหุ้นที่เพิ่มทุน เป็นจำนวนเงิน 199.64 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 71,300,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 2.80 บาท) บริษัทย่อยได้ จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์แล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554 การเพิ่มทุนของบริษัทย่อยดังกล่าว บริษัทได้ ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญบางส่วนเป็นจำนวนเงิน 139.45 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีอัตราการถือหุ้นร้อยละ 70 ในปี พ.ศ. 2554 บริษัทได้บันทึกค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัท โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด จำนวน เงินรวม 410 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ทำสัญญาจะขายกิจการในบริษัทย่อยให้บริษัทแห่งหนึ่งในมูลค่ารวม 400 ล้านบาท (ดูหมายเหตุ 40.1) โดยฝ่ายบริหารกำหนดราคาขายจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆในเชิงพาณิชย์


91

ตามมติทป่ี ระชุมวิสามัญผูถ้ อื หุน้ ครัง้ ที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553 ของบริษทั โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด มีมติให้เพิม่ ทุนจดทะเบียนจากเดิม 200 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุน้ สามัญ 2,000,000 หุน้ มูลค่าหุน้ ละ 100 บาท) เป็น 410 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 4,100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท) ซึ่งได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกรม พัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์แล้ว เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553 การเพิม่ ทุนดังกล่าว บริษทั ได้ ใช้สทิ ธิ ซื้อหุ้นทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน 210 ล้านบาท ทำให้มีอัตราการถือหุ้นร้อยละ 100 เท่าเดิม ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 บริษัท โรจนะเพาเวอร์ จำกัด ได้เรียกชำระค่าหุ้นอีกร้อยละ 50 เป็นจำนวนเงิน 250 ล้านบาท (หุ้นสามัญ 50,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 5 บาท) บริษัทได้ชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนเป็นจำนวนเงิน 102.50 ล้านบาท และตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 มีมติให้เพิม่ ทุนจดทะเบียนจากเดิม 2,100 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุน้ สามัญ 210,000,000 หุน้ มูลค่าหุน้ ละ 10.00 บาท) เป็น 2,400 ล้านบาท (แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 240,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10.00 บาท) ซึ่งได้จดทะเบียนเพิ่มทุน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ เสร็จสิน้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553 และได้ชำระค่าหุน้ เพิม่ ทุน เป็นจำนวนเงิน 123 ล้านบาท ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด ประจำปี พ.ศ. 2553 เมื่อ วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553 มีมติให้จ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 11.76 บาท เป็นจำนวนเงิน 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทย่อยได้จ่ายเงินปันผลแล้วในไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2553

35.3 เงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บุคคลและกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 35.3.1 บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ทดรองจ่ายให้กรรมการท่านหนึ่ง ดังนี้ งบการเงินรวม ยอดคงเหลือ การเคลื่อนไหวในระหว่างงวด ณ วันที่ เพิม่ ขึน้ ลดลง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 บุคคลทีเ่ กีย่ วข้องกัน นายดิเรก วนิชบุตร (กรรมการ) - 40,000,000 -

35.3.2 บริษัทได้ ให้บริษัทย่อยกู้ยืมเงิน ดังนี้

(หน่วย : บาท) ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 40,000,000

อัตราดอกเบีย้

-

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ ยอดคงเหลือ การเคลื่อนไหวในระหว่างงวด ยอดคงเหลือ อัตราดอกเบีย้ ณ วันที่ เพิม่ ขึน้ ลดลง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2554 บริษทั ย่อย บริษทั โรจนะ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด 1,268,064,000 230,300,000 - 1,498,364,000 ตามต้นทุนทางการเงิน บริษทั โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด 409,360,000 129,030,000 - 538,390,000 ตามต้นทุนทางการเงิน บริษทั โรจนะ อินดัสเตรียล แมแนจเม้นท์ จำกัด - 17,000,000 (17,000,000) - บริษทั โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด 6,200,000 1,700,000 (7,900,000) - ตามต้นทุนทางการเงิน รวม 1,683,624,000 378,030,000 (24,900,000) 2,036,754,000 หัก ค่าเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญ - (142,990,000) สุทธิ 1,683,624,000 1,893,764,000


92

35.4 เจ้าหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ทำสัญญาเป็นผู้ ใช้บริการบำรุงรักษาเครื่องจักรดังกล่าวกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันที่ ดำเนินงานในต่างประเทศแห่งหนึง่ รวม 4 สัญญา เป็นจำนวนเงินรวม 6.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงื่อนไข การชำระเงินค่าบริการทุกงวด 6 เดือน รวม 5 งวด ของแต่ละสัญญา

35.5 เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้กู้ยืมเงินระยะสั้นจากกรรมการท่านหนึ่ง โดยไม่มีการทำสัญญาและไม่มีกำหนด ชำระคืน ดังนี้

งบการเงินรวม ยอดคงเหลือ การเคลื่อนไหวในระหว่างงวด ณ วันที่ เพิม่ ขึน้ ลดลง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 กรรมการ นายดิเรก วินิชบุตร - 40,131,000 (40,131,000)

ยอดคงเหลือ ณ วันที ่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 -

(หน่วย : บาท)

อัตราดอกเบีย้ ร้อยละ

4 ต่อปี

35.6 รายการบัญชีกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน สินทรัพย์ หนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของบริษัทเกิดขึ้นจากรายการกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน กิจการเหล่านี้เกี่ยวข้องกัน โดยมีผู้ถือหุ้นและ/หรือกรรมการร่วมกัน รายการบัญชีและยอดคงเหลือกับ กิจการที่เกี่ยวข้องกันที่มีนัยสำคัญ มีดังนี้

ยอดคงเหลือ บริษทั ย่อย บริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ มีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) ลูกหนีก้ ารค้า ค่างวดทีย่ งั ไม่รบั รูร้ ายได้ บริษทั โรจนะ อินดัสเตรียลแมเนจเมนท์ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ มีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) เจ้าหนีก้ ารค้า หนีส้ นิ อื่น-เงินมัดจำรับ บริษทั ร่วม บริษทั ออปอเรชัน่ นอล เอ็นเนอร์ย่ี กรุป๊ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ มีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) ค่าบริการค้างจ่าย ค่าใช้จา่ ยค้างจ่าย บริษทั ทีเ่ กีย่ วข้องกัน บริษทั สึมกี นั บุสสัน คอร์ปอเรชัน่ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ ) ค่านายหน้าจ่ายล่วงหน้า ค่านายหน้าค้างจ่าย ค่าบริการค้างจ่าย ค่าซ่อมแซมค้างจ่าย

งบการเงินรวม ณ วันที ่ ณ วันที ่ 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 - - - - - - - - 72,948,996 31,441,545 - 18,000,000 6,597,950 - - 3,357,554 1,500,000 1,500,000 119,644,386 177,058,981

(หน่วย : บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที ่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 14,406,454 16,700,379 88,624,000 7,326,186 24,177,747 6,053,600 6,053,600 - - 6,597,950 - 3,357,554 - - -


93

(หน่วย : บาท) สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ นโยบายการคิดต้นทุนระหว่างกัน รายได้และค่าใช้จา่ ย 2554 2553 2554 2553 2554 2553 บริษทั ย่อย บริษทั โรจนะเพาเวอร์ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และ มีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) รายได้จากการขายทีด่ นิ - - - 80,936,000 ราคาตลาดภายใต้ขอ้ ตกลงใน ปริมาณทีก่ ำหนด รายได้คา่ บริการ - - 29,268,368 51,872,839 รายได้คา่ เช่า - - 9,626,600 9,626,600 รายได้อนื่ - - 1,800,000 600,000 50,000 บาท และ 50,000 200,000 บาท/เดือน บาท/เดือน

(หน่วย : บาท) สำหรับปีสน้ิ สุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ นโยบายการคิดต้นทุนระหว่างกัน รายได้และค่าใช้จา่ ย 2554 2553 2554 2553 2554 2553 บริษทั ย่อย บริษทั โรจนะ อินดัสเตรียล แมเนจเม้นท์ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และมีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) รายได้จากการขายทีด่ นิ - - 138,432,000 - รายได้คา่ บริการ - - 915,262 1,002,040 รายได้คา่ เช่าทีด่ นิ - - 6,658,960 7,249,393 ต้นทุนค่าน้ำและบริการบำบัดน้ำเสีย - - 185,552,604 243,246,774 14 บาท/ 14บาท/ ลูกบาศก์เมตร ลูกบาศก์เมตร บริษทั โรจนะ พร็อพเพอร์ต้ี จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และมีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) ดอกเบีย้ รับ - - 76,653,670 36,169,668 บริษทั โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และมีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) ดอกเบีย้ รับ - - 24,930,614 16,849,019 บริษทั โรจนะ เอ็นเนอร์จี จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และมีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) ดอกเบีย้ รับ - - 244,919 82,588 บริษทั ร่วม บริษทั ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชัน่ จำกัด (มหาชน) (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และมีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) รายได้คา่ บริการ 1,085,057 431,165 - บริษทั ออปอเรชัน่ นอล เอ็นเนอร์ย่ี กรุป๊ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และมีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) ค่าบริการ 213,243,845 188,679,172 - - บริษทั ทีเ่ กีย่ วข้องกัน บริษทั สึมกี นั บุสสัน คอร์ปอเรชัน่ จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และมีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) ค่านายหน้า 10,231,540 18,239,245 10,231,540 18,239,245 4% 4% ค่าบริการ 1,500,000 3,000,000 - - ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร - 47,565,191 - - บริษทั ไทคอน โลจิสติคส์ พาร์ค จำกัด (ลักษณะความสัมพันธ์เป็นผูถ้ อื หุน้ และมีผถู้ อื หุน้ และกรรมการร่วมกัน) รายได้จากการขายทีด่ นิ - 51,691,500 - 51,691,500 ราคาตลาดภายใต้ขอ้ ตกลง ในปริมาณทีก่ ำหนด รายได้คา่ บริการ 17,464 431,165 - -


94

35.7 ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร 35.7.1 ค่าตอบแทนกรรมการนี้เป็นผลประโยชน์ที่จ่ายให้แก่กรรมการของบริษัทตามมาตรา 90 ของ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด โดยไม่รวมเงินเดือนและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องที่จ่ายให้กับ กรรมการซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของบริษัทด้วย 35.7.2 ค่าตอบแทนผู้บริหารนี้เป็นค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน ได้แก่ เงินเดือน โบนัส และกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพที่จ่ายให้แก่ผู้บริหารของบริษัท 35.7.3 ค่าตอบแทนที่จ่ายให้ผู้บริหารสำคัญตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 24 (ปรับปรุง 2552) เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 มีดังนี้ (หน่วย : บาท) งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ 2554 2553 2554 2553 ผลประโยชน์ระยะสัน้ 36,348,663 33,719,733 13,621,441 13,231,111 ผลประโยชน์หลังออกจากงาน 2,472,189 - 764,811 - รวม 38,820,852 33,719,733 14,386,252 13,231,111

36. การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี ในปี พ.ศ. 2554 บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีเกี่ยวกับอายุการใช้งานของ สินทรัพย์ถาวร เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพและอายุการใช้งานจริง ซึ่งได้รับอนุมัติจากฝ่ายบริหาร ให้เริ่มในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป โดยมีการเปลี่ยนแปลงอายุการใช้งานของอาคาร ดังนี้ อาคาร

ใหม่ 20 - 35 ปี

เดิม 20 ปี

การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีดังกล่าว บริษัทได้คำนวณค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ ดังนั้นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงประมาณการรับรู้เป็นค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ ประจำปี พ.ศ. 2554 ลดลง จำนวน 13.71 ล้านบาท และมีผลกระทบกับค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ ในปี พ.ศ. 2555 - 2573 เป็นจำนวนรวม 122.58 ล้านบาท

37. หนังสือค้ำประกัน ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 บริษัทและบริษัทย่อยมีภาระผูกพันที่เกิดจากการให้ธนาคาร พาณิชย์ออกหนังสือค้ำประกัน ดังนี้ Letter of guarantee

(หน่วย : ล้านบาท) ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย รวม บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย รวม 618.90 747.23 1,366.13 628.27 936.34 1,564.61


95 38. ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น 38.1 ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 บริษทั และบริษทั ย่อยมีภาระผูกพันในด้านการพัฒนาโครงการ และก่อสร้างเป็นจำนวนประมาณ 451.18 ล้านบาท และ 237.44 ล้านบาท ตามลำดับ 38.2 บริษัทได้ทำสัญญาค้ำประกันปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติตามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติของลูกค้าของ บริษทั ทีป่ ระกอบธุรกิจภายในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดระยองกับบริษทั ปตท. จำกัด (มหาชน) วงเงิน 90.15 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี โดยบริษทั ได้นำเงินสดมาเป็นหลักประกัน ซึง่ ได้แสดงไว้ ในสินทรัพย์ ไม่หมุนเวียนอื่น และบริษัทจะได้รับเงินคืนในแต่ละปีตามปริมาณการใช้ของลูกค้าในอัตรา 12.91 บาทต่อ ล้านบีทียู แต่ทั้งนี้ปริมาณการใช้รวมกันต้องไม่ต่ำกว่า 6.98 ล้านบีทียู 38.3 บริษัทย่อยมีภาระผูกพันจากสัญญาระยะยาว ดังนี้ 38.3.1 สัญญาขายกระแสไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยมีอายุสัญญา 25 ปี เริ่มตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2542 โดยเงื่อนไขในสัญญากำหนดให้บริษัทย่อยต้องยื่นหลักประกันในรูป ของหนังสือค้ำประกันจากธนาคารเป็นจำนวนเงิน 163 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกัน 38.3.2 สัญญาซือ้ แก๊สกับบริษทั ปตท. จำกัด (มหาชน) สัญญามีระยะเวลา 21 ปี โดยปริมาณการซือ้ ขาย และราคาก๊าซให้เป็นไปตามทีร่ ะบุไว้ ในสัญญา ซึง่ คูส่ ญ ั ญาสามารถต่ออายุสญ ั ญาออกไปได้อกี 4 ปี 38.4 ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 บริษัทและบริษัทย่อย ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจำนวน เงินประมาณ 2,088.47 ล้านบาท และ 541.77 ล้านบาท ตามลำดับ โดยจ่ายเงินมัดจำไปแล้ว 473.86 ล้านบาท และ 90.02 ล้านบาท ตามลำดับ 39. การแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูลสำหรับเครื่องมือทางการเงิน 39.1 ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเกิดจากการที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลให้เกิดผล เสียหายแก่บริษทั และบริษทั ย่อยในงวดปัจจุบนั และงวดต่อๆ ไป บริษทั และบริษทั ย่อยไม่ได้มกี ารทำสัญญา แลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากคาดว่าผลกระทบไม่มีสาระสำคัญ 39.2 ความเสี่ยงจากเงินลงทุนและลูกหนี้การค้า บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของเงินลงทุนและลูกหนี้การค้าที่เกิดจาก เงินสด และเงินลงทุนระยะสั้นที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทย่อยได้นำเงินสดไปลงทุนในเงินลงทุนที่มีความเสี่ยง ต่ำกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือและบริษัทมีนโยบายโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ ขายเมื่อลูกค้าชำระเงินครบถ้วนแล้ว 39.3 ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษทั ย่อยแห่งหนึง่ มีความเสีย่ งจากอัตราแลกเปลีย่ นทีเ่ กิดจากรายการซือ้ สินทรัพย์ทเ่ี ป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งผู้บริหารมีนโยบายในการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า โดยการทำสัญญาระยะสั้นตาม จำนวนเงินทีต่ อ้ งชำระในระหว่างปีเพื่อป้องกันความเสีย่ งในระยะสัน้ ของอัตราแลกเปลีย่ น ซึง่ เกิดจากความ ผันผวนของเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 บริษัทและบริษัทย่อยไม่มี สัญญาซือ้ ขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าคงเหลือ โดยมีสนิ ทรัพย์และหนีส้ นิ ทางการเงินทีเ่ ป็นสกุลเงินตรา ต่างประเทศ ในงบการเงินรวมจำนวนเงิน 8.13 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 7.15 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ 39.4 มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและหนี้สินทางการเงิน บริษัทและบริษัทย่อยใช้วิธีการและข้อสมมติฐานดังต่อไปนี้ ในการประมาณราคาตลาดหรือมูลค่า ยุติธรรม ของสินทรัพย์ทางการเงินและหนี้สินทางการเงิน - เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินลงทุนชั่วคราวและลูกหนี้การค้าและตั๋วเงินรับ และเงินให้กู้ยืม ระยะสัน้ แก่กจิ การทีเ่ กีย่ วข้องกันเป็นสินทรัพย์ทางการเงินระยะสัน้ ดังนัน้ มูลค่าตามบัญชี มีจำนวนเท่ากับ มูลค่ายุติธรรมโดยประมาณ - เจ้าหนีก้ ารค้า เจ้าหนีซ้ อ้ื สินทรัพย์ เจ้าหนีบ้ ริษทั ทีเ่ กีย่ วข้องกันและหนีส้ นิ หมุนเวียนอื่น มีมลู ค่าตามบัญชี เท่ากับมูลค่ายุติธรรมโดยประมาณ - เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และเงินกู้ยืมระยะยาว ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย ลอยตัว มีมูลค่าตามบัญชีเท่ากับมูลค่ายุติธรรมโดยประมาณ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 และ 2553 มูลค่ายุตธิ รรมของสินทรัพย์ทางการเงินไม่แตกต่างจาก มูลค่า ตามบัญชีอย่างมีนยั สำคัญ ส่วนหนีส้ นิ ทางการเงินแสดงด้วยราคาตามบัญชี ซึง่ เท่ากับมูลค่ายุตธิ รรมโดยประมาณ อนึ่งมูลค่ายุติธรรมดังกล่าวใช้วิธีการและข้อสมมติฐานข้างต้น มูลค่ายุติธรรมที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างไป


96 40. เหตุการณ์ภายหลังรอบระยะเวลารายงาน 40.1 เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555 บริษทั ได้ทำสัญญาซือ้ ขายกิจการกับบริษทั แห่งหนึง่ โดยตกลงขายกิจการ ของบริษทั โรจนะ ดิซทีลเลอรี่ จำกัด ทีบ่ ริษทั ถือทัง้ หมดเป็นจำนวนเงิน 400 ล้านบาท ซึง่ ณ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 บริษัทได้รับเงินมัดจำแล้วเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท โดยแสดงไว้ ในบัญชี หนี้สินหมุนเวียน อื่นส่วนที่เหลือ 350 ล้านบาท บริษัทได้รับเงินและโอนหุ้นให้ผู้ซื้อแล้วเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 40.2 เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555 บริษัทได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่งก่อสร้างเขื่อน เพื่อป้องกันน้ำ ท่วมภายในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีมลู ค่าตามสัญญา 2,172.10 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) งานก่อสร้างดังกล่าวต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555 41. การจัดประเภทบัญชีใหม่ รายการย่อในงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ได้จัด ประเภทรายการใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับรายการย่อในงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีสน้ิ สุด วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ดังนี้ - จัดประเภทค่าใช้จ่ายแม่พิมพ์ที่แสดงรวมอยู่ในสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจำนวนเงิน 3.08 ล้านบาท โดยแสดงรวมใน บัญชีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ - ค่าตอบแทนผู้บริหารที่แสดงรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายในการบริหารในงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ จำนวนเงิน 33.04 ล้านบาท และ 11.71 ล้านบาท ตามลำดับ แสดงรวมอยู่ในบัญชีค่าตอบแทนกรรมการและ ผู้บริหาร 42. การอนุมัติให้ออกงบการเงิน งบการเงินนี้ ได้รับอนุมัติให้ออกงบการเงินจากกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


ROJNA: รายงานประจำปี 2554  

รายงานประจำปี 2554