Page 1

1

โครงร่า งวิท ยานิพ นธ์ เรื่อ ง ทิศ ทางการใช้ส ื่อ อิเ ล็ก ทรอนิก ส์เ พื่อ ส่ง เสริม การท่อ ง เที่ย วโดยชุม ชน Directions for Using Electronic Media to promote Community Based Tourism

โดย นางสาววรารัต น์ เจริญ วิร ิย ะภาพ รหัส ประจำา ตัว ๕๔๒๑๗๑๑๐๑๐

ผู้ค วบคุม วิท ยานิพ นธ์ ๑. ดร.สุด สัน ต์ สุท ธิพ ิศ าล ที่ป รึก ษา วิท ยานิพ นธ์ ๒. ดร.ปรเมษฐ์ บุญ นำา ศิร ิก ิจ ทีป ่ รึก ษา วิท ยานิพ นธ์ร ่ว ม


2

วิท ยานิพ นธ์น ี้เ ป็น ส่ว นหนึ่ง ของการศึก ษาตาม หลัก สูต รศิล ปศาสตรมหาบัณ ฑิต สาขาวิช าการจัด การการท่อ งเที่ย วแบบบูร ณาการ ศูน ย์ศ ึก ษาการจัด การการท่อ งเที่ย วแบบบูร ณาการ สถาบัน บัณ ฑิต พัฒ นบริห ารศาสตร์ พุท ธศัก ราช ๒๕๕๕ หัว ข้อ วิท ยานิพ นธ์ ทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่ง เสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน Directions for Using Electronic Media to promote Community -Based Tourism ที่ม าและความสำา คัญ ปัจจุบันการใช้งานอินเทอร์เนตแพร่หลายมาก เนื่องจากเป็นช่อง ทางที่ใช้ติดต่อสื่อสารที่สะดวก รวดเร็ว และ Real time มีอัตราแนว โน้มการเพิ่มขึ้นของจำานวนผู้ใช้งานอินเทอร์เนตมากขึ้นทุกปี ซึ่งจาก การสำารวจของ Internetworldstats พบว่า เมื่อปี 2543 มีผู้ใช้งานอิน เทอร์เนตเพียง 360,985,492 คน ต่อมาในปี 2554 มียอดผู้ใช้งานอิน เทอร์เนตจากทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นถึง 2,267,233,742 คน หรือคิดเป็น ร้อยละ 789.6 ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่า ในปัจจุบันอินเทอร์เนตได้เข้ามา มีบทบาทต่อชีวิตประจำาวันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ก็มีการสำารวจจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ พบว่าในประเทศไทยเอง ก็มีการขยายตัวอัตรา การใช้บริการทางอินเทอร์เนตสูงขึ้น จากปี 2543 ที่มีผู้ใช้เพียง 2,300,000 คน กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2552 เป็น 18,300,000 คน และในปี 2553 สำานักงานสถิติแห่งชาติได้ทำาการสำารวจพบว่าใน ประเทศไทยมีจำานวนประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปทั้งสิ้นประมาณ 61.9 ล้านคน ในจำานวนนี้มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ 19.1 ล้านคน หรือร้อยละ 30.9 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 13.8 ล้านคน หรือร้อยละ 22.4 และผู้ใช้ โทรศัพท์มือถือ 38.2 ล้านคน หรือร้อยละ 61.8 และมีการนำาไป


3

ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำาวันที่หลากหลาย เช่น การค้นหาข้อมูล การ ทำาธุรกิจ การขายสินค้า การติดต่อ ทำาให้อินเทอร์เนตกลายเป็นอีก ช่องทางที่สามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง และมีแนว โน้มการเพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำากัด ซึ่งเมื่อพิจารณาแนวโน้มการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เนต และ โทรศัพท์มือถือของประชาชนอายุ 6 ปีขึ้นไป ในระหว่างปี 25482554 พบว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 24.5 เป็น ร้อยละ 32.0 ผู้ใช้อินเทอร์เนตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.0 เป็นร้อยละ 23.7 และผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 36.7 เป็นร้อยละ 66.4 (สำานักงานสถิติแห่งชาติ) สำาหรับทิศทางของธุรกิจท่องเที่ยว การซื้อสินค้าและบริการด้าน ท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นแนว โน้มที่กำาลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดูได้จากสถิติผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตในประเทศต่างๆ ที่มีจำานวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีจำานวนไม่ น้อยที่นิยมการซื้อสินค้าท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ พรศิริ มโน หาญ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำาหรับทิศทาง การขยายตัวด้านธุรกิจท่องเที่ยวบนโลกออนไลน์ในปี พ.ศ.2551 ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มีการดำาเนินการตามแผน แม่บทการตลาดออนไลน์ ททท. ปี พ.ศ.2551-2554 โดยเน้นการเตรียมความพร้อมให้องค์กรพร้อมรับกับการแข่งขัน ทางด้านการตลาดออนไลน์ โดยพัฒนาระบบเว็บไซต์และฐานข้อมูล รวมถึงทรัพยากรบุคคลขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขัน ได้ในตลาดการท่องเที่ยวระดับโลก ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ และพิมพ์ลภัส พงศกรรังศิลป์ (2548 : 11) กล่าวถึงช่องทางการตลาดใหม่ของธุรกิจการท่องเที่ยวว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในธุรกิจการท่องเที่ยวได้อำานวยความสะดวก ในการติดต่อ สื่อสารสองทางให้กับนักท่องเที่ยวที่อยู่ทุกมุมโลก สามารถนำาเสนอข้อมูลการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่อง


4

เที่ยว ซึ่งต้องการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยการค้นหาข้อมูล แหล่งท่องเที่ยว และประเมินงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน ตัดสินใจ ซึ่งในขณะที่อยู่ระหว่างการเตรียมตัวนี้ นักท่องเที่ยวก็มักจะ ทำาการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก หรือตัดสินใจใช้บริการบริษัทนำา เที่ยวก่อนที่นั่งจะเต็มซึ่งช่องทางการสื่อ สารผ่านอินเตอร์เน็ตจะช่วย ให้ทุกอย่างสะดวก รวดเร็วมากขึ้น ในส่วนของผู้ประกอบการพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ในธุรกิจการท่องเที่ยวยังช่วยลด ค่าใช้จ่ายและต้นทุน การดำาเนินงานของผู้ประกอบการ ทั้งยังสามารถควบคุมระบบการจอง และโอกาสในการโฆษณาสินค้าและนำาเสนอบริการใหม่ๆ ได้อีกด้วย สอดคล้องกับ Masoomeh M. (2006 : 62) ที่ได้ศึกษาความพึงพอใจ ของนักท่องเที่ยวในการใช้งานระบบออนไลน์พบว่าผู้ใช้ ส่วนใหญ่ ( ร้อยละ 76.5) มีความพึงพอใจจากการซื้อสินค้าและบริการแบบ ออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ ดังนั้นการกำาหนดทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการ ท่องเที่ยวโดยชุมชน จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถช่วยพัฒนา ชุมชนท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ให้ เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะนอกจากผู้ศึกษาเลือกศึกษารูปแบบของ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่อง เที่ยวไทยแล้ว ยังได้ศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดจากการ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลของชุมชนท่องเที่ยว รวมไปถึง ศึกษารูปแบบ ของสือ ่ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแก้ไขปัญหาการประชาสัมพันธ์ ข้อมูลของชุมชนท่องเที่ยว โดยได้นำาเสนอทิศทางการใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน และท้ายที่สุด ก็ได้เสนอสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตัวอย่างที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยชุมชนและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวไทย คำา ถามการวิจ ัย 1. ชุมชนท่องเที่ยวพบปัญหาที่เกิดจากการประชาสัมพันธ์ข้อมูล อย่างไร


5

2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่อง เที่ยวไทยได้ดีมีลักษณะเป็นอย่างไร 3. ทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดย ชุมชนควรเป็นไปในรูปแบบใด วัต ถุป ระสงค์ข องการศึก ษา 1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดจากการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของ ชุมชนท่องเที่ยว 2. เพื่อศึกษารูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบสนอง ความต้องการของนักท่องเที่ยวไทย 3. เพื่อศึกษารูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแก้ไขปัญหา การประชาสัมพันธ์ข้อมูลของชุมชนท่องเที่ยว 4. เพื่อเสนอทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการท่อง เที่ยวโดยชุมชน 5. เพื่อเสนอสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตัวอย่างที่สามารถส่งเสริมการท่อง เที่ยวโดยชุมชนและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ไทย ประโยชน์ท ี่ค าดว่า จะได้ร ับ 1. ทราบถึงสภาพปัญหาที่เกิดจากการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของ ชุมชนท่องเที่ยว 2. ทราบถึงรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบสนองความ ต้องการของนักท่องเที่ยวไทย 3. ทราบถึงรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแก้ไขปัญหาการ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลของชุมชนท่องเที่ยว 4. ทราบถึงทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการท่อง เที่ยวโดยชุมชน


6

5. ได้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้นแบบ ที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยชุมชนและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวไทย แนวทางในการนำา ผลการวิจ ัย ไปใช้ 1. สามารถปรับใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดย ชุมชน 2. สามารถนำารูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ ไปปรับใช้และ พัฒนาชุมชนท่องเที่ยวอื่นๆเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักท่อง เที่ยวและชุมชน นิย ามศัพ ท์เ ฉพาะ - การท่องเที่ยวโดยชุมชน - ชุมชนท่องเที่ยว - สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - การประชาสัมพันธ์ - ความต้องการของนักท่องเที่ยวไทย สมมติฐ านในการวิจ ัย 1. ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว มีผลต่อการกำาหนดรูปแบบของ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่อง เที่ยว 2. ลักษณะทางประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ ที่แตกต่างของผู้ ใช้บริการ มีผลต่อการกำาหนดรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว กรอบแนวคิด การวิจ ัย ตัว แปรอิส ระ (Independent Variable)

ตัว แปรตาม (Dependent Variable)


7

สภาพปัญหาที่เกิดจากการ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลของ ชุมชนท่องเที่ยว

Interview

รูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Questionn ที่สามารถตอบสนองความ aire ต้องการของนักท่องเที่ยว ไทย

ทิศทางการใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อ ส่งเสริมการท่อง เที่ยวโดยชุมชน

สือ ่ อิเล็กทรอนิก

รูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Focus ที่สามารถแก้ไขปัญหาการ Group ประชาสัมพันธ์ข้อมูลของ ชุมชนท่องเที่ยว เอกสารและงานวิจ ัย ที่เ กี่ย วข้อ ง ผู้วิจัยได้รวบรวมเนื้อหาที่สำาคัญเกี่ยวกับแนวคิด และทฤษฎี จากเอกสารและตำาราที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยเรื่อง ทิศทางการใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยมีทฤษฎีที่ เกี่ยวข้องกับงานวิจัยต่างๆ ดังนี้ 1. CBT 2. MEDIA 3. SETTING


8

4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ระเบีย บวิธ ีก ารวิจ ัย วิจัยเรื่อง "ทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการท่อง เที่ยวโดยชุมชน" เป็นการวิจัยผสมผสานระหว่าง วิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้เทคนิคการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) โดยผู้เชี่ยวชาญ การสัมภาษณ์ (Interview) และวิจัย เชิงปริมาณ (Quantitative research) ใช้เทคนิควิธีการวิจัยเชิง สำารวจโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire)


9

ซึ่งทางผู้วิจัยมุ่งเน้นเพื่อหาทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อ ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยใช้สื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการ พัฒนาการท่องเที่ยวให้สามารถตอบโจทย์ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ นักท่องเที่ยวและคนในชุมชน ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้กำาหนดระเบียบวิธีการ วิจัย โดยมีการกำาหนดประชากรและเลือกกลุ่มตัวอย่าง การสร้าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การตรวจสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ส่ว นที่ 1 : ศึก ษาสภาพปัญ หาที่เ กิด จากการประชาสัม พัน ธ์ ข้อ มูล ของชุม ชน ท่อ งเที่ย ว เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผู้วิจัยจะใช้ เทคนิคการการสัมภาษณ์ (Interview) โดยทีมวิจัยลงพื้นที่กรณีศึกษา เก็บรวมรวมข้อมูลจากกลุ่มชาวบ้านและนำามาวิพากษ์สรุปผล ศึกษา สภาพปัญหาด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของพื้นที่กรณีศึกษา ว่าพบ ปัญหาใด เพื่อนำาไปกำาหนดทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่ง เสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน และเสนอรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ สามารถแก้ไขปัญหาการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของชุมชนท่องเที่ยว โดยผู้วิจัยได้ออกแบบระเบียบวิธีวิจัย ดังนี้ การกำา หนดประชากรและเลือ กกลุ่ม ตัว อย่า ง (ยัง เลือ กไม่ไ ด้) เครื่อ งมือ ที่ใ ช้ใ นการวิจ ัย การศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยเลือกใช้แบบสัมภาษณ์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูล ซึ่งในแบบแบบสัมภาษณ์จะเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง เพื่อศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดจากการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของชุมชน ท่องเที่ยว การทดสอบเครื่อ งมือ 1. ทางผู้วิจัยทำาการวิจัยโดยใช้แบบสัมภาษณ์ ดังนั้นจึงทำาการ ทดสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่สร้างขึ้นมาด้วยการตรวจสอบ


10

ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ (Expert) โดยนำา แบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้น ไปปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อ ตรวจสอบการใช้ภาษา ความยากง่ายในการเข้าใจ ภาษา กำากวม และการตั้งคำาถามสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย สามารถให้คำาตอบทางการวิจัยได้หรือไม่ แล้วนำาคำาแนะนำาไป ปรับปรุงแก้ไข ก่อนนำาไปใช้จริง 2. วัดความรู้ความเข้าใจ (Knowledge) โดยการนำาแบบสัมภาษณ์ ไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างบางกลุ่ม เพื่อทดสอบว่า ภาษาที่ใช้ สามารถเข้าใจตามวัตถุประสงค์ของผู้วิจัยหรือไม่ การเก็บ รวมรวมข้อ มูล 1. แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ได้จากการศึกษาจาก เอกสาร ตำาราและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ได้จากเก็บข้อมูลจากการ สัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การวิเ คราะห์ข ้อ มูล ผู้วิจัยจะนำาข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ (Interview) มา วิเคราะห์ข้อมูลคู่กับเอกสารทางวิชาการที่ได้ทำาการค้นคว้า โดยการ วิเคราะห์เชิงพรรณนา หรือเชิงบรรยาย (Descriptive Research) ซึ่ง ผู้วิจัยเลือกใช้สถิติชนิดนี้ เพื่อรวบรวมข้อมูล เหตุผล และหลักการใน การออกแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และนำาข้อมูลไปตีความเพื่อศึกษาสภาพ ปัญหาที่เกิดจากการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของชุมชนท่องเที่ยว สถิต ิท ี่ใ ช้ใ นการวิเ คราะห์ข ้อ มูล สถิติที่ผู้วิจัยเลือกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสำารวจ โดยการสัมภาษณ์ ในงานวิจัยเรื่อง "ทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน" ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) โดยผู้วิจัยเลือกใช้สถิติชนิดนี้ ขึ้นมาเพื่อใช้ เป็นการอธิบายรายละเอียดและลักษณะเบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่าง เช่น


11

เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ ประสบการณ์ในการเดินทาง ประสบการณ์ในการใช้งานสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยการบรรยาย

ส่ว นที่ 2 : ศึก ษารูป แบบของสื่อ อิเ ล็ก ทรอนิก ส์ท ี่ส ามารถตอบ สนองความต้อ งการของนัก ท่อ งเที่ย วไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) ใช้รูปแบบ การวิจัยเชิงสำารวจโดยใช้เครื่องมือเป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) สอบถามนักท่องเที่ยว เพื่อศึกษารูปแบบของสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวไทย โดยผู้วิจัยได้ออกแบบระเบียบวิธีวิจัย ดังนี้ การกำา หนดประชากรและเลือ กกลุ่ม ตัว อย่า ง ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ คือ นักท่องเที่ยวชาว ไทยที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวใน กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีผลการวิจัยออกมาว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เป็นนักท่องเที่ยวที่มีจำานวนมากที่สุด และนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการใช้ บริการผ่าน E-tourism เพื่อสืบค้นข้อมูลมากที่สุด (ลินจง โพชา ลี,2549)


12

ทางผู้วิจัยจึงใช้กลุ่มประชากร ที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย อายุ ระหว่าง 25-34 ปี ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในเขตกรุงเทพมหานคร โดย ใช้ข้อมูลทางสถิติจากสำานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับจำานวนนักท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2551 ซึ่งแยกเป็นการเก็บข้อมูลตามช่วงอายุ ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้น ไป และมีการแบ่งเพศชัดเจน จากข้อมูลดังกล่าวจึงทำาให้ได้จำานวนนักท่องเที่ยวไทย ที่เดิน ทางเข้ามาเที่ยวในเขตกรุงเทพมหานคร แบ่งตามเพศ ได้ดังนี้ เพศ ชาย 6,103,327 คน เพศหญิง 7,069,572 คน รวมทั้งสิ้น 13,172,899 คน และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี จำานวนทั้งสิ้น 4,747,279 คน กลุ่ม ตัว อย่า ง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักท่องเที่ยวไทย อายุระหว่าง 25-34 ปี ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในเขตกรุงเทพมหานคร นำามากำาหนด ขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้สูตรของทาโร ยามาเน่ (Taro Yamane) โดยกำาหนดระดับความเชื่อมั่นที่ 95% และค่าความคลาด เคลื่อน ±5% ซึ่งแทนค่าในสูตรของทาโร ยามาเน่ ได้ดังนี้ สูตร n = N 1+Ne2 เมื่อ n คือ จำานวนตัวอย่าง หรือขนาดของกลุ่มตัวอย่าง N คือ จำานวนหน่วยทั้งหมด หรือ ขนาดของประชากร ทั้งหมด e คือ ความคาดเคลื่อนในการสุ่มตัวอย่าง ในที่นี้จะกำาหนดเท่ากับ + / - 0.05 ภายใต้ ความเชื่อมั่น 95% จึงแทนค่าสูตรได้ดังนี้ แทนค่าสูตร n = 4,747,279 1 + 4,747,279 (0.05) 2


13

ดังนั้นกลุ่มตัวอย่างจึง 400 คน

=

399.97 หรือ ประมาณ

และเมื่อเปิดตารางของทาโร ยามาเน่ ขนาดของประชากร มากกว่า 100,000 คน โดยกำาหนดระดับความเชื่อมั่นที่ 95% จะได้ จำานวนกลุ่มตัวอย่าง 400 คน เมื่อได้จำานวนของกลุ่มตัวอย่างที่จะจัดเก็บข้อมูลแล้ว ทางผู้วิจัย จึงเลือกการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive sampling) คือ การเลือก ตัวอย่าง โดยใช้หลักเหตุผลและวิจารณญาณของผู้วิจัยเองตัดสิน เลือกกลุ่มตัวอย่างมาวิจัย โดยเลือกให้สอดคล้อง เหมาะสม และตรง ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย โดยกำาหนดเงื่อนไขดังนี้ 1. ผู้วิจัยจะเลือกนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี 2. เคยมีประสบการณ์ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำานวยความสะดวก ในการเดินทางท่องเที่ยว ทางผู้วิจัยได้กำาหนดสถานที่เพื่อที่จะเก็บข้อมูล โดยแบ่งตาม สัดส่วนตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในกรุงเทพมหานคร 10 แหล่ง (วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา,2553 หน้า 81) ดังนี้ ห้างสรรพสินค้า วัดพระแก้ว สวนจตุจักร สนามหลวง สวนสัตว์ เขาดิน ศาลหลักเมือง วัดโพธิ์ ประตูนำ้า สวนสยาม และถนนข้าวสาร เครื่อ งมือ ที่ใ ช้ใ นการวิจ ัย การศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยเลือกใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งในแบบสอบถามจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 คือ ส่วนที่ใช้ถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว และส่วนที่ 2 คือ ส่วนที่ถามเพื่อศึกษารูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวไทย การทดสอบเครื่อ งมือ 1.ทางผู้วิจัยทำาการวิจัยโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) ดัง นั้นจึงทำาการทดสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่สร้างขึ้นมาด้วย


14

การตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ (Expert) โดยนำาแบบสอบถามที่สร้างขึ้น ไปปรึกษากับอาจารย์ที่ ปรึกษาเพื่อตรวจสอบการใช้ภาษา ความยากง่ายในการเข้าใจ ภาษากำากวม และการตั้งคำาถามสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ การวิจัย สามารถให้คำาตอบทางการวิจัยได้หรือไม่ แล้วนำาคำา แนะนำาไปปรับปรุงแก้ไข ก่อนนำาไปใช้จริง 2.วัดความรู้ความเข้าใจ (Knowledge) โดยการนำาแบบสอบถาม (Questionnaire) ไปทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างบางกลุ่ม เพื่อ ทดสอบว่า ภาษาที่ใช้สามารถเข้าใจตามวัตถุประสงค์ของผู้วิจัย หรือไม่ การเก็บ รวมรวมข้อ มูล 1. แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ได้จากการศึกษาจาก เอกสาร ตำาราและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ได้จากเก็บข้อมูลจากกลุ่ม ตัวอย่างจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี เคย มีประสบการณ์ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำานวยความสะดวกใน การเดินทางท่องเที่ยว จำานวน 400 ชุด ตามแหล่งท่องเที่ยวที่ได้ รับความนิยมในกรุงเทพมหานคร 10 แหล่ง โดยจะให้ผู้กรอก แบบสอบถามกรอกแบบสอบถามด้วยตนเอง และจะรับคืนทันทีที่ ตอบเสร็จ การวิเ คราะห์ข ้อ มูล หลังจากเก็บข้อมูลเรียบร้อย ทางผู้วิจัยก็ทำาการตรวจสอบความ ถูกต้องของข้อมูลและทำาการ บันทึกข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ โดย เลือกใช้โปรแกรมสำาเร็จรูปทางสถิติ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิต ิท ี่ใ ช้ใ นการวิเ คราะห์ข ้อ มูล


15

สถิติที่ผู้วิจัยเลือกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสำารวจ โดยใช้แบบสอบถามในงานวิจัยเรื่อง "ทิศทางการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน" ได้แก่ 1. สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) โดยผู้วิจัยเลือกใช้ สถิติชนิดนี้ ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นการอธิบายรายละเอียดและลักษณะ เบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่าง เช่น เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ ประสบการณ์ในการเดินทาง ประสบการณ์ในการใช้งาน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยบรรยายข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย และตารางแจกแจงความถี่ 2. สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) โดยผู้วิจัยเลือกใช้สถิติ ชนิดนี้ ขึ้นมาเพื่อใช้ทดสอบสมติฐาน เช่น ใช้ T-test ทดสอบ เพศ อายุ ที่แตกต่างของผู้ใช้บริการ มีผลต่อการกำาหนดรูปแบบ ของสือ ่ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนัก ท่องเที่ยว

ส่ว นที่ 3 : ศึก ษารูป แบบของสื่อ อิเ ล็ก ทรอนิก ส์ท ี่ส ามารถ แก้ไ ขปัญ หาการประชาสัม พัน ธ์ข ้อ มูล ของชุม ชนท่อ งเที่ย ว เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผู้วิจัยจะใช้ เทคนิคการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) โดยผู้ เชี่ยวชาญ โดยรวบรวมข้อมูลทางด้านความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์และมีความรู้ ทางการท่องเที่ยว เพื่อหาข้อสรุปรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของชุมชน ท่องเที่ยว โดยผู้วิจัยได้ออกแบบระเบียบวิธีวิจัย ดังนี้


16

การกำา หนดประชากรและเลือ กกลุ่ม ตัว อย่า ง ประชากร ประชากร คือ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ทางด้าน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และมีความรู้ทางการท่องเที่ยว ได้แก่ นักวิชาการ แขนงการท่องเที่ยว โปรแกรมเมอร์ กลุ่ม ตัว อย่า ง ผู้วิจัยทำาการเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ทาง ด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์และมีความรู้ทางการท่องเที่ยว ได้แก่ นัก วิชาการแขนงการท่องเที่ยว โปรแกรมเมอร์ จำานวน 5 คน โดยผู้ เชี่ยวชาญที่ได้รับคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างน้อย 1 ข้อดังนี้ 1. เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีบทบาท มีผลงานทางวิชาการ เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนสายด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มี ประสบการณ์ 2 ปี ขึน ้ ไป 2. เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และเคยออกแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มาแล้วอย่างน้อย 1 สือ ่ หรือมีประสบการณ์ดูแลสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 2 ปี ขึน ้ ไป 3. ผู้ที่มีประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยว อย่างน้อย 5 ครั้งต่อ ปี การเก็บ รวมรวมข้อ มูล 1. แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ ได้จากการศึกษาจากเอกสาร ตำาราและงาน วิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ได้จากเก็บข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ โดย เทคนิคการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) โดยผู้ เชี่ยวชาญ เครื่อ งมือ ที่ใ ช้ใ นการวิจ ัย


17

การศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยเลือกใช้เทคนิคการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) โดยใช้แบบบันทึกข้อมูลจากประเด็นคำาถามที่มี โครงสร้าง เป็นประเด็นคำาถามให้ผู้เชี่ยวชาญ และบันทึกระหว่างการ สัมภาษณ์เพื่อเก็บให้ได้รายละเอียด เพื่อนำามาวิเคราะห์อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ที่สุด การทดสอบเครื่อ งมือ 1. ทางผู้วิจัยทำาการวิจัยโดยใช้แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ดั้งนั้น การทดสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่สร้างขึ้นมาโดยการ หาความเที่ยงตรง โดยนำาแบบบันทึกข้อมูลจากประเด็นคำาถามที่ มีโครงสร้าง (Questionnaire Guide) ที่สร้างขึ้น ไปปรึกษากับ อาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบการใช้ภาษา ความยากง่ายใน การเข้าใจ ภาษากำากวม และการตั้งคำาถามสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของการวิจัย สามารถให้คำาตอบทางการวิจัยได้หรือ ไม่ แล้วนำาคำาแนะนำาไปปรับปรุงแก้ไข ก่อนนำาไปใช้จริง 2. วิธีวัดความรู้ความเข้าใจ (Knowledge) นำาแบบทดสอบไป ทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างบางกลุ่ม เพื่อทดสอบว่า ภาษาที่ใช้ สามารถเข้าใจตามวัตถุประสงค์ของผู้วิจัยหรือไม่ การวิเ คราะห์ข ้อ มูล ผู้วิจัยจะนำาข้อมูลที่ได้จากการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) มาวิเคราะห์ข้อมูลคู่กับเอกสารทางวิชาการที่ได้ทำาการ ค้นคว้า โดยการวิเคราะห์เชิงพรรณนา หรือเชิงบรรยาย (Descriptive Research) ซึ่งผู้วิจัยเลือกใช้สถิติชนิดนี้ เพื่อรวบรวมข้อมูล เหตุผล และหลักการในการออกแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และนำาข้อมูลไปตีความ และเปรียบเทียบกับความต้องการของนักท่องเที่ยวเพื่อหารูปแบบของ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาการประชาสัมพันธ์ ข้อมูลของชุมชนท่องเที่ยว ให้สามารถตอบสนองความต้องการของ นักท่องเที่ยวและเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนได้


18

ส่ว นที่ 4 ผู้วิจัยจะทำาการออกแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้นแบบ โดยการนำาผล การศึกษาจากรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบสนองความ ต้องการของนักท่องเที่ยวไทยและ ศึกษารูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถแก้ไขปัญหาการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของชุมชนท่องเที่ยว มาประยุกต์เพื่อออกแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้สามารถตอบสนองความ ต้องการของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งสามารถพัฒนาชุมชนได้


19

ระยะเวลาในการดำา เนิน การ ลำาดั กิจกรรม บ 1 การกำาหนดปัญหาการวิจัย การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่ 2 เกี่ยวข้อง ก า ร ติ ด ต่ อ ห น่ ว ย ง า น แ ล ะ 3 รวบรวมข้อมูลที่จำาเป็น ออกแบบเครื่ อ งมื อ ที่ ใ ช้ ใ นการ 4 วิจัย นำาเสนอโครงร่างการวิจัยครั้งที่ 5 1 6 แก้ไขปรับปรุงโครงร่างการวิจัย 7 สร้างเครื่องมือการวิจัย ทดสอบและแก้ไขเครื่องมือที่ใช้ 8 ในการวิจัย 9 การเก็บข้อมูล 10 ประมวลผลข้อมูล 11 วิเคราะห์และแปลผลข้อมูล

ก.ย

ต.ค

พ.ย

เดือ น ธ.ค. ม.ค

ก.พ

มี.ค


20

12

การเขียนรายงาน


21

บรรณานุก รม

ghfsdf  
ghfsdf  

fdgsdfasdfasdfsdaf

Advertisement