Page 1

ซอฟต์แวร์

(SOFTWAR E)


ผูจ้ ดั ทำำ 1.นางสาววรารัตน์

กองแสน รหัส 544148017 2.นายตติพงษ์ เถาวัลย์ รหัส 544148022 3.นางสาวปรียาภรณ์ สุวรรณวงค์ รหัส 544148038 4.นางสาวสุชาฎา สุเสนา รหัส 544148043  เอก วิทยาศาสตร์ทวั่ ไป ค..บ 2


ความหมายของซอฟต์แวร์ 

ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดคำาสัง่ หรือโปรแกรมทีใ่ ช้สงั่ งานให้ คอมพิวเตอร์ทาำ งาน ซอฟต์แวร์จงึ หมายถึงลำาดับขัน้ ตอนการทำางานที่ เขียนขึ้นด้วยคำาสัง่ ของคอมพิวเตอร์ คำาสัง่ เหล่านี้เรียงกันเป็ นโปรแกรม คอมพิวเตอร์ จากทีท่ ราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ทาำ งานตามคำาสัง่ การ ทำางานพื้นฐานเป็ นเพียงการกระทำากับข้อมูลทีเ่ ป็ นตัวเลขฐานสอง ซึง่ ใช้ แทนข้อมูลทีเ่ ป็ นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือแม้แต่เป็ นเสียงพูดก็ได้


การทีเ่ ราเห็นคอมพิวเตอร์ทาำ งานให้กบั เราได้มากมาย เพราะว่ามีผู ้ พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาให้เราสัง่ งานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจ ใช้คอมพิวเตอร์ทาำ บัญชีทีย่ งุ่ ยากซับซ้อน บริษทั ขายตัว๋ ใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยในระบบการจองตัว๋ คอมพิวเตอร์ชว่ ยในเรือ่ งกิจการงานธนาคารที่ มีขอ้ มูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ชว่ ยงานพิมพ์เอกสารให้สวยงาม เป็ นต้น การทีค่ อมพิวเตอร์ดาำ เนินการให้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาล จะอยูท่ ซี่ อฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จงึ เป็ นส่วนสำาคัญของระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำางานได้ ซอฟต์แวร์จงึ เป็ นสิง่ ทีจ่ าำ เป็ น และมีความสำาคัญมาก และเป็ นส่วนประกอบหนึ่งที่ ทำาให้ระบบสารสนเทศเป็ นไปได้ตามทีต่ อ้ งการ


ประเภทของซอฟต์แวร์  ในบรรดาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทีม ่ ผี พู ้ ฒ ั นาขึ้นเพื่อใช้

งานกับคอมพิวเตอร์มีมากมาย ซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจได้รบั การพัฒนา โดยผูใ้ ช้งานเอง หรือผูพ้ ฒ ั นาระบบหรือผูผ้ ลิตจำาหน่าย หากแบ่งแยก ชนิดของซอฟต์แวร์ตามสภาพการทำางาน โดยทัว่ ไปแล้วซอฟต์แวร์แบ่ง ได้ 2 ประเภทใหญ่ๆคือ


1.ซอฟต์แวร์ระบบ 

คือซอฟต์แวร์ทีช่ ว่ ยในการจัดการระบบคอมพิวเตอร์ จัดการอุปกรณ์ รับเข้าและส่งออก การรับข้อมูลจากแผงแป้ นอักขระ การแสดงผลบน จอภาพ การนำาข้อมูลออกไปพิมพ์ยงั เครือ่ งพิมพ์ การจัดเก็บข้อมูลเป็ น แฟ้ ม การเรียกค้นข้อมูล การสือ่ สารข้อมูลในระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ รวมทัง้ การประสานงานกับซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซอฟต์แวร์ ระบบจึงหมายถึงซอฟต์แวร์ทที่ าำ หน้าทีค่ วบคุมการทำางานของ คอมพิวเตอร์ให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ตอ่ พ่วงต่างๆ ทำางานร่วมกัน อย่างมีประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์ระบบทีร่ ูจ้ กั กันดี คือ ระบบปฏิบตั ิ การ(operating sytem) เช่น เอ็มเอสดอส ยูนิกซ์ โอเอส ทู วินโดวส์ ลินุกซ์ เป็ นต้น


ระบบปฏิบตั ิการกับการปฏิบตั ิงานของคอมพิวเตอร์  ระบบปฏิบต ั กิ ารทำาหน้าทีป่ ระสานงานหรือกำากับดูแลการงานของ

คอมพิวเตอร์ ในการกำาหนดว่าจะเก็บโปรแกรมหรือข้อมูลไว้ในส่วนใด ของหน่วยความจำา ดูแลการติดต่อระหว่างส่วนต่างๆของคอมพิวเตอร์ กับโปรแกรมใช้งาน หรือผูใ้ ช้คอมพิวเตอร์ ควบคุมการส่งสัญญาณจาก คอมพิวเตอร์ข้ ึนไปปรากฏบนจอภาพ ควบคุมการพิมพ์ ตัวอย่างเช่น ควบคุมการแปลสัญญาณจากแป้ นพิมพ์ให้เครือ่ งรับรู ้ ควบคุมการ บันทึกหรือการอ่านข้อมูลของเครือ่ งขับแผ่นบันทึก


ประเภทของระบบปฏิบตั ิการ 

เนื่องจากระบบปฏิบตั กิ ารเป็ นส่วนสำาคัญทีท่ าำ ให้เครือ่ งคอมพิวเตอร์ ทำางานได้แต่ดว้ ยเครือ่ งคอมพิวเตอร์ทีม่ ีใช้อยูใ่ นปั จจุบนั มี สถาปั ตยกรรมทีแ่ ตกต่างกัน เช่น เครือ่ งไมโครคอมพิวเตอร์ทีเ่ ราใช้ งานทัว่ ไปจะมีคณ ุ สมบัตแิ ละการทำางานทีแ่ ตกต่างจากคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ เช่น มินิคอมพิวเตอร์ ทีท่ าำ หน้าทีเ่ ป็ นเครือ่ งให้บริการทีต่ อ้ ง คอยให้บริการและดูแลเครือ่ งคอมพิวเตอร์ทีเ่ ป็ นบริวารจำานวนมาก ระบบปฏิบตั กิ ารทีใ่ ช้งานกับคอมพิวเตอร์ประเภทนี้จงึ ต้องมีความซับ ซ้อนกว่าระบบปฏิบตั กิ ารทีใ่ ช้ในเครือ่ งไมโครคอมพิวเตอร์และเรา สามารถแบ่งประเภทของระบบปฏิบตั กิ ารตามลักษณะการทำางานได้ เป็ น 3 ประเภทดังนี้


 1)

ประเภทใช้งานเดียว (single-tasking) ระบบปฏิบตั กิ ารประเภทนี้ จะกำาหนดให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ครัง้ ละหนึ่งงานเท่านัน้ ใช้ในเครือ่ ง ขนาดเล็กอย่างไมโครคอมพิวเตอร์เช่นระบบปฏิบตั กิ ารดอส  2) ประเภทใช้หลายงาน (multitasking) ระบบปฏิบต ั กิ ารประเภท นี้สามารถควบคุมการทำางานพร้อมกันหลายงานในขณะเดียวกัน ผูใ้ ช้ สามารถทำางานกับซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน โดย ระบบปฏิบตั กิ ารจัดสรรทัง้ เวลาและเนื้อทีท่ ตี่ อ้ งใช้ในการประมวลผลคำา สัง่ ของซอฟต์แวร์แต่ละชนิด เช่น แบ่งปั นเวลาในการประมวลผลของ ซีพียูและแบ่งเนื้อทีใ่ นหน่วยความจำาสำาหรับเก็บข้อมูลและคำาสัง่ ของ ซอฟต์แวร์ทใี่ ช้งาน เช่น ระบบปฏิบตั กิ ารวินโดวส์ 95 และ 98


3) ประเภทใช้งานหลายคน (multiuser)ในหน่วยงานบางแห่งอาจใช้ คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ทาำ หน้าทีป่ ระมวลผล ทำาให้ในขณะใดขณะหนึ่งมี ผูใ้ ช้คอมพิวเตอร์พร้อมกันหลายคนแต่ละคนจะมีสถานีงานของตนเอง เชือ่ ต่อกับคอมพิวเตอร์จงึ ต้องใช้ระบบปฏิบตั กิ ารทีม่ ีความสามารถใน การจัดการสูง เพื่อให้ผใู ้ ช้ทุกคนสามารถทำางานเสร็จในเวลา ระบบ ปฏิบตั กิ ารในกลุม่ นี้ เช่น ระบบปฏิบตั กิ ารวินโดวส์เอ็นที


 ตัวอย่างระบบปฏิบตั ิการ

เนื่องจากระบบปฏิบตั กิ ารจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างโปรแกรมใช้งานดัง นัน้ ระบบปฏิบตั กิ ารจึงมีหลายชนิด ปั จจุบนั ระบบปฏิบตั กิ ารทีน่ ิยมใช้งานกัน แพร่หลายมีดงั นี้


1) ระบบปฏิบตั ิการดอส ( Disk Operating System : DOS) บริษทั ไอบีเอ็มผลิตเครือ่ งไมโครคอมพิวเตอร์ข้ ึนมาและให้ชือ่ ว่า คอมพิวเตอร์สว่ นบุคคลได้มอบหมายให้บริษทั ไมโครซอฟต์เป็ นผูพ้ ฒ ั นาระบบ ปฏิบตั กิ ารโดยให้ชือ่ ว่า พีซดี อส ต่อมาเมื่อไมโครคอมพิวเตอร์แบบนี้เป็ นทีแ่ พร่ หลาย จึงมีผผู ้ ลิตไมโครคอมพิวเตอร์ซึง่ มีการทำางานแบบเดียวกับไมโคร คอมพิวเตอร์ของบริษทั ไอบีเอ็ม ไมโครคอมพิวเตอร์เหล่านี้ จะใช้ระบบปฏิบตั กิ าร ของ บริษทั ไมโครซอฟต์ เช่นกันแต่ใช้วา่ เอ็มเอสดอส (Microsoft Disk Operating System :  MS-DOS) ซึง่ มีการ ทำางานคล้าย พีซดี อส แต่ปัจจุบนั ไม่ได้รบั ความนิยมแล้ว


2) ระบบปฏิบตั ิการยูนิกซ์ (UNIX) เป็ นระบบปฏิบตั กิ ารประเภทใช้หลายคน และหลายงาน ได้มีผู ้ พัฒนาระบบปฏิบตั กิ ารยูนิกซ์ให้สามารถใช้กบั เครือ่ งชนิดต่างๆ หลายระบบ โดยตัง้ ชือ่ ใหม่ เช่น ซีนิกซ์ (Xenix) วีนิกซ์ (vinix) ไมโครนิกซ์ (Micronix) เอไอเอกซ์ (AIX) อัลทริกซ์ (Altrix) เป็ นต้น ปั จจุบนั มีความพยายามจะกำาหนดให้ระบบปฏิบตั กิ ารทีม่ ชี อื่ ต่างๆ เหล่านี้เป็ น มาตรฐานเดียวกันโปรแกรมทีพ่ ฒ ั นาภายใต้ระบบยูนิกซ์น้ ี มีขอ้ ดีตรงทีไ่ ม่ตอ้ ง ขึ้นกับเครือ่ งคอมพิวเตอร์แบบใดแบบหนึ่งโดยเฉพาะ


 3)

ระบบปฏิบตั ิการไมโครซอฟต์วินโดวส์ (Microsoft Windows) ระบบปฏิบตั กิ ารนี้พฒ ั นาโดยบริษทั ไมโครซอฟต์ เป็ นระบบปฏิบตั กิ ารทีม่ ลี กั ษณะการ ใช้งานแตกต่างจาก 2 ระบบแรกทีก่ ล่าวมา เนื่องจากมีสว่ นติดต่อกับผูใ้ ช้ (user interface) เป็ นแบบทีเ่ รียกว่าระบบ ติดต่อผูใ้ ช้แบบกราฟิ ก (Graphical User Interface : GUI) หรือทีเ่ รียกว่า จียูไอ คือ มีการแสดงผลเป็ น รูปภาพ และใช้สญั ลักษณ์ในรูปรายการทีเ่ ลือก (MENU) หรือสัญรูป(Icon) ใน การสัง่ การให้คอมพิวเตอร์ทาำ งานแทนการพิมพ์ทลี ะบรรทัด ทำาให้การใช้งาน คอมพิวเตอร์ง่ายขึ้นทัง้ ยังมีสสี นั ทำาให้ซอฟต์แวร์น่าใช้งานมากขึ้นระบบปฏิบตั กิ าร วินโดวส์น้ ีเป็ นระบบปฏิบตั กิ ารทีไ่ ด้รบั ความนิยมสูงมากในเครือ่ งไมโคร คอมพิวเตอร์ทวั่ ไป


4)ระบบปฏิบตั ิการลีนุกซ์ (Linux)เป็ นระบบปฏิบตั กิ ารยูนิกซ์ระบบ

หนึ่งเช่นเดียวกับซีนิกซ์หรือวีนิกซ์ ได้รบั การพัฒนาโดยนักศึกษาภาค วิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยเฮลซินกิประเทศฟิ นแลนด์ ชือ่ ลีนุซ ทอร์วาลด์ (Linus Torvalds)เขาเริม่ พัฒนาระบบปฏิบตั ิ การดังกล่าวในปี พ.ศ. 2523 ด้วยเขาต้องการพัฒนาระบบปฏิบตั ิ ยูนิกซ์ทมี่ คี วามสามารถมากกว่าไมนิกซ์ซงึ่ เขาใช้งานอยู่ จึงเริม่ ต้น พัฒนาระบบปฏิบตั กิ ารนี้เอง โดยไม่ได้ลอกเลียนแบบจากระบบยูนิกซ์ อืน่ เลย และในปี พ.ศ. 2534 ระบบปฏิบตั กิ ารลีนุกซ์เวอร์ชนั่ 0.010 ก็ได้รบั การเผยแพร่ โดยมีการแจกให้ใช้งานฟรีรวมทัง้ รหัสต้นแบบ ่ ิยมและมีผนู ้ าำ ไปพัฒนา (source code) ก็เป็ นทีเ่ ปิ ดเผย จึงเป็ นทีน ลีนุกซ์ของตนเองขึ้นใช้งานมากมาย รวมทัง้ มีผพู ้ ฒ ั นาซอฟต์แวร์ ประยุกต์ข้ ึนใช้งานบนลีนุกซ์อกี ด้วย


5)ระบบปฏิบตั ิ MAC OS X พัฒนามาจากรุน่ MAX OS 9 (X คือ เลข10 แบบโรมันเป็ นระบบปฏิบตั กิ ารทีส่ ร้างขึ้นเพื่อใช้งานเฉพาะเครือ่ งของบริษทั แอปเปิ้ ลเท่านัน้ ซึง่ เน้นงานประเภทกราฟิ ก และศิลปะเป็ นหลัก ทัง้ นี้รูปแบบการ ทำางานแบบต่าง ๆ ของ MAC OS X จะสนับสนุนแบบ GCI เช่นเดียวกับ ระบบปฏิบตั กิ าร WINDOWS ด้วยเหตุทมี่ ผี นู ้ าำ รหัสต้นแบบของ ระบบปฏิบตั ิ การระบบนี้ มาพัฒนาเป็ นของตนเองมากมายและเนื่องจากในปั จจุบนั แนวคิดของจี ยูไอกำาลังเป็ นทีน่ ิยม จึงมีการพัฒนาระบบปฏิบตั กิ ารลินุกซ์ ให้สามารถทำางานบน ระบบเอกซ์วนิ โดวส์ (X Windows) ซึง่ เป็ นระบบทีม่ ีการติดต่อกับผูใ้ ช้แบบ กราฟิ ก และถือได้วา่ ลินุกซ์เป็ นยูนิกซ์ทีส่ มบูรณ์แบบ อีกทัง้ เป็ นระบบปฏิบตั กิ ารที่ สามารถทำางานได้บนเครือ่ งคอมพิวเตอร์ทีป่ ระสิทธิภาพไม่สงู มาก เช่น เครือ่ งใน ตระกูล 80386 ได้ และต้องการหน่วยความจำาเพียง 2 เมกะไบต์ในการทำางานบน สภาวะตัวอักษร (text mode) หรือ 64 เมกะไบต์ในการทำางานบนเอกซ์วนิ โดวส์   


ตัวแปลภาษา  1)

ภาษาปาสคาล เป็ นภาษาสัง่ งานคอมพิวเตอร์ทมี่ ีรูปแบบเป็ น โครงสร้าง เขียนสัง่ งานคอมพิวเตอร์เป็ นกระบวนความ ผูเ้ ขียนสามารถ แบ่งแยกงานออกเป็ นชิ้นเล็ก ๆ แล้วมารวมกันเป็ นโปรแกรมขนาดใหญ่ได้  2) ภาษาเบสิก เป็ นภาษาทีม ่ ีรูปแบบคำาสัง่ ไม่ยุง่ ยาก สามารถเรียนรูแ้ ละ เข้าใจได้ง่าย มีรูปแบบคำาสัง่ พื้นฐานทีส่ ามารถนำามาเขียนเรียงต่อกันเป็ น โปรแกรมได้  3) ภาษาซีเป็ นภาษาทีเ่ หมาะสำาหรับใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อืน ่ ๆ ภาษาซีเป็ นภาษาทีม่ ีโครงสร้างคล่องตัวสำาหรับการเขียนโปรแกรมหรือให้ คอมพิวเตอร์ตดิ ต่อกับอุปกรณ์ตา่ ง ๆ  4) ภาษาโลโก เป็ นภาษาทีเ่ หมาะสำาหรับการเรียนรูแ้ ละเข้าใจหลักการโปร แกรมภาษาโลโกได้รบั การพัฒนาสำาหรับเด็ก  นอกจากภาษาทีก ่ ล่าวถึงแล้ว ยังมีภาษาคอมพิวเตอร์ทีใ่ ช้กนั อยูใ่ นปั จจุบนั อีกมากมายหลายภาษา เช่น ภาษาฟอร์แทรน ภาษาโคบอล ภาษาอาร์พีจี 


ซอฟต์แวร์ประยุกต์ 

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ คือซอฟต์แวร์ทีเ่ ขียนขึ้น เพื่อประยุกต์กบั งานทีผ่ ใู ้ ช้ ต้องการ เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำา ซอฟต์แวร์จดั เก็บภาษี ซอฟต์แวร์ สินค้าคงคลัง ซอฟต์แวร์ตารางทำางาน ซอฟต์แวร์กราฟิ ก ซอฟต์แวร์ จัดการฐานข้อมูล เป็ นต้นการทำางานใดๆ โดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ จำาเป็ นต้องทำางานภายใต้สภาพแวดล้อมของซอฟต์แวร์ระบบด้วย ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำาต้องทำางานภายใต้ซอฟต์แวร์ระบบ ปฏิบตั กิ ารเอ็มเอสดอสหรือวินโดวส์ เป็ นต้น


1 ซอฟต์แวร์ใช้เฉพาะทาง 

เป็ นโปรแกรมทีไ่ ด้รบั การออกแบบและพัฒนาสำาหรับนำาไปใช้งานเฉพาะ ด้าน หรือในสาขาใดสาขาหนึ่งตามความต้องการของผูใ้ ช้ โดยทีผ่ เู ้ ขียน คือโปรแกรมเมอร์ (programmer) ทีม่ ีความสามารถในการ เขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ และต้องศึกษาทำาความเข้าใจเข้าใจ งานและรายละเอียดของการประยุกต์นนั้ เป็ น อย่างดี เช่น โปรแกรม ช่วยจัดการด้านการเงิน โปรแกรมช่วยจัดการบริการลูกค้า ฯลฯ ตาม ปกติจะไม่คอ่ ยได้พบเห็นซอฟต์แวร์ประเภทนี้ในท้องตลาดทัว่ ไป แต่จะ ซื้อหาได้จากผูผ้ ลิตหรือตัวแทนจำาหน่ายในราคาค่อนข้างสูงกว่า ซอฟต์แวร์ ทีใ่ ช้งานทัว่ ไปในทีน่ ้ ีได้รวบรวมจัดประเภทไว้ดงั นี้


 (1)

ซอฟต์แวร์ระบบงานด้านบัญชี ได้แก่ ระบบงานบัญชีเจ้าหนี้ บัญชีลูกหนี้ บัญชีสนิ ทรัพย์ถาวรและค่าเสือ่ มราคาสะสม บัญชีแยกประเภททัว่ ไป และบัญชี เงินเดือน  (2) ซอฟต์แวร์ระบบงานจัดจำาหน่าย ได้แก่ ระบบงานรับใบสัง่ ซื้อสินค้า ระบบ งานบริหารสินค้าคงคลังและระบบงานประวัตกิ ารขาย  (3) ซอฟต์แวร์ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ ระบบงานกำาหนด โครงสร้างผลิตภัณฑ์ การวางแผนกำาลังการผลิต การคำานวณต้นทุนของงาน การประเมินผลงานของพนักงาน การวางแผนการผลิตหลัก การวางแผนความ ต้องการวัสดุ การควบคุมการทำางานภายในโรงงาน การกำาหนดเงินทุน มาตรฐานสินค้าและการกำาหนดขัน้ ตอนการผลิต  (4) ซอฟต์แวร์อน ื่ ๆ ได้แก่ ระบบการสร้างรายงาน การบริหารการเงิน การ เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ และการเช่าซื้อรถยนต์


2 ซอฟต์แวร์สาำ เร็จ 

เป็ นซอฟต์แวร์ทมี่ ีบริษทั ผูผ้ ลิตได้สร้างขึ้น และวางขายทัว่ ไป ผูใ้ ช้สามารถหาซื้อมาประยุกต์ใช้งานทัว่ ไปได้ ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ไม่ได้มุง่ เน้นเฉพาะสำาหรับงานใดงานหนึ่ง ผูใ้ ช้งานจะต้องเป็ นผูน้ าำ ไปประยุกต์กบั งานของ ตน ผูใ้ ช้อาจต้องมีการสร้างหรือพัฒนาชิ้นงานภายในซอฟต์แวร์ตอ่ ไปอีก ราคาของซอฟต์แวร์ใช้งานทัว่ ไปนี้ จะไม่สงู มากเกินไปซอฟต์แวร์ใช้งานทัว่ ไปซึง่ นิยมเรียกว่า ซอฟต์แวร์สาำ เร็จ แบ่งออกเป็ นหลาย กลุม่ ตามลักษณะการใช้งานคือ (1) ด้านการประมวลคำา (2) ด้านการวิเคราะห์ขอ้ มูล หรือตารางทำางาน (3) ด้านการเก็บและเลือกค้นข้อมูลเป็ นระบบฐานข้อมูล (4) ด้านกราฟิ ก และนำาเสนอข้อมูล (5) ด้านการติดต่อสือ่ สารทางไกล (6) ด้านการพิมพ์ตงั้ โต๊ะ (7) ด้านการลงทุนและจัดการการเงิน (8) ด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม (9) ด้านการจำาลอง เกม และการตัดสินใจ


ซอฟต์แวร์ประมวลคำา ซอฟต์แวร์ประมวลคำาเป็ น ซอฟต์แวร์ในการนำาตัวอักษรมาเรียงต่อเป็ นคำา ประโยคหรือย่อหน้า คล้ายการใช้เครือ่ งพิมพ์ดดี พิมพ์ขอ้ ความบนกระดาษ แต่ ต่างกันทีต่ วั อักษรทีพ่ ิมพ์หรือป้ อนเข้าทางแผงแป้ นอักขระจะเข้าไปเก็บ อยูใ่ น หน่วยความจำาของคอมพิวเตอร์ ทำาให้สามารถแก้ไขดัดแปลงได้ง่าย ภายใต้ ข้อกำาหนดของซอฟต์แวร์ผใู ้ ช้สามารถกำาหนดปรับแต่งรูปแบบได้ตามต้องการ เช่น การกำาหนดเส้นกัน้ หน้าและกัน้ หลัง กัน้ บนและกัน้ ล่าง เมือ่ มีการแก้ไขจน เป็ นทีพ่ อใจแล้ว สามารถสัง่ พิมพ์เอกสารออกทางเครือ่ งพิมพ์ได้หลายชุดตามที่ ต้องการ เอกสารทีพ่ ิมพ์จากเครือ่ งพิมพ์ จะมีคณ ุ ภาพดีไม่มีรอยเปื้ อนจากการ แก้ไขดัดแปลง

 2.1


 2.2

ซอฟต์แวร์ตาตารางทำางาน การวิเคราะห์และคำานวณตัวเลขของผูใ้ ช้ ด้วยการสร้างเป็ นรูปแบบจำาลองใน ลักษณะของสูตรคำานวณและสมการทางคณิตศาสตร์ มักมีการขีดเขียน คำานวณ และจดบันทึกลงในกระดาษ โดยมีเครือ่ งคิดเลขเป็ นเครือ่ งมือช่วยใน การคำานวณ การคำานวณตามงานทีอ่ อกแบบหรือการค้นหาคำาตอบของรูป แบบจำาลองสมการทีส่ ร้างขึ้นนับเป็ นงานทีน่ ่าเบื่อและต้องใช้ความอดทนมาก ำ วซ้าอี ำ กหลายๆ ครัง้ ตาม พอสมควรเพราะผูใ้ ช้จะต้องทำาการคำานวณใหม่ ซ้าแล้ การแปรเปลี่ยนอย่างไม่หยุดนิ่งขององค์ประกอบหรือปั จจัยสำาคัญของงาน โดยเฉพาะอย่างยิง่ หากงานนัน้ เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวติ และ ทรัพย์สนิ ด้วยแล้ว การคำานวณต่างๆ ก็ตอ้ งยิง่ ระมัดระวังให้มีการตรวจทาน เพื่อให้ผลลัพธ์ทีถ่ ูกต้องและแม่นยำาซอฟต์แวร์สาำ เร็จตารางทำางาน


2.3 ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูล

 ในสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศ

ปั จจุบนั ข้อมูลทีม่ ีจาำ นวนมากจะต้องมีการจัด เก็บและเรียกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ การรวบรวมและเก็บข้อมูลไว้ดว้ ยกันจะ ช่วยไห้การเรียกค้นเพิ่มเติมหรือเปลี่ยน แปลงทำาได้ง่าย ซึง่ การรวบรวมข้อมูล เข้าด้วยกันนี้เรียกว่า ฐานข้อมูล ประโยชน์ของการใช้ฐานข้อมูลจะช่วยไห้ ำ อนของข้อมูลทีจ่ ะเกิดขึ้น ช่วย สามารถใช้ขอ้ มูลร่วมกัน ช่วยหลีกเลี่ยงความซ้าซ้ ขจัดความขัดแย้งของข้อมูลและสามารถกำาหนดความเป็ นมาตรฐานเดียวกันได้ ง่าย เป็ นต้น ซอฟต์แวร์จดั การฐานข้อมูลช่วยให้ผใู ้ ช้ดาำ เนินการจัดการฐาน ข้อมูลได้ง่าย และมีไห้เลือกใช้ได้หลายซอฟต์แวร์ โดยเน้นผูใ้ ห้ผใู ้ ช้สามารถสร้าง แฟ้ มข้อมูล ช่วยในการจัดเก็บ การขอดู การเรียกค้น การเพิ่มเติม การลบ การจัดเรียง และการทำารายงาน


 2.4

ซอฟต์แวร์นาำ เสนอ  การนำาเสนอข้อมูลตัวเลข โดยปกติจะอยูใ่ นรูปของตารางเป็ นแถวและสดมภ์ ซึง่ ไม่ใช่วธิ ีนาำ เสนอข้อมูลทีด่ ี เพราะการนำาเสนอข้อมูลในรูปตารางไม่ดงึ ดูด ความสนใจ และตีความข้อมูลตัวเลขได้ลาำ บาก ไม่สมบูรณ์ การแปลงข้อมูล ตัวเลขให้อยูใ่ นรูปภาพและแผนภูมิจะเป็ นวิธีทีด่ แี ละมีประสิทธิภาพสูง เพราะ การนำาเสนอข้อมูลด้วยวิธีน้ ีจะดึงดูดความสนใจ สือ่ ความหมายได้กระจ่างชัด และเข้าใจง่ายในปั จจุบนั นิยมนำาข้อมูลมาเขียนเป็ นแผนภูมหิ รือนำาข้อมูลมา วิเคราะห์คาำ นวณตัวเลขทางสถิติ ได้ขอ้ มูลตัวเลขชุดใหม่แล้วจึงค่อยนำามาส ร้างเป็ นแผนภูมิ ซึง่ แผนภูมทิ ไี่ ด้น้ ี จะนำาไปเสนอต่อผูบ้ ริหารระดับสูงเพื่อใช้ วางแผนและตัดสินใจ


 2.5

ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ ก ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ กเป็ นซอฟต์แวร์ทีท่ าำ หน้าทีเ่ หมือนกระดานหรือสมุด วาดเขียนทีผ่ ใู ้ ช้สามารถสร้างภาพเขียนได้ และมีอุปกรณ์ทีช่ ว่ ยในการวาดรูป เช่น ปากกาช่วยวาดลายเส้น พู่กนั ระบายสี และยางลบช่วยลบลายเส้นหรือสีที ่ ไม่ตอ้ งการได้นอกจากนี้สามารถนำาแฟ้ มข้อมูลทีเ่ ป็ นรูปภาพทีถ่ ่ายโดยใช้กล้อง ถ่ายรูปดิจติ อลมาแก้ไขตกแต่งได้ โดยซอฟต์แวร์จะมีเครือ่ งมือทีส่ ามารถปรับ เปลี่ยนความเข้มของแสง ปรับเปลี่ยนความแตกต่างของสีวตั ถุในภาพ และ สามารถตัดแปะองค์ประกอบของภาพหลาย ๆ ภาพ มาสร้างเป็ นภาพใหม่ได้ เหมือนการสร้างศิลปะ นอกจากนี้ยงั สามารถเปลี่ยนลักษณะของภาพ ลักษณะ ของสีให้มพี ้ ืนสีแบบต่าง ๆ ได้ ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ กทีเ่ ป็ นทีน่ ิยม เช่น โปรแกรมโฟโทชอพ (PhotoShop) โปรแกรมเพนท์บรัช (Paint Brush) โปรแกรมเพนท์ชอพ (Paint Shop)ซอฟต์แวร์จดั การด้านกราฟิ กบาง โปรแกรม สามารถเชือ่ มต่อกับอุปกรณ์นาำ เข้าสแกนเนอร์ เพื่อจัดการนำาเข้า ข้อมูล โดยแปลงข้อมูลรูปภาพให้เป็ นข้อมูลแบบดิจติ อล และจัดเก็บข้อมูลใน รูปของแฟ้ มข้อมูลเพื่อนำามาแก้ไขต่อไป


 2.6

ซอฟต์แวร์ติดต่อสือ่ สาร เมื่อระบบอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทสำาคัญในการใช้ทาำ งานและการใช้งาน คอมพิวเตอร์ของมนุษย์มากขึ้น และมีบริการหรือการประยุกต์ทาำ งานหลาย ๆ อย่างบนระบบอินเทอร์เน็ต ผูใ้ ช้เครือ่ งคอมพิวเตอร์จากซีกโลกหนึ่งสามารถเลือก ค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลในอีซกี โลกหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้การติดต่อ สือ่ สารไม่วา่ ในรูปของการส่งข้อความหรือการติดต่อด้วยเสียงก็สามารถทำาได้ ความสะดวกสบายเหล่านี้ลว้ นแต่ตอ้ งอาศัยซอฟต์แวร์ประยุกต์ทีท่ าำ หน้าทีจ่ ดั การทัง้ สิ้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์ในกลุม่ ติดต่อสือ่ สารทีม่ ใี ช้งานเป็ นหลักในสังคมปั จจุบนั คือ ซอฟต์แวร์คน้ ผ่านเว็บ (Web Browser)ซอฟต์แวร์คน้ ผ่านเว็บเป็ นซอฟต์แวร์ที่ สามารถสืบค้นและแสดงสารสนเทศทีน่ าำ เสนอในรูปของเว็บเพจ (Web Page) ได้ โดยทีส่ ารสนเทศดังกล่าวอาจเป็ นสารสนเทศทีเ่ ก็บอยูใ่ นเครือ่ งคอมพิวเตอร์ทีบ่ รรจุ ซอฟต์แวร์คน้ ผ่านเว็บหรืออยูท่ ีเ่ ครือ่ งแม่ข่าย (Web Server) ทีใ่ ห้บริการเผยแพร่ สารสนเทศบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ซอฟต์แวร์  

เกี่ยวกับซอฟต์แวร์