Issuu on Google+

ราชาศัพท์

ตรีสุคนธ์ จินตนา คณะครุศาสตร์ เอกวิชาภาษไทย ปี ที่ ๓ หมู่ท๑ี่ รหัสนักศึกษา ๕๓๑๕๘๘๑๐๑๕

ปี การศึกษา ๒๕๕๕ ภาคเรียนที่ ๑ มหาวิทยาลัยราชภัฎราไพพรรณี


คานา คําในภาษาไทยมีหลากหลายชนิด ที่ให้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับความหมาย สถานการณ์ กาลเทศะ ถ้าหากเราไม่ศึกษา เราก็มิทราบว่าคําต่างๆในภาษาไทยเป็ นเช่นไร โดยเฉพาะอย่างยิง่ “ คําราชา ศัพท์” เป็ นคําที่ควรใช้ให้ถูกต้อง เพราะเป็ นคําเบื้องสู งของกษัตริ ยท์ ี่ควรจําไว้เบื้องต้นบ้าง ในรายงานเล่มนี้ ประกอบไปด้วย ความหมายและประวัติของาชาศัพท์ มีมาได้อย่างไร เกิดขึ้นในปี อะไร ประโยชน์ของคําราชาศัพท์ รวมถึงว่าภาษาอื่นๆมามีส่วนเกี่ยวข้องกับคําราชาศัพท์ของไทยได้อย่างไร ผูจ้ ดั ทําหวังเป็ นอย่างยิง่ ว่า ประวัติคาํ ราชาศัพท์ คงจะมีประโยชน์ต่อผูท้ ี่สนใจที่ศึกษา สามารถ นําไปศึกษาความรู ้ตรงนี้ได้ ตรี สุคนธ์ จินตนา ผูจ้ ดั ทํา


สารบัญ หน้า คํานํา

สารบัญ

ความหมายและประวัติของราชาศัพท์

ความเป็ นมาของราชาศัพท์

ที่มาของถ้อยคําราชาศัพท์

บรรณานุกรม


ความหมายและประวัติความเป็ นมาของราชาศัพท์ ภาษาไทยเป็ นมรดกทางวัฒนธรรมที่ที่บรรพบุรุษไทยได้สร้างสมไว้ และสื บทอดกันมาถึงคนไทย รุ่ นปั จจุบนั เป็ นที่น่าภาคภูมิใจยิง่ นักที่เรามีภาษาประจําชาติที่สื่อความหมายได้ทวั่ ประเทศ เรารํ่ารวยด้วย ถ้อยคําในภาษาและสามารถใช้ประโยชน์ได้สะดวก ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ภาษาไทยของเรามีความ เจริ ญงอกงามเพราะนอกจากเราจะดํารงรักษาส่ วนที่เป็ นของเดิมไว้ได้แล้ว เรายังสามารถ สร้างส่ วนที่เป็ น ของใหม่ให้ผสมกลมกลืนกับของเดิมได้เป็ นอย่าง เราวิธีพดู วิธีเขียนที่เป็ นลักษณะเฉพาะของภาษาไทย ไม่ เหมือนภาษาอื่นในโลก เมื่อเราตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทยเช่นนี้แล้ว ก็เป็ นหน้าที่ของเราชาวไทยทุก คนที่จะต้องศึกษา และรักษา ภาษาไทยไว้อย่างดีที่สุดเพื่อเราจะได้มีภาษาไว้ชื่นชม “หรรษา” ตลอดไปชัว่ กาลนาน ถ้าเราศึกษาวิวฒั นาการของภาษาไทย เราจะเห็นว่าภาษาไทยมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุ งมาทุกระยะ อันแสดงถึงความมีชีวติ ชีวา เมื่อชาวไทยได้คบหาสมาคมกับชนชาติใด ก็มกั จะได้รับคําภาษาของชนชาติ นั้น มาเพิ่มเติมในภาษาไทยของเรา หากจะลองตรวจสอบของภาษาไทย ก็จะเห็นได้วา่ เราได้รับภาษา ต่างๆ ประเทศหลายภาษามาไว้ในภาษาไทย เช่น ภาษาเขมร มอญ บาลี สันสกฤต ชวา มลายู จีน ทมิฬ ฝรั่งเศส โปรตุเกส นอกจากจะรับคําภาษาอื่นแล้ว ไทยเรายังรับวิธีการสร้างคํามาจ ากภาษาบางภาษาด้วย ทําให้เราสามารถสร้างคําใหม่ขน้ ใช้ในภาษาไทย ให้ทนั กับความก้าวหน้าทางวิทยาการในโลกปั จจุบนั ได้ เสมอ เราอาจเรี ยกได้วา่ ภาษาไทยมีความ อยูต่ วั และคล่องตัว ทําให้เราสามารถใช้ภาษาไทยสื่ อความหมาย ได้อย่างแจ่มแจ้งละเมียดละไมลึกซึ้ งกว้างขวาง มีลกั ษณะที่น่าสังเกตในภาษาไทย อย่างหนึ่งก็คือ การที่ไทยเรามีวฒั นธรรมในการใช้ภาษา เป็ น แผนอันดีงามสามารถใช้ถอ้ ยคําให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลนับตั้งแต่เครื อญาติในครอบครัวจนไปถึง บุคคลที่เราเทิดทูนในฐานะประมุขของประเทศของชาติ คือ พระมหากษัตริ ยแ์ ละพระราชวงศ์โดยเรามี ถ้อยคําอยูช่ ุดหนึ่งที่เรี ยกว่า “ราชาศัพท์” คํานี้มีความหมายรวมไปถึงถ้อยคําที่ใช้กบั พระสงฆ์ ข้าราชการและ สุ ภาพชน จริ งอยูแ่ ม้จะเป็ นการแบ่งชั้นวรรณะอยูบ่ า้ ง แต่ก็เป็ นชั้นวรรณะที่อยูร่ วมกันในสังคมได้อย่าง ราบรื่ น แสดงให้เห็นถึงความประณี ตและจิตใจอันสู งส่ งของผูใ้ ช้ แสดงให้เห็นถึงความมีอรายธรรมและมี ประเพณี วฒั นธรรมอันดีของชนชาวไทย ประโยชน์ ทไี่ ด้ จากการศึกษา เรื่องคาสุ ภาพ และราชาศัพท์ ๑. ทําให้สามารถใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับชนชั้นของบุคคล ๒. ทําให้สามารถอ่านและฟังข้อความที่ได้ใช้คาํ ราชาศัพท์ได้เข้าใจและถูกต้อง ๓. เป็ นเครื่ องฝึ กอบรมจิตใจ ผูแ้ ละผูศ้ ึกษา ให้เป็ นคนประณี ตในการศึกษา และเป็ นผลให้ คนมีนิสัยรักสวยรักงามมีความสุ ขมุ รอบคอบ


๔. ทําให้คนไทยรู ้สึกภูมิใจว่า การที่เรามีราชาศัพท์น้ นั เป็ นเครื่ องแสดงถึงภูมธรรมอัน สู งส่ งของบรรพบุรุษของเราที่มีความเคารพนอบน้อมต่อกัน ระหว่างผูท้ ี่ต่างวุฒิกนั ไม่ตีตนเสมอกัน เป็ น เครื่ องเชิดชูเ้ กียรติของคนไทย การมีราชาศัพท์ในภาษานั้นอุปมาเหมือนมีเครื่ อง ลาบครามไว้ในบ้านแม้จะมี โอกาสใช้ในชีวติ ประจําวันน้อยแต่เป็ นเครื่ องบ่งบอกว่า เจ้าของบ้านนั้นมีกาํ พืดเป็ นผูม้ ีศกั ดิ์เป็ นเครื่ องยึด เหนี่ยวให้จิตใจให้ภาคภูมิใจในเกียรติของตน เป็ นผูร้ ู ้ภาษาไทยดี ถ้าจะอุปมาอธิ บายคุณค่าของราชาศัพท์และคําสุ ภาพ ก็จะพูดได้วา่ ธรรมดาของผูด้ ียอ่ มมีผา้ หลายผืน เพื่อเลือกใช้ได้เหมาะสําหรับงานที่ต่างลักษณะกัน ใครที่คนหนึ่งมีผา้ หรื อจงใจใช้ผา้ ผืนเดียว ทั้งสําหรับ เช็ดหน้าและเช็ดมือ สําหรับเช็ดพื้นใช้ตลอดเรื่ อยลงไปจนถึงสําหรับขัดรองเท้า ย่อมส่ อให้เห็นชัดว่าผูน้ ้ นั มี นิสัยมักง่าย ไม่มี ระเบียบมีแต่ความมักง่าย การที่คนๆหนึ่งใช้คาํ ๆเดียวกันแทนตัวพูดกับตัวทุกชั้นทุก โอกาสย่อมแสดงว่าผูน้ ้ นั ใช้ภาษาอย่างมักง่ายสิ้ นคิด และนิสัยเอาแต่สะดวกในทุกๆด้าน ตรงกันข้ามกับคน ที่ใช้ผา้ คนละผืนสําหรับงานที่ต่างชนิดกันฉันตลอด การที่ภาษาไทยมีราชาศัพท์และคํา สุ ภาพใช้มากพอ ย่อมแสดงว่าคนไทยมีนิสัยรักสวยรักงามมี ความประณี ตในการใช้ภาษาตลอดจนไปถึงจนถึงความคิด และอารมณ์ เหตุน้ ีคนไทยจึงควรตระหนั กถึง คุณค่าของราชาศัพท์ และควรศึกษารักษาไว้ เพื่อจะเป็ นเครื่ องเชิดชูเ้ กียรติของคนไทยและชาติไทย

ความหมายของราชาศัพท์ ราชาศัพท์เป็ นคําสมาส แยกออกได้ดงั นี้ ราช, ราชา (บาลี สันสฤต ) + ศัพท์ ( เป็ นคําสันสฤต บาลี สทท ) ความหมาบของคํา ราชาศัพท์น้ ี พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หน้า๙๕๒ ได้ให้ความหมายไว้วา่ คือ “ คําเฉพาะสําหรับเพ็ดทูลพระเจ้าแผ่นดินและเจ้านาย , ต่อมาความรวมถึงคําที่ใช้กบั พระภิกษุสงฆ์ ข้าราชการ และสุ ภาพชนด้วย” หนังสื อตําราหลักภาษาไทย ของพระยาอุปกิตศิลปะสาร (นิ่ม กาญจนชีวะ ) หน้า ๑๕๗ ได้อธิ บายว่า “ ราชาศัพท์” แปลว่า ศัพท์สาํ หรับพระราชา หรื อศัพท์หลวง แต่ในที่น้ ีหมายความศัพท์ ที่ใช้ในราชการ เพราะในตํารานั้นบางคําไม่อาจกล่าวเฉพาะกษัตริ ยห์ รื อเจ้านายเท่านั้น กล่าวไปทั้วถึงคําที่ ใช้สาํ หรับบุคคลอื่นด้วย เช่น ขุนนาง พระสงฆ์” ส่ วนในหนังสื อเรื่ องการใช้ถอ้ ยคําและราชาศัพท์ของ ม.ล. ปี ย์ มาลากุล ได้อธิบายไว้


ราชาศัพท์ตามความเข้าใจโดยทัว่ ไปแล้ว หมายถึงภาษาไทยส่ วนหนึ่งที่ใช้ในการบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั และสมเด็จพระบรมพระราชินี และใช้เมื่อกราบทูลวงศานุวงศ์ บ้างก็เข้าใจ ว่าเป็ นคําพูดที่พระมหากษัตริ ยแ์ ละพระราชวงศ์ทรงใช้โดยเฉพาะ ดูราวกับเป็ นภาษาหนึ่งอีกที่เดียว ราชาศัพท์ที่ปรากฏเป็ นลายลักษณ์อกั ษรฉบับแรก เห็นจะเป็ นกฏมณเทียรบาลในรัชสมัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กรุ งศรี อยุธยา ในกฏมณเทียรบาลฉบับนี้มีพระราชกําหนดถ้อยคําที่จะใช้ กราบบังคมทูล กราบทูล คํ���ที่ใช้เรี ยกสิ่ งของเครื่ องใช้ และวิธีการใช้คาํ รับ อาจถือเป็ นตําราราชาศัพท์ ฉบบแรกได้ ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า เข้าใจว่ามูลรากของราชาศัพท์น้ นั คือ ศัพท์ที่จะใช้เมื่อกราบบังคม ทูล พระมหากษัตริ ย ์ หรื อกราบทูลพระราชวงศ์ไม่ใช่ศพั ท์ที่ม หากษัตริ ยใ์ ช้สาํ หรับพระองค์ท่านโดย เฉพาะ หรื อพูดง่ายๆ ก็คือ ศัพท์สาํ หรับใช้คาํ ที่เคารพสู งสุ ด ดูจะเป็ นขนมธรรมเนียมของไทยไม่วา่ ในสมัยใด ไม่ละลาบละล้วงต่อบุคคลที่เคารพ ดังนั้นเมื่อจะใช้ศพั ท์ในการกราบบังคมทูล หรื อกราบทูล ก็ใช้ศพั ท์ที่แตกต่างไป จากคําที่ใช้อยูโ่ ดยทัว่ ไป ตลอดจนการใช้คาํ สํานวนก็ให้แตกต่างไป อันนี้คงเป็ นมูลเหตุแห่งราชาศัพท์ ศัพท์ก็ดี ถ้อยคําก็ดีใน ชั้นต้นจะมุ่งหมายเพียงให้เป็ นถ้อยคําที่พระมหากษัตริ ยท์ รงฟังได้ ต่อมาคงเนื่องจากคลีคลายของภาษาราชา ศัพท์จึงขยายออกไป มีศพั ท์ใช้สาํ หรับกับพระภิกษุ ข้าราชการ และกว้างขวางออกไปจนถึงคําสุ ภาพ เท่าที่กล่าวมานี้ พอจะอนุมานได้วา่ เนื่องจากความคลีคลายของภาษา ราชาศัพท์ จึงหมายถึงศัพท์หรื อถ้อยคําที่ใช้กบั ๑. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ๒. พระบรมวงศานุวงศ์ ๓. พระภิกษุ ๔. ข้าราชการ ๕. คําสุ ภาพสําหรับสุ ภาพชนทัว่ ไป

ในการใช้ราชาศัพท์ เมื่อพูดกับบุคคลหนึ่งหรื อกล่าวถึงบุคคลนั้น นอกจากพระภิกษุแล้วจะไม่ใช้ ราชาศัพท์สาํ หรับตนเองเลย เช่น เราทูลพระราชวงศ์วา่ “ ตอนฝ่ าละอองจะเสด็จไหน” ท่านจะตอบว่า “ฉันจะไปโน่นจะไปนี้ ” ไม่ใช่ “เสด็จโน่นจะเสด็จนี้ ” เป็ นต้น


ความเป็ นมาของราชาศัพท์ การใช้ ราชาศัพท์น้ ีเริ่ มมีเมื่อไร เป็ นปั ญหาที่ตอบได้ยาก เพราะก่อนที่ไทยจะตั้งกรุ งศรี สุโขทัย เป็ นราชธานีน้ นั เรามาสามารถจะหาหลักฐานได้วา่ ในราชสํานักของกษัตริ ย ์ เคยมีการใช้คาํ ราชาศัพท์ หรื อไม่ อย่างไรก็ตาม แม้ศิลาจาลึกของพ่อขุนรามคําแหงมหาราชก็ไม่ปรากฏว่ามีคาํ ราชาศัพท์อยูเ่ ลย ครั้นต่อมาสมัยมหาธรรมราชาที่ ๑ แห่งกรุ งสุ โขทัย ผูท้ รงพระปรี ชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ วรรณคดี พระพุทธศาสนาทรงเป็ นทรงปราชญ์เชียวชาญพระไตรปิ ฎกละพระคีมภีร์ต่างๆ จนสามารถพระ ราชนิพนธ์หนังสื อเตภูมิกถาหรื อไตรภูมิพระร่ วงซึ่ งเป็ นหนังสื อเล่มแรกของไทยที่ยงั คงใช้ศึกษากันอยูใ่ น ปั จจุบนั นี้ เมื่อตรวจสอบดูปรากฏหลักฐานการใช้อยูใ่ นบานแผนกเดิมของหนังสื อไตรภูมิพระร่ วงว่า ผูใ้ ด ปรารถนาสวรรค์นิพพาน จงสดับรับฟังไตรภิกษุถาด้วยทํานุบาํ รุ งอย่าได้ประมา ทสักอันดัง่ นี้ จึงจะไดพบ พระศรี อริ ยะไมตรี เจ้า เมื่อจะลงมาตรัสไมตรี เจ้า เมื่อจะลงมาตรัสแก่สัพพัญญุตญาณในโลกนี้แล ” (ไตรภูมิ กถา,หน้า๒) ในศิลาจาลึกที่ ๒ (จารึ กวัดศรี ชุม ) ซึ่งจารึ กในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไท) ก็ปรากฎ ว่ามีคาํ ราชาศัพท์ ส่ วนในศิลาจารึ กอื่นๆ ในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทก็ปรากฏคําราชาศัพท์อีกหลายคํา แสดงว่า ในสมัยนี้เริ่ มมีการใช้ราชาศัพท์กนั แล้ว สมัยกรุ งศรอยุธยา การใช้ราชาศัพท์เริ่ มตั้งแต่พระสมัยสมเด็จพระรามาธิ บดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง ) ปรากฏหลักฐานในจดหมายตราสามดวง ว่าด้วยกฎหมายลักษณะวิวาทกล่าว ถึงแม้วา่ รัชสมัยสมเด็จพระรามาธิ บดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) จะมีคาํ ราชาศัพท์ใช้แล้ก็ตาม แต่ก็ยงั ไม่ ปรากฎว่าประกาศใช้เป็ นทางการแต่อย่างใด จนกระทัง่ ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงตั้ง กฎมณเทียรแล้วประกาศใช้ เป็ นครั้งแรกเมื่อ ๒๐๐๑ จึงถือ ว่ามีการประกาศใช้ราชาศัพท์เป็ นลายลักษณ์ อักษร ฉบับแรกในสมัยกรุ งศรี อยุธยา ในกฎมณเทียรฉบับนี้มีพระราชกําหนดถ้อยคําที่จะใช้กราบบังคมทูล กราบทูล คําที่ใช้เรี ยกสิ่ งของเครื่ องใช้ ตําราราชาศัพท์ในสมัยรัชกาลพระบามสมเด็จพระนัง่ เกล้าเจ้าอยูห่ วั รัชกาลที่๓ แห่งกรุ ง รัตนโกสิ ทร์ มีบานแผนกว่า “ ราชภาษาสําหรับกราบทูลเจ้าชีวต ิ สมมุตเรี ยกว่าราชาศัพท์ เป็ นเยีย่ งอย่างมาแต่ก่อนดูสังเกตไว้ เป็ นคุณอยู”่ พระยาศรี สุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) กล่าวถึงราชาศัพท์ไว้ในหนังสื อคือ ตําราภาษาไทย ตอนหนึ่งว่า “ ต่อไปนี้จะว่าราชการภาษาราชาศัพท์ที่ใช้สาํ หรับราชตระกูล ราชภาษาราชาศัพท์ สําหรับผูท ้ ี่จะ ทําราชการจะได้ใช้กราบทูลพระเจ้าอยูห่ วั ราชาศัพท์เป็ นแบบแผนเยีย่ งอย่างมีมาแต่ก่อน ให้ขา้ ราชการทั้ง


ปวงเรี ยนรู ้สังเกตจดจําคําไว้ให้แน่นอนอย่าให้พลั้งพลาด ในการที่กร าบทูลพระกรุ ณา และเมื่อจะแต่ง โคลงฉันท์ กาพย์ กลอน จะได้ใช้คาํ ให้สูงสมความ” สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ ากรมพระยานริ ศรานุวดั ติวงศ์ และสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรม พระยาดํารงราชานุภาพ ได้ทรงวินิจฉัยเค้ามูลที่มาของราชาศัพท์ไว้ในหนังสื อสาสน์สมเด็จเล่มที่๒๓ ดังนี้ “ ที่เรี ยกว่าราชาศัพท์ หมายความว่า คําพูดของเจ้าหรื อคําพูดแกเจ้า มิใช่เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน เท่านั้น แต่ประหลาดอยูท่ ี่ความจริ งไม่เป็ นเช่นนั้น เพราะ ก. เจ้าพูดก็ไม่ใช้ราชาศัพท์สาํ หรับพระองค์เอง เช่น จะว่า “ฉันเสวย” หามีไม่ ย่อมใช้ศพั ท์ไทยที่ พูดกันเป็ นสามัญว่า “ ฉันกิน” ข. คําราชาศัพท์ที่เป็ นภาษเขมร เช่น ขนง เขนย พวกเขมร แม้มาพูดในเมืองไทยเขาก็ใช้สาํ หรับ คนสามัญ ไม่ได้เรี ยกว่า ขนง เขนย ว่าคิ้ว เค้ามูลดูเป็ น ๒ ภาษาต่างกัน คือภาษาไทย๑ กับภาษาราชาศัพท์ อันเป็ นคําเอา มาจากภาษาเขมรกับ ภาษามคธและสันกฤตโดยมาก ลักษณะที่ไทยใช้คาํ ราชาศัพท์ก็เป็ นคําพูดที่ไม่ใช่เจ้า ใช้เรี ยกกิริยาหรื อวัตถุ อันเป็ นเจ้าของหรื อโดยย่อ ราชาศัพท์ดูเป็ นคําที่ผบู ้ ริ วารชนใช้สาํ หรับผูท้ ี่เป็ นเจ้าเป็ นใหญ่ หรื อถ้าว่าอีก อย่างหนึ่งเป็ นการเอาภาษาของคนจําพว กอื่นที่ใช้สาํ หรับไทยที่มาเป็ นเจ้านายผูป้ กครองของตน มีเค้าจะ สังเกตในคําจารึ ก และหนังสื อเก่า เห็นได้ชดั คําราชาศัพท์ใช้ในกรุ งศรี อยุธยาดกกว่าที่อื่น คําราชาศัพท์น้ นั ชอบกลที่จะว่าคําสู งคําตํ่าเก่าแม้ในชั้นเขมรจะว่าไม่มีก็วา่ ไม่ได้เห็นหนังสื อพิมพ์ ข้างไทยเขาลงท้วงราชาศัพท์ ว่าคํา สรง เสวย ของเขรมก็เป็ นคําสามัญในคําเขมรว่ากินอาบ นั้นเอง ข้อ ดําริ ที่วา่ ใช้คาํ ต่างภาษาก็เพราะคนถูกปะปนกันนั้นก็ถูกอย่างยิง่ เช่นเคยได้เห็นหนังสื อพิมพ์วดั ทางปั กษ์ใต้ ซึ่ งพูดตามสมัยนั้นก็ตอ้ งว่า โฉลด นัน่ เป็ นหนังสื อเขมรและภาษาเขรม ดูศุภมาสก็ไม่แก่ไปกว่าครั้งแผ่นดิน พระเจ้าบรมโศก ย่อมเห็นได้อยูว่ า่ คนเขมรมีปะปนอยูม่ นปั กษ์มากที่เป็ นหนังสื อเขรมก็มีที่วดั จะ เกี่ยวข้องกับพวกเขรม เขรมเขาเขียนอย่างนั้น แต่เขาอ่านออกเสี ยงอีกอย่าง เราก็ไม่รู้คาํ นั้นก็เลยลากเป็ น แต่ก็เข้าความไปได้อย่ างแกนๆที่จริ งจะทิง้ เสี ยไม่ได้เลย สาเหตุที่เกิดขึ้น แล้วจึงเก็บทําเป็ นตําราราชาศัพท์ แต่ก็เก็บไม่หมด ทั้งคําที่เกิดขึ้นที่หลังก็ไม่ได้อยูใ่ นตําราราชาศัพท์ และตําราราชาศัพท์ก็ไม่ได้ประสงค์จะ ทําคําของเจ้าใช้ อย่างที่เราเข้าใจกันอยูเ่ ดี๋ยวนี้ เป็ นประสงค์ เพียงแต่จะพูดกับเจ้าให้เพราะพริ้ งเท่านั้น คํา ในราชาศัพท์น้ นั ก็ประหลาดคําเขรมก็มีคาํ มคธก็มีคาํ มคธแม้หาคําในตําราราชาศัพท์ไม่ได้ก็ผกู ขึ้น อันการใช้คาํ นั้นประหลาด เช่น ฝังศพก็เรี ยกว่า บรรจุ ไม่เห็น คําฝังนั้น หยาบคายเสี ยหายไปเลย นี่จะเข้าราชาศัพท์ดว้ ยหรื อไม่ รา ชาศัพท์น้ นั ว่าที่จริ งก็มีในภาษามนุษย์ทุกประเทศ โดยเฉพาะมีผคู ้ ิดตําราขึ้น และพูดเพื่อที่จะยอให้วเิ ศษ ไพเราะขึ้นไป จึงเลยเลอะแต่หม่อนฉันเห็นเป็ นใหญ่อยูท่ ี่ความนิยม ถ้าคนไม่นิยมจะยกย่อคํานั้นมากขึ้น คําราชาศัพท์ก็คงจะละลายลบหายไปเอง เพราะใช้ราชาศัพท์น้ นั ผูพ้ ดู และต้องเลือกคําพูดลําบากน้อย จึงทํา


ให้คนที่ใช้จึงเป็ นบุคคลที่เรี ยนหรื อใช้เฉพาะ ทางถึงจะรู้คาํ ราชาศัพท์ได้เยอะ และสามารถนําไปใช้ กับให้ เหมาะสมด้วย ทีม่ าของถ้ อยคาทีใ่ ช้ เป็ นราชาศัพท์ ศาสตราจารย์คุณบรรจบ พันธุ เมธา ได้กล่าวไว้ในหนังสื อ ลักษณะภาษาไทยถึงที่มาของถ้อยคําที่ ใช้เป็ นราชาศัพท์วา่ ดังนี้ ด้วยเหตุที่ราชาศัพท์เกิดขึ้นภายหลัง หลังจากที่การปกครองบ้านเมืองได้เปลี่ยนแปลงไปจากพ่อ กับลูกมาเป็ นแบบเจ้าผูค้ รองกับไพล่บา้ นพลเมือง ถ้อยคําที่ใช้จึงไม่ใช่คาํ ดั้งเดิมอย่างคําพื้นฐานของภาษา จําเป็ นต้องมาสร้างขึ้นใหม่ การสร้างนั้นก็เป็ นไปกับการสร้างคําอื่นๆใช้ในภาษาคือ ๑.ยืมคําภาษาอื่นมาใช้ ๒.นําคําภาอื่นมาสร้างใหม่ตามแบบประสม คําที่สร้างใหม่จะสร้างจากคํายืมจากภาษาอื่น ยิง่ กว่าจะสร้างจากคําไทยด้วยกัน จะเป็ นด้วยว่า คํา ไทยๆ ถือเป็ นคําธรรมดาสามัญใครๆ ก็ใช้ได้ไม่มีลกั ษณะพิเศษ สมควรใช้แก่ผทู ้ ี่เราเคารพนับถือ แต่ จะต้องใช้มีวธิ ี ตกแต่งให้เป็ นคําราชาศัพท์น้ ีมีแต่คาํ นาม กับคํากิริยา เท่านั้นเอง ที่มาของคําราชาศัพท์สรุ ป แล้วมีดงั นี้ ๑.เป็ นคาไทย จะต้องมีคาํ พระ หรื อ พระราช นําหน้าเพื่อตกแต่งให้เป็ นราชาศัพท์ ได้แก่ คํานาม อวัยวะ พระเจ้า (หัว เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน) เครื อญาติ พระพี่นาง พระเจ้าพี่ยาเธอ พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าลูกเธอ เครื่ องใช้ พระเต้า พระอู่ พระสาง พระแท่น พระที่ พระที่นงั่ พระเก้าอี้ พระตะพาบ พระยีภ่ ู่ คํากิริยา ๑.ใช้ทรง นําหน้ากิริยา เช่น ทรงขับรถยนต์ เป็ นต้น ๒.ใช้ทรง นําหน้านาม มีความหมายต่างไปบ้าง คือ ทรงม้า ทรงช้าง ทรงเรื่ อง เป็ นต้น ๒.เป็ นคาประสมในลักษณะต่างๆคือ ก.รับสั่ง ห้องเครื่ อง เครื่ องต้น ข.คําไทยประสมกับคําต่างประเทศ ที่เป็ นคําราชาศัพท์อยูแ่ ล้ว ๑.เป็ นคํานาม นํ้าพระเนตร มูลพระชิวหา บั้นพระองค์ พานพระศรี รองพระ บาท รถพระที่นงั่ ๒.ใช้เป็ นกิริยา ทอดพระองค์ เข้าพระที่ ทอดพระเนตร สนพระทัย เอาพระทัยใส่


๓.เป็ นคายืมจากภาษอืน่ ก.ยืมจากภาสันกฤต แม้เราจะนับถือทั้งสองภาษาเพราะเป็ นภาษาที่ใช้ในพุทธศาสนา แต่ เมื่อยืมมาใช้ในคําราชาศัพท์ ก็จะต้องเติมคําพระ หรื อ พระราช เข้าข้างหน้าอีกด้วย คํานาม อวัยวะ พระเศียร พระเกศ พระนลาฏ พระพักตร์ เครื อญาติ พระราชนก พระชนนี พระโอรส พระราชธิดา ข.ยืมจากภาษาเขรม เขรมกับไทยเคยมีความสันพันธ์กนั ช้านานการเมือง ความนิยมทางภาย่อม ต้องมีเป็ นธรรมดา คําราชาศัพท์จึงมีไม่นอ้ ยที่ยมื จากเขรม คํานาม อวัยวะร่ างกาย พระเพลา พระศอ พระศก พระขนง พระราชดําเนิน คํากิริยา เสวย เสด็จ ประทับ บรรทม โปรด กริ้ ว โปรด ค.ยืมจากภาษามลายู คํานาม น่าจะได้แก่ พระศรี จาก ใบพลู


บรรณนานุกรม ราชาศัพท์. กรุ งเทพ, วิเชียร เกษประทุม. พิมพ์ครั้งที่ ๑. โรงพิมพ์พฒั นาศีกษา ๒๕๕๕๐.


ราชาศัพท์