Page 1


เขียนโดย อนันตกาล ภาพ Nazezus พิมพ์ครั้งที่ 1 ตุลาคม 2555 ติดต่อ anuntakan.kan@hotmail.co.th


อนันตกาล

ภายในสตูดิโอถ่ายภาพ มีแต่เสียงเเฟลช เสียงพูดคุย เสียงตะโกนและ ความเคลื่อนไหวของสองนายแบบที่ต่างกันสุดขั้ว วริศรินทร์ นายแบบที่มีชื่อเสียง จากภาพลักษณ์ที่ดูมืดมน รอยยิ้มของเขาเรียกได้ว่าหายากยิ่ง เมื่อเทียบกับปลาย ฟ้าที่ภาพลักษณ์ร่าเริงสดใด วริศรินทร์เปรียบสเมือนเทพบุตรที่อยู่ท่ามกลางเงามืด ส่วนปลายฟ้าคือเทพบุตรที่อยู่ท่ามกลางแสงสว่างภาพที่ทั้งสองยืนคู่กันทำ�ให้หลาย คนไม่สามารถละสายตาออกไป “ไนท์ เข้าไปใกล้ปลายฟ้าหน่อยแล้วยกมือขึ้นเสยผม ปลายฟ้าหันหลังมา ชนหลังไนท์ ไนท์ตามองกล้อง ดีมาก ดูมีพลังมาก” ตากล้องบอกวริศรินทร์ให้เคลื่อนไหวไปตามคอนเซป แม้ใบหน้าของ วริศรินทร์จะเฉยเมยไร้รอยยิ้มแต่ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ “ที่นี่เป็นยังไงบ้าง ตาเต” เสียงพูดคุยแผ่วเบาจากมุมหนึ่งในห้องที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เตชวัฒน์ มองใบหน้าที่กำ�ลังเติมเครื่องสำ�อาง “หมายถึงใคร” เขาถามเพื่อความแน่ใจ ในเมื่อตรงหน้าเขามีนายแบบยืนอยู่ถึงสองคน “ทั้งคู่” วุฒิพลผู้บริหารของบริษัท เนไรว่า โปรดักชั่น ถามผู้เป็นหลานที่เขาหมาย มั่นปั้นมือจะให้มาแทนที่ตน 1


รักลวงตา “สำ�หรับผม ปลายฟ้าดูธรรมดาเห็นได้ดาษดื่น ไม่มีอะไรน่าสนใจแต่อีกคน นี่สิ ท่าทางแบบนั้นยังอุตส่าห์อยู่วงการนี้ได้” เขาหมายถึงวริศรินทร์ที่มีใบหน้าเฉยเมยจนเรียกได้ว่าไร้ความรู้สึก แต่ สายตาที่เพียงแค่ได้เห็นก็รู้สึกว่าโดนดึงดูด “นั่น วริศรินทร์หรือไนท์ เป็นนายแบบที่แปลกแต่ก็ถือว่าขายได้ค่อนข้างดี ทีเดียว หลายคนชอบภาพลักษณ์ดาร์คๆ นั่น พูดว่าน้อยคนนักที่จะเห็นไนท์ยิ้ม แต่ ก็มีปัญหาเรื่องมนุษยสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแย่ ตอนนี้กำ�ลังหาผู้จัดการส่วนตัวให้อยู่” วุฒิพลอธิบายถึงนายแบบเจ้าปัญหา ที่จริงก็ไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นปัญหา ใหญ่ เพราะไม่ได้มีนิสัยชอบเหวี่ยง ชอบวีน แต่ติดที่จะเฉยเมยมากเกินไปเท่านั้น “บอกผมทำ�ไมครับ” “ฉันบอกอยู่ว่าจะให้แกดูงานต่อจากฉัน แกนี่น้า” วุฒิพลส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ที่หลานชายตัวดียังคงทำ�ท่าทีเล่นทีจริง อยู่แบบนั้น “อาก็จับผมยัดใส่ตำ�แหน่งไหนสักตำ�แหน่งให้ผมทำ�สิครับ” เตชวัฒน์ยิ้มอย่างประจบ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าผู้เป็นอาต้องการให้เขาเริ่ม ต้นที่จุดปกติ เพื่อที่จะได้เรียนรู้ทุกอย่างไม่ใช่ไปยืนที่จุดสูงสุดทันที “ปลายฟ้าละครับ เห็นพูดถึงแต่วริศรินทร์” เขาถามนายแบบอีกคนที่อยู่คู่กัน “ก็นายแบบปกติหาได้ทั่วไป ปัญหาไม่มีนิสัยดี ก็แค่นั้น” เขาพยักหน้าเข้าใจ พอเห็นสองคนยืนคู่กันแบบนี้แล้วเขาก็พอรู้ว่า ทำ�ไม คนที่ดูมืดมนแบบนั้น ถึงมีชื่อติดอยู่ในวงการนี้ได้ เพราะเห็นแล้วรู้สึกติดตา สำ�หรับ เขาวริศรินทร์ดูติดตามากกว่าปลายฟ้าที่ดูธรรมดาเหมือนนายแบบทั่วไปที่หาได้ ดาษดื่น พวกเขาคุยกันจนการถ่ายแบบจบลง วุฒิพลได้พาเขาไปแนะนำ�ตัวกับเหล่า สตาฟฟ์ “เต ไปรออาที่ห้องที่ห้องเดี๋ยวเรามาคุยกันว่าต่อไปจะให้แกทำ�อะไร” เขาพยักหน้ารับแล้วเดินจากมาเมื่ออาของเขามีคนเรียกให้หยุดคุยด้วย เตชวัฒน์ก้าวยาวๆ ไปตามทางเดินอย่างคุ้นเคยไปห้องทำ�งานของผู้เป็นอา วุฒิพล มักบอกกับเขาเสมอว่าอยากให้เขามาดูแลที่นี่แทนตน 2


อนันตกาล

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องเสียงเพลงล่องลอยแผ่วเบามาตามลม ทำ�ให้เขา หันไปหาที่มาของเสียง “อยากให้สายลม ช่วยกล่อมให้ฉันตายตาหลับ ให้ฉันลืมให้หมดทุก ทุกสิ่ง อยากจะฝันดีให้ตื่นมาพบความจริง” เมื่อเห็นต้นเสียงเขาต้องตาค้าง วริศรินทร์ยืนอยู่บนราวระเบียง เสื้อเชิ้ต สีขาวปลิวไสวด้วยแรงลม “อยากจะฝันดี ไม่ตื่น มาพบความจริง” เสียงเพลงยังคงดังอยู่ที่ท่อนเดิม แขนเรียวยาวยกขึ้นรางกับจะโบยบิน ถ้าพลาดเท่ากับว่าของวริศรินทร์จะร่วงลงไปทันที ลมยิ่งพัดแรงขึ้น กับร่างที่เริ่ม โงนเงน เขาตัดสินใจก้าวเข้าไปทันที “อยากให้สายลม ช่วยกล่อมให้ฉันตายตาหลับให้ฉันลืมให้หมดทุก ทุกสิ่ง” เตชวัฒน์รู้สึกเหมือนร่างของอีกฝ่ายจะร่วงลงไป เขายื่นแขนเข้าไปโอบรัด ร่างของอีกฝ่ายเอาไว้จนวริศรินทร์ตกลงมาในอ้อมกอดของเขา “คุณ” ดวงตาสีดำ�ใสมองตรงมาที่เขาด้วยใบหน้าที่เฉยเมยเช่นเดิม จนเตชวัฒน์ รู้สึกเหมือนเจอกับแรงดึงดูดที่ยากจะถอดถอน “ทำ�บ้าอะไร” เขาดุอีกฝ่ายหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ เขายังคงรู้สึกใจหายเมื่อคิดว่าร่างในอ้อม แขนนี้จะร่วงลงไปสู้เบื้องล่าง “ร้องเพลงไง” เมื่ออีกฝ่ายทำ�เหมือนไม่รู้เรื่อง เขาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อ “อย่าสนใจอะไรมากนักเลย” เสียงที่เอ่ยติดจะแหบแห้งมากกว่าหวานดังขึ้นมา “เกิดคุณตกลงไป” ยังไม่ทันที่จะพูดจบฝ่ามือของอีกฝ่ายแตะเข้าแผ่วเบาที่ข้างแก้ม ตาของทั้ง คู่ประสานกันและเขาไม่สามารถถอนสายตาออกจากอีกฝ่ายได้ “ขอบคุณ” ริมฝีปากนิ่มทว่าเย็นชืดสัมผัสลงมาแผ่วเบาที่ริมฝีปากแล้วผละออกไป 3


รักลวงตา “ปล่อยผมได้หรือยัง” เตชวัฒน์นิ่งไปกับรอยยิ้มปนหัวเราะ แม้จะไม่มากแต่ก็ทำ�ให้เห็นว่าใบหน้า ของอีกฝ่ายมีชีวิตชีวาขึ้นมา แปะ ฝ่ามือของวริศรินทร์ตบเข้าแผ่วเบาที่ข้างแก้ม เหมือนกำ�ลังเตือนให้เขา รู้สึกตัว เตชวัฒน์ปล่อยวริศรินทร์ลง อีกฝ่ายไม่พูดอะไรก้มลงไปหยิบเสื้อสูทที่กอง อยู่ที่พื้น เสียงเปิดประตูดังขึ้นมาทำ�ให้เขาหันกลับไป “รู้จักกันแล้วใช่ไหม” คนที่เขามาคือวุฒิพลอาของเขานั่นเอง “ได้คุยกันแล้วนิดหน่อย” คำ�ตอบของเขาทำ�ให้วุฒิพลขมวดคิ้ว “คุยกันแล้วนิดหน่อย” เขายักคิ้วทวนคำ�ตอบของหลานชาย “ครับ นิดหน่อย” เขาไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ความเย็นเฉียบยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปาก พอหันไปก็เห็นวริศรินทร์นั่งอยู่ที่โซฟามุมห้องแล้ว สายตาของอีกฝ่ายเหม่อมอง ออกไปทางอื่น “ไนท์” เขามองดูอาของเขาที่เรียกชื่ออีกฝ่าย แต่ไร้ซึ่งการตอบสนอง กลายเป็นว่า วุฒิพลต้องเดินเข้าไปใกล้แล้วเรียกชื่ออีกครั้ง วริศรินทร์จึงเหมือนหลุดออกมาจาก ภวังค์ นายแบบหนุ่มหันมามองชายสูงวัยแล้วถึงจะเอ่ยตอบด้วยน้ำ�เสียงราบเรียบ “ครับ” “นี่ตาเต หลานชายอา จะมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เธอ” คำ�เฉลยของวุฒิพลทำ�ให้อีกฝ่ายเอียงคอเพียงเล็กน้อยเหมือนแปลกใจ ขัด กับใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงถึงสิ่งใด เขาหันมามองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ที่มุมห้อง “เหรอครับ” คำ�พูดที่น้อยนิดจนแทบเรียกได้ว่าไม่พูดก็ได้นี่แหละที่ทำ�ให้เตชวัฒน์รู้สึก ว่าน่าหนักใจ แล้วอาของเขาทำ�ไมอยู่ๆ ถึงจะให้เขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของอีกฝ่าย 4


อนันตกาล

ระหว่างที่กำ�ลังคิด ร่างสูงโปร่งของวริศรินทร์ก็จากไปแล้ว “คุณอา ทำ�ไม” เขาถามคำ�ถามคาใจทันที ปกติอาของเขามีอะไรจะคุยกับเขาก่อนไม่ใช่มัด มือชกกันแบบนี้ “ไนท์คุยกับแกใช่ไหมตาเต” เขาพยักหน้ารับ “นั่นแหละ คือคำ�ตอบว่าทำ�ไม ไนท์ไม่พูดกับใคร ขนาดฉันก็พูดเท่าที่เห็น ฉันถึงบอกไงว่ามนุษยสัมพันธ์ไนท์นะแย่ นั่นคือปัญหา” คำ�พูดของชายสูงวัยกว่าทำ�ให้เขาทำ�สีหน้าลำ�บากใจปนไม่เข้าใจ “ทำ�ไมคุณอาดูเป็นห่วงเขาจริง” “ไนท์เป็นลูกชายเพื่อนของอา และปัญหาใหญ่ของไนท์ที่อาอยากให้แก ดูแลนอกจากเป็นผู้จัดการส่วนตัวแล้ว คือห้ามให้ไนท์ตาย” เขาเข้าใจทุกคำ�พูด แต่ประโยคสุดท้ายนี่สิที่ทำ�ให้เขางุนงง “ห้ามไม่ให้ตาย หมายความว่ายังไง” เขาทวนคำ�พูดอย่างไม่เข้าใจว่า การเป็นผู้จัดการส่วนตัวเกี่ยวอะไรกับ ห้ามตาย “ไนท์พยายามจะตายมาหลายครั้งแล้ว รู้ไหมทำ�ไมไนท์ถึงดังมาได้ ทั้งที่ ละครไม่ค่อยได้เล่น ถึงจะเล่นก็แค่ไม่กี่เรื่อง แต่เรื่องที่เล่นก็ทำ�ให้ผู้ชมชอบและติด ตามไนท์ เพราะไนท์เล่นแต่หนังบู๊และจะรับแต่งานที่เสี่ยงเท่านั้น ไม่งั้นก็รับแค่งาน ถ่ายแบบ แต่ปัญหาใหญ่ คือไนท์มักจะพยายามฆ่าตัวตายแบบไม่รู้ตัว” เขาเข้าใจในทันทีภาพเมื่อกี้ที่อีกฝ่ายยืนอยู่บนราวระเบียง พร้อมกับร้อง เพลงไปเรื่อยๆ แว่บหนึ่งเขารู้สึกเหมือนอีกฝ่ายจะกระโดดลงไป “ดูแลไนท์ให้ดี นี่เป็นงานของแก่ตาเต ถ้าผ่านงานนี้ไปไม่ได้แกก็จะขึ้นเป็น ผู้บริหารของ เนไรว่า โปรดักชั่นไม่ได้” นี่คือคำ�สั่งไม่ใช่การขอร้อง เขาพยักหน้าเข้าใจ แม้ตัวเขาเองจะไม่รู้ว่าควร จะทำ�เช่นไรกับวริศรินทร์หรือไนท์กันแน่

5


ในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย เตชวัฒน์กำ�ลังนั่งอ่านข้อมูลของ วริศรินทร์หรือไนท์อย่างละเอียด จริงอย่างที่อาของเขาว่าไนท์ไม่ใช่นายแบบขี้เหวี่ยง ขี้วีน ไม่เคยมีเรื่องกับใคร แต่ก็ไม่เคยพูดกับใคร น้อยนักที่จะให้นักข่าวสัมภาษณ์จน นักข่าวเรียกไนท์ว่าเจ้าชายน้ำ�แข็ง ส่วนเรื่องงานไม่ค่อยมีปัญหาแต่จะมีปัญหาก็ตรง นิสัยเหมือนที่อาของเขาบอก เตชวัฒน์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อนึกถึงปัญหาที่ได้ฟังมาว่า ไนท์ นั้นในบางครั้งเหมือนกับจิตใจล่องลอยไปไกล และมีการกระทำ�ที่เหมือนจะฆ่าตัว ตายในทุกเมื่อ “อยากให้สายลม ช่วยกล่อมให้ฉันตายตาหลับ ให้ฉันลืม หมดทุก ทุกสิ่ง” เสียงเพลงที่ได้ยิน กับร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่บนราวระเบียง เขายอมรับว่า ร่างนั้นดูเหมือนจะแหลกสลาย ภาพที่แขนเรียวยกขึ้นเหมือนจะโบยบิน เขายกมือ ขึ้นสัมผัสริมฝีปากตัวเอง ยังจำ�ได้ถึงความเย็นที่สัมผัสมาอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่ม สลัดหัวไล่ความคิดฟุ่งซ่านออกไป มีเรื่องอีกเยอะที่เขาต้องทำ�ความเข้าใจในฐานะ ผู้จัดการส่วนตัว แล้วเขารู้เรื่องดารานักร้องที่ไหน เท่าที่รู้มาคร่าวๆ จากผู้จัดการ คนก่อนของไนท์ ไนท์มีคนไม่ชอบหน้าเยอะพอสมควร และโดนกลั่นแกล้งอยู่เป็น ประจำ�แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจหรือว่ามีปฏิกิริยาอะไร นอกจากความเมินเฉย และสิ่ง ที่เหล่าผู้จัดการส่วนใหญ่ทนไม่ได้คือความเงียบและความหวาดผวาที่ต้องคอยดูแล ไนท์


อนันตกาล

“ผมเคยเปิดเข้าไปในห้องไนท์ เห็นนอนนิ่งเย็นเฉียบอยู่กับพื้น ผมตกใจ รีบพาให้หาหมอที่โรงพยาบาล แต่ที่ไหนได้กลับกินยานอนหลับมากไปทำ�ให้หลับ ยาว ตอนนั้นผมหัวใจแทบวาย แล้วต่อมาไปงานที่ริมทะเล เกิดความผิดพลาดฉาก จะล้มลงมาใส่ แต่ไนท์กลับไม่เดินหนีทั้งๆที่แค่ขยับตัวก็หนีได้แต่ไม่ทำ� แล้วยังมีอีก วันที่ผมเข้าไปหาในห้องไม่เจอจนผมเปิดประตูห้องน้ำ�เข้าไป ไนท์กลับนอนตัวซีด อยู่ในอ่าง ผมนึกว่าไนท์ตายไปแล้ว ผมทนไม่ไหวกับการทำ�งานที่เครียดตลอดเวลา ต้องคอยระแวงว่าวันนี้เปิดประตูเข้าไปไนท์จะนอนตายหรือเปล่า” อดีตผู้จัดการหลายคนเล่าการกระทำ�ของไนท์ออกมาคล้ายๆ กัน ในเรื่อง ของความเครียดในการทำ�งาน เตชวัฒน์ยกมือขึ้นดึงสันจมูกของตนเอง เขายอมรับว่าหนักใจเมื่อฟังการ กระทำ�ที่ผ่านมา และเขาเองก็เห็นมากับตากับการที่ไนท์ขึ้นไปยืนร้องเพลงอยู่บน ราวระเบียงของตึกชั้น13 ซึ่งถ้าพลาดร่วงตกลงไป เขาแน่ใจว่าไนท์คงไม่รอด เตชวัฒน์ครุ่นคิดถึงอาการของไนท์ตามที่ฟังมาแล้วลองเสิร์ชหาข้องมูลใน Google เขาได้ข้อมูลมาคร่าวๆ ว่ามันเป็นการป่วยทางจิตชนิดหนึ่ง อาการป่วย ที่เรียกว่าโรคซึมเศร้า เขาอ่านรายละเอียดคร่าวๆ มีหลายข้อที่ตรงกับไนท์ แต่ แนวทางการรักษาก็คือต้องทำ�ให้เจ้าตัวอยากจะมีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่รักษาด้วย จิตบำ�บัดหรือทานยา และเขาก็ไม่รู้ว่าไนท์ได้กินยาอะไรอยู่หรือเปล่า ถึงจะหา ข้อมูลยังไงสุดท้าย์ก็รู้ว่าเขาทำ�อะไรไม่ได้อยู่ดี เตชวัฒน์ถอนหายใจอีกครั้ง ทุกอย่าง มันดูยุ่งยากตั้งแต่ยังไม่เริ่ม อาของเขาก็เข้าใจหางานมาให้เริ่มทำ� ในที่สุดเตชวัฒน์ก็ ตัดสินใจโทรหาวุฒิพล “อะไรกันตาเตดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีก” คำ�ทักของผู้เป็นอาทำ�ให้เขาเหลือบมองเวลา นี่มันใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว “ขอโทษครับอา ผมกำ�ลังดูข้อมูลของไนท์อยู่ แล้วสงสัยอะไรบางอย่าง” เขาบอกจุดประสงค์ของเขาออกไป แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะ ดังมาจากปลายสาย “ตาเต ข้อมูลบางทีมันช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ นี่มันโลกมายา จะใส่สีตีไข่ เติมโน่นเติมนี่ยังไงก็ได้ ไอ้คนที่หน้าฉากเป็นเด็กดีหลังฉากแย่ๆ มีเยอะไป เราไม่ อาจรู้ได้ว่าใครเป็นยังไง ยกเว้นจนกว่าจะสัมผัสเข้าไปในส่วนลึก เพราะฉะนั้นแก 7


รักลวงตา เลิกคิดมากไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ก็เริ่มงานโดยการไปรับไนท์ที่คอนโด กุญแจห้อง ห้องไนท์ไปเอาที่ล๊อบบี้อาจัดการให้แล้ว ไปนอนซะ” เขาเองก็ลืมคิดไป ดีที่อาของเขาเตือนสติ ข้อมูลที่หาอ่านได้ตามอินเต อร์เนทส่วนใหญ่ได้รับการใส่สีตีไข่มาเรียบร้อยแล้ว เตชวัฒน์ได้แต่บอกลาผู้เป็นอา แล้ววางสาย เขาปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเตรียมตัวจะเข้านอน ภาพของไนท์ยังคงอยู่ ในหัว กับเสียงเพลงแผ่วๆ เสียงของไนท์ “อยากจะฝันดี ไม่ตื่น มาพบความจริง” เสียงของไนท์ยังคงก้องอยู่ในหู ภาพรอยยิ้มจางๆ พร้อมริมฝีปากทีประ ทับลงมา อะไรบางอย่างในตัวไนท์ กำ�ลังดึงดูดให้เขาเข้าไปใกล้ ตอนเช้าชายหนุ่มเลือกแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกาเกงยีนส์เข้า รูป เขาฉีดน้ำ�หอมจางๆ ความประทับใจแรกพบนั้นสำ�คัญที่สุด แม้ว่าเขากับไนท์ จะเจอกันแล้วเมื่อวานนี้ เขาสำ�รวจความเรียบร้อยของตนก่อนจะหยิบกุญแจรถเดิน ออกไป วันนี้เป็นวันแรกในการเริ่มงานใหม่ พอมานึกถึงตรงนี้แล้วเขาย้อนนึกกลับ ไปถึงวันแรกที่เรียนจบแล้วออกไปหางานทำ� เขาเองก็ตื่นเต้นแบบนี้ แม้เวลาจะผ่าน มานานพอสมควรแล้วก็เถอะ เตชวัฒนสตาร์ทรถออกหยิบจีพีอาร์เอสมาตั้งสถาน ที่ๆ เขาจะไป นั่นก็คือคอนโดของวริศรินทร์นั่นเอง เขารับคีย์การ์ดที่ล๊อบบี้แล้วเดินตรงเข้าไปขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนสุด การ ตกแต่งของคอนโดแห่งนี้ ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูหรูหราอยู่ในตัวเอง เขาเดินไป ถึงเลขห้องของไนท์ ชายหนุ่มยกมือขึ้นกดกริ่งที่หน้าประตู แต่ก็มีแต่ความเงียบ กด อีกหลายครั้ง ไม่มีการตอบรับหรือไนท์จะไม่อยู่ที่ห้องแต่ก็ไม่น่าใช่ เขาตัดสินใจไขกุญแจ เข้าไป “วริศรินทร์” ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ห้องที่มีแต่ความเงียบ เขาเปิดประตูห้องที่อยู่ใกล้ 8


อนันตกาล

มือเป็นประตูห้องน้ำ� จนในที่สุดเขาก็เปิดมาถึงประตูที่คาดว่าเป็นห้องนอน “วริศรินทร์” เขาเรียกอีกครั้ง ก็มีแต่ความเงียบ เตชวัฒน์เปิดประตูห้องน้ำ�ที่อยู่ใกล้ๆ เขาพบว่าไนท์นอนหมดสติอยู่ที่พื้น “วริศรินทร์” เขาประคองศรีษะของไนท์ขึ้นมาแล้วอุ้มไปวางไว้บนเตียง “ไนท์” เขาเรียกซ้ำ�อีกครั้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงไม่รู้สึกตัว เขาตบแก้มไนท์แผ่ว เบา จนดวงตาสีดำ�คู่สวยค่อยๆ ปรือขึ้นมา “ไนท์” ชายหนุ่มร้องอย่างดีใจปนโล่งอกที่อีกฝ่ายรู้สึกตัว แต่ใบหน้าของฝ่ายตรง ข้ามยังคงเรียบเฉย ดวงตาของไนท์มองเตชวัฒน์อย่างเหนื่อยอ่อน “พี่เต เป็นผู้จัดการของไนท์ไง เตชวัฒน์หลานชายของ วุฒิพล เมื่อวาน คุณอาบอกแล้วนี่ว่าพี่จะมาเป็นผู้จัดการให้เรา” เขาแนะนำ�ตัวเองอีกครั้ง “ไหวไหมไนท์” ชายหนุ่มเป็นห่วงร่างตรงหน้าที่ยังคงมีท่าทางสะลึมสะลืออยู่ เขาไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น “พี่เต” เสียงแหบแห้งที่เอ่ยชื่อของเขากับสายตาเหนื่อยอ่อนที่แลดูอ่อนเพลีย “ไนท์จะเอาอะไรหรือเปล่า ไม่สบาย เจ็บตรงไหนไหมตอนล้ม” เขาสำ�รวจใบหน้าอีกฝ่ายลูบหลังอย่างปลอบประโลมด้วยความลืมตัว แต่ ร่างที่อ่อนแรงกลับมองเขานิ่งเฉย มองเขาอยู่นานจนชายหนุ่มรู้สึกตัวเขาเลยถอย ห่างออกมา ก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าใจผิด “ต้องการอะไรไหม เดี๋ยวพี่ไปเอาให้” เขาถามย้ำ�อีกครั้ง ไนท์มองไปรอบๆ ห้องแล้วเงียบก่อนจะหันมามองเขา “หิว” เสียงแหบแห้งจนเหมือนจะเลือนหาย คำ�พูดสั้นๆ ที่กล่าวออกมาแล้ว 9


รักลวงตา เงียบหายไป เหลือเพียงดวงตาที่ยังคงจ้องมองมายังเขา เตชวัฒน์รู้เลยว่าการเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้วริศรินทร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ขนาดวันแรกที่เริ่มงาน ไนท์ก็ต้อนรับเขาด้วยการนอนอยู่บนพื้นห้องน้ำ�ซะแล้ว ร่างสูงของอีกฝ่ายเดินเข้าไปสำ�รวจในส่วนของครัว ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่าง เรียบร้อย สวยงามแสดงให้เห็นว่าไม่ได้รับการใช้ราวกับว่านี่เป็นครัวที่พบเห็นได้ ตามหนังสือนิตยสารทั่วไป เขาเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อสำ�รวจภายใน ตู้เย็นเต็มไปด้วย อาหารสดและของแช่แข็ง แต่พอเขาหยิบออกมา หลายอย่างหมดอายุและเสียไป แล้ว ทำ�ให้ไม่สามารถนำ�มาใช้ทานได้ เตชวัฒน์ขมวดคิ้วแล้วเดินไปหยิบถุงออกมา หยิบอาหารที่ใช้ไม่ได้ทิ้ง พอเขาทิ้งทุกอย่างที่หมดอายุออกไปแล้ว ภายในตู้เย็น เหลือเพียงไข่ไก่สดและนมที่ยังไม่หมดอายุ เขาหันไปอุ่นข้าวด้วยไมโครเวฟ เวลา แบบนี้สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คงเป็นข้าวไข่เจียวที่สะดวกและรวดเร็ว “ยังดีนะที่เจียวไข่เป็น” เขาหัวเราะกับตัวเองที่พอทำ�อาหารเป็นบ้าง เตชวัฒน์จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วจัดการยกอาหารออกไปวางไว้ ที่โต๊ะ เขาเทนมสดใส่แก้วและน้ำ�เปล่าไปวางไว้คู่กัน “ไนท์” เตชวัศน์เรียกวริศรินทร์เมื่อไม่มีเสียงขานตอบ เขาจึงเดินเข้าไปข้างใน วริศรินทร์กำ�ลังเดินออกมาจากห้องน้ำ�ในชุดคลุมอาบน้ำ� พอมาเห็นรูปร่างหน้าตา ชัดๆ เขาพบว่าอีกฝ่ายมีใบหน้าที่ซีดเซียว ผิวพรรณคล้ายจะเปล่งปลั่งแต่ถ้าเทียบ กับดารารุ่นราวคราวเดียวกันถือว่าค่อนข้างซีดเลยทีเดียว เตชวัฒน์ชะงักเมื่อได้สบตากับวริศรินทร์ ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยมี เพียงดวงตาที่แสดงออกว่ารับรู้ “พี่ทำ�อะไรง่ายๆ ให้กินแล้ว ไนท์ไปกินก่อนเถอะ หิวไม่ใช่เหรอ” เตชวัฒน์พยายามผูกสัมพันธ์กับเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เริ่มต้นทำ�งานด้วยกัน ไม่มีคำ�พูดตอบรับ แต่ร่างสูงโปร่งก็ยอมเดินออกไปจากห้องนอนไปที่โต๊ะ วริศรินทร์ไม่มีปฏิกิริยากับอาหาร เพียงแต่เดินไปหยิบนมจืดที่วางไว้ใน 10


อนันตกาล

แก้วแล้วเดินไปที่โต๊ะใกล้เคียง เขาหยิบขวดยาต่างๆ ออกมา เปิดมันแล้วกลืนลง ไป ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไร เตชวัฒน์มองอาการคนตรงหน้าแล้ว ได้แต่ถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าตนทำ�อะไรผิดพลาดหรือเปล่า หรือว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกำ�ลัง แสดงออกคืออาการต่อต้านเขา เขาเดินไปหยิบดูขวดยาที่ไนท์วางทิ้งไว้ ทั้งหมดคือ วิตตามินและอาหารเสริมที่ช่วยบำ�รุงร่างกาย แต่จำ�นวนมันมากเกินไป เขาได้แต่ ครุ่นคิด “ไนท์” เตชวัฒน์ตัดสินใจเดินตามเข้าไปในห้องนอน เขารู้ว่าเป็นการเสียมารยาท แต่เขาไม่รู้ว่าควรจะทำ�ยังไงกับอีกฝ่าย ภาพที่เห็นทำ�ให้เขาแทบหยุดหายใจ วริศรินทร์กำ�ลังสวมกางเกงยีนส์ขายาว แม้ว่าเจ้าตัวติดจะค่อนข้างผอมแต่ รูปร่างกลับไม่ได้บอบบาง ร่างกายของอีกฝ่ายยังคงพอมีกล้ามเนื้อซึ่งแสดงถึงเสน่ห์ ของเพศชายและเพราะช่วงขาที่เรียวยาวทำ�ให้ดูดีเมื่อได้ส่วมใส่ยีนส์ ไนท์ติดกระดุม กางเกงยีนส์แล้วหันมามองหน้าเขา “มีอะไรให้พี่ช่วยไหม” เตชวัฒน์ถามแก้เก้อ ไม่มีคำ�ตอบจากวริศรินทร์ มีเพียงสายตาที่มองเข้าไป ในตู้เสื้อผ้าแต่ดูไม่ออกว่าเหม่อลอยหรือครุ่นคิด “เสื้อ” เสียงแหบแห้งที่เอ่ยเพียงแผ่วเบากับร่างที่เดินผละออกไปนอนแผ่อยู่บน เตียง นี่เขาจะตีความหมายว่าไนท์ต้องการให้เขาเลือกเสื้อให้หรือเปล่า เตชวัฒน์มอง เสื้อผ้าที่แขวนอยู่ในตู้เป็นจำ�นวนมาก เขาไม่รู้ว่าไนท์ต้องการเสื้อผ้าแบบไหน และ เขาเองก็ไม่ได้มีเซ้นท์เรื่องการแต่งตัวมากนัก เขามองเสื้อผ้าที่จัดไว้ในตู้เรียงกันอย่าง เป็นระเบียบ แยกกันแม้กระทั่งสี “ไนท์อยากใส่สีอะไร” เขาลองเกริ่นถามอีกฝ่ายแต่ก็มีเพียงแต่ความเงียบที่ตอบกลับมา เตชวัฒน์ ถอนหายใจอีกครั้งอย่างหนักใจ สุดท้ายเขาก็เลือกเสื้อยืดสีดำ�เรียบๆ ส่งให้ไนท์ เขา คิดว่าคงไม่เป็นอะไรถ้าไนท์จะแต่งตัวธรรมดาสักวัน แต่มันไม่ได้ดูธรรมดาอย่างที่คิด เขาเห็นแล้วยอมรับเลยว่า คนหล่อใส่อะไรก็ดูดีแม้จะอยู่ใส่สภาพแค่เสื้อยืดกางเกง ยีนส์ก็ยังคงมีออร่าให้ดูโดดเด่น 11


รักลวงตา วริศรินทร์เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของอีกฝ่าย แล้วเอื้อมมือรับเสื้อไปสวมใส่ อย่างว่าง่าย ร่างโปร่งเดินไปหยิบไอแพดขึ้นมายื่นให้เขา เตชวัฒน์รับไอแพดมาจากนายแบบหนุ่ม สิ่งที่ไนท์ส่งให้คือตารางงานใน แต่ละวันซึ่งเขาเห็นแล้ว อีกประมานสามชั่วโมงไนท์จะมีถ่ายแบบแต่ก่อนหน้านั้น ไนท์ต้องไปเข้าสปาก่อนตามตาราง วริศรินทร์รู้เวลาของตนเองดี ทันทีที่ยืนตารางงานให้ผู้จัดการคนใหม่ ร่าง โปร่งก็เดินตรงออกไปสวมรองเท้าทันที ฝ่ายเตชวัฒน์ยังไม่ทันคิดเรื่องการเดินทาง เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของนายแบบหนุ่มก็นึกขึ้นมาได้ เขารีบก้าวตามออกไป เตชวัฒน์ทำ�หน้าที่ขับรถให้วริศรินทร์ อีกฝ่ายนั่งอยู่บนรถเคียงคู่กับเขาแต่ก็ มีเพียงความเงียบเท่านั้น เขาเหลือบมองอีกฝ่ายจึงเห็นว่าสายตาของไนท์เหม่อมอง ออกไปที่นอกหน้าต่าง “ไนท์ เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา” เตชวัฒน์ลองเลียบเคียงดูเขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายยังคงมีสติไหม ไม่มีคำ�พูด จากไนท์ มีเพียงนิ้วเรียวยาวที่ชี้ไปทางแยกด้านซ้ายมือ เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็พอรู้ว่า ไนท์ยังรับรู้ทุกอย่างเพียงแค่ไม่พูดหรือแสดงออกมาเท่านั้น ทันทีที่เดินลงมาจากรถพนักงานภายในร้านรีบกุลีกุจรออกมาต้อนรับไนท์ ด้วยความเกรงอกเกรงใจ “สวัสดีค่ะ น้องไนท์วันนี้นวดเหมือนเดิมนะคะ แล้วคุณ” พนักงานต้อนรับมองมาที่เขา “เตชวัฒน์ครับ ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่” ทันทีที่พูดจบท่าทีของผู้หญิงคนนั้นก็เปลี่ยนไปทันที “สวัสดีค่ะ คุณเตชวัฒน์ ฉันขวัญฤดีค่ะ เป็นเจ้าของที่นี่ยินดีต้อนรับนะคะ เชิญเข้ามาด้านในเลยค่ะ วันนี้มามีงานสินะ นวดเต็มคอร์สเหมือนเดิมใช่ไหมคะ มี เวลาอีกกี่นาที หรือกี่ชมที่จะเริ่มงานคะ แล้วคุณเตชวัฒน์จะนวดด้วยไหม” เขาถูกพาไปนั่งรอในส่วนของVIP ที่เป็นส่วนตัวและมิดชิด “ไม่ครับ มีเวลาประมาน ช่ัวโมงหนึ่งครับ” เขายิ้มให้กับเจ้าของ เธอยิ้มแย้มต้อนรับ “ค่ะ งั้นพักผ่อนตามสบายนะคะ เดี๋ยวจะพาน้องไนท์ไปขัดตัวรับรองออก 12


อนันตกาล

มาผิวเนียนเด้งเลยค่ะ” เธอยิ้มแล้วพาวริศรินทร์หายเข้าไปด้านในทิ้งให้เตชวัฒน์อยู่ในห้องที่มี กลิ่นน้ำ�มันหอมละเหยลอยคลุ้ง “อา” “อะไรอีกตาเต โทรหาฉันบ่อยจริงๆ” วุฒิพลพูดขำ�ๆ เมื่อหลานชายตัวดีโทรหาเขาติดๆกันในรอบสองวัน “ผมงงครับ นี่ผมต้องทำ�อะไรบ้างเนี่ย มีมาสปาก่อนไปทำ�งานอีก แล้วผม ต้องเลือกเสื้อผ้าให้ไนท์ด้วยเหรอครับ แล้วยังอาหารเสริมเป็นกำ�ๆอีก ตกลงไนท์ กินข้าวกินปลาไหม ดารานายแบบเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า” เขาถามทั้งหมดจากผู้เป็นอาเพราะคิดว่าไปถามไนท์ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ แต่คำ�ตอบที่ได้คือเสียงหัวเราะ “ตาเต แกคิดว่านายแบบถ้าไม่ดูแลตัวเองมันจะดูดีไหม อยู่เฉยๆ ไม่ทำ�ให้ มันหล่อขึ้นมาได้หรอก มันต้องประโคมดูแล ถ้าแกว่างก็ไปดูแลเรื่องอาหารให้ไนท์ ด้วยก็ได้ ถ้ามีปัญหานัก ส่วนเรื่องเสื้อผ้าก็เป็นหน้าที่ของผู้จัดการกับคอสตูม เออ อย่าให้ไนท์แต่งตัวแย่ๆ หลุดออกมานะเสียชื่อหมด ตารางงานไนท์ก็มีแล้วไม่ใช่ เหรอ มีปัญหาอะไรอีกไหมตาเต” วุฒิพลขำ�หลานชายของตนเองที่โทรหาเขาอย่างตื่นตระหนก เตชวัฒน์ยัง ใหม่อยู่สำ�หรับวงการบันเทิง จึงไม่แปลกที่จะงุนงงตกใจบ้าง “อ้อ ตาเต เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นอย่าทำ�ตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมแบบนี้นะ เสียมาดหมด จงสวมวิญญาณของมืออาชีพ” เตชวัฒน์รู้สึกเขินเมื่อเจอคำ�ต่อว่าของผู้เป็นอา “วงการมายามีอีกเยอะ แค่เรื่องดูแลตัวเองหนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เออมี เบอร์ผู้จัดการคนเก่าแล้วนี่ มีปัญหาอะไรก็โทรไปถามเขาดู” เตชวัฒน์ถอนหายใจด้วยความโล่ง ถ้าเขาไม่มีวุฒิพลคอยช่วยเขาคงทำ� อะไรไม่ถูกแน่ๆ กับคนแบบไนท์ วุฒิพลแนะนำ�อะไรอีกเล็กน้อยแล้ววางสายไป เขาหยิบไอแพดที่ไนท์ยื่นมาให้ไล่ดูตารางงาน เมื่อไม่มีอะไรอีกก็เลยเสริชดูพวก แฟชั่นนายแบบ เขานึกถึงตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและอุปกรณ์แต่งตัวของไนท์ แล้วชักรู้สึกเครียดขึ้นมาที่ต้องเป็นคนจัดการเรื่องเหล่านั้น 13


รักลวงตา “แก่ป่านนี้แล้ว เพิ่งคิดจะมาตามแฟชั่น” เขาพูดกับตนเองขำ�ๆ เมื่อต้องมาอัพเดทเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่น “เสร็จแล้วค่ะ” เวลาผ่านไปนาน ขวัญฤดีพาไนท์ออกมา เตชวัฒนเห็นแล้วถึงกับตะลึง เขา เข้าใจแล้วว่าทำ�ไมถึงต้องพาไนท์มาสปาก่อนการถ่ายแบบ ผิวที่ค่อนขาวซีดในตอน แรก ดูมีเลือดฝาด สีหน้าดูสว่างสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ยิ่งทำ�ให้ไนท์ดูดียิ่งขึ้นไป อีกในเวลานี้ และโดยเฉพาะดวงตาสีดำ�ที่ตอนนี้ดูมีพลังไม่เหนื่อยอ่อนเหมือนในที แรก ไนท์เดินออกมาสบตาเขาแล้วเลยไปทานผลไม้ที่อยู่ในจานกับชากลิ่นมะลิที่ วางไว้ที่โต๊ะรับแขก เตชวัฒน์เริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำ�ตัวไม่ถูกเมื่ออีกฝ่ายเงียบอยู่แบบนี้ ขวัญฤดีออกไปแล้วเหลือเพียงเขาสองคนที่ยังอยู่ในห้อง เตชวัฒน์ยืนมองไนท์ที่จิ้มแอปเปิลเคี้ยวตุ้ยๆ โดยไม่พูดไม่จา ส่วนมือหยิบ ไอแพดที่วางไว้ข้างๆ มากดเล่นเกม “ไนท์” เขาลองส่งเสียงเรียกอีกฝ่าย เหมือนเช่นเคยไม่มีเสียงตอบมีเพียงใบหน้าที่ เงยขึ้นมามอง “ชอบผลไม้เหรอ” เขาถามแก้เก้อ “กินได้” แบบนี้ถือว่าเป็นการพัฒนาไหมนะ เตชวัฒน์ไม่ได้พูดอะไรอีก เขานั่งลงที่ ฝั่งตรงข้าม นั่งมองใบหน้าหล่อเหลานั่งเล่นเกมอยู่เงียบๆ ความเงียบมันชวนอึดอัด ในทีแรก อาจเพราะบรรยากาศของอีกฝ่ายที่เรียบเฉยไม่มีการคุกคามทำ�ให้เขาไม่ รู้สึกอึดอัดเหมือนตอนแรกที่เจอ เวลาผ่านไปเมื่อไนท์ทานทุกอย่างจนหมด ร่างสูง โปร่งก็ลุกขึ้นยืนพร้อมส่งไอแพดคืนมา เมื่อเขามองท่ีไ่อแพดเขาพบว่าอีกฝ่ายเปิดไว้ที่หน้าตารางงาน ทำ�ให้เขา เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะบอกอะไร เขาไม่ทันเอ่ย ขายาวๆ ของไนท์ก็ก้าวนำ�ออก ไปก่อน

14


อนันตกาล

คราวนี้ไนท์นอนอยู่ที่เบาะหลังไม่ได้มานั่งคู่กันเหมือนเขาในทีแรก งาน ครั้งนี้ไนท์ต้องถ่ายแบบที่ริมหน้าผา เตชวัฒน์ขับรถกว่าสองช่ัวโมงจึงมาถึงสถานที่ ถ่ายทำ� “สวัสดีครับคุณเต” วรุณ ผู้จัดการคนเก่าออกมาต้อนรับเพื่อพาเขาไปแนะนำ�ให้คนอื่นๆ รู้จัก “น้องไนท์คะ มาทางนี้ค่า” สาวประเภทสองคนหนึ่งจีบปากจีบคอพูดกับนายแบบหนุ่ม หลายคนที่ ทักทายเขาแต่ล้วนแต่ได้รับความเฉยเมยตอบกลับ “แบบนี้ยังมีงานทำ�นะครับ” เตชวัฒน์อดไม่ได้ที่จะเปรยกับวรุณผู้จัดการคนก่อนของไนท์ “ถ้ามนุษยสัมพันธ์ดีกว่านี้ก็คงดังกว่านี้ แต่เขาเป็นคนมีเสน่ห์นะครับ” วรุณยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร “น้องไนท์นี่ผิวสวยจริงๆ นะคะ ดูสิผิวเนี๊ยนเนียน หน้าตาก็หล่๊อหล่อ แต่ ทำ�ไมใจร้ายกับพี่มดดำ�จังเลย” เสียงสัพยอกหยอกเย้าจากช่างเเต่งหน้าดังขึ้นมา คนอื่นได้แต่ยิ้มเมื่อเห็น ว่าสาวใหญ่หยิกแก้มไนท์อย่างเอ็นดู แม้จะไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากอีกฝ่าย “เป็นแบบนี้เสมอเหรอครับ” เตชวัฒน์อดจะถามไม่ได้ “ก็ไม่เคยเป็นแบบอื่นนี่ครับ” วรุณยิ้มให้เขาอย่างเห็นใจ เตชวัฒน์ได้รู้เรื่องการจัดเสื้อผ้าและราย ละเอียดงานหลายๆ อย่าง เท่าที่ฟังมาก็เหมือนเดิมไนท์ไม่มีปัญหาอะไรเลยเรื่อง งานทำ�ได้ทุกอย่างจะมีก็แค่นิสัยกับการกระทำ�บางอย่างเท่านั้นที่จะเป็นปัญหา เตชวัฒน์เข้าใจกับคำ�ว่าการกระทำ�บางอย่างที่วรุณพูดถึง “หล่อมากกกกกก” เสียงลากเสียงยาวจากบรรดาช่างแต่งหน้าและคอสตูมดังขึ้นมา เมื่อการ ถ่ายแบบเริ่มต้นขึ้น ไนท์ในกางเกงยีนส์สซีดกับเสื้อลายสก๊อตตามแบบฉบับของคาวบอย ทั่วไปยีนอยู่ริมหน้าผาสูง ช่างภาพสั่งให้ไนท์เคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ เพื่อเทสแสงร่าง 15


รักลวงตา สูงโปร่งเคลื่อนไหวช้าๆ ในทีเเรกก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนอิริยาบทไปเรื่อยๆ “ไนท์ครับ มองกล้องครับ” ช่างภาพเตือนให้ไนท์มองกล้อง เขารู้แล้วว่าทำ�ไมไนท์ถึงยังมีงานทำ� ทันที ที่อยู่หน้ากล้อง ความเลื่อนลอยในดวงตาได้หายไปมันถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูด “ไนท์ ยิ้มหน่อยครับ ลองยิ้มหน่อย” ตากล้องตะโกนบอก ไม่มีรอยยิ้มออกมาจากใบหน้าของไนท์ “กรี๊ด” เสียงกรีดร้องของบรรดาสาวประเภทสองดังกระหึ่ม เมื่อเสื้อเชิ้ตลายสก๊อต ถูกกระชากออกจนกระดุมหลุดไปทั้งแถบ เช่นเดียวกับช่างภาพที่กดชัดเตอร์ระรัว เสื้อโดนเหวี่ยงไปกองลงกับพื้น ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าที่มีกล้ามเนื้อสวย สมส่วน แม้มันจะไม่มากแต่ก็ทำ�ให้ดูดี โดยเฉพาะกางเกงยีนส์เอวต่ำ�ที่ต่ำ�จนเห็น ขอบกางเกงชั้นในอยู่เลือนลาง แสงแดดที่ส่องเข้ามาด้านหลัง กับจังหวะที่ไนท์เสย ผมขึ้นมาแสดงความดิบเถื่อนแห่งเพศชาย “โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว กระเทยจะเป็นลม” เสียงกรีดร้องของเหล่าสาวแท้ สาวเทียมดังขึ้นมาไม่ขาดสาย แต่ละนาง ล้วนแล้วแต่บอกเล่าถึงความรู้สึกที่อยากจะครอบครองอีกฝ่ายอย่างชัดเจน “เสียดายอะแก โอ๊ย อยากเข้าเข้าไปลูบไล้จริงๆ อยากคุยด้วย อยากได้ไป เลี้ยงดู แต่น้องไนท์นะน้องไนท์ทำ�ไมถึงได้เย็นชาเป็นเจ้าชายน้ำ�แข็งแบบนี้” เตชวัฒน์รู้สึกขนลุกเมื่อได้ยินคำ�พูดของเหล่าบรรดาสาวเทียม “หูย คิดดูสิ หล่อออกขนาดนี้ ลิซซ่านะอยากคุยด้วยใจจะขาด แต่ก็ไม่ กล้าอะ อยากรู้จริงๆ เลยว่าถ้าเวลายิ้มออกมานะ จะหล่อขนาดไหน อยากจะลอง ลูบไล้จริงๆ เลย ผิวก็เนียนสวย พอมีกล้ามเนื้อนิดหน่อย ติดจะผอมไปนิด แต่โดย รวมก็น่าหม่ำ�” เสียงพูดคุยอย่างออกรสดังขึ้นมา เตชวัฒน์แยกออกมาเมื่อวรุณสะกิดเขา เมื่อไนท์เดินออกมาจากฉากแล้ว “ดูดีมากครับ น้องไนท์งานออกมาดีมาก” ช่างภาพชมเปาะอย่างถูกอกถูกใจแต่เจ้าตัวกลับเมินหน้าหนีเดินไปเปลี่ยน เสื้อผ้าโดยไม่สนใจ 16


อนันตกาล

“ดังแล้วหยิ่ง” เขาได้ยินเสียงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ดังมาไม่ไกลแต่พอหันหลังกลับไปก็ไม่ พบว่าเป็นเสียงใคร วรุณกลับไปแล้ว เหลือเขาที่รอไนท์เปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ภายในรถที่ถูกเตรียม ไว้ มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทางหงุดหงิด “เสื้อที่ขาดจะทำ�ยังไงค่ะ เราต้องชดใช้ค่าเสียหายนะคะเนี่ย” แม้เธอจะถามอย่างสุภาพแต่ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำ� เสียง เธอยื่นเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตที่ขาดหวิ่นมาให้เขา เตชวัฒน์ยังไม่ทันจะพูดอะไร ประตูรถก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับขาเรียวยาวที่ก้าวออกมายืนเคียงข้าง “น้องไนท์คะเรื่องเสื้อตกลงจะเอายังไง ไม่งั้นพี่ก็ต้องรับผิดชอบเสื้อที่น้อง ทำ�ขาด” เธอกระชากเสียงถาม ในทีแรกไนท์ยังคงทำ�เฉยมองเสื้องในมือของเธอ “น้องไนท์คะ” เธอเริ่มถามอย่างร้อนใจ “ผมซื้อ” ไนท์พูดแค่นั้นแล้วเงียบมองเธอ ผู้หญิงคนนั้นมีท่าทีโล่งใจ แล้วเรียกให้ เตชวัฒน์ไปจัดการเรื่องค่าเสียหายที่ไนท์ทำ� ส่วนไนท์เมื่อทุกอย่างจบแล้วก็เดินไปรอ เขาที่รถอย่างเงียบๆ เตชวัฒน์ยืนอยู่หน้าห้องของวริศรินทร์นี่เป็นวันที่สองที่เขาได้ร่วมงาน กับนายแบบหนุ่มผู้ไร้มนุษยสัมพันธ์ เขาเหลือบมองเวลา นี่เพิ่งจะ7โมงเช้า แต่ วริศรินทร์มีงานถ่ายแบบเช้าในสตูดิโอตอน10โมง เขาเลยต้องมาก่อนเวลามากอยู่ เพราะตอนเช้าๆ แบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าในกรุงเทพฯรถมันติดขนาดไหน เขากดกริ่ง หน้าประตูตามปกติ ไม่มีเสียงตอบรับอีกเหมือนเดิม เขาตัดสินใจไขกุญแจห้องเข้าไป เมื่อมองไปรอบๆ สายตาเขาไปปะทะกับร่างของไนท์ที่นั่งอยู่ที่ราวระเบียง วริศรินทร์สวมกางเกงยีนส์ตัวเดียวนั่งกอดอกพิงกำ�แพงอย่างหมิ่นเหม่ แสงแดดยามเช้าที่ส่องมาจางๆ ยิ่งทำ�ให้คนตรงหน้าขาวซีดมากกว่าเก่า ดวงตาปิด 17


รักลวงตา สนิทเหมือนคนนอนหลับ เตชวัฒน์เดินเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เขาไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้า นอนหลับหรือเพียงนั่งหลับตา “ไนท์” เสียงเรียกที่ไม่ดังนักแต่กลับทำ�ให้คนตรงหน้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความ ตกใจ ท่านั่งที่หมิ่นเหม่ทำ�ให้ไนท์เสียหลักเหมือนจะร่วงตกลงไป เพียงเสี้ยววินาที เตชวัฒน์คว้าตัวร่างโปร่งเข้าสู้อ้อมกอดได้ทันท่วงที เตชวัฒน์กอดร่างโปร่งของ วริศรินทร์แน่น เสียงหัวใจของเขาเต้นถี่ระรั่ว “พี่เต” เสียงแหบแห้งของวริศรินทร์ดังขึ้นมา เมื่อเขาได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย อ้อมแขนแข็งแรงยึดร่างของเขาเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้ “ไนท์ทำ�อะไร” เตชวัฒน์ดึงร่างของนายแบบหนุ่มให้ลงมาจากราวระเบียง วริศรินทร์ลง มายืนทรงตัวอยู่กับพื้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย เตชวัฒน์สัมผัสได้ถึงผิวกายที่เย็นเฉียบ เขาดึงร่างโปร่งให้เข้ามาในห้อง “ไนท์” เตชวัฒน์ส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายที่ยังคงทำ�หน้าเรียบเฉย เตชวัฒน์เดินเข้าไป ใกล้และจับไหล่อีกฝ่ายให้หันหน้ามาประจันกัน “เราต้องคุยกันนะไนท์ ทำ�ไมไนท์ไปนั่งอยู่แบบนั้นมันอันตรายรู้ไหม” เตชวัฒน์จำ�ความรู้เมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี วินาทีที่ร่างของวริศรินทร์เสียหลัก เหมือนจะร่วงลงไปถ้าเขาคว้าไว้ไม่ทัน แค่คิดเขาก็รู้สึกเย็นเฉียบไปทั้งตัว “ทำ�งาน” สิ่งท่ีไนท์พูดไม่ใช่การตอบคำ�ถามแต่เป็นการเปลี่ยนเรื่อง เตชวัฒน์รู้ดีแต่ เมื่อมองเวลาแล้วเขาก็พบว่าสมควรจะออกไปได้แล้ว วริศรินทร์เดินไปหยิบเสื้อใน ตู้เสื้อผ้าแล้วก้าวนำ�ออกไป ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายทำ�ให้เขารู้ว่าไนท์คงไม่พูดอะไรกับ เขามากไปว่านี้ การที่วริศรินทร์เดินไปนั่งที่เบาะหลังแล้วใช้ผ้าห่มที่หยิบมาจากบนห้องล้ม ตัวลงนอนโดยไม่พูดกับเขาแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะตัดการสื่อสาร ของเขาออกแต่เตชวัฒน์ก็ไม่ได้ละความพยายาม 18


อนันตกาล

“ไนท์พี่ซื้อแซนวิชมาให้ ทานรองท้องซะ เจ้านี้อร่อย ทุกอย่างเป็นโฮมเมด แล้วก็น้ำ�ส้มคั้น” เตชวัฒน์ยื่นถุงแซนวิชที่อยู่ข้างๆ ให้กับไนท์ ไนท์ลุกขึ้นนั่งรับทั้งสอง อย่าง ภายในเป็นแซนวิชไข่ดาว และเนื้อหมูซ้อนกันเป็นชั้นๆ สลับกับผักสด ซึ่งเต็ม ไปด้วยสารอาหาร สายตาเตชวัฒน์มองผ่านกระจกแล้วพบว่าไนท์มองแซนวิชในมือ นิ่ง สักพักหนึ่งถึงวางลงแล้วหยิบน้ำ�ส้มคั้นขึ้นมาดื่มจนหมดแล้วล้มตัวนอน ตลอดเวลานานกว่าช่ัวโมงกว่าบนท้องถนน ในรถมีแต่ความเงียบ เขาขับ รถไปเรื่อยๆ รู้สึกหงุดหงิดกับการเดินทางที่แสนติดขัด กับวริศรินทร์ที่เอาแต่เงียบ ไม่ยอมพูดอะไร เขาตัดสินใจเปิดเพลงเบาๆ เพื่อหวังจะคลายความเครียด “อยากให้สายลมช่วยกล่อมให้ฉันนอนตาหลับ ให้ฉันลืมหมดทุกๆ สิ่ง อยากจะฝันดี ไม่ตื่นมาพบความเป็นจริง ชีวิตที่ไม่มีเธอไม่มีหัวใจ” เสียงเพลงที่ดังมาจากวิทยุ เพลงที่วริศรินทร์เคยร้องที่ระเบียงที่พวกเขา พบกันครั้งแรก “อยากให้สายลมช่วยกล่อม ให้ฉันนอนตาหลับให้ฉันลืมหมดทุกๆ สิ่ง” เสียงไนท์พึมพำ�ในท่อนถัดมา เตชวัฒน์หันหลังกลับไปมอง วริศรินทร์ไม่ ได้หลับเขาเพียงแค่นอนลงแต่ไม่ได้หลับตา “ชอบเพลงนี้เหรอ” เขาลองเลียบๆ เคียงๆ ดู “อื้อ” เสียงตอบในลำ�คอ แม้จะไม่ได้พูดแต่อีกฝ่ายก็รับรู้ เสียงเพลงที่ดังขึ้นมา เบาๆ จากเพลงที่ได้ยิน เพลงนี้หมายถึงคนที่อยากตาย ถ้าไนท์ชอบเพลงนี้แสดงว่า ไนท์อยากตายงั้นเหรอ “เลี้ยวซ้าย” เตชวัฒน์ที่กำ�ลังเหม่อหลุดออกมาจากภวังค์เมื่อเขาพบว่าเขากำ�ลังจะขับ เลย ดีที่วริศรินทร์เตือนทันไม่งั้นเขาต้องอ้อมรถไปอีกไกลซึ่งมันทำ�ให้เสียเวลาเป็น อย่างมาก “ขอบคุณครับ” เขายิ้มให้กับนายแบบหนุ่ม แต่ก็เหมือนเดิมไร้การตอบสนอง เพียงแต่อีก 19


รักลวงตา ฝ่ายลุกขึ้นมานั่งแล้วหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม พวกเขามาก่อนเวลานัดประมาน ครึ่งชั่วโมงแต่นั่นไม่ใช่ปัญหา วริศรินทร์เดินนำ�เตชวัฒน์เข้าไปภายใน ทันทีที่เปิดประตูทุกสายตาก็จ้อง มายังพวกเขา แต่วริศรินทร์ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ยังคงมีใบหน้าเรียบเฉย “สวัสดีครับ” เตชวัฒน์ก้าวไปข้างหน้าแล้วกล่าวทักทาย “สวัสดีค่ะ คุณเต น้องไนท์มาไวจังเลยค่ะ มานั่งพักก่อนนะค่ะ เดี๋ยวทาน อะไรรองท้องก่อนยังมีเวลาเหลือ เดี๋ยวให้วิกกี้มาแต่งหน้าให้นะคะ” สาวนางหนึ่งเข้ามาต้อนรับ ซึ่งเตชวัฒย์เองจำ�ได้ว่าทำ�งานอยู่เบื้องหลังใน วันที่วุฒิพลอาของเขามาแนะนำ�ตัวแต่เขาจำ�ไม่ได้ว่าอีกฝ่ายทำ�หน้าที่อะไร วริศรินทร์ไม่พูดอะไรเช่นปกติสายตาของเขามองผ่านเลยไป แล้วไปนั่งที่ โต๊ะที่จัดไว้ให้ มีคนเอาน้ำ�กับอาหารมาให้ “อันนี้ ทานนะค่ะ คัสตาร์สเค้กอร่อยมาก แล้วก็น้ำ�หวานค่ะ นี่ของคุณเต นะคะ เดี๋ยวอีก10นาทีจะให้ช่างแต่งหน้ามาแต่งหน้าให้คะ” เธอแย้มยิ้มซึ่งเตชวัฒน์ก็ยิ้มตอบ วริศรินทร์เมินอาหารตรงหน้าแล้วหยิบ น้ำ�หวานขึ้นมาดื่มโดยไม่พูดอะไรอีกเช่นเคย สายตาของวริศรินทร์มองไปเรื่อยๆ “ไม่ทานเหรอไนท์” เขาถามทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ตอบ เขาทานของว่างในส่วนของเขาจนหมด สักพักหนึ่งมีช่างแต่งหน้ามาจัดการแต่งหน้าให้กับไนท์ “น้องไนท์นี่ผิวสวยนะค่ะ ไม่ค่อยโทรมเลย แบบนี้พวกพี่แต่งหน้าไม่ค่อย เหนื่อย” ช่างแต่งหน้าเหมือนพยายามจะชวนคุยด้วยแต่ก็มีแต่ความเงียบ “คุณเตเพิ่งมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้น้องไนท์เป็นไงค่ะ งานสนุกไหม” ช่างแต่งหน้าสาวจีบปากจีบคอคุยกับเตชวัฒน์อย่างสนิทสนม “ก็สนุกดีครับ เพิ่งเคยเห็นเบื้องหลังใกล้ชิด” เขายิ้มแล้วคุยกับคนอื่นๆแทนไนท์ที่ยังคงนั่งเงียบ “รู้หรือยังคะคุณเต ว่าวันนี้น้องไนท์ต้องเข้าฉากกับใคร แต่แหมน้องไนท์ มาออกไว ส่วนอีกคนนะยังไม่มาเลย ไม่รู้จะเลทไปไหน แบบนี้แหละค่ะพวกไฮโซ 20


อนันตกาล

ชอบทำ�ให้คนอื่นรอ ทั้งที่น่าจะมาได้แล้ว” สาวเทียมคนเก่ายังคงเมาท์กับเพื่อนๆ ไม่หยุด เขาพอจับใจความได้ว่าไนท์ต้องถ่ายแบบคู่กับระพีพัฒน์นายแบบหนุ่มไฮ โซที่กำ�ลังเป็นที่รู้จักของบรรดาสาวๆ ด้วยความที่มีรูปร่างหน้าตาดี ฐานะทางบ้าน ก็ดี เนื่องจากเป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าของธุรกิจส่งออกเฟอนิเจอร์รายใหญ่ของ ประเทศ นามสกุลดัง และมีแม่เป็นถึงคุณหญิง เตชวัฒน์เหลือบมองเวลานี่มันเกิน เวลามา10นาทีแล้วยังไม่มีการมาของอีกฝ่าย “น้องพีมาแล้ว จ้า” เสียงตะโกนอย่างสนุกสนานของสาวเทียมในกองถ่ายดังขึ้นมา เตชวัฒน์ เห็นร่างสูงของระพีพัฒน์ ใบหน้าหล่อเหล่าที่เดินเข้ามาติดดูจะหยิ่งทะนงอยู่ในที “ขอโทษครับ บังเอิญรถติด” คำ�แก้ตัวพื้นๆ ที่ใครๆ ก็ใช้กันถูกเอ่ยออกมาจากปากของนายแบบหนุ่ม “ไม่เป็นไรค่ะน้องพี มาค่ะ รีบมาแต่งหน้าไวๆ” เสียงเรียกจากช่างแต่งหน้าทำ�ให้ระพีพัฒน์เดินไปนั่งข้างๆ วริศรินทร์ “สวัสดีครับไนท์ เรียกแบบนี้คงได้” ระพีพัฒน์ขออนุญาตเจ้าตัวที่เพิ่งแต่งหน้าเสร็จ ช่างแต่งตัวกำ�ลังจัดเสื้อผ้า ให้ ไม่มีคำ�ตอบมีเพียงสายตาที่มองมาอย่างนิ่งเฉยที่รับรู้ว่าเจ้าตัวฟังอยู่ “ไนท์ครับ มาเทสแสงหน่อยครับ” เสียงเรียกจากช่างภาพทำ�ให้ร่างโปร่งก้าวออกไป การถ่ายแบบเริ่มต้นขึ้น ไนท์ยังคงไม่มีรอยยิ้ม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะ เจ้าตัวล่วงรู้ว่าตัวเองควรเคลื่อนไหวเช่นไร “น้องไนท์สายตาแบบนั้นแหละครับเซ็กซี่มาก น้องพีครับ เงยหน้าขึ้นอีก นิดแล้วมองตรงมาครับ แบบนั้นแหละครับดีมาก” ช่างภาพบอกอย่างพออกพอใจ “ต่อไปถ่ายน้องพีอีกเซตครับนะครับ” ช่างภาพยิ้ม วริศรินทร์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อถ่ายเซตใหม่ ส่วนระพีพัฒน์ยัง คงถ่ายต่ออีก สักพัก ระพีพัฒน์ถ่ายภาพเสร็จก่อนวริศรินทร์ เขามองอีกฝ่ายที่เคลื่อนไหวตัวไป เรื่อยๆ อย่างคล่องแคล่ว แค่เห็นนายแบบหนุ่มก็ยอมรับความมีเสน่ห์ในตัวของอีก 21


รักลวงตา ฝ่ายแม้จะรูู้สึกไม่พอใจเช่นกันกับการที่โดนเมินทุกครั้งที่ทักทาย การถ่ายแบบจบลงแล้ววริศรินทร์เดินกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อม เตชวัฒน์ ระพีพัฒน์ยืนอยู่ที่ในมุมที่ทั้งคู่กำ�ลังจะเดินผ่าน ทันทีที่สบตาระพีพัฒน์ ยิ้มให้ เตชวัฒน์ยิ้มตอบในทันทีแต่วริศรินทร์กลับเดินผ่านโดยไม่เหลือบแล แก้วน้ำ� ในมือของระพีพัฒน์สาดลงบนใบหน้าของนายแบบหนุ่มเต็มๆ “ตายแล้ว” เสียงร้องอย่างตกอกตกใจของคอสตูมที่เดินตามมาพร้อมกับผ้าเพื่ีอรีบมา เช็ดหน้าเช็ดตาให้กับไนท์ “ขอโทษครับ พอดีเสียหลัก” ระพีพัฒน์ขอโทษทันทีแต่น้ำ�เสียงไม่ได้แสดงออกถึงความเสียใจ “เปียกหมดเลยไนท์ ผมขอโทษนะ” ไม่มีคำ�ตอบจากร่างโปร่ง สายตาของไนท์ไม่ได้มองที่ระพีพัฒน์ ไนท์ยื่น มือมาแตะที่ใบหน้าตัวเองก่อนรับผ้าขนหนูมาซับหน้าแล้วมองเลยผ่านไปราวกับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และนั่นก็ยิ่งสร้างความหงุดหงิดและไม่พอใจให้กับระพีพัฒน์ มากกว่าเดิม “เปียกหมดเลย” เตชวัฒน์เอื้อมมือไปหยิบผ้าในมือมาเช็ดให้บนเส้นผมที่ยังชื้นอยู่ เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เตชวัฒน์เป็นคนกล่าวลาทีมงานส่วน วริศรินทร์ยังคงเดินตามมาอย่างเงียบๆ เช่นเดิม แม้จะเจอกับระพีพัฒน์ก็ไม่เกิด ปฏิกิริยาใดๆกับร่างโปร่ง และเหมือนเป็นจังหวะที่ไม่ดี เมื่อลิฟท์ใช้งานไม่ได้ “เดินไหม” เตชวัฒน์ลองแหย่ดูเล่นๆ แทนคำ�ตอบร่างของวริศรินทร์เดินตรงลงบันได ทันที แต่เมื่อเหลือเพียงชั้นเดียวเท่านั้น ร่างสูงโปร่งก็ซวนเซเหมือนจะล้มลงไป เตชวัฒน์รวบตัวเอาไว้ทันก่อนที่ไนท์จะตกบันได “เป็นอะไรไหม” เขาถามด้วยความเป็นห่วง “หิว” เสียงไนท์ตอบกลับมาอย่างอ่อนแรง 22


อนันตกาล

“เดินไหวไหม” เตชวัฒน์ถามอย่างอ่อนโยน เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายหมดแรงเพราะตั้งแต่ตื่นมา เขายังไม่เห็นวริศรินทร์ทานอะไรเลย พอเหลือบมองเวลาก็พบว่าบ่ายกว่าแล้ว เตชวัฒน์ประคองวริศรินทร์ให้เดินลงมารอที่บันไดแล้วเลื่อนรถมารับวริศรินทร์ที่ หน้าตึก “ไปหาอะไรทานก่อนเนอะ” เขาชวนคุย ไนท์พยักหน้ารับ เขาเลือกไปทานอาหารในโรงแรมใกล้ๆ ไนท์เปิดดูเมนูอาหารไปเรื่อย เตชวัฒน์สั่งสปาเกตตี้ทะเล ส่วนไนท์ยังคงดู เมนูอาหารอยู่เงียบๆ “จะทานอะไรครับ” เตชวัฒน์ถามแต่ก็ไม่มีคำ�ตอบมีเพียงนิ้วที่ชี้ไปที่เมนู “ไนท์ทำ�ไมปล่อยให้ตัวเองหิวจนเป็นลม” เตชวัฒน์ถามอีกฝ่ายที่ใบหน้าค่อนข้างซีดเซียวและเหนื่อยอ่อน “เมื่อเช้าพี่ให้กินแซนวิชก็ไม่กิน ที่กองเอาเค้กมาให้ทานรองท้องก็ไม่ทาน ทำ�แบบนี้เกิดล้มไปแบบเมื่อกี้จะทำ�ยังไงครับ” เขาถามอีกฝ่ายอย่างใจเย็น แต่ก็ไม่มีคำ�ตอบอีกเช่นเคย “ไนท์พี่กับไนท์ต้องทำ�งานร่วมกัน มีอะไรบอกพี่สิครับพี่จะได้ช่วยได้ ถ้า ไนท์เงียบพี่ก็ไม่รู้ พี่อยากให้เราทำ�งานร่วมกันอย่างสบายใจ พี่ไม่อยากให้ไนท์ อึดอัด พี่ทำ�อะไรให้เราไม่พอใจหรือเปล่า” เขาหยุดพูดเมื่ออาหารถูกยกมาเสริฟ แต่ไนท์คงเงียบ “เราเจอกันแค่สองวัน จะให้ไนท์พูดอะไรมากก็คงไม่ได้ แต่พี่จะพยายาม เข้าใจไนท์นะ มีอะไรพี่อยากให้เราบอกแล้วพี่จะช่วยไนท์ทุกอย่าง” น้ำ�เสียงของเตชวัฒน์หนักแน่น วริศรินทร์อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟา แต่ตลอดเวลาที่ชายหนุ่มพูด นายแบบหนุ่มไม่ได้ละสายตาออกจากใบหน้าของเขา “สเต็กเนื้อมาแล้วครับ” บริกรนำ�อาหารมาเสิร์ฟสเต็กหอมฉุยกับน้ำ�สลัดครีมที่ราดออกมาจนชุ่ม ผักสดดูน่าทาน แต่ทันทีที่เห็นไนกลับเบือนหน้าหนีแล้วเลื่อนจานอาหารออกไป ทันที บริกรหน้าซีดเมื่อเห็นปฏิกิริยาของไนท์ เขาเลยสั่งให้บริการออกไปก่อน 23


รักลวงตา “เป็นอะไรไนท์” เขามองสายตาของวริศรินทร์ที่มองอาหารในจาน “เป็นอะไร” เขาไม่เข้าใจเลย ทั้งๆ ที่หิวจนเป็นลม แต่กลับไม่ยอมกินอาหารที่สั่ง “ไนท์ครับเป็นอะไร บอกพี่เตสิ” เขาถามอย่างใจเย็นแม้จะยังไม่เข้าใจ “ผมแพ้ไข่” คำ�ตอบของวริศรินทร์ทำ�ให้เตชวัฒน์เข้าใจทุกอย่างทันที “ไนท์กินไข่ไม่ได้” แทนคำ�ตอบคือการพยักหน้ารับ เตชวัฒน์เรียกบริการมาทันที ถึงได้รู้ว่าใน น้ำ�สลัดครีมใช้ไข่เป็นส่วนประกอบ และน้ำ�สลัดที่ถูกราดมาจนชุ่มนั้นพไหลเลยไปถึง เนื้อสเต็ก “ไนท์จะสั่งใหม่ไหม หรือจะทานของพี่ก่อนถ้ารอไม่ไหว ไนท์ทานอาหาร ทะเลได้หรือเปล่า” วริศรินทร์ไม่ตอบแต่เลื่อนจานสปาเกตตี้ไปใกล้ตัวแล้วค่อยๆ ใช้ช้อนส้อม ม้วนเส้นแล้วทานช้าๆ เตชวัฒน์ลอบถอนหายใจอย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าทำ�ไมอีกฝ่ายถึงไม่กิน อาหารที่เขานำ�มาให้ เพราะเมื่อวานเขาทำ�ข้าวไข่เจียวส่วนเมื่อเช้าเขาก็เอาแซนวิช ไข่ให้ และของว่างที่กองถ่ายก็เป็นคัสตาร์สเค้ก ทุกอย่างล้วนมีส่วนผสมเกี่ยวกับไข่ เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกินไม่ได้ เขามองอีกฝ่ายที่กินสปาเกตตี้อย่างเอร็ดอร่อย “ไนท์ทานข้าวเย็นหรือเปล่าเมื่อวาน” เขาลองเลียบเคียงๆ ถามดู คำ�ตอบที่ได้รับคือการส่ายหน้า “หรือทานแค่ผลไม้ที่สปา” ไม่มีคำ�ตอบแต่เขาถือว่านั่นคือการตอบว่าใช่เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ส่ายหน้า “ทำ�ไมล่ะครับ ทานแต่วิตามินใช่ว่าจะดีนะ” เขาเตือนเพราะเดาว่าอีกฝ่ายคงกินแต่วิตามินและอาหารเสริมแน่ๆ ถึงแม้ เขาจะรู้ว่าไนท์แพ้ไข่ก็ใช่ว่าจะทานอะไรไม่ได้ เขายอมรับว่าถ้าแพ้ไข่แบบไนท์เท่ากับ ว่าการใช้ชีวิตในเรื่องของการกิน จะค่อนข้างยุ่งยากทีเดียวเพราะไข่ถือเป็นวัตถุดิบ 24


อนันตกาล

ขั้นพื้นฐานของการใช้ชีวิตเลยทีเดียว “ยุ่งยาก” ไนท์ตอบเขาแค่นั้นแล้วไม่พูดอะไรอีก เตชวัฒน์ได้แต่ลอบถอนหายใจ ท่าทางงานผู้จัดการของเขาคงหนักกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว หลังจากเตชวัฒน์รู้ว่าวริศรินทร์แพ้ไข่ทำ�ให้ทานอาหารที่มีส่วนประกอบ เกี่ยวกับไข่ไม่ได้ เขากลับมาหาข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีอะไร้บ้างที่วริศรินทร์ทานไม่ได้ แต่สิ่งที่เขาพบ ขนมปัง มายองเนส เค้ก ขนมทุกอย่างล้วนแต่ใช้แต่ไข่เป็นส่วนผสม ถ้าให้บอกว่าอะไรทานได้ ถามว่าอะไรทานไม่ได้จะง่ายยิ่งกว่า เช้านี้เตชวัฒน์หอบอาหารสดพร้อมตำ�ราทำ�อาหารมาแต่เช้าก่อนที่จะเปิด ประตูเข้าไป ในทีแรกเขาลังเลว่าจะเจอวริศรินทร์ในสภาพไหน แต่กลับผิดคาด เมื่อ วันนี้เขาเห็นวริศรินทร์นอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสงบ ใบหน้ายามหลับของวริศรินทร์ไม่ต่างจากตอนปกตินักแต่ดูผ่อนคลายลง มาก เขาไม่อยากรบกวนเวลานอนของอีกฝ่าย จึงเดินไปที่ส่วนของห้องครัวเพื่อลอง ประกอบอาหาร วริศรินทร์แพ้ไข่ดังนั้นอาหารที่กินได้จึงมีไม่มากนัก พวกขนมหวานทาน ไม่ได้เลยเพราะทุกอย่างล้วนมีไข่เป็นส่วนประกอบด้วยกันทั้งนั้น สำ�หรับเขาเช้านี้ คงลองทำ�ข้าวต้มดูเพราะดูเป็นอะไรที่ทำ�ง่ายที่สุด เขารื้อหาหม้อหุงข้าว แล้วจัดการ หุงข้าวสวยไว้รอ แล้วต้มน้ำ�ซุบเพื่อราดข้าว เตชวัฒน์ตั้งใจจะทำ�ข้าวต้มหมู หลัง จากเพ่งเมนูอาหารอยู่นานแม้ว่าจะทำ�ตามขั้นตอนเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะทำ�ออกมา อร่อยจนอีกฝ่ายยอมกินไหม กว่าจะทำ�เสร็จเตชวัฒน์ต้องปาดเหงื่อหลายครั้ง เขา ไม่ชินกับการทำ�อาหารแต่เขาก็ยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจที่สองวันที่ผ่านมาเขา เอาแต่อาหารที่ไนท์ทานไม่ได้มาวางไว้ให้ทั้งที่เขาก็รู้ว่าไนท์หิว เสียงเปิดประตูดังมาจากด้านหลัง เขาหันหลังกลับไปพบกับไนท์ยืนอยู่ หน้าประตูเหมือนกำ�ลังมึนงง เตชวัฒน์นึกได้ว่าลืมเปิดพัดลมดูดอากาศทำ�ให้ ภายในห้องมีกลิ่นข้าวต้มลอยคละคลุ้งไปหมด ร่างสูงรีบเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศทันที พอหันกลับมาเขา 25


รักลวงตา เห็นไท์ที่อยู่ในสภาพเสื้อยืดคอย้วยกับกางเกงขาสั้นสำ�หรับใส่นอนยืนอยู่ “พี่ทำ�ข้าวต้มเสร็จพอดีไนท์จะทานเลยไหม หรือจะอาบน้ำ�ก่อน” ไม่มีคำ�ตอบแต่ร่างโปร่งที่เดินตรงไปนั่งแล้วฟุ๊บหน้าลงกับโต๊ะ เตชวัฒน์ ลอบยิ้มกับการกระทำ�ของอีกฝ่าย เขาตักข้าวต้มใส่ชามแล้วนำ�ไปวางไว้บนโต๊ะ แล้ว นั่งลงตรงข้ามกับอีกฝ่าย วริศรินทร์เงยหน้าขึ้นมามองข้าวต้มที่ส่งกลิ่นหอมฉุย “ทานเลยสิ” พอได้คำ�อนุญาติจากเตชวัฒน์ เขาหยิบบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มขึ้นมา เป่า เมื่อเห็นท่าทางของไนท์แล้ว เขารู้สึกว่าในบางครั้งไนท์ก็เหมือน เด็กที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ ภาพที่ไนท์นั่งเท้าคางเป่าข้าวต้ม มันทั้งดูเหมือน คนเกียจคร้านและน่าขัน “อร่อยไหม” เตชวัฒน์อดถามไม่ได้เมื่อเห็นวริศรินทร์นั่งเคี้ยวข้าวต้มไปเรื่อยๆ ไม่มีคำ� ตอบอีกเช่นเคย แต่เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำ�ความคุ้นเคยกับอีกฝ่าย “พี่ไม่เคยทำ�อาหาร แต่ไนท์แพ้ไข่คงกินอะไรได้ยาก พี่จะลองหัดทำ�ให้ไนท์ ทาน ถ้าพี่ทำ�ไม่อร่อยหรือไนท์ไม่ชอบอะไรก็บอกพี่ได้นะ” วริศรินทร์ไม่พูดอีกเช่นเคย เขาทานอาหารไปเงียบๆ เตชวัฒน์ได้แต่คิดใน แง่ดีว่าอย่างน้อยวริศรินทร์ก็ยอมทานอาหารที่เขาทำ� “อย่าเพิ่งไปไหนไนท์ ดื่มน้ำ�ผลไม้ก่อน” เตชวัฒน์เดินไปหยิบน้ำ�ผลไม้คั้นสดที่เขาแวะซื้อก่อนเข้ามา เขารู้ว่าดารา จำ�เป็นต้องดูแลผิวพรรณ และวริศรินทร์จำ�เป็นต้องปรับปรุงเรื่องการกินอาหารอีก มาก วริศรินทร์รับแก้วน้ำ�ผลไม้ เขามองแก้วน้ำ�สีเขียวในมือเหมือนสงสัยว่ามันคือ อะไร “น้ำ�กีวีสดนะ พี่อ่านเจอมาว่ามันมีวิตตามินสูงช่วยบำ�รุงผิว” เตชวัฒน์ตอบในสิ่งที่เขาคิดว่าวริศรินทร์ต้องการจะรู้ ดวงตาสีดำ�เงยหน้า ขึ้นมาสบตาเขา “ถ้าไนท์ไม่ชอบก็บอกพี่ได้ คราวหน้าพี่จะได้ซื้ออย่างอื่น” เตชวัฒน์พูดเพิ่มเติม เมื่อเขาเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป เขาสองคนได้แต่ยืนสบตา กัน และเป็นฝ่ายวริศรินทร์ที่ละสายตาออก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว ริมฝีปากนุ่มก็ 26


อนันตกาล

ประทับลงมาที่ข้างแก้มอย่างแผ่วเบา “ขอบคุณ” เสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูสดใสไม่แหบแห้งเหมือนทุกครั้งที่ได้ยิน ไนท์หันหลัง กลับเข้าห้องทันทีที่กล่าวจบ ทิ้งให้เตชวัฒน์ยื่นนิ่งอยู่กับที่ “ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด” เขายิ้มให้กับตัวเองพลางยกมือลูบข้างแก้มตัวเองอย่างแผ่วเบา ความรู้สึก ถึงสัมผัสบางเบายังคงอยู่ที่ผิวกาย เตชวัฒน์กำ�ลังยืนหลบมุมดูวริศรินทร์ที่กำ�ลังก้าวขึ้นไปเดินแฟชั่นโชว์อยู่ หลังเวที คราวนี้เป็นเสื้อสูทคอเลคชั่นใหม่ของแบรน AmaD แบรนใหม่ที่กำ�ลังเข้า มาตีตลาดในเมืองไทย จากการสำ�รวจตารางงานของไนท์ส่วนใหญ่จะเป็นการเดิน แฟชั่นเสียส่วนมาก หรือไม่ก็ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร แต่ก็ถือว่าไน์มีงานค่อนข้างชุก เลยทีเดียว วริศรินทร์เดินกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมจะขึ้นเดินในชุดใหม่ “ไงครับ” เสียงทักทายจากด้านหลังเมื่อหันไปมองก็พบกับระพีพัฒน์ที่ยืนอยู่หลัง แต่งตัวเรียบร้อยรอขึ้นเวที เตชวัฒน์จำ�ได้ว่าเมื่อวานระพีพัฒน์ได้สาดน้ำ�ใส่หน้าของ ไนท์ แต่ไนท์ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ มีแค่เพียงความเงียบเท่านั้น วริศรินทร์ไม่ได้สนใจ ไม่ได้มองหน้าระพีพัฒน์เลยสักนิด เขารับการเช็ค ความเรียบร้อยจากช่างแแต่งหน้าแล้วเดินออกไปนอกเวทีทันที ร่างสูงโปร่งที่เดินอยู่ บนเวทีอย่างมั่นคงแต่ในจังหวะที่หมุนตัวกลับไหล่ของระพีพัฒน์กระแทกอย่างแรง อย่างจงใจ จนร่างของวริศรินทร์เสียหลักล้มลงและเพราะเวทีที่แคบ ทำ�ให้ร่างสูง โปร่งตกลงไปที่เวทีด้านล่างแต่วริศรินทร์ตั้งหลักทันทำ�ให้ลงไปนั่งอยู่ที่พื้น ทุกอย่าง นิ่งสงบ สีหน้าของวริศรินทร์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้สักนิด เขาขยับตัวลุกขึ้นอย่างมั่นคง ร่างโปร่งโค้งคำ�นับช้าๆ ก่อนก้าวตรงไปหา หม่อมหลวง รัชฎาภรณ์ หญิงสาวสูงวัยซึ่งถือเป็นประธานในงานครั้งนี้ ร่างโปร่ง คำ�นับแล้วชันเข่า ฝ่ามือสัมผัสที่หน้าอก ดอกไม้ช่อเล็กที่ประดับอยู่ที่อกเสื้อถูกดึง 27


รักลวงตา ออกมามอบให้กับท่าน เมื่อหม่อมหลวง รัชฎาภรณ์ รับช่อดอกไม้จากมือ วริศรินทร์ลุกขึ้นยืนโค้ง คำ�นับอีกครั้ง แล้วหันหลังกลับไปที่เวที แขนเรียวจับที่ขอบเวที แล้วดึงตัวเองขึ้นสู่ ด้านบน เมื่อกลับขึ้นมาบน วริศรินทร์ยืนอยู่บนเวทีอีกครั้ง เขาคำ�นับแล้วแขกทุก ท่านแล้วหันหลังกลับเดินเข้าเวทีไป “พี่วิมลหัวใจจะวาย โชคดีนะคะเนี่ยที่แก้สถานะการณ์ทัน” วิมลหนึ่งในผู้รับผิดชอบแฟชั่นโชว์ครั้งนี้เข้ามาตบหลังตบไหล่ แต่ไม่ได้ รับคำ�ตอบจากร่างสูงโปร่ง เขาตรงไปหาช่างเเต่งหน้าเพื่อเปลี่ยนชุดสำ�หรับการเดิน รอบสุดท้ายปิดงาน หลายคนซุบซิบถึงความไร้มนุษยสัมพันธ์ของเขา “สมแล้วเนอะที่ได้ฉายาเจ้าชายน้ำ�เเข็ง” เสียงซุบซิบดังขึ้นมาแผ่วเบาเพียงชั่วเวลาหนึ่งก็ต้องกลับไปทำ�งานใน หน้าที่ของตน ระพีพัฒน์รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่ว่าจะทำ�อะไรอีกฝ่ายก็ยังคงเมินเฉยไม่เห็นหัว แถมการกระทำ�ของเขากลับไปสร้างชื่อเสียงให้ฝั่งตรงข้ามซะอีก เขาได้แต่เข่นเขี้ยว เคี้ยวฟันก่อนจะปั้นหน้าเดินเข้าไปขอโทษเมื่อทุกอย่างจบลง “ไนท์ครับ” เขาเดินตรงเข้าไปหาร่างสองร่างที่ยืนอยู่คู่กันเพื่อเตรียมเก็บของกลับ วริศรินทร์ที่กำ�ลังเก็บของใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมจะกลับพร้อมเตชวัฒน์ที่หันมามอง ระพีพัฒน์ด้วยหางตา “ผมขอโทษที่ชนเมื่อกี้ ไนท์เก่งมากเลยที่แก้สถานการณ์ได้” เขาทำ�สีหน้าสำ�นึกผิดและกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ หลายๆ คนแอบลอบ สังเกตว่าจะมีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างนายแบบหนุ่มทั้งสองหรือไม่ เตชวัฒน์หันกลับมามองระพีพัฒน์ทันที เขายืนระวังอยู่ข้างๆ ไนท์ที่ยังคง เมินเฉย ไม่แม้แต่มองหน้า ร่างโปร่งก้มหน้าก้มตาเก็บของอยู่เงียบๆ เขาทำ�เหมือน ระพีพัฒน์เป็นเพียงอากาศธาตุ “ไม่เป็นไรหรอกครับมันเป็นเพียงอุบัตติเหตุ” จนสุดท้ายเตชวัฒน์ต้องเป็นฝ่ายออกปากเเทนเมื่อสัมผัสถึงบรรยากาศที่ เริ่มอึดอัด 28


อนันตกาล

“ไม่ได้หรอกครับ มันเป็นความผิดของผมที่ไม่ระวัง ถ้าไม่ใช่เพราะไนท์หัว ไวงานนี้คงพังไปแล้ว” แม้ระพีพัฒน์จะเป็นฝ่ายเข้ามาขอโทษ แต่ในใจเขากลับรู้สึกหงุดหงิดที่วริ ศรินทร์ทำ�เหมือนเขาไม่มีตัวตน ยิ่งโดนเมินเฉยเขายิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายทำ�ตัวหยิ่งยโส มองคนอื่นต่ำ�กว่าตัวเองตลอดเวลา “เรื่องมันผ่านมาแล้ว ไม่เป็นไรหรอกครับ ขอโทษด้วยนะครับพวกผมคง ต้องขอตัวก่อน ไนท์มีถ่ายละครช่วงเย็น” เตชวัฒน์เป็นคนทำ�ลายบรรยากาศที่ชวนอึดอัด เขาเอื้อมมือไปรับกระเป๋า เมื่อเห็นว่าวริศรินทร์เก็บของเสร็จแล้วก้าวนำ�ออกไป “แหม นึกว่าจะได้เห็นนายแบบทะเลาะกันซะแล้ว แอบเสียดายนะเนี่ย” เหล่าสตาร์ฟเริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น “นั่นสิ เป็นเดี๊ยนนะ เอาแล้วดูก็รู้ว่าน้องพหีนะจงใจ” “แหม คิดดูสิโดนชนจนตกเวที ต้องโดนชนแรงมากแน่ๆ น้องไนท์ก็นะ เย็นจริงๆ นั่นแหละ โดนทำ�ขนาดนี้ยังเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังคงดังต่อไป หลายคนว่าวริศรินทร์ใจเย็น หลาย คนว่าวริศรินทร์มองว่าระพีพัฒน์หนะมันคนละชั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังคงดังต่อ เนื่องอย่างสนุกปาก ช่วงเย็นไนท์มีคิวถ่ายละครทีมีคิวบู๊ งานนี้ไนท์แสดงเป็นเพื่อนพระรอง หลงรักนางเอกแต่เพราะพระเอกเป็นเจ้าของไร่ทำ�ให้มีศัตรูมากมาย จนถูกทำ�ร้าย จนสลบแล้วจับไปขังไว้ในกระท่อม ไนท์ต้องเข้าไปช่วย แต่เพราะไฟที่ลุกลามเร็ว เกินไปทำ�ให้พระรองหนีไม่ทันตายในกองเพลิงและพระเอกกับนางเอกก็ครองรักกัน เตชวัฒน์อ่านบทแล้วรู้สึกเลยว่าวงการบันเทิงไทยคิดได้แค่นี้เหรอ มีมาก กว่านี้ไม่ได้เหรอ แต่พอเห็นจำ�นวนเงินค่าตัวไนท์แล้วเขาก็พบว่ามันเป็นจำ�นวนเงิน ที่สูงมากอาจเพราะฉากนี้เป็นฉากที่อันตราย ไนท์มีเข้าฉาก2 วันคือเย็นวันนี้กับ พรุ่งนี้ที่จะเป็นฉากลุยเข้าไปในกองไฟ “คัท ไนท์ครับช่วยแสดงอารมณ์ออกมาหน่อยสิครับ ฉากนี้จะต้องปะทะ 29


รักลวงตา อารมณ์กับปลายฟ้า ไนท์ทำ�หน้าเฉยแบบนี้ ไม่ได้นะครับ เพราะไนท์ต้องเสียใจ” ผู้กำ�กับสั่งคัทแล้วเตือนวริศรินทร์ “แอคชั่น” เริ่มต้นดำ�เนินเรื่องอีกครั้ง “นายไม่รู้เหรอว่าผมรักเธอ” เสียงปลายฟ้าดังขึ้นมาไนท์ที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับปลายฟ้าที่ตะดกนออกมา “ผมรักทอฝัน แล้วผมจะดูแลทอฝันให้ดี ก้องถ้านายคิดว่าผมดูแลทอฝัน ได้ไม่ดีพอ” ปลายฟ้าขยับเข้ามาใกล้กับวริศรินทร์ “ดีพอ” เสียงเย็นๆ ของวริศรินทร์ดังขึ้นมา ใบหน้าเฉยเมยจ้องตรงมายังปลายฟ้า ที่กำ�ลังสวมบทบาท “ความรัก ไม่มีอะไรดีพอ” เสียงของไนท์ดังมาแผ่วเบาแล้วขาดหายไป “คัท” เสียงผู้กับกำ�สั่งคัทอีกครั้ง “พอใช้ได้นะไนท์ แต่มันยังดูไม่ค่อยมีความรู้สึกเจ็บปวด ไนท์ลองแสดง อารมณ์มากกว่านี้สิครับ” ผู้กับกับเตือนอีกครั้ง ต้องผ่านอีก3เทค ถึงจะผ่านฉากนั้นมาได้ “ขอโทษด้วยนะครับที่ทำ�ให้ทุกคนต้องเหนื่อย” เตชวัฒน์เข้าไปทำ�หน้าที่พูดขอบคุณแทนวริศรินทร์ที่ยังคงเงียบ “ไม่เป็นไรหรอก ครับ ธรรมดาครับมันก็ต้องมีคัทบ้าง ผมยังเคยถ่ายซ่อม อยู่บ่อยๆ” ปลายฟ้าตอบรับอย่างสดใสตามลักษณะของดารานิสัยดี เตชวัฒน์มองดู ใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูสดชื่นร่าเริง พอหันกลับไปก็พบวริศรินทร์ที่ยังคงดูเหนื่อยอ่อน “เดี๋ยวมีสัมภาษณ์นักข่าวด้วยกันนี่นา ไนท์เราเดินไปด้วยกันเลยดีกว่า” ปลายฟ้าชวนอย่างเป็นกันเอง เตชวัฒน์เห็นก็รู้สึกโล่งใจที่ปลายฟ้าไม่มี ปฏิกิริยาที่ไม่ดีกับไนท์ 30


อนันตกาล

วริศรินทร์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธแมื่อปลายฟ้าเดินมาโอบไหล่อย่างสนิท สนมเป็นกันเอง ทันทีทั้งสองเดินไปหานักข่าวที่รอสัมภาษณ์ด้วยกัน “สวัสดีครับ พี่ๆ นักข่าว” ปลายฟ้าทักทายเหล่านักข่าว ส่วนไนท์ทำ�เพียงมองเท่านั้น “อุ้ย วันนี้น้องไนท์กับปลายฟ้ามายืนคู่กันแบบนี้ทำ�ให้พวกพี่จะสลายด้วย ออร่าของความหล่อ โอ๊ยถ้าพี่เป็นลมขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ” นักข่าวหยอกล้ออย่างเป็นกันเองเรียกเสียงหัสเราะออกมาจากรอบข้าง “ผมก็จะพาพี่ไปโรงพยาบาลด้วยตัวเองไงครับ” ปลายฟ้ายิ้มหวานโปรยเสน่ห์ “งั้นขอเป็นลมตอนนี้เลยได้ไหม” นักข่าวสาวสัพยอกอย่างสนุกสนาน “ฮ่าฮ่า ได้ครับ ว่าแต่พี่นักข่าวมาวันนี้มีอะไรจะคุยกับผมครับ” ปลายฟ้าเปลี่ยนเรื่องชวนเข้าเรื่องงานขึ้นมาทันที “สัมภาษณ์ค่ะ รู้สึกยังไงค่ะที่ได้มาร่วมงานกับหม่อมเอียดแล้วเป็นงาน แรกเลยใช่ไหมที่ได้ร่วมงานกับน้องไนท์ เจอน้องไนท์แบบนี้แสดงว่างานนี้ต้องมีคิว บู๊อะไรเสี่ยงๆ แน่ๆ เลย” นักข่าวป้อนคำ�ถามแล้วยื่นไมค์ไปทางวริศรินทร์ที่ยืนเงียบอยู่นาน ใบหน้า ที่หล่อเหล่าแต่น่ิงสนิทย์ ดวงตาสีดำ�ใสที่เชื่อว่าถ้าใครได้สบตาจะต้องหลงเสน่ห์ รวมทั้งบุคลิกที่ดูเยียบเย็นและเมินเฉย ทำ�ให้ไนท์หรือวริศรินทร์ได้ชื่อว่าเจ้าชายน้ำ� แข็งที่ใครๆ ก็อยากค้นหา “ก็ไม่ขนาดนั้นครับ” เสียงตอบสั้นๆ กับความเงียบ เสียงพูดที่ได้ยินนานๆ ครั้ง แต่เทียบไม่ ได้กับรอยยิ้ม หลายคนถึงขนาดบอกว่ารอยยิ้มของวริศรินทร์มีค่าดั่งทองคำ� เพราะ น้อยคนนักที่จะได้เห็นเจ้าชายน้ำ�แข็งผู้เย็นชามีรอยยิ้ม “น้องไนท์ทำ�ถ่อมตัวไป จริงไหมค่ะปลายฟ้า” นักข่าวหันไปสัมภาษณ์ปลายฟ้าต่อ “จริงครับ มีฉากเสี่ยงขนาดที่เห็นแล้วต้องผวา ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่ได้ร่วม งานกับไนท์” 31


รักลวงตา นักข่าวปลี่ยนเป้าหมายไปสัมภาษณ์ปลายฟ้าที่ยังคงตอบคำ�ถามอย่าง สนุกสนาน พอนักข่าวหันมาถามอีกครั้งไนท์ก็ตอบด้วยประโยคสั้นๆ แล้วเงียบ จน ปลายฟ้าต้องพูดแซวขึ้นมาเพื่อบรรเทาบรรยากาศที่อึดอัด แต่นักข่าวหลายคนก็ พยายามจะสัมภาษณ์วริศรินทร์ให้ได้ “ขอตัวนะครับ เหนื่อย” วริศรินทร์ปลีกตัวออกจากดงนักข่าวทิ้งปลายฟ้าที่ยังคงตอบคำ�ถามด้วย ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เตชวัฒน์ยื่นน้ำ�ให้ไนท์เมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าเมื่อเจอเหล่า นักข่าวยิ่งคำ�ถามให้หลายชุด เตชวัฒน์ยิ้มให้อบอุ่นก่อนจะเดินไปหยิบของเพื่อจะพา ไนท์กลับไปส่ง เมื่อเห็นว่าไนทือ้าปากหาวแล้วอดลูบศีรษะอีกฝ่ายไม่ได้ วริศรินทร์ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแต่ก็ยังคงมีแต่ความเงียบ “ตายแล้ว น้องไนท์ระวังค่ะ มันสกปรก” ลูกหมาสีขมุกขมัววิ่งเข้ามาตะกายวริศรินทร์ เหล่าบรรดาสตาฟฟ์ในกอง ถ่ายรีบตะโกนบอก เมื่อกางเกงยีนส์ขายาวราคาแพงถูกลุกหมาขมุกขมัวตะกายจน สกปรก หลายคนกลัวว่าไนท์จะโมโห หรือไม่พอใจจจนโวยวายแต่ทุกคนก็ต้องเงียบ เมื่อวริศรินทร์ก้มลงนั่งยองๆ แล้วเกาหูลูกหมาตัวนั้นแผ่วเบา และที่ทำ�ให้เกิดเสียง ฮือฮาก็คือรอยยิ้มบางๆ ที่ริมฝีปาก เมื่อลูกหมาตัวน้อยแลบลิ้นเลียฝ่ามือของ วริศทร์อย่างน่าเอ็นดู เสียงฮือฮาของเหล่าสตาฟฟ์ที่บอกว่าวริศรินทร์ยิ้มทำ�ให้นักข่าวที่ยืน สัมภาษณ์ปลายฟ้าหันไปถ่ายรูปวริศรินทร์ในทันที ช่างภาพกดชัตเตอร์อย่างถี่ระรัว เพื่อจับภาพทุกอิริยาบท เมื่อไนท์รู้สึกว่าตัวเองโดนถ่ายรูปอย่างไม่ทันตั้งตัวจึงยกมือขึ้นปิดหน้า ทันทีด้วยความตกใจ เตชวัฒน์เห็นดังนั้นจึงประคองไนท์ลุกขึ้นยืนแล้วจูงเดินออกมา เมื่อเห็นว่านักข่าวตั้งท่าจะกรูเข้ามา เสียงฮือฮายังคงดังอยู่เหล่านักข่าวรีบถามช่างภาพว่าจับภาพเมื่อครู่นี้ได้ ไหม เสียงวิพากวิจารณ์ยังคงเซ็งแซ่เรื่องรอยยิ้มที่ไม่คาดหมาย “น้องไนท์เวลายิ้มนี่ดูดีมากเลยเนอะ ไม่น่าเชื่อเป็นบุญตาที่ได้เห็นขนาดยิ้ม น้อยๆ ยังดูดีขนาดนี้ ถ้ายิ้มกว้างๆ นะ ต้องหล่อมากๆ แน่ๆ เลย ยิ้มบางๆ ยังรู้สึก เลยว่าน้ำ�แข็งละลาย” 32


อนันตกาล

“พรุ่งนี้ต้องพาดข่าวหน้าหนึ่งแน่ๆ น้องไนท์ยิ้มนี่ ฉันเชื่อเลยว่าไม่มีใคร เห็น ต้องขอบคุณไอ้ลูกหมานะเนี่ย” ช่างแต่งหน้าสาวเทียมพูด “แต่น้องไนท์ก็ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย ไม่คิดเลยว่าจะมีมุมแบบนี้ ปกติเห็น เย็นชาอย่างกับน้ำ�แข็ง” เสียงวิพากวิจาณ์์อย่างสนุกสนานและตื่นเต้น เช่นเดียวกับนักข่าวที่ดูจะ ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของวริศรินทร์แม้เพียงแวบเดียว และกล้องที่สามารถจับภาพไว้ ได้ จนลืมใครบางคนที่พวกเขาทิ้งไว้ขณะที่สัมภาษณ์อยู่ เตชวัฒน์มองวริศรินทร์ที่หลับอยู่ในรถแม้รถจะจอดอยู่ใต้คอนโดแล้วก็ ตาม หลายอย่างในตัวของวริศนทร์ทำ�ให้เขารู้สึกว่า ไนท์มีความเป็นเด็กผสมอยู่ใน ตัวเอง เขาอยากรู้ว่าไนท์เป็นอย่างไรกันแน่ บางครั้งเหมือนจะเย็นชา แต่เมื่อกี้กลับ ยิ้มเมื่อลูกหมาตัวน้อยเข้ามาเล่นด้วย “ไนท์ ตื่นครับตื่น” เตชวัฒน์เปิดประตูรถด้านหลังแล้วเขย่าตัววริศรินทร์เบาๆร่างโปร่งรู้สึก ตัวลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็นเตชวัฒน์เขาทำ�ท่าจะหลับต่อ “ไนท์ถ้าไนท์ไม่ลุกพี่จะอุ้มนะ” เตชวัฒน์แกล้งขู่อีกฝ่าย แต่แทนที่วริศรินทร์จะโวยวาย กลับยกแขนตัวเอง ขึ้นมาเหมือนกับบอกว่าจะอุ้มก็ตามใจ “พี่เตอุ้มจริงๆ นะ” เขาย้ำ�อีกครั้ง ไม่มีคำ�ตอบจากวริศรินทร์ เตชวัฒน์อุ้มวริศน์ออกมาจากรถ อย่างทุลักทุเล “ไนท์ยืนแป๊บครับ ขี่หลังพี่” วริศรินทร์ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เตชวัฒน์รู้สึกถึงร่างที่ค่อนข้างเบา ของนายแบบหนุ่ม เสียงลมหายใจที่สม่ำ�เสมอชวนจั๊กจี้กับการกอดรัดจากด้านหลัง เตชวัฒน์วางวริศรินทร์ลงบนเตียง ถอดรองเท้าแล้วห่มผ้าให้จนเรียบร้อย “พี่เตกลับก่อนนะครับ” 33


รักลวงตา เขากระซิบ วริศรินทร์พยักหน้ารับแล้วหลับต่อ “เด็กหนอเด็ก” เขารู้สึกเหมือนวริศรินทร์เด็กกว่าอายุจริง ทั้งที่อายุ 21 จะ 22 แล้ว แต่ เขากลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายเด็กกว่านั้น เตชวัฒน์มองใบหน้ายามหลับของนายแบบหนุ่ม แล้วหลุดยิ้มออกมา เขาส่ายหน้าอย่างเอ็นดูแล้วจัดการล็อกห้องเพื่อกลับบ้าน เสียงโทรศัพท์ดังในตอนเช้าปลุกร่างสูงใหญ่ที่กำ�ลังนอนหลับสบายอยู่ บนเตียงให้ตื่นขึ้นมา เขาควานหาโทรศัพท์มือถือที่ดังสนั่นอยู่ที่หัวเตียง “ครับ” เตชวัฒน์กรอกเสียงลงไปตามสายด้วยความง่วง “ตาเตทำ�ดีมากๆ” เสียงหัวเราะชอบใจของวุฒิพลผู้เป็นอาดังมาตามสาย เตชวัฒน์อ้าปาหาว ด้วยความง่วง เขาเหลือบมองเวลา นี่เพิ่ง 7 โมงเช้าเท่านั้น “อะไรครับอา” เขาขยี้ตาขับไล่ความง่วงงุน ยังมีเวลาถ้าเขารีบ เขาจะไปถึงคอนโดไนท์ประ มาน 8 โมงกว่า ไนท์มีถ่ายละครตอน11โมง น่าจะมีเวลาทำ�อะไรให้ไนท์กิน “เปิดดูข่าวสิ ไนท์ดังเป็นพลุแตกเลย ฮ่าฮ่า” เตชวัฒน์ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เขาหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดอินเตอร์เนตอย่างรวดเร็ว เจ้าชายน้ำ�แข็งยอมยิ้มแล้ว ใครจะเชื่อว่าไนท์จะยอมยิ้มให้กับลูกหมาตัว น้อย เจ้าชายน้ำ�แข็งอาจไม่เย็นชาอย่างที่คิด รอยยิ้มแรกของไนท์ เชื่อว่าคงไม่มีใครเห็น ภาพสดจากกองถ่าย พาดหัวข่าวต่างๆ มากมายที่เกี่ยวกับไนท์ทำ�ให้เขาแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่า แค่ไนท์ยิ้มจะทำ�ให้สื่อมวลชนสนใจมากขนาดนี้ “เห็นหรือยัง ทำ�ได้ดีมากตาเต” วุฒิพลชื่นชมผู้เป็นหลานที่สามารถทำ�ให้วริศรินทร์มีรอยยิ้มขึ้นมาได้ แม้จะ เบาบางก็ตาม ทั้งสองคุยกันอีกชั่วครู่แล้วเตชวัฒน์ต้องขอตัวไปอาบน้ำ� 34


อนันตกาล

“อ้อ อาครับ อารู้หรือเปล่าว่าไนท์แพ้ไข่” เขาถามผู้เป็นอาถึงเรื่องการแพ้ไข่ของวริศรินทร์ “จำ�ได้ว่าเป็นคนกินยากนะเรื่องแพ้ไข่ไม่รู้ อาไม่ค่อยได้เจอไนท์หรอกตอน เด็กๆ อามาดูแลไนท์ก็ตอนที่วรากรพ่อของไนท์ตายน่ะ” วุฒิพลตอบอย่างคร่าวๆ เพราะเขาเองไม่ได้สนิทสนมกับลูกเพื่อนคนนี้ เท่าไหร่นัก แม้จะเอ็นดูอยู่บ้างก็ตามที “ครับ อา งั้นผมไปอาบน้ำ�ก่อนนะครับ” เตชวัฒน์ตัดสายโทรศัพท์จากผู้เป็นอาเมื่อเห็นว่าเสียเวลามามากแล้ว เตชวัฒน์อาบน้ำ�แต่งตัวแล้วขับรถออกจากบ้าน เช้านี้เขานึกว่าถ้าไปถึง แล้วควรจะทำ�อะไรให้วริศรินทร์ทานดี เช้าๆ แบบนี้ควรทานอาหารเบาๆ มากกว่า เตชวัฒน์ตัวแข็งทื่อเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องเศษแก้วกองอยู่ที่พื้น และที่ สำ�คัญเขาเห็นกองเลือดลากยาวไปเป็นทางเขารีบมองหาร่างสูงโปร่งในทันที วริศรินทร์ในชุดคลุมอาบน้ำ�นอนอยู่บนโซฟาตัวยาวด้วยใบหน้าซีดเซียว ที่ เท้าข้างขวามีเลือดไหลออกมา เขารีบเข้าไปดูร่างที่เหมือนกำ�ลังนอนหลับ “ไนท์ ตื่นครับเป็นอะไร” พอเขาสัมผัสก็พบว่าไนท์ตัวเย็นเฉียบ ดวงตาสีดำ�สนิทปรือปรอยเมื่อโดน เขย่าตัวเขา นิ้วเรียวยกขึ้นขยี้ตาช้าๆ เมื่อเห็นอาการของคนตรงหน้าเขาต้องรู้สึก โล่งอก แต่เลือดที่ยังไหลซึมอยู่ก็ทำ�ให้เขาใจหาย วริศรินทร์ผวาเกาะเตชวัฒน์เมื่ออยู่ก็ถูกอุ้มขึ้นพาดบ่า ศรีษะของเขาร่วง ลงมาทำ�ให้เขาต้องดันตัวเองขึ้น “อยู่เฉยๆ” เตชวัฒน์ส่งเสียงในลำ�คอเมื่อร่างโปร่งกำ�ลังดิ้น เขาก้าวเข้าไปในห้องน้ำ� วางร่างโปร่งให้นั่งลงที่ชักโครก “เจ็บไหม” น้ำ�เสียงอ่อนโยนกับสัมผัสที่แผ่วเบาทำ�ให้วริศรินทร์พยักหน้า เตชวัฒน์ จับปลายเท้าของอีกฝ่ายขึ้นมาล้างน้ำ�อุ่นอย่างแผ่วเบา “อย่าดิ้นนะครับ พี่อะอุ้มดีๆ” น้ำ�เสียงอ่อนโยนกับรอยยิ้มที่ปลอบประโลม เตชวัฒน์อุ้มวริศรินทร์ไปนั่ง 35


รักลวงตา ที่เก้าอี้ เขารื้อหายาใส่แผลเจอจนได้ เขาทำ�แผลให้อย่างแผ่วเบาแผลไม่ลึกมากนัก เพราะอีกฝ่ายแค่เหยียบเศษแก้ว แต่เพราะมีเศษแก้วฝังอยู่ข้างใน เขาค่อยๆ คีบ ออกอย่างเบามือ ตลอดเวลาสายตาของวริศรินทร์ไม่ได้ละออกจากใบหน้าคมเข้มที่ ดูแลอย่างอ่อนโยน จังหวะที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันเตชวัฒน์ยิ้มให้เพื่อหวังจะ ปลอบประโลม เตชวัฒน์ลอบถอนหายใจอย่างโล่งใจที่คราวนี้เป็นเพราะอีกฝ่ายเหยียบ เศษแก้ว ในครั้งแรกที่เขาเห็นกองเลือดเขารู้สึกตกใจจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น ยิ่ง เห็นว่าไนท์นอนหน้าซีดอยู่บนโซฟาเขาคิดว่าจะต้องสูญเสียอีกฝ่ายไป “เสร็จแล้ว” เขาพันแผลที่เท้าให้อย่างแผ่วเบาแล้วยิ้มให้ “แล้ววันนี้ไนท์จะถ่ายละครไหวไหม” เพราะวันนี้ไนท์มีคิวถ่ายละครแถมเป็นฉากที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย การ ที่ไนท์ขาเจ็บอาจทำ�ให้เกิดอุบัตติเหตุได้ “ไหว” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาอีกครั้ง “เช้านี้อยากกินอะไร พี่เตจะได้ไปทำ�ให้ ว่ายังไงคนเก่ง” เตชวัฒน์ถามเมื่อเห็นว่าสายตาคู่นั้นยังคงจับจ้องมายังตน “หมูทอด” คำ�ตอบนั้นทำ�ให้เตชวัฒน์ยิ้มรับ “เมื่อวานพี่ซื้อมาพอดี ไนท์ไปอาบน้ำ�ครับ แล้วแต่งตัวซะออกมาจะได้ ทานอาหารกัน โอเคไหม” เตชวัฒน์เลือกที่จะทำ�กับไนท์เหมือนผู้ใหญ่กับเด็ก เขารู้สึกว่าวริศรินทร์ เหมือนเด็กที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ “แล้วหมูทอดมันทำ�ยังไงให้อร่อย” ถึงจะบอกว่าจะทำ�ให้ไนท์ทานแต่เตชวัฒน์ก็ใช่ว่าจะทำ�อาหารเป็น เขา หยิบไอแพดขึ้นมาเสริชหาวิธีทำ�หมูทอดจากอินเตอร์เนท จนพบแล้วก็คิดว่ามัน ทำ�ได้ไม่ยากนัก แต่การทอดหมูมันไม่ได้ง่ายกว่าที่คิด หมูทอดของเตชวัฒน์ในบาง ชิ้นก็สุกจนเกือบไหม้ บางชิ้นก็เปลี่ยนเป็นสีดำ� เตชวัฒน์มองผลงานตัวเองด้วย ความหนักใจ เสียงเลื่อนเก้าอี้ทำ�ให้เขาหันกลับไปมอง 36


อนันตกาล

“คือว่าพี่เตทอดไหม้ไปหน่อย เราไปหาอะไรกินข้างนอกก็ได้” เตชวัฒน์ยิ้มอายๆ เมื่อตัวเองเป็นคนรับปากว่าจะทำ�ให้แต่ผลงานที่ทำ�ออก มามันเรียกได้ว่าใช้ไม่ได้ วริศรินทร์มองหมูทอดในจาน แล้วมองรอยยิ้มเก้อๆ ของเต ชวัฒน์ เขาหยิบจานข้าวเข้ามาใกล้แล้วตักหมูทอดที่ถูกทอดจนเกรียมขึ้นมากิน “ไนท์ไม่ต้องกินก็ได้” เตชวัฒน์รีบห้าม แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรจากร่างสูงโปร่ง วริศรินทร์กินข้าว ไปเงียบๆ เมื่อเห็นดังนั้นเตชวัฒน์ก็นั่งลงทานบ้าง เขาพบว่าหมูมีรสชาติค่อนข้างไป ทางเค็มและบางชิ้นก็ขมเพราะเขาทอดไหม้จนเกินไป แต่ตลอดเวลาที่ทานวริศรินทร์ ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าสักนิด ไม่มีคำ�บ่นว่าไม่อร่อย ไม่มีคำ�บ่นว่ามันไหม้ วริศรินทร์ทำ� เพียงทานไปเรื่อยๆ สักพักแล้วก็หยุด เตชวัฒน์มองข้าวในจานที่พร่องลงไปไม่มาก นัก แค่เพียงเห็นอีกฝ่ายยอมทานหมูทอดไหม้ๆ ที่เขาทำ�เขาก็รู้สึกดีใจแล้ว “ไนท์เดินไหวไหม” เตชวัฒน์ถามร่างโปร่งที่กำ�ลังยืนทรงตัวอยู่ วันนี้วริศรินทร์ใส่เพียงเสื้อยืดสี ขาวกับกางเกงยีนส์เท่านั้น นับวันวริศรินทร์ยิ่งแต่งตัวธรรมดาเมื่ออยู่กับเขา วริศรินทร์มองตัวเองในกระจกแล้วเดินไปที่ลิ้นชักเลือกแว่นกันแดดทรงนักบินขึ้นมา สวม เพียงเท่านี้ก็ดูดีแล้วสำ�หรับเตชวัฒน์ “อย่าทิ้งน้ำ�หนักไปที่เท้าขวา ถ้าเดินไม่ไหวก็เกาะไหล่พี่ได้ เดี๋ยววันนี้มีคิว ถ่ายละครมีฉากเสี่ยงจะเลื่อนไหม แล้วแน่ใจนะครับว่าไหว” เขาถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับเขาก็รู้สึกโล่งใจ มาถึงกองถ่ายวริศรินทร์เดินไปเตรียมตัวที่จะถ่ายทำ�การแสดง นี่เป็นฉาก สั้นๆ ที่วริศนทร์ต้องติดอยู่ในกองไฟ โดยเข้าฉากร่วมกับปลายฟ้า มีการซักซ้อมคิว กันหลายครั้งเพราะเป็นฉากที่เสี่ยงอันตราย กว่าจะเริ่มงานก็บ่าย “พักทานข้าวก่อนครับ เดี๋ยวมาถ่ายกันต่อ” ผู้กำ�กับสั่งพักกองให้ทานข้าว เตชวัฒน์เดินเข้าไปหาวริศรินทร์ที่ดูท่าทาง เหนื่อยๆ เขาส่งน้ำ�เย็นให้ดื่ม วริศรินทร์รับไปดื่มอย่างหิวกระหาย แต่พอดูอาหารที่ ถูกเตรียมไว้เขาก็ชะงัก ฟักทองผัดไข่ ไข่เจียวยัดไส้ ปูจ๋า อาหารที่ทางกองเตรียมไว้ ล้วนเป็นอาหารที่มีไข่เป็นส่วนผสม 37


รักลวงตา “หิวไหมไนท์” เตชวัฒน์กระซิบถาม วริศรินทร์ส่ายหน้าแทนคำ�ตอบ แต่เขาคิดว่าอีกฝ่าย คงจะหิวพอสมควรเพราะนี่ก็เกือบจะบ่ายโมงแล้ว “เดี๋ยวพี่ไปหาอะไรให้ทาน ไนท์รออยู่นี่แป๊บนะ นั่งอยู่นี่อย่าไปไหน” ด้วยความเป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะฝืนจนเป็นลม เตชวัฒน์ให้วริศรินทร์นั่งพัก รอเขาก่อน วริศรินทร์นั่งอยู่ที่จุดเดิมมองร่างสูงของอีกฝ่ายที่ก้าวเดินออกไปอย่าง รวดเร็ว สายตาของเขามองไปรอบๆ บรรยากาศของกองถ่าย “ไนท์ ทำ�อะไรอยู่เหรอ” ปลายฟ้าเดินถือจานข้าวเข้ามาใกล้ทักทายอย่างเป็นมิตร แต่ก็ไร้ซึ่งคำ� ตอบมีเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่หันมามอง “ไม่กินอะไรล่ะ หิวเหรอ เดี๋ยวเราไปหยิบให้ไหม” ปลายฟ้าพยายามจะผูกมิตรกับเขา วริศรินทร์ไม่ตอบเขาเพียงแค่ใช้ สายตามองเลยผ่านออกไปอย่างไร้จุดหมาย ปลายฟ้าพยายามจะชวนวริศรินทร์คุยอะไรอีกหลายอย่างแต่ก็ไร้การตอบ สนองและสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้เลิกลาไปเอง จนร่างสูงใหญ่ของเตชวัฒน์ก้าวเข้ามา “อ้าว ปลายฟ้า” เตชวัฒน์ทักทายปลายฟ้าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมานั่งอยู่ข้างๆ วริศรินทร์ ปลายฟ้ายิ้มให้แล้วขอตัวออกไป ส่วนเขาหยิบข้าวกล่องออกมา “กระเพราไก่ ไม่มีไข่ ไนท์กินได้ รีบกินซะสิเดี๋ยวหมดเวลาพัก” เขาหยิบกล่องข้าวออกมาเปิดกล่องและหยิบช้อนยื่นให้ “น้องไนท์อาหารไม่อร่อยหรือค่ะ ถึงต้องออกไปซื้อถึงข้างนอก” ริสาผู้ดูแลงานจิปาถะเข้ามาถามด้วยความสงสัย อาหารมีอยู่มากมาย แต่วริศรินทร์ไม่แตะเลยสักคำ� จนถึงขนาดเตชวัฒน์ต้องออกไปซื้ออย่างอื่นมาให้ ทาน สายตาของริสามองวริศรินทร์อย่างรู้สึกไม่พอใจ เธอรู้สึกว่าวริศรินทร์ค่อนข้าง ทำ�ตัวเรื่องมาก หยิ่ง และดูถูกคน “ไม่ใช่ครับ อาหารส่วนใหญ่เป็นไข่ ไนท์แพ้ไข่ครับ ทานไข่ไม่ได้” เตชวัฒน์รีบแก้ไขความเข้าใจผิด เขาดูจากสายตาของหญิงสาวก็สัมผัสได้ ถึงความรู้สึกในแง่ลบ “ตายจริง น้องไนท์แพ้ไข่ ขอโทษนะคะพี่ไม่รู้เลย” เธอร้องอย่างตกใจ เธอเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับอาหารการที่เธอไม่รู้ว่า 38


อนันตกาล

วริศรินทร์ทานไข่ไม่ได้แล้วยังเตรียมอาหารที่ส่วนใหญ่มีไข่ เท่ากับว่าเธอได้ทำ�งาน บกพร่อง “ไม่เป็นไรครับ ผมไปซื้ออย่างอื่นมาให้ไนท์ทานแล้ว” เตชวัฒน์ยิ้มให้หญิงสาวอย่างใจดี ริสาขอโทษขอโพยที่ทำ�ให้ทั้งคู่ต้องยุ่ง ยากหลายครั้ง การถ่ายทำ�เริ่มต้นขึ้น วริศรินทร์มองรอบๆ ตามบทบาทเขาต้องแก้เชือก ให้ปลายฟ้าแล้วพยุงออกไป กลิ่นน้ำ�มันแล้วควันไฟทำ�ให้เขารู้สึกตื่นตัว วริศรินทร์ แกะเชือกให้ปลายฟ้าอย่างใจเย็น ร่างโปร่งประคองนักแสดงรุ่นพี่เพื่อที่จะก้าวออก ไปตามบท แต่ทันไดนั้นเปลวไฟกลับโหมกระหน่ำ�จนควันไฟลอยเข้ามาปิดทางออก ทั้งสองคนสำ�ลักควันไฟจนแสบคอ วริศรินทร์มองไปรอบๆ แม้ควันไฟจะบังสายตา เอาไว้แต่เขามองเห็นทางออก เขาพยุงปลายฟ้าให้หลบเปลวไฟที่กำ�ลังลามเลียไป ทั่ว ปลายฟ้าเริ่มมีอาการตื่นตระหนก ส่วนตัวเขายังคงรู้สึกสงบ เขาจูงอีกฝ่ายเดิน หลบกลุ่มควันไฟที่กำ�ลังเผาไหม้มุ่งสู่ทางออกที่ถูกปิดสนิท โครม ประตูทางเข้าออกโดนถีบออกอย่างแรง สายลมผู้จัดการส่วนตัวของปลาย ฟ้าฝ่าเข้ามา เขาบอกให้วริศรินทร์ตามออกไปก่อนจะโอบกอดร่างของปลายฟ้าเอา ไว้ วริศรินทร์มองดูรอบๆ พร้อมกับมองร่างสูงใหญ่ที่โอบกอดนักแสดงหนุ่มอย่าง ปกป้อง จนบางทีเขาแค่รู้สึกว่าก็แค่ไฟไหม้ไม่เห็นจำ�เป็นต้องตื่นเต้นขนาดนั้น เขา เดินตามร่างสูงใหญ่ไปเรื่อยๆ แม้จะเห็นว่าอีกฝ่ายรีบฝ่ากองไฟไปอย่างรวดเร็ว “ไนท์” เสียงตะโกนทำ�ให้เขาชะงักเช่นเดียวกับความเจ็บแปล๊บที่เท้าขวา ทันทีที่ เขาหันกลับไปมอง คานไม้ของกระท่อมก็ร่วงลงมา ขาของวริศรินทร์ติดอยู่ใต้ท่อน ไม้ เปลวไฟกำ�ลังลามเลียไปทั่ว วริศรินทร์ลองดันท่อนไม้ออก ท่อนไม้ใหญ่จนเขา เลื่อนมันออกไปไม่ได้ สายลมเดินออกไปแล้วเหลือเขาที่อยู่คนเดียวท่ามกลางกอง เพลิง ขาเจ็บและตอนนี้ก็ถูกท่อนไม้ทับไว้ “ไนท์” เสียงแผ่วหวานยังคงเรียกเขาอยู่ วริศรินทร์ทิ้งตัวลงนอนอยู่กับพื้น เขา มองเปลวไฟรอบๆ ปล่อยให้มันค่อยๆ ลามเลีย ไม่ดิ้นรน ไม่คิดที่จะหนี ใบหน้า ของไนท์ไม่ได้ตื่นตะหนกมันยังคงสงบนิ่งกับดวงตาที่ปิดลงช้าๆ ความทรงจำ�บาง อย่างหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิด วริศรินทร์ยิ้มจางๆ ท่ามกลางความร้อนที่ กำ�ลังคืบคลานเข้ามา เขากำ�ลังจะหลับ 39


รักลวงตา

40

รักลวงตา  

Ta_night Info : anuntalan.kan@hotmail.co.th anuntakan.kan@gmail.com

Advertisement