Page 1

อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ


นายเวชชภัณฑ์ ศุขสุเมฆ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ


สำ�นึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเพลิงศพ นายเวชชภัณฑ์ ศุขสุเมฆ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม เป็นเกียรติอันสูงสุดแก่ผู้วาย ชนม์ และวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ หากความทราบโดยญาณวิถีถึงดวงวิญญาณของ นายเวชชภัณฑ์ ศุขสุเมฆ ได้ด้วยประการใดใน สัมปรายภพคงจะมีความปลาบปลื้มซาบซึ้งเป็นล้นพ้นในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศอัน สูงยิ่งในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ข้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นบุตร ธิดา และหลานๆ ของพระราชทานกราบถวายบังคมแทบเบื้องพระ ยุคลบาท ด้วยความสำ�นึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือ กระหม่อม เป็นสรรพสิริมงคลแก่่ข้าพระพุทธเจ้า และวงศ์ตระกูลตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ครอบครัว ศุขสุเมฆ


4


สารบัญ อัตชีวประวัติ กลอนอำ�ลากรมโยธา ประวัติภรรยา ครอบครัว ศุขสุเมฆ พิธีสวดพระอภิธรรม

7 30 57 67 103


อัตชีวประวัติ

นายเวชชภัณฑ์ ศุขสุเมฆ


8

ย่าพลอย-ปู่เผือก


9

ข้าพเจ้าเป็นบุตร พ่อเผือก แม่พลอย เกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน ปีมะเมีย ที่บ้านทางยาว ตำ�บลบ้านม้า อำ�เภอ บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บิดา-มารดา ประกอบ อาชีพทำ�นา (ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2493 เลิกทำ�นา ซื้อเรือข้าว ล่องข้าวเปลือกลงไปขายที่กรุงเทพฯ แล้วเลิกกิจการประมาณ ปี 2499)


10


1 มูลกัจจายน์ คือการเรียนต้นเค้าของภาษาบาลีว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เราจะสามารถแยกแยะได้ ว่า ศัพท์คำ�หนึ่งมีที่มาอย่างไร เพราะเหตุใดจะมีที่มาเป็น สูตรแจ้งไว้

11

เมื่อข้าพเจ้าอายุประมาณ 7-9 ขวบ พ่อพาไปฝาก เป็นศิษย์วัดกับหลวงอาเจ็ก เจ้าอาวาสวัดทางยาว เรียน หนังสือจนอ่าน-เขียนได้ ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม ทำ� เลขได้ถึง บวก-ลบ ต่อมาเข้าเรียนในโรงเรียนประชาบาล วัดทางยาว ซึ่งเริ่มเปิดสอนขึ้นเป็นครั้งแรก มีครูเยื้อน ไชโย สอนอยู่คนเดียวทุกชั้น ท่านอยู่บ้านในคลอง ตำ�บลโคก ช้าง อำ�เภอบางไทร ท่านต้องเดินทางมาสอนเป็นระยะทาง หลายกิโลเมตรใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง หน้าฝนท่านก็ เปียกฝนด้วย นึกถึงว่าเป็นปัจจุบันนี้ต้องนับว่าลำ�บากมาก ออกจากโรงเรียน บวชเป็นสามเณรที่วัดทางยาว ไม่ได้เรียน อะไรประมาณ 2 ปี จึงย้ายไปจำ�พรรษาที่วัดบ้านพาด อยู่ ตรงข้ามกับที่ว่าการอำ�เภอบางไทร ไม่ได้เรียนธรรมแต่เรียน มูลกัจจายน์1จนจบ


12


13

ต่อมาเมื่อประมาณปลายเดือน พฤษภาคม หรือ มิถุนายน พ.ศ.2476 (จำ�ไม่ได้) พ่อขอให้ปู่จอนน้องยายจัน พาไปฝากหลวงปู่แสง วัดสามปลื้ม ซึ่งอาเยื้อน กับอาปาน เคยอยู่ที่นั้น หลวงปู่แสงรับไว้ไม่ได้ เพราะกุฏิพระเต็ม จึงพา ไปฝากท่านพระครูปลัดต้าน ต่อมาท่านได้เลื่อนเป็น พระครูสัญญาบัตร ชื่อว่าพระครูประสิทธิ์สมณการ (ต้าน เมนะจินดา) ท่านกรุณารับไว้ แล้วให้ลาสิกขาบท เป็นลูก ศิษย์วัด แต่ก็ได้เรียนธรรมกับบาลีควบกันไป ผลการเรียน ไม่ได้ก้าวหน้านัก เพียงสอบได้นักธรรมชั้นตรี เคยสอบนัก ธรรมชั้นโทแต่สอบไม่ได้ ต่อมาบวชเป็นสามเณรอีกครั้ง ซึ่งพ่อกับแม่ ปรารถนาเช่นนั้น ในระหว่างศึกษาพระธรรมกับบาลีอยู่ นั้น ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทางโลกด้วย โดยหาหนังสือ มาอ่าน เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง และเรียนอื่นๆ ตาม ชอบ จนอายุครบบวช จึงขอให้พ่อ-แม่บวชให้ที่วัดสาม ปลื้ม มีท่านเจ้าคุณพระพิมลธรรม (เฮง เขมจารี เจ้าอาวาส วัดมหาธาตุ) เป็นพระอุปัชชา ท่านเจ้าคุณคุณาจารวัตร กับ ท่านพระครูประสิทธิ์สมณการเป็นคู่สวด บวชได้เพียงพรรษา เดียวก็ลาสิกขาบทกลับไปอยู่บ้านที่ทางยาว


14


1 กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน (การมีสติระลึกรู้กายเป็นฐาน ซึ่งกายในที่นี่ หมายถึงประชุม หรือรวม นั่นคือธาตุ 4 ได้แก่ ดิน น้ำ� ลม ไฟมาประชุมรวมกันเป็น ร่างกาย ไม่มองกายด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา แต่มองแยกเป็นรูปธรรมหนึ่งๆ เห็นความเกิดดับ กายล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา) 2 สติปัฏฐาน 4 อยู่ (เป็นหลักธรรมที่อยู่ในมหาสติปัฏฐานสูตร เป็นข้อ ปฏิบัติเพื่อรู้แจ้ง คือเข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ� สติปัฏฐานมี 4 ระดับ คือ กาย เวทนา จิต และ ธรรม)

15

ไปถึงบ้านแม่โกรธมากไม่ยอมให้ไหว้ (ลุกหนีไป) เหตุที่ลาสิกขาบทไม่มีอะไรจูงใจ เมื่อบวชก็ไม่เบื่อในการ ปฏิบัติธรรม เคยไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับอาจารย์แป๊ะ ที่วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) เชิงสะพานเจริญพาศน์ ฝั่ง ธนบุรีกับพี่สำ�รวย สุมาวงศ์ (ต่อมาเป็น พ.ต.อ.สำ�รวย สุมาวงศ์) ชอบนั่งกรรมฐาน แต่ก็ไม่ทำ�ต่อไป มาเริ่มศึกษา วิปัสสนากรรมฐานอีกครั้ง เมื่ออายุตัว 50-60 ปี แต่ทำ�ให้ จิตรสงบได้ชั่วครู่ ระยะสั้นๆ ชอบทางกำ�หนดลมหายใจ เข้า-ออก แล้วพิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม เริ่มด้วยกายา นุปัสสนาสติปัฏฐาน1 แม้กำ�ลังเขียนประวัตินี้ก็นึกถึงสติปัฏ ฐาน 42 อยู่ การบำ�เพ็ญบารมีนั้นยากมาก ที่พอทำ�ได้ตาม สมควร ก็มีทาน ขันติ อธิษฐาน เมตตา


16


17

เมื่อลาสิกขาบทแล้ว ไปทำ�นาและซื้อข้าวอยู่ร่วม 2 ปี จึงมาสอบทำ�งานที่กรมไปรษณีย์โทรเลข ซึ่งขณะนั้น ที่ทำ�การอยู่ริมแม่น้ำ�เจ้าพระยาเป็นตึกเก่ามาก ฟังมาว่า เป็นสถานกงสุลของประเทศอังกฤษ ตึกใหม่สร้างขึ้นภาย หลังหลวงโกวิท อภัยวงศ์ (ท่านด้วง อภัยวงศ์) เป็นอธิบดี กรมไปรษณีย์โทรเลข หลวงสิงหราอิศรศักดิ์ (หม่อมหลวง จำ�เนียร สิงหรา) เป็นหัวหน้ากรมสื่อสาร จำ�ไม่ได้แน่นอน ว่าสร้างเสร็จเมื่อใด คาดว่าประมาณปี พ.ศ. 2484 ค่า ก่อสร้างไม่ถึง 1 ล้าน พอจำ�ได้ว่า 7 หรือ 9 แสนบาท เกอร์ สัน แอนด์ ซันส์ รับเหมาทำ�ประตูหน้าต่าง ตบแต่งภายใน (เฟอร์นิเจอร์) ทั้งหมดเป็นเงิน 2 หมื่นบาท ขอเล่าว่า ผิดถูก อย่างไรคงไม่ห่างไกลนัก ขึ้นต้นด้วยวัสดุ ใช้ไม้สักทั้งหมด มีเคาน์เตอร์ ชั้นล่างด้านหน้า เคาน์เตอร์ ชั้นที่ 2 ที่จ่าย, แยกจดหมาย, พัสดุ โต๊ะ-เก้าอี้ สำ�หรับไปรษณีย์บุรุษคัด จดหมาย แยกเป็นเขตอีกหลายสิบโต๊ะ โต๊ะ-เก้าอี้ เจ้าหน้าที่ทำ�งานอีกมาก คะเนดูนับเป็นร้อย รวมถึง อุปกรณ์ปิดถุงเมล์ต่างประเทศด้วย ซึ่งอยู่บนตึกชั้นที่ 2 ด้านหลังด้วย อธิบายถึงการปิดถุงเมล์ต่างประเทศ คุณ สวัสดิ์ มียศชั้นโท (หนุ่ม) คุณพงศ์ พิศวงบุตร (สูงอายุแล้ว) มียศแค่ชั้นตรี คุณพงศ์ ต้องนับ 1-2-3 ละเอียดมาก เพราะ จะส่งไปต่างประเทศตามป้าย การปิดถุงเมล์ต่างประเทศผิด พลาดไม่ได้


18


19

ความรักของพ่อ อยู่มาวันหนึ่งประมาณเดือน มีนาคม 2482 ได้แจวเรือไปซื้อข้าวกับทิดผิว พอแจวไปถึง บ้านพาดหน้าอำ�เภอบางไทร พ่อพายเรือตามมาทันพอดี บอกว่ามีหนังสือจากทางราชการให้ไปรายงานตัว (พ่อจะรอ ถึงเวลาเย็นเมื่อกลับจากซื้อข้าวก็ได้) พออ่านหนังสือกรม ไปรษณีย์แล้ว เสร็จจากซื้อข้าวในวันนั้นก็แจวเรือกลับบ้าน รุ่งขึ้นจึงเดินทางไปรายงานตัว เดินทางไปถึงกรุงเทพฯ ก็ เวลาบ่ายมากแล้ว วันรุ่งขึ้นจึงรายงานตัว เลยเวลารายงาน ตัวไป 2-3 วัน เรียนถามผู้รับเข้าทำ�ราชการว่า เลยเวลาแล้ว จะพิจารณาได้ไหม เขาบอกว่าจะเข้ารับราชการหรือไม่ เลย เวลาไปก็ไม่เป็นไร จึงเข้าทำ�งาน แต่งตัวธรรมดาไม่ต้องสวม เครื่องแบบ ทดลองทำ�งานอยู่ 2 เดือนเศษ ได้เบี้ยวันละ 1 สลึง ทำ�อยู่ถึงวันที่ 1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2483 จึงได้ บรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ตำ�แหน่งไปรษณีย์ รับเงินเดือนๆ ละ 20 บาท


20


ปี พ.ศ. 2490 สอบเข้าศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. 2495 สอบได้ปริญญาธรรมศาสตร์บัณฑิต (ธ.บ)

21

เริ่มการศึกษา เห็นนายตรวจเฉื่อย อายุ 50 เศษ ยังอยู่แค่ชั้นจัตวา คุณโชติ หัวหน้าหน่วยจ่ายธรรมดา แก่มากแล้ว ยังเป็นแค่ชั้นตรี ขุนสาลีหัวหน้าแผนกจ่าย ไปรษณีย์กลาง แก่มากแล้ว ได้เพียงชั้นโท จึงตรึกตรองดู ว่า ต้องเรียนหนังสือมิเช่นนั้นก็อยู่กับที่ เพื่อนชื่อเติมชัย ปทุมเวียง ทำ�งานเป็นไปรษณีย์บุรุษเหมือนกัน แต่เขาเรียน กฎหมายที่ธรรมศาสตร์ เราจึงเริ่มเรียนหนังสือในเวลาค่ำ� (ศึกษานอกโรงเรียน) เรียนถึงปี พ.ศ. 2484 ก็สอบชั้นมัธยม ปีที่ 6 ได้


22

บัตรข้าราชการ พ.ศ. 2499


23

การศึกษาเป็นการยกสถานภาพของคนให้ขึ้นสู่ ตำ�แหน่งหน้าที่ ชื่อเสียง เมื่อปีพ.ศ. 2504 ขัาพเจ้าได้เลื่อน ชั้นและตำ�แหน่งเป็นเลขานุการกรมโยธาธิการ ในขณะที่ เพื่อนราชการครั้งเริ่มรับราชการในกรมไปรษณีย์โทรเลข เมื่อปี พ.ศ. 2482 ยังคงเป็นข้าราชการชั้นเสมียน และ ไปรษณีย์บุรุษอยู่อีกหลายท่าน ได้แวะเวียนมาหาข้าพเจ้าที่ กรมโยธาอยู่เป็นประจำ� ข้าพเจ้าชอบเขียนหนังสือ จึงหา หนังสือดีๆ มาอ่านเพื่อจะได้มีความรู้กว้างขวางยิ่งขึ้น อ่าน นิราศต่างๆ วรรณคดี เช่น อิเหนา, ดาหลัง, พระอภัยมณี, ขุนช้างขุนแผน, ทศชาดก, พุทธประวัติ, ประวัติศาสตร์และ ประวัติบุคคลสำ�คัญ สามก๊ก, ไคเพ็ก, เลียดก๊ก, พงศาวดาร, เกร็ดพงศาวดาร ฯลฯ แต่ไม่ชอบอ่านหนังสือประเภท ประโลมโลก การอ่านหนังสือมาก ทำ�ให้เขียนหนังสือ ราชการได้ดี เป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา ผู้ที่ต้องการ เขียนหนังสือสำ�นวนดีได้พิจารณานำ�ไปใช้ เขียนหนังสือ สำ�นวนดีหลายคน เพราะเขาอ่านหนังสือมาก


24


25

ต่อไปนี้เป็นเรื่องการรับราชการ ฝึกหัดงานอยู่ 2 เดือน เศษ ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 25 สตางค์ ในกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงเศรษฐการ บรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนรัฐ พาณิชย์ ดังต่อไปนี้


26

1 พฤษภาคม พ.ศ. 2483 1 มกราคม พ.ศ. 2484 1 สิงหาคม พ.ศ. 2484 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 1 มกราคม พ.ศ. 2485 1 เมษายน พ.ศ. 2485 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485 1 เมษายน พ.ศ. 2487 1 เมษายน พ.ศ. 2488 15 เมษายน พ.ศ. 2489 1 ตุลาคม พ.ศ. 2489 1 มกราคม พ.ศ. 2490 1 มกราคม พ.ศ. 2491 13 มกราคม พ.ศ. 2492 1 มกราคม พ.ศ. 2492 1 มกราคม พ.ศ. 2493 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 18 สิงหาคม พ.ศ. 2495 1 มกราคม พ.ศ. 2496 15 เมษายน พ.ศ. 2496 16 เมษายน พ.ศ. 2496 1 มกราคม พ.ศ. 2497 1 มกราคม พ.ศ. 2498

ตำ�แหน่งไปรษณีย์บุรุษ ชั้นจัตวา อันดับ 1 เงินเดือน 20 บาท กรมไปรษณีย์โทรเลข ตำ�แหน่งไปรษณีย์บุรุษ ชั้นจัตวา อันดับ 1 เงินเดือน 20 บาท ตำ�แหน่งไปรษณีย์บุรุษ ชั้นจัตวา อันดับ 1 ก. เงินเดือน 23 บาท ตำ�แหน่งไปรษณีย์บุรุษ ชั้นจัตวา อันดับ 1 ฆ. เงินเดือน 24 บาท ตำ�แหน่งไปรษณีย์บุรุษ ชั้นจัตวา อันดับ 2 อาศัยเบิก 24 บาท (เต็มขั้น 25 บาท) ตำ�แหน่งไปรษณีย์บุรุษ ชั้นจัตวา อันดับ 2 เงินเดือน 25 บาท โอนไปรับราชการในการไฟฟ้าหลวงกรุงเทพ กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย ข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ตำ�แหน่งเสมียน แผนกอำ�นวยการ ชั้นจัตวา อันดับ 4 รับเงินเดือน 34 บาท เสมียนแผนกสารบรรณ สำ�นักงานเลขานุการกรม กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย เสมียนแผนกสารบรรณ สำ�นักงานเลขานุการกรม กรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย รับเงินเดือนอันดับ8 38 บาท ประจำ�แผนก แผนกสาธารณูปโภค สำ�นักเลขานุการกรม กรมโยธาธิการ รับเงินเดือนชั้นตรี อันดับ 1 เงินเดือน 80 บาท ประจำ�แผนก แผนกสารบรรณ สำ�นักเลขานุการกรม รับเงินเดือน ชั้นตรี อันดับ 1 เงินเดือน 80 บาท ประจำ�แผนก แผนกสาธารณูปโภค สำ�นักเลขานุการกรม ชั้นตรี อันดับ 1 เงินเดือน 80 บาท ประจำ�แผนก แผนกสาธารณูปโภค สำ�นักเลขานุการกรม ชั้นตรี อันดับ 1 เงินเดือน 90 บาท ประจำ�แผนก แผนกสารบรรณ สำ�นักงานเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล ชั้นตรี อันดับ 1 เงินเดือน 90 บาท ประจำ�แผนก แผนกสารบรรณ สำ�นักงานเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล ชั้นตรี อันดับ 1 เงินเดือน 100 บาท ชั้นตรี อันดับ 1 เงินเดือน 110 บาท ชั้นตรี อันดับ 2 เงินเดือน 130 บาท ชั้นตรี รักษาการในตำ�แหน่งหัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ สำ�นักงานเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือนอันดับ 2 130 บาท ชั้นตรี ตำ�แหน่งหัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ สำ�นักงานเลขานุการกรม ชั้นตรี อันดับ 2 ตำ�แหน่งหัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ รับเงินเดือน 150 บาท ชั้นตรี อันดับ 3 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 160 บาท ชั้นโท อันดับ 1 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 160 บาท ชั้นโท อันดับ 1 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 170 บาท ชั้นโท อันดับ 1 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 190 บาท


ชั้นโท อันดับ 2 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 200 บาท ชั้นโท อันดับ 2 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 220 บาท ชั้นโท อันดับ 2 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 240 บาท ชั้นโท อันดับ 3 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 280 บาท ชั้นโท อันดับ 3 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ เงินเดือน 2,350 บาท ชั้นโท อันดับ 3 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิตและหัวหน้าแผนกสารบรรณ (อีกตำ�แหน่งหนึ่ง) เงินเดือน 2,350 บาท ชั้นโท อันดับ 3 หัวหน้าแผนกประวัติและสถิติ และหัวหน้าแผนกสารบรรณ (อีกตำ�แหน่งหนึ่ง) เงินเดือน 2,650 บาท ชั้นเอก อันดับ 2 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 2,650 บาท ชั้นเอก อันดับ 2 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 3,000 บาท ชั้นเอก อันดับ 2 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 3,600 บาท ชั้นเอก อันดับ 2 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 3,800 บาท ชั้นเอก อันดับ 2 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 4,000 บาท ชั้นเอก อันดับ 2 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 4,300 บาท ชั้นเอก อันดับ 3 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 4,400 บาท ชั้นเอก อันดับ 3 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 4,800 บาท ชั้นเอก อันดับ 3 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 5,000 บาท ชั้นเอก อันดับ 3 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 5,240 บาท (ปรับเงินเดือนตามประกาศคณะปฎิวัติ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515) ชั้นเอก อันดับ 3 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 6,505 บาท ชั้นเอก อันดับ 3 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 6,875 บาท ชั้นเอก อันดับ 3 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 7,260 บาท ชั้นเอก อันดับ 3 ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 7,660 บาท ดำ�รงตำ�แหน่งเลขานุการกรม กรมโยธาเทศบาล เงินเดือน 8,960 บาท พักราชการเนื่องจากเกษียณอายุ

(ประกาศกรมโยธาธิการ 15 กันยายน พ.ศ. 2521)

27

1 มกราคม พ.ศ. 2499 1 มกราคม พ.ศ. 2500 1 มกราคม พ.ศ. 2501 1 มกราคม พ.ศ. 2502 1 มกราคม พ.ศ. 2503 1 มกราคม พ.ศ. 2504 1 มกราคม พ.ศ. 2504 1 ตุลาคม พ.ศ. 2504 1 ตุลาคม พ.ศ. 2505 1 ตุลาคม พ.ศ. 2506 1 ตุลาคม พ.ศ. 2507 1 ตุลาคม พ.ศ. 2508 1 ตุลาคม พ.ศ. 2509 1 ตุลาคม พ.ศ. 2510 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 1 ตุลาคม พ.ศ. 2512 1 ตุลาคม พ.ศ. 2516 1 มกราคม พ.ศ. 2517 1 ตุลาคม พ.ศ. 2517 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 30 กันยายน พ.ศ.2521 1 ตุลาคม พ.ศ. 2521


28


29

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2512 7 ธันวาคม พ.ศ. 2520

ตริตาภรณ์ช้างเผือก เหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ 1


30

“ลาแล้วกรมโยธาที่ข้ารัก” ประพันธ์โดย นายเวชชภัณฑ์ ศุขสุเมฆ


ลอยคว้าง หลุดลอย อ่อนระรัว โยธา

กลางเวหาส ไปจากร่าง ทั่วสรรพางค์ น้ำ�ตานอง

ถิ่นเคยเนาว์ ถึงเพื่อนเก่า ถึงเพื่อนรัก ลงได้ หมองมัว อยู่ดี

แต่เก่าก่อน แล้วเศร้าหมอง จักหม่นหมอง) ดั่งใจปอง ทั่วทุกกอง) อย่ามีภัย

ใจอยู่ เคียงคู่ จรจาก ไขม่านทอง กลับมาเยือน

เป็นคู่คิด อยู่ใกล้ใกล้ ฟากฟ้าไป ส่องนภา เพื่อนนภา)

แบ่งได้ มอบไว ้ (ขอ)คืนเขตร หมดเวลา

เป็นสองซีก กับโยธา อยุทธยา ขอลาไกล

ช่างคิด เรื่องเกษียณ มีอัน ปลดออก

ประดิษฐ์(ลิขิต)บท เขียนขึ้นไว้ ต้องเป็นไป บอกศาลา

31

เห็นโดมน้อย ใจจะขาด ทรวงสท้อน จำ�เหินห่าง สุดถวิน ใจอาวรณ์ (ใจอาวรณ์ แต่หักจิตร (จะซบเซา โอ้น้องน้อง ถึงตัวไป แนบสนิท ดั่งทินกร อรุโณทัย (ถึงวันใหม่ หากกายพี่ จะแล่งฉลีก ที่เป็นเศษ โอ้(อ)นิจจา โธ่ใครหนอ บัญญัติกฏ หกสิบปี อยู่ไม่ได้


32


วนเวียน พุทธองค์ ต้อง(มี)แก่ ไขวิสูตร ไม่จีรัง

เป็นวัฏฏะ ทรงเทศนา เจ็บชรา รูดม่านลง (อ)นิจจังจริง)

ข้อก้มลา จงประทาน ที่ผิดพลั้ง ด้วยวจี

เพื่อนข้า โทษให้ ครั้งอยู่ กายใจ

ราชการ อภัยพี่ ในกรมนี้ ไม่เจตนา

ทำ�งานไป โลกสมมุติ แม้บัณฑิต อย่าถือสา

ด้วยใจ ผิดบ้าง ผิดพลั้ง พี่น้อง

บริสุทธิ์(จริงๆ) อย่า-กังขา เคยมีมา ทั้งกองกรม

ม่านละคร มาปรากฏ ทั้งผู้เล่น แสนขื่นขม

ก่อนรูด ครวญคร่ำ� ผู้ดู ทุกทุกองก์

คนรับบท น้ำ�ตาขม(ตม) ตรูใจตรม หลงบทไป

ละครของโลก เล่นสนุก คนแสดง เล่นเล่นไป ในที่สุด เงียบสนิท เล่นไม่ดี ละครลา

มีโศก เล่นลำ�บาก คนดู ไม่ชื่น(ขื่นขม)

และมีสุข ยากไฉน(กระไร) รู้แก่ใจ มื่น(ตรม)อุรา

หยุดเล่น จบลง ขุ่นเคือง (แต่)คนเล่น

Curtain ปิด ตรงเวลา เปลืองเงินตรา เต้นต่อไป

33

ชีวิตคน เหมือนธัมมะ เมื่อมีเกิด ถึงเวลา (โลกนีหนา


34


35


36

ส่วนหนึ่งในตู้หนังสือคุณพ่อเวชชภัณฑ์


บางรูปก็ไม่มีใครรู้ว่าที่ไหน บางรูปท่านก็บรรยายไว้ด้านหลัง บางรูปก็หาที่มาที่ไปไม่ได้ เราพยามจะเขียนบรรยายใต้ภาพแต่ก็ล้มเหลวเพราะความไม่รู้ แต่สุดท้ายเมื่อลองเอารูปมาเรียงกัน เรากลับพบว่า ที่จริงแล้วรูปภาพเหล่านั้น เรียงต่อกันเป็นช่วงชีวิตของคุณพ่อ ที่อยากเล่าให้เราฟัง

37

คุณพ่อท่านเป็นคนช่างจำ� ช่างเก็บ ช่างจดบันทึก ท่านเก็บภาพถ่ายเอาไว้เยอะมาก ใส่ในกล่องแยกไว้อย่างดี


38


39


40


41


42


43


44


45


46


47


48


49


50


51


52


53


54


55


นางทิพพา ศุขสุเมฆ ประวัติภรรยา


58


คุณแม่ทิพพา เกิดที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2462 เริ่มการศึกษาที่โรงเรียน ศรียานุสรณ์ อำ�เภอเมือง จังหวัดจันทบุรี สำ�เร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ศึกษาที่โรงเรียนสวนสุนันทา (กินนอน) สำ�เร็จการศึกษามัธยมปีที่ 8 ศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง แผนกบัญชี 2 ปี

ประวัติการทำ�งาน พ.ศ. 2484 ตำ�แหน่งพนักงาน สำ�นักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน สำ�นักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2496 ตำ�แหน่งเสมียน แผนกบัญชี การไฟฟ้าหลวงกรุงเทพฯ กรมโยธาเทศบาล พ.ศ. 2501 ตำ�แหน่งพนักงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2523 เกษียณอายุ ตำ�แหน่งผู้อำ�นวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน การไฟฟ้านครหลวง เขตสามเสน ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2538 ด้วยอายุ 72 ปี

59

ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2471 พ.ศ. 2480-2481 พ.ศ. 2482


60


61

สมรสเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2492 คุณพ่อปลูกบ้านนี้ให้คุณแม่เป็นของขวัญวันแต่งงาน


62


63


64


65


66


ครอบครัว ศุขสุเมฆ


68


69

นายศฤงฆาร นายคมสัน นายเสมอใจ นายปลาณชัย นางสาวชมพูนุท นางกรัณฑ์รัตน์

ศุขสุเมฆ ศุขสุเมฆ ศุขสุเมฆ ศุขสุเมฆ ศุขสุเมฆ ปรียอซูซีลอ


70

นายศฤงฆาร และ นางเบญจวรรณ ศุขสุเมฆ


คุณพ่อสอนลูกไว้มากมายหลายอย่าง ท่านสั่งสอนให้พวกเรามีความซื่อสัตย์ ตระหนี่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และนอบน้อมถ่อมตน คุณพ่อสอนเสมอว่าเราต้องรู้จักลําบากเสีย ก่อนแล้วความสบายก็จะตามมา ท่านสอนว่า “ปากเป็นเอกเลขเป็นโท ศักดินาเป็นตรีชั่วดี เป็นตรา” ท่านสอนให้ลูกลูกรู้จักทําบุญทําทานอยู่เสมอคุณพ่อพูดบอกเป็นประจํา ลูกก็ยืด ถือคําสอนที่ได้รับและนํามาปฎิบัติใช้เสมอมา

ศฤงฆาร ศุขสุเมฆ

71

สำ�หรับข้าพเจ้าคุณพ่อเป็นผู้ที่มีพระคุณล้นเหลือต่อลูกลูก คุณพ่อดุและเข้มงวด แต่ท่านมีความรักและเมตตาเท่าเทียมกันกับลูกทุกคน ลูกภูมิใจในตัวคุณพ่อมาก ลูกรําลึก ถึงบุญคุณของคุณพ่ออันหาที่สุดมิได้


72

นายเมษัณฑ์ ศุขสุเมฆ นางสาวมรกต ศุขสุเมฆ ( หลานชายและหลานสาว )


Mason and Marakot Suksumake

73

We have learned many important things from our grandfather. He taught us that the mouth is the most important tool in life. He taught us to respect the less fortunate. He taught us the value of being Thai and the value of our heritage, even as we grew up in America. This was important and our grandfather did it in many ways, like the times when he would take us to see his father’s farm, when he would take us to the many temples around Bangkok and Thailand, and when he would take us to walk around the neighborhood, visiting with all of his friends and our grandmother’s family and friends. Every time we visited Thailand, he would gave us a necklace with a Buddha as a gift, and we loved to show these to our friends back home. Grandfather was very strict with our father, but he was not strict with us. These are all our most loving memories of him. We wish him complete happiness.   We are honored to have had Vejapan Suksumake for our grandfather, we cherish the time we had with him, and we will remember him always.


74

นายคมสัน ศุขสุเมฆ


เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๔๙๖ สำ�เร็จปริญญาตรีสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำ�เร็จปริญญาโทการวางแผนและพัฒนาการตั้งถิ่นฐานชุมชน สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย(AIT) ประกาศนียบัตรวิชาชุมชนและความเป็นเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาคการวางผังเมืองและ ภูมิสถาปัตยกรรม โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ประกาศนียบัตรวิชาการวางผังภาคและเมือง มหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งเมืองเทเช่ซิ่น ประเทศสาธาณรัฐประชาชนโปแลนด์

ประสบการณ์การทำ�งาน พ.ศ.2518 - 2528 สถาปนิกและนักวางแผนการเคหะแห่งชาติ พ.ศ.2528 - 2588 อาจารย์ประจำ� ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2530 - 2531 รองคณบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2533 - 2537 กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิคิสติกค์ จำ�กัด ผลงาน พ.ศ.2526 พ.ศ.2533 พ.ศ.2534

สถาปนิกออกแบบอาคารโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ผู้จัดการโครงการบ้านจัดสรรบ้านแมกไม้ ผู้จัดการโครงการออกแบบหอประชุม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ถึงแก่กรรมเมื่อ วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.2537 ในวัย 41 ปี

75

ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2517 พ.ศ.2521 พ.ศ.2523 พ.ศ.2530


76

นายเสมอใจ และ นางวิไลวรรณ ศุขสุเมฆ


ด้วยความคิดถึงและอาลัยรัก เสมอใจ-วิไลวรรณ ศุขสุเมฆ

77

คุณพ่อ สำ�หรับผมแล้ว ถ้าจะให้ย้อนรำ�ลึกถึงความทรงจำ�สมัยเด็ก ภาพแรกที่จำ�ได้ก็จะ มีภาพคุณพ่อปรากฏให้เห็นเป็นภาพแรกเสมอ การต้องอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่อายุสองขวบ คงจำ�หน้าใครไม่ได้มากไปกว่าคุณพ่อ ที่เป็นผู้เอาข้าวมาส่งให้ที่โรงพยาบาล โดยผมจะนั่ง คอยท่านอยู่ตรงบันไดตึกทุกเย็น ตอนนั้นราว พ.ศ. 2499 กว่าผมจะออกจากโรงพยาบาล ได้ก็ตอนอายุห้าขวบแล้ว ท่านต้องทำ�หน้าที่นี้อยู่เกือบ 3 ปี เป็นความรักความผูกพันแรก ที่มีท่านมีกับผม และก็มีไปตลอดไม่ว่าเราจะเติบโตขึ้นเป็นเด็ก วัยรุ่นที่มีแต่เรื่อง จนกระ ทั้งผมมีครอบครัว เมื่อมีครอบครัวแล้ว ผมและภรรยา เราเริ่มทำ�ธุรกิจโรงเรียน แรกแรกมีอุปสรรค ขัดสนอยู่หลายเรื่อง แต่ก็ได้รับการอุปถัมถ์ อนุเคราะห์อย่างดีจากท่าน นั้นคือความเอื้อ อาทรและกำ�ลังใจที่มีให้เราทั้งสองอย่างสม่ำ�เสมอตลอดมา กระทั้งเรามีลูก หรือหลาน ปู่ ท่านก็ยังคอยสอบถามถึงสารทุกข์สุกดิบ จำ�วันเกิดหลานได้เสมอ ทำ�ให้นึกถึงกลอนนี้ที่ ท่านชอบที่ว่า พ่อแม่ก็แก่เฒ่า จำ�จากเจ้าไม่อยู่นาน จะพบจะพ้องพาน เพียงเสี้ยววานของคืนวัน ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน แต่ชีพมิทนทาน ย่อมร้าวรานสลายไป . . . ต้นไม้ที่ใกล้ฝัง มีหรือหวังอยู่ทนได้ วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง


78

นางสาวพร้อมพรรณ นางสาวพลอยพรรณ ศุขสุเมฆ ( หลานสาว )


บูมเกิดวันเดียวกันกับคุณปู่ ทุกวันเกิดเราครอบครัวเลยจะต้องไปไหว้ปู่ ถือเป็นการ “สุขสันต์วันเกิด” ด้วยกัน ถึงแม้ว่าปีหน้าจะไม่ได้ฉลองวันเกิดด้วยกันอีกแล้ว แต่อย่างน้อยก็ดีใจ ที่ช่วงชีวิตนึง เราเกิดมาทันเจอกันพอดี 79

ด้วยรักและจดจำ� พลอยพรรณ ศุขสุเมฆ (พริก) พร้อมพรรณ ศุขสุเมฆ (บูม)


80

นายปลาณชัย ศุขสุเมฆ


81

ชีวิตที่แสนจะธรรมดาของพ่อ มีเรื่องราวและความหมาย ที่ติดอยู่ในความทรงจำ�ของผมตลอด เวลาสิ่งที่พ่อทำ�ทุกวันอย่างสม่ำ�เสมอและต่อเนื่องมาตลอดชีวิต ได้สร้างนิสัยให้ให้ลูกทุกคนไม่มากก็ น้อย เรื่องราวต่างๆที่พ่อทำ�คงไม่อาจเล่าได้ทั้งหมด แต่มีบางเรื่องบางอย่างที่ไม่น่าจะเก็บไว้คนเดียว จึงอยากจะเล่าสู่กันฟังด้วยความภูมิใจ บ้านของเราเป็นบ้านไม้ที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร พ่อใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อสร้างบ้าน หลังนี้ให้เป็นของขวัญแม่เมื่อตอนแต่งงาน พ่อบอกอยู่เสมอว่าบ้านหลังนี้พ่อปลูกให้แม่ แต่เท่าที่ผม จำ�ได้บ้านหลังนี้ ไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อพูดซะทีเดียว บ้านหลังนี้ไม่ใช่เป็นที่อยู่กันเพียงแค่เรา “พ่อ,แม่, และลูกอีกหกคน” แต่บ้านหลังนี้ ยังเป็นบ้านที่ให้ความรักและเป็นที่พักพิงของญาติพี่น้องอีกหลาย ชีวิตที่มาเรียนและมาทำ�งานในกรุงเทพฯ เรียกว่าอยู่กันเป็นรุ่นๆก็คงไม่ผิดนัก ห้องทุกห้องที่มีถูกใช้ กันแทบทุกตารางนิ้ว ราวตากผ้ายาวเหยีดตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้าน ข้าวซื้อกันเป็นกระสอบ ห้องน้ำ� ห้องส้วมในช่วงเช้ามันช่างวุ่นวายน่าดู แต่กระนั้นก็ตาม..ผมยืนยันได้ว่าเราทุกคนก็อยู่กันอย่างมีความ สุข และคนที่มีความสุขยิ่งกว่าใครๆคือพ่อกับแม่นั่นเอง การแสดงความรักของพ่อต่อลูกๆ แน่นอนมันย่อมไม่ใช่ด้วยคำ�พูดหรือการโอบกอด เพราะ พ่อทำ�ไม่เป็น แต่พ่อก็มีวิธีแสดงความรักในแบบของพ่อ เป็นเรื่องแปลกอยู่เหมือนกัน ที่พี่น้องของเรา สี่ในหกคนรวมทั้งผมด้วย มีอันจะต้องเข้าโรงพยาบาลกัน นานๆทุกคน ยิ่งพี่ชายคนก่อนหน้าผมนี่อยู่ กันเป็นปี ไม่ว่าลูกคนไหนเจ็บป่วย เข้าโรงพยาบาล สิ่งที่มันติดตรึงใจพวกเราอยู่เสมอคือความรักอัน ทรหดของพ่อ ไม่ว่าจะเหนื่อยยากแค่ไหน พ่อก็จะมาเยี่ยมลูกได้ทุกวัน มาพร้อมกำ�ลังใจและปิ่นโต อาหารแสนอร่อยที่แม่ทำ�มาให้ การเดินทางจากบ้านมาโรงพยาบาลจุฬาฯมันไม่ใช่ใกล้ๆและพวกเรา ก็ใช่ว่าจะอยู่โรงพยาบาลกันแค่วันสองวัน แต่ละคนอยู่กันคนละเป็นเดือนเป็นปี ถึงอย่างนั้นก็ตามพ่อ ก็มาเยี่ยมเราได้เป็นเดือนเป็นปีเช่นกัน การแสดงความรักของพ่อมันชัดเจนยิ่งกว่าคำ�พูด มันอบอุ่นยิ่ง กว่าการโอบกอด นี่คือความรักที่พ่อมอบให้ในแบบของพ่อ และเราก็รักพ่อในแบบที่พ่อเป็น


82


นายปลาณชัย ศุขสุเมฆ

83

ตั้งแต่เล็กจนโตผมเห็นพ่อเดินจากที่ทำ�งานกลับบ้านทุกวัน บ่อยครั้งพ่อมักจะมีเศษเหล็กและ ตะปูเก่าๆติดมือกลับมาด้วยเสมอ แรกๆผมคิดแต่เพียงว่าพ่อคงชอบออกกำ�ลังกายแบบประหยัดและ ชอบสะสมตะปู แต่เมื่อโตขึ้นผมก็คิดได้ว่า การเดินออกกำ�ลังกายแบบประหยัดของพ่อนั้นมันเป็นเพียง สิ่งที่พ่อชอบ แต่สิ่งที่พ่อมีความสุขจากการเดินกลับบ้าน คือการที่พ่อได้ช่วยให้รถและคนอีกหลายคนให้ รอดพ้นจากเศษเหล็กและตะปูที่อยู่ตามข้างถนน สมัยนี้เค้าคงเรียกกันว่า “จิตอาสา” และเป็นจิตอาสาที่ พ่อทำ�ได้ทุกวัน ในความคิดของพ่อ ผมว่าพ่อทำ�เพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ� ทำ�เพราะอยากสะสม ความสุขเล็กๆน้อยๆจากการทำ�ประโยชน์ ให้กับสังคม ถ้าจะนับความสุขของพ่อในเรื่องนี้กันละก็ บอก ได้เลยว่าพ่อมีความสุขอยู่หลายถัง พ่อใส่บาตรทุกเช้าตั้งแต่เมื่อไหร่ผมไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆคือตั้งแต่ผมจำ�ความได้ พ่อใส่บาตร จนกระทั่งปีสุดท้าย ก่อนท่านจะเสียเพราะเดินไม่ไหว พ่อจะกวดน้ำ�อุทิศส่วนกุศลทุกครั้งหลังใส่บาตร พ่อทำ�บุญให้ปู่ย่า-ตายายและบรรพบุรุษทุกๆปีไม่เคยขาด พ่อสร้างตึกให้โรงพยาบาลที่บางไทร สร้าง อาคารเรียนให้นักเรียนที่บ้านเกิดของพ่อ มอบอุปกรณ์การแพทย์และทุนการศึกษาให้นักศึกษาแพทย์ มีอย่างอื่นอีกมากที่พ่อทำ�เพื่อคนอื่นทั้งที่เรารู้และไม่รู้ พ่อบอกผมเสมอว่า “คนเราต้องมีความกตัญญู และต้องตอบแทนผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะการดูแลพ่อ-แม่,ปู่-ย่า,ตา-ยาย เมื่อพวกท่านยังมีชีวิตอยู่ และ เมื่อท่านจากไปเราก็ควรหมั่นทำ�บุญอุทิศส่วนกุศลส่งไปให้อย่าได้ขาด ส่วนการทำ�ทานต้องทำ�ให้เป็น นิสัย เพราะจะทำ�ให้เราเป็นคนที่มีจิตใจไม่คับแคบ” ผมเข้าใจว่าการทำ�บุญทำ�ทานของพ่อที่ทำ�มาตลอด ทั้งชีวิต คงเกิดจากการตระหนักรู้ว่าการเป็นผู้ให้มีค่าเพียงใด พ่อไม่ต้องการอะไรกลับคืน ไม่อยากได้ อะไรตอบแทน นอกจากความรู้สึกดีๆที่เกิดจากการให้ พ่อคงรู้ดีว่าสิ่งที่พ่อทำ�เป็นสิ่งที่มีค่าเพียงอย่าง เดียวที่สามารถนำ�ติดตัวไปได้ทั้งชาตินี้และชาติหน้า


84

พิณรัตน์ วิพันธ์พงษ์ (ภรรยาปลาณชัย ศุขสุเมฆ)


ด้วยความรักและเคารพ พิณรัตน์ วิพันธ์พงษ์ และนายสรวิชญ์ ศุขสุเมฆ

85

ครอบครัวเราไปหาคุณปู่-คุณย่าทุกๆวันอาทิตย์ ทำ�เช่นนี้มาเนิ่นนานจนเป็นส่วน หนึ่งของชีวิตเรา บ่อยครั้งที่เราแบกความทุกข์และปัญหาไปด้วย แม้ปัญหาอาจจะยังคง อยู่บ้างในบางครั้ง แต่ความทุกข์ที่เคยมี จะถูกแทนที่ด้วยกำ�ลังใจที่ได้รับจากคุณปู่-คุณย่า ทุกครั้ง เราพยายามหาของกินที่คุณปู่-คุณย่าชอบไปด้วยเสมอ แต่เรากลับรับรู้ว่า การได้ พบเจอลูกหลาน คืออาหารจานโปรดของท่าน คุณปู่มีวิธีสั่งสอนเราอยู่เสมอ แม้จะไม่มาก ด้วยคำ�พูดแต่เป็นการกระทำ�ที่ทำ�ให้เราจดจำ�ใส่ใจไม่มีวันลืม รูปแบบการใช้ชีวิตของคุณปู่คือมรดกอันล้ำ�ค่าที่ท่านได้มอบให้พวกเราเป็นสมบัติ ติดตัวไปจนตาย


86

ปุญญ์ ศุขสุเมฆ


คุณปู่ครับ นี่คือกลอนที่ปู่ท่องให้เป้งฟังบ่อยๆ ตอนนี้เป้งจะท่องให้คุณปู่ฟังบ้างนะครับ ต้องก่น ปากเหิน อยู่ในฝัก ขมไว้

ซึ่งจนยาก เดินกันขรม รักจะคม เหมือนใส้บัว

เมื่อเข้าไพร เข้าหานุช ลาภและยศ ดีและชั่ว

ใช้พร้า เนื้อนิ่ม มีได้ อยู่ที่ใจ

เป็นอาวุธ ต้องยิ้มหัว เพราะใช้ตัว เป็นนายงาน

อันคนพาล โคนอร่อย ไม่มีเหยื่อ ระวังหวาน

หวานพจน์ ไปปลาย ไหนปลา หวานเป็นลม

เหมือนรสอ้อย จะคลายหวาน จะมาพาล ขมเป็นยา

ปิ้งปลาหมอ เจ็บแล้วจำ� ผิดแล้วแก้ จะหาใคร

งอแล้วกลับ ใส่กะบาล กลับตัว มาวอน

นี้คำ�ขำ� นี้ขานไข เปลี่ยนหัวใจ ไม่สอนตน “เป้ง” รักปู่ครับ

87

เกิดเป็นคน ดูหอยทาก คมก็คม จะเรียนขม


88

พงศ์วสุ ศุขสุเมฆ


ด้วยวามรักและเคารพอย่างที่สุดครับ พงศ์วสุ ศุขสุเมฆ (เปา)

89

ตั่งแต่เล็กจนโตผมสังเกตว่าคุณปู่จะปฎิบัติต่อลูกหลานแต่ละคนต่างกันออกไป อย่าง เช่นเรื่องที่ปู่พูดคุยกับพี่ชายผมที่จบกฏหมาย ท่านก็มักคุยกันในภาษากฏหมายที่ท่านรู้ ใน กรณีของผม ท่านจะเป็นห่วงเรื่องการเรียน ของผมเป็นพิเศษ และเนื่องจากผมได้ไปเรียน ที่ญี่ปุ่นมา พอจะรู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้าง ท่านก็จะพูดกับผมด้วยภาษาญี่ปุ่นที่ท่านพยายาม ค้นหามาไว้พูดคุยกับผม หรือไม่ก็ถามความหมายหรือคำ�แปลที่ท่านอยากรู้อยู่เสมอๆ หลังจากที่คุณปู่จากพวกเราไปแล้ว ผมมานั่งคิดดูก็เข้าใจได้ว่า ท่านคงใช้ความพยายาม มากมายพอควรที่จะปรับตัวของท่านเองเข้าหาลูกหลาน ท่านไม่ได้เอาตัวท่านเองเป็น ศูนย์กลาง แต่เอาคนที่ท่านรักเป็นที่ตั้ง หากมองดูเผินๆก็จะไม่น่ามีความสำ�คัญอะไร แต่ สำ�หรับผมคุณปู่คือครูของลูกหลาน ที่สอนพวกเราด้วยความรักและความเข้าใจ


90

สรวิชญ์ ศุขสุเมฆ


91

ความผูกพัน


92

ชมพูนุท ศุขสุเมฆ - สุวัฒน์ เลิศดำ�รงเกียรติ


แด่ คุณพ่อ

คิดถึงคุณพ่อ ชมพูนุท ศุขสุเมฆ

93

ถ้าให้นึกถึงคุณพ่อ นุทก็จะนึกถึงตอนที่นุทป่วยในวัยเด็กและพักรักษาตัว อยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไม่ว่าจะนึกสักกี่ครั้งภาพคุณพ่อก็ยังกระจ่างใสอยู่ใน ความทรงจำ�ของนุทเสมอมา เป็นภาพของคุณพ่อที่แสดงความห่วงใย และการเฝ้า ดูแลตลอดระยะเวลาที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ถึงแม้คุณพ่อจะไม่พูดอะไรมากนัก แต่ยามที่คุณพ่ออุ้มนุท นุทก็สามารถรับรู้ได้ถึงความรักและความห่วงใยที่คุณพ่อมีให้ ตลอด ตอนเด็กๆ คุณพ่อชอบท่องกลอน และคำ�คมต่างๆ ให้ฟัง คำ�กลอนที่คุณ พ่อจะท่องอยู่บ่อยๆ ก็คือ ตอนที่ว่า ...เมื่อล้มกลิ้งใครหนอวิ่งเข้ามาช่วย และปลอบ ด้วยนิทานกล่อมขวัญให้ หรือจูบที่เจ็บชมัดปัดเป่าไป... แล้วคุณพ่อจะถามว่ารู้ไหม ผู้นั้นคือใคร เวลาคุณพ่อท่องกลอนบทนี้ แล้วจะทำ�ท่าทางประกอบด้วย ทำ�เหมือน เป็นเรื่องตลกที่คุณพ่อหยอกล้อฉันเล่นให้ขำ� ซึ่งตอนนั้นยังเด็กไม่เข้าใจความหมาย มากนัก เมื่อมาถึงตอนนี้แล้วกลอนที่คุณพ่อท่องให้ฟังนั้นบอกความรู้สึกถึงความรักที่ พ่อหรือแม่มีต่อลูก ซึ่งยังน้อยไปด้วยซ้ำ�กับความรักแท้จริงที่ลูกได้รับ ถึงแม้นุทได้มีโอกาสดูแลคุณพ่ออยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงสองปีสุดท้ายของ ชีวิตคุณพ่อ นุทดูแลคุณพ่ออย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิต ของนุทด้วย ที่ได้ตอบแทนบุญคุณด้วยการดูแลคุณพ่ออย่างเต็มกำ�ลังความสามารถ ถึงแม้จะดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ในใจของนุทก็รู้ได้ว่าสิ่งที่ทำ�ให้คุณพ่อนั้นไม่สามารถ เทียบเท่ากับที่คุณพ่อดูแลนุทตอนเด็กได้เลย แม้ว่านุทจะรักคุณพ่อเพียงใด ก็เปรียบ ไม่ได้เลยกับที่คุณพ่อรักนุทและลูกทุกคน ความรักของคุณพ่อนั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด ในโลกนี้ ไม่สามารถสรรหาคำ�บรรยายใดๆ มากล่าวถึงพระคุณพ่อได้ครบถ้วน แต่ ความรักอันยิ่งใหญ่ของคุณพ่อยังคงอยู่ในใจของนุทเสมอตลอดไป


94

สิรัสิ์ดา เลิศดำ�รงเกียรติ


95

แซมมอบให้คุณตา


96

กรัณฑ์รัตน์ ปรียอซูซีลอ อธิษธา บากุ๊ส ปรียอซูซีลอ

คานันตอ ปรียอซูซีลอ เอนด้า อลีนา ปรียอซูซีลอ


ขอขอบคุณคุณพ่อ ที่สอนลูกทุกคนให้ เข้มแข็ง อดทน ซื่อสัตย์ ประหยัด รู้จักคิด รู้จักเก็บ รู้จักใช้ ว่าสิ่งเหล่านี้สำ�คัญเพียงไร คิดถึงคุณพ่อมาก กรัณฑ์รัตน์ ปรียอซูซีลอ

97

เมื่อตอนเด็ก เราไม่รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ รักเราแค่ไหน เมื่อโตขึ้น เราไม่ได้ทำ�ให้ท่านชื่นใจ สักเท่าไหร่ เมื่อเติบใหญ่ เราไม่ร้จู ักตอบแทนพระคุณ ท่านอย่างไร แต่ตอนนี้ รู้แล้วว่าคุณพ่อคุณแม่ รักลูกมากกว่าใคร รู้ว่าถ้าลูกเชื่อฟัง ท่านคงจะชื่นใจ รู้ว่ามีลูกๆอยู่ใกล้ๆเท่านี้ ท่านก็เป็นสุขใจ


อธิษธา บากุ๊ส ปรียอซูซีลอ


พิธีสวดพระอภิธรรม


106


107


108


109


110


111


112


113


114


115


116


117


118


119


120


121


122


123


124


125


126


127


128


129


130


131


132


133


134


135


136


137


138


139


140


141


142


143


思い出はあなたの身体を内側から温めてくれます。でもそれと同 時にあなたの身体を内側から激しく切り裂いていきます。

“Memories are what warm you up from the inside. But they’re also what tear you apart.” -Haruki Murakami-


เรียงเรียงและออกแบบโดย ครอบครัวศุขสุเมฆ ภาพประกอบ นายเวชชภัณฑ์ ศุขสุเมฆ พิมพ์คร้ังแรก พฤศจิการยน 2555 ได้รับอนุญาตจัดพิมพ์ โดยครอบครัว ศุขสุเมฆ จัดพิมพ์โดย

ขอขอบคุณ นายศฤงฆาร ศุขสุเมฆ นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ นายปลาณชัย ศุขสุเมฆ นางสาวชมพูนุท ศุขสุเมฆ นางกรัณฑ์รัตน์ ปรียอซูซีลอ นายคานันตอ ปรียอซูซีลอ


Funeral Book (Final)  

Final proof. Funeral Book

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you