Page 1


“ความต่่าช้าได้ถูกฟาดลงบนพวกเขา ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเขาถูกพบ นอกจากด้วยสายเชือกจากอัลลอฮฺและสายเชือกจากมนุษย์” (อาล อิมรอน 112)


บก. ขออู้ สักนิดก่อน อัสลามูอาลัยกุม นะฮ้าฟฟฟ ทุกๆคน เปิ ด เทอมใหม่แล้ว อันนูรก็หลุดออกมาอยู่ในมือพี่นอ้ งทุกคนอีก ครั้ง ตามหัวข้อด้านบนเลย ข้ออูส้ กั เล่มละกัน วัสลามจ้า ชะแว้บบ


ย้อนอดีตที่มาของพิธีฮัจย์ 4 น้้าท่วม..กับความเป็นมนุษย์ 8 สุขภาพกับน้้าท่วม…. 11 ฟ้ าหลังฝน (จะยังคงมีฝนตกอีกหรือเปล่า ) 14 ละมุนละไมในซุลหิจญะฮฺ 17 จับถูก? จับผิด? จับถูก? 20 รายอครั้งสุดท้าย 22

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่การแสดง... 28 ตอบตัวเองในใจ 30 ภารกิจ...ของอินอาม 32 เคยได้ยินบ้างไหม? 35


ย้อนอดีตที่มา ของพิธีฮัจย์ หลังจากอิบรอฮีมได้รับบัญชาให้ เสี ยสละอิสมาอีลให้แก่พระผูเ้ ป็ นเจ้า อิบรอ ฮีมเล่าเรื่ องทั้งหมดให้อิสมาอีลฟัง และอิส มาอีลก็ตอบพ่อของเขาไปด้วยจิตใจที่สงบ เยือกเย็นว่า “หากเป็ นพระประสงค์ของ พระผูเ้ ป็ นเจ้าแล้ว พ่อก็จงปฏิบตั ิตามเถิด แล้วพ่อจะเห็นว่าฉันเป็ นผูท้ ี่อดทน” ก่อนที่จะเชือดลูกชายพลีให้พระผูเ้ ป็ นเจ้า นั้น ด้วยความเป็ นมนุษย์ อิบรอฮีมยังคงนึก รักและสงสารลูกของตัวเอง ดังนั้นมารร้าย จึงได้เข้ามากระซิ บให้เขารักและสงสารลูก ยิง่ ขึ้นไปอีกแต่เมื่อฉุ กคิดถึงคําบัญชาของ พระเจ้า อิบรอฮีมก็หยิบหินขว้างมารร้ายถึง สามครั้งด้วยกันแล้วตัดสิ นใจทําตามคํา บัญชาของพระเจ้าทันที เมื่ออิบรอฮีมได้ พิสูจน์ให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้า เช่นนั้นพระเจ้าก็บญั ชาให้เขานําแกะมา เชือดพลีถวายแทน หลังจากนั้นพระเจ้าก็ ได้บญั ชาอิบรอฮีมให้สร้างบ้านขึ้นมาหลัง หนึ่งเพื่อเป็ นสถานที่แสดงความเคารพ สักการะพระองค์แต่เพียงผูเ้ ดียว อิบรอฮีมและอิสมาอีลจึงได้ ช่วยกันสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่งโดยใช้

หินที่หาได้ในบริ เวณนั้นมาก่อเป็ นผนัง เนื่องจากบ้านหลังนี้มีรูปทรง สี่ เหลี่ยมผืนผ้า จึงถูกเรี ยกว่า "กะอฺ บะฮฺ" และเนื่องจากสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็ น สถานที่สาํ หรับแสดงความเคารพสักการะ อัลลอฮฺ มันจึงถูกเรี ยกว่า "บัยตุลลอฮฺ "

เมื่อสร้างกะอฺ บะฮฺ เสร็ จแล้ว อิบรอฮีมได้วิงวอนว่า "ข้าแต่พระผูอ้ ภิบาล ฉันได้ต้ งั ถิ่นฐานให้ลูกหลานของฉันบาง คนในหุบเขาอันกันดารใกล้บา้ นอัน ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ฉันทําสิ่ งนี้กด็ ว้ ย หวังว่าพวกเขาจะได้ดาํ รงนมาซที่นี่ ดังนั้น โปรดหันหัวใจของผูค้ นไปยังพวกเขาด้วย เถิดและโปรดประทานผลไม้เป็ นอาหารแก่ พวกเขาเพื่อพวกเขาจะได้เป็ นผูก้ ตัญญู" (กุรอาน14:37-38)


หลังจากนั้นนบีอิบรอฮีมก็ถูก บัญชาให้เรี ยกร้องเชิญชวนผูค้ นมาแสดง เคารพสักการะพระเจ้ายังสถานที่แห่งนี้ นบีอิบรอฮีมปฏิบตั ิหน้าที่ ดังกล่าวจนวาระสุ ดท้ายแห่งชีวิตและต่อมา การชุมนุมกันเพื่อแสดงความเคารพ สักการะพระเจ้าของมุสลิมที่กะอฺ บะฮฺ จึงได้ ถูกกําหนดให้เป็ นพิธีฮจั ญ์จนกระทัง่ ถึง ปัจจุบนั เพื่อทบทวนบทเรี ยนแห่งความ ศรัทธาในพระเจ้าและการเสี ยสละของ นบีอิบรอฮีม

หลังจากนบีอิบรอฮีมและอิสมาอีล ลูกชายของท่านได้สร้างกะอฺ บะฮฺ ในหุบเขา แห่งมักกะฮฺ ตามคําบัญชาของพระเจ้าเสร็ จ เรี ยบร้อยแล้ว ท่านก็ได้ถูกบัญชาให้เชิญ ชวนผูค้ นบนหน้าแผ่นดินมาสู่ การศรัทธา ในพระเจ้าองค์เดียว และเมื่อใครศรัทธา แล้วก็ให้พวกเขาเดินทางมาแสดงความ เคารพสักการะพระเจ้ายังสถานที่แห่งนี้ ดังนั้น การทําฮัจญ์ยงั นครมักก๊ะฮฺ จึงเริ่ มขึ้น นับแต่น้ นั มา คําว่า "ฮัจญ์ " ในภาษาอาหรับ

หมายถึง "การมุ่งหน้าไปสู่ จุดหมายที่ ต้องการ" และจุดหมายในที่น้ ีกค็ ือก๊ะอฺ บ๊ะฮฺ นัน่ เอง ส่ วนเรื่ องรายละเอียดในการปฏิบตั ิ นั้น นบีอิบรอฮีมเป็ นผูใ้ ห้คาํ แนะนําและ แสดงแบบอย่างให้ดู หลังจากนบีอิบรอฮีมและอิสมาอีล จากโลกนี้ไป นานวันเข้า ผูค้ นใน คาบสมุทรอารเบียก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็ก นักเรี ยนที่ไม่มีครู ประจําชั้นอยู่ กล่าวคือ ผูค้ นไม่เพียงแต่หลงลืมการทําฮัจญ์ตาม แบบฉบับของนบีอิบรอฮีมเท่านั้น แต่ยงั ได้ ฝ่ าฝื นคําสอนของท่านโดยนําสิ่ งอุตริ ต่างๆ เข้ามาในพิธีฮจั ญ์มากมายหลายอย่าง เช่น การบูชาสักการะรู ปปั้นเทพเจ้าต่างๆที่ นํามาตั้งรอบกะอฺ บะฮฺ และบูชาสักการะ เทวรู ปเหล่านั้นแทนอัลลอฮฺ กล่าวกันว่ารู ป ปั้นเทวรู ปของชาวอาหรับที่กะอฺ บะฮฺ น้ นั มี มากถึง 360 องค์ดว้ ยกัน ส่ วนเรื่ องพิธีกรรม นั้น ชาวอาหรับที่มาทําฮัจญ์บางกลุ่มได้ เดินเปลือยกายเวียนรอบกะอฺ บะฮฺ โดยอ้าง ว่าพวกเขาต้องการอยูต่ ่อหน้าพระเจ้า เหมือนเมื่อตอนที่อาดัมและอีฟถูกสร้างมา ใหม่ๆโดยที่ท้ งั สองยังไม่มีเสื้ อผ้าสวมใส่ บางพวกก็เวียนรอบกะอฺ บะฮฺ โดยการ ปรบมือและผิวปากโดยไม่มีความสํารวม ตน ส่ วนการเชือดสัตว์พลีตามแบบอย่าง ของนบีอิบรอฮีมก็ผิดไปจากเจตนาเดิม กล่าวคือ หลังจากเสร็ จพิธีฮจั ญ์แล้ว ชาว


อาหรับก็จะเชือดสัตว์แล้วเอาเลือดสาดไป บนกําแพงกะอฺ บะฮฺ เป็ นการเซ่ นบูชาเทวรู ป ส่ วนเนื้อและหนังสัตว์กถ็ ูกแจกจ่ายให้แก่ คนยากจนเพื่อโอ้อวดว่าตนเองเป็ นคนใจ บุญ พิธีฮัจญ์ ยงั เหมือนเดิม การทําฮัจญ์ในสภาพดังกล่าว ข้างต้นดํารงอยูจ่ นกระทัง่ นบีมุฮมั มัดได้รับ การแต่งตั้งให้เป็ นศาสนทูตของพระเจ้า และในเวลานั้นไม่มีใครรู ้เลยว่าพิธีการทํา ฮัจญ์ตามแบบของนบีอิบรอฮีมเป็ นอย่างไร เพราะไม่มีการบันทึกเอาไว้ เมื่อท่านนบี มุฮมั มัดเริ่ มเผยแผ่คาํ สัง่ สอนของพระเจ้า ท่านได้พยายามทําความเข้าใจกับชาว อาหรับว่าคําสอนอิสลามที่ท่านนํามาก็เป็ น คําสอนเดียวกับคําสอนของอิบรอฮีมบรรพ บุรุษของพวกเขานัน่ เอง นัน่ คือการศรัทธา ในพระเจ้าองค์เดียว แต่ถึงกระนั้น ท่านก็ย งั ถูกต่อต้าน และยิง่ นานวันการต่อต้านก็ยงิ่ รุ นแรงมากขึ้นเรื่ อยๆ เหตุผลที่พวกอาหรับในนครมัก กะฮฺ เวลานั้นต่อต้านท่านก็คือ หัวหน้าชาว อาหรับเผ่าต่างๆกลัวว่าตัวเองจะสู ญเสี ย ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมความเชื่อ เพราะในเวลานั้น มักก๊ะฮฺ เป็ นศูนย์กลางทางด้านศาสนาและ เศรษฐกิจของคนอาหรับทัว่ ทั้งอารเบีย เผ่า

ที่ทาํ หน้าที่ดูแลกะอฺ บะฮฺ และจัดหานํ้า ให้แก่ผมู ้ าทําฮัจญ์ได้รับเกียรติและความ เคารพอย่างสู งจากชาวอาหรับ กลุ่มคนที่หา กินอยูก่ บั การเซ่ นสรวงบูชาเทวรู ปก็มี รายได้เป็ นกอบเป็ นกําจากผูม้ าทําพิธี นอกจากนี้แล้ว เวล าชาวอาหรับเดินทางมา ทําฮัจญ์ พวกเขาก็จะนําเอาสิ นค้ามา แลกเปลี่ยนซื้ อขายกันหลังจากเสร็ จพิธีดว้ ย หากผูค้ นเชื่อนบีมุฮมั มัดว่าพระเจ้ามีองค์ เดียว และไม่เคารพเทวรู ปที่ต้ งั เรี ยงรายอยู่ รอบก๊ะอฺ บ๊ะฮฺ ผูค้ นก็จะไม่มาทําพิธีเคารพ บูชารู ปปั้น และเมื่อไม่มีผคู ้ นมาทําพิธี ความมัง่ คัง่ ของมักกะฮฺ กจ็ ะสู ญหายไป นี่ คือความหวัน่ เกรงการแพร่ ขยายตัวของ อิสลามที่ท่านนบีมุฮมั มัดนํามา ดังนั้น พวก หัวหน้าและกลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์จาก การเซ่ นสรวงบูชาเทวรู ปจึงต่อต้านนบีมุฮมั มัดนับตั้งแต่วนั แรกที่ท่านเผยแผ่อิสลาม การปฏิรูปพิธีฮัจญ์ นบีมุฮมั มัดเผยแผ่คาํ สอนอิสลาม อยูใ่ นนครมักกะฮฺ ท่ามกลางการต่อต้าน หลากหลายรู ปแบบเป็ นเวลา 13 ปี จนใน ที่สุดถึงขั้นถูกลอบสังหาร แต่ท่านสามารถ เล็ดรอดออกจากมักกะฮฺ และอพยพไปยัง เมืองยัษริ บซึ่ งอยูท่ างตอนเหนือจากมักกะฮฺ ขึ้นไปประมาณ 400 กิโลเมตรได้ ปี ที่ท่าน อพยพนี้เองที่เป็ นจุดเริ่ มต้นของศักราช


ประกาศของท่าน เทวรู ปรอบกะอฺ บะฮฺ ทั้งหมดที่ชาวอาหรับบูชาก็ถูกทําลายและ ถูกขจัดออกไปเพื่อให้กะอฺ บะฮฺ เป็ นสถานที่ สําหรับการแสดงความเคารพภักดีอลั ลอฮฺ องค์เดียวตามเจตนารมณ์เดิมของนบี อิบรอฮีมบรรพบุรุษของท่านที่สร้าง กะอฺ บะฮฺ ข้ นึ มา หลังจากยึดมักกะฮฺ ได้แล้ว นบี มุฮมั มัดได้เดินทางกลับไปยังมะดีนะฮฺ ใน ปี รุ่ งขึ้น นบีมุฮมั มัดพร้อมกับสาวกได้ เดินทางมายังมักกะฮฺ อีกครั้งหนึ่งโดยมี วัตถุประสงค์เพื่อแสดงแบบอย่างการทํา ฮัจญ์ที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้สาวกของ ท่านได้นาํ ไปเป็ นแบบแผนปฏิบตั ิกนั ต่อไป

อิสลามที่เรี ยกว่า "ฮิจญ์เราะฮฺ ศกั ราช" และ เมืองยัษริ บปัจจุบนั คือเมืองมะดีนะฮฺ ซ่ ึ งเป็ น เมืองที่ร่างของท่านถูกฝังอยู่ หลังจากที่ท่านสร้างบ้านแปลนเมืองมะดี นะฮฺ ให้เป็ นรัฐอิสลามที่มีคมั ภีร์กุรอานเป็ น ธรรมนูญแห่งแรกของโลกแล้ว ในปี ที่แปด หลังจากการอพยพ ท่านได้นาํ กําลังชาว มุสลิมประมาณหนึ่งหมื่นคนเดินทาง กลับมายึดมักกะฮฺ คืนโดยไม่เสี ยเลือดเนื้ อ หลังจากยึดมักกะฮฺ ได้แล้ว ท่านก็ตรงไปยัง กะอฺ บะฮฺ แล้วประกาศว่า "เมื่อความจริ งมา ความเท็จก็ยอ่ มมลายหายไป" สิ้ นเสี ยงคํา

นบีมุฮัมมัดทาพิธีฮัจญ์ ครั้งเดียว ในครั้งนั้นและแบบแผนแห่ งพิธีกรรมของ ท่ านเป็ นสิ่ งที่มุสลิมทั่วโลกยึดถือปฏิบัติกัน มาจนถึงปัจจุบันและต่ อไปจนถึงวันสิ้ น โลก http://www.piwdee.net/kab8/kab7.htm บทความอาจารย์บรรจง บินกาซัน


น้้าท่วม..กับความเป็นมนุษย์ เคยสังเกตสัตว์เดียรัจฉานไหมครับ จะหมู ไก่ แพะ แกะ หรือวัว เวลาที่พวกมันตัวใดตัวหนึ่งก้าลังจะถูกเชือด มีดก้าลังอยู่ที่ล้าคอ หรือแม้แต่ช่วงที่มันดิ้นกระวนกระวาย พร้อมกับเลือดที่ไหลริน ความตายได้เข้าพิชิตเพื่อนของมันแล้ว ขณะเดียวกันนั้น ตัวอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง ก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร บ้างก็ยังกิน บ้างก็เคี้ยวหญ้า เคี้ ยวอาหารต่อไป เหมือนกับว่า ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย นั่นคือสัตว์เดียรัจฉาน ครับ แต่เราเป็นมนุษย์ ที่ส้าคัญเราเป็นมุสลิม เมื่อความเดือดร้อนเกิดขึ้นกับพี่น้องของเรา เราจะอยู่อย่างไม่รู้สึก รู้สา อะไรเลยคงไม่ได้ น้้าท่วม พี่น้องเราเดือดร้อน เราจะอยู่นิ่ง นอน กิน อย่างสุขส้าราญ ไม่ตระหนก ตระหนัก อะไรเลยได้อย่างไร จงคิด ใคร่ครวญ ในสิ่งที่เกิดขึ้น วันหนึ่งมันอาจจะเป็น คราวของเราก็เป็นได้ ที่ส้าคัญ จงให้ความส้าคัญกับการช่วยเหลือพี่น้อง เพราะนบีเคยสัญญาว่า "มนุษย์ที่ดีเลิศ คือมนุษย์ที่ช่วยเหลือผู้อื่น"

น้้าท่วม...กับแผนการที่ยิ่งใหญ่ น้้าท่วมหาดใหญ่เมื่อปี 43 สร้างความเสียหายมากมายกับพี่น้องชาวหาดใหญ่ ส่งผลให้ภาครัฐขีดเขียนแผนการมากมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้าท่วมได้อีก ขุดคลองระบายน้้า ร.1 ร.2 ร.3 ร.4 ร.5 ร.6 แล้วก้อคลองอู่ตะเภา เพื่อระบายน้้าให้เร็วที่สุด แล้วไงหล่ะ สิบปีผ่านไป ใครจะไปคิดว่า ปริมาณน้้าฝนที่กระหน่้าลงมา เมื่อมันมากกว่าแผนการที่มนุษย์คาดการณ์ไว้ ไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็สร้างความเสียหายได้มากมายมหาศาล


จะแผนการใดๆ ก็คงสู้แผนการของพระผู้สร้างเป็นไม่ได้ อย่าได้ลองดี อย่าได้ชะล่าใจ เตรียมตัวท่านให้พร้ อมเพื่อพบกับสิ่งที่ พระองค์ได้สัญญาไว้ "และพวกเขาได้วางแผน และอัลลอฮก็ทรงวางแผนด้วย และอัลลออนั้นเป็นผู้ทรงวางแผนที่ดีเยี่ยม" (อาละอิมรอน : 54) “ดังนั้น จะไม่มีใครประมาทต่อแผนการของอัลลอฮฺ นอกจากหมู่ชนผู้ขาดทุน” (อัล-อะอฺร๊อฟ:99)

น้้าท่วม...กับสัมพันธ์น้องพี่ "กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว" น่าจะเป็นประโยคที่เราคุ้นเคยกันดี หาดใหญ่ทั้งเมืองก็คงไม่อาจเสกสรร ให้เกิดขึ้นได้ในเวลาชั่วพริบตาใช่ไหม ต้องใช้เวลา กว่าจะมีได้เท่าทุกวันนี้ แต่การท้าลายล้างนี่สิ ช่างโหดร้ายเหลือเกิน น้้าท่วม พายุพัด คราเดียว บ้านเมืองทุกตรอกซอกซอย ก็ราบเป็นหน้ากลอง เว้นไว้แต่ร่องรอยของความเสียหายที่ยากที่จะยอมรับได้ สิ่งที่จ้าเป็น คือการรีบเร่งฟื้นฟูให้กลับคืน เหมือน หรือดีกว่าเดิมให้จงได้ ฟ้าหลังฝน สดใสได้ อย่างที่ใครๆเค้าพูดกันนั่นแหละ ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ก็คงไม่อาจเกิดขึ้นในช่วงอึดใจ กว่าจะรัก กว่าจะเรียกกันว่าพี่น้อง ก็ต้องอาศัยเวลา สะสม ความสัมพันธ์อยู่พอควร แต่เมื่อใดที่มรสุมถาโถมเข้ามาใส่ แล้วปล่อยซัยฎอนให้ อยู่เหนือกว่า สัมพันธ์ที่เคยหนาแน่น ก็อาจร้าวฉาน และพังครืนได้ อย่างทันทีทันใด จงรีบเร่งฟื้นฟูให้ทันท่วงที อย่าปล่อยให้มารร้ายกั้นกลางสองฝ่ายอย่างถาวร แม้จะร้ายแรงเพียงใด ก็อย่าให้เหนือกว่าค้าว่าพี่น้อง ใช้ศรัทธาสานมิตร ใช้ความรักพิชิตศัตรู แล้วเราจะรักกันเหมือน และมากกว่าเดิม


"แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นพวกเจ้าจงไกล่เกลี่ยประนีประนอมกัน ระหว่างพี่น้องทั้งสองฝ่ายของพวกเจ้า และจงย้าเกรงอัลลอฮฺเถิด หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา" (อัล-ฮุจรอต:10)

น้้าท่วม...กับสิ่งรอบตัว ทุกๆเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หากเราไม่ได้สนอกสนใจ มันก็ผ่านไปโดยไม่ได้ให้อะไรกับเราเลย แต่หากหยุดคิดสักนิด ตรึกตรองและใคร่ครวญ แน่นอน สิงที่เกิดขึ้นนั้นย่อมให้ข้อคิด และบทเรียนกับเรามากมาย จะน้้าท่วม จะพายุ จะภูเขาไฟ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างไร้สาระเป็นแน่ น้้าท่วม อาจเชื่อมโยงกับหลายสิ่งรอบตัวเรา ใช่แค่สองสามสิ่งที่กล่าวมา ทุกการสร้างสรรค์ย่อมมีความหมายในตัวของมันเอง ดังนั้น จงอย่าลืมเฝ้ามอง ท้องฟ้า ภูเขา แม่น้า ต้นไม้ ท้องทะเล รวมทั้งตัวคุณเอง แล้วตระหนักให้ถึง ความยิ่งใหญ่ของ ผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง จงอย่าลืม น้้าท่ วม ดินถล่ม สินามิ ภูเขาไฟ พายุ และลมหายใจ เพราะทุกๆการเคลื่อนไหว ย่อมมีบทเรียนส้าหรับผู้ศรัทธา "แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการที่กลางวันและกลางคืนตามหลังกันนั้น แน่นอนมีหลายสัญญาณส้าหรับผู้มีปัญญา" (อาลาอิมรอน : 190)

--- iBNu jABaL---


สุขภาพกับน้้าท่วม…. อัสลามูอาลัยกุมค่ะ แฟน ๆ อันนูรทุกท่าน คงยังไม่ลืมสถานการณ์น้ าํ ท่วมในหลาย จังหวัด ที่ส่งผลกระทบแก่ชาวบ้านที่อยูใ่ นพื้นที่ต่าง ๆ และต้องอยูท่ ่ามกลางนํ้าที่ท่วมขัง บ้านเรื อนของตนเองนะคะ และทั้งหมดนี้อาจนําพามาซึ่ งโรคภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้จากสาเหตุน้ าํ ท่วม ไม่ว่าจะเป็ นโรคผิวหนัง เช่น แผลจากนํ้ากัดเท้า โรคระบบทางเดินหายใจ โรคตาแดง โรค ระบบทางเดินอาหารติดเชื้อ โรคฉี่ หนู โรคไข้เลือดออก โรคหัด และโรคไข้มาลาเรี ย และ นอกจากนี้อาหารการกินที่ไม่สะอาดก็เป็ นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคต่าง ๆ ส่ วนทางด้านจิตใ จ ก็เป็ นสิ่ งที่สาํ คัญที่ตอ้ งระมัดระวัง คือ ภาวะเครี ยด ความวิตกกังวล เป็ นต้น ถึงแม้ว่าตอนนี้น้ าํ จะลดลงแล้ว แต่ฝนก็ยงั มีตกอยูบ่ า้ ง ซึ่ งอาจจะทําให้เกิดนํ้าท่วมขังได้ จึงไม่ควรประมาท เพราะว่านํ้าที่ท่วมขังอยูอ่ าจจะมีเชื้อโรคซึ่ งเป็ นพาหะทําให้เกิดโรคต่างๆได้ ดังนั้นจึ งควรดูแลตนเองดี ๆ ซึ่ งวันนี้ พวกเรา Art-Sci gals จะนําเสนอความรู ้และคําแนะนํา เกี่ยวกับโรคภัยในการดูแลตนเองจากโรคภัยต่าง ๆ ดังนี้ โรคผิวหนัง ที่พบบ่อยจากการเกิดนํ้าท่วม ได้แก่ โรคนํ้า กัดเท้าจากเชื้อรา ซึ่ งเกิดจากการยํา่ นํ้าหรื อแช่น้ าํ ที่มีเชื้อโรค หรื อความอับชื้นจากเสื้ อผ้าเป็ นเวลานาน อาจมีอาการเท้าเปื่ อย คันตามซอกนิ้วเท้า ถ้าจําเป็ นต้องยํา่ นํ้า หลังจากเสร็ จภารกิจ แล้วควรล้างเท้าให้สะอาดด้วยนํ้าสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง หากมี บาดแผลควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลแล้วทาด้วยยาฆ่าเชื้อ โรคปอดบวม ผูท้ ี่ประสบภัยนํ้าท่วม หากมี การสําลักนํ้าหรื อสิ่ ง สกปรกต่างๆ เข้าไปในปอด ก็มีโอกาสเป็ นโรคปอดบวมได้ มีอาการเช่น ไข้สูง ไอมาก หายใจหอบและเร็ ว ถ้าเป็ นมากจะหายใจหอบเหนื่อย เมื่อ มีอาการสงสัยว่าเป็ นโรคปอดบวมต้องรี บไปพบแพทย์ทนั ที โรคตาแดง เป็ นโรคที่ติดต่อได้ง่ายทั้งเด็กและผูใ้ หญ่โดยเฉพาะในเ ด็กเล็ก โดยติดต่อจาก การสัมผัสใกล้ชิดกับผูป้ ่ วยได้แก่ การสัมผัสโดยตรงกับนํ้าตา ขี้ตา นํ้ามูกของผูป้ ่ วย หรื อจากการ


ใช้สิ่งของเครื่ องใช้ร่วมกับผูป้ ่ วย เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรื อจาก แมลงวัน แมลงหวี่ตอมตา หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 1-2 วัน จะเริ่ ม มีอาการระคายเคืองตา ปวดตา นํ้าตาไหล กลัวแสง มีข้ ตี ามาก หนังตา บวม เยือ่ บุตาขาวอักเสบแดง โดยอาจเริ่ มที่ตาข้างหนึ่งก่อน แล้วจึง ลามไปตาอีกข้าง การป้ องกันทําได้โดยล้างมือด้วยนํ้าและสบู่ให้ สะอาดไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผูป้ ่ วย และหมัน่ ดูแลรักษาความสะอาด ของร่ างกาย สิ่ งของเครื่ องใช้ต่าง ๆ ให้สะอาดอยูเ่ สมอ โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ โรคอุจจาระ ร่ วง อหิวาตกโรค อาหารเป็ นพิษ บิด ตับอักเสบเอ และไข้ ไทฟอยด์ เป็ นต้น เชื้อโรคจะเข้าสู่ ร่างกายโดยการ รับประทานอาหาร หรื อดื่มนํ้าที่ปนเปื้ อนเชื้อโรคเข้าไป โรค อุจจาระร่ วงมีอาการถ่ายอุจจาระเหลว หรื อถ่ายเป็ นนํ้า หรื อ ถ่ายมีมูกเลือด อาจมีอาเจียนร่ วมด้วย ในกรณี ที่อาหารเป็ น พิษ มักมีอาการปวดท้องร่ วมกับถ่ายอุจจาระเหลว คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว โรคอุจจาระร่ วงจะมีการถ่ายอุจจาระเหลว จํานวนมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรื อมูกปนเลือด หรื อถ่ายเป็ นนํ้ามากกว่า 1 ครั้งต่อวัน ทําให้ ร่ างกายขาดนํ้าและเกลือแร่ อาจทําให้ชอ็ กหมดสติ โดยเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรี ย ไวรัส โปรโตซัว และปรสิ ตหนอนพยาธิ ที่มากับการรับประทานอาหารและเครื่ องดื่มที่ไม่สะอาด การ ไม่ลา้ งมือให้สะอาดก่อนการปรุ งอาหาร และภาชนะสกปรก ผูป้ ่ วยควรกินหรื อดื่มของเหลว มากกว่าปกติ เพื่อป้ องกันการขาดนํ้าและเกลือแร่ ได้แก่ สารละลายนํ้าตาลเกลือแร่ โออาร์ เอส นํ้าแกงจืด หรื อนํ้าข้าวใส่ เกลือ ถ้าอาการไม่ดีข้ นึ ควรรี บไปพบแพทย์ โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรสิ ส เป็ นโรคติดต่อจากสัตว์ สู่ คน มีหนูเป็ นตัวแพร่ โรคที่สาํ คัญเชื้อออกมากับปัสสาวะสัตว์ แล้วปนเปื้ อนอยูใ่ นนํ้าท่วมขังพื้นดินที่ช้นื แฉะได้นาน เชื้อเข้าสู่ ร่ างกายทางบาดแผล รอยขีดข่วน รอยถลอก หรื อไชเข้าเยือ่ บุตา จมูก ปาก หรื อ ผิวหนังที่แช่น้ าํ นาน หรื ออาจติดเชื้อจากการ


รับประทานอาหารที่หนูฉี่รด มีอ าการหลังได้รับเชื้อประมาณ 4-10 วัน โดยจะมีไข้สูง ทันทีทนั ใด ปวดศีรษะและปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะน่องและโคนขา หรื อปวดหลัง บางคน มีอาการตาแดง อาจมีอาการเจ็บคอ เบื่ออาหาร หรื อท้องเดิน หากมีอาการดังกล่าวหลังจากสัมผัส สัตว์หรื อลุยนํ้า ยํา่ โคลน ต้องรี บไปพบแพทย์ทนั ที ป้ องกันโดยสวมรองเท้าบู๊ตยางกันนํ้าหาก ต้องลุยนํ้า ยํา่ โคลน โดยเฉพาะถ้ามีบาดแผล หลีกเลี่ยงการแช่น้ าํ ยํา่ โคลนนาน ๆ เมื่อขึ้นจากนํ้า แล้วต้องรี บอาบชําระร่ างกายให้สะอาดโดยเร็ วที่สุด โรคเครียดวิตกกังวล เป็ นสิ่ งที่คนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้า จิตใจอ่อนแอร่ างกายก็จะอ่อนแออ ย่าพึ่งสารอาหารใด สารอาหารหนึ่งเพื่อลด ความเครี ยด แต่ควรพยายามออกกําลัง กายอย่างสมํ่าเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และรู ้จกั ผ่อนคลายก็จะ สามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้

สุ ดท้ายนี้นะคะ สิ่ งที่สาํ คัญที่อยากบอกก็คือ ไม่ว่าเราจะตกอยู่ ในสถานการณ์ไหนที่เลวร้ายหรื อไม่กต็ าม สิ่ งแรกที่ควรทําคือ ตั้งสติ เมื่อรู ้ว่าเราเป็ นโรคอะไร ก็ควรจะหาวิธีปฐมพยาบาล เบื้องต้น หรื อถ้ามีอาการรุ นแรงก็ควรไปพบแพทย์ทนั ที อย่ามัว แต่วิตกกังวลจนไม่ได้ทาํ อะไรและปล่อยให้โรคลุกลามจนเป็ น อันตรายนะคะ Art-Sci gals และทีมงานขอเป็ นกําลังใจให้กบั เพื่อนๆทุกคนที่บา้ นประสบภัยนํ้าท่วมและเดือดร้อน Art-Sci gals


ฟ้ าหลังฝน (จะยังคงมีฝนตกอีกหรือเปล่า) แสงแดดยามเย็นส่องกระทบผิวน ้าในอ่างเป็

ฉับพลับสายตาก็

ประกาย ก้ อนเมฆสีฟ้าแซมด้ วยสีส้มอ่อนๆบ่งบอกว่าแสง

เหลือบมองไปทางด้ านขวามือ

สว่างแห่งวันใกล้ จะหมดลงทุกที ดวงตะวันกาลังจะลาลับ

เห็นขุนเขาสูงใหญ่ยืนตระหง่าน

ขอบฟ้าไปยังทิศตะวันตกและพรุ่งนี ้มันก็จะขึ ้นมาทางทิศ

อยู่ตรงนัน่ นึกอะไรเล่นๆ คง

ตะวันออกทาหน้ าที่ของมันเหมือนเช่นเคย เป็ นเช่นนี ้ทุกวัน แปลกพิลกึ ถ้ าวันหนึง่ ขุนเขา ไม่ร้ ูจกั เหน็ดเหนื่อย ความมืดมิดของรัตติกาลกาลังคืบ

เหล่านี ้ต่างพา กันตะโกนก้ อง ขึ ้นมาว่า "โอ้ .. เมื่อยจังเลย ขอ เวลาสักนาทีให้ ได้ ขยับ ยืดเส้ น ยืดสายสักหน่อยจะได้ มั ้ย ยืนอยู่ ตรงนี ้มาตั ้งหลายร้ อย หลายพันปี แล้ ว .." ใครได้ ยินคงต้ องพา กันช็อคเป็ นแน่ จะเกิดอะไรขึ ้นนะ ถ้ าภูเขาเกิดขยับได้ ขึ ้นมาจริงๆ

พระองค์ ทรงสร้ างชัน้ ฟ้า ทัง้ หลาย โด ยปราศจากเสาที่ คลานเข้ ามาแทนที่ (พระองค์ ทรงให้ กลางคืนคาบเกี่ยว พวกเจ้ าจะมองเห็นมันได้ และ เข้ าไปในกลางวัน และทรงทาให้ กลางวันคาบเกี่ยวเข้ า ทรงปั กเทือกเขาไว้ อย่ างมั่นคง ไปในกลางคืน , อัลหะดีด : 6) ฝูงนกน้ อยกาลังบินกลับ ในแผ่ นดิน เพื่อมิให้ มัน สั่นคลอนไปกับพวกเจ้ า รังส่งเสียงเล็กๆให้ ได้ ยินแต่ไกล ใบไม้ ดอกหญ้ าริมทางพลิ ้ว (ลุกมาน:10) ไหวไปตามแรงลม ซ้ ายที ขวาทีเหมือนกาลังเริงร่าอยู่กบั ไม่มีทางเป็ นไปได้ อย่าง จังหวะของสายลมที่ผ่านเข้ ามาทักทาย โดยไม่สนใจสักนิด แน่นอน ทุกคนก็ร้ ูภูเขารึจะพูดได้ เลยว่าสิง่ มีชีวิตอีกชนิดหนึง่ ที่นงั่ อยู่ที่นี่ไม่ได้ ร้ ูสกึ ปิ ติ แล้ วบอกว่ามันไม่ไหวแล้ ว เช่นเดียวกันเลย


แท้ จริ งเราได้ นาเสนออามานะฮฺต่อชัน้ ฟ้า ทัง้ หลาย แผ่ นดิน และภูเขา สิ่งเหล่ านัน้ ได้ ปฏิเสธที่จะ แบกรั บและหวั่นเกรงต่ อมัน และมนุษย์ ได้ แบกรั บมัน แท้ จริ งมนุษย์ นัน้ อธรรมยิ่ง

เช่นกัน พระองค์เป็ นผู้รักษาสัญญาที่ดียิ่ง ทุกๆเหตุการณ์คงไม่ใช่แค่ความบังเอิญที่เกิดจาก ผลงานการทาลายของมนุษย์แต่เพียงอย่า งเดียว พระองค์ ต้ องการบอกอะไรบางอย่างแก่เราหรือเปล่า หรือเป็ นการ แจ้ งเตือนให้ เตรียมรับมือกับของจริงที่จะมาถึง (เมื่อแผ่ น

ดินถูกสั่นสะเทือนอย่ างรุ นแรง และบรรดาภูเขาได้ แตกสลาย และมันเป็ นปุยผงปลิวว่ อน และพวกเจ้ าจะ เขลายิ่ง (อัล – อะหฺซาบ : แยกออกเป็ นสามกลุ่ม...,อัลวากิอะฮฺ:4-7) 72) แต่สงิ่ ที่ปรากฏขึ ้นให้ เห็นนี่ น ้าในอ่า งลดลงมากแล้ วจากเหตุการณ์สะเทือน สิ ไม่อาจทาให้ เราปฏิเสธได้ เลย ขวัญที่เพิ่งผ่านมา อัลหัมดุลลิ ลาฮฺ ใครจะคิดล่ะว่า ว่า สิง่ ต่างๆเหล่านี ้จะไม่เกิดขึ ้น เหตุการณ์จะรวดเร็วขนาดที่ว่ามหาวิทยาลัยสัง่ ปิ ดให้ อีก สึนามิ มัจจุราชเงียบใต้ ผิวน ้า นักศึกษาช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะหุงหา ที่คร่าชีวิต ทรัพย์สนิ และสร้ าง อาหาร ทากับข้ าวกับปลา กระทัง่ ลงพื ้นที่ไปแจกจ่ายให้ กบั ความเสียหายแก่มนุษย์ไป พี่น้องผู้ประสบภัย ภาพที่เคยเห็นแต่ในทีวีกบั เรื่องราวของพี่ มากมายเกินคณานับ ภูเขาไฟ น้ องในต่างแดน เมื่อครั ้งที่ปากีสถานเกิดน ้าท่วม ช่วงนั ้น ระเบิดที่เพิ่งจะเกิดขึ ้นเมื่อไม่นาน เป็ นช่วงเราะมะฎอนพอดี บ้ านช่องถูกพัดหายไปกับสายน ้า มานี ้ น ้าท่วมป รากฏการณ์ ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีอาหาร ไม่มีความช่วยเหลือที่ถกู ส่งเข้ า อาฟ ฟเตอร์ ช็อคครั ้งใหม่ของ ไปในทันทีที่เกิดเหตุการณ์ ภาพความเดือดร้ อนของพี่น้ อง ภาคใต้ แผ่นดินไหว ไฟไหม้ ถูกถ่ายทอดผ่านจอสีเ่ หลีย่ ม แต่ก็ยงั คงไม่ร้ ูสกึ อะไรมากนัก ป่ า ปั ญหามลภาวะทางอากาศ ทาได้ ก็แค่ดอุ าอ์ให้ พวกเขาเหล่านั ้นผ่านพ้ นบททดสอบนี ้ไป ภัยพิบตั ิต่างๆเหล่านี ้คงเป็ นที่ ด้ วยความอดทน อาจเพราะเราห่างกันด้ วยระยะทางหรือ ประจักษ์ แก่สายตาถึงสัญญาณ ความสัมพันธ์ ระหว่างพี่น้องของเรามันยังไม่ถงึ พริกถึงขิงที่ ต่างๆที่พระองค์ได้ เคยสัญญาไว้ เจ็บปวดไปด้ วยกันเมื่อพี่น้องประสบกับความทุ กข์ และเราเองก็ไม่อาจปฏิเสธมันได้ ยากลาบาก แต่พอมาได้ เห็นกับตาเมื่อตอนที่ไปแจกอาหาร


รถทหารคันใหญ่ที่อยู่ข้างหน้ า

หนุ่มสาว แต่มากมายด้ วยผู้สงู วัย ก็ยงั คงเดิน วิ่ง เล่น

เต็มไปด้ วยอาหารสดและแห้ ง

หยอกล้ อกันด้ วยค วามสนุกสนาน เพ่งพินิจไปอย่างถี่ถ้วน

พร้ อมที่จะแจกจ่าย แต่ความ

แล้ วไม่เห็นมุสลิมเลยสักคน หรือพวกเขาหรือเธอเหล่านั ้น

ต้ องการมีมากกว่า ภาพที่ทกุ คน ต่างพากันหลงลืมกันไปแล้ วกระมังว่า "ความโปรดปราน ยื่นมือขึ ้นขออาหารตะโกน

สองสิง่ ที่ถกู ปล่อยไปให้ สญ ู เปล่านั ้นคือ การมีเวลาว่างและ

โหวกเหวกโวยวายถึงความหิ ว การมีสขุ ภาพดี" โหยที่ได้ รับทาให้ น ้าในตาของ

จริงสิ! ใครหลายคนอาจกาลังเตรียมตัวกลับบ้ าน

ใครบางคนเอ่อล้ นกันเลยที เดียว ในเวลานี ้ ในเมื่ออีกแค่สองวันเท่านั ้นก็จะถึงวันที่ศาสนา รู้สกึ แย่เหมือนกันอยากให้

อนุญาตให้ รื่นเริงได้ "อีดอัฎฮา" หลายคนคงอยากกลับไปใช้

มากกว่านี ้ มีของในมือแต่ก็ให้ ไป ช่วงเวลาแห่งความสุขนั ้น ไม่ได้ เราจาเป็ นต้ องให้ อาหาร

กับครอบครัว กับคนที่รัก

กระจายถึงมือทุกคนแม้ ปริมาณ

เรามากที่สดุ รอง

จะน้ อยนิดก็ตาม แต่อะไร

จากอัลลอฮฺและท่านนบี

บางอย่างก็ทาให้ ยิ ้มออกมาเมื่อ

มาอัฟท่านทั ้งสองเยอะๆ สวมกอดหอมแก้ มท่าน หมัน่ บอก

ได้ ยินประโยคที่ไม่คิดว่าจะได้ ยิน รักท่านด้ วยก่อนที่จะไม่มีโอ กาส ส่วนใครที่กลับไม่ได้ หรือ จากผู้ที่รอรับความช่วยเหลือ

ไม่ได้ กลับ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ ้นมาแล้ วโทรหา หรือจะส่ง

"พอแล้ วๆเอาไปให้ คนอื่นมั ้ง " จะ ข้ อความถึงก็ไม่ว่ากัน แอบทาให้ เขาคิดถึง เรากลับไปไม่ได้ มีสกั กี่คนกันที่นกึ ถึงคนอื่นใน ยามที่ตนเองก็เดือดร้ อนอย่าง

เดี๋ยวเขาก็มาหาเอง อินชาอัลลอฮฺ ^^ หวังให้ เป็ นเช่นนั ้น

แต่..ถึงอย่างไรก็เชื่อเหลือเกินว่าบ้ านหลังหนึง่ ที่ชื่อ "ชมรม มุสลิม" ก็พร้ อมและยินดีต้อนรับท่านเสมอ พูดในฐานะคน น้ อยๆก็มีให้ เห็นบ้ างล่ะใน หนึง่ ที่อบอุ่นใจทุกครั ้งที่ได้ สมั ผัสเมื่อได้ เห็นภาพพี่น้องอยู่ สภาวการณ์เยี่ยงนี ้ ร่วมกัน พูดคุย หยอกล้ อ กินข้ าว ทาอะไรๆร่วมกัน พูดไปจะ มองไปที่ริมอ่างอีกครั ้ง หาว่าเว่อร์ งั ้นลองมาสัมผัสด้ วยตัวท่านเองล่ะกัน แล้ วอย่า กับเวลาที่เราเองก็จาต้ องลุกไป ลืมบอกกันด้ วยนะว่าเป็ นเหมือนกันหรือเปล่า .. ? จากที่นี่ได้ แล้ ว ลูกเด็กเล็กแดง สุขสันต์วนั อีด. >.…Filastine Krzb


ละมุนละไมในซุลหิจญะฮฺ >> ก้อนดิน หลังจากที่คุณปู่เสียชีวิตไปได้สองสัปดาห์ ผมได้กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง บ้านที่ฟูมฟักผมมาตั้งแต่แบเบาะจวบจนผมเรียน จบชั้นมัธยมปลาย ก่อนจะย้ายไปอยู่กับพ่อแม่คราวที่ผมก้าวขึ้นระดับมหาวิทยาลัย แค่หนึ่งเสียงที่หายไป กลับนามาซึ่งความเงียบสงัดมากมายชนิดที่ไม่น่าเชื่อ ...ผมรู้สึก ไม่คุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้ – ตอนนี้เอาเสียเลย ผมพยายามจะทาลายไอ้เจ้าความเงียบอย่างไม่ไว้หน้ามันด้วยบทสนทนาพื้น ๆ ที่ใคร คนใดในโลกต่างใช้กัน แม้ดูว่ามันไม่ค่อยเวิร์ค แต่เอาเหอะ ขอให้ผมได้นั่งเป็นเพื่อนย่าแทน ความเงียบ – บ้าง ก็เป็นพอ (ในยามที่ชีวิตไม่ค่อยจะมีเวลาเช่นนี้) ช่วงเวลาที่หยิบข้าวใส่ปาก เราต่า งก็ปล่อยถ้อยคาดีดีออกมาจากปากให้กันและกัน ระหว่างนั้น สายตาของย่าคงจะบังเอิญชาเลืองมาที่แขนซ้ายของผม ถึงได้ถามขึ้นว่า “นาฬิกาที่ใส่ มันอันใหญ่ ๆ ไม่ใช่หรอ” “โห...ย่า นั่นมันตอนมัธยม มันเสียตอนผมจบ ม.6 พอดี” “อ้าวหรอ” ย่าเปล่งประโยคนี้ออกมา ก่อนจะแหกยิ้มพลันปล่อยเสียงจากลาคอออกมา ให้ผมพอได้ยิน ไม่รู้ว่าย่าไม่สังเกตหรือเพราะผมมาเจอย่าน้อยครั้งเกินไป ผมว่าน่าจะเป็นอย่างหลังซะมากกว่า เพราะผมรู้ถึงเวลาในช่วงของการใช้ชีวิต เพื่อแลก ‘ปริญญา’ ของผมเป็นอย่างดี ว่ามันรัดตัวมากแค่ไหน ไม่ว่ายังไง ตอนนี้รอยยิ้มบนใบ หน้าของย่า บอกผมว่าย่ากาลังมีความสุข ผมไม่รู้ว่า ความสุขเป็น ‘โรคติดต่อ’ หรือเปล่า หรืออาจจะใช่ เพราะผมเริ่มออกอาการเดียวกับย่าแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันอะเราะฟะฮฺ (9 ซุลหิจญะฮฺ – ตามปฏิทินอิสลาม ) ผมบอกย่าว่าพรุ่งนี้ จะถือศีลอด ย่าจึงยื่นเงินมาให้จานวนหนึ่งก่อนที่ผมจะเดินออกจากบ้านไปซื้อไข่กับบะหมี่ เพื่อ มาเป็นกับข้าวช่วงสะฮูร กลับมาถึงบ้าน ผมอมยิ้มเล็กน้อยตอนที่มองถุงที่อยู่ในมือ เงินจากย่าเมื่อสักครู่ได้ทา หน้าที่ของมันอย่างที่ย่าอยากให้มันทาเรียบร้อยแล้ว


จากความรู้สึกอย่างที่สุด ตอนนี้ผมคิดถึงวันอะเราะฟะฮฺ วันที่อัลลอฮฺทรงประกาศถึงความสมบูรณ์ของดีนนี้ ผ่านอายะฮฺที่ 3 สูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ ความว่า “ วันนี้ ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้า และข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว ” ซึ่งยิวคนหนึ่งได้กล่าวกับท่านอุมัรว่า หากอายะฮฺนี้ถูกประทานลงมากับพวกเขา พวก เขาจะยึดวันนี้เป็นวันอีด วันแห่งการเฉลิมฉลองอย่างแน่นอน (บันทึกโดย บุคอรีย์และมุสลิม ) วันที่การถือศีลอดในวันนี้จะได้รับการลบล้ างบาปถึงสองปี คือหนึ่งปีที่ผ่านมา และ หนึ่งปีที่จะมาถึง อันที่จริง เราไม่จาเป็นต้องดั้นด้นเสาะหาเลยว่าผลบุญของมันจะเท่าไหร่ เพราะแค่ รู้ว่าเป็นแบบอย่างของใคร ก็สมควรอย่างที่สุดแล้วที่จะทาตาม คืนนี้ผมได้ย้อนวันวานกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แม้ฝั่งขวาของย่าไม่มีเงาของปู่ แต่ฝั่ง ซ้ายนั้นมีอดีตเด็กน้อยของย่านอนอยู่ข้าง ๆ ไม่แน่ใจนักว่าใช้เวลานานแค่ไหนที่เราจะหลับไป เช่นเดียวกับที่ไม่รู้ว่าเสียงกรนของใครจะดังขึ้นก่อนกัน แต่ผมออกจะมั่นใจ – ผมไม่กรน ... หรืออาจไม่มีเสียงกรนเกิดขึ้นภายหลังที่เปลือกตาของเราปิดลง .............................................................. หลังจากที่ปลีกตัวออกจากความวุ่นวายในสังคมมหาวิทยาลัยกลับมาหาความสงบที่ บ้านได้สักระยะหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้ คือวันที่ผมจะต้องกลับไปใช้ชีวิต ณ จุดที่ช่วงนี้ของชีวิตควร ดาเนิน อาจเพราะผมโตขึ้น หรือไม่ก็เพราะความเบาบางของการพบเจอระหว่างผมกับย่า ที่ทา ให้ผมไม่รู้สึกเศร้านักกับการที่จะต้องพรากจากในครั้งนี้ แต่ถึงมันจะเศร้า ยังไงซะ ก็คงจะน้อยกว่าอย่างเทียบไม่ติดกับความรู้สึกของบรรดา เศาะหะบะฮฺหลังจากที่ได้สดับฟังคุฏบะฮฺในหัจญ์อาลาจากท่านนบี เพราะพว กเขาต่างรู้ดีว่า นั่น หมายถึงการจากไปของท่านนบีกาลังย่างกรายเข้ามาเต็มที่


การที่ได้เน้นย้าถึงหลักการต่าง ๆ ของอิสลามในปาฐกถาครั้งนี้อีกครั้งนั้น คงเป็น การตอกและย้าให้กับบรรดาอุมมะฮฺของท่านเป็นอย่างดี ถึงความรักความห่วงใยที่ท่านนบีมีให้ ‘โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดเป็นพยานด้วย ฉันได้แจ้งให้พวกเขารู้แล้ว ’ คือประโยคปิดท้ายใน หลาย ๆ ประโยคของท่านในครั้งนี้ และเชื่อเหลือเกินว่าคงทาให้จิตใจของเหล่าเศาะหะบะฮฺที่รับ ฟังอยู่เกิดการสั่นสะท้านเสียจนอย่าได้คิดหาการยับยั้ง แต่ผมก็ไม่เคยคิดโทษกาลเวลาว่ามันเป็น ต้นเหตุของความกระด้างทางจิตใจของมนุษย์ยุคนี้ มันไม่เกี่ยวจริง – จริง คุฏบะฮฺในครั้งนี้ ท่านนบีปิดท้ายด้วยกับการฝากไว้ซึ่งสองสิ่งแก่อุมมะฮฺของท่าน เป็น สิ่งที่ท่านนบีบอกแก่เราว่าหากเรายึดมันไว้ก็จะไม่มีวันหลงผิด นั่นคือคัมภีร์ของอัลลอฮฺและ แบบอย่างของท่าน ฉะนั้น ของขวัญวันอีดปีนี้หรือสิ่งใด ๆ ในวันไหน ๆ ก็คงจะไม่มีค่าเท่ากับสองสิ่ง นี้ จากท่านนบีอีกแล้ว คงเป็นเหตุผลนี้ล่ะมั้ง ถึงมีพี่น้องมุอัลลัฟคนหนึ่งได้พูดไว้ว่า อิสลามทาให้การเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องยาก ผมเห็นมันเป็นรูปธรรมมากขึ้นก็คราวนี้แหละ เราไม่ จาเป็นต้องเอาตัวเองไปเทียบกับใครเลย เพราะมาตรฐานของอิสลามมันชัดเจน ...ชัดเจนมาก ‘กีตาบุลลอฮฺและอัสสุนนะฮฺ’ แม้การจากลาของผมกับย่าในครั้งนี้จะจบด้วยประโยคอุ่น ๆจากย่าว่าให้ตั้งใจเรียน และเรียนเก่ง ๆ แต่อีกประโยคหนึ่งที่ผมพยายามจะให้มั นก้องอยู่ในใจเสมอ – เสมอก็คือ ‘โอ้อัลลอฮฺ ได้โปรดเป็นพยานด้วย ฉันได้แจ้งให้พวกเขารู้แล้ว’


จับถูก? จับผิด? จับถูก? เปิ ดเทอมใหม่ท้ งั ที เพิ่มระดับความยากกันหน่อยจาก

4คูณ 4 ช่อง เป็ น 5คูณ 5 กันไป

เลย คราวนี้แหละปวดหัวตาลายกันถ้วนหน้าแน่แม่คุณเอ๊ยย อุย้ เผลอหลุดไปนิด กติกาเดิมขี้เกียจบรรยายมากแระ อุอุ

1

2

3

แนะนาหรือติเตียนคอลัมน์ได้ ที่ fantasymagnet@hotmail.com...นะฮ้ าฟฟ

4


อยากกินเนื้อวัวจังอ่ะ มออ

1

2

3

4

A

C

มีเฉลยแอบอยู่ในเล่มนะจ๊ ะ


รายอครั้งสุดท้าย ทุกๆเช้าหลังได้ยินเสียงเรียกร้องสู่การสักการะพระเจ้า อันไพเราะเสนาะหู และอบอวลไปด้วยความหมายอันลึกซึ้งชวน ระลึกถึงพระเจ้า ชาวบ้านต่างทยอยออกจากบ้านเพื่อไป ละหมาดซุบฮฺที่มัสยิดอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ยังไม่ลืมที่จะจูง มือลูกน้อยไปด้วย เพื่อเป็นการฝึกฝนตั้งแต่ยังแบเบาะ ยามโตจะ ได้เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ หลังละหมาดอีหม่ามจะฝากคานาซีฮั ตสั้นๆจะได้เป็น การกระชับอีหม่าน หลังจากนั้นทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปตาม บทบาทหน้าที่ของแต่ละคน บ้างสวมบทจากนักบุญชุดโต๊ปยาว สีขาวเป็นชุดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยขี้ยาง บ้างก็เปลี่ยนบทเป็นคาว์ บอย ต้อนฝูงวัวไปเล็มหญ้าให้อ้วนๆ จะได้ขายราคางามๆเอาไว้ เป็นค่าเทอมเจ้าลูกรักที่เรียนอยู่ต่างแดน มันจะได้มีกินมีใช้ เหมือนคนอื่นเขา ในแต่ละปีมุสลิมก็จะมีวันเฉลิมฉลองกันอยู่สองครั้ง นั้นคือวันรายออิดิลฟิตรีกับอีดิลอัฎฮา หรือถ้าเรียกตามภาษา บ้านๆก็คือรายอปอซอกับ รายอฮายีนั้นเอง เป็นที่ทาให้หัวใจ ของมุสลิมทุกคนพองโต ทุกคนใส่เสื้อผ้าใหม่ๆสวยๆ (แต่ไม่ผิด หลักอิสลาม )อย่างกับออกงานแฟชั่นโชว์ ตลบอบอวลไปด้วย น้าหอมหลากกลิ่น ร้อยยิ้มที่แปะอยู่บนใบหน้าพร้อมกับคาอวย พรให้แก่กันและกัน อะไรที่เคยพลาดพลั้งวันนี้ก็เป็นโอกา สใน การมาอัฟซึ่งกันและกัน ทั้งหมด ทั้งปวงคงไม่ มีใครสุขเท่าเหล่า บรรดาเด็กๆเป็นแน่ เพราะวันนี้เงินซอดากอฮฺจะสะพัดเข้า กระเป๋านั่นเอง เป็นวันแห่งการรวมญาติ ไม่เห็นหน้ากันมาทั้งปี วันนี้จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักครั้ง


หลายๆคนมีความสุขสนุกสนานรื่นเริงในวันนี้ แต่ไม่ใช่ สาหรับเปาะลงเฮง ก็เพราะว่า รายอครั้งนี้ไม่มีลูกชายอยู่ด้วย ลูกชายเขาติดเรียนอยู่ที่มหาลัย มหาลัยไม่ปิดในวันรายอ เพราะ ไม่ใช่วันสาคัญสาหรับเขา อีกทั้งคนที่เรียนมหาลัยส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่มุสลิม มุสลิมเป็นชนกลุ่มน้อย แค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่สาคัญสาหรับเรา “เปาะลงเฮงวันนี้วันรายอนะ ร่าเริงหน่อย ทาไมเศร้าจัง ”เสียงเด็กน้อยถามด้วยความ ใคร่รู้ “ข้าคิดถึงลูก ข้าอยากกอดลูก ข้าอยากเห็นหน้าเขา เพื่อเป็นกาลังใจให้ข้า ให้ข้าชื่นใจ”น้าใสๆจากลุงเฮงเล็ดจากมุม ตาร่วงลงมา “ไม่เอาน่าลุงอย่าเศร้าไปเลย ถ้าเขาว่างเดี๋ยวก็คง กลับมา กลับมาสู่อ้อมอกลุง”เด็กน้อยปลอบ “เอ็งนี้แก่แดดจริงๆ อย่ามาปลอบข้าเลย ไปเล่นกับ เพื่อน โน้นไป ข้าอยากอยู่คนเดียว ”ลุงเฮงรีบตัดบทเพราะไม่ อยากแสดงความอ่อนแอของตนให้เด็กเห็นไปมากกว่านี้ “ข้าก็แค่กลัวว่า ข้าไม่อาจรอจนถึงวันที่ลูกข้ากลับ มานะสิเจ้าเด็กน้อย เพราะเมื่ อวันที่แล้วหมอบอกว่าข้าเป็น มะเร็งระยะสุดท้าย คงอยู่ได้อีกไม่นาน”ลุงเฮงบ่นพึมพาอยู่ในใจ แล้วภาพที่อยู่ตรงหน้าก็ถูกตัดเหมือนมีคนมาปิดสวิต ล้มลงฟุบ ไปกับพื้น ก่อนจะฟุบไปเขาได้ยินเหมือนเสียงลูกชายเรียกเขา แต่เขาไม่แน่ใจว่ามันคือความฝันหรือความจริงกันแน่ “โธ่ อาเยาะ......!!!” >> บ้านครัว


อ่านการ์ ตูนข้างต้นแล้วรู ้สึกไหมครับว่า ทําไมชีวิต มักไม่เป็ นดัง่ ใจ ? อยากให้ชีวิตเป็ น อย่างหนึ่งแต่กลับ หักมุมจบ เป็ นอีกอย่างหนึ่ง ทําไมชีวิตมักชอบเล่นตลกกับเรา ? ทําไม่ไป เล่นตลกตามคาเฟ่ ทั้งๆที่เราไม่ตลกกับมัน (ฮา) เป็ นเรื่ องตลกที่ไม่อยากเจอเลยในชีวิตนี้ ไม่ว่าเราจะ วางแผนซ้อนแผน รัดกุม อย่างไร? สุ ดท้ายผลก็ไม่เป็ นไปตา มนั้นเสมอ ไป วางแผนสร้างบ้าน

วางโครง บ้าน ให้

แข็งแรง พื้นยกสู งพ้นนํ้าท่วม แต่สุดท้ายก็หนี ไม่พน้ อยูด่ ี เพราะถ้าเกิดแผ่นดินไหว พายุซัด นํ้าท่วมใหญ่ สิ่ งที่ ลงทุนไปทั้งหมดก็หายวับ ไปกับตาดัง่ เสกด้วยเวทมนต์ แล้วต้องมานัง่ กอดเข่าร้องไห้ฟูมฟาย ถ้างั้ นก็อย่าไปวางแผนสิ วางแผนไปก็ เสี ยเวลาทํามาหากิน เปลืองสมอง อันน้อยนิด โดยเปล่าประโยชน์ ถึงยังไง ไม่ว่าจะทําไร สุ ดท้ายก็ไม่เป็ นไปตามนั้น ปล่อยตามมีตามเกิด ดีกว่า ไม่ตอ้ งเครี ยด สบายใจดี

ค่อยคิด

แก้ปัญหาไปวันๆละกัน เปล่าเลย ชีวิตต้องวางบนรากฐานการ วางแผนที่ดี เยีย่ ม แต่เป็ นการวางแผนที่มีการ ไว้วางใจในพระองค์ผทู ้ รงเป็ นนักวางแผน


ที่ดีกว่า ดังนั้นก็จง "อย่าฝากความหวังใว้กบั ใครนอกจากอัลลอฮ" เพราะท่านนบีกล่าวว่า " ผูใ้ ดที่วอนขอการอภัยโทษเป็ นประจา อัลลอฮจะให้เขาพบทางออกจากทุกๆ

ทางตันและจะให้พ้นจากทุกๆความหม่นหมอง และพระองค์จะประทานปัจจัยยังชีพแก่ เขา อย่างที่เขาคาดไม่ถึง" เพราะเมื่อไหร่ ที่ไม่ได้เป็ นไปตามแผนที่วางไว้ เราจะไม่เศร้าโศรกเสี ยใจอาลัยอาวรณ์กบั มัน ถ้าเสี ยใจก็ไม่นาน เพราะอะไรนะหรื อ ? ก็เพราะ เรารู ้ว่าสิ่ งต่างๆนั้นมันไม่ใช่ของเรา เราเกิดมา จากสิ่ งที่ต่าํ ต้อยโสโครก ตัวเปล่าไม่มีอะไรติดตัวมาเลย พอมีเสื้ อผ้าสวมใส่ กห็ ลงผิดคิดเองเออเอง ว่ามัน เป็ น ของเรา มีรถ มีบา้ น มีทรัพย์สินเงินทองก็คิดว่ าเป็ นของเรา เป็ นอาการที่เรี ยกแบบ ทางการว่า ”หลงดุนยา ” เกิดความโลภบังตา ปกปิ ดหัว ใจให้มืดบอด ทําให้มองไม่เห็นโลกหน้า หลงคิดว่าโลกนี้จีรัง ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ที่พล่ามมาซะยาวเหยียด ก็เพียงต้องการจะ เน้น ยํ้าเตือน เราๆทุก คนไม่ว่าจะลูกเล็กเด็กแดง ว่า "และพวกเขาได้วางแผน และอัลลอฮก็ ทรงวางแผนด้วย และอัลลอฮฺนนั ้ เป็ นผูท้ รงวางแผนที่ดีเยี่ยม" (อาละอิมรอน : 54) แล้วคําว่า”ชีวิตชอบเล่นตลก”จะได้สูญพันธ์ไปจากพจนานุกรมความคิดเราเสี ยที ที่มาการ์ ตูน >> http://horjorgor.exteen.com/20100221/entry

>>นักแสดงอาชีพ


การเปลี่ยนแปลงไม่ใ ช่การแสดง... นับเป็นความเมตาอย่างมากมาย ที่อัลลอฮฺทรงมีให้กับเรา จะมีสักกี่คน

.... ที่

ถามว่า เรารู้ไหมว่าอัลลอฮฺ ทรงมอง อยู่ทุกการกระทาของเรา คาตอบคือ รู้

ตระหนักคิดใคร่ครวญให้เกิดความตักวาในหัวใจ ของเขา

ถามอีกว่า รู้ไหมว่าการงานต่างๆที่ทา มีมะลาอิกะฮฺคอยจดทุกการงานของเรา คาตอบ

หลายกิจกรรมที่พวกเราทาอย่าง มากมาย บางคนเคยผ่านมาเป็นสิบๆค่ายๆ บาง คนอาจเกือบร้อยค่าย (ไม่รู้ว่าเกินไปไหม ) แต่ที่ แน่ๆค่ายนั้นให้อะไรกับเรามากแค่ไหนหลังจาก จบค่าย .. หรือกลับมาเราก็ยังเหมือนเดิม รักษาเสม อต้นเสมอปลาย ซุบฮิสายยังไงก็ยัง สายอยู่อย่าง นั้น เรายัง เป็นอย่างนี้อยู่หรือ เปล่า ... บางทีเราก็คงต้องมาเริ่มกลับมาดู ตัวเอง มาตรวจสอบสิว่า กิจกรรมต่างๆ มากมายที่ทาลงไป มันมีความบารอกัตหรือไม่ เรื่องนี้เราต้องใส่ใจให้มาก คงต้องมาตรวจที่ เจตนาเราแล้วละที่ทาไปนะ ทาเพื่อใครกัน .. ถึง ทาให้จบจากกิจกรรมหรือค่ายไปไม่มีอ ะไรดีขึ้น เลย สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้เราตระหนักมากยิ่ง กว่าผลสาเร็จของกิจกรรมหรือค่ายนั้นค่ายนี้ นั้น ก็คือเราจะอยู่อย่างไรหลังจากนั้น

คือ รู้ ถามอีกว่าผลแห่งการงานจะถูก สอบสวนและต้องถูกตอบแทน คาตอบก็คือ รู้ เรารู้ไปทุกอย่างนั้นแหละ แต่ทาไมยัง ฝุาฝืน.. ทาไม .. เราบอกว่าเป็นเรื่องยาก ทาไมเราไม่ ทาให้มันง่ายล่ะ (ผมอาจพูดง่าย) แต่การที่ช่วย ให้ความดีที่เราทาไปให้เกิดความง่าย ดายเราจัก ต้องทาฝึกทาให้เป็นนิสัย ถามว่าเราต้อง แปรงฟันทุกวันไหม คาตอบคือต้องทุกวัน เพื่อ เป็นการทาความสะอาดในช่องปากของเรา (ไม่ เห็นจะยากเลยทุกวัน ) พอมาถามว่ากรุอาน เรา ต้องอ่านทุกวันไหม คาตอบคือต้องทุกวัน แต่ บางคนอาจเงียบไม่กล้าตอบเพราะว่ายังทาไม่ได้ อะไ รที่ยังทาไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ใช้ความ พยายามฝึกฝนจนเป็นนิสัย ในความยากลาบาก


ย่อมจะมีความง่ายดายเสมอ ถ้าวันนี้เราไม่เริ่ม

ชีวิตของผู้ศรัทธาจะต้ องได้รับการ

เราจะรอถึงเมื่อไรกัน ลมหายใจเรามันจะอยู่รอ

ทดสอบมากขึ้น ตามระดับขั้นของอีหม่าน เรา

เราไหมหรือว่าค่อยทาก็ได้ ให้แก่ก่อนค่อยไป

พร้อมไหม.... ที่ผมได้เขียนมาไม่ได้มีเจตนาจะว่า

สุเหร่า ให้รวยมากๆก่อนค่อยบริจาค ให้ว่างๆ

กล่าวใคร ถ้าทาให้ใครไม่พอใจก็ขออภัยในความ

ก่อนค่ อยอ่านกรุอาน หรือรอให้ถูกละหมาด

ผิดพลาดต่างๆที่มาจากส่วนที่มืดบอดในตัวผม

ก่อนจนถึงวันนั้นคงสายเกินไปแล้ว

ส่วนสิ่งไหนทีดีนั้นมาจากอัลลอฮโดยทั้งสิ้น แต่

การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่การแสดงให้ ใครเห็นว่าเราน่ะแหละดี เรานี้แหละแจ๋ว อย่างเช่นใส่โต๊บโพกผ้าสารบัน แต่กลับมาก็ยัง เอาเวลาทั้งหมดในวันหนึ่งไปกับการเล่นเกม หรือหมดไปกับสิ่งไร้สาระอื่นๆ หรือ เปลี่ยนมา ปิดหน้า ดูเรียบร้อยกลับไปก็หมดเวลาทั้งวันไป กับการดูหนังซีรีส์เกาหลีอะไรอย่างนี้ การ

อย่างไรก็ตามของให้มันเป็นข้อความที่อ่านแล้ว เกิดการเตือนในตัวเองและผู้อ่านทุกคน คนเขียน ไม่ใช่ ว่าจะดีกว่าคนอ่าน และคนอ่านก็ไม่ใช่ว่า ดีกว่าคนเขียน จะดีกว่าเมื่อนาสิ่งดีๆเหล่านี้มา ทาให้เกิดขึ้นจริง เราจะเดินไปด้วยกัน เราจะไม่ ทิ้งกันในเปูาหมายของพวกเราที่ใกล้เขามาแล้ว ....

เปลี่ยนมันจะต้องเปลี่ยนการเป็นอยู่ อยู่ อย่างไรให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นมุสลิม นี่แหละ อิสลามสอนมา ไม่ใช่บอกว่าเปลี่ยนจากนุ่งยีนส์ มาใส่โต๊บ นี่แหละฉันเปลี่ยนแปลงแล้ว

มัน

ไม่ใช่ .. มันเป็นการแสดงมันไม่ใช่การ เปลี่ยนแปลง คุณค่าของมันนั้นต่างกัน ความ แข็งแกร่งของเรามันจะเกิดขึ้นจากหัวใจที่ แข็งแกร่งมั่นในอีมานพร้อมเก็บเกี่ยวคาสั่งใช้ออก ห่างคาสั่งห้ามทุกอย่างเท่าที่มีความสามารถ

by หลานจุฬา


ตอบตัวเองในใจ >>

ทำไมฉันเป็นมุสลิม ? จากคาถามจงตอบตัวเองในใจโดยทาเครื่องหมายกากบาท

(x)ลงบนตัวเลือกที่

’ถูกต้ อง’สาหรับคุณ..

ก.เพราะพ่อแม่ฉันเป็ นมุสลิม ทวดฉันเป็ นมุสลิม ปู่ ฉันเป็ นมุสลิม พ่อแม่ฉนั เป็ นมุสลิม ไม่ เห็นแปลกที่ฉนั ก็จะเป็ นมุสลิม ก็ฉนั เกิดมาเป็ นมุสลิม ข้ าง บ้ านฉันก็เป็ นมุสลิม สังคมที่ฉนั เป็ นอยู่ก็เป็ นมุสลิม ทุกคน รอบตัวฉันต่างนับถือศาสนาอิสลาม ฉันเลยนับถืออิสลาม ด้ วย แต่ถ้าถามฉันว่าอะไรคืออิสลาม

?

ฉันไม่แน่ใจ

เหมือนกัน อิสลามไม่กินหมูหรือเปล่า? ฉันว่าใช่นะ

ข.เพราะชีวิตมุสลิม Relax ก็อิสลามไม่สนับสนุนให้ มีการสะสมทรัพย์ ฉันจึงทามาหากิน เพื่อให้ พอประทั ้งชีวิตได้ เช้ าๆก็ไปนัง่ ร้ านน ้าชา วิพากษ์ วิจารณ์การเมือง สายหน่อยก็พาเจ้ านกหัวจุกคู่ใจ ออกไปทัวร์ นาเมนท์ลา่ โตโต้ ดึกๆรวมตื่นมาเชียร์ บอลคู่โปรด ดูเสร็จหลับไม่ตื่นซุบฮฺ โอ้ ชีวิตมุสลิมช่ างแสนสุขเหลือหลาย ห่างไกลความเครียดเอย

ค.เพราะผูห้ ญิงมุสลิมสวยๆ ฉันแอบชอบผู้หญิงคนหนึง่ เขาเป็ นคนสวยมาก ให้ ตายสิ ฉันไม่เคยเห็นใครสวยเท่าเธอมาก่อน เธอทาให้ โลกนี ้สดใส ทาให้ ฉนั รู้ว่าควรจะดาเนินชีวิตต่อไปเพื่ออะไร แต่เธอบอกว่าเธอเป็ น มุสลิม ถ้ าจะใช้ ชีวิตกับเธอฉันจะต้ องเป็ นมุสลิมก่อน ฉันเลยเป็ นมุสลิม แม้ ต่อไปจะไม่ได้ กินหมู แต่ก็มีอย่างอื่นให้ กินอีกเยอะแยะนี ้


ง.เพราะอิสลามคือทางรอด เท่าที่ฉนั ศึกษามาไม่มีศาสนาใดที่สามารถตอบข้ อสงสัยของ ฉันได้ อย่างหมดจด อิสลามไม่ได้ มีบทบาทแค่เฉพาะในเรื่อง ที่เป็ นพิธีกรรมเท่านั ้น แต่ครอบคลุมตั ้งแต่เริ่มปฏิสนธิกระทั ้ง ลมหายใจสุดท้ าย ไม่ซิ

! ชีวิตหลังความตายอิสลา

มก็ได้

ชี ้แจงไว้ หมดแล้ วในอัลกุรอ านเล่ มเดียวกันกับในอดีตที่ไม่ เคยถูกบิดเบือน เปรียบดัง่ ธรรมนูญชีวิต เป็ นกุญแจไขประตู ทางรอดจากการลงโทษจากพระเจ้ าองค์เดียวของฉัน

>> >> >> >> >> >> >> โจทย์น้ ีไม่มีคะแนน ณ ด ุนยา แต่มีค่า ณ อาคิเราะฮฺ ดังนัน้ คิดสักนิดก่อนกา x >> ผูน ้ อบน้อม


ภารกิจ...ของอินอาม ...เสบียง “และผู้ใดเล่ าจะมีคาพูดที่ ดีเลิศยิ่งไปกว่ าผู้เชิ ญชวนไปสู่ อัลลอฮฺ และเขาปฏิ บตั ิงานที่ ดี และกล่ าวว่ า แท้ จริ งฉั นเป็ นคนหนึ่ งในบรรดาผู้นอบน้ อม” (ฟุศศิ ลตั : 33)

ณ ห้ องเรี ยน วิ ชาการพูดขัน้ สู ง พวกคุณมีคาํ ถามสําหรับการสอบนอกตารางที่ใกล้จะมาถึงนี้ไหม เอาให้เคลียร์ ในห้องนะ ผมจะไม่ตอบคําถามพวกคุณ หลังจากก้าวออกจากห้องเรี ยน “ไม่จาํ กัดขอบเขตในการนําเสนอใช่ไหมคะ แม้จะเป็ นเรื่ องศาสนา

?”

อินอามยกมือพร้อม

คําถามที่เพื่อนในคลาสต่างคุน้ เคย อาจารย์ผสู ้ อนเหมือนรู ้ ล่วงหน้าถึงสิ่ งที่ฉันได้เอ่ยถาม ท่านนิ่งไปครู่ หนึ่ง ก่อนจะตอบ “ครั้งนี้ผมอนุญาตคุณ” รอยยิม้ ปรากฏบนใบหน้าของอินอาม แน่นอนเธอพอใจในคําตอบของอาจารย์เป็ นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ มีการสอบพรี เซ้นท์ในลักษณะคล้ายๆกัน และทุกการพรี เซ้นท์ถูกห้ามมิให้พูดถึงเรื่ องศาสนา อาจารย์ท่านให้เหตุผลว่า ศาสนาเป็ นเรื่ องละเอียดอ่อน เกรงจะเกิดความขัดแย้งขึ้นในภายหลัง... แม้อินอามจะพยายามอธิบายเหตุผลในประเด็นที่เธอต้องการนําเสนอหน้าชั้น ว่าแม้เป็ นประเด็นศาสนา เธอจะไม่สร้างความขัดแย้งใดๆให้เกิดขึ้นเป็ นอันขาด เธอขอแค่ได้ นําเสนอ ความสวยงามของอิสลาม ที่ทุกคนไม่เคยได้รับทราบ แค่น้ ีจริ งๆที่เธอต้องการ การสอบในครั้งนี้ .. ตื่นเต้น กว่าครั้งใด เธอ มีเวลา 1 อาทิตย์ เพื่อเตรี ยมใจ และการสอบครั้งนี้แทบไม่ตอ้ งอาศัยการเตรี ยมตัวใดใดเลย ด้วยกติกาของการสอบ ที่ทา้ ท้ายกว่าครั้งใด เพราะเรื่ องที่แต่ละคนจะต้องสอบพูด มาจาก ฉลาก ที่หยิบได้ ณ วินาทีน้ นั เดี๋ยวนั้น


แน่นอน ทุกคนมีเวลาคิด และเตรี ยมตัวเพื่อจะพูดเรื่ องใดก็ตามแต่ แค่ เสี้ ยววินาที.....เพราะนี่เป็ น การสอบพูดสด “ระยะเวลา 15 นาที จะมากไป หรื อน้อยไป สําหรับเรื่ องที่ฉันได้พูดนะ” เธอกังวลในใจ และที่สาํ คัญที่สุด เธอ จะทําอย่างไร เพื่อให้ฉลากที่เธอหยิบได้ เชื่อมโยงกับอิสลาม !! ”ด้ วยการช่ วยเหลือของอัลลอฮฺ พระองค์ ทรงช่ วยเหลือผู้ที่พระองค์ ทรงประสงค์ และพระองค์ เป็ นผู้ทรงอานาจ ผู้ทรงเมตตาเสมอ”

(อัรฺรูม : 5) เมื่อวันสอบมาถึง รหัส 0153 เชิญครับ ...... (OoO) ทุกสายตาจับจ้อง ยังจุดเดียว เวทีสมมุติถูกจัดขึ้นเพื่อการเก็บคะแนนครั้งสุ ดท้ายนี้โดยเฉพาะ อินอาม กล่าว “บิสมิลละฮฺ ” ก่อนใช้มือขวาหยิบฉลาก เธอค่อยๆคลี่มว้ นกระดาษชิน้ จิ๋วที่หยิบได้ออก อินอามเบิกตาโพลงเมื่อเห็นคําในฉลาก

‘สัตว์ ’ มาชาอัลลอฮฺ ...... สัตว์ เธอคืนฉลากที่หยิบได้ให้อาจารย์ ในห้องเรี ยนมีเพียงเธอ อาจารย์ และอัลลอฮฺ เท่านั้นที่ทราบว่าฉลากที่หยิบได้ คืออะไร เธอแทบอยากจะต่อระยะทางระหว่าง โต๊ะอาจารย์ถึงเวที ที่แม้จะห่างกันไม่กี่กา้ ว ให้ยดื ยาวเป็ น กิโลเมตร เพื่อจะได้มีเวลาคิด อีกสักนิดก็ยงั ดี ....แต่ ไม่ทนั แล้ว!! ทุกก้าวที่เดินไปยังเวที สมองของอินอามกําลังทําการประมวลอย่างหนักถึงเรื่ องราวต่อจากนี้ที่ จะต้องเรี ยบเรี ยงออกไป จะทําอย่างไรให้เกี่ยวกับอิสลามนะ !! @O@


มือไม้สั่นไปหมด หัวใจก็เต้นแรงขึ้นเรื่ อยๆ แต่ลึกๆแล้ว เธอเชื่อว่าการช่วยเหลือของอัลลอฮฺ ตอ้ งมาถึงอย่างแน่นอน !! อินอามหลับตาไปชัว่ ครู่ อืมมม ....การช่วยเหลือมาแล้วจริ งๆ เธอยิม้ ให้ทุกคนที่กาํ ลังรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ “เรี ยน ท่านอาจารย์ที่เคารพ และสวัสดีเพื่อนนักศึกษาที่น่ารักยิง่ ทุกคนคะ ............” ^^ (ติดตามอ่านต่อฉบับหน้า )

“และบรรดาผู้ต่อสู้ ดิน้ รนในทางของเราแน่ นอนเราจะชี ้แนะแนวทางที่ ถกู ต้ องแก่ พวกเขาสู่ ทาง ของเรา และแท้ จริ งอัลลอฮฺ ทรงอยู่ร่วมกับผู้กระทาความดีทั้งหลาย” (อัลอังกะบูต : 69)


เคยได้ยินบ้างไหม? เวลาที่คุณบอกว่า “ฉันไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้” พระเจ้าบอกคุณว่า “พระองค์จะทรงนาทางให้แก่คุณ” เวลาที่คุณบอกว่า “มันเป็นไปไม่ได้” พระเจ้าบอกคุณว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ” เวลาที่คุณบอกว่า “ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน” พระเจ้าบอกคุณว่า “พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งคุณและไม่เคยลืมคุณเลย” เวลาที่คุณบอกว่า “ฉันกลัวเหลือเกิน” พระเจ้าบอกคุณว่า “อย่ากลัวเลยพระองค์ทรงอยู่กับคุณเสมอ พระองค์จะทรงทาให้คุณเข้มแข็ง และทรงช่วยเหลือคุณ” เวลาที่คุณบอกว่า “ฉันเหนื่อยเหลือเกิน” พระเจ้าบอกคุณว่า “ให้คุณวางใจและมอบหมายแก่พระองค์เถิดในทุกการงานที่เป็นภาระและ ทาให้คุณเหนื่อยล้า พระองค์จะทรงทาให้คุณได้พักผ่อ”น เวลาที่คุณบอกว่า “ฉันไม่รู้จะเดินต่อไปอย่างไรดี” พระเจ้าบอกคุณว่า “พระองค์จะทรงแสดงให้เห็นถึงหนทางนั้น” เวลาที่คุณบอกว่า “หนทางใดกันที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่ฉัน?” พระเจ้าบอกคุณว่า “แนวทางแห่งอิสลาม” และหากคุณต้องการรู้ทุกอย่าง ที่พระเจ้าต้องการบอกคุณ ... “อ่านอัลกุรอ่าน” พระเจ้าต้องการมอบของขวัญอันล้าค่าแห่งชีวิตให้แก่ฉัน ... พระองค์จึงทรงมอบอิสลามให้แก่ฉัน ... อัลลอฮฺ คือพระเจ้าของฉัน และพระองค์ ก็คือ พระเจ้าของคุณ เพียงแค่คุณเปิดใจที่จ ะทาความเข้าใจอิสลาม คุณก็จะเข้าใจถึงหนทางที่สวยงามที่สุดของชีวิต … Art – Sci Gals …


บทความอาจารย์บรรจง บินกาซัน, - iBNu jABaL-, Art-Sci gals,Filastine Krzb, >> ก้ อนดิน, >> บ้านครัว, >>นักแสดงอาชีพ,หลานจุฬา, >> ผูน้ อบน้อม, ...เสบียง

และที่ขาดไม่ได้คือ ทีมงานอันนูรและทีมงานเย็บเล่มทุกคน

ร่ วมส่งคาถาม หรื อพูดคุยกันได้ ที่ annur_psu@hotmail.com


ฉบับที่4 พฤศจิกายน 2553  

annur, muslim

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you