Issuu on Google+

อุเคียว จอมผนึก

ผมจะสะกด ความทุกข์ของคุณ ฉบับทดลองอ่าน


คนไร้ค่าที่น่าชิงชัง พอย้อมผมเป็นสีแดงที่เหมือนจะลุกไหม้แล้วเดินออก มาจากร้านเสริมสวย เส้นทางกลับบ้านก็ดูพลุกพล่าน “ไฟไหม้?” เสียงไซเรนหนวกหูของรถดับเพลิงเร่งรีบไปยังสถานที่ เกิดเหตุ กับแสงสว่างที่ส่องให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวนั้น คือสีของไฟไม่ผิดแน่ จะว่าไปแล้ว ทั้งเมื่อวานกับเมื่อวานซืนก็ รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของรถดับเพลิงตรงที่ไหนสักแห่ง แถวนี้ไฟไหม้บ่อยจัง นี่เป็นเดือนเมษายน ฤดูใบไม้ผลิที่ตอนกลางคืนยัง หนาวเย็นในช่วงซากุระบาน แต่ดเู หมือนว่าไฟไหม้จะไม่จำเป็น ต้องเกิดช่วงกลางฤดูหนาวเสมอไป





ไฟขนาดใหญ่ที่ โมโมเอดะ สึนาคิ นึกออกก็คือ ดง โดยากิ* ตอนวันปีใหม่ ไฟที่ดูขลังซึ่งถูกจุดขึ้นในคืนข้างแรม ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดเหมือนกับมันเชื่อมต่อศาลเจ้าที่ เห็นจนชินตาตั้งแต่สมัยเด็กกับโลกวิญญาณที่ไม่รู้จักที่ไหนสัก แห่ง จนทำให้รู้สึกใจเต้นตึกตัก จะลุกไหม้แบบไหนกันนะ ไม่ใช่วา่ เผาอะไรหรือว่าเผาอย่างไร แต่เขารูส้ กึ ติดใจใน ตัวไฟของมันเอง เขารู้สึกตื่นเต้นกับเปลวไฟขนาดใหญ่ที่อยู่ ใกล้ๆ สึนาคิกลายเป็นหนึ่งในญี่ปุ่นมุง แล้วสาวเท้าสู่สถานที่ เกิดเหตุด้วยท่าทางชื่นบาน เขาวิ่งจนเส้นผมสีแดงปลิวไปตามแรง เมื่อไปถึงก็พบ ว่าบ้านของสึนาคิได้กลายเป็นสีแดงไปเสียแล้ว “—โกหกน่า.......´” สึนาคิจอ้ งมองอพาร์ตเม้นต์ทต่ี อนนีล้ กุ ไหม้และส่งเสียง ดังกึกก้อง มีประกายเพลิงปลิวว่อนอย่างงงงัน พอมาถึงเส้นทาง กลับบ้านของตัวเองพร้อมกับผู้มุงดูเหตุการณ์ที่มารวมตัวกัน แล้วเขาก็เริม่ รูส้ กึ ไม่ดี ทัง้ ทีค่ ดิ ว่าถ้าอยูใ่ กล้มากก็คงลำบาก แต่ ไม่นึกว่าสถานที่เกิดเหตุไฟไหม้นั่นจะ...... * ดงโดยากิ (Dondoyaki) - พิธีเผาเครื่องประดับประตูในวันปีใหม่ของ ญี่ปุ่น โดยมักจะเป็นวันที่ 15 มกราคม 


อพาร์ตเม้นต์เล็กๆ สองชั้นจำนวนแปดห้องสร้างด้วย ไม้ขนาดหนึ่งห้องหกเสื่อ ไม่มีห้องอาบน้ำ ส่วนสุขาก็ให้ใช้ร่วม กัน อายุกว่าสามสิบปีตกอยู่ในกองเพลิงอย่างสิ้นหวัง เผยให้ เห็ น โครงสร้ า งเหมื อ นกั บ ฉากประกอบภาพยนตร์ ร าคาถู ก เฉพาะบริเวณนี้เท่านั้นที่กระแสอากาศเย็นถูกไฟจากอัคคีภัย พัดจนอุ่นขึ้นมา มันเป็นที่พักราคาถูกที่เขาหาได้ในที่สุด หลังออกจาก ชนบทมาได้เป็นวันที่สาม ระหว่างที่พักอยู่ในโรงแรมธุรกิจ เพราะไม่อาจเอื้อมหาบ้านในเขตเมืองใหญ่ของโตเกียว** จึง ต้องตระเวนไปทั่วบริษัทนายหน้าที่รับจัดหาที่อยู่ของเขตเมือง และหมู่บ้านบริเวณรอบนอก เขาเพิ่งจะเข้าไปอยู่เมื่อวาน ของ ที่อยู่ในห้องคือกระเป๋ากีฬาที่ใส่ชุดสำหรับเปลี่ยนกับถุงนอน หนึ่งใบ สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ข้าวของภายในห้องยังไม่มี สักชิ้น แต่ตอนนี้ที่จ่ายทั้งเงินค้ำประกัน เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงิน

ค่าจัดการ และค่าเช่าบ้านไปหมดแล้ว ในธนาคารจึงเหลือ เพียงแค่เงินเล็กน้อยสำหรับการดำรงชีวิตในเดือนนี้เท่านั้น แต่ ก็ยังพอจะคิดในแง่ดีได้ว่า เพราะออกไปข้างนอกก็เลยไม่รู้สึก หวาดกลัวแถมยังไม่มีบาดแผล ที่สำคัญก็ยังเหลือกีต้าร์ตัว สำคัญอยู่




..พวกเราไม่มีที่อยู่— จากวันนี้ไปไม่มีที่อยู่— ทั้ง ญาติทั้งคนรู้จักในละแวกนี้ก็ไม่มี—..... บทเพลงความรู้สึกว่างเปล่าในตอนนี้ดังก้องในสมอง ของสึนาคิ แต่ว่าถึงจะหนีหรือไม่หนีจากความจริง สภาพ ปัจจุบนั ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รุ่นพี่ที่ทำงานสำนักงานดนตรี ซึ่งเดิมนัดว่าจะมาเยี่ยมวันพรุ่งนี้ด้วยการแนะนำของอาจารย์ สมัยมัธยมปลาย ก็ต้องไปอเมริกาเพราะมีงานเข้ากะทันหัน เสียแล้ว เขาเองก็เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ตอนที่อยู่ใน ร้านเสริมสวยเมื่อกี้เอง นอกจากไม่มีการนัดหมายแล้วที่อยู่ อาศัยก็ยังไม่มีอีก สึนาคิได้แต่จ้องมองเปลวไฟอย่างเหม่อลอย “เจ้านัน่ เป็นคนร้าย! ฉันเห็นเขาตอนเกิดไฟไหม้เมือ่ วาน กับเมื่อวานซืน!” เขาได้ยินเสียงตะโกนของผู้หญิงสูงวัยจากที่ห่างออก ไปเล็กน้อย หวา—วางเพลิงเหรอเนี่ย....... ที่ถูกเผาไปเป็นอพาร์ตเม้นต์ที่สึนาคิเช่าเอาไว้ แต่ เจ้าของบ้านคงจะทนไม่ได้ล่ะมั้ง “เอ้า นั่นไง! ชายหนุ่มคนนั้นน่ะ! รีบจับเร็วเข้าสิ!” เขารู้สึกถึงบรรยากาศตึงเครียดด้วยเสียงตะโกนของ ผู้หญิงที่เป็นพยานรู้เห็น สึนาคิเองก็หันกลับไปมองพร้อมกับ พวกผู้มุงเหตุการณ์ที่ส่งเสียงดัง ด้านข้างของผู้หญิงที่เหมือน 


จะเป็นแม่บ้านในละแวกนี้ในชุดปกติ มีตำรวจหนุ่มสองคนใน ชุดเครือ่ งแบบกำลังมองไปรอบๆ บริเวณโดยรอบค่อนข้างสว่าง ด้วยแสงของเปลวไฟ ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ คงสามารถเห็นหน้า คนร้ายได้อย่างชัดเจน “ผู้ชายผมแดงคนนั้นไง!” เหล่ า คนมุ ง ที ่ อ ยู ่ โ ดยรอบต่ า งถอยห่ า งออกอย่ า ง รวดเร็วเหมือนกับตอนที่โมเสสแยกทะเลออกด้วยเสียงตะโกน ของแม่บ้านผู้เป็นพยานเห็นเหตุการณ์ “เอ๋......?” ในกลุม่ ผูม้ งุ ดูทม่ี ารวมกันมีวยั รุน่ ทีท่ ำทรงผมประหลาดๆ อย่างสีทอง สีน้ำตาลอยู่จำนวนมาก แต่ว่าคนที่ทำผมสีแดงมี สึนาคิเพียงคนเดียว “ปะ เปล่า ผม......” สึนาคิที่จู่ๆ ก็ถูกจับตามองและไม่รู้เหตุผลว่าทำไมจึง ถูกกล่าวหาเช่นนั้นตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก “ตอนที่เห็นเมื่อวานไม่ได้มีสีผมแบบนั้น! ทรงผมก็ เปลี่ยนไป.....! คงย้อมเพราะตั้งใจจะปลอมตัว! ต้องเป็นอย่าง นั้นแน่ๆ! เด็กคนนั้นเป็นคนร้ายวางเพลิง!” ในโลกนี้ ความคิดเห็นของผู้ที่เสียงดังดูเหมือนจะได้ รับการยอมรับ เสียงชี้แจงของสึนาคิถูกเสียงดังของแม่บ้าน กลบหายไปโดยสิ้นเชิง 


เชื่อว่าเป็นฉันจริงๆ เหรอเนี่ย? สึนาคิตกใจที่ถูกแม่บ้านซึ่งอ้างตัวว่าเป็นพยานผู้เห็น เหตุการณ์ชี้ตัวเรื่องที่วันนี้เขาเปลี่ยนทรงผมและย้อมเป็นสีแดง แต่ว่าสำหรับสึนาคิที่เพิ่งจะมาถึงสถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นั้น การก่ออาชญากรรมย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด “เดี๋ยวสิ เธอน่ะ!” ตำรวจดันตัวแทรกช่องว่างที่ผู้มุงดูเว้นไว้เข้ามาใกล้ อย่างไม่เกรงใจแล้วคว้าแขนของสึนาคิเอาไว้ “ขอฟังเรื่องราวหน่อยสิ” “อะ เอ่อ คือ.....” สึนาคิที่ไม่ทันคิดปฏิกิริยาตอบโต้และหนีไม่ได้ ถูก ตำรวจจับแขนจากทัง้ ซ้ายขวา พาตัวไปเหมือนกับสิง่ ของโดยที่ ไม่อาจต่อต้านอะไรได้เลย ในโลกนี้ มีมนุษย์ทถ่ี กู เรียกว่า ‘คุณป้า’ ซึง่ เป็นแม่บา้ น ช่างคุยแม้เพียงข่าวสารทีถ่ กู ปล่อยไว้เพียงแค่แว่บเดียวในบริเวณ ใกล้เคียงนัน้ เป็นสิง่ มีชวี ติ ทีส่ มควรหวาดกลัวและประมาทไม่ได้ ด้วยความที่มีสายตาช่างสังเกตอันเฉียบแหลมและพลังในการ ขับเคลือ่ นอันยอดเยีย่ ม แม่บา้ นทีก่ ล่าวหาสึนาคิวา่ เป็นคนร้าย ได้ให้การเป็นพยานแบบเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจว่าเห็นสึนาคิ ตรงนัน้ ของเมือ่ วานตอนกีโ่ มงกีน่ าที และตรงโน้นของเมือ่ วานซืน ตอนกี่โมงกี่นาทีได้อย่างชัดเจน ถ้าดูจากเรื่องผมแล้ว คนที่ถูก 


เห็นก็คือสึนาคิไม่ผิดแน่ แต่คำให้การของแม่บ้านที่อ้างตัวเป็น พยาน แม้จะเปี่ยมล้นด้วยพลังในการเกลี้ยกล่อมจากปริมาณ เสียงที่ไม่อาจเพิกเฉยกับความกดดันที่ถูกปล่อยออกมาจาก ร่างกายนั้น แต่เธอก็ไม่ได้พูดว่า เห็นเขาตอนเสี้ยววินาทีที่วาง เพลิง ถึงจะจำรูปร่างของ���ึนาคิได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเห็นสึนาคิเป็น คนจุดไฟ แถมอัคคีภัยทั้งสามครั้งเกิดขึ้นในรัศมีห้ากิโลเมตร แต่เวลาห่างกันจุดละสองชั่วโมง กลุ่มผู้มุงดูที่ชื่นชอบการมา รวมตัวกันชมเพลิงไหม้ก็ไม่มีทางจะเหมือนกันทั้งสามครั้ง มนุษย์ที่สามารถมามุงดูได้ทั้งวันนี้ เมื่อวาน และเมื่อวานซืนก็ คงมีจำกัด ถ้าบอกว่าเห็นทั้งสามครั้งมันก็คงจะน่าสงสัยจริงๆ ...... หากยกเรื่องของวันนี้เป็นตัวอย่างล่ะก็ เวลาที่สถานี ดับเพลิงได้รับโทรศัพท์จากผู้พบเห็นคนแรก สึนาคิยังอยู่ใน ร้านเสริมสวย แม้ว่าแม่บ้านที่อ้างตัวเป็นพยานจะมีอารมณ์ ตื่นเต้นสุดๆ และตัดสินว่าสึนาคิเป็นคนร้ายวางเพลิงไปแล้ว แต่สำหรับสึนาคิทเ่ี วลาในการเกิดเพลิงไหม้กบั สถานทีไ่ ม่ตรงกัน การก่อเหตุจึงเป็นไปไม่ได้ ทั้งเมื่อวานซืนและเมื่อวานก็เหมือน กัน ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ที่ถูกเผาในวันนี้ยังเป็นอพาร์ตเม้นต์ ที่สึนาคิเพิ่งเข้ามาอาศัยอีก แล้วทำไมเขาจะต้องอุตส่าห์ไปทำ เรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องไปใช้ชีวิตข้างถนนอีกล่ะ 


ถึงแม้จะดูไม่ค่อยดีและยังย้อมผมเป็นสีแดงเข้ม แต่ ความจริงเรื่องที่สึนาคิเพิ่งย้ายจากชนบทมาเข้าเมืองหลวงนั้น ก็สามารถตรวจสอบทั้งชาติกำเนิดและความประพฤติได้อย่าง ง่ายดาย ตอนช่วงเวลาก่อเหตุของทั้งสามวัน เขาอยู่กับนาย หน้าหาบ้านบ้าง เข้ารับฟังคำเตือนต่างๆ ของการเข้าอาศัยใน อาคารหลังใหญ่บ้าง ย้อมผมอยู่ในร้านเสริมสวยบ้าง สึนาคิ จึงได้รับการพิสูจน์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับอัคคีภัยครั้งไหนทั้งสิ้น เมือ่ ใช้ชวี ติ ค้างคืนอยูใ่ นสถานทีค่ วบคุมตัวในคืนทีส่ าม ของการเข้าเมืองหลวง สึนาคิก็แก้ข้อสงสัยได้อย่างปลอดภัย “ไม่มอี ะไรทีน่ กึ ออกอย่างพวกสตอล์กเกอร์บา้ งเหรอ?” “ไม่มีเด็กที่เป็นแฟนตามติดเธอเลยเหรอ?” สึนาคิตกใจทีถ่ กู ตำรวจสองคนตรวจสอบเพือ่ ความแน่ใจ “ผมน่ะเหรอครับ? เรือ่ งแบบนัน้ น่ะไม่มที างหรอกครับ!” กีตาร์เป็นสมบัติของสึนาคิ เขาจึงให้ความสำคัญพก ติดตัวเดินไปไหนมาไหนตลอด แต่ว่าเขาเล่นดนตรีได้ห่วยแตก ร้องเพลงก็ไม่เก่ง จึงไม่มีการแสดงต่อหน้าคนอื่น ดังนั้นคนที่ จะเป็นแฟนของสึนาคิแล้วไล่ตามหรือสตอล์กเกอร์นั้นก็ไม่มี ทางเป็นไปได้หรอก คนทีห่ วั เราะเยาะสึนาคิทย่ี งั ไม่มอี ะไรทีจ่ ะอวด แต่กลับ ไม่เรียนต่อ ไม่หางานทำ แล้วเข้าเมืองหลวงมาคนเดียวเพื่อ 10


มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่เกี่ยวกับดนตรีก็คงจะมีอยู่ แต่คนที่อิจฉา ชิงชังแล้วขัดขวางนั้นไม่มีแน่ “งั้นเหรอ.....ยังไงดีล่ะ รู้สึกเหมือนคนร้ายต้องการก่อ เพลิงไหม้รอบๆ ตัวเธอเพื่อจะได้เข้าใกล้เธอได้ยังไงไม่รู้สิ” “เฮ้อ.......” ถูกพูดอย่างนั้นแล้วสึนาคิก็ออกมาจากสถานีตำรวจ ด้วยความหนักใจ แน่นอนว่าถ้าติดกันสามครั้งก็คงไม่อาจคิดได้ว่าเป็น เรื่องบังเอิญ ในสถานที่เกิดเพลิงไหม้ก็มีผู้มุงดูมารวมตัวกัน จำนวนมาก เมื่อสองครั้งก่อนหน้านี้ สึนาคิผ่านตรงจุดที่ใกล้ สถานที่ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้ และได้ยินเสียงไซเรนของรถ ดับเพลิงจากในอาคาร การที่สึนาคิกลายเป็นผู้มุงดูแล้วไปดู เหตุการณ์เพลิงไหม้นั้นมีเพียงแค่เมื่อวานเท่านั้น ทั้งที่เป็น แบบนั้นแล้ว แต่ทำไมสึนาคิถึงดึงดูดสายตาของแม่บ้านคน นั้น แล้วหลงเหลืออยู่ในความทรงจำถึงขนาดถูกคิดว่าเป็น คนร้ายวางเพลิงได้อีก นั่นล่ะที่เป็นปริศนา “อาจจะจำผิดกับคนที่คล้ายกันก็ได้ล่ะมั้ง” ว่ากันว่าในโลกนี้มีคนที่คล้ายกับตัวเองอยู่สามคน การถูกจำผิดกับใครบางคน ถูกไล่ตามแล้วถูกวางเพลิงนั้นเป็น เรื่องที่ยุ่งยากทีเดียว “ระหว่างนั้น ก็ถูกแทงบ้าง” 11


หลังจากพูดกลั้วหัวเราะ สึนาคิก็รู้สึกเหมือนเรื่องที่พูด จะกลายเป็นความจริงขึน้ มา เขาตัวแข็งทัง้ ทีย่ งั ยิม้ ค้าง สถานที่

ที่สึนาคิเดินอยู่ในตอนนี้เป็นมุมหนึ่งที่ถูกล้อมรอบด้วยโรงงาน และลานจอดรถอย่างน่ากลัว แถมเมื่อทอดสายตามองไป รอบๆ ก็ไม่มีวี่แววของผู้คน เสร็จกัน.......´ เผลอพาตัวเองเข้ามาในถนนที่เหมือนจะเชื้อเชิญให้ เข้ามาโจมตีแบบนี้ซะแล้ว อะไรบางอย่างถูกโยนมาตรงหน้าจากทางด้านข้าง “หวา!” สึนาคิที่ตกใจอย่างมากอาละวาดเพื่อจะสะบัดสิ่งที่ปิด ใบหน้าออกจนกลิ้งล้มก้นกระแทกพื้น แม้จะป้องกันตัวด้วย การปัดป่ายมือไปมา พร้อมพูดว่าอย่าเข้ามาใกล้นะ อย่าแตะ ต้องนะ อย่าเข้ามานะ แต่ก็ไม่มีใ ครทำอันตรายเขา ก็แค่ใบปลิวที่ลอยมากับลมแล้วปิดหน้าของเขาโดย บังเอิญเท่านั้น “......อะไรเนี่ย” เมื่อเลื่อนใบปลิวที่ปิดหน้าออก วิสัยทัศน์ก็ชัดเจนขึ้น พอรู้ว่าไม่มีอะไร สึนาคิก็โล่งอก ขณะที่ถอนหายใจด้วยความ 12


โล่งอกนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ว่าตัวเองอาละวาดเป็นจุดเด่นอยู่คน เดียวแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย “ให้ตายสิ ทำให้ตกใจหมดเลย!” เพราะถูกปิดหน้าในช่วงจังหวะที่ยอดเยี่ยม เขาก็เลย รู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ สึนาคิกำใบปลิวที่ติดอยู่กับหน้าตั้งใจจะ โยนทิ้ง แต่ก็สังเกตเห็นตัวอักษรว่า ‘พร้อมที่พักอาศัย’ เข้าโดย บังเอิญ เขาจึงกางใบปลิวออกกว้าง ประกาศรับสมัครพนักงาน....... ไม่ใช่ทั้งสิ่งพิมพ์หรือการถ่ายเอกสารจำนวนมาก แต่ ถูกเขียนด้วยหมึกเป็นตัวอักษรสวยงามทีละแผ่นๆ ดูคล้ายของ โบราณ ด้านหลังมีรอยของกาวทีเ่ หมือนเคยไปแปะติดอยูท่ เ่ี สา โทรศัพท์หรืออะไรสักอย่างมาก่อน รอยนั้นยังใหม่อยู่ และไม่มี ร่องรอยเปียกฝนสักนิด

รับสมัครพนักงานทั่วไป เพศชายอายุ 18-25 ปี มีอาหารให้สามมื้อ พร้อมห้องพักเป็นห้องส่วนตัว ยินดีรับผู้ไม่มีประสบการณ์ ใบรับรองคุณวุฒิไม่จำเป็น เงินเดือนสูง เอาใจใส่เป็นอย่างดี มีประกันภัย โบนัสทุกประเภท รายละเอียดต่างๆ ให้มาพบหน้าแล้วคุยกัน มุโคกาวะ อุเคียว ตัวแทนเซคคะอัน สมาคมดาวห้าแฉก องค์กรศาสนา 13


ที่บอกว่าเป็นองค์กรศาสนาคงเป็นสถานที่จำพวกวัด สินะ สรุปก็คือประกาศรับสมัครผู้ชายทำงานทั่วไปในวัด? บางที คงแบบคุณตาของซาโยจังในอิคคิวซังสินะ ถึงจะเป็นความรู้เพียงน้อยนิดจากอนิเมสมัยก่อนที่ เคยดูในเคเบิลทีวี แต่คาแร็คเตอร์นั้นก็ทำอาชีพดังกล่าว แม้ สึนาคิจะไม่ค่อยรู้ว่าชีวิตภายในวัดเป็นแบบไหนก็เถอะ ถ้าเป็นงานที่คุณตาทำได้ ฉันเองก็น่าจะทำได้ด้วยสิ ไม่ใช่ว่าต้องสวดมนต์ นั่งสงบจิต นั่งสมาธิหรือศึกษาเล่าเรียน เหมือนกับพระนี่นะ เสนอทัง้ ทีพ่ กั อาศัยและอาหารให้ แถมยังได้หอ้ งส่วนตัว อีก แม้จะไม่รู้แน่ชัดเรื่องเงินเดือน เวลาทำงานจริงกับชั่วโมง การทำงานทั้งหมดก็เถอะ แต่อย่างที่เลวร้ายที่สุดก็น่าจะจ่าย ในขอบเขตมาตรฐานค่าแรงขั้นต่ำ เงื่อนไขในการสมัครงาน ทั้งหมดก็เคลียร์แล้วสำหรับสึนาคิที่บ้านถูกเผาจนไม่มีที่อยู่ และไม่ได้คาดหวังอะไรสักนิด “ถึงจะแค่คุย แต่ก็ลองไปถามดูดีมั้ยนะ” ระยะทางก็สามารถเดินไปได้ สึนาคิรู้สึกเหมือนว่านี่ เป็นโชคชะตาอะไรสักอย่าง จุดหมายทีแ่ ผนทีเ่ ขียนไว้ตรงมุมแผ่นประกาศ สามารถ เดินไปถึงได้ภายในเวลาประมาณสามสิบนาที เป็นมุมหนึ่ง

14


ของเทรามาจิ* ที่เงียบสงบ มีประตูบ้านแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เรียง ต่อกัน เซคคะอันนัน้ หาพบได้ในทันที เพราะประตูเปิดอยู่ สึนาคิ จึงลองเข้าไปข้างใน “ขอโทษคร้าา���าบ” พอสึนาคิเข้าเขตวัดและลองส่งเสียงเรียก ก็มคี นออกมา จากด้านหลังของอาคาร เขาเป็นชายหนุ่มสวมกิโมโนสีขาวกับ ฮากามะสีดำ และสวมแว่นตากรอบเงินมองมาสึนาคิแล้วส่ง รอยยิ้มออกมา “สวัสดีครับ ได้รับโทรศัพท์แล้ว คุณมุราคามิใช่มั้ย ครับ?” เสียงของชายหนุม่ ฟังดูเย็นสบาย ให้ความรูส้ กึ อ่อนโยน นุ่มนวล “อ๊ะ ไม่ใช่ครับ.....อยากขอคำอธิบายเนื้อหางานกับ มาสัมภาษณ์น่ะครับ” “อย่างนั้นเหรอครับ ได้รับแนะนำมาจากทางไหนเหรอ ครับ?” พอถูกถามอย่างสงบเยือกเย็น สึนาคิก็ให้ดูกระดาษที่ ถือไว้ในมือ * เทรามาจิ (Teramachi) เป็นชื่อของเขตพื้นที่ที่มีวัดตั้งอยู่ สามารถพบได้ ในเมืองทั่วญี่ปุ่น โดยเขตเทรามาจิที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด อยู่ในจังหวัด เกียวโต 15


“ดูประกาศรับสมัครพนักงานนี่น่ะครับ” ชายหนุ่มมองกระดาษที่สึนาคิยื่นออกมา แล้วก็ยิ้ม พร้อมร้องอ้อออกมาเบาๆ “หนึ่งในสองของแผ่นประกาศที่ผมติดไว้เมื่อวานซืน สินะครับ” พอถูกพูดด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้รู้สึกสดชื่นสบายๆ เขา ก็ตอบว่าใช่ครับ แล้วสึนาคิก็รู้สึกถึงสิ่งที่อยู่ในรอยยิ้มสงบ เยือกเย็นของชายหนุ่ม เขาจึงรีบร้อนรนพูดต่อ “ไม่ได้ดึงออกมานะครับ! มันปลิวมากับลมน่ะครับ!” โดยปกติแล้ว ประกาศแบบนี้ห้ามดึงออกแล้วถือมา แต่บังเอิญของที่ถูกดึงออกปลิวมาหา สึนาคิก็เลยถือเอาไว้ เท่านั้น “ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ” “เป็นความจริงนะครับ!” “งั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าทั้งที่ยังยิ้มแย้ม “ถ้างั้น ก็ให้เป็นแบบนั้นแล้วกันนะครับ” จริงๆ นะคร้าบ~~~~! ไม่ว่าจะพูดซ้ำสักกี่ครั้งก็ดูเหมือนจะไม่ยอมเชื่อแน่ๆ แต่เขาก็ไม่อยากให้มันกลายเป็นการโต้เถียงที่หาข้อยุติไม่ได้ สึนาคิจึงได้แต่น้ำตาท่วมอยู่ภายในใจ แล้วหยุดโต้ตอบ “ถ้างั้นก็เชิญทางนี้ครับ” 16


สึนาคิเดินผ่านภายในตัวอาคาร ถูกนำไปยังห้องรับแขก แบบญี่ปุ่น และถูกแจ้งว่าอีกฝ่ายจะไปพาผู้ที่จะอธิบายเรื่อง งานมาพบ ดังนั้นให้รออยู่ที่นั่นสักพัก สึนาคิถูกทิ้งไว้ในห้องรับแขกแบบญี่ปุ่นคนเดียว เขา รู้สึกประหม่าขึ้นมาขณะนั่งอยู่บนเบาะรองนั่ง ฉันอาจจะไม่เหมาะกับสถานที่นิดหน่อยแฮะ......´ แต่ถึงจะบอกว่านิดหน่อย ในความเป็นจริงอาจจะ ค่อนข้างมากพอสมควรเลยก็ได้ เพราะคิดว่านี่อาจจะเป็น

โชคชะตา สึนาคิจงึ ลองมาดูแบบไม่คดิ อะไร โดยลืมไปว่าศีรษะ ของตนตอนนีเ้ ป็นสีแดงจัด ถ้าเป็นช่วงก่อนย้อมก็คงไม่มปี ญ ั หา แต่ถึงจะแต่งตัวเหมือนกับชายหนุ่มเมื่อสักครู่ ศีรษะแบบนี้ก็ คงลอยเด่นอยู่ดี ความประทับใจแรกพบ เลวร้ายแล้วสินะ แม้จะเป็นคุณพี่ชายที่ดูอ่อนโยน มีบรรยากาศนุ่มนวล แต่เขาก็รสู้ กึ ถึงหนามทิม่ แทงจึก้ ๆ ในคำพูด ถึงจะมีความจำเป็น เรื่องที่บ้านถูกเผา แต่พอลองคิดแบบมีสติแล้ว การมาหางาน ทั้งที่ถือกีตาร์มากับหัวสีแดงแบบนี้มันอาจไม่ดีเลย “ขออนุญาต” 17


มีเสียงคนดังขึ้นแล้วประตูเลื่อนก็ถูกเปิดออก สึนาคิที่ หันหน้าไปทางฝ่ายนั้นตัวแข็งทันที ดวงตาสีน้ำเงินกับเรือนผมสีเงิน.......´ ชายวัยรุ่นปรากฏตัวในชุดกิโมโนย้อมสีดำ หน้าตา งดงามเหลือเกินจนเรียกได้ว่าเด่นพอๆ กับสึนาคิ ถ้าแต่งหน้า ล่ะก็ อีกฝ่ายคงเป็นสายวิชวล* ที่ไม่มีที่ติแน่ๆ “มุโคกาวะ อุเคียวครับ” เมือ่ ชายหนุม่ นัง่ ลงบนเบาะรองนัง่ ทีว่ างไว้ตรงตำแหน่ง ที่หันหน้าเข้าหากันแล้วโค้งคำนับให้ สึนาคิก็ก้มหัวลงเช่นกัน “โมโมเอดะ สึนาคิครับ......!” เป็นคนที่มีชื่อเขียนไว้ในแผ่นประกาศ มุโคกาวะ อุเคียว คนนี้เป็นตัวแทนของที่นี่สินะ ค่อนข้างหนุ่มทีเดียว...... อายุนา่ จะเท่าๆ กันหรือแก่กว่าสึนาคิเล็กน้อย เมือ่ คิดถึง ชายหนุ่มที่นำทางมาถึงห้องรับแขกเมื่อสักครู่นี้แล้ว การจำกัด * วิชวล หรือ วิชวลเคย์ (Visual Kei) เป็นดนตรีรูปแบบหนึ่งของญี่ปุ่น มา จากคำว่า วิชวล ในภาษาอังกฤษ และ เคย์ (แนวทาง) ในภาษาญี่ปุ่น มัก ถูกเข้าใจว่าเป็นแนวดนตรีร็อก เพราะมีต้นกำเนิดมาจาดวิชวลร็อก แต่ จริงๆ แล้วเป็นดนตรีที่เน้นภาพลักษณ์ มีหลากหลายทั้งร็อก, ป็อป, พังก์ ฯลฯ 18


อายุในการรับสมัครงาน คงจะถูกพิจารณาให้อายุโดยประมาณ รุ่นเดียวกับคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ล่ะมั้ง “ผมเป็นมาตัง้ แต่เกิดน่ะครับ เส้นผมของคุณก็แบบนัน้ เหมือนกันเหรอ?” “อ๊ะ เปล่า ฉัน.....ของผมย้อมมาเมื่อวานน่ะครับ แต่ดู เหมือนจะเป็นการรังแกเส้นผมเกินไป ไม่ทำน่าจะดีกว่า” “รังแกไปแล้วเหรอ?” พอถูกอุเคียวที่ดวงตาเป็นประกายถามซ้ำ สึนาคิก็ พยักหน้า “อะ ครับ....” “เห—Y ดีจังน้า—” อุเคียวหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน ดูเหมือนว่า เส้นผมสีแดงจะไม่มีปัญหาอะไร น่าจะถูกใจเสียมากกว่า “กีตาร์ เล่นเก่งเหรอ? กีตาร์นั่นเป็นแบบไหนล่ะ?” พอถูกถามเกี่ยวกับของเพียงหนึ่งเดียวที่วางอยู่ข้างๆ เขาก็เลื่อนกีตาร์ที่วางอยู่ขึ้นมาข้างหน้าเล็กน้อย ขณะที่เปิด กระเป๋ากีตาร์แบบฮาร์ดเคสออก สึนาคิก็หัวเราะแบบเขินๆ “ไม่หรอก ไม่พัฒนาขึ้นเลยสักนิดครับ ผมอยากเป็น คนแต่งเพลงมากกว่าเล่นกีตาร์หรือร้องเพลงด้วยตัวเองน่ะครับ” ไม่ใช่ระดับที่ว่าไม่ดีตรงไหนอย่างไร แต่แทนที่จะบอก ว่าเล่นดนตรีกบั ร้องเพลงไม่มกี ารพัฒนา น่าจะเรียกว่าไม่ได้เรือ่ ง 19


ถึงขั้นเลวร้ายเสียมากกว่า แบบนี้คงพูดได้แค่ว่าไม่มีพรสวรรค์ เท่านั้น “แบบนี้นี่เอง—” อุเคียวที่ยิ้มแย้มยื่นมือไปยังกีตาร์ไฟฟ้าสีดำในเคส อย่างรวดเร็ว ดีดเป็นหรือเปล่านะ? ลักษณะภายนอกก็ดเู ป็นสายวิชวล บางทีอาจจะมีพระ ในวัดตั้งวงขึ้นมา แล้วร้องเพลงไปพลางเทศนาไปด้วยก็ได้ วัด ที่มีห้องโถงแบบมีเวทีด้วยก็มีอยู่เหมือนกัน อุเคียวหยิบกีตาร์ของสึนาคิไว้ในมือขณะที่ถูกสึนาคิ มองตาม แล้วตั้งท่าบรรเลงดนตรี เขาดีดสายไม่รู้กี่เส้นเบาๆ ราวกับตรวจสอบโทนเสียง เสียงใสดังก้องกังวาน ว้าว.....เสียงดีจัง..... ทัง้ ทีเ่ ป็นเครือ่ งดนตรีเหมือนกัน แต่พอผูบ้ รรเลงต่างกัน ทำไมเสียงถึงได้แตกต่างกันอย่างนี้นะ อุเคียวยิ้มให้สึนาคิที่ เพียงแค่เสียงทดลองดีดกีตาร์ก็ทำให้ชื่นชมซะแล้ว “ได้มั้ย?” “อะ ครับ” พอถูกถาม สึนาคิก็พยักหน้า อุเคียวจึงถือกีตาร์ของ สึนาคิแล้วยืนขึ้น 20


เขาเงือ้ กีตา้ ร์ขน้ึ สุดแขนแล้วก็เหวีย่ งมันลงใส่เสือ่ ทาทามิ! คอกีตาร์ส่งเสียงแตกหักออก สายกีตาร์หลายเส้นขาด ออกด้วยกำลังจนดีดออกมา “...........อะ........´” สึนาคิมองภาพตรงหน้าด้วยอาการนิง่ อึง้ อย่างไม่อยาก จะเชือ่ ขณะทีอ่ เุ คียวนัน้ โยนกีตาร์ทพ่ี งั แล้วแบบไม่ใส่ใจนักลงต่อ หน้า สึนาคิจงึ เรียกสติกลับมาด้วยเสียงของซากกีตา้ ร์เบือ้ งหน้า “........กีตาร์ของฉัน.......” —ของสำคัญที่คุณยายซื้อให้ด้วยเงินบำนาญเมื่อ ตอนวันเกิดตอนมัธยมต้นปีสอง “ทำไม......” อุเคียวทีน่ ง่ั ลงไปบนเบาะรองนัง่ อีกครัง้ งงงวยกับสึนาคิ ที่ตัวสั่นพลางยื่นมือไปยังกีตาร์ที่พังแล้ว “เอ๋? ก็บอกว่าจะพังมันก็ได้ไม่ใช่เหรอ” “หา!?” “ก็ขออนุญาตเรียบร้อยแล้วนะ เธอเองก็ไม่ได้พฒ ั นาขึน้ เลย แถมยังอยากเป็นคนแต่งเพลงมากกว่าดีดกีตาร์ดว้ ยใช่มย้ั ? พังไม่ได้เหรอ? อืม... ถ้าอย่างนั้น จะซื้อตัวใหม่มั้ย?” อุเคียวเอากระเป๋าสตางค์ออกมาจากอกเสื้อ เขาหยิบ ธนบัตรหมื่นเยนประมาณ 50 ใบออกมา แล้ววางลงตรงห���้า ของสึนาคิ แค่มีสิ่งนั้นก็สามารถซื้อกีตาร์ที่ดียิ่งกว่าอันที่พังไป แล้วเสียอีก แต่ถึงจะซื้อได้ก็เถอะ...... 21


22


“.......นะ” สึนาคิหลุบสายตาลงแล้วก้มหน้าพูดด้วยเสียงทีแ่ ผ่วเบา “หืม? อะไรเหรอ?” พอได้ยินไม่ชัด อุเคียวจึงมองสึนาคิ สึนาคิเงยหน้าขึ้น แล้วจ้องอุเคียวเขม็ง “บอกว่าอย่ามาล้อเล่นนะ! ตัดสินเรื่องของคนอื่น ตามใจชอบแล้วยังมาทำตามใจตัวเองอีก! ทำของสำคัญของ คนอืน่ พังแล้ว ไม่ใช่วา่ แค่ออกเงินให้แล้วจะหมดเรือ่ งสักหน่อย!” “ถ้าเป็นของสำคัญจนต้องโกรธขนาดนั้น งั้นก็ไม่ควร ให้คนอื่นแตะต้องไม่ใช่รึไง” พอถูกยืนกรานว่าฝ่ายที่ให้แตะนั้นผิด สึนาคิก็ตะโกน ออกมา “ปกติแล้วเขาไม่ทำเรื่องแบบนั้นกันหรอกนะ!” “ดูแล้วไม่เข้าใจสินะ ผมไม่ได้ ‘ปกติ’ หรอกนะ?” อุเคียวหัวเราะคิกคักทำให้เส้นผมสีเงินสัน่ ไหว เรือนผม สีเงินกับดวงตาสีน้ำเงินที่มีมาตั้งแต่กำเนิดนั้นไม่ปกติจริงๆ เพราะว่าไม่ปกติ การแสดงออกทีไ่ ม่ปกติเลยเป็นเรือ่ งธรรมดา...... “หัดควบคุมสามัญสำนึกเอียงๆ ของแกบ้างสิ!” “แต่ว่าของที่พังไปแล้ว ยังไงก็ทำให้กลับเป็นแบบเดิม ไม่ได้นะ ซื้ออันใหม่ก็ได้นี่นา”

23


“เงินจำเป็นนักหรือไง! มันไม่ใช่ปัญหานั้นสักหน่อย!” สึนาคิที่เดือดดาลลุกขึ้นแล้วคว้าคอเสื้อของอุเคียวขึ้น มา อุเคียวหัวเราะแหะๆ ให้กบั สึนาคิทท่ี ำท่าเหมือนจะต่อยเข้า มาในไม่ช้า “‘ขอโทษนะ’” เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังตึงๆ ใกล้เข้ามา ประตูเลื่อนถูกเปิด ออกดังปึง คนทีว่ ง่ิ มาตามระเบียงคือมิโกะสาววัยรุน่ ในชุดฮากามะ สีแดง ในห้องรับแขกมีกีตาร์ที่พังแล้วกลิ้งอยู่ บนเสื่อทาทามิ ก็มปี กึ ธนบัตรถูกวางทิง้ ไว้อย่างลวกๆ สึนาคิทท่ี า่ ทางเดือดดาล กำลังจับคอเสื้อของอุเคียว อุเคียวยิ้มให้มิโกะ โดยที่รู้สึกว่า ร่างกายท่อนบนลอยขึ้นเล็กน้อย “งาย คุณมิโคโตะY” “อุเคียวคุง.........” มิโกะถอนหายใจลึกๆ แล้วทำไหล่ตก เพราะส่งเสียง ดังมากๆ จึงคิดว่ามีเรื่องอะไรแล้วรีบวิ่งมาดู แต่ดูเหมือนมัน จะสายไปเสียแล้ว “.........ก่อนอื่น ช่วยปล่อยก่อนได้มั้ย?” มิโคโตะขอร้องสึนาคิ พอคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ สึนาคิกร็ สู้ กึ เหมือนพูดอะไรไม่ออก เพราะว่าเจองานทีม่ ที พ่ี กั ให้ จึงตัง้ ใจมาฟังคำอธิบายเนือ้ หาของงานกับสัมภาษณ์แท้ๆ ........ 24


ฉัน.....ทำอะไรอยู่เนี่ย ในสถานที่แบบนี้— ไม่มที ง้ั การสัมภาษณ์หรืออะไรทัง้ นัน้ เขาเกือบจะต่อย ผู้ว่าจ้าง ทั้งที่อยู่ในสภาพที่มีเงินติดตัวเล็กน้อย แต่กลับพูดใส่ เงินก้อนใหญ่ทว่ี างอยูต่ รงหน้าด้วยเสียงอันดังว่าไม่จำเป็นเสียนี่ หลังจากสึนาคิขบริมฝีปากแน่นทีหนึ่ง เขาก็ปล่อยมือ ที่จับกิโมโนของอุเคียวเอาไว้แน่น “—ไม่ยกโทษให้เด็ดขาด......” สึนาคิพึมพำทั้งที่ยังไม่เงยหน้า แม้จะดูเหมือนว่าได้ รับคำขอโทษแล้ว แต่ในนั้นกลับไม่มีความจริงใจอยู่เลย ยังไง เรื่องหางานก็เป็นไปไม่ได้แล้ว อย่างนี้ก็พูดสิ่งที่อยากพูดเลย แล้วกัน สึนาคิจ้องอุเคียวเขม็ง “ไม่มีทางลืมเด็ดขาด!” การที่รู้สึกหงุดหงิด เจ็บใจและเสียใจขนาดนี้ ตั้งแต่ เกิดมาอาจเป็นครั้งแรกก็ได้ ทันใดนั้น มิโคโตะก็พูดกับสึนาคิที่ พูดที่ทิ้งท้ายเอาไว้ทั้งๆ ที่น้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว “ตกลงว่าจ้าง!” หลังจากได้ยินคำประกาศออกมาแบบนั้น เขาก็รู้สึก เลอะเลือนไปชัว่ ขณะ สึนาคิจอ้ งมองมิโคโตะ มิโคโตะทีถ่ กู จ้องก็ เดินเข้าห้องรับแขกมาอย่างว่องไว 25


“อย่าเข้าใจผิดนะ ไม่ใช่ว่าเราวางแผนทำให้กีตาร์ของ เธอพังหรอก แต่เพราะผู้ชายคนนี้เป็นคนไร้ประโยชน์ นิสัยแย่ ทำให้เลวร้ายไปหมด— ทั้งที่ไม่ได้เรียกแท้ๆ อย่าออกมา ตามใจชอบจะได้มั้ย!” มิโคโตะที่เข้าไปใกล้อุเคียวรีบเก็บปึกธนบัตรที่ถูกวาง เอาไว้เข้าในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว หล่อนหยิบเบาะรองนั่งที่อุ เคียวนั่งอยู่แล้วผลักให้เขาถอยจนกลิ้งกลุกๆ ไปยังประตูบาน เลื่อนที่เปิดออก “อ้าว” ชายหนุ่มที่นำชามาเสิร์ฟยืนมองส่งอุเคียวที่กลิ้งออก ไป เขาเข้ามาในห้องรับแขกแล้วเลื่อนประตูปิด มิโคโตะที่ปัด ฝุ่นแล้วนั่งลงบนเบาะรองนั่งไม่ใส่ใจอุเคียวที่ดูเหมือนจะชน เข้ากับช่องของพื้นในห้องข้างๆ “ขอโทษนะที่ทำให้รู้สึกไม่ดีเสียแล้ว” “.........” มิโคโตะเป็นพี่สาวคนสวย แต่ถึงจะได้รับการขอโทษ จากหล่อน กีตาร์ที่พังไปแล้วก็ไม่อาจกลับเป็นแบบเดิมได้ ความโกรธของสึนาคิจึงยังไม่อาจสงบลง “อาจจะเป็น ชาที่ไม่ดี*เท่าไหร่” * ชาไม่ดี (So-cha) เป็นสำนวนการพูดอย่างถ่อมตัว ใช้พูดเวลาเสิร์ฟน้ำชา ให้แขก 26


ชายหนุ่มที่ยิ้มแย้มวางถ้วยชาลงบนจานรองถ้วยตรง หน้าสึนาคิกับมิโคโตะ “ฉันชื่ออาชิยะ มิโคโตะ ส่วนทางนี้คือคุณอิจิโย” ชายหนุ่มที่ถูกแนะนำนั่งทับส้นเท้ายืดหลังตรงแล้วโค้ง คำนับให้สึนาคิ “ชื่อของเธอล่ะ?” “—โมโมเอดะ สึนาคิครับ......” สึนาคิประกาศชื่อแล้วรู้สึกอึดอัด “เอ่อ ที่ว่าตกลงว่าจ้างคือ......?” สึนาคิโดนเห็นเหตุการณ์ตอนใช้ความรุนแรงกับอุเคียว นอกจากนั้นยังทิ้งท้ายคำต่อว่าไว้อีก สรุปก็คือเป็นบุคคล อันตรายนั่นเอง มิโคโตะอธิบายให้สึนาคิที่มีท่าทีสงสัยฟัง “เงือ่ นไขในการทำงานทีน่ ค่ี อื ‘เกลียดมุโคกาวะ อุเคียว’ น่ะ” “เอ๋......?” “ขอให้เกลียด เกลียดแล้วก็เกลียดมากๆ เลยนะ ไม่ ต้องลืมความรู้สึกเมื่อครู่เลยยิ่งดี หรือว่าไม่มีความมั่นใจล่ะ?” พอมองปลายนิว้ เรียวยาวของมิโคโตะทีล่ บู ไล้บนกีตาร์ที่ พังแล้ว สึนาคิก็ยิ่งเดือดดาลขึ้นอีก “ไม่ครับ ไม่เป็นไรครับ......!” เขาไม่คิดว่ามันเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่ดีนัก แต่ความ มั่นใจที่ว่าเกลียดชังอุเคียวนั่นก็มีมากล้นทีเดียว 27


สิ่งที่สะท้อนในดวงตานั้น ที่นอนของสึนาคิตากอยู่บนราวของระเบียงทางเดิน จุดที่อยู่ใกล้ห้อง อุ่นจัง~.........Y ที่นอนที่อาบแสงแดดจนเพียงพอ นุ่มนิ่มและอุ่นสบาย ทำให้รู้สึกดีมาก สึนาคิแบกที่นอนเข้าไปในห้อง ฝังใบหน้าลง ไปแล้วสนุกสนานกับสัมผัสเช่นนั้นจนหลับสนิทไปทั้งแบบนั้น เมื่อคืนถูกไฟไหม้แล้วไปค้างที่สถานีตำรวจ ถึงจะนอนหลับได้ แต่ด้วยความกังวลกับความรู้สึกแย่ในการอยู่ที่นั่น ทำให้ไม่ สามารถหลับได้อย่างสนิท ร่างกายที่อ่อนเพลียพอเอาของใส่ ท้องเรียบร้อย และอยู่บนที่นอนที่อุ่นสบายจนรู้สึกดีก็ช่วย ไม่ได้ที่เปลือกตาจะหนักขึ้นมา


ตอนที่ลืมตาขึ้นมา ภายในห้องก็มืดลงแล้ว เอ๋? ทีไ่ หนกัน ทีน่ .่ี ...... ไม่ใช่บา้ นเกิด แต่มนั เป็นห้องหกเสือ่ ทีม่ สี ถาปัตยกรรม แบบญี่ปุ่น สึนาคิค่อยๆ กะพริบตาช้าๆ จ้องมองห้องธรรมดา ที่ไม่คุ้นตา มีกลิ่นของการอยู่อาศัยเล็กน้อย พอมองกล่องใส่ กีตาร์กับเสื้อผ้าที่วางอยู่ตรงมุมห้องแล้ว เขาก็รู้สึกว่าตัวเองใส่ กิโมโนกับฮากามะอยู่ แล้วก็นึกได้ขึ้นมา เซคคะอัน......! มันคือสถานทีท่ ส่ี นึ าคิตดั สินใจเข้าพักและทำงานตัง้ แต่ วันนี้ เพราะไม่มนี าฬิกาตัง้ อยูภ่ ายในห้อง จึงไม่รวู้ า่ ตอนนีก้ โ่ี มง แล้ว แต่ก็คิดได้ว่าเวลาผ่านไปค่อนข้างนานทีเดียว สึนาคิที่รีบร้อนออกจากห้องไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี เขา จึงตรงไปยังห้องที่มีไฟติดอยู่ ห้องนั้นเป็นห้องครัวกับห้องนั่ง เล่นที่เป็นพื้นดินไม่ได้ปูพื้น เตาหุงอาหารแบบโบราณนั้น มี หม้อข้าวที่กำลังเ���ือดปุดๆ อยู่ “ขอโทษครับ.....!” อิจิโยที่ยืนอยู่ในครัวยิ้มให้กับสึนาคิที่รีบร้อนเข้ามา “คิดว่าถ้าเตรียมเสร็จแล้วจะไปปลุกพอดี หายเหนื่อย หรือยังครับ? อาหารเย็นใกล้จะเสร็จแล้ว ว่าแต่ขอโทษทีนะ ช่วยเรียกคุณอุเคียวให้ด้วยสิ” “ตรงมุม เป็นห้องทีอ่ ยูใ่ กล้ซากุระหมืน่ ปีทส่ี ดุ น่ะ—Y” 29


เด็กหนุม่ ร่างเล็ก ใบหน้าอ่อนเยาว์หวั เราะให้อย่างเป็น มิตรพลางเรียงภาชนะในห้องนั่งเล่นที่เปิดทีวีข่าวช่วงเย็นอยู่ “เอ่อ เธอ....?” เป็นน้องชายของใครกันนะ เด็กหนุ่มยกมืออย่างร่าเริง ให้กับสึนาคิที่ถามออกมา “นักปรุงยา อุดากาวะ ฮารุฮิคร้าบบบบบY” “อ๊ ะ ผมขอความกรุ ณ าตั ้ ง แต่ ว ั น นี ้ ไ ป โมโมเอดะ สึนาคิครับ ได้รับน้ำชาแล้ว ขอบคุณมากนะครับ” ดูเหมือนแค่เด็กมัธยมต้นเท่านั้น..... ......แต่อายุเท่ากันไม่ผิดแน่ ´ มิโคโตะพูดแบบนั้น ยิ่งกว่านั้นแล้วยังมีชื่อเป็นนักปรุง ยาทั้งที่อายุแค่นี้ ในทางวงการของอนเมียวจิคงเป็นผู้ที่ยอด เยี่ยมมีความสามารถเหนือกว่าสึนาคิมากนัก ดูเหมือนว่าเขาจะกลับมาระหว่างที่สึนาคินอนหลับ แต่ไม่เห็นตัวอิคคาคุกับพวกมิโคโตะเลย สึนาคิเห็นฮารุฮิยก ภาชนะถ้วยชามของตนเองอย่างระมัดระวัง ดูท่าทางวันนี้อีก ฝ่ายเองก็คงทานอาหารเย็นที่นี่ด้วย การจัดเตรียมอาหารเป็นหน้าทีข่ องอิจโิ ยกับฮารุฮิ ส่วน สึนาคิไปเรียกอุเคียว ดอกซากุระที่เบ่งบานอย่างงดงามอาบ แสงจันทร์เปล่งประกายสีขาว ปล่อยกลีบร่วงหล่นอย่างเงียบๆ เสียงโทรทัศน์ที่ได้ยินมาจากห้องนั่งเล่นค่อยๆ ห่างไกลออกไป 30


สึนาคิรู้สึกเงียบเหงาขึ้นมาเล็กน้อย ชีวิตประจำวันแบบยุค ปัจจุบันที่สึนาคิเคยชินกับชีวิตประจำวันที่ดำเนินมาอย่าง ต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลงนับจากอดีตและไม่ถูกกลืนกินด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังผสมผสานเข้ากันที่นี่ ห้องของอุเคียวที่สามารถมองเห็นจากฝั่งของระเบียง ทางเดินไม่ได้เปิดไฟ แต่ว่าอุเคียวเป็นอนเมียวจิ อาจจะเกลียด แสงสว่างที่ทำขึ้นก็ได้ ถึงจะเป็นคนที่เกลียด แต่การจะไป รบกวนการทำงานแบบไร้ความเกรงใจก็คงไม่ดี เพราะเห็นว่า ประตูบานเลื่อนถูกเปิดกว้างไว้แบบนั้น สึนาคิจึงเข้าไปใกล้ ห้องแล้วส่งเสียงเรียกเพื่อไม่ให้อุเคียวตกใจ “—คุณอุเคียว......! ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วครับ......!” ภายในห้องเงียบสงัด ไม่มีวี่แววของสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ เลย อยู่มั้ยนะ? คงไม่ได้ออกไปนอกเซคคะอันแบบเงียบๆ หรอกมั้ง ไม่แน่อาจจะนอนอยู่ก็ได้ หรือได้รับความเสียหายจากของหวาน เนื่องจากไม่สามารถปฏิเสธได้ อุเคียวจึงค่อนข้าง กล้ำกลืนฝืนทานของหวานไป แล้วยังเติมน้ำชาทีไ่ ม่รวู้ า่ ทำจาก อะไรกันแน่เข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงคิดว่าคงได้รบั ความเสียหาย ไปพอควร ยิ่งกว่านั้น ยังอาจจะดื่มชาที่ต้มเพิ่มความเข้มข้น 31


เข้าไปอีก เอนตัวนอนอยู่หรือเปล่านะ สึนาคิค่อยๆ ชะเง้อมอง ห้องของอุเคียวอย่างเงียบๆ กิโมโนย้อมสีดำแขวนอยูต่ รงทีแ่ ขวนชุดกิโมโน ตรงโต๊ะ เขียนหนังสือมีอุปกรณ์สำหรับเขียนพู่กันวางอยู่ แต่ห้องของ อุเคียวกลับเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไม่มีใครอาศัยอยู่ เหมือนกับห้องรับแขกของโรงแรมแบบญี่ปุ่น ทั้งที่มีมนุษย์ หลับนอนอยู่ที่นี่ทุกวันแท้ๆ แต่กลับว่างเปล่าจนหนาวเย็น เป็น ความรูส้ กึ คล้ายกับห้องของสึนาคิทเ่ี พิง่ ได้รบั อนุญาตให้ใช้ตง้ั แต่ วันนีเ้ ป็นต้นไป แต่ความรูส้ กึ ของการวางของทีถ่ กู จัดไว้ของห้อง นัน้ เหมือนเป็นห้องทีจ่ ดั ขึน้ เพือ่ ระลึกถึงใครสักคนทีเ่ คยใช้หอ้ ง นั้นมาก่อนมากกว่า “คุณอุเคียว?” มีห้องลับหรือเปล่านะ? เพราะความรู้สึกไร้ชีวิตชีวานี่ทำให้สึนาคิอดคิดไม่ได้ อาจจะมีรูอยู่ด้านหลังภาพวาดประดับผนังหรือมีทางเข้าไปสู่ ชั้นใต้ดินใต้เสื่อทาทามิเหมือนกับในคฤหาสน์นินจาก็ได้..... “เรียกเหรอ?” ใบหน้าของอุเคียวในสภาพกลับหัวกลับหาง จู่ๆ ก็โผล่ ออกมาจากอีกฟากของหน้าต่างห้องหนังสือที่เปิดไว้ครึ่งหนึ่ง อุเคียวหัวเราะสึนาคิที่ตกใจจนแหกปากออกมา “อ๊ะ ฮะฮะ ทำให้ตกใจซะแล้ว” 32


“ทำอะไรน่ะครับ!?” สึนาคิพดู เสียงดังเหมือนต่อว่าแล้วเปิดหน้าต่างของห้อง หนังสือ อุเคียวนัน้ อยูบ่ นหลังคา และเนือ่ งจากเห็นว่าสึนาคิมา เขาจึงก้มหัวลงชะเง้อมองเข้ามาในห้อง ตรงกันข้ามกับหน้าต่างของห้องหนังสือคือต้นซากุระ ........ชมซากุระอยู่งั้นเหรอ? สึนาคิที่มองต้นซากุระตรงหน้าที่กั้นระหว่างห้องนี้กับ บ่อน้ำ เห็นสีขาวเป็นหมอกบางๆ พร่าเลือนตรงข้างลำต้น “เอ๋....? ข้างต้นซากุระมีอะไร.....” มีบางอย่างสั่นไหวพริ้วไปตามลมอยู่? อุเคียวที่อยู่บนหลังคาหัวเราะคิกกับเสียงพึมพำของ สึนาคิ “เพราะเป็นเวลาสายัณห์ เลยเห็นง่ายขึ้นล่ะนะ” “หา?” เวลาสายัณห์ คือเวลามืดครึ้มช่วงเย็นเหมือนกับช่วง เวลาโพล้เพล้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสับสนทีค่ น่ั ระหว่างกลางวัน กับกลางคืนซึ่งมักเกิดคดีหรืออุบัติเหตุบ่อยครั้งจนเหมือนถูก อะไรชักนำให้เกิดขึ้น โดยสมัยก่อนมักพูดกันว่าเป็นฝีมือของ ภูตผีวิญญาณที่ออกมา อุเคียวที่ยืนขึ้นอย่างมั่นคงบนหลังคา หยิบยันต์ออกมาจากอกเสือ้ แล้วขว้างออกไป จากนัน้ จึงกระโดด ขึ้นไปยืนบนนั้น ยันต์ที่ลอยล่องอย่างแผ่วเบาในอากาศรองรับ เท้าของอุเคียวที่สวมถุงเท้าสีขาวไว้อย่างมั่นคงเหมือนกับพื้น 33


โดยอยู่เหนือระดับความสูงราว 60 เซนติเมตรของพื้นดินจริงๆ ยันต์นั้นมีสีทึมๆ คาดว่าคงตัดมาจากกระดาษหนังสือพิมพ์ ดูเป็นพวกนักมายากลก็ได้สินะ สึ น าคิ ม องอุ เ คี ย วแล้ ว นึ ก ถึ ง มายากลที ่ แ สดงโดย คนต่างชาติในโทรทัศน์ที่เคยดู รูปร่างท่าทางก็ถือว่าไม่เลว ในกรณีของอุเคียว การแสดงบนเวทีคงทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ เลยสินะ แม้จะรู้ว่านี่คือพลังของยันต์ แต่สำหรับสึนาคิแล้วจะ ให้เชื่อทันทีนั้นยาก แต่สาเหตุที่ว่าเพราะตัวเองทำไม่ได้จึงไม่ อยากเชื่อนั้นก็เท่ากับเป็นคนใจแคบ เขาไม่สามารถปฏิเสธ สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าจริงๆ นี่ได้ เส้นผมสีเงินของอุเคียวสั่นไหวอยู่ระหว่างซากุระกับ สึนาคิ “คนที่อยู่ตรงนั้นคือแม่ของผม นอนหลับอยู่ใต้ต้น ซากุระนั่น” อุเคียวมองต้นซากุระที่กลีบร่วงโรยด้วยแรงลมแล้วพูด เช่นนั้น “เอ๋.....” ไม่ใช่เรือ่ งน่าภูมใิ จ แต่วา่ จนถึงเดีย๋ วนี้ สึนาคิไม่เคยเห็น สิ่งของอย่างพวกวิญญาณเลยแม้แต่ครั้งเดียว บรรยากาศที่ เหมือนจะมีอะไรโผล่ออกมานั่นก็ไม่ค่อยเข้าใจ ถึงแม้จะรู้สึก เหมือนมีอะไรสั่นไหวอยู่ข้างลำต้นของต้นซากุระ แต่ระยะห่าง 34


ก็ค่อนข้างไกล ทั้งยังมืดอีกด้วย เพราะไม่สามารถแยกแยะได้ อย่างชัดเจน จึงคิดไปเองว่าเห็นเป็นอย่างนั้น ผ้าขนหนูหรือว่าอะไรสักอย่างติดอยู่หรือเปล่านะ? ต่อให้ตง้ั ใจจะทำให้กลัว แต่เพราะไม่คอ่ ยรูอ้ ะไร สึนาคิ จึงไม่กลัวเลยสักนิด อุเคียวที่หันกลับมายิ้มแย้มมีความสุข “ดังนั้น ชื่อของที่นี่จึงเป็น ‘เซคคะอัน’* ยังไงล่ะ” สถานที่ที่ผู้งดงามเสียชีวิตลง— ใบหน้างดงามพร้อมสรรพของอุเคียว ในชัว่ พริบตาหนึง่ มองเห็นเหมือนเป็นหญิงสาวงดงามน่ารัก สึนาคิจึงกะพริบตา แต่ภาพลวงตาก็หายไปทันที จึงไม่สามารถเห็นได้อีกเป็นครั้ง ที่สอง “ดูเหมือนว่าผมจะหน้าตาเหมือน���ม่ ตราบใดที่ผมยัง อยู่ ไม่วา่ ใครก็ไม่สามารถลืมเรือ่ งของแม่ได้ ทัง้ ทีถ่ า้ หากทุม่ พลัง ให้มากกว่านี้ ก็จะทำให้จบได้แท้ๆ นะ” อุเคียวลูบคอตัวเองอย่างเบาๆ เมื่อกลางวันตอนที่ถูก อิคคาคุถอดกิโมโนออกยังไม่มี แต่ตอนนี้รอยฟกช้ำที่เป็นรูป นิ้วมือกลับลอยเด่นชัดอยู่บนลำคอของอุเคียว

* เซคคะอัน - มาจากคำว่า เซคคะ ที่แปลว่างดงามและคำว่า อัน ซึ่ง หมายถึง อาราม/วัด 35


“นั่นมัน.....!” สึนาคิรู้สึกกลัวกับรอยฟกช้ำสดๆ ที่เหลืออยู่บนคอ มากกว่าวิญญาณเสียอีก อุเคียวยิ้มให้กับสึนาคิที่เบิกตาขึ้น “อ้อ ไม่ต้องใส่ใจหรอก เวลาที่โผล่หน้าไปอาราม อนเมียวจะเป็นอย่างนี้ประจำล่ะ” “หา!?” อุ เ คี ย วหั ว เราะอย่ า งสนุ ก สนานให้ ก ั บ สึ น าคิ ท ี ่ ต ื ่ น ตระหนก “แปลกงั้นเหรอ? สำหรับผมแล้วนี่เป็นเรื่องปกตินะ ใน โลกใบนี้น่ะ ถ้ามีมนุษย์ที่ได้รับการชื่นชอบจากผู้คน ก็ต้องมี มนุษย์ที่ถูกเกลียดด้วยเหมือนกัน ทั้งการถูกชอบและการถูก เกลียดต่างก็มีเหตุผลต่างๆ ล่ะนะ เรื่องนี้น่ะเป็นเรื่องธรรมดา ที่มีอยู่ทุกที่ ผมน่ะเป็นที่รังเกียจจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้มาตั้ง แต่ก่อนเกิดแล้วล่ะ เพราะไม่ว่าใครต่างก็ไม่ปรารถนาจะให้ผม เกิด สึนาคิคุงเองก็เกลียดผมสินะ” สึนาคิทำหน้าเยือกเย็นใส่อุเคียวที่หัวเราะคิกคัก “แต่นั่นมัน.......´” เพราะว่าอุเคียวทำลายกีตาร์ทแ่ี สนสำคัญของสึนาคิ ถ้า หากไม่มเี รือ่ งนัน้ ล่ะก็ สึนาคิกค็ งไม่มคี วามรูส้ กึ เลวร้ายกับอุเคียว “ดีแล้วล่ะ เกลียดมากขึ้นไปเรื่อยๆ นะ” อุเคียวเหยียบบนยันต์ที่ลอยอยู่กลางอากาศแล้วหมุน ตัวให้ดูหนึ่งรอบ เส้นผมสีเงินกับกิโมโนสีดำพลิกไปมาอย่าง 36


งดงาม กลีบซากุระที่ถูกลมหอบพัดมาโปรยปลิวอยู่รอบๆ อุเคียว “แบบนั้นแล้วผมจะรู้สึกดีกว่าน่ะ สำหรับผมแล้วมัน เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมเลย Y ผมน่ะนะ อยากเป็นหินผา ขนาดใหญ่ที่ปิดทางของทุกคนเอาไว้ ไม่ใช่ก้อนหินเล็กๆ ข้าง ทางหรอก” เลือกเป็นสิ่งที่โอ้อวดตัวเอง ขวางทางคนอื่น แล้วถูก เกลียด ถูกโจมตี ถูกเอาออก มากกว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ขัดขวาง ไม่ทำร้ายใครแล้วหลบซ่อนอยู่เงียบๆ สินะ วิปริตจริงๆ ´ หลักพื้นฐานของตัวตนกับความคิดนั่น ทำให้สึนาคิ ขยับถอยหนีแล้วทำหน้าเบี้ยว อุเคียวที่ทำลายกีตาร์ของสึนาคิ โดยไม่รู้สึกผิด สำหรับอุเคียวแล้ว นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง การถูก เคียดแค้น ถูกเกลียดชังนั่นก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง อย่าล้อเล่นน่า......! แน่นอนว่าเขาไม่มที างลืมเรือ่ งกีตาร์ได้ แต่ถา้ ไม่เกลียด ชังต่อไป ก็สามารถคาดคะเนได้วา่ อุเคียวจะยิง่ แสดงพฤติกรรม ก้าวร้าวออกมามากขึน้ เพือ่ จะปกป้องตัวเอง สึนาคิจงึ ไม่ยกโทษ ให้อุเคียว สึนาคิเริ่มเข้าใจเหตุผลและยอมรับได้กับท่าทีของ ทุกคนที่เหมือนจะปฏิบัติกับอุเคียวด้วยความเลวร้าย ทั้งที่อยู่ ร่วมกันอย่างใกล้ชิดแบบนั้นแท้ๆ 37


“—คนคนนั้นกำลังมองอะไรอยู่กันนะ” อุเคียวมองไปทางต้นซากุระแล้วพึมพำออกมา แม้จะเห็นบางอย่างสั่นไหวไปมาตามลม แต่สึนาคิก็ ไม่คิดว่าที่ตรงนั้นมีวิญญาณอยู่ มันเป็นภาพที่สามารถมอง และคิดว่าเป็นวิญญาณก็ได้ ก็เหมือนการมองตัวตนที่แท้จริง ของวิญญาณที่เป็นเพียงหญ้าอันร่วงโรย* ตัวอย่างที่เห็นเป็น ส่วนใหญ่ของเรือ่ งเล่าวิญญาณของคนทัว่ ไป ก็เป็นภาพลวงตา ทีป่ กั ใจเชือ่ จากความรูส้ กึ กลัวทีเ่ ปลีย่ นไปสูค่ วามรูส้ กึ คลุมเครือ เหมือนกับตอนที่รู้คำตอบของภาพหลอกตา ที่หากมีความคิด อย่างอื่นอยู่ก่อนแล้วก็จะถูกความคิดนั้นชักนำ ทำให้มองเป็น รูปขึ้นมาได้ง่าย ความพร่ามัวและความรู้สึกคลุมเครือจะสร้าง รูปร่างขึ้นให้ ‘เห็น’ ตามที่ปรารถนา “.......ไม่มีอะไรหรอกน่ะ” สึนาคิมุ่นคิ้วแล้วพึมพำออกมาเหมือนสบถ อย่างน้อย สำหรับสึนาคิแล้วมันก็ไม่มีอะไร “ทำไมนายถึงทำหน้าขมขื่นมองสถานที่ที่ไม่มีอะไร แบบนั้นด้วย มันบ้าไม่ใช่หรือไง?” * เป็นสำนวนญี่ปุ่นที่มีความหมายเกี่ยวกับเรื่องความกลัว โดยมีที่มาจาก การมองสิ่งที่คิดว่าเป็นวิญญาณ แต่พอมองดีๆ แล้วเป็นเพียงแค่หญ้า แห้งๆ 38


เวลาที่รับรู้ถึงรูปร่างและเกิดการยอมรับ สิ่งนั้นก็จะมี ตัวตนอยู่ตรงนั้น แต่ถ้าหากไม่ยอมรับ ตรงนั้นก็จะไม่มีอะไร ตั้งแต่สมัยอยู่ที่บ้านเกิด สึนาคิเองก็มีความแคลงใจเป็นปกติ ต่อบางอย่างอย่างเช่น ผู้สวดวิงวอน คนทรง ไห หรือภาพ แขวนเรียกความสุข คนทีม่ าขอร้องก็ดเู หมือนจะยอมรับได้และ พึงพอใจกับมัน แต่เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง โดยตรง เขาก็เลยไม่ได้ออกความเห็นกับใคร ไม่รู้ว่าเป็นเรื่อง ตลกอะไรกัน สึนาคิทต่ี อ้ งเข้ามาทำงานพักอาศัยอยูท่ น่ี แ่ี ต่กลับ ไม่สามารถเปลี่ยนวิธีคิดพื้นฐานได้ “นายคิดหมกมุ่นมากเกินไป อนเมียวจิมีแต่พวกวิปริต แบบนี้หรือไงนะ” “นั่นสิน้า ในสังคมมนุษย์ทั่วไป คนอย่างอนเมียวจิกับ พวกผู้เกี่ยวข้องมันก็ไม่ปกติจริงๆ ด้วยล่ะ” พอถูกพูดจาแสบสันอย่างชัดเจน อุเคียวก็หันกลับ มาที่สึนาคิด้วยท่าทางดีใจ “แต่ว่า คนที่หลงคิดว่าตัวเองปกติในโลกนี้ก็มีจำนวน มากนะ” อุเคียวแหงนมองดวงจันทร์แล้วหัวเราะคิกคักอย่าง สนุกสนาน สึนาคิจึงถอนหายใจ “ก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือไง?” ทุ ก ครอบครั ว ต่ า งก็ ม ี ส ิ ่ ง ที ่ ท ำจนเป็ น นิ ส ั ย หรื อ เป็ น ธรรมเนียมอยู่ แม้จะเป็นลักษณะเฉพาะของครอบครัว แต่ 39


เด็กๆ ก็เติบโตขึ้นมาโดยเห็นสิ่งนั้นเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ซุกซ่อน อยู่ภายในร่างกายของแต่ละคน ถ้าไม่ใช้เวลาในระดับหนึ่ง ก็ จะไม่รู้เลยว่ามีสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของความปกติ “คุณอุเคียว— คุณสึนาคิ—” “ทานข้าวคร้าบ” มีเสียงเรียกของอิจิโยกับฮารุฮิ เสร็จกัน´ สึนาคิไหล่ตกลงอย่างห่อเหีย่ ว ทัง้ ทีเ่ ป็นคนมาเรียกแท้ๆ แต่กลับพูดคุยไร้สาระอยู่ได้ “คร้าบบบบ” อุเคียวตอบด้วยท่าทีเคยชิน สึนาคิเองก็ตอบรับเสียง เรียก “ไปเดี๋ยวนี้ล่ะคร้าบ” “วั น นี ้ เ ป็ น อาหารที ่ ผ มแนะนำ Y ทานเยอะๆ นะ คร้าบ—Y” พอมองอาหารจานผัดจานใหญ่ที่ฮารุฮิถือมาด้วยรอย ยิ้มกว้าง ก็ทำให้อุเคียวกับสึนาคิหน้าแข็งทื่อทันที ของที่เก็บมาจากป่าสินะ! แต่ว่านั่นเป็นของกินงั้นเหรอ....? 40


อาหารผัดทำจากรากของต้นไม้กบั อะไรบางอย่างทีเ่ ป็น วุ้นเหมือนเห็ดหูหนู แล้วก็ผลของต้นไม้ที่เหมือนกับลูกสน กับ ผลสีแดงเล็กๆ พูดได้ยากว่าเป็นของที่ชวนให้รู้สึกอยากอาหาร ขึ้นมา “ต้มได้ที่หรือเปล่านะ” อิจิโยตักของที่เหมือนหัวเผือกสีเทากับเนื้อนกภูเขาหั่น เป็นชิน้ ใส่ถว้ ยซุปชามใหญ่กบั น้ำซุปเห็ดหลากสีสนั จำนวนมาก ฮารุฮิรับถาดที่วางถ้วยซุปมาจากอิจิโยซึ่งมีท่าทางกังวลแล้ว ยิ้มออกมา “ไม่เป็นไรครับ ไม่วา่ จะอันไหนก็เป็นอาหารสดทีส่ ามารถ ทานได้สดๆ เลยล่ะY” จริงอยู่ว่าถ้าวัตถุดิบดี ถึงจะไม่ได้ผ่านไฟก็ไม่เป็น อุปสรรคต่อการกินแต่อย่างใด แต่ว่า.....เนื้อนกนั่นยังพอว่า แต่ของอย่างอื่น ไม่ว่าจะอันไหนก็มีกลิ่นที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน น้ำซุปเป็นเมือกข้นด้วยส่วนผสมที่ละลายออกมาจากเห็ดกับ หัวมัน “พอคุณฮารุฮิอยู่ ก็ช่วยค่าอาหารได้มากเลยนะครับ” “อ๊ายY พอถูกชมแล้วเขินจังเลยน้า—Y งัน้ ก็ชว่ ยทาน กันให้เยอะๆ แล้วกันน้าา���าาา Y” “ชาที่ต้มแล้วก็มีมากพอเลยล่ะ เชิญเลยนะทั้งคู่” ยิ้มหวาน Y 41


42


เมื่อถูกกระตุ้นด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มของอิจิโย แม้ ร่างกายจะไม่ตอ้ งการแต่สนึ าคิกน็ ง่ั ลงทีโ่ ต๊ะทานข้าวตามอุเคียว ภายใต้แสงของหลอดไฟนีออน รอยฟกช้ำรูปนิ้วมือที่สึนาคิเจอ ที่คอของอุเคียวเมื่อครู่นี้กลับแทบมองไม่เห็นเลยจริงๆ แม้จะ รู้สึกเหมือนถูกหลอก แต่สึนาคิก็ไม่คิดจะจี้ถาม เพราะของ แบบนั้น ไม่มีจะดีซะกว่า สึนาคิที่นั่งลงตรงโต๊ะทานข้าวเห็นจานใบหนึ่งถูกวาง ไว้บนเสื่อทาทามิ “อ๊ะ นี่มัน.....” สุดยอด....! โอโทโร่* ของปลามากุโระนี่นาY สึนาคิถอนหายใจโล่งอกให้กับจานอาหารชั้นยอดที่ดู เป็นกับข้าวอย่างแท้จริง แต่อจิ โิ ยกลับหยุดจานทีส่ นึ าคิซง่ึ กำลัง ดีใจและกำลังจะยกขึ้น “จานนั้น เอาไว้แบบนั้นนะครับ” “เอ๋?” อิจิโยยิ้มให้กับสึนาคิที่งุนงง “นั่นเป็นอาหารของคุณชิโอจิน่ะ” “.......หา?”

*โอโทโร่ คือ ส่วนหนึ่งของพุงปลามากุโระ (ทูน่า) ที่ใช้เป็นวัตถุดิบของซูชิ (ข้าวปั้นแบบญี่ปุ่น) โดยโอโทโร่เป็นส่วนที่อร่อยและมีราคาแพง 43


โอโทโร่ของปลามากุโระ ยิง่ กว่านัน้ ตัวจานยังเป็นจาน โคอิมาริ* ที่เคยเห็นแต่ในพิพิธภัณฑ์อีก “คะ คุณชิโอจิเป็นแมวสินะครับ?” “อืม แมวครับ” พอถูกถามด้วยรอยยิ้มว่าแล้วทำไมล่ะ? สึนาคิก็เบือน สายตาที่อยากร้องไห้ออกจากปลามากุโระ “เปล่า ไม่มีอะไรครับ....” ภาชนะใส่อาหารบนโต๊ะรวมทัง้ ชามสำหรับแขกทีฮ่ ารุฮิ ใช้อยูล่ ว้ นเป็นของเกรดต่ำกว่าจานข้าวของแมวอย่างเห็นได้ชดั ถ้วยชามของอุเคียวถึงขนาดเป็นถ้วยสำหรับเด็กที่สีซีดจาง เหมือนไปเก็บมาจากที่ไหนสักแห่ง “เป็นรสชาติเฉพาะจริงๆ น้า—” “พอเคยชินแล้วจะติดนะ รสชาตินี้น่ะY” ฮารุฮิยิ้มแย้มอย่างสนุกสนานให้กับอุเคียวที่เริ่มทาน อาหารและกล่าวคำซับซ้อนออกมา สึนาคิคิดขณะที่ตักน้ำ

* เครื่องเคลือบอิมาริ เป็นศิลปะเครื่องลายครามแบบญี่ปุ่นที่ได้อิทธิพล จากจีน มีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 17 โดยโคอิมาริเป็นชื่อเรียกเครื่อง เคลือบที่คาคิเอมอน ช่างทำเครื่องเคลือบคนแรกของญี่ปุ่นเป็นคนสร้าง ขึ้น มีมูลค่าหลายล้านเยน

44


กลิ่นเหม็นเขียวเข้าปาก ในนั้นมีหญ้าสีเขียวที่ไม่ว่าจะมองยัง ไงก็เป็นได้แค่วัชพืชที่ตัดรากออกแล้วเอาไปต้มลอยอยู่ นั่นคงเป็นอาการป่วยจากการได้รับสารพิษสินะ´ แทนที่จะบอกว่าติดน่ะ ขณะที่ทานอาหารซึ่งมีรสชาติของผืนแผ่นดินเข้าไป สึนาคิก็นึกถึงตอนเด็กๆ ที่ถูกเด็กผู้หญิงแถวบ้านบังคับให้เล่น พ่อแม่ลกู ขึน้ มา ยังไงก็ตาม ไม่วา่ อันไหนก็ผา่ นไฟมาแล้วทัง้ นัน้ แถมยังไม่ได้ผสมกับโคลนก็คงจะดีกว่าของนั่นล่ะนะ “ขอเติมคร้าบบบบบY” ฮารุฮิยิ้มแย้มยื่นชามข้าวให้กับอิจิโยในขณะที่มีเม็ด ข้าวเล็กๆ ติดอยู่รอบปาก ทานได้เยอะจังน้า...... สึนาคิงงมากกว่าจะชื่นชมแล้วมองฮารุฮิที่ขอเติมข้าว ทั้งที่ร่างกายเล็กที่สุด แต่ความอยากอาหารกลับเต็มเปี่ยม ถ้า เป็นช่วงกำลังโตล่ะก็ จากนี้ไปคงตัวสูงขึ้นแน่ๆ แต่แทนที่จะ เรียกว่าเป็นความอยากอาหารในช่วงวัยกำลังโต น่าจะเป็น ความรู้สึกเหมือนกินเพื่อสะสมเตรียมไว้ตอนที่ไม่สามารถกิน ได้เสียมากกว่า ฮารุฮิที่ใช้ประสบการณ์ในการเอาชีวิตรอด ตลอดหนึ่งปีด้วยการค้นหาสมุนไพร อาจมีคุณสมบัติทาง ร่างกายที่สามารถเก็บสะสมอาหารได้แบบเดียวกับสัตว์กิน เนื้อในทุ่งซาวันน่าก็ได้ 45


รู้สึกเหมือน......ไม่ได้ช่วยค่าอาหารเลย......´ แม้เรื่องที่ช่วยสนับสนุนกับข้าวจะเป็นความจริง แต่ การบริโภคข้าวจำนวนมากขนาดนั้นมัน ´ อิจิโยคงคำนวณปริมาณการบริโภคของฮารุฮิไว้ก่อน หุงข้าวตั้งแต่แรกแล้วล่ะมั้ง ถึงทำให้การทานอาหารกับฮารุฮิดู เหมือนเป็นเรือ่ งธรรมดาขนาดนี้ แต่วา่ ปริมาณทีฮ่ ารุฮกิ นิ เข้าไปก็ เต็มอัตราเลยทีเดียว ร่างของฮารุฮิที่ทานอาหารงั่บๆ อย่าง เอร็ดอร่อยชวนให้นึกถึงสัตว์ตัวเล็กที่แสนน่ารัก ไม่ว่าใครก็คง ไม่อาจพูดเรื่องโหดร้ายอย่างคำว่าอย่าทานอีกเลยได้ ใบหน้า อ่อนเยาว์ที่ชวนให้รู้สึกอยากปกป้องนั้นไม่ใครเทียบได้จริงๆ เพราะข้ า วที ่ ห ุ ง ด้ ว ยเตาแบบโบราณนั ้ น อร่ อ ยมาก กับข้าวที่ไม่รู้ว่าจริงๆ เป็นอะไรก็เลยสามารถกลืนผ่านคอลงไป ได้ สึนาคิจึงเคลียร์อาหารมื้อเย็นไปได้อย่างปลอดภัย ตอนทีส่ ดู ลมหายใจเข้าแล้วค่อยๆ เลือ่ นสายตาไปทาง โทรทัศน์ที่เปิดทิ้งเอาไว้นั่นเอง— กริ๊ง...... ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งเบาๆ ดังมาจากสวน “คุณชิโอจิ?” 46


อิจิโยที่ตักข้าวเติมจนพูนชามของอุเคียวเหมือนกับจะ ถวายอาหารบนหิง้ พระหยุดมือลง เพราะเป็นเวลาอาหาร สึนาคิ จึงรอว่าแมวที่กลับมาจะขึ้นมาบนเฉลียงบ้านหรือเปล่า แต่ก็ ไม่มีวี่แววเลยแม้แต่น้อย อุเคียวจึงหยุดตะเกียบลง “......อืม ต้องไปสินะ” “งานเหรอครับ?” อิจิโยยิ้มให้กับฮารุฮิที่ถามออกมาขณะเคี้ยวหงับๆ “ก่อนหน้าที่พวกคุณฮารุฮิจะมา มีลูกค้ามาน่ะครับ” “เห—Y วันนี้มีคนมาหาหลากหลายจังน้า—” “อืม อุปกรณ์ของคุณอุเคียวเองก็โทรมแล้ว ก็เลยรอ คุณโฮคุโตะอยู่ด้วยน่ะ” แต่ยังไม่มีการแจ้งเรื่องการมาเยือนของ ชิคิบุ โฮคุโตะ ช่างทำเครื่องมือในพิธี อิจิโยยิ้มให้กับอุเคียวที่หยุดตะเกียบลง แล้วใช้ความคิด “ไปเถอะครับ” อิจโิ ยคว่ำถ้วยข้าวของอุเคียวทีเ่ ติมเรียบร้อยลงเอาข้าว กลับใส่หม้อตามเดิม “เดีย๋ วผมจะแจ้งให้ทางคุณมิโคโตะทราบเอง คุณสึนาคิ เองก็อย่าฝืนนะครับ” ฉันก็ต้องไปด้วยจริงๆ สินะ..... พอถูกพูดเหมือนเป็นเรือ่ งปกติ สึนาคิกถ็ อนหายใจในใจ สำหรับสึนาคิที่มาจากชนบทซึ่งละแวกบ้านไม่มีร้านสะดวกซื้อ 47


อยู่ ย่อมไม่มกี จิ วัตรทีต่ อ้ งเดินออกจากบ้านหลังจากดวงอาทิตย์ ตกแล้ว ตามความรู้สึกของเขา การออกไปข้างนอกนั้นยุ่งยาก น่ารำคาญ แต่นี่เป็นงานของสึนาคิในเซคคะอันแห่งนี้ ยิ่งกว่า นั้นเขายังกังวลเรื่องของมุราคามิ ผู้ไหว้วานอีกด้วย “ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องที่ไม่มีในเอกสารจากอาราม อนเมียวน่ะ แค่ไปตรวจสอบเท่านั้นเอง” ถึงจะบอกว่าออกไปข้างนอก แต่กไ็ ม่ใช่วา่ จะไปปิดผนึก ในอารามอนเมียวที่เป็นสื่อกลางก็จะมีการตรวจสอบผู้ไหว้วาน ด้วย การที่ผู้ไหว้วานปลอมชื่อสกุลนั้นย่อมเป็นปัญหา เพื่อ ตรวจสอบจุดประสงค์ของการจ้างงานว่ามีอะไรแอบแฝงอยู่ เบื้องหลังหรือไม่ ถ้าผู้ไหว้วานมีการโกหก ก็อาจจะส่งผลแย่ และเป็นอันตรายในภายหลังให้กับงานของอนเมียวจิ ไม่ใช่ว่า เขาจะสงสัยในการตรวจสอบของอารามอนเมียว แต่การตรวจ สอบผู้ไหว้วานถือเป็นความรับผิดชอบของอนเมียวจิแต่ละคน ที่รับการไหว้วานด้วย เพราะการตรวจสอบจะสามารถกำหนด วิธีลงมือแบบเป็นรูปธรรมได้ว่าจะทำในรูปแบบไหนให้ความ ปรารถนาของผู้ไหว้วานเป็นจริง ไม่มีเวลามองผ่านๆ เลยนะ..... สึนาคินำไฟล์เอกสารทีถ่ กู ยืน่ ให้ใส่ไว้ในอกเสือ้ ถ้าหาก จำเป็นแล้วค่อยดึงออกมาดู คงช่วยได้สักหน่อยล่ะมั้ง 48


อุเคียวซึ่งผูกผมด้วยริบบิ้นแพรไหมบนหัวจำนวนมาก นำสึนาคิซง่ึ เปลีย่ นชุดกิโมโนสีขาวเป็นสีดำสำหรับออกข้างนอก เดินออกจากเซคคะอัน ผู้ชายที่ผูกริบบิ้นฟูฟ่องไว้บนหัวตามปกติแล้วจะน่า สยอง แต่กรณีของอุเคียวที่มีใบหน้าแบบผู้หญิงกลับให้ความ รู้สึก���ข้ากันอย่างแปลกประหลาด ถนนเทรามาจิหลังดวงอาทิตย์ตกยิ่งเพิ่มความเงียบ เหงายิ่งกว่าช่วงเวลากลางวัน ชวนให้รู้สึกวังเวง “จะไปที่ไหนเหรอ?” “นั่นสิ ที่ไหนกันน้า” อุเคียวหัวเราะด้วยใบหน้าเหมือนลำบากใจ กริ๊ง..... กริ๊งง...... บนรั้ว? หรือว่า.....? ตรงมุมถนนทีม่ ดื สนิท สึนาคิวง่ิ ตามหลังอุเคียวทีไ่ ล่ตาม เสียงกระดิ่งของแมวซึ่งมองไม่เห็นร่างจนเส้นผมสีเงินกับริบบิ้น สั่นไหว

49


Fuubakushi-Anatano onayami fuujimasu- อุเคียว จอมผนึก -ผมจะสะกดความทุกข์ของคุณ-

Story by Seika Nagare Illustrated by Munk Mutsuki Translated by Pornpimol Jitrawiriyagul

Fuubakushi-Anatano onayami fuujimasu- © Seika NAGARE 2006 All Rights Reserved. First published in Japan in 2006 by ENTERBRAIN, INC., Tokyo. Thai translation rights arranged with ENTERBRAIN, INC.

All right reserved. No Part of this book may be reproduced or utilized in any form or by any means, electronic or mechanical, without prior written permission from the publisher. The original version of this novel is in Japanese. This edition have been adjusted to fit for Thailand’s culture and norms so that may cause slightly different from the original version. Stories and People in this novel are written for entertain, and not involving with anyone, any places, or any incident in real life.


Chief Executive Editorial Director / บรรณาธิการอำนวยการ Chatree Leesiriwitaya ชาตรี ลีศิริวิทย์ Executive Editor / บรรณาธิการบริหาร Jamorn Kongpana จามร คงพนา Editorial Staff / คณะบรรณาธิการ Chanida Sirisereewan ชนิดา ศิริเสรีวรรณ Chetthaporn Preewan เชฎฐาพร ปรีวรรณ Navich Tangjitrapitak ณวิชช์ ตั้งจิตราพิทักษ์ Pornpimol Jitrawiriyagul พรพิมล จิตราวิริยะกุล Sittipong Jirawanichsakul สิทธิพงศ์ จิรวาณิชสกุล Graphic Designer / ศิลปกรรม Kormmaipol Sirimongkolrujikul กรมัยพล สิริมงคลรุจิกุล Wattanasin Suvarattananon วัฒนสินธุ์ สุวรัตนานนท์ พิมพ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์ จัดจำหน่าย โดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 1858/87-90 ถ.บางนา-ตราด แขวง/เขต บางนา กทม. 10260 โทร. 0-2739-8222, 0-2739-8000 โทรสาร 0-2739-8356-9 จัดพิมพ์ โดย บริษัท เอ บุ๊ค บาย เอจี กรุ๊ป จำกัด 29/463 หมู่ 9 ตำบล บางพูด อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัด นนทบุรี 11120 โทร.02-9841112 โทรสาร 02-9841113 www.a-plusbooks.com Twitter : @GPLUSBOOKS


อุเคียว จอมผนึก (demo)