Issuu on Google+

จากหลืบเงาของอาคารเมรุ หลังจากหญิงสาวกลับไปแล้ว ท่านไม่ว่าอะไรเวทย์ เพียงแต่เรียกเขาขึ้นไปดูเตาเผาศพ ด้วยกัน สายลมดึกครางหวีดหวิวผ่านใบหู ได้ยินแต่เสียงถ่าน ไฟประทุในเตาเผา เห็นถ่านไฟแดงฉานคุกรุ่น ไม่มีเค้ารางของ ศพเพราะไหม้ไฟไปหมดแล้ว โปรเพสเซอร์กาชับเวทย์ว่าพรุ่งนี้ ให้ตื่นนอนให้ทันแกมาเก็บกระดูกคนตายด้วยกัน ก่อนรุ่งเช้าที่ ญาติจะมารับกระดูกไปทาพิธีต่อไป


“จาไว้ให้ดีเราจะต้อง ‘ตื่นก่อนอีกา กลับก่อนไก่ขัน’ ถึงจะ ทาพิธีเก็บกระดูกได้” “ขอรับ” เขาพยักหน้ารับเคร่งขรึม เวลาก่อนอีกาตื่นและกลับก่อนไก่ขันของสัปเหร่อเฒ่าคือ เวลาประมาณตี4-ตี5 ที่พวกเขาจะต้องรีบเก็บกระดูกคนตายให้ เสร็จสิ้นและกลับออกจากปริมณฑลแห่งนี้ นี่คือเคล็ดลับที่แก ยึดถือเป็นตารามาตลอด เวทย์จะจดจาสิ่งที่ได้ยินนี้ไว้ในฐานะ นักศึกษาฝึกงานสัปเหร่อเพื่อนาไปปฏิบัติสืบต่อไปภายภาค หน้า แสงสีแดงจากถ่านไฟอาบใบหน้าของคู่ศิษย์อาจารย์ ความร้อนจากเตาเผาทาให้ใบหน้าของเวทย์เป็นมัน เหงื่อแตก พลั่ก น้าตาไหลพรากเพราะควันหากแต่โปรเพสเซอร์เฒ่ายังคง


นิ่งเฉยปากท่องคาถาบางอย่างไปด้วย พอเขาถามแกก็หัวเราะ ในลาคอ น้าเสียงนั้นเย็นวิเวกน่าดู “ไฟจากการเผาศพมันคือไฟเฉกเช่นเดียวกับไฟนรก ใครจะ ใช้คาถาป้องกันพิษร้อนของมันไม่ได้ จอมขมังเวทย์เกรียงไกรก็ สู้ไฟนรกไม่ได้ มีแต่คนเป็นสัปเหร่อเท่านั้นที่มีคาถาป้องกันพิษ ร้อนของมัน และสัปเหร่อจะถ่ายทอดคาถานีใ้ ห้เฉพาะลูกศิษย์ ของตนเองเท่านั้น” แกเหลือบสายตาเหลืองขุ่นเห็นเส้นเลือดฝอยมาที่เขา เวทย์พนมมือตั้งสติพร้อมรับคาถาทันที “จงจาไว้ไห้ดี ‘คาถาหักด่านไฟนรก’ฉันจะว่าเพียงครั้ง เดียว ต่อหน้าเตาเผาศพแห่งนี้ จะไม่ว่าคาถาเป็นครั้งที่สองอีก เป็นอันขาด”สัปเหร่อเฒ่าประกาศก้อง


ถัดจากโกดังเก็บศพ คือห้องพักหลังคาสังกะสีของสอง สัปเหร่อที่ไม่มีใครอยากมาสุงสิงด้วย หลังเสร็จจากพิธีรับคาถา เขายังมีเวลาส่วนตัวมาเอนกายกับเก้าอี้หน้าห้องพัก เงยหน้า นับดูดาวจนเพลิน ท้องฟ้าคืนนี้ช่างดูสวยงามเป็นใจกว่าทุกคืน หลังจากเขาได้รู้จักเธอคนนั้น มีดาวตกพุ่งวาบลงไปในดงต้นตาล พลันตาลต้นหนึ่งก็ เคลื่อนไหวได้ เวทย์ผงะลุกขึ้นนั่ง รู้ได้ทันทีว่าดาวตกนั่นคือจาน ผีUFOย่อส่วนเพื่อพรางตามนุษย์ เพื่อนเปตรปากเท่ารูเข็ม ของเขาพึ่งจะเลิกเรียนกลับมา ดินไหวทุกฝีก้าว อสุรกายร่างสูงชะลูด ตาแดงดั่งไฟ มือเท่า ใบตาลกาลังมุ่งมาทางเขา พระเณรในห้องหับต่างเอาผ้าคลุม โปงท่องนะโมตัวสั่นงันงก เมื่อถึงเวลาที่เปรโตรแสดงตัวออกมา


“ไงเวทย์ คืนนี้ดูสบายใจจังนะ” เปโตรทักเขาอย่างอารมณ์ดี “ดาวคืนนี้มันสวยกว่าทุกคืนน่ะ” เขาหัวเราะแล้วกวักมือเรียกให้เพื่อนรีบย่อตัวลงมานั่งคุย ด้วยกัน ไม่มีเก้าอี้ตัวไหนในโลกให้เปโตรนั่งได้ นอกจากจะลง ไปนั่งกอดเข่ากับพื้น สิ่งที่เปโตรสัมผัสได้หลังพูดคุยกันคือเวทย์ ดูสด ใสขึ้นมาก ไม่ซึมกระทื่อเหมือนนกเค้าแมวอย่างทุกที “นายคงจะคิดถึงผู้หญิงละสิท่า ที่มหา’ลัยมีสาวสวยระดับ นางฟ้าอยู่หลายคน ถูกใจอยากคบหาคนไหนอย่าลืมแนะนาให้ ฉันรู้จักด้วยนะ” เครื่องแปลงเสียงอิเลกโทนิกทาให้ปากเท่ารูเข็มของเปโต รช่างพูดยิ่งนัก เขาส่ายหน้าซ่อนยิ้ม พูดไปอีกอย่าง


“ฉันคิดถึงแม่ของฉันต่างหาก แม่ตายไปสิบปีแล้ว” เวทย์โกหกไม่เก่งเลย สองแก้มแดงระเรื่อเพราะคิดถึงนานิ สาวที่ไม่รู้จักกลัวผีคนนั้น ปากเล็กจิ๋วหลิวของเปโตรเป่าปาก ปี๊ดๆ ล้อเลียนคนปากแข็ง ทาเอาโปรเพสเซอร์ที่นอนอยู่ข้างใน เอามือเคาะฝาห้อง เตือนให้ทั้งสองเบาเสียงลงหน่อย “พรุ่งนี้ต้องตื่นก่อนรุ่งเช้านะเวทย์อย่าลืม” “ขอรับ” โบร๋ว!!..ว.ว.ว โบร๋ว!!..ว.ว.ว หมาในวัดพร้อมใจกันหอนเสียงดังระงมเมื่อเห็นเปตร เปโตรหงุดหงิดยิ่งนักถึงกับเอาปืนยิงคลื่นเสียงความถี่สูงใส่ ยิง รัวไม่ยั้ง พวกหมาร้องเอ๋งพากันหนีกระเจิง เขาเป็นถึงนักศึกษา ปริญญาโทจากกลุ่มดาวอันโดรเมด้ารูปม้าบินจะยอมถูกหยาม ไม่ได้


“ปกตินายยืมUFOของฉันขี่ย้อนเวลากลับไปพบแม่ใน อดีตเป็นประจานี่นา” เปโตรหันมาพูดคุยอีกครั้ง เวทย์ได้แต่ยิ้ม รู้สึกว่าเพื่อนเป็น ศัตรูกับหมาเสียจริง “เออใช่ฉันพึ่งกลับไปพบแม่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมานี่เอง แม่ ยังว่าเลยว่าฉันไม่รู้จักโต ยังไงเวลาปัจจุบันของฉันแม่ก็ตายไป แล้ว ในอนาคตแม่ก็ไม่มีแต่ฉันทนไม่ไหวเลยต้องย้อนเวลาไป เยี่ยมแม่ในอดีตทุกอาทิตย์เลย” แม่มาเกิดใหม่ในโลกมนุษย์ เขาหวังว่าจะตามหาแม่ในภพ ใหม่ให้พบสักวัน “แล้วการเรียนของเปโตรละ เรื่องที่จะเก็บข้อมูลของมนุษย์ ในศตวรรษที่20” เวทย์ถาม


“เมื่อครู่ฉันนั่งUFOย้อนเวลาไปในปี ค.ศ.1950 เพื่อเก็บ ข้อมูลทาวิทยานิพนธ์ แล้วยังไปเจอเจ้าตัวต้นเหตุแห่งสงคราม นิวเคลียร์มาด้วย นายลองทายดูสิว่าในปีนั้น มีนักวิทยาศาสตร์ คนไหนเด่น” เขาทาตาพอง เปโตรเป็นนักต่อต้านสงคราม เคยย้อนเวลา ไปจัดการ “ช่วงนั้นก็มีอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้น ทฤษฎีสัมพันธภาพ เขาคือต้นเหตุทาให้โลกเกิดสงคราม นิวเคลียร์” ตอนนั้นไอน์สไตน์กาลังนั่งหวีวผมอยู่หน้ากระจกเงา เส้น ผมของเขาเป็นมันเงาและเรียบแป้ เปโตรเลยจัดการทาอะไรไป อย่างหนึ่งเป็นการแก้แค้นบิดาของนิวเคลียร์ทันที


“ฉันจัดการหลอกหลอนให้เขาตกใจกลัว จนเส้นผมดาเงา งามของเขากลายเป็นหงอกขาวแล้วฉันยังเอาเจลแต่งผมชนิด พิเศษจากศตวรรษที่ 22 ละเลงบนหัวไอน์สไตน์ ทาให้เส้นผม เรียบแป้ของเขาฟูกระเซิงเหมือนคนโดนผีหลอกตลอดกาล นี่คือ การแก้แค้นของมนุษย์หลังสงครามนิวเคลียร์”นักศึกษา ปริญญาโทจากศตวรรษที่ 22 กล่าวอย่างสะใจ “อะห๊า! เอาจริงหรือนี่ ที่แท้คือนายนีเ่ องที่ทาให้ไอน์สไตน์ หัวฟู” เวทย์ทั้งขา ทั้งตกใจ เปโตรเลือกเดินทางย้อนเวลาจากอนาคตมาทา วิทยานิพนธ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลกในยุคก่อนสงคราม นิวเคลียร์ในศตวรรษที่ 21เพื่อพยายามทาความเข้าใจว่าทาไม คนในยุคนี้ถึงได้ก่อสงคราม


เปโตรยังเล่าอีกว่าแผ่นดินโลกหลังสงคราม เกิดพิษรังสีแผ่ กระจายเกินกว่าสิ่งมีชีวิตจะอยู่ได้ มนุษย์จึงมุ่งหน้าหาดาวดวง อื่นอยู่อาศัย กลุ่มดาวเนบิวล่ารูปม้าบินคือเป้าหมาย พวกเขา ดัดแปลงพันธุกรรมของตัวเองเพื่อปรับสภาพให้เข้ากับ สิ่งแวดล้อมในโลกใหม่ มนุษย์พันธุ์ใหม่มนี ้าหนักตัวมากกว่า 1 ตัน สูงนับสิบเมตร มือเท่าใบตาล ปากเท่ารูเข็ม พวกเขามีเทคโนโลยีสูงมากจนสามารถสร้างไทม์แมชชีน เดินทางย้อนเวลามาในอดีตเพื่อเยี่ยมเยือนบรรพบุรุษ เปโตร เองก็เคยย้อนเวลาไปเที่ยวบางกอกน้อยในสมัยรัชกาลที่ 2 หรือ ในยุคค.ศ.1800 ชาวบ้านในย่านนั้นล้วนตกใจกลัว ต่างเรียก ขานเขาว่า ‘ผีเปตรโต’ ผู้มีบาปหนัก ทั้งที่ความจริงเขาเป็น มนุษย์อีกพันธุ์หนึ่งเท่านั้น ผีเปตรที่ผู้คนเกลียดกลัวแท้จริงคือมนุษย์ในโลกอนาคตมา ท่องเที่ยวดูชีวิตของมนุษย์ในยุดอดีต อีกครั้งที่เปโตรย้อนเวลา


ไปในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เขามักปรากฏตัวแถววัดสุทัศน์ เพราะต้องการจะช่วยผู้คนจากอหิวาตกโรคที่ระบาดในตอนนั้น จนมีคนล้มตายเป็นจานวนมาก แต่กลับกลายเป็นเรื่���งเข้าใจ ผิดคิดว่าเขามาขอส่วนบุญ ตานานเปตรวัดสุทัศน์ก็เริ่มมา จากเปโตรนี่เอง เวทย์ได้ยินตานานของเพื่อนไม่รู้ว่าจะขาหรือว่าจะเศร้าดี ได้แต่พูดปลอบใจ “สักวันมนุษย์จะต้องเข้าใจและยอมรับว่าเปโตรก็เป็น มนุษย์เหมือนกันไม่ใช่ผีเปตรที่ไหนอดทนรอให้ถึงวันนั้นนะ” คาพูดของเขา ทาให้เปโตรมีความหวังยิ่งนัก ทั้งสองสบตากัน ความเป็นเพื่อนจะยังคงยั่งยืนนาน ปัง! ปัง! ปัง! “เลิกโม้ซะทีไอ้ผีเปตรโต แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว!”


คราวนี้โปรเพสเซอร์ทุบผนังห้องจากข้างใน ตะโกนเสียง ห้วนมาอย่างลาคาญเต็มทน

การจราจรอันคับคั่ง ทันทีที่รถเมล์ถึงป้าย เวทย์กระโจนลง แล้ววิ่งตรงไปที่วัดอย่างเร่งรีบเช่นเดียวกับทุกวัน นานิแอบ สะกดรอยเขาอย่างกระชั้นชิด เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าเขามาทา อะไรทีนี่ พลันชายหนุ่มก็หายเข้าไปบริเวณฐานเจดีย์ภูเขาทอง ไม่มีเหลี่ยมมุมบังตาแต่เขาหายไปตรงนี้อย่างรวดไวเช่นทุกครั้ง เธอพยายามมองหายังไงก็หาไม่เจอ “ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าคุณเวทย์มาทาอะไรที่เจดีย์ภูเขาทองนี่ ทุกวัน”


ก่อนเวลานัดหมายตอนเย็น เธอจะต้องรู้ตัวตนของนักสืบ คุณไสย์คนนี้ให้ได้เสียก่อน


เวทย์ จอมไตร 4