Issuu on Google+

ห้องเรียนกายบริหาร ‘อิ่มทิพย์’ นึกศึกษาในชุด รัดกุมต้องปูผ้านั่งบ้างหมอบบ้างในท่วงท่าต่างๆ ของ โยคะตามตัวอย่างท่วงท่าของโมเดล เวทย์ถูกเรียก มาเป็นผู้ช่วยแสดงนาหน้าทุกคนได้อย่างอ่อนช้อย งดงาม นักศึกษาหญิงชื่นชอบวิชานี่มากเพราะช่วย ควบคุมอาหารหยาบ ลดน้าหนัก กระชับรูปร่างต่างกับ พวกผู้ชายที่ไม่ค่อยจะสนใจวิชานี่สักเท่าไหร่เพราะมอง ว่ามันเป็นวิชาของผู้หญิงยกเว้นแต่เวทย์คนเดียว อาจารย์เป็นเทวดาร่างอวบขาว แก้มแดงเหมือน แป๊ะยิ้ม สวมเฉพาะชฎาประดับยศ พูดจาเสียงอ่อน


เสียงหวานกระเดียดไปทางผู้หญิง ตุ้งติ้งชอบกล ในมหา’ ลัยสนิทกับเวทย์ที่สุดเลยขอมาช่วยสาธิตทุกครั้ง สมัย เป็นคนก็เป็นอาจารย์สอนในมหา’ลัย ทางานหนักจนเส้น เลือดในสมองแตกตาย ไปเกิดเป็นเทวดา แต่ก็ยังรักอาชีพเดิมขอมาสอนในมหา’ลัยใต้ภูเขา ทองอีก ‚เอาละน้านักศึกษาทุกคนสูดลมหายใจเข้าปาก ตามเวทย์เลยน้า‛ ยกท่อนแขนทั้งสองข้างขึ้นระดับอก คว่าฝ่ามือ สมาธินิ่ง ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ตามการกากับของอาจารย์ เขาทาท่าห่อปากสูดลมเข้า ท้องจนรู้สึกอิ่มเอม อาหารทิพย์ส่งผลทาให้ใบหน้าผ่อง ใส บังเกิดรัศมีเปล่งปลั่งขึ้นรอบตัวอันเป็นหัวใจสาคัญ ของวิชาโยคะอิ่มทิพย์ของเทวดา กลุ่มของสุริยันที่เอาแต่โห่ฮารบกวนคนอื่นมาตั้งแต่ ต้นชั่วโมง ทาตาเล็กตาน้อยมองเวทย์ กล่าวหาว่าเป็น พวกอีแอบเหมือนกับอาจารย์‚จะเรียนทามา..ยวิชาอิ่ม


ทิพย์ กินแต่ลมล่ะไม่ว่า‛มีแต่เสียงโห่ ฮิ้ว พวกผู้ชายเห็น เป็นหัวเราะตาม โข่ง พญารากสก วิชาเอกคงกะพันชาตรี ลิ่วล้อ ประจาตัวสุริยันยกเอากล่องใบหนึ่งมาอวด บอกว่าข้าง ในเป็น ‘นารีผล’ สินค้านาเข้าราคาแพงจากเมืองหิม พานต์ ชั่วโมงนี่จะกินอวดให้ดู ‚นี่! อีเดียทสุริยันเลิกอวดร่าอวดรวยซักวันไม่ได้หรือ ไง‛ อรัญญาณีลุกขึ้นมาตาเขียว มือเท้าแขนแอ่นหยัด เธอตั้งใจเรียนวิชานี่มาก ‚ก็ไม่อยากเรียนวิชาของผู้หญิงนี่หว่า‛สุริยัน ลอยหน้ายวนบาทา ‚นายนั่นแหละที่ต้องเงียบ!‛พี่น้องกินนรกินรีขอเป็น พวกของเวทย์ ชี้หน้าใส่จอมเกอย่างไม่พอใจ อาจารย์ ปราสาททองได้แต่เสียงค่อยขยับปากไม่ออก ขอให้ทุก คนหยุดทะเลาะกันซึ่งมันก็ไม่ได้ผล ตนเองเป็นอาจารย์ แต่ไม่เคยมีความเด็ดขาดเลย


พอเปิดกล่องออกมา นารีผลถูกเด็ดจากต้นหลาย วัน จากที่เป็นสาวสวยก็กลาย เป็นยายแก่ไม่น่ากิน ทา เอาทุกคนฮาครืน ผลไม้แห้งเหี่ยวถูกเด็ดมาปาใส่คนอื่น แก้แค้นเลยถูกโต้ตอบขว้างคืนบ้าง เศษนารีผลกระจาย ไปทั่วห้องกลายเป็นจลาจลทันที ความเกเรของสุริยันกับโข่ง ทาเอาอาจารย์เทวดา น้าตาตกเป็นเผาเต่า ตอนมีชีวิต จิตวิญญาณของครูแรง กล้ามาก มักแบกรับปัญหาทั้งหมดไว้ที่ตนเองจนเส้น เลือดในสมองแตก ‚ทาไมสุริยันกับโข่งถึงได้ไม่ตั้งใจเรียนอย่างนี้ สมัย อยู่ปีหนึ่งก็ยังน่ารักอยู่เลยหรือว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะฉัน สอนไม่ดีเอง ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง‛เริ่มเครียด ฟูมฟายอยู่คนเดียว สมัยเป็นคนอาจารย์ปราสาททองก็ เจอศิษย์เกเรจนเส้นเลือดในสมองแตกมาทีหนึ่งแล้ว เวทย์เห็นแล้วเหนื่อยใจ อาจารย์เทวดาองค์นี้ ‘อ่อน’ เกินไปนักศึกษาไม่เกรง


รีโมทพันคาถาถูกส่งให้อาจารย์ เวทย์พยักหน้าขึง ขังบอกว่าต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งไม่งั้นไม่เป็นอัน เรียน อาจารย์ปราสาททองมือสั่นเทาชี้รีโมทไปที่จอมเก ทั้งสองกดปุ่ม Stop ด้วยคาถา ณ จังงัง ได้ผลยักษ์เกเร กับลิ่วล้อยืนขากรรไกรค้างเหลือแต่ลูกตากรอกไปมา คง จะยืนแข็งอยู่แบบนี้จนกว่าจะหมดชั่วโมงเรียน นักศึกษา ชายคนอื่นปิดปากเงียบ รีบแจ้นเข้าที่เดิม อาจารย์ปราสาททองยิ้มน้าตาซึม ขอบใจเวทย์เป็น การใหญ่ เสียดายที่สมัยเป็นมนุษย์ไม่มีรีโมทแบบนี้ไว้ ปราบลูกศิษย์เกเร

หลังเลิกเรียนมาสืบคดีต่อ เวทย์ชวนนานิมาเริ่มสืบ จากเหล่าสัมภเวสีในพื้นที่เผื่อจะได้เบาะแส ทางแยก เข้าหมู่บ้านมักมีอุบัติเหตุรถชนกัน คนตายบ่อยน่าจะมีผี


ที่รู้เรื่องบ้าง เวทย์ไล่กระทืบพื้นดินหลายจุดเพื่อเรียก วิญญาณออกมา นานิไม่เข้าใจถามขัดขึ้น ‚กระทืบหนึ่งครั้งไว้เรียกสัมภเวสี สามครั้งเรียกเจ้า ที่นะขอรับ‛ ‚เหรอคะแล้วทาไมไม่จุดธูปเรียกล่ะแบบนี้คุณผีเขา ไม่โกรธเอาเหรอ‛ คนจากหิมพานต์ซี้ตี้อมยิ้มในความไม่รู้ของเธอ ‚จุดธูปเรียกมันเป็นวิธีของมนุษย์นะขอรับ เราชาว หิมพานต์ถือว่าสูงส่งกว่า ศักดิ์ศรีของพวกเราเทียบเท่า เทวดา เรื่องจะเรียกภูตผีแค่ใช้เท้ากระทืบดินเรียกก็พอ‛ ‚น่าสนุกจังเลยนะคะงั้นนานิขอกระทืบดินบ้าง‛ ‚อย่าเลยผมตรวจหมดแล้วขอรับ แถวนี้ไม่มีผีสัก ตัว‛ มันน่าเสียดายจริง ยังไงนานิก็รู้สึกสนุกที่ได้ติดตาม เวทย์ เห็นอะไรแปลกประหลาดจากเขาเยอะแยะ เดินไปอีกซอยหนึ่งเห็นมีข้าวปลาอาหารในถ้วย ใบตองสาหรับเซ่นไหว้สัมภเวสีข้างทาง เวทย์กระทืบพื้น


สามครั้ง ครู่เดียวเธอก็ต้องตกใจเมื่อมีศีรษะหนึ่ง เหมือนของมนุษย์โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดิน เวทย์ย่อตัวลง สอบถาม ศีรษะปริศนาโผล่มาแค่นั้น ลาตัวจมอยู่ในดิน นานิจาได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนมีเด็กแว้นขับ รถจักรยานยนต์มาชนเสาไฟตายที่นี่ ‚น่าสงสารจังเลยนะคะใครกันไปทาให้เขาเป็นอย่าง นั้น‛ เวทย์บอกว่าเมื่อเดือนก่อนมียักษ์สองตนมาที่ชุมชน แห่งนี้ เอาของไม่ดีบางอย่างมาฝังดินไปทั่ว ผีตนนี้เห็น เข้าเลยถูกเหยียบจมดินเหลือแต่หัวโผล่อย่างที่เห็นแล้ว ยังขู่อีกว่าถ้าบอกใครจะตามมาเหยียบให้จมดินทั้งตัว ‚ยักษ์เหรอ‛ ‚ถึงเขาบอกไม่ได้แต่จะพาไปดูที่เกิดเหตุจุดหนึ่ง ด้วยนะขอรับ‛ ผีเด็กแว้นพูดจาอู้อี้ต่อรองขออะไรบางอย่างจากเขา นานิฟังไม่เข้าใจคงเป็นภาษาผี เวทย์พยักหน้าตกลงจะ ทาตามที่ขอ จากนั้นหัวผีก็ลอยไปตามพื้นดินเหมือนลูก


มะพร้าวลอยน้า จนมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งบอกว่าตรง นี้คือที่ยักษ์เอาของไม่ดีมาฝังไว้ ลงมือขุดก็พบตุ๊กตาดินคู่หนึ่งถูกมัดแน่นหนาด้วย ด้ายสายสิญจน์ นานิให้ข้อมูลเจ้าของบ้านหลังนี้แอบไป มีเมียน้อยจนถูกภรรยาจับได้ตอนนี้กาลังอยู่ระหว่างฟ้อง หย่าลูกก็ต้องไปอยู่กับตายาย ถึงกับบ้านแตก จะแก้ด้ายสายสิญจน์ออกในทันทีไม่ได้มนต์ดามัน จะย้อนเข้าตัว เวทย์บอกจะเอาไปให้โปรเฟสเซอร์บุญคา ทาพิธีแก้ให้ ยังมีของพวกนี้อีกหลายจุดในชุมชนแต่ผี เด็กแว้นต่อรองกับเขามาก เวทย์เห็นจะทาให้ไม่ได้ มาถึงศาลเจ้าที่ในบ้านเศรษฐีหลังหนึ่ง เวทย์รู้จัก เจ้าที่องค์นี่ดีว่าเป็นเทวดาที่ตนสนิทด้วยมาก ศาลสร้าง ได้สวยงาม มีเครื่องเซ่นหัวหมู ผลไม้ ขนมหวาน มากมาย กลิ่นธูปเทียนดอกไม้หอมโชยคลุ้ง เจ้าของบ้านเป็นญาติของนานิเองเลยเข้าไปได้


‚อุ้ย เวทย์นี่เอง‛อาจารย์ปราสาททองมาเป็นเทวดา ประจาบ้านหลังนี้ เวทย์กล่าวทักทายแล้วบอกธุระที่มา เรื่องงานนักสืบ นานิมองตาโตพึ่งจะเคยเห็นเทวดาองค์ จริงก็คราวนี้ อาจารย์ปราสาททองพูดเสียงอ่อนเสียง หวานอารมณ์ดีเมื่อศิษย์คนโปรดมาเยี่ยมเยือนถึงใน วิมาน ‚ไม่มีหรอกนะในบ้านหลังนี้อาจารย์เข้มงวดไม่ให้ ภูตผีปีศาจเข้ามารบกวนคนในบ้านได้ส่วนข้างนอกบ้าน ไม่รู้หรอก อาจารย์ไม่มีเวลาเลยต้องเตรียมงานสอนไม่ ค่อยว่างได้ออกไปไหน‛ถามเทว���าก็ไม่รู้ เวทย์ชวนนานิ ไปสืบจากคนเอาบ้าง แกวก..แกวก.. กลางถนนอันมืดทึบหลังพระอาทิตย์ตกดิน แสงไฟ จากในบ้านคนมองเห็นถนนราไร นกแสกยืนอยู่บน กล่องสีน้าตาลขวางหน้าเห็นเป็นเงาตะคุ้ม มันกางปีก ค่อมกล่องเอาไว้พอเห็นเจ้าของพัสดุมาถึงก็ผงกหัวประ หลกๆ เพราะรู้ว่ากาลังจะได้กินบิสกิต


เวทย์ใจชื้นขึ้นคุณพ่อคงส่งพัสดุมาให้เพื่อใช้สืบคดี ‚เอ๊า นี่รางวัลของแก‛ เขาหักบิสกิตออกไปครึ่งหนึ่งโยนให้ มันงับได้อย่าง แม่นยาแล้วกลืนลงคอ คราวนี้กลับไม่โผบินจากไป ตาโตกลับจ้องที่บิสกิตอีกครึ่งชิ้นที่เหลือ เวทย์ร้องห้าม ทันที ‚แกกินบิสกิตมากเกินไปแล้วนะ นี่อ้วนจนจะบินไม่ ไหวอยู่แล้ว‛ แกวก..แกวก.. นกแสกกางปีกโดดเหย่งไปรอบตัวเขาจะเอาบิสกิต ส่วนที่เหลือให้ได้ นานินึกสนุกรีบคว้าถุงขนมจากมือเขา โยนให้ถึงสองชิ้น มันถึงยอมไป โผบินขึ้นฟ้า พุงยังไป ถากหลังคาบ้านหลังหนึ่งดังโครม ยังพยุงตัวบินหายขึ้น ฟ้าได้อยู่ “กินบิสกิตทุกวันอีกหน่อยก๊ออืดเป็นหมูบินได้” “อย่าแกล้งนกแสกสิขอรับ”


ของข้างในกล่องเป็นท่อนโลหะสีดาคล้ายเครื่อง ตรวจหาวัตถุระเบิดของพวกทหารแต่มันเป็นเครื่อง ตรวจหาวัตถุคุณไสย เวทย์ถือมันแล้วให้ปลายเสาชี้ไป มา คราวนี้มันชี้ไปที่บ้านของนานิ เขาตรวจเจอเศษบาตรแตกบรรจุอยู่ในกล่องพิชช่า ซุกซ่อนไว้ใต้ถุนบ้านของเธอเศษบาตรแตกมันมีฤทธิ์ ในทางคุณไสย หากเอาไปไว้บ้านไหนคนในบ้านนั้นจะ เกิดการทะเลาะเบาะแว้งอยู่ไม่เว้นวาย ในที่สุดเขาก็ไขคดีให้กับนานิได้สาเร็จ “ผมตรวจดูจนแน่ใจแล้วขอรับไม่มีซุกซ่อนไว้ ตรงไหนของบ้านอีก ขอเพียงเอาเศษบาตรแตกออกไป ครอบครัวของคุณนานิจะกลับมาสงบสุขอีกครั้งนะ ขอรับ” “ยังไม่ได้นะคะคุณเวทย์คดียังไม่จบคุณจะต้องช่วย ล้างคุณไสยให้ชาวชุมชนก่อนแล้วจะต้องสืบหาให้ได้ว่า ใครที่ทาคุณไสยด้วย”


ได้เวลาที่เขาต้องกลับวัดแล้ว นานินัดแนะกับเขา อีกว่าจะไปตรวจหาคุณไสยในชุมชนให้หมด มาถึงหน้า บ้านเห็นแสงไฟจากรถจักรยานยนต์ส่งพิชช่าออกมาจาก บ้านตรงข้าม เวทย์จาได้ทันทีว่าเป็นผีพรายน้อย จะเรียก ผีพรายน้อยก็เร่งบิดเครื่องยนต์หนีไปทันที เพื่อนคนนี้ จะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาแน่ เห็นทีเวทย์จะต้องไป เยี่ยมที่บ้านของผีพรายน้อยที่เป็นร้านขายโลงศพเสีย แล้ว


เวทย์ จอมไตร6